นิรมิต ยันงบ 55 สอดคล้องประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

นิรมิต สุจารี หารือถึงงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยเชื่อมั่นในนโยบายรัฐบาลและชี้ให้เห็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างกรุงเทพฯ และภาคอีสาน พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตามนโยบายพักชำระหนี้เกษตรกรและเพิ่มกองทุนเงินล้านเพื่อช่วยเหลือคนยากจน นอกจากนี้ยังสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวโดยยกย่องนโยบายการศึกษาที่จัดคอมพิวเตอร์พกพาให้เด็กยากจนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมอาเซียน และชื่นชมการปรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากสงครามเป็นมิตรการค้า

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่องบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งโดยส่วนตัวของผมนั้นผมได้ศึกษาดูงบประมาณแล้วได้เห็นว่า เป็นงบประมาณที่ดีที่สุดที่สอดคล้องต่อความเป็นจริง ต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน แล้วก็มีความเชื่อว่าน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พี่น้องทั่วประเทศได้เลือกนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือนโยบาย ของพรรคเพื่อไทย นั่นก็แปลว่าพี่น้องยินยอมให้นํานโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้แถลง ต่อพี่น้องประชาชนมาใช้ในการบริหารประเทศ โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของ พี่น้องประชาชน ถือได้ว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็เพื่อประชาชน ผมมีความมั่นใจว่าแนวนโยบายต่าง ๆ ที่ดําเนินการไปนั้น มีบางท่านได้บอกว่าน่าจะเรียกร้องให้รัฐบาลทําตามอย่างที่ตนเองมีความคิด มีความเชื่อมั่น นั่นเป็นแนวทางคนละรูปคนละแบบ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นนโยบายที่มาจากประชาชนจริง ๆ ขอให้รัฐบาลยืนหยัด เพราะว่าทํานโยบายถูกต้องตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว ปัญหาเรื่องน้ําท่วมเราต้องยอมรับนะครับว่าปีนี้น้ําเป็นมหาอุทกภัย ซึ่งผมเข้าใจดีว่าน้ําท่วม มันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ แล้วก็ไม่มีใครที่จะไปบังคับหรือจะไปสามารถแก้ไขปัญหาธรรมชาติได้ มีบางคนบอกว่าการบริหารจัดการน้ําผิด ที่จริงแล้วมันไม่ผิดหรอกครับ ใครไปบริหารก็คงจะเอา มันไม่ได้แล้ว เพราะว่ามวลน้ํามามากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมได้มองเห็นน้ําท่วมปีนี้ ไม่ว่าจะที่กรุงเทพฯ และทางภาคอีสานโดยเฉพาะที่บ้านของผมเอง ที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็น้ําชี ลําน้ํายังก็ท่วมที่ไร่ที่นาที่บ้านของชาวบ้านกันมากพอสมควร แต่ผมเห็นการจัดการไม่ว่าจะ รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาลก็ได้ลงไปดูแลแก้ไขปัญหา รวมทั้งหน่วยงาน ราชการที่อยู่ในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ส.ส. ส.จ. นายก อบต. ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน แต่ถ้ามาเปรียบเทียบการแก้ไขปัญหาใน กรุงเทพฯ รู้สึกในความรู้สึกของตัวกระผมนั้นจะเห็นว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ทาง รัฐบาลแก้ปัญหาไปคนละทิศคนละทาง ไม่ได้เป็นออกไปในลักษณะของภาพรวม แต่ถึง อย่างไรก็ตามผมยังชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในแง่ของงบประมาณในปีนี้ซึ่งรัฐบาลได้ไป แถลงไว้กับประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเขารอครับ รอ อย่างนโยบายการพักชําระหนี้ ให้แก่เกษตรกร ๓ ปี ซึ่งพี่น้องชาวอีสานโดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดร้อยเอ็ดที่เป็นหนี้บอกว่า เมื่อไรจะเริ่มสักที เพราะว่าเขารอ รอมาหลายปีแล้ว เขาขาดโอกาสตรงนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นนโยบายของรัฐบาลพักชําระหนี้ออกมานี่ก็เป็นการบรรเทาเยียวยาให้แก่พี่น้องเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ คนทุกข์คนยากเพื่อที่จะได้ลืมตาอ้าปากได้มีโอกาสที่ได้หาเงินทองเพื่อที่จะไป ดําเนินการชําระหนี้กันต่อไป นโยบายการเพิ่มกองทุนเงินล้านก็เป็นนโยบายที่ดี เป็นความ ต้องการของพี่น้อง ท่านประธานเชื่อไหมครับว่ามีพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ คนบอกว่าเขาต้อง ไปกู้หนี้ยืมสินหนี้รายวัน ต้องเสียดอกวันละ ๒๐ บาทต่อ ๑๐๐ บาทนี่นะครับ หมายความว่า กู้มา ๑๐๐ บาทต้องเสียดอกเบี้ยไป ๒๐ บาท เงินตรงนี้ละครับทําให้พี่น้องคนยากคนจน เขาเดือดร้อน ถ้าเพิ่มเงินกองทุนเข้าไปคนที่เป็นหนี้เขาก็พอที่จะลืมตาอ้าปาก เพราะว่าไปยืม กองทุนนี่แหละครับไปใช้หนี้ เขาเรียกว่าใช้หนี้รายวัน แล้วก็มาเป็นหนี้รายเดือนหรือรายปี ของกองทุน ก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาให้แก่คนยากคนจนที่ไม่มีทางที่จะหาแหล่งเงินทุนได้ บรรเทาเยียวยาได้เป็นนโยบายที่ดีมาก เป็นนโยบายที่กําลังรอ รอแล้วรอเล่า แต่การตั้ง งบประมาณของรัฐบาลนี่ผมคิดว่ายังไม่พอ ต้องตั้งให้มากกว่านี้ถึงจะได้ตามนโยบายที่ได้ แถลงไว้กับพี่น้องประชาชน

แล้วก็นโยบายทางด้านการศึกษา ผมไปพบกับชาวบ้าน ชาวบ้านเขามีความ กระตือรือร้นมาก พอนโยบายบอกว่าจะมีการจัดคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาให้แก่นักเรียน เขามีความตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนเอง เขารอโอกาสนี้ เพราะว่าโดยส่วนตัวของเขาไม่สามารถที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาที่ท้องตลาด จําหน่ายในราคาหลายพันหลายหมื่นบาท เพื่อที่จะมาใช้ในการเรียนการสอนของเขาได้ เพราะฉะนั้นวันนี้นโยบายของรัฐบาลที่จะให้โอกาสแก่นักเรียนคนยากคนจนตามชนบท เขาจะได้มีโอกาสได้ใช้ ผมว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก มีความเหมาะสมสอดคลองกับความเป็นจริง และความต้องการในการพัฒนาคนที่จะเตรียมเข้าไปสู่ ไม่ว่าจะเป็นสังคมอาเซียน (ASEAN) หรือสังคมโลกกันต่อไป และนอกจากนั้นผมยังมีความมั่นใจนโยบายในการขับเคลื่อนนโยบาย การต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อก่อนหน้านี้ประเทศเพื่อนบ้าน ของเราจับปืนขึ้นมาฆ่ากัน มายิงกัน วันนี้พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล และมี นโยบายการต่างประเทศที่ชัดเจน วันนี้สภาพบรรยากาศบ้านเมืองของเราเปลี่ยนสนาม การรบเป็นสนามการค้า เป็นมิตรกันดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอกราบขอบคุณครับ