พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ตั้งคำถามถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ของรัฐบาล โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดีและผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายความเป็นจริงและให้ความสนใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวิพากษ์วิจารณ์ความสามารถของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการลงทุนจากต่างประเทศอย่างชัดเจน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลว่า สถานการณ์ขณะนี้ผมเชื่อว่า เมื่อเช้าที่เราเห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้มาพูดถึงงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อฟังดูก็เพลินดีครับ แต่ว่าเมื่อมาเปิดดูในนโยบายทางการคลัง ของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมากว่า เรามาพูดกันเรื่องรายจ่ายว่าจะเอาไปใช้ทําอะไรบ้าง ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ผมดีใจครับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังอยู่ ผมก็อยากจะเริ่มด้วยเรื่องง่าย ๆ เลยครับว่า ท่านบอกว่าประมาณการการจัดเก็บรายได้สุทธิ ในปีที่จะถึงนี้ ท่านตั้งไว้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนไปประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกว่าท่านจะจัดเก็บได้ ผมเรียนครับว่าสถานการณ์อย่างปัจจุบันที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก เขาเดือดร้อนอยู่ตอนนี้ครับ ขายของก็ไม่ได้ เปิดร้านก็ไม่ได้ โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครและอื่น ๆ ทั่วตั้งแต่ภาคเหนือลงมานะครับ และจากนี้ไปถ้าท่านเก็บไม่ได้ จะทําอย่างไรครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกว่าจะเก็บได้นี่ แล้วถ้ามันไม่มีแล้วเก็บ ไม่ได้ท่านไปรีดไถเขาอย่างไรแล้วไม่ได้ท่านจะทําอย่างไรครับ งบผูกพันที่ผูกพันไว้แล้ว เป็นงบที่มีความสําคัญท่านจะทําอย่างไร ภาระในเรื่องของงบลงทุนใหม่ ๆ หรือว่าเมื่อเช้า ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมาเยียวยาจะมาทําอะไรทั้งหลายเอาเงินที่ไหนครับ ต้องหยุดไปไหมครับ หรือต้องชะลอออกไปอีกเหมือนหลาย ๆ เรื่องที่สัญญาไว้แล้วทําไม่ได้ ผมเรียนครับที่ต้องถามเพราะว่าแน่นอนครับ คนที่เป็นนักบัญชีหรือว่าคนที่ทํางบประมาณ จะเข้าใจดีว่าการทํางบประมาณในครั้งนี้หรือของทุก ๆ ปีรายจ่ายมีรายรับก็ต้องมี แต่วันนี้ สถานการณ์วันนี้มันไม่เหมือนทุกปีครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลต้องให้ ความสนใจแล้วก็อธิบายกับพวกเราว่ามันเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ ท่านบอกแต่จะใช้ ๆ แล้วให้ ผ่านไป ผมเชื่อว่าไม่มีใครรับได้เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์น้ําท่วมวันนี้ ก็ยังไม่หยุดนะครับ ในกรุงเทพฯ ในเขตผมเองและใกล้เคียงก็กําลังมาอีกครับ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านประเมินอย่างไรว่าท่านจะเก็บเงินได้ตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านบอกว่าขาดทุน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันมากกว่านี้ท่านจะทําอย่างไร อะไร ที่ท่านจะตัดออก อะไรที่ท่านจะเอาทําต่อ อะไรที่ท่านจะไม่ทํา ต้องบอกครับ ดูลึกลงไป ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ที่เมื่อเช้าเราได้ฟังกัน อย่างเช่นยกตัวอย่างนะครับ ท่านเตรียม งบประมาณไว้ว่ายกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ท่านตั้งไว้ ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนครับว่าวันที่ท่านตั้ง ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมเชื่อว่าท่านตั้งไว้ ตั้งแต่อุทกภัยยังไม่เกิดขึ้น ท่านยังพูดถึงเรื่องการส่งเสริมขีดศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม วันนี้โรงงานเขาเปิดยังไม่ได้เลยครับ เครื่องจักรกําลังเดินการผลิตไม่ได้ ท่านจะไปเปิด ขีดความสามารถแข่งกับใครครับ แล้ว ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะไปทําอย่างไร ให้มันกลับมา ให้อุตสาหกรรมเขาสามารถกลับมาเดินหน้าอยู่ได้ เป็นไปไม่ได้ครับ ก็อยากให้ รัฐบาล ฝากท่านประธานไปว่าต้องอยู่กับความเป็นจริงครับ วันนี้พี่น้องที่ติดตามฟังอยู่ ก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้ตัวเองจะลุกขึ้นมาได้อย่างไร งบเยียวยาที่บอกพูดกัน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ใครเท่าไร บางคนบ้านก็พัง โรงงานก็พัง ที่นาเกษตรกรก็ไม่มีจะทํามาหากิน จะทําอย่างไร แต่ที่ผมต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุดหลังจากนี้นะครับ พี่น้องเกษตรกรครับ ท่านตั้งไว้ในหมวดที่บอกว่าจะส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคเกษตร ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องเกษตรกรฟังแล้วก็สงสัยครับ เพราะว่านาวันนี้ก็ล่มครับ น้ําท่วมหมดเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ไร่ ตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปพัฒนาตอนไหนครับ เมล็ดจะปลูกยังไม่มี ที่จะปลูกยังไม่มี ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดนี้เพื่อจะบอกว่ารัฐบาล ใช้วิธีการตัดต่อครับ ตอนพูดตอน ๔-๕ หน้าแรก ก็บอกว่าจะฟื้นฟูเยียวยาคนเดือดร้อน แต่ถ้าไปดูในรายละเอียดทั้งหมดก็คือเอาของเก่าที่ทําเอาไว้ก่อนที่จะเกิดอุทกภัยครับ ท่านประธานกําลังเปิดดู เปิดดูได้ครับ หน้า ๒๐ กับหน้า ๒๑ ครับ ถ้าอ่านดูจะเห็นว่า งบประมาณทั้งหมดเป็นงบประมาณที่ทําไว้ก่อนครับ ไม่ได้ดูเลยว่าสถานการณ์วันนี้ เป็นอย่างไร ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านบอกว่างบประมาณที่ทําไว้นั้นไม่ได้สอดคล้องกับ ความเป็นจริงเลย นี่อย่างไรคือสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลไปว่าไม่มีเวลากันเลยหรือครับ ที่จะมานั่งลงรายละเอียด ตัดเอา ๔-๕ หน้าแรก บอกว่าจะฟื้นฟู จะเยียวยาอุทกภัย แต่พอไปดูข้างในก็ยังเป็นของเดิมอยู่เลยครับ อุตสาหกรรมเขาจะตายไม่ตายอยู่แล้วครับ ท่านก็ยังไปส่งเสริม จะทําการตลาดกัน สายพานเครื่องยังเดินไม่ได้เลยครับ
เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความสําคัญแล้วผมไม่พูดไม่ได้นะครับ ท่านทราบไหม วันนี้เราเรียกว่า วิกฤติซ้อนวิกฤติ
วิกฤติที่ ๑ คือเศรษฐกิจที่เกิดจากอุทกภัยน้ําท่วมในครั้งนี้ เกิดจาก ความผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้ละครับที่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย ป้องกันที่ไหน พังที่นั่น จังหวัดไหนบอกว่ารับได้ รับไม่เคยได้
วิกฤติที่ ๒ คือวิกฤติของภาวะผู้นําครับ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ เพราะเนื่องจากว่าเมื่อเช้านี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาบอกว่าจะทําหน้าที่และเอางบประมาณนี้ ไปช่วยฟื้นฟู ผมเรียนครับ สิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ ในภาวะที่เกิดขึ้นในวันนี้เลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างครับ ภาวะผู้นําที่พูดไม่ได้กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพครับ อยากจะเรียนว่าชาวต่างชาติ สายตา พี่น้องชาวต่างชาติที่เขามาลงทุนในประเทศเราเป็นสิ่งสําคัญมาก เพราะเขามาลงทุนปุ๊บ เขามีการจ้างงาน มีการส่งออก มีการขยายผลผลิตไปทั่วโลก ท่านจําได้ไหมครับ ท่านประธานว่าเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีหลายท่านบอกว่า นิคมอุตสาหกรรมโรจนะเอาอยู่ครับ เป็นอย่างไรครับวันนี้ นวนครเอาอยู่ เป็นอย่างไรครับ วันนี้ แล้วต่างชาติพอเห็นผู้บริหารระดับสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอาอยู่ เขาก็วางใจสิครับ ให้เขาไปเชื่อใคร ก็ผู้นําประเทศ บอกว่ารับมือได้ แล้วพอถึงเวลาปล่อยน้ําพังเข้าไป เขาก็ย้ายไม่ทัน เตรียมตัวไม่ทัน เกิดความเสียหาย ความเชื่อมั่นของรัฐบาลและของประเทศไทยก็หมดไปกับภาวะผู้นําของ รัฐบาลชุดนี้ครับ ผมก็อยากจะสอบถามว่าที่รัฐบาลออกมาพูดว่าจะทําโน่นทํานี่มันไม่เหลือแล้ว สายตาชาวต่างประเทศในเรื่องของการลงทุนไม่เหลือเลยจริง ๆ ครับ แล้วผมเรียนครับ ผมดีใจมากครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านไม่ไปประชุมที่เอเปคครับ ไม่ใช่ที่เพราะว่าท่านจะอยู่ช่วยน้ําท่วมนะครับ ผมเป็นห่วงว่าท่านจะไปตอบคําถามผู้นํา ในต่างประเทศได้อย่างไรว่าความเชื่อมั่นที่จะชวนเขามาลงทุนในต่างประเทศให้มาลงทุน ในประเทศไทย ก็เมื่อทุกครั้งที่ท่านบอกเอาอยู่และรับมือไหวมันพังหมดนะครับ ผมดีใจที่ท่านไม่ไป ผมเป็นห่วงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ครับว่าท่านไปท่านจะ ตอบคําถามนักลงทุนและชาวต่างประเทศอย่างไร เห็นบอกจะไปประชุมที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ลงทุนในประเทศไทยอับดับต้น ๆ อันดับหนึ่ง ของประเทศไทยนะครับ ท่านจะไปตอบเขาอย่างไรครับ ท่านบอกว่าท่านดูแลให้เขามาลงทุน ก็ไปครับไปกับน้ํา เขาก็ขนไม่ทันเพราะเขาเชื่อท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลครับ และท่าน จะไปตอบเขาอย่างไร ผมก็ฝากไปครับว่าท่านก็เตรียมคําถามให้ดีถ้าตอบไม่ได้ก็อย่าไปครับ ก็ยอมรับสภาพไป
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านมายืนยันตลอดเวลาครับว่าทางบีโอไอก็ตาม รัฐบาลก็ตาม กําลังจะสนับสนุนในเรื่องของนิติบุคคล ภาษีรายได้จะลดให้ จะไปบอกเขาว่าเราลดภาษีให้ อย่าว่าแต่กําไรก็ไม่มีครับ ท่านจะไปลดภาษีมันเล็กน้อยมากเขาไม่สนใจหรอกครับ ฉะนั้น ผมอยากจะเรียนครับว่าภาวะผู้นําเป็นสิ่งสําคัญครับ ท่านอย่าเล่นกับความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน มันฝืนต่อไปไม่ได้แล้วครับ แล้ววันนี้ทุกคนทราบดีครับว่าเศรษฐกิจไทย กําลังจะเฟื่องฟูเมื่อปี ๒ ปีที่ผ่านมา วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์ได้วิเคราะห์มาแล้วครับว่า ณ วันนี้ เวียดนามและอินโดนีเซียมีการลงทุนและความเชื่อมั่นในการลงทุนสูงกว่าประเทศไทยแล้ว แล้วมาเจอภาวะผู้นําแบบนี้ครับ ท่านอย่าไปเลยครับ และเห็นในข่าวบอกว่าไม่ไปครั้งนี้ แต่จะไปอาเซียน ก็ต้องไปตอบคําถามอีกครับว่ากี่โรงงานที่เพื่อน ๆ บ้านเราก็ดี นักลงทุน ชาวต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยเป็นแสน ๆ ล้าน ท่านรัฐบาลเป็นผู้นําประเทศบอก เอาอยู่แล้วเอาไม่อยู่ แล้วท่านจะไปสร้างความเชื่อมั่นกับใครครับ วันนี้ท่านมาขอผ่าน งบประมาณเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ผมถามว่าอย่าเลยครับ เลิกหลอกประชาชน เลิกหลอกคนสักที บอกเลยครับจะทําอะไร เท่าไร เมื่อไร ที่ไหน ถ้าอย่างนี้ก็พอรับได้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลครับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากในเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทย และภาวะผู้นําเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด จะทําอะไร จะตัดสินใจ จะประเมินอย่างไรรีบทําครับ ประเทศจะได้ไม่เสียหายไปมากกว่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ