มนตรี จี้รัฐบาล แก้ปัญหาถนนเพชรเกษมสายประจวบฯ ชี้ขาดโครงข่ายสำรองเสี่ยงวิกฤต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

มนตรี ปาน้อยนนท์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 โดยชี้ให้เห็นความไม่สอดคล้องของงบประมาณกระทรวงคมนาคมกับวิสัยทัศน์ที่วางไว้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขาดโครงข่ายถนนสายสำรองในภาคใต้ โดยเฉพาะเส้นทางเพชรเกษมที่เป็นเส้นเดียวเชื่อมต่อกันตลอดทั้งภาคใต้ซึ่งเสี่ยงต่อการหยุดชะงักหากเกิดวิกฤต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว มนตรี ปาน้อยนนท์ หารือปัญหาถนนเพชรเกษมสายประจวบคีรีขันธ์ที่ชำรุดทรุดโทรมระยะทาง ๗๐ กิโลเมตร และวิพากษ์วิจารณ์การใช้ระบบรีไซคลิ่งซ่อมแซมที่ไม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมจนทำให้เสียหายซ้ำซาก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตัดงบส่วนอื่นมาสนับสนุนการก่อสร้างถนนเพชรเกษมให้มีมาตรฐาน

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกอบการพิจารณาในวันนี้ กระผมในฐานะสมาชิกแห่งสภานี้ได้ดูแล้วก็ศึกษา ในรายละเอียดในพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมด แล้วกระผมก็เห็นว่างบประมาณรายจ่าย โดยเฉพาะในส่วนของยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ลึกลงไปถึงแผนงานโครงสร้างพื้นฐานที่มี งบประมาณถึง ๘๙,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระทรวง คมนาคมนั้นไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ที่เขียนไว้อย่างสวยหรูว่า จะมุ่งสู่การขนส่งที่ยั่งยืน และไม่ตอบสนองพันธกิจที่ว่าจะบูรณาการการขนส่งและการจราจรให้มีบริการที่เพียงพอ มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทั่วถึง คุ้มค่าและเป็นธรรม ไม่เพียงแค่นั้นครับ กรมทางหลวง ที่สังกัดอยู่ในกระทรวงคมนาคมได้นําเสนอวิสัยทัศน์และพันธกิจย้ําลงไปอีกว่าจะรักษาระดับ มาตรฐานความสามารถในการให้บริการของโครงข่ายทางหลวงและสร้างความพึงพอใจให้กับ ผู้ใช้ทางหลวง ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงคมนาคมนั้นถือได้ว่าเป็นกระทรวงหลัก เป็นกระทรวงเกรดเอของประเทศนะครับ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการก่อสร้างปรับปรุง เส้นทางคมนาคมของชาติโดยมีกรมทางหลวงนั้นนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งในปีงบประมาณรายจ่ายในปีนี้รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณให้กับกรมทางหลวงไว้ ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันนี้ถนนสายหลัก ของประเทศที่มุ่งไปสู่ภาคต่าง ๆ มีเพียง ๔ เส้นทางหลักนะครับ ถ้าจะไปภาคเหนือ ก็ใช้เส้นทางพหลโยธิน จะไปภาคอีสานก็ใช้ถนนมิตรภาพ จะไปภาคตะวันออกก็ใช้ถนน สายสุขุมวิท ถ้าจะไปภาคใต้ก็ใช้ถนนเพชรเกษมครับ ถนนทั้ง ๔ สายนี้มี ๓ สายเท่านั้นนะครับ ก็คือสายพหลโยธิน สายมิตรภาพ แล้วก็สายสุขุมวิทนั้นหากเกิดวิกฤติของชาติไม่ว่าจะเป็น ด้านใดก็แล้วแต่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางก็จะสามารถใช้เส้นทางสํารองซึ่งเปรียบเสมือน ใยแมงมุมเดินทางไปสู่ ๓ ภาคนั้นได้นะครับ แต่มีเพียงเส้นทางเส้นเดียวครับ ก็คือ สายเพชรเกษมที่ไม่มีสายสํารองสําหรับการเดินทางไปสู่ภาคใต้ หากประเทศชาติเกิดวิกฤติ มีการปิดถนนประท้วงหรืออะไรก็แล้วแต่ก็ไม่สามารถเดินทางลงต่อไปได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงจังหวัดชุมพรนั้น มีเส้นเดียวจริง ๆ ครับ ไม่มีโครงข่ายใยแมงมุมที่จะเดินทางต่อไปได้เลยนะครับ กระผมนั้น จะขออภิปรายในส่วนของถนนเพชรเกษมกับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลว่า ถนนเพชรเกษมนั้นมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่วงเวียนใหญ่นะครับ ผ่านภาคกลางก็คือจังหวัดนครปฐม ผ่านราชบุรี ผ่านเพชรบุรี ผ่านประจวบคีรีขันธ์ไปชุมพร สุดท้ายที่อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีระยะทางยาวประมาณ ๑,๓๐๐ กิโลเมตร ถนนนี้เป็นถนนสายที่ยาวที่สุด ในประเทศครับ แล้วก็เป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สําคัญที่ใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ํามัน อาหารทะเลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อไปยังภาคอื่น ๆ และขนส่งสินค้าสําคัญ ๆ จากแหล่งผลิตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลลงสู่ภาคใต้ หรืออาจจะเลยไปจนถึงมาเลเซียหรือสิงคโปร์นะครับ นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้ง ๒ ฟากฝั่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้ใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทางไปท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งนํารายได้มาให้กับประเทศชาติ เป็นจํานวนมาก ๆ นะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันถนนเพชรเกษมสายนี้ได้ชํารุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของผมนะครับ เริ่มออกจาก ถนนบายพาสที่อําเภอปราณบุรี ผ่านอําเภอปราณบุรี ผ่านอําเภอสามร้อยยอด ผ่านอําเภอกุยบุรี ไปจนถึงอําเภอเมือง ตอนนี้ชํารุดทรุดโทรมมีระยะทางยาวประมาณ ๗๐ กิโลเมตร จากปราณบุรีไปจนถึงอําเภอเมือง ๗๐ กิโลเมตร ไปกลับก็ ๑๔๐ กิโลเมตรนะครับ ตอนนี้ ไม่เหลือสภาพของการเป็นถนนสายหลักของประเทศเหลืออยู่เลย ตอนนี้ใครที่ไปถึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั่งรถทัวร์ไปจากกรุงเทพฯ เดินทางถึงประจวบคีรีขันธ์รู้เลยครับว่า ขณะนี้ได้เดินทางมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระ รู้สึกตัวได้เลยครับมาถึงประจวบคีรีขันธ์แล้วครับ ตรงนี้ครับ กรมทางหลวงก็ได้นํา งบประมาณเข้าไปซ่อมแซมจากสมัยที่แล้วเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ก็ได้นํางบประมาณไปจํานวน ๙๐๐ ล้านบาท แบ่งไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๔๐๐ ล้านบาท แบ่งไปจังหวัดชุมพร ๕๐๐ ล้านบาท ๒ ปีมานี้ครับ ตอนนี้เริ่มเสียหาย เพราะว่ากรมทางหลวงนั้นได้ใช้ระบบรีไซคลิ่ง (Recycling) ครับ รีไซคลิ่งคือการขุดลอกถนน ลงไป ๒๐ เซนติเมตร เสร็จแล้วก็ขุดลอกเสร็จก็บดอัดนิดหน่อยแล้วก็ลาดแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) ทับลงไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันใช้ไม่ได้ครับเพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างล่าง มันไม่ได้รับการปรับปรุง ไม่ได้รับการเสริม ตรงไหนที่มันยุบมันมีน้ําเดินหรือมันมีอะไร ก็แล้วแต่มันยุบตัวนี่ ไม่ได้ทําการรื้อโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นซ่อมลงไปใช้ งบประมาณเข้าไปมากมายเท่าไรครับก็ไม่เกิน ๒ ปีครับเรียบร้อย เสียหายเหมือนเดิม ตําแหน่งเดิม ๆ นะครับ ระบบรีไซคลิ่งนี้ครับต้องใช้กับถนนสายรองเท่านั้นนะครับ

ท่านประธานครับ ผมมาดูในรายละเอียดของงบประมาณในส่วนของ กรมทางหลวง ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สําหรับถนนสายนี้ในปีงบประมาณนี้นะครับ วันนี้ ผมเห็นงบประมาณอยู่เพียงแค่ ๕๖ ล้านบาทเศษ กับสายทางที่ผมกล่าวถึงนี่นะครับ ๗๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๑๔๐ กิโลเมตร ผมถือว่าไม่เพียงพอแล้วก็ไม่เป็นธรรมตามสภาพ ที่เป็นอยู่นะครับ ฉะนั้นผมจึงขอรัฐบาลได้ตัดงบส่วนใดก็ได้ที่เห็นว่าไม่จําเป็นมาเริ่มต้น ก่อสร้างถนนเพชรเกษมให้มีมาตรฐาน ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจตามที่กระทรวงได้ นําเสนอด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ