วรงค์ วิจารณ์รัฐบาล ย้ำล้มเหลวบริหารงบ-เขื่อนบางระกาม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

วรงค์ เดชกิจวิกรม วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ย้ำความล้มเหลวในการบริหารงบประมาณท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม พร้อมยกตัวอย่างกรณีบางระกามโมเดลที่นำไปสู่ปัญหา และชี้ให้เห็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการเขื่อน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

วันนี้ผมขออนุญาตที่จะเรียน ท่านประธานเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วผมก็เชื่อว่า ในความรู้สึกของพวกเราทุกคนวันนี้มันรู้สึกหดหู่ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าเราจัด งบประมาณท่ามกลางภาวะน้ําท่วม ท่ามกลางที่ประชาชนรู้สึกเดือดร้อน แล้วก็ผมกล้าพูด อย่างมีเอกสารอ้างอิง ขออนุญาตอ้างอิงอาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเมื่อคืนนี้ลงกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพฯ ครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารงานของทางรัฐบาล โดยเฉพาะ มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วทําให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จัดงบไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท โดยเฉพาะเอางบเรื่องการดูแล บริหารเรื่องน้ําท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วไม่สบายใจ ไม่มีความเชื่อมั่น ถ้าท่านประธาน ได้สังเกตว่าตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีหยิบหนังสือขึ้นมาเพื่อจะมาอ่าน ท่านประธานเชื่อไหม ครับว่าถ้าคนเรามีความมั่นใจ ประโยคแรกมันต้องถูกต้อง แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประโยคแรกที่กล่าวกับสภาแล้วท่านก็พูดผิด ท่านพูดคําว่า กราบเรียนท่านประธาน ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านไม่ได้พูดคําว่า กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร พวกเรามองหน้ากัน ท่านพูดว่าประธานผู้แทนราษฎร ไม่มีครับ มันสะท้อนถึงภาวะผู้นํา ที่ท่านไม่มีประสบการณ์ทางสภาครับ แล้วทําให้มีหลายสิ่งหลายอย่าง ทําให้ผมเกิดความรู้สึกว่า ผมต้องย้อนอดีตท่านนิดหนึ่ง หลายคนพูดแล้วว่าท่านบอกว่าเอาอยู่ ๆ แล้วมันก็เอาไม่อยู่ ท่านบอกว่าเมื่อวันที่ ๓๐ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่านบอกพี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานครให้ขออดทน ๒ วัน ตอนนั้นผมก็ดูข่าวออนไลน์ ผมก็แปลกใจว่าอดทน ๒ วันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านบอกสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วหลังจากนั้น อีก ๒ วัน กรุงเทพฯ ยิ่งหนักขึ้น ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แล้วไม่เกิดความมั่นใจ ยิ่งท่านให้ ศปภ. มาดูแลเงินบริจาคของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานก็คงจะเห็นในหนังสือพิมพ์ที่มีการพาดพิงถึงเรื่องถุงยังชีพราคา ๘๐๐ บาท ตอนหลังมี ๔๐๐ บาท มี ๓๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้มีการสอบอยู่ นี่เงินประชาชน บริจาคมานะครับ ไม่ใช่เงินของพวกท่านแล้วท่านจะซื้ออะไรได้ตามใจชอบ มิหนําซ้ําที่มีความ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ท่านคงเห็นมีข่าวเรื่องส้วมกระดาษหรือสุขากระดาษ ศปภ. ซื้อราคา ๒๑๕ บาท ในขณะที่ทางเครือซีเมนต์ไทยได้ขายพี่น้องประชาชนในราคาถูกแค่ ๑๑๑ บาท ราคาแพงกว่าตั้ง ๑๐๐ กว่าบาทครับ แล้วพวกผมจะไปมั่นใจท่านได้อย่างไร ยิ่งท่านได้ ประกาศว่าจะขอใช้งบกลางโดยที่มันลอยมาเฉย ๆ ซึ่งผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนว่าคําว่า งบกลาง ที่ไม่มีรายละเอียดมันลอยไปเฉย ๆ มันอยู่ในอํานาจของ ท่านรัฐมนตรีจะใช้อะไรก็ได้ ขนาดเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน ประชาชนจับตารอดูอยู่ ยังมีการส่อทุจริตขึ้น อย่างนั้นนับประสาอะไรกับเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ลอยไว้เฉย ๆ ไม่รู้ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง อันนี้น่ากลัว มันทําให้ผมนึกถึงสิ่งที่ท่านพูดคําว่าบางระกําโมเดล เพราะท่านต้องยอมรับนะครับว่าขณะนี้ภาวะเดือดร้อนคือภัยพิบัติเรื่องน้ําท่วมมันมีที่มาที่ไป จากคําว่าบางระกําโมเดล วันนั้นวันที่ ๒๐ สิงหาคมมีการประชุมทางไกลขึ้นมา รัฐบาลท่าน ชุดนี้ก็ประกาศคําว่าบางระกําโมเดลขึ้นมา เพื่อเอามาเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมอย่างบูรณาการ วันนั้นผมก็ยังพูดอยู่เสมอว่าบางระกําโมเดลของท่านคืออะไร เพราะบางระกํามันคือพิษณุโลกบ้านผม ให้ท่านทําความเข้าใจให้พวกผมสักนิดหนึ่ง ท่านก็ บอกว่า ๒ พี (2P) และ ๒ อาร์ (2R) และในช่วงนั้นเองถ้าท่านมีโอกาสได้ไปดูเทปที่ผม ให้สัมภาษณ์รายการ ผมย้ําอยู่เสมอว่าวันนั้นน้ํายังท่วมอยู่ไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ อาจจะมีจังหวัดทางลําปาง ทางลําพูน มีทางเชียงใหม่ มีทางพิษณุโลก มีทางสุโขทัย มีทาง พิจิตร และหนัก ๆ ก็คือทางบางระกํา แล้วผมก็บอกว่าถ้าท่านแน่จริงในวิธีคิดของท่าน ท่านเอาบางระกําโมเดลมาเตรียมความพร้อม ๒ พี ๒ อาร์ ในพื้นที่ภาคกลางแล้วดูสิว่า จะเป็นอย่างไรบ้าง สุดท้ายเป็นอย่างไรครับ ท่านเอาคําว่าบางระกําโมเดลมาเป็นต้นแบบที่ ทําให้เกิดน้ําท่วมในพื้นที่ใหญ่ของประเทศ แล้วผมกล้ายืนยันบนการอ้างอิงของเอกสารของ นักวิชาการว่า ครั้งนี้รัฐบาลผิดพลาด รัฐบาลล้มเหลว บริหารผิดพลาด มีการพยายาม ปล่อยข่าวบอกว่าน้ําเต็มเขื่อน ท่านจะมาน้ําเต็มเขื่อน ตัวเลขยืนยันชัดเจนวันที่ท่านประกาศ บางระกําโมเดล วันที่ ๒๐ สิงหาคม เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีน้ําอยู่ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นทําไมท่านไม่ระบาย จนกระทั่งท่านเพิ่งมาเร่งระบาย เมื่อตอนเดือนตุลาคมนี้เอง นี่คือความล้มเหลวในการบริหารจัดการของท่าน เมื่อสักครู่ ผมได้ยินเพื่อนจากนครสวรรค์พูดถึงว่านครสวรรค์โมเดลเหมือนกัน เพื่อนผมชื่อสงกรานต์ครับ ผมบอกสงกรานต์อย่าไปสนใจอะไรมาก ลําพังแค่บางระกําโมเดล บ้านผมหลังจากพูดกันทั้งวันเดี๋ยวก็หายเงียบไปเลย ผมจึงต้องมีหน้าที่มาทวง ผมพยายามดู งบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ท่านได้จัดอะไรให้กับบางระกําโมเดลของบ้านผมหรือไม่ ยังไม่มี ผมต้องย้ําเตือนว่านี่มันคือต้นแบบในการดูแลและแก้ปัญหาน้ําท่วมของประเทศ แต่วันนี้มันก็ เงียบ ๆ ไป ผมจึงอยากจะเตือนความทรงจํา ความรู้สึกนะครับ คลิปที่ผมจะฉายจากนี้ไป มีความยาวประมาณ ๒๔ วินาที ตั้งใจนิดหนึ่งครับ ท่านจะได้สัมผัสความรู้สึกของพี่น้อง ในพื้นที่บางระกําโมเดล ขอเชิญเปิดคลิปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“........... : เหลื่อมล้ําต่ําสูงจะได้ไม่มีใช่ไหม ถ้าความเหลื่อมล้ําต่ําสูงมีอย่างนี้ ชาวบ้านแตกแยก”

“........... : ของเขา ๔๖ ไร่ ประชาคมเขาให้ ๔๔ ไร่ แล้วตอนไปกดเงินจริง เหลือ ๒๒ ไร่”

“........... : เหรอ

“........... : ต้องกดเงินมาให้เขาอีก ๒ ไร่ ๔๔ ไร่ ก็ยังเหลือ ๒๒ ไร่

ท่านสมาชิกอาจจะฟังไม่ทัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านไม่ฟัง ผมทวนว่าเป็นคําพูดของผู้หญิงท่านหนึ่งที่พูดถึง การแจกของบริจาคที่ทางรัฐบาลได้ไปแจกยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่บางระกําโมเดล ซึ่งมันแจกไม่ทั่วถึง ประชาชนแตกแยก บ้านนี้ได้ บ้านโน้นไม่ได้ มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้น อีกคลิปหนึ่งมีการพูดถึงการเยียวยาในกรณีน้ําท่วม ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ คือน้ําท่วมนา มีการทําประชาคมจาก ๔๖ ไร่ ตกลงกันที่ ๔๔ ไร่ แต่เงินออกจริง ๒๒ ไร่ หายไปครึ่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าชาวบ้านบอกต้องไปถอนมา ๒ ไร่ คือไร่ละ ๒,๒๐๐ กว่าบาท คือ ๔,๔๐๐ บาท เพื่อไปให้ผู้นําภายใต้ส่วยบางระกําโมเดล ผมจะขอย้อนกลับคลิปของคุณผู้หญิง มันสะท้อน ถึงอารมณ์ประชาชน เพราะว่าช่วงนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ ผมก็ได้ยินพี่น้องประชาขนในกรุงเทพฯ พูดผ่านสื่ออยู่เรื่อย ๆ ว่าได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง และผมต้องขออนุญาตฝากความรู้สึกไปยัง ท่านประธานนะครับว่า ลําพังแค่คนบางระกําที่อยู่ต่างจังหวัดได้ถุงยังชีพบางบ้านก็ได้ บางบ้านก็ไม่ได้จึงเกิดความแตกแยก และขณะนี้มีความพยายามในการแบ่งสีประชาชน มีการบอกว่าถ้าบ้านไหนติดธงแดงได้รับการดูแล บ้านไหนไม่ติดไม่ได้รับการดูแล อันนี้ อันตรายครับท่านประธาน ผมว่ารูปแบบนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ถ้าท่านเป็นรัฐบาลแล้วท่านจะมาแบ่งแยกประชาชนในการดูแลว่าคนสีนี้สีเดียวกันดูแล ถ้าคนไม่มีสีนี้ไม่ดูแลนั้นไม่ได้ อันนี้คือ ประชาธิปไตยย้อมสีครับ ซึ่งผมเชื่อว่ามันน่ากลัว ยิ่งกว่าเผด็จการเสียอีก ฉะนั้นประเด็นนี้เรื่องการแจกของถุงยังชีพพี่น้องประชาชน ท่านเป็นรัฐบาลท่านต้องดูแลประชาชนอย่างเสมอภาพและเท่าเทียมกัน

ประเด็นถัดมา เป็นคลิปของคนกลุ่มหนึ่งที่ได้มีการพูดถึงกรณีน้ําท่วมนา ซึ่งรัฐบาลดูแลไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท ผมย้ําผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และทางกระทรวงการคลัง ผมแปลกใจครับ ท่านพูดผ่านสื่ออยู่เสมอว่าน้ําท่วมนาได้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เขาพูดออกมาชัดเจน มีที่นา ๔๖ ไร่ ผ่านประชาคมตกลงกันให้ ๔๔ ไร่ ทําไมเหลือแค่ ๒๒ ไร่ รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวนา ยิ่งชาวนาขณะนี้เขา ลําบากมาก น้ําท่วมนาเขา เขาประชาคมเหลือ ๔๔ แต่เงินออกให้เขาแค่ ๒๒ ไร่อะไรเกิดขึ้น และจุดที่น่าสําคัญที่สุดคือคําว่า ส่วยบางระกําโมเดล มีจริง ซึ่งเป็นต้นแบบในการเก็บหัวคิว ซึ่งเมื่อสักครู่มีผู้ชายท่านหนึ่งเป็นคนพูดชัดเจนว่า จาก ๔๖ ไร่ ประชาคมแล้วเหลือ ๔๔ ไร่ เงินออกแค่ ๒๒ ไร่ และใน ๒๒ ไร่ ไปถอนออกกดเอทีเอ็ม (ATM) ออกมา ๒ ไร่ คือ ๔,๔๐๐ บาท เพื่อไปจ่ายค่าส่วยบางระกําโมเดล อยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านต้องเอาจริงกับเรื่องพวกนี้ ผมทราบว่าทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีการพักงาน แต่ขณะนี้ยังไม่มีคําตอบ ดังนั้นถ้ารัฐบาลมีความจริงใจในการดูแลชาวนา ที่ยากจนที่ลําบาก ท่านต้องจัดการเหลือบสังคมเหล่านี้ครับ มิฉะนั้นแล้วคําว่าส่วยบางระกํา โมเดลจะเป็นต้นแบบในพื้นที่อื่น ๆ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า จะต้องดูแล ที่นาที่น้ําท่วมในพื้นที่ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทเช่นกัน

ประเด็นถัดมาผมไม่ได้เอาคลิปมา แต่มีความชัดเจนคือกรณีน้ําท่วมบ้าน ๕,๐๐๐ บาท อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ในพื้นที่บางระกําโมเดลเองมีจํานวน ครอบครัวไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ผมต้องย้ําท่านประธานนะครับ ต้องย้ําว่าขณะนี้พื้นที่ต้นแบบน้ําท่วมของประเทศไทย คือบางระกําโมเดลมีประชาชน จํานวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเงิน ๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้แล้วผมขออนุญาตขยายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก จริงอยู่แม้แต่ไม่ใช่อยู่ในพื้นที่บางระกําโมเดล แต่ก็อยู่ในจังหวัดพิษณุโลกด้วยกัน อยู่ใน ชุมชนวัดจันทร์ตะวันตก ซอยไชยานุภาพ ซอย ๗ ผมเคยเอารูปมาร้องเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้เขาก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเงิน ๕,๐๐๐ บาทเช่นกันท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เดี๋ยวหักเวลาของฝ่ายค้านครับ

ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะต้องย้ําแทนพี่น้องเกษตรกรคือเงินส่วนต่าง ๑,๔๓๗ บาท ซึ่งทวงแล้วทวงอีก ผมจําได้ว่าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เคยให้ผมตั้ง กระทู้ถาม เนื่องจากว่าโครงการจํานําของรัฐบาลชุดนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนาน้ําท่วม เมื่อน้ําท่วมไม่มีข้าวไปจํานํา รัฐบาลจะดูแลอย่างไร มีการเรียกร้องเงินส่วนต่าง จนกระทั่ง มีม็อบจากเกษตรกร ๕ จังหวัด ทั้งนครสวรรค์ ทั้งพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก กําแพงเพชร มาเรียกร้องที่ทําเนียบรัฐบาล และสุดท้ายรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีที่จะให้เงินส่วนต่าง ซึ่งท่านเรียกว่าเงินเยียวยาเพิ่มเติมพิเศษ ๑,๔๓๗ บาท ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่าฟังแล้วเศร้าใจ เนื่องจากว่าวันก่อนผู้แทนของสํานักงบประมาณได้ไปชี้แจงที่ พรรคประชาธิปัตย์ ผมถามเขาว่าเงิน ๑,๔๓๗ บาทที่สมัยก่อนเรียกว่าเงินส่วนต่าง วันนี้ เรียกว่าเงินเยียวยาเพิ่มเติม เงินก้อนนี้ท่านตั้งไว้อยู่ที่ไหน ขนาดมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับว่า จะจ่ายเงินก้อนเหล่านี้ คําตอบคือบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งเม็ดเงินงบประมาณก้อนนี้ไว้ ผมถึงมีความรู้สึกว่าวันนี้รัฐบาลไม่จริงใจกับเกษตรกร คือเงินเหล่านี้มันเป็นเงินที่สิทธิเขาต้อง ได้รับ เนื่องจากว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมโครงการจํานํา แต่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งเม็ดเงิน งบประมาณก้อนนี้ไว้แม้แต่สลึงเดียว อยากจะร้องเรียนไปยังพี่น้องเกษตรกรที่ชมอยู่นะครับว่า ที่ให้ผมหมอวรงค์มาทวงเงินก้อนนี้ วันนี้ผมทวงแล้ว และทําหน้าที่แล้ว และคําตอบที่สํานัก งบประมาณตอบผมบอกว่า เงินก้อนนี้รัฐบาลจะให้ ธ.ก.ส. จ่ายแทนไปก่อน ผมก็ไม่เชื่อมั่นว่า ธ.ก.ส. จะจ่ายหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวนาจริง ผมว่าเงินก้อนนี้คงไม่กี่พันล้านบาท รัฐบาลจะต้องตั้งเป็นเม็ดเงินงบประมาณเพื่อให้เกิดความ ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องจ่ายเงินก้อนนี้แน่นอน แต่วันนี้ท่านไม่ตั้งครับ แสดงว่าท่านไม่จริงใจครับ และจุดที่สําคัญที่สุดคือถ้าคิดเป็นผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ตอนสมัยพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านอภิสิทธิ์ให้เฉลี่ยออกมา ๗๐ ถังต่อไร่ แต่วันนี้