พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ. 2566 และแสดงความมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถฝ่าวิกฤติได้ พร้อมเสนอแนะการเพิ่มรายได้ของภาครัฐและประชาชน โดยเฉพาะการเพิ่มราคาสินค้าเกษตรและเปิดรับจํานําข้าวจากประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเฉพาะการขุดสระในไร่นาและขุดลอกแม่น้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความยากลำบากของจังหวัดหนองบัวลำภู และขอความมุ่งมั่นของทุกคนในการช่วยเหลือรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบทบาทหน้าที่หนึ่งของพวกเราที่นั่งอยู่ในห้องนี้นั่นก็คือ การตรวจสอบกํากับดูแลรัฐบาล และสําคัญที่สุดนั่นก็คือการออกร่างกฎหมาย วันนี้กฎหมาย พระราชบัญญัติงบประมาณซึ่งถือเป็นหนึ่งในกฎหมายที่สําคัญของประเทศได้เข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง จากทุกจังหวัดทั่วประเทศได้มีโอกาสได้พิจารณา พระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะจัดเก็บรายได้ได้ทั้งสิ้น ๒,๐๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีส่วนหนึ่ง นําไปใช้เงินคงคลังที่ภาครัฐได้จ่ายไปก่อน ๕๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองอภิปรายตั้งแต่เช้า และโดยเฉพาะซีกฝ่าย ค้านซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้สูงถึง ๒,๐๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลจะสามารถไปถึงเป้านั้นได้หรือไม่ จากภาวะอุทกภัยก็ดี หรือจากผลกระทบจาก เศรษฐกิจโลก ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เป็นห่วงรัฐบาลเหมือนกัน แต่ได้ดูจากการชี้แจงของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเมื่อเช้า โดยเฉพาะท่านได้แจ้งว่าฐานะโดยรวมของประเทศไทย แม้ว่าขณะนี้จะเกิดอุทกภัยขึ้นก็ตามแต่ แต่ทุนสํารองระหว่างประเทศของเราก็อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดก็อยู่ในภาวะที่เกินดุล และที่สําคัญสถานการณ์ทางการเมืองก็คลี่คลาย เป็นประชาธิปไตยขึ้น ผมคิดว่า ๓ ข้อหลัก ๆ นี้บวกกับความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี กลมเกลียวของพี่น้องประชาชนผมก็มั่นใจว่าเราจะฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะมีข้อเสนอแนะในวาระที่หนึ่ง ฝากไปยังรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกซึ่งจะไปเป็นกรรมาธิการในอนาคตอันใกล้วันสองวันนี้
ข้อเสนอแนะอันดับแรกในการเพิ่มรายได้ของภาครัฐและประชาชนซึ่งก็จะ หมุนมาเป็นรายได้ของรัฐบาล นั่นก็คือเรื่องของการยกระดับราคาสินค้าเกษตร รัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาตรการรับจํานําข้าวโดยมีความมุ่งหวัง ที่จะขยับราคาข้าวให้สูงขึ้น แต่ขณะนี้มีปัญหาที่ผมต้องสะท้อนผ่านเวทีแห่งนี้ไปยังรัฐมนตรี ที่กํากับดูแล นั่นก็คือเรื่องของการรับจํานําจะต้องมีโรงสี แต่หลายจังหวัดที่ผมตรวจสอบดู หลายพื้นที่หลายอําเภอไม่มีโรงสีที่จะเข้าไปรับจํานํา ซึ่งขณะนี้เกิดปัญหาก็คือว่า เมื่อพี่น้องประชาชนเมื่อไม่มีโรงสีนําข้าวไปรับจํานํา ขายเท่าไรก็จําเป็นต้องขาย ถ้ารัฐบาล ไม่แก้ไขโดยเร็วผมก็คิดว่าราคาก็จะไม่ไปสูงหรือว่าเกษตรกรจะไม่ได้รับประโยชน์จาก โครงการนี้อย่างเต็มที่ ข้อเสนอแนะของผมก็คือว่า เราน่าจะเปิดให้กับพี่น้องประชาชน รับจํานําถึงยุ้งถึงฉาง
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ยกระดับสินค้าทางการเกษตร หลาย ๆ ท่าน ก็บอกเป็นห่วงว่าแล้วอุทกภัยที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ผมนําเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปัญหา มีทั้งข้อด้อยและข้อดี ข้อด้อยคือสินค้าเกษตรเราลดลง แต่ข้อดีคือสินค้าเกษตรเมื่อลดลง ราคาก็ดีขึ้น โดยเฉพาะการที่จะขายออกไปสู่ตลาดโลกนั้นก็ฝากทางรัฐบาลว่าจะต้องทําตลาด ให้ดีนะครับ เตรียมงบประมาณในการทําตลาดเพื่อที่จะขายสินค้าเหล่านั้นไปถึงมือผู้บริโภค ต่างประเทศ เพราะไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวครับที่ประสบภาวะวิกฤติทางด้านน้ํา เวียดนาม จีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สินค้าทางการเกษตรจะเป็นราคาแน่นอน ถ้าหากรัฐบาลบริหารจัดการได้ถูกต้อง สามารถ ส่งออกสินค้า เราก็จะมีรายได้กลับมาจุนเจือประเทศของเรา มีข้อเสนอแนะในการจัดทํา งบประมาณเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรายย่อย ผมลงไปดูในรายละเอียดในเล่มงบประมาณ โดยเฉพาะเล่มสีเขียว ขออนุญาตเจาะไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะที่ กรมพัฒนาที่ดิน ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ําไม่ใช่ว่าจะมีปัญหาเฉพาะน้ําท่วมอย่างเดียว น้ําแล้งก็มีครับ หลังจากนี้อีกไม่เกิน ๓-๔ เดือน ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ภาวะที่ขาดน้ํา ถ้ารัฐบาลไม่เตรียมการแก้ปัญหาแต่เดี๋ยวนี้ก็จะมีปัญหาในอนาคต ผมฝากโดยเฉพาะโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งผมมาจากจังหวัดภาคอีสานจังหวัดเล็ก ๆ เป็นจังหวัด ที่มีเกษตรกรรายย่อยอยู่มากที่สุด ปัญหาเรื่องน้ําเขาเหล่านั้นต้องการสระน้ําในไร่นา ปีนี้แม้ว่าจะดีขึ้นจากปีที่แล้วแต่ก็เป็นจํานวนที่น้อย ท่านประธานครับ โครงการขุดสระ ในไร่นา ปี ๒๕๕๕ กําหนดไว้ ๒๐,๐๐๐ บ่อ จากความต้องการทั้งหมดที่เกษตรกรลงชื่อไว้ ๗๐๐,๐๐๐ ราย หรือ ๗๐,๐๐๐ บ่อที่ต้องการ แม้จะดีขึ้นจากปีที่แล้วปี ๒๕๕๔ ที่ให้มาเพียง ๘,๐๐๐ บ่อ เพิ่มไปอีกเท่ากว่า ๆ ก็คือ ๒๐,๐๐๐ บ่อ แต่ก็ยังขาดไกลกับความต้องการของ พี่น้องประชาชน ๗๐๐,๐๐๐ บ่อ ฝากรัฐบาลนะครับถ้าหากมีโอกาสจัดงบกลางปีหรืองบใด ๆ ที่จะทํามาพัฒนาประเทศ โครงการขุดสระในไร่นาขอให้ทางรัฐบาลได้ดึงขึ้นมาดู ผมมีเรื่องข้อเสนอแนะซึ่งผมดูในรายละเอียดเท่าที่ทราบรัฐบาลจัดงบประมาณงบกลาง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในส่วนนั้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะดูเรื่องของ การแก้ปัญหาอุทกภัยซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน แต่มีโครงการสําคัญ ๆ ที่ยังไม่ได้รับการให้ความสําคัญนั้นก็คือโครงการขุดลอกแม่น้ําลําคลอง ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ําเจ้าพระยา น้ํายม น้ํามูล น้ําชี ผมดูในเล่มงบประมาณ ท่านประธานครับ เราได้รับ งบประมาณขุดลอกแม่น้ําในประเทศประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เรามี แม่น้ําในประเทศไทยนี้ประมาณ ๑๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรที่รอการพัฒนาจากภาครัฐบาล ถ้าหากว่าทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่กรมเจ้าท่าของกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปดูในรายละเอียดว่าทําอย่างไร ลําน้ําที่มีอยู่ ๑๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าเราตั้งใจทํากันจริง ๆ ขุดลอกให้เป็นแหล่งน้ําที่จะ สามารถระบายน้ําที่ท่วมขังลงไป ปีหน้าอุทกภัยใหญ่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างนี้ก็คงจะน้อยลง
สุดท้ายท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่พวกเราทุกคนโดยเฉพาะ พี่น้องจากชาวจังหวัดหนองบัวลําภูฝากมาเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาลและกับท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้มีพลังในการสู้ศึกน้ําและยังศึกอื่น ๆ ที่จะมีต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ