วิทยา บุรณศิริ พูดถึงปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี และเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไข รวมถึงพูดถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน และการบริหารจัดการเงินในกระทรวงสาธารณสุข
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ พอดีผมก็ได้รับฟังประเด็นหลายประเด็นนะครับในส่วนที่ทั้งเกี่ยวข้องกับ งานในกระทรวง แล้วก็งานที่ได้รับผิดชอบในเบื้องต้นนะครับ ที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายนะครับ ผมเองก็เห็นใจ บางทีว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับฟังหรือพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ได้รับฟังแล้วอาจจะเข้าใจสับสน จริง ๆ หลายท่านได้อภิปรายดีนะครับ และผมคิดว่าส่วนที่ เกี่ยวข้องอาจจะต้องเข้ามาตอบ ผมขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นว่า ก่อนที่จะมาเป็น ศปภ. มันมี คอส. มีคณะกรรมการหลายคณะกรรมการที่เกิดขึ้น และสุดท้ายเราก็เหลือ คณะกรรมการชุดเดียวก็คือ ศปภ. แต่คําที่สมาชิกต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านสมาชิกท่านสามารถอธิบายที่บางทีพี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจว่า ปริมาณน้ํา ที่อยู่ในเขื่อน ผมคิดว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องชี้แจงเพิ่มเติม แต่ดูเสมือน ท่านอภิปรายว่าการบริหารการจัดการเรื่องน้ําดูจะมีปัญหากับรัฐบาลในชุดนี้ แต่จริง ๆ ท่านคงมีความรู้ดีกว่าตัวกระผม ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการใน คอส. ในตอนนั้น ก็ยอมรับ ว่าปริมาณน้ําที่อยู่ในสมัยก่อนหน้าที่ท่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมาดํารงตําแหน่งก็มีน้ําที่อยู่ ในเขื่อนนั้นมากเหลือเกิน ก็เรียนตามตรงว่าปีนี้ถ้าดูจากสถิติพี่น้องประชาชนถ้าติดตามสถิติจากฝนตกแล้วมากกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอาจจะมีความรู้เรื่องนี้ดีพอก็ทราบนะครับ เมื่อมากกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดีและอะไรจะเกิดขึ้น อันนี้เรา ไม่โทษกัน แต่สิ่งที่รัฐบาลและคณะจะต้องทํางานต่อไปอันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมเข้าใจว่าในส่วนที่จะมาชี้แจงกับสมาชิกในตอนต่อไปนั้นคงจะได้จัดเตรียมกันไว้ แต่ผม ขออนุญาตตรงนี้ได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่าการที่เหนือเขื่อนที่มีน้ํา อยู่แต่ก่อนนั้นมีปริมาณน้ําที่มาก แต่ว่าพอมีฝนตกจากพายุตั้งแต่ไหหม่าเรื่อยมาปริมาณน้ํา เกินกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ทุกท่านเองก็คงติดตามแล้วคงเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวผมคิดว่าในส่วนของ ศปภ. คงจะมีทีมงานมาตอบให้ท่านได้เข้าใจ ในส่วนประเด็น ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนเช้าผมคิดว่าอยากจะชี้แจงเพื่อนสมาชิกหลายท่านต้องขอขอบคุณ หลายท่านได้มีการอภิปรายเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงสาธารณสุข ในเบื้องต้นผมคิดว่า ในปีงบประมาณปีนี้หลายท่านอาจจะต้องได้พิจารณาร่วมกันว่าในส่วนของงบประมาณแต่ละ กระทรวง ทบวง กรมนั้นจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสภาแห่งนี้ แต่ส่วนต่อความกังวลต่อ ท่านผู้นําฝ่ายค้านที่มีการอภิปรายว่าในส่วนของหลักประกันสุขภาพไม่ควรที่จะไปปรับลด งบประมาณ เพราะว่าในส่วนของในอดีตได้มีการตั้งไว้ว่างบประมาณในส่วนของรายหัว ๒,๘๐๐ บาทเศษ ซึ่งท่านได้จัดเตรียมไว้ แต่ผมขอเรียนให้ทราบว่าในส่วนนี้สํานักงบประมาณ ได้ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ผมก็เรียนตามตรงว่าแม้จะถูกปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความจําเป็นที่รัฐบาลเองก็พยายามที่จะบริหารการจัดการเรื่องเงินนั้นซึ่งมีอยู่น้อยนิด ซึ่งหลายท่านเองก็ถึงกับตําหนิรัฐบาลว่าได้ใช้เม็ดเงินในส่วนนี้ว่าดูแล้วไม่เกิดประโยชน์ แต่เรียนให้ทราบว่าในหลายกระทรวงถูกปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพียงแต่ว่ารัฐบาลมีความ จําเป็นจะต้องนําเงินบางส่วนไปดูแลปัญหาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัย แล้วก็เรียนให้ พวกเราได้ทราบนะครับว่าข้อเท็จจริงในส่วนของหลักประกันสุขภาพนั้นแม้จะถูกปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นวงเงินถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ก็ขอเรียนให้ทราบว่าในส่วนนี้ ยังมากกว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ อยู่ถึง ๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมยืนยันในฐานะที่จะต้อง เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องของความเสี่ยงต่อการบริหารการจัดการให้ครอบคลุมก็คือเรื่องของ ปัญหาเรื่องการขาดทุนซึ่งในอดีตที่ผ่านมา หรือจะต้องบริหารการจัดการให้พี่น้องประชาชน ในจํานวนของ ๔๘ ล้านคนนั้นได้รับการบริการด้านสุขภาพ ผมยืนยันนะครับว่าเงินส่วนนี้ สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและมีการปรับโครงสร้างบางตัว นอกเหนือจากการจัดเก็บเรื่อง ๓๐ บาท ซึ่งในเวลาอันเหมาะสมนั้นขอยืนยันว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นคงจะมีบางส่วนที่ได้จากการจัดเก็บ แต่ว่า ณ เวลาที่เหมาะสมไม่ใช่ช่วงนี้ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าเมื่อบวกลบกันแล้วในส่วนนี้เรายังมีงบประมาณเพียงพอสําหรับดูแล พี่น้องประชาชนก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านปวีณ แซ่จึง หรือท่านอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อความห่วงใยของ พี่น้องประชาชนและอีกหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปรายไว้ก็ขอเรียนตามตรงว่าในส่วนนี้เรา จะมีมาตรการในเรื่องของการลดความแออัด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีค่านิยมหรือมี ความเชื่อในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลอําเภอจนกระทั่งทําให้เกิดความแออัดแล้วก็มี ความเสี่ยงในการบริหารการจัดการเราจะใช้การแบ่ง หรือแชร์ริ่ง (Sharing) โดยเฉพาะ ลงไปสู่ รพ.สต. ในโรคที่พี่น้องประชาชนนั้นได้เป็นเป็นจํานวนมากก็คือเรื่องเบาหวาน เรื่องความดัน สิ่งเหล่านี้ผมยืนยันว่าถ้ามีการบริหารการจัดการ มีการจัดเตรียมเรื่องข้อมูล ระบบโลจิสติกส์ภายในแล้วความเสี่ยงเรื่องการให้บริการต่อพี่น้องประชาชนก็จะไม่เกิดนะครับ เพราะฉะนั้นยังผลให้การดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของหลักประกันสุขภาพยังคงมีคุณภาพ แล้วก็มีมาตรฐานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากนี้ถ้ามีการจัดเก็บเรื่อง ๓๐ บาท ผมยืนยันว่า คุณภาพการให้บริการพี่น้องประชาชนจะทั่วถึง จึงกราบเรียนผ่านท่านประธานชี้แจงต่อ ที่ประชุม ขอขอบคุณครับ