ภราดร ปริศนานันทกุล หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ที่เกิดจากปริมาณน้ำฝนมากเกินไป และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ การขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเพื่อลดมวลน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และการสร้างเส้นทางน้ำใหม่ฝั่งตะวันตก และการแก้ไขลุ่มน้ำท่าจีนเพื่อลดการไหลของน้ำลงกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและอธิบายว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในฝั่งตะวันตกไม่ใช่ความผิดพลาดของกรมชลประทาน แต่เป็นผลมาจากประตูระบายน้ำพระงามที่พังที่คลองกระทุ่มโพรง และน้ำที่ไหลเข้ามาในแม่น้ำน้อยทำให้น้ำท่วมทุ่งผักไห่ และหารือเรื่องน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร และอธิบายว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุการแตกของบางโฉมศรี ซึ่งทำให้น้ำไหลออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาและท่วมพื้นที่ต่างๆ ในช่วงเวลานั้น
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ครับที่ให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่ง ในการที่จะร่วมกันอภิปรายงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้เรื่องของมหาอุทกภัยเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่ากําลังถูกจัดอันดับเป็นอันดับต้น ๆ ของการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ ทุกสายตาของสังคมนี้กําลังจับจ้องรัฐบาลว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยนี้อย่างไร ทั้งในระยะสั้นรัฐบาลจะเยียวยาแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนที่กําลังประสบอุทกภัยขณะนี้อย่างไร จะชดเชยเยียวยาเงินน้ําท่วม ให้กับเขาอย่างไร ในระยะกลางหลังจากที่น้ําลดลงแล้วรัฐบาลมีเงินงบประมาณส่วนใด ในการที่จะไปซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ที่เสียหายอย่างสิ้นเชิงจากอุทกภัย และที่สําคัญ ที่สุดครับ สังคมนี้กําลังเฝ้าดูว่ารัฐบาลจะดําเนินการอย่างไรในการที่จะป้องกันไม่ให้อุทกภัย เกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ การแก้ไขปัญหาในระยะยาวผมยอมรับครับว่าจําเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล แต่ผมก็ต้องบอกครับว่าใช้เงินงบประมาณมหาศาลอย่างไรก็คุ้มค่าครับ ก็คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ก่อนที่เราจะใช้เงินงบประมาณมหาศาลนี้เราต้องรู้ถึงต้นเหตุและต้นตอของปัญหาเสียก่อนว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทั้งในฝั่งตะวันตกและในฝั่งตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยานั้น เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด เพราะถ้าหากว่าไม่รู้ถึงต้นตอของปัญหาแล้วจะไม่สามารถที่จะรู้เลย ครับว่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤติในอนาคตได้อย่างไร ผมจึงถือโอกาสตรงนี้ครับไล่เรียง ให้ท่านประธานได้รับรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาเป็นวิกฤติมหาอุทกภัย มีเหตุเริ่มต้นที่จุดไหน ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ผมเริ่มต้นด้วยปริมาณน้ําฝนที่ตกลงมา ในประเทศนี้ในปีนี้ครับ ถ้าหากว่าท่านจะมองชาร์ทที่ผมได้นําเสนอและได้ขออนุญาต ท่านประธานไว้แล้วท่านก็จะเห็นครับว่าปริมาณน้ําฝนในภาคเหนือของปีนี้มากกว่าปริมาณ น้ําฝนสถิติสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๙๖ สถิติสูงสุดคือ ๑,๖๐๐ มิลลิเมตรครับ ในขณะที่ ปีนี้ ๒๕๕๔ ๑,๖๗๓ มิลลิเมตร นี่คือสถิติที่เกิดขึ้นในภาคเหนือของปีนี้ ถัดมามาดูที่ภาคกลางครับ ภาคกลางไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ปริมาณน้ําฝนในภาคกลางปีนี้ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย ใน ๓๐ ปีที่ผ่านมา ปีนี้ปริมาณน้ําฝนที่ตกในภาคกลาง ๑,๕๐๐ กับ ๑๑ มิลลิเมตร นี่คือ เรื่องจริงที่ปรากฏครับ และเป็นสาเหตุใหญ่ว่าเพราะอะไรเราจึงไม่สามารถที่จะควบคุม ปริมาณน้ําในปีนี้ได้ เพราะปริมาณน้ําฝนปีนี้มากกว่าปกติ มาดูนี่ครับท่านประธานครับ นี่คือปริมาณน้ําฝนที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ของประเทศนี้ ผมยกตัวอย่างที่เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ําเฉลี่ยที่ไหลเข้าเขื่อนภูมิพลปกติอยู่ที่ ๔,๙๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ ๑๑,๘๔๒ ล้านลูกบาศก์เมตร มากขึ้นเกือบจะ ๓ เท่าตัวครับ มาดูที่เขื่อนสิริกิติ์ครับ เขื่อนสิริกิติ์ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๕,๒๘๙ แต่ปีนี้น้ําที่ไหลเข้าอ่าง ๑๐,๐๐๐ กับ ๗๓๐ มากเกือบจะ ๒ เท่าของปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย นี่คือสาเหตุใหญ่ครับ สาเหตุใหญ่ที่ว่าทําไมปีนี้เราจึง ไม่สามารถที่จะควบคุมปริมาณน้ําได้ มาดูปริมาณน้ําที่ไหลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ที่จังหวัดนครสวรรค์นะครับ อันนี้จะเป็นตัวที่บ่งชี้ให้เห็นเลยว่านี่คือปัญหาที่แท้จริง มาดูสถิติสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น น้ําที่เคยไหลผ่านที่สถานีวัดน้ําที่จังหวัดนครสวรรค์ในปี ๒๕๓๘ เป็นปีที่น้ําไหลผ่านมากที่สุดครับ ปีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์ มากเหมือนกับปี ๒๕๓๘ แต่ท่านลองดูเส้นสีแดงนี้นะครับ ฐานที่กว้างหมายถึงช่วงเวลา ที่ยาวนานของการไหลผ่านในปริมาณที่มาก ไม่เหมือนกับปี ๒๕๓๘ ที่เวลาของการไหลผ่าน ที่จังหวัดนครสวรรค์แคบ ปีนี้กว้างมากครับ อาศัยช่วงเวลาถึงเกือบจะ ๒-๓ เดือน ที่ปริมาณน้ํามากมหาศาล ทั้งหมดทั้งสิ้นเกิดขึ้นเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นเนื่องมาจาก พายุโซนร้อนที่ได้เข้ามากระหน่ําประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนกระทั่ง ถึงเดือนตุลาคม นับรวมแล้ว ๕ ลูกด้วยกันครับสําหรับพายุ และยังมีร่องความกดอากาศต่ํา อีก ๓ รอบด้วยกันที่ทําให้ปริมาณน้ําปีนี้มากผิดปกติ มีผู้คนสงสัยครับว่าเพราะอะไร ทําไม การระบายน้ําจากอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่จึงไม่มีการระบายน้ําในช่วงที่ฝนกําลังลงมา ในช่วงก่อนที่จะมีฝนลงมา ผมก็ต้องบอกครับว่าถ้าหากว่าจะดูจากกราฟนี้ ท่านจะเห็นครับนี่คือปริมาณน้ําในเขื่อนภูมิพล ท่านจะเห็นเขาจะมีเกณฑ์อยู่ครับ เรียกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดก็จะมีในแต่จะช่วงเดือน เกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดในแต่ละช่วงเดือนก็จะไม่เท่ากัน ที่ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลที่แล้วพยายาม ที่จะเก็บน้ําเอาไว้เพื่อวางยารัฐบาลใหม่ ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมกับรัฐบาลที่แล้ว เพราะว่า ปริมาณการเก็บน้ําช่วงที่ผ่านมาช่วงต้นปี น้ําในเขื่อนภูมิพลต่ํากว่าการเก็บน้ําต่ําสุด จึงไม่สามารถที่จะระบายได้ จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน น้ําเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากพายุที่ผมได้บอกไป ๕ ลูกเมื่อสักครู่ทําให้การระบายน้ํา เป็นไปได้ยากเพราะอย่างที่บอกเมื่อสักครู่ ไม่ใช่น้ําฝนตกแต่เฉพาะภาคเหนือ แต่ว่าภาคกลาง ก็ตกด้วย ผมฝากท่านประธานถึงท่านนิพิฏฐ์เมื่อสักครู่ครับ ท่านต้องฟังผมให้ดีครับ ท่านถามบอกว่าทําไมช่วงเดือนสิงหาคมเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จึงไม่ระบายออกมาก็ต้องบอกว่า ช่วงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมก่อนเดือนสิงหาคมที่ท่านว่า ช่วงนี้ที่จังหวัดพิษณุโลก ที่จังหวัดสุโขทัย ที่จังหวัดพิจิตรเขาบอบช้ํามากแล้วครับ ถ้ากระแทกน้ําลงมาจากเขื่อนสิริกิติ์ ลงมาอีกถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านไม่สงสารเขาบ้างหรือครับ คนพิษณุโลก คนบางระกํา คนพิจิตร ท่านลองไปถามความรู้สึกคุณหมอวรงค์ ท่านลองไปถามความรู้สึก ของท่านนคร มาฉิม ดูว่าความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งท่านบอกว่ารัฐบาลพยายามที่จะเร่งระบายน้ํา ระบายน้ํา หลังจากวันที่ ๑๕ กันยายน เพราะอะไร อันนี้เกี่ยวเนื่องกับนโยบายของรัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลที่แล้วกําหนดช่วงเวลานะครับ กําหนดช่วงเวลาของฤดูกาลเพาะปลูก คร็อป (Crop) ที่ ๒ ของปีนี้ครับ คือตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งผมแปลกใจครับ ผมแปลกใจที่ท่านนิพิฏฐ์ถามคําถามนี้ออกมาได้อย่างไร ท่านเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลที่ว่า ผมถามท่านจริง ๆ ครับ ท่านลืม ท่านไม่รู้หรือท่านไม่ใส่ใจ ผมย้ําคําพูดของท่าน แล้วผมก็เห็นด้วยกับคําพูดของท่านครับว่า คนฉลาดหรือไม่ดูที่การพูดครับ เอาละครับ ผมไม่ต่อล้อต่อเถียง นี่คือสิ่งที่ผมกําลังจะอธิบายว่าเพราะอะไร เราไม่สามารถที่จะระบายน้ํา ในเขื่อนภูมิพลออกมาได้ ณ ช่วงขณะเวลานั้นเหมือนกันเช่นเดียวกันกับเขื่อนสิริกิติ์
ประเด็นถัดมาครับ ผมต้องอธิบายให้ท่านประธานได้ฟังถึงการบริหารจัดการ น้ําทั้ง ๒ ฝั่งทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกก่อนที่จะเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา เหนือเขื่อนเจ้าพระยาใต้จังหวัดนครสวรรค์ลงมามีการระบายน้ําออกทุ่งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก ๒ ด้าน ฝั่งตะวันตกผ่านที่ประตูพลเทพและประตูบรมธาตุ ฝั่งตะวันออก ผ่านที่ประตูระบายน้ํามโนรมย์และประตูระบายน้ํามหาราช ๒ ฝั่ง ฝั่งละ ๒ ข้าง ฝั่งละ ๒ คลองด้วยกัน วิธีการบริหารจัดการโดยทั่วไปตามสามัญสํานึก วิธีการบริหารจัดการก็คือว่า เราจะต้องดูครับว่าลําน้ําแต่ละลําน้ํา เขาสามารถที่จะจุน้ําได้เท่าไร เช่น ที่ประตูพลเทพ แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําสุพรรณบุรี ความจุสูงสุดอยู่ที่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่บรมธาตุ แม่น้ําน้อยผ่านจังหวัดอ่างทองบ้านผมจุได้เต็มที่ ๑๕๐ ไม่เกิน ๑๘๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประตูมโนรมย์ผ่านไปที่คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองนี้จุได้ไม่เกิน ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประตูมหาราช ๖๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นี่คือช่วงเหตุการณ์ปกติ การบริหารจัดการ ไม่มีทางหรอกครับที่จะผลักดันน้ําไปในคลองใดคลองหนึ่งให้มากเกินความจุ เพราะหัวอก ของข้าราชการเขารู้ครับว่าถ้าดันน้ําออกไปเกินปริมาณความจุแล้วนี่ปัญหาจะเกิดขึ้น กับพี่น้องริม ๒ ฝั่งตลิ่ง เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการก่อนที่จะมีปัญหา ผมหมายถึงก่อนที่บางโฉมศรีจะแตก ในวันที่ ๑๔ กันยายน เขาบริหารจัดการกันอย่างนี้ครับ ผมมีชาร์ท มาให้ท่านดูเพื่อเป็นการยืนยัน ว่าการระบายน้ําเข้าทุ่งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีปริมาณการระบายน้ําที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เป็นไปอย่างข้อกล่าวหาที่บอกว่าระบายน้ําออกแต่ทุ่งตะวันออกโดยปิดไม่ให้เข้าท่วมทุ่ง ฝั่งตะวันตก ไม่จริงครับ ดูชาร์ทจะเห็นครับ ปัญหาเกิดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน จะเห็นได้ว่ากราฟเส้นสีชมพูเป็นการระบายน้ําเข้าทุ่งตะวันตก เห็นว่าจะมีบางช่วง ที่กราฟเส้นสีชมพูสูงกว่ากราฟเส้นสีน้ําเงินที่ระบายเข้าทุ่งฝั่งตะวันออกเสียด้วยซ้ํา นี่จึงเป็นเครื่องที่ยืนยันตอกย้ําให้เห็นว่าไม่จริงกับข้อกล่าวหาที่ว่ามีการระบายน้ํา ฝั่งตะวันออกมากกว่าฝั่งตะวันตก มาดูกราฟนี้ยิ่งเห็นชัดครับ กราฟนี้จะเป็นปริมาณน้ํา วัดเป็นล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงที่ผ่านมากราฟ ๒ เส้น สีน้ําเงินกับสีชมพูแทบจะทับกันครับ หมายความถึงการระบายน้ําของ ๒ ฝั่งไม่มีความแตกต่างโดยนัยสําคัญ จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๑๔ กันยายน วันที่บางโฉมศรีแตกที่จังหวัดสิงห์บุรี วันนั้นแหละครับเป็นการที่เบาน้ํา ให้ระบายออกฝั่งตะวันออกให้น้อย เพราะต้องการที่จะลดผลกระทบ โดยเพิ่มปริมาณ การระบายออกทางฝั่งตะวันตก ผมอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุหลักของการทําให้ฝั่งตะวันตก เกิดปัญหา ณ ช่วงนี้ หลายคนกล่าวหาว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล หลายคน กล่าวหาว่าเป็นการผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน ผมบอกครับ มันไม่ใช่ความผิดพลาดหรอกครับ สาเหตุของทุ่งตะวันตก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา ที่เกิดการท่วมที่เป็นปัญหาจนกระทั่งถึงขณะนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ เป็นจุดเริ่มต้น ๑๕ กันยายนเป็นจุดเริ่มต้นครับ ๑๕ กันยายน ประตูระบายน้ําพระงามที่อยู่ที่คลองกระทุ่มโพรง เป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ําเจ้าพระยากับแม่น้ําน้อย คลองนี้เป็นคลองระบายครับ วันที่ ๑๕ กันยายน ประตูระบายน้ํามีปัญหา น้ําไหลเข้าสู่ระบบ ไหลออกจากระบบ ของแม่น้ําเจ้าพระยาเข้าสู่แม่น้ําน้อยด้วยปริมาณเฉลี่ย ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผ่านมานี่ครับ มารวมกับที่ประตูน้ําลําชวดซึ่งเป็นการกักเก็บน้ําที่มาจากจังหวัดสิงห์บุรี ผ่านที่ประตูน้ํา ลําชวดอีกประมาณ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับที่ประตูน้ํายางมณีซึ่งรับน้ํามาจาก ประตูบรมธาตุอีกประมาณ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมแล้วช่องทางนี้ที่ลงสู่แม่น้ําน้อย ทั้งหมดประมาณ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีครับ ไหลลงมาถึงแม่น้ําน้อยเข้าสู่ อําเภอโพธิ์ทองของจังหวัดอ่างทอง อําเภอวิเศษชัยชาญของจังหวัดอ่างทองไล่ไปจนกระทั่ง ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็ทุ่งผักไห่ สีน้ําเงินนี่ครับ เข้าทุ่งผักไห่เต็มจนทุ่งนี้เต็ม แล้วก็รับน้ําไม่ไหว เพราะว่าปริมาณน้ําที่ไหลเข้ามานั้นมากมายมหาศาลจากเหตุของประตูน้ํา พระงามพัง ใช้เวลาซ่อมเกือบจะ ๓ อาทิตย์ เพราะฉะนั้นน้ํามาขังอยู่ในบริเวณนี้มากมาย มหาศาลและไม่มีทางที่จะระบายออกครับ น้ําที่ขังอยู่บริเวณนี้ไหลลงจากเหนือสู่ใต้ ลงสู่ด้านใต้ของโครงการผักไห่ เข้าสู่ที่โครงการเจ้าเจ็ด-บางยี่หน โดยข้ามคลองเจ้าเจ็ด เส้นด้านบนนี้นะครับ ข้ามคลองเจ้าเจ็ดลงมาที่โครงการเจ้าเจ็ด-บางยี่หนประกอบกัน น้ําเหนือจากข้างบน จากโครงการผักไห่ จากประตูพระงามไม่พอ มาประกอบรวมเข้ากับ ประตูระบายบางแขยงที่ขาดเพิ่มเติมเข้ามาอีก ทําให้มีการเติมน้ําเข้ามาที่โครงการนี้ จํานวนมหาศาล เมื่อโครงการนี้รับไม่ได้ก็จะส่งผ่านลงมาด้านล่างอีกครับ คราวนี้ มาจนกระทั่งถึงที่จังหวัดปทุมธานีแล้วครับ ที่โครงการพระยาบรรลือ คลองพระยาบรรลือ เส้นบนของโครงการพระยาบรรลือไม่สามารถที่จะรองรับน้ําไว้ได้อีก ก็ทําให้ล้นข้ามคลอง พระยาบรรลือเข้าท่วมทุ่งที่ลาดบัวหลวง ลาดหลุมแก้ว ด้านนี้ จังหวัดปทุมธานีทั้งหมดครับ ประกอบกันที่จังหวัดปทุมธานีมีรอยขาดที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกอีก ๑๐ กว่าแห่ง มีประตูระบายน้ํามะทายที่พังเข้ามาอีก ทําให้น้ําเพิ่มเข้ามาในทุ่งนี้จํานวนมากครับ ก็ไหลลงมาด้านล่างถึงโครงการพระพิมล เข้าสู่คลองทวีวัฒนา เข้าสู่ถนนพระบรมราชชนนี ทําให้กรุงเทพมหานครท่วม ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครน้ําท่วมทั้งหมดครับ น้ําไม่ได้ ไปไหนหรอก นี่คือเหตุการณ์ที่ผมไล่เรียงให้ท่านประธานได้เห็นถึงภาพรวมทั้งหมด หลายคน พูดว่าแล้วทําไมถึงไม่ระบายน้ําออกมาช่วยฝั่งตะวันตกที่ประตูน้ําพลเทพบ้าง ผมบอก ท่านประธานปกติทุ่งฝั่งตะวันตก วิธีการระบายน้ําของเขา คือการระบาน้ําออกจากทุ่งต่าง ๆ เหล่านี้ออกสู่แม่น้ําท่าจีน โดยเขาจะมีประตูอยู่ที่คลองต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ หรือจะมี เครื่องสูบน้ําไปสถานีสูบน้ําที่ปลายคลองแม่น้ําท่าจีน แต่เนื่องจากว่าช่วงเวลาหนึ่ง มีการกดดันไปที่รัฐบาลว่า ให้ระบายน้ําเข้าสู่ประตูน้ําพลเทพ ประตูน้ําพลเทพอย่างที่ผมบอก แม่น้ําท่าจีนรับน้ําได้ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่สูงสุด น้ําเข้ามาเป็นเดือน ๓๖๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทําให้ไม่สามารถที่จะระบายน้ําออกจากทุ่งนี้ลงสู่แม่น้ําท่าจีนได้ เพราะน้ําเสมอกัน และน้ําในแม่น้ําท่าจีนสูงกว่าน้ําในทุ่งด้านนี้ทั้งหมด นี่คือเหตุผลของน้ํา ที่กําลังท่วมและเป็นมหันตภัยร้ายแรงในฝั่งตะวันตก ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ของการบริหารงานของรัฐบาลแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ของการบริหารงานของกรมชลประทานแม้แต่นิดเดียวครับ
ทีนี้มาถึงประเด็นที่ผมคิดว่าจําเป็นที่จะต้องพูดครับ หลายคนได้มีการ กล่าวหา และพูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อสักครู่ พูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรีว่าพยายามที่จะ กักเก็บน้ําไม่ให้น้ําเข้าท่วมจังหวัดสุพรรณบุรี ผมก็บอกครับ ท่านลองลงไปพื้นที่ดูสิครับ จังหวัดสุพรรณบุรีริมแม่น้ําสุพรรณบุรี ริมแม่น้ําท่าจีน ๒ ฝั่งท่วมทั้งหมด คุณสหรัฐ กุลศรี เป็นคนยืนยันเองว่าที่อําเภอเดิมบางนางบวชท่วม ที่อําเภอสามชุกท่วม ที่อําเภอศรีประจันต์ท่วม ที่อําเภอเมืองก็ท่วม สองพี่น้อง บางปลาม้าไม่ต้องพูดถึงท่วมก่อนใครเพื่อนตั้งแต่ เดือนสิงหาคมแล้วครับ หลายคนบอกตัวเมืองสุพรรณบุรีไม่ท่วม ถูกต้องครับ ผมก็ยืนยันว่า ตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรีไม่ท่วม เพราะอะไรครับ เพราะตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี มีเขื่อนป้องกันตลิ่งขนาดใหญ่ ซึ่ง ส.ส. ขณะนั้นที่เขาดํารงตําแหน่งเขาพยายามประสานงาน เอาเขื่อนมาลงที่ตัวเมืองซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เขตเศรษฐกิจ ของจังหวัดสุพรรณบุรีน้ําท่วม เขาก็ประสานงานนําเงินงบประมาณมาก่อสร้างตลอดแนว ๒ ฝั่ง ที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ความสูงระดับน้ําในแม่น้ํากับตัวเมืองสุพรรณบุรีต่างกันเป็นเมตร ที่ไม่ท่วมก็เพราะมีเขื่อนป้องกันตลิ่ง ผมอยากจะบอกว่านี่เป็นสุพรรณบุรีโมเดล แล้วก็ ต้องบอกด้วยว่ารัฐบาลจะต้องดูครับ รัฐบาลจะต้องดูเอาเป็นตัวอย่างสําหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ เศรษฐกิจ ผมยก ตัวอย่างเช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา จะต้องดําเนินการผ่านกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรเงินงบประมาณผ่านเข้าไป ให้เขาทําเขื่อน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกาะเมืองของเขาได้รับผลกระทบ นี่จึงเป็นสุพรรณบุรี โมเดล ที่ผมบอกกับท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเป็นเรื่องที่รัฐบาลน่าจะหยิบ เอาไปเป็นตัวอย่างสําหรับพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ เมื่อสักครู่ผมพูดค้างเอาไว้ ที่ฝั่งตะวันออกครับว่าฝั่งตะวันออกปัญหาเกิดขึ้นวันที่ ๑๔ กันยายน ที่น้ําท่วมกรุงเทพมหานคร ที่น้ําท่วมดอนเมือง สายไหม มีนบุรี หนองจอก เกิดจากสาเหตุนี้ครับ และย้ําอีกครั้งหนึ่งครับว่า สาเหตุนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะการบริหารงาน ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ไม่ใช่การบริหารงานที่ผิดพลาดของกรมชลประทาน และน้ําที่ท่วมกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของการบริหารงานที่ผิดพลาด ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่ครับ จุดเกิดเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ที่บางโฉมศรีครับ บางโฉมศรีแตกเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน น้ําทะลักออกมาจากแม่น้ําเจ้าพระยาออกจากระบบ แม่น้ําเจ้าพระยาวัดได้ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีที่บางโฉมศรี แล้วก็จะมีจุดย่อย ๆ แตก เหนือใต้บางโฉมศรีอีกหลายจุดครับ รวมแล้วประมาณอีก ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถัดจากนั้นวันที่ ๑๘ กันยายน เป็นปริมาณที่น้ําไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นจํานวนมหาศาล ซึ่งเกินกว่าที่เขื่อนจะรับได้ น้ําเหนือเขื่อนเจ้าพระยาไหลออกข้าง ออกสปิลล์เวย์เพื่อไม่ให้ เขื่อนเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ําที่มากเกินไป ออกมาตรงนี้อีก ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีครับ เหนือขึ้นไปที่เขากระดี ที่ดักคะนน ตรงนี้รวม ๆ กันแล้ว ๗๕๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เพราะฉะนั้นบางโฉมศรี เขากระดี ดักคะนน รวมถึงสปิลล์เวย์นะครับ รวม ๆ แล้ว มากกว่า ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ไหลลงมาเข้าท่วมทุ่งสิงห์บุรี เข้าท่วมทุ่งชัยนาท สิงห์บุรี ลงมาที่อ่างทอง อําเภอไชโย อําเภอเมือง มาอําเภอป่าโมกฝั่งตะวันออก ของแม่น้ําเจ้าพระยาไปที่อําเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปที่จังหวัดลพบุรี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุที่ผมบอก เริ่มต้นวันที่ ๑๔ และวันที่ ๒๑ วันที่ ๒๔ ที่เขากระดีและที่ดักคะนน ทั้งสิ้นเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทั้งสิ้นครับ เกิดขึ้นเมื่อมวลน้ําทั้งหมด เคลื่อนต่ําลงมาเรื่อย ๆ ผมต้องบอกกับท่านประธานครับ บางโฉมศรีใช้เวลา ๓ อาทิตย์ กว่าจะซ่อมเสร็จ ๓ อาทิตย์ปริมาณน้ําเท่าไรครับ ปริมาณน้ํามหาศาลที่ผ่านบางโฉมศรี เขากระดีและดักคะนน ทําให้น้ําลงมาด้านล่างทั้งหมด นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะจึงประสบกับปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ และไม่มีใครที่จะหยุด มวลน้ําก้อนนี้ได้ครับ ผมยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นไม่ใช่ เป็นความผิดพลาดของใครครับ แล้วก็อย่าโทษกันไปกันมาอีกเลยครับ ว่าเป็นความผิดพลาด ของรัฐบาลบ้าง เป็นรัฐบาลของชุดที่แล้วบ้าง เป็นความผิดพลาดของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ของกรมชลประทานบ้าง เป็นความผิดพลาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบ้าง ผมว่าไม่ใช่ความผิดของใครละครับ วันนี้ผมคิดว่าสังคมกําลังจ้องมองพวกเราทั้งหมดอยู่ ว่าเราจะแก้ไขปัญหาวิกฤตินี้อย่างไร เขาไม่อยากจะเห็นครับ ที่ผ่านมามีการสํารวจ มีการ ทําโพลล์สํารวจ ประชาชนเขาเบื่อครับ ประชาชนเขาเบื่อหน่ายกับการทะเลาะเบาะแว้งและ การเล่นการเมืองของนักการเมือง ผมอยากจะเห็นนักการเมืองทั้งหมดถอดหัวโขนของ ความเป็นพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของพรรคที่ยืนกันอยู่คนละข้างคนละมุม แล้วหันหน้าเข้าหากัน มาพูดคุยกันถึงวิธีทางแก้ไขปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติและก้าวข้าม วิกฤตินี้ไปด้วยกัน ผมมีข้อเสนอแนะที่กําลังจะบอกกับท่านประธานในท้ายที่สุดครับ ข้อเสนอแนะที่จะต้องใช้เงินงบประมาณจํานวนมหาศาล และผมคิดว่าในปีงบประมาณเดียว คงไม่พอ
วิธีทางแก้ไขปัญหา ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีการศึกษาครับ แล้วก็มีหลากหลายวิธี ที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องของแก่งเสือเต้น การไปทําอ่างเก็บน้ํา ขนาดใหญ่ที่ลุ่มน้ํายม เพราะลุ่มน้ํายมเป็นลุ่มน้ําเดียวที่ไม่มีอ่างเก็บน้ํา ๑. แก่งเสือเต้น ๒. ยมบนหรือยมล่าง อันนี้เป็น ๒ ทางเลือกระหว่างแก่งเสือเต้น ถ้าไม่แก่งเสือเต้นก็ยมบน กับยมล่าง อันนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลกําลังศึกษาถึงแนวทางที่จะปฏิบัติอยู่ นั่นเป็นวิธีการที่ ๑
วิธีการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าน่าที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ และผมคิดว่าขณะนี้ รัฐบาลซึ่งน่าจะต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้วได้ศึกษาเอาไว้แล้ว นั่นก็คือที่ฝั่งตะวันออกครับ ที่คลองชัยนาท-ป่าสัก วันนี้ปริมาณน้ําที่รับได้เต็มที่คือ ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การศึกษากําลังศึกษาอยู่ครับว่าสามารถที่จะขยายลําน้ํานี้ออกให้กว้างขึ้นได้ จาก ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าหากว่าขยายออกรับน้ําได้ถึง ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็จะช่วยพร่องน้ําจากแม่น้ําเจ้าพระยาได้จํานวนมหาศาล แล้วออกมาระบาย ทางทุ่งฝั่งตะวันออกนี้ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสักลงทะลุมาเรื่อยจนกระทั่งออกปากอ่าว ถ้าหากว่าทําตรงนี้ได้ก็จะช่วยลดมวลน้ํามหาศาลที่กําลังจะผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลงสู่กรุงเทพมหานคร
ช่องทางอีกช่องทางหนึ่งครับเป็นช่องทางฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันตกในส่วนนี้ ผมเข้าใจว่ายังไม่ได้ศึกษา จะเป็นเส้นทางที่ผมเรียกว่าชัยนาท สมุทรสาคร จะเป็น เส้นทางใหม่ครับ เส้นทางอาจจะอยู่เหนือประตูน้ําพลเทพ เจาะผ่านเข้ามาที่จังหวัดชัยนาท ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีเรื่อยลงมาที่จังหวัดนครปฐม จนกระทั่งออกปากอ่าว ที่จังหวัดสมุทรสาคร จะเป็นเส้นทางใหม่ ซึ่งอาจจะเขียนได้เป็นอย่างนี้ครับออกมาด้านนี้ เป็นเส้นทางใหม่ ถ้าหากว่าเส้นทางนี้รับน้ําได้อีก ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็สามารถ ที่จะพร่องน้ําบริเวณนี้บริเวณที่แม่น้ําเจ้าพระยาจะรับได้ แล้วก็ลดน้ําที่จะเข้าสู่ กรุงเทพมหานคร ลดน้ําที่จะเข้าสู่บางไทรได้จํานวนมหาศาล ซึ่งตรงนี้จําเป็นที่จะต้องใช้ เงินงบประมาณมหาศาล ก็ต้องฝากกับท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีครับ ถ้าหากว่า มีโอกาสท่านลองศึกษาดูครับ เส้นทางทั้งฝั่งตะวันออกและเส้นทางทั้งฝั่งตะวันตก
มากกว่านั้นในข้อเสนอสุดท้าย เป็นข้อเสนอของลุ่มแม่น้ําท่าจีน ลุ่มแม่น้ําท่าจีน ลําน้ํานี้เป็นลําน้ําที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก คดเคี้ยวที่สุดในประเทศไทย ท่านจะเห็นจากแผนที่ ที่ผมได้แสดงให้เห็น น้ํากว่าจะไหลลงมานี่จะต้องผ่านคดเคี้ยวแล้วคดเคี้ยวอีก ถ้าหากว่า เราสามารถที่จะตัดเส้นทางให้สั้นลงได้ ระยะทางการเดินทางของน้ําก็จะย่นย่อลง มี ๓-๔ จุด ที่สามารถที่จะตัดลุ่มน้ําท่าจีนให้ลําน้ํานี้สั้นลงได้ นี่คือ ๓-๔ วิธีที่ผมอยากจะเสนอ ต่อท่านประธาน
แล้วในวิธีสุดท้าย ผมฝากไปถึงกระทรวงไอทีซีครับ กระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงที่ดูแลในเรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยา ผมไม่แน่ใจนักว่าในโลกนี้จะมีการ พยากรณ์อากาศได้เที่ยงตรงและแน่นอนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปีนี้เป็นตัวอย่างที่ เห็นได้ชัดเลยว่าการพยากรณ์อากาศทําได้มีประสิทธิภาพจริงครับ แต่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น หมายความว่ามีประสิทธิภาพในช่วงเวลา ๑ อาทิตย์ เขาบอกว่าไหหม่าจะเข้า ในอาทิตย์หน้า นกเตนจะเข้าในอาทิตย์หน้า บอกได้เพียงแค่อาทิตย์เดียวครับ จึงทําให้ ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการน้ําที่อยู่บนเหนือเขื่อนหรืออยู่ใต้เขื่อนได้ทัน ถ้าหากว่าสามารถ พยากรณ์ได้เป็นเดือนหรือถ้าเป็นปีได้ก็จะยิ่งดีครับ เรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ๑ ปี เรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า๑ เดือน ก็สามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีถึงรัฐบาลว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านลองศึกษาดูแล้วก็ลองจัดสรรเงินงบประมาณเข้าสู่กระทรวงไอซีที เพื่อวางแผน ของการพยากรณ์อากาศในระยะยาว ผมเชื่อว่าสามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้ถูกต้อง แล้วก็แม่นยํามากกว่าที่เป็นอยู่
ท้ายที่สุดครับ ผมวอนทุกฝ่ายอย่างที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่ ผมมีความคิดเห็น เหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมอยากจะเห็นความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ผมอยากจะเห็นรัฐบาลจับมือกับฝ่ายค้าน อยากจะให้ทุกคนนั้นถอดหัวโขนออก แล้วร่วมกัน แก้วิกฤติปัญหานี้ไปด้วยกัน ผมเชื่อว่าไม่มีใครหรอกครับที่จะก้าวข้ามวิกฤติไปด้วยตัวคนเดียว พวกเราต้องช่วยกันครับ มหาอุทกภัย ภัยพิบัติ มันไม่รุนแรงเท่ากับคนไทยใจวิบัติหรอกครับ การแตกความสามัคคีจะนําไปสู่ความวิบัติของประเทศนี้ ผมฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพขอบพระคุณครับ