สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ก่อแก้ว พิกุลทอง หารือเรื่องการปรองดองของคนไทย และเรียกร้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันให้การปรองดองนี้เกิดขึ้น

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ กระผม นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้ ดําเนินการเรื่องนโยบายปรองดองอย่างจริงจัง ตามที่รัฐบาลนั้นได้หาเสียงแล้วก็ แถลงนโยบายไว้ว่าเป็นนโยบายที่เร่งด่วนที่รัฐบาลจะดําเนินการ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ทางรัฐบาลเองได้เสนองบประมาณในแผนงานสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง จํานวน ๕๒๘ ล้านบาท สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลนั้นให้ความสําคัญและจะดําเนินการผลักดัน เรื่องการปรองดองให้สัมฤทธิผลให้จงได้ครับ ท่านประธานครับ ผมดูงบประมาณครั้งแรกแล้ว ไม่สบายใจ เพราะเห็นว่างบประมาณตัวนี้มีจํานวนน้อยนิดแค่ ๕๒๘ ล้านบาท แต่มาทราบ ภายหลังจากการสอบถามสํานักงบประมาณได้ทราบว่า ได้มีการกันงบประมาณจํานวนหนึ่ง ไว้ในงบกลางประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้แผนการปรองดองที่ขณะนี้ทางคณะค้นหา ข้อเท็จจริงเพื่อการปรองดอง หรือ คป. นั้นได้เสนอแนวทางมาให้กับรัฐบาลคร่าว ๆ ไว้แล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่ายังอยู่ในระหว่างการดําเนินการและยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน รัฐบาลจึงได้กันเงินไว้เพื่อรองรับตรงนั้น ท่านประธานครับ ตรงนี้ทําให้ผมสบายใจ ทําให้ ผมมั่นใจว่าประเทศไทยยังมีความหวังที่จะเกิดการปรองดองอย่างแท้จริงครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าการปรองดองของคนในชาตินั้นเป็นเรื่องที่ สําคัญที่สุด ถ้าคนไทยไม่สามารถกลับมารักกันได้ คนไทยไม่สามัคคีกันแล้วประเทศไทยก็ยาก ที่จะเดินหน้าไปข้างหน้าครับ ยากที่จะทําให้สังคมมีความสุขครับท่านประธานครับ ท่านประธานดูตัวอย่างในขณะนี้ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีภัยพิบัติธรรมชาติอย่างรุนแรง มีน้ําท่วมในหลาย ๆ จังหวัด มีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคน ท่านประธานครับ รัฐบาลเองได้เดินหน้าพยายามแก้ปัญหาตรงนี้บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ทํางานคล้าย ๆ กับเซเว่น อีเลฟเว่น (Seven Eleven) เลยครับ ทํางาน ๗ วัน วันละ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อซับน้ําตาให้กับประชาชน ท่านประธานครับ ตรงนี้ คนไทยก็เห็นดี แต่แปลกครับแทนที่คนไทยทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนช่วยแก้ ช่วยเยียวยาปัญหาของคนไทยด้วยกัน แต่กลับมีคนไทยบางกลุ่มดําเนินการขัดขวางพยายาม ทําลายหรือดิสเครดิต (Discredit) รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สร้างข่าวลวง สร้างความสับสน และสร้างข่าวทําลายท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดในขณะนี้แต่ก็เกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นเครื่องสะท้อนว่าประเทศไทยนั้น มีปัญหาเรื่องความปรองดอง คนไทยไม่สามารถก้าวข้ามความชอบทางการเมือง และเรื่อง ทางการเมืองมาห้ําหั่นกัน แม้ขณะที่คนไทยทั่วประเทศมีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือและ รับการเยียวยาครับ ท่านประธานครับเรื่องนี้ผมถือว่าเราจึงมีความจําเป็นและเร่งด่วนในการ ที่จะสร้างความปรองดอง สร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดขึ้นครับ ผมเองเชื่อมั่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีความตั้งใจและมีความปรารถนาอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน ในการ ผลักดันเรื่องการปรองดองนี้ให้สัมฤทธิผลโดยเร็วเพื่อนําความสุขกลับคืนสังคมไทยอีกครั้ง แต่ท่านประธานครับ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะสัมฤทธิผลตามเป้าหมายของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่วางไว้หรือไม่ เพราะว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้นต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย จากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันในการผลักดันให้เรื่องนี้เป็นจริงครับ ถ้าท่านประธานได้สังเกตในช่วงเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมานั้น ผมว่าท่านประธานเองก็คงคิด เหมือนผมว่ายังมีบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ มีบางส่วนไม่อยากให้การปรองดองนั้นเกิดขึ้น อย่างแท้จริงครับ แต่ท่านประธานครับส่วนที่สําคัญที่ผมอยากเห็นอยากให้มีความร่วมมือ อย่างจริงจัง ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลเอง ฝ่ายนิติบัญญัติ และโดยเฉพาะฝ่ายตุลาการ ถ้า ๓ อํานาจนี้ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ก็จะทําให้โอกาสการสร้างความสมานฉันท์ สร้างความปรองดองเกิดขึ้นในชาติได้ง่ายขึ้นครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่า ในช่วงที่ผ่านมาเดือน ๒ เดือนนี้ผมเห็นความเป็นไปของบ้านเมืองผมยังไม่มั่นใจว่าบางฝ่าย นั้นจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่หรือไม่ และการดําเนินงานของบางส่วนนั้นจะสอดคล้องกับ รัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะฝ่ายตุลาการครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลเองผลักดันขับเคลื่อน เรื่องการปรองดองอย่างจริงจังและเร่งด่วน แต่ถ้าเราสังเกตนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษการเมือง ถูกขังในเรือนจําอีกหลาย ๑๐ คน และนักโทษการเมืองทั้งหมดนั้นเท่าที่ผมทราบเป็นคน เสื้อแดงทั้งนั้นแหละครับ ไม่มีคนเสื้อเหลืองเลย ทั้งที่คดีคนเสื้อเหลืองนั้นเกิดขึ้นก่อนตั้ง ๒ ปี ในจํานวนนักโทษที่ถูกคุมขังนั้นส่วนหนึ่งเป็นนักโทษที่อยู่ในระหว่างดําเนินคดี แต่ว่าศาลเอง ไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งที่นักโทษเหล่านั้นมีข้อหาร้ายแรงกว่าตัวผม ตัวผมเองถูก ยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ศาลเองก็ให้ความเมตตาอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อ ต่อสู้คดี แต่หลาย ๆ คนที่มีคดีที่ต่ํากว่าผม โทษเบากว่าผม ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันนะครับ นอกจากกลุ่มคนที่อยู่ระหว่างถูก ดําเนินคดีแล้วก็ยังมีกลุ่มคนจํานวนหนึ่งที่ถูกตัดสินคดีสิ้นสุดแล้ว ที่ต้องโทษที่ต้องรอการนับ โทษจนสิ้นสุด ท่านประธานครับตราบใดที่เรามีนักโทษทางการเมืองอยู่ในคุกนะครับ พวกเขา เหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ประกันตัวหรือระงับโทษชั่วคราว การที่เราจะผลักดันเรื่องการ ปรองดองให้ก้าวหน้าไปนั้นมันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ยังเป็นอุปสรรคอยู่ เรื่องนี้ผมเองก็อยาก ฝากกราบเรียนไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธานนะครับว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้นได้หารือกับ ฝ่ายตุลาการว่าจะทําอย่างไรในการขับเคลื่อนเรื่องการปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และขจัดอุปสรรคขัดขวางต่าง ๆ เพื่อประเทศไทยเดินหน้าไปได้ การขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้น ถ้ามันสัมฤทธิผลไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของสภานิติบัญญัติ หรือไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตุลาการ แต่เพื่อสังคมไทย เพื่อคนไทยทุกคนครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งฝ่ายตุลาการ นะครับว่าในขณะนี้นั้นเป็นไปได้ไหมถ้าจะมีการระงับโทษ คดีทุกคดีที่ดําเนินการอยู่นั้นระงับ ไปก่อน คนที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวก็ขอให้ประกันตัวไป คนที่ต้องโทษไปแล้วขอให้ระงับ โทษไปก่อน ปล่อยตัวมาก่อนจนกว่าการปรองดองนั้นจะสิ้นสุดกระบวนการ ถ้าสรุปกัน อย่างไรค่อยดําเนินคดีต่อ นี่เป็นวิธีที่ทําให้กระบวนการการปรองดองนั้นเดินหน้าไปได้โดย ไม่มีฝ่ายใดนั้นคัดค้านหรือรู้สึกว่าตะขิดตะขวงใจในการยอมรับแผนการปรองดองครับ ท่านประธานครับ ผมเองขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงอํานวยพรให้ทางท่าน นายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาล ทางฝ่ายตุลาการ ทางฝ่ายนิติบัญญัติ ขอให้ทุกส่วนนั้นได้ร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องการปรองดองจนสัมฤทธิผลและนําความสุขกลับคืนสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ