ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2555 และการปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งสินค้าและการให้บริการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลาในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้สูงถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการบริหารจัดการรายจ่าย ภาครัฐ ในงบประมาณนี้ส่วนหนึ่งรัฐบาลจะให้ความสําคัญกับการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัยร้ายแรงในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ และที่เกิดขึ้น ในภาคใต้ต้นปี ๒๕๕๔ โดยจะเพิ่มสัดส่วนรายจ่ายการลงทุนเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และให้ความสําคัญกับการดําเนินงานของหน่วยงานที่มีผล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกระผมจะใช้เวลาในการอภิปรายชี้ประเด็นไปที่ กระทรวงคมนาคมเป็นหลัก ในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ นี้ กระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณ ๘๑,๓๑๐ ล้านบาท ลดลงจากเดิมซึ่งเคยได้รับในปี ๒๕๕๔ ๘๓,๒๕๔ ล้านบาท หน่วยงานที่สังกัดในกระทรวงคมนาคมที่สําคัญนั่นก็คือกรมทางหลวง ได้รับงบประมาณในปีนี้ ๔๖,๙๔๔.๑ ล้านบาท ลดลงจากปี ๒๕๕๔ ซึ่งได้รับ ๔๘,๗๙๙.๕ ล้านบาท และอีกหนึ่งหน่วยงานที่สําคัญก็คือกรมทางหลวงชนบทได้รับ งบประมาณเพียง ๒๕,๒๙๖.๑ ล้านบาท ลดลงจากเดิมซึ่งได้รับ ๒๖,๑๗๘.๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ในอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งข้อสังเกต ถึงการลําดับความสําคัญที่ไม่ถูกต้องของการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ หน่วยงานที่มี ความจําเป็นซึ่งควรจะได้รับเท่าเดิมหรือได้รับมากกว่าเดิมด้วยซ้ํา เพราะการลดงบประมาณ ในหน่วยงานที่มีความสําคัญ เช่น กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ มีความสําคัญในการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในการขนส่งสินค้าและการให้บริการ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ปรับลดหน่วยงานที่จําเป็นต่อการพัฒนาขั้นพื้นฐานนี้ส่งผล กระทบโดยรวมต่อทุกโครงการที่ได้บรรจุในแผนงานปกติไว้แล้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานีของ กระผมเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ และต้นปี ๒๕๑๔ ในเขตเลือกตั้งของกระผมซึ่งประกอบด้วยอําเภอท่าชนะ อําเภอไชยา อําเภอท่าฉาง อําเภอวิภาวดี และอําเภอคีรีรัฐนิคม ล้วนเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสิ้น ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนหนทางครับ ได้รับความเสียหาย เป็นจํานวนมาก รัฐบาลชุดที่แล้วภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ งบฉุกเฉินซึ่งเป็นงบกลางในการซ่อมแซมและดูแลเส้นทางที่ได้รับความเสียหายดังกล่าว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมันได้ทําลายเส้นทางคมนาคมและการขนส่งเป็นจํานวนมาก จนเงินงบประมาณฉุกเฉินที่ได้รับจัดสรรมาให้นั้นไม่เพียงพอ หน่วยงานทั้งสองดังกล่าวจึงได้ บรรจุไว้ในแผนปกติของงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ นี้เอง แต่จากเหตุการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้หน่วยงานปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลกระทบทําให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ต้องมีการปรับลดลงเส้นทางที่มีความจําเป็นอาจต้องถูกปรับลดเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีของกระผมซึ่งเทียบแล้วนะครับก็ไม่แตกต่างจากพี่น้อง ในเขตอุทกภัยในภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เส้นทางซึ่งเขาเสียหายนะครับ เขาควรจะได้รับการแก้ไขอาจจะต้องถูกตัดออกหรือถูกปรับให้ลดลง ทั้งนี้เป็นความจําเป็น หรือเป็นความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นกันยกตัวอย่างเช่น สายทางของกรมทางหลวงชนบท รหัส สฎ ๔๐๓๒ เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างทางหลวง หมายเลข ๔๒๖๒ และบ้านเขาหลัก ซึ่งอยู่ในตําบลปากฉลุย อําเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เป็นส่วนหนึ่งอาจจะไม่ได้รับการบรรจุเข้าในแผนงบประมาณชิ้นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีคําพูดหนึ่งซึ่งติดใจอยู่มานานแล้วอยากจะกล่าวในครั้งนี้ ในอดีตเคยมี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งท่านเองพี่ชายของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ท่านได้พูด ประโยคหนึ่งเอาไว้ที่จังหวัดนครสวรรค์หลังจากที่ท่านพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่จังหวัดพิจิตร เป็นประโยคที่คนไทยทุกคนไม่อยากจะจดจํา ผมจึงอยากจะกราบเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันว่า สิ่งที่พี่ชายของท่านนั้นได้เคยกระทําพลาดในอดีต ได้เคยพูดพลาดออกไป ในอดีตนะครับ ท่านครับท่านต้องดูแลคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าเขาจะเลือกท่าน มาหรือไม่ ขอขอบพระคุณมากครับท่านครับ