สุรเชษฐ์ แวอาแซ วิจารณ์นโยบายรัฐบาลที่จะยุบและเปลี่ยนโครงสร้าง ศอ.บต. เป็น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สุรเชษฐ์ แวอาแซ วิจารณ์นโยบายรัฐบาลที่จะยุบและเปลี่ยนโครงสร้าง ศอ.บต. เป็น ศบชต. โดยชี้ว่าองค์กรเดิมมีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับจากประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรีพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าว

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ศึกษาเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ แล้วก็ได้เห็นวิธีการ การจัดทํางบประมาณของปีนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากปีที่แล้ว ๆ มา แต่ก็จะมีความแตกต่าง ตรงที่นโยบายและวงเงินงบประมาณเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ปีนี้งบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้วางไว้รวมทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณของปี ๒๕๕๔ จะเห็นได้ว่าปีนี้เพิ่มขึ้น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ ลักษณะงบประมาณเป็นงบประมาณขาดดุลก็คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ สิ่งนี้ผมไม่แปลกนะครับว่าทําไมรัฐบาลนี้ได้วางงบประมาณ ในลักษณะที่ขาดดุลมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็เนื่องจากว่ารัฐบาลโดยการนําของพรรคเพื่อไทย เน้นความสําคัญในเรื่องของประชานิยมมากกว่าการที่จะมุ่งในการที่จะพัฒนาในด้าน ของรายได้ หรือการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีความกังวลแล้วก็หนักใจเป็นอย่างมากในการนําของรัฐบาล โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องยอมรับว่าอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการเมืองมาก ท่านมีความจําเป็นที่จะต้องเข้ามา รับตําแหน่งนี้เพื่อที่จะสนองความต้องการของใครอาจจะเป็นบางคนก็ได้ เพราะฉะนั้น ในการที่จะมั่นใจว่าการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นมันจะไม่ทํา ให้เกิดความมั่นใจได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถ้าเราดูสภาพจากการแก้ปัญหามหาอุทกภัยในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าท่านนั้นยังขาดภาวะ ของความเป็นผู้นําอย่างชัดเจน จากการแสดงวิสัยทัศน์หลาย ๆ ครั้งหลาย ๆ ที่ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจปัญหาสําคัญ ๆ ที่มีอุปสรรค โดยเฉพาะเหตุการณ์มหาอุทกภัยในครั้งนี้สะท้อนถึงความอ่อนแอในการเป็นผู้นํา และครั้งนี้ ผู้นําก็เป็นสุภาพสตรีแต่ผมไม่ได้ตําหนิว่าท่านเป็นผู้นําของการเป็นสุภาพสตรีแล้วจะมี ความไม่เข้มแข็ง แต่โดยเฉพาะท่านนั้นเป็นผู้นําที่เป็นสุภาพสตรีที่แตกต่างกับผู้นําสุภาพสตรีอื่น ๆ ที่มีจิตใจเข้มแข็ง มีความเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตรงนี้เองสะท้อนให้เห็นได้ว่าการเป็นผู้นํา ขาดประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการเมืองนั้นถึงแม้ว่าท่านจะมีเจตนาดี แต่การตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดอ่อนด้อยประสบการณ์ก็จะส่งผลกระทบกับผลประโยชน์ ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวมอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากจะให้ความสําคัญ ในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ นอกจากปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนทางภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็กรุงเทพมหานครในขณะนี้ก็คือมหาอุทกภัยแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาที่ยาวนานเกิดขึ้นมาในยุคของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จนถึงวันนี้ นั่นก็คือสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในงบประมาณด้านยุทธศาสตร์รากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ของรัฐบาลนี้ ซึ่งตั้งรวมทั้งสิ้น ๔๗๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แยกเป็นแผนงานการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๖,๒๗๗ ล้านบาท รวมถึงแผนงานการแก้ไขและป้องกัน ยาเสพติดอีก ๙,๖๙๗ ล้านบาท ล้วนแล้วไปเกี่ยวข้องในเรื่องของความมั่นคงทั้งสิ้นที่กระทบ กับชีวิตความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันนั้นทางรัฐบาล ได้เตรียมแผนงานในการที่จะหารายได้หรือเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย หรือแหล่งธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่ใคร ๆ ก็อยากจะมาท่องเที่ยว แต่รัฐบาลนี้ กลับส่งเสริมในด้านของการท่องเที่ยวนั้นเพียง ๖,๖๔๒ ล้านบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่างบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล ยุคของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นจะเห็นได้ว่าเน้นในโครงการที่จะเป็นประชานิยม แล้วก็เป็นโครงการที่มุ่งเพื่อการเมือง เท่านั้น เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจว่าการที่จะจัดงบประมาณ จะเป็นงบกลางก็ดี อาจจะไป ตั้งโดยขาดรายละเอียดถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปราย ไปแล้วนั้นไม่มีรายละเอียด ก็เลยเป็นที่กังขาของหลาย ๆ ท่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะของความเป็นผู้นํา และการอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการเมืองของผู้นําที่เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนถึงปัญหาที่รัฐบาลนี้ได้กําหนดขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือการที่จะไปเปลี่ยนแปลงองค์กรหรือโครงสร้างของ ศอ.บต. ปัจจุบันนี้ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ไป ๑๐ เดือนเท่านั้น และขณะนี้ผลงานก็ได้ประจักษ์ออกมาแล้ว เป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วก็บรรดาข้าราชการทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ ยอมรับว่าในองค์กรหรือโครงสร้างของ ศอ.บต. ชุดใหม่นั้นเป็นที่ยอมรับและเป็นที่มั่นใจ ของพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้กําลังจะเปลี่ยนแปลงเป็น ศบชต. หรือศูนย์บูรณาการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมจะขอผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลความมั่นคงแล้วก็ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โปรดพิจารณา ให้ละเอียดสักนิดเถอะครับ อย่าเพิ่งวู่วามครับ ครั้งหนึ่งเราเคยยุบ ศอ.บต. ไปแล้ว และวันนี้ เราต้องการยุบแล้วก็เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่โดยที่ไม่คํานึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น และประสิทธิภาพในการทํางาน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะให้ท่านรองในฐานะที่ดูแลแทน นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศอ.บต. ชุดใหม่นี้เขามีคณะที่ปรึกษา ซึ่งล้วนแล้วเป็น ตัวแทนทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นํามีทั้งอิหม่าม มีพระสงฆ์ องค์เจ้า มีทั้งผู้บริหารหรือผู้นําทางเศรษฐกิจ หรือผู้นําทางธรรมชาติ เขาไปเป็นที่ปรึกษา ของคณะเพื่อในการที่จะนําปัญหาการแก้ไขและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เกินแล้วหรือครับ