ปลอดประสพ สุรัสวดี หารือเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงความไม่เพียงพอของระบบดูดน้ำและคิงไดรฟ์ที่มีอยู่ ปลอดประสพ สุรัสวดี ยังเน้นย้ำว่ากรุงเทพฯ จะท่วมแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมาเป็นปริมาณมาก และกรุงเทพฯ อยู่ในพื้นที่ปลายน้ำที่ต่ำ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกคน กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้อยู่ในห้องนี้ อยู่ที่กระทรวงครับเขากําลังรายงานผมว่าสําหรับวันพรุ่งนี้ จะต้องมาชี้แจงต่อรัฐสภาอะไรบ้างนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลของ กทม. ที่ยังไม่ได้ แสดงออกมาชัดเจนหรือมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งผมจะได้นํามาหารือต่อรัฐสภา เพื่อขอคําแนะนําเพื่อที่รัฐบาลกับ กทม. จะได้ร่วมกันทํางานเพื่อปกป้อง กทม. ในส่วนที่ยังพอเหลืออยู่ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ก็ต้องขอประทานโทษที่ไม่ได้ฟัง ตรงนี้นะครับ ที่จริงดูในทีวีหน้าตาเสื้อผ้าผมก็ไม่ได้มีอะไรนะครับ คําพูดที่ออกมาก็เรียกลุง ก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไรนะครับแต่ผมเป็นห่วงตรงนี้ครับ เป็นห่วงตรงที่ว่าประเดี๋ยวใครมาถาม อะไรผมว่าท่วม ไม่ท่วมอะไรอย่างนี้นะครับ และผมบังเอิญก็รู้พอสมควรไม่ได้รู้มากนะครับ แล้วผมก็เกิดบอกความจริงไปเขาก็ไม่เชื่อผมเหมือนในหนังนะครับ และบ้านเขาท่วม วันหลัง เขาก็จะมาด่าผมเข้านะครับนั่นก็คือเหตุผลที่ผมต้องมาขออนุญาตพูดในตอนนี้นะครับ แล้วก็ ตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้าเผอิญบ้านท่านองอาจยังไม่ท่วมมาถามผม ผมจะไม่บอกท่านแน่นอนเลย ท่านประธานครับ นี่ผมพยายามพูดไม่ให้มันมีเรื่องนะครับ ไหน ๆ ก็พูดมาแล้วนะครับ ผมก็ ขออนุญาตเรียนให้ฟังสักนิดเถอะครับว่า วันนั้นที่ผมพูดขึ้นมามันเรื่องราวอะไร ที่จริงผมไม่มี หน้าที่เป็นโฆษกนะครับ แต่บังเอิญทํางานทางปฏิบัติการมันก็ต้องเห็น ก็บินทุกวัน นั่งรถ ไปทุกวัน ก็ผ่านประตูน้ําที่คลองบ้านพร้าวหลายครั้ง ก็เห็นว่ามันแตก วันที่ ๑ ก็แตก ผมยังจําได้ว่ามีแบคโฮ (Backhoe) ๒ ตัว มองดูแล้วเป็นของเอกชน แตก ๒ จุด มีคนสัก ๒๐-๓๐ คนซ่อม ก็มองดูว่ามันไม่ฉุกละหุกเพราะว่าคนซ่อมน้อย บินวันที่ ๒ แบคโฮหายไป เหลือตัวเดียว พอวันที่ ๓ ก็เห็นน้ําเยอะมาก กลับมาก็มาเล่าให้หลาย ๆ คนฟังว่า เอ๊ะ ตรงนี้ ระวังนะ มันเป็นจุดสําคัญนะ มันจะเข้าทางหัวของกรุงเทพฯ แล้วก็มันก็มีเขื่อนดินยาว เป็นกิโลเมตรเลย แล้วก็ท่าทางอ่อนแอมาก จากนั้นผมก็เรียกนายทหารมา ๒ คน เป็นพันเอก บอกว่าคุณไปหาทางซ่อมเสียนะ มันอันตราย ปรากฏว่าเขาก็ไปบอกบริษัท บริษัทหนึ่ง ผมจะไม่เอ่ยชื่อนะเป็นบริษัทใหญ่มากให้เข้าไปซ่อม ก็เข้าไปซ่อมอยู่นะครับ ปรากฏว่า ไปครึ่งวันก็รายงานว่าทําไม่ได้ เพราะว่าเทคนิคที่เขาจะใช้มันทําไม่ได้และเครื่องจักรเขาใหญ่ อีกอย่างหนึ่งเขาก็กลัวว่าระหว่างทํามันจะพังแล้วจะอันตรายก็ถอนตัว ผมก็มาคิดดูว่า ขนาดบริษัทใหญ่ ๆยังถอนตัว แล้วมันจะไหวหรือ คุณวิมก็มาหาผม ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อ นะครับ บอกว่าท่านทราบหรือยังประตูที่คลองบ้านพร้าวแตกแล้วผมกําลังจะไปประกาศ ผมไม่มีข้อมูลเลยท่านไปเป็นเพื่อนหน่อยก็แล้วกันไปให้ข้อมูล เพราะทราบว่าไปดูมาหลายวัน ผมก็บอกว่าได้สิก็หยิบแผนที่มาแล้วก็แต่งตัวอย่างที่ท่านเห็นนี่ละครับ ไม่ได้เตรียมตัว เพราะฉะนั้นผมไม่ได้เป็นโฆษกนะครับ แต่เขาขอให้มาให้ข้อมูล ผมก็ให้ข้อมูลตามที่เห็นนะครับ ผมก็คิดว่าอย่างไรมันคงแตก ไม่ประตูน้ําก็เขื่อนดิน แล้วถ้าแตกขึ้นมาแล้วกรุงเทพฯ ตอนบน จะเดือดร้อนแน่นอนนะครับ เพราะประมาณการแล้วเฉพาะที่ประตูน้ําอย่างเดียวน้ําที่ทะลัก เข้ามาน่าจะอยู่ในระดับสัก ๑๕๐-๒๐๐ คิวเปอร์เซ็ก ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์สูงมากนะครับ แล้วถ้า เขื่อนดินเกิดแตกไปอีกนี่จะไปกันใหญ่เลย ก็จึงพูดว่าถ้าแตกดอนเมืองก็ต้องท่วม สายไหม ก็ต้องท่วม ซึ่งก็เป็นการพูดครั้งแรกในลักษณะที่ค่อนข้างจะสร้างความตกอกตกใจ เพราะว่า ไม่มีใครคิดว่าดอนเมืองจะท่วม สายไหมจะท่วม ทุกคนก็ตกใจ ผมก็ทราบว่าทุกคนตกใจ ท่าทางผมอาจจะขึงขัง ซึ่งก็เป็นนิสัยผมเป็นอย่างนั้นนะครับ ในเรื่องอย่างนั้นผมคงพูดเล่น ไม่ได้ ก็มีคนถามผมว่าถ้ามันท่วมอย่างที่ว่าแล้วนี่จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ผมก็บอกย้ายมาอยู่ ดอนเมือง ด้วยเหตุผลทางหลาย ๆ อย่าง สถานที่ใหญ่ มีตึก มีอาคารว่าง มีที่จอดรถ แล้วก็ ถามว่ารถจะไปจอดที่ไหนผมก็บอกว่าจอดที่ลานจอดเครื่องบิน ทุกอย่างที่ผมพูดก็เป็นความจริง ทั้งนั้นละครับในที่สุดก็แตก ในที่สุดก็ต้องใช้ดอนเมืองเป็นที่อยู่อาศัย มาอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าคน ในที่สุดก็ต้องใช้ดอนเมือง เป็นที่จอดรถอย่างที่ผมพูดทุกประการนะครับ และในที่สุดทั้งดอนเมืองทั้งสายไหม ก็ท่วมหมดอย่างที่เห็นทุกวันนี้นะครับ ผมไม่ได้วิเศษวิโสหรือรู้ไปมากกว่าคนอื่นหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมพยายามหาข้อมูลมากครับ ผมรู้ปริมาณน้ํา ผมรู้ภูมิประเทศดียิ่งนะครับ และผมก็หารือกับคนหลายคนแล้วก็ไปด้วยตนเอง แล้วก็เป็นความหวังดีของผมซึ่งผม ก็รู้นะครับพูดไปก็ถูกว่า แต่ก็ว่าผมไปได้ไม่สักกี่ครั้งนะครับ เพียงแต่วันนี้ก็ไม่นึกว่าจะถูกว่า อีกเล็ก ๆ นะครับก็ไม่ว่าอะไรอีกนะครับ เพราะว่าถ้าผมพูดไปแล้วคนว่าผมแล้วทุกคน ปลอดภัยผมก็ดีใจนะครับ เพราะว่าการเตือนภัยเขาเตือนภัยก่อนที่ภัยจะมา ทุกวันนี้ ผมเรียนเลยนะครับว่าที่ กทม. ทําอยู่นี่ผมว่าไม่ถูกขั้นตอนนะครับ เตือนภัยตอนน้ําท่วมแล้ว ที่ฝั่งธนนี่นะครับน้ําท่วมถึงเอวถึงหน้าอกนะครับ หิ้วของพะรุงพะรังและไปเตือนภัยทําไม อย่างนี้เขาเรียกว่าให้หนีน้ํา ให้ทุกคนหนีน้ําแบกของออกมาได้นะครับ เตือนภัยนี่ มันต้องเตือนก่อนนะครับ ก่อนเครื่องบินมา ก่อนลูกระเบิดมาหล่น ไม่ใช่เตือนน้ําท่วมไปแล้ว ผมได้เรียนถามท่านผู้ว่าคําถามนี้นะครับเมื่อตอนที่ไปกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ดินแดง แต่ว่าวิธีคิดของคนไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมคิดว่าในเมื่อผมพูดแล้ววันนี้ก็ยังพูดอีก เพราะว่าอาจจะไม่สายเกินไปนะครับ
ต่อไปเรื่องกรณีนวนคร ต้องเข้าใจนะครับว่าเมื่อสักครู่นี้เป็นการดูคลิป นะครับ ผมจําได้ว่าตอบว่านวนครเราต้องพยายามรักษาให้ได้เพราะว่าเป็นนิคมขนาดใหญ่ มากนะครับ จนกระทั่งเราทราบว่าน้ํามันเข้ามาจากบ่อบําบัดน้ํา ผมอาสาไปเองนะครับ ซึ่งพูดตรง ๆ ครับเขาก็ว่าบ้ามันไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรีจะไป ผมไปด้วยตัวเองนะครับ ไปแบกกระสอบทรายเหมือนประชาชนคนธรรมดาตั้งแต่ ๘ โมงจนเที่ยงนะครับ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐก็เอาไปลงก็ต้องขอบคุณนะครับ ผมเห็นว่าไม่ไหวเพราะว่าเมื่อผมไปถึงน้ําแค่ตาตุ่ม มีรถแบคโฮตกอยู่คันหนึ่ง ตกเที่ยงกว่า ๆ น้ําสูงกว่าศีรษะผมอีกนะครับ ผมก็บอกเขาบอกว่า ไม่ไหวหรอกพวกเราเพราะผมกลัวมันจะพังแล้วมันจะอันตราย ท่านเชื่อไหมครับไม่ถึง ๑๕ นาทีที่ผมพูดซึ่งผมหนีเป็นคนแรก ๆ เลย เพราะพูดแล้วตัวเองก็ต้องหนีนะครับ ยังไม่ทันขึ้นรถเลยครับแตกพลั้ววิ่งกันกระจัดกระจายไทยรัฐนี่เอาไปลง ที่พูดนี้ผมไม่ได้มา บอกว่าผมเก่งกล้าสามารถผมไม่กล้าหรอกครับผมถึงได้หนีเป็นคนแรกนะครับ แต่ว่าผมพูดว่า จะพยายามรักษา และผมก็รักษาคําพูดผมโดยไปด้วยตัวเองครับ แล้วก็ไปรักษาแต่ก็รักษา ไม่ได้นะครับ ถามว่าทําไมรักษาไม่ได้ เพราะว่าทางรถไฟจากถนนพหลโยธินมันหนีบมาทั้งคู่ พอมันแตกมาจากข้างบนมันก็ไหลมาทางนั้นมันก็รุนแรงมากสุดที่จะกันได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนว่าในคลิปนั้นน่าจะมีการตัดต่อนะครับ ที่ผมบอกว่าสู้ได้แน่ สู้ได้แน่ ตั้งแต่เกิดน้ําท่วมมานะครับผมไม่เคยแม้แต่คําเดียวครับที่บอกว่าสู้ได้แน่ เพราะผมรู้ครับ สุภาษิตเขาบอกนะครับ พระพายอย่าง พระสมุทรอย่างเขาห้ามสู้ สู้ก็ตายลูกเดียวครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ประชาชนที่ฟังอยู่นะครับว่า ผมมีหลายอย่างที่ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น ก็ตัดออกไปอย่างนั้น ก็ขอความกรุณาได้เข้าใจตามนั้น ด้วยนะครับ
สุดท้ายนะครับสั้น ๆ เพราะว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้คงจะพูดกันยืดยาวมากนะครับ เรื่อง กทม. เหมือนกัน กทม. ผมก็บอกนะครับว่า กทม. ชั้นในน่าจะไม่ท่วม ท่วมไม่ท่วม ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการดูดของระบบดูดน้ําสูบน้ําขนาดใหญ่ของ กทม. แล้วก็ขึ้น อยู่กับคิง ไดรฟ์ซึ่งสร้างมาตั้งแต่หลังปี ๒๕๓๘ เพียงแต่น่าเสียดายที่ว่าเมื่อสร้างมานั้น มันเป็นเขื่อนดินที่สูงนะครับ แน่นอนสร้างมาด้วยเขื่อนดินก็ไม่แข็งแรง แต่ปัจจุบันหลายแห่ง ได้แปลงไปเป็นถนน พอทําถนนเนื่องจากการควบคุมไม่ดี การออกแบบไม่ดี หรือการลืมอดีต นี่นะครับถนนมันเตี้ยกว่าเขื่อนสมัยนั้น เพราะฉะนั้นน้ํามันถึงได้ล้นข้ามมาซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ต้องทําต่อไป เพราะฉะนั้นคิงไดรฟ์ในหลายพื้นที่จึงไม่ใช่สภาพของไดรฟ์อีกต่อไป เป็นสภาพของแค่ถนนธรรมดา ๆ น้ํามันถึงได้ทะลักเข้ามา เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนว่า ผมก็ไม่เคยพูดอีกนะครับว่ากรุงเทพฯ จะไม่ท่วม เพราะมันท่วมไปแล้วตั้งเยอะตั้งแยะ ใครก็ทราบอยู่นะครับ อย่างฝั่งธนบุรีก็ต้องเรียนนะครับ ข้ามไปฝั่งโน้นนะครับ ผมก็บอก ท่วมหมดแน่ ๆ ผมยังไปเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเลยนะครับว่าบ้านท่านเดี๋ยว มันไปเยี่ยมแน่ท่านเฉลิมยังหัวเราะ บอก โอ้โฮ ที่บ้านท่านมันสูงนะ ก็ท่วมจริง ๆ ก็อย่างที่ผมเรียน ว่าไม่ใช่ว่าผมจะรู้มากมายอะไร ปริมาณน้ําครั้งนี้มันมากมายมหาศาลครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านคิว นี่มันเป็นปริมาณที่สูงมากอย่างยิ่ง และกรุงเทพฯ อยู่ต่ํากว่าคนอื่น เป็นที่ปลายน้ํา แล้วเรายังเจอน้ําทะเลอีกด้วย เพราะฉะนั้นศึกนี่มันหลายด้านด้วยกัน ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสภา แต่เพียงเท่านี้นะครับ ก็ขอบคุณท่านองอาจที่กรุณาให้โอกาสผมได้พูด เพราะว่า เป็นนักการเมืองไม่ได้พูดเขาจะว่านักการเมืองหลับใหลนะครับ แล้วท่านอย่ามาถามผมนะครับ ผมไม่บอกท่านแน่นอน บ้านท่านท่วมหรือไม่ท่วม แต่ก็ขออวยพรให้บ้านท่านไม่ท่วมนะครับ ขอบคุณมากครับ