ชานิ ตั้งคำถาม ๔ ประการ นโยบายแก้ปัญหาชายแดนใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ตั้งคำถาม ๔ ประการเกี่ยวกับนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สําหรับเวลาอาจจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ แต่ว่าจะใช้เวลาของฝ่ายค้าน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานต่อไปนี้ แม้ว่าเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้มีการอภิปราย แล้วก็พูดจาปัญหานี้ไปบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่าปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่อยู่ในเงื่อนไขใหม่ อยู่ในสถานการณ์ใหม่ แล้วก็ มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้น ผมตั้งใจจะพูดปัญหานี้กับท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการเฉพาะ ตั้งใจจะพูดกับท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานทางด้านความมั่นคง รวมทั้ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาจังหวัดภาคใต้โดยตรงด้วย ที่ต้องกราบเรียน กับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่ายุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลในแผนงาน แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จํานวน ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งการให้ความ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและการอํานวยความยุติธรรม อย่างทั่วถึง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายของการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้ ผมไม่ติดใจในเรื่องของงบประมาณจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง แต่สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า บัดนี้สถานการณ์จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นได้แตกต่างจากวันที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วอย่างสิ้นเชิง บัดนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ภายใต้ ๒ เรื่องเดียวกัน นั่นก็คือว่า นี่คือการกลับมาของรัฐบาลทักษิณที่มีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อม ๆ กับ การปรับโครงสร้างของผู้รับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้หวนคืนกลับมาใหม่ อีกครั้งหนึ่ง นี่คือทศวรรษใหม่ นี่คือรัฐบาลใหม่และนี่คือการสร้างเงื่อนไขใหม่ ท่านประธาน คงจําได้นะครับ ในวันที่คนไทยทั่วทั้งประเทศกําลังอยู่ภายใต้วิกฤติภัยพิบัติอุทกภัยรุนแรงไป ทั่วประเทศ แต่เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคมได้มีการวางระเบิดที่จังหวัดยะลา ๓๐ ลูก มีความถี่ ในการระเบิด ๓ นาที ๕ นาทีติดต่อกันเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตในวันนั้น ๓ คน มีการตาย ๓๐ คน เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้นครับ ได้มีความต่อเนื่องทุกวัน มีความถี่สูง มีความเสียหายสูงและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ๒๕ ตุลาคมคืออะไรครับ ๒๕ ตุลาคมคือกรณีของตากใบ กรือเซะ เป็นกรณีที่เกิดเหตุการณ์ เป็นกรณีที่ใช้วันนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ความรุนแรงผมพูดอย่างนี้ไม่ได้คิดเอาเองท่านประธานครับ ผมได้ติดตามการเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ตั้งแต่วันที่ท่านชวน หลีกภัย เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีผมมีส่วนได้เกี่ยวข้อง ผมมีส่วน ที่ได้ดูแลในเรื่องนี้ ปัญหากรณีตากใบและกรือเซะ เป็นปัญหาที่ก่อนที่สงครามจะสิ้นสุด วันที่ท่านชวน หลีกภัย มอบบทบาทให้กับรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ วันนั้น จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ปกติแล้ว เหลือเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ตกค้างและ การพัฒนาเท่านั้น แต่เมื่อเกิดกรณีตากใบ กรือเซะขึ้น มันเป็นความรุนแรงที่กระบวนการ เคลื่อนไหวใช้อ้างและก่อกระแสความรุนแรงตลอดมา และกําหนดให้กรณีตากใบ กรือเซะ เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของสงครามยืดเยื้อ และก่อกระแสความรุนแรงตลอดมาและกําหนดให้กรณีตากใบ กรือเซะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของสงครามยืดเยื้อ นี่คือปัญหาที่ท้าทาย นี่ปัญหาที่เกิดขึ้น และวันนี้ความรุนแรง ที่เคยวนเวียนอยู่ที่ยะลา วนเวียนอยู่ที่นราธิวาสกลับไปวนเวียนอยู่ที่ใจกลางของจังหวัดยะลา นี่เป็นความรุนแรงที่ไม่สามารถที่จะรักษาเหตุการณ์ให้มันคืนสงบตามภาวะปกติได้ ความรุนแรงนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย ผมไม่ได้หมิ่นประมาท ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะกล่าวหาเธอคือ รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ แต่ท่านประธานครับ วันเวลาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ววันที่คุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นี้ถูกจารึกและนี่คือตํานานในทางการเมืองของภาคใต้ และเมื่อไม่กี่วันมานี้ครับเราได้ปรับโครงสร้างของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ท่าน พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีพลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นเลขาธิการ สมช. มีพันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. มีพลตํารวจโท ไพฑูรย์ ชูชัยยะ เป็นผู้บัญชาการตํารวจภาค ๑๐ ๔ ท่านนี้เป็นคนที่ ผมรู้จักเป็นส่วนตัว ๔ ท่านนี้เป็นคนที่ผมเคยร่วมงานด้วย เราเคยร่วมงานกันได้และทํางานดี แต่ท่านประธานครับบนโครงสร้างนี้มันสะท้อนอะไร บนโครงสร้างนี้มันสะท้อนการที่เรารับ ตํารวจกลับคืนมา เราเอาแนวทางที่เราเคยผิดพลาดในอดีตกลับคืนมา นี่คือความท้าทาย และนี่คือการส่งสัญญาณใหม่ไปสู่ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ออกจะดีอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ไปกํากับ ถูกมอบหมายให้กํากับดูแล ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่บนภาพนี้เป็นเรื่องของการกํากับ ดูแลเป็นการเฉพาะงานนี้เป็นงานความมั่นคง งานนี้เป็นเรื่องที่เราใช้กลไกเฉพาะส่วนเข้าไป จัดการเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ๔ ท่านนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องบุคคลที่มีความผิด แต่ ๔ ท่านนี้เป็นตํารวจ ๔ ท่านนี้คิดแบบตํารวจ ท่านประธานครับ พ.ศ. นี้อย่าว่าแต่รับตํารวจเลยครับ แม้ใครใช้คําว่าการเมืองนําการทหาร ก็ยังผิดเลยครับ การเมืองนําการทหารเป็นชุดความคิด เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการต่อสู้ เชิงอุดมการณ์ในช่วงเวลาของสงครามเย็นเท่านั้นละครับ ในยุคใหม่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า รับตํารวจ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการเมืองนําการทหาร แต่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิ่งเดียวคือ การอํานวยความยุติธรรมและการพัฒนาที่เท่าเทียม ผมลุกขึ้นอภิปรายกับท่านประธานตรงนี้ ด้วยเงื่อนไข ๒ ปัจจัยนี่ครับ การมาของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การเปลี่ยนโครงสร้าง โดยใช้โครงสร้างของตํารวจลงไปดูแลภาคใต้ ๒ อย่างนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิด ๒. ส่งสัญญาณนี้ เป็นการก่อความรุนแรง และความรุนแรงได้มาท่ามกลางกระแสน้ําที่ไหลบ่าเข้าสู่ท่วม กรุงเทพมหานครในวันนี้ รัฐบาลจะทําเป็นไม่ได้ยินเลยไม่ได้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงไม่ออกมาพูดจาเลยครับ คนที่ดูแลเรื่องนี้ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยครับ นี่คือปัญหาที่ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นี้มากราบเรียนกับท่านประธานก่อนในวันที่เราแถลง เราของบประมาณ เพื่อที่ไปดําเนินการดูแลจังหวัดภาคใต้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านจะต้องเปลี่ยนแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านจะต้องเปลี่ยน ผู้รับผิดชอบที่ยืนอยู่ในชุดความคิดแบบเดิม ในการจัดการปัญหาภาคใต้แบบใช้วิธีการ ที่รุนแรง ต้องกลับไปสู่การอํานวยความยุติธรรม การพัฒนาที่เท่าเทียมและความเสมอภาค ที่คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาส ผมกราบเรียนกับท่านประธานด้วยเวลาเพียงสั้น ๆ เท่าที่มีอยู่ และนี่คือเป็นเงื่อนไขที่ต้องยืนยันครับว่า งบประมาณที่จะเกิดขึ้นในวันนี้มีมากมีน้อย แม้จะเป็นเรื่องสําคัญ ก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นรองของการส่งสัญญาณ เรื่องของการจัดการ หาแนวทางและเรื่องของการดูแลนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ผมมีคําที่อยากจะถามกับท่านเป็นการเฉพาะ แล้วผมก็คิดว่านี่เป็นคําตอบที่เราสามารถ แลกเปลี่ยนกันได้ในวันนี้ก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไร ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านคิดอย่างไรกับกระบวนการ ก่อความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ถือเอากรณีตากใบกรือเซะ เป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของสงครามยืดเยื้อ

ประการที่ ๒ การเข้าสู่พิธีสวมฮิญาบแดงที่จังหวัดยะลา คุณยิ่งลักษณ์ในช่วง ของการรณรงค์เลือกตั้งเป็นความเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณอะไรต่อประวัติศาสตร์ ทางนโยบายของการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ หรือเป็นเพียงแบบแผนของสคริป (Script) ที่ถูกผู้กํากับเขากําหนดไว้ว่าให้ต้องทําอย่างนั้น เรื่องนี้ผมไม่ได้ตั้งใจกระแนะกระแหน เรื่องนี้ เป็นความสําคัญ เพราะผมแน่ใจว่าวันไปเข้าสู่พิธีสวมฮิญาบแดงเป็นการส่งสัญญาณอย่างหนึ่ง ของท่านนายกรัฐมนตรีต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประการที่ ๓ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะใช้แนวทางรับตํารวจ แก้ปัญหานี้ต่อไปหรือไม่

ประการที่ ๔ สุดท้ายครับ ภายใต้เงื่อนไขของแนวทางและตํารวจ ซึ่งเผชิญหน้ากับกระบวนการตากใบ กรือเซะ สัญลักษณ์ใหม่ของสงครามยืดเยื้อ ท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและผู้รับผิดชอบเชื่อได้อย่างไรครับ ว่างบประมาณ ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท จะใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๔ หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ผมอยากจะตั้งคําถาม และเป็นหัวข้อที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยน กับผู้รับผิดชอบในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ท่านประธานครับ