สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

รังสิมา เจริญศิริ หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและบุคลากรให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพัฒนาความสามารถในการใช้ไอซีทีของครูและนักเรียน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมเพื่อพัฒนาการศึกษา โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งศูนย์สารสนเทศในโรงเรียนและขยายโครงการไปสู่จังหวัดอื่น ๆ

นางรังสิมา เจริญศิริ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉันนามสกุล เจริญศิริ ค่ะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าดิฉันเปลี่ยนนามสกุลค่ะ สําหรับงบประมาณ ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๕๕ นั้น ได้ลดจากปี ๒๕๕๔ เป็นจํานวนประมาณ ๔๖๔ ล้านบาทเศษ อาจจะทําให้ไม่เพียงพอในการ พัฒนางานด้านต่าง ๆ สิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้พันธกิจของกระทรวงได้ดําเนินการไปในการ พัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที (ICT) ด้วยระบบความมั่นคงปลอดภัย ที่ทันสมัยและให้กระจายไปสู่ประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง และนอกจากนั้นแล้วยัง ส่งเสริมสนับสนุนการใช้ไอซีทีในทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างเท่าเทียมและมี ประสิทธิภาพนั้น ประการหนึ่งก็คือการพัฒนาเครือข่ายด้านการศึกษาด้วยเทคโนโลยี โทรคมนาคม โดยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกระทั่งภาคเอกชน สถานศึกษา ประชาชนในท้องถิ่น เป็นต้น

สําหรับการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจนั้นมีเป้าหมายหลักก็คือในการเพิ่ม รายได้ประชากร การยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชน การกระจายความเจริญ อย่างทั่วถึง การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และลดปัญหาการว่างงาน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายดังกล่าวจึงจะต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษา โจทย์ที่จําเป็นเร่งด่วนและสําคัญ ในขณะนี้ก็คือว่าเราจะพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ เพียงใดต่อการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน เราต้องการที่จะอยู่ในตําแหน่งที่เท่าใด ของประชาคมอาเซียนนะคะ จากข้อมูลในปี ๒๕๕๑ นั้นได้พบว่าประชากรที่มีอายุระหว่าง ๓-๑๗ ปีนั้นไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาถึงร้อยละ ๑๑.๒๓ สาเหตุก็เนื่องมาจากว่า ความยากจนครอบครัวไม่มีรายได้เพียงพอที่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือ เด็กบางกลุ่มนั้นจะต้อง ออกจากการศึกษากลางคันนะคะ นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าคนไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย อายุประมาณ ๘.๖ ปีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราดูแล้วนี่จะอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ํากว่าประเทศ อื่น ๆ อีกหลาย ๆ ประเทศทีเดียวนะคะ สําหรับหัวใจความสําเร็จในการนําโครงข่าย โทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษาให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพนั้นจะมีเป้าหมาย ที่จะต้องพัฒนาแล้วก็ผลักดันให้เกิดความสําเร็จใน ๓ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของเน็ทเวิร์ค (Network) และฮาร์ดแวร์ การสร้าง ความทั่วถึงของโครงข่ายและการมีอุปกรณ์ที่เพียงพอ ทันสมัย แล้วก็มีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๒ ก็คือซอฟต์แวร์การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนผ่านระบบไอซีที ที่ทันสมัย แล้วก็สอดคล้องกับเป้าหมายของการผลิตบุคลากรและความต้องการของท้องถิ่น

ประการที่ ๓ ก็คือพีเพิลแวร์ (Peopleware) การสร้างให้ครูและนักเรียนนั้น สามารถใช้งานไอซีทีได้อย่างดี รวมถึงการพัฒนาความสามารถในการประยุกต์ใช้ให้ สอดคล้องกับความต้องการ เช่น สอดคล้องกับความต้องการทางด้านการศึกษา สอดคล้อง กับความต้องการทางด้านอาชีพ ในฐานะที่ดิฉันนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ แต่มีพื้นที่อยู่ในจังหวัดมหาสารคาม แล้วก็เคยร่วมเป็นกรรมการเพื่อกําหนดนโยบายการจัด ให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือว่าในภาษาอังกฤษใช้คําว่า ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส ออบลิเกชั่น (Universal Service Obligation) หรือ ยูเอสโอ (USO) ของคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือตัวย่อนั้นใช้ว่า กสทช. ในปัจจุบันนี้ ได้มีโอกาสไปร่วมดําเนินงานในโครงการนําร่องและการจัดให้มีบริการโทรคมนาคม เพื่อการศึกษาในพื้นที่ชนบท โดยใช้ชื่อโครงการนี้ว่า โครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อ การศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพื้นที่เป้าหมาย ที่นําร่องนั้นมีอยู่ ๒ จังหวัด คือจังหวัดเชียงรายและจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการทดลองใช้ เทคโนโลยี ไวแมกซ์ (WiMAX) สําหรับกิจการด้านการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่ชนบท ที่ห่างไกลความเจริญ สาเหตุก็เพราะได้ค้นพบว่าคุณภาพด้านการศึกษาของนักเรียนในชนบทนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ําแล้วก็มีความเหลื่อมล้ํากันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งจากการ ที่ค้นพบตรงนี้ก็มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย

ปัจจัยแรก ก็คือเรื่องของการมีครูไม่เพียงพอและมีทักษะการสอนที่ไม่ตรงกับ สาขาวิชา

ประการที่ ๒ ก็คือว่าครูนั้นขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ประการที่ ๓ นักเรียนนั้นได้ขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และขาดตําราที่จะใช้ประกอบการเรียนการสอนที่ทันสมัย

ประการที่ ๔ นักเรียนขาดทักษะและโอกาสในการใช้งานไอซีที

จากประเด็นปัญหาดังกล่าวนั้นจึงได้มีการกําหนดกระบวนการทดลองในการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมเพื่อกิจการด้านการศึกษาขึ้น ซึ่งประเด็นสําคัญคือครูและนักเรียนได้มีโอกาสใช้งานไอซีทีอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยก็เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมสืบค้นข้อมูล และที่สําคัญยิ่งก็คือว่า ศูนย์สารสนเทศที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนนั้นต้องเปิดให้บริการเป็นศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ซึ่งครูบาอาจารย์และนักเรียนนั้นจะเป็นผู้มาสอนการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้กับชาวบ้าน มหาวิทยาลัยก็จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชนในการพัฒนาสินค้า แล้วก็ขายสินค้าในระบบอีคอมเมิร์ซ (e-Commerec) สิ่งที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็คือว่าให้ประสานหน่วยงานและ องค์กรอิสระในสังกัด อย่างเช่น บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) บริษัท กสท. โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) ซึ่งมีงบประมาณแล้วก็ต้องให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงตาม พระราชบัญญัติของหน่วยงานนั้น ๆ ได้จัดสรรงบประมาณ ขยายการจัดทําโครงการดังกล่าว ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ อย่างทั่วถึงโดยรวดเร็ว เพื่อพัฒนาประชากรของประเทศแล้วก็เป็นการ แบ่งเบาภาระงบประมาณประจําของกระทรวงและภาครัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ประเทศได้ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งร้ายแรง จึงมีความจําเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณของ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการที่จะฟื้นฟูประเทศและเยียวยาประชากร ที่ประสบปัญหา และจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนชาวต่างประเทศด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ