สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และเสนอแผนการบริหารจัดการเศรษฐกิจไทย ระยะเร่งด่วน 4 ปี โดยเน้นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังหารือเรื่องการบริหารจัดการรายจ่ายของรัฐบาล โดยเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน และการสร้างรายได้ประชาชน เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งเสนอแผนการบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และหารือเรื่องการสร้างความสามัคคีของคนไทย การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการป้องกันการทุจริต และหารือเรื่องการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย และหารือเรื่องการเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศด้วย

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนาม คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นจํานวนไม่เกิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น จํานวน ๒,๓๒๖,๐๘๒,๐๔๘,๖๐๐ บาท และเพื่อชดเชยเงินคงคลัง เป็นจํานวน ๕๓,๙๑๗,๙๕๑,๔๐๐ บาท

เหตุผล

๑. เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ สําหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน

๒. เพื่อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วย เงินคงคลัง ที่กําหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่จ่ายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ

รัฐบาลเสนอคําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ฉบับสมบูรณ์เป็นเอกสาร และขอเรียนสรุปสาระสําคัญดังนี้

รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นให้ประเทศไทย มีความเจริญรุ่งเรือง มีความสามัคคี ปรองดอง มีความยุติธรรม พร้อมทั้งสามารถแข่งขันได้ อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก และที่สําคัญ รัฐบาลจะนําความสุขกลับคืนมาให้พี่น้องประชาชน แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ ปัญหาอุทกภัยได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง กระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคมทั้งในระดับมหภาค และในระดับครัวเรือน ซึ่งรัฐบาล ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บังเกิดผลชัดเจนและเป็นรูปธรรม ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ

ดิฉันขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติฉบับนี้ รัฐบาล ได้กําหนดแนวทางในการบริหารจัดการเป็น ๒ ระยะ คือ

๑. ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก เพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟู ให้กลไกทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การสร้าง ความสมานฉันท์และความสันติสุขของคนในชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอุทกภัย การยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มกําลังซื้อของประชาชน เป็นต้น

๒. ระยะการบริหารราชการ ๔ ปีของรัฐบาล เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมี คุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ก่อนที่ดิฉันจะแถลงสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ดิฉันขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะ และนโยบายการเงินการคลังของประเทศดังต่อไปนี้ ภาวะเศรษฐกิจทั่วไป

เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๔ ได้รับผลกระทบจากปัจจัย ภายนอกประเทศ อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ส่งผลให้ผลผลิตของ ภาคอุตสาหกรรมไทยในไตรมาสที่สองหดตัว ความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาและวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะของสหภาพยุโรป ซึ่งได้สร้างความกังวล และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ํามันซึ่งส่งผล ต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับแรงกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในภาครัฐ ได้ชะลอตัวลดลงเมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรก ของปี ๒๕๕๔ ขยายตัวร้อยละ ๒.๙ ดังนั้นในการจัดเตรียมงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงคาดว่าเฉลี่ยทั้งปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ ๓.๕ ถึงร้อยละ ๔.๐ ตามการฟื้นตัวของภัยธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น การขยายตัว อย่างต่อเนื่องของตลาดอาเซียนและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนจากสถานการณ์ ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งโดยมีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๓.๖ ถึงร้อยละ ๔ อย่างไรก็ตาม จากสภาวะวิกฤติอุทกภัยในปัจจุบันรวมถึงความล่าช้าของการนํางบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมี ปัจจัยลบและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี และคาดว่าจะส่งผลให้ เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๔ ขยายตัวต่ํากว่าที่คาดการณ์ไว้

สําหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๕ ภาคการผลิตบางส่วนในช่วงต้นปี ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากความเสียหายอันเกิดเนื่องมาจากอุทกภัยในช่วง ปลายปี ๒๕๕๔ แต่เมื่อปัญหาดังกล่าวบรรเทาเบาบางลงแล้วรัฐบาลจะเร่งรัดการลงทุน เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย ดําเนินมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างเร่งด่วนและจัดมาตรการสนับสนุนสินเชื่อและมาตรการภาษีที่จะเป็นส่วน สําคัญต่อการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนเครื่องจักรใหม่และซ่อมแซม เครื่องจักรซึ่งจะช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการดําเนินนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ ต่อรัฐสภาซึ่งมุ่งเน้นจะเพิ่มรายได้ของประชาชนและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะขยายฐานเศรษฐกิจภายในประเทศและช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศให้ขยายตัว ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๕ ยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยอื่น ๆ ที่สําคัญ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชียซึ่งเป็นคู่ค้าที่สําคัญของไทย และความชัดเจนของมาตรการแก้ไขวิกฤตการณ์ หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป ประกอบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก ของประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี เช่น ทุนสํารองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดยังอยู่ในภาวะเกินดุล หนี้ต่างประเทศและหนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ํา ทําให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยใน พ.ศ. ๒๕๕๕ จะยังสามารถขยายตัวได้ประมาณร้อยละ ๔.๕ ถึง ร้อยละ ๕.๕ และในส่วนของอัตราเงินเฟ้อรัฐบาลได้กําหนดเป้าหมายไว้ให้อยู่ในช่วงร้อยละ ๓.๐-๔.๐ ฐานะและนโยบายการคลัง

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ สุทธิทั้งสิ้น จํานวน ๒,๐๖๖,๙๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๑ จากปีก่อน และเมื่อหัก การจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จํานวน ๘๖,๙๐๐ ล้านบาทแล้ว คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนํามาจัดสรรเป็นรายจ่ายของ รัฐบาล จํานวน ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๖.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ

สําหรับการบริหารจัดการรายจ่าย รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการฟื้นฟู สภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัย ร้ายแรงในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ควบคู่กับการเร่งรัดสร้างรายได้ของประชาชน เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งให้ความสําคัญ ในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และการสร้างภูมิคุ้มกันจากภาวะความผันผวน ของเศรษฐกิจโลก โดยน้อมนําแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนา และจัดสรรทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลได้กําหนดแนวทางในการจัดทํางบประมาณและนโยบายงบประมาณไว้ ๔ ประการ ดังนี้

ประการที่หนึ่ง เพิ่มสัดส่วนรายจ่ายลงทุน เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและการผลิต โดยให้ความสําคัญกับการดําเนินงานของ หน่วยงานที่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศ

ประการที่สอง ให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย งบประมาณของหน่วยงาน ควบคู่กับการพิจารณาแหล่งเงินอื่น รวมทั้งพิจารณาทบทวน เพื่อเพิ่มเป้าหมายในภารกิจสําคัญที่ส่งผลต่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ และลด เป้าหมายการดําเนินงานที่มีลําดับความสําคัญลดลง หรือหมดความจําเป็น หรือไม่สอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์ในปัจจุบัน

ประการที่สาม ส่งเสริมการสร้างศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนภารกิจการจัดบริการสาธารณะระดับท้องถิ่นให้แก่ ประชาชน และลดความเหลื่อมล้ําทางการคลังระหว่างท้องถิ่น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้และประสิทธิผลการใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประการที่สี่ ดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล ภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังและความจําเป็นของการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว อย่างมีเสถียรภาพ

ภายใต้กรอบแนวทางและนโยบายงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลได้กําหนด วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับงบประมาณปี ๒๕๕๔ จะเพิ่มขึ้น จํานวน ๒๑๐,๐๓๒.๕ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ โดยเป็นการกําหนดนโยบายขาดดุล งบประมาณ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๓.๔ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่มีสัดส่วนร้อยละ ๓.๗ ทั้งนี้ การกําหนดวงเงินงบประมาณขาดดุลดังกล่าว เป็นการแสดงความตั้งใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ รวมทั้งยังคงสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ มีจํานวนทั้งสิ้น ๓๒๑,๔๐๑.๕ ล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้จัดสรรงบประมาณเป็นรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวนทั้งสิ้น ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อน ตามที่ กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง

สําหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ มีจํานวนร้อยละ ๔๐.๒๒ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังที่กําหนดไว้ ฐานะและนโยบายการเงิน

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์การเงินโลกในทุกองค์ประกอบ ส่งผลให้ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทยอยเพิ่มขึ้น คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงเริ่มดําเนินการ นโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะสมดุล สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่กําลังเข้าสู่ภาวะปกติ โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด ๙ ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ จากร้อยละ ๑.๒๕ เป็นร้อยละ ๓.๕ ต่อปี เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อและคาดการณ์ เงินเฟ้อของประชาชนให้มีเสถียรภาพและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ดีตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๕๔ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ ทั้งเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและปัญหาอุทกภัย ขณะที่แรงกดดันด้านราคาเริ่มทรงตัว คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามผลการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๔

ฐานะการเงินของประเทศอยู่ในเกณฑ์มั่นคง ปริมาณเงินสํารองระหว่าง ประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๔ มีจํานวน ๑๘๐,๑๑๒.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ ๓ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพ

การจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ และรายการ ค่าดําเนินการทางภาครัฐ เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติราชการตามภารกิจ ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ให้บรรลุผลสําเร็จตามเป้าหมาย การบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๘ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและ ประเทศชาติ โดยมีรายละเอียดการดําเนินงานที่สําคัญและวงเงินงบประมาณ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๗๕,๐๖๒.๖ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สาระประกอบไปด้วย

๑.๑ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย และปฏิรูปการเมือง งบประมาณ จํานวน ๕๒๘.๑ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริม การให้ความรู้ ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข โดยรณรงค์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ปลูกฝังจิตสํานึก ความสามัคคี ความปรองดองและสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ

๑.๒ การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด งบประมาณ จํานวน ๙,๖๙๕.๒ ล้านบาท เพื่อให้สังคมเข้มแข็ง มีความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันจากภัยยาเสพติด โดยใช้มาตรการ ทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบปราบปรามลงโทษ ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นําเข้า ผู้มีอิทธิพล และผู้ประพฤติมิชอบ ๙๙,๗๐๐ ราย ประสานความร่วมมือกับ ต่างประเทศในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติด สารเคมี สารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด มิให้มีการลักลอบเข้าสู่ประเทศ และป้องกันมิให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ เยาวชนกลุ่มเสี่ยง ๒๐๐,๐๐๐ คน หมู่บ้านและชุมชน ๖๐,๕๘๔ แห่ง รวมทั้งบําบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้สามารถดําเนิน ชีวิตได้ตามปกติ ๔๐๐,๐๐๐ ราย โดยมีกลไกติดตามช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

๑.๓ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ งบประมาณ จํานวน ๒๐๖.๓ ล้านบาท เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติ มิชอบอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการปลูกจิตสํานึก ค่านิยมของสังคมในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องชอบธรรม โดยการให้ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เร่งดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดําเนินคดีการทุจริต รวมทั้งสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

๑.๔ การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ งบประมาณ จํานวน ๔๕,๒๘๖.๓ ล้านบาท เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบให้สามารถ ป้องกัน บรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ําซาก โดยการสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวง เพิ่มปริมาณกักเก็บน้ําและขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ๓๐๑,๙๕๐ ไร่ บริหารจัดการระบบ ชลประทาน ๒๔ ล้านไร่ ผันน้ําและกระจายน้ําในพื้นที่วิกฤติ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ําชุมชน และแหล่งน้ําในไร่นา

๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ งบประมาณ จํานวน ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสริมสร้าง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อยและให้ ความสําคัญกับระบบข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและอํานวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การให้บริการสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการส่งเสริมอาชีพบนพื้นฐานของ วิถีชีวิตประชาชนทั้งทาง ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม

๑.๖ การฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค งบประมาณ จํานวน ๓๗๓.๔ ล้านบาท เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนการพัฒนานโยบายยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ เสริมสร้างเครือข่ายด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมกับประเทศ สมาชิกอาเซียน ทั้งในรูปแบบการเยือนของผู้นําระดับสูงของประเทศ การดําเนินการ ความร่วมมือทวิภาคี ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมทางการทูตในระดับประชาชน และสร้าง ความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในทุกภาคส่วน

๑.๗ การแก้ไขความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน งบประมาณ จํานวน ๗๒,๒๗๓.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการจ้างงานและยกระดับรายได้ของ แรงงาน การเพิ่มเงินค่าครองชีพให้บุคลากรภาคราชการสําหรับผู้จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี ฟื้นฟูและพักชําระหนี้ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย สนับสนุนหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ให้ได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือน เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได รวมทั้งสนับสนุนมาตรการด้านพลังงานและการบริหารจัดการกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

๑.๘ การยกระดับราคาสินค้าเกษตรและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง แหล่งเงินทุน งบประมาณ จํานวน ๙๒,๓๕๖.๒ ล้านบาท เพื่อให้ภาคเกษตรเป็นฐานการผลิต ที่ทําให้เกิดความมั่นคงในอาชีพและรายได้ โดยดําเนินการยกระดับรายได้เกษตรกร ตามโครงการรับจํานําผลผลิตทางการเกษตร จัดหาสินเชื่อปัจจัยการผลิตสําหรับเกษตรกร ผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ส่งเสริมให้หมู่บ้านและชุมชนมีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาระดับฐานราก พัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน และหมู่บ้าน โดยสนับสนุนการเพิ่มทุนระยะที่ ๓

๑.๙ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว งบประมาณ จํานวน ๖,๖๔๒.๖ ล้านบาท เพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปีเฉลิมฉลองพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษา และปีมหัศจรรย์ ไทยแลนด์ โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยพระบาทวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เชิดชูพระอัจฉริยภาพทางด้านการกีฬา สนับสนุนโครงการส่งเสริมปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ ส่งเสริมและเผยแพร่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรม รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินงาน ด้านการตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมนักเดินทางทางธุรกิจ กลุ่มการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และจัดแสดงสินค้าและ นิทรรศการนานาชาติ ให้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยสนับสนุนการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

๑.๑๐ การสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน งบประมาณ จํานวน ๕๗๑.๒ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการดําเนินงานของวิสาหกิจชุมชน ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนโครงการ หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จากการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับ องค์ความรู้สมัยใหม่ ให้มีศูนย์กระจายและแสดงสินค้าในพื้นที่เป้าหมาย ส่งเสริมภารกิจของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เข้าสู่ระดับสากล

๑.๑๑ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ งบประมาณ จํานวน ๑๐๘,๙๑๖.๑ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๗๕๕.๖ บาทต่อคนต่อปี เพื่อพัฒนาคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชน ที่ขึ้นทะเบียน ๔๘.๓ ล้านคน รวมทั้งการให้บริการและรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ป่วยเอดส์ ๑๕๗,๖๐๐ ราย ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ๒๑,๕๐๐ ราย และให้บริการรักษาพยาบาลควบคุมและป้องกันโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูง ๑.๖ ล้านราย บริการผู้ป่วยจิตเวช ๑๑๑,๒๐๐ ราย โดยดําเนินการ ควบคู่กับมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและภาวะโภชนาการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่าย ตลอดจนการส่งเสริมงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ให้ดียิ่งขึ้น

๑.๑๒ การสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา งบประมาณ จํานวน ๑,๙๓๖.๒ ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยสนับสนุนการจัดหา เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือแท็บเล็ต (Tablet) ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ ๑ ในโรงเรียนที่มีความพร้อมไม่น้อยกว่า ๕๖๙,๔๐๐ คน ควบคู่กับการพัฒนาและปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมเพื่อบรรจุลงในคอมพิวเตอร์พกพา

๑.๑๓ การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ งบประมาณ จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัย ในลักษณะบูรณาการทุกภาคส่วน โดยให้ความช่วยเหลือเยียวยาควบคู่ไปกับการฟื้นฟู คุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจของผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งปรับปรุงซ่อมแซม ก่อสร้าง ฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐาน โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวสําคัญและสาธารณประโยชน์อื่นที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัย ให้สามารถป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ และสาธารณภัยอีกจํานวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีวงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ที่ ๒ : ความมั่นคงแห่งรัฐ

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘๙,๑๐๙.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สําคัญประกอบด้วย

๒.๑ การเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ งบประมาณ จํานวน ๑๑,๒๐๙.๙ ล้านบาท เพื่อเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้มี ผู้ใดล่วงละเมิด และน้อมนําพระราชดําริไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมและเผยแพร่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

๒.๒ การเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ งบประมาณ จํานวน ๑๖๓,๓๒๔.๔ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อม มีศักยภาพในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ ปลอดภัยจากการคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิและหน้าที่ และปรับปรุงสวัสดิการกําลังพลทุกระดับ

๒.๓ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ งบประมาณ จํานวน ๑๔,๕๗๕.๖ ล้านบาท เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ โดยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลก ในการอํานวยความปลอดภัย เตรียมความพร้อมและจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจาก ภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ พัฒนาระบบการกําหนดสถานะและสิทธิของบุคคลที่ไม่มีสถานภาพให้ชัดเจน ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด รวมทั้งส่งเสริมประสิทธิภาพงาน ด้านข่าวกรองของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ : การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน

รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๗๓,๑๒๑.๘ ล้านบาท เพื่อดําเนินงาน ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย

๓.๑ การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน งบประมาณ จํานวน ๒๐,๑๑๙.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพ ทางการคลัง โดยดําเนินนโยบายการเงินการคลังให้เกิดความสมดุล เพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการงบประมาณและบริหารจัดการหนี้สาธารณะ พัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มี ความเข้มแข็งเพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนมีเสถียรภาพ และสามารถสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ

๓.๒ การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและการสร้างมูลค่าภาคเกษตรกร งบประมาณ จํานวน ๓๓,๑๑๖ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างให้ฐานการผลิตภาคการเกษตร มีความเข้มแข็ง สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพเพียงพอสําหรับผู้บริโภคภายในประเทศ และมีเหลือสําหรับการผลิตพลังงานทางเลือกและส่งออก สนับสนุนการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ มวลรวมภาคเกษตรกร โดยจัดทําบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกร การถ่ายทอดเทคโนโลยี ทางการเกษตร การพัฒนาที่ดิน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร พัฒนาการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร พัฒนาและฟื้นฟูอาชีพการทําเกษตรยั่งยืน ตามแนวพระราชดําริ และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งอนุรักษ์ ปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ทางการเกษตรไม่น้อยกว่า ๒,๐๗๖,๐๐๐ ไร่ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชและสัตว์ กํากับดูแลแหล่งผลิต ปัจจัยการผลิต ผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของเกษตร พัฒนาคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเกษตร และอาหาร ตลอดจนติดตามดูแลรักษาระดับราคาสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้รับ ผลตอบแทนภายใต้ระบบตลาดที่เป็นธรรม

๓.๓ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม งบประมาณ จํานวน ๘,๖๘๓.๒ ล้านบาท เพื่อสร้างคุณค่าสินค้าอุตสาหกรรมและ อุตสาหกรรมเกษตร พัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งเสริม เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม ภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เร่งฟื้นฟูการลงทุน กํากับดูแล สถานประกอบการให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและได้มาตรฐาน ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิด ผู้ประกอบการรายใหม่ในลักษณะกองทุนตั้งตัวได้ รวมทั้งดําเนินมาตรการเพื่อรองรับ ผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า

๓.๔ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการเกษตร การค้า และการลงทุน งบประมาณ จํานวน ๖,๙๕๙.๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายการแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรม ผ่านกลไกมาตรการทางการค้า การลงทุน การตลาด ตลอดจนการสร้าง มูลค่าเพิ่มในภาคการส่งออก โดยการรักษาตลาดเดิมและขยายการส่งออกไปตลาดใหม่ ผลักดันมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการและเครือข่าย ได้รับความรู้ ความเข้าใจ ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทางเศรษฐกิจการค้าเพื่อขยายตลาด การค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพ ในการดําเนินธุรกิจ และสามารถแข่งขัน ดูแลให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในด้านราคา ปริมาณและคุณภาพสินค้า รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม รวมถึงผู้ประกอบการกลุ่มโลจิสติกส์ (Logistics) ไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการดําเนินธุรกิจและปรับตัวของธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้

๓.๕ การส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ งบประมาณ จํานวน ๒๗๐ ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าในการปรับโครงสร้างภาคการผลิตสินค้าและบริการ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยส่งเสริมการศึกษา วิจัย และพัฒนากลุ่มสินค้าเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนการใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมผสมผสานภูมิปัญญา เอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการให้มี ความคิดสร้างสรรค์ นําไปสู่เศรษฐกิจสมดุลอย่างยั่งยืน

๓.๖ การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ งบประมาณ จํานวน ๒,๖๙๒.๑ ล้านบาท เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวและบริการของไทยทั้งในและต่างประเทศ โดยส่งเสริมฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน พัฒนามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและบริการ ตลอดจน พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว ส่งเสริมการประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้นําเที่ยว และการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมทั้ง เสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นกับกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยอํานวยความสะดวกและ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

๓.๗ การส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ งบประมาณ จํานวน ๗,๖๕๓ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี โดยส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการกีฬาและกิจกรรมนันทนาการ สนับสนุนการจัดการศึกษาด้านกีฬาแก่นักเรียนและนักศึกษา พัฒนาบุคลากรและงานวิจัย ด้านกีฬาและนันทนาการ ส่งเสริมการให้บริการด้านวิชาการ และอาคารสถานที่แก่ผู้รับบริการ รวมทั้งสนับสนุน การพัฒนาการบริหารจัดการด้านกีฬาและนันทนาการ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านกีฬา สู่ความเป็นเลิศและอาชีพในระดับนานาชาติ

๓.๘ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณ จํานวน ๘๙,๓๔๐.๔ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ ให้การขนส่งสินค้าและบริการ เป็นไปด้วยความสะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้งภายในและระหว่างประเทศ สามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยก่อสร้างและพัฒนาท่าเรือเพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ ๕ แห่ง และเพื่อการสัญจร ทางน้ํา ๓ แห่ง ก่อสร้างเขื่อนกันทรายและกันคลื่น ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และป้องกันตลิ่งพัง ขุดลอกร่องน้ําภายในประเทศและชายฝั่งไม่น้อยกว่า ๙๐ ร่องน้ํา ก่อสร้างและพัฒนาท่าอากาศยานและสํานักงานขนส่งสาขา เร่งรัดขยายทางสายประธาน ให้เป็น ๔ ช่องทางจราจร ก่อสร้างทางและสะพานเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สร้างทางแก้ไข ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลัก บูรณะทางหลวงสายหลัก ก่อสร้างถนนลาดยางและบํารุงรักษาโครงข่ายทางหลวงชนบทกว่า ๑๑๕,๑๐๐ กิโลเมตร ศึกษาออกแบบเพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และศึกษาออกแบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายใหม่ สายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สําโรง

๓.๙ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน งบประมาณ จํานวน ๑,๕๙๔.๕ ล้านบาท เพื่อจัดหาพลังงานให้เพียงพอมีเสถียรภาพ และลดสัดส่วนการนําเข้า จากต่างประเทศ ส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสิทธิประโยชน์การลงทุนเพื่อ การประหยัดพลังงาน โดยสนับสนุนการสํารวจและผลิตปิโตรเลียม ๗๐ แปลง จัดทําข้อเสนอแนะนโยบายและแผนการบริหารจัดการพลังงาน จัดทําพลังงานระดับชุมชน ๖๗๕ ชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ ๑๑๕ แห่ง และพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน น้ําจํานวน ๖ โครงการ

๓.๑๐ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งบประมาณ จํานวน ๒,๖๙๓.๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วถึง พัฒนาข้อมูล สถิติและสารสนเทศแห่งชาติให้เป็นเอกภาพในภาครัฐ รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องให้มีศักยภาพและได้มาตรฐาน เสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อสาร ส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑,๘๐๐ ล้านบาท บ่มเพาะผู้ประกอบการและจัดให้มี ระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อสารข้อมูลจากภาครัฐ ๑๑๒ หน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลและ ข่าวสาร ยุทธศาสตร์ที่ ๔ : การศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกัน ในสังคม

รัฐบาลได้จัดจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๙๗,๔๖๘.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่องสําคัญประกอบด้วย

๔.๑ การสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบประมาณ จํานวน ๘๓,๑๔๔.๙ ล้านบาท เพื่อให้ประชากรวัยเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ ๑๒.๘ ล้านคน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ และมาตรฐานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งสนับสนุนการจัดหาหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และค่าใช้จ่ายที่จําเป็นอื่น ๆ

๔.๒ การขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา งบประมาณ จํานวน ๓๓๖,๓๖๒.๔ ล้านบาท เพื่อให้คนไทยทุกคนทุกวัยได้มีโอกาสเข้าถึงการบริการการศึกษาที่มี คุณภาพตามมาตรฐานอย่างทั่วถึงเป็นธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยต่อเนื่องไปจน ตลอดชีวิต ปฏิรูประบบการผลิตครู สร้างครูเก่ง ครูดี มีคุณธรรม สนับสนุนให้มีครูเพียงพอ ในโรงเรียน ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สรรหาผู้มีความรู้ความสามารถ และปราชญ์ชาวบ้านให้เป็นครูคลังสมอง สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในสถานศึกษา ๓๒,๐๐๐ แห่ง ส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ ประชาคมโลก สนับสนุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามโครงการหนึ่งอําเภอหนึ่งทุน ๑,๖๐๖ คน จัดสรรเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่น้อยกว่า ๙๙๑,๑๐๐ คน รวมทั้งสนับสนุนให้เอกชน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุนให้สถาบันอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาของรัฐ ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้องตามความต้องการของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชนและสังคมอย่างทั่วถึง จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนกว่า ๗,๘๐๐ แห่ง เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพแก่ประชาชน และสนับสนุนศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัย ของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน

๔.๓ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน งบประมาณ จํานวน ๒๖,๑๐๘.๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการข้อมูลข่าวสาร ด้านตลาดแรงงาน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน สร้างโอกาสการมีงานทําไม่น้อยกว่า ๑.๗ ล้านคน รวมทั้งผู้สูงอายุและคนพิการอีกจํานวน ๖,๗๐๐ คน จัดทําฐานข้อมูลแรงงานทักษะพิเศษ ๕,๐๐๐ คน จัดกิจกรรมนัดพบตลาดงานเชิงคุณภาพและพัฒนาฝีมือแรงงาน ในสถานประกอบการไม่น้อยกว่า ๓.๓ ล้านคน ส่งเสริมการขยายตลาดแรงงานไทย ในต่างประเทศ ดูแลความปลอดภัยในการทํางานของแรงงาน สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนา ศูนย์เลี้ยงเด็กสําหรับบุตรผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการในชุมชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทางเศรษฐกิจ ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ลูกจ้างในระบบประกันสังคม ๙.๙ ล้านคน ควบคู่กับการคุ้มครองแรงงานนอกระบบที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายไม่น้อยกว่า ๒.๔ ล้านคน ส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ให้เป็นธรรมภายใต้กรอบของกฎหมาย รวมทั้ง บริหารจัดการควบคุมแรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตลอดจน ให้ความสําคัญในการพัฒนาระบบรองรับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ การฝึกอบรม เทคโนโลยีขั้นสูง และการพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานไทย เพื่อการเตรียม ความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

๔.๔ การพัฒนาด้านสาธารณสุข งบประมาณ จํานวน ๑๑๓,๓๑๔ ล้านบาท เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการสุขภาพและประชาชน เสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดี พัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพเทคโนโลยีด้านงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ส่งเสริมการให้บริการรักษาและฟื้นฟูสภาพโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพ สนับสนุนการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์บริการสุขภาพ และเป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ พัฒนาศักยภาพและการแก้ไขปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ยกระดับ สถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพใน โรงพยาบาลชุมชน และสนับสนุนครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างประกอบ จัดศูนย์อภิบาล ผู้ป่วยเรื้อรังแบบครบวงจร พัฒนาศูนย์ดูแลอุบัติภัย พัฒนาระบบสื่อสารสารสนเทศ การแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างทดแทน และปรับปรุงซ่อมแซมสถานบริการสาธารณสุข เร่งการผลิตและเพิ่มสมรรถนะบุคลากรแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุข ให้เพียงพอกับประชากร และกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สนับสนุนการปฏิบัติงานของ มูลนิธิแพทย์อาสา (พอ.สว.) โครงการฟันเทียมพระราชทาน พัฒนาขีดความสามารถของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน

พัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรตั้งแต่ในครรภ์และทุกช่วงวัย รวมทั้งส่งเสริม สุขภาพผู้สูงอายุ สนับสนุนโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร จํานวนไม่น้อยกว่า ๔๕๙ แห่ง พัฒนาสุขภาพอนามัยครอบครัว สนับสนุนศูนย์เด็กเล็ก ในชุมชน ศูนย์สามวัยสานสายใยรัก ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และโครงการ เสริมสร้างสุขภาพเพื่อสตรีไทย รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของมัสยิดในการส่งเสริม สุขภาพ ควบคุม และกํากับโรค ๔๐๐ แห่ง ให้มีความสําคัญกับการป้องกันและแก้ไขตั้งแต่ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น และสนับสนุนการดําเนินงานของสภากาชาดไทย เพื่อความเป็นเลิศและครบวงจร

๔.๕ การอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม งบประมาณ จํานวน ๙,๐๔๘.๙ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพ จริยธรรม จิตสํานึก และค่านิยมที่ดีงาม มีหลักธรรมทางศาสนาเป็นแนวทางในการดํารงชีวิต โดยจัด ให้มีการบวชและอบรมจริยธรรมเด็กภาคฤดูร้อน ๒๐๐,๐๐๐ คน สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ๘๕๐,๐๐๐ คน สนับสนุนการอบรม ศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจํามัสยิด ๘๙,๐๐๐ คน ส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมและ ศาสนาผ่านโครงการลานบุญลานปัญญา ๑,๑๕๐ แห่ง สนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม บูรณปฏิสังขรณ์วัด และศาสนสถานของศาสนาอื่น ตลอดจนส่งเสริม ฟื้นฟู และรักษา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนองค์กรเครือข่ายสภาวัฒนธรรมทุกระดับ ทั่วประเทศ ๗,๙๓๐ แห่ง อนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานที่เป็นมรดกโลก ทํานุบํารุงมรดก ทางศิลปวัฒนธรรม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม พัฒนาและเผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมทั้งให้บริการและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมให้แก่ ประชาชน

๔.๖ การเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม งบประมาณ จํานวน ๒๒,๕๔๕.๓ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเสริมสร้าง หลักประกันความมั่นคงในการดํารงชีวิตการทํางาน และจัดสวัสดิการทางสังคม เพิ่มพูนความรู้ พัฒนาอาชีพ และพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งตนเองของประชาชน พัฒนาวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น โดยสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้ชุมชนท้องถิ่นใน ศูนย์พัฒนาครอบครัว ๗,๗๗๕ แห่ง รวมทั้งสนับสนุนยุติความรุนแรงในครอบครัว การเลือกปฏิบัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการพัฒนาแม่และเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ สนับสนุนบทบาทสตรีไทยให้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศอย่างเสมอภาค ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ๗๗ จังหวัด เสริมสร้างโอกาสในการเข้าถึงหลักประกันทางสังคม หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ สร้างหลักประกันความมั่นคงในการดําเนินชีวิตให้คนพิการ โดยสนับสนุนเงินอุดหนุนเบี้ยคนพิการ ๑.๑ ล้านคน ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชน ผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงในชีวิต และดํารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี สร้างโอกาสในการ ประกอบอาชีพ และใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ

๔.๗ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยทางถนน งบประมาณ จํานวน ๖,๙๔๔.๔ ล้านบาท เพื่อลดการเกิดอุบัติภัยและความสูญเสียทางอุบัติเหตุจราจรอย่างเป็น ระบบและยั่งยืน โดยแก้ไขจุดเสี่ยงและบริเวณอันตรายบนโครงข่ายทางหลวงให้มี ความปลอดภัย ๔๘๐ แห่ง อํานวยการจราจรเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการใช้ ยานพาหนะ รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสําคัญ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ด้านอุบัติภัยเพื่อลดอุบัติภัยทางถนน ยุทธศาสตร์ที่ ๕ : การอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๕,๑๔๘.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินการในเรื่อง สาระสําคัญประกอบด้วย

๕.๑ การอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จํานวน ๒๐,๓๖๘.๗ ล้านบาท เพื่อคุ้มครอง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ํา ทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลและคงความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างยั่งยืน โดยการผลักดันให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ จัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อกระจายการถือครองที่ดิน ๗๐๐ ครัวเรือน ป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ๑๔๑ ล้านไร่ พื้นที่ป่าไม้ทางทะเลและชายฝั่ง ๑.๗ ล้านไร่ ให้บริการ การท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๓๐๐ แห่ง ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่เสื่อมโทรม ๑๔,๖๐๐ ไร่ จัดทําแปลงสาธิตการปลูกป่าเศรษฐกิจ ๖,๑๐๐ ไร่ จัดทํารังวัดแนวเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ออกเอกสารการถือครองการใช้ประโยชน์ที่ดิน ของประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ แปลง จัดทําฐานข้อมูลรูปแปลงที่ดินในระบบสารสนเทศ ๑.๗ ล้านแปลง อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์ ๓๔ ชนิด เพาะพันธุ์สัตว์น้ํา เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ําธรรมชาติในพื้นที่แหล่งน้ําให้ได้รับการจัดการและฟื้นฟู ๙ ไร่ ให้บริการ ด้านทรัพยากรธรณีและธรณีวิทยา ๔๕๐,๐๐๐ ราย และส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ซากดึกดําบรรพ์ เป็นแหล่งการศึกษาและเรียนรู้ของประชาชน

๕.๒ การจัดการสิ่งแวดล้อม งบประมาณ จํานวน ๒,๘๗๑.๓ ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษอย่างเหมาะสมต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยการป้องกัน ควบคุม ลด และขจัดมลพิษเพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม อากาศ น้ําเสีย กลิ่น เสียง และขยะทุกประเภทในพื้นที่เป้าหมาย ๙๕ แห่ง จัดตั้งเครือข่ายที่มีการดําเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ๒๒๘ เครือข่าย กําหนดเครื่องมือและกลไกในการบริหารจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถบริการ จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของตนเองได้

๕.๓ การจัดการทรัพยากรน้ํา จํานวน ๗,๙๒๔.๒ ล้านบาท เพื่อพัฒนากลไก ในการบริหารจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สอดคล้องกับความจําเป็นในการดํารงชีวิตและการผลิตที่มีผลต่อเศรษฐกิจ โดยการถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านบูรณาการน้ําผ่านเครือข่ายประชาชนองค์กรลุ่มน้ําและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ําและบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา อุทกภัยและภัยแล้ง ๒๘๗ แห่ง จัดหาแหล่งน้ําบาดาลสะอาดสําหรับโรงเรียนและหมู่บ้าน ภัยแล้ง ๑,๐๔๗ แห่ง และการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัย ๘๓๒ หมู่บ้าน

๕.๔ การป้องกันเตือนภัยแก้ไขและฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติ งบประมาณ จํานวน ๑๓,๙๓๗ ล้านบาท เพื่อจัดให้มีระบบป้องกัน เตือนภัย และบรรเทา ความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติและสาธารณภัย รวมทั้งบริเวณพื้นที่ชายแดน และชายฝั่งโดยการเฝ้าระวังและเตือนภัย การวางแผนช่วยเหลือ การฟื้นฟูบูรณะ จัดตั้งอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติ ๑,๕๐๐ คน และพื้นที่เสี่ยงธรณีพิบัติ ๕๐๓ แห่ง ก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ชุมชน ๓๔ แห่ง ศึกษาความเหมาะสมและ ออกแบบระบบป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ชุมชน ๑๐ แห่ง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพื้นที่ชายแดน และชายฝั่งทะเลกว่า ๔๕,๔๐๐ เมตร และจัดทําผังนโยบายบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ํา ๑๐ ผัง

๕.๕ การแก้ไขปัญหาและการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ งบประมาณ จํานวน ๑๐๑.๗ ล้านบาท เพื่อจัดทําแผนและกําหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทา ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกอย่างมีส่วนร่วม โดยส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพการจัดการก๊าซเรือนกระจกแก่ผู้รับบริการ ๔๐๐ ราย ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เอกชน ๕๐๐ ราย และส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้าที่เข้าร่วมโครงการฉลากลดก๊าซ ๖๐ ผลิตภัณฑ์ ยุทธศาสตร์ที่ ๖ : ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม

รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘,๐๓๗.๗ ล้านบาท เพื่อดําเนินงาน ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย

๖.๑ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม งบประมาณ จํานวน ๗,๓๗๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของ องค์ความรู้ โดยประชาชนได้รับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไม่น้อยกว่า ๑.๒ ล้านคน ให้บริการสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรม การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มมูลค่าและคุณภาพการผลิตให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และบริการข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาล ๑,๔๐๐ ทุน พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐,๐๐๐ คน และผู้ประกอบการนําผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ ๒๙๐ ราย บริการข้อมูลดาวเทียมและ ภูมิสารสนเทศ ๕,๐๐๐ รายการ ตลอดจนส่งเสริมผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี กว่า ๑๘,๐๐๐ คน

๖.๒ การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย งบประมาณ จํานวน ๑๐,๖๖๗.๗ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือ ทางภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาขั้นสูง ให้มีการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอด เทคโนโลยี รวมทั้งการบริหารงานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูง สนับสนุนการวิจัยที่สามารถ นําผลไปสู่การใช้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเกษตร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและการป้องกัน ด้านสาธารณภัย ยกระดับนวัตกรรมไปสู่เชิงพาณิชย์ ๑๐๐ เรื่อง ขอจดสิทธิบัตร ๒๔ เรื่อง มีบทความวิชาการที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ๖๒๐ เรื่อง และมีการถ่ายทอด องค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ โครงการ ยุทธศาสตร์ที่ ๗ : การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๗,๘๓๙.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่องสําคัญ ดังนี้

๗.๑ การขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศและความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ งบประมาณ จํานวน ๗,๘๓๙.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยได้รับ การยอมรับจากนานาประเทศ และได้รับประโยชน์จากการเป็นภาคีความตกลงระหว่าง ประเทศ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินและวิชาการแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมสถานะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ระหว่าง ประเทศและการให้บริการด้านต่างประเทศ ด้านกงสุล ด้านพิธีการทูต การให้คําปรึกษา ด้านกฎหมายและการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทย ยุทธศาสตร์ที่ ๘ : การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓๑๓,๒๙๓.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สําคัญประกอบด้วย

๘.๑ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน งบประมาณ จํานวน ๔๔,๒๓๔.๓ ล้านบาท เพื่อยกระดับการบริหารระบบราชการ ให้มีการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเพิ่มคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐแก่ประชาชน ปรับปรุงการให้บริการ เชิงรุกของภาครัฐ บริหารทรัพยากรบุคคล และเพิ่มสมรรถนะข้าราชการไปสู่ระบบสากล อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารของทางการสู่สาธารณชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม

๘.๒ การส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณ ๑๔๒,๓๔๐.๖ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดบริการสาธารณะตามความต้องการของประชาชนและ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดบริการให้ครอบคลุมการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมสร้างศักยภาพและเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาบุคลากร ของท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการรองรับการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง

๘.๓ การส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด งบประมาณ จํานวน ๑๘,๕๘๘.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดําเนินโครงการภายใต้ แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วน ในการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรักษาความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาจังหวัด โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนและ การสร้างรายได้ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและพัฒนาการบริหารจัดการ ให้มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ

๘.๔ การสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ งบประมาณ จํานวน ๓๒,๗๕๐.๒ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้ดําเนินงานได้อย่างอิสระ มีประสิทธิภาพ และเน้นความสําคัญ ในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และให้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน รวมทั้งพัฒนาระบบอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาค ทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นธรรม ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เสริมสร้าง มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งเสริมให้ภาครัฐ และประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดความโปร่งใส

๘.๕ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม งบประมาณ จํานวน ๗๕,๓๘๐.๕ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่มี ประสิทธิภาพ โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม พัฒนากระบวนการยุติธรรม และอํานวย ความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วยมาตรฐาน เชิงรุก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น เสริมสร้างการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และพัฒนาระบบการสืบสวน ยุทธศาสตร์ที่ ๙ : รายการค่าดําเนินการภาครัฐ

จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๖๐,๙๑๗.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินการ ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย

๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น งบประมาณ จํานวน ๖๘,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อสํารองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉินให้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น สามารถนําไปใช้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมิได้ คาดหมาย เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

๙.๒ บริหารบุคลากรภาครัฐ จํานวน ๒๑๖,๒๐๑.๑ ล้านบาท เพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายสําหรับการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ เงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ เงินสมทบ ของลูกจ้างประจําตามสิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

๙.๓ การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ จํานวน ๒๒๒,๐๙๘.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐให้เกิดเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ การดําเนินการและติดตามการชําระหนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ ผูกพันไว้

๙.๔ รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่าย ไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จํานวน ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท เพื่อเป็นการดําเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายและสนับสนุน เสถียรภาพความมั่นคงทางการคลัง ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ

สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามที่รัฐบาลได้แถลงมานั้น เป็นส่วนหนึ่งที่นํามาแถลงให้ทราบ สําหรับรายละเอียดปรากฏ อยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้นําเสนอต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว

ดิฉันและคณะรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่นํามาเสนอนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนาอันแน่วแน่ของ รัฐบาลในการใช้งบประมาณรายจ่ายเป็นเครื่องมือสําคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่สําคัญ ของชาติให้เกิดเป็นรูปธรรมและพัฒนาสังคมไทยให้เข้มแข็ง สามารถที่จะพึ่งตนเอง และแข่งขันในเวทีโลกได้ รวมทั้งเกิดความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของ ความพอเพียงในระยะยาว ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความกินดีอยู่ดีและประโยชน์ที่จะตกอยู่กับ ประชาชนเป็นสําคัญ จึงหวังว่าท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ให้ การสนับสนุนและพิจารณารับหลักการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือ เป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ขอบคุณค่ะ