ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรเงินงบประมาณในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังเผชิญปัญหาหลายประการ เช่น น้ำท่วม ความเดือดร้อนของประชาชน และปัญหาความยากจน นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินงบประมาณเพื่อผลักดันประชานิยม และเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อสภาแห่งนี้ ก็ยอมรับว่ามีบางนโยบายที่เป็นนโยบายที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท เงินรายได้ขั้นต่ําปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ต่ํากว่าปริญญาตรี ๙,๐๐๐ บาท สิ่งนี้พวกเรา ยอมรับได้ เพราะถือว่ามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่มีข้อสงสัยที่เป็นประเด็นขึ้นมาว่า การจัดทํางบประมาณแผ่นดินในสถานการณ์ที่บ้านเมืองจมน้ําไปทั่ว ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า พืชสวนไร่นาที่เสียหายรอการชดเชย ถนน บ้าน วัด โรงเรียน รอการบูรณะซ่อมแซม เอสเอ็มอี อุตสาหกรรมรอการฟื้นฟู คนว่างงาน คนไม่มีจะกิน โจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ปัญหาน้ําเน่าเสียและโรคระบาดที่จะตามมาอีก ในไม่ช้า ทําไมท่านถึงต้องนําเงินงบประมาณที่มีความจําเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนถึง ๗๑,๙๓๖ ล้านบาท ไปผลักดัน ประชานิยม ผมเรียนถามท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านคิดเอง หรือเปล่าครับ หรือท่านตกอยู่ในภาวะจํายอม ต้องทําในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้คิด แต่คนคิดไม่ได้ทําหรือเปล่าครับ เพราะนี่คือยาพิษขนานใหญ่ มันคือน้ํากรดแช่เย็น ยี่ห้อประชานิยม ประชานิยมนี้ผมเห็นว่าถ้าทําไปแล้วเป็นการใช้เงินงบประมาณ ที่ไม่เหมาะสมอยู่ในภาวการณ์ขณะนี้ เป็นการใช้ภาษีอากรของพี่น้องไม่คุ้มค่า และผลสุดท้ายพี่น้องคนยากคนจน คนรากหญ้า ได้ประโยชน์น้อยที่สุดครับ
กรณีแรก เรื่องรถคันแรก ที่ต้องใช้เงินมากถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ซื้อก็ต้อง หาเงินมาดาวน์ หาคนค้ําประกัน ประโยชน์ที่คุ้มค่าอยู่ตรงไหนครับ บ้านหลังแรกก็เช่นกัน โดยเฉพาะบ้านที่หลังละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้เงินถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครได้ผลประโยชน์ตรงนี้กันแน่ ท่านครับ คนที่สามารถซื้อบ้าน สมมุติว่าจะซื้อหลังละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผ่อนชําระ ๒๐ ปี ต้องผ่อนชําระอย่างน้อย เดือนละ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมถามว่าคนยากคนจน คนรากหญ้า มีปัญญาไหมครับ สามารถผ่อนชําระได้ไหมครับ ผมว่าประโยคที่แท้จริงจะเกิดแก่นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสียมากกว่า๒ โครงการประชานิยมนี้รวมเงินงบประมาณ ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้าน ยังได้ให้ข้อแนะนําไว้ว่าถ้าไปจ้างแรงงาน ๓๐๐ บาท ประมาณ ๓ เดือน พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนจะได้รับประโยชน์ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน เอาละถ้าท่านไม่ทําแบบนี้ ยืนยันว่าอย่างไรประชานิยมต้องดี เปลี่ยนเป็นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี น้ําประปาฟรี ไฟฟ้าฟรี สิ่งนี้ต่างหากที่พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์มากกว่า คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตก็เหมือนกันครับ เมื่อวานหลาน ๆ นักเรียนได้ฟังแล้วฝากผมมาว่า บอกลุง ส.ส. แมน ฝากบอกท่านป้านายกรัฐมนตรีปูให้หน่อยว่า แท็บเล็ตหลาน ๆ รอได้ ไม่จําเป็นครับขณะนี้ สิ่งที่หลาน ๆ อยากได้ อยากได้โรงเรียน อยากได้ห้องเรียนให้กลับมา ในสภาพเดิม อยากได้อาคารเรียนที่ไม่มีสภาพแออัด และที่สําคัญอยากได้ครูที่ดี ครูที่สอนเก่ง กลับมาครับ ท่านทราบไหมครับมีโรงเรียนหลายโรงเรียนขณะนี้คุณครูต้องไปทําหน้าที่เป็น ภารโรงด้วยครับ เพราะไม่มีเงินงบประมาณจ้าง แล้วผมถามว่าคุณภาพการศึกษาจะอยู่ ตรงไหนละครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มีโอกาสไปพบปะเยี่ยมเยียน ดูแลพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมอยู่ทุกวี่ทุกวัน บางครั้งผมก็เห็นท่านน้ําตาซึมเพราะสงสาร พี่น้องประชาชน แล้วที่ท่านเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนท่านวิเคราะห์ไม่ออกหรือครับว่า การที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อนขนาดนี้พี่น้องประชาชนต้องการปัจจัยในการดํารงชีวิตอย่างไหน ก่อนหรือหลัง ระหว่างอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค กับความฟุ้งเฟ้อ เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ อันไหน จําเป็นมากกว่ากันครับ อย่างไหนที่ช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่ากันในภาวะที่น้ําท่วม เต็มบ้านเต็มเมืองขณะนี้ ผมเห็นว่ายังไม่จําเป็นหรอกครับ ประชานิยมไม่ใช่เรื่องสําคัญขณะนี้ ที่ท่านจะยัดเยียดความเป็นหนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อน ผมเห็นว่าถ้าท่านจะนํา ประชานิยมมานําพาประเทศชาติและประชาชนให้พ้นวิกฤติยากครับ หรือว่ามีเหตุผลอื่น แอบแฝงครับ หรือว่ามีเหตุผลอื่นจะทําให้บรรลุเป้าหมายบางประการที่พี่น้องประชาชน ไม่ประสงค์ และโดยเฉพาะงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะฟื้นฟูเยียวยาทุกภาคส่วน ประชาชน เขารู้ครับ ไม่พอหรอกครับ เอาเข้าจริง ๆ เผลอ ๆ จะต้องใช้งบถึงล้านล้านบาท แต่ที่เขากลัว เขาเห็นว่างบประมาณนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ ไม่มีรายละเอียด ไม่มีโครงการที่ชัดเจน มันมีช่องว่างที่ไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ และยิ่งเห็นพฤติกรรมการบริหารจัดการ ของบริจาคที่ ศปภ. ที่ดอนเมืองแล้ว พี่น้องประชาชนบอกว่ากลัวจริง ๆ ครับ กลัวพวกฉวยโอกาส กลัวพวกฉวยโอกาสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปเป็นประโยชน์ของตัวเอง ต้องฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่ายอมนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเข้มแข็ง ขอให้ท่านใช้คุณสมบัติของท่านที่อ่อนนอกแข็งในอย่ายอมพวกเหลือบเหล่านี้ครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอฝากคําถามสั้น ๆ ฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลว่า ท่านคิดอย่างไรกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ขอบพระคุณมากครับ