สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ธีระ วงศ์สมุทร เสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำในเขื่อนที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากสถานการณ์จริง และไม่สามารถระบายน้ำออกได้มากเนื่องจากฝนและพายุ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าที่จริงผมอยากจะฟังทั้งหมด แล้วก็ชี้แจงในคราวเดียวกันในตอนหลังก่อนที่จะ ปิดการประชุมเพื่อจะได้เก็บประเด็นทั้งหมด เพื่อจะไม่ให้เสียเวลาต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่จะมีการอภิปรายพูดถึงการบริหารจัดการน้ําต่อไปนะครับ ผมอยากจะชี้แจงสั้น ๆ ก่อนต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่ ประทานโทษที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กล่าวไปในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํานะครับ

ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํานั้นทางผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราต้องดูตามสถานการณ์ เมื่อสักครู่ท่านก็หยิบตัวเลขออกมาดูให้เห็นชัดเจน ว่าช่วงไหนน้ําเป็นอย่างไรนะครับ ท่านก็พูดนะครับว่าช่วงไหนมีพายุเกิดขึ้นในบ้านเราเท่าไร เป็นอย่างไร ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ฟังท่านศรัณย์วุฒิเอาภาพมาให้เห็นนะครับ ซึ่งนั่นละครับคือข้อเท็จจริงที่ท่านศรัณย์วุฒิพยายามมาอธิบายว่าสาเหตุของน้ําต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นการจัดการน้ํามันต้องขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการน้ํานั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในเขื่อน แต่ละเขื่อนเรามีหลักวิธีปฏิบัติเราเรียกว่า เราจะดูว่าในเขื่อนแต่ละเขื่อน เราจะดูว่าเกณฑ์ เก็บกักน้ําสูงสุดเป็นอย่างไร เกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราจะบริหาร เขื่อนให้อยู่ในระหว่างเกณฑ์เก็บกักน้ําสูงสุดและเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า ในฤดูแล้งเราพยายามดูว่าน้ําในเขื่อนนั้นมันจะอยู่ที่ระดับไหน เราจะพยายามไม่ให้ต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดเท่าที่เราเป็นนะครับ ในฤดูฝนก็เช่นเดียวกัน การบริหารจัดการเขื่อน เราก็ต้องพยายามดูว่าเขื่อนนั้นจะไม่พยายามให้เกินเกณฑ์เก็บกักน้ํา สูงสุด เว้นแต่บางสถานการณ์มีความจําเป็นมากน้อย แค่ไหน อย่างไรนะครับ

ทีนี้ถามว่าช่วงต้นจะเห็นได้ชัดว่าทําไมไม่มีการระบายน้ําออกจากเขื่อน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้น้ําเพื่อการเพาะปลูก ถ้าผมจะย้อนอดีตสักนิดนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายคงจะจําได้เมื่อปี ๒๕๕๓ ปีนั้นเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เก็บน้ําได้อยู่ที่ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด ถ้าผมพูดถึงน้ําใช้การ จะมีน้ํา ใช้การอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ ๆ ปีนั้นผมประกาศให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาให้เลื่อนการทํานาปีออกไป ถ้าท่านพอจะจําได้ ผมก็ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในรัฐบาลที่แล้วนะครับ บอกว่าตรงนี้ขอให้ชดเชยดูแลเยียวยาพี่น้องเนื่องจากการเลื่อนการทํานาปีออกไป อันนี้ครับ คือเหตุผลที่เราต้องบริหารจัดการน้ําในเขื่อนนะครับ ทีนี้ถามว่าทําไมไม่ระบายน้ําออกมา ท่านก็ทราบนะครับ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เราได้รับอิทธิพลจากพายุไหหม่า แล้วก็ไล่มาเลยครับ นกเตน และไล่มาเลยครับ ไห่ถาง ไล่มาเลยครับ เนสาด แล้วก็จนมาถึง นาลแก กี่เดือนละครับติดต่อกันมาเลยตลอดเวลาที่เรารับอิทธิพล ฝนก็ตกทางเหนือ นอกจากนั้นแล้วนะครับ ร่องความกดอากาศต่ําก็พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนอยู่เป็นประจํา ประกบกับว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็มีกําลังแรง ฝนก็ตก อยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมดนะครับ ซึ่งฝนในภาคเหนือตกมากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ ๕๐ กว่า ฝนในภาคกลางตอนบนก็ตกมากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณร้อยละ ๔๐ เกือบ ๕๐ อันนี้คือการตกของฝน ตกมาก ที่สําคัญพายุเข้ามาในช่วงเวลาสั้น ๆ ทําให้ปริมาณน้ํา ทั้งเหนือเขื่อนและปริมาณน้ําที่ท้ายเขื่อนมีเป็นจํานวนมาก ถ้าท่านจําได้นะครับ ตอนเดือนกรกฎาคมต่อเดือนสิงหาคมนะครับ ในลุ่มน้ํายมน้ําท่วม ตอนนั้นพี่น้องประสบภัย อยู่ ในลุ่มน้ําน่านเอง พิษณุโลกน้ําก็ท่วม ถามว่าวันนั้นแล้วเขื่อนสิริกิติ์จะระบายน้ํา ลงมาซ้ําเติมพี่น้องอีกหรือครับ ถึงแม้ว่าถ้าผมนั่งอยู่ ไม่ว่าผมอยู่ในรัฐบาลไหน ผมก็ต้องให้ทํา อย่างนี้ เพราะว่าการคาดการณ์พยากรณ์น้ําต่าง ๆ กรมอุตุนิยมวิทยาบอกเราได้แค่อาทิตย์เดียวว่า อะไรจะมา ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า ถ้าทุกคนคาดการณ์ได้หมดว่าข้างหน้าอะไร จะเกิดขึ้น เหมือนกับขงเบ้งที่หยั่งรู้ดินฟ้าอากาศ ผมคิดว่าเราไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน อย่างปัจจุบันนี้ครับว่าเราจะต้องทําอย่างไร เพราะฉะนั้นการจัดการน้ํา บริหารจัดการน้ํา ในเขื่อนมันต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ ผมก็ย้อนกลับมาว่าการบริหารจัดการน้ําในลําน้ํา ลุ่มน้ําเจ้าพระยาประกอบด้วยลําน้ําหลัก ๔ สายตามที่เราทราบอยู่ ปิง วัง ยม น่านนะครับ ปิงเรามีภูมิพล น่านเรามีสิริกิติ์ ยมเราไม่มี วังเรามีนิดเดียวคือเขื่อนกิ่วลม จุน้ําเพียง ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้นเอง ทั้งหมดก็ไหลมารวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์นั่นคือเป็นที่มา ลุ่มน้ํายมกับลุ่มน้ําน่าน น้ําท่วมอยู่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําเราก็ดูว่าการจัดการน้ําในลําน้ําเรามี ทางน้ําระบายออกอยู่ฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกคืออะไรครับ ก็คือ คลองชัยนาท ป่าสัก ที่เอาลงมาในแม่น้ําป่าสักและใช้เขื่อนพระรามหกทดน้ําเข้าคลองระพีพัฒน์ เพื่อจะเอาน้ําออกทะเลทางสมุทรปราการ นี่ก็คือทางตะวันออกหรือว่าแบ่งเอาน้ําไปออก ทางจังหวัดนครนายก หรือแบ่งเอาน้ําไปออกทางจังหวัดฉะเชิงเทรา นี่คือทางตะวันออก แต่ถามว่าทําได้มากไหมครับ คลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกรับน้ําได้สูงสุด ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเท่านั้นเองนะครับ พอลงมาข้างล่างมาถึงคลอง ๑๓ คลอง ๑๓ นี่รับน้ําได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ลูกบาศก์ต่อวินาทีเท่านั้นเองที่จะส่งน้ําไปยังสมุทรปราการ เราก็อาศัยว่า ลงคลองรังสิตเพื่อจะไปออกทางแม่น้ํานครนายกคือสูบน้ําออกที่ปะทิว สูบน้ําศรีเสาวภา แล้วก็ไปลงไปออกที่ทางนครนายกอีกตัว คือจากคลองหกวาสายล่างไปออกที่ประตู ศรีสมบูรณ์ เมื่อลงมาข้างล่างก็ไปออกบางขนาก ท่าไข่ ที่ท่าทัวร์และก็ไล่กันไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีลุ่มน้ําเรียงราย นี่คือทางตะวันออกข้อจํากัดก็มีอยู่แค่นี้ ถามว่าตอนบนรับน้ําได้เท่าไร คลองชัยนาท ป่าสักรับน้ําได้ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้นเองนะครับ ที่จะรับน้ําเข้ามาในระบบ และหันมาดูตรงฝั่งตะวันตกบ้าง ฝั่งตะวันตกมีอะไรครับ มีคลองมะขามเฒ่า อู่ทอง รับน้ําได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองแม่น้ําท่าจีน แม่น้ําท่าจีนความจุของลําน้ําอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐ แต่ประตูสามารถรับน้ําได้ประมาณ ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถัดจากนั้นก็คือแม่น้ําน้อยคือประตูบรมธาตุที่จะรับน้ําเข้าไป ถามว่าประตูบรมธาตุรับน้ําแล้วไปไหน ก็เพียงเบี่ยงทางเดินไม่ให้น้ําผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุดท้ายก็มาบรรจบกับแม่น้ําเจ้าพระยาอีกที่ก่อนถึง บางไทร และถามว่าเราจัดการน้ําอย่างไรเมื่อน้ําลงมา เมื่อน้ําผ่านนครสวรรค์ลงมา มาถึงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนทดน้ํา จัดการน้ําเข้าสู่ระบบฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เริ่มต้นทีเดียวผมขออนุญาตกราบเรียนว่าหลักฐานถ้าผมพูดผิดพูดถูก ท่านไปค้นเหมือนที่ ท่านนิพิฏฐ์ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านช่วยเอามาโชว์ เมื่อสักครู่นะครับ ไปค้นย้อนหลังเลย ในเว็บไซต์ของกรมชลประทานว่าที่ผ่านมาจัดการน้ําในภาคตะวันออก ภาคตะวันตกอย่างไร นะครับ เดิมทีเดียวผมย้อนมาภาคตะวันออกนิดหนึ่งครับ เดิมภาคตะวันออก เรารับเข้าคลองชัยนาท ป่าสักรับเข้ามาประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่หลังจากนั้น ฝนตกหนักแถวจังหวัดลพบุรี ประกอบกับประตูระบายน้ําบางโฉมศรีที่ชํารุดเสียหาย ตรงคอสะพาน นอกจากประตูระบายน้ําบางโฉมศรีแล้ว คันกั้นน้ําตามแนวคลองชัยนาท พระนครศรีอยุธยาขาดอีกประมาณ ๑๐ จุด ก็เหนือขึ้นไปอีกละครับ เหนือจังหวัดชัยนาท ขึ้นไปจนถึงประตูมโนรมย์ก็มีคันกั้นน้ําขาดอีกหลายจุด น้ําทั้งหมดก็ทะลักมาอยู่ที่ลพบุรี เพราะฉะนั้นเราจึงจําเป็นไม่ได้ส่งน้ําเข้าไปทางภาคตะวันออกเลย ลดการส่งน้ําเข้าไปทาง ภาคตะวันออกทางคลองชัยนาท ป่าสักนี่ลดจาก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรกว่าเหลือประมาณ ๘๐ ลูกบาศก์เมตรกว่า ลดลงมา ๖๐ ลูกบาศก์เมตรกว่าจนเดี๋ยวนี้ก็ส่งไปประมาณ ๒๐ กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้นเอง หันมาดูทางภาคตะวันตกนะครับ ภาคตะวันตก เดิมทีเดียวเราก็ส่งน้ําเข้าไปเต็มที่ แต่สภาพลําน้ํามันไม่เอื้อ จําได้ไหมครับว่าน้ําท่วม ที่สุพรรณบุรี ที่ตลาดร้อยปีท่วมไหมครับ ท่วม เมื่อท่วมแล้วเราก็มาบริหารจัดการ เมื่อน้ํา เข้าไปมากมันก็ออกลําบาก ท่านทราบดีแม่น้ําท่าจีนเป็นอย่างไร แม่น้ําสุพรรณก็คือ แม่น้ําท่าจีนแหละครับอันเดียวแหละครับมันเรียกชื่อตามที่จังหวัดมันผ่านไป แม่น้ําท่าจีน ก่อนจะออกทะเลคดเคี้ยวมากมายมหาศาล การไหลออกของน้ํายากลําบากเมื่อเอาน้ําเข้าไป ทางแม่น้ําท่าจีนแล้วน้ําก็จะตรงไปยังบริเวณสองพี่น้อง น้ําก็จะตรงอยู่ที่บางปลาม้า น้ําก็จะตรงที่บางเลนออกไม่ได้นี่คือส่วนหนึ่ง เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้เราก็ลดน้ํา ที่จะส่งเข้าไปในแม่น้ําท่าจีนลดออกมา ในเมื่อปริมาณน้ํามาเป็นจํานวนมากเห็นว่า ภาคตะวันออกก็คือจังหวัดลพบุรีมีปัญหามากมาย เมื่อเราชะลอน้ําที่ส่งไปแม่น้ําท่าจีน ได้ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้ส่งน้ําเข้าไปท่าจีนเพิ่มเติมตามที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ข้อมูลทั้งหมดนะครับ ผมไม่พูดตัวเลข เพราะผมจําตัวเลขได้ไม่แม่น แต่ท่านสามารถไปค้นได้จากเว็บไซต์ ของกรมชลประทานว่าแต่ละวันที่ท่านตามกล่าวอ้างเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า เรียกค้นได้ มันเป็นเรคคอร์ด (Record) อยู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับ และเมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่า ผมให้สัมภาษณ์เช่นนั้น ผมไม่เถียงครับ ผมพูดจริง บอกให้กรมโยธาธิการประสาน กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตดูสิ ชะลอน้ําลงมาหน่อยได้ไหมจากเขื่อนภูมิพล เพราะน้ําข้างล่างนี่ มันท่วมอยู่ ตอนนั้นเราเข้ามาเริ่มต้นท่านจําได้ไหมครับว่าทําอย่างไรเราจะแบ่งเบาลง แม่น้ําเจ้าพระยา เราคิดว่าทุ่งไหนที่เป็นแก้มลิงที่พี่น้องเกษตรกรเขาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว เราก็เอาน้ําเข้าไปเก็บไว้ในทุ่ง ถามว่ารัฐบาลที่แล้วผมเป็นรัฐมนตรีผมทําอย่างนี้ไหม ผมก็ทําอย่างนี้ละครับผมก็ทําอย่างนี้แหละ คือทุ่งไหนที่เราเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วเราก็เอาน้ํา เข้าไปในทุ่ง ที่บอกว่าให้ชะลอเพราะพี่น้องเขากําลังจะเกี่ยวข้าว ทั้งทุ่งท่าวุ้ง ทั้งทุ่งอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เขากําลังจะเกี่ยวข้าว เพราะฉะนั้นผมจึงบริหารจัดการในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น ในชั้นนี้ผมขออนุญาตชี้แจงในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ก่อน ขอขอบคุณครับ เดี๋ยวตอนบ่าย ผมจะชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง ขอบคุณมากครับ