นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณปี 2555 และแสดงความกังวลเกี่ยวกับจีดีพีที่ลดลง เธอยังขอให้รัฐบาลชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำและระบายน้ำ นอกจากนี้ เธอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการที่ใช้เงิน 2,000 ล้านบาทในการสร้างเขื่อนป้องกันหรือกําแพงกันนิคมอุตสาหกรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ขอกราบเรียนท่านประธานถึงเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท คือเพิ่ม ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็น การเพิ่มที่ยอมรับได้คือ ๒๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของรายได้ประชาชาติ ในขณะเดียวกันการตั้งงบประมาณของปีนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานจีดีพีที่ ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เหตุการณ์เช่นนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันรู้สึกเป็นห่วงถ้าจีดีพีลดลงไม่เป็นไปตาม ข้อสมมุติฐานรัฐบาลจะทําอย่างไร ดิฉันจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่จะขอลงรายละเอียดของงบประมาณในการจัดการกับปัญหา มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ในเบื้องต้นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะในการทํางานของรัฐบาล ทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ ทหาร ตํารวจ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ได้ ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่จะฟันฝ่าอุปสรรคของเหตุการณ์ครั้งนี้กันไป ด้วยความสมัครสมานสามัคคี และดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าดิฉันได้ยกมือกราบขอบพระคุณ ในสภาแห่งนี้ว่าการที่เราได้อภิปรายเรื่องปัญหาน้ําท่วมกัน ซึ่งจะมีต่อกันในวันที่ ๑๑ และ วันที่ ๑๒ ดิฉันไม่สามารถที่จะเพิกเฉยกับปัญหาอุทกภัยที่ใหญ่หลวงในขณะนี้ จึงต้องขอ กล่าวอนุญาตที่จะพูดเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย เกี่ยวกับการฟื้นฟูเยียวยาที่จะได้รับผลกระทบ ดิฉันได้อ่านข้อมูลซึ่งรัฐบาลได้เตรียมไว้พวกความช่วยเหลือ พอจะสรุปประเด็นใหญ่ ๆ นะคะ ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือทั้งด้านสังคมก็คือด้านประชาชน ด้านภาคการเกษตร และเกษตรกร ด้านภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมขนาดเล็กคือเอสเอ็มอี อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็ต้องคิดการช่วยเหลือเยียวยา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่เนื่องจาการอภิปรายเหลือเพียง ๗ นาทีกว่าเท่านั้น ดิฉันจึงจะ ขอหยิบยกด้านสังคมก็คือด้านประชาชน ด้านภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ท่านคะ ขณะนี้ดิฉันคิดว่าเวลาเราเดินทางมาประชุมสภา หรือเดินทางมากรุงเทพมหานคร ได้สวนทางกับพี่น้องประชาชนที่กลับบ้าน นั่งหลังรถปิกอัพบรรทุกกันข้าวของหนี เป็นผู้ประสบอุทกภัยกลับกันด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาที่ไม่มีความหวัง ไม่เหมือนการกลับบ้าน ในช่วงที่จะเป็นเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ หรือแม้แต่พรุ่งนี้หรือมะรืนจะมีการลอยกระทง เพราะไม่มีความหวังเลยนะคะท่านประธานว่าเราได้กลับบ้านแล้ว เราจะได้กลับมาทํางานเมื่อไร ดิฉันอยากจะกราบเรียนนะคะว่าด้านสังคม ด้านประชาชน ดิฉันเห็นความจริงใจของรัฐบาลนะคะว่า ท่านบอกว่าน้ําท่วมทุกครัวเรือนจะให้ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนบ้านทั้งหลังถ้าเสียหายท่านจะ ไม่ให้เกินหลังละ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าเสียหายบางส่วนท่านบอกท่านจะให้ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือบางครั้งว่าถ้าทรัพย์สินเสียหายท่านบอกว่าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทก็จะให้ แต่ท่านคะ วันนี้ประชาชนอยากที่จะฟังท่านนายกรัฐมนตรีหญิงผู้เก่ง ผู้มีความสามารถ ผู้มีความตั้งใจจริง ครั้งนี้ว่าท่านจะแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ําอย่างไร น้ําที่ท่วมในครั้งนี้นะคะ บางคนถามว่า ท่านเป็น ส.ส. ชัยนาท น้ําที่ท่วมมันเป็นน้ําที่ไหน มันน้ําที่ค้างในทุ่งหรือเปล่า ดิฉันขอฟันธง ณ ที่สภาแห่งนี้ว่าน้ําที่ท่วมมากมายครั้งนี้มันเกิดจากฝน เกิดจากภาวะของ ฝนตกหนักจริงอยู่ แต่มันเป็นน้ําท่วมที่อยู่ในเขื่อนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนอยากฟังค่ะท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีแนวโน้มในการบริหารจัดการน้ําในแต่ละเขื่อนอย่างไร ประตูระบายน้ํา จะปล่อยอย่างไร ให้ความรู้กับประชาชนว่าถ้าวันนี้ปล่อย ๓,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มันขึ้นกี่นิ้ว กี่เซนติเมตร กี่เมตร เหนื่อยค่ะท่านประธาน เพราะประชาชนไม่รู้เลยว่า ศัพท์วิชาการในการระบายน้ําที่ได้ให้ข่าวมานี่ แล้ววันนี้ขึ้นกี่เซนติเมตรเอากันให้ชัด เพราะต่อไปนี้ประชาชนจะอยู่กับน้ํา เราเป็น ส.ส. ดิฉันเชื่อว่าทุกคนได้คําถามจากประชาชน ว่าปีหน้าจะท่วมอีกหรือเปล่า ส.ส. พวกเราเป็นผู้นํากันทั้งหมดก็จะต้องตอบว่าก็ไม่รู้ว่า ปริมาณฝนปีหน้าจะเป็นอย่างไร ตอบอย่างนี้ว้าเหว่มากนะคะท่านประธาน ดิฉันเลยอยากจะ กราบเรียนว่าต้องชัดนะคะ ต้องชัดว่าจะบริหารจัดการน้ําในแต่ละเขื่อนในแต่ละประตู ระบายอย่างไร ในส่วนของเทศบาลมีท่าน ส.ส. บางท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าต้องสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่งในส่วนที่จําเป็นจะต้องสร้างแบบนครสวรรค์ อย่างที่กล่าวไปแล้ว เพราะว่า มันอีกนิดเดียวใต้สะพานเดชา อย่างนี้เป็นต้น หรือในส่วนของจังหวัดชัยนาท ดิฉันได้ กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการท่วมมันเหมือนสายยาง เราต้องมองว่าเจ้าพระยา เหมือนสายยาง ถ้ามันแตกข้างด้วยเขื่อนดินมันก็เหมือนสายยางแตก น้ําบางครั้งบอกว่า คันอันนี้แตกนั่นคือเขื่อนแตกนะคะท่านประธาน เลยอยากกราบเรียนว่าบางครั้งในส่วนของ กรุงเทพมหานครนี่ก็เหมือนกัน อยากจะกราบเรียนว่าท่านจะต้องทําเขาเรียกฟลัดเวย์ ก็คือทางเลี่ยงน้ําขนาดใหญ่ เราคิดว่าเราคงเคยไปเที่ยวประเทศมาเลเซียนะคะ ประเทศมาเลเซียใช้เงินประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาททําทางเลี่ยงทางน้ําเป็น ๓ ระดับ ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ เขาให้รถวิ่ง ส่วนชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ เขาก็ให้เป็นทางระบายน้ํา ถ้าท่วมทางระบายน้ํา ชั้นที่ ๑ ก็วิ่งแค่ ๒-๓ ซึ่ง ๓ ชั้นสามารถผลัดเปลี่ยนทั้งเป็นทางระบายน้ําและเป็นถนนได้ ใช้งบประมาณเพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ แต่ดิฉันทราบว่าในกรุงเทพมหานคร ก็มีโครงการที่จะสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ แต่ฟลัดเวย์ของมาเลเซียใช้เงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ผันน้ําได้ประมาณ ๓๐๐ คิวต่อวินาที แต่ดิฉันพอจะทราบว่าของเราก็จะสร้างอุโมงค์ ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน แต่จะผันน้ําได้ประมาณ ๖๐ คิวต่อวินาทีเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ เงินงบประมาณเท่าไรก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปนะคะ แต่ในส่วนของภาคการเกษตรดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณว่าไร่หนึ่งบอกว่าถ้าเสียหายนาให้ ๒,๒๒๒ บาท ถ้าเป็นไร่จะให้ ๓,๑๕๐ บาท ถ้าเป็นพืชสวนจะให้ ๕,๐๘๐ บาท ไม่พอท่านประธานคะ ต้นทุน ส้มโอตาย หมดแล้ว อย่างเมืองนนท์ ทุเรียน มังคุด ทุเรียนเขาลูกหนึ่งตั้ง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ลูกเดียว สงสัยอีก ๗ ปีกว่ามันจะโตเราคงไม่ได้กินทุเรียนเมืองนนท์กันแล้วนะคะ ก็เลยอยากจะ กราบเรียนว่าทุกคนเข้าใจว่ามันมหาศาลจริง ๆ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนว่าถ้ามีอะไรที่จะ ช่วยเหลือให้ได้มากกว่านี้ก็ยังต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แต่ดิฉันเนื่องจากอยู่ที่จังหวัดชัยนาทเรามีชาวนาจํานวนมากก็ได้ฝากความกังวลถามมาว่า ในระหว่างช่วงช่องว่างของจํานํากับประกันแล้วมีปัญหาอุทกภัยช่วงนั้นจะได้รับการทดแทน แล้วชดเชยอย่างไร
ดิฉันจะพูดในประเด็นสุดท้ายนั่นคือในส่วนของอุตสาหกรรม ทราบว่ารัฐบาล จะมีนโยบายช่วยเหลือทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และยังมีอีก ๑๑ โครงการที่รัฐบาลจะทํา ถึง ๗,๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีโครงการหนึ่งที่ดิฉันเป็นห่วงมากก็คือการสร้างภาพลักษณ์ ประเทศไทย ท่านประธานคะ ภาพลักษณ์ประเทศไทย ๑ ในโครงการ ๑๑ โครงการในภาคอุตสาหกรรมใช้เงินถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ภาพลักษณ์ประเทศไทยนี้นะคะ เชิญสิคะ เชิญผู้แทนการค้า เชิญทูตานุทูตมาฟังว่ารัฐบาล จะสร้างเขื่อนป้องกันหรือกําแพงกันนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร สร้างหรือว่าขุดนายกรัฐมนตรี พูดให้เกิดความมั่นใจต่อนักลงทุนนะคะ ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ต้องใช้สตางค์เลย สักบาทเดียว ถ้าทําความเข้าใจว่าเราจะกันอย่างไรซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้นี่นะคะ ดิฉัน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่จําเป็นเลยที่จะใช้ ไม่ใช่เป็นการประชาสัมพันธ์นะคะ จะต้องพูดกันให้เข้าใจ พูดกันจนเป็นที่ยอมรับกันไปเลยนะคะว่า เราจะทําอย่างไรที่จะทําให้ เขามาลงทุนประเทศไทย แล้วก็สุดท้ายนี้นะคะ ดิฉันขอให้กําลังใจนายกรัฐมนตรีสตรีของเรา ที่จะยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไปด้วยความเต็มใจยิ่งค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ