วิภูพัฒนภูมิไท แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น 130,000 ล้านบาท โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณนี้ในการช่วยเหลือประชาชนในภัยพิบัติจากน้ำท่วม และหารือเรื่องการพัฒนาการศึกษา การดูแลชีวิตและความผาสุกของประชาชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายด้าน และการดูแลประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ วันนี้เมื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่ชัดเจนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ อยู่ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อนําไป เปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล ชุดที่แล้วตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ อยู่ที่วงเงิน ๒.๒๕ ล้านล้านบาทครับ เมื่อมาเปรียบเทียบกันแล้ววงเงินงบประมาณจะต่างกันอยู่ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็คือวงเงินงบประมาณในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สูงกว่า วงเงินงบประมาณในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตามมติ ครม. ดังที่กราบเรียนครับ ฉะนั้นแล้วถามว่ามากไปไหม จําเป็นไหม ก็ไม่มากครับ เมื่อคํานึงถึงสภาวะความเป็นจริงของ ประเทศในขณะนี้ แล้วก็ถามว่าจําเป็นไหมในขณะที่ประเทศประสบชะตากรรมจากภัยพิบัติ น้ําท่วมซึ่งสาหัสสากรรจ์มากในครั้งนี้ สําหรับเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาเยียวยาฟื้นฟู พี่น้องประชาชนที่ประสบความทุกข์จากภัยน้ําท่วมถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ําไปครับ ท่านประธานครับ สําหรับงบ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทในการมาเยียวยาฟื้นฟูอุทกภัย รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน รัฐบาลที่เป็นของประชาชน รัฐบาลเพื่อประชาชน อย่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ นั่นคือมีวัตถุประสงค์ประการเดียว ประการแรกไม่มีประการอื่น คือจะต้องดูแลชีวิต ดูแล ความสุขของประชาชน นั่นคือความชอบธรรมที่สุดสําหรับรัฐบาลที่มาจากประชาชน ฉะนั้น เงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับเยียวยาและฟื้นฟูพี่น้องที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ ผมถือว่า น้อยเสียด้วยซ้ําไปครับเมื่อดูตาม พ.ร.บ. งบประมาณที่ปรากฏในรายละเอียด ท่านประธานที่เคารพรักครับ จะอย่างไรก็ตามรัฐบาลจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะดูแล ที่จะบําบัดทุกข์จะบํารุงสุข ตั้งใจที่จะดูแลให้มากกว่านี้ นั่นก็มิใช่ว่าจะทําอะไรได้ ตามแรงปรารถนาของรัฐบาล สืบเนื่องจากว่าจะต้องสอดคล้อง จะต้องเหมาะสมกับสภาพ ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย ฉะนั้นงบที่เพิ่มขึ้นวันนี้ถือว่า สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ นั่นคืออยู่ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เมื่อมาพิจารณาในรายละเอียดของงบประมาณ จะอย่างไรก็ตาม มีอยู่บ้างในบางรายการหรือในบางประเด็นอาจจะไม่โดนใจเสียทั้งหมด แต่โดยส่วนรวมแล้ว ผมได้มองด้วยองค์รวมและได้มองทุกมิติแยกแยะ ผมเห็นว่าโดยองค์รวมเหมาะสมและ สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้แล้ว แต่จะอย่างไรก็ตามบางรายการที่อาจจะ ไม่โดนใจอยู่บ้างเราต้องเข้าใจในสัจธรรม สรรพสิ่งไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เพราะชีวิตไม่เคยเสนอความพร้อมสรรพให้กับผู้ใดเลย แต่ที่น่าชื่นชมและน่ายินดีถ้ามาดูในรายละเอียด นั่นก็คืองบกลางที่เพิ่มขึ้นก็จริง เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มาแต่มาดูวันนี้ที่ประเทศประสบชะตากรรมจาก ภัยพิบัติก็ถือว่าเหมาะสมที่จะต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณขึ้นมาดูแลประชาชน ไปดูในรายละเอียดของงบประมาณกระทรวงกลาโหม ท่านประธานที่เคารพรักครับ ที่กระผมกราบเรียนอย่างนี้มิใช่ว่าจะไม่เห็นใจไม่สนับสนุนงบของกระทรวงกลาโหม เพราะกระทรวงกลาโหมก็มีความจําเป็นที่จะต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ แต่การจัดลําดับความสําคัญของรัฐบาลชุดนี้ปรับลดงบประมาณลงมาจากงบประมาณ ของปีที่แล้วนะครับ เราจะเห็นตัวเลขได้ชัดเจน อันนี้ก็แสดงว่าเป็นการจัดลําดับความสําคัญ งบส่วนของกระทรวงกลาโหมจึงลดลงไปประมาณ ๑,๐๕๕.๖ ล้านบาท ก็ถือว่าเหมาะสมกับ สถานการณ์ครับ ต้องเอาไปดูแลในส่วนที่ความจําเป็นเร่งด่วนก่อน
แต่พอมาดูในกระทรวงศึกษาธิการครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ให้ความสําคัญ เพราะการพัฒนาการศึกษาถือว่าเป็นหัวใจสําคัญของการพัฒนาประเทศ ในทุก ๆ ด้าน ปรากฏว่าเมื่อดูตัวเลขแล้วงบของกระทรวงศึกษาธิการสูงถึง ๔๑๘,๖๑๖.๓ ล้านบาท มากกว่าปี ๒๕๕๔ และงบของรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามมติ ครม. วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งจัดไว้ ๑๑๐,๖๐๐ ล้านบาทครับ จะอย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดนี้ แสดงว่าได้ให้ความสําคัญกับการศึกษาของประเทศเพื่อที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมมาดูในรายละเอียดเป็นที่น่าชื่นชมยินดี ในหลายประการ เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีวัตถุประสงค์ประการแรกและ ประการเดียวจริง ๆ คือการดูแลชีวิตและความผาสุกของประชาชน ฉะนั้นเราจะเห็น ได้ชัดเจนว่านโยบายเร่งด่วนปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ตามมติ ครม. ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ในเรื่องต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมครับ เช่น การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ผมจะไม่ ลงไปในตัวเลขแต่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญครับ การแก้ไขป้องกันปัญหายาเสพติดซึ่งขณะนี้ ร้อนระอุไปทุกหย่อมหญ้าจากภัยยาเสพติด รัฐบาลก็ได้จัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนครับ ป้องกันปราบปรามการทุจริต ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ํา เรื่องของชายแดนจังหวัดภาคใต้ ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ นานาประเทศ ดูแลประชาชน ปัญหาเงินเฟ้อและน้ํามัน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่น่าชื่นชมยินดีครับท่านประธานที่เคารพรักครับ นั่นคือได้จัดลําดับความสําคัญอย่างยิ่งยวด กับการพักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่รัฐบาลได้ลงไปดูแลถึงทุกครัวเรือน เพิ่มรายได้ ให้กับแรงงาน ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท และยังมีเบี้ยผู้สูงอายุที่เรียกว่า เบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้อธิบายว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับประชาชน สอดคล้องกับพุทธสุภาษิตที่บอกว่า ประชาสุขัง มะหุตตมัง โดยยึดถือเอาความผาสุกของ ราษฎรเป็นตัวตั้งครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นก็คือยกระดับราคาสินค้าเกษตร ระบบรับจํานําข้าว ๑๕,๐๐๐–๒๐,๐๐๐ บาท บัตรสินเชื่อเกษตรกร แล้วก็เพิ่มรายได้ การท่องเที่ยว สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือสินค้าโอทอป รวมแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วน แล้วแต่เป็นคุณูปการและเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้น ถือว่าสอดคล้องกับการเป็น รัฐบาลที่มาจากประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชนอย่างแท้จริงครับ
และในประเด็นที่สําคัญมากครับท่านประธานที่เคารพรักครับ เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์และได้มีการแถลงข่าว แถลงการณ์เพื่อได้เรียนให้กับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ทราบว่ารัฐบาลได้จัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนในการเยียวยา ฟื้นฟูประเทศนี้จากภัยพิบัติน้ําท่วมครับ เรื่องที่น่าชื่นชมยินดีก็คือการที่รัฐบาลได้จัดสรรงบ กลางไว้สูงเพื่อที่จะเยียวยาประเทศโดยได้ใช้มาตรการ ๓ มาตรการที่เรียกว่า มาตรการ ๓ อาร์
อาร์ที่ ๑ นั่นก็คือ การแก้ปัญหาเร่งด่วนหรือการกู้ภัยที่เรียกว่า เรสคิว (Rescue) ซึ่งรัฐบาลได้ทําไปแล้วครับ มีศูนย์รับบริจาคสิ่งของและส่งมอบให้กับประชาชน โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเป็นตัวตั้ง การดูแลรักษาพยาบาล การดูแลความเป็นอยู่ ให้สถานที่พักพิง นี่คือในระยะเร่งด่วนครับ รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องปฐมพยาบาลก่อนครับ เพราะจะอย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้จากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและอีก ๘ องค์กรที่รับผิดชอบ เรื่องน้ําได้ยืนยันตรงกันครับว่าเที่ยวนี้สาหัสสากรรจ์จริง ๆ สําหรับปริมาณน้ํา ซึ่งมีปริมาณ ใต้เขื่อนสูงถึงตั้งแต่ต้นปีประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นข้อมูลจากผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยครับ
ท่านประธานที่เคารพรักครับ นอกจากนั้นรัฐบาลได้มีการวางแผนเป็น มาตรการที่ ๒ อาร์แรกก็คือ เรสคิว ก็คือการที่กู้ภัยก่อน กู้ภัยเสร็จก็คือเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ําลด ที่เรียกว่าเป็นการซ่อมประเทศให้ทุกอย่างกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด นั่นก็คือรัฐบาลต้องเพิ่ม วงเงินงบประมาณเพื่อที่จะฟื้นฟูประเทศหลังจากน้ําลด นี่คือความจําเป็นรีบด่วน โดยการให้ เงินช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดูแลได้บําบัดทุกข์ประชาชนไประดับหนึ่งแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ นี่คือเหตุ นี่คือผลที่รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณสูงกว่า ปีที่ผ่านมา ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และจัดอยู่ในงบกลางเพื่อลงไปเยียวยาตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ แล้วก็มีการให้เงินกู้และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกหลายประการ นั่นก็คือ ในส่วนของการให้เยียวยาฟื้นฟูหลังน้ําลด
ประการที่ ๓ ครับท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความมั่งคั่งให้กลับคืนมาที่เรียกว่า รีบิลด์ (Rebuild) สร้างประเทศให้เป็น นิวไทยแลนด์ รัฐบาลมีทั้งแผนระยะเร่งด่วน แผนระยะสั้นบวกปานกลางและแผนระยะยาว และขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเยียวยาประเทศ ๒ ชุดแล้วครับ แสดงว่า อีกไม่นานนักความเชื่อมั่น ความศรัทธา ความเชื่อถือก็จะกลับคืนมา ประเทศไทยก็จะ กลับมาสู่ความมั่งคั่งและเข้าสู่ภาวะปกติ ฉะนั้นวงเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดทั้งสิ้น ถือว่าสมเหตุสมผลครับท่านประธานที่เคารพครับ สวัสดีครับ