สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ปาริชาติ ชาลีเครือ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และสนับสนุนรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการจัดการน้ำที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำและระบบแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภาคเกษตรในฤดูแล้ง และช่วยระบายน้ำออกในฤดูน้ำหลาก เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม เธอยังเห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณปี 2555 ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ และขอให้รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันคงมีเวลาที่จํากัดในการที่จะอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพียง ๗ นาทีเท่านั้น แต่ก็ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งนะคะ งบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ในยอด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะถามว่างบจํานวนนี้นั้น มากไหม ดิฉันคิดว่าดูแล้วในสภาวะแบบนี้นั้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลคงคิดว่าไม่มาก ดิฉันก็คิดว่า ไม่มาก เนื่องจากว่าสภาวะตอนนี้ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งวิกฤติน้ําท่วม ดิฉันรู้สึกเห็นใจและ เข้าใจรัฐบาลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารประเทศโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นทํางานอย่างหามรุ่งหามค่ํา ทํางานเพียง ๒ เดือนก็ต้องเจอวิกฤติ น้ําท่วมอย่างหนัก ๕๐ กว่าจังหวัดทั้งประเทศไม่เคยมีอย่างนี้เลยค่ะ เหมือนสงครามชีวิตเลยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณที่จะนํามาใช้ในระยะเร่งด่วน เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูให้กลไกเศรษฐกิจและสังคมสามารถเดินไปข้างหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างความสันติสุขคนในชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาอุทกภัย การยกระดับคุณภาพชีวิต และการเพิ่ม กําลังซื้อของประชาชน เป็นต้น ในวันนี้ดิฉันได้นั่งฟังสมาชิกหลายท่านพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเกิดปัญหาน้ําท่วมใหญ่ และการสะท้อนถึงการช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่ทั่วถึงบ้าง ทั่วถึงบ้าง ซึ่งฟังแล้วก็เข้าอกเข้าใจนะคะ แต่ดิฉันคิดว่า ๑๐ เทวดาก็ไม่สามารถทําได้ ในสภาวะแบบนี้นะคะ ดิฉันเห็นผู้หญิงเก่งและแกร่งไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์ของเมืองไทย นะคะ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงที่สามารถยืนอยู่อย่างทรนงท่ามกลางปัญหาที่ถมทุกด้าน แต่ท่านทําได้และกล้าตัดสินใจยิ่งกว่าบุรุษอกสามศอกอีก อย่างนี้ไม่เคยมีนะท่าน ดิฉันขอ สนับสนุนแล้วก็เป็นกําลังใจแก่ท่าน

ในการเกิดอุทกภัยครั้งนี้หลายท่านต้องพลัดจากบ้านตัวเองเหมือนนกไร้รัง ดิฉันเองถึงแม้จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิก็ตาม บ้านดิฉันเองน้ําท่วม ๑๕ อําเภอ เมื่อต้นเดือนกันยายน พี่น้องประชาชนถูกท่วมเป็นหลายพันหลัง ที่นา หลายแสนไร่ และบ้านดิฉันที่อยู่กรุงเทพฯ ดิฉันก็ท่วมปริ่มคอเลยนะคะ ก็อยู่ตรงนั้นไม่ได้ต้อง ไปหาที่อยู่บ้านเพื่อนถึงมาประชุมได้ ดิฉันเห็นใจทุก ๆ ท่านให้อดทนสักนิดหนึ่ง อีกไม่นานหรอกค่ะเหตุร้ายก็จะผ่านไป ดิฉันอยากจะให้ทุกคนอย่าได้โจมตีกันเลยว่าน้ําท่วม เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฝีมือ เป็นน้ําการเมืองบ้าง ไม่อยากจะให้ว่าอย่างนี้นะคะ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ความผิดของใครเลยค่ะ รัฐบาลก็ได้เร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทํางานอย่างไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อยเลย การช่วยเหลือปัญหาน้ําท่วมนั้นย่อมหนีไม่พ้น ที่จะเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน และดิฉันคิดว่าการโทษไปโทษมานั้นไม่เกิดประโยชน์ อันใด ที่ปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมาชิก วุฒิสภา เราต้องหันหน้าเข้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกัน เยียวยาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดย เร่งด่วน เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นงบปกติ งบกลาง หรืองบฉุกเฉินและจําเป็น เพื่อมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาวิกฤติ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และตอนนี้ควรจะเร่งฟื้นฟูปัญหาประเทศชาติให้เร็วที่สุดนะคะ ไม่ต้อง โจมตีกันอีกแล้ว รีบดําเนินงานต่อไปเถอะนะคะ รัฐบาลมาถูกทางแล้ว

ท่านประธานคะ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ อีกเรื่องหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ ๕ ดิฉัน เห็นเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรื่องการแก้ไข ปัญหาเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้เอาไว้เพียง ๑๐๐.๗ ล้านบาท ซึ่งเพื่อเป็นการจัดทําแผนและแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมของทุก ภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก และส่งเสริม พัฒนาศักยภาพและการจัดการก๊าซเรือนกระจก วันนี้จะเห็นว่าน้ําท่วมก็เกิดผลมาจากตรงนี้ ดิฉันเห็นว่างบส่วนนี้ถือว่าน้อยเกินไปค่ะ ถ้าหากว่าในชั้นกรรมาธิการถ้าจะสามารถแปรญัตติ ตรงนี้ได้ อยากจะให้เพิ่มงบตรงนี้ด้วย เพราะว่าจะเป็นการวิจัยและเป็นการป้องกันที่จะเกิด ภัยธรรมชาติและภัยพิบัติในอนาคตอีกด้วยค่ะ

ท่านประธานคะ นอกจากนี้ดิฉันยังเห็นด้วยว่าการจัดการทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นควรจะให้ความสําคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ําให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ําและทําระบบแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ําไว้ใช้ในภาคเกษตรในฤดูแล้ง และช่วยระบายน้ําออกในฤดูน้ําหลาก เมื่อเกิดภาวะน้ําท่วม อย่างกรณีตัวอย่างที่ จังหวัดชัยภูมิของดิฉันนะคะ น้ําท่วมทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเนินสง่า อําเภอเมือง ทุก ๆ ปีถ้าหากว่าการจัดสรรงบประมาณดูแล เรื่องน้ําได้ดี เขื่อนที่ท่านสมาชิกที่อยู่ชัยภูมิซึ่งพูดไป ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนยางนาดี เขื่อนชีบน และเขื่อนหลวงพ่อจื่อ ซึ่งพวกเรารอมาเป็นร่วม ๒๐ ปีแล้วค่ะ รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า ว่าจะสร้าง ๆ ก็ไม่ได้สร้างสักทีนะคะ ดิฉันหวังใจว่าปัญหานี้จะแก้ได้ถ้าหากว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เห็นความสําคัญตรงนี้อยู่แล้วนะคะ อยากของบประมาณตรงนี้ ผลักดันสักครั้งเถอะค่ะ เพราะสมัยท่านนายกทักษิณ เขื่อนโป่งขุนเพชรมีมติที่จะสร้างแล้วแต่ งบประมาณตรงนี้ก็หลุดไปอีก แต่คราวนี้ก็ขอหวังว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ คงจะได้สร้าง เขื่อนโป่งขุนเพชรและเขื่อนที่กล่าวข้างต้นนะคะ ในอนาคตข้างหน้าเขื่อนเหล่านี้จะเป็น ประโยชน์ให้หลายจังหวัด ดิฉันอยากจะเสนอแนะให้มีการจัดตั้งกระทรวงน้ําขึ้นมาดูแล เพื่อจัดการน้ําทั้งระบบนะคะ ไม่ใช่หลายกระทรวงทํางานซ้ําซ้อนกันอย่างนี้ทําให้ไม่มี ประสิทธิภาพเต็มที่

อีกเรื่องหนึ่งนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ ๘๙,๓๔๐ ล้านบาท เรื่องโลจิสติกส์ เรื่องการ ขยายเรื่องถนนหนทางทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ถ้ามีเวลาก็จะขยายความได้ แต่สุดท้ายก็คิดว่า การจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาลชุดนี้เป็นไปด้วยความเหมาะสมตาม สภาวการณ์และวิกฤติของประเทศที่เกิดขึ้น ดิฉันขอให้การสนับสนุนเต็มที่และขอเป็น กําลังใจให้กับรัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเต็มที่ แล้วก็คิดว่าบ้านเมืองเราจะต้องดี ขึ้นอย่างแน่นอน ต้องผ่านวิกฤติได้ค่ะ ขอขอบคุณมากค่ะ