สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องน้ำท่วมและผลกระทบต่อประชาชน โดยเรียกร้องความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วม และชี้ให้เห็นว่าผลของการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดปัญหานี้เกิดจากเหตุ 3 ประการ องอาจ คล้ามไพบูลย์ วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศปภ.) และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณปีนี้ซึ่งมียอดอยู่ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แน่นอนที่สุดมีงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งที่เขาใช้คําว่า งบเกี่ยวกับน้ําท่วมจํานวนหนึ่ง ทั้งในงบปกติแล้วก็ในงบกลาง งบกลางที่เห็นเด่นชัดที่สุด ก็น่าจะเป็นงบค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ และงบซึ่งแน่นอนที่สุดเราเรียกกันว่างบสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเป็นงบประมาณจํานวนนี้ซึ่งกําลังจะถูกใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นของการพิจารณางบประมาณนี้ ก็จะใช้จ่ายโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันกําลังจะ ใช้จ่ายงบประมาณ แต่ปรากฏว่าผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งมีส่วนในการแก้ไขวิกฤติ ซึ่งเราเรียกกันว่า วิกฤติมหาอุทกภัยหรือวิกฤติน้ําท่วมในขณะนี้นั้น ทําให้ผมมีความจําเป็น ที่จะต้องมาอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณในครั้งนี้ เพราะผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาล จะสามารถใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ถูกต้องเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับ พี่น้องประชาชนชาวไทยของเราหรือไม่ หลายท่านเรียกร้องความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ในสังคมให้ช่วยกันในการแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะวิกฤติที่เกิดจาก น้ําท่วมในครั้งนี้ผมคิดว่าความร่วมมือที่สําคัญที่สุดก็คือ เรามีความจําเป็นที่จะต้องบอกกับ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศ ในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ เขาทําในสิ่งที่ ถูกต้องเหมาะสมเรามีความจําเป็นที่จะต้องบอกว่าเขาถูกต้องเหมาะสม แน่นอนที่สุดครับ อะไรก็ตามที่เราเห็นว่าเขายังทําไม่ถูกต้องเหมาะสม ยังมีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราต้องให้ความร่วมมือในการบอกสิ่งที่ผิดพลาด บกพร่อง สิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม เหล่านั้นและนั่นคือความร่วมมือที่จะช่วยกันในการทําให้การแก้ไขวิกฤติโดยเฉพาะในเรื่องของ น้ําท่วมนั้นเป็นการแก้ไขที่ทําให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ ทําให้ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันโดยการนําของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นจะสามารถ ใช้จ่ายงบประมาณปีหน้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็เพราะว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีนักวิชาการที่มี ความเชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวกับน้ําท่วมนี่แหละครับ ซึ่งทํางานอยู่กับรัฐบาลได้ออกมาบอกว่า ภายใน ๕ ปีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นปีนี้ในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมจะเกิดขึ้นอีก อาจจะเกิดขึ้น ปีหน้า อาจจะเกิดขึ้นปีถัดไป ปีถัดไป แต่จะเกิดขึ้นภายใน ๕ ปีนี้อีกครั้งหนึ่ง สมมุติว่า สมมุติฐานของนักวิชาการท่านนี้ซึ่งทํางานเป็นข้าราชการกระทรวงหนึ่งในรัฐบาลนี้ประเมิน สิ่งเหล่านี้ไว้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง รัฐบาลชุดนี้อาจจะต้องทําหน้าที่ในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ ในปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง และนั่นคือความจําเป็น ทําไมที่ผมจะต้องมาบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่าสิ่งที่รัฐบาลดําเนินการในช่วงเวลาวิกฤติน้ําท่วมในครั้งนี้นั้นถูกต้อง เหมาะสม ผิดพลาดอย่างไรหรือไม่ และนี่คือความร่วมมือของพวกเราในการที่ไม่ประสงค์จะให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในปีหน้า หรือไม่ประสงค์ที่จะให้สิ่งที่ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้เกิดขึ้นอีกในขณะนี้ เพราะยังมีอีกหลาย พื้นที่ที่กําลังรอน้ําเข้าไปท่วมขัง และอาจจะใช้เวลานานนับเดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดนี้ น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาในปีนี้ และอาจจะมีส่วนทําให้ไม่เกิดวิกฤติเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อ ๆ ไป เหมือนที่นักวิชาการภาครัฐบาลได้บอกกล่าวกับพวกเราไว้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมมีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองมีความตั้งใจมีความมุ่งมั่น ที่อยากจะทํางาน ผมมีความเชื่อและบริสุทธิ์ใจครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีคงไม่มีความประสงค์จะให้น้ําท่วมหลายจังหวัดในประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีคงไม่มีความประสงค์จะให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จากวิกฤติในครั้งนี้ แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏนั้นทําให้เราเห็นว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจ หรือความไม่ประสงค์นั้นมันตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเราทั้งหลาย ในนับรอบเดือนที่ผ่านมา ก็คือความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนจํานวนมากในประเทศไทย ที่ประสบปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมในครั้งนี้ หลายจังหวัดในภาคเหนือ หลายจังหวัด ในภาคกลางและพี่น้องในกรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพของความตื่นตระหนกตกใจเมื่อต้องหนีภัย จากน้ําท่วมเข้ามาอย่างฉับพลันกะทันหัน หลายภาพหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะ พี่น้องชาวต่างจังหวัดที่จะต้องมาทํางานอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้น เราพบเห็น จนแทบจะเรียกว่าเป็นภาพที่ชินตา แทบจะทุกนิคมอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ภาพของ พี่น้องประชาชนที่จะต้องนั่ง จะต้องนอนอยู่บนชั้นสองบ้าง บนหลังคาบ้าง มีอาหารกินบ้าง ไม่มีกินบ้างมีน้ําดื่มบ้าง ไม่มีน้ําดื่มบ้าง ภาพของเมื่อมีผู้ใจบุญนําข้าวของไปบริจาค ไปมอบให้ แล้วมือที่ยื่นกันสลอนเพื่อที่จะรอรับสิ่งของบริจาคจากผู้ใจบุญ จากทางราชการ จากผู้มีจิตศรัทธานั้นภาพเหล่านี้เราเห็นแทบทุกวันและชินตาที่สุด ถ้าท่านประธานกลับบ้าน ไปคืนวันนี้ เปิดดูทีวีในข่าวเกือบทุกช่องตัววิ่งน้ําท่วมมาหนึ่งเดือนแล้วครับ ในหลายพื้นที่ ท่านประธานยังเห็นพี่น้องประชาชนส่งข้อความสั้นเข้าไปในหน้าจอทีวี โทรศัพท์ไปบอกตาม วิทยุคลื่นต่าง ๆ ว่าหมู่บ้านนี้ ซอยนี้ ชุมชนนี้ยังไม่มีหน่วยราชการหน่วยไหนเข้ามาดูแล เข้ามารับผิดชอบ เข้ามาช่วยเหลือ ท่านประธานกลับไปเปิดทีวีก็จะเห็นเมื่อนั้นว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น

ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนวันนี้นั้น มีมากมายมหาศาล ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ผู้อภิปรายล่าสุดที่เอ่ยจํานวนยอดผู้เสียชีวิต บอกว่ามี ๕๒๙ คน ผมเช็กล่าสุดก่อนที่จะอภิปรายขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๕๓๓ คน พี่น้องที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพ เราเตรียมงบประมาณไว้ช่วยเหลือเยียวยา หลายภาคด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรช่วยพี่น้องประชาชน ที่ประสบภัยน้ําท่วม แต่ผมถามว่าเราจะใช้เงินจํานวนเท่าไรครับที่จะเอาชีวิตคน ๕๓๓ คน กลับคืนมาได้ เราจะใช้งบประมาณเท่าไรครับ ถึงจะเพียงพอสําหรับชีวิตคน ๕๓๓ คน ที่เขาต้องเสียชีวิตไป เพราะความประมาทเลินเล่อ หรือเพราะความไร้ประสบการณ์ หรือเพราะความไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ของเราในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า รัฐบาลเองนั้นทั้งคณะถือว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ในวิกฤติที่เกิดขึ้น ที่ผมบอกว่ารัฐบาลทั้งคณะ ไม่ใช่เฉพาะ ศปภ. ซึ่งมีท่านประชาเป็นผู้อํานวยการศูนย์เท่านั้น เป็นผู้บัญชาการเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งมีคุณปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจะต้องรับผิดชอบเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะต้องรับผิดชอบเท่านั้น เพราะในประกาศคําสั่งแต่งตั้ง ศปภ. นั้นระบุไว้ชัดเจนครับ ผมไม่ต้องบอกภาระหน้าที่ของ ศปภ. ว่าท่านประชาทําอะไร ท่านปลอดประสพทําอะไร ท่านสุกําพลทําอะไร แต่ในวรรคท้ายได้บอกไว้ชัดเจนครับว่า ที่ปรึกษา ประกอบไปด้วย รองนายกรัฐมนตรีทุกท่านและคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่ ให้คําปรึกษาในศูนย์นี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้น คือความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะที่ได้ประกาศแต่งตั้ง ศปภ.ขึ้นมา และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็เป็นที่ปรึกษาร่วมอยู่ในคณะ ศปภ. ชุดนี้ด้วย ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ ผลของการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดปัญหาในครั้งนี้นั้น ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า เป็นการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดปัญหาเป็นเพราะเหตุ ๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ก็คือบริหารจัดการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติที่ผมอยากจะใช้ คําว่า ไม่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติได้

ประการที่ ๒ อ่อนด้อยไร้ประสบการณ์

ประการที่ ๓ ไม่มีความเด็ดขาดในการจัดการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

และแน่นอนที่สุดครับสิ่งที่ผมสรุปมา ๓ ข้อนี้ ถ้าท่านไปถามคนจํานวนมาก หลายคนอาจจะบอกว่าน้อยเกินไป ส่วนหนึ่งของการทําให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมานั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าส่วนหนึ่งก็คือการให้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดบกพร่อง ศปภ. นอกเหนือจากผู้นําของ ศปภ. ทั้ง ๓ ท่านที่ผมเอ่ยนามไปแล้ว ศปภ. มีสารพัดโฆษก ที่ขึ้นมาให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่าสารพัด โฆษกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ศปภ. ที่ขึ้นมาให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนแทบทุกวันนั้น ไม่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง หลายครั้งหลายหน จนผมอาจจะสรุปได้ว่า ศปภ. นั้นมีลักษณะของการให้ข้อมูลข่าวสาร ที่สับสนไปหมดครับ เพราะฉะนั้นผลของการให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสนจึงก่อให้เกิดปัญหา อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ที่สําคัญที่สุดก็คือข้อมูลไม่น่าเชื่อถือและการนําเสนอข้อมูล ไม่น่าสนใจ สิ่งที่จะนําเสนอกับพี่น้องประชาชนเป็นปัญหา ผู้นําเสนอเองก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นเราจึงพบว่าสิ่งที่นําเสนอกับพี่น้องประชาชนนั้นจึงเข้าลักษณะอยู่ ๓ ประการ ด้วยกันครับ

ประการแรก ก็คือข้อมูลที่นําเสนอนั้นสุดเว่อร์ครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ หลายคนพยายามที่จะแสดงออกถึงความเซ่อซ่าออกหน้าจอทีวี อยู่บ่อยครั้ง และ

ประการที่ ๓ จะออกน้ําท่วมทุ่งอยู่บ่อยครั้ง

ทั้ง ๓ ประการนี้เองครับที่ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นหมดความศรัทธาเชื่อถือ ในข้อมูลเหล่านี้ และท่านประธานก็คงพบเห็นครับว่าหมดความเชื่อถือในข้อมูลแล้วอะไร เกิดขึ้น ความเสียหายเกิดขึ้นมากมายครับ ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงการออกมากล่าวของ ศปภ. และสารพัดโฆษกครับ เริ่มจากโฆษก ศปภ. ท่านหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ออกมาบอกว่า นิคมไฮเทคกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากนั้นไม่นานครับ ในวันเดียวกันครับ คันกั้นน้ํา นิคมไฮเทคพัง โรงงาน ๑๔๓ แห่งจมน้ํา สารพัดโฆษกอีกท่านหนึ่งครับ วันที่ ๑๖ ตุลาคม ท่านออกมาบอกว่ามั่นใจน้ําไม่ท่วม กทม. แน่ เพราะน้ําเหนือมวลใหญ่จากนครสวรรค์ ลงทะเลแล้วเมื่อวานนี้ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อครับว่าโฆษกท่านนี้ที่พูดเป็นใคร เพราะผมเกรงว่าชาวกรุงเทพมหานคร อาจจะไม่พอใจท่าน แต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม โฆษกท่านนี้บอกว่ามั่นใจน้ําไม่ท่วม กทม. แน่ เพราะน้ําเหนือมวลใหญ่จากนครสวรรค์ลงทะเลแล้วเมื่อวานนี้ผมไม่ทราบว่าท่านตรัสรู้ ได้อย่างไรครับว่าน้ําเหนือจากนครสวรรค์ไหลลงทะเลโดยไม่ผ่านกทม. วันที่ ๒๙ ตุลาคม ศปภ. ต้องย้ายหนีน้ําท่วมจากดอนเมืองมาอยู่ที่ใหม่ที่กระทรวงพลังงานในปัจจุบัน และแนวโน้มขณะนี้น้ําใน กทม. ถึงไหนท่านทั้งหลายทราบดี คราวนี้ท่านทั้งหลายมาดูครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผู้อํานวยการ ศปภ. รวมทั้งโฆษกอีกท่านหนึ่งได้ยืนยัน เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์น้ําที่ทะลักเข้านิคมโรจนะได้แล้ว วันที่ท่านยืนยันว่าควบคุมสถานการณ์น้ําได้ วันที่ ๙ ตุลาคมเช่นเดียวกันครับน้ําทะลัก เข้านิคมโรจนะทั้ง ๓ เฟส คาดว่าเสียหาย ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้เสียชีวิต ๔ ราย วันที่ ๑๗ ตุลาคม ผอ. ศปภ.