สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องงบประมาณที่ว่าด้วยการพัฒนาประชาธิปไตย โดยเฉพาะแผนการสร้างความปรองดองและปฏิรูปการเมือง เธอเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความแตกแยกในประเทศไทย

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันจึงพิจารณา งบประมาณที่ว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาประชาธิปไตย

ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าในยุทธศาสตร์แรกเลยค่ะเป็นยุทธศาสตร์การสร้าง รากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ในแผนแรกของรัฐบาลก็คือแผนการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง ซึ่งเป้าหมายก็คือปฏิรูป การเมืองภายใต้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็ยังจะผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตรงนี้ละค่ะท่านประธานคะ ที่ดิฉันมาเปิดดูงบประมาณแล้วพบว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าแยกแยะออกมามันมีอยู่ ๓ เป้าหมาย ด้วยกัน ก็คือ

อันแรกเรื่องการสมานฉันท์ งบประมาณทั้งหลายจะอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ที่ทําเรื่องสมานฉันท์นะคะ ก็คืออยู่สํานักปลัด ๘.๔ ล้านบาท อยู่กองบัญชาการกองทัพไทย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทัพบก ๓๐ ล้านบาท กองทัพเรือ ๑๐ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็อยู่สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทยอีก ๓๙ ล้านบาท อยู่กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมอีก ๓๓ ล้านบาท อันนี้เป็น เรื่องของการสมานฉันท์ แล้วประเด็นของการปฏิรูปอันนี้มาแปลกท่านประธาน จะอยู่ สํานักนายกรัฐมนตรีค่ะ อยู่สํานักงานสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งพูดถึงเรื่องปฏิรูปนี่เงินจะอยู่ที่ตรงนี้ เป้าหมายก็คือต้องการที่จะให้ได้นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ฟังแล้ว แปลก ๆ นะคะ

สําหรับประเด็นที่ ๓ ส่งเสริมวิถีชีวิตตามระบอบประชาธิปไตย งบประมาณ ๒๖๑ ล้านบาท จะอยู่ที่กรมการปกครอง เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลผ่าน คณะกรรมการหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมีอยู่ที่สํานักปลัดกระทรวงยุติธรรม ในโครงการ สันติวัฒนธรรม ที่ดิฉันยกมาอย่างนี้นี่นะคะรวมทั้งหมดแล้ว ๕๒๘ ล้านบาท ท่านประธานค่ะ ก็ต้องถามว่าถ้าเป็นสํานักงานเรื่องสุขภาพแห่งชาตินี่นะคะ ต้องการนโยบายสาธารณสุข เพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมกระบวนการดิฉันเข้าใจ เขาทํากระบวนการมาตั้งแต่ในพื้นที่ ในเรื่องของการปฏิรูป แต่ดูมันก็ไม่ค่อยตรง แต่ก็ต้องถามว่าเอามาใส่ให้มันมากใช่ไหม กลัวว่ามันจะน้อยใช่ไหมว่างบประมาณประชาธิปไตยนี่มีอยู่แค่นี้หรือเปล่า แต่ถ้าเราไปดูนะคะ นอกจากนี้ที่มีมากกว่าของรัฐบาลแต่รัฐบาลก็ไม่เอามารวมในยุทธศาสตร์ตอนแรกก็คือรัฐสภา มีเรื่องเผยแพร่ประชาธิปไตย ๒๓๑ ล้านบาท สถาบันพระปกเกล้าอีก ๓๗๕ ล้านบาท กกต. เฉพาะเผยแพร่ประชาธิปไตยเลย ๑๙๐ ล้านบาท กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ๒๒ ล้านบาท อันนี้ลดมาจากปีที่แล้วที่มีอยู่ ๖๕ ล้านบาท ถามว่าทําไมไม่เอาไปรวมกัน ให้มองเห็นว่ามันเป็นภาพของการพัฒนาประชาธิปไตย นอกจากนั้นนะคะ ก็ยังจะมีอยู่ใน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งมีท่านผู้มีเกียรติพูดไปแล้ว ๑,๗๒๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีทิศทาง ที่ชัดเจนว่าจะเอาไปทําอะไรนะคะ แต่ดิฉันได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบท่านบอกว่า กติกา ระเบียบยังไม่เสร็จ ดิฉันก็จะยังไม่พูดในรายละเอียด ท่านประธานค่ะ ดิฉันกังวลกับ งบประมาณก้อนนี้ก็เพราะว่าการพัฒนาประชาธิปไตยเราถือว่าเป็นทิศทางของชาติ เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะฉะนั้นรัฐต้องทําความเข้าใจกับทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม หรือว่าหน่วยงานไหนก็ตาม ต้องให้เข้าใจว่าสังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมที่เคารพกติกา เคารพกฎหมาย เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพของบุคคล ยอมรับความแตกต่างของบุคคล ไม่ว่าทางด้าน ความคิดหรือด้านไหนก็ตาม ไม่ระรานผู้อื่น ไม่ให้ร้ายผู้อื่นนะคะ นอกจากนั้นต้องเคารพเรื่อง ความเสมอภาค ไม่ใช่พูดลอย ๆ เรื่องของการเลือกปฏิบัติ ต้องพูดความจริง ไม่ใช่พูดเท็จ ทุกเรื่อง โกหกทุกคํา เหมือนอย่างที่เราพบกันอยู่ เพราะฉะนั้นต้องไม่เลือกปฏิบัติ เหมือนอย่างงบประมาณนี่นะคะ เราจะพบว่างบประมาณแน่นอนท่านไม่ให้จังหวัดใด จังหวัดหนึ่ง หรือไม่ให้ภาคใดนี่ไม่ได้ เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. บางท่านพยายามจะมาบอกว่า ที่ ส.ส. ฝ่ายค้านพูดนี่ที่บอกว่าถ้าจังหวัดไหนไม่เลือกก็จะไม่ให้งบประมาณจังหวัดนั้น อ้างว่า เป็นการพูดเล่น ๆ กระเซ้าเย้าแหย่ไม่ได้ค่ะ ผู้ที่เป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมืองนี่นะคะพูดเล่นไม่ได้ แล้วพูดเล่นได้อย่างไรคะพูดบนเวทีปราศรัย เพราะฉะนั้นในเมื่อประชาชนเสียภาษี ทุกคน รัฐบาลต้องกระจายไปทุกจังหวัดอยู่แล้ว เพียงแต่กระจายแบบไหน แบบกระจุก หรือเปล่าที่เขาพูด ๆ กัน สังคมประชาธิปไตยนะคะต้องมีคุณธรรม ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท พูดไปเยอะแล้ว ต้องคํานึงถึงส่วนรวม ไม่เอาของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว แล้วสังคม ประชาธิปไตยต้องมีเหตุผล ไม่พูดจาด้านเดียว ต้องรับผิดชอบต้องพูดคําไหนคํานั้นนะคะ หาเสียงกับประชาชนอย่างไรต้องมาทําอย่างนั้น ไม่ใช่มาอ้างว่านั่นเป็นเทคนิคในการหาเสียง แล้วหลีกเลี่ยงบิดเบือนไม่ทําตาม เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ นโยบายหรือแผนงานที่จะสมานฉันท์ปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค ไม่ใช่ให้ประชาชนจํายอมหรือปิดปากเขา รัฐบาลวางแผนอย่างไรนะคะ เดิมคนอื่นเป็น รัฐบาลก็จะมีบางคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลละเมิดกฎหมาย สร้างความแตกแยกอย่างจงใจ หรือทําลายคู่แข่ง พอมาเป็นรัฐบาลพฤติกรรมเหล่านี้ต้องเปลี่ยน รัฐบาลต้องเป็นแบบอย่าง ต้องควบคุมนะคะ ไม่ส่งเสริมให้กระทําผิดกฎหมาย ต้องไม่ให้กลุ่มใดสร้างความแตกแยก อย่างจงใจ ไม่เคารพกฎหมายไม่ได้ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยบอกตั้งหมู่บ้านต้องเป็น อย่างไร ๆ แต่ถ้ามีคนบางกลุ่มแล้วมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปเปิดหมู่บ้านสีแดง ตําบลแดง อําเภอแดง จังหวัดแดง ก็จะมีคําถามอีกว่าแล้วประเทศไทยจะเป็นสีอะไร ทําได้หรือคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่าความแตกแยกที่เกิดขึ้นอย่างจงใจ แสดงออกอย่างชัดเจนนี่นะคะ มันรุนแรงและอันตรายชั่วร้ายยิ่งกว่าการแบ่งแยกด้วยชนชั้น เพราะชนชั้นมองเห็นไม่ชัดนะคะ ทุกคนสามารถที่จะเลื่อนไปเลื่อนมาได้ คนเป็นไพร่ เป็นอํามาตย์ได้ภายในคืนเดียวชั่วข้ามคืน เท่านั้น แต่ถ้าแบ่งแยกด้วยกลุ่ม ด้วยสีที่ชัดเจนมันอันตรายนะคะ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านด้วยค่ะว่ารัฐบาลต้องแสดงให้เห็นความคุ้มค่า แล้วก็ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนนะคะว่ารัฐบาลต้องเป็นแบบอย่าง ท่านจะเน้นอะไรในทิศทางของ ประชาธิปไตย ทุกหน่วยงานที่มีงบประมาณต้องเข้าใจเป็นเอกภาพ ต้องเอามาพูดกันเลยนะคะ แล้วก็แบ่งแยกแบ่งงานกันทํา อย่าให้ร้ายกระบวนการประชาธิปไตยต้องให้คนเห็นด้วย ไม่ใช่ ด้วยการข่มขู่ ไม่ว่าจะด้วยบิ๊กแบ็กหรือบิ๊กฟูท (Big foot) ก็ตามนะคะ เพราะฉะนั้น กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาธิปไตยถือเป็นเรื่องสําคัญ ก็เลยต้องเรียนว่ารัฐบาลน่าจะ ร่วมกับกรรมาธิการพัฒนาการเมืองทํางานด้วยกัน อย่าสร้างวาทกรรมที่น่ากลัวนะคะ นิวไทยแลนด์ ที่พูดกันอยู่นี่แล้วบอกว่าพูดเล่น มันมีความหมายที่มีการพูดกันว่ารัฐไทยใหม่ พูดเล่นไม่ได้นะคะท่านประธาน เดี๋ยวคนไทยจะตกใจแล้วเรียกหานิวกัฟเวิร์นเมนท์ (New Government) เพราะฉะนั้นถ้ายังทําเหมือนเดิมนะคะ ต่างคนต่างทําเงิน ๑,๓๕๐ ล้านบาท มากเกินไปค่ะท่าน แต่ถ้าเราจะต้องตั้งหลักกันใหม่แล้วทํากันใหม่ให้เป็นเอกภาพยังพอรับได้ ท่านประธานคะ ดิฉันพูดถึงนิวกัฟเวิร์นเมนท์ ดิฉันไม่ได้ไล่ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แม้คนอื่นจะไล่ท่านนายกรัฐมนตรีหลายคนก็ตาม ดิฉันไม่ไล่ท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันเรียกร้องว่าท่านเป็นผู้หญิงท่านต้องเข้มแข็ง ท่านต้องอดทนมากกว่าคนอื่น ท่านร้องไห้ บ้างก็ได้ เพราะว่าชาวบ้านเขาร้องกันทั่วทั้งประเทศค่ะ แต่ดิฉันขอให้ท่านอยู่จนถึงที่สุด ท่านอย่าเพิ่งลาออก อยู่จนถึงที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เพราะฟลุ๊ค ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป็นหุ่นเชิด แต่เพื่อพิสูจน์ว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมาด้วยความสามารถเหมือนกับที่คนอื่นกล่าวยกย่องจริง ๆ ดิฉันจะรอดูท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ