รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๑๗ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านประธานไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธานเป่ดประชุมได้อย่างไรครับ
ตอนนี้ปรึกษาหารือครับ ไม่เกี่ยวกับการประชุมครับ
คือถ้าสมมุติว่าในกรณีที่
ปรึกษาหารือเราจะเอา ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ท่าน ส.ส.
ได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เราก็ดําเนินการอย่างนั้น มันไม่ผิดข้อบังคับครับ เพราะข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ที่ท่านร่างมานั้นมันมีนโยบายอย่างนี้ครับ ผมก็ดําเนินตามข้อบังคับไม่ให้มันผิดกฎระเบียบที่ได้วางไว้ครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ
มีอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวานนี้ดิฉันมีชื่อหารือ แต่พอดิฉันเดินเข้ามาถึงประตูท่านก็เลย ชื่อดิฉัน แล้วดิฉันยกมือ ท่านพยักหน้าบนบัลลังก์
ผมไม่ได้พยักหน้าหาท่าน เลยครับ ไม่มีครับ ถ้าพยักหน้าหาท่านผมรู้จักท่านดีผมก็ต้องเอ่ยชื่อท่านสิครับ
ไม่ ท่านบอกว่ามันถึงเวลา ที่จะเป่ดประชุมแล้ว ดิฉันก็คิดว่าวันนี้ดิฉันก็จะมามีคิวที่ ๑ ดิฉันอุตส่าห์มาแต่เช้า
ไม่มีชื่อเลยครับ
ก็นี่อย่างไรคะ ดิฉันจึงทวง สิทธิว่าเมื่อวานดิฉันอยู่แล้วบอกว่าดิฉันไม่อยู่ ดิฉันก็เสียชื่อไปครั้งหนึ่งแล้ว แล้ววันนี้ถ้า ดิฉันไม่ได้อภิปรายดิฉันก็เสียอีก เพราะมันถ่ายทอดแล้วประชาชนคิดว่ารังสิมาไม่เข้า ประชุมค่ะ ดิฉันประชุมตลอดนะคะ
เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาฟังแล้ว เขาเห็นแล้วคนสวย เขาเห็นแล้วครับ
ค่ะ ขอบคุณ ไหน ๆ ก็ขึ้นแล้ว ค่ะก็จะขอหารือท่านประธานเลยนะคะว่า ขณะนี้เปึนช่วงหน้าฝน โรงงานอุตสาหกรรม
เดี๋ยว ผมยังไม่ได้ให้พูด เลยครับ
ขอ ๒ นาทีไหน ๆ ก็ขึ้นแล้ว ก็พูดไปเลยค่ะท่าน
นั่งลงก่อนเถอะครับ ถ้าใครอยากพูดก็พูดได้อย่างนั้นก็ไม่มีประธาน ไม่มีอะไร ขึ้นพูดไปไม่มีข้อบังคับ ไม่มี ระเบียบมันก็ไปไม่ได้ครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ
ท่านคะแล้วเดี๋ยวท่านเรียก ดิฉันหรือเปล่าคะ
เดี๋ยวให้เขาเพิ่มให้ครับ
ขอบคุณค่ะ
ครับ อย่าเพิ่งน้อยอก น้อยใจนะครับ เชิญคุณนิรมิตครับ ไม่อยู่ ผ่านไปนะครับ เชิญคุณวัชระ เพชรทอง เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผมรู้สึกทึ่งในความเปึนตัวท่าน ท่านอายุถึง ๘๐ ป้แล้ว ปรากฏว่ายังตื่นเช้าแล้ว มาทันเวลา
เข้าเนื้อหาสาระนะครับ เชิญ เวลามันน้อยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือสิ่งความในใจที่อยากจะกราบเรียนท่านเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเองครับ แต่เรื่องความ ทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพี่อที่จะหารือ นั้นเปึนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนจริง ๆ และความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน นั้นก็ไม่เคยรอคอยผู้ใด
ท่านประธานครับ เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รัฐบาลโดยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยืนยันว่าได้ทุกคนตั้งแต่เดือนเมษายนเปึนต้นมา ปรากฏว่าในขณะนี้ เพิ่งได้เพียงเดือนเดียว และบางคนก็ยังไม่ได้ครับ ปู์ย่าตายายเหล่านั้นยังไม่ได้ทั้งในเขต หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ และมิหนําซ้ํายังปรากฏว่ายังมีการหักเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่โอนไปยังธนาคารเอกชนจาก ๕๐๐ บาท ได้เพียง ๔๘๘ บาท หักค่าธรรมเนียมไป ๑๒ บาท ในธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคาร ไทยพาณิชย์ และทุกธนาคาร อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาคมธนาคารไทย เพื่อขอได้โปรดยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมผู้สูงอายุเหล่านี้ อย่าได้รีดนาทาเร้นคนแก่ หักค่าธรรมเนียม ๑๒ บาทเลยครับท่านประธานที่เคารพ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ยุงชุมเหลือเกิน โดยเฉพาะในเขต กรุงเทพมหานคร และมีพี่น้องประชาชนเปึนไข้เลือดออกเปึนจํานวนมาก ทั้งในเขต หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ อยากจะให้ทางรัฐบาลไปพ่นกําจัดยุงลายโดยด่วน
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องพระถูกยิงตายใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ รวมทั้งพี่น้องมุสลิมถูกยิงตายในมัสยิด เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญยิ่ง อยากจะให้ ท่านประธานได้เชิญชวน ส.ส. ทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะคุณนัจมุดดีน อูมา ได้โปรดมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อที่จะก่อให้เกิดสันติสุขใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอเชิญคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ไม่อยู่นะครับ ผ่านไป ขอเชิญคุณสมัย เจริญช่าง อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ผ่านไป ถือว่าหมดภาระ ๔ ท่านไปแล้วนะครับ ต่อไปเปึนรายชื่อที่ขอปรึกษาในวันที่ ๑๗ วันนี้นะครับ คือมีคุณประกอบ รัตนพันธ์ อันดับ ๑ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานหารือ ๒ เรื่องครับ แล้วก็ เปึนเรื่องใหญ่มากครับ ก็คือ
เรื่องที่ ๑ เรื่องการทุจริตในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เรื่องนี้ ทางสภาคณาจารย์ได้ร้องเรียนผ่านคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้ร้องเรียนผ่าน สกอ. (สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) ได้ร้องเรียนผ่านรัฐมนตรี ประมาณสัก ๒-๓ เดือน ท่านประธานครับ แต่ว่าการสอบสวนหาข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะเปึนเรื่องการทุจริต อยากให้ สกอ. เอาใจใส่เรื่องนี้เปึนกรณีพิเศษครับ ท่านประธานครับ ให้เร่งรัดด้วยครับ ไม่ใช่ว่า ปล่อยปละละเลย การทุจริตเปึนความชั่วร้ายของประเทศชาติต้องรีบดําเนินการ โดยเด็ดขาดนะครับ
เรื่องที่ ๒ การสรรหาอธิการบดีในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ภาคตะวันออก เช่นเดียวกันครับ โดนร้องเรียนมาบอกว่าไม่มีความโปร่งใส เพราะฉะนั้น อยากฝากทางเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้กํากับดูแลเรื่องนี้ให้มีความโปร่งใส ขณะนี้กําลังเลือกอธิการบดี หลายมหาวิทยาลัยครับ ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิด สกอ. ไม่กํากับดูแลให้ดีแล้วจะมีปัญหา ครับ เพราะว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใส ท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านประธาน อย่างมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสถาพร มณีรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องของตลาดกลาง ๑ ตําบล ๑ ตลาดกลาง ซึ่งกระผมเคยได้นํา เรื่องนี้เสนองบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในเบื้องต้นนั้นกระทรวงมหาดไทยให้ อ.ต.ก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) เปึนเจ้าภาพ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ของกระทรวงมหาดไทยเปึนเจ้าภาพ ซึ่งปรากฏว่าเมื่อไปติดตามเรื่องแล้วนั้น ปรากฏว่า เรื่องนี้ยังไม่ดําเนินการในการจัดสรรงบประมาณ ก็ขออนุญาตท่านประธานผ่านเรื่องไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้ได้โปรดให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดของท่านนั้นได้ดําเนินการจัดสรร งบประมาณ
ส่วนที่ ๒ เรื่องของแหล่งน้ํา ซึ่งขณะนี้ที่อําเภอลี้นั้นมีเหมืองเก่าอยู่เหมือง หนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เหมืองบ้านปู เหมืองนี้นั้น ขณะนี้นั้นมีความจําเปึนที่จะต้องปรับปรุง ในการฟุ๋นฟูสภาพแวดล้อม เพราะว่าลิกไนต์นั้นได้หมดไปแล้ว กระผมเคยได้ทําโครงการนี้ ผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในขณะนั้นได้มีการตั้ง งบประมาณ ได้มีการนําเสนอกรอบงบประมาณเพื่อดําเนินการจัดทําแก้มลิงในเขต ลําน้ําลี้ อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ซึ่งผมก็หวังไว้ว่าอยากจะให้ท่านประธานสภาผ่านเรื่อง ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ติดตามตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ เรื่องแหล่งน้ําเพื่อที่จะดําเนินการให้โครงการแก้มลิงของอําเภอลี้นั้นบรรลุวัตถุประสงค์ และเปึนความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอลี้โดยรวม
เรื่องสุดท้ายครับ โครงการเร่งรัดเดินออกโฉนดของจังหวัดลําพูน ซึ่งเปึน เรื่องที่พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดลําพูนที่รอเอกสารสิทธิ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือว่ากรมที่ดิน ได้มีการโครงการเดินออกโฉนด แล้วนําเอกสารสิทธิของชาวบ้านไปออกโฉนด ซึ่งขณะนี้ ปรากฏว่ายังไม่ได้บรรลุเปัาหมาย ก็อยากกราบเรียนท่านประธานส่งเรื่องไปยังกรมที่ดิน ขอได้โปรดติดตามเรื่องโครงการเดินออกโฉนดของจังหวัดลําพูนโดยเร็วครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญคุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ หารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรภาคเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ จังหวัดลําพูน สร้างโดยงบประมาณของประเทศชาติจํานวนหลายร้อยล้านบาท แต่ว่า ขณะนี้ศูนย์นี้ร้าง ไม่มีงบบริหารจัดการ มีอาคารโรงเรือนระบบน้ําที่ทันสมัย ฝากรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ศูนย์แห่งนี้ สามารถที่จะเปึนศูนย์ส่งเสริมอาชีพของพี่น้องประชาชนภาคเหนือ
เรื่องที่ ๒ ขอรัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมออกกฎหมายนิรโทษกรรม ชาวบ้าน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําท้องถิ่น เกษตรตําบล ที่ถูกดําเนินคดีกรณีลําไย เมื่อป้ ๒๕๔๗ อันเนื่องมาจากการใช้นโยบายผิดพลาดของรัฐบาลชุดนั้น ทําให้พี่น้อง ชาวบ้านถูกดําเนินคดี จํานวน ๔,๐๐๐ กว่าราย ขณะนี้คดียังอยู่ที่อัยการ ขณะนี้ลําไย ที่รัฐบาลจํานําไว้เมื่อป้ ๒๕๔๗ ขณะนี้มีมูลค่าเปึน ๐ เพราะว่าไม่สามารถที่จะเอาไป ทําประโยชน์ได้ จึงจําเปึนที่รัฐบาลชุดนี้ได้อนุมัติเงินจํานวนหลายสิบล้านบาทเพื่อไปทําลาย อยากฝาก รัฐบาลได้ดําเนินการหาทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการลําไย ของรัฐบาลที่ผ่านมาครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ เรื่องที่จะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ
เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองหลายราย ค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะในจังหวัดชัยภูมิเองหรือว่าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ทราบไหมคะ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ของทางรัฐบาลค่ะ บอกว่าเรียนฟรีทุกอย่าง เมื่อวาน ดิฉันได้มีโอกาสอภิปรายไปแล้ว แต่ว่าวันนี้ต้องมาหารือเพิ่มเติม เนื่องจากมีประชาชน พี่น้อง ผู้ปกครองของนักเรียนหลายโรงเรียนเอาตัวอย่างและก็ใบเสร็จมาให้ดิฉันดูบอกว่า นี่แหละการเรียนฟรีของรัฐบาล ๑๕ ป้ ต้องจ่ายเพิ่มอีก ๓,๒๐๐ บาท เมื่อวาน ก็ไม่ทราบ ว่ามาจากค่าอะไร ถามว่าเขาได้รับจดหมายเวียนเมื่อไร ก็บอกว่าหลังจากที่เป่ดเทอมไป แล้ว ๑ วัน ทางโรงเรียนก็จะได้มีการทําจดหมายเวียนออกมาถึงผู้ปกครองค่ะ ท่านประธาน บอกว่าจะมีการขอสนับสนุนด้วยความสมัครใจเพื่อจะได้มาส่งเสริม การศึกษาของบุตรหลาน ดิฉันสอบถามดูว่ามีใครจ่ายบ้างไหม ที่ไม่จ่ายมีไหมคะ ปรากฏ ว่าท่านประธานทราบไหม ปรากฏว่าไม่มีผู้ปกครองคนไหนที่ไม่จ่ายเงินให้กับโรงเรียน เพิ่มเติมเลยค่ะ เพราะอะไร ดิฉันเข้าใจนะคะว่าทุกคนรักลูกรักหลาน อยากให้การ เล่าเรียนดี อยากให้มีการศึกษาเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี แต่ตรงจุดนี้ค่ะท่านประธาน งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณนั้นนะคะของงบกลางป้ค่ะท่านประธาน เพื่อการศึกษาฟรี ๑๕ ป้ ทําไมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกคะ ดิฉันก็อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยดูแลสอดส่องด้วย ดิฉัน คิดว่าเด็กเปึนสิ่งที่ต้องพัฒนา ดิฉันเห็นด้วยที่ท่านจะเรียนฟรี ๑๕ ป้ แต่การเรียนฟรีของ ท่านมีการแอบแฝงโดยที่โรงเรียนไปเก็บค่าใช้จ่ายกับเขาอีกอย่างนี้ ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ ไม่ถูกต้องค่ะ ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีให้ช่วยติดตามแล้วก็ตรวจสอบดูความถูกต้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ครับ เชิญคุณไมตรี สอยเหลือง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากหน่วยงานของรัฐบาลให้ ช่วยประสานหางบประมาณเพื่อเอาไปพัฒนาหน่วยงานต่าง ๆ
หน่วยงานแรกคือโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ ทหารเรือ อยู่ที่ตําบลพลูตาหลวง อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้ประสานของบประมาณ เพื่อไปบําบัดน้ําเสียและพัฒนาแหล่งน้ํา
หน่วยงานที่ ๒ คือโรงเรียนในสังกัด สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน) เขต ๓ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีหลายโรงเรียนที่ประสานมายังผม ได้แก่ ๑. โรงเรียนจุกเสม็ด ๒. โรงเรียนบ้านอําเภอ ๓. โรงเรียนวัดเขาคันธมาศ ๔. โรงเรียน บ้านเขาบายศรี และ ๕. โรงเรียนบ้านเขาชีจันทร์ ซึ่งได้ประสานของบประมาณเพื่อสร้าง อาคารเรียนแทนอาคารหลังเก่า
ผมจึงได้นําเรื่องที่เปึนปัญหาความเดือดร้อนมาหารือต่อท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังกระทรวงและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้โปรดประสานและจัดสรรงบประมาณ เพื่อมาพัฒนาหน่วยงานดังกล่าวด้วยจักเปึนพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ
เชิญคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้มา หารือในสภา ซึ่งเปึนความเดือดร้อนใช่เฉพาะจังหวัดหนองคายนะครับ แล้วก็เปึนความ เดือดร้อนทั่ว ๆ ไป เรื่องความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามา สืบเนื่องมาจากงานประเพณี บุญบั้งไฟ ซึ่งภาคอีสานนั้นจะมีเปึนประจําทุกป้ เชื่อกันว่าเปึนประเพณีขอฟัาขอฝนตรงนี้ นะครับ แล้วสิ่งที่เขาได้รับความเดือดร้อนก็คือ ทางผู้จัดเองได้มีการรับบั้งไฟจํานวนไม่ จํากัดเพื่อทําการจุดแข่งขันกัน ผมยกตัวอย่างความเดือดร้อนที่จังหวัดหนองคาย เทศบาล เมืองหนองคายได้จัดบุญบั้งไฟเปึนทุกป้ และมีการจุดบั้งไฟถึง ๑๕ วัน แล้วประชาชนที่อยู่ ใกล้ ๆ กับฐานบริเวณจุดบั้งไฟก็ได้รับความเดือดร้อนเปึนทุกป้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร มากมาย ซึ่งเขาก็ทนไม่ไหว เขาก็เลยมาร้องเรียนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้นะครับ เชื่อกันว่ามีการเล่นการพนันมากมายเปึนบ่อนเคลื่อนที่ก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กําชับฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งานบั้งไฟนี่ถือว่าเปึนประเพณีอันดีงาม ไม่ควรจะให้ มีการพนันเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย เพราะถือว่าเปึนความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนเขา ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ จึงไม่สามารถที่จะทนได้ แล้วก็มาบอกกับผู้แทน
เรื่องที่ ๒ สั้น ๆ ครับท่าน พูดกันมาหลายครั้งแล้ว ในเรื่องของที่สาธารณะที่ ทําเลเลี้ยงสัตว์บริเวณเหล่าหนองโน โคกดวงดี บริเวณจังหวัดหนองคายนี่แหละ ซึ่งเปึนที่ ที่ประชาชนเข้าไปอาศัยอยู่เปึนเวลานานมาแล้ว แต่ว่าไม่ได้มีเอกสารสิทธิ ครั้งนี้จะเปึน ครั้งที่ ๑๐ แล้วนะครับที่มาพูดในสภาแห่งนี้ ก็อยากจะฝากไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในบริเวณเขตเทศบาลมีประชาชนอยู่เปึนหลาย ๆ พันครอบครัว แต่ไม่มีเอกสารสิทธิเลย ฝากท่านดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ
หมดเวลา เชิญคุณสุกิจ อัถโถปกรณ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานแค่ ๒ เรื่องสั้น ๆ นะครับ
เรื่องแรกก็คือ เรื่องสถานีอนามัยคลองเต็ง ซึ่งปัจจุบันนี้มีประชาชนไปใช้ บริการมากจนแน่นขนัด เนื้อที่คับแคบ แล้วอีกสักระยะหนึ่งก็จะขยายเปึนโรงพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพ ฉะนั้นจึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขไปช่วยต่อเติมอาคารเพื่อจะได้ พอที่จะรองรับกับพี่น้องประชาชนได้
ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องขับแท็กซี่นะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ที่ตรงสี่แยกไฟแดงทุกแห่งจะมีกล้องวงจรป่ด ทีวีวงจรป่ด คอยจับการฝ์าไฟแดงของรถต่าง ๆ แต่เนื่องจากบางที่มีกล้องวงจรป่ด มีไฟแดง แต่ไม่มี เลขที่นับถอยหลัง ท่านประธานคงเคยเห็นนะครับ ทําให้เขากะระยะไม่ถูก บางทีพอถึง ตรงนั้นที่เขาเรียกกันว่า ลูกติดพัน ครับท่านประธาน และเขากลัวว่าถ้าเขาจอดตรงไฟแดง ตรงเส้นตรงนั้นพอดี รถคันหลังจะมาชนเขาอีก ก็เลยทําให้พี่น้องแท็กซี่ซึ่งวัน ๆ นี่ผ่าน ไฟแดงเปึนร้อย ๆ ไฟแดง เขาก็ต้องพลาดบ้างละครับ แล้วก็จะโดนใบสั่งบ่อย ๆ จึงคิดว่า ถ้าที่ไหนมีกล้องวงจรป่ด ขอให้มีเลขที่นับถอยหลังทุกแห่ง เขาจะได้กะระยะเวลาในการ จอดได้ถูกต้องครับ ไม่อย่างนั้นแล้วพี่น้องประชาชนทั่วไปและพี่น้องแท็กซี่ก็จะโดนใบสั่ง อย่างมากมายครับ แค่นี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครราชสีมา ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะนําเรียนเรื่องที่สําคัญของพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม
ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานี่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมประสบปัญหา มาก เนื่องจากว่าราคาตกต่ํา แล้วจํานวนน้ํานมดิบก็ล้นตลาด ก็ปรากฏว่าบริษัทใหญ่ ๆ อย่างโฟร์โมสต์ก็ดี และอีกหลาย ๆ บริษัทที่รับซื้อ เขาก็ไม่รับซื้อ เนื่องจากว่ามันเต็มโควตา นั่นคือสิ่งที่สําคัญที่ขออนุญาตฝากเรียนผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า วันนี้ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ได้ไปประสานงานกับทางท่านผู้นําของพี่น้องที่เลี้ยง โคนม แล้วก็ดําเนินการในเรื่องที่จะแก้ไขให้ โดยการที่จะจัดเงินค่าชดเชยให้กิโลกรัมละ ๑.๕๐ บาท ก็ปรากฏว่า ณ ถึงวันนี้แล้วไม่มี สตางค์ให้แม้แต่บาทเดียว พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงโคนมลําบากมากครับวันนี้ ซึ่งในขณะนี้ ต้นทุนในเรื่องของอาหารสัตว์ก็แพง และสิ่งที่สําคัญที่สุดครับอยากจะฝากประธานผ่านไป ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเรียนว่าวันนี้ น้ํานมดิบที่ให้เด็กนักเรียนเขาดื่มกินนี้นะครับ ไม่ได้ซื้อจากในท้องถิ่นเลย ซึ่งในวันนี้ ท้องถิ่นเขามีคุณภาพมาก เขามีการดูแลจัดการฟาร์มอย่างดีเลยนะครับถูกต้อง ตามสุขลักษณะทุกอย่างเลย และถ้าเกิดว่าสนับสนุนให้เขาเองนี่นะครับได้ส่งให้กับ เด็กนักเรียนในพื้นที่ทั้งหมดนี่จะไม่มีปัญหาเลยครับ เนื่องจากว่าผลิตผลของน้ํานมดิบนี้ สามารถที่จะซัพพอร์ต (Support) หรือสนับสนุนในเรื่องให้เด็กนักเรียนได้ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องนมล้นตลาดนี้จะไม่มี แต่ว่ามันมีปัญหาของข้อกฎหมายที่จะต้อง แก้ไขกันตรงนั้น และถ้าเกิดว่าตรงนี้ได้ถ้าเกิดว่าไปช่วยสนับสนุนเรื่องการแปรรูปได้ให้เขา บรรจุกล่องได้ ในพื้นที่ในโคราชเองอะไรเองจะไม่มีปัญหาเลย พื้นที่ปากช่องก็ไม่มีปัญหา จะเห็นได้เลยว่าวันนี้นี่ถ้ารัฐบาลจะช่วยดําเนินการในส่วนนี้จะเกิดประโยชน์มากครับ ฝากด้วยนะครับเรื่องน้ํานมดิบค่าชดเชยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมติดตามเรื่องนี้อยู่นะครับ แล้วก็ทราบว่า ความล่าช้าเรื่องเงินขณะนี้ทางสํานักงบประมาณได้อนุมัติเงินไปเมื่อไม่นานมานี้ ๒-๓ วันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเปึนวิธีการที่จะไปแก้ปัญหาแล้วก็รับข้อสังเกต นะครับ เพราะว่ารัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้วเรื่องของนมกล่อง แล้วก็แปรรูป และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งไม่ต้องการให้อยู่ไกลพื้นที่นะครับ ก็จะไปดําเนินการ เพราะว่ามติคณะรัฐมนตรี แล้วก็งบประมาณก็จัดแล้วในเรื่องของการเพิ่มนมไปเปึน ป. ๕ ป. ๖ ครับ
ผมขอขยายเวลาไปอีกสัก ๓๐ นาที ให้ปรึกษาให้มันหมดนะครับ ขอขยายเพราะว่ามีอยู่เยอะ ก็ขอขยาย ขออนุมัติที่ประชุมนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมนี่ทําผิดระเบียบนะครับ ขอขยายเวลาไปอีก ให้หมดรายการปรึกษานะครับ เพื่อเวลาเข้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ก็จะได้สบายใจทุกฝ์ายนะครับ คุณรังสิมา รอดรัศมี ค้างตั้งแต่เมื่อวานครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอหารือทั้งหมด ๔ เรื่องนะคะ
เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องโรงเรียนศรัทธาสมุทร โรงเรียนประจําจังหวัด สมุทรสงคราม มีนักเรียนร่วม ๓,๐๐๐ คน แต่ขาดอาคารเรียนถึง ๓๐ ห้อง ของบประมาณ มาป้ ๒๕๕๓ หรือว่างบเงินกู้นี้ก็ไม่ได้รับการพิจารณานะคะ พอดีท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้ดิฉันก็ขอฝากท่านด้วยนะคะ เพราะว่าเด็กนักเรียนไม่มีที่เรียนจริง ๆ ค่ะ เพราะว่า ขอมาหลายป้แล้วก็ไม่ได้ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะได้ในป้ ๒๕๕๓ นี้
เรื่องที่ ๒ คือตอนนี้เปึนช่วงหน้าฝน โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ชอบแอบ ปล่อยน้ําเสียมากับน้ําฝนนะคะ ปล่อยลงมาในลําคลอง จากจังหวัดราชบุรีลงมาในจังหวัด สมุทรสงคราม ทําให้กุ้ง หอย ปู ปลาตาย แล้วก็เวลาแจ้งไปก็ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมช่วยสอดส่องดูแลเข้มงวด เกี่ยวกับบ่อบําบัดน้ําเสียให้ด้วย
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องทางหลวงแผ่นดิน เวลาประมูลก่อสร้างแล้ว ทําสะพาน สายพระราม ๒ บริเวณถนนพระราม ๒ ตําบลแพรกหนามแดง ร้องเรียนมาตั้งแต่ป้ที่แล้ว แล้วว่า เวลาหน่วยงานของกรมทางหลวงจะรับงานนี่ควรที่จะดูก่อนว่าเศษหิน ดิน ทราย ปูน นี้มันลงไปในลําคลองแล้วเวลานั่นเสร็จ ตอนนี้หน้าฝนน้ําไม่สามารถไหลผ่านได้ ไปท่วมบ่อกุ้ง บ่อปลาสลิดทําให้ประชาชนได้รับความเสียหายนะคะ แล้วก็บอกว่าจะไป ขุดไปลอกคลองให้จนป์านนี้จะ ๒ ป้แล้วก็ฝากท่านประธาน
อีกเรื่องค่ะ เกาะกลางถนน บริเวณถนนพระราม ๒
เอาไว้พรุ่งนี้บ้างก็ได้
ค่ะ ไหน ๆ แล้วก็ขอให้ช่วย เป่ดเปึนบางจุดนะคะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านนายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ตอนนี้ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช ไปดําเนินการที่เหมือนกับรังแกพี่น้องประชาชนที่อุทยานแห่งชาติน้ําตกตาดโตนนั่น นะครับ ปรากฏว่าท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีนายทุนขึ้นไปเยอะแยะ เข้าไปบุกรุกพื้นที่ สร้างรีสอร์ท (Resort : สถานที่ที่ผู้คนไปกันบ่อย) กันเต็มไปหมด แต่ปรากฏว่าเกษตรกร ในพื้นที่ตําบลท่าหินงม เปึนพื้นที่เก่านะครับ เขาก็ทําเฉพาะเรื่องเกษตรกรรม ช่วงนี้ราคา มันสําปะหลังก็ตก อะไรก็แย่ไปหมดนะท่านประธาน แต่ยังถูกรังแก บางครั้งใช้ป๋นยิงเลย ครับท่านประธาน ยิงข่มขู่ให้ออกจากพื้นที่ ลุงตาบอดคนหนึ่งครับ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา ถูกยิงและข่มขู่ครับ ขนาดตาเสีย ๒ ข้าง ท่านประธาน ผมเห็นแล้วน่าสังเวชใจ ในอดีต รัฐบาลพวกผมก็พยายามที่จะให้เขาทํามาหากิน รัฐบาลชุดนี้ก็จะให้เช่า ๑๐ บาท แต่ผม ไม่เข้าใจว่าทําไมตอนนี้เจ้าหน้าที่ถึงไปเคร่งครัด เกษตรกรตอนนี้นะครับท่านประธาน ตอนนี้เขาลําบากมาก ราคาก็ไม่ดีแล้ว แต่ก็ต้องทํา เพราะถ้าไม่ทําก็ไม่มีอะไรจะกิน ถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช ผมเคยขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช จัดสรรงบเลยครับ กั้นในบริเวณ ที่เปึนวนอุทยานแห่งชาติจริง ๆ ตอนนี้ปรากฏว่าใครมีเงินก็ไม่ไปไล่ ถ้าใครไม่มีเงิน ก็ไล่นะครับ ผมถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงอธิบดีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงไปดูหน่อยครับ อุทยานแห่งชาติตาดโตนนี่ไปรังแกประชาชน ผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
ครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหารือกับท่านประธานฝากไปถึงทาง สผ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเรียน หารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก เกี่ยวกับโรงเรียนบ้านโนนปลาเข็ง ตําบลภูเขาทอง อําเภอ หนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสํานักงานพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๓ สืบเนื่องจากว่า โรงเรียนบ้านโนนปลาเข็งนี้ได้รับอนุญาตจากสํานักงานเขตให้รื้อถอนอาคารเรียน ปรากฏ ว่าพอรื้อถอนอาคารเรียนเสร็จเรียบร้อย นักเรียนไม่มีที่เรียน ช่วงนี้เปึนช่วงหน้าฝน น่าเห็นใจนักเรียนนะครับ ทั้ง ๔ ชั้นเรียน ทั้ง ๕ ชั้นเรียน ที่ต้องให้อาคารหลังนี้ ไม่สามารถ ที่จะหาที่เรียนได้ หน้าฝนต้องอาศัยร่มไม้ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานฝากไป กระทรวงศึกษาธิการที่รับผิดชอบนะครับ ขอให้เห็นความสําคัญเกี่ยวกับอาคารเรียนด้วย เพราะว่านโยบายการจัดการศึกษาฟรี รู้สึกว่าเปึนที่ต้องใจ แต่เวลาไปเห็นสภาพการเรียน ของนักเรียนแล้วรู้สึกอเนจอนาถใจ อยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบได้จัดงบประมาณโดย เร่งด่วนไปแก้ไขปัญหา
เรื่องที่สองครับ ก็คือเงินเบี้ยผู้สูงอายุของตําบลโพธิ์ศรีสว่าง อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งในเขตพื้นที่อําเภอโพนทองหลายตําบลได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุไป เรียบร้อย แต่ตําบลโพธิ์ศรีสว่าง อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ยังไม่ได้รับ ก็ขอฝาก กราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ได้ พิจารณาแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ เชิญท่านผุสดี ตามไท เชิญครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนที่จะเข้าเรื่องหารือ อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานดังนี้ว่า ดิฉันตระหนักดีถึงปัญหาเรื่องปากท้องของ ประชาชนทั่วทุกภาคนะคะในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงหนักหน่วงเปึนประวัติการเลย ดิฉันอยากจะให้ทุกคนได้มั่นใจนะคะ แล้วก็เชื่อมั่นจริง ๆ ว่ารัฐบาลนี้กําลังแก้ไขปัญหา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และดิฉันก็ในฐานะประชาชนก็ขอขอบพระคุณด้วย กระนั้นก็ตาม ท่านประธานคะดิฉันคิดว่ามีปัญหาหนึ่งซึ่งควรจะต้องใส่ใจอย่างเร่งด่วน นั่นก็คือเรื่องของ การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย ดิฉันคิดว่าแม้เราจะบอกว่าเราอยู่ในระบอบการ ปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขมากว่า ๗๐ ป้แล้วก็ตาม แต่ถ้าลองดูจริง ๆ ก็จะพบว่า วิถีคิดและวิถีชีวิตของพวกเรายังไม่ค่อยได้ไปถึงความเปึน ประชาธิปไตยสักเท่าไร ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้พูดเอาลอย ๆ เมื่อป้ที่แล้วมีผลการ สํารวจจากสํานักวิจัยก็บอกว่า ประชาชนคนไทยสูงเกือบร้อยละ ๘๐ ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ จราจร ท่านประธานคะ การเคารพและการปฏิบัติตามกฎกติกา เปึนสาระหลักสําคัญ ประการหนึ่งของประชาธิปไตย ดิฉันคิดว่านี่คือรากเหง้าจริง ๆ ของปัญหาประชาธิปไตยที่ เราเผชิญอยู่ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้คิดกระมังคะ อาจจะคิดถึงการระวังรักษาเรื่องวัฒนธรรมที่ดีงามมาแต่ก่อน แต่ว่าท่านยังไม่ได้เร่งเรื่องนี้ ดิฉันก็อยากจะขอหารือฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อาจจะต้องเปึน โต้โผ และรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่น ๆ ด้วยให้ช่วยกันเร่งสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตย อย่างน้อยที่สุดก็เริ่มรณรงค์ และให้ได้มองเห็นชัดเจนนี่คือเรื่องสําคัญยิ่งที่ จะนําพาเราไปสู่ความเปึนประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณ อนันต์ ผลอํานวย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานหารือ ๒ เรื่องสั้นๆ
เรื่องแรก คือผมได้รับการร้องเรียนจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้านจากกําแพงเพชร เปึนจํานวนมาก ในเรื่องของ ฌกน. คือเรื่องของเงินฌาปนกิจของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากว่าวันนี้บรรดากํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศเขาจะมีฌาปนกิจหรือกองทุนของ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเวลาเสียชีวิต แล้วก็จะได้เงินตอบแทนกลับไป แต่สิ่งที่กํานัน --- – ๑๐/๑ ผู้ใหญ่บ้านทั้งหลายเขาสงสัยว่า ในศพละ๕๐ สตางค์ เดือนหนึ่งมีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรแพทย์ที่เสียชีวิตไปประมาณ ๑๐๐ คน ๑๒๐ คน เขาก็เสียประมาณ ๕๐ บาท ๖๐ บาท แต่เวลาผลการตอบแทนกลับมามันเหลือได้ ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วจ่ายครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็อยากจะกราบเรียนหารือท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วย ไปกํากับดูแลชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทยที่ดูเรื่องนี้อยู่ว่า มีสมาชิก ๓๐๐,๐๐๐ คน มันก็น่าจะได้เงินสักแสนกว่าบาท แต่เวลาตายจริง ๆ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้แค่ ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วได้ ๒ งวด ๆ ละ ๑๐,๐๐๐ บาทด้วย ก็กราบเรียนหารือท่าน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่สอง มันเปึนเรื่องที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนแล้วมันซ้ําซาก ที่จังหวัด กําแพงเพชร ในอําเภอคลองขลุง มันมีหมู่บ้านอยู่ ๔ หมู่บ้าน ๓๐ ป้ผ่านมาก็ยังแก้ปัญหา ไม่ได้ เนื่องจากเปึนหมู่บ้านที่เปึนท้องกระทะ พอฝนตกครั้งไหนน้ําก็จะท่วมในตําบล คลองสมบูรณ์ ตําบลหัวถนน ตําบลท่าพุทรา แล้วก็ตําบลวังไทร ใน ๓ ตําบล ๔ ตําบลนี้ น้ําจะท่วมตลอด ก็ฝากกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หาวิธีการปัองกันบรรเทา ไม่ให้พืชผลเขาเสียหายในช่วงฤดูฝนกําลังจะมาถึงนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ หารือเพียง ๒ เรื่องครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานเพียงเรื่องเดียวนะครับ ใช้เวลาไม่นานนัก คือเรื่องเกี่ยวกับว่าในพื้นที่ที่บริเวณเทศบาลนครนครสวรรค์ ชาวบ้าน แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่นั้นมีความประสงค์ที่อยากจะได้สะพานข้ามแม่น้ําน่าน บริเวณ ตําบลแควใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในอดีตนั้นเมื่อประมาณป้ ๒๕๔๙ ได้มี มติ ครม. ในสมัยนั้นอนุมัติให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําน่านแล้วนะครับ แต่ เนื่องจากว่าหลังจากที่ได้มีมติ ครม. แล้ว เมื่อทางหลวงชนบทได้ออกไปสํารวจปรากฏว่า มีพื้นที่บางส่วนที่เปึนของชาวบ้าน จึงได้ประสานไปยังเทศบาลนครนครสวรรค์ เทศบาลนคร นครสวรรค์ได้ทราบเรื่องก็ได้ทําการจัดซื้อที่ดินบริเวณนั้นเปึนที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้ ก็คือได้มีการออกแบบสํารวจเรียบร้อยแล้วนะครับ เหลือเพียงอย่างเดียวครับ คือ การบรรจุเข้าไปในโครงการของกรมทางหลวง ฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ขอให้บรรจุโครงการก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่น้ําน่านบริเวณตําบลแควใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เข้าอยู่ใน งบประมาณ หรือในแผน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ก็ได้นะครับ ผมคงใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ผมมีเรื่องที่ จะปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะพี่น้องอําเภอนาตาล อําเภอเขมราฐ อําเภอโพธิ์ไทร อําเภอกุดข้าวปุัน อําเภอ ตระการพืชผล อําเภอศรีเมืองใหม่ ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งครับ ซึ่งป้นี้ฝนมาเร็ว พี่น้องเกษตรกรก็ได้หว่านกล้าเพื่อจะเตรียมทํานา ขณะนี้กล้าพร้อมที่จะดํานาแล้ว แต่ว่า ฝนไม่ตก จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลน่าจะทําฝนเทียมที่จังหวัด อุบลราชธานีนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่มีปัญหาในขณะนี้ก็คือเรื่องปัญหาที่ทํากินให้กับพี่น้องเกษตรกร ในขณะนี้เศรษฐกิจตกต่ําพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลําเนา เสร็จแล้วไม่มีที่ทํากิน ครับ มีที่ของป์าสงวนอยู่ที่อําเภอศรีเมืองใหม่ ติดต่อกับอําเภอโพธิ์ไทร เรียกว่า ป์าดงพลูหล่น ซึ่งในขณะนี้ได้มีนายทุนได้ไปเช่า แล้วเช่าทําปลูกต้นยูคาลิปตัส วันนี้ได้มี ระยะเวลาสิ้นสุดการเช่าแล้ว พี่น้องประชาชนได้รวมกันมาปรึกษาหารือกับผมว่า ถ้าจะให้ นายทุนเช่าน่าจะให้พี่น้องประชาชนเปึนคนเช่า ผมก็รับหลักการว่าจะมาปรึกษาหารือว่า ถ้าพี่น้องประชาชนจะแบ่งเปึนคนละ ๑๐ ไร่ ๑๐ ไร่ แล้วเข้าไปเช่าตามนโยบายรัฐบาล คือไร่ละ ๑๐ บาท ก็จะสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตําบลนาคํา ตําบลนาเลิน ตําบลสงยาง อําเภอศรีเมืองใหม่ ตําบลสารภี ตําบลเหล่างาม ตําบลโพธิ์ไทร อําเภอ โพธิ์ไทร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ และ
ประเด็นสุดท้ายครับ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร นะครับ เรื่องจับเทปผีซีดีเถื่อน ซึ่งตอนนี้ถ้าไม่อยากให้พี่น้องประชาชนซื้อเทปผีซีดีเถื่อน ก็อยากจะให้เทปนี่ลดราคาลงมาบ้าง เพราะมันขายแพงจริง ๆ คนก็อยากซื้อของถูกครับ พอซื้อถูกแล้วดูทีเดียวก็ทิ้งเลยนะครับ ๔๐ บาท กับ ๒๐๐ บาทอย่างนี้นะครับ ถ้าของแท้ ขายสัก ๘๐ บาท ผมว่าของปลอมคนก็ไม่ซื้อครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมัย เจริญช่าง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตได้รบกวนท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องพี่น้องประชาชนในเขตมีนบุรี เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และพี่น้องที่สัญจรผ่านไปมาบนถนนสุวินทวงศ์ ถนนรามคําแหง ถนนนิมิตรใหม่ ขอให้กระผมได้หารือผ่านท่านประธานสภาไปถึงกรมทางหลวงและ กรุงเทพมหานครได้ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักบริเวณแยกวัดแสนสุข เชื่อมกับถนนรามคําแหง ซึ่งถนนสุวินทวงศ์นั้นเปึนถนนอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวง แต่ในขณะเดียวกันก็มีถนนของกรุงเทพมหานคร ทั้งนิมิตรใหม่และ รามคําแหงที่จะต้องขอให้ส่วนราชการทั้งสองได้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากวันก่อนที่กระผมได้หารือผ่านประธานเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณในการก่อสร้างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสุวินทวงศ์ เพราะขาดงบประมาณ อยู่เล็กน้อย แล้วก็ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเรื่องไปที่สํานักงบประมาณ บัดนี้ได้รับ หนังสือแจ้งกลับมาครับว่าจากบัญชาของท่านประธานนั้นทําให้เรื่องต่าง ๆ นั้นได้เดินไป ถึงคณะรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติอนุมัติงบประมาณ เพิ่มเติม จํานวน ๒๖ ล้านบาทให้แล้ว ก็เปึนอันว่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสุวินทวงศ์ก็ จะได้ดําเนินการก่อสร้างในเร็ววัน และทราบว่าทาง สพฐ. ได้เชิญท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไปเปึนประธานวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๒๓ เดือนนี้ ก็จะทําให้เด็กใน กรุงเทพมหานครฝัืงตะวันออกของรอบนอกได้มีสถานที่เรียนก็จะแก้ไขปัญหาเรื่อง ขาดแคลนสถานศึกษาไปได้ เพราะว่า ๑๐ ป้ที่ผ่านพ้นมาครับ รัฐบาลไม่ได้สร้างโรงเรียน ให้กับคนในกรุงเทพมหานคร สร้างให้โรงเดียวที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ๒ สายไหม ก็เปึนเหตุให้นํามาซึ่งปัญหาของการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย เพราะเนื่องจากว่าสถานที่เรียน มีจํากัด ต่อไปนี้ปัญหานี้ก็คงจะยุติลงด้วยความอนุเคราะห์ของคณะรัฐมนตรีและ ท่านประธานสภา ผมก็ขอขอบพระคุณท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
เชิญคุณชมภู จันทาทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ตัวดิฉันเองมีเรื่องที่จะมาหารือฝากท่านประธานอยู่ประมาณ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก เกี่ยวกับถนนของอําเภอเฝัาไร่ไปถึงบ้านดุง ผ่านตลาดบ้านเซิม หมู่ ๑ ตําบลบ้านเซิม อําเภอโพนพิสัย ยาวประมาณ ๕๐๐ เมตร แต่ทีนี้ฤดูฝนค่ะ ท่านประธานน้ําท่วมไม่มีร่องระบายน้ํา ถ้าฝนตกแรงนิดเดียวน้ําจะท่วมยาวประมาณ ๕๐๐ เมตร มันอยู่หน้าวัดพอดีค่ะท่าน แล้วก็อยู่ช่วงตลาดของพี่น้องบ้านเซิม หมู่ ๑ ด้วยค่ะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ เดี๋ยวนี้เรื่องที่เดือดร้อน ตรงนี้ราษฎรได้นําปัญหารายละเอียดนั้นส่งถึงทางหลวงแผ่นดินของจังหวัดหนองคาย เรียบร้อยแล้วค่ะ ก็เหลือแต่งบประมาณที่ทางรัฐบาลนั้นจะได้ช่วยจุนเจือแล้วก็แก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ ๑ ตําบลเซิม อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย อันนั้นประเด็นแรก หรือว่าชาวบ้านจ่ายเงินไม่ทันอย่างนี้ ก็จะไปทําลายทรัพย์สินและก็เร่ง แล้วด่าทอทะเลาะ วิวาทกัน ขอฝากท่านประธานหาหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญคุณนริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ด้วยกระผมได้รับทราบข่าวคราวทั้งทางสื่อมวลชนและเปึนข้อเท็จจริงใน พื้นที่ก็คือ
เรื่องที่ ๑ การแต่งตั้งโยกย้าย การรับโอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายที่เรียกรับเงิน ใช้อํานาจ ทําให้การโยกย้าย แต่งตั้งดังกล่าวสร้างความไม่เปึนธรรม ให้กับสังคมและบุคคล ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยได้สร้าง กลไกในการแก้ไขปัญหาการเรียกรับเงินจากการโยกย้าย แต่งตั้ง รับโอนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอยู่อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
เรื่องที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมา พอดี ที่ป์าเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง รอยต่อพัทลุง-ตรัง-สตูล เปึนหลังคาของเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป์าเขาบรรทัด เปึนแหล่งต้นน้ําสําคัญของ ๓ จังหวัด ขณะนี้มีหมู่บ้านเข้าไปอยู่ ประมาณ ๖๐๐ หลังคาเรือน คนร่วม ๒,๐๐๐ คน ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ให้ ความสําคัญ เพราะว่าศักยภาพหน่วยงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขาบรรทัด ผมคิดว่าต้องใช้หน่วยงานหลายหน่วยงานเข้าไปสมทบร่วมกันในการที่จะ ปัองกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว และผมอยากให้แก้ไขปัญหาโดยให้มีการฟุ๋นฟูสภาพป์าให้ กลับมาเปึนต้นน้ํา และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อยู่ ๖๐๐ คนนั้นด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ผมขออนุญาตฝากเรื่องราคายางพารานะครับ ราคายางพารา เมื่อสมัยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ๔ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ในสมัยรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ในขณะนี้ ๒ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท คือกิโลกรัมละ ๕๐ บาท แต่ว่า ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผมอยากจะให้รัฐบาลได้เพิ่มกิโลกรัมละ ๕ บาทถึง ๑๐ บาท ผมคิดว่าชาวสวนยางอยู่ได้ ผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังทางรัฐบาลและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาพี่น้องชาวภาคใต้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญ คุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย อยากขอเรียนหารือท่านประธานใน ๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ การประชาสัมพันธ์ปัองกันและควบคุมโรคไข้หวัด ๒๐๐๙ ซึ่งเปึนสิ่งที่อยากให้ทางรัฐบาลช่วยดูแลในการปัองกัน อย่างสนามบินทุกสนามบิน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเปึนสนามบินนานาชาติ แล้วก็มีพี่น้องจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเขยต่างประเทศจํานวนมาก แต่การปัองกันควบคุมยังไม่มีมาตรการที่เข้มข้น ซึ่งเปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงพี่น้องประชาชน ก็อยากฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบให้ช่วยดูแลเรื่องนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องการฟุ๋นฟูการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าการท่องเที่ยว เปึนสิ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้พี่น้องชาวต่างประเทศได้เข้ามาใช้เงิน แล้วก็นําเงินตรามา สู่ประเทศไทย ซึ่งถือว่าเปึนรายได้หลักของประเทศของเรา ให้ฟุ๋นฟูกิจการทั้งโรงแรม ทัวร์ ต่าง ๆ ให้เขามีรายได้ เม็ดเงินก็จะกระจายลงไปในท้องถิ่น ในท้องที่
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องเรียนฟรี ๑๕ ป้ ก็ขอให้รัฐมนตรีได้เข้าไปควบคุมใน การดูแลเรื่องการทุจริต ความโปร่งใส แล้วก็ที่สําคัญ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพที่ท่านให้ความสําคัญ เมื่อคืนนี้ท่านได้ให้ความสําคัญกับครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าครูคือผู้ยกระดับ วิญญาณมนุษย์ แล้ววิชาชีพครูเปึนวิชาชีพที่สร้างมนุษย์และสร้างสังคม ท่านประธาน สมเปึนประธานฝ์ายนิติบัญญัติท่านก็ได้ให้เกียรติครูบาอาจารย์ทั่วประเทศโดยการถอน คําพูดในสิ่งที่ท่านล่วงล้ําไป ก็ขอกราบขอบคุณท่านด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พัชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ด้วยกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความ เดือดร้อนจากพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมมีดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ของกระทรวงมหาดไทย ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง เกษตรกร หมู่ ๑ หมู่ ๓ และหมู่ ๖ ตําบลนาเข อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ที่มีไร่นา สวนปลูกข้าว ข้าวโพด มะเขือเทศ และยาสูบ ไม่มีน้ําเพื่อการเกษตร เพราะคลองส่งน้ํา ชํารุดทรุดโทรมไม่สามารถส่งน้ําได้ปกติ คลองส่งน้ํานี้อยู่ในความดูแลของ อบต. (องค์การ บริหารส่วนตําบล) นาเข จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ซ่อมแซมคลองส่งน้ําให้พี่น้อง เกษตรกรด้วย
เรื่องที่ ๒ ของกระทรวงมหาดไทย เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวบ้านคําพอก หมู่ ๑๐ ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ต้องการ ถนนลูกรังไปสู่ที่ทํากินทางการเกษตร ฤดูฝนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เพราะยังเปึนถนน ทางเกวียนอยู่ทําให้ไม่สามารถขนผลผลิตทางเกษตรสู่ตลาดได้
เรื่องที่ ๓ ของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม เปึนปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านพะทาย หมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๖ ขอถนนเชื่อมต่อ ระหว่างหมู่บ้านกับทางหลวงแผ่นดิน ๒๑๒ เพื่อขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาด เพราะถนนยังเปึนถนนลูกรังทําให้การสัญจรไปมาในฤดูฝนมีความลําบากมาก
เรื่องที่ ๔ ของกระทรวงมหาดไทยและของกระทรวงคมนาคม เช่น การเปึน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านโพนจาน ตําบลโพนจาน อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม จากถนนขอให้ซ่อมแซมถนนลาดยางที่ชํารุดเสียหายเปึนหลุมเปึนบ่อ จากบ้านโพนจานไปบ้านใต้ เพราะต้องใช้ถนนเส้นทางนี้ถึง ๖ หมู่บ้าน
เรื่องที่ ๕ ของกระทรวงยุติธรรม เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวบ้านนางัว ตําบลนางัว อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ช่วยปราบปรามยาบ้าในหมู่บ้าน เพราะบ้านนางัวขณะนี้มีการซื้อขายเปึนจํานวนมาก ลูกหลานติดยาเสพติดมากขึ้น ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เชิญครับ
ผมนึกว่าผมจะไม่ได้พูดเสีย แล้วครับวันนี้ ผมมาเซ็นชื่อคนที่ ๒
ให้เสียเวลา
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลกครับ เรื่องที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานนะครับมี ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก คือเรื่องของถนนสายเอ ๑๒ ซึ่งตั้งแต่สมัยประมาณ ป้ ๒๕๔๗ ผมจําได้แม่นว่าท่านรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านเคยได้ปรารภ บอกว่าถนนเส้นนี้ได้ออกแบบไว้ถึง ๑๐ เลน บัดนี้ ถนนเส้นนี้ได้สร้างแต่ว่าไม่ถึง ๑๐ เลน นะครับ ก็ฝากทางรัฐบาลสมัยที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยนั้นได้ออกแบบไว้แล้วนะครับ ตอนนี้สร้าง แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะเกิดอุบัติเหตุทุกวัน ถนนก็แคบ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมด้วยครับ
อีกเส้นหนึ่งนะครับ คือถนนเลี่ยงเมืองสายเอ ๑๒ เหมือนกันแต่เปึนเลี่ยง เมืองตอนใต้ของพิษณุโลกติดปัายตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนบัดนี้นะครับ ถนนเส้นนี้ก็ยังไม่ได้รับ การดูแลและแก้ไขให้เปึน ๔ เลนนะครับ เพราะว่าได้แก้มาบางส่วน ปรากฏว่าแก้แล้ว แก้อีกมันก็ยังเละอยู่เหมือนเดิม ก็ฝากให้ไปช่วยดูแลด้วยครับถนนเลี่ยงเมืองตอนใต้ ของจังหวัดพิษณุโลก
เรื่องที่สอง โรงเรียนวัดแหลมโพธิ์ ตําบลบ้านกร่าง อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้ขออนุมัติรื้อแล้วก็รื้อเปึนที่เรียบร้อยแล้วนะครับ อนุมัติรื้อ แล้วตอนนี้นักเรียนไม่มีที่เรียน เพราะว่าสภาพมันไม่มีสภาพที่เปึนห้องเรียนแล้วครับ ก็ฝากทางรัฐบาลผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ก็ขอฝาก ด้วยครับ โรงเรียนวัดแหลมโพธิ์ อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกนะครับ
เรื่องที่ ๓ การบูรณะพระราชวังวังจันทร์ กระทรวงวัฒนธรรมเปึนผู้ที่ เกี่ยวข้องนะครับ ก็ขอให้ช่วยบูรณะให้มากกว่านี้นะครับ จะได้เปึนเมืองสู่การท่องเที่ยว พิษณุโลก-สุโขทัยต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่า เราได้ให้ท่านสมาชิกได้ฝากมายังประธานสภาเพื่อส่งเรื่องไปให้ทางรัฐบาลนะครับ วันนี้ก็ เหลืออยู่อีกประมาณราวเกือบ ๑๐ ท่านนะครับ ขอเลื่อนไปพรุ่งนี้ อีก ๑๐ ท่านพรุ่งนี้ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็จะเขียนแล้วก็เรียงไปตามลําดับ
ขณะนี้มีสมาชิกเข้ามาเซ็นชื่อประชุม ๒๔๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ กระผมขอเป่ดประชุมครับ เชิญครับ คุณอนันต์
ท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ ครับ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุดรธานี ตอนที่ท่านวิเชียรนําเสนอท่านประธานนั้น เกี่ยวกับเรื่องกรรมาธิการ ผมรักษาการไว้ ๒ กรรมาธิการครับ คือผมดํารงตําแหน่ง กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์แล้วก็มารักษาการแทนท่านวิเชียรตอนโดนใบเหลือง ตอนนี้ผมขอมอบตําแหน่งกรรมาธิการ ผมขอลาออกก่อนครับ
คุณไม่มีสิทธิมอบครับ นอกจากคุณจะ
ขอลาออกครับ ขอลาออกจาก กรรมาธิการการอุตสาหกรรม แล้วก็ขอให้ท่านประธานพิจารณาให้ท่านวิเชียรหรือใคร ก็แล้วแต่ครับ ขออนุญาต ขอเสนอชื่อท่านวิเชียร ขาวขํา ครับ ขอผู้รับรองครับ
คือท่านลาออก
ครับ จากตําแหน่งกรรมาธิการ การอุตสาหกรรมครับ
แล้วก็ให้คุณวิเชียร ขาวขํา แทนครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่นนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองนะครับ เชิญมีอะไรอีก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอลาออกจากคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร และขอเสนอชื่อ นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ มีท่านใดอีกครับ มีไหมครับ เอาให้เสร็จทีเดียวเลยเราจะได้ลุยงบประมาณ มีหนังสือลาออกจากคุณศุภชัย โพธิ์สุ ทางพรรคภูมิใจไทยจะเสนอใครแทนคุณศุภชัย โพธิ์สุ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันพรุ่งนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจะได้เสนอต่อสภาครับ
คงจะไม่มีเวลานะครับ ท่านก็เสนอเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเสนอแทนท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ คุณเฉลิมชาติ การุณ ครับ
ไม่เกิน ๒ คณะนะ
ไม่เกินครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่า ที่ประชุมนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคณะกรรมาธิการ ๓ คณะในวันนี้นะครับ ขอให้ เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนแปลงตาม มีอะไรอีกไหมครับเรื่องนี้ ไม่มี ก็จบการดําเนินการในเรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการครับ ต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ นะครับ
ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในวันนี้ นอกจากมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานี วิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง และมีสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เอเอสทีวี (ASTV) แล้วก็ไทยทีวี เขาก็มาร่วมการถ่ายทอดด้วย ตอนนี้ได้รับความ ร่วมมือจากโทรทัศน์หลายช่องนะครับ ก็ขอขอบคุณสถานีโทรทัศน์เอกชนที่มาให้ ความร่วมมือในครั้งนี้นะครับ ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปึนจํานวนไม่เกิน ๑,๗๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนล้านบาท)
เหตุผล เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้เปึนหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อประกอบการนําเสนองบประมาณรายจ่าย ประจําป้ จะได้มีการแจกเอกสารที่เปึนคําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ฉบับสมบูรณ์ สําหรับท่านสมาชิกทุกท่าน สําหรับการแถลงด้วย วาจานั้น จะขอสรุปสาระสําคัญบางประการ ดังนี้
การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนําของกระผม
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เอกสารทางสภายังไม่ได้รับจากท่านเลยครับ
ครับ เดี๋ยวจะให้ดําเนินการเลย ครับ การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนําของกระผม มีเจตนารมณ์ ที่จะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง พร้อม ๆ ไปกับการสร้างความ ปรองดองสมานฉันท์
ประทานโทษครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตอนนี้มาถึงแล้วครับ แล้วก็กําลังสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกครับ ขออภัยครับ
ปกปัองและเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ สนับสนุนการบริหารบนหลักการของความพอเพียง มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ได้กําหนด วงเงินให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางของนโยบาย รัฐบาล ๒ ประการ
ประการแรก การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ประการที่สอง การสร้างเสถียรภาพอย่างยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและ สังคมไทย ตลอดจนสร้างความพร้อมเพื่อการแข่งขันในเวทีโลก
ผมและรัฐมนตรีทุกท่านตระหนักดีว่า รัฐบาลต้องทํางานแข่งขันกับเวลา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่ และต้องให้ความสําคัญกับการบริหารงาน และบริหารเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ก่อนที่จะแถลง สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ผมขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการเงิน การคลังของประเทศ ดังนี้
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของป้ ๒๕๕๒ คือป้นี้ หดตัวลงถึงร้อยละ ๗.๑ ต่อเนื่องมาจากไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ ซึ่งหดตัวร้อยละ ๔.๒ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ โลกที่ถดถอยเปึนวงกว้างและรุนแรง ได้ส่งผลกระทบให้การส่งออกและการท่องเที่ยว ของไทย ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟุ๋นตัวได้ช้าเนื่องจาก รายได้ของครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง มีการหดตัวของภาคการผลิตในหลายสาขา โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และการท่องเที่ยว ส่วนภาคเกษตรมีการ ขยายตัวเพียงเล็กน้อย แม้ว่ามีการผลิตพืชหลักเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรสําคัญ ลดลงมากตามราคาในตลาดโลก ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟัออยู่ในระดับต่ํา ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล และปริมาณเงินสํารองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง สําหรับช่วงที่เหลือของป้ ๒๕๕๒ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟุ๋นตัวดีขึ้นและสามารถกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาส สุดท้าย
ส่วนในป้ ๒๕๕๓ คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ ๒.๐-๓.๐ อัตรา เงินเฟัอประมาณร้อยละ ๐-๑ โดยแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่สําคัญมาจากการฟุ๋นตัวของ อุปสงค์ในประเทศและการส่งออก การระดมทุนจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในระยะสั้นควบคู่ไปกับการมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในระยะยาว
ในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลประมาณการว่าจะมีรายได้สุทธิ ทั้งสิ้นเพื่อนํามาจัดสรรเปึนรายจ่ายของรัฐบาล จํานวน ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้ นโยบายงบประมาณ ๖ ประการ ประกอบด้วย
ประการแรก ดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล โดยคํานึงถึงกรอบความ ยั่งยืนทางการคลัง การควบคุมสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ และสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณรายจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ต่อสถานการณ์ของประเทศ
ประการที่สอง ทบทวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ และแผนปฏิบัติราชการอย่างจริงจัง
ประการที่สาม เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อลดการ ใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ
ประการที่สี่ กําหนดรายจ่ายลงทุนในระดับที่เหมาะสม เพื่อสมทบกับ รายจ่ายลงทุนที่สําคัญซึ่งรัฐบาลจะใช้แหล่งเงินอื่น นอกเหนือจากงบประมาณมาร่วม ดําเนินการ
ประการที่ห้า สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดในจํานวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการคลัง ของประเทศ และ
ประการสุดท้าย ส่งเสริมการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเต็มขีดความสามารถ และเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นตามนโยบาย ของรัฐบาล
ภายใต้กรอบนโยบายงบประมาณ ๖ ข้อดังกล่าว รัฐบาลได้กําหนดวงเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยกําหนดนโยบายขาดดุลงบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเปึนสัดส่วน ร้อยละ ๓.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทั้งนี้ ฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ มีจํานวนทั้งสิ้น ๘๘,๙๐๓ ล้านบาท
สําหรับในด้านนโยบายการเงินนั้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาปรับลดลง ส่วนวิกฤตการณ์การเงินโลกก็เริ่ม ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงในประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลาย จึงมีความจําเปึนต้องใช้ นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน เมษายน ป้ ๒๕๕๒ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ ๓.๗๕ เปึนร้อยละ ๑.๒๕ ต่อป้
สําหรับฐานะการเงินของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณเงินสํารองระหว่าง ประเทศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ อยู่ที่ระดับ ๑๒๑,๔๙๘.๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเปึน ๔ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น
ท่านประธานที่เคารพ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมาได้ส่งผล ให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐต่ํากว่าเปัาหมายที่เคยประมาณการไว้ ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงกําหนดวงเงินไว้ทั้งสิ้น จํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนนโยบายงบประมาณขาดดุล โดยกําหนดรายได้สุทธิ จํานวน ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อีกจํานวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวงเงินงบประมาณดังกล่าวจําแนกเปึนรายจ่ายประจํา จํานวน ๑,๔๓๖,๓๘๙.๙ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๘๔.๕ ของวงเงินงบประมาณ รายจ่าย ลงทุน จํานวน ๒๑๒,๖๘๙.๒ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๑๒.๕ ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ จํานวน ๕๐,๙๒๐.๙ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๓ ของวงเงินงบประมาณ ภายใต้ข้อจํากัดของงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลได้ กําหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้จํานวน ๘ ยุทธศาสตร์ และรายการ ค่าดําเนินการภาครัฐ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศ จํานวนทั้งสิ้น ๑๔๔,๕๙๑.๔ ล้านบาท หรือร้อยละ ๘.๕ ของวงเงินงบประมาณ เพื่อดําเนินการในเรื่องสําคัญ ๆ ดังนี้
๑.๑ เสริมสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาติและปฏิรูป การเมือง โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใต้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข
๑.๒ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ในพื้นที่ วิถีชีวิต สังคมและวัฒนธรรม โดยยึดหลักการสร้างความสมานฉันท์ และน้อมนําแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยมีแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนยุทธศาสตร์หลัก
๑.๓ ฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจโดยดําเนินมาตรการ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการให้ความสําคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ และยกระดับ ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาชาวต่างประเทศ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ส่งเสริมการให้บริการจัดหางานและ แนะแนวอาชีพ สนับสนุนให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างและนักศึกษาจบใหม่มีโอกาสในการ ทํางานรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๑,๙๕๐,๐๐๐ คน ดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของ แรงงานอย่างเปึนธรรม ๒.๔ ล้านคน พัฒนาฝ้มือและทักษะแรงงานไม่น้อยกว่า ๘๙,๖๐๐ คน รวมทั้งคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถใน การวางแผนแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านชุมชนตามแนวปฏิบัติและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง
๑.๔ การขับเคลื่อนการลงทุนด้านการบริหารจัดการองค์ความรู้และ ทรัพยากรมนุษย์ ให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนตลอดชีวิตได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ในสาขาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาภูมิปัญญา และคุณภาพชีวิตจากต้นแบบการเรียนรู้ ๖๐๓,๐๐๐ ราย สถานศึกษาได้รับการส่งเสริม และคําแนะนําในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพให้พร้อมรับการประเมินคุณภาพ ๗,๕๔๗ แห่ง ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้จากงานสร้างสรรค์นวัตกรรมและ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๕๐๐,๐๐๐ ราย
๑.๕ ขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเริ่มพัฒนาและเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลควบคู่ไปกับการ ใช้แหล่งเงินนอกงบประมาณในโครงการที่มีความพร้อม เช่น โครงการรถไฟฟัาสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ทางรถไฟสายตะวันออก พญาไท-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการ ขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เปึนต้น รวมทั้งสนับสนุนพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝัืง ทะเลตะวันออกตอนฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง
๑.๖ เสริมสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม โดย สนับสนุนให้ประชากรวัยเรียนมีโอกาสได้รับการศึกษา ๑๕ ป้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญและสายอาชีพที่มีคุณภาพและ มาตรฐาน จํานวน ๑๓.๒ ล้านคน การจ้างบัณฑิตปริญญาตรีที่ว่างงานทําหน้าที่ธุรการ แทนครูเปึนเวลา ๑ ป้ ตามโครงการคืนครูให้นักเรียน การเพิ่มรายได้รายเดือนให้ผู้ที่อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป โดยมีหลักประกันรายได้อย่างทั่วถึงเปึนธรรม โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพให้ ผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น ๕.๔ ล้านคน ส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน จํานวน ๙๗๖,๔๐๐ คน เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพ ดูแลปัองกันและ ติดตาม รวมทั้งเฝัาระวังโรคในชุมชน
๑.๗ สร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบกระจายสินค้าเกษตรเพื่อ รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ลดความเสี่ยงด้านการผลิตและราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและสามารถแข่งขันได้ใน ตลาดโลก รวมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนจากหนี้สินเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติและ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาการเกษตรอย่างเปึนระบบผ่านกระบวนการ สภาเกษตรกร
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การรักษาความมั่นคงของรัฐ จํานวนเงินทั้งสิ้น ๑๗๓,๑๙๒ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๑๐.๒ ของวงเงินงบประมาณ
๒.๑ โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แก้ไขปัญหาผู้หลบหนี เข้าเมืองและควบคุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๒ เสริมสร้างระบบปัองกันประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัยจากภัย คุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งด้านการทหาร การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ เปึนประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรมปัองกันประเทศ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือทาง ทหารกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และส่งเสริมบทบาทในการรักษาสันติภาพ ของโลกภายใต้กรอบสหประชาชาติ ตลอดจนจัดการพื้นที่ชายแดนตามสถานการณ์และ สภาพปัญหาในพื้นที่
๒.๓ พัฒนาระบบข่าวกรองของรัฐ โดยจัดระบบบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานพลเรือน ตํารวจ ทหาร
๒.๔ ในการปัองกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย และการรักษา ผลประโยชน์ของชาติ มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลก ในการจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ ให้ดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเปึนเอกภาพ รวมทั้งการดูแลประชาชน ในเขตหมู่บ้านชายแดนและน่านน้ํา และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต จํานวนทั้งสิ้น ๕๐๖,๖๔๐.๒ ล้านบาท หรือร้อยละ ๒๙.๘ ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งประกอบไปด้วย
๓.๑ การขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยได้ มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน สนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมใน การจัดการศึกษา จัดสรรเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษา จํานวนประมาณ ๘๙๓,๔๐๐ คน
ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดสรรทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพ จํานวน ๒,๘๒๙ ทุน รวมทั้งพัฒนาครู จํานวน ๒๖๐,๐๐๐ คน การผลิตบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ ที่สําคัญและสาขาขาดแคลน จํานวนรวมประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน
๓.๒ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน ให้ประชาชนวัยทํางานได้มี โอกาสในการมีงานทําและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ พัฒนาทักษะและยกระดับ ฝ้มือแรงงาน จํานวน ๙๐,๖๒๐ คน ให้ความสําคัญเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน สนับสนุนแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบไม่น้อยกว่า ๒.๒ ล้านคน ให้ได้รับสิทธิ ประโยชน์และการคุ้มครองความปลอดภัยตามกฎหมาย ให้การคุ้มครองจากการ ประกันสังคมแก่ลูกจ้างผู้ประกันตน จํานวน ๙.๔ ล้านคน ส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการของแรงงาน ดําเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อปัองกันคนหางาน จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ไม่ให้ถูกหลอกลวง สนับสนุนระบบข้อมูลเตือนภัยและติดตาม สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อการจ้างงาน รวมทั้งควบคุมการทํางานของแรงงานต่างด้าว ในประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมาย ๔๑๓,๐๐๐ คน
๓.๓ ด้านสาธารณสุข พัฒนาและเพิ่มคุณภาพการให้บริการหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนที่ขึ้นทะเบียน จํานวน ๔๗.๒ ล้านคน และปรับเพิ่มอัตรา ค่าใช้จ่ายรายหัวให้สูงขึ้นเปึน ๒,๔๐๑.๓๐ บาทต่อคนต่อป้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการ สุขภาพที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานเพิ่มขึ้น ให้บริการและเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ป์วย กลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ผู้ติดเชื้อ เอชไอวี (HIV) และผู้ป์วยโรคเอดส์ จํานวน ๑๓๘,๐๐๐ ราย ผู้ป์วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จํานวน ๙,๕๐๐ ราย และเพิ่มความคุ้มครองให้ ครอบคลุมการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แก่กลุ่มประชากร ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน
ดําเนินงานสาธารณสุขเชิงรุก โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ แบบองค์รวม เพื่อลดอัตราการเจ็บป์วยจาก ๕ โรคสําคัญ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต สูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็ง รวมทั้งเฝัาระวัง ปัองกัน ควบคุมโรค และเตรียมความพร้อมสําหรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เช่น การควบคุมโรคไข้หวัด ใหญ่ ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ตลอดจนพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ การแพทย์เฉพาะทางที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ๖๑๔,๐๐๐ ราย บําบัดรักษาผู้ป์วยทางด้าน จิตเวช ๖๕๐,๐๐๐ ราย ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานแก่ผู้ป์วย ฉุกเฉิน ๗๐๐,๐๐๐ คน พัฒนาและส่งเสริมการให้บริการการแพทย์สาธารณสุขตามแนว พระราชดําริ ได้แก่ โครงการฟันเทียมพระราชทาน การบูรณาการโครงการทู บี นัมเบอร์ วัน (To be number one) และการสนับสนุนการแพทย์แผนไทย เปึนต้น
๓.๔ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้มิติทาง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมเปึนกลไกในการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของ สังคมไทยมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ส่งเสริมให้ศิลปวัฒนธรรมและ ภูมิปัญญาไทยมีบทบาทในการเรียนรู้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สนับสนุน การดําเนินงานวัฒนธรรมไทย สนับสนุนการใช้หลักธรรมทางศาสนาเพื่อปลูกฝังคุณธรรม และจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชนไทย ๑.๕ ล้านคน จัดให้มีการบวชและอบรมจริยธรรม เด็กภาคฤดูร้อน จัดศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่งเสริมการศึกษาภาค ปริยัติธรรมแก่ภิกษุและประชาชน รวมทั้งจัดศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ประจํามัสยิดสําหรับเด็กและเยาวชน
๓.๕ ในด้านสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ส่งเสริมการจัด สวัสดิการทางสังคม รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาอาชีพตามศักยภาพแก่เด็ก สตรี คน พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ โดยดําเนินการโครงการที่ สําคัญ อาทิ โครงการศูนย์สามวัย โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว โครงการปาฏิหาริย์ แห่งชีวิต เปึนต้น ส่งเสริมและฟุ๋นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชน ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้การสงเคราะห์ผู้ป์วยโรคเอดส์ และครอบครัว พัฒนาศักยภาพและพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มเปัาหมาย จํานวน ๒.๔ ล้านคน
รวมทั้งส่งเสริมบทบาทภาคีเครือข่ายและครอบครัว เพื่อร่วมขับเคลื่อนการ พัฒนาปัองกันและแก้ไขปัญหาสังคม
๓.๖ การสนับสนุนการประกอบอาชีพของผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้มี หลักประกันความมั่นคงในการดําเนินชีวิตและเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและใช้ ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ
๓.๗ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี โดยสนับสนุนให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่น่าอยู่
๓.๘ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสงเคราะห์ผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุ จํานวน ๓๘๓,๗๐๐ คน ได้รับการบริการและสวัสดิการสังคมตามสิทธิที่พึงได้ ตลอดจน สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างความตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ
๓.๙ ให้การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเหมาะสม
๓.๑๐ สําหรับการปัองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อให้สังคมไทยมี ความปลอดภัยจากยาเสพติด รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มี ความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันภัยยาเสพติด สนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบ ใหม่ที่เข้าถึงจิตวิทยาวัยรุ่น เพื่อปัองกันมิให้เยาวชนและกลุ่มเสี่ยงตกเปึนเหยื่อของ ยาเสพติด ตลอดจนการให้การบําบัด รักษา ฟุ๋นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างครบ วงจร เพื่อให้สามารถดําเนินชีวิตได้ตามปกติ รวมทั้งปราบปรามผู้ค้า ผู้ผลิตและผู้นําเข้า ยาเสพติดทั้งต้นทางและปลายทาง พร้อม ๆ กับการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมอย่างเปึนระบบ
การส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ สนับสนุนการเสริมสร้างและ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม เด็ก และเยาวชนมี นิสัยรักการกีฬาและใช้เวลาว่างให้เปึนประโยชน์ และพัฒนากีฬาสู่ความเปึนเลิศและ อาชีพทั้งในระดับภูมิภาคเอเชีย และในระดับนานาชาติ รวมทั้งสนับสนุนการจัดการศึกษา ด้านการกีฬาควบคู่ไปกับการวิจัยด้านกีฬาและนันทนาการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมี เสถียรภาพ งบประมาณ ๑๕๘,๗๗๗ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๙๓ ของวงเงิน งบประมาณ โดยจําแนกเปึน
๔.๑ ด้านการเงินการคลัง สนับสนุนการจัดการด้านเศรษฐกิจ โดยประสาน นโยบายการเงินและการคลังให้มีความสมดุล พัฒนาตลาดทุนและระบบสถาบันการเงิน ให้เข้มแข็ง สามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก บริหาร จัดการหนี้สาธารณะให้มีความคล่องตัวและตอบสนองนโบายการพัฒนาภายใต้วินัย การเงินการคลัง มีระบบกํากับดูแล และฟุ๋นฟูรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพภายใต้ หลักธรรมาภิบาล รวมทั้งการบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงโครงสร้างภาษี และจัดเก็บเพื่อความเปึนธรรมและโปร่งใส
๔.๒ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจภาคเกษตร ที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจ ภาคเกษตรมีการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนโดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา คุณภาพ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนด้าน การตลาดสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสานที่สอดคล้อง กับความต้องการของชุมชน พัฒนาพืชทดแทนพลังงาน เมล็ดข้าวพันธุ์ดี ๑๐๐,๐๐๐ ตัน พันธุ์สัตว์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัว ส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ตามมาตรฐานสากล ปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ๖.๕ ล้านครัวเรือน เพื่อเปึนข้อมูล ในการพัฒนาภาคเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มและพัฒนาเปึนวิสาหกิจชุมชน ๔๒,๒๐๐ ราย จัดที่ดินให้เกษตรกรได้เข้าทําประโยชน์จํานวน ๑๖๕,๐๐๐ ราย และแก้ไข ปัญหาหนี้สินในระบบจากการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้เกษตรกรที่เปึนสมาชิก สหกรณ์และองค์กรเกษตร โดยฟุ๋นฟูอาชีพและจัดการหนี้ จํานวน ๙๕๓,๐๐๐ ราย เร่งรัด พัฒนาระบบกระจายน้ําในพื้นที่ชลประทาน โดยการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ๑๐ โครงการ ขนาดกลาง ๔๔ โครงการ ซึ่งสามารถ เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ ๑๐๓,๓๙๐ ไร่ และบริหารจัดการน้ําเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน พื้นที่ชลประทาน ๒๔.๑ ล้านไร่ ตลอดจนอนุรักษ์และฟุ๋นฟูทรัพยากรดินและน้ําให้มีการใช้ ประโยชน์อย่างยั่งยืน จํานวน ๑๓ ล้านไร่
๔.๓ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพของสินค้าอุตสาหกรรมให้มีมูลค่าเพิ่มและสามารถรักษาฐานการผลิต ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเมื่อเศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัว โดยปรับโครงสร้างการ ผลิตและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการ จัดทํามาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า ๑๓๐ แห่ง บริหารจัดการ ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมและพัฒนา ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชน จํานวน ๑๓,๔๐๐ ราย ตลอดจนกํากับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อม
๔.๔ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อพัฒนา มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้มี ชื่อเสียงระดับโลก สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานบริการธุรกิจภาคท่องเที่ยวสู่ระดับสากล จัดทําแผนแม่บทและสนับสนุนการท่องเที่ยวในโครงการพระราชดําริ พัฒนาและฟุ๋นฟู แหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมให้ได้มาตรฐานและยั่งยืน ให้ความสําคัญเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศอีกด้วย
๔.๕ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการตลาด การค้าและการลงทุน เพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการดําเนินธุรกิจให้สามารถรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ เพิ่ม เครือข่ายธุรกิจไทยครอบคลุมภูมิภาคสําคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จีน อินเดีย ตะวันออก กลาง แอฟริกา และยุโรปตะวันออก รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดระบบการ อํานวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนชายแดน โดยระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์บริการครบวงจร ระบบอํานวยความสะดวกช่องทางเดียว ระบบตรวจร่วมจุดเดียว และระบบโลจิสติกส์อิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น การพัฒนาระบบคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
๔.๖ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและ บริการ โดยพัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่องทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ โดยเพิ่ม ประสิทธิภาพทางหลวง จํานวน ๓๗ สายทาง พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่าง ประเทศ ๓ สายทาง และสะพานข้ามแม่น้ําโขง ๒ แห่ง นอกจากนี้ยังคงบํารุงรักษา โครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบทไม่น้อยกว่า ๑๐๓,๐๐๐ กิโลเมตร บูรณะ ทางหลวงและทางหลวงชนบทไม่น้อยกว่า ๑,๕๓๘ กิโลเมตร การพัฒนาระบบการขนส่ง โดยเร่งรัดขยายทางสายประธานเปึน ๔ ช่องจราจร ระยะที่ ๒ ประมาณ ๕๙๒ กิโลเมตร ขุดลอกร่องน้ําภายในประเทศ และร่องน้ําชายฝัืงทะเลไม่น้อยกว่า ๘๐ ร่องน้ํา ดําเนินการ ก่อสร้างท่าเรือโลจิสติกส์ ๒ แห่ง พัฒนาท่าเรือ ๑๗ แห่ง พัฒนาเขื่อนปัองกันตลิ่งและ เขื่อนกันทรายกันคลื่น รวม ๒๒ แห่ง
๔.๗ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อจัดหาพลังงาน ให้เพียงพอต่อการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัย ผลิต และใช้ พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่นควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงานและการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนให้ส่วนราชการในระดับ จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทําแผนประหยัดพลังงาน
๔.๘ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึง เทคโนโลยี จัดทําสํามะโนประชากรและเคหะของประเทศในรอบ ๑๐ ป้ ตามระบบสากล บริการเชื่อมโยงโครงข่ายสื่อสารภาครัฐ ๗๒๔ หน่วยงาน และพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้าน สถิติ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) ๑๐๐ บริษัท และบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจซอฟต์แวร์ ๑๕๐ บริษัท ติดตามประสานงานเพื่อยุติ การใช้ระบบเครือข่ายที่เปึนภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการสืบสวนและการพิสูจน์ หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จํานวนทั้งสิ้น ๒๙,๗๑๙.๔ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๑.๘ ของวงเงิน งบประมาณ
๕.๑ โดยในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการ คุ้มครองอนุรักษ์ ฟุ๋นฟู และพัฒนาทรัพยากรป์าไม้ ที่ดิน สัตว์ป์า สัตว์น้ํา ทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝัืง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลของการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเปึนธรรม ภายใต้ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ปัองกันการบุกรุกทําลายป์าไม้ อนุรักษ์และฟุ๋นฟูป์าไม้ให้มี ความอุดมสมบูรณ์ มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมในพื้นที่ป์าไม้ทางทะเลและชายฝัืง ๒ ล้านไร่ พื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติและป์าอนุรักษ์ ๑๔๐ ล้านไร่ และฟุ๋นฟูสภาพ ป์าเสื่อมโทรม เฝัาระวังการแพร่ระบาดของโลกไข้หวัดนกจากนกธรรมชาติ จัดทําข้อมูล ทางกายภาพ ๖๓,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร ซ่อมแซมและบํารุงเขื่อนปัองกันตลิ่ง ตลอดจนสร้าง กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐ เพื่อจัดทําฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้กลไกการกํากับการพัฒนา อนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์อย่างเปึนระบบและยั่งยืน
๕.๒ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พัฒนากลไกการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบูรณาการน้ํา ให้ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มประสิทธิภาพในการกระจาย และระบบรองรับน้ํา โดยกําหนดกลไกการบริหารจัดการ ๒๕ ลุ่มน้ํา พัฒนาเครือข่าย ประชาชน องค์กร และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๒,๐๐๐ คน พัฒนา ปรับปรุง ฟุ๋นฟู แหล่งน้ําธรรมชาติ ๒๒๕ แห่ง และจัดหาแหล่งน้ําบาดาลสะอาดสําหรับการอุปโภค บริโภคในพื้นที่หมู่บ้านภัยแล้ง ๑,๐๓๐ แห่ง
๕.๓ การปัองกัน เตือนภัย แก้ไขและฟุ๋นฟูความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย ได้จัดให้มีระบบการปัองกันเตือนภัยและการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติและสาธารณภัย ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางหรือเสี่ยงภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ โดยนําระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการกําหนดพื้นที่ และติดตั้งระบบ เตือนภัยที่เหมาะสมและทันสมัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ ตามมาตรฐานสากล ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ศึกษาออกแบบระบบปัองกันน้ําท่วมใน ชุมชนก่อสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่ง รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการวางแผนและ กําหนดเปึนมาตรการระบบปัองกันและเตือนภัย
๕.๔ การบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมและเอื้อต่อการมี คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ให้เปึนไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนด โดยการ ควบคุมกํากับดูแล รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ น้ําเสีย กลิ่น เสียง และขยะทุก ประเภท ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ สะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จัดทําโครงการเพื่อลดก๊าซ เรือนกระจกและสร้างจิตสํานึกและเสริมศักยภาพเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมการอนุญาตเกี่ยวกับโรงงานวัตถุอันตราย ๓๐,๐๐๐ ราย บริหารจัดการระบบ บําบัดน้ําเสีย ๓๐ แห่ง ส่งเสริมการปลูกสวนป์าเศรษฐกิจเพื่อช่วยให้ท้องถิ่นมีรายได้อย่าง ยั่งยืนในพื้นที่สาธิต ๖,๑๐๐ ไร่ ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด การผลิตสินค้า และบริการที่เปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและ นวัตกรรม จํานวนทั้งสิ้น ๑๑,๙๖๐.๘ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๐.๗ ของวงเงิน งบประมาณ โดยจําแนกเปึน
๖.๑ การสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ สังคม และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบสนองภาค การผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนําผลงานวิจัยด้าน ต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาคการผลิต บริการ และชุมชน ๘๖ เรื่อง จํานวน ๕๐๐ โครงการ พัฒนานวัตกรรมใหม่ไปสู่เชิงพาณิชย์ ๖๐ เรื่อง ส่งเสริมพัฒนาผู้มี ความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๑,๖๐๐ คน ให้ความรู้แก่บุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เช่น คลินิคเทคโนโลยีหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมย้อนรอยไม่น้อยกว่า ๑.๑ ล้านคน ถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยจัดการฝ๊กอบรม และเข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕๔,๗๐๐ คน จัดตั้งห้องเรียน วิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกํากับดูแลของมหาวิทยาลัย ๑๒ ห้อง ให้บริการข้อมูล ดาวเทียมและภูมิสารสนเทศเพื่อนําไปประยุกต์ใช้และสร้างมูลค่าเพิ่ม ๔,๐๐๐ รายการ และให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ สินค้าและเครื่องมือต่าง ๆ ๓๕๕,๔๐๐ รายการ ส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาล ๑,๘๐๐ ทุน
๖.๒ การวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการผลิตผลงานวิจัย และ พัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ การสร้าง นักวิจัยให้มีคุณภาพและสร้างเครือข่ายการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจน การนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคมต่อไป
ยุทธศาสตร์ที่ ๗ ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศ จํานวนทั้งสิ้น ๗,๓๕๗.๗ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๐.๔ ของวงเงิน งบประมาณ
๗.๑ โดยดําเนินนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบอนุภูมิภาค ส่งเสริมกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคง หรือ ข้อพิพาท ดําเนินบทบาทในการสร้างความแข็งแกร่งและสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีให้เปึนที่ยอมรับของนานาประเทศ รวมทั้งสนับสนุน บทบาทและศักยภาพในการดํารงตําแหน่งประธานอาเซียนของไทย เพื่อขับเคลื่อนความ ร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อบรรลุการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนและ แก้ไขผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศให้กับ ต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์สุดท้าย ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้จํานวนทั้งสิ้น ๒๔๑,๒๒๘.๓ ล้านบาท หรือคิด เปึนร้อยละ ๑๔.๒ ของวงเงินงบประมาณ โดยจําแนกเปึน
๘.๑ โดยจําแนกเปึนการส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน ๗,๘๕๑ แห่ง มีบทบาทในการจัดบริการ สาธารณะของท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยคํานึงถึงความจําเปึนและเหมาะสมตามศักยภาพของท้องถิ่น สามารถพึ่งพารายได้ ของตนเองเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้ความสําคัญในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าอย่างแท้จริง เร่งรัดดําเนินการถ่ายโอนภารกิจให้เกิดผลในการพัฒนาท้องถิ่น อย่างเปึนระบบ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิตของประชาชนให้มี คุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งให้ความสําคัญกับภาพรวมการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้ เมื่อรวม งบประมาณที่ได้จัดสรรให้กับการส่งเสริมรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้าน สังคม จํานวน ๓๑,๐๒๔.๘ ล้านบาทแล้ว รัฐบาลจัดสรรเปึนเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไว้ จํานวน ๑๓๖,๗๐๐ ล้านบาท เมื่อรวมกับประมาณการรายได้ที่ท้องถิ่น จัดเก็บเองและรัฐบาลจัดเก็บให้ และแบ่งให้ จํานวน ๒๐๑,๑๐๐ ล้านบาทแล้ว ทําให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้รวม ๓๓๗,๘๐๐ ล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนรายได้ที่ รัฐจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลร้อยละ ๒๕.๐๒ ตลอดจนสนับสนุนกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาในการจัดบริการสาธารณะให้ ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
๘.๒ การบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่ม จังหวัดดําเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความ มั่นคงในพื้นที่อย่างบูรณาการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับ ศักยภาพ โอกาส และความต้องการของประชาชน ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถกําหนดแนวทางในการบริหารงาน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาพื้นที่ในเขตจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้อย่างเหมาะสม
๘.๓ การบริหารจัดการภาครัฐ มุ่งพัฒนาศักยภาพการบริหารงานของ หน่วยงานภาครัฐให้มีขีดความสามารถและความยืดหยุ่นคล่องตัว สามารถอํานวยความ สะดวกในการบริการแก่ประชาชนอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ มาตรฐาน มีธรรมาภิบาล และความโปร่งใสควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารบุคลากรภาครัฐให้ทันสมัยสามารถ ปฏิบัติราชการได้อย่างมืออาชีพ เปึนที่ยอมรับของประชาชน รวมทั้งขยายโอกาสให้ ประชาชนและผู้รับข่าวสารทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภาครัฐได้อย่างถูกต้อง เปึนธรรม ทั่วถึงและรวดเร็ว
๘.๔ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อพัฒนากระบวนการ ยุติธรรม ให้มีระบบการอํานวยความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล โดยการส่งเสริมให้ ประชาชนมีความรู้ทางกฎหมายและมีจิตสํานึกรักความยุติธรรม พัฒนาองค์ความรู้และ ความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างกลไกและระบบ ที่จะช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส และผู้เสียหายในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และการระงับ ข้อพิพาท การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและ การอํานวยความยุติธรรม ปัองกันและปราบปรามปัญหาการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งนํา หลักการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ และเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลในสังคมไทย
๘.๕ในด้านการสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาลและองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการเมืองให้มี ความเข้มแข็ง พัฒนากระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างระบบ อํานวย ความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค เสริมสร้างมาตรการในการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งเสริมองค์กรตามรัฐธรรมนูญและประชาชนในการ ตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และปัองกันการ กระทําที่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน
๙. สําหรับรายการค่าดําเนินการภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวนทั้งสิ้น ๔๒๖,๖๐๒.๕ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๒๕.๑ ของวงเงินงบประมาณ โดยจําแนกเปึน
๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน เพื่อให้รัฐบาลสามารถ แก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉินและบริหารจัดการเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่ได้คาดหมาย เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีผลกระทบต่อส่วนราชการ ชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
๙.๒ การบริหารบุคลากรภาครัฐ เพื่อเปึนค่าใช้จ่ายสําหรับการ รักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ เงิน ช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิ ข้าราชการ เงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการและเงินสมทบของ ลูกจ้างประจํา ตามสิทธิของทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสําคัญกับการ พัฒนาการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ การพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ ข้าราชการในการปฏิบัติงานให้มีคุณธรรมจริยธรรมในการให้บริการแก่ประชาชน
๙.๓ และการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและ ดําเนินการชําระหนี้ของรัฐบาล ติดตามการชําระหนี้ของรัฐวิสาหกิจและองค์การอื่นให้ เปึนไปตามเงื่อนไขที่ได้ผูกพันไว้ รวมทั้งพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเพื่อส่งเสริม ประสิทธิภาพในการลงทุน และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้เหมาะสมอย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมตระหนักดีว่าในทุกยุทธศาสตร์ ในทุกหน่วยงานก็ว่าได้ จากสภาพการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไปถึงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทําให้การจัดสรรงบประมาณสําหรับภารกิจ สําหรับหน่วยงานต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่ลดลง แต่ในภารกิจสําคัญ ๆ ที่เปึนนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายที่เปึน ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการศึกษา คือการเรียนฟรี ไม่ว่าจะเปึนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือนโยบายสําคัญอื่น ๆ ของรัฐบาลนั้นได้จัดงบประมาณ ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสามารถดําเนินการนโยบายเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันสําหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกระทรวงที่สําคัญ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม แม้ว่างบประมาณจะลดลง แต่ก็ได้ มีการจัดสรรวงเงินในกรอบของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ซึ่งสามารถชดเชย ในเรื่องของเงินลงทุนที่ขาดหายไปจากตัวเงินงบประมาณในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ ผมจึงขอกราบเรียนว่าในการ ชี้แจงของรัฐบาลต่อข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิกนั้นก็จะได้นําเอาแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งมาประกอบการพิจารณาของเพื่อนสมาชิก เพื่อที่จะให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบถึง การดําเนินงานของภาครัฐและการใช้จ่ายเงินของภาครัฐในช่วง ๒-๓ ป้ข้างหน้าประกอบไปด้วย
ท่านประธานที่เคารพ สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่รัฐบาลได้แถลงมาทั้งหมดนั้น เปึนเพียงส่วนสําคัญของกรอบ และแนวทางหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล สําหรับรายละเอียด ปรากฏอยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้นําเสนอต่อท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่าน แล้ว ด้วยความร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลขอยืนยันในความมุ่งมั่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะดําเนินการทุกวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหา สําคัญของประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะผลกระทบในด้านคุณภาพชีวิตและความเปึนอยู่ ของประชาชนที่เกิดขึ้นจากสภาพวิกฤติทางเศรษฐกิจในขณะนี้
ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านจะให้การ สนับสนุนรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งดําเนินการตามขั้นตอนจน ประกาศใช้บังคับเปึนกฎหมาย เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเปึนหลักในการใช้จ่ายเงินของ แผ่นดินให้บังเกิดผลดีแก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไป เราจะมีการอภิปรายโดยท่านหัวหน้าพรรคทุกพรรคนะครับ ก่อนที่จะถึงสมาชิก ก็เอา ตามลําดับไปเลยนะครับจากพรรคใหญ่ไปหาพรรคเล็กทั้ง ๗ พรรค ขอเชิญพรรคเพื่อไทย ใครเปึนแทนหัวหน้าพรรค
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจครับ
แทนหัวหน้าพรรค
ใช่ครับ
ครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะอภิปรายนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานใช้แผ่นชาร์ท (Chart) แสดงตัวเลข ประกอบการอภิปรายนะครับ
แสดงเสร็จแล้วก็มอบให้ สภานะครับ
ครับผม
เชิญครับ
ท่านประธานครับ จากการฟัง คําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็รู้สึกปลาบปลื้มนะครับ ถ้าสามารถทําได้ตามที่ท่านได้พูดไว้ แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นในสังคมไทย ณ วันนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ พูดนะครับว่า งบประมาณรายจ่ายของป้ ๒๕๕๓ ไม่สามารถที่จะจัดสรรได้มากตามที่ตั้งใจ ไว้ ที่จริงรัฐบาลตั้งใจไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จําเปึนด้วยข้อจํากัดบางประการนะครับ การจัดเก็บภาษีรายได้ไม่เข้าเปัาในป้นี้ ก็ส่งผลกระทบว่าการคาดการณ์การจัดเก็บภาษี ไม่ว่าจะเปึนกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ในป้หน้านั้นจะมีจํานวนน้อย ก็จําเปึนต้องจัดงบประมาณรายจ่ายให้สอดคล้องกับงบประมาณในการคาดการณ์รายรับ เพราะว่ามันมีสูตรในการคํานวณว่า รัฐบาลนั้นจะขาดดุลหรือจะต้องกู้เพื่อมาชดเชยงบประมาณรายจ่ายประจําป้ได้เท่าไร เดี๋ยวผมจะนําเสนอตัวเลขเหล่านี้นะครับ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ตัวเลข เนื่องจากว่า งบประมาณนั้นจะต้องพูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนคิดว่า ๒ วันที่ผ่านมา วันแรกกู้ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาท เปึนพระราชกําหนด วันที่ ๒ ตื่นมาอีก กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเมื่อคืนก็ผ่านไปเปึนกฎหมายฉบับแรกที่เปึน กฎหมายการเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านสภา ๓ วาระรวด เปึนประวัติศาสตร์ที่ ประเทศไทยต้องจารึกไว้ครับ ที่พรรคฝ์ายค้านอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนตลอดจนผู้ที่ชมการถ่ายทอดการอภิปรายเมื่อคืนนี้ให้เข้าใจครับ พรรคฝ์ายค้าน เองไม่ได้มีความตั้งใจที่จะตีรวนเลย พรรคฝ์ายค้านเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้เงินในครั้งนี้ไม่มีรายละเอียดของโครงการ มีปัญหาเกิดขึ้นได้จากการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่โปร่งใส มีการโยกย้ายงบประมาณได้ตามอําเภอใจ และที่สําคัญที่สุด เมื่อคืนก็มีเหตุการณ์ที่ได้ฟัองครับ ว่าหากพรรคฝ์ายค้านเองร่วมตั้งคณะกรรมาธิการ ก็จะ ไม่เห็นรายละเอียดละครับ เพราะเมื่อคืนการพิจารณา ๓ วาระ โดยตั้งกรรมาธิการเต็ม สภาไม่มีรายละเอียดประกอบพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแม้แต่น้อยครับ แต่สิ่งที่น่าเสียดาย เสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพรรคฝ์ายค้านเองไม่ต้องการเห็นความ ไม่โปร่งใส การลงทุนต่าง ๆ แอบแฝงได้ เกิดการแบ่งสันปันส่วนระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ได้ ผมอยากจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน เมื่อคืนนี้อย่างกรณี งบโครงการ รถไฟฟัาสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่และบางซื่อ ซึ่งปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ป้ที่แล้ว กระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ได้ดูรายละเอียดของโครงการที่เสนอโดยกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล ชุดที่แล้ว อนุมัติวงเงินที่จะให้ไปลงทุนในโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงช่วงบางใหญ่และ บางซื่อ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายชัดเจนครับ ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ว่าจะต้องใช้กรอบวงเงิน จํานวน ๓๑,๒๑๗ ล้านบาท แต่สิ่งที่เราได้รับจากเอกสารที่รัฐบาลพยายามแจกให้เรา ที่อยู่ในมือ ผมท่านประธาน วันนี้จะต้องฟัองให้ประชาชน เอกสาร ๓ ฉบับในพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับแรกที่ว่าจะไปลงทุน จาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงทุน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท และก็เอาไปป่ดหีบ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ผมได้อภิปรายไป ฉบับที่ ๒ ที่นายกรัฐมนตรีเอามามอบให้เราเมื่อ ๕ โมงเย็นของวันที่ ๑๕ มิถุนายน มันมีรายละเอียดครับ งบประมาณต่าง ๆ ตัวเลขแทนที่จะเปึน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท กลับกลายเปึนตัวเลข ๒๓๕,๗๒๐ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่เข้าใจ ท่านประธาน ตัวเลขไม่เคยตรงกันครับ ตัวเลขที่ไปให้หนี้สาธารณะ บอกว่าใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะมีงบลงทุน ที่เอาให้ผมก่อนที่ผมจะมาอภิปราย โดย ผอ. สํานักหนี้ สาธารณะมามอบให้ในกรรมาธิการ ๒๔๔,๕๗๑ ล้านบาท ๓ ตัวเลข โครงการกระตุ้น เศรษฐกิจ ระยะที่ ๒ ไทยเข้มแข็งระหว่างป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ตัวเลขไม่ตรงกัน แม้แต่ตัวเลขเดียว โดยเฉพาะครับท่านประธานเอกสารที่เอามาแจกในห้องประชุมปู๊งใหญ่ ๆ เปึนโครงการ ไทยเข้มแข็ง ๓ ป้ ถึงป้ ๒๕๕๕ วงเงิน ๑.๔๓ ล้านบาท ปรากฏว่าในเอกสารฉบับนั่นล่ะ ครับ ในหมวดสาขาขนส่งโครงการรถไฟฟัาสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติเขียนได้อย่างไรว่า ๔๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ ครม. อนุมัติหลักฐานก็มีอยู่ใน มือนี่ครับมัน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท มันต่างกันตั้ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เลยแปลกใจว่า เอ๊ะ ที่พรรคร่วมรัฐบาลไปประชุมกันเมื่อวานก่อนที่จะมาเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรมี พรรคร่วมอย่างชาติไทยพัฒนาขออนุญาต ได้โครงการท่องเที่ยวไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ศูนย์เด็กเล็กของกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ปรากฏว่าพรรคเพื่อ แผ่นดินครับ ท่านหัวหน้าพรรคท่านบอกว่าวันนี้อยู่ในครอบครัวเดียวกันไม่มองหน้ากัน แล้ว เพราะไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร มันก็บวกกันคร่าว ๆ มันก็ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือว่า จัดสรรแบบนี้ได้จากสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ได้ไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเดิมที อนุมัติไว้ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปเขียนในนี้ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทก็ไปแบ่งกันเมื่อวาน อันนี้ขนาดยังไม่ได้เริ่มโครงการ แล้วเมื่อคืนนี้ท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีรายละเอียด มั่ว มั่วตัวเลข จะโยกไปไหนก็ได้ จะทําอย่างไร ก็ได้ตามอําเภอใจ ยิ่งมาฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงวันนี้ความโปร่งใส ผมไม่เข้าใจ นะครับ ผมเปึนคนที่นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีอ่านตามท่านด้วยพยายามที่จะเข้าใจตัวเลข เหล่านี้ ท่านประธาน ประเทศชาติคนไทยทั้งแผ่นดินวันนี้นึกว่าจะกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจบนะครับ ไม่จบนะครับ เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีเพิ่งบอกไปป้ ๒๕๕๓ จะต้องกู้เพื่อ ชดเชยขาดดุลอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เดี๋ยวผมจะมีตัวเลขมาแฉให้อีกว่ารัฐบาล ชุดนี้เก็บไว้ในกระเปิาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะกู้ได้ป้หน้า เพราะฉะนั้นเอา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ซุกไว้ใน กระเปิาเฉพาะป้หน้าเปึนเงินเท่าไรแล้วท่านประธาน ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนะครับ คนไทยจะเปึนหนี้วันนี้รัฐบาลต้องพูดความจริงให้ พี่น้องประชาชนเขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทุกคนเข้าใจครับว่าปัญหาเศรษฐกิจ ของบ้านเมือง ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ นั้นมันเปึนอย่างไร แล้วผมจะเอาตัวเลขมาให้ท่าน รัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูด้วย ที่ท่านบอกว่าเศรษฐกิจจะ โงหัวขึ้นในป้หน้า เดี๋ยวท่านตามผมมาดูให้ดี ผมมีตัวเลขที่จะเป่ดเผยให้ท่านดูนะครับ ท่านประธาน เพื่อความเข้าใจในวันนี้พรรคเพื่อไทยได้จัดทีมอภิปรายเอาง่าย ๆ ๔ ทีมเลย ครับ ผมในฐานะอยู่ทีมที่ ๑ จะอภิปรายความเปึนไปเปึนมาของงบประมาณให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่าทําไมงบประมาณรายจ่ายป้นี้ถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมการ จัดเก็บรายได้ต้อง ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะนําเสนอว่าหนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ รัฐบาลพยายามจะหมกเม็ดไม่แจ้งให้ประชาชนได้ชัดเจน อย่างน้อยถ้าเขียนในคําแถลง พูดความจริงสักครั้งสิครับ ไม่ใช่ให้สํานักงบประมาณเตรียมมาแล้วท่านก็อ่าน ๆ ผมล่ะ สงสารท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังจริง ๆ ตอนที่มีตอนสุดท้ายที่จะขมวดท้ายนั้นท่านพูดจาก ความคิดของท่าน อันนี้ใช้ได้ท่านต้องเข้าใจตัวเลข วันนี้สํานักงบประมาณนําเสนอตัวเลข บางตัวเลขมั่วมากท่านประธาน ผมจะชี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ดู ถ้าท่านเชื่อตัวเลขเหล่านี้โอกาสที่ท่านจะล่มสลายทางเศรษฐกิจ บริหารบ้านเมืองไม่ประสบความสําเร็จมีมาก อย่าหาว่าผมสอนเลยนะครับ วันนี้ท่านต้อง ตามผมแล้วตัวเลขท่านต้องแม่น เพราะอย่างท่าน ๒ คน เรียนคณิตศาสตร์ถ้ามาเรียนกับ ผม เอฟ (F) ทั้งคู่ ให้ เอฟ เลย เพราะว่าไม่มีความละเอียดรอบคอบไม่ได้ครับ บ้านเมือง ณ วันนี้ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังเศรษฐกิจจะได้ฟุ๋นตัว แล้วท่านไม่ใช่เปึนพ่อค้ามาก่อน ท่านต้องเข้าใจหัวอกพ่อค้า หัวใจพี่น้องเกษตรกร ว่าพี่น้องเกษตรกรด้วยความลําบาก แค่ไหนที่ผลิตสินค้าออกมา ปลูกสินค้าเกษตรออกมาแต่ขายไม่ได้ราคา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านต้องฟังครับ พรรคฝ์ายค้านเองตั้งใจที่จะชี้นําให้ท่าน วันนี้เราจะเสนอแนะให้ ท่าน อย่างทีมที่ ๒ เราจะมีการอภิปรายได้เปึน ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ในทีมที่ ๒ ด้านความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเปึนการเกษตร การท่องเที่ยว การ พาณิชย์ในภาพรวม ด้านสังคมไม่ว่าจะเปึนการศึกษา การสาธารณสุข ในด้านการเมือง ด้วยประชานิยมต่าง ๆ เราจะมีทีมอภิปรายเปึนทีมที่ ๒ แล้วท่านเฉลิม อยู่บํารุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจะขึ้นมาอภิปราย ๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ ครับ บ่าย ๔ โมงถึง ๖ โมงเย็นของ วันนี้ สําหรับทีมที่ ๓ ส.ส. พรรคฝ์ายค้านเองจะอภิปรายลงลึกในแต่ละกระทรวงให้เห็นว่า แต่ละโครงการนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีการกระจุกตัวหรือไม่ และจะมีเหตุการณ์อย่างใน ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ หรือไม่ที่ให้อํานาจสํานักงบประมาณโยกย้ายงบประมาณเปึนว่า เล่น โดยเฉพาะงบท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบทางหลวงชนบทย้ายให้ทําผิด กฎหมาย พ.ร.บ. ประจําป้ ๒๕๕๓ นะครับ อันนี้คือทีมที่ ๓ สําหรับทีมที่ ๔ นั้นจะเปึน การสรุป สรุปโดยหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยคือ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะมาสรุปเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดได้ตามทันถึงการอภิปรายของพรรค ฝ์ายค้าน เพราะเราตั้งใจครับที่จะทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมือง
ท่านประธานครับ ผมจะขอเริ่มโดยเรื่องเอกสารผิดนะครับ ๕ โมงเย็นของ เมื่อวานวันที่ ๑๕ เอาเอกสารมาแจก ตัวเลขก็ไม่ตรงกันในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่อ สักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่างบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ จะต้องพึ่งพาอาศัยงบ โครงการไทยเข้มแข็ง งบกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งที่จริงแล้วงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนนี้ ท่านประธาน ชื่อโครงการมันดูดีครับ ทําโน่นทํานี่ แต่ว่ามันไม่ได้ผ่านการพิจารณา งบประมาณในโครงการต่าง ๆ เหมือนงบประมาณรายจ่ายประจําป้นี่นะครับ มี รายละเอียดแน่นไปหมด แจกแผ่น ซีดี มีเอกสารเปึนปู๊ง เปึนกล่อง เปึนหีบ ยกคนเดียวไม่ไหว มีรายละเอียดของโครงการอย่างละเอียดรอบคอบ ทําไมรัฐบาลไม่ทํารายละเอียด อย่างนั้นใน พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. ผมให้อภัยเพราะเอาไปป่ดหีบ แต่ส่วนที่ ไม่อภัยคือเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ตัวเลขมั่วครับ อย่างที่ผมได้ นําเสนอไปแล้วท่านประธาน พี่น้องประชาขนบอกว่าวันที่ผมอภิปรายวันแรกไม่เห็นตัวเลข กรุณานะครับ ถ้าผมนําเสนอตัวเลขแล้วกล้องช่วยซูม (Zoom) พี่น้องประชาชนจะได้เห็น ตัวเลขและจะได้ตามทัน เพราะเขาจะรู้ว่าประเทศชาตินี้จะต้องกู้เท่าไร รัฐบาลชุดนี้ จะกู้เท่าไร เปึนหนี้เท่าไร และสิ่งที่สําคัญที่สุดฟังการอภิปรายมาเมื่อคืนนี้ ๒ วันรัฐบาลบอกว่า หาเงินไม่เปึนครับ พูดง่าย ๆ จะกู้อย่างเดียว เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีในคําแถลงก็บอกกู้เงิน ไม่มีวิธีการหารายได้เข้ากระเปิาหรือเข้าประเทศเลย เดี๋ยวท่านฟังนะครับ วันนี้เราจะ เสนอแนะวิธีการให้ท่านได้คิด แล้วก็ไม่ต้องอายที่จะก๊อบปุ้ หรือลอกเลียนแบบ เพราะท่าน ลอกเลียนแบบมาหลาย ๆ โครงการแล้ว อย่างโครงการรักษาฟรีทุกโรค ประชาชน เขาเดือดร้อน เขาบอกว่าตอน ๓๐ บาทรักษาเขาได้ดีกว่าอีก ตอนนี้รักษาฟรียิ่งเลวร้าย ประชาชนเขาขาดความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ ถ้าจะเลียนแบบหรือจะลอกอะไรมันต้องทําให้ เก่งกว่าคนเจ้าตํารับ เราไม่ว่าละครับ ถ้าจะลอกนะครับ เดี๋ยวเราก็จะเสนอแนะ เพราะเรา ไม่ใช่ฝ์ายค้านตะพึดตะพืออย่างเดียว เราจะพูดในสิ่งที่สร้างสรรค์ให้ท่านได้รู้จักวิธีหาเงิน เอาเปึนน้ําจิ้มไปก่อนก็แล้วกัน
ท่านประธานครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้ ว่าจะกู้ป้ ๒๕๕๓ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินเตรียมใจ รัฐบาลจะต้องกู้ตาม กฎหมาย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะมาตรา ๒๑ คํานวณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกเพิ่มเติมไม่มีแล้วครับ ไม่มีโอกาสได้ทําการมีเพิ่มเติมแล้ว เพราะเพดานมันไม่พอ แล้วบวก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คืน เงินก็ไม่ต้องพูดถึง เอาเล็ก ๆ น้อย ๆ เบ็ดเสร็จแล้วตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ รัฐบาลนี้ สามารถที่จะกู้ได้ในป้ ๒๕๕๓ เพื่อมาชดเชยการขาดดุล คือรายได้ไม่พอรายจ่าย ก็คือขาด ดุล รายจ่ายของภาครัฐตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้คาดไว้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเอา ๒ ยอดนี้ลบกัน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขาดดุลหรือหารายได้ไม่ได้ ต้องกู้มาชดเชย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนตามทันตัวเลขนี้ แต่เวลาคํานวณโดยมาตรา ๒๑ นะครับ มันคํานวณได้ มีสูตรสําเร็จ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เอามาใช้กู้เสีย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านในหน้าที่ ๑๐ ของคําแถลงนะครับ หน้าที่ ๑๐ ผมอ่านทันนะครับตามทัน เสร็จแล้วมี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เก็บไว้ในกระเปิาก่อนเอาไว้ ใช้วันหลัง แต่มันจะมีอีกยอดหนึ่งครับ มาตรา ๒๒ ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ คํานวณเบ็ดเสร็จเขาให้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้ที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ยังไม่ได้กู้นะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนจําเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา พ.ร.บ. พวกนี้กู้เงินต่างประเทศจะเข้าสภา เพราะมันเปึนมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญต้องมาแจ้งสภา ก็จะกู้ไจก้า (JICA : Japan International Cooperation Agency องค์การความร่วมมือระหว่างของประเทศญี่ปุ์น) บ้าง กู้เงินเยนบ้าง กู้ เอดีบี (ADB : Asian Development Bank ธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย) กู้เวิลด์แบงก์ ที่เข้าสภานะครับ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญบ้าง ๖๐,๐๐๐ ล้านเยนบ้าง แล้ววันนั้นก็ซุกมารถไฟฟัาสายสีชมพู สีอะไร บ้าบอคอแตกนะท่านประธาน ขออนุญาต เปึนอีกวงเงินหนึ่ง ก็เต็มวงเงินไปแล้วป้ที่แล้วคือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ก็จบ แต่ป้นี้มีอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้กะเตรียมตัวไว้แล้วครับว่ายังมีเหลือ ในกระเปิา ป้หน้าจะกู้อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะท่านประธาน จําตัวเลขนี้ไว้ให้ดี พี่น้องประชาชนตามผมทันแน่นอน งบลงทุนไทยเข้มแข็ง พี่น้อง ประชาชนต้องเข้าใจอย่างนี้ว่า ๒ วันนี่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลบอกเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามาลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง วันแรก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่สอง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน เพื่อจะไปลงทุนโครงการที่ไม่มีรายละเอียด แล้วอย่างที่ผมยกตัวอย่าง นะครับ รถไฟฟัาสายสีม่วงอนุมัติ ครม. ชุดที่แล้วแค่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้มาเขียน ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้จะเชื่อใครครับ ท่านต้องไปตรวจสอบนะ อย่าให้ข้าราชการ มามั่วตัวเลขแบบนี้ได้นะครับ ท่านเข้าใจไหมนี่ผมถึงบอกถ้าท่านเรียนคณิตศาสตร์กับผม เอฟ อย่างเดียว ไม่มี เอ (A) นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เราไม่ต้องการเห็นการโยกย้ายงบประมาณ เวลาจัดรายละเอียดเสร็จเรียบร้อย แล้วว่าโครงการนี้จะไปทําที่ไหน ผ่าน ส.ส. ผ่านกรรมาธิการ วันดีคืนดีมาพอเปลี่ยน รัฐบาลใหม่โยกหนีหมดเลย ประชาชนเขาก็เดือดร้อน เพราะประชาชนเขารู้ว่าเขาจะได้ อะไรบ้าง เขาขอผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอขึ้นมา แต่ไปทําอย่างไรครับไม่รักษา วินัย แล้วก็บอกจะวินัยการเงินการคลัง จะทําให้โปร่งใส่ แต่เจ้าหน้าที่ไปโยกหมดครับ ท่านประธาน ไปลงพื้นที่ไหนก็ไม่รู้ อย่างไปพื้นที่ของฝ์ายค้านนี่ไม่มีใครได้เลยครับ เพื่อนสมาชิกก็ฟัองให้ท่านประธาน ได้รับฟัง ๒ วันที่ผ่านมาแล้ว ท่านประธาน เข้าสู่ตัวเลข ดีกว่าพี่น้องประชาชนจะได้ตามทัน ว่าฝันที่รัฐบาลบอกว่าป้หน้า ป้ ๒๕๕๓ จะเปึนบวก ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณอาจจะมีรายจ่ายเพิ่ม ฝันไปเถอะ เดี๋ยวผมจะย้อนรอยอดีต ให้ดูครับ ผมเปึนนักคณิตศาสตร์ ผมคํานวณเปึน แล้วมันเหมือนวัฏจักรครับ ความล่มสลาย มันคล้ายคลึงกัน แต่มันแตกต่างกัน เหมือนแบบไม่เหมือนนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตท่านประธาน ผมจะให้ท่านประธานย้อนไปดูในอดีตสักเล็กน้อยนะครับ เริ่มตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ป้ ๒๕๔๐ อันนี้ผมจะย้อนไปนะครับ ตัวเลข เหล่านี้ผมมีที่มาที่ไป ผมก็ดูจากเอกสารงบประมาณโดยสังเขปที่สํานักงบประมาณ ทําให้ผม แล้วผมก็อ่านตัวเลขพวกนี้ มีหลักฐานครับ โดยเฉพาะในตารางที่ ๒-๑๒ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดตามก็ได้ หน้า ๔๘ ของเอกสารฉบับนี้ จะเห็นว่าในงบประมาณ รายจ่ายเมื่อป้ ๒๕๔๐ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําไว้ ๙.๘๔ แสนล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นิด ๆ นะครับ พอมาเจอวิกฤติตอนนั้นเรียกว่า ต้มยํากุ้ง สถาบัน การเงินล่มสลาย ท่านชวน หลีกภัย มาทํางบประมาณ ป้ ๒๕๔๑ ลดจากป้ ๒๕๔๐ ที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําไว้ ๙๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านชวน หลีกภัย ทําไว้ ๙๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดไปนะครับ คิดง่าย ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านจําตัวเลขไว้นะครับ ทําตัวเลขลดเลย ๕ เปอร์เซ็นต์ พอมาป้ ๒๕๔๒ ท่านชวน หลีกภัย สมัยนั้นผมก็เปึน ส.ส. อยู่ ทํางบประมาณลดลงมาอีกครับ รายจ่าย เพราะรายได้มันไม่มี เศรษฐกิจมันไม่ดี ต้มยํากุ้ง มันยังไม่ฟุ๋น เหลือ ๘.๒๕ แสนล้านบาท ลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ป้แรกลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ป้ที่ ๒ งบประมาณรายจ่ายลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกําลังจะบอกพี่น้องประชาชน ข้าราชการทั้งแผ่นดินนี่แหละว่า ป้หน้าป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาบอก ว่าเงินเดือนข้าราชการจะไม่ขึ้น โบนัสจะไม่มี ไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ต้องเดินทางสัมมนา ในประเทศ ก็เหมือนสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ใช้นโยบายคล้ายคลึงกัน แม้กระทั่งกรรมาธิการไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ให้อยู่ในประเทศเหมือนที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ กําลังจะทําตอนนี้นะครับ เราไม่ว่ากัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นครับ ป้ ๒๕๔๓ มันถึงเริ่มฟุ๋นตัว มีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นมาได้ เพิ่มขึ้นมาจาก ๘.๒๕ มา ๘.๖ ก็ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ทีนี้ครับ เรามาดูป้นี้ครับ ท่านประธาน ท่านสมัครทําไว้ป้ ๒๕๕๒ ตัวเลข ๑.๘๓๕ วันนี้คนไทยทั้งแผ่นดินจําจนขึ้นใจแล้ว ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเพิ่มเติมตรงกลางอีก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ นายสมัคร สนุทรเวช ก็ทําไว้ ๑๘ บวกกันก็ ๑๙ คือป้ที่ผ่านมา นั่นล่ะครับ ป้ ๒๕๕๒ ป้นี้ยังไม่หมด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้มาทํา ป้ ๒๕๕๓ ๑.๗ ล้านบาท แล้วคาดว่าป้ ๒๕๕๔ จะขึ้น ฝันเถอะครับ ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณท่านผม เขียนเครื่องหมายน้อยกว่า เพราะผมจบคณิตศาสตร์ น้อยกว่า ๑.๗ ล้านบาท แน่นอน ผมเดาไว้ ผมทายไว้วันนี้เลย แล้วโดยเฉพาะตัวเลขผมเดาไม่ผิด ท่านประธาน ที่สําคัญ ที่สุดครับท่านประธาน งบประมาณรายจ่ายท่านเห็นนะครับ รายจ่ายประจําที่ท่าน นายกรัฐมนตรีบอกเมื่อกี้ เงินเดือนข้าราชการ ค่าน้ํามัน ประชานิยมที่มันตายตัวแล้วที่มัน ต้องจ่ายประจํา ป้ ๒๕๕๒ ๑.๔๑ ล้านบาท ป้นี้เพิ่มขึ้นครับ เงินเดือนข้าราชการจะไม่เพิ่ม เลยก็ไม่ได้ มันต้องเพิ่ม ก็เพิ่มมาหน่อยเปึน ๑.๔๓ ล้านบาท ถามว่าป้ ๒๕๕๔ ต้องเพิ่ม อีกไหม เพิ่มแน่นอน เพราะรายจ่ายพวกนี้มันไม่เคยลดลง ผมไปดูตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านชวน หลีกภัย ท่านไล่มาเลยครับ รายจ่ายประจําเงินเดือน ข้าราชการมันขึ้นทุกป้ครับ เพราะฉะนั้นผมใช้เครื่องหมายมากกว่า ๑.๔๓ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีจดไว้นะครับ เดี๋ยวอาจจะให้ เอ ถ้าเรียนกับผมจนจบ งบลงทุน ท่านประธาน เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่างบลงทุนป้หน้า ป้ ๒๕๕๓ ที่เรากําลังจะทํา ๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๒ ที่ยังไม่จบนี่ งบลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในการก่อสร้างถนนอะไรก็แล้วแต่ ซื้อระเบิด ซื้ออาวุธ ซื้ออะไรก็ ๔๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้หน้านี่จําเปึนต้องลดครับ เหลือ ๒๐๐,๐๐๐ แค่นั้นเอง มากกว่านั้นก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่ามันไปติดตรงวงเงินงบประมาณรายจ่าย ๑.๗ ล้านบาท มันจะเพิ่มกว่านั้นก็ไม่ได้ เพราะมันเปึนงบขาดดุล พองบขาดดุลมันก็ต้องไปคํานวณ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มาตรา ๒๑ มันเลยมีข้อจํากัดตรงนั้น เพิ่มตรงนี้ก็ไม่ได้ ทีนี้รัฐบาลนี้ผมก็เข้าใจ ข้าราชการ เขาก็นําเสนอเลยว่าท่านต้องกู้นะ มันก็เปึนที่มาของพระราชกําหนด เพราะอะไร เพราะรัฐบาลเห็นนะครับ ประมาณการรายรับ ๑.๕๘๙ ที่ว่าจะเก็บภาษีเก็บอะไร ศุลกากร ภาษีสรรพสามิต แต่เก็บไม่เข้าเปัา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านกรณ์ จาติกวณิช ให้สัมภาษณ์ บางวันก็ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังสุดนี่ก็ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเก็บไม่ เข้าเปัา เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านโดนข้าราชการหลอกด้วยข้อมูลผิด ๆ อย่างไร มันถึงเปึนที่มาที่ว่าจะป่ดหีบ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท บังเอิญผมไปเจอท่านประธาน ผมเปึน คนช่างสังเกต ผมไปเจอในเอกสาร ตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดดู นะครับ ตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ของงบประมาณโดยสังเขปที่ส่งให้ผม มันเปึนตัวเลข ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มันเปึนที่น่าสังเกตเปึนอย่างยิ่งครับว่าในหัวข้อที่ ๙ รายได้สุทธิหลัง หักการจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามเอกสารงบประมาณ ๑,๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาท คือยอดนี้ครับ แต่ปรากฏว่าวันนั้นตัวเลขที่สํานักงบประมาณเอามาให้เรา พิจารณาวันนี้ก็อยู่ในนี้ เปึนตัวเลขเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ วันนี้เดือนอะไรครับ เดือนมิถุนายน วันที่ ๑๗ แต่เอาตัวเลขเก่า ตัวเลขที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์มาให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ พิจารณา ส.ส. ไม่ใช่ว่าโง่เง่าเต่าตุ่นนะท่านประธาน เราอ่านแล้วเราเข้าใจ เอาตัวเลข อย่างนี้มาให้เราพิจารณาได้อย่างไร และเสร็จแล้วท่านนายกรัฐมนตรีลองดูนะครับ ในตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ท่านลองเอา ๑,๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ลบตัวเลขเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ในการคาดการณ์จัดเก็บ คาดการณ์ไว้ว่า ๑,๔๗๒,๐๐๐ ล้านบาทเอา ๑.๕๘๕ ลบ ๑.๔๗๒ มันพอดีเลยท่านประธาน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนที่มาของ พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่แจกให้ผมไปอ่านเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ผมก็ไปเบิกความตามนั้นมันก็เลยผิดหมดเลยท่านประธาน อย่างนี้ใช้ได้เมื่อไร ใช้ได้ที่ไหน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตัวเลขต้องแม่นยํา แล้ววันนี้การคาดการณ์ มันคลาดเคลื่อนตลอด แล้ววันนี้นี่ครับ เมื่อสักครู่ผมเจอตรงไหนก็ไม่รู้ และที่ท่าน นายกรัฐมนตรีอ่านเงินที่ท่านอภิปรายคําแถลงของท่านนะครับ มันมีอยู่หน้าหนึ่ง ท่านประธาน มันบอกว่าเงินคงคลัง วันนี้เงินคงคลังในประเทศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ไม่กี่วันมานี้ครับ ๑๘ วันมานี้ มีจํานวนเงินทั้งสิ้น ๘๘,๙๐๓ ล้านบาท และท่านยังมีอีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่วงเงินกู้ป้ ๒๕๔๑ ที่ยังมีสภาพคล่องอยู่ ท่านก็มาออก พระราชกําหนดแบบเร่งด่วน เอากันให้วุ่นวายไปหมด ท่านคิดสิครับ ประเทศชาติ เศรษฐกิจกําลังจะย่อยสลาย บ้านเมืองต้องแก้วิกฤติ แต่ท่านเล่นกับตัวเลขไม่เปึน ไม่อยากจะเสนอว่าต้องทําอย่างไรนะครับ ท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น พอเก็บไม่เข้าเปัาเอาแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ครับกู้พระราชกําหนดก็เลยต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อป่ดหีบ เพื่อจะมาโปะตรงที่ประมาณการรายรับ ๑,๕๘๙ ล้านบาท เพราะมันจะเอาได้จริง ๆ ก็แค่ ๑.๓๘๙ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาโปะตรงนี้
ท่านสุรพงษ์ครับ คือที่ทางวิปเขาส่งมาว่าให้ท่าน ๓๐ นาที ท่านจะเอากี่นาทีครับ
ผมขออีกนิดเดียวครับ อีก ๒๐ นาที
ครับ คือเห็นเขียนอย่างนั้น นะครับ
๑๐ นาทีก็ได้ครับ ท่านประธานจะขมวดให้เร็ว เพราะอันนี้มันเปึนประโยชน์
ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่า จะต้องไปตัดใช้อื่นครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ พอเรามาดูพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เอา ตัวเลขที่ท่านให้มานี่ ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๓ แบ่งง่าย ๆ เลยว่าใช้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบ แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาลงทุน แต่บังเอิญใน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะลงทุน ในไทยเข้มแข็งมันตัดออกมาในป้ ๒๕๕๒ แค่ตัวเลขประมาณ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ ที่หนี้สาธารณะให้มา เพราะฉะนั้นเอาไปลงทุนในป้ ๒๕๕๓ เฉพาะ พ.ร.ก. นี่นะครับ ก็ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ท่านประธาน ป้ ๒๕๕๓ กับป้ ๒๕๕๔ ที่ผ่านไปเมื่อคืน ๓ วาระรวดนี่ ไม่เคยเห็นเหมือนกันนะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไทยเข้มแข็ง แต่ยังไม่ได้ซอยนะครับ แต่บังเอิญผมก็ไปติดตามข่าว ของกระทรวงการคลัง เขากะว่าจะซอย คือแบ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาใช้ในป้ ๒๕๕๓ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาใช้ในป้ ๒๕๕๔ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เปึน ตัวเลขที่แหล่งข่าวของกระทรวงการคลังให้ผมมา ท่านประธาน เราก็มาดูว่ายอดรวม ในการลงทุนเราจะเห็นง่าย ๆ เลยนะครับ ในแต่ละป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นี้งบที่จะมา ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ก่อสร้างหนี้ ก่อสร้างถนน ก่อสร้างอาคารสัพเพเหระ ๔๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๑ ถ้าดูตัวเลขตามนี้ก็ใกล้เคียงครับ ๔.๑๒ แสนล้านบาท หรือบวกเข้าไป อีกเล็กน้อยก็สุดแล้วแต่ เพราะมีในกระเปิาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบ้านเมือง มันวิกฤติท่านก็กู้อีก เพราะว่ากู้ต่างประเทศนี่ท่านสามารถมาเพื่อความมั่นคง ท่านเคย ผ่านสภานี้มารอบหนึ่งแล้วนะครับ อย่าลืมนะ ผ่านมาแล้วใช้เงินกู้ต่างประเทศมาสร้าง ความมั่นคง มาจ่ายประชานิยม ระยะที่ ๑ นั่นแหละ ผมตามท่านอยู่ตลอด ก็เปึน ๔.๑๒ แสนล้านบาท บวก บวกอีกเท่าไรก็สุดแล้วแต่ ถ้าวิกฤติมากก็บวกมันไปเยอะ ๆ เลย ป้สุดท้ายถ้าดูตัวเลขก็ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในแต่ละป้งบลงทุนมันก็จะมี ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใกล้เคียงครับ ทีนี้ไทยเข้มแข็งนี่ท่านประธาน มันมีทั้งหมด ๑.๔๓ ล้านบาท วันนี้เอามาใช้ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ พระราชกําหนด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนต้องฟัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ เพราะฉะนั้นมาลงทุน ๒ บวก ๔ ก็คือ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปลบ ๑.๔๓ ล้านบาท มันก็ยังเหลืออีก ๘๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกู้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกเปึนพระราชกําหนดหรือพระราชบัญญัติ แต่เที่ยวนี้ผมคิดว่าออกเปึนพระราชบัญญัติแล้ว เพราะเคยทําแล้ว ผ่านสภา ๓ วาระรวด แต่บังเอิญท่านประธานสังเกตนะครับ ชวลิต ท่านชวน ท่านชวน ท่านชวน อันนี้สมัคร อภิสิทธิ์ ผมใส่อะไร ๆ เพราะคิดว่าอยู่ไม่ได้ครับ ทําไม่ได้แน่นอน อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธาน เดี๋ยวผมขอชาร์ทที่ ๒ วันนี้ผมต้องบอกพี่น้องประชาชนเลยว่า หนี้สิน ที่รัฐบาลนี้ทํานี่มันเปึนจํานวนมาก แล้วพวกผมเปึนฝ์ายค้านเสียงข้างน้อยไม่สามารถที่จะ ตรวจสอบได้ โดนเขาหลอกล่อมาตลอด เล่นการเมืองไม่ทันเขาละครับ เขาบอกว่า ถ้าผ่านเมื่อคืนรับหลักการไปก่อน จะเอารายละเอียดไปให้ดูในชั้นกรรมาธิการ งบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน มีกรรมาธิการ ๓๐ คน งบประมาณ งบลงทุนมี ๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการ ๖๐-๗๐ คน อย่างนี้ ชี้แจงกัน ๒ เดือน ท่านไม่อายหรือครับท่าน ออกกฎหมายอย่างนี้ รายละเอียดไม่มี ผมนี่ เกิดมาเปึนคนไทย ผมสงสารคนไทยทั้งแผ่นดินครับ วันนี้งบประมาณยังมีข้อน่าเปึนห่วง โดยเฉพาะงบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานรู้ไหมครับ งบปกครองส่วนท้องถิ่น ตามตารางที่ ๓-๑๘ หน้า ๙๘ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดดูนะครับ ท่านอาจจะไม่ได้อ่าน เพราะเขาเขียนอะไรมาท่านก็อ่านท่องไปในนี้หมด ประชาชนเขาฟังแล้วเบื่อ รายได้รวม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๕๒ ๔๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ลดครับ ลดเหลือ ๓๓๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันนี้ท่านเอางบผู้สูงอายุส่งไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีข่าวว่าถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ไหน เทศบาลไหนมี รายได้มากก็ให้ลงทุนไปก่อนและจะไปใช้หนี้ให้วันหลัง แล้ว อบต. เล็ก ๆ ที่รายได้ไม่พอ มันจะเกิดความเปึนธรรมกับเขาหรือไม่ ต้องใช้สมองคิดนะท่านประธาน แล้วงบอย่างนี้ วันนี้ผู้สูงอายุจากเดิมที่เคยให้ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน วันนี้เพิ่มมา ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน คูณง่าย ๆ ป้หนึ่ง ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเตรียมไว้นะครับ เพราะพวกผม ต้องการให้ผู้สูงอายุได้จนตลอดชีวิต ๕๐๐ บาทต่อเดือนนี่ไม่มากละครับเมื่อเทียบกับ ต้นกล้าอาชีพ ๒,๐๐๐ บาทนั้น ตําน้ําพริกละลายแม่น้ําไปเยอะ เดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกจะมา อภิปรายเสนอแนะวิธีทางออกต้นกล้าอาชีพให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง เดี๋ยวท่านต้องฟัง พวกผมพูด พวกผมวันนี้จะนําเสนอสิ่งที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง เงินอุดหนุน องค์การ บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล เงินอุดหนุนจากป้ ๒๕๕๒ ที่ได้ ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาทจะเหลือ ๑๒๒,๐๐๐ หายไป ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเขาจะบริหารท้องถิ่นอย่างไร คิดให้ดีนะท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านจะเอากู้อีกที่อยู่ใน กระเปิาของท่าน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทําพวกนี้ผมให้อภัยได้ เพราะท้องถิ่นเขาจะได้เจริญครับ แต่ห้ามโยกงบเขานะ ให้อะไรไปแล้วต้องยึดตามนั้น ผมอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีกําชับตั้งแต่นี้ไป พ.ร.บ. งบประมาณผ่านมาแล้ว ถือว่าเปึนกฎหมายทุกคําพูดจะมาแก้ไม่ได้ แก้อย่างนี้เสียหายหมดเลยนะครับ ความไม่ เปึนธรรมมันเกิดขึ้น มีการโยกสัพเพเหระ โยกไปเรื่อย ท่านประธานเมื่อวานนี้ครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูนะครับ พี่น้องประชาชนจะได้เห็นว่าพระราชกําหนด ป้ ๒๕๕๒ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมจะประมวลให้เห็นว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ที่ท่านเริ่มทํางานเต็มที่ ท่านสร้างหนี้หรือก่อหนี้เท่าไร พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านเมื่อคืน ก็อย่างที่ผมบอก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปใช้ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เพื่อชดเชยขาดดุลมาตรา ๒๑ ป้ ๒๕๕๒ ใช้เต็มวงเงิน ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท บวกยอดตรงนี้ ป้ ๒๕๕๒ ๖๔๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว หนี้ต่างประเทศวงเงิน ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านใช้หมดจดเรียบร้อย กู้ไปครบ หมดแล้วครับ ผมได้ตัวเลขพวกนี้มาหมดตามท่านมา ป้ ๒๕๕๓ พี่น้องต้องเปึนหนี้แล้ว เดี๋ยวพี่น้องจะลืมไปว่ารัฐบาลนี้จะกู้เพิ่มอีก ๓๕๐,๐๐๐ นั่นแหละ และมีอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทไว้ในกระเปิา แล้ว ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ตรงนี้ อาจจะใช้ หรือไม่ใช้ แต่ผมว่า ท่านใช้เพราะท่านต้องแอบกู้อีก เพราะท่านชอบกู้ เอา ๖๔๑,๐๐๐ ในป้ ๒๕๕๒ บวกแค่ ตรงนี้ยังไม่รวม ๑๗๐,๐๐๐ บวก ๖๕๐,๐๐๐ บวก ๓๐๐,๐๐๐ ของป้ ๒๕๕๔ ที่เปึน พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อคืน เบ็ดเสร็จท่านทําหนี้ไว้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะไหมครับ เยอะเปึนประวัติศาสตร์ของประเทศ เกือบทันท่านสมัยท่านธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เกือบ แล้ว แต่มันยังมีอีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเบ็ดเสร็จถ้าบวกเข้าไป แล้วนี่นะครับ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ยังลืมบวก ๑๘๓,๕๐๐ ที่กู้ต่างประเทศ บวกตรงนี้เข้าไป ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกต่างประเทศ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาทเปึนหนี้ รวม ๑,๗๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ผมชอบลืมตัวเลข ท่านประธาน แล้วผมก็ลองคํานวณง่าย ๆ ตัวเลขของผมนี่ผมคํานวณแบบง่าย ๆ เลยเอาตัวเลขกลม ๆ ผมไปดูย้อนหลังคนไทยมีหนี้ เท่าไร หนี้เดิมนะครับ ก่อนที่รัฐบาลนี้จะมา เฉลี่ยแล้วประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อหัว วันนี้ อภิสิทธิ์เข้ามานี่ครับ เอา ๑,๗๘๓,๕๐๐ หารด้วย ๖๓ ล้านบาท ๖๖ ล้านบาทก็แล้วแต่ เอาง่าย ๆ ก็ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เปึนเบ็ดเสร็จ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อหัวครับ อันนี้ยังไม่รวม ๑๗,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปกู้ต่างประเทศ ในป้หน้าผมยังไม่บวกนะ เอาที่เห็น ๆ ก่อน กับอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในกระเปิาผมยังไม่บวกนะครับ อันนี้คือหนี้ ที่รัฐบาลนี้ทําไว้ พี่น้องประชาชนเมื่อเช้าผมดูรายการทีวี พิธีกรก็เอาภาพข้อมูลที่ เละตุ้มเป็ะที่ไม่ค่อยตรงเท่าไรไปออกรายการ ประชาชนเห็นแว็บ ๆ แว็บ มันจะไปรู้เรื่องได้ อย่างไร ผมนั่งขนาดผมรู้เรื่องตัวเลขเดียวกันนี่ผมยังตามไม่ค่อยจะทันเลย เพราะฉะนั้น วันนี้ต้องขอบคุณประธานสภาที่ถ่ายทอดครับ พี่น้องประชาชนจะได้เห็นตัวเลข แล้วเมื่อวานนี่พรรครัฐบาลเสนอชาร์ทรูปนั้นรูปนี้ขนาดรองนายกรัฐมนตรียังขึ้นจอแสดง กราฟฟ่ค (Graphic) เพราะฉะนั้นการอภิปรายเกี่ยวกับการเงินการทองนี่มันต้องใช้ การถ่ายทอดสดพี่น้องประชาชนเขาจะได้เข้าใจตัวเลข ไม่ใช่ว่าอยากจะดังละครับ ผมนี่มันหล่อเท่าท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้ ผมก็แก่แล้ว แต่ผมอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แต่สมองผมไม่ได้ด้อยกว่าท่านนะครับ ผมเปึนอาจารย์สอนหนังสือท่านประธาน วันนี้ถ้า งบประมาณทั้งหมดที่ทําไปภายใต้ไทยเข้มแข็ง ประชาชนต้องช่วยกันตรวจสอบมันจะมี โครงการที่ไม่โปร่งใสอีกเยอะแยะมันจะเริ่มโผล่ออกมาครับ อย่างกรณีการแย่งกัน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่าท่องเที่ยว ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท พรรคชาติไทยพัฒนาท่านได้ไปอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ศูนย์เด็กเล็กที่กระทรวงมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ท่านก็ได้ไปจนพรรค เพื่อแผ่นดินไม่พออกพอใจ เพราะไม่ได้ อย่างนี้มันต้องช่วยกันตรวจสอบ พี่น้องประชาชน สื่อมวลชนนี่แหละครับ มาช่วยฝ์ายค้านตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เพราะผมไม่อยาก เห็นไทยเข้มแข็งจะพาให้ไทยเละตุ้มเป็ะ ไม่ได้ครับ ทีนี้มันก็จะมีเรื่องอื่นเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับ ความไม่โปร่งใส เมื่อคืนผมดีใจครับ ที่เพื่อนสมาชิกจากซีกโน้นพูดถึงกรณีรถไฟฟัาที่ท่าน อภิปรายนี่ท่านฝากรัฐบาลของท่านเอง ฝากท่านนายกรัฐมนตรีที่พรรคเดียวกันนี่นะครับ บอกว่าถ้าให้ รฟม. ทํา คิดค่าโดยสาร ๑๒๐ แต่ให้ กทม. ทํารถไฟฟัาค่าโดยสารของ พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ จะเหลือแค่ ๕๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรีบตรวจสอบ เลย ปล่อยอย่างนี้ไม่ได้นะครับ จิ้งจกทักท่านต้องฟัง ส.ส. ทักท่านต้องฟัง ตุ๊กแกที่ทําเนียบ รัฐบาลตอนท่านขึ้นไปไหว้ แล้วมันทักนั่นน่ะท่านต้องยิ่งฟังใหญ่เลยครับท่านประธาน
ประเด็นสุดท้ายครับ ผมอยากจะฝากไว้ว่ารัฐบาลชุดนี้ ผมไม่อยากให้มี ฉายาว่ารัฐบาลกู้จนแขกหนี อาบังนี่นะครับ เขาชอบปล่อยเงินกู้ครับ แต่วันนี้อาบังเขากลัว รัฐบาลจะไปกู้จากเขา เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่รู้จักวิธีหารายได้ หาเงินไม่เปึน เมื่อคืน ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พูดเปึนตุเปึนตะ มีภาษาฝรั่งปน มีชาร์ทเสนอ ในที่สุดสรุปง่าย ๆ พูดตั้งยืดยาว หาเงินไม่เปึนกู้เพราะว่าหารายได้ไม่เข้าเปัา ท่านประธาน อันนี้เปึนรูปภาพที่ผมนํามา ไม่อยากให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจกลายเปึนทุนหา เสียง ทุนเลือกตั้ง กู้ไว้ก่อน พวกสอนไว้ อันนี้น่ารักหน่อยเพราะว่ากําลังอยู่ในแฟชั่น แพนด้าครับ ลูกแพนด้าที่เชียงใหม่จังหวัดผมนี่แหละ ผมตั้งชื่อไปแล้ว เมื่อวานน้องเขา บอกว่า กู้กู้ หนีหนี้ เปึนชื่อ ผมบอกว่า เช่าเช่า ตั้งชื่อไปอีกชื่อหนึ่ง เช่าเช่า ใครจะเช่าอะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่ว่า ๙๙ วัน มาร์คทําได้ครับ กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ งบประมาณใหม่จะกู้อีก ๓๕๐,๐๐ ล้านบาท ก็บวกเอา แต่ ช่วงช่วง หลินฮุ่ย ๙๗ วันทําได้ ได้ เช่าเช่า ออกมาทีนี้ท่านประธาน วันก่อนผมไปเจอพี่ชายเขานั่งที่ปัายรถเมล์ เขาอ่าน หนังสือพิมพ์ เขานั่งอ่านใหญ่เลย เรื่องเศรษฐกิจบังเอิญผมลงไปดูไปคุยกับเขา แล้วพอ อ่านเสร็จเขาทําหน้าอย่างนี้ท่านประธาน เขามองไกลเลยนะ มองไกล แล้วก็คิดเลยว่าชีวิตนี้เขาจะรอดหรือไม่ ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน
ครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก็อยากจะไปชี้แจงในช่วงสุดท้าย ในภาพรวมนะครับ แต่ไม่อยากให้เกิดความสับสนในเรื่องของข้อเท็จจริง แล้วก็มีบางเรื่อง ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีการอภิปรายถึงและผมก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะชี้แจงซึ่งคิดว่าจะเปึน ประโยชน์นะครับ
ประการแรก ต้องขอกราบเรียนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ที่ท่านพูดถึง ว่า รัฐบาลได้ผ่านพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๓ วาระ กระผมก็ต้อง บอกว่า รัฐบาลไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องพิจารณา ๓ วาระ แล้วก็เปึนเหตุผลที่เราได้ อธิบายต่อสภา และต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่าที่ไม่ได้จัดทําเปึน พ.ร.ก. ทั้งหมด เห็นว่า ส่วนไหนไม่เร่งด่วนจัดทําเปึนพระราชบัญญัติ เพราะต้องการให้สภาสามารถพิจารณาได้ ตามกระบวนการปกติ ซึ่งหมายถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กรรมาธิการวิสามัญ นั้นก็จะสามารถในการเรียกข้อมูลจากราชการจากรัฐบาลได้ นั่นรายละเอียดในเรื่อง ของการใช้จ่ายเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังตามพระราชบัญญัติ เราก็ตั้งใจว่า ให้กรรมาธิการเข้ามาร่วมตรวจสอบพิจารณา แต่ว่าเมื่อฝ์ายค้านยืนยันไม่ตั้ง คณะกรรมาธิการ รัฐบาลก็เลยต้องตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาไปนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียนว่า เจตนาของรัฐบาลจริง ๆ แล้วต้องการให้ท่านเข้ามา มีส่วนร่วม แต่เมื่อท่านตัดสินใจไม่เข้าร่วมก็เปึนสิทธิที่ฝ์ายค้านทําได้ แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ ฝ์ายค้านจะย้อนกลับมาตําหนิรัฐบาลว่าไม่ประสงค์จะให้มีการตรวจสอบ เพราะเจตนา ของเรานั้นต้องการเป่ดโอกาสให้เต็มที่อยู่แล้ว อันนี้คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการ ผ่านพระราชบัญญัติไปเมื่อคืน
ประเด็นที่ ๒ ครับ บังเอิญมีข้อสงสัยเรื่องตัวเลข กระผมก็ต้องกราบเรียน ครับว่า ที่จริงเจตนาที่ดีของพวกเราคือความโปร่งใส ก็ถูกหยิบไปพูดในทํานองว่า ตัวเลข มั่ว ตัวเลขเปลี่ยน หรือมีการไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง ก็ต้องกราบเรียนว่า คนทํางานนี่ครับ ก็ต้องติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
- ๓ ๔ / ๑ แล้วสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้ทุกประเทศผันผวนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นตัวเลข ประมาณการการจัดเก็บรายได้ก็ดี ภาวะเศรษฐกิจก็ดีนะครับ เปลี่ยนแปลงตลอด แม้แต่ ผู้เชี่ยวชาญที่ท่านอ้างถึงให้สัมภาษณ์แต่ละครั้งก็เปลี่ยนแปลงตัวเลขประมาณการไม่ต่าง อะไรจากรัฐบาล หรือสถาบันวิชาการต่าง ๆ แล้วก็วงเงินที่จะใช้ในการทํางานก็ต้องมีการ ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ตัวเลขว่าจะใช้เงินเท่าไรใน พ.ร.ก. ที่เปึนการลงทุนก็ ต้องมีการเผื่อเอาไว้ เพราะว่ารัฐบาลบอกว่าต้องการที่จะลงทุนและใช้จ่ายในโครงการที่ พร้อมสร้างงานสร้างอาชีพให้คนโดยเร็วที่สุด ซึ่งเราทราบดีครับว่าบางครั้งบางโครงการ เกิดอุปสรรคได้ เพราะฉะนั้นพอเกิดอุปสรรคปัูบเราต้องมีโครงการสํารองที่เลื่อนเข้ามา ฉะนั้นยอดวงเงินตรงนั้นไม่ใช่เรื่องมั่วเรื่องอะไรนะครับ มันแล้วแต่ว่าจะเอายอดส่วนไหน ไปดู และเราก็ต้องมีการบริหารจัดการที่เผื่อไว้กับความผันผวน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกโครงการ ต้องชี้แจงอธิบายได้ บังเอิญกรณีรถไฟฟัาสายสีม่วงเมื่อคืนผมไม่ได้ชี้แจง เปึนความจริง ครับว่ามติคณะรัฐมนตรีเดิมอยู่ที่เปึนกรอบวงเงิน ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อมาตัว หน่วยงาน คือ รฟม. (การรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ไปดําเนินการ แล้วไป ประมาณการว่าจะต้องมีการเพิ่มกรอบไปเปึน ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ก็เปึนตัวเลขที่เขาส่งมา แต่เรียนให้ทราบครับว่าผมว่าไม่ต่ํากว่า ๓ สัปดาห์มาแล้ว ผมได้พบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ และให้ นโยบายไปชัดเจนครับว่า ไม่สมควรในการที่จะเพิ่มกรอบวงเงิน เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยัน ไปเลยว่า กรอบวงเงินนั้นจะไม่มีการเพิ่ม แล้วก็เฉพาะตัวโครงการสายสีม่วงนั้น เมื่อขั้นตอนในการดําเนินการ เสร็จสิ้นในส่วนแรกที่มีการประมวลอะไรกันอยู่ก็ต้องอยู่ ภายใต้กรอบ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ส่วนตัวเลข ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข ประมาณการของหน่วยงานที่ส่งไป แต่ระดับนโยบาย คือ ผมกับท่านรัฐมนตรีได้คุยกัน แล้วว่าจะไม่มีการเพิ่มกรอบวงเงิน อันนี้ ก็ต้องเข้าใจ แล้วก็คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ พิจารณาตัวโครงการนั้นนะครับ กรอบวงเงินประมาณการต่าง ๆ ที่เข้ามาอยู่ในแผนก็เปึน ส่วนหนึ่งของการอนุมัติยอดวงเงินรวมออกมา อันนี้ก็เปึนเรื่องของรถไฟฟัานะครับ
ส่วนประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกตเรื่องการเพิ่มกรอบหรือโครงการที่เข้าไปใน กรอบเมื่อวานนี้ ๒ เรื่อง ผมขอชี้แจงที่มานะครับ ส่วนรายละเอียดเปึนเรื่องที่ต้องไป พิจารณากันอีกทีหนึ่ง ที่มาของทั้ง ๒ เรื่อง คือ ศูนย์เด็กกับท่องเที่ยว ผมเปึนคนปรารภกับ ที่ประชุมครับ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องพรรคหรืออะไรทั้งสิ้น ผม ปรารภเรื่องศูนย์เด็ก เพราะว่ามันเปึนนโยบายสําคัญของรัฐบาล แต่ปัญหาก็คือเรื่องของ เด็กเล็กมันก็เปึนความยากลําบากอย่างหนึ่งมาโดยตลอด ก็คือเปึนงานที่หลายกระทรวง ดูแลครับ กระทรวงสาธารณสุขก็ดูแล กระทรวงศึกษาธิการก็ดูแล กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดูแล กระทรวงแรงงานก็ต้องดูแล กระทรวงมหาดไทยก็ ต้องดูแล ก็เลยอาจจะถูกทําเปึนงานฝากมาโดยตลอด เวลาจัดงบประมาณหน่วยงานก็ อาจจะไปคิดว่าอยู่อีกที่กระทรวงหนึ่ง พอทําแผนกรอบในเรื่องของไทยเข้มแข็งมาทั้งหมด ผมดูภาพรวมผมก็เห็นว่าเรื่องเด็กเล็กมันน้อย ผมก็เลยปรารภในที่ประชุมของ คณะรัฐมนตรีว่า ช่วยไปทํากรอบในเรื่องของการทําเรื่องของการพัฒนาเด็กเล็กเข้ามาอีก รอบหนึ่ง
ส่วนเรื่องท่องเที่ยว ผมก็เปึนคนปรารภในที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจ เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนครับ ผมปรารภว่าท่องเที่ยวเขามีปัญหา คือการจะฟุ๋นการท่องเที่ยวแล้วก็ มาผนวกเข้ากับเรื่องของไทยเข้มแข็งนี่มันต้องไปฟุ๋นฟูแหล่งท่องเที่ยวซึ่งหมายถึงเรื่องของ การทําสิ่งอํานวยความสะดวก โครงสร้างพื้นฐาน แต่สิ่งอํานวยความสะดวกกับโครงสร้าง พื้นฐานมันไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการท่องเที่ยว เช่น บางทีต้องไปพึ่ง กระทรวงคมนาคม บางทีต้องไปพึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรืออะไร ก็แล้วแต่เพื่อที่จะทําโครงการเหล่านี้ ผมก็เลยบอกว่ากระทรวงการท่องเที่ยวเขาก็ปรารภ มาว่าที่จะฟุ๋นฟูแหล่งท่องเที่ยวโดยต้องอาศัยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคงต้องไปทํา ยอดเงินเข้ามาอีกจํานวนหนึ่ง ผมก็บอกให้ไปทํามา เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่อยากจะกราบเรียนว่าเกิดขึ้นเพราะนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องของการเมืองนะครับ เหมือนกับบางทีเขาไปวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องรถเมล์โยงไปถึงจํานําข้าวอะไรนี่ครับว่าเพิ่มจํานําข้าวเกี่ยวกับรถเมล์ไหม มันไม่เกี่ยว ละครับ จํานําข้าวนาปรังที่ต้องเพิ่มเพราะว่าเราหยุดกลางฤดูกาลไม่ได้ ข้าวมันออก ไม่พร้อมกัน แต่การสะสางนโยบายจํานําก็จะทําต่อไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของ พรรคร่วมรัฐบาลทั้งสิ้นนะครับ อันนี้ก็จะได้ชี้แจงจะได้ตัดประเด็นเหล่านี้ จะได้ไม่ต้องมี การอภิปรายในเรื่องเหล่านี้อีก
ทีนี้ประเด็นที่ท่านพูดเรื่องโครงสร้างงบประมาณต่าง ๆ ผมก็คงขออนุญาต ไม่ให้เกรดท่านนะครับ แต่ว่าท่านขึ้นมาก็คลาดเคลื่อนแล้วครับ งบประมาณป้ ๒๕๔๑ รัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เปึนคนทํานะครับ เพราะว่าการจัดทํางบประมาณ ป้ ๒๕๔๑ ต้องทําก่อนตุลาคม ๒๕๔๐ ครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เข้ามา พฤศจิกายน ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คลาดเคลื่อนนะครับ ท่านจะได้ไปแก้ข้อความ ให้มันถูกต้อง แต่ประเด็นหลักก็คงไม่ใช่อยู่ตรงนั้นละครับ คือท่านพยายามจะพูดว่า การฟุ๋นตัวการใช้จ่ายเงินหนี้และผลกระทบจะเปึนอย่างไร แต่ว่ามีความสับสน
ประเด็นแรก ที่เรากําหนดตัวเลขไทยเข้มแข็ง ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ ครับ ถ้าท่านฟังการชี้แจงของผมเมื่อคืนก่อนจะทราบครับว่า ไม่ได้คิดจะกู้ยอดนี้ครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมเงินกู้ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้านับว่าอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนเรื่องป่ดหีบ บวกกับงบลงทุนในงบประมาณปกติในป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ป้งบประมาณนะครับ และบวกกับโครงการที่เราจะชวนภาคเอกชนเข้า มาลงทุนในรูปแบบของ พีพีพี (PPP : Public–Pribate Partnership) หรือหุ้นส่วนกัน ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพราะฉะนั้นไม่มีประเด็นที่บอกว่าจะเตรียม ไปกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มี อันนี้จะได้เข้าใจนะครับว่า ตัวเลข ๑.๔๓ ล้านล้านบาท กับเรื่องของที่จะไปกู้เพิ่มเติมไม่ได้เกี่ยวข้องกัน
ส่วนการกู้แล้วก็การมาจัดทําโครงสร้าง ความจริงที่ท่านทําตารางไว้มันก็ บ่งบอกว่า ผมกําลังบริหารบ้านเมืองให้สามารถที่จะเดินไปได้อย่างปกติที่สุดในภาวะที่ เศรษฐกิจมันไม่ปกติ นั่นก็คือพอรายได้หดหายไปท่านจะสังเกตว่ารายจ่ายประจําป้นี้ แม้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ลดยาก ท่านเองก็ยอมรับ จะไปลดเงินเดือน จะไปลดสวัสดิการข้าราชการ จะไปลดอะไรคงจะยาก
ส่วนเงินลงทุนที่หายไป เราก็จึงใช้วิธีการในการที่เอาเงินกู้เข้ามาชดเชย ทดแทน ซึ่งก็เปึนหลักของสากล เพราะทางเลือกก็มีอยู่ว่าไม่ทําอย่างนี้ก็คืออยู่เฉย ๆ ครับ แล้วก็ไม่ได้ลงทุน แล้วเศรษฐกิจก็จะยิ่งมีปัญหามากขึ้น การก่อหนี้นี่ครับ ตารางที่ท่านอ้าง อยู่มันก็บอกอยู่แล้วว่า รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยโดยเฉพาะเมื่อช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก มันก็ต้องมีการกู้ รัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องกู้ครับ งบป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ก็มีตารางอยู่ในนี้กู้ชัดเจน รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ต้องกู้ เพราะการบริหารจัดการ งบประมาณเปึนงบประมาณขาดดุลเปึนเรื่องปกติครับ สลับสับเปลี่ยนกันไปกับ งบประมาณสมดุลบ้าง เกินดุลบ้าง แล้วเขาก็จะขาดดุลในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวน้อย ที่จริงมีคําถามด้วยซ้ําว่าช่วงป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ทําไมจะต้องไปจัดงบขาดดุล ทําไมจะต้องไปกู้เงินในเมื่อเศรษฐกิจค่อนข้างดี อันนี้ก็จะได้เรียนให้ทราบนะครับ
ส่วนการที่จะเอาเงินกู้ต่างประเทศมาพูด ผมก็ถามว่าที่ทําสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้กู้เงินต่างประเทศหรือครับ เงินเท่าไรครับ มันก็เปึนการกู้ที่ทํามาตลอด เพียงแต่ป้นี้ พวกกระผมเอามาเข้าสภามันเลยดูเยอะ แต่ป้ก่อน ๆ มันไม่ได้เข้าสภา เพราะก่อน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ต้องเอาเข้า แล้วป้ที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็วินิจฉัยว่า เวลากู้เงินทํารถไฟฟัานี่ครับไม่ต้องเอา เข้ามาบอกสายสีม่วงนี่ครับ แต่พวกผมเห็นว่าเพื่อให้ท่านได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา ก็เลยเอามาบอก ไม่ได้แปลว่าทํามากกว่าครับ เพียงแต่ว่าทําแล้วมาบอก แต่รัฐบาลที่แล้ว ทําแล้วไม่มาบอกสภาเท่านั้นเอง
ส่วนการออก พ.ร.ก. กู้เงินหรือ พ.ร.บ. กู้เงินเกินกรอบที่พูด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ทําไหมครับ ป้ ๒๕๔๕ ก็ทําครับ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าจะใช้เกณฑ์แบบเดียวกับท่าน ผมก็ต้องไปพูดวันนั้นว่า คนไทยก็ตื่นขึ้นมาวันรุ่งขึ้น หนี้ เพิ่มเหมือนกันครับ ต่างกันเพียงว่า ผมกําลังจะบอกว่าถ้าท่านบอกว่าคนไทยตื่นมาแล้ว หนี้เพิ่มเปึน ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเพิ่มในยอดใกล้เคียงกับวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออก พ.ร.ก. นะครับ ผมกําลังจะบอกว่าเขาจะได้แหล่งน้ํากี่แห่ง ถนนกี่สาย ปรับปรุงโรงเรียน สถานีอนามัยอย่างไร แต่ท่านตอบผมได้ไหมครับว่าวันนั้น ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนได้อะไรที่มองเห็น ผมก็กราบเรียนว่าผมไม่ได้ตําหนินะครับ ท่านก็กู้มา แก้ไขระบบสถาบันการเงิน ผมเพียงแต่บอกว่าเวลาเกิดวิกฤติก็คิดไม่ต่างกันเท่าไรละครับ เพราะว่าหลักของภาครัฐท่านอย่าเอาไปสับสนนะครับ เงินเข้าประเทศกับเงินเข้ารัฐ คนละเรื่องกันอีกนะครับ เงินเข้ารัฐมันก็มี ก็คือภาษีกับการกู้เงิน แล้วก็บริหารการคลังใน อนาคตครับ แล้วครั้งนี้เนื่องจากเราไม่ได้กู้เปึนเงินต่างประเทศ สิ่งสําคัญก็คือกระตุ้น เศรษฐกิจให้ขยายตัว เมื่อขยายตัว การจัดเก็บรายได้ก็จะเพิ่มขึ้น ท่านจะสังเกตได้ว่า ท่าน ย้อนดูตารางในเรื่องนี้ในเอกสารงบประมาณ มันบ่งบอกมาตลอดว่าเปึนเช่นนั้น ก็บริหาร การเงินการคลังได้นะครับ ส่วนการหาเงินเข้าประเทศนั้น เดี๋ยวคงจะมีการอภิปรายในเรื่อง ของยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่เมื่อคืนฟังท่านสมาชิก ขอ ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ อภิปราย คงเห็นนะครับว่าที่ทําล้มเหลวไป หลายโครงการมีอะไรบ้างที่ไม่ควรทําตามในขณะนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อความ เข้าใจครับ
ท่านสุรพงษ์ครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านได้พูดนะครับ ตอนนี้ท่านโสภณ ซารัมย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะขอชี้แจง เดี๋ยวท่านจะได้ไม่ต้องลุกหลายครั้ง นะครับ เผื่อมีอะไรที่เกี่ยวกัน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบถึงเรื่องรถไฟฟัาสาย สีม่วงเพิ่มเติมจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง คือเรื่องกรอบวงเงินใน ครม. อนุมัติไว้เมื่อ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ในสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ก็ไม่ปฏิเสธครับ กรอบวงเงิน ที่จริงท่านอ้าง ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผิดนะครับ กรอบวงเงินขณะนั้นคือ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่กรอบวงเงินขณะนั้นอนุมัติไว้เฉพาะงานโยธาธิการ ไม่ได้พูดถึง เรื่องระบบเรื่องงานที่ปรึกษา วันนี้ในโครงการไทยเข้มแข็งที่กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ คือที่จะ ดําเนินการตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๕ ตัวเลขไม่มีเปึนเท็จที่อดีตรัฐมนตรีท่านเสนอ เมื่อวานเอกสารที่ ครม. ที่แจ้งต่อสภาไปก็เปึนเอกสารที่ถูกต้อง คือ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาทแต่ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาทท่านอดีตรัฐมนตรีท่านต้องทราบว่าในขณะนั้นที่ ครม. อนุมัติให้ โครงการนี้ อนุมัติไว้เฉพาะงานโยธาที่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้เมื่อสร้างระบบโยธาแล้วรถ จะเดินได้ต้องมีระบบ ต้องมีการซื้อรถ ต้องมีงานที่ปรึกษา ก็มารวมกัน งานระบบรถไฟฟัา ก็ ๘,๐๐๐ กว่า ที่ปรึกษาก็ ๗๐๐ กว่าล้านบาท รวมกันก็ ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไม่ผิด ครับ แล้วก็กราบเรียน ได้เข้าใจว่าประเด็นนี้เปึนเพียงแต่ชี้แจงให้ตรง ท่านก็ถูกแล้วครับที่ พูด แต่ว่าไม่ได้มีเงินเพิ่ม ไม่มีกําไร ไม่มีอะไรทั้งนั้น ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ
ผมขออนุญาตทําความเข้าใจนะครับ กรณีการอภิปรายของท่านสมาชิก ถ้าเปึนไปได้ ทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีก็เก็บประเด็นไว้นะครับ แล้วก็ตอบเสียทีเดียวหลังจากท่าน อภิปรายหลาย ๆ ท่านแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนการซักถามกันอย่างนี้ ท่านสุรพงษ์เอา สั้น ๆ นะครับ ที่จริงทางคณะรัฐมนตรีก็เพียงแต่ตอบ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย สั้น ๆ เพื่อชี้แจงท่านนายกรัฐมนตรี ที่ผมบอกว่า ท่านชวลิต ท่านชวน ท่านชวนผมเพียงแต่ ยกตัวอย่างเทรนด์ (Trend) แนวโน้มของตัวเลข ใครจะทําตอนไหนไม่เปึนไร แต่เมื่อเจอ วิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้ง ป้ ๒๕๔๐ งบประมาณรายจ่ายมันจะขาด มันจะน้อยลง ๒ ป้ ท่านคอยดูของผมก็แล้วกันนะครับ ท่านอย่ามาว่าความจําใครทําอย่างไร อันนี้เปึนเทรนด์ ถ้าท่านไม่เข้าใจอย่างนี้ท่านถึงบริหารบ้านเมืองไม่ได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จัดทํางบประมาณก็ขาดดุล แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านมีวิสัยทัศน์ที่จะหา เงินเข้าประเทศ ท่านลองไปตรวจสอบดัชนีชี้วัดสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร บริหารบ้านเมือง พี่น้องประชาชนมีความสุขไหมครับ รากหญ้ามีความสุขไหมครับ เกษตรกรมาชุมนุมเหมือนสมัยท่านที่เอาหมาไปกัดคนที่มาชุมนุมหน้าทําเนียบหรือไม่ครับ ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่าน สมาชิกครับ การอภิปรายในช่วงนี้ที่จะเชิญให้ท่านตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละพรรค ซึ่งมีอยู่ ๙ พรรคได้อภิปรายก่อน จบตัวแทนพรรคการเมืองแล้วก็จะเปึนการอภิปราย สลับกันตามที่ทางวิปทั้ง ๒ ฝ์ายได้เสนอชื่อมา โดยจะสลับดังนี้นะครับ ฝ์ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน ฝ์ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่านนะครับ สลับกันไป ต่อไปครับเชิญตัวแทน ของพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายครับ เชิญครับ ท่านใดจะเปึนผู้อภิปรายครับ ท่านสรรเสริญ สมะลาภา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ เพราะผมเห็นว่าถ้าหากพวกเราทุกคนพิจารณางบประมาณรายจ่ายตามลําพังก็ คงจะเปึนเรื่องที่สับสนพอสมควร เพราะว่าดูเผิน ๆ แล้ววงเงินรวมลดลง คือวงเงินรวม ในป้ ๒๕๕๒ มี ๑.๙ ล้านล้านบาท แต่พอมาในป้ ๒๕๕๓ เหลือเพียง ๑.๗ ล้านล้านบาท ที่หนักกว่านั้นครับ ก็คือในเรื่องของงบลงทุนที่ลดลงอย่างมาก ลดลงจากประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเหลือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คําถามที่ผมคิดว่าอยู่ในใจของพวก เราทุกคนก็คือว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาประเทศ ผมคิดว่ารัฐบาลทําถูกต้อง ที่สุดครับที่ได้นํากฎหมายการเงินในเรื่องของการใช้จ่ายของรัฐบาลทั้ง ๓ ฉบับมา พิจารณาในคราวเดียวกัน เมื่อวันจันทร์เราก็พิจารณาในเรื่องของพระราชกําหนดเงินกู้ เมื่อวานนี้เปึนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ แล้ววันนี้ก็เปึนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณ อันนี้สําคัญครับ เพราะว่าทําให้เราเห็นภาพรวมในการพัฒนาประเทศ ทั้งหมดที่รัฐบาลได้วางแผนเอาไว้ ผมต้องขอกล่าวในที่นี้ว่าผมเห็นด้วยกับ งบประมาณในป้ ๒๕๕๓ นี้ เพราะว่าวงเงินรวมที่ลดลง หรือแม้กระทั่งวงเงินลงทุน ที่ลดลงก็ดีมันได้ถูกชดเชยโดยพระราชกําหนดเงินกู้และร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ที่ พวกเราทุกคนได้อนุมัติไปแล้วเมื่อ ๒ วันก่อน แต่ก่อนที่ผมจะไปถึงตรงนั้นครับ ผมต้องขอ แสดงความไม่สบายใจสักเล็กน้อย เพราะว่าตลอด ๒ วันที่ผ่านมามีความพยายาม จากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านสร้างความสับสนระหว่างในเรื่องของหนี้สาธารณะและ นํามาปะปนกับหนี้ภาคครัวเรือน ที่จริงเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ดี หรือแม้แต่เพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ก็ดีก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ในเรื่องที่ว่าหนี้ สาธารณะเปึนหนี้ที่รัฐบาลต้องใช้คืน ส่วนหนี้ที่ประชาชนต้องเปึนห่วง จะเปึนเพียงของหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งเขาเหล่านั้นจะต้องนํารายได้มาใช้คืนในอนาคต ผมขอเรียนว่าได้ดูนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์ เปึนแกนนํา นโยบายต่าง ๆ ไม่ได้มีในเรื่องของการสนับสนุนให้ประชาชนเปึนหนี้ภาค ครัวเรือนแม้แต่นิดเดียว มีอะไรบ้างครับ เรามีในเรื่องของการเพิ่มรายได้ ไม่ว่าจะเปึนเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุก็ดี เบี้ยเลี้ยง อสม. ก็ดี หรือแม้จะเปึนในเรื่องของเช็คช่วยชาติก็ดี นโยบายเหล่านี้เปึนในเรื่องของ การเพิ่มรายได้ทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้ามครับ นโยบายอีกเรื่องหนึ่งก็เปึนนโยบายในเรื่อง ลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการเรียนฟรีหรือแม้จะเปึนในเรื่องของการต่ออายุ มาตรการไฟฟัา มาตรการประปาฟรี หรือรถเมล์ฟรี ซึ่งในที่สุดก็จะย้อนกลับไปว่าเปึนการ เพิ่มรายได้สุทธิของพี่น้องประชาชน ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าในอดีตมีบุคคลหนึ่งซึ่ง เปึนบุคคลสําคัญได้กล่าวเรื่องนี้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว เขาไปพูดที่จังหวัดภูเก็ตครับ ผม โควท (Quote : อ้างอิง ) คําพูดเลย พูด ณ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๖ พูดว่าอย่างไรทราบ ไหมครับ อยากถามว่าไม่เปึนหนี้แล้วจะรวยหรือ อย่างผมเปึนหนี้ขึ้นศาลไม่รู้กี่เที่ยวจนรวย ขึ้นมาได้ ผมจะไม่ขอกล่าวชื่อว่าบุคคลผู้นั้นที่พูดเปึนใคร แต่บุคคลผู้นั้นเปึน นายกรัฐมนตรีในป้ ๒๕๔๖ หลังจากนั้นรัฐบาลชุดนั้นออกอะไรออกมาบ้าง นโยบายต่าง ๆ ซึ่งผมจะไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่ก็ล้วนแล้วแต่เปึนนโยบายที่สนับสนุนให้ประชาชน เปึนหนี้ และอันนี้เปึนหนี้ภาคครัวเรือนนะครับ ไม่ใช่หนี้สาธารณะ ผลที่ได้ก็ตามที่คาดครับ หนี้ครัวเรือนสมัยท่านรัฐบาลชุดนั้นพุ่งขึ้นเกือบ ๒ เท่าตัว ๖๘,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ในป้ ๒๕๔๓ มาในป้ ๒๕๔๙ เปึนเท่าไรทราบไหมครับ ๑๑๖,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เกือบ ๒ เท่า ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมเปึนคนอภิปรายเรื่องนี้เองในการแถลง นโยบายรัฐบาล หรือเปึนการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ ๒ ป้ ซึ่งผมเปึนคนพูดเรื่องนี้แล้ว ก็สิ่งที่ผมพูดต่อก็คือว่าที่น่าตกใจครับ ว่าเมื่อนําตัวเลขหนี้ภาคประชาชนที่เพิ่มขึ้นมาคูณ กับจํานวนครัวเรือนทั้งหมด ตอนนั้นก็มีประมาณ ๑๖ ล้านครัวเรือน ตัวเลขที่ได้สูงกว่า การขยายตัวเศรษฐกิจในช่วงนั้นถึง ๒ เท่าด้วยกัน ก็เปึนที่มาที่ผมพูดในครั้งนั้นว่า สมัยเศรษฐกิจยุคนั้น สมัยเศรษฐกิจของรัฐบาลสมัยนั้นขับเคลื่อนโดยการผลักดันให้ ประชาชนเปึนหนี้ อันนั้นก็เปึนเรื่องในอดีตนะครับ ส่วนเรื่องในปัจจุบันที่เราพิจารณากัน อยู่ก็จะขอกลับมาในเรื่องของงบประมาณ ผมเห็นด้วยกับงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ด้วย เหตุผลหลายประการด้วยกัน
ประการแรกครับ ผมคิดว่างบประมาณฉบับนี้จัดด้วยความรัดกุมอย่างมาก พูดง่าย ๆ นะครับ รัฐบาลไม่มีทางที่จะพลาดเปัาในการจัดเก็บภาษีเลย ถ้าท่านประธานดู ให้ดีนะครับ ในขณะที่เปัาทางด้านการขยายตัวเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๕๒ ลบ ๓ มาเปึนป้ ๒๕๕๓ เปึนบวก ๓ รัฐบาลกลับตั้งเปัาในการจัดเก็บรายได้ลดลงครับ จาก ๑.๕ ล้านล้านบาท เหลือ ๑.๓ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลังจากนี้ก็ไม่มี ข่าวร้ายแล้วครับ มีแต่เรื่องดีกับดี เพราะว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่มีทางที่จะพลาดเปัา ในการจัดเก็บรายได้เลย
ประการที่ ๒ ก็คืองบประมาณฉบับนี้เกี่ยวข้องกับแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็ง แล้วผมได้ดูในแผนนี้แล้วปรากฏว่าเหมาะสมที่สุดในการที่จะบรรเทาปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจ เพราะว่าแผนนี้ครอบคลุมในทุกด้าน ด้านใดบ้างครับ ปัจจุบันนี้ระบบเศรษฐกิจของเรานี่ มีปัญหาในด้านสินเชื่อภาคเอกชน แผนไทยเข้มแข็งก็ได้จัดให้มีการเพิ่มทุนธนาคารรัฐ ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าคิดออกมาตาม ดีเอส เรโช (DS Ratio : Debt Service Ratio : อัตราส่วนหนี้บริการ) แล้ว ธนาคารของรัฐก็จะเพิ่มความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ ได้อีกถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมคิดว่าถ้าพวกเราทุกคนอนุมัติงบประมาณฉบับนี้ ก็จะเปึนข่าวดีสําหรับพี่น้องประชาชนที่ประกอบธุรกิจ เรายังมีปัญหาอีกว่า เราเปึนห่วง ในเรื่องของการตกงาน จากข้อมูลที่ผมได้จากกระทรวงการคลังนะครับ แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งสามารถที่จะสร้างงานได้ถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ปัจจุบันนี้คนตกงาน ของเรามีอยู่เท่าไรทราบไหมครับ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นแผนนี้สร้างได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านตําแหน่ง ถ้าหากพวกเราทุกคนอนุมัติงบประมาณฉบับนี้ออกไป ก็จะเปึนข่าวดีสําหรับพี่น้องประชาชนที่มีความหวังในการทํางาน แผนส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนั้นเปึนในเรื่องของการลงทุน เหมาะสมที่สุดแล้วครับ ปัจจุบันแม้ว่าเราจะมี ปัญหาในหลาย ๆ ด้านก็ตาม ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการบริโภค ในเรื่องของการส่งออก แต่ปัญหาที่ผมคิดว่าผมหนักใจที่สุดก็คือ ในเรื่องของการลงทุนภาคเอกชน คือดูแล้วมันไม่ ฟุ๋นครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ป้นั้นก็ขยายตัวประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ นะครับ การลงทุน ภาคเอกชน หลังจากนั้นก็ตกเรื่อยมา แล้วมากระเตื้องขึ้นอีกนิดหน่อยในป้ ๒๕๕๑ หลังจากนั้นก็ไม่ฟุ๋นอีกเลยครับ ที่จริงผมคิดว่า การลงทุนภาคเอกชนนี่ วิธีการที่จะทําให้ ภาคลงทุนมีการลงทุนภาคเอกชนขึ้นได้ก็มีด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีการหนึ่งซึ่งสอดคล้อง กับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งก็คือ ภาครัฐลงทุนนําร่องไปก่อน ไม่ว่าจะเปึนการลงทุนใน เรื่องการขนส่งก็ดี การพัฒนาระบบไฟฟัาประปาก็ดี การปรับปรุงระบบชลประทานก็ดี หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ก็ล้วนแล้วแต่จะทําให้การลงทุนภาคเอกชน มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็แน่นอนที่สุดครับ ภาคเอกชนก็มีความอยากที่จะลงทุน มากขึ้น
ประเด็นสุดท้ายครับ แล้วผมคิดว่าประเด็นนี้ก็เปึนประเด็นที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านเปึนห่วง จริง ๆ ในเรื่องนี้ ผมเพียงแต่ขอย้ําในสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงไปแล้วก็คือ ประเด็นในเรื่องของสภาพคล่อง ข้อห่วงใยก็คือว่า จะแย่งสภาพคล่องกับเอกชนหรือไม่ ท่านประธานครับ ที่จริงในเรื่องของ แผนการระดมทุน โดยเฉพาะในเรื่องของการกู้เงินของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้น รัฐบาลไม่ใช่เปึนคนกู้เพียงผู้เดียวนะครับ ยังมีรัฐวิสาหกิจด้วย ประมาณตัวเลขออกมาเปึน ๓ ก้อนหลัก ๆ ก็คือ ในช่วงป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๓ ประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ก็ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ตบท้ายด้วยป้ ๒๕๕๕ ก็คือประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่าแปลกใจนะครับ ว่าทําไมยอดรวมของ ๔ ป้นี้นี่มันสูงกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ได้ออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ไป ก็เพราะว่าอันนี้มันรวมการลงทุน ของรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ยังรวมการกู้เงินตามกฎหมายปกติทั้งในและต่างประเทศด้วย ปัญหาก็คือว่า สภาพคล่องมีพอไหม ที่จริงสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินก็เพิ่ม ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับเปึนลําดับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปัจจุบันเท่าไรทราบไหมครับ ปัจจุบันสภาพคล่องส่วนเกิน ที่รวมเงินให้กู้ยืม ผ่านธุรกรรมการซื้อคืนพันธบัตรมีอยู่ถึง ๑.๗ ล้านล้านบาทด้วยกัน เพราะฉะนั้นกู้ป้ละ ๓๐๐,๐๐๐ – ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่เปึนปัญหา คําถามที่ตามมาก็คือว่า แล้วถ้าหากในช่วงที่เรากู้มีวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นล่ะ อย่างเช่น มีเงินทุนไหลออก หรือว่าเราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างฉับพลัน สภาพคล่อง หายไปจากตลาด จะมีปัญหาไหม คําตอบก็คือ ไม่มีเหมือนกัน เพราะว่ากู้แล้วสภาพคล่อง ไม่ได้ไปไหนครับ กู้แล้วรัฐบาลเอาไปใช้จ่าย เงินส่วนนั้นไปตกอยู่กับภาคเอกชนและ ประชาชน แล้วในที่สุดก็กลับเข้ามาในระบบสถาบันการเงิน กลับเข้ามาในระบบสถาบัน การเงินเท่าไร ตามการประมาณการนะครับว่าแผนไทยเข้มแข็งนี้จะใช้สั่งซื้อสินค้าแล้วก็ บริการในประเทศถึง ๗๖ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน กู้มา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็กลับเข้าไป ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท กู้มา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็กลับเข้าไป ๗๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นมันก็กลับเข้ามาไม่มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนชี้แจงว่าเรื่องนี้ ก็ไม่ต้องเปึนห่วง แล้วก็จากการประมาณในภาพรวมแล้ว คิดว่าเหมาะสมครับ งบประมาณทั้งในเรื่องของรายได้ที่ค่อนข้างจะประมาณการอย่างรัดกุม ในเรื่องของ ความจําเปึนในการบรรเทาปัญหาวิกฤติ แล้วก็ในเรื่องของการไม่เกิดปัญหาสภาพคล่อง ขอสนับสนุนนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป พรรคภูมิใจไทย เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ด้วยผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ อย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกมาตรา หลายรายการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ถือว่าเปึนงบประมาณรายที่ดีมาก ที่เหมาะสม ขอให้ รัฐบาลได้เน้นหนักปัองกันแต่เพียงอย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเท่านั้น เงินทุกบาททุก สตางค์จะได้เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชนอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่ควร ระมัดระวังของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหมด ๒๘ หน่วยงาน ที่ได้ตั้งเงินงบประมาณ รายจ่าย โดยเฉพาะแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งหมด ๒๘ หน่วยงาน เปึนค่าใช้จ่าย ๒๘ รายการ รวมเปึนเงิน ๑๖,๑๔๑ ล้านกว่าบาท ๑๖,๑๔๑ ล้านบาทนี้ เปึนเงินมหาศาลที่จะไปแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไป เปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ จะได้จังหวัดละ ๓๐ กว่าล้านบาท หรือ ๔๐ กว่าล้านบาท ต่างกันถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าจังหวัดอื่น ๆ อย่างมากมาย ผมได้เห็นเงิน งบประมาณนี้แล้ว ทําให้ผมจําได้ว่าตอนสมัยผมยังเปึนเด็ก ๆ คุณพ่อ คุณแม่ จะเล่าให้ฟัง ว่าบ้านเรา อําเภอเราอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ห่างไกลจากกรุงเทพฯ บ้านเราจะได้เงิน งบประมาณน้อย ถ้าอยากได้มาก ทางอําเภอจะต้องปล่อยข่าวว่ามีคอมมิวนิสต์ แกล้งไป จุดไฟให้มีแสงสว่างอยู่บนยอดเขา บนภูเขา ว่ามีคอมมิวนิสต์ ว่ามาอยู่บนยอดเขาภูลังกา ของอําเภอบ้านแพง ถึงจะได้เงินงบประมาณมา ทางหน่วยงานราชการถึงจะมาสนใจ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และบางประเทศจังหวัดที่อยู่ห่างไกลจากเมือง หลวงของประเทศนั้น ๆ เขาจะใช้วิธีที่จะหาเงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือราษฎรของเขา อย่างบางจังหวัดที่อยู่ไกล ชาวบ้านเขาจะออกมาที่ถนนทางหลวง มาดักจี้ ปล้น ฆ่าคนบน รถโดยสาร บนรถยนต์ส่วนตัว พร้อมทิ้งจดหมายขอให้ทางรัฐบาลมาพัฒนาบ้านของเขา ไม่เช่นนั้นจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์เริ่มต้นคล้าย ๆ เหมือน ๆ กับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอําเภอ นาแก จังหวัดนครพนม เกิดจากประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผม ขอฝากเรื่องไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะขอให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นําการแก้ไขปัญหาแบบแผนภูมิก้างปลาที่นิยมทั่วโลกมาแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้รู้ปัญหาใหญ่ ปัญหาเร่งด่วน ปัญหาเล็ก ปัญหาต่าง ๆ ที่มีอะไรบ้าง โดยมีกําหนดผู้ปฏิบัติ แก้ไขปัญหา ระยะเวลาเริ่มต้นวันที่เท่าไรถึงวันที่เท่าไร มีการประเมินผลโดยวิธีใดก็จะได้แก้ไขปัญหา ทุกเรื่องได้ตามหลักวิชาการและถูกต้อง และประเมินผลได้ชัดเจน
เรื่องต่อมาเรื่องการพัฒนาในจังหวัด บางท่านได้อภิปรายว่าในจังหวัดของ ตัวเองงบพัฒนาในด้านต่าง ๆ มีน้อย จะไม่น้อยได้อย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีไปเยี่ยมเยียนพี่น้องราษฎรเพื่อไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนก็เอาตีนตบมาไล่ที่สนามบิน หรือและก็ตามไปไล่ถึงที่คณะรัฐมนตรีจะไป เยี่ยมเยียนราษฎรเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ไม่สามารถไปดูที่มีปัญหาความเดือดร้อนได้ พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนก็เสีย โอกาสไม่ได้เงินงบประมาณเพื่อไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในด้านต่าง ๆ ส่วน บางจังหวัดที่ไม่มีปัญหาตีนตบ เช่น จังหวัดนครพนมของผม ท่านนายกรัฐมนตรีไป ผมก็ เรียนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าชาวอีสานขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตร ในหน้าแล้ง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รับไปแก้ไขปัญหาให้อย่างเร่งด่วน และเห็นเปึนรูปธรรม พี่น้องประชาชนก็ดีใจที่นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมเยียนได้แก้ไขปัญหา ได้ลุล่วงไปด้วยดี นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งคนเก่าคนใหม่ ท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ ทุกคนไปเยี่ยมเยียนราษฎร ไปถึงหมู่บ้าน ห่างไกลทุรกันดาร ราษฎรดีใจเพราะไม่เคยมีรัฐมนตรีท่านใดไปเยี่ยมเยียนถึงในหมู่บ้าน ถึงไร่นา ดูที่เกิดปัญหาที่แท้จริง และได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ได้แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ได้หมดไป จากที่เคยรอคอยมาหลายสิบป้ อย่างยกตัวอย่างเช่น ถนนไร้ฝุ์น ของกรมทางหลวงชนบท ของท่านรัฐมนตรีประจักษ์ แก้วกล้าหาญ มีการก่อสร้าง ถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ได้เดินทางสะดวกสบายรวดเร็วยิ่งขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ได้มาก คุณภาพพี่น้องชาวชนบทก็ดีขึ้น ท่านประธานครับ เสียดายที่เงิน งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี้ไม่มีเงินงบประมาณถนนไร้ฝุ์น ซึ่งเปึนประโยชน์อย่างมหาศาลกับ พี่น้องชาวชนบทที่ผ่านมาได้ทนกินฝุ์นกินโคลนจนผมแดงมาตลอดชีวิต นอกจากนี้ทาง ถนนทางหลวงก็ขยายจาก ๔ เลน ๔ ช่องจราจร มีไฟฟัาแสงสว่างตามเขตชุมชน มีการจ้างงาน ในชนบท ราษฎรก็มีงานทํา มีรายได้ เศรษฐกิจในพื้นที่ในจังหวัดก็ดีขึ้น พี่น้องเกษตรกรก็มี การได้งบประมาณขุดลอกหนอง คลอง บึง ได้ชลประทานส่งน้ําระบบทางท่อด้วยไฟฟัา ได้สถานีเครื่องสูบน้ํา ได้เขื่อน ได้ฝาย ได้ประตูระบายน้ําด้วยเงินงบประมาณมหาศาล ได้แก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ํา ไม่มีน้ําเพียงพอ และพี่น้องเกษตรกรได้ มีน้ําเพียงพอชีวิตก็มั่นคงขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นอกจากไปเยี่ยม เยียนราษฎร แก้ไขปัญหาให้ราษฎรได้อย่างมาก อย่างยกตัวอย่าง บ้านผม อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ท่านก็จะเร่งให้เป่ดด่านถาวรที่อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพื่อรองรับการส่งออกไปประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ซึ่งมีการส่งออกมีมูลค่าเปึนพันล้านบาทต่อป้ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอินโดจีน มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวทั่วโลก ประชาชนก็มีรายได้มากขึ้น มีงานทํา เศรษฐกิจก็ดีขึ้น ก็อยากจะฝากถึงพี่น้องชาวอีสานอย่าไปยุ่งกับเสื้อสีนั้นสีนี้ เรามาเน้นพัฒนาบ้านเราดีกว่า อย่าเสียโอกาสในการพัฒนาบ้านเรา ไม่เช่นนั้นจังหวัดที่มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี จังหวัดที่ไม่มีตีนตบมาไล่ จังหวัดนั้นก็จะได้เงินงบประมาณแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ได้ อย่างรวดเร็ว
ที นี้ มำ ดู แ ผ น ร่ำ ง พ ร ะ รำ ช บั ญ ญั ติ ง บ ป ร ะ มำ ณ ป้ ๒ ๕ ๕ ๓ ในหน้า ๘ ของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกรมสรรพากร ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ได้มีการปรับปรุงการทํางานของ กรมสรรพากรให้มีการเสียภาษีให้ง่าย ให้สะดวก รวดเร็ว เพราะก่อนจะเสียเงินได้ต้อง ศึกษาวิธีการคิด การจ่าย การลดหย่อนยุ่งยากไปหมด ต้องมีเอกสารต่าง ๆ ประกอบอีกมาก ผมเห็นหลายท่านพยายามอยากจะเสียภาษี ภ.ง.ด. ๙๐ ภ.ง.ด. ๙๑ ก็ทําไม่เปึน เจ้าหน้าที่ก็บริการไม่ทัน เพราะบางวันผู้เสียภาษีไปพร้อมกันจํานวนมาก โดยเฉพาะคนแก่ผู้สูงอายุต้องเดินไปเดินมาลําบากมาก จะเปึนไปได้ไหมครับที่ กรมสรรพากรจะไปคิดวิธีหักภาษี ณ ที่จ่ายที่เปึนธรรม แล้วผู้เสียภาษีไม่ต้องไปยื่นเอกสาร ไม่ต้องไปยื่นเสียภาษีเพิ่ม หรือขอเงินคืน ทางกรมสรรพากรก็จะได้ภาษี มากขึ้นเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะถ้าท่านให้จ่ายยากก็ไม่มีใครอยากจะไปจ่าย อย่างเช่น เจ้าของธุรกิจหลายแห่ง เขาจะไม่แจ้งตัวเองมีรายได้ ไม่มีเงินเดือน จะได้ไม่ยุ่งยากวุ่นวาย แต่ใจจริงเขาก็อยากจะเสียภาษีเพื่อช่วยประเทศชาติ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไป ครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน เชิญท่านอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน อยากกราบเรียนเลยว่าจากท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงคําประกอบงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ผมก็ชื่นชมกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้แถลง ที่มี วิสัยทัศน์ในการที่จะพัฒนาประเทศ สิ่งหนึ่งที่สําคัญก็คือ มันไม่สอดคล้องกับงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ จะเห็นได้ว่าหน้าที่ ๒๒ ที่ท่านแถลงไว้ข้อ ๓.๔ เกี่ยวกับการ ส่งเสริมพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมมรดก ศิลปวัฒนธรรมและ ภูมิปัญญาไทย มีบทบาทในการเรียนรู้ สร้างมูลค่าให้ยั่งยืนนะครับ ประกอบกับหน้าที่ ๒๙ ข้อ ๔.๔ เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว สิ่งนี้ครับเปึนสิ่งสําคัญในการที่จะพัฒนาพื้นที่ของ จังหวัดนครราชสีมาโดยภาพรวมนั้น จังหวัดนครราชสีมาโดยเฉพาะอําเภอพิมายมีแหล่ง ท่องเที่ยว คือปราสาทหินพิมาย โดยที่ว่าสื่อมวลชนหรือต่างประเทศนั้นดีใจกับรัฐบาลนั้น จะให้ความสําคัญเกี่ยวกับประสาทหินพิมายเปึนมรดกโลก ท่านทราบไหมครับว่า จริง ๆ แล้วอําเภอพิมายนั้นไม่ใช่มีแต่เฉพาะปราสาทหินพิมายอย่างเดียว มีสระเพลง ซึ่งเปึน สระเพลงที่เปึนแหล่งน้ําสําคัญ เปึนแหล่งของชุมชนที่อาศัยอยู่สมัยโบราณ ตั้งแต่ศตวรรษ ที่ ๑๖-๑๗ นะครับ มีความสําคัญมากนั้น ผมเสียใจครับที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมได้ไปจังหวัดนครราชสีมา ไปดูแผนพัฒนาแม่บท เมื่อต้นเดือน ที่ผ่านมานี้ แต่ไม่ได้ไปอําเภอพิมาย เปึนสิ่งที่ผิดพลาดอันใหญ่หลวงของคณะรัฐบาล นะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่ไปนั้นไปดูแผน ณ ที่มหาวิทยาลัยสุรนารี แต่ในช่วงบ่ายไปอําเภอโนนสูง ตําบลธารปราสาท เปึนแหล่งโบราณคดีแห่งหนึ่ง จริง ๆ แล้วอําเภอพิมายห่างจากอําเภอโนนสูง ระยะทางจากพื้นที่ที่ท่านไปดูนั้น ประมาณ ๑๕ กิโลเมตรแค่นั้นเองครับ ทําไมท่านไม่เข้าไป ทําไมท่านไม่สนใจ แหล่งอารยธรรมของอําเภอพิมาย นี่ครับคือความสําคัญ และงบประมาณของ กระทรวงวัฒนธรรม มี ๔,๔๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนของกรมศิลปากรนั้นมี ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทใน การพัฒนาพื้นที่ สิ่งสําคัญนั้นก็คือว่า ดูจากเล่มงบประมาณแล้วจะเห็นได้ว่างบประมาณ รายจ่ายประจําป้ของกรมศิลปากรนั้น ไม่ให้ความสําคัญของอําเภอพิมายเลย ทําไมผมกล้าพูดอย่างนั้นเกี่ยวกับงบประมาณ การพัฒนาที่ดินและสิ่งก่อสร้างนั้น ๒๙๘ ล้านบาทนะครับ โครงการต่าง ๆ นั้นมีพัฒนา ของอนุรักษ์และพัฒนาวัดนิเวศน์ธรรม อําเภอบางปะอิน ๔๔ ล้านบาท จังหวัดราชบุรี วัดมหาธาตุ ๑๔ ล้านบาท โบราณสถานวัดปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐมนั้น ๒๐ ล้านบาท อําเภอพิมายหายไปไหนครับ ท่านไม่ให้ความสําคัญแล้วท่านจะไปมีความสําคัญอะไรที่ จะไปให้ปราสาทหินพิมายเปึนมรดกโลกในการพัฒนา ผมจะให้ดูภาพนะครับ ผมเคย หารือกับสภาผู้แทนราษฎรแล้วมีหนังสือตอบกลับไปให้ทางโบราณสถานของที่ดูแล อําเภอพิมายตอบกลับไปนั้น ปัจจุบันนี้สภาพก็ยังคงเหมือนเดิมท่านเห็นไหมครับว่าสระ เพลงนี้ครับ นี่คือสระเพลง ขยะอยู่บริเวณโบราณสถาน อันนี้ครับ และอีกเรื่องหนึ่งคือถนน ทางเดิน บริเวณรอบสระ ความเสียหายมีแต่ไม่มีการพัฒนา บางพื้นที่นั้นเปึนหลุมเลยครับ มีน้ําเอ่อนองศาลาครับ ท่านดูศาลาครับ โทรมขนาดไหน ท่านให้ความสําคัญบ้างสิครับ
อีกเรื่องหนึ่งคือถ้ามีการพัฒนาตรงจุดนี้แล้วต้องใช้งบประมาณประมาณ ๔๐ ล้านบาทที่พัฒนาตรงจุดนี้ ไม่ว่าบริเวณคันดินหรือบริเวณต่าง ๆ นี่ครับบริเวณที่รอบ บริเวณสระเพลงครับเปึนที่ทิ้งหิน กองทราย เพิ่งไถมาหยก ๆ ร้อน ๆ นี้เองครับ ฝนตกเข้า ไปแล้วมาไถนี่ครับความชัดเจนของความเสียหายที่ไม่มีการบูรณะซ่อมแซม ถ้าซ่อมแซม หรือบูรณะตรงจุดนี้แล้วท่านสามารถทําสะพานข้ามไปที่ไทรงาม ซึ่งเปึนอุทยานไทรงาม นั้นนะครับ ตรงนั้นถ้าท่านทําสะพานประมาณสัก ๑๐ ล้านบาทเข้าไปไทรงาม ท่าน สามารถบูรณะอุทยานไทรงามนั้นเปึนแหล่งท่องเที่ยวของอําเภอพิมายได้อีกแหล่งหนึ่งคือ อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ใช้งบประมาณตรงนี้ประมาณ ๔๐–๕๐ ล้านบาทใน การพัฒนาแหล่งอุทยานตรงจุดนี้ครับ นี่คือการที่รัฐบาลจะให้ความสําคัญนั้นให้ ความสําคัญกระจายงบประมาณไปทั่วทุกพื้นที่ครับ ไม่ใช่กระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานคร ทํารถไฟฟัา ทํารถไฟต่าง ๆ นั้น ความเดือดร้อนหรือการพัฒนาพื้นที่นั้นไม่ใช่อยู่ที่ เมืองหลวงหรือบริเวณปริมณฑลเท่านั้น อยู่รอบทั่วไปเลยครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการพัฒนาของกรมชลประทาน อยากจะกราบ เรียนเลยว่ากรมชลประทานนั้นมีถนนของชลประทานอยู่เส้นทางหนึ่งเปึนปัญหาสําคัญ มากของชาวบ้านเดือดร้อน เพราะว่าชาวบ้านนั้นขอในการบูรณะซ่อมแซมถนน ชลประทานสายใหญ่หรือชาวพิมายเรียกว่า สายพิมาย-มะกอก ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร ท่านทราบไหมครับว่าขอมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ณ บัดนี้ครับ กรมชลประทานไม่ให้ ความสําคัญ ไม่ให้อะไรทั้งสิ้นครับ บอกว่าไม่มีงบประมาณที่จะซ่อมแซม อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ยังไม่มีงบประมาณจะซ่อมแซมก็ยังไม่ว่าอะไร ตอนนี้ระยะเวลาผ่านมาป้ ๒๕๕๑ แล้วครับ บอกว่าอยู่ในระหว่างการถ่ายโอนงบประมาณ ความเดือดร้อนตรงนี้ครับ ขอให้มี ความสําคัญบ้างครับ ถนนเส้นนี้ครับชาวบ้านทนไม่ไหวครับ ผมจะให้ดูครับ หลวงพ่อเขียว หรือเจ้าคณะอําเภอพิมายนั้นต้องบิณฑบาตขอซ่อมแซมถนนครับ ขอเงินชาวบ้าน ซ่อมแซมถนนครับ นี่ครับคือใบประกาศเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่ซ่อมแซมถนน นี่ครับ ชลประทานต้องมีความสําคัญตรงจุดนี้หน่อยหนึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาเรื่องน้ําท่วมอุทกภัย น้ําท่วมบริเวณของท่าหลวง ดงใหญ่ ชีวาน ตรงนี้ถ้าถนนนั้น เสียหายแล้วน้ํายังท่วมไร่นาของพื้นที่ตรงบริเวณนี้อีก ครึ่งหนึ่งของอําเภอพิมายนั้นเปึน พื้นที่การเกษตร งบประมาณในการดําเนินการ ๑๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ชลประทานนั้น สํารวจแล้ว ผมดูในเล่มงบประมาณนั้นไม่มีงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ อยู่แม้แต่โครงการ เดียวของอําเภอพิมายที่แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุทกภัย ภัยแล้งหรือน้ําท่วม
ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนปัญหาสําคัญในพื้นที่ของชาตินั้น สิ่งสําคัญนั้นก็คือ การที่จะให้นักเรียนเรียนได้นั้นก็ต้องมีอาคารที่ดี เรียนฟรี ๑๕ ป้นั้นดี แต่ ปัญหาเรื่องอาคารเรียนครับ อาคารเรียนนั้น ในพื้นที่เขตการศึกษาเขต ๗ จังหวัด นครราชสีมา เคยทําเรื่องร้องเรียน ขออาคารมา ไม่เคยได้รับความเหลียวแลจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช หรือรัฐบาล ของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หรือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเห็นไหมครับ อาคารที่ร้าว เด็กนักเรียนต้องไปเรียน นี่คือส่วนหนึ่งของอาคารโรงเรียนวังหินชุมชน เปึน อาคาร ๒ ชั้น แล้วพื้นที่ต่าง ๆ ของเขต ๗ นั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียน บ้านศาลาก็เช่นเดียวกัน ปลวก มอดนั้นเจาะกินฝาผนัง ดินนั้นเค็ม ตรงจุดนี้ครับอยากจะ ให้หน่วยงานราชการ ไม่ว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นจะต้องดูแล ไม่ใช่ดูแลเฉพาะเรียนฟรี ๑๕ ป้ อาคารเรียนนั้นมีปัญหามาก ถ้าเกิดมีปัญหาทรุดโทรมหรือพังทลายไป อะไรจะเกิด ความเสียหายในพื้นที่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผม ผมเปึนห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ครับ สิ่งสําคัญนั้นงบประมาณต่าง ๆ นั้นอยากกราบเรียนว่า ขอให้กระจายให้ทั่ว ไม่ใช่ กระจุกเฉพาะเมืองหลวง ไม่ว่าจะเปึนของเขตจังหวัดสุรินทร์ หรือจังหวัดนครราชสีมา ตรงจุดนี้ครับงบประมาณนั้น ทุกพื้นที่นั้นต้องการการพัฒนาพื้นที่ แต่ทําอย่างไร รัฐบาลจะเห็นความสําคัญตรงจุดนี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ
ต่อไป ครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเชิญท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ด้วยภายใต้ข้อสมมุติฐานการเมืองที่มีเสถียรภาพและแนวโน้ม เศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มฟุ๋นตัวขึ้นในป้ ๒๕๕๓ บอกว่าจะขยายตัวประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่สําคัญก็คือว่า เปึนแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่มาจากการฟุ๋นตัวของ อุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออก ซึ่งก็สอดคล้องกับมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่ ๑ ของรัฐบาล คือการช่วยเหลือภาคการส่งออกและท่องเที่ยว แล้วอีกทั้งรายได้ หลัก ๑ ใน ๓ ของรายได้หลักของประเทศไทยก็มาจากการท่องเที่ยวเช่นกัน แต่ว่า ท่านประธานคะ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ จัดสรรให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ๔,๐๔๑ ล้านบาท เทียบเปึนสัดส่วนก็เพียงแค่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ลดลงไปจาก ป้ ๒๕๕๒ ๙๘๔ ล้านบาท ในภาวะเศรษฐกิจแบบ อยากจะขอเรียนว่า อย่าว่าแต่ให้ งบประมาณเท่าเดิมเลยค่ะน่าจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ํา เพราะอะไรหรือคะ เพราะว่าเราทราบ อยู่แล้วว่าการที่จะสร้างอุปสงค์ในประเทศ ก็คือการที่จะต้องเน้นการบริโภค ภายในประเทศให้มาก อย่างเช่น โครงการที่เราทํากันก็คือ ไทยเที่ยวไทย ทําอย่างไรคะ ที่จะให้คนไทยเราใช้ กิน แล้วก็เที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเปึนการบ้านที่กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเอาไปสร้างกลยุทธ์ สิ่งที่จะขอฝากกับทางรัฐบาล นอกจาก ในส่วนของการสร้างกลยุทธ์ในการท่องเที่ยวอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามไป ก็คือ กลุ่มของธุรกิจรายย่อย เอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprises : รัฐวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม) ซึ่งกลุ่มพวกนี้อาจจะเปึนกลุ่มที่เปึน เอ็นพีแอล (NPL : Non – Performing Loan : หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) แต่ว่าโดยศักยภาพของตัว เขาเองเขามีศักยภาพ เพียงแต่ว่าขาดแหล่งเงินทุน เพราะฉะนั้นในงบประมาณส่วนตรง การท่องเที่ยว ถ้าหากว่าจัดสรรเงินแหล่งทุนพิเศษ ซึ่งอย่างที่เรียกกันว่า พับลิค เซอร์วิส แอคเคาท์ (Public services account) เอามาช่วยกลุ่มธุรกิจรายย่อยพวกนี้ ก็สามารถที่ จะทําให้การท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินขึ้นมาจากตรงนี้ได้เหมือนกันนะคะ
อีกประการหนึ่ง ผลกระทบที่จะเกิดกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างที่ เราทราบกันดีนะคะว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ซึ่งโดยปกติ เชื้อไข้หวัดพวกนี้มักจะแพร่ระบาดในฤดูหนาว ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยระบาดมาก อยากจะฝากบอกไว้สักนิดหนึ่งนะคะ บอกว่าฤดูหนาวที่ มันจะระบาดแพร่ มันจะไปตรงกับช่วงไฮ ซีซั่น (High season) ของการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากถ้าว่าทางรัฐบาลได้มีมาตรการดูแล อย่าเพิ่งไป ไว้วางใจว่า ช่วงนี้แล้วดูเชื้อมันจะเงียบ ๆ ไป มันอาจจะยุติลงไป ก็อยากจะฝากบอกว่า ถ้า เกิดมันไปตรงกับช่วงไฮ ซีชั่น เรา เราจะเสียโอกาส แต่ที่กล่าวมานี่ก็ไม่ได้จะสร้างให้เกิด ความตระหนกตกใจนะคะ เพียงแต่อยากจะให้เราใช้วิกฤติตรงนี้ให้เปึนโอกาส เพราะว่า ในตลาดเอเชียไม่ว่าจะเปึนประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ช่วงนี้ที่เขางดการท่องเที่ยว แต่ถ้า เกิดสมมุติเราสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ประเทศไทยเราปลอดภัย เขาก็จะได้เข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศเราได้เยอะ ๆ ขึ้น ซึ่งก็เปึนการสร้างรายได้ โดยตรงนี้ก็อยากจะฝาก นะคะว่า ถ้าเราเน้นในเรื่องการรักษาสุขอนามัยได้ก็จะเปึนสิ่งที่ดีมาก แล้วนอกจากใน เรื่องของการท่องเที่ยวแล้วนะคะ สิ่งหนึ่งที่เมื่อมองการจัดสรรงบประมาณของป้ ๒๕๕๓ ของทางรัฐบาลที่จัดสรรตามจําแนกโดยยุทธศาสตร์ มีมุมหนึ่งที่บอกว่ายุทธศาสตร์ ๘ ด้าน สิ่งที่ดิฉันสนใจก็คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและ นวัตกรรม ซึ่งแยกย่อยลงไปอยู่ในแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ และมองลึกลงไปอีกที นะคะว่าแผนงานตัวนี้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไว้อยู่ที่ ๒,๒๐๐ ล้านบาท เทียบแล้วก็ น้อยอีกเหมือนกัน ชื่อก็บอกอยู่แล้ว บอกว่าเปึนแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ แต่เขา บอกว่าเปึนแผนงานเพื่อสนับสนุนการผลิต ผลงานวิจัย และพัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่ว่ายุทธศาสตร์นี้ไม่ทราบว่าจะได้ งบประมาณน้อยไปสักนิดหรือเปล่า เมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมด คือ ๑.๗ ล้านบาท เพราะมองดูแล้วเปึนยุทธศาสตร์ที่ดี แล้วก็สามารถที่จะสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพให้กับ ประเทศของเราได้มากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดสมมุติอย่างวิจัยการที่เราจะใช้การทดแทน พลังงาน อย่างเช่น เรื่องของไบโอดีเซล (Bio diesel) ตอนนี้ บี ๕ (B ๕)ออกมาใช้แทน น้ํามันโซลาร์ แต่มันก็มีบริษัทรถที่บางค่ายรถที่เขาเรียกว่าเปึนยักษ์ใหญ่อะไรก็แล้วแต่ ก็บอกว่าเมื่อออกรถมาแล้วอย่าไปเติมนะ บี ๕ มันเผาไหม้ไม่ดี ใช้ไม่ดี ต้องใช้พวก วี พาวเวอร์ (V power) ก็ย้ํามากเลยบอกว่า ใช้ บี ๕ แล้วเดี๋ยวเครื่องยนต์จะเสียนะ ต่อไป มันจะชํารุดเสียหายเยอะนะคะ ซึ่งน่าจะมีการพัฒนาและก็วิจัยในเรื่องที่ก่อให้เกิด ประโยชน์คุณภาพในการพัฒนาประเทศเราให้มาก ๆ หน่อย หรือว่าอย่างเช่นรถไฟที่บอก ว่ามากระจุก บางท่านบอกว่ามากระจุกแต่ในกรุงเทพฯ เราก็บอกว่ารถไฟแบบความเร็วสูง ที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ไปสกลนคร ไปหนองคาย ซึ่งอย่างของประเทศญี่ปุ์นที่ เขามาลงทุนทําให้ ยกตัวอย่างของเวียดนามนะคะ ตอนนี้เขาลงมือแล้ว เราถ้ามีการทํา ตรงนี้เอาเงินงบประมาณตรงนี้ไปศึกษาข้อดี ข้อเสีย จะทําหรือจะไม่ทํา และเผื่อไม่แน่เรา ไปเชื่อมต่อกับเขาก็สามารถที่จะทําให้คนที่ไปเที่ยวเวียดนามก็เข้ามาเที่ยวไทย ไทยไป เที่ยว ก็วนกันไปวนกันมาเงินมันก็จะได้ใช้ในส่วนที่สามารถที่จะทําให้เกิดรายได้ขึ้นใน ประเทศได้นะคะ หรือยกตัวอย่างอย่าง ในเรื่องบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจเราก็ไปมองที่ ธุรกิจของอสังหาริมทรัพย์ถามว่าทุกวันนี้อสังหาริมทรัพย์โดนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขึ้นเศรษฐกิจ ดี เอ้าดี เศรษฐกิจทรุดตัว ธุรกิจอันนี้เปึนอันตายก่อน เขาบอกว่าปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ อย่างเช่น หิน ทราย ต่อไปมันจะหมดลงไปเรื่อย ๆ เราเคยได้คิดได้ไหมคะว่า เพราะว่า ตอนนี้อย่างท่าทรายที่ดูดทรายกันเขาบอกมีปัญหาห้ามดูด ทําให้เสื่อมเสียทรัพยากรไป เกิดมลพิษอะไรอย่างนี้ เราได้ศึกษาไหมคะว่า ต่อไปในอนาคตเรามีอะไรมาชดเชยสิ่งของพวกนี้ เรามีอะไรมา แทนหิน เรามีอะไรมาแทนทราย เพราะอย่างไม้ปัจจุบันเรามีไฟเบอร์ (Fiber) ไม้ฝา หน้าจั่ว เรามีไฟเบอร์เอาออกมาใช้ แต่ว่าหลาย ๆ อย่างที่เคยคุยกับนักวิชาการ นักวิชาการเขาบอกว่าไม่มีทุนในการมาทํางานวิจัย ไม่รู้จะเอาทุนตรงไหน ขอรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ให้ เพราะฉะนั้นเองก็อยากจะฝากรัฐบาลช่วยดูแลด้วยในงบประมาณตรงนี้ เพราะว่ามันเปึนประโยชน์ เพื่อที่ว่าเราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนา เราก็จะได้เดินไป ข้างหน้าได้ในทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องมาหลับตาเดินไปตกหลุมตกบ่อบ้างนะคะ เพราะฉะนั้น จากที่กล่าวมาทั้งหมดก็ต้องขอนําเรียนด้วยความเคารพนะคะ เปึนการติเพื่อก่อ ไม่ใช่ติ เพื่อทําลาย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานเรียนถึงคณะรัฐบาลโดยเฉพาะท่าน นายกรัฐมนตรี ก็ใช้งบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ด้วยความรอบคอบ แล้วก็รัดกุมอย่างยิ่ง คงมีเรื่องนําเรียนท่านเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
ต่อไป พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เชิญท่านประเสริฐ บุญชัยสุข เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เมื่อเช้านี้ได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งโดยเนื้อหาสาระผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ว่างบประมาณรายจ่ายป้นี้ลดลงกว่าป้ที่แล้ว ๒ แสนกว่าล้านบาท แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปึนงบประมาณขาดดุลถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งพวกเราก็เข้าใจดีนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนก็เข้าใจดีว่าเราอยู่ในช่วงของ วิกฤติเศรษฐกิจกันทั้งโลก แล้วก็ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอันนี้ด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมให้ความสําคัญในเรื่องของการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต วันนี้เรื่องของการ พัฒนาประเทศชาติ เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ เรื่องของการพัฒนาสังคม ถ้าเรา อยากจะให้ประสบความสําเร็จเราต้องพัฒนาที่คนครับ การพัฒนาคนที่มีคุณภาพ แล้วก็มี ประสิทธิภาพที่สุดก็คือ การให้การศึกษา วันนี้ในส่วนของการศึกษาผมอยากจะเจาะเน้น ลงไปว่า ระดับการศึกษาที่สําคัญที่สุดที่จะเปึนพื้นฐานของการต่อยอดเอื้อต่อการที่ศึกษา ต่อในระดับสูง ก็คือการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐานก็คือการศึกษาก่อนระดับ ประถมศึกษา การศึกษาระดับประถมศึกษา แล้วก็การศึกษาระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเรา ถือว่าเปึนการศึกษาที่เปึนสิทธิมนุษยชน เปึนสิทธิของเด็กและเยาวชนที่ทุกประเทศทั่วโลก จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่ บางประเทศจะต้องบังคับนะครับว่าจะต้องให้การศึกษา ๙ ป้ ๑๒ ป้ วันนี้เราก็ถือว่าเรื่องของการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศของเราก็จะเปึนเรื่อง ที่สําคัญที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเปึนการศึกษาที่จะปลูกฝังให้เด็กได้มีโอกาส เรียนรู้เพื่อที่จะไปดํารงชีวิตอย่างมีความสุข แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เขาได้อ่านออก เขียนได้ คิดคํานวณเปึน มีความสามารถในการสื่อสาร มีระเบียบ มีวินัย มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองแล้วก็ต่อผู้อื่น มีคุณธรรม มีจริยธรรม ให้มีทักษะในการที่ จะเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักการบริโภคที่เหมาะสม รู้จักการคิดวิเคราะห์ แล้วก็ปรับปรุง สุขภาพของตนเอง ให้เขาตระหนักอยู่เสมอว่า เขาคือส่วนหนึ่งของชุมชน นี่ล่ะครับ เมื่อความสําคัญเปึนอย่างนี้แล้วเราจึงได้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๙ เขาถึงได้บัญญัติเปึนหลักประกันว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสําคัญอย่างยิ่ง บุคคล จะต้องได้รับสิทธิเสมอกันในการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ป้ที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย วันนี้รัฐบาลได้มีนโยบายที่ดีนะครับ ก็คือนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ แล้วก็เปึนนโยบายที่พี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง แล้วก็นักเรียนได้พึงพอใจสูงสุดนะครับ แต่ถามว่าวันนี้เรียนฟรีจริงหรือไม่ วันนี้การศึกษาขั้นพื้นฐานมีคุณภาพอย่างทั่วถึงหรือไม่ วันนี้ต้องยอมรับนะครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่า เรียนฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่วันนี้สถานศึกษา ผู้ปกครองยังมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสีย ทําอย่างไรครับจะให้ถึง เปัาหมายว่า วันนี้ฟรีต้องฟรีจริง ๆ ท่านต้องไม่มีค่าใช้จ่ายครับ เพราะการศึกษา ขั้นพื้นฐานผมบอกว่าเปึนรัฐสวัสดิการ เปึนการบริการสาธารณะ เปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของ เด็กและเยาวชน ฉะนั้นรัฐต้องให้อย่างเต็มที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับวันนี้เรื่องของ คุณภาพก็เปึนที่รับทราบกันทั่วไปว่า เรายังไม่ได้คุณภาพที่พอเพียงตามเปัาหมายที่รัฐบาล พึงประสงค์ เพราะเรามีโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประมาณ ๓๒,๐๐๐ โรง วันนี้ได้มีสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษาได้ทําการประเมินแล้วครับว่า ผ่านการประเมินคุณภาพระดับดีแค่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นก็ยังไม่ถึงคุณภาพระดับที่ดีพอ เพราะอะไรครับ เพราะว่า สถานการศึกษาขั้นพื้นฐานยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน ยังขาดครู ยังขาดอุปกรณ์การเรียน การสอน สิ่งเหล่านี้เราถือว่าเปึนปัจจัยที่สําคัญอย่างยิ่งนะครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนก็ได้ อภิปรายแล้วว่าวันนี้โรงเรียนในชนบทหลายแห่งขาดอาคาร ขาดสถานที่ ขาดห้องสุขา ขาดโรงอาหาร ซึ่งได้ร้องของบประมาณจากรัฐบาลมาหลายรัฐบาลแต่ไม่เคยได้รับ แล้ววันนี้ยังขาดครูนะครับ ครูที่ขาดก็เปึนครูในสาระวิชาการเรียนรู้ซึ่งก็เปึนทราบกันอยู่ ทั่วไป แต่ว่าครูที่ผมอยากจะนําเสนอนี่นะครับที่มีความสําคัญก็คือ ครูธรรมะ วันนี้ทําไม ต้องมีครูธรรมะครับ เราบอกว่าสังคมไทยวันนี้เราเริ่มหย่อนยานคุณธรรม จริยธรรม การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมขั้นพื้นฐานก็คือ การสอนหลักการศาสนา ให้เด็กเปึนคนดี ให้เด็กเปึนคนมีความรับผิดชอบ รู้ผิดรู้ชั่วก็ได้จากมีหลักการศาสนา วันนี้เขาขาดครูศิลปะ โรงเรียนต่าง ๆ ขาดครูศิลปะครับ ศิลปะคืออะไรครับ คือการคิดสร้างสรรค์ ศิลปะคือ การจินตนาการ อันนี้เราก็ขาด เรายังขาดครูดนตรี วันนี้ดนตรีไทย ดนตรีสากลคือสิ่งที่ กล่อมเกลาจิตใจให้เด็กนั้นเปึนคนสุภาพอ่อนโยน ไม่นิยมกระทําความรุนแรง เรายังขาด ครูกีฬา ครูพลศึกษา วันนี้เรื่องของกีฬาเปึนเรื่องสําคัญนะครับ เรื่องกีฬาคือเรื่องของ สุขภาพ เปึนเรื่องสําคัญนะครับ เรื่องกีฬาคือเรื่องของสุขภาพ เรื่องของกีฬาคือเรื่องการ รู้จักระเบียบ วินัย รู้จักการเคารพกฎกติกา เรื่องของกีฬารู้จักการยอมแพ้ รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย มีสป่ริต (Spirit) มีน้ําใจ แต่ว่าสถานศึกษาวันนี้ยังขาดครู และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชั่วโมง ในการที่จะให้เด็กได้มีโอกาสในการที่จะออกกําลังกายเล่นกีฬามีน้อยมาก นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะบอกว่าเปึนการขาดแคลนที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ไม่เคยมีใครใส่ใจสนใจ และเข้าไปดูแลเขา อุปกรณ์การเรียนการสอนไม่ต้องพูดถึง วันนี้เราร้องขอคอมพิวเตอร์ ให้กับโรงเรียนในชนบททุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็บอก กันอยู่ประจํา แต่ว่าสถานศึกษาก็ไม่เคยได้ ขาดสื่อการเรียนการสอน ขาดห้องสมุด ขาดห้องปฏิบัติการ ขาดระบบอินเทอร์เน็ต วันนี้เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งในการที่จะให้ เขาศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง สิ่งเหล่านี้ละครับคือความขาดแคลนในสถานศึกษาที่เมื่อเขา ไม่มี เมื่อเขาไม่พร้อม ท่านจะไปประเมินเขากี่ครั้งก็จะไม่ได้คุณภาพการศึกษา ฉะนั้นจะ เริ่มต้นประเมินเขาต้องสร้างความพร้อมให้กับเขาก่อน แล้วค่อยไปประเมินเขา วันนี้ผมไม่ถือว่าเปึนความผิดของผู้บริหาร วันนี้เราไม่ได้ถือว่าเปึนความผิดของ สถานศึกษาที่ไปประเมินแล้วไม่ผ่านคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้รัฐบาลนี้ได้รับทราบ ว่า วันนี้เราจะเห็นเด็กจากหมู่บ้าน จากตําบล ที่พ่อแม่มีฐานะที่ดีก็จะเดินทางมาสู่อําเภอ เพื่อที่จะไปหาสถานศึกษาที่เขาคิดว่ามีคุณภาพ หรือถ้าใครมีฐานะดีหน่อยก็เข้าจังหวัด หรือเข้า กทม. หรือบางท่านก็อาจจะส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศ เขาไปทําไมครับ ไปหาคุณภาพให้กับลูก ไปหาชีวิตที่ดีกว่าให้กับลูก แต่ว่าคนกลุ่มนี้เปึนจํานวนน้อย มีไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ว่าคนกลุ่มใหญ่ที่เขาต้องอยู่กับหมู่บ้าน อยู่กับตําบล คนเหล่านี้เราจะปล่อยให้เขาอยู่ตามยถากรรมหรือครับ เขาถูกละเลยสิทธิมานานแล้วครับ วันนี้ผมขออนุญาตเปึนตัวแทนเพื่อที่จะมาทวงสิทธิให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ผมเชื่อมั่นในนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านได้มาบริหารประเทศชาติ แล้วท่านก็ ได้เปึนประธานในการปฏิรูปการศึกษา วันนี้ผมอยากจะให้ท่านที่ท่านเคยพูดเสมอว่า ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ จะอยู่ภาคไหน จะเลือกท่านหรือไม่ ท่านก็ จะเปึนนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ ผมอยากจะให้ท่านได้เปึนนายกรัฐมนตรีของ เด็กและเยาวชนในสถานการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปพรรคกิจสังคม เชิญท่านเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เดี๋ยวนะครับ ท่านสมศักดิ์ มีอะไรครับ เชิญท่านสมศักดิ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวพาดพิงฝ์ายค้านทําให้เกิดความเสียหาย ในกรณีที่วอล์คเอ้าท์ (Walk out : ประท้วงเดินออกจากห้องประชุม) เมื่อคืนครับ
ถูกพาดพิงตรงไหนนะครับ
พาดพิงกรณีฝ์ายค้าน วอล์คเอาท์และทําให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อคืนท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า พรรคฝ์ายค้านวอล์คเอ้าท์ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ทั้งที่รัฐบาลยินดีที่จะให้ ตรวจสอบ ซึ่งมันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทําให้พรรคฝ์ายค้านเกิดความเสียหาย
ท่านเอาสั้น ๆ นะครับ จริง ๆ เหตุการณ์ก็ทิ้งช่วงผ่านไปนาน ผมฟังอยู่ก็ไม่ได้มีอะไร เสียหายมากมาย
ท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งกล่าว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ครับ กล่าวถึงเรื่องนี้วันนี้
เชิญเลยครับ สั้น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ พรรคฝ์ายค้านได้วอล์คเอ้าท์นั้น เนื่องจากเปึนการพิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การกู้เงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจาก พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ ตัวเลขว่าจํานวนเงินนั้นจะเอาไปใช้อะไร ฉะนั้นด้วยความปรารถนาดีครับ ฝ์ายค้านจึงได้ เสนอให้รัฐบาลนําเรื่องนี้กลับไปพิจารณาก่อนเพื่อที่จะได้ลงในรายละเอียด เพื่อนําเข้ามา พิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาเท่านั้นเอง จะส่งเงินตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ส่งบัญชีเปล่าไม่มีตัวเลข แล้วจะให้พวกเราเซ็นรับรองได้อย่างไร ตรงนี้เท่านั้นละครับที่เปึนสาเหตุที่ทําให้พวกเราได้ตัดสินใจวอล์คเอ้าท์ครับ
ครับ เอาละครับ เชิญพรรคกิจสังคมต่อครับ ท่านเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคกิจสังคม จากจังหวัดหนองคาย ก็ด้วยเวลาอันเพียงน้อยนิด ซึ่งพรรค กิจสังคมได้รับจัดสรรมาประมาณ ๑๐ นาที ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานเข้าสู่ประเด็นที่ ตัวกระผมและพรรคกิจสังคมได้ให้ความสนใจเปึนพิเศษ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๕ ยุทธศาสตร์ การบริหารการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระผมได้อ่านใน รายละเอียดที่ทางรัฐบาลได้เสนอมาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ด้านนี้ ก็รู้สึกว่า ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด จริง ๆ แล้วประเทศไทยของเราก็เหมือน ๆ กับหลาย ๆ ประเทศ ที่ขณะนี้กําลังประสบสภาวะโลกร้อน สภาวะโลกร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อโลกเรานั้น ก็ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศเราด้วย ในยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้เขียนมานั้น กระผมได้อ่าน พยายามหารายละเอียดนะครับว่า ได้มีงบประมาณส่วนไหนที่จะมารณรงค์เรื่องการลดโลกร้อนเปึนพิเศษหรือเปล่า ซึ่งได้ เป่ดดูแล้วก็ยังไม่เจอนะครับ ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลได้สนใจเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะว่า ผลกระทบโลกร้อนนั้นไม่ว่าจะเปึนระดับน้ําทะเลสูงขึ้น ท่านทราบไหมครับว่า กรุงเทพมหานครระดับสูงจากระดับน้ําทะเลแค่ประมาณ ๑ เมตรเท่านั้นเอง เขาประเมิน ไว้ว่าอีกประมาณ ๑๐๐ ป้ครับ ระดับน้ําทะเลจะสูงขึ้น ๑ เมตร พวกเราในนี้ก็คงอยู่ไม่ทัน ละครับ แต่คนที่จะได้รับผลกระทบก็คือลูกหลานของพวกเรานะครับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ ที่พวกเราต้องเริ่มรณรงค์ตั้งแต่ตอนนี้ นอกจากระดับน้ําทะเลสูงขึ้นแล้ว ผลกระทบด้าน นิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพก็จะตามมา หรือแม้แต่ผลกระทบแก่พี่น้อง เกษตรกรนะครับ ระดับน้ําทะเลซึ่งสูงจะดันเข้ามาในระดับแม่น้ําเจ้าพระยาถึง ๔๐ กิโลเมตรนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการประมงชายฝัืง การเลี้ยงกุ้งทําเกษตรชายฝัืง แม้กระทั่งทํานาในพื้นที่ตลอดริมแม่น้ําเจ้าพระยานะครับ เมื่อระดับน้ําดันขึ้นมา น้ําเค็ม เข้ามาก็ผลกระทบกันไปหมด ผลกระทบด้านสุขภาพ ผมว่าสาเหตุหนึ่งนะครับที่โลกเรา มักจะมีโรคประหลาด ๆ โรคแปลก ๆ เกิดขึ้นมา แม้กระทั่งล่าสุดก็คือ ไข้หวัดเม็กซิโก หรือ ไข้หวัด ๒๐๐๙ ผมก็คิดว่าผลกระทบของปัญหาโลกร้อนน่าจะมีผลกระทบเข้ามาทําให้เกิด โรคระบาดใหม่ ๆ ขึ้นมา นี่แหละครับนี่เปึนแค่ตัวอย่างที่ทางกระผมได้หยิบยกขึ้นมาที่ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลนะครับ เพื่อที่จะให้ใส่ใจเกี่ยวกับสภาวะโลก ร้อนตรงนี้ครับ
นอกจากยุทธศาสตร์ที่ ๕ ที่ตัวกระผมได้สนใจเปึนพิเศษแล้วนั้นก็ยังมี ด้านต่าง ๆ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีหรือทาง รัฐบาลนะครับว่าปัญหาต่าง ๆ ก็คงคล้าย ๆ กับปัญหาของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะทางด้านการศึกษานั้น จังหวัดหนองคายของตัวกระผมนั้นเปึน จังหวัดที่ห่างไกลนะครับ มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครถึงจังหวัดหนองคายเกือบ ๆ จะ ๘๐๐ กิโลเมตรนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลองไปเยี่ยมพื้นที่จังหวัด หนองคายสักครั้ง ท่านลองลงไปดูตามโรงเรียนตามบ้านนอกครับ ท่านจะเห็นอาคารเก่า ๆ เปึนอาคารไม้อายุ ๓๐-๔๐ ป้ ผมเดินเข้าไปเยี่ยมนี่ผมยังไม่กล้าเดินเลยครับเพราะว่า ไม้มันผุมาก ผมสงสารนักเรียนนะครับ เวลาเขาเดินไปเปลี่ยนย้ายห้องเรียน ผมกลัว ไม้มันจะพังจะเกิดอุบัติเหตุเอา อย่างโรงเรียนที่ผมไปเยี่ยมชมนี่ก็คือ โรงเรียน บ้านนาชุมช้าง อยู่ที่อําเภอรัตนวาป้ ตําบลรัตนวาป้ จังหวัดหนองคาย ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะให้ท่านไปดูนะครับ แล้วยังมีอีกหลายโรงเรียนนะครับที่ยังไม่พูดถึง รวมทั้งเรื่อง อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์ ด้านอินเทอร์เน็ต ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ สนใจว่าลูกหลานเราที่อยู่พื้นที่ไกล ๆ จะได้รับสิทธิตรงนี้ได้เท่าเทียมกับนักเรียนนักศึกษา ที่อยู่ในเมืองและอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ขอข้ามมาทางที่กระทรวงคมนาคม มีเรื่องหนึ่งที่ผมได้ไปหารือกับทาง กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายนั้นเปึนเมืองท่องเที่ยว พื้นที่จังหวัด หนองคายไปถึงอําเภอบึงกาฬประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร จะมีอยู่ช่วงหนึ่งครับที่พี่น้อง ประชาชนชาวไทยเรียกว่าทั้งประเทศหรือต่างชาติได้เดินทางไปจังหวัดหนองคายเปึน ล้าน ๆ คน ช่วงนั้นก็คือ เทศกาลบั้งไฟพญานาค จะมีรถยนต์ไม่ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ คัน ๒๐๐,๐๐๐ คัน คนเปึนล้านคนนะครับไปที่จังหวัดหนองคาย ช่วงนั้นจะเกิดปัญหา การจราจรติดขัดมาก ช่วงหนึ่งก็ได้รับงบประมาณจากกระทรวงคมนาคมนะครับ ขยายผิว จราจรจาก ๒ เลน เปึน ๔ เลน ช่วงสักประมาณก่อนเข้าตัวอําเภอโพนพิสัย จังหวัด หนองคาย แล้วก็ช่วงในตัวอําเภอโพนพิสัยไปทางอําเภอปากคาดก็ระยะประมาณสัก ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ระหว่างช่วงที่ขยายนี้จะมีสะพานอยู่ สะพานหนึ่งเขาเรียกว่า สะพานข้ามห้วยหลวง สร้างถนน ๔ เลนมา ๕-๖ ป้แล้ว แต่สะพานยังเปึน ๒ เลนอยู่ ไม่มีประโยชน์ครับ มันก็กลายเปึนคอขวดอยู่ตรงนั้นล่ะครับ รถติด ท่านประธานทราบไหมครับ ตั้งแต่ ๓ ทุ่มถึงตี ๔ ตี ๕ นะครับ วันนั้นป้นั้นคือไม่เคลื่อนเลย รัฐมนตรีหลายท่านก็ไปก็ติดอยู่ตรงนั้นจนถึงตี ๓ ตี ๔ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปทาง รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมให้ไปดูตรงนี้หน่อยนะครับ และที่สําคัญเส้นระหว่าง หนองคาย-บึงกาฬเปึนเส้นเศรษฐกิจการค้าขายชายแดนระหว่างไทยและลาวนะครับ ก็อยากจะของบประมาณให้ท่านจัดสรรงบประมาณสร้างถนนขยายผิวจราจรเปึน ๔ ช่องทางจราจร จากหนองคายไปถึงอําเภอบึงกาฬนะครับ
ปัญหาต่อมาที่อยากจะกราบเรียนไปสู่ทางรัฐบาลก็คือปัญหาเรื่องแรงงาน ของชายแดนนะครับ กระทรวงแรงงานซึ่งได้รับงบประมาณถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ครับ จังหวัดหนองคายมีปัญหาเรื่องแรงงานมาก โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวชายแดน ไม่ใช่มีปัญหาเรื่องสิ่งที่ไม่ดีนะครับ ปัญหาก็คือคนลาวที่เขามาทํางาน คนลาวกับ คนหนองคายนี่เปึนพี่เปึนน้องกันนะครับ เปึนญาติพี่น้องกัน บางครั้งเขาก็ข้ามมาเช้าเย็น กลับ ช่วงฤดูดํานาหรือฤดูเกี่ยวข้าวคนไทยก็จะจ้างคนลาวมาเกี่ยวข้าวกับดํานา เขาก็จะ สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ ตรงนี้ถ้าทางกระทรวงแรงงานสามารถที่จะปรับปรุง หรือแก้ไขข้อตกลงหรือข้อการทํางานระหว่างต่างชาติและแรงงานต่างชาติเปึนกรณีพิเศษ ในจังหวัดหนองคายจะได้หรือเปล่า ตรงนี้ก็ขอฝากไว้นะครับ นอกจากนั้นก็มีอีกหลายเรื่อง ผมก็เคยพูดไว้อีกก็คือ จังหวัดหนองคายเปึนจังหวัดที่มีชายแดนติดกับแม่น้ําโขง ตั้งแต่ อําเภอสังคม อําเภอท่าบ่อ อําเภอศรีเมืองใหม่ อําเภอปากคาด อําเภอรัตนบุรี อําเภอ บึงกาฬจนถึงอําเภอบุ่งคล้านี่นะครับ จนถึงอําเภอบึงโขงหลง ๒๖๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ที่ต้อง ก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ําโขงคือเปึนการปัองกันการเซาะของแม่น้ําโขงนะครับ เราเสีย ดินแดนทุก ๆ ป้โดยไม่ต้องมีสงครามหรือสู้รบกันเลยนะครับ มีพื้นที่ที่ต้องทําถึง ๘๐ กิโลเมตร ระยะ ๘๐ กิโลเมตร แต่ขณะนี้ทําไปเพียง ๑๕ กิโลเมตร เหลืออีก ๖๕ กิโลเมตร ก็ฝากทางท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและ ผังเมืองที่รับผิดชอบตรงนี้ให้ช่วยดูแลตรงนี้เปึนพิเศษนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะขอฝากนะครับ เนื่องด้วยความไกล จังหวัด หนองคายมีความยาวมาก อําเภอก็มี ๒๐ กว่าอําเภอ อําเภอบึงกาฬเปึนอําเภอที่ห่างไกล และอําเภอที่ไกลสุด ๆ ก็คืออําเภอเซกา อําเภอบึงโขงหลง นายอําเภอจะประชุมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องตื่นตี ๓ นะครับท่านประธาน เดินทาง ๒๐๐ กว่ากิโลเมตรจาก อําเภอเซกา จากอําเภอบึงโขงหลงเพื่อที่จะมาประชุมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้เวลา ถึง ๒-๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแล้วถ้ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพื่อจะแยกจังหวัด นะครับ ทําให้จังหวัดหนองคายแยกเปึนสัก ๒ จังหวัดนะครับ จังหวัดบึงกาฬ ๑ จังหวัด จังหวัดหนองคาย ๑ จังหวัด ก็จะเปึนการอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในการติดต่อราชการในหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ เพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชนให้ดียิ่ง
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทางท่านประธานและโดยเฉพาะผ่านไปทางรัฐบาล ที่ได้สนับสนุนงบประมาณลงไปที่อําเภอปากคาด ในการจัดสรรที่จะพัฒนาลุ่มแม่น้ําคาด ทําให้พี่น้องชาวอําเภอรัตนวาป้ อําเภอปากคาดได้ผลประโยชน์จากงบประมาณที่ กรมชลประทานลงไปพัฒนาลุ่มแม่น้ําห้วยคาดถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องขอกราบ ขอบพระคุณไว้ตรงนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เหลือ อีก ๒ พรรคยังไม่ส่งรายชื่อผู้อภิปราย พรรคมาตุภูมิพร้อมแล้วนะครับ เชิญท่านนัจมุดดีน ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคมาตุภูมิ ด้วยเวลาที่จํากัดแค่ ๑๐ นาที คงจะไปพูดจาให้ครอบคลุมครบทุกประเด็นคงลําบาก ก็เลยอยากจะฝากข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ใน ๒ ประการหลัก ๆ ก็คือว่า
ประการที่ ๑ อยากจะเรียนถามรัฐบาลว่างบรายได้ทั้งประเทศจะได้มาจาก ไหน และการจัดเก็บภาษีเพื่อที่จะไปบริหารจัดการในส่วนของรายรับ รายจ่ายนั้นมี มากน้อยแค่ไหน
ข้อที่ ๒ เงินนอกงบประมาณซึ่งมีอยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท อยากจะถามท่านว่า ทําไมท่านไม่เอาเงินเหล่านี้มาใช้ รัฐวิสาหกิจซึ่งมีถึง ๗๐ กว่าแห่ง เคยรายงานการใช้จ่ายงบประมาณให้ท่านไหม สํานักงบประมาณเคยได้ตัวเลขการใช้เงิน งบประมาณนี้มากน้อยแค่ไหน นี่ผมอยากจะฝากเปึนหัวข้อหลัก ๆ ตรงนี้ไว้ก่อน ส่วนที่ ผมจะพูดในส่วนที่ได้รับมอบหมายก็คือว่า เรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ ในการพัฒนาแล้วก็แก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศเปึน เวลา ๖ เดือน ก็ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งรัฐบาลได้มีการจัดตั้ง ครม. ใต้ ขึ้นมา ดูแลรับผิดชอบเปึนการเฉพาะ ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ที่เปึนงบเงินกู้ที่ ผ่านไปเมื่อวาน ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอาไปพัฒนาแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พอมางบป้ ๒๕๕๓ งบปกติตั้งไว้ ๑๖,๑๔๑ ล้านบาท เปึนงบยุทธศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ จะเห็นได้ว่า เปึนงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เปึนงบ พัฒนา หรือว่างบในการจัดการปัญหาทางการเมืองนั้นมีสักประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะถามรัฐบาลว่า ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงในป้ ๒๕๔๖ รัฐบาลขณะนั้นใช้ งบประมาณแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๑ ๔ ป้ รัฐบาล ใช้ ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ คือป้นี้ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ท่านขอไว้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท และเปึนเงินกู้อีก ๓ ป้ งบไทยเข้มแข็งเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่า เอาเงินเอางบประมาณลงไปทุ่มกี่แสนกี่หมื่น ก็คงไม่อาจที่จะไปบรรเทาปัญหาให้มันลุล่วงไปได้ ถ้ารัฐบาลยังไม่ยอมรับความจริง ความจริงก็คือว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายนที่ผ่านไป ซึ่งหลายท่านคงทราบดีแล้ว รัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้ลงพื้นที่ไปแล้ว ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ลงไปแล้ว ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านตํารวจ ลงไปเกือบทุกหน่วยงานแล้ว ทีนี้ลงไปน่ะดีมาก แต่ ณ วันนี้สิ่งที่ประชาชนเฝัาตามอยู่ก็คือว่า พี่น้องประชาชน อยากจะให้รัฐบาลนี่แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนที่เปึนอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่าง ตรงไปตรงมา อย่างเช่น เมื่อป้ ๒๕๔๗ เกิดกรณีที่กรือเซะ รัฐบาลตอนนั้นก็ตั้ง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๗ เกิดที่ตากใบก็ตั้งคณะกรรมการ อิสระ ซึ่งต่อมาศาลท่านอาจจะตัดสิน เปึนอย่างไรท่านก็ทราบดีกันแล้ว ก็เปึนการชี้ให้เห็น ว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านไป เมื่อเกิดเหตุท่านก็ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ แต่รัฐบาลนี้ยังไม่กล้าให้คําตอบกับประชาชนว่า กล้าตั้งหรือไม่ นี่คือข้อที่ ๑
ประการที่ ๒ รัฐบาลบอกว่าจะมีการจัดตั้ง สบ.ชต. พระราชบัญญัติ สํานักงานบริหารกิจการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๖ เดือนแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็ยัง ไม่เข้าสภา ที่จริงท่านประธานครับ สิ่งที่นักวิชาการได้ศึกษามามันมากกว่านั้น สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการจริง ๆ ก็คือต้องการจะให้มีการจัดตั้งทบวงการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ สิ่งนี้แหละเปึนสิ่งที่ทุกภาคส่วนเห็นตรงกัน แต่ไม่เปึนอะไร ณ ขณะนี้ถ้ารัฐบาลกล้าหาญตั้ง ศบ.ชต. (ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ไปก่อน ก็ไม่เปึนอะไร ค่อย ๆ พัฒนาไป เพราะในทบวงที่ผมว่าเมื่อกี้นี้ ก็จะมีองค์กรสมัชชา ประชาชน มีสภาผู้รู้ทางศาสนาเพื่อมาให้คําปรึกษากับฝ์ายราชการ ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนฝากความหวังมา
ประการต่อไปครับ ในด้านกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลบอกว่าจะสถาปนา ความยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา วันนี้โชคดีครับ ณ ขณะนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดิน เข้ามาพอดี ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบกับสภาแห่งนี้ว่าท่านพร้อมแล้วที่จะ จัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อไต่สวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหมือนกับที่เกิดที่ตากใบ และกรือเซะ และอยากจะฝากท่านว่าขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อประเมินการ บังคับใช้กฎหมาย ๓ ฉบับ ท่านพูดตลอดเวลาว่าเราจะใช้การเมืองนําการทหาร พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ป้ ๒๔๕๗ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ป้ ๒๕๔๘ พ.ร.บ. ความมั่นคง ป้ ๒๕๕๒ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ จังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ คือ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอนาทวี ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง ป้ ๒๕๕๒ แล้วทําไม ๓ จังหวัด ยังไม่ประกาศใช้ เหตุการณ์รุนแรงกับการบังคับใช้กฎหมายต้อง แยกกันนะครับ ท่านบอกว่างานพัฒนากับงานปัองกันและปราบปรามต้องแยกกัน ทีนี้ผม อยากจะฝากท่านว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาก็มีความจําเปึนนะครับ
ประการสุดท้ายครับ ผมอยากจะให้ท่านออกเปึนนโยบายว่าต่อไปนี้คดีที่ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการจัดตั้งศาลชั้นต้น แผนกคดีความมั่นคง ให้เกิดขึ้น เพราะเวลาเจ้าหน้าที่ไปจับกุมประชาชน จับผู้ต้องสงสัย จับข้อหาความมั่นคง แต่เวลาขึ้นสู่ศาลพิจารณาคดีเปึนคดีปกติ ศาลท่านไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคง พี่น้องก็เลยฝากมาว่า ฝากให้ท่านพูดคุยกับท่านคณะกรรมการศาลยุติธรรมเพื่อให้ ออกเปึนนโยบายตรงนี้ และ
ประการสุดท้าย จัดให้มีศาลแผนกคดีครอบครัวและมรดกเปึนการเฉพาะ ซึ่งกฎหมายนี้มีอยู่แล้ว เพียงแค่ว่ามาปัดฝุ์นให้มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม
ประการสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่า จากผลที่พวกผมได้ทําการศึกษามา โดยตลอด ก็อยากจะให้ทางฝ์ายท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามย้ําและปฏิบัติ ก็คือว่า ต้องการเมืองนําการทหารจริง ๆ นะครับ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านรัฐมนตรีถาวรพูด เวลา ปฏิบัติจริงไม่ได้เปึนอย่างนั้น ท่านเชื่อผมเถอะ ปัญหาสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ถ้ามิได้ใช้การเมืองอย่างเข้มข้นนําการทหาร ไม่อาจที่จะแก้ปัญหาได้ และผมขอทิ้งท้ายว่า ดีกว่านั้นควรจะใช้ศาสนานําการเมือง และการเมืองนําการทหาร ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาให้ ความสําคัญ แล้วก็ให้ความเห็นที่เปึนประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา ก็ขออนุญาตชี้แจง สั้น ๆ ในประเด็นที่ท่านได้กล่าวถึง
ประเด็นแรก ก็คือว่าผมเห็นตรงกับท่านนะครับว่าลําพังการจัดเงิน งบประมาณลงไปคงแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วก็สิ่งที่ผมพยายามทําอยู่ในขณะนี้ก็คือว่าดูเรื่อง ของการใช้เงินงบประมาณมากกว่าว่าทําอย่างไรงบประมาณนี้ประชาชนจะมีส่วนร่วม ในการได้โอกาสในการพัฒนาตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา ผมรับข้อสังเกตนี้แล้วก็กําลังที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้
ประเด็นที่สองครับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบของการบริหารจัดการ ก็กราบเรียนว่าการที่ผมได้ตัดสินใจตั้งคณะรัฐมนตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ เพราะตระหนักดีว่าเรื่องของกฎหมายขององค์กรถาวรที่เปึนโครงสร้างใหม่ในการบริหาร จัดการยังไม่เรียบร้อย แต่ว่าผมก็ได้สอบถามท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ปรึกษากับฝ์าย ความมั่นคง ซึ่งผมยอมรับตามความเปึนจริงว่าในช่วงแรกยังมีความลังเลที่จะออก กฎหมายมาอีกฉบับหนึ่ง หลังจากที่เพิ่งออกกฎหมายความมั่นคงมาพร้อม ๆ ไปกับการที่ กฎหมาย ศอ.บต. ไม่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. เมื่อประมาณ ๒ ป้ที่แล้ว บัดนี้ ทางฝ์ายความมั่นคงมองเห็นนะครับว่าองค์กรถาวรที่จะต้องมีขึ้นถ้าจะช่วยทําให้การแก้ไข ปัญหามันมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะเปึนปัญหาอะไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมคาดหมายว่าในสมัยประชุมนิติบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ก็คงจะสามารถที่ จะเข้ามาสู่การพิจารณาได้ แต่ว่าจะถึงขั้นยกเปึนทบวงหรือไม่ก็ยังเปึนประเด็นที่มีการ ถกเถียงกันอยู่ แต่หลักสําคัญก็คือว่าเมื่อเราบอกการเมืองนําการทหาร สุดท้ายมันต้องมี โครงสร้างที่ฝ์ายการเมืองเปึนผู้รับผิดชอบสูงสุดอย่างชัดเจนในสายการบังคับบัญชา เพื่อให้การแก้ไขปัญหามันเปึนไปตามแนวทางของฝ์ายนโยบายอย่างแท้จริง
สําหรับปัญหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ท่านพูดถึงเรื่องของการตั้ง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าคงมีความแตกต่างกัน เล็กน้อยครับ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรือเซะและที่ตากใบ มันเปึนเหตุการณ์ที่เปึนผล สืบเนื่องอย่างชัดเจนมาจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีของกรือเซะก็คือการที่จะ เข้าไปปราบปรามผู้ที่ก่อความไม่สงบ แต่ว่าเหตุไปเกิดในมัสยิดนะครับ กรณีตากใบก็คือ กรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจับผู้ชุมนุมแล้วก็เอาขึ้นรถ แล้วก็ส่งไปที่ค่าย แล้วก็มีผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มัสยิดเรายังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าเปึนใคร แล้วก็ขณะนี้ผมก็ได้ กําชับว่าจะเปึนใครฝ์ายไหนก็ตามต้องเอาตัวมาเพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในความ ยุติธรรม ถ้าแม้นว่าไปถึงจุดที่มองเห็นว่ากลไกตามปกติซึ่งกําลังดําเนินการในการสืบสวน สอบสวนจะมีปัญหาในการทํางานไม่ได้ ผมไม่ป่ดกั้นแนวความคิดเรื่องการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา แต่ว่าในชั้นนี้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าเปึนใคร และผมก็ยังให้ โอกาสเจ้าหน้าที่ที่ทํางานตามปกติอยู่
สําหรับกระบวนการยุติธรรมในส่วนอื่น ๆ นั้นก็เรียนว่ากรณีของชาริอะ ก็เปึนส่วนหนึ่งซึ่งผมได้ให้ใส่เข้าไปแผนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร แล้วก็กําลังมีการศึกษา อยู่ว่าจะขยายจากที่เรามีดาโต๊ะยุติธรรมเพื่อมาดูในเรื่องของคดีที่เปึนคดีเฉพาะในทาง แพ่งอย่างไร ยอมรับครับว่ายังไม่มีแนวความคิดในเรื่องของการที่จะมีศาลพิเศษคดีความ มั่นคง และผมก็ยินดีที่จะฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิก แต่กราบเรียนว่าผมเชื่อว่าสิ่งที่ ท่านพูดแล้วก็สิ่งที่ผมพยายามทําไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก แล้วก็จะเปึนหนทางที่ผมยัง ยืนยันจะใช้แนวทางนี้ ไม่ใช่แนวทางของการที่จะไปใช้การปราบปรามเปึนตัวนํา ไม่ฝาก ปัญหานี้ไว้บอกว่าเปึนเรื่องของความมั่นคงอย่างเดียว แต่เปึนเรื่องของการพัฒนา เปึน เรื่องของการเมืองที่จะต้องหาคําตอบให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ครับ ขอบคุณครับ
ท่านนัจมุดดีน อูมา ครับ มีอะไรครับ
ผมขอเวลาสั้น ๆ ครับ เรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคมาตุภูมิ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านให้ความสําคัญต่อเรื่อง ที่เกิดขึ้น ที่ผมเสนอว่าอยากจะให้มีคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ก็เห็นด้วยที่บอกว่ามันมี ความแตกต่างตากใบกับกรือเซะ แต่ ณ วันนี้ท่านครับ ประชาชนมีความหวาดระแวง เพราะข่าวลือมันเกิดหนาหูมาก ผมก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่ทํางานอยู่ในพื้นที่เขามีความตั้งใจ ทีนี้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมีความสบายใจว่า เรามีฝ์ายพลเรือน เรามีสภาทนายความ เรามีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไปร่วม ตรวจสอบด้วย เรามีนักวิชาการที่เปึนกลางร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อที่พวกผมจะได้บอกเขา ว่า ไม่ต้องเปึนห่วงครับ รัฐบาลนี้ตรงไปตรงมา แต่ไม่เปึนอะไรครับ ท่านบอกว่าท่านจะ ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ดูไปก่อน ถ้าสมมุติว่ายังไม่คลี่คลาย หรือว่าความรู้สึกยังไม่เกิดขึ้น ท่านก็พร้อมที่จะดําเนินการขั้นตอนต่อไป ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ยังคงเหลือตัวแทนพรรคประชาราช ถ้าท่านประสงค์จะใช้สิทธิในการ อภิปรายก็ส่งชื่อมาภายหลังได้นะครับ แต่ช่วงนี้ผมขอเข้าสู่การอภิปรายสลับกันระหว่าง ฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลตามมติที่วิปทั้งสองฝ์ายตกลงกันไว้นะครับ คือฝ์ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่านนะครับ เริ่มจากฝ์ายค้านครับ เชิญท่านอนันต์ ผลอํานวย ๑๕ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ก็จะขออภิปรายเรื่องกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในระยะเวลาที่จํากัด ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในฐานะที่ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจได้มานั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ผมเองก็สบายใจกับสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อตอนเช้าว่า ยังคงจะยึดในเรื่องของคําแถลงนโยบายของ รัฐบาลใน ๒ ข้อ คือ เรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจในประเทศ แล้วก็เรื่อง ของการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมใน ๒ ประเด็น ด้วยข้อจํากัดของ รัฐบาลในเรื่องของการจัดงบประมาณที่มันขาดดุล ผมเข้าใจสถานภาพของรัฐบาลดีว่า เงินมีจํานวนน้อย ถึงกับต้องมาออก พ.ร.บ. และ พ.ร.ก. อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึน เงินกู้ เพื่อจะมาช่วยทําให้เศรษฐกิจในประเทศมันดีขึ้น ทีนี้เมื่องบประมาณมันน้อย ๑.๗ ล้านล้านบาทที่รัฐบาลจัด ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีหลายพรรค เมื่อมี หลายพรรค ความสําคัญทุกกระทรวง ทบวง กรมก็มีความจําเปึนต้องใช้เงิน เมื่อมี ความจําเปึนต้องใช้เงินก็ต้องจัดสรรไปตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งมันก็กระจายไป ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่าเปึนข้อจํากัดของรัฐบาล ทุกหน่วยงานก็มีความจําเปึนทั้งสิ้น ในเมื่อ มันเปึนอย่างนี้นะครับ วันนี้สภาวะของประเทศเรามันผิดปกติ มันไม่เหมือนในภาวะ ปัจจุบัน เนื่องจากภาวการณ์ของโลก ไม่เฉพาะประเทศไทยอย่างเดียวครับ ประเทศอื่น ทั่วโลกแนวโน้มในป้ ๒๕๕๓ เราก็ไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือจะถดถอย ในเมื่อ มันเปึนความจําเปึนอย่างนี้ เมื่อรัฐบาลจัดงบประมาณที่ผมดูทั้งกรอบทั้งเล่มแล้ว มันก็ ทําให้งบประมาณกระจายไปกระทรวงละเล็กละน้อย ไม่สามารถจะไปปรับปรุง ไม่สามารถไปทําอะไรได้ ด้วยเหตุที่มันเปึนพรรคร่วมหลายพรรคด้วยกัน เมื่องบประมาณ จัดไปอย่างนี้แล้วนี่ครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นผมเปึนห่วงจริง ๆ รัฐจัดลงไปก็พยายามจะมุ่งหวัง ให้ได้เงินกลับคืนมาในรูปของภาษี ในรูปของการสร้างรายได้ให้กับประชาชน แต่ถ้ามันจัด แล้วกลับมาไม่ได้ แต่มันเกิดความล้มเหลวซ้ําซ้อนไปมันก็จะเกิดปัญหาที่ยิ่งใหญ่กับ ประเทศต่อไปในอนาคต ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าจัดงบประมาณแบบนี้กระจาย ไปทุกกระทรวง ทบวง กรม ข้อดีก็คือทําให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงสามารถตอบคําถาม ประชาชนได้ ทําให้นายกรัฐมนตรีสามารถตอบคําถามคนทุกกลุ่มได้ แต่ความเปึนจริงแล้ว มันจะไม่เกิดประโยชน์สักกลุ่มเดียว เมื่อมันไม่เกิดประโยชน์สักกลุ่มเดียว ผมเชื่อว่า การบริหารมันก็จะล้มเหลว แล้วก็จะเกิดความผิดพลาด งบประมาณที่จัดลงไปนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเคยดูการจัดนิทรรศการไหมครับ ผมเคยเห็นนะครับที่ จังหวัดผม ไปดูเขาจัดนิทรรศการการปลูกป์า โอ๊ย คนมาเยอะแยะเลยครับเปึนพัน พอจัด เสร็จนะครับมีการไปปลูกป์ากันใหญ่โตมโหฬารครับ ถัดมาอีก ๖ เดือนไปดูครับต้นไม้ ตายหมด ไม่เหลือหรอกครับ เพราะมีงบประมาณแค่ไปจัดนิทรรศการ พอปลูกไปเสร็จ ไม่มีอะไรไปดูแลต่อ ฉะนั้นถ้างบประมาณนี่เปึนเบี้ยหัวแตกอย่างนี้ไปนะครับ เมื่อเปึน เบี้ยหัวแตกอย่างนี้ไปแล้วจะไปทําอะไรก็เปึนชิ้นเปึนอันไม่ได้ ทีนี้ผมมาฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อตอนเช้าว่า สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทําและเปึนนโยบาย ที่แน่วแน่ของรัฐบาล คือในหมวดของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร ท่านก็ทราบ นะครับว่า คนที่อยู่ในภาคเกษตร ๖,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ผมไม่แน่ใจว่ามัน ๖,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนจริงหรือไม่ มันอาจจะถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน คนส่วนใหญ่เกือบ ๔๐ ล้านคนที่อยู่ในภาคเกษตร ผมคิดว่า เปึนรากฐานสําคัญทางเศรษฐกิจที่มันจะทําให้ประเทศไทยนี้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ใน อนาคต คนในชนบทถ้าเขามีรายได้เขาอยู่ได้ เขาก็มีกําลังซื้อนี่ที่จะไปซื้อของในชุมชนใน อําเภอในจังหวัด ในแต่ละจังหวัดก็มาซื้อของจากกรุงเทพฯ มันก็เหมือนกับท่านเอาเงินลง ไปกระตุ้นเศรษฐกิจครับ คนละ ๒,๐๐๐–๓,๐๐๐ บาทเอาไปกระจายลงไปท้องถิ่น แต่นั่นเปึนการให้เปล่าโดยไม่รู้ว่ามันจะกลับมาอย่างไร กลับมาเพียงรูปเดียวคือภาษี ถ้าเกิดบังเอิญพ่อค้าเสียภาษีไม่ตรงด้วยนี่รัฐก็ไม่ได้กลับคืนเลย แต่การกระตุ้นลงไปใน ภาคเกษตรตามที่รัฐบาลเสนอแนวทางมานี้ผมเห็นด้วย แต่ผมคิดว่าถ้าในเมื่อเงิน เปึนอย่างนี้รัฐบาลก็ต้องตัดใจแล้วครับ บางส่วนที่มันจะไม่รอดก็ปล่อยไว้ก่อน แต่เอาที่คน ส่วนใหญ่ให้รอดก่อน มีออกซิเจนให้ไป ๑๐ คน คนละนิดละหน่อยครับ ท้ายที่สุดมันตาย หมดครับ ก็เอาที่มันรอดสักคนหนึ่งนี่เอามาใส่ไว้สักคนให้มันรอดไป และผมคิดว่าถ้า รองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ มาดูเรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจ เรื่องของภาค เกษตร ลองตัดใจใส่เข้าไปในภาคเกษตรเต็ม ๆ นี่ให้คน ๔๐ ล้านคนของประเทศนี่เขา สามารถยืนหยัดอยู่ได้ แล้วสิ่งสําคัญมากไปกว่านั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของ เงินที่ลงไปกระตุ้นนั้น ในเรื่องของเงินที่ใช้งบประมาณใส่ลงไปนั้น ผมคิดว่าต้องจัดการให้ มีประสิทธิภาพสูงสุด ผมฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อคืนแล้วผมประทับใจมาก ท่านบอกวันนี้อยู่ในโลกของความเปึนจริงแล้ว มันโกหกกันไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องชัดเจน แล้วก็เปึนที่ประจักษ์ ดังนั้นถ้ารัฐบาลตัดใจใส่ลงไปที่ภาคเกษตรให้เต็มที่ เมื่อคนภาค เกษตรมีรายได้มากขึ้นการจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่นมันก็จะมีมากขึ้น แต่ผมติดอยู่ว่าเรื่อง ของการบริหารจัดการ การกํากับตามนโยบายของรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการ เสนอนโยบาย ในการกํากับดูแลแล้วก็ติดตาม ท่านทราบไหมครับเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านโยบายและการกํากับดูแลในเรื่องของภาคเกษตรนั้นล้มเหลว ล้มเหลวอย่างไรครับ โครงการรับจํานํามันสําปะหลัง โครงการนี้ดี แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอ โครงการดําเนินการไปนี่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบริหารจัดการในเรื่องง่าย ๆ ได้ โครงการรับจํานําข้าวกับมันสําปะหลังนี้เอายกตัวอย่างมันสําปะหลังก่อนท่านประธาน ที่เคารพ พอมันสําปะหลังออกจากไร่มันก็เริ่มมีการทําใบประทวน เอาว่าการดูแล ใบประทวนอะไรทั้งหลายที่มีการปลอมปน มีการทุจริตอะไรทั้งหลาย ใบประทวนที่ ไม่เปึนไปตามจริงนี่ เอาละนั่นเปึนงานที่มันเปึนงานส่วนใหญ่จะผิดพลาดเราก็ไม่ว่ากัน เมื่อมันสําปะหลังออกจากไร่มันต้องมีโกดัง มีคลังสินค้า มีไซโลที่จะเก็บมันสําปะหลัง ท่านทราบไหมครับว่า พอมันออกจากไร่เสร็จมีโครงการรับจํานํา ไม่มีที่ไว้ ไม่มีการเตรียม ที่สําหรับที่สําหรับจะเก็บมันสําปะหลังของเกษตรกร นี่โรงสียังดีนะครับข้าวมันยังมีอยู่ ยังมีโกดังมีอะไรอยู่ แต่มันสําปะหลังไม่มี มันสะท้อนถึงการบริหารจัดการว่าไม่ได้ เตรียมการ เพราะมันสําปะหลังนี่รับจํานําจากเกษตรกรมามันต้องมีการขนส่งเข้ามา ส่วนกลางแล้วก็ระบายออกไปต่างประเทศ ผมถามว่า รัฐบาลได้เตรียมการ ในการระบายสินค้าทางการเกษตรเหล่านี้ที่มันเหลืออยู่นี่ออกไปต่างประเทศหรือไม่ ไม่มีหรอกครับ ก็ถูกเก็บกันอยู่อย่างนี้จนกระทั่งกลายเปึนของเสีย แล้วคนที่อยู่ใน ภาคเอกชนที่เขาช่วยรัฐบาลเต็มที่ วันนี้เขาร้องกันทั้งบ้านทั้งเมืองคือใครทราบไหมครับ พวกโรงแปังกับลานมันที่เขาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ค่าแปรสภาพเขายังไม่ได้เลย ค่ารับขนส่งก็ไม่ได้ เรียกใครมาขนมันสําปะหลังจากคลังสินค้านี่เอามาส่วนกลางเข้ามา กรุงเทพฯ หรือไปไหนก็ตามไม่มีเจ้าของผู้ประกอบการรถบรรทุกรายใดที่ต้องการ นี่มันสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการเรื่องของพื้นฐานง่าย ๆ ที่ไม่ได้มีการเตรียมความ พร้อมไว้ เพราะถ้าสิ่งอย่างนี้มันเกิดขึ้นผมถามว่างบประมาณแผ่นดินที่ลงไปนี่มันจะ บริหารกันได้อย่างไร
อันที่ ๒ คนที่อยู่ในภาคการเกษตรกร ๓๐–๔๐ คนนี่ ผมว่ามีคนรัก เกษตรกรมากเกินไป มี ๕ กระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลอุ้มเกษตรกร ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง ไปอุ้มเกษตรกร อุ้มแล้วก็อุ้มไปคนละทิศละทาง ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ต้องตกไปแล้วก็ตาย กว่าจะตัดสินใจ ได้เรื่องหนึ่งต้องประชุมคณะ คจก. (โครงการจัดสรรที่ดินทํากินสําหรับเกษตรกร) ประชุมคณะกรรมการสารพัดกรรมการ เกษตรกรก็แย่แล้ว แล้วคนที่ลําบากที่สุดนี่กับ นโยบายที่มันเดินผิดพลาดแล้วก็ไม่มีการบริหารจัดการที่เข้มงวดกวดขันคือข้าราชการ ประจํา ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด มีการเดินขบวน หรือตั้งแต่ อธิบดีที่รับนโยบายมาก็ต้องรอแต่คําสั่งฝ์ายนโยบาย คนเขาเดินขบวนป่ดถนนกันที่ กําแพงเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องไปนั่งเฝัากันตั้งแต่เช้ายันเย็นนะครับ ต้องค่อย ๆ ไปเจรจากันบอกกลับไปก่อนเดี๋ยวจะมาถามให้ สิ่งเหล่านี้ก็ทําภาระให้กับข้าราชการประจําด้วย เพราะข้าราชการประจําก็ฝ๋นไม่ได้ ก็ต้องทําตามนโยบาย ฝ๋นเดี๋ยวก็ย้ายไปเปึนผู้ตรวจ ย้ายไปอะไร เขาก็ไม่อยากไป เขาก็ต้องทํา ก็ต้องเฝัาทนทําไป นี่คือการบริหารที่เราดูว่า ถ้าการจัดงบประมาณ ถ้าไม่มี การติดตามดูแลอย่างชัดเจนจริงจัง แล้วโดยเฉพาะภาคเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นสิ่งที่มีหน่วยงานเข้าไปดูแลเกษตรกรมากเกินไปแล้ว ผมว่าเปึนเรื่องที่แปลก เรื่องง่ายแต่เมืองไทยนี่ทําให้มันยาก ท่านทราบไหมครับว่า ในต่างประเทศเขารู้ ก่อนเราว่าเมืองไทยในแต่ละป้จะมีผลผลิตอะไรออก เขามีดาวเทียมทางการเกษตร เขาส่องดูแล้วครับ บ้านเรามีดาวเทียมทางความมั่นคง ดาวเทียมที่เป่ดออกมาแล้วก็ให้ด่า กันทุกวัน แต่ดาวเทียมทางการเกษตรนี่ไม่สามารถจะพยากรณ์สินค้าพืชผลทาง การเกษตรออกมาให้ดูได้ จริง ๆ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมก็เห็นเด็กมาเล่นกันครับ เขามีเน็ตอันหนึ่ง เขาเรียก กูเกิล เอิร์ท (Google earth : โปรแกรมท่องโลกในรูปแบบ ๓ มิติ) ส่องเห็นหลังคาบ้านเลยครับ ฉะนั้นการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ของเมืองไทยนี่มันเปึนไปได้อย่างไรครับ คาดการณ์กันผิดบางที ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ตัวเลขสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรก็ออกมาอย่างหนึ่ง ตัวเลขกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ออกมาอย่างหนึ่ง ตัวเลขของ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร) ก็ออกมาอย่างหนึ่ง เอาว่าพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ในประเทศไทยนี่มัน ไม่ใช่พื้นที่ที่ใหญ่โตมโหฬาร เรายังไม่รู้ว่ามีอะไรกี่ต้นเลยครับ นี่ผมบอกว่าเรื่องง่าย แล้วเราก็ทําเปึนเรื่องยาก ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมว่ารัฐบาลต้องกลับไปดู
อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากมีการดูแลกันมากเกินไปในกลุ่มเกษตรกร เรื่องของการบริหารจัดการที่ในอดีต มันผิดพลาดอย่างไร รัฐบาลนี้ได้เปรียบอยู่แล้ว ก็อะไรที่มันผิดพลาดครั้งนี้ก็เอามาแก้ไข ปรับปรุง แต่ไม่ใช่บอกครั้งนี้อะไรผิดพลาดก็บอกรัฐบาลที่แล้วก็ทํา ถ้าอย่างนี้มันก็ง่ายไป ท่านประธาน แล้วอีกประการหนึ่งผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่า เดี๋ยวต่อไปจะ เลิกจํานําสินค้าการเกษตรแล้ว จะหันมาประกันแทน ผมอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ เราติดดับเบิลยูทีโอ (WTO : World Trade Organization องค์การการค้าโลก) หรือเปล่าครับ การแทรกแซงและการบิดเบือนกลไก คือปะตรงนี้ที แล้วก็ไปใส่ตรงโน้นหน่อย ตรงนั้นก็ผุลามไปอีก ถ้าน้ําไม่ดีเกษตรกรเขาไม่มี ทางรอด ชาวนาไทยที่ทํานาปรัง ข้าวไวแสงที่ทําได้ป้ละ ๒ ครั้ง ถ้าเขาทําได้ ๒ ครั้ง เขาก็มี รายได้เยอะ แต่บางจังหวัดอย่างเช่น จังหวัดพิจิตร พื้นที่ลุ่มเขาทําข้าวนาปรังไม่ได้ เขาต้องทําข้าวนาป้ ๖ เดือนถึงได้เกี่ยว และป้หนึ่งได้ครั้งเดียว ฉะนั้นการบริหารจัดการน้ํา รัฐควรจะทุ่มเทงบประมาณตัดใจใส่เข้าไปให้มันเต็ม ๆ ถ้าใส่ไปแค่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในกลุ่มของเศรษฐกิจทางภาคเกษตรใส่ไป ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอะไรไม่ได้เลยครับ ทําไม่ได้แล้วความล้มเหลวเราก็จะไม่มีทางได้เงินภาษีกลับคืน ไม่ได้มีรายได้เข้าสู่ประเทศ กลับคืนมา การเพิ่มมูลค่าการผลิตเราก็ไม่ได้
อันที่ ๒ ดินครับ วันนี้สถานีพัฒนาที่ดินมีครับ มีเหมือนเอาไว้เปึนตัวอย่าง ครับแต่ละจังหวัด กําแพงเพชรมีเจ้าหน้าที่อยู่ ๔ คน ผมถาม แล้วไปพัฒนาที่ดินตรงไหน ครับ ดินถ้ามันไม่เหมาะกับพืชแล้วดินมันทําอะไรไม่ได้ สถานีพัฒนาที่ดิน รัฐต้องใส่เข้าไป ทําให้เขาสามารถไปทําให้ดินมันเหมาะกับพืชและก็ให้คุณภาพของดินมันคงที่ไว้
แล้วสิ่งสุดท้ายเรื่องปุิย เรื่องปุิยเมื่อวานนี้สมาชิกหลายท่านก็พูด ท่าน ส.ส. นิยม จังหวัดพิษณุโลก เขาก็พูด บอกวันนี้ปุิยอินทรีย์ ปุิยเคมี ที่อยู่ตามอําเภอต่าง ๆ ทําไม ไม่สนับสนุนส่งไป มูลค่าการสั่งปุิยเข้าประเทศป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านตัน ล้วนแต่ เปึนปุิยที่ต้องเอาเงินตราไปซื้อเขามาทั้งสิ้น แล้วบริษัทปุิยก็มีไม่กี่บริษัทท่านประธานครับ แล้วผมไม่แน่ใจว่า วันนี้คณะกรรมการปุิยแห่งชาติยังเอาเจ้าของปุิยเปึนกรรมการอยู่ หรือเปล่าบริษัทใหญ่ ๆ ถ้ายังเอาเจ้าของปุิยเปึนกรรมการของปุิยแห่งชาติอยู่นี่นะครับ มันก็เหมือนเอาแมวไปเฝัาปลาครับ มันจะเหลืออะไรครับ มันก็ไม่เหลือละครับ ฉะนั้น ปุิยกับเคมีทางการเกษตร รัฐต้องมีการตรวจเข้มให้ดี อย่าให้เกษตรกรเขาถูกเอารัด เอาเปรียบ เวลาเอาตัวอย่างปุิยไปให้ดู ก็เอาของจริงไป แต่เวลาขายไปที่โกดัง มันก็อีก เรื่องหนึ่ง เอาดินไปขายเกษตรกร พวกเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ถ้ารัฐไม่กํากับดูแล ควบคุมดี ๆ เอาจริงเอาจัง เกษตรกรตายหมดนะครับ ฉะนั้นเมื่อมีน้ํา มีดินดี มีปุิย แล้วก็มี พันธุ์พืชที่เหมาะ ศูนย์วิจัยข้าวในทุกภาคของประเทศ ท่านลองใส่งบประมาณไป ให้ถึงชาวนาจริง ๆ ไม่ใช่ไปแค่ตัวอย่าง ชาวนามี ๑๐,๐๐๐ คนได้ไป ๓๐ คน ผมถามว่า แล้วจะได้ประโยชน์อะไรครับ ศูนย์พัฒนาพันธุ์ข้าวครับ แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ผมไม่ติดใจครับ เรื่องงบ ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเปึนงบที่น้อยนิด เพราะมันเปึนค่าใช้จ่ายประจําเสียเยอะ ถ้าได้เงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มา ลองเอาให้มันฟุ๋นสักพวกหนึ่ง คือพวกเกษตรกร ที่เขาบอกเปึน กระดูกสันหลังของชาติ แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าปู์ย่าตายายแล้วใครไม่รู้ไปตั้งสมมุติฐานว่า คนที่เปึนชาวไร่ชาวนา ต้องจน ก็เขาจะรวยบ้างไม่ได้หรือครับ ต้องให้เขาจนอยู่อย่างนั้น หรือครับ พอเขาจะลืมตาอ้าปากได้ ก็จะไปกดเขาไว้หรือครับ ผมว่ารัฐบาลก็ต้องดูแล เอาคนส่วนใหญ่ก่อนให้มันรอดพ้นปลอดภัยไปก่อน แล้วผมว่าบ้านเมืองมันก็จะเดินได้ วันนี้เกษตรกรลูกชาวไร่ชาวนามาเปึนรัฐมนตรีก็เยอะ ไปเปึนอธิบดี เปึนปลัดกระทรวง ก็เยอะ ลูกรัฐมนตรีไปเปึนนักเลงก็มากมาย ผมถึงบอกว่า ลองดูเถอะครับ ภูมิปัญญา ท้องถิ่นกับพวกเขาเราช่วยกันดูแลให้ และกระผมกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่มีความตั้งใจที่จะ ทําให้งบประมาณเหล่านี้มันบังเกิดความสําเร็จสูงสุด ทําให้คนสามารถอยู่รอดปลอดภัย ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอความกรุณาอย่างนี้ได้ไหมครับเหลือ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ซึ่งเปึนอีกฝ์ายอีกท่านหนึ่ง เดี๋ยวท่านจะได้ชี้แจงทีเดียวนะครับ เชิญท่านสุรวิทย์ครับ เชิญครับ ของท่านก็ ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ แล้ว เห็นว่ายังมี ปัญหาที่จะต้องหยิบยกขึ้นมา เพื่อที่จะได้หาทางให้การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่าง จํากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดิมทีเดียวรัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ต้องปรับลดลงมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การที่รัฐบาลตั้งไว้ครั้งแรก ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ต้องปรับลดลงมา ก็เนื่องจากข้อมูล หรือตัวเลขที่รัฐบาลคาดการณ์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจผิดพลาด นี่คือจุดอ่อนครับ ผมอยากเรียนประธานว่า การที่ทํางานอะไรก็ตามถ้ามีข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ข้อมูลที่ ไม่แน่นอน ข้อมูลที่ผิดพลาด จะทําให้การวางแผนงานต่าง ๆ ผิดพลาดไปด้วย ผลการ ปฏิบัติงานก็ผิดพลาด เหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่แรกเข้ามาบริหารประเทศ ตัวเลข จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ก็บอกว่าอย่างเลวร้าย ก็คงไม่ติดลบ เอาเข้าจริง ๆ ครับ ไตรมาสแรกของป้นี้ลบ ๗.๑ ครับ เดิมบอกว่าไม่ควรจะ ติดลบ แต่เอาเข้าจริง ๆ ไตรมาสแรกลบ ๗.๑ ซึ่งผิดพลาดไปมาก แล้วก็ตัวเลขอื่น ๆ ไม่ว่า ที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ การจัดเก็บภาษีก็เช่นเดียวกัน ครั้งแรกรัฐบาลบอกว่าคงจะจัดเก็บ ได้ต่ํากว่าเปัาหมาย แต่ตัวเลขที่คาดการณ์ว่าจะต่ําเท่าไร รัฐบาลบอกว่าน่าจะอยู่ที่ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเข้าจริง ๆ ไม่ใช่ พลาด พอปฏิบัติจริงปรากฏว่า เก็บรายได้ได้ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผิดมากเกินไป มันไม่ควรจะ เปึนอย่างนี้ การที่เห็นตัวเลขอย่างนี้ก็แสดงว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ข้อมูลหรือว่าระบบการ จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทําให้ผิดพลาด พอรัฐบาลตั้งไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกิดปัญหาแล้วครับ จะไปตัดเรื่องอะไรกระทรวงใด ปัญหาก็คือว่า พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคติดใจตั้งแต่งบกลางป้มาแล้วว่า กระทรวงใดที่ พรรคประชาธิปัตย์พรรคแกนนํากํากับดูแลก็ได้งบประมาณมาก กระทรวงใดที่พรรคร่วม รัฐบาลดูแลก็ได้งบประมาณน้อย เขาติดใจมาตั้งแต่งบกลางป้แล้วครับ พอจะมาตัด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีปัญหาอีกแล้วว่าเขาจะถูกตัดลงมากกว่ากระทรวงที่กํากับโดย พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ก็หลาย ๆ เรื่องที่เราเห็นครับ เมื่อวานนี้ก็มีแล้วนะครับ หัวหน้า พรรคเพื่อแผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็บ่นน้อยใจแล้ว อยู่ด้วยกัน เปึนอย่างนี้บ่นน้อยใจแล้วนะครับ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่ามันอาจจะเปึนเรื่องที่ หลีกเลี่ยงยาก เพราะว่าของใครที่ดูแล กระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคแกนนําดูแล ก็อาจจะถูกปรับลดน้อย ความจริงแล้วเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับความสําคัญของปัญหามากกว่า อย่าไปมอง เขามองว่าท่านมอง พรรคแกนนํามองว่าพรรคไหนพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงไหนพรรคประชาธิปัตย์กํากับต้องปรับน้อย กระทรวงไหนที่พรรคอื่นกํากับอาจจะ ถูกปรับมาก ซึ่งเปึนเรื่องที่เขามอง แล้วซึ่งความเปึนจริงแล้วถ้าเผื่อว่าให้ความเปึนธรรม เอาตามความสําคัญของปัญหา เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมจะสร้างผลผลิต สร้างรายได้ อันนี้ต้องให้มาก ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําเงินรายได้ให้มากก็ต้องให้เขามาก ๆ แต่มันไม่เปึนเช่นนั้นนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหาความแตกแยกในการทํางาน ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เรียกว่า ขาดเอกภาพ นี่ผมมองว่าปัญหาการใช้จ่าย งบประมาณก็จะต้องตามมาเพราะขาดการมีเอกภาพ อย่างทีมงานเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวง พาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงกระทรวงคมนาคมมาจากคนละพรรคครับ การประสานงานกันก็เห็นอยู่ครับ ผมก็ไม่อยากจะลงไปลึก มีรัฐมนตรีร้องไห้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีร้องไห้ ต้องมีการเรียกว่า ใช้ยาสามัญประจําบ้าน เข้ามาใช้บ่อย ๆ ผมเกรงว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเกิดปัญหาถ้าเผื่อว่าเกิดความไม่เปึน เอกภาพในการบริหารงานร่วมกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องงบประมาณที่ตัดลดไปนั้น ความจริง ก็เปึนเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ปรับลดลงไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อย่างไร ก็ตามเราทราบนะครับว่ารัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เข้ามาอีกจํานวนมาก เงินนอกงบประมาณปัญหาจะอยู่ที่การตรวจสอบว่ามีการใช้จ่าย งบประมาณเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีการทุจริตคอร์รัปชัน เราจะตรวจสอบได้ หรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เดี๋ยวนี้คนเขาไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะบริหารงานโดย โปร่งใส เพราะโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการออกมาภาพไม่ดีครับ แม้แต่โครงการรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ความจริงแล้วดี แต่คนเขาไม่เชื่อว่าจะทําได้ดี เขาไม่เชื่อว่าจะทําโดยการไม่มี ทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนี้คือเรื่องที่เขามองแล้วก็มีแนวโน้มจะเปึนเช่นนั้นด้วย ผมก็ กราบเรียนว่าการมีเงินนอกงบประมาณมาก ๆ จะเปึนปัญหามากครับ ก็ฝากท่านประธาน ถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมก็เชื่อว่าท่านเปึนคนที่ตรงไปตรงมาด้วยนะครับ ด้วย หลาย ๆ อย่างที่ผมมองนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ทีนี้มามองอีกเรื่องหนึ่ง งบประมาณรายจ่ายของ รัฐบาลครั้งนี้เปึนงบประมาณแบบขาดดุลจะต้องกู้เงินอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การต้อง กู้เงินนี้ชัดเจนครับ แต่รัฐบาลมีเพดานตามกฎหมายที่จะกู้ได้ในป้งบประมาณนี้จํากัด ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินเพดานเกินที่ท่านจะกู้ได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะจําเปึนต้องมีงบกลางป้จะมีได้หรือไม่ หรือถ้าเผื่อว่าป้นี้จัดเก็บรายได้ ได้ต่ํากว่าเปัาหมายอีกปัญหาจะตามมา ในที่สุดท่านก็จะต้องออกพระราชกําหนด เหมือนกับเมื่อวานซืนที่ออกไปทําให้ปัญหาความไม่ไว้วางใจมากขึ้น คนเขาจะมองว่า การตรวจสอบต่าง ๆ จะลําบากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมเองผมก็เปึนห่วง หลาย ๆ ท่านก็เปึนห่วง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่ายังมีปัญหาต่าง ๆ ที่อยากจะ ฝากไว้ในเรื่องของการขาดระบบบริหารจัดการที่ดี การกํากับงานที่ยังขาดประสิทธิภาพ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมามีข่าวคราวธนาคารของรัฐบาลเปึนไปได้อย่างไร พนักงานธนาคาร ไม่ใช่ระดับสูงมาก ทําไมสามารถที่จะโกงเงินได้เกือบพันล้านบาท ไม่ใช่โกง วัน ๒ วันนะครับ ทําติดต่อกันมาหลายเดือน ซึ่งผมไม่ระบุว่าธนาคารใดนะครับ บอกว่า ๔๐๐ ล้านบาท ความจริงไม่ใช่ครับ เดี๋ยวนี้ตัวเลขมากขึ้นไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตรวจสอบไม่ได้และยังมีอีกหลาย ๆ แห่งที่ยังเปึนลักษณะเช่นนี้อยู่ ก็ต้องฝากครับว่า การกํากับ การตรวจสอบ การบริหารงบประมาณ หรือแม้แต่งานของหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจในกํากับของรัฐบาลก็ขอให้จัดระบบให้ดี เพราะทุกคนไม่อยากจะเห็นสภาพ เช่นนี้ถูกโกงไป ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันก็คือเงินของประชาชน เงินของ ส่วนรวม เงินของประเทศชาติครับ
ในเรื่องที่จะฝากอีก การกํากับที่ไม่ดี เช่น การก่อสร้างต่าง ๆ ดูมาตรฐานจะ ต่ํากว่าที่ควรจะเปึน ถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ลาดยางบางสายทํายังไม่เสร็จต้องซ่อมแล้ว ทํายังไม่เสร็จเลยครับซ่อมแล้ว แล้วพอ ๑ ป้ พอบอกว่าจะหมดสัญญา การที่จะต้องมา เงินประกันต่าง ๆ พอจวน ๆ เขาจะไม่ซ่อม เอารอไว้ใกล้ ๆ จะหมดอายุสัญญาประกัน ความเสียหายต่าง ๆ พออีกสัก ๑ เดือนจะหมดเวลาครับ ก็มาซ่อม พอหลังจากนั้นชํารุดอีก ก็เปึนหน้าที่เปึนภาระของรัฐบาล นี่คือการสูญเสียจากการกํากับงานที่ไม่ดีของภาครัฐ ของเรานะครับ ก็ต้องฝากตรงนี้ด้วย หรือแม้แต่หลาย ๆ เรื่อง ผมยกตัวอย่าง ในเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดชัยภูมิ ถนน ๔ ช่องจราจร ชัยภูมิ-แก้งคร้อ ได้รับงบประมาณก่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จไปเกือบ ๒ ป้แล้ว ปรากฏว่าไม่มีไฟฟัาส่องสว่าง ถนนเส้นนี้มืดทั้งสาย อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นบ่อย ความจริงมันต้องคู่กัน ถนนดี รถวิ่งเร็ว ต้องมีไฟฟัาส่องสว่าง ผมเคยสอบถามว่าจะใช้ งบประมาณสักเท่าไร เขาบอกว่าก็ประมาณ ๕๐-๑๐๐ ล้านบาท ผมก็ไปเล่าปัญหาให้ฟัง ในฐานะผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่จํากัดสิทธิต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะ โดยตรงได้ ก็ไปเล่าปัญหาให้ฟังว่าพวกคุณต้องรู้สิว่าสร้างถนนเสร็จ ถนน ๔ เลน รถวิ่งเร็วขึ้น แต่เดิมมีไฟฟัาส่องถนน แม้แต่สี่แยก ห้าแยก ก็ไม่มีไฟฟัาส่องสว่าง ฝากท่านประธานถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับถนนสายชัยภูมิ-แก้งคร้อ ขอระบบไฟฟัา ส่องสว่างเพื่อที่จะลดปัญหาเรื่องความสูญเสียจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของโรงเรียน ผมกราบเรียนว่าโครงการ เรียนฟรียังมีปัญหาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรม วิชาการ กิจการลูกเสือ เนตรนารี กิจการทัศนศึกษา งบประมาณที่จัดให้ต่อหัวน้อยเกินไป ระดับประถมให้ไป ๒๔๐ บาทต่อคนต่อเทอม มัธยมต้น ๔๔๐ บาทต่อคนต่อเทอม มัธยมปลาย ๔๗๕ บาทต่อคนต่อเทอม ไม่พอครับ อันนี้สมมุติว่าจัดทัศนศึกษาไม่พอ ก็ควรจะเพิ่มให้ แต่เพิ่มเท่าไรผมว่าท่านผู้รับผิดชอบก็คงจะไปพิจารณานะครับ แล้วก็โรงเรียน ผมกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้โรงเรียนในเขตชุมชนเมือง ในเขตเทศบาล เขาไม่สามารถจะขยายพื้นที่ได้ แต่การจัดสรรงบประมาณจัดส่งลงไปที่เขตบอกว่าป้นี้ เขตนี้ได้ สมมุติว่าได้มาสัก ๕๐ ล้านบาท เขาก็แบ่งเฉลี่ยกันทุกโรงเรียน โรงเรียนหนึ่ง อาจจะได้สัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โรงเรียนในเขตเทศบาล ในเขตชุมชนเมือง จะสร้าง โรงเรียน ๒ ชั้นไม่ได้ละครับ ต้อง ๓ ชั้น ๔ ชั้น ผมเคยขอมาเมื่อสมัยที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่านะครับ โรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อ หนองไผ่ อําเภอแก้งคร้อ โรงเรียนบ้านหมื่นแผ้ว ที่อําเภอเมือง ขออาคาร ๓ ชั้น ๑๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ ก็กราบเรียนว่าทั้ง ๆ ที่บางครั้ง เหมือนจะได้ เพราะผมก็ติดตามในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ห่วงใย เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน สัก ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท มันต้องอย่างนั้น จะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทไป อาคาร ๒ ชั้นเขาสร้างไม่ได้ครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมจะกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป์า เช่น ที่ตําบลท่าหินโงม อําเภอเมืองชัยภูมิ หลาย ๆ หมู่บ้าน บ้านหินหนีบ บ้านซับสมบูรณ์ เปึนพื้นที่ป์า เดี๋ยวนี้ผมกราบเรียนว่าเขาต้องการไฟฟัาส่องสว่าง ต้องการถนนเข้าไป แต่ปรากฏว่าก็ได้ไฟฟัาพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีคนซ่อม ก็ขอฝากในส่วนนี้ ถนนเข้าไป ไฟฟัาที่จะให้ในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ฝากว่าเปึนเรื่องที่มีความจําเปึนมาก และไฟฟัาเพื่อการเกษตรครับ การไฟฟัาส่วนภูมิภาคเขาไม่ลงทุนละครับ เพราะไฟฟัาเพื่อ การเกษตรนั้นเดินสายยาว ได้ค่าใช้จ่าย ได้ค่าไฟฟัาน้อยนะครับ ซึ่งส่วนนี้น่าจะต้องมีการ จัดงบพิเศษ เช่น สมัยก่อนที่ฝ์ายเราเปึนรัฐบาล เคยจัดงบประมาณไว้ ๖๐๐ ล้านบาท เอา เลยครับ ขยายเขตไฟฟัาเพื่อการเกษตร เดี๋ยวนี้ไม่มี ขอได้ แต่ไม่มีขยาย มีรับเรื่องแต่ไม่มี งบประมาณให้ เพราะฉะนั้นฝากไว้ครับไฟฟัาเพื่อการเกษตร จัดไว้ ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาเลยครับ ป้สองป้ขยายไปใหญ่ เพราะว่าเปึนการช่วยลดรายจ่ายของ พี่น้องเกษตรกร สูบน้ําด้วยน้ํามันกับสูบน้ําด้วยไฟฟัาราคาแตกต่างกัน ก็กราบเรียน หลายเรื่อง ทั้งเรื่องอื่น ๆ ครับ ไม่ว่าจะเปึนการสร้างวัด หลายวัดที่ควรจะได้ก็ยังเก็บเรื่อง ไว้ครับ ๑ ป้ ๒ ป้ ปรากฏว่าไม่มีการเคลื่อนไหว หลายวัดที่แจ้งผมมาคงจะมีหลายเรื่อง แต่ผมคิดว่าเวลาหมดพอดี ก็คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คงจะใช้เวลาไม่มากนะครับสั้น ๆ ๒-๓ ประเด็น นะครับ หลาย ๆ เรื่องก็น้อมรับแล้วก็จะรับไปปฏิบัตินะครับ สิ่งที่เปึนเรื่องของงบประมาณ ในส่วนไหนจะทําได้ก็จะรีบเร่งรัดทําให้ พอดีมีประเด็นที่ผมก็มีความห่วงใยไม่ต่างจาก ท่านทั้งหลายนะครับ คือเรื่องพี่น้องเกษตรกร แล้วก็อยู่มาก็นานแล้วครับก็ได้แต่พูดกัน แต่ โอกาสที่จะทําจริงนี่ก็มองก็มองไม่ค่อยเห็นสักทีนะครับ พี่น้องเกษตรกรมีด้วยกันทั้งหมด ถ้าดูตัวเลขถ้าเชื่อตัวเลขก็ ๕,๐๐๐,๐๐๐ – ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ก็เปึนประชากร ประมาณ ๒๐ ล้าน บวก ลบนะครับ แต่ว่าความสําคัญมันอยู่ที่ว่าพี่น้องเกษตรกรเรื่อง รายได้ของเขานี่มันหากินกับเรื่องของการเกษตรนี่มันเดายาก ดินฟัาอากาศก็มีโอกาสที่จะ แปรปรวนตลอดเวลา ป้ไหนปลูกได้ดีก็ปลูกได้ดีเหมือนกันหมด ราคาก็ต่ํา ป้ไหนที่ปลูก ไม่ได้เลยก็ราคาดีจังเลย แต่ว่าไม่มีผลผลิตทางการเกษตรก็ไม่มีรายได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เราอยากจะทําในวันนี้คือเราอยากจะบอกว่า จากวันนี้ไปเกษตรกรจะต้องมีการประกัน รายได้ของเขา ความหมายของการประกันรายได้ก็คือว่า ไม่ว่าท่านจะปลูกสินค้าตัวใด ทําไร่ ทํานา ทําสวน ต้นทุนเท่าไรต้องมีกําไร คือถ้าหากรัฐบาลไม่ใช่รัฐบาลนี้ครับ รัฐบาลนี้ และรัฐบาลต่อ ๆ ไปตั้งหลักไว้อย่างเดียวครับว่า ไม่ให้ขาดทุน ไม่ต้องกําไรมาก แต่ไม่ให้ ขาดทุน ถ้าหากในช่วงไหนที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องผลต่างระหว่างต้นทุนกับ กําไรที่พึงจะได้รับได้ รัฐบาลก็ต้องไปช่วยลดภาระในเรื่องของต้นทุน ถ้าใช้หลักนี้นะครับ ถ้าใช้หลักนี้รัฐบาล ผมเชื่อว่าแต่ละป้ไม่น่าจะใช้เงินเกินกว่า ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตรงนั้นประเด็นที่ ๑ เราต้องตัดใจก่อนเลยครับว่าทุก ๆ ป้ในป้งบประมาณในแต่ละป้เรา บอกเลยว่าเราจะเตรียมงบประมาณไว้เพื่อประกันรายได้ของเกษตรกรนะครับ ป้นี้ผมก็ เริ่มทําที่มันสําปะหลัง แล้วก็หลายท่าน มีท่านหนึ่งได้พูดรายละเอียด คือท่านรู้และเข้าใจ ปัญหาเหมือนกับที่ผมไปเจอมาครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่านโยบาย ในอดีตที่ผ่านมาก็ทํากันมานานนะครับ หลาย ๆ รัฐบาล ก็คือมีหลายระบบ ระบบที่คิดว่า ทําได้ผลตอนแรก ๆ ก็คือ ระบบเรื่องจํานํา โดยคิดว่าถ้าหากว่าเรามีอุปสงค์ อุปทาน ถ้าเรามีอุปทานมากเกินไปเราแอบดูดมาเก็บไว้นะครับ เมื่อน้อยแล้วเราก็คิดว่าพอมี อุปสงค์สมดุลกัน ราคาก็จะปรับขึ้น ในอดีตก็ทํามาอย่างนี้ครับ แล้วก็จํานําก็ไม่ได้ไปใน โกดังที่ไหนล่ะครับ รับจํานําอย่างเรื่องข้าวนี่ก็จํานําไว้ในยุ้งฉาง จํานําไว้ใต้ถุนบ้านของ เกษตรกรนะครับ แล้วราคาจํานําก็ไม่ได้สูงกว่าราคาตลาดด้วยนะครับ เปึนแต่เพียงว่า รอให้ตลาดขยับขึ้น ตอนนี้เกษตรกรไม่มีเงินอย่าเพิ่งขายนะเอามา เอาเงิน ธ.ก.ส. ไปก่อน แล้วพอราคาขึ้นแล้วเขาก็ขายแล้วก็เอาเงินมาคืน ธ.ก.ส. ก็เปึนระบบที่ทํากันมา ตอนหลัง มันแปรเปลี่ยนไปครับ ตอนหลังการจํานํากลายเปึนว่าจํานําราคาสูงกว่าตลาด พอจํานํา สูงกว่าตลาดก็เปึนภาระ ภาระก็คือว่าคนที่มาจํานําไม่จํานําแล้วครับ ขายให้รัฐบาลเลย ดีกว่า เพราะว่าจํานําไปทําไมครับเดินเข้าไปในโรงมัน ในไร่มันเขาให้ ๑.๒๐ บาท ๑.๓๐ บาท รัฐบาลให้ ๒ บาท เขาก็บอกถ้าอย่างนั้นก็มาหารัฐบาล มากันเต็มเลยครับ จากเดิมคิดว่าไม่กี่ล้านตัน กลายเปึนท้ายที่สุดรัฐบาลต้องขยาย มันทําต่อเนื่องมาจาก รัฐบาลที่แล้วมาถึงรัฐบาลนี้ใครผิด ใครถูก ไม่ต้องพูดกันเอาแต่เพียงว่าเปึนปัญหา ปรากฏว่า ๑๓ ล้านตัน รัฐบาลรับซื้อ ๑๒ ล้านตันกว่าครับ มันสําปะหลังในตลาดไม่มี เลยครับ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ พอขุดหัวมันขึ้นมาก็แปรเปึนแปังมัน แปรเปึนมันเส้น รัฐบาลก็เอาไปเก็บไว้ สินค้าที่เข้ามาจํานวนถูกต้องหรือไม่ คุณภาพดีหรือไม่ เวลาแปร จ่ายค่าแปรอย่างนี้ แล้วจริง ๆ ค่าแปรมันเปึนอย่างนี้หรือเปล่า ก็ไม่ทราบ โกดังก็ไม่มี มีก็ไม่พอ เต็มโกดังไปหมดครับตอนนี้เต็มไปหมด ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้นะครับในจํานวน ๑๒ ล้านกว่าตันของเรื่องมันสําปะหลังนี่ครับใช้เงินไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนวงเงิน ที่ ธ.ก.ส. ไปกู้จากสถาบันการเงิน กู้ไว้ทั้งหมดก็เปึนวงเงินตั้งแต่สมัยท่านสมัครนะครับ ทําไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้ต้องเพิ่มไปถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ขณะนี้เกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ แต่วิธีการก็คือว่าเมื่อเรามีของแล้วเราก็ต้องรีบขาย เฉพาะเรื่องมันสําปะหลังอย่างเดียวเราใช้เงินไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรามีข้าว เรามีข้าวโพด รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดแล้วนี่ครับ ความหมายก็คือว่ารัฐบาลกําลังถือสินค้าในโกดังแล้วก็ใช้ เงินที่เปึนเงินภาษี ยังไม่ได้ใช้ทีเดียวนะครับ ไปทําวงเงินไว้ก่อน ไปซื้อมา เอาวงเงินนี้ไปซื้อ มาเก็บไว้แสนกว่าล้านบาท ทางท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็บอกว่า การกระจาย การปล่อยขายของพวกนี้ต้องทําให้เปึนระบบ เพราะเงินมันเยอะมาก นึกดี ๆ จะไปขายตรงไหนไม่ได้เด็ดขาดนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่าวันมะรืนนี้ ผมก็จะประชุม แล้วก็เคาะแล้ว แล้วก็จะเริ่มเดินขายสินค้าเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในความ กังวลที่ว่าข้าวโพดก็กําลังจะออกอีกแล้วนะครับ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นเรารู้หน้าที่ว่าสิ่งที่เราจะต้องทําก็คือเราจะต้องรีบระบายสินค้าที่เรามีอยู่ออก แต่ว่าเราจะต้องระบายเปึน มียุทธศาสตร์ในการระบาย เพราะฉะนั้นแล้วราคาก็จะ เสียหายหมด แต่เราต้องไม่ขายกลับเข้ามาในระบบอีกครับ ถ้าวันนี้เรามีข้าวโพดอยู่ ประมาณล้านกว่าตันเศษ วันนี้เราบอกว่าเราขายเข้ามาในประเทศดีกว่า เราบอกเลยว่า ก็มาขอร้องเรานะครับ พ่อค้าอยากจะมาซื้อข้าวโพดไม่มีแล้วในตลาด แต่ตอนมีในตลาด พ่อค้าไม่ยอมซื้อ เราขอให้ซื้อก็ไม่ยอมซื้อ แต่วันนี้บอกว่าอยากจะซื้อจากเราเผื่อจะได้ ถูก ๆ ผมก็บอกว่าเราไม่ขายสิครับ เราไม่ขายครับ ข้าวโพดกําลังจะออกเดือนหน้า เดี๋ยวคุณไปซื้อ เขาก็จะแย่งไปซื้อจากเกษตรกร เกษตรกรก็จะได้ราคาดีเพราะข้าวโพด ไม่ค่อยมีนะครับ ของรัฐบาลหรือครับ ถ้าขายไม่ได้ก็โยนทิ้งทะเลไป ต้องใจกล้าครับ ต้องใจกล้าที่จะทํา แต่ขายต้องส่งออกไปอย่างเดียวนะครับ ถ้าหากเราทําใน ลักษณะอย่างนี้ทําให้เก่ง ทําให้ดีอย่างไร โปร่งใสอย่างไร ตั้งหลักได้เลยครับ ขาดทุน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทในระบบจํานําก็กลับไปดูว่าใครได้ ประโยชน์บ้าง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ได้ถือว่าขาดทุนนะครับ เพราะส่วนที่ขาดทุนมีแยกไว้ ต่างหากอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าโกดัง ค่าแปรสภาพ นั่นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นเสียไปแล้ว แต่อีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่า ๆ ล้านบาทนี่ ถ้าหากว่าขาดทุน มันไม่ได้ขาดทุน มันเปึนการเอาเงินส่วนต่างจากราคาตลาดกับราคา จํานําที่รัฐออกให้เอาไปให้เกษตรกร เพราะฉะนั้นเกษตรกรเขาได้เงินยอดนี้ไปครับ แต่ข้อเสียของมันก็คือมันไม่ได้ทุกคนครับ มันได้น้อยมากเพราะมันต้องตั้งเปึนโควตา อันนี้คือปัญหาครับ อย่างพี่น้องมันสําปะหลังที่ผมไปดูได้ประมาณร้อยละ ๒๐ เองครับ หมายความว่า ๑๐๐ คนมีได้อยู่ ๒๐ คน อีก ๘๐ คนขายหนึ่ง ๑.๒๐ บาทครับ ขาย ๑.๒๐บาท ขาย ๑.๓๐ บาท พี่น้องที่เปึนชาวนามีทั้งหมด ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว นาป้นะครับ เข้าใจว่าตัวเลขประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ เองครับที่ได้ ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เสียไปเราเอาไปให้เกษตรกรได้ เพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรทั้งหมดในพืชเกษตรที่ตัวสําคัญ ๆ ๔-๕ ตัว แต่ถ้าเปึนแนวความคิดว่าเราจะใช้ระบบประกันรายได้ขั้นต่ํา ตรงนั้นใครอยากเข้า โครงการนี้ต้องมาลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่เหมือนมันสําปะหลังครับ มันสําปะหลังนี่ พอประกาศนโยบายปุ็บค่อยมาลงทะเบียน ใครบ้างก็ไม่รู้มาลงทะเบียน แต่เที่ยวนี้ ทําตั้งแต่เริ่มต้น มันสําปะหลังนี่อาทิตย์หน้าก็เริ่มลงทะเบียนกันแล้วนะครับ แล้วหัวมัน กว่าจะขุดขึ้นมาก็อีก ๒-๓ เดือน สําหรับที่ลงไปแล้ว สําหรับที่ยังไม่ได้ลงก็อีก ๕-๖ เดือน เพราะฉะนั้นก็มีเวลาที่จะไปตรวจสอบว่ามีจริงไหม ปลูกจริงหรือเปล่า ชื่อมีตัวตน หรือเปล่า เปึนสมาชิก ธ.ก.ส. แน่นอนนะ เพราะฉะนั้นตัวเลขจะมีครบ เมื่อท่านเหล่านั้น เข้าร่วมโครงการก็รู้ตั้งแต่วันที่ไปเซ็นชื่อร่วมโครงการเลยว่า มันสําปะหลังของฉันขุดมา เท่าไร เมื่อไรได้แน่ ๑.๗๐ บาท และต้นทุนฉัน ๑.๒๐ บาท ชัดเจน ถึงวันที่ขายราคา ๑.๙๐ บาท รัฐบาลก็โชคดีไม่ต้องจ่ายเลย แต่ถ้าหากวันที่ขายปรากฏว่าตลาดไม่ดีนัก รัฐบาลก็จะมีการประกาศราคาอ้างอิง เราไม่เชื่อว่าลานมันจะซื้อเท่าไร เดี๋ยวไปฮั้วกันกับ ผู้ขาย ผู้ซื้อ ตั้งราคาไว้ต่ํา ๆ แล้วมาเบิกส่วนต่าง เพราะฉะนั้นกระทรวงพาณิชย์ เขามีการประกาศราคามันทุกวันอยู่แล้ว เรากําลังตัดสินใจกันครับ ก็คุยกับเกษตรกร ด้วยว่าจะประกาศทุกอาทิตย์ดีหรือทุกเดือนดีเพราะเปึนราคาอ้างอิง วันนี้ราคาอ้างอิง ๑.๔๐ บาท พี่น้องชาวไร่มันสําปะหลังที่นั่งฟังอยู่ทางบ้านก็บอกได้เลยว่าวันนี้ ๑.๔๐ บาทนะ ถ้าไปขาย เหลืออีก ๓๐ สตางค์ ธ.ก.ส. ใส่บัญชีให้ในจํานวนที่ได้ไป ลงทะเบียนไว้ อันนี้เปึนวิธีการที่ผมมีความเชื่อ ผมเชื่อว่ามันจะมีอุปสรรค แต่ผมเชื่อว่าเงิน ที่เปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งหมดนี่ครับมันจะไปลงถึงเกษตรกรตัวจริงมากที่สุด ตกหล่น รั่วไหล มีครับ เวลาปฏิบัติการลงไปข้างล่างแล้วมันมีโอกาส แต่ผมคิดว่ามันน้อย และตรวจสอบได้ ผมมีข่าวดีนะครับพูดจริง ๆ แล้วในเรื่องของเกษตรกร เพราะว่าในอดีต ที่ผ่านมา อย่างวันนี้เอกสารหน้า ๒๗ เขาบอกว่าการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้เรื่องละครับ ของเก่าครับ ของที่เปึน งบประมาณผูกพัน ของที่ทํากันมาทุกป้ซ้ําแล้วซ้ําเล่า แล้วก็มันไม่ได้แหล่งน้ํามาก เท่าที่ควร พวกเราถึงต้องมาบ่นกันทุกป้ครับ แต่ครั้งนี้นะครับ เนื่องจากว่าเราก็ถือวิกฤติ เปึนโอกาส เงินที่เราจะลงทุนป้ละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อวานนี้แล้วก็เมื่อวานซืน ทางสภาก็ได้ให้ความเห็นชอบไป พระราชกําหนดด้วย พระราชบัญญัติด้วยนะครับ ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการกว่าจะนําเงินมาใช้ได้ แต่ว่าเฉพาะ ในเรื่องชลประทานนี่ครับ ทั้งหมด ๑.๕๕ ล้านบาท จะได้ประมาณร้อยละ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เต็ม ๆ ครับ ความหมายก็คือพระราชกําหนด นี่นะครับเช็กกับกรมชลประทานแล้ว เขาบอกของพระราชกําหนดมีข้อแม้ว่าต้องมี แบบแล้ว ขุดออกมาหมดเลยครับ เกลี้ยงกรมชลประทานเลยครับ แบบที่ค้างอยู่ในลิ้นชัก ทั้งหมดออกมาหมดเลย แล้วในส่วนนี้ครับจะไปเพิ่มแหล่งน้ํา จะทําให้พี่น้องเกษตรกร ลดต้นทุนของเขาได้ เพราะฉะนั้นการประกันรายได้ของเขา รัฐบาลก็จะประหยัดเงินด้วย เพราะว่าเมื่อต้นทุนเขาต่ําเราก็ประกันเขาต่ําได้ มันก็จะสอดคล้องกันอย่างนี้นะครับ เพราะตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งก็อาจจะเปึนประเด็น ทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ครับ กระทรวงทุกกระทรวงหน้าที่รับผิดชอบ ต่างกัน ความสําคัญบางทีทางเศรษฐกิจมาก แต่ว่าไม่ค่อยได้ใช้เงินครับ ใช้แต่ฝ้มือ ใช้แต่ มันสมอง อย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์นี่ครับ ดูแลเรื่องของพ่อค้า ส่งออก นําเข้า สารพัด มูลค่ามหาศาล แต่ว่าใช้แต่สมองครับ มันไม่ต้องใช้อย่างอื่นครับ เพราะไม่ใช่เปึนกระทรวง ใช้เงิน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มันไม่ได้จะเอาเม็ดเงินไปที่กระทรวงพาณิชย์ละครับ ก็คล้าย ๆ กับกระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลโรงงานอุตสาหกรรมเต็มไปหมดเลย แต่ให้ความสะดวกเขาครับ ดูกฎ ดูระเบียบ และไปควบคุม ไม่ได้ใช้เงินครับ กระทรวงคมนาคมทําอย่างอื่นไม่เปึนครับ ใช้เงินอย่างเดียว ทําอย่างอื่นไม่ค่อยได้ครับ ได้แต่ใช้เงิน เพราะฉะนั้นเฉพาะเรื่องขนส่งอย่างเดียวใน ๑.๕๕ ล้านบาทนี่ครับ ได้ไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่เปึนเรื่องที่ขาดตกบกพร่องว่าในอดีตเพราะไม่เคย ได้ทํามาก่อน รถไฟรางคู่ก็จําเปึนครับ ถนนทั่วประเทศ ถนนลาดยาง สิ่งที่เรากังวลก็คือว่า ไม่ว่าเราจะใช้เงินอย่างไรก็ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ แล้วก็ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้ อาจจะขลุกขลักเล็กน้อยนะครับ แต่ว่าในอนาคตยังมีอีกยาวนานครับ แล้วก็งานนี้กว่าจะ เริ่มกันจริง ๆ ผมก็คิดว่าโน่นละครับประมาณเดือนที่ ๓ เดือนที่ ๔ ของป้หน้า พวกเรายังมี โอกาสมาช่วยกันมะรุมมะตุ้มช่วยกันตรวจสอบครับ มีองค์กรในโครงสร้างของทาง นิติบัญญัติอยู่แล้วในเรื่องของกรรมาธิการต่าง ๆ นะครับ ก็ไปชี้แจงตามชี้แจงกันตรงนั้น ได้อีกครับ ขออนุญาตเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับสมาชิกรัฐสภาจากประเทศอิหร่านนะครับ ไอ แอม ไลค์ ทู เมค เวลคัม ฟอร์ อะไรฟี ยู ออล อะบรอด รีพับลิค ออฟ อิหร่าน (I’am like to make welcome for arrive you all abroad form republic of Iran) ต่อไปเชิญ คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในสัปดาห์นี้รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.ก. พ.ร.บ. เงินกู้และ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ในวงเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบประมาณ แผ่นดินในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีผลกระทบมาจากวิกฤติ เศรษฐกิจของโลกค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศคู่ค้าของไทยเราในขณะนี้ในวันนี้เขาไม่มี กําลังที่จะซื้อค่ะ ในเมื่อการค้าลดน้อยลง การส่งออกของเราก็ต้องชะลอตัวค่ะ คนใน ต่างประเทศเขาตกงานกันมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเรานั้นก็ลด น้อยลงค่ะ ส่งผลทําให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเช่นกัน ผลกระทบนี้ไปถึงทุกภาค ของไทยเรา ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจโรงแรมหรือว่านักท่องเที่ยวที่มาน้อยลงนั้น การจับจ่ายใช้สอยสินค้า อุปโภคบริโภคก็ลดน้อยลงค่ะ รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊กก็ขาดรายได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่ค้าขาย ข้าวแกง ขายส้มตํา คนขายกาแฟ หรือว่าคนขายน้ําปัืนก็ขาดรายได้ค่ะ ขาดเม็ดเงิน ขาดสภาพคล่อง รายได้หลักของประเทศก็มาจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้แล้วก็ เงินกู้ค่ะ แต่ว่า ส.ส. หลายท่านบอกว่ารัฐบาลในขณะนี้ยังไม่มีความจําเปึนที่จะต้องกู้ การกู้ทําให้ขาดวินัยทางการคลัง ดิฉันอยากถามว่าท่านเอาอะไรมาเปึนตัวตั้งว่า ยังไม่พร้อมที่จะกู้ ดิฉันอยากจะให้ท่านยึดประชาชนเปึนที่ตั้ง อยากถามกลับไปว่าทุกวันนี้ ประชาชน ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ําเขาอยู่สบายดีหรือไม่ หรือว่าเขาอยู่แบบฝ๋ดเคือง อยากจะถามว่าทุกวันนี้การค้าขายเปึนปกติดีหรือไม่ หรือว่าเงียบเหงาซบเซา ต้องถาม กลับไปว่าวันนี้คนที่มีเงินเดือน มีรายได้ มี โอที (OT : Overtime : งานนอกเวลา) ยังได้รับ เงินก้อนนั้นอยู่หรือไม่ หรือว่าเขาตกงาน แล้วยิ่งไปกว่านั้นการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเปึนรายได้หลักของประเทศนั้นชะลอตัวลง รัฐก็เก็บภาษีได้น้อยลง สภาวะทั้งหมดเช่นนี้ ถ้าไม่เรียกว่าวิกฤติแล้วดิฉันก็ไม่ทราบว่าจะเรียกอะไรแล้วล่ะค่ะ รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.ก. พ.ร.บ. เงินกู้ พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ร.บ. พ.ร.ก. เงินกู้รวมกัน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเงินส่วนหนึ่งนั้นจะต้องนํากลับมาชดเชยงบประมาณที่ขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่านสงสัยว่างบขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมาจากไหน ดิฉันอยากจะบอกให้ ประชาชนได้รับทราบว่างบประมาณขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เกิดมาจากการตั้ง งบประมาณป้ที่แล้ว ในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ โดยรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วรัฐบาลชุดนี้ ก็เปึนผู้มาใช้งบประมาณ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่ได้เปึน การตั้งงบประมาณแบบสมดุลนะคะ แต่เปึนการตั้งงบประมาณแบบขาดดุล โดยที่การตั้ง รายจ่ายให้มากกว่ารายรับ เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ว่าช่วงที่รัฐบาลออก พ.ร.บ. งบประมาณในช่วงนั้นนะคะ เปึนช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๑ แม้ว่าในขณะนั้น เศรษฐกิจของโลกยังไม่วิกฤติเท่าในวันนี้ พวกเราเองในฐานะฝ์ายค้านในขณะนั้นก็ได้ เตือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าไม่ควรที่จะตั้งงบประมาณแบบขาดดุลเกินความ จําเปึน แต่ท่านก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ท่านประธานคะ มาวันนี้ท่านกลับมาตําหนิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ว่าท่านเก็บภาษีรายได้ไม่เข้าเปัา คนที่ตําหนินั้นท่านกําลังมองอะไรผิดไป จากความเปึนจริงหรือเปล่านะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีภาระหนี้ที่รัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลจะต้อง เข้ามารับช่วงต่อ ๆ กันไป เช่น หนี้ที่เกิดจากการขาดทุนในการรับจํานําราคาสินค้าเกษตร แล้วก็พบว่ามีการทุจริตในภายหลัง ยกตัวอย่าง เช่น ลําไย เสียหายมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท โครงการบ้านเอื้ออาทรที่สร้างหนี้ให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคตอีก ๑๐ ป้ อีกหลายหมื่นล้านบาท แต่ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้เรามาพูดถึงอนาคตกัน ดีกว่า อนาคตของคนเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร อนาคตของประเทศไทย อนาคตของ คนว่างงาน ของธุรกิจร้านค้า ของลูกจ้างตามห้างร้านต่าง ๆ ขณะนี้เขามีความจําเปึน ที่จะต้องมีเม็ดเงินลงมาขับเคลื่อนทําให้เกิดสภาพคล่องในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ และงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี่ละค่ะ จะเปึนตัวเงินที่จะลงผ่านมาทางหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ลงมาช่วยกระตุ้น มาฟุ๋นฟู มาทําให้เกิดสภาพคล่องในเศรษฐกิจของไทย ในขณะนี้นะคะ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ดิฉันขอยกตัวอย่างรถไฟฟัาสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งเป่ดใช้ให้บริการไปโดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้นได้เป่ดให้เดินรถในวันที่ ๑๕ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ ระยะทางแค่ ๒.๒ กิโลเมตร จากสถานีตากสินข้ามแม่น้ํา เจ้าพระยาไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ เพียงระยะทางสั้น ๆ แค่นี้แต่สามารถที่จะทําให้ ความทุกข์ของคนกรุงเทพฯ นั้นลดลงมหาศาลเปึนจํานวนมากก็คือความสะดวกสบาย ในการเดินทาง ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล มีการจ้างงานค่ะ ธุรกิจร้านค้า โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างก็เกิดสภาพคล่อง อันนี้เปึนตัวอย่าง ที่โครงการใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลได้ทําไป แล้วก็งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี้ละค่ะ ที่จะต้องมี เม็ดเงินลงไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึนการลงทุนในโครงการขั้นพื้นฐาน ระบบขนส่ง มวลชนโลจิสติกส์ (Logistics) หรือว่าระบบชลประทาน ไม่ว่าจะเปึนภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน แรงงาน การศึกษา สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย์ และสังคม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการส่งออก เหล่านี้เปึนสิ่งที่จะช่วยทําให้ สร้างความเชื่อมั่นและฟุ๋นฟูทําให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สามารถที่จะแก้วิกฤติ เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ทําให้เกิดการพัฒนาและทําให้เกิดความพร้อมในการแข่งขัน กับเวทีโลกได้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณภูมิ สาระผล ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ รัฐบาลเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในวงเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าน้อยกว่าป้ที่แล้ว แต่ความจริง แล้วถ้ารวมกับเงินกู้ทั้ง พ.ร.ก. กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับวงเงินกู้เล็กกู้น้อยอีกหลายหมื่นล้าน นับรวม ๆ กันแล้วก็จะได้วงเงินกว่า ๒ ล้านล้านบาท หรือถ้าพูดให้หนักข้อหน่อยก็บอกว่าเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะมองว่าเปึนโชคดีของประเทศไทย ของคนไทยที่มีเงินจํานวนมากมาทํานุบํารุง ประเทศชาติ หรือว่าอาจจะเปึนโชคดีของคณะรัฐมนตรีรัฐบาลผสมชุดนี้ที่ได้มีโอกาส จับจ่ายใช้เงินจํานวนมหาศาลก็ตาม ซึ่งถ้าหากเปึนการทําเพื่อประโยชน์ของประเทศจริง ๆ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น ทําอย่างตั้งใจจะถือว่าเปึนคุณูปการอันสําคัญต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ยังยากไร้และขาดโอกาส และที่สําคัญเงินเหล่านี้เปึนเงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ซึ่งจะต้องใช้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมี ประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย คือ
เรื่องที่ ๑ เปึนงบประมาณในแผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รัฐบาล ตั้งไว้เพียง ๓,๙๗๑ ล้านบาท ถ้านับเปึนจํานวนเงินถือว่าน้อยแล้วครับ สําหรับประเทศไทย เพราะเราพูดกันมาตลอดว่าน้ําคือชีวิต ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าขาดน้ํา ก็ทําการเกษตรไม่ได้ แต่ถ้ามีน้ํามากจนท่วมไร่นาเกิดความเสียหายก็นับเปึนภัยพิบัติ ร้ายแรงอันหนึ่งเช่นกัน คนไทยของเราจะได้ข่าวเสมอ ๆ ว่ามีน้ําท่วมทุกป้ แล้วก็ท่วมหนักขึ้น ๆ เรื่อย ๆ และเวลา ที่ท่วมก็นานนับเดือนขึ้นด้วย แล้วอีกไม่นานก็จะได้ข่าวว่าเกิดภัยแล้ง ต้นข้าวตาย พืชไร่ เสียหาย เกษตรกรไม่มีน้ําทําการเกษตร หรือว่าก็ต้องได้ข่าวว่าราชการต้องจัดน้ํา ออกไปเพื่อแจกจ่ายให้แก่ราษฎร แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎรของเราเองก็ตาม ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาญัตติภัยแล้ง น้ําท่วม เข้าสภาทุกป้ มีคณะกรรมาธิการ มาแล้วไม่รู้กี่ชุดต่อกี่ชุด ตัวผมก็เคยเปึนประธานคณะกรรมาธิการภัยแล้งและน้ําท่วม มาแล้วเช่นกัน การแก้ปัญหาภัยแล้งของประเทศไทยที่ผ่านมาโดยหน่วยงานนั้นเปึนการ แก้เฉพาะหน้าเสียเปึนส่วนใหญ่ เคยมีอดีตอธิบดีกรมชลประทานท่านหนึ่งบอกว่า บ่อน้ํา กรมชลประทานมีเจ้าของทุกบ่อ ท่านลองไปตีความเอา เขาเลยทําอะไรได้ไม่มาก แต่วันนี้ ปัญหาเรื่องน้ํา ปัญหาภัยแล้ง มันมีข้อสรุปที่ใกล้จะตรงกัน ข้อมูลตรงกันหมดแล้วครับว่า ประเทศไทยเราไม่ได้ขาดแคลนน้ํา เพียงแต่เราจัดการบริหารอย่างสมดุลไม่ได้ ที่สําคัญคือ ยังไม่มีการทุ่มเทงบประมาณมาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ที่ว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ํา เขามีข้อมูลเมื่อ ๔๐-๕๐ ป้ ไล่เลียงกันมานี่ครับว่า เรามีปริมาณน้ําฝนที่ตกลงในประเทศ ไทยจํานวนเฉลี่ยป้ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีแหล่งเก็บกักน้ําได้ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลือควบคุมไม่ได้ก็ไปท่วมขังบ้านเมือง ราษฎร ท่วมไร่นา ไหลลงแม่น้ํา ไหลลงทะเล ซึมลงเปึนน้ําใต้ดิน ระเหยเปึนไอขึ้นไปใน อากาศ ส่วนหนึ่งก็คือไปสะสมเปึนน้ําใต้ดินที่เรายังไม่สามารถเอาขึ้นมาใช้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แต่พอหมดฤดูฝนก็ไม่มีน้ําที่จะทําการเกษตร ก็เข้าสู่ฤดูกาลของความ แห้งแล้งอีกครั้งหนึ่ง ก็เปึนเช่นนี้วนเวียนกันมาเปึนเวลาหลายสิบป้ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งเปึนภาคที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากที่สุด หากจะพูดถึงความตั้งใจที่จะเริ่มต้น แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังของรัฐบาลที่ผ่านมา ก็เริ่มกันในช่วงป้ ๒๕๔๗-๒๕๔๘ ช่วงที่ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ได้มีการเริ่มต้นอย่างจริงจังที่จะ แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วม ก็มีการประมาณว่าการบริหารจัดการน้ําอย่างครบวงจร อาจจะต้องใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในยุคนั้นก็เริ่มต้นดําเนินการไปได้ ยังไม่นานก็เกิดสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ การแก้ปัญหาด้วยระบบที่ว่านี้ ก็หยุดชะงักไปตั้งแต่นั้นมา เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้ การที่รัฐบาลนี้หยิบยกเอาการจะแก้ปัญหา การจัดการน้ําของประเทศไทยขึ้นมาแก้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดเปึนรูปธรรม ผมจึงเห็นด้วยที่ว่าถ้าอะไรที่รัฐบาลเก่าเขาทําไว้ดี รัฐบาลที่เข้ามาใหม่เข้ามาสานต่อ ประโยชน์ที่ได้ก็จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน แล้วก็จะได้รับคํายกย่องกันทุกฝ์าย ซึ่งเมื่อก่อน โน้นถ้าเวลาเราพูดถึงเรื่องการจัดการน้ําที่จะต้องใช้เงินถึงนับแสน ๆ ล้านบาท คนได้ฟังจะ ตกใจครับว่ามันจะเปึนการใช้เงินสิ้นเปลืองมากเกินไปหรือเปล่าสําหรับการจัดการเรื่องน้ํา เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าฟังจากแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้เล่าให้ฟังได้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่า ถ้าต้องลงทุนสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทําระบบการบริหารจัดการน้ําให้สมบูรณ์แบบแล้วน้ําก็จะไม่ท่วม ไม่เกิดปัญหา ภัยแล้ง เปึนความคุ้มค่าที่น่าจะต้องลงทุน เนื่องจากว่าเกษตรกร ๑๐ ล้านครอบครัวที่ทํา การเกษตรอยู่นี้ก็จะสามารถมีน้ําทําการเกษตรได้อย่างพอเพียง ทีนี้หากมาคิดคํานวณว่าเมื่อเกษตรกร ๑๐ ล้านครอบครัวนี่มีน้ําทําการเกษตรอย่าง สมบูรณ์ เขาก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นครอบครัวละสัก ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าคิดคํานวณแบบง่าย ๆ เกษตรกรในประเทศของเราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ฉะนั้น ที่ลงทุนไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อสร้างระบบน้ําก็จะสามารถคืนทุนภายใน ๑ ป้ ป้ต่อ ๆ ไปก็อาจจะกลายเปึนกําไรไปได้ แม้ว่าเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเปึนเงินใน กระเปิาของเกษตรกรแต่สุดท้ายก็เหมือนกลับคืนมาสู่รัฐบาลอยู่ดี เพราะว่าเกษตรกร เมื่อได้เงินจากการทําการเกษตรที่มีน้ําอย่างพอเพียง เขาก็จะเอาเงินไปใช้จ่ายไปซื้อปุิย ซื้ออยู่ ซื้อกินให้ลูกเต้าไปรับการศึกษา เงินเหล่านั้นก็จะออกไปหมุนเวียน แล้วในที่สุดก็จะ กลับคืนสู่รัฐบาลในรูปของภาษีต่าง ๆ และรัฐบาลก็จะได้เงินจํานวนเหล่านี้กลับไปพัฒนา ประเทศในด้านอื่น ๆ อีกต่อไป ซึ่งโครงการเช่นนี้อาจจะต้องใช้เวลาทําหลายป้ก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าเร่งรัดกันอย่างจริงจังนะครับ อาจจะเสร็จภายใน ๔ ป้ หรือ ๕ ป้ หากรัฐบาลเอาจริง ไม่ว่าจะเสร็จในรัฐบาลไหนก็ตาม ก็ต้องถือว่าทุกรัฐบาลได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน คนยากคนจนคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ ฉะนั้น งบประมาณที่น้อยอยู่นี้จงอย่าขี้เหนียวใช้งบประมาณเพื่อการบริหารจัดการน้ําแบบ ครบวงจรให้เหมาะสมกับที่ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรมดีกว่าเอาเงินไปใช้จ่าย ด้านอื่นที่เกิดประโยชน์น้อยกว่า ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากนําเสนอ ก็คือเรื่องงบประมาณเรื่องแผนการปัองกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้รับการจัดสรร งบประมาณรวมทั้งหมดทุกหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดเปึนเงิน ๔,๕๔๗ ล้านบาท น้อยกว่าป้ที่ผ่านมามาก แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญในเรื่อง ปัญหายาเสพติดเลย เพราะแม้กระทั่งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาที่แอบไป แถลงที่กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่มีนโยบายการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเปึนเรื่องที่แปลกมาก ทั้ง ๆ ที่ปัญหายาเสพติดเปึนเรื่องสําคัญลําดับต้น ๆ ของประเทศ แต่หลังจากที่รัฐบาลบริหารประเทศมาได้สักพักหนึ่งรัฐบาลก็อาจจะเพิ่งคิดได้หรืออย่างไร ก็แล้วแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้เสนอมาตรการ ๕ รั้วเพื่อต้านยาเสพติด แต่ปรากฏว่า ก็ไม่มีคนสนใจ ไม่ว่าจะเปึนเอกชนหรือส่วนราชการ จึงไม่เกิดเปึนรูปธรรมในการ ดําเนินการ และจนถึงวันนี้ก็ไม่รู้จักเลยว่ามีรั้วอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อมาดูงบประมาณในด้านการ แก้ไขปัญหายาเสพติดที่ลดลง ทุกหน่วยงานยิ่งทําให้เห็นชัดว่าไม่มีความจริงใจที่จะ ปัองกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด จะเห็นได้ก็เพียงการพูดเหน็บแนมรัฐบาลเก่าที่ เขาปราบยาเสพติดได้ผลว่ามีคนตาย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือว่ารัฐบาลนี้กลัวจะ เกิดปัญหาขึ้นกับตนเอง ผลก็คือวันนี้ยาเสพติดเกลื่อนทุกหัวระแหงครับ ไม่ว่าในเมืองหรือ ในชนบท ไม่เว้นแม้แต่ในคุกในตะรางก็มียาเสพติดอย่างมากมาย วันนี้ยาเสพติด จึงได้ขยายวงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ก็เพราะผมทราบข้อมูลที่ผมเปึนกรรมาธิการใน คณะกรรมาธิการยาเสพติดของสภาผู้แทนราษฎรที่ผู้ปฏิบัติงานในทางลึกเขาให้ข้อมูลว่า เมื่อป้ที่แล้วช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ สถิติในการจับกุมคดียาเสพติด ลดลงเปึนอย่างมาก แต่เมื่อดูพิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแล้วไม่ใช่ว่าจับกุมได้น้อย เพราะยาเสพติดลดลง แต่จับกุมได้น้อยเพราะไม่มีกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจเพียงพอที่จะไป สืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด สาเหตุเพราะมีการชุมนุมยึดทําเนียบรัฐบาลของกลุ่มคนนานหลายเดือน แล้วเคลื่อนย้าย ไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ต้องใช้กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวนมากไปดูแลและผลัด กําลังกันเพื่อดูแลตลอดเวลาหลายเดือนนั้น จึงเกิดการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่จะไปสืบสวน สอบสวนและจับกุมผู้กระทําผิดยาเสพติด จึงส่งผลให้สถิติคดีลดลง แต่ในความเปึนจริง ยาเสพติดนั้นยังมากอยู่ เพียงแต่ไม่มีคนออกไปจับกุม นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้รับก็คือในช่วง การชุมนุมเดือนสิงหาคม เดือนธันวาคมป้ที่แล้วนั้น ขณะที่บ้านเมืองกําลังวุ่นวาย ได้มีการ ขนย้ายยาเสพติดล็อท (Lot) ใหญ่ โดยเฉพาะยาบ้าเข้าไปเก็บซ่อนในแหล่งปลอดภัย จํานวนนับร้อยล้านเม็ด พร้อมที่จะทยอยออกจําหน่ายในแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงเมืองที่ห่างไกลด้วย ซึ่งพิษภัยของยาเสพติดนั้น ทุกท่านทราบดี เปึนปัญหาต่อครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ อาชญากรรม ยิ่งกับคนที่เคย เสียลูกหลานไป เขาจะยิ่งมีความรู้สึกว่าอันตรายอันนี้กําลังจะกลับมาอีก ฉะนั้นเมื่อ งบประมาณแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกตัดลงมากเช่นนี้ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงาน ป.ป.ส. (สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมราชทัณฑ์ คือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกลดงบประมาณทุกแห่ง หน่วยงานเหล่านี้ย่อมขาดกําลังพลและเครื่องมือที่เพียงพอจะจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดได้ ก็ทําให้ยาเสพติดเกลื่อนเมืองจนบัดนี้ ผมจึงหวังว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิด ประสิทธิภาพและหันมาจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ต่อไป ขอขอบคุณครับ
คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในภาวะที่ประเทศชาติของเรานั้น ประสบปัญหาในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลขาดเงินหมุนเวียนที่จะมาใช้ในระบบต้องออก พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นับเปึนหนี้ก้อนใหญ่
ในส่วนผมเองมองในเชิงสร้างสรรค์แล้วนะครับ สิ่งที่จะช่วยรัฐบาล ประหยัดเงินได้ทางหนึ่งก็คือเรื่องการตรวจสอบในด้านทุจริตต่าง ๆ ของหน่วยงาน ราชการ ผมดูรอบการปฏิบัติงานช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมาเปึนสิ่งที่สังคมเคลือบแคลงสงสัย เปึนอย่างมากเกี่ยวกับการดําเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องการประมูลข้าว ต้องบอกตรง ๆ นะครับว่า พี่น้องเกษตรกรที่มีอาชีพทําไร่ ทํานา เปึนกลุ่มเกษตรกรที่เปึน ส่วนใหญ่ของประเทศมากกว่าอาชีพอื่น ดังนั้นเศรษฐกิจของเราความอยู่ดีกินดี เกษตรกร ที่เปึนชาวไร่ ชาวนานั้นจึงเปึนสิ่งที่สําคัญที่รัฐบาลควรจะเอาใจใส่ดูแลเปึนพิเศษ เราจะ เห็นว่าการประท้วงเรียกร้องต่าง ๆ ไม่ว่าผลผลิตด้านราคาตกต่ําก็มาป่ดถนน หาใช่ว่า คนเหล่านั้นอาจจะมีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้น แต่ทั้งนั้นกลุ่มคนเหล่านั้นเขาทํา เพื่อปากเพื่อท้อง ซึ่งอาชีพที่รองรับเขาทํามาแต่ปู์ ย่า ตา ยาย มาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังปฏิบัติ หน้าที่ในการทําไร่ทํานา ผมได้เคยทักท้วงเกี่ยวกับเรื่องการนําข้าว ๒.๖ ล้านตัน ออกมา เป่ดประมูลให้เอกชน เหตุผลที่ผมได้เคยแถลงไปนั้นที่รัฐสภาแห่งนี้ผ่านสื่อมวลชนด้วย นะครับ ว่าช่วงเวลานี่นะครับ รัฐบาลชุดก่อนโดยท่านรัฐมนตรีไชยา สะสมทรัพย์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเพิ่งประมูลออกไปล้างสต็อกไปจํานวนมาก แต่รัฐมนตรีชุดนี้เพิ่งมาดําเนินงานเพียงไม่นาน ก็นําในเรื่องโครงการที่เอาข้าวในสต๊อก จํานวน ๒.๖ ล้านตัน ออกมาประมูล พอมีข่าวเท่านั้นละครับท่านประธาน ราคาท้องตลาด ซึ่งในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ ๑ ตันนะครับ อยู่ที่ประมาณ ๑๗,๕๐๐ บาท พอมีข่าวว่ารัฐ จะเอาทุ่มตลาดเข้ามา ลงไปเหลือแค่ ๑ ตันนะครับ ๑๖,๕๐๐ บาท หายไปทันทีตันละ ๑,๐๐๐ บาท นี่คือเรื่องของการไม่ควบคุมปริมาณสินค้าเกี่ยวกับข้าวว่ามันจะล้นตลาด พอมีข่าวออกมานะครับ ต่อมาก็ยังไม่หยุดยั้งก็มีการเป่ดประมูล โดยให้ ทีโออาร์ (TOR : Term Of Reference ข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง) ที่ระบุไว้นะครับว่า บริษัทที่จะมา ดําเนินการประมูลนั้นจะต้องนําข้าวที่ประมูลจากรัฐเพื่อส่งออก ซึ่งไม่เคยมีมาในอดีต นะครับ เพราะเราไม่สามารถที่จะไปตรวจสอบได้เลยว่าข้าวที่เอกชนประมูลไปจํานวน ๑๗ รายนั้น ข้าวเม็ดนี้นะ กระสอบนี้นะจะไปต่างประเทศ มันอยู่ที่การบริหารการจัดการ ของผู้ประมูล เขาจะเล่นแร่แปรธาตุอย่างไร ถ้ามาเล่นแร่แปรธาตุมาซื้อในท้องตลาด ส่งออกไป แล้วของที่ประมูลเอามาขายภายในก็ทําได้นะครับ ทางรัฐบาลก็ไม่ทราบว่า ข้าวตรงนี้ตกลงแล้วที่เราไปบอกว่าให้ส่งออกอย่างเดียว จริง ๆ แล้วมันเปึนอย่างนั้น หรือเปล่า เราก็ไม่สามารถที่จะไปพิสูจน์ อันนี้ที่ผมเห็นชี้ให้ชัดลงไปว่า เจตนาของรัฐบาล มีเลศนัยหรือเปล่านะครับ เพราะกลุ่มที่เขามีอํานาจส่งออกจํานวนมาก ๆ มีเพียงไม่กี่ราย ที่ดําเนินการธุรกิจเรื่องการส่งออกข้าว เปึนที่รู้จักกันในนาม ๕ เสือของวงการค้าข้าว แต่เดี๋ยวก็มีนอมินี (Nominee : ตัวแทน) รวมไปแล้วก็เปึน ๑๐ กว่าเสือเข้าไปแล้ว เยอะแยะไปหมด ซึ่งดําเนินการไปล็อก สเปก (Lock spec : เลือกกําหนดเฉพาะเจาะจง) อย่างนี้ แทนที่เราจะได้ราคาของรัฐบาลให้แพงขึ้น เพื่อท้องตลาดราคาข้าวเราจะได้สูงขึ้น ไม่ เพราะไปล็อกกลุ่มผู้ประมูลก็ส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ําลงมาเรื่อยจนบัดนี้ พอมีข่าวว่า รัฐบาลจะยกเลิก ก็กลับขึ้นไป นี่ละครับเปึนดัชนีชี้วัดว่า ขึ้นหรือลง รัฐบาลโดยรัฐมนตรี เจ้ากระทรวงมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงนะครับในด้านการตลาด ในเรื่องการดําเนินการ ตั้งแต่หนังสือ ทีโออาร์ ชี้ชวนก็มีลักษณะที่ไม่โปร่งใส แล้วมิหนําซ้ําตั้งแต่เริ่มแรกเลยนะครับ ผู้ที่เคยยื่นประมูลไว้ตั้งแต่ครั้งแรกสูงกลับไม่ได้รับการพิจารณามาต่อรอง แต่คนที่ยื่นต่ํา แปลกนะครับกลับเข้าไปได้ต่อรอง ไม่ทราบว่ามีอภิสิทธิ์อันใดหรือไม่นะครับ ซึ่งในอดีต เราก็ไม่เคยมีเหมือนกัน ใครที่ประมูลสูงหลังจากที่คณะกรรมการรับใบเสนอราคา คือต้องผ่านขั้นตอนคุณสมบัติว่าบริษัทนี้เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ แบลคลิสท์ (Blacklist) หรือไม่นะครับ พอรับเข้ามาแล้ว เป่ดซองแล้ว เขาประมูลสูงต้องให้เขาต่อรอง แต่ก็หาเปึน เช่นนั้นไม่ คนที่ประมูลสูงทีแรกกลับไม่ได้รับการต่อรอง และคนที่ได้ไป พอทําสัญญา เรียบร้อย ก็มีการต่อรองนะครับ แล้วก็มีเสียงลือให้แซดนะครับว่า มีการจ่ายใต้โต๊ะตันละ ๒,๐๐๐ บาท เปึนเรื่องที่ฟังกันลือกันอย่างหนาหูทีเดียวนะครับ แล้ววันนี้ผมจะนําชาร์ทมา ให้ดูว่า ที่กระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าจะเป่ดซองวันที่ ๖ พฤษภาคม มันมีเหตุการณ์ก่อนหน้า นั้นอย่างไร ผมขอชาร์ทที่ผมส่งให้ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ขอชาร์ทขึ้นเลยครับ
เชิญเลยครับ
อันนั้นก็คือเอกสารที่ อคส. (องค์การคลังสินค้า) ลงวันที่ ๒๘ กล้องช่วยซูมไปที่รูปลูกศรนะครับ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ รายชื่อบริษัทผู้ที่ประมูลได้ มันรู้ไปก่อนหน้านั้น แล้วครับ ก่อนเป่ดซองอีกนะครับ แล้วจนกระทั่งบัดนี้ที่มีการขนข้าวหลวงออกไปก็ตรงกัน กับที่เอกสารที่ผมได้มา ก็ถึงอยากจะให้ท่านผู้มีเกียรติช่วยผมพิจารณาหน่อยนะครับว่า เอกสารฉบับนี้มันรู้ไปแล้วนะครับว่าใครจะได้แบ่งเค้กส่วนแบ่งไปเท่าไร เอาชาร์ท ลงได้ครับ บางคนที่ได้ส่วนแบ่งไปก็มีการขายผ่านเหมือนอย่างกับซื้อที่ดิน พอวางมัดจํา เสร็จมีคนมาเทขายผ่านกันไป นี่ครับลือกันให้ทั่วนะครับ โกดังนี้บริษัทนี้ได้ อีกคนไป เทค โอเวอร์ (Take over : การเข้าซื้อกิจการมาเปึนของตัวเอง) ให้กําไรนะครับ แปลกดี ของหลวงเอามาดําเนินการสร้างผลประโยชน์มากมายเหลือเกิน แล้วราคาที่ยอมให้ไป แล้วก็ที่ผมไปเจอด้วยตัวเอง คือที่โกดังเบญจรุ่งเรือง หลังที่ ๒ ผมได้ไปถามเลยครับว่า ตอนนี้รัฐบาลยังไม่เปึนที่สุด ส่วนหนึ่งอยู่ในระหว่างอัยการพิจารณาว่าจะยกเลิกได้หรือไม่ สําหรับผู้ประมูล ๑๗ ราย อัยการกําลังพิจารณายังไม่ตัดสินว่าจะให้คุณหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็ให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปึนผู้พิจารณา ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็ยังไม่เปึน ที่สุด แต่เหตุไฉนมีการขนสินค้าซึ่งเปึนของหลวง ผมไปนี่ถ่ายรูปมาด้วย รถสิบล้อ รถพ่วง จอดยาวเปึนกิโล ๆ ขนกลางวัน ขนกลางคืน ขนกันนะครับ ทําไมไม่ขนล่ะครับ ท่านประธาน ประมูลไปที่ตันละ ๑๖,๓๐๐ บาท ทั้งที่ท้องตลาด ๒๔,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาท ตันหนึ่งปาเข้าไปได้กําไรตั้ง ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท มันก็เปึนผลประโยชน์นะครับ ใครได้ไป ในส่วนนี้เปึนสิ่งที่สังคมกําลังเคลือบแคลงสงสัย ราคาเขาก็ปรากฏอยู่ตามท้องตลาด อย่างนี้ แต่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ไปยินยอมต่อรองให้ต่ํากว่าราคาท้องตลาดมาก ขนาดนี้ สร้างความร่ํารวยให้กับกลุ่มคนบางกลุ่ม เกิดความเสียหายขึ้น ระยะเวลาที่นํา ออกมาประมูลส่วนใหญ่แล้วกว่าร้อยละ ๙๕ ก็ว่าได้ เปึนข้าวป้ ๒๕๕๑/๒๕๕๒ มันมีบาง โกดังที่มีการตกค้างมาเมื่อครั้งก่อนโน้น เนื่องจากว่าผู้ประมูลประมูลไปแล้วพอจะ ไปรับข้าวปรากฏว่าเอกสารไม่ถูกต้องนะครับ ก็มีการยกเลิกสัญญากันไป แต่ขณะนี้ จํานวนนั้นมันเปึนเพียงไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราจะบริหารจัดการเรื่องกลัวจะเสื่อมสภาพ เราก็ทําเฉพาะส่วนนั้นมันก็ไม่มีปัญหา แต่นี่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ แล้วก็ส่งผลเสียหาย ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในต้นทุนของรัฐบาลที่เสียไปในโครงการนี้ แล้วก็มาอ้างว่าจํานํา ไม่ดี มีปัญหา ไม่ได้ดูตัวเองว่าเราบริหารการจัดการอย่างไรนะครับ สมัยรัฐบาลก่อนโน้น เคยบริหารกระทั่งเรียกว่า ราคาจํานําต่ํากว่าราคาท้องตลาด สมัยท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เราก็ทําให้ดูแล้วนะครับว่า ท้องตลาดสูงกว่าราคาจํานํา นี่คือเรียกว่า การ บริหารกลไกตลาด สมัยท่านอดิศัย โพธารามิก ก็เช่นกันนะครับ ในขณะนั้นจํานํา ที่ประมาณ ๗,๑๐๐ บาท ก็มีราคาท้องตลาดที่สูงกว่านะครับ รัฐบาลก็ไม่ต้องไปเสีย งบประมาณในการจัดการโครงการนี้ หรืออาจจะใช้ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผมมามองดู แล้วว่าถ้าวันนี้ผมไม่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบในกระทรวงพาณิชย์ จะทําความ เสียหายอย่างมากมาย อ.ต.ก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ยอมปล่อยข้าว อคส. ยอมปล่อยข้าว เมื่อสักครู่ที่คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ ทางผู้อํานวยการ อ.ต.ก. ได้มาชี้แจงว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลสั่งระงับแล้วไม่ให้ออก แล้วที่ ออกไปแล้วจะว่าอย่างไร อันนี้ก็ต้องพูดคุยกันนะครับว่าที่ละเมิดมติคณะรัฐมนตรี เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในเรื่องของมติ ครม. ที่สินค้าการเกษตรหากขาย ต่ํากว่าราคาท้องตลาดจะต้องขออนุมัติจากมติคณะรัฐมนตรีเสียก่อน ก็รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังมี ผู้ฝ์าฝ๋นไม่ทราบด้วยผลประโยชน์อันใดหรือ เปึนสิ่งที่สังคมเคลือบแคลงสงสัย สิ่งนี้เอง ที่ผมจะต้องนํามาตีแผ่ เรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๔๘๐ คน บวก ส.ว. อีก ๑๕๐ คนนะครับ อย่านึกว่าทั้งรัฐสภาไม่มีใครทราบเรื่อง ผมผู้หนึ่งละครับที่ว่าอยู่ในสายนี้ แล้วไม่อยากจะให้ผลกระทบต่องบประมาณของแผ่นดินที่จะใช้ในป้ต่อไป ต้องมา สุรุ่ยสุร่ายเสียหายกับการบริหารการจัดการ เราทําให้ดีนะครับ กระทรวงพาณิชย์สามารถ จะดึงเงินเข้าประเทศการค้าขายผมจะชี้เลยนะครับว่าสิงคโปร์เขามีอะไร ทรัพยากรไม่มี เปึนเกาะ แต่ทําไมเขาค้าขายร่ํารวย ก็เพราะว่ารัฐมนตรี นักการเมืองเขามีคุณภาพ เขาเห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ใช่มาเปึนรัฐมนตรีแล้วมองผลประโยชน์ ๒.๖ ล้านตัน ว่าจะมาทําอะไรได้บ้าง อันนี้เปึนสิ่งที่เลวร้ายในยุคนี้สมัยนี้แล้วไม่ควรมีใน นักการเมืองในสภาแห่งนี้ ใครก็ตามที่คิดไม่ดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ผู้นั้นจะต้องได้รับ ผลกรรมที่ทําไว้ เวลานี้ประเทศเรากําลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจต้องไป กู้หนี้ยืมสินเขา แต่ส่วนนี้ยังมีการรั่วไหลทําความเสียหายเปึนที่ประจักษ์ชัด หนังสือพิมพ์ หลายฉบับเขาก็ตีแผ่ในเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีการฝ์าฝ๋น ผมก็ขอฝากรัฐบาลในงบป้ ๒๕๕๓ เพื่อมิให้เปึนเยี่ยงอย่าง ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปนะครับ ควรจะทําใน สิ่งที่ถูกต้อง คือจะให้พักราชการไว้ก่อนหรืออย่างไรก็ต้องพิจารณา ต้องเอาผู้กระทําผิดมา ลงโทษในการทําให้รัฐได้รับความเสียหาย ขอบพระคุณครับ
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพ ผมกําลังปลื้มกับการผ่านร่างพระราชบัญญัติและ พระราชกําหนดเมื่อ ๒ วันก่อนในโครงการกู้เงิน ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจของรัฐบาล กระผมคิดว่าโครงการทั้งสองนั้นเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองของเราและในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอย่างแท้จริงนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะกราบเรียนท่านประธานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะครับ เพราะว่าในฐานะเปึน ส.ส. พรรครัฐบาลก็เข้าใจเรื่องการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล เปึนอย่างดี ได้มีการถกเถียงและพูดคุยกันในพรรคอย่างกว้างขวางและรอบคอบ ก็เห็นชอบด้วยกับงบประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลเสนอต่อสภาในคราวครั้งนี้ ด้วยเหตุผลก็เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้ใช้เปึนหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน
ท่านประธานครับ ด้วยหลักการและเหตุผลและรายละเอียดในแผน งบประมาณที่เสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้นั้น ผมอยากจะกราบเรียนเปึน เพียงบางกรม บางประเด็น บางกระทรวงเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่าในอดีตกระผมเคยรับใช้บ้านเมือง ไม่ได้เปึนทหาร แต่ว่าได้เกี่ยวข้องกับการ ต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะเหตุการณ์รุนแรงในภาคอีสานเมื่อ ๒๐-๓๐ ป้ก่อน ในสมัยที่ ฯพณฯ พลโท เปรม ติณสูลานนท์ เปึนแม่ทัพภาคที่ ๒ นะครับ กระผมขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม กระผมถึงสนใจในแผนงานรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในภาคใต้ ซึ่งมีการพูด การคุย การเจรจาและ การนําเสนอต่อที่ประชุมสภาในโอกาสเปึนลําดับมาหลายครั้งหลายเที่ยว ด้วยความ ห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดสรรเงินงบประมาณโดยเฉพาะในสํานักงานปลัด กระทรวงกลาโหม แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เพียงประมาณ ๑๐,๔๒๒ ล้านบาท ขอประทานอภัยนะครับ ผมบังเอิญดูตัวเลขไม่ชัดเจนนะครับ ท่านประธานครับ แผนงานนี้ผมคิดว่ายังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของเหตุการณ์ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในขณะนี้ เพราะว่ามีเหตุการณ์รุนแรงเปึนลําดับ ๆ มา จากประสบการณ์ในอดีตนั้นผมคิดว่าจะเอามาเปรียบเทียบกับในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้ คือกระผมไม่สามารถที่จะเอาเหตุการณ์การปราบปรามคอมมิวนิสต์ในอดีต โดยเฉพาะในภาคอีสาน ในฐานะผมเปึนหัวหน้าฝ์ายการเมืองในอําเภอหนึ่งในจังหวัด สกลนคร ซึ่งมีหน้าที่ต่อต้าน ต่อสู้ และสร้างความเข้าใจกับพี่น้องที่หลงผิดในสมัยนั้น อย่างแท้จริง ก็ไม่สามารถที่จะมาเปรียบเทียบได้กับเหตุการณ์ในภาคใต้ในปัจจุบันนี้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี ส.ส. ทางใต้ก็ดี ภาคอื่นก็ดี พูดกันมามากแล้วนั้น ผมได้รับรายงานจากญาติพี่น้องของผม ซึ่งไปเปึนทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนระยะเวลาอันยาวนาน และก็ได้กราบเรียน ผ่านผม กระผมก็ถือโอกาสนี้นําเรียนท่านประธานในโอกาสนี้ด้วย เขาบอกว่าความไม่เปึน เอกภาพในการแก้ปัญหาในภาคใต้ ก็มีปัญหายืดเยื้อมายาวนาน มีปัญหาจากการ เปลี่ยนแปลงหัวหน้าหน่วยงาน มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าหน่วยงานบ่อยมาก แต่ละคนที่ เข้ามาใหม่ก็เสมือนกับการเรียนรู้งานใหม่ ก็ไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา หรือกําลังพลอย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ก็เปึนปัญหาเท็จจริงอย่างไรท่านประธานก็ขอให้ รัฐบาลตรวจสอบดู
ในประการต่อไป ขวัญกําลังใจของกําลังพลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อันนี้เปึนปัญหาอย่างมากนะครับ เมื่อผู้บังคับบัญชาบางครั้งบางคราว วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ทํางาน ไม่ออกพื้นที่ อย่างนี้เปึนต้น และมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าหน่วยงานบ่อยครั้ง ทําให้ขวัญกําลังใจและกําลังพลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทหารที่เกณฑ์ไปจากภาค อีสาน ภาคเหนือ หรือภาคอื่นภาคใดก็ตาม เปึนปัญหาอย่างยิ่งครับท่านประธานครับ อันนี้ต้องแก้ไข
ในประเด็นต่อไป ยุทธศาสตร์และยุทธวิธียังไม่ได้ผล โดยเฉพาะการยึด หลักการการเมืองนําการทหาร มันอาจจะใช้ได้ผลตั้งแต่เมื่อปราบปรามคอมมิวนิสต์ ในเขตภาคอีสาน ในภาคเหนือ หรือในภาคอื่น ๆ แต่ในปัจจุบันนี้อาจจะเปึนการล้าสมัยไป และการตั้งศูนย์อํานวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจจะเปึนการล้าสมัยเหมือนกัน อยากให้เน้นที่ว่าหน่วยงานปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ มีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง อย่างมีประสิทธิภาพ ผมไม่ทราบว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีหน่วยงานไหนบ้าง หน่วยงานนี้ได้รับการบ่มเพาะ หรือได้รับการสนับสนุน หรือได้ปฏิบัติงานครอบคลุมพื้นที่ ทั้งหมดได้หรือไม่นะครับ
ในประเด็นต่อไป หน่วยพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ นี่เปึนเรื่องสําคัญ ต้องการให้อาชีพกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะส่วนใหญ่นั้น ประสบกับความยากจนยากแค้นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าได้ประกอบอาชีพอย่างเปึนหลักฐาน และมั่นคงมีรายได้อย่างเพียงพอ สถานการณ์ก็คงจะคลี่คลายไป
ในประเด็นต่อไป หน่วยการเสริมสร้างความเข้าใจในศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี อันนี้สําคัญมากนะครับ ศาสนาอิสลามเปึนศาสนาประจําถิ่นประจําที่ของ ภูมิภาคนั้นอยู่แล้ว อาจจะมีศาสนาพุทธเข้าไปเจือปนด้วย ทั้ง ๒ ศาสนานี้จะต้องมี หน่วยงานได้สร้างความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์เชื่อมสายสัมพันธ์ในระหว่างตําบล หมู่บ้านให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่เกิดความเคียดแค้นชิงชังเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งกันและกัน อันนี้คนที่ปฏิบัติงานจริง ๆ ในชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ซึ่งเปึนญาติพี่น้อง ผมได้ให้ผมนําเรียนอย่างนี้ ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยให้เข้าใจ เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ อย่างแท้จริงและจะสามารถคลี่คลายและแก้ปัญหาทางภาคใต้ได้ในที่สุด
ท่านประธานครับ ในประเด็นต่อไปนั้นผมจะพูดถึงกระทรวงศึกษาธิการ เล็กน้อย ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้หลายล้านบาท ผมจะพูดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนะครับ โดยเฉพาะแผนงานขยายโอกาสและการ พัฒนาการศึกษา ท่านประธานครับ การจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ การศึกษาต่าง ๆ นั้นก็ยังไม่เพียงพอ ครูบาอาจารย์ต้องใช้เงินตัวเองจํานวนหนึ่งสําหรับ จัดสร้างอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ทันสมัยและทันกับการเรียนรู้ของเด็กในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทุ่มเทงบประมาณทางด้านการจัดวัสดุอุปกรณ์ การสอนลงไปอย่างเต็มที่ และประการสําคัญที่สุดท่านประธานครับ ในปัจจุบันนี้ ครูมีภาระหน้าที่หลายอย่างเหลือเกิน ครูคือผู้สอน ไม่ได้ทําการสอนอย่างเดียว ไม่ได้ดูแล ชั้นเรียนอย่างเดียว แต่ก็ต้องทํางานอย่างอื่นมากมายด้วยกันทําให้ไม่มีเวลาเอาใจใส่เด็ก ปฏิบัติหน้าที่การเรียนการสอนอย่างเต็มภาคภูมิหรืออย่างเต็มเวลาทําให้ครูกับนักเรียน ไม่ใกล้ชิดกัน ไม่ใกล้ชิดเด็ก ผลผลิตทางการศึกษาหรือผลทางการเรียนการสอน ก็ไม่ดีเท่าที่ควร
ในประการต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนตามคําร้องเรียนว่า การปรับปรุง หน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษาก็จะต้องปรับปรุงให้มีหน่วยงานระดับกอง เช่นว่าจะจัดตั้ง เปึนกองมัธยมศึกษาก็ดี กองประถมศึกษาก็ดี ถ้าจะแบ่งแยกเปึนกองก็ต้องให้เกิดความ เข้าใจกันนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ให้เกิดความแตกแยกกัน ผมขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน สวัสดีครับ
คุณวิเชียร ขาวขํา ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณมาหลายครั้ง ซึ่งก็คงจะเหมือนกับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่นั่งอยู่ข้างบน ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเราเปึนกรรมาธิการงบประมาณด้วยกันหลายครั้งมาแล้ว แล้วครั้งนี้เปึนครั้งที่ผมคิดว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณค่อนข้างลําบากท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจของโลกของประเทศ แล้วก็ท่ามกลางความผันผวนทางด้านการเมืองของพวกเรา ผมว่าการจัดเก็บรายได้ ที่รัฐบาลประมาณการไว้บอกว่าจะจัดสรรงบประมาณขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่าทําไม่ได้แน่นอน แล้วก็วันนี้คือวาระแรกที่เราจะต้องพูดถึงภาพรวมทั้ง ๒๙ มาตรา ๑๙ กระทรวง ๑๐ หน่วยงานและกองทุน เพราะฉะนั้นปัญหาที่นําเสนอ ในวันนี้คงจะเปึนภาพรวม ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับตัวเลขรายละเอียด ซึ่งในวาระที่สอง หลังจากตั้งคณะกรรมาธิการกลับมาแล้ว ตัวเลขแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ก็จะ สะท้อนให้ท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลได้รับทราบ แต่วันนี้ท่ามกลางความผันผวน ทางด้านการเมืองนั้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลได้นําปัญหาเข้ามาเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องการขาดดุลงบประมาณ เรื่องการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอได้ ๒ ลักษณะ
ลักษณะที่ ๑ ก็คือ ได้จัดงบกลางป้มาแล้ว ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ วันจัดงบประมาณกลางป้นั้นผมโดนใบเหลืองซึ่งไม่สามารถเข้ามาพูดในสภาแห่งนี้ แล้วก็ วันนี้เราได้ผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวันก่อน แล้วก็ผ่าน พ.ร.บ. กู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า เมื่อวานนี้ มีหลายคนทางซีกรัฐบาลกล่าวหาว่าพวกเราไม่ให้ความร่วมมือ จริง ๆ มันเปึนวิธีหนึ่ง ในการที่จะคานอํานาจกับทางฝ์ายรัฐบาล ปัญหาก็คือว่าท่านจัดงบกลางป้ไปแล้ว ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ป์านนี้ทุกอย่างยังเงียบอยู่ ท่านนํา พ.ร.ก. ขอกู้เงินเข้ามาเราก็ผ่าน ให้แล้วในวันก่อนนั้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้เราต้องการให้ท่านนําเงินที่จะกู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตาม พ.ร.ก. ไปดําเนินการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วก็ป่ดหีบ เสริมงบประมาณ ถ้ามีความจําเปึนเร่งด่วนภายหลังถึงมาขอกรอบกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลไม่รับฟังดื้อดึงเมื่อวาน เราจึงจําเปึนต้องวอล์คเอ้าท์ นี่คือเหตุผลของเรา เพราะฉะนั้นบางท่านโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าพวกเรา ไม่ให้ความร่วมมือ จริง ๆ ไม่ใช่ การไม่ให้ความร่วมมือนั้นมันมีหลายวิธี แต่เราให้ความ ร่วมมือ แต่การต่อสู้คัดค้านทัดทานรัฐบาลนั้นมันเปึนวิธีการของฝ์ายค้านเช่นเดียวกัน ในขณะที่พวกเราเปึนรัฐบาล ท่านเปึนฝ์ายค้านท่านก็กระทําเหมือนพวกเราหลายครั้ง เหมือนกัน เพราะอยู่ในสภากันมานาน วันนี้กระแสเศรษฐกิจโลกของเรา แม้กระทั่ง ส่งผลสะท้อนถึงประเทศไทย เราจะเห็นว่าทุกอย่างดาวน์ (Down) ลงหมด ทุกอย่าง ดาวน์หมด แต่ท่านทราบไหมครับ มี ๒ เรื่องที่สวนกระแส ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น มีอยู่ ๒ อย่างที่สวนกระแสในภาคเหนือ ภาคอีสาน คือเสื้อแดง ผ้าคาดหัวแดง แล้วก็พวกธงแดง หมวกแดง พวกนี้ขายดีเปึน เทน้ําเทท่า ขายดีมากครับ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ไม่รู้เปึนอะไรเดี๋ยวนี้เสื้อแดงขาดตลาด ภาคเหนือ ภาคอีสานไม่พอครับ ชาวบ้านต้องการมาก แล้วก็อีกอันหนึ่งทีวีรุ่นใหม่ที่มีรีโมท (Remote : อุปกรณ์ควบคุมระยะไกล) เพราะอะไรครับ ทีวีรุ่นเก่าไม่มีรีโมทชาวบ้านอึดอัด ต้องไปซื้อทีวีใหม่ขายดีมากในภาคเหนือ ภาคอีสาน เพื่ออะไร เพื่อมีรีโมทพอเจอหน้า (Megaproject : โครงการขนาดใหญ่) ไว้ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะแก้ปัญหาน้ําในภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้ววันนี้เปึน อย่างไรครับ ไม่มี เงินไม่หา เพราะรัฐบาลหาเงินไม่เก่ง หาเงินไม่เปึน เพราะฉะนั้นวันนี้คนอีสาน คนเหนือ และ คนภาคกลางบางส่วน จะต้องทนทุกข์ทรมานตอนหน้าน้ําท่วม น้ําหลาก น้ําท่วมไร่ ท่วมนาและตอนหน้าแล้งนี่ไม่มีน้ําครับ นาปรังอย่าไปพูดครับ ทําได้จังหวัดเดียวคือ กาฬสินธุ์ ลุ่มน้ําปาวเท่านั้นเอง จังหวัดอื่นไม่มีทาง เพราะว่าในลุ่มน้ําต่าง ๆ แห้งแล้งหมด ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ผมยกตัวอย่างสักสองแหล่งน้ําก็ได้ ลุ่มน้ําโมง ไหลจากจังหวัดเลย หนองบัวลําภู ติดต่อกับลําน้ําเลยลงผ่านอําเภอบ้านผือ ลงถึงจังหวัด หนองคาย อําเภอท่าบ่อ ลงแม่น้ําโขง ทราบไหมครับตอนหน้าน้ําหลากมันจะไหลลง มาแล้วแม่น้ําโขงก็สูงขึ้น จะปล่อยลงก็ปล่อยไม่ได้ต้องป่ดไว้ ป่ดไว้น้ําก็ท่วม ถ้าเป่ดน้ําโขง ก็ทะลัก แต่พอหน้าแล้งนะครับ หน้าแล้งน้ําไม่มีเหมือนกันครับ ปัญหาเหล่านี้ จะแก้อย่างไร รัฐบาลต้องใส่ใจ หัวใจสําคัญในการพัฒนาประเทศอยู่ที่ภาคเหนือ ภาคอีสานด้วย เพราะว่าเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้รัฐบาลทางท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์บอกว่าจะแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ จังหวัด แต่ว่า ๑๙ จังหวัดอีสาน ๑๔ จังหวัดภาคเหนือนี่ งบประมาณไม่เห็นพูดถึง ในตรงนี้งบ ซีอีโอ (CEO : Chief Executive Officer ผู้บริหาร สูงสุดขององค์กร) ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะแก้ปัญหานี่ครับ ในงบคลัสเตอร์ (Cluster) หรือกลุ่มจังหวัด จังหวัดละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างจังหวัดอุดรธานี ๓๔ ล้านบาท จังหวัดเล็ก ๆ ในภาคใต้นี่ ๗๐-๘๐ ล้านบาท จังหวัดอุดรธานีมีประชากรตั้ง ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน จังหวัดสตูลมีประชากรแค่ ๗๐,๐๐๐ คน ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนกับ ๗๐,๐๐๐ คน นี่ต่างกันขนาดไหนครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้สะท้อนถึงภูมิปัญญาของรัฐบาล วันนี้ ผมเรียนเลยครับว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และรัฐบาลชุดนี้จัดสรรงบประมาณด้วยอคติ กับกลุ่มเสื้อแดง ผมเปึนผู้แทนราษฎร ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ตรงไหน เราก็ไปตรงนั้น คนอีสานต้องการอะไร เราก็อยู่ตรงนั้น และกราบเรียนท่านประธานว่า ภาพรวมในการจัด งบประมาณป้นี้ ผมบอกได้เลย ยากครับ ยากจะแก้ปัญหาได้ แม้กระทั่งเรื่องการซื้อรถ เดี๋ยวนี้วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติน้ํามัน เดี๋ยวนี้กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ ตั้งงบประมาณซื้อ รถเต็มไปหมดเลย แต่ละกรม แต่ละหน่วยงานซื้อเต็มไปหมด หน่วยงานละ ๕ คัน ๖ คัน แพง ๆ ทั้งนั้น นี่รถนายกรัฐมนตรีก็ซื้อขบวนใหม่อีกแล้ว รถกันกระสุนของนายกรัฐมนตรี ไม่รู้เปึนร้อยล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้รัฐบาลมองใกล้ตัว แต่ไม่ได้มอง ถึงพี่น้องประชาชนตั้ง ๓๐ กว่าล้านบาท ครึ่งประเทศ แล้วผมยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ คีย์แมน (Key man) หรือแกนนําระดับสูงของรัฐบาลไม่สามารถไปอีสานไปเหนือได้เลย เพราะอะไร กลัวเสื้อแดง ลงใต้ได้อย่างเดียวอยู่กรุงเทพฯ อยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ได้แค่นั้นนะครับ กลัวมาก เพราะอะไร เพราะการต่อสู้มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ท่านประธานครับ การจัดงบประมาณป้นี้ทุกคนจะต้องแปรญัตติ ในฝ์ายค้านนี่ต้อง แปรญัตติแล้วชี้ให้เห็นเปึนประเด็น ๆ เปึนมาตรา ๆ ไปว่ามาตรานี้สมควรตัดหรือไม่ตัด เราเห็นใจครับ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งในป้นี้ขาดดุลไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ที่แล้วตั้ง ๑,๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาทยังแก้ปัญหาไม่ได้ มิหนําซ้ําหน่วยงานปัจจุบันยังดึง งบประมาณไว้ ป้นี้เปึนป้ที่การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้าที่สุดเปึนเพราะอะไร เปึนเพราะสลับข้าง ตอนจัดงบประมาณตอนนั้น พวกผมเปึนรัฐบาล ตั้งงบประมาณไว้ฝ์ายค้านก็เห็นชอบ ร่วมกัน ตอนนั้นเพื่อน ๆ ผมหลายคน คุณจุติ ไกรฤกษ์ ก็นั่งเปึนกรรมาธิการด้วยกัน เห็นพ้องต้องกัน พอสลับข้างปัูบ เราเปึนฝ์ายค้าน ทางนี้เปึนรัฐบาลดึงไว้แก้ไขหมด สมาชิกหลายท่านพูดเมื่อวานนี้ ขอนแก่นโดนหมดเปลี่ยนแปลงโครงการไปหมด อันนี้ ไม่ว่าครับ ไม่เปึนไร ทางพรรคพวกเขาบอกว่า ทีใครทีมัน วันพระไม่มีหนเดียว ทําได้ทําไป อีกไม่นานก็ต้องว่ากัน พวกผมสลับข้างก็อย่าร้องก็แล้วกันนะครับ เพราะฉะนั้นการจัดสรร งบประมาณป้นี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านอุตส่าห์มานั่งอยู่ตรงนี้ ท่านต้องบอกท่านรัฐมนตรีกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งนักเรียนนอก รุ่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่อ่อนหัดกว่าท่าน ท่านนี่รุ่นเดียวกับผม ท่านเปึน คนมีความรอบรู้มาก การจัดงบประมาณอย่าตามใจหน่วยงานมากนัก เขาอยากได้อะไร ให้หมด เหมือนเราที่ตัดป้ที่แล้ว ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เราตัดลงกอง แล้วก็คืนไปให้กับ ความจําเปึนในหน่วยงานต่าง ๆ เรื่องการจัดซื้อรถ ป้นี้นะครับวิกฤติน้ํามันอย่างนี้ หน่วยงานพอใช้ใช้ไปก่อนอย่าเพิ่งซื้อ แล้วการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศเหมือนกัน ถ้าดึงกลับไว้ดึงไว้ก่อนไม่ต้อง ไปกลัว วันนี้อยากปฏิวัติ ปฏิวัติไป เชิญ เราไม่ต้องกลัวทหาร เพราะฉะนั้นท่านต้องกล้า ต่อไปท่านต้องเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไปในอนาคต ท่านเปึนพี่ใหญ่ ในกระทรวงการคลัง ท่านต้องดูแลหน่อย เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ พวกเรามันพวกกันทั้งนั้น แต่เวลาสลับข้าง การเล่นการเมือง การอยู่ในการเมือง บางครั้ง บางทีพวกท่านต้องมีน้ําใจ ก็บอกแค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ
คุณชมภู จันทาทอง ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันอยากจะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติงบประมาณของรัฐบาล ป้ ๒๕๕๓ ซึ่งใช้เงินทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นนะคะ ตามที่ดิฉันได้ศึกษา พระราชบัญญัติงบประมาณของรัฐบาลป้นี้ ตัวดิฉันเองนั้นก็อยากจะมองภาพ หลาย ๆ กระทรวง นิด ๆ หน่อย ๆ เพราะว่าด้วยจํากัดของเวลานะคะ ดิฉันเองก็อยากจะ พูดถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางรัฐบาลนั้นได้ตั้งไว้ ๑๘,๘๕๖ ล้านบาท ซึ่งเปึนหน่วยงานที่รับผิดชอบมากมาย อย่างเช่น พวกกรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรธรณี และกรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งกรมนี้เปึนกรมที่ดูแลชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางภาคอีสานค่ะ ทางภาคอีสานนั้นเรื่องน้ํานี้สําคัญค่ะ เหมือนอย่างเช่นท่าน ส.ส. วิเชียร ขาวขํา ที่พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ถ้าน้ํามากมันก็จะท่วมค่ะ ท่านประธาน ถ้าน้ําน้อยมันก็ขาดน้ํา ก็แห้งแล้ง เราต้องหาขอเบิกน้ํามันทาง อบต. พี่น้องประชาชนนะคะ เพื่อจะเอาน้ํานั้น มาดูแลในที่เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคอีสานเราก็จะปลูกข้าว ซึ่งปลูกข้าวนั้น ก็เปึนสันหลังของประเทศไทยเรา ซึ่งเปึนอาชีพที่ทางเกษตรกรนั้น ทางประเทศไทยนั้น ทํามากที่สุดนะคะ ตอนนี้ตัวดิฉันเองก็อยากจะเปรียบเทียบกับความรับผิดชอบต่อ ความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาคอีสานของเรานะคะ ท่านประธานคะ ท่านประธานจําได้ไหมคะว่าเมื่อก่อนที่ท่านสมัคร สุนทรเวช ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านให้ ความสําคัญเรื่องน้ําเปึนพิเศษ ท่านก็ได้จัดงบประมาณถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะ ฟุ๋นฟูโขง-ชี-มูล ค่ะท่านประธาน ท่านก็จะผันน้ําจากแม่น้ํางึม ประเทศลาวเข้ามาสู่ ประเทศไทย โดยเข้ามาทางอําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายเราค่ะแล้วก็เอาไปกระจาย ทางภาคอีสานของเราหลาย ๆ จังหวัดนะคะ ท่านก็จะทําประตูน้ําเป่ดป่ดน้ําจากแม่น้ําโขง ถ้าน้ํามากเราก็ปล่อยออก ถึงฤดูแล้งเราก็ป่ดกักน้ําไว้ เพื่อจะไปสู่เกษตรกรหลาย ๆ จังหวัดในภาคอีสานที่กําลังแห้งแล้งนะคะ แต่ว่าท่านก็ยังทําไม่สําเร็จค่ะ โครงการนี้อยู่ใน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านประธานคะ อยากฝาก ท่านประธานไปหากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากให้หยิบยก โครงการนี้ได้มาปัดฝุ์นบ้าง ท่านไม่ต้องพะวงว่าทางพรรคพลังประชาชนเก่าหรือว่า พรรคเพื่อไทยนั้นจะได้หน้า ท่านต้องเห็นความจําเปึน ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนค่ะ ท่านประธานคะงบประมาณที่ทางรัฐบาลนั้นได้จัดสรร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของกระทรวงคมนาคม ท่านก็จะเน้นเรื่องรถไฟสายสีม่วง รถไฟสายสีแดง งบประมาณ ไม่ใช่น้อยนะคะ สายสีม่วงนั้นก็ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็มากระจุกอยู่แต่ในเมืองค่ะ แต่ว่าทางท่านยังลืมนึกว่าประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อนไม่เหมือนกันค่ะ ดิฉันก็เคยหารือ ที่ในสภาตลอดว่า ภาคอีสานนั้นจะมีปัญหาเรื่องน้ํา ถ้าน้ํามากก็ท่วมเหมือนเมื่อเช้าที่ดิฉัน หารือว่า ดิฉันก็เคยหารือในที่สภาตลอดว่าภาคอีสานนั้นจะมีปัญหาเรื่องน้ํา ถ้าน้ํามากก็ท่วม เหมือนเมื่อเช้าที่ดิฉันหารือว่าร่องน้ํา น้ํามาก ร่องน้ําตรงหมู่ ๑ ของตําบลเซิมนั้นไม่มีร่องน้ํา น้ําก็ท่วม ก็ทําให้ถนนหนทางนั้นไปมาไม่สะดวก เราจะต้องทําร่องระบายน้ําให้แก่พี่น้อง ประชาชนเพื่อจะสัญจร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่ ๑ ของตําบลเซิมนั้นอยู่เขตตลาด เมื่อเช้าที่ดิฉันหารือ ดิฉันก็อยากฝากด้วยนะคะ
และอีกหน่วยงานหนึ่งที่ดิฉันเองนั้นดูงบประมาณแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เท่าไรนะคะ คืองบประมาณของศาลยุติธรรม งบประมาณแค่ ๕๙๑ ล้านบาทนะคะ ท่านประธาน สํานักงานศาลยุติธรรมนี้ตัวดิฉันเองคิดว่าเขารับผิดชอบเรื่องการระงับพิพาท การใช้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมคู่กรณีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาที่สามารถยอมความกันได้ ก่อนการฟัอง ซึ่งมีการไกล่เกลี่ยและก็ใช้ผู้ประนีประนอมประจําศาลเขาเรียกว่าผู้พิพากษา สมทบค่ะท่านประธาน ผู้พิพากษาสมทบนั้นตามศาลจังหวัดต่าง ๆ นั้นเขาจะมีคนที่มี ความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมาย เขาว่างงานเขาก็ไปสมัครกับศาลตามจังหวัด ต่าง ๆ เพื่อให้ศาลจังหวัดนั้นได้คัดเลือกเพื่อจะเอาไปเปึนผู้พิพากษาสมทบในจังหวัดนั้น ๆ โดยไม่มีค่าตอบแทนค่ะท่านประธาน ก็แค่ไปแต่ละครั้งได้ค่าตอบแทนแค่ ๕๐๐ บาท ไม่คุ้มค่ารถค่ะท่านประธาน แต่ว่าตัวดิฉันเองนั้นเห็นว่าสิ่งนี้เปึนประโยชน์แก่พี่น้อง ประชาชน ประเด็นแรกก็คือลดปัญหาคดีให้ศาล ลดปัญหาเรื่องด้านสังคม ทั้งประหยัดเวลาเรื่องคดี ประหยัดการใช้จ่ายในการงบประมาณที่จะจ้างทนาย ในการ ที่จะไกล่เกลี่ยในศาล แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง เปึนที่พอใจของทุกฝ์ายที่เปึนฝ์ายโจทก์และ จําเลยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะนะคะท่านประธาน อยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ นะคะ คือกระทรวงยุติธรรมนี่ค่ะ อยากให้ดูแลสวัสดิการพวกผู้พิพากษาสมทบตามจังหวัด ต่าง ๆ ทั่วประเทศเหล่านี้ด้วยค่ะ
และอีกประเด็นหนึ่งที่ตัวดิฉันเองเปึนห่วงกระบวนการยุติธรรมของ ประเทศไทยค่ะท่านประธาน ที่ทําให้เกิดการขัดแย้งอย่างรุนแรงเหมือนหลาย ๆ ท่านที่พูด ไม่ว่าเสื้อสีไหนหรือสีไหนนะคะ เดี๋ยวนี้ผู้นําหรือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศไทยเรา ขาดความยุติธรรมค่ะท่าน ปฏิบัติไม่เสมอภาคเปึน ๒ มาตรฐาน ถ้ามาตรฐานเสื้อหนึ่ง ก็รีบไต่สวน สอบสวนเพื่อจะให้ได้ดําเนินคดี แต่อีกส่วนหนึ่งเปึนป้แล้วค่ะท่าน อย่างเช่น เสื้อเหลืองค่ะ เปึนป้แล้ว สอบสวนแค่ ๑๐๐ คนก็ยังไม่เสร็จ แต่เสื้อแดง ๓๐๐ คน รีบทําให้ เสร็จเลยค่ะ แล้วก็เพื่อจะรีบดําเนินคดีของกลุ่มนั้น ๆ แล้วตัวดิฉันเองเมื่อเช้านี้ดิฉัน ก็ได้รับฟังจาก ส.ส. สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอ่ยชื่อพรรคนะคะ ท่านบอกว่า คนอีสานอย่าไปใส่ใจเรื่องสีเสื้อมากนัก อย่าไปใส่ใจเรื่องสีเสื้อมากนัก ก็เกิดการขัดแย้งกัน ที่จริงแล้วการที่แสดงออกของพี่น้องประชาชนไม่ว่าเสื้อสีไหนก็ตาม ขอให้ผู้นําในประเทศ ของเราสร้างมาตรฐานแค่มาตรฐานเดียว ให้มีความยุติธรรมแก่พี่น้องประชาชน เรื่องสี ต่าง ๆ ก็จะไม่มีค่ะท่าน และยังพูดไปอีกว่าท่านรัฐมนตรีไปเยี่ยมตรงพื้นที่ต่าง ๆ โดนเท้าตบ งบประมาณไม่ไป ส.ส. หลาย ๆ จังหวัดในอีสานก็โวยวายกันว่างบประมาณไม่มี ที่จริงจะ เอามาตรฐานตรงนี้มาพูดไม่ถูกนะคะ ประชาชนทุกคนนั้นมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออก ด้วยการใส่เสื้อสีต่าง ๆ เสื้อสีแดงนั้นแสดงถึงว่าเขาอยากได้ความยุติธรรม อยากได้เรื่อง ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบที่ทางรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้กําหนดเขามีสิทธิตรงนั้นค่ะ ท่านประธานคะ ก็ฝากท่านประธานฝากผ่านไปหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยค่ะว่าอย่างไร ผู้นําในระดับประเทศของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ ให้มีความยุติธรรมแก่พี่น้องประชาชนอย่าง เสมอภาค และพี่น้องประชาชนก็จะอยู่ในความสงบเรียบร้อย และท่านก็จะได้บริหาร ประเทศไปด้วยดีค่ะ แล้วอีกประเด็นหนึ่งดิฉันขอเอ่ยไปถึงทางกระทรวงแรงงาน พี่น้อง ประชาชนจังหวัดหนองคายนั้นถูกหลอกลวงเรื่องการไปทํางานต่างประเทศมากค่ะ ท่านประธานคะ ตอนนั้นดิฉันเองจําได้ ดิฉันเปึนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่จังหวัดหนองคายนั้นพี่น้องประชาชนถูกหลอกลวงไปทํางานที่ประเทศจอร์แดนค่ะ ท่านประธาน แต่พอสู้กันไปสู้กันมานั้นประชาชนชนะ แต่ว่าผู้ที่ถูกฟัองร้องทรัพย์สินหมด ล้มละลาย ไม่มีเงินที่จะคืนให้พี่น้องประชาชน ไป ๆ มา ๆ พี่น้องประชาชนเสียฟรีค่ะ ท่านประธาน อยากให้ทางกรมแรงงานนั้นได้ดูแลและปฏิบัติให้พี่น้องประชาชนนั้นอย่าให้ รณรงค์พี่น้องอย่าให้ถูกหลอกลวงเรื่องแรงงานให้มากนัก ดิฉันก็ด้วยจํากัดเวลา ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลนะคะ เดี๋ยวนี้ดิฉันเองไปลงพื้นที่ พี่น้องประชาชนทาง จังหวัดหนองคายเขาฝากมาอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ลงไปปุ็บเขาบอกว่าท่าน ส.ส. ไม่ต้อง พูดอะไร ดิฉันจะฝากไปหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างนี้ค่ะ ท่านอภิสิทธิ์รูปหล่อ สมาร์ท ท่านหน้าตาดี แต่ออกทีวีไม่มีคนดูค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ
คุณสุชาติ ตันติวณิชานนท์ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุชาติ ตันติวณิชานนท์ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพูดในขั้นรับหลักการงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ถือว่าเราตอนนี้อยู่ในขั้น รับหลักการ แล้วก็ดูแล้วก็ชื่นชมนะครับในงบประมาณ รัฐมนตรีต่าง ๆ ทําได้ค่อนข้างที่จะ ครอบคลุม แต่ตามที่ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดินที่ออกพบปะชาวบ้าน มีหลายเรื่องที่ ชาวบ้านสนใจและเขาฝากถามมา
เรื่องที่ ๑ ก็คือ โครงการชุมชนพอเพียง หรือที่เราเรียกเก่าว่าก็คือ หมู่บ้าน เอสเอ็มแอล (SML) ชาวบ้านนั้นยังชอบโครงการนี้อยู่มาก แต่บังเอิญโครงการ ที่ออกไปนั้นซึ่งสํานักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือ สพช. ที่ทําออกไปนั้น ถามแล้วแทบทุกท่าน ส.ส. ก็บอกว่า ออกไปน้อยมาก ไม่ทันเหตุการณ์ ตอนนี้ออกไป ประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ๒,๗๓๓ หมู่บ้าน หรือชุมชน แต่ออกไปเพียงแค่ ๓๐๑ หมู่บ้าน นี่คือออกไปประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วน อีก ๘๙ เปอร์เซ็นต์นั้นยังไม่ออกไป ชาวบ้านเดิมที่นั้นดีใจที่ได้รับโครงการ แต่ปัจจุบันนี้ รอคอยนานมากนะครับ ฝากรัฐบาลไว้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านที่ออกไปตามชนบทนั้น ชาวบ้านเราอยู่ตามชนบท อยู่ต่างจังหวัดนั้น การขอไฟฟัาสู่ครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟัาใช้ยากมาก อันที่ ๒ คือไฟฟัา เกี่ยวกับเรื่องขยายเขตลงทางการเกษตร ซึ่งทางชาวบ้านและทั้ง ส.ส. แทบทุกท่านได้ สอบถามที่ไฟฟัาส่วนภูมิภาคแต่ละจังหวัด ทางจังหวัดนั้นมีความพร้อมที่จะดําเนินการ ทั้ง ๒ โครงการ คือ ลงครัวเรือน และลงเพื่อการเกษตร แต่ติดขัดที่งบประมาณ ขอให้ทาง กระทรวงมหาดไทยช่วยจัดงบประมาณลงไปสู่ชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องไฟฟัาทั้ง ๒ โครงการ นะครับ ๒ โครงการนี้ทราบว่างบประมาณนั้นประมาณโครงการละ ๑,๖๔๔ ล้านบาท และ ๑,๖๒๕ ล้านบาท รวมแล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสิ่งที่ชาวบ้าน ต้องการอย่างมากนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องต่อมาคือ เรื่องเนื้อวัว หรือเนื้อโค ปัจจุบันนี้ต้นน้ําคือ วัวเปึนตัวขายราคาถูกมาก ตกกิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๓๐-๔๐ บาท แต่ถ้าชําแหละเปึนเนื้อสําเร็จรูป เนื้อชําแหละแล้วตก ๑๒๐-๑๓๐ บาท ความห่างไกลของ ราคา หรือค่าการตลาด หรือพ่อค้าคนกลาง สิ่งนี้อยากให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์และกรมปศุสัตว์หาทางช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการหาทางยกระดับ ราคาของเนื้อวัวเปึนตัว ทําอย่างไรให้จาก ๓๐ บาท มาเปึนสัก ๔๕ บาท แล้วราคาขายเขา ก็ ๑๒๐ บาท ๑๓๐ บาทอยู่แล้ว ๒. ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงวัวหรือเลี้ยงควายมากขึ้น ๓. จุดนี้ก็คือสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านทราบดี นะครับว่ามีการลับลอบนําวัวและโคออก หรือกระบือออกไปทางเวียดนาม ทางพม่าเยอะมาก เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีราคาสูงกว่าประเทศไทยถึง ๑ เท่าตัว และคาดการณ์ว่า อีกไม่เกิน ๓ ป้ข้างหน้าประเทศไทยต้องซื้อเนื้อวัวและเนื้อกระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน ต่อไป นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักถึงเรื่องนี้นะครับ
ท่านครับ ต่อไปก็คือสิ่งหนึ่งที่ทางชาวบ้านได้ฝากถามมาหลาย ๆ เรื่อง เช่น ฝากของกรมทางหลวงเกี่ยวกับการขยายเขตชุมชนในเขตเทศบาลหลายแห่งยัง ไม่ได้รับ แล้วก็เกิดความแออัด มีอุบัติเหตุเปึนประจําคือที่เทศบาลบัวงาม อําเภอเดชอุดม เทศบาลบุณฑริก ที่ว่าการอําเภอทุ่งศรีดม และสายรอบเมืองของนาสรวงนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านบอกว่าเปึนโครงการพระราชดําริเกี่ยวกับ ชลประทานที่ห้วยบอน อําเภอน้ํายืน ๔๐๐ ล้านบาท ขอมาแล้ว ๔ ป้ยังเงียบหายก็ฝาก ทางรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานที่บ้านบอนนะครับ อําเภอน้ํายืน
อีกเรื่องหนึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรม เราทราบดีว่าพระธาตุหรือที่ปราสาท เขาพระวิหาร ซึ่งเรามีปัญหาอยู่กับทางเขมรนั้น แต่เรามีปราสาทเล็ก ๆ ที่อยู่รอบด้านคือ อยู่ที่อําเภอเดชอุดมคือที่บ้านเบญ ปราสาทที่บ้านเบญ ปราสาททองหลางและปราสาท ท่านางพญา สิ่งนี้ทีของบ้านเราเองเราไม่ได้ดูแล แต่เราไปแย่งชิงเรื่องที่มีปัญหาอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมมาดูแลสิ่งที่เรามีอยู่ให้พัฒนาเปึนแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่าน ส.ส. อุดร ทองประเสริฐ ที่ท่านออกพบปะชาวบ้าน สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านต้องการก็คือ อยากให้ทางกรมที่ดินโดยกระทรวงมหาดไทยจัด งบประมาณเพิ่มขึ้นในการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน คือปัจจุบันนี้ชาวบ้านต้องการออก โฉนดมากนะครับ แต่ว่าบุคลากรในแต่ละอําเภอน้อย แต่ทางกรมนั้นก็ไปจัดกลุ่มหน่วย ที่ออกเดินสํารวจก็ทราบว่างบประมาณป้ต่อไปจะลดลงไปเรื่อย ๆ และแทบจะไม่มี นี่คือสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านต้องการ
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่าน ส.ส. อุดร ทองประเสริฐและเพื่อน ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดินฝากบอกมาว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ราชพัสดุที่ชาวบ้านเข้าไปแล้วขอเช่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ก็ขอให้ทางราชการเร่งรัดทําเรื่องให้เช่าแก่ราษฎร ส่วนท่านใดที่อยู่ใน เขตป์าสงวนและอยู่ที่รกร้างว่างเปล่าหรือเสื่อมโทรมก็ขอให้ทางกรมป์าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดในการเช่าให้เร็วขึ้นนะครับ
ต่อมาอีกสิ่งหนึ่งที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่ฝากถามมาว่าที่รัฐบาลเคยพูดไว้ว่า เดือนตุลาคมนั้นจะขึ้นค่าตอบแทนอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบว่าจะได้จริงหรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้ทราบว่าเงินเราเก็บภาษีได้น้อยจนถึงขั้นได้ยืมมา ไม่ทราบว่างบประมาณป้นี้ เดือนตุลาคมนี้ทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นหรือไม่นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง อสม. ทาง อสม. ทุกคนฝากขอบคุณรัฐบาลมา แต่ก็มี อีกกลุ่มหนึ่งที่บ่นน้อยใจมาว่า คนทํางานหนักเหมือนกัน เช่น อาสาสมัครเกษตร ซึ่งมีหมู่บ้านละ ๑ คน ๒. อาสาปศุสัตว์มีบ้านละ ๑ คน แต่ อสม. นั้นมีบ้านละ ๑๐–๑๕ คน แต่ว่าทํางานหนักเหมือนกันเขาก็ฝากว่าค่าตอบแทนเขามีโอกาสหรือไม่ และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ อพปร. นะครับ อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน ซึ่งออกมาช่วยกันรณรงค์ ลดอุบัติเหตุช่วงป้ใหม่ สงกรานต์ หรือเข้าพรรษา นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านฝากถามรัฐมนตรีมา นะครับ คือทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็เรียนว่านี่คือสิ่งที่ ส.ส. ทุกท่านห่วงใย นี่คือสิ่งที่สะท้อน จากชาวบ้านมาสู่รัฐมนตรี ก็ฝากทางรัฐมนตรีใส่ใจกับชาวบ้าน หลายท่านก็บอกว่ามีการ กระจุกบ้าง กระจายบ้าง แต่ผมเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกท่านมีความเปึนธรรม โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีต้องมีความเปึนธรรมต่อทุกกระทรวง ทุกกรม ถือว่าทุกหน่วยงาน ทุกกรม กระทรวงนั้นเปึนเครื่องไม้เครื่องมือของรัฐบาล เปึนเครื่องไม้เครื่องมือที่จะนําไปสู่การอยู่ดี กินดีของประชาชน ซึ่งนําไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งของประเทศไทยในอนาคตต่อไป นี่คือสิ่งหนึ่ง ที่อยากฝากรัฐมนตรี ฝากนายกรัฐมนตรีจัดสรรงบประมาณให้กระจายแล้วก็มุ่งสู่ชาวบ้าน เปึนสําคัญ โดยฟังจากท่าน ส.ส. ทุกเขตเลือกตั้งแล้วเราประเมินมานําไปสู่การแก้ปัญหา นี่ก็คือสิ่งหนึ่ง ที่อยากฝากทางรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่าง ๆ นะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านที่บ่นขึ้นมา ก็คือกลายเปึนว่ารัฐบาลชุดนี้ทํางานเปึนผลดี แต่บางสิ่งบางอย่างนั้น รัฐบาลชุดนี้เจอ ปัญหาเรื่องม็อบ ม็อบอะไรต่าง ๆ สินค้าการเกษตรต่าง ๆ ขอให้ทางรัฐมนตรีพยายามสกัดกั้น หรือทําความเข้าใจก่อนที่ม็อบจะเกิดขึ้น เช่น ม็อบมันสําปะหลังหรือม็อบข้าวหรือม็อบอื่น ๆ ม็อบปาล์ม ม็อบลําไย ม็อบลิ้นจี่ เพราะว่าทุกคนบอกไว้ว่าถ้ามีม็อบแล้วรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะรีบแก้ หากไม่มีม็อบและไม่รีบแก้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านฝากบอกว่า ทําอย่างไรให้แก้ปัญหาก่อนที่จะมีม็อบ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านฝากบอกมาว่า การแก้ปัญหารัฐบาลอยากเร่งคือต้องมีม็อบ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีทุกท่าน ทุกกรม กองขอให้ใส่ใจแล้วก็บอกผ่านต่อไปหา ส.ส. ผ่านบอกต่อไปหากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันทําความเข้าใจว่าราคาพืชผลการเกษตรนั้น ขึ้นลงเพราะราคาตลาดโลก ขึ้นลง เพราะตลาดภายในประเทศ ขึ้นลงเพราะอะไร อันนี้คือสิ่งหนึ่งต้องทําความเข้าใจ ไม่ใช่ว่า การประกันราคา การจํานําราคานั้นต้องซื้อทุกกิโลกรัมทุกตันที่มีอยู่ การประกันราคาหรือ จํานําราคานั้น เปึนกลไกตลาดเพื่อกักส่วนเกินไม่ให้ทะลักออกมาตลาด เพื่อทําให้ราคานั้นมี เสถียรภาพมีความคงที่นะครับ ขอเรียนให้ทางรัฐมนตรีทุกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องกรุณา ทําความเข้าใจกับหน่วยงานที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ผมเองคงฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่จํากัดเวลาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพฯ สมุทรปราการและนนทบุรี ขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาอนุญาต ให้ผมได้อภิปรายในเวลานี้ แต่เดิมก็จะถนัดหลังข่าวภาคค่ํา ทีนี้ไปหาเสียงสกลนครกับ ศรีสะเกษ พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า คุณเฉลิมจะอภิปรายงบประมาณป้นี้อย่าพูด กลางคืนได้ไหม เพราะเขาดูละคร ทํางานเหนื่อยก็สู่รายการบันเทิง แต่ว่ากลับถึงบ้าน ๔ โมงเศษ ๆ ผมก็เลยขออนุญาตบรรดาสมาชิกและท่านประธานก็ได้กรุณา รัฐบาลมี ภารกิจหลักในการแถลงนโยบาย ผมอภิปรายนี่ผมเอามาจากสิ่งที่รัฐบาลทําไว้ รัฐบาล แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เอกสารสีฟัาของ ท่านนี่แหละครับ ท่านแถลงไว้ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ แต่ปรากฏว่าท่านไม่ได้แถลงที่รัฐสภา จะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่พูด ท่านไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมก็อ่านดูนโยบาย ของรัฐบาลที่ท่านแถลงว่ารัฐบาลได้บอกกับพี่น้องประชาชนคนไทย รัฐบาลได้บอกกับ เพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกว่ารัฐบาลจะทําอะไรบ้าง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โชคดีที่เข้ามาบริหารราชการบ้านเมืองแล้วมีโอกาสตั้งงบประมาณรายจ่าย กลางป้ไปครั้งหนึ่ง ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท นั่นเปึนแนวคิดของท่านสมัคร สุนทรเวช และ ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน โดยปกติมาต่อกลางทางรัฐบาลมา ใหม่ต้องบริหารราชการบ้านเมืองตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ ภายใต้งบประมาณของ รัฐบาลเก่า แต่นี่โชคดีได้เม็ดเงินงบรายจ่ายเพิ่มเติมไปและท่านก็ได้กําหนดแนวทางของ ท่าน พวกกระผมก็ได้อภิปรายท้วงติงและวันนี้จะนํามาบอกให้ประธานและพี่น้อง ประชาชนคนไทยได้รับทราบว่าที่ท่านตั้งเปึนงบกลางป้มีประโยชน์แค่ไหน เพียงใดหรือไม่ ท่านประธานครับ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ เขาเรียกกฎหมาย ๓ ศาสตร์ ๑. เปึนนิติศาสตร์ เพราะต้องเปึนพระราชบัญญัติ ๒. เปึนรัฐศาสตร์ เพราะ ผ่านรัฐสภา ๓. เปึนเศรษฐศาสตร์ เพราะเปึนกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ผมย้ําทุกครั้งเวลา ผมมีโอกาสอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ว่า กฎหมายฉบับนี้เปึน กฎหมาย ๓ ศาสตร์ รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แถลงนโยบายต่อ ส.ส. ต่อวุฒิ รัฐบาลจะบริหารราชการบ้านเมืองไม่ได้เลย หากรัฐบาลไม่มีงบประมาณไปขับเคลื่อน เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้อ่าน จ้อย จ้อย จ้อย สงสัยสภาพัฒน์กับ สํานักงบประมาณเขียนมาให้อ่าน ไม่ได้ลืมตาอ้าปากก้มหน้าอย่างเดียว ผมก็นั่งดูเสนอมา ๓๓ มาตราเปึนเนื้อหา ในมาตรา ๓๔ เขาบอกว่า ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ งบประมาณเปึนกฎหมายฉบับเดียวละครับ ถ้าจะใช้เมื่อไรต้องเอาเข้าสภาทันที ร่างพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาไม่ว่าจะเปึน ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติที่มีบทลงโทษ ลอว์ เอนฟอสเมนท์ (Low enforcement) ออกทีเดียวแล้วก็ใช้ไปได้เลย ถ้าจะแก้ไขเพิ่มเติมค่อยว่ากัน แต่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณจะใช้เมื่อไร ต้องบอกเมื่อนั้น รัฐบาลเสนอมา ๓๔ มาตราครับ และรายละเอียดที่ผมอ่านอีกเล่มหนึ่ง ก็คืองบประมาณโดยสังเขป ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ผมจะเริ่มต้นเล็ก ๆ แล้วไปลงลึกในรายละเอียดก่อน จะพูดเรื่องอื่นต่อรัฐบาลตั้งงบประมาณป้นี้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงสร้างงบประมาณรัฐบาลบอกง่าย ๆ ครับ รัฐบาลบอกว่า มีงบรายจ่ายประจํา รายจ่ายประจํา ๘๔.๕ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุน ๑๕.๕ ใช้หนี้นิดหน่อย น้อยกว่าป้ที่แล้ว ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคนเปึนนักเศรษฐศาสตร์ที่เขา เอกซ์เพิร์ท (Expert) ด้าน อิโคโนมิค (Economic) เขาจะบอกรัฐบาลจัดงบประมาณไม่เปึน ไม่รู้เรื่อง เลอะเทอะเฟอะฟะเพราะอะไรครับ เพราะงบรายจ่ายประจํามากกว่าป้ที่แล้วในขณะที่ รัฐบาลจัดทํางบประมาณน้อยกว่าการประมาณการถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑.๙ ล้านล้านบาทมาเปึน ๑.๗ ล้านล้านบาท มันต้องประหยัด ต้องมัธยัสถ์ต้องระมัดระวัง ต้องลดลงทุน ให้มากที่สุด รายจ่ายประจําให้น้อยหน่อย นี่รายจ่ายประจํา ๘๔.๕ แล้ว เหลือลงทุนเท่าไรครับ ๑๕.๕ ผมเลยกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีขีดความสามารถ ไม่มีศักยภาพ เปึนคณะรัฐมนตรีฝ๊กงาน เปึนรัฐบาลที่ขาดประสบการณ์ ในการจัดทํา งบประมาณรายจ่ายประจําป้โดยสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลชุดนี้บริหารจัดการ เก็บงบประมาณไม่เข้าเปัา เพราะความศรัทธาของพี่น้องประชาชนและความสับสนในการ บริหารราชการ เพราะรัฐบาลมาใหม่ ๆ ฟอร์มใหญ่ครับ ตูมตาม ตูมตาม ตูมตาม เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด อภิสิทธิ์ นิติรัฐ นิติธรรม รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) รูล บาย ลอว์ (Rule by law) รูล บาย เมน (Rule by men) ผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูก ประกาศดังทั้งประเทศ ว่า ๑. คนร้ายคดีฆ่าเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีอาระเบีย ฆ่าชิปปุ่ง (Shipping) หมู ฆ่าทนายสมชาย ฆ่าตัดตอน สุดท้ายมีคดีใหญ่ ยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกอาการมากไปครับ สุดท้าย ทําอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว ประชาชนเขาวอช (Watch) เขาสังเกต เขาดู ไหนว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาแล้วเด็กหนุ่ม นักเรียนนอก คู่หูก็นอก นายกรัฐมนตรีก็นอก คลังก็นอก มันคงเก่งกันใหญ่ เด็ดขาดแน่นอน เปึนทหารเก่า เปึนอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. คน เขามองก็ปรากฏว่าสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดไว้ทําไม่ได้เลยครับ เขาก็เลยสงสัยทํานี่ไม่ได้ ทํานี่ ไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องฆ่าตัดตอน เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ตรงนี้ละครับ นําไปสู่ ความวิบัติของสังคม แล้วต้องการจะจับผิด พันตํารวจโท ทักษิณ ปราบปรามยาเสพติด เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ประกาศสงครามกับยาเสพติด เสร็จเรียบร้อยยาเสพติดลดลงเหลือ ๑๖-๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีคนตาย ๒,๖๐๐ คน จะบอกว่าฆ่าตัดตอนสืบสวนสอบสวนด้วย ระยะเวลานานแล้วครับ แล้วรัฐบาลนี้มาอยู่ ๖ เดือน ไหนล่ะใครฆ่าตัดตอน นายอภิสิทธิ์ เกรงใจใครอยู่ รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมีใครเอาป๋นไปจี้หัวไม่ให้ทําไหม ไม่มีหรอกครับ ช่างพูด ฆ่าตัดตอนอย่างนี้ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ได้ ๆ ตํารวจเขาก็สโลว์ ดาวน์ (Slow down) เขากลัว ขาดความจริงจังจริงใจในการบริหารราชการบ้านเมือง ตํารวจมันก็เลยปล่อยเกียร์ว่าง ก็กลัวถูกกล่าวหาว่าฆ่าตัดตอน ถ้าจะจับคนร้ายก็รัฐบาล ชุดนี้ต้องเอาผ้าขาวใส่ท้ายรถครับ เจอเมื่อไรคนร้ายผ่านไป ยาเสพติดผ่านไป เอาผ้าขาว ไปวางแล้วกราบ ๓ ที ขออนุญาตจับนะครับ ขออนุญาตจับนะครับ ด้วยความนุ่มนวลแล้ว ใครมันเชื่อถือครับ ผิดต้องจับ สู้ต้องปัองกันตัวได้ สู้มาต้องวิสามัญ ตายเท่าไรตายไป ไม่ใช่ตํารวจไปเป่ดมุ้งยิงนี่ ไม่ใช่ใครนอนในบ้านเป่ดมุ้งปัง เป่ดมุ้งปัง ไม่ใช่ พวกค้า ยาเสพติดมันรุนแรง มันเปึนการกระทําบ้านเมืองเสียหายจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีรัฐบาล ชุดไหนในเมืองไทยที่สังคมจะเสียหายขนาดนี้ คดีลักวิ่งชิงปล้น คดียาเสพติดรุนแรงมาก ที่สุด แล้วที่ซ้ําร้ายกว่านั้นที่งานมันไปไม่ได้มันทําไม่ดีเพราะอะไรครับ เช้าตื่นขึ้นมาทักษิณ อยู่ไหน ทักษิณอยู่ไหน ถามอยู่เท่านั้นละครับ ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน อะไรมรดกโลก อะไรไปค้านเขา ไปทําในสิ่งไม่ควร ไพรออริตี้ (Priority : การมาก่อน) ไม่ใช่ โอ๊ย ทําหนังสือไปถึงเกาะพิเศษฮ่องกง ทําไปดูไบ ทําไปไหนต่อไหนให้ส่ง พันตํารวจโท ทักษิณ กลับ ผมถือโอกาสนี้ครับ ก็ที่งบประมาณมันขาดดุลทําอะไรกันไม่ได้ต้องออก พระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติเงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะรัฐบาลมันทํางานไม่เปึนครับ คดี พันตํารวจโท ทักษิณ ทั้งฮ่องกง ดูไบ เขาไม่มี สนธิสัญญา ถามว่าคดีอย่างนี้เปึนเรื่องการเมืองไหม ก็ใช่ ก็เป่ดหัวศาลก็เห็นแล้วเวลา แปล ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแล้วไม่ใช่อย่างไร
เรื่องที่ ๓ ความผิดอย่างนี้มันมีบ้านเรา บ้านเขาไม่มี เกือบจะมีที่เดียว ในโลก พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ได้ทุจริต ไม่ได้แสวงหาประโยชน์ ทําสิ่งที่กฎหมายห้าม ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย ให้ภรรยาซื้อที่ ติดคุกละครับ มันมีที่ไหนในบ้านนี้เมืองนี้
เรื่องที่ ๔ กฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ ๑๔ (๕) เขาบอกไว้เลยว่า คดีตัดสิน ศาลเดียวเขาไม่ส่งมาให้ดําเนินคดี นี่ผมพูดไว้เอาบุญ ก็รัฐบาลชุดนี้มันปัญญาทึบ จะอาศัยว่าเห็นทักษิณอยู่ไหน ทักษิณอยู่ไหน นโยบายต่างประเทศทะเลาะเขมร ด่าพม่า เรื่องอะไรละครับ อองซาน ซูจี ก็ยุ่งของเขาข้างในครับ มันต้องเปึนเรื่องของอาเซียนไป แพทเชอร์ (Patchier : ไกล่เกลี่ย) เมืองไทยไปพม่าตอบมาอายเขาไหม อายไหมล่ะ นายกรัฐมนตรี พม่าบอกดูประเทศคุณเสียก่อนให้เปึนประชาธิปไตย คุณมาเปึน นายกรัฐมนตรีไม่ใช่ประชาชนเลือก ประชาชนเลือกพวกผมครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖๕ ครับ ผม ๒๒๓ ครับ นับให้ตายคุณก็ไม่ได้ที่ ๑ นับให้ตายก็ไม่มีครับ ก็เมื่อก่อน พรรคภูมิใจไทยมันมีไหมล่ะ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุบก็ยังอยู่ด้วยกันครับ พม่าย้อนกลับมา เงียบฉิบ นโยบายต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ใช่นักเรียนนอกผมเรียน เมืองไทยก็อ่านตําราเปึน เขาบอกว่า ต้องพูดกันให้ได้ยิน แต่เตะกันอย่าถึง นั่นหมายความ ว่าบ้านใกล้เรือนเคียงเราต้องสร้าง สัมพันธไมตรีต้อง เมค ริเลชั่น (Make relation : การสร้างความสัมพันธ์) ไม่ใช่บ้านใกล้เรือนเคียงทะเลาะกับเขาหมด แต่ข้างนอกล่ะ อี๋อ๋อ ๆ ไกล ๆ ทะเลาะกันได้มันแค่ได้ยิน แต่ใกล้ ๆ ไม่ได้ละครับ นี่ผมพูดตรงนี้ขึ้นมาก็ อยากจะบอกกับท่านประธานว่า รัฐบาลชุดนี้ลําบากครับ บริหารราชการบ้านเมืองต่อไป บนพื้นฐานความขัดแย้ง ความยากลําบาก ๒ มาตรฐาน ไม่มีความถูกต้องชอบธรรม ไหนว่ายึดหลักนิติรัฐ ลีกัล สเตท (Legal state) ไม่มี ถ้าพวกกูไม่เปึนไร พวกอื่นทันที ก็เห็นกันอยู่ละครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ครับผมดู วันอาทิตย์ เรียลิตี้ (Reality : สภาพที่เปึนจริง) นั่งรถให้สัมภาษณ์นะครับ มาไม้ใหม่ ผมกลับจากภาคอีสานมาหาเสียงหน้าตาดํา ตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา นั่งรถให้สัมภาษณ์ บอกว่า ต่อไปนี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องภาคใต้ เรื่องยาเสพติด เศรษฐกิจ ภาคใต้ ยาเสพติด เพิ่งคิดได้ครับ แถลงนโยบายไปแล้วเมื่อ ๖ เดือนที่แล้วครับ เรื่องเศรษฐกิจแก้ตรงไหนได้ไหมครับ กู้ ๆ กู้ ไปเมืองนอก ไปประเทศอิตาลี ไปดาวอส ไปประเทศอังกฤษ กลับมาประเทศญี่ปุ์นมาเมืองไทยบอกข่าวดีข่าวด่วนให้พี่น้องติดตาม ข่าวอภิสิทธิ์แถลงข่าว ดีใจเหลือเกินประเทศญี่ปุ์นให้กู้ ๗๓,๒๐๐ ล้านครับ ไหนละครับ เปึนข่าวดี
เรื่องต่อไปก็คือว่า ท่านบอกว่าท่านจะแก้ไขปัญหาภาคใต้ ปัญหา ยาเสพติดรัฐบาลติดลบ ผมดูในงบประมาณรายจ่าย ไม่สนใจ ไม่ให้ความสําคัญแม้แต่ น้อยนิด เดี๋ยวถึงตรงนั้นแล้วผมจะบอก นี่ผมเอาสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดละครับ นายกรัฐมนตรีที่ใครคาดหวัง ท่านประธานรู้ไหมครับ พวกผมดีใจนะ เพราะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายกรณ์ จาติกวณิช มาทําหน้าที่บริหารประเทศ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สบายเลือกตั้งรอบหน้าสบาย เมื่อนั้นยังคลางแคลงเก่งจริงไหมวะ เก่ง ไม่เก่ง เก่ง ไม่เก่ง เก่ง ไม่เก่ง ภาพดีรูปหล่อ โอ๊ย พอใครทักว่าหล่อยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่านประธานครับ บอกจะแก้เศรษฐกิจเรื่องภาคใต้ เรื่องยาเสพติด เรื่องภาคใต้ผมบอกท่านประธานเลย สบ.ชต. สํานักบริหารกิจการชายแดนภาคใต้ ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แน่จริงคุณจะ เสนอมาเปึนพระราชบัญญัติทําไม ก็ออกเปึนพระราชกําหนดเลยก็ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คุณยังกล้าออก เสนอมาเลยผมในฐานะประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ผมจะยืนสนับสนุน ถ้าเปึนเรื่องดี ชักเข้า ชักออก ชักเข้า ชักออก เดี๋ยวเอา เดี๋ยวไม่เอา ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมไปหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในห้องครับ ขอฝากมา สบ.ชต. ผมฝากไปท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านสมัคร สุนทรเวช บอกขอหารือกับความมั่นคง ผมยัง ไม่มีอํานาจเบ็ดเสร็จเพราะผมเปึนเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านบอกว่า ท่านต้องใช้กฎหมาย ๓ ฉบับ พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก พระราชบัญญัติความมั่นคง นี่ใช้มาตั้งนานไม่ต้องมาบอก แล้วแก้ได้ไหม เมื่อเช้าเอาอีกแล้ว ครูตาย วันก่อนยิงพระ พอมาอีกวันยิงมัสยิด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปพบบันดาวี พบนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาเลเซียเจรจาการร่วมมือในการปัองกันปราบปรามดูแล เรียบร้อย ตูม ๆ ตูม ๆ ๑๗ ศพในมัสยิด พระตาย ระเบิดโรงพัก วันนี้ก่อนผมมานั่งดูข่าว ปรากฏว่าคุณครูตายเขาสั่งป่ดโรงเรียน อยากจะเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า สิ่งที่เขาพูดตลอดก็คือจะดูละ ต้องดูภาคใต้ เรื่องอาหารฮาลาล เรื่องการท่องเที่ยว ยางพารา ฟาร์มการประมง เขตปกครองพิเศษพูดจ๋อย ๆ ให้สัมภาษณ์ แน่จริงระบุสิ ระบุ ไปสิครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเอาเขตปกครองพิเศษแบบไหน จะเอาแบบ กทม. พัทยา หรือจะเอาแบบซินเกียงในประเทศจีน ซึ่งซินเกียงอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่ง ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ตอนเหนือของจีน มีพื้นที่ ๑.๖๖ ล้านตารางกิโลเมตร ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยผมหยิบ ตรงนี้ขึ้นมาว่าเอาแบบซินเกียงไหมล่ะ ถ้าเคร่งครัดศาสนา สถานบริการเลิก เอาเลยเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส แต่ภายใต้การควบคุมดูแลของ รัฐบาลกลาง พรรคประชาธิปัตย์ด่าเช็ดเลย ด่าตั้งแต่ใต้ยันโน่นเลยจังหวัดแม่ฮ่องสอน โอ๊ย เฉลิม อยู่บํารุง จะแบ่งแยกดินแดน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาแบบไหน จะเอาแบบว่า กทม. หรือแบบเมืองพัทยา พวกผมไม่เร็ดเทป (Red Tape : ระเบียบแบบแผนที่หยุมหยิม) ทันสมัยเอามาสิ มาคุยกันสิ จะเอาแบบซินเกียง เอาแบบซินเกียง เพราะมุสลิมที่นั่น เยอะแยะเมื่อก่อนก็ฆ่าแกงกันอย่างนี้ เพราะเขาไม่พอใจ วันนี้ต้องบอกได้เลยว่าเขาคงไม่ พอใจ เรื่องอะไรเดี๋ยวผมจะบอกท่านประธาน แล้วสุดท้ายเลย สุดท้ายนะท่านบอก นักข่าวถาม รัฐบาลกับทหารเปึนอย่างไรบอกไม่ขัดแย้ง ถ้าขัดแย้งเรื่องภาคประชาชน หาเรื่อง นี่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่รู้จริง ๆ หรือนี่ พี่น้องชาวอีสานรู้หมดว่ารัฐบาลชุดนี้ เติบโตมาได้เพราะมีตัวช่วย พรรคเพื่อไทยเจอถูกเตะสกัดขา เปรียบเสมือนเล่นฟุตบอล กรรมการแทนจะห้ามจะดุ เล่นด้วย เข้าข้างพรรคประชาธิปัตย์ คนดูริมขอบสนาม เปึนอย่างไรครับ เล่นด้วยเข้าข้างพรรคประชาธิปัตย์ เขามี ๑๑ คน เรา ๑๑ คน ดาราซัลโว เซ็นเตอร์ (Center) ป้กซ้าย ป้กขวา นายซ้าย นายขวา เซ็นเตอร์ ฮาฟซ้าย ฮาฟขวา แบคซ้าย แบคขวา โกล (Goal) มือเหนียวครับ ใครยิงไม่ได้เลยครับ แต่มันเล่นซ่อนกล สหบาทาก็มาเปึนรัฐบาล ผมเรียนท่านประธานนะครับดูแล้วเขาบอก รัฐบาลมาถูกทาง ที่ผมพูดเกี่ยวกับงบประมาณป้นี้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท งบไทยเข้มแข็งอีก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดแล้วเปึน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่ขัดข้องครับ พี่น้องชาวใต้ฟัง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง อภิปรายท่านรู้ไว้เลยผมไม่ขัดข้อง เอาไปเถอะครับ บอกว่า พูดอยู่ประจํา การแก้ปัญหาเดินมาถูกทางแล้ว บอกไหมละว่าไปนรกหรือสวรรค์ บอกว่า การแก้ปัญหามาถูกทางแล้ว ๒. ก็บอกว่ารัฐบาลมีแนวคิดเพิ่มงบประมาณเพียงอย่างเดียว ถามท่านประธานสิครับว่า กี่ร้อยกี่พันกองพันอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม่ทัพนายกองมือดี ๆ ระดับเสนาธิการ เรียนที่ ๑ ระดับรองแม่ทัพ แม่ทัพน้อย ลงไปอยู่ตรงนั้นเขาต้องการแก้ไขปัญหาอย่าง จริงจังจริงใจ เขาไม่ใช่ใช้การแสดงดรามา (Drama : บทละคร) เหมือนรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงลงไป ตํารวจ ๓๐๐ นาย ทหาร ๕๐๐ นาย ไปทําไม ไปสร้างความยุ่งยาก อีกร้อยชาติเขาก็ไม่มีวันเกรงกลัว เขารําคาญด้วยซ้ําไป ตอนผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนในพื้นที่บอกผม บอก รัฐมนตรีอย่ามา เขาหาว่าท้าทาย อย่ามาเลย ท้าทาย อย่ามา ผมก็ไป ท่านสมัคร สุนทรเวช บอกอย่าไปมากไปแค่จังหวัดสงขลาพอ กระแหนะกระแหนว่าเฉลิมขี้ปอด แล้วคนกระแหนะกระแหนผมทั้งชีวิตเคยได้ยินเสียงป๋น แก๊ปไหม ไม่มี ท่านประธาน ผมอยู่กองปราบ ๑๑ ป้ ผมจับโจรเปึนร้อย ๆ ราย เขายิงมาก็มี มันไม่ถูก หรือถูกไม่เข้าผมไม่รู้ แต่ใช้จับเปึนทั้งนั้นไปดูประวัติสิ โอ๊ยแขวะ เฉลิมไม่กล้าไป เมื่อวานเอาอีก ไม่เหมือนรัฐมนตรีสมัยพวกผมไม่กล้าลงเพราะกลัวตาย ป้ ๒๕๒๓ ผมเปึน สารวัตรแผนก ๕ กอง ๗ ดูแลปัญหายาเสพติดในปักษ์ใต้ทั้งหมด จังหวัดสตูล จังหวัด ปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลา เมื่อก่อนเขาเรียก ๕ จังหวัด ตอนหลังก็ตัด ๓ จังหวัด ๔ อําเภอที่มีปัญหา พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินใคร คิดไว้ครับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คิด ประชาธิปัตย์ด่าเลยกฎหมายเผด็จการ กฎหมายไม่มี ขอบเขตกฎหมายใช้ไม่ได้ ไปทําอย่างนี้ลิดรอนสิทธิ ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพี่น้องประชาชน แล้วเก็บไว้ทําไมล่ะก็เลิกสิ ก็คุณด่าว่ามันไม่ดี วันนี้เอาแล้ว ท่านใช้ โน่นนี่อะไรต่ออะไร และชอบเปรียบเทียบ เหตุการณ์แบบนี้ดีกว่าปัจจุบัน ไปดูสถิติที่ไหนครับ ท่านประธานครับ แหล่งข่าวที่ผมได้มาเขาหมั่นไส้รัฐบาลชุดนี้ ๙๐ วันแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลปัญหาปักษ์ใต้เรียบร้อย แล้วเปึนอย่างไร ผมไม่ได้ สมน้ําหน้านะ ผมก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยตาย แต่แสดงกันไว้เยอะนี่ อวดดี ถือเด่น ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป นั่งเครื่องบินทหารไป ไปถึงลง ตัดวงจรโทรศัพท์หมด ๓๐๐ รับ ๕๐๐ รู้ไหมเขาด่ากันทั้งจังหวัดทุกจังหวัด ตํารวจที่นั่นลูกน้องผมเยอะ บอก มาทําไมวะ ต้องเตรียมการปัองกันคน ต้องไปเฝัา ต้องไปดู ต้องไปแล แต่มีบิ๊กในพรรคประชาธิปัตย์ เขาไปนะ เขาไปเขานั่งรถธรรมดา ๆ แล้วเขาไปพูดจากับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดปัตตานี สบาย ๆ คนชอบมารับเขา ไม่เดือดร้อน ผมไม่เอ่ยชื่อครับ เดี๋ยวหาว่ามายุให้ทะเลาะกัน แต่นายกรัฐมนตรีไป รองนายกรัฐมนตรีไป ไปยืน ทหารยืนข้าง ๆ เขาตะเบ๊ะแล้วเขาเสีย ความรู้สึก เขารําคาญ แทนที่คุณจะเอาเวลาไปทํางาน พอมาก็ตูม ตูม ตูม เพราะเขาไม่ชอบ เขาบอกจะจัดตั้งองค์กรใหม่ องค์กรอะไรครับ จัดตั้ง ครม. พิเศษ ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญอนุมัติให้มี ครม. พิเศษไหม ไม่มี รัฐบาลชุดนี้มันแปลงสาร มีไหมครับ ครม. พิเศษ เอาบทบัญญัติกฎหมายใด โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานก็รู้ ซิวิล ลอว์ ออฟ เดอะ แลนด์ (Civil law of the land) กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ อนุญาตให้ตั้ง ครม. พิเศษ มีไหม ไม่มี ก็พูดไป เสร็จเรียบร้อย พอยิงผู้ละหมาดในมัสยิด พระบิณฑบาต ฆ่าครู ฆ่าตํารวจ เคยไหมที่รัฐบาลจะเสาะแสวงหาว่าเปึนผู้ใดมาฆ่า ไม่มี เวลาเกิดเหตุที่มันยุ่งท่านประธาน ก็พรรคพวกรัฐบาลนี่ละ จะเปึนสมาชิกใดผมไม่รู้ ออกข่าวทําใบปลิวเลย เรื่องยิงมัสยิดเปึนฝ้มือเจ้าหน้าที่ทหาร เขาก็เจ็บปวด เขาทํางาน อยู่ในพื้นที่ มันเครียด ผมจะบอกท่านประธาน แก้ปัญหาปักษ์ใต้มันต้องแก้จาก ต่างประเทศมาในประเทศ แก้ในประเทศไม่มีวันสําเร็จ ถ้ารัฐบาลจะบอกว่าจากนี้ต่อไป มอบให้กองทัพบก เรือ อากาศ กอ.รมน. ไปรับผิดชอบสถานการณ์จะดีกว่านี้ ถาวรกับผม ก็เพื่อนกัน ถาวรก็เรียนกฎหมาย เปึนอัยการ มึงรู้อะไรวะ แผนแม่บท ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี จะต้องทําอย่างนี้ มันรู้ไม่จริง นายสุเทพเรียนอะไรมา นายอภิสิทธิ์ไปเลย โน่นหลุดโลก ท่านจะไปแก้ปัญหาภาคใต้ ๑. ทางใต้ก็ไปไม่บ่อย ๒. ไม่รู้ที่มาของปัญหา ท่านประธานสมัยผมปึนนายตํารวจยศ ร้อยตํารวจตรี มันมีแต่โจรจริง ชื่อ อ้ายจีนเตง แล้วมันก็พัฒนากันมาสู่อย่างนี้ เขาคับแค้น ทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ ไม่รู้หรอกครับ ก็ไม่เห็นนายกรัฐมนตรีหน้าขาวอย่างไข่ปลอก ไม่รู้อะไรหรอก แต่ตั้งใจไหม บอกตั้งใจ รู้ไหม ไม่รู้วิธีการเปึนอย่างไร ผมนี่จะรับมอบตัว ๑๒ คน ตอนเปึนรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งไม่ใช่หน้าที่โดยตรง อยู่มาเลเซีย ลูกใคร หลานใคร เจ้าของการศึกษา หนีไปแล้วไปวางแผนอยู่เบื้องหลัง ผมคิดต่อไปเรียบร้อย บอกมาเลย เขาบอกไม่มีหลักทรัพย์ ผมบอกผมออกให้ เขาขอร้อง ผมบอกได้ เขาบอกไปอยู่ที่พื้นที่ ถ้าเขางดเว้นไปขอร้องพรรคพวกเขาให้เลิก เขาจะอันตรายไหม ผมบอกไม่ ผมจะช่วยดูแล สุดท้ายฝ์ายพวกเรากันเองตอนผมอยู่ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ก็ไม่รู้เหมือนนายกรัฐมนตรีคนนี้ ก็ไม่เอาด้วย แผนก็เลยพับไป ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าที่รัฐบาลบริหารราชการ บ้านเมืองนี่ มันเกิดผลกระทบงบประมาณขาดดุลต้องออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะรัฐบาลขาดทักษะ ขาดความเข้าใจ ผมรวบรวมมาได้ ๑๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ขาดความเข้าใจในการบริหารเศรษฐกิจอย่างถ่องแท้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ชอบไปปาฐกถา ท่านไปปาฐกถาวิกฤติโลกกับการขับเคลื่อน ประเทศไทยในการเป่ดตัวโครงการสุชนสโมสรร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย ท่านได้แสดง ทัศนะของท่านไว้ว่า โจทย์ประเทศไทยที่เราต้องมีเปัาหมายวันนี้ ไกลกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ต้องเปึนเรื่องความมั่นคงของความเปึนไทยในแง่สวัสดิการ ภาครัฐต้องเปึนตัวนําและ เปึนผู้ลงเงินมากที่สุด ข้อเท็จจริงในทางการคลังคือเราปรารถนาให้คนไทยเรียนฟรี รักษาฟรี มีเงินช่วยเหลือในยามสูงอายุ ก็ต้องยอมรับว่างบเกือบทั้งหมดคือรายได้การจัดเก็บที่เรา ไม่สามารถเพิ่มได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่บอกว่าจะเปึน เวลแฟร์ (Welfare) รัฐสวัสดิการ นายกรัฐมนตรีไปพูดเพราะ นึกว่าคนเขาไม่ดู ผมตามครับ ถึงผมจะจบ ปริญญาเอกกฎหมาย ผมก็เรียนมินิเอ็มบีเอ ( Mini MBA) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครูบาอาจารย์เขาสอนผม มันไม่มีหรอกครับ จะเปึนรัฐสวิสดิการได้ รัฐหรือประเทศนั้น ๆ ต้องเก็บภาษีได้เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี รู้ไหมนายกรัฐมนตรี เมืองไทยมันเก็บได้ เพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี แล้วมันจะเปึนเวลแฟร์ รัฐสวัสดิการได้อย่างไร ผมไม่ได้รู้ ธรรมดาครับ รู้จริง รู้แจ้ง หลังปฏิวัติป้ ๒๕๓๔ รสช. (คณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ) ผมหนีไปอยู่ประเทศเดนมาร์ก เขารับผมเปึนโปลิติเคิล อะไซลัม (Political asylum) ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ผม ภรรยาผม ลูกผมอีก ๓ คน เขามีเงินเดือนให้ เขาเปึน รัฐสวัสดิการ เพราะเขาจัดเก็บภาษีได้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี นายอภิสิทธิ์ไป ปาถกฐา โอ๊ย อ้ายคนพูดก็ไม่รู้ภาษาคน ฟังไม่รู้ด้วย ปรบมือกันเกรียวกราว ๆ จะเปึน รัฐสวัสดิการ ก็คุณเก็บได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ในเมืองไทย แล้วจะเปึนรัฐสวัสดิการ ได้อย่างไร ตอบหน่อยเถอะ ท่านนายกรัฐมนตรีนักเศรษฐศาสตร์
เรื่องที่ ๒ รัฐบาลกู้ แล้วก็ลงทุนภาครัฐมาก คิดจะกู้เงินจากธนาคาร จาก สถาบันการเงิน แค่คิดก็ผิดแล้ว ท่านประธานที่เคารพ เพราะรัฐบาลไม่มีหน้าที่ทําธุรกิจเอง เว้นแต่เปึนโครงการใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลต้องจําลงทุน ไปเอามา เอกชนเขาเหลือน้อย ทั่วโลก หรือรัฐบาลที่ผ่านมาเขาใช้วิธีการให้เอกชนลงทุน แล้วเรามีรายได้ เราก็เก็บภาษีจากการ ประกอบธุรกิจ เขาเรียกว่า เรียล เซคเตอร์ (Real sector) มีการผลิต มีสินค้า ก็มีการจ้าง คนทํางาน สินค้ามีไปสู่ตลาด คนทํางานมีเงินก็มาซื้อของ พ่อค้าขายของได้ รัฐบาลก็เก็บภาษีได้ รัฐบาลเอาภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาบริหาร ราชการบ้านเมือง ใครหาสตางค์ละครับ ก็กระทรวงการคลัง ใครบ้างละครับ ๑. กรมศุลกากร ๒. กรมสรรพากร ๓. กรรมสรรพสามิต ๔. รัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจ ภาครัฐแล้วมีกําไรก็เอาส่งเข้าคลังตามเปอร์เซ็นต์ที่เปึนข้อกําหนดของธุรกิจรัฐวิสาหกิจ นั้น ๆ รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีเอาอย่างเดียวจะลงทุนเอง พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลางป้ ไปแล้วนี่อีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีใครเขาทํากันครับ ก็มันถึงเปึนอย่างนี้อย่างไร ชักหน้าไม่ถึงหลัง โอ๊ย แอ็ค (Act) ออกให้สัมภาษณ์ เชื่อมั่นประเทศไทย เชื่อมั่นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมไม่เชื่อมั่น เพราะทฤษฎีนี้ไม่มีในโลกเขาทํากัน ก็มีนี่แหละ อภิสิทธิ์กับกรณ์ นี่แหละ ผมไม่เชื่อมั่น
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ประเมินเศรษฐกิจของรัฐบาลไว้ดี เกินจริง ท่านจําได้ไหมเข้ามาตอนนั้นบวก ๓ จีดีพีบวก ๓ ดอกเตอร์โอฬารเขาบอก มันไม่ใช่มันจะลบ ๔ โอ้โฮ ด่าเขาน้ําบานหมด ดอกเตอร์โอฬารขัดขวางอิจฉาอภิสิทธิ์ อิจฉากรณ์ ไม่ได้ละครับ บวก ๓ บวก ๓ บวก ๓ สุดท้ายลบ ๓ ลบ ๔ ลบ ๓ บวก ๓ เท่ากับ ลบ ๖ ประเมินตรงนี้ประเมินเงินผิด ๕๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะบริหารราชการบ้านเมือง ได้อย่างไร มันต้องบอกประชาชนป้นี้รัฐบาลจะเก็บภาษีอย่างไรต้องตั้งงบประมาณภาครัฐ ภาคประชาชน เศรษฐกิจภาครัฐ เศรษฐกิจภาคประชาชน ส่งออกนอกประเทศ ขายในประเทศ ผมมีความเข้าใจครับ แต่ยังไม่มีโอกาสเปึนนายกรัฐมนตรีเท่านั้นละ ถ้าเปึนจะแสดงให้ดูดีกว่านี้ พี่น้องประชาชนสะดวกสบายมากกว่านี้ แล้วเปึนอย่างไรครับ พอประเมินภาคเศรษฐกิจไว้ดีเกินจริง สุดท้ายป้นี้ไตรมาส ๑ ลบ ๗.๑
เรื่องที่ ๔ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชอบใช้มาตรการที่ไม่กระตุ้น เศรษฐกิจมากระตุ้นเศรษฐกิจ งานเดียวกันนี่ละครับ ผมมีทีมงานให้เขาคอยติดตามว่า นายอภิสิทธิ์ไปพูดที่ไหนบันทึกเทปอัดเทป บันทึกเทปอัดเทป แล้วมาถอดให้ดูสิ ไปต่างจังหวัดอภิสิทธิ์ทําอะไรผมรู้หมดครับ เว้นแต่ว่าอภิสิทธิ์อยู่ที่บ้านผมไม่รู้ ออกไป ปาฐกถาอะไรนี่ครับ เมื่อ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ แสดงวิสัยทัศน์ของท่านเอาไว้อย่างชัดเจน ที่งานเป่ดตัวโครงการสุชนสโมสรร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย ความสรุปว่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เศรษฐกิจเมื่อ ๗–๘ ป้ที่ผ่านที่มองกันว่าดี ๆ ลึก ๆ แล้วสร้างความ เข้มแข็งให้ประเทศไทยน้อยมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ ๒ รัฐบาลยืนยันจะลงทุน เรื่องการศึกษามากพอสมควร ผมโยนตําราเศรษฐศาสตร์ทิ้งเลยท่านประธาน ที่เคารพ เรื่องช่วยเหลือการศึกษามันไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ พ่อมหาบัณฑิตจาก ออกซฟอร์ดไปเอาตําราที่ไหนมา ไม่มีครับ ทั่วโลกไม่มี กระตุ้นการศึกษาเปึนการช่วยเหลือ ทางด้านสวัสดิการและบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่มีรายได้น้อยด้อยโอกาส แต่ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ นักเรียนไทยก็เป่ด ดิกชันนารีอ่านได้ครับ แล้วผมทําอย่างไรครับ ผมไปตรวจสอบก็ปรากฏว่า ไอเอ็มเอฟ (IMF) หรือ อินเตอร์เนชั่นแนล มอนทอรี ฟันด์ (International Monetary Fund) เขาบอก เอาไว้เลยครับว่าทําวิจัยออกมาเขารีเสิร์ช (Research) เขาทําวิจัยออกมาเวิลด์ อิโคโนมิค เอาท์ ลุค ทู เธาซันด์ เอท (World Economic out look 2008) เอาไว้ว่า นโยบายการคลังที่ ใช้ควรเปึนมาตรการที่ต้องมีเปัาหมายชัดเจน คือมีทาร์เก็ต (Target) มีการกระตุ้นอย่าง ถูกต้องถูกจังหวะไทม์ลี่ (Timely) และต้องเปึนนโยบายชั่วคราวเท่านั้นเทมโพรารี่ (Temporary ) ลงทุนการศึกษา ๑๕ ป้ เขาไม่เรียกกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เขาไม่เรียกกระตุ้นเศรษฐกิจ จะลงทุนอะไรลงไปแต่อย่ามั่ว แล้วบอกไปกระตุ้น เศรษฐกิจ เรียนฟรี ๑๕ ป้ เอางบไปการศึกษาผมไม่ขัดข้องครับ ให้ไปเลย เอางบไป การศึกษาผมไม่ขัดข้อง แต่นั่นเปึนเรื่องสวัสดิการและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ เขาไม่เรียกว่าเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ อภิสิทธิ์ไปพูดอีกแล้ว ผมก็เอาคําปาฐกถา อ๋อนี่หรือวะ รู้เท่านี้หรือ ผมถึงไม่ เชื่อถืออย่างไรครับ ต่อไปก็คือว่า ท่านประธานที่เคารพ ๔ ข้อที่ผมบอกไปแล้ว ทีนี้การ กระตุ้นเศรษฐกิจยาว ๓ ป้ก็ไม่ใช่ เขามีไทมิ่ง (Timing) เขาต้องฮุคปัง ปัง ปัง เขาต้อง มีแทกซ์ คัท (Tax cut) ลดภาษีหรือไม่ก็กัฟเวอร์เมนท์ สเพนดิ้ง (Government spending) คือการใช้จ่ายภาครัฐ การลดภาษี แต่เขาทําระยะสั้น ๆ อ้ายนี่กระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๕ ป้ เรียนฟรี ไม่มีตําราหรอกครับ แล้วเขียนตําราก็ไม่มีใครอ่านครับ เพราะมันไม่ใช่
ต่อมาก็เรื่องที่ ๕ นายอภิสิทธิ์ขึ้นภาษีแล้วบอกว่าที่ต้องขึ้นเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ ไม่มีหรอกครับ การขึ้นภาษีจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจมันต้องแยกกันครับ ต้องสปลิท (Split) ท่านไปกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วไปขึ้นภาษีเอาเงินใส่กระเปิาซ้ายออกมา กระเปิาขวา ขึ้นภาษีได้เงิน ๖,๓๐๐ ล้านบาท ขึ้นสุรายาสูบขึ้นโน่นขึ้นนี่ไม่มีใครเขาทํากัน เขามีแต่ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยลดภาษีแทกซ์ คัท หรือกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาครัฐ กัฟเวอร์เมนท์ สเพนดิ้ง แต่ ๒ เรื่องนี้เขาจะเลือกอย่างหนึ่งอย่างใด ที่ทํานี่ขึ้นภาษีแล้วเอา เงินไปแจกไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลเลือกใช้วิธีการที่ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้เขาทํากัน ขึ้นภาษีและการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาครัฐไปพร้อม ๆ กัน มันคอนทรัสท์ (Contrast) มันขัดแย้งกันเอง ไม่มีใครทําหรอกครับ
เรื่องที่ ๖ ครับ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแบบไม่แก้ไขปัญหา ใน ครม. ทะเลาะ กันแทบตาย รัฐมนตรีสาวสวยของผมก็ได้ข่าว น้ําตาเรี่ยราดกล่าวว่านายกรัฐมนตรี ๒ มาตรฐาน จริงเท็จผมไม่ทราบ ข่าวออกมาเลย อภิสิทธิ์เบรกว่าไม่ได้ จะไปจํานําราคาข้าว ไม่ดี ต้องประกันราคา ข่าวอย่างนั้นนะครับ ไม่จริงก็เรื่องของท่านไม่ใช่เรื่องของผม แล้วท่านฮิตจริง ๆ แหม พูดจริง ๆ พูดเกือบจะทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง นายกรัฐมนตรีจะพูดว่า ผมจะวางนโยบายใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา เห็นทีวีมาส่งไป จะวาง นโยบายใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา พูดทําไมครับ นายกรัฐมนตรีฝ๊กงานหรือ มันต้อง ปัง ปัง ปัง ปัง แหม ผมจะวางใหม่ นโยบายใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา เปึนพูดเรื่องอนาคต แต่ปัจจุบัน ไม่เคยพูด สงสัยเมื่อก่อนนี้คงอยู่องค์การนาโต้ โน เวิร์ค ทอล์ค โอลี่ (No work talk only) กรณีจํานําข้าวท่านบอกมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าบอกว่าทุจริตคอร์รัปชันต้องเอาเลย ต้องตั้งกรรมการสอบ ต้องดําเนินคดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อคส. หรือใคร ก็แล้วแต่ท่านต้องดําเนินการ นี่ไม่หรอกครับ แต่ท่านบอกว่ารัฐบาลกําลังจะสะสางปัญหา ที่หมักหมมไว้ จึงมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการเปลี่ยนระบบเปึนการประกันราคา ข้าวแทน เพราะตอนพูดสร้างความละเอียดไหมครับ ไม่ พูดไปก่อนอย่างไรแลดูดี ท่านบอกไหมว่าท่านจะทําแบบ อินชัวรันซ์ (Insurance) หรือการันตี (Guarantee) ไม่ จํานําไม่ได้ทุจริต รัฐบาลเก่าสร้างปัญหาต้องมาประกันราคาข้าว พอหลังจาก นายกรัฐมนตรีพูดไปนะครับ พอวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นายอภิสิทธิ์คนนี้ละครับ บอกจะเปลี่ยนระบบไปเปึนการประกันราคาข้าว โดยอ้างเหตุผลว่าโครงการจํานําเอื้อให้ เกิดการทุจริตรัฐบาลเสียหายเปึนแสนล้านบาท ชาวนาไม่ได้อะไร พอพูดไป ๑ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรีไปเปึนประธานประชุม กขช. คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ ท่านได้สั่งให้เพิ่มโควตาจํานําข้าวนาปรังอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันครับ ทําไม หรือคนอื่นบอกรับจํานําทุจริต ถ้านายอภิสิทธิ์บอกต้องประกันราคา ไปเปึน กรรมการ คณะกรรมการข้าวแห่งชาติเปึนประธาน เผลอ ไปบอกเลยรับประกันได้ จํานําได้ ไม่ใช่รับประกัน รวมเปึน ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เปึนเงิน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต่อมาในวันรุ่งขึ้น ๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ นายกอร์ปศักดิ์นี่แหละครับ รองนายกรัฐมนตรี เศรษฐกิจที่ไม่รู้ภาษาเศรษฐกิจนี่แหละ ท่านนึกว่าผมไม่รู้จักหรือ ท่านมิสอันเดอร์สแตนด์ (Misunderstand : เข้าใจผิด) เขาไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจอะไร ท่านนายกรัฐมนตรีมันถึงเปึนอย่างนี้อย่างไร ลิงแก้แหอย่างไร นุงนังหมด กอร์ปศักดิ์ ไปเปึนประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรออกประกาศ ให้ต่ออายุโครงการรับจํานําอีกเหมือนกัน เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ผลิตผลหลายตัว ผมไม่พูดในรายละเอียด
ต่อมาเรื่องที่ ๗ กรณีรถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีบอกส่งสภาพัฒน์ไปศึกษาว่าเช่าหรือซื้อดี ถ้าคนเปึนนายกรัฐมนตรีคิดได้ เท่านี้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมให้ไม่ได้หรอกครับ ท่านต้องถามว่ามันทุจริตไหม ไปศึกษาทําไมเช่าหรือซื้อ ถ้ามันดีเช่าก็ได้ ซื้อก็ดี หรือพรรคอื่นทําอะไรไม่ได้ต้อง ประชาธิปัตย์เท่านั้น นี่ไม่เข้าท่า ท่านคับแคบ เอ็นจีวี จะทุจริตมากน้อยแค่ไหน ผมเรียน ท่านประธาน ตอนผมเปึนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีผมก็คัดค้าน ผมเดินไปพบนายสมัคร ในห้องบอก ท่านไม่ดีอย่างนี้ ไม่ดีอย่างนี้ ๑. ถนนมันไม่มีให้วิ่งแล้ว ๔,๐๐๐ คัน เอาไปวิ่ง ที่ไหน ๒. ยังไม่ทันวิ่งเลยเสียค่าซ่อมแล้ว ๓. รถเมล์เก่าไปขายมีกําไร ๔. ขสมก. ตั้งแต่ ตั้งองค์กรมาไม่เคยประมาณการรายรับถูกเปัา ไม่มี มันคิดส่งเดช ๕. ผมเปึนรัฐมนตรี คนแรกที่บอกนายกรัฐมนตรีชาติชายว่า ขสมก. ส่ง กทม. ผู้ว่าขณะนั้นภาพดีนี่ พวกทองชุบ แต่ชุบหนาเลยยังไม่ลอกครับ โอ๊ย ออกมาด่าผมจะเอาของไม่ดีมาให้ แล้ววันนี้ผู้ว่า กทม. ออกมาบอกอยากรับงานไปทํา พลพรรคประชาธิปัตย์ใน กรุงเทพมหานครก็บอก โอ๊ย ต้องไป กทม. ต้องตบปากผู้ว่า กทม. ก็ที่นายกรัฐมนตรีให้เอา ออกไปเพราะนายกรัฐมนตรีสงสัยมันทุจริต แต่นายกรัฐมนตรีไม่กล้าพูด กลัวรัฐบาลพัง กลัวได้เปึนนายกรัฐมนตรีแค่ ๖ เดือน ต้องทะนุถนอมน้ําใจ ก็เลยบอกไปศึกษา ต้องศึกษา ว่าทุจริตหรือไม่ คนเปึนนายกรัฐมนตรีไปศึกษาว่าเช่าหรือซื้อดีมันไม่ได้ ถ้าเช่ามาดี ซื้อมาดี ได้ทั้งนั้นละครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ากรณีรถเมล์ เอ็นจีวี มี การวิเคราะห์เจาะลึกว่าถ้างบโครงการนี้ไม่ผ่านรัฐบาลพัง เรียนท่านประธานผมวิเคราะห์ สมาชิกพรรคฟังครับ รัฐบาลที่รวมกันนี้เอาป๋นใหญ่ไปจี้หัวทุกพรรคไม่มีใครถอนตัวครับ โอ๊ย งบเพิ่มเติมไปแล้ว นี่งบประจําป้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โอ้โฮ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนด อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพระราชบัญญัติ รวมแล้วทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณประจําป้ งบกลางป้ โอ๊ย เยอะแยะ ไม่มีล่ะ เอาป๋น ๑๑ ที่สมัยเปึน ตํารวจใช้ประจําเอาไปจี้หัวเลย อ้ายนี่ออกไป อ้ายนี่ออกไป ไม่มีหรอกครับ ไม่มี นี่บอก นายกรัฐมนตรีให้เอาบุญ ผมรู้ครับว่าพรรคประชาธิปัตย์รอมา ๘ ป้ ถ้าจะมาเปึน ๖ เดือน มันน้อยไป แต่ยิ่งท่านอยู่ชาวบ้านตายหมด ให้มันชัดอย่างนี้ดี รัฐบาลประชาธิปัตย์เปึน แกนนําจะสร้างรถไฟสีม่วง รถไฟสีเขียว สีแดง สีเหลือง รถไฟผ่านจากตรงสถานีตากสินไป ลงบางหว้า เอาเถอะครับท่านไม่คิดถึงชาวบ้านชาวช่องคนยากคนจน คนมีรายได้น้อย ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอีสาน ๑๙ จังหวัด ท่านไม่คิดถึง ดีแล้วครับ เขาจะได้เลือกง่าย อย่างไร อ้ายพวกนี้มึงเอาแต่รถไฟฟัา สายนี้วิ่งปู๋ด สายนี้วิ่งปัูบ มึงจะเอาแต่รถเมล์ เอาเลย ครับ โอ้โฮ นี่ผมสบายใจจริง ๆ รถ เอ็นจีวี นายกรัฐมนตรีถ้ามั่นใจว่าเขาสุจริตให้เขาไปเถอะครับ ผมจะได้มีเรื่องทุบท่านครับ ต้นป้หน้าเจอกันแน่ แน่จริงให้สิ ถ้าไม่ให้แล้วกลัวรัฐบาลแตก ไม่แตกหรอกครับ
เรื่องที่ ๘ ปัญหาในเรื่องภาษีจัดเก็บอย่างไม่เปึนธรรม ท่านนายกรัฐมนตรี ขึ้นภาษีอะไรก็พอได้ครับ แต่ขึ้นภาษีน้ํามันมันเกิดผลกระทบต้นทุนการผลิตด้านขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภคมันแพงไปหมด คุณวิเชียร ขาวขํา เขาได้รับการฟัองมาจากประชาชน ในพื้นที่ ผมไปอยู่อีสานมาหลายวันท่านนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านซื้อทีวีใหม่มีรีโมท ปัูบ พอเห็นอภิสิทธิ์พอได้ดูนิดหนึ่ง รู้ไหมนั่น หนีแล้วนะ ปัูบ เจอเทพ (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี) ปัูบ เลย พอจากเทพเจออ้ายนกเอี้ยง ปัูบ ป่ดทีวี เปึนอย่างนี้จริง ๆ ใน ครม. ยังเหลือท่านนะ แต่ก็เกณฑ์ ๕๐: ๕๐ นะ เกณฑ์ ๕๐: ๕๐ ยังเหลือท่านเท่านั้น นอกนั้นเขาปัูบ เห็นนายกรัฐมนตรีดูปัูบ เจอเทพเทือกปัูบ เจออ้ายนกเอี้ยงปัูบป่ดเลย ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๙ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ผมเปึนคนสวน คนกรุงเทพฯ แต่ผมอยู่ ริมตะเข็บ ผมคนบางขุนเทียน ผมคนสวน ที่บ้านมีสวน มีนา ก่อนก็เคยทํานา นายกรัฐมนตรีอาจจะอยู่ในเมือง ฮาร์ด ออน ทาวน์ (Hard on town) เรื่องมลภาวะนี้ ผมก็ระมัดระวัง แต่ ครม. ของท่านไม่ทราบว่าใคร ๔๓ โครงการ เขาจะลงทุน ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มาบตาพุด รู้บ้างไหมนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่ามาติดขัด เรื่องมลภาวะเปึนพิษ เริ่มบังคับใช้ ๑ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ ผมไม่ได้บอกว่าทําให้เกิด แบด โซลูชัน (Bad solution) ผมอยากรักษามลภาวะที่ดี ถ้าคนเปึนนายกรัฐมนตรี คนเปึน รัฐบาลมันต้องมีวิธีการ มันต้องหาโซลูชัน มาสเตอร์ แพลน (Master plan) แอคชั่น แพลน (Action plan) ต้องทําสิครับ ๔๓ โครงการเงินลงทุน ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดเงื่อนไข รัฐบาลไม่สร้างความเข้าใจ แอครัฐมนตรีของท่านแต่ละคน แสดงออกเหมือนผู้คุม การเปึนรัฐบาลเขาต้องกํากับดูแล บริการ ไม่ใช่ไปควบคุม อํานาจอยู่ไม่นานหรอก ตั้งงบ อย่างนี้ก็แปลว่ารู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าไม่ค่อยดี เมื่อเช้าคนถามผม รัฐบาลให้งบทหาร นิดหน่อย ผมบอกดี ก็มีความจําเปึนก็ให้ไป แต่รัฐบาลพวกท่านปลิ้น ปลิ้นอย่างไร ทําเปึน เก่งคือข้า กล้าคือกู ปลิ้นอย่างไรละ ออกข่าวว่ารัฐบาลชุดนี้ให้งบทหารน้อยที่สุดในรอบ ๑๐ ป้ นี่จงใจปล่อยข่าว ทําลายชื่อเสียง คนมีน้ําใจเข้าตํารา กินน้ําลืมบุญคุณคนขุดบ่อ โอ้โฮปลิ้นออกไปเถอะ โอ้โฮรัฐบาลชุดนี้แน่มาก เยี่ยมมาก เด็ดขาด ถ้าขัดแย้งทหารแล้ว เอาประชาชน งบประมาณได้น้อยที่สุดในรอบ ๑๐ ป้ ผมเรียนท่านประธานนะครับ เราเสีย โอกาส ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๓ โครงการ ไม่ต้องยืนตอบผมนะ ว่าผมต้องรักษา ทัศนียภาพ ต้องรักษามลภาวะ เรามีวิธีการ คุณต้อง ไทร เดอะ เบส (Try the best) ต้องทําให้ดีที่สุดสําหรับมาลงทุน วันนี้ไปหมดแล้วครับ ที่ผมต้องเรียงลําดับมา ๙ เรื่องแล้วนี่ เพราะถ้ารัฐบาลไม่ทําหน่อมแน้ม เลอะเทอะ สะเปะสะปะ มันก็ไม่ต้องขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ไม่ต้องกู้พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ
ต่อไปก็เรื่องที่ ๑๐ ท่านประธานครับ แหม ชอบแก้ตัวมากกว่าแก้ไข เปึนอย่างไรครับ ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี ไตรมาสที่ ๑ เขานับมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม กอร์ปศักดิ์เอาเลยครับ กอร์ปศักดิ์ให้ข่าว แถลงข่าวเลย บอกว่าโอ้โฮ จีดีพี ไตรมาสที่ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ มันเปึนเรื่องการเมือง ไปอยู่ไหนมา อยู่เมืองไทยหรือเปล่า เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ เสื้อแดงมันชุมนุม เดือนเมษายน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ก็นี่อย่างไรถึงสมน้ําหน้ารัฐบาล ชุดนี้ พันธมิตรเขาบอก ประชาธิปัตย์ได้เปึนรัฐบาลเพราะเขา อภิสิทธิ์ไม่มีน้ํายาหรอก เขาพูดนะ เปึนนายกรัฐมนตรีเพราะพันธมิตร รัฐบาลชุดนี้ไม่มี พันธมิตรก็ไม่ได้เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาลก็แพลมมาจากฝ์ายรัฐบาลนี่ละ โธ่เอ๊ย พันธมิตร ถ้าพวกกูไม่ขนคนให้มึงคนจะเยอะอย่างนี้หรือ ถ้ากูไม่วิ่งเต้นจะเปึนม็อบมีเส้นหรือ นี่เถียง กันไปเถียงกันมา เพราะฉะนั้นที่นายกอร์ปศักดิ์บอกว่ารายได้ลดลง ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ เปึนเพราะการเมือง ไม่ใช่ เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ม็อบเสื้อแดง เขาชุมนุมเดือนเมษายนที่เกิดการประท้วงเกิดการปะทะ มีการดูแลกันผมไม่พูดถึงใน รายละเอียด
เรื่องที่ ๑๑ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีทํางานมา ๕-๖ เดือน ไม่เคยพูดเรื่องการสร้างรายได้ พูดแต่การสร้างหนี้ เดี๋ยวผมมีแนวคิดอย่างไร ผมจะบอก ไม่เคยเลย เคยพูดไหมว่าจะหาเงินเข้าประเทศอย่างไร เคยพูดไหมจะมีวาระ พิเศษ วาระแห่งชาติ เนชั่นแนล อาเจนด้า (National Agenda) เรื่องการแก้ไขปัญหาการ ท่องเที่ยว มีคนรับผิดชอบคนต่างด้าวท้าวต่างแดนมาเที่ยว ๑ คน คนไทยมีงานทํา ๓ คน เดี๋ยวผมจะบอกให้ ไม่มี รัฐบาลชุดนี้ไม่มี ท่านก็จะคิดกู้ ๆ แหม แล้วบอกไหมครับกู้แล้วคืน อย่างไร ไม่บอกครับ ผมเดินทางมาถึงผู้สื่อข่าวถาม วุฒิบอกว่า โอ๊ย ฝ์ายค้านเล่นเกม ไม่ครับ ก็เมื่อคืนผมขึ้นอภิปรายตอนบ่าย ๆ บอกว่านายกรัฐมนตรี ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาออกไปเถอะรัฐบาล ๑. ไม่รู้จะกู้ที่ไหน ๒. ไม่รู้จะทําอะไร ๓. ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปใช้หนี้ แล้วมาขอกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกอร์ปศักดิ์บอกว่ามาขออนุมัติวาระหนึ่ง วาระหนึ่ง ก็อ้ายพวกผู้แทนสอบตกบ่อย ๆ ก็เปึนอย่างนี้ละครับ ก็วาระหนึ่งมันค่อนตัวไปแล้วครับ ตั้งกรรมาธิการเสียงท่านมากกว่า สงวนคําแปรแต่ละมาตรามาในนี้เสียงท่านมากกว่า นี่ครับ นายกรณ์ จาติกวณิช ก็เอามาบอกเลย อ้ายนี่จําได้ครับ จําได้ เปึนผู้แทนครั้งแรก ก็เป่ดร้านขายกาแฟแถวบางรัก ยานนาวา ไม่ได้ทําอะไรครับ บอกเลยเดี๋ยวในกรรมาธิการ จะบอก นี่แหละคือพฤติกรรมพวกของท่าน
เรื่องที่ ๑๒ ขึ้นภาษีเดือดร้อนประชาชน รัฐบาลไม่มีทางครับ เพราะไม่มีเงิน ป่ดหีบ ยุคท่านไม่เอาเงินให้รากหญ้า ยุค พันตํารวจโท ทักษิณ เขามีกองทุนหมู่บ้าน เขามี พักหนี้ เขามีให้กองทุนเอาไปทํามาหากินมันก็มีภาคการผลิตขายของได้มีสตางค์ เศรษฐกิจมันก็ดี เขามี เอสเอ็มอี เขามี เอสเอ็มแอล เขามีโอทอป (OTOP) หนึ่งตําบล หนึ่ง ผลิตภัณฑ์ เอาข้างล่างหวยมาไว้ข้างบน โอ๊ย จี๋จ๋า ว่าเขาอย่างนั้นอย่างนี้ นี่กําลังคิดจะเอา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ ผมอ่านคําให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่นะครับ ตอนนี้เปึนอย่างไรครับ พอขึ้นภาษีเดือดร้อนประชาชนเริ่มโยนหินถามทางนะครับ กรมบัญชีกลางบอกว่า ค่าลงทะเบียนนักศึกษา รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยืมก่อนได้ไหม มันคิดได้อย่างไร จะยืมเงิน ลงทะเบียน ๒. จะเอาค่าธรรมเนียมศาลมาใช้ ๓. เงินก่อสร้างโรงงานยาสูบ ๖,๘๐๐ ล้านบาทเอามาก่อน หวยบนดิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเอามาครับ สุดท้ายเสียง ต่อต้านเยอะก็มาขึ้นภาษี ท่านสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๑๓ การคาดหวังโครงการระยะ ๑ จํานวน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เสียหายเยอะ รู้ไหมนะ ท่านประธานที่เคารพ ถามนายกรัฐมนตรีสิรู้บ้างไหม ให้ ๒ คน มันสนุกกันใหญ่ โอ๊ย ทีมเศรษฐกิจเปรี๊ยะป็ะ ๆ คนไม่รู้ครับ ผมต้องบอกครับ งบประมาณ เปึนตัวขับเคลื่อนนโยบาย ท่านวาดภาพไว้ดีคนไม่รู้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มือโปรทาง เศรษฐศาสตร์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ บ้านเมืองถ้าขาดอภิสิทธิ์ ขาดกรณ์ ขาดกอร์ปศักดิ์ แย่แล้ว เดี๋ยวผมจะบอก ของผมมีดีกว่า พวกผมมีดีกว่า ท่านประธานครับ โครงการระยะ ที่ ๑ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ ๑ เพิ่มเติมงบกลางป้ ๒๕๕๒ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ได้พิสูจน์แล้วว่าละลายไปกับแม่น้ํา ไปตามบ้างไหม ผมอภิปรายไว้ชัด ผมดูนี่ ของรัฐบาลงบประมาณนโยบายสังเขป นโยบายเล่มใหญ่ ๓๔ มาตรา ผมก็มาดูนโยบายรัฐบาลที่ทําไว้ แล้วผมก็ดูที่ผมอภิปราย งบรายจ่ายเพิ่มเติม ๑. โครงการเช็คช่วยชาติ แจก ๒,๐๐๐ บาท ข้อมูลล่าสุด ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ ถึง ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ผู้มีสิทธิแต่ไม่มารับเช็ค เหลือเท่าไรครับ ๖๐๔,๓๓๓ คน คิดเปึน งบตัวเลขกลม ๆ ๑,๒๐๘,๖๗๒,๐๐๐ บาท เงินที่ค้างนี่เอาไปไหน ท่านนายกรัฐมนตรี รู้ไหม หรือไม่รู้ เพราะไม่ใช่เงินของท่าน เงินพี่น้องประชาชนคนทั่วไป ๖๓ ล้านคนเปึน เจ้าของทรัพย์สินตัวนี้ ไม่มี ไม่ถึง โครงการต้นกล้าอาชีพ ผมนี่เปึนคนอภิปรายที่นี่ ผมบอก โครงการนี้ใช้ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ เพราะอะไรครับ เพราะคนเขาทํางานเปึน ปัญหา มันเกิดขึ้นเพราะเขาไม่มีงานทํา ไม่ใช่เขาทํางานไม่เปึน เขาทํางานเปึน แต่เขาไม่มีงานทํา ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่คิดหาตลาดแรงงานให้กับคนไทยบ้าง คิดไม่เปึน ถามผมสิ ในไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มิดเดิล อีสท์ (Middle East) ดูไบ โอ้โฮเขาก่อสร้างเยอะแยะ เขาก่อสร้างมาก คิดไม่เปึนฝากผมสิ ผมจะขอร้อง พันตํารวจโท ทักษิณ ให้ เพราะเขาสนิท กับผู้ครองนครดูไบ คนอินเดียไปทํางานเยอะ คนเกาหลีก็มี คนไทยนิดเดียวครับ ทั้ง ๆ ฝ้มือแน่ ผมรู้ครับ นายกรัฐมนตรีจะไปกับกษิต จะไปทางโน้น กษิตจะบอกท่านหรือเปล่า ไม่รู้ เขาไม่ให้พบ เด็กโรงแรมดุสิตธานีที่เมืองดูไบบอกผมครับ เตรียมถ่ายรูปกับ นายกรัฐมนตรี ผมบอกเรื่องอะไร เขาบอกนายกรัฐมนตรีจะมานี่ คุณกษิตมาติดต่อ ส่งอ้ายจ้อน อลงกรณ์ไปก่อน ไปกับเจ้าหน้าที่สถานทูต ไปเดินป็อกแป็ก ๆ ทายาทปิอง แปิง ทางโน้นเขาไม่ให้พบครับ เขาไม่มีเวลา จองโรงแรมอยู่ยกเลิกครับ พอยกเลิกเสร็จ ผมไปเขาบอก แหมนี่อยากจะถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี ได้ข่าวไม่มาแล้ว ขอถ่ายรูปกับ ท่านได้ไหม ผมบอกผมไม่หล่อเท่านายกเขานะ เพราะผม ๖๒ ป้ นายกรัฐมนตรีเขา ๔๔ ป้ เด็กบอกเลย ตอน ๔๔ ท่านอาจจะหล่อกว่าก็ได้ ผมบอกเอาอย่างนั้นถ่าย ๆ นึกว่าผมไม่รู้หรือ คิดไม่เข้าท่า มันต้องพึ่งพากันสิ คนไทยด้วยกัน แล้ว พันตํารวจโท ทักษิณ เขาไม่ได้ทุจริต คิดไม่ชอบ เขาไม่ได้คดโกง คดีความมันเปึนเรื่องให้ภรรยาไปซื้อที่ดิน โอ๊ยต้องรับผิดชอบ ในพรรคท่านล่ะ แกว่งปากหาเสี้ยนทุกอาทิตย์ โอ๊ยนักโทษชาย ๆ ไปเป่ดคําจํากัดความ พจนานุกรมสิ คนยังไม่เข้าเรือนจําเปึนนักโทษไหม ไม่ใช่หรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียนท่านนะครับ โครงการต้นกล้าอาชีพวงเงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท เบิกไปแค่ ๑,๔๔๐ ล้านบาท ท่านจะช่วยคนตกงาน ผู้กําลังจะถูกเลิกจ้างงานและนักศึกษาจบใหม่ ๕๐๐,๐๐๐ คน มีคนเข้าร่วม ๗๙,๑๘๐ คน ท่านบอกว่า ท่านพูดผ่านรายการวันอาทิตย์ กําลังวางแผนแก้ไข ในอนาคตต้องเอากลับมาเปึนปัจจุบัน ต้องแก้ไข ผมบอกหลายครั้ง หลายหนว่าคนเขาทํางานเปึน แต่มันไม่มีงานทํา ดื้อ อวดดี นักวิเคราะห์ โอ๊ย เศรษฐศาสตร์ ๒ คน ทั้งกรณ์ ทั้งอภิสิทธิ์ เก่งเศรษฐศาสตร์ ทําอะไรทําได้ ปรากฏว่า ล้มเหลวทั้งหมด ผมถามท่านว่า ท่านเอาเงินมาบอกกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วอีก ๓ ป้ ทําอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรี ทําอย่างไรช่วยบอกผมหน่อยสิ อีก ๓ ป้ทําอย่างไร กระตุ้นเศรษฐกิจมันต้องสั้น ๆ ด้วยเหตุผล ๑๓ ประการจากความเลอะเทอะ ไร้ทิศทาง ไร้เดียงสาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พูดอย่างทําอย่างอายเขาบ้างเถอะ ที่ไปบอกจะเปึน รัฐสวัสดิการเราเก็บภาษีได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี มันต้อง ๕๐ เกิน งบลงทุนการศึกษา ผมเห็นด้วยแต่ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านไปเอาตําราที่ไหนมา อายเขา ไม่มีหรอก เปึนการลดภาระสังคม เปึนการลดภาระการใช้จ่ายผมเห็นด้วย แต่อย่าใช้คําพูดว่า เรื่องงบการศึกษาเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ทําการบ้านแล้ว อยากจะบอกกับท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ฟังและชมการอภิปรายของ พรรคเพื่อไทยว่า งบประมาณโดยสังเขป ผมไม่ได้ทําครับ แล้วผมฟังท่านนายกรัฐมนตรี อ่านเมื่อเช้านี้เขียน ๒ คน ดอกเตอร์กบกับบัณฑูร นายกรัฐมนตรีก้มหน้าอ่านแล้วยังแป็บ แป็บ แป็บ ดูสิครับในงบประมาณโดยสังเขปนะครับ พวกข้าราชการพวกนี้ลิ้นกระดาษทราย น้ําลายเชลแล็ก มันเขียนมาให้นายกรัฐมนตรีอ่านได้อย่างไร ท่านจะสร้างเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจ ท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านวางยุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์ ๔๕ แผนงาน บอกเลยในเล่มนี้นะครับ บอกว่าเศรษฐกิจติดลบ ลบ ๓.๕ ถึง ๒.๕ รู้ได้อย่างไรครับ ก็ไตรมาสแรก ลบ ๗.๑ ส่งออกไม่ดี อเมริกาไม่ซื้อ รายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมแล้วรายได้ประเทศไทย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ใน ๒ ส่วน ส่งออกติดลบ ๗.๑ ไปเขียนได้ อย่างไร ลบ ๓-๒.๕ อัตราเงินเฟัอลบ ๐.๕ เขาตรวจสอบเรียบร้อยขณะนี้เฟัอมา ๕ เดือน ลบ ๓.๑ ถ้าครบ ๖ เดือน ถ้ายังติดลบขนาดนี้มันจะเกิดเงินฝ๋ด แล้วไปบอกได้อย่างไร เฟัอ ลบ ๐.๕ มันลบอยู่แล้ว ลบ ๓.๑ ไปเอสติเมท (estimate : การกะประมาณ คาดคะเน) ในอนาคตไม่ได้หรอกครับ อ้ายพวกนี้มันจริงครับนาย ใช่ครับท่าน จริงครับนาย ใช่ครับท่าน แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลที่มีแบค (Back) ดี เบี้ยเลี้ยงดี พวกนี้มันนึกว่าอยู่ยาว แต่ท่านอยู่ ไม่ได้หรอก ท่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ท่านแก้ปัญหาสังคมไม่ได้ โดยเฉพาะยาเสพติด ท่านแก้ไขปัญหาภาคใต้ไม่ได้ ผมยืนยัน ฟอร์มเตี้ยพัง ท่านประธานครับ เงินเฟัอลบ ๓.๑ ท่องเที่ยวลดไปแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะอะไร ก็ท่านเอาคนบุกสนามบิน ท่านเอา ผู้ก่อการร้ายสากลไปจัดงบ ไปจัดงบไปไหน ไปปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยว ปัดโธ่ ท่านใช้งบ ไม่ตรงกับเปัาหมาย เขาไม่มาเที่ยวเพราะเขากลัวสถานการณ์เมืองไทย เขากลัวพันธมิตร มันจะบุกสนามบินเมื่อไร เขากลัวรัฐมนตรีต่างประเทศจะสลัดคราบความเปึนฟอเรนซ์ มินิสเตอร์ (Foreign minister) ไปบุกสนามบินใหม่ เขากลัวตรงนี้ แหม ได้งบไปปรับปรุง ท่องเที่ยว ไม่ใช่ ท่านเข้าใจผิด ท่านประธานที่เคารพครับ บอกว่าเศรษฐกิจติดลบ ๓.๕ มากกว่านี้ เงินเฟัอลบ ๕ มากกว่านี้ กระตุ้นการท่องเที่ยว ขณะนี้การท่องเที่ยวลด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องการท่องเที่ยวผมจะบอกนายกรัฐมนตรีให้
๑. ท่านต้องทําเปึนวาระแห่งชาติ ไม่ได้ทํา
๒. ท่านกระพือข่าวเหลือเกิน ไข้หวัดนก ๆ มันทําไมกันนักกันหนา เขาให้ ปัองกัน โรคซาร์ส (SARS) สมัยนั้นหนักกว่านี้ อันตรายกว่านี้ ไม่มีปัญหาครับ พันตํารวจโท ทักษิณ แก้ได้ อันนี้เอาละผมดูเพจ (Page) อยากจะขวางทิ้ง บังเอิญมีโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็เลยเสียดาย ตรวจพบ ตรวจพบ เขาให้ระวังปัองกันเขาไม่ได้ให้ประชาสัมพันธ์ ท่านประธาน ครับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมันเปึนอุตสาหกรรมการส่งออกที่ไม่ต้องมีต้นทุน การท่องเที่ยวป้หนึ่งมีรายได้เท่าไรท่านทราบไหมครับ โดยประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๕๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ต่างประเทศมาในประเทศ ๒๕๐,๐๐๐ เที่ยวในเมืองไทย ผมอยากจะบอกท่านประธานครับว่า การท่องเที่ยวท่านต้องเปึนวาระแห่งชาติ ต้องมีคน รับผิดชอบ ต้องมีนโยบาย ต้องมีกุศโลบาย ต้องแสดงให้เขาเห็นบ้านเมืองเราปลอดภัย ไม่ใช่ ไข้หวัดนก ๒๐๐๙ ทู เธาซันด์ ไนน์ แล้วก็โฆษณา แล้วไม่บอกจะปัองกันอย่างไร ใครก็ไม่มาครับ ผมก็เจอรองนายกรัฐมนตรีสนั่นของผม บอกพี่อย่าไปเลยที่สนามบิน ไปเดินเอาผ้าป่ดจมูก ให้วิทยาไปคนเดียวเถอะ มันทําให้คน เขากลัว สุดท้ายก็ไม่มาเที่ยว ผมเรียนต่อไปนะครับว่าท่านต้องจ้างบริษัทโฆษณา ไปอินเดียสิ ไปรัสเซียสิ เจรจากับไต้หวันสิว่าทําไมไม่มาเที่ยวไทย เมื่อก่อนมาเปึนล้าน วันนี้เหลือไม่กี่หมื่น ทําไหม ไม่มี เช้าตื่นขึ้นมาทักษิณอยู่ไหน เช้าตื่นขึ้นมาทักษิณอยู่ไหน เขาอยู่ไหนท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ เขาอยู่กลางใจคนยากคนจน โดยเฉพาะ เกษตรกรในภาคอีสานและภาคเหนือ ตัวเขาอยู่ดูไบ แต่ใจเขาอยู่กลางใจพี่น้องประชาชน เอาเวลาไปทําเรื่องไร้สาระ เรื่องเปึนมรรคเปึนผลท่านไม่มีโอกาสเปึนนายกรัฐมนตรีบ่อย ๆ นะครับผมจะบอกให้ นี่ไม่ได้ผู้อุปถัมภ์ทั้งหมด ได้อย่างไร ๑๖๕ คะแนน ผม ๒๒๓ โอ๊ย กระแหนะกระแหนนักโฆษกเสาร์ อาทิตย์ ประชาธิปัตย์ความพร้อม เพื่อไทยหัวขาด ไม่มีผู้นําฝ์ายค้าน ก็ผมไม่ตั้ง ตั้งทําไมละครับ ก็ประชาชนเขาเลือกผมมาเปึนรัฐบาล ท่านฉกเอาไป ไม่รู้ตัวอีกหรือ ไม่ตั้งหรอกครับ ผมทํางานได้ ท่านประธานครับ ผมเรียน ท่านประธานไว้ว่า รัฐบาลตั้งแต่บริหารราชการบ้านเมืองมา ๖ เดือน ไม่เคยคิดหารายได้ เข้าประเทศเลย ไม่มี ท่านเคยคิดไหมครับเรื่องการท่องเที่ยว พัฒนาสนามบินสายการบิน ต่างชาติให้เขาเชื่อถือ ทําเปึนฮับ (Hub) ทําโรงพยาบาลให้มันใหญ่โต เอาของเอกชน ของรัฐบาลมาแมช (Match) กัน แล้วใหญ่ที่สุดในอาเซียน ให้ทั่วโลกเขารู้ เขาจะได้บินมา รักษา ญี่ปุ์นไปอเมริกา ๑,๕๐๐,๐๐๐ มารักษาเมืองไทยโรคเดียวกันนี่ ๘๐๐,๐๐๐ ในมิดเดิล อีสท์ ไปอเมริกาเข้าประเทศยาก มาเมืองไทยเข้าง่าย เพราะอเมริกาเขากลัว แต่งตัวแบบบินลาเดน ผมไม่เคยได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องหาเงินเข้าประเทศ ท่านไม่ บริหารบ้านเมือง ท่านบริหารการเมืองอย่างเดียวเท่านั้น ขอเรียนท่านประธานต่อไป นะครับว่า งบประมาณป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลจะเน้นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเปึนหลัก ในการพัฒนา รัฐบาลไม่ต้องมาบอกหรอกครับ คนเขาอ่านแผน ๑๐ เขารู้ แผน ๑๐ เขาเขียน ไว้ชัด แผน ๑๐ เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เอาคนเปึนศูนย์กลางแห่งการบริหาร นี่ไม่ใช่นโยบายของนายอภิสิทธิ์และคณะ เปึนแผน ๑๐ ที่เขาเขียนเอาไว้ ป้ ๒๕๕๓ ท่านขาดดุลตั้งงบประมาณเอาไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๑๘.๗ ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ งบประมาณลดลงจากป้ ๒๕๕๒ ๒๕๑,๗๐๐ ล้านบาท ลดลง ๑๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประมาณการรายได้สุทธิซึ่งอาจจะไม่เข้าเปัา ท่านประมาณการ ไว้ว่า ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๑๔.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม กําหนดทุน เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๓.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ผมเข้าใจครับ ผมมีโอกาสทํางานกับสํานักงบประมาณ ๓ ป้ นายกรัฐมนตรียังไม่มา ตอนนั้นยังไม่เล่นการเมือง ไปถามสํานักงบประมาณครับ ใครเปึนคนขยายหน่วยงาน งบประมาณให้รองรับกับการบริหารการจัดทํางบประมาณ ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ ผมหมั่นไส้จริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี นี่ด้วยความเคารพ หมั่นไส้เพราะผมรู้นี่ครับว่ากระทรวงการคลังคุณไม่มีหน้าที่จัดทํางบประมาณ การจัดทํา งบประมาณเปึนหน้าที่สํานักงบประมาณ งบประมาณบ้านเราขึ้นตรงต่อ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่งบประมาณของอังกฤษเขาขึ้นกับกระทรวงการคลัง เดิมทีเปึน กองงบประมาณขึ้นกับกระทรวงการคลัง เขาบอกว่านักการเมืองมันยุ่ง เขาเลยเอามา ขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี งบประมาณเปรียบเสมือนภรรยาครับ คลังน่ะสามี ศุลกากร สรรพากร สรรพสามิต หาสตางค์มา รัฐวิสาหกิจส่งไป ก็บอกว่าได้เท่านี้แหละครับ โอ๊ย โพธนาเก่งกาจสามารถ รัฐมนตรีคลังอย่างนี้ เอางบไปได้ ไม่ได้หรอกครับ ท่านน่ะ งบประมาณเสนอมาท่านอนุมัติงบเปลี่ยนแปลงได้ในวงเงิน ๕ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ผมจําตัวเลขไม่ได้ ถ้ามากนักเข้า ครม. ไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า เมื่อเศรษฐกิจจะต้องกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ คิดเปึนร้อยละ ๓.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศรัฐบาลบอกว่า รัฐบาลให้ความสําคัญเปึนพิเศษ ในการพิจารณาทบทวนบทบาท และภารกิจของหน่วยงานและจัดลําดับความสําคัญ โครงสร้างงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จ่าย ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ นอกจากนี้ท่านลดลง จากป้ ๒๕๕๒ ผมบอกไปแล้ว รายจ่ายประจํานี่ละเขาบอกว่าท่าน โนกัส ไม่มีวิธีคิด ไม่มีสมอง ชั้นสมองไม่มีรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานกรุณานิดสิครับ อภิปรายกับ ท่านประธานผมสบายใจจริง ๆ เพราะท่านจอมยุทธ์งบประมาณ รายจ่ายประจําเปึน จํานวนเงิน ๑,๔๓๖,๓๘๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท รายจ่ายประจําเพิ่มจากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ จํานวน ๒๕,๐๐๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ประจํามากกว่าป้ที่แล้ว ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทตัวเลข กลม ๆ ถ้าตัวเลขรายจ่ายประจําเขาถือว่ารัฐบาลหายนะแล้ว เพราะรายจ่ายประจํา มากกว่าป้ที่แล้ว งบประมาณตั้งน้อยกว่าป้ที่แล้ว งบรายจ่ายประจํามากกว่าป้ที่แล้ว จ่ายประจํามันหมดไป ท่านคิดหรือไม่ เสนอมาอย่างไรก็เซ็นชื่อไป นึกตรวจสอบไหมว่า รายจ่ายประจําเพิ่มมากขึ้น ทีนี้มาดูต่อ หากเปรียบเทียบกับป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เท่ากับ ร้อยละ ๗๒.๓ งบลงทุนมี ๑๕.๕ เปอร์เซ็นต์ จ่ายประจํา ๘๔.๕ จัดทํางบประมาณอย่างนี้ เขาเป่ด ๓-๔ หน้า เขารู้แล้วรัฐบาลพังไปไม่รอด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่องบรายจ่าย ประจําคิดเปึนร้อยละ ๘๔.๕ จะเอาเงินที่ไหนไปใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะการลงทุน พอมางบลงทุนจํานวน ๒๑๒,๖๘๙,๒๐๐,๐๐๐ บาทลดลงจากป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ๒๑๗,๒๗๒,๖๐๐,๐๐๐บาท ลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แถมมีเศษอีก .๕ เอาเงินที่ไหนไป ลงทุน ไม่มีหรอกครับ ทีนี้พอมาชําระเงินกู้ ผมไม่ได้เอาตัวเลขมาจากไหนเลยท่านประธาน คนเคยอยู่งบประมาณ คนเคยเปึนกรรมาธิการ คนเคยอภิปรายเรื่องงบประมาณเขาดู ๒-๓ เล่มนี่ครับ พอมาถึงรายจ่าย ชําระเงินกู้จ่ายได้เพียง ๕๐,๐๐ ล้านบาทเท่านั้นละครับ ลดจากป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ๑๒,๗๕๕ ล้านบาท ลดลงร้อยละ ๒๐ ในป้ ๒๕๕๒ งบชําระหนี้ เปึนหนี้ก็เสียดอกเบี้ยครับ งบลงทุนไม่มี รายจ่ายประจําเพิ่มขึ้น ใช้เงินกู้ น้อยลง นี่ละเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจตําราไหน รัฐบาลลําบากครับ คุณคิดคุณนึก ไม่ เขาเสนออะไรมาเซ็นปัูบ เสนออะไรมาก็เซ็นปัูบ ทํางานไม่เปึน บริหารไม่ดี ก็เก็บภาษี ไม่เข้าเปัา ท่านอย่าไปหวังรถ ๔ สาย ๕ สายมันจะเก็บภาษีได้ ถ้าสร้างมาแล้วเมืองไทยรวย ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ ไม่ใช่ปัจจัยหลัก อาจจะเปึนปัจจัยสําคัญระดับหนึ่ง ท่านกําหนดยุทธศาสตร์ป้ ๒๕๕๓ ตั้งป้ ๒๕๕๒ ไปถึง ๒๕๕๔ ไม่ได้คิดอะไรหรอก คิดว่า สภาอยู่ครบเท่านั้น ถ้าอยู่ไม่ครบก็ตัวใครตัวมัน แต่ยุทธศาสตร์ แผนงานท่านคิด ไม่ได้มี อย่างอื่นเลย ไม่เคยคิดเลยนะว่าการประกันราคาผลิตผลการเกษตร ข้าว ข้าวโพด ยางพารา มันสําปะหลัง มีพูดไม่มี ตื่นขึ้นมาก็จะ เอ็นจีวี เขาบอกว่าดี ไม่ดีก็ต้องบอกว่า ทุจริต เขาบอกว่าดี ลองดูสิทุจริตไหม กลับไปบอกว่าจะเช่าหรือซื้อ บางคนประชาธิปัตย์ ออกมาจะรับไป กทม. ขานรับกันเซ็งแซ่ กทม. ไป กทม. ก็มันทุจริต แล้ว กทม. ทุจริต ไม่เปึนหรือ ก็ฮั้วทีเท่าไร เรื่องคาเต็มหมด ใน ป.ป.ช. คาอัยการก็พวกท่านทั้งนั้น แล้วทําไม พอ กทม. จะรับ ได้ ได้ ได้ ท่านพูดหรือเปล่า ผมไม่รู้ พวกผมยังไม่มีใครกล่าวหานะ เรื่อง เงินหาย ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ไม่ใช่พวกผมนะครับ ผมบอกโสภณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องไปพูดกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะจตุพรก็ไม่ได้ว่า ผมก็ไม่ได้ว่าแต่แค่ผมไม่เห็นด้วย ท่านประธาน ผมจะเรียน ท่านประธานต่อไปนะครับว่า ถ้าตราบใดรัฐบาลยังมี ๒ มาตรฐานอย่างนี้ ไม่มีคนเชื่อถือ ไม่มีลงทุน ไม่มีการสร้างงาน ไม่มีการจ้างงาน ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ของขาย ไม่ได้ คนว่างงาน คนตกงาน อาชญากรรมเกิด ใครเขาจะคิด คดีพันธมิตรไม่ เมื่อวาน เสื้อแดงถูกจับ ๘ คน พันธมิตรยังอยู่สบาย ๆ ประชุมกับนายกรัฐมนตรีทุกวันอังคาร อยู่ ๆ ทักษิณกลับมาเข้าคุก ไม่ต้องมากลับไม่ต้องมาเรียก ถึงเวลาผมจะรับกลับเอง พวกท่าน ไม่ต้องมายุ่ง แล้วเวลาออกข่าวอึกทึกคึกโครมเวลาเขาตอบมาว่า เดย์ แคน ดู นอธธิงค์ (They can do nothing) อย่าหุบปากสิ บอกกับสังคมไทยบ้างสิว่าเรื่องอย่างนี้เขาไม่ถือ เปึนความผิดร้ายแรงของประเทศเขา และเอาที่ดินไปแจกเศรษฐีที่จังหวัดภูเก็ตมูลค่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นหุบปากเงียบ เล่นการเมืองอย่าเอารัดเอาเปรียบ อย่าเคียดแค้น อย่าชิงชัง ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรม โอ๊ย พอคนอื่นไม่ผิดพูดเปึนผิด พูดจนกระทั่งทุจริต ก็จบกฎหมายปริญญาตรีไม่ใช่หรือ ทุจริต มันแสวงหาประโยชน์ ที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น นี่เอาภรรยาไปซื้อที่เซ็นบัตร ยินยอมเท่านั้นละครับ แล้วประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๔๗๖ แก้ไขป้ ๒๕๓๓ ซื้อนี่ ไม่ต้องยอมก็ได้ แต่กฎหมาย ป.ป.ช. เขาบอกว่า คู่สมรส ก็เท่านั้นละครับ ท่านปัืนหุ้น ปัืนราคา หาว่าเขาทุจริต เปึนนักโทษเดนตายหนีไปนั่นไปนี่ ทีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง สุเทพนี่ละครับ เอาที่ไปแจกเศรษฐีจังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งพี่ชวนต้องยุบสภาไป ผมอภิปราย เนวินอภิปราย ผมร่าย ๒ ชั่วโมงครึ่ง เนวินสรุป สุดท้ายเหตุการณ์ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ ศาลฎีกาตัดสินให้เอาที่คืนมาเปึนมูลค่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่างไร คุณรับผิดชอบไหม ผมบอกหลายครั้งท่านประธาน สร้างความสมานฉันท์จะทําโน่นทํานี่ ส่งมือไป ส่งเท้ากลับ คุณยังเคารพอาจารย์เสนีย์ คุณยังเคารพท่านชวน คุณยังเคารพคุณพิชัย คุณจะเคารพหัวหน้าพรรค ผมก็เคารพ คุณพิชัย ผมก็เคารพพี่ชวน พี่บัญญัติ ก็เปึนสิทธิ แล้วเวลาพรรคพวกผมจะ กล่าวอ้างถึง พันตํารวจโท ทักษิณ เอาแล้วสมุนทักษิณ สมุนนักโทษชายอย่างนั้นอย่างนี้ อ้าว ก็แล้วจิตใจของผมเคารพนับถือจะทําไม โอ๊ย พอผมบอกแต่เพียงว่าหัวหน้าพรรคไม่มี ไม่เปึนไรละครับ เพราะเรายังปรึกษาท่านได้ ท่านอยู่ดูไบ ในใจเราคิดว่าท่านเปึนหัวหน้าพรรค ตัวจริงยังขอคําปรึกษาก็สิทธิของผม ผมไม่ได้บอกท่านนายกรัฐมนตรี ลูกพรรคท่านมัน ไม่ได้เรียนมาทางนี้ กรุณาให้มันหุบปาก ด่าผมทุกอาทิตย์ เดี๋ยวผมเกิดมีอารมณ์ด่า นายกรัฐมนตรีบ้างล่ะ ทุกอาทิตย์เรื่องส่วนตัวมันไม่มีประโยชน์ โอ๊ย ออกมา สั่งสอนผมไม่มีความรู้ ผมน่ะเขียนดุษฎีนิพนธ์เรื่อง อํานาจหน้าที่คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ผมศึกษาอํานาจ กกต. จากทั่วโลก มีผมคนเดียวเมืองไทยที่เรียน มันจะได้ หุบปากเสียที ผมไม่รู้ตรงไหนผิดไม่ผิด ผมรู้มากกว่าเยอะแยะ เฉลิมขี้ปอด สุเทพขึ้นมา ขี้ปอด ขี้ปอด ผมยอมรับอย่างเดียวท่านประธานครับ ผมไม่กล้าทําในสิ่งที่สุเทพทํา ไม่กล้าจริง ๆ แค่บางเรื่อง เรื่องนั้นผมเหนือกว่า ๆ ผมตํารวจอยู่กองปราบ ไม่ใช่ตํารวจ หิ้วป่ืนโต ไม่ใช่ตํารวจติดตาม ตํารวจจับโจรผู้ร้าย คําก็กลัวตาย ๆ ให้ผมมีอํานาจบ้าง นะครับท่านประธานที่เคารพ ผมจะแก้ไขปัญหาปักษ์ใต้จากเมืองนอกเข้ามา ท่านแก้อย่างนี้ ไม่มีวันสําเร็จ เพราะกรณีนักการเมืองลงไปเขาถือว่า แชลเลนจ์ (Challenge : ท้าทาย) เขา ท้าทายเขา ท่านนายกรัฐมนตรีให้สุเทพกับถาวรสงบสติอารมณ์สักเดือนหนึ่งสิ ไม่ต้องไป ไม่ต้องพูด ให้ผู้บัญชาการทหารบก ให้แม่ทัพภาคที่ ๔ ให้ ผบ. เฉพาะกิจ ให้เสนาธิการทหารเขาไป เซ็ต เวิร์คกิ้ง กรุ๊ป (Set working group) ไม่รู้นะท่านประธาน ถ้าผมมีวาสนาเปึน นายกรัฐมนตรีสัก ๖ เดือน เปึน ๖ เดือนนะครับผมจะยุติเงื่อนไขทั้งหมดที่มีในภาคใต้ ผมจะ แบค ทู เบสิค (Back to basic) เอาเหมือนสําหรับผมเปึน ร้อยโท ร้อยเอก ผมไป ภาคใต้ หน่วยทหารอยู่ในค่าย ถอนกําลังกลับมา แม่ทัพอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช อิงคยุทธบริหารอยู่จังหวัดปัตตานี ตชด. อยู่ตรงไหน อยู่ตรงนั้น เอาตํารวจภูธรถอย กลับมาทั้งหมด แล้วเปึน เคส สตัดดี้ (Case study) ๔๕ วันดูสิว่าปักษ์ใต้มันจะดีขึ้นไหม เพราะวันนี้ถือว่าเปึนนายแพทย์รักษาจ่ายยาผิด เรื่องไม่ดีขึ้น เติมเงิน เติมกําลัง เติมกําลัง เติมเงิน แถมยังให้สัมภาษณ์อวดรู้สู่ฉลาด พวกท่านนะไม่รู้เขาหรอก แผนยุทธการ แผนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีเขาทําอย่างไร หมวดหมู่ตอนหมวดไม่รู้หรอก กองร้อยกองพันไม่รู้ เปึนได้แค่จ่ากองร้อยเท่านั้นละครับ คือเอาเบี้ยเลี้ยงไปแจกทหาร ท่านได้เท่านั้นจริง ๆ ให้เขาทําไปเถอะ แล้วมันจะดีขึ้น ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า สบ.ชต. ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพ ออกพระราชกําหนดไปเลยสิ กลัวใครละ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านยังกล้าออกเปึนพระราชกําหนด แล้วทําไม สบ.ชต. ท่านไม่กล้าออก พระราชกําหนด แล้วถ้าท่านว่าดีจริงนะ ผมนี่จะยืนอภิปรายสนับสนุนให้ท่านทํามาเถอะ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน นายกรัฐมนตรีไปเยือน ประเทศมาเลเซียแถลงข่าวว่าแก้ปัญหาไปด้วยดี บันดาวี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ท่านเจอ ใครผมไม่ทราบนะครับ มัสยิดที่เจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส คนร้ายยิง ตูม ตูม ตูม ตูม ตายไป ๑๑ คน จากนั้นไม่นานมีฆ่าพระ ฆ่าตํารวจ เมื่อเช้าครูอีกแล้วครับ ก่อนหน้าก็ครู ซึ่งตั้งครรภ์นะครับ การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ท่านตั้งไว้ ๑๑,๑๙๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท รักษาความมั่นคง ตรงนี้ท่านหยิบตัวเลขมาท่านใส่ไว้ในนี้นะครับ ผมก็หยิบจากตัวนี้มา วันนี้ลําบากท่านประธานที่เคารพ กระทรวงมหาดไทยแซด นะครับ ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ (Talk of the town) ครับ เรียนนายอําเภอ ๘๐๐,๐๐๐ บาทครับ โอ๊ย ผมนี่เสียใจ เพราะผมเปึนรัฐมนตรีมา ๖ เดือน สมัยผมอยู่มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม งบเอนเตอร์เทน (Entertain) ไม่เอา รถไม่เอา น้ํามันไม่เอา งบรถหลวง น้ํามันหลวง ผมไม่เคยนั่งครับ รักษาเนื้อรักษาตัว นี่วันนี้ โอ้โฮ รักษาความมั่นคงของรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ เสียขวัญครับ เรียนนายอําเภอเสีย ๘๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้อันตรายครับ แล้วเปึนนายอําเภอ เสียอีกเท่าไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาบอกว่าพรรคร่วมเปึนไม่ได้หรอกครับ ท่านรับผิดชอบสูงสุด ท่านเปึน ชีพ ออฟ คอมมานด์ สเตท ออฟ คอนโทรล (Chief of command state of control) ท่านต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ลาออกไปเสียให้สุเทพ มาเปึนนายกรัฐมนตรีแทน ถ้าท่านไม่รับผิดชอบ
ผมเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า แผนเสริมสร้างระบบปัองกันประเทศ ๑๕๒,๔๙๘ ล้านบาท ถ้าเสริมสร้างปัองกันประเทศ ยามเงินวิกฤติอย่างนี้มากไปครับ ท่านอย่าไปเล่นวิธีการบอก ลดงบทหารมากที่สุดในรอบ ๑๐ ป้ อย่าไปทําเลยครับ ก็ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าทหารช่วยตั้งรัฐบาลชุดนี้ หลานผมจําความได้ยังรู้เลย คุณปู์ รัฐบาลโชคดี ถามทําไมลูก ทหารช่วย ถามว่าทําไม เขาบอกว่า แม่เพื่อนบอกตอนไปโรงเรียน ท่านอาจจะปฏิเสธถ้าความจริงเปึนอย่างนั้นแล้วท่านปฏิเสธผมนะครับ ขอให้กินข้าวไม่ลง ๓ มื้อ ผมจะแช่งท่านไว้
ต่อมาก็แผนงานระบบข่าวกรองภาครัฐ ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ ไม่ให้เกียรติครับ ไม่สนใจการข่าวครับ ตั้งไว้เท่าไรครับ ๖๑๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท แล้วจะไป ทําอะไรครับ การข่าวดีมีชัยไปแล้วครึ่งหนึ่ง นี่ตั้งไว้การข่าวภาครัฐ ข่าวกรองของรัฐ ๖๑๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งไว้น้อยไป ผมไม่ใช่ วิพากษ์วิจารณ์ที่ใช้อยู่นี่อะไรน้อย ผมบอกน้อย ตั้งไว้ใช้ไม่ได้เลยครับ แล้วจะเอาอะไรไป หาข่าวครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเจ็บปวดครับท่านประธาน พวกเราถูกกล่าวหาว่า นักการเมืองสีเทา นักการเมืองที่คนกรุงเทพฯ ไม่ยอมรับ ผมก็เปึนผู้แทนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๒๖ ป้ ๒๕๒๖ สมัคร สุนทรเวช พูดคนฟัง พรรคประชาธิปัตย์พูดไม่มีหรอกครับ ก็ต้องใช้บริการผมนี่ละ ผมก็ปราศรัยให้อะไรให้ พรรคประชาธิปัตย์เขาให้เกียรติครับ รอบแรกเปึนรองเลขานายกรัฐมนตรี เลือกกรรมการบริหารพรรคชนะนายสุเทพ ๑ คะแนน คนสุดท้ายครับ ชนะนายสุเทพ ผมมันใจร้อนรีบออกมา ชนะคะแนนครับ เลือกที่โรงแรม เอเชีย ปราศรัยนี่ผมต้องเปึนคนป่ดท้าย เปึนนักการเมืองสีเทา ๆ ก็มันด่าทุกอาทิตย์เราก็ ไม่ได้ตอบโต้ ที่ผมบอกว่าการข่าวน้อยไป รัฐบาลต้องช่วยหน่อยว่าหลังปฏิวัติ ตุลาคม ๒๕๔๙ ใครรับเงินเข้าบัญชี ๒๐ ล้านบาท พฤศจิกายน ๒๖ ธันวาคม ออก ๒๖ ๑๑ ไปฝาก ๑๕ ซื้อที่ มันจะได้รู้ครับท่านประธานว่าใครมันชั่ว ใครมันเลว ใครมันระยํา มันทุจริต ใครมันสร้างภาพ ใครมันดรามา ใครมันคดโกง ท่านประธานครับ เรื่องยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ตาวาว ยึดทรัพย์ เรื่องอยู่ในศาลครับ ก็เขามีมาก่อน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท ก่อนมาดํารงตําแหน่งทางการเมือง แจ้ง ป.ป.ช. ๘ ครั้ง เขามีมาก่อน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท มีตอนหลังยังกล่าวหาได้ มีมาก่อนช่างพูดนัก พรรคท่านช่างพูดนัก อยู่ใกล้ ๆ จะดีดปากสักที ทีนี้มาเห็นทางทีวีเลยดีดปากไม่ได้ ใส่ร้ายเขาจนเสียผู้เสียคน ผมไม่ได้มาปกปัองและก็ปกปัองไม่ได้ เพราะคดีอยู่ที่ศาลฎีกา เขามีมาก่อน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท เพิ่มนี่ยังสงสัยได้ คณะปฏิวัติยึดอํานาจจากเขา ตั้งคนมาสอบเขา เอาศัตรูซึ่ง เปึนปรปักษ์มาสอบเขา แล้วใครจะบอกว่าถูกครับ และ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไปแจกเศรษฐีที่ ภูเก็ต มูลค่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงรับผิดชอบอะไร ไหมครับ ไม่มีปัญหา ๆ ทีพวกท่านทําอะไรถูกหมดครับ ผมมาปรับทุกข์กับท่านประธานไว้ ตรงนี้ว่าบ้านเมืองมันเปึนอย่างนี้ คนมันก็เลยไม่กล้ามาลงทุน ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีเขารู้ทั้งโลกครับว่าขายหุ้นเทมาเส็ก มาดามลี เซียนลุง เปึนผู้จัดการ เขาซื้อทั่วโลกรู้ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความ เสียหายแก่รัฐ) ไม่รู้ครับ เขาขายหุ้นได้ ทําไมไม่เสียภาษี ก็กฎหมายบอกไม่ต้องเสีย แล้วไปเสียกับใครครับ ใครก็ตามขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษี รัฐธรรมนูญนี่ก็ทักษิณ นั่นก็ไม่เอา แก้เปึนมาตราเลยครับ ท่านประธาน เขียนไปเลย ห้ามคนชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร สู่ตําแหน่งทางการเมืองและลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จบเลย หมดเรื่อง ไม่มาเสียเวลาการทํางานของนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาเสียเวลาของภาครัฐบาล เช้า สาย บ่าย เย็น ยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดจาคล้าย ๆ กับว่า เคียดแค้นชิงชัง รู้เขากลับมาเมื่อไรเขาจะเปึนนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ผมบอก ท่านประธานเลย บอกรัฐบาล แคมเพน (Campaign : การรณรงค์) หาเสียงรอบนี้ถ้าพรรค มอบผมไปรณรงค์ ผมจะบอกพี่น้องประชาชนคนไทย เหตุการณ์ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เหตุอะไรกับใคร ถ้ามีโทษ อภัยโทษ ถ้ายังไม่มีโทษ นิรโทษกรรมทั้งหมด ฟอร์เก็ท อีส เดอะ พาส สตาร์ท เดอะ นิว (Forget is the pass start the new) ลืมความหลังเริ่มต้นใหม่ มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เอาเหมือนประเทศอิตาลีสิ นายกรัฐมนตรีเขาบอกเลย เขาไม่อยากไปศาลเรื่องไร้สาระ ถ้าประชาชนเลือกมาอีกทีเขาจะแก้ นี่ถ้าประชาชนเลือก พรรคเพื่อไทยรอบต่อไป เฉลิมประกาศเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจะเปึน ๖ เดือน แล้วแก้ กฎหมายรับทักษิณกลับบ้าน ใครที่ได้รับผลกระทบเลิกกันหมด ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจมันแก้ไม่ได้ ประชาธิปัตย์นายกรัฐมนตรีไปอีสานลําบาก ผมไปใต้ ก็เกือบตายมา แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร จะเอาอย่างหรือมันไม่ได้หรอกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า แผนงาน อีกอันหนึ่งรัฐบาลใส่ไป ๘,๘๘๑ ล้านบาท แก้ไขปัญหาการก่อการร้ายที่พันธมิตรก่อการร้าย ท่านนายกรัฐมนตรีทําอะไรไหม ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงดูแลสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติทําอะไรไหม ก็บอกจะทําจะทํา นับวัน ๑ เดือน นับวัน ๖๐ วัน ๙๐ วัน ขนาดเปรยออกมาว่าตํารวจไม่ให้ความร่วมมือ เพิ่งรู้หรือ ไม่มีใครเอากับพวกท่านหรอก พอเข้ามาจะสอบตัดตอน เข้ามาเรื่องยาเสพติดเข้ามาเขาก็กลัวสิครับ เขารู้นิสัยพวกท่าน เขาไม่กล้า แถมไปบอกคดีฆ่าทนายสมชายแว่ว ๆ มาผมไปขอร้องไม่ให้จับ ไม่มีหรอกครับ เชิญเลย ชิปปุ่ง (Shipping) หมู ทนายสมชาย ฆ่าตัดตอน นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ วันนี้อํานาจเต็มไปไหนรถนําตามเพียบ อารักขาเพียบ ลงจากรถปุ็บ แถวตรงตลอด ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงเบา ๆ เสียบ้างก็ได้ พักผ่อนเสียบ้างก็ได้เพื่อนเอ๊ย พอลงจากรถปุ็บ แล้วน่าเกลียด ผมเคยชมว่าไปลดน้ําหนักพุงหายไปพักหนึ่ง วันนี้เอาอีกแล้ว กินจุหรืออย่างไรพุงแอ่นเลย แล้วมันยืนแถวตรงไม่ได้ ผมสังเกต ผมก็ชื่นชมนะ สุเทพวันนี้ มาดไม่ใช่ธรรมดา ลงปัูบ นั่งรถเปึนโฟร์วีลผมนึกแล้วกันกระสุนแน่นอน ก็ดีแล้วครับ ระมัดระวังไว้เถอะ ท่านต้องกันกระสุนครับ อย่าไปเพิ่งพระไม่ได้นะ พระต้องให้ผมพึ่ง เพราะผมเชื่อ ผมไม่เคยนั่งรถกันกระสุน เพราะผมถือว่าเวลามันจะยิงมันรู้กันกระสุน มันก็ยิงตอนขึ้นตอนลง สแนบเปอร์ มาร์ค แมน ชิฟ (Snapper mark man ship) ผมไม่ได้ สอนนายกรัฐมนตรีแต่บอกให้รู้ ถ้ามันจะหวดท่านจริง ๆ แต่คนอย่างท่านมันยังไม่ถึงคราวตาย ถ้าคนร้ายเขาชี้ฆ่าคนแรกนั่งขวามือท่าน ถ้าคนร้ายจะคิดฆ่าคนแรกขวามือนั่นละไม่ใช่ท่าน สุเทพนี่ ไพรออริตี้ (Priority) เบอร์ ๑ อภิสิทธิ์ไม่ใช่ นี่ผมอภิปรายท่านผมก็นึกในใจว่า มันเปึนข้อเท็จจริงและความเปึนจริง ท่านประธานครับ ท่านคิดเอาไว้ ๘,๘๘๑ ล้านบาท แก้ปัญหาการก่อการร้าย แต่ท่านมีผู้ก่อการร้ายนั่งประชุมทุกวันอังคารเวลาไม่ไป ต่างประเทศ แล้วเอาเงินไว้ทําไมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้สงครามการใช้อาวุธเขา เลิกแล้ว สงครามเย็นไม่มีแล้วมันจบตั้งแต่กอร์บาชอฟนั่งคุยกับคิสซิงเจอร์ที่ประเทศอิตาลี่ บนโรงแรมแห่งหนึ่งหลังติดเขาหน้าติดทะเลเหมือนที่ ส.ป.ก.๔-๐๑ ที่สุเทพเอาไปแจก นั่นล่ะ บรรยากาศดีอย่างนั้น แล้วเขากินแชมเปญ ไอออน ฮอส เขากินคนละ ๒ แก้ว เขาเจรจาเลิกการก่อการร้ายแล้ว นี่เมืองไทยเพิ่ง ฟ่ต (Fit) มีสุเทพรักษาความมั่นคง แล้วใครมันกล้าก่อการร้ายยกเว้นกษิต แล้วไปตั้งเอาไว้ ๘,๘๘๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ต่อไปรัฐบาลระบุเอาไว้ครับว่าแผนงานปัองกันการแก้ไขปัญหายาเสพติด ๔,๕๔๗.๔ ล้านบาท ท่านไม่มี มาสเตอร์ แพลน ไม่มี แอคชั่น แพลน รัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ๑. ต้องสกัดสารตั้งต้น ๒. ต้อง ซีม บอร์เดอร์ (Seam border) รักษาชายแดน ๓. ต้องปัองกัน ๔. ปราบปราม ๕. บําบัดรักษา ๖. ต้องเอาทหาร ๓ เหล่าทัพ ตํารวจมาดูแลเขาเรื่องปัญหายาเสพติด นี่เปึนอย่างไรครับ จัดเอาไว้ กองทัพบก ๑๘๐ ล้านบาท กองทัพไทย ๓๐ กว่าล้านบาท กองทัพอากาศ ๓๐ กว่าล้านบาท กองทัพเรือ ๓๐ ล้านบาท ให้แบบเสียไม่ได้ ปราบยาเสพติดได้ไม่มากครับ เพราะรัฐบาล ไม่ให้ความสนใจ หึ่ม ๆ ผู้ฆ่าตัดตอน โอ๊ยละเมิดสิทธิมนุษยชน นายกรัฐมนตรีน่าจะรู้ว่า ตอนบรุชมันบุกปานามาไปจับประธานาธิบดีปานามาในทําเนียบรัฐบาลเพราะ ค้ายาเสพติด เขาเอาเฮลิคอปเตอร์ไป ๙ ลําครับ ลงไปเลย เขาบอกมาประธานาธิบดีปานามาเมื่อพิสูจน์ ได้ว่าคุณเปึนประธานาธิบดีแล้วค้ายาเสพติด ละเมิดอธิปไตย ละเมิดสิทธิมนุษยชน วันนี้ยังไม่รู้ว่าประธานาธิบดีปานามาไปไหน เพราะตํารวจเขาปราบปรามรุนแรง เขาลดได้ อะไรได้ ท่านทักษิณได้หน้าครับ ประกาศชัยชนะต่อสงครามยาเสพติด เอาเลยวอยส์ (Voice) ออกมาเลยพรรคประชาธิปัตย์ ฆ่าตัดตอนละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไรต่ออะไร มากมายก่ายกอง ผมเรียนต่อนะครับว่า การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ๗,๓๕๗ ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยครับ เอาไปทําไมครับนี่ ไม่มีสาระ ไม่มีระบบระเบียบ เขียนว่า แผนงานพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ๖๘,๑๖๓ ล้านบาท มันใช้ เยอะแยะขนาดนี้เพราะอะไร มากไป ถ้ารัฐบาลชุดนี้เขียนไม่เปึน กฤษฎีกาทําไม่ได้ ใช้บริการพวกผมสิครับ จะช่วยดูแลให้ครับ
ต่ อ มำ แ ผ น งำ น บ ริ หำ ร เ พื่ อ ร อ ง รั บ ก ร ณี ฉุ ก เ ฉิ น จํำ น ว น ๓๙,๓๓๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านประธานเคย พร่ําสอนผมว่างบฉุกเฉินจําเปึน อะไรฉุกเฉินอะไรจําเปึน อะไรเร่งด่วน มันจะมีสึนามิ มันจะมีอุทกภัย วาตภัยเมื่อไรครับ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดงบ รองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๓๙,๓๓๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ หย่อนนิดเดียว ครับล้าน เอาไว้ทําไมครับ งบหาเสียงอย่างไร งบนี้ไม่มีดีเทล ไม่มีมาสเตอร์ แพลน ไม่มีแอคชั่น แพลน นายกรัฐมนตรีใช้อะไรก็ได้ถ้าไม่มีกรณีฉุกเฉินจําเปึน นายกรัฐมนตรี แปลงงบไปเปึนงบลับให้งบประมาณตั้งมาอนุมัติ อนุญาต นี่มันจะโกงเงินใหญ่แล้ว ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับ นี่บรรดาสมาชิกมีเวลาให้ผมอีกไหมนี่ มีไหมครับ มีนะครับ มี
ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานมาวิเคราะห์งบประมาณที่ รัฐบาลชุดนี้ได้จัดไว้ รายละเอียด ๓๔ มาตรา ผมจะไปเร็ว ๆ เงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉิน จําเปึน ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท นี่แหละนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดงบประมาณแบบหมกเม็ด ไม่มีรายละเอียด ไม่มีข้อเท็จจริงเอาเปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรีสั่งงบประมาณ งบประมาณเสนอมา เปลี่ยนแปลงงบไปเปึนงบลับ เอาตรงนี้โยกไปตรงนี้ โยกไปตรงนี้ เขาเรียก งบหาเสียง เปึนการจัดงบประมาณไม่มีหิริโอตัปปะ ไม่มีความละอายและ เกรงกลัวต่อบาป ตอบมาสิ
ท่านประธานครับ มาปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี แผนงานรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในประเทศ ๕๒ ล้านบาท เสียของ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีไปเกี่ยวอะไรกับเขา รักษาความมั่นคง ก็ทําเนียบยังรักษาไม่ได้เลย ให้พันธมิตรไปยึดและมาตั้งไว้ ๕๒ ล้านบาท ความมั่นคง อ้ายนี่ไม่เข้าท่า
ต่อมาก็กรมประชาสัมพันธ์ คนอีสานเขาเรียกกรมประชาธิปัตย์ บุรีรัมย์ ก็เรียก จังหวัดท่านประธานก็แอบกระซิบผมว่ากรมประชาธิปัตย์ โอ๊ย มันเสนอข่าวแต่ รัฐบาลอย่างเดียวเลย ไม่มีเลย เมื่อวานผมอภิปราย ๑๓ นาทีท่าน สทท. อุบลราชธานี ไม่ถ่ายทอดนะครับ ไปถ่ายที่ไหนไม่รู้ ชาวบ้านเขาด่ากันตรึม พอผมพูดเสร็จปรากฏว่าผ่านไป ๓ นาที จ๋อย จ๋อย จ๋อย นี่ไม่รู้กระมังไม่มีใครเขาเอาแล้ว เขารําคาญ ออกฝ์ายเดียว ยังดี พวกผมแก้ข่าว ไหนล่ะ แรก ๆ บอกจะให้ฝ์ายค้านออกทีวีบ้าง ให้แน่หน่อยสิคุณอภิสิทธิ์ คุณอย่ามาคํานึงสิว่าไม่มีผู้นําฝ์ายค้าน คุณออกได้ภาษีอากรพี่น้องประชาชน พวกผมก็ ออกได้ คุณออกเดือนละ ๔ ครั้ง ผมขอ ๒ ครั้ง อาจจะไม่ใช่ผม อาจจะเพื่อนผม หรือผม หรือวันหนึ่งฟ่ต ฟ่ต คนละมุม เรื่องอะไรก็ได้ คุณนั่งมุม ผมนั่งมุม เอาพิธีกรถาม คําถาม อย่างนี้คุณตอบอย่างไร คําถามอย่างนี้ผมตอบอย่างไร ผมจับได้แล้ว คุณไปปาฐกถาที่คุณชอบ และคุณปาฐกถาบนพื้นฐานความไม่รู้ คุณจะไป พูดให้เรียนฟรี ๑๕ ป้กระตุ้นเศรษฐกิจ โธ่ บอกเวลแฟร์ รัฐสวัสดิการ เราเก็บ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี มันไม่ใช่เวลแฟร์ บินไปเดนมาร์กโน่น ไปศึกษา ไปอยู่อังกฤษ มันเลยไปนิดเดียว มันไม่มีหรอกครับ มันต้องเก็บภาษีได้เกินร้อยละ ๕๐ กรมประชาสัมพันธ์เอาไป ๑,๒๖๕ ล้านบาท เงินให้ครับ แต่มันเปึนกรมประชาธิปัตย์ ต่อมาก็สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เอาอีก แล้วครับ เอาไปอีกพันกว่าล้าน มันจะรักษาความสงบเรียบร้อยได้อย่างไรครับ ตัวเลขายัง เอาตัวไม่รอด รักกับผมนะคุณนิพนธ์ ถูกตีแทบตายครับ แล้วมาใช้เงินพันกว่าล้าน ผมว่า ผิดฝาผิดฝัืง
ทีนี้มาถึงสํานักข่าวกรองแห่งชาติ ท่านจัดให้เขา ๖๖๐ ล้านบาท น้อยไป เขาต้องคิดค้นและต้องหาข่าวก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ เขาต้องมีแผน แม่บท เขาต้องมีคนลงพื้นที่ เขาต้องมีเข้าสู่ภาคใต้ เขาต้องมีในจังหวัดเปัาหมายไปให้ ข่าวกรอง ๖๖๐ ล้านบาท น้อยไป ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเอามาให้เขา อ้ายนี่น้อยไปครับ
ต่อมาก็สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดูสิไปจัดอย่างไร จัดอย่างนี้ มันสภาความไม่มั่นคง ให้เขาเท่าไรครับ ให้ ๑๙๖ ล้านบาท นี่น้อยไปครับ มันต้องให้ มากกว่านี้ ท่านประธานตามมาอีกนิดเถอะครับ พอมาหน้า ๔ กองอํานวยการรักษา ความมั่นคงภายใน ข้อ ๒ แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ แผนงาน ปัองกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ๑๙๘ ล้านบาท น้อยไปครับ ผมไม่อิจฉาครับ ให้ไปเถอะ เพราะเขาแก้ไขได้ ต่อมามาตรา ๖ งบประมาณกระทรวงกลาโหม เมื่อเช้าก็บอกว่าได้อีก ๒๐๐ ล้านบาท นักข่าวถามผม ผมบอกก็ดีแล้ว ก็ให้เขาไปเถอะ ถ้าเขามีความจําเปึน เครื่องมือปราบจลาจล เขามีความจําเปึนเรื่องรถเกราะ เครื่องมือให้เขาไปเถอะ เพราะ เวลาเราเปึนรัฐบาลเขาจะได้มาดูแลพวกผมบ้าง ไม่อย่างนั้นอกสั่นขวัญหาย ผ่านไปทางไหนก็ ทุบ ทุบ ทุบ ทุบ เอาละจากนี้ต่อไปก็ขอบคุณนายกรัฐมนตรีคนนี้ที่ให้งบทหารไปซื้องบตรงนี้ ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ งบกระทรวงกลาโหม ผมอยากจะเรียนว่าที่ให้เขาไว้บางส่วนน้อยไป โดยเฉพาะงบที่แก้ไขปัญหายาเสพติด ฝ์ายทหารเขาช่วยเหลือได้ ฝ์ายตํารวจเขาทํางานดี แต่ว่าท่าน แหม ให้เขาไว้ดูสิครับนี่ กองทัพอากาศให้เขาไป ๒๒ ล้านบาท ให้เขาไปปัองกัน ปราบปรามอะไรครับ ให้ไปทําสติ๊กเกอร์ ผมจะบอกนายกรัฐมนตรี งบประมาณรายจ่าย ที่มีกันอยู่นี่นะครับ ของกระทรวงการคลัง ก็จัดไว้เถอะครับของกระทรวงการคลังก็ไม่ได้ใช้เอง ท่านมีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังที่ทําตัวเปึน ชาโดว์ คาบิเนท (Shadow Cabinet) ถึงเวลา สะเปะสะปะไม่รู้เรื่อง จัดทํางบประมาณ งบรายจ่ายประจํา งบลงทุนใช้หนี้ ไม่รู้ว่าใครเปึน คนจัดทํา เก่งคือข้า กล้าคือกู สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนหนึ่ง นายประมวล สภาวสุ ไม่ยอมเปึนรัฐมนตรีคลัง ท่านชาติชายหารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไม่ได้ พอจะตั้งพลเอก เทียนชัย ศิริสัมพันธ์ เปึนท่านบอกท่านลาออก ถ้าพี่ชาติตั้งผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผมลาออก ผมนั่งอยู่ด้วย ท่านชาติชาย เรียกพี่มวลมา มวลลื้อเปึน พี่มวลบอกผมไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ ผมจบเตรียม ธรรมศาสตร์ ไม่ได้เรียนอะไรเลย ท่านชาติชายบอก มวล ยู เลิร์นนิ่ง บาย ดูอิ้ง (You learning by doing) ตั้งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนที่มาของภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วไม่โม้เหมือนรัฐบาลของท่านหรอกครับ ไม่แอคเหมือนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเขาต้องพูดน้อย เขาต้องสุขุม คัมภีรภาพ ท่านประมวลเปึนได้ดี ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกท่านจบเตรียมธรรมศาสตร์ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เตรียมตัวมานานอยากเปึน คนไม่รู้ โอ๊ย ซาร์ทาง เศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากดูถูกคน แต่ผมอยากจะบอกว่าใครมีที่มา ที่ไปอย่างไรสังคมต้องรู้ คุณอภิสิทธิ์ก็เปึนครูบาอาจารย์ มาเล่นการเมืองก็โชคดี ๑๗ ป้ เปึนนายกรัฐมนตรี เคยเปึนฝ์ายบริหารทีเดียวครับ เปึนรัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรี คุณกรณ์เปึนอะไรครับ ทํางานโบรกเกอร์ เจพี มอร์แกน กอร์ปศักดิ์เปึนอะไรครับทั้งชีวิต จําไม่ผิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วมา รับภาระสําคัญ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยแน่นปู๊ก ผมมี พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนที่ปรึกษา ผมมีดอกเตอร์โอฬาร ชัยประวัติ ผมมีดอกเตอร์สุชาติ ธาราดํารงเวช ผมมี ดอกเตอร์ปานปรีย์ พหิทธานุกร ผมมีดอกเตอร์สุรพงษ์ นี่ไม่รวมคุณมิ่งขวัญ ๕ ดอกเตอร์ เปึนแผงครับ พวกท่านอย่างไรก็ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่หรอกครับ ก็เรียนประเภทครูพักลักจํา บ้านเมืองในด้านเศรษฐกิจมันถึงเปึนอย่างนี้อย่างไร แหม ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ดูถูกครับ และท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้มันมีบริษัทหนึ่งอยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ ยังไม่อนุมัติให้ถูกต้อง พวก เจ พี มอร์แกน มันรู้อินไซด์ (Inside) มันไป ซื้อหุ้นในตลาด พอซื้อเสร็จ มีการอนุมัติให้เกิดความถูกต้อง ชอบธรรม สมบูรณ์ หุ้นที่ซื้อไว้ ก็ขึ้นราคา มันรวยกันเละเลยครับ เขาบอกจะมีมาตรการแก้ไขกฎหมายให้ช่วย เอสเอ็มอี บริษัทญี่ปุ์น ให้ช่วยบริษัท จีเอ็ม เจเนอรัล มอเตอร์ ซึ่งบริษัทแม่เจ๊ง ล้มละลาย จากอเมริกาแล้วอยู่เมืองไทย เมื่อวานผมสะกิดนิดเดียวละครับ ท่านรัฐมนตรีคลังบอกเลย อย่าไปมองเปึนบริษัทต่างประเทศ ถ้ามีคนไทยทํางาน อย่าไปมองเปึนบริษัทฝรั่ง แล้วคนไทยทํางาน อย่ามองว่าบริษัทคนไทยแล้วมีฝรั่งทํางาน นี่แบะท่าแล้วครับ ปรส. (องค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) รอบ ๒ กําลังจะเกิดขึ้น ท่านประธานเขียนใส่ กระเปิาไว้ให้ผมหน่อย กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไรแล้วแต่ ท่านจะ กู้จากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคาร ๑. ธนาคารที่จะถูกกู้ ธนาคารกสิกรไทยครับ ๒. ธนาคารกรุงเทพ เขียนใส่กระเปิาไว้ สุดท้ายไปกู้ตรงนี้ครับ ส่วนจะมีตรงอื่นอีกหรือไม่ ผมไม่ทราบ บ้านเมืองเราเปึนอย่างนี้ละครับ ผมจําได้ครั้งหนึ่งมีนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจาก การเลือกตั้งหรอกครับ เขาจะเลือกตั้งวันอาทิตย์ครับ วันศุกร์นี่ละครับ ขายโรงกลั่น ๘,๗๖๔ ล้านบาท เช็คใบเดียวละครับ เซ็นชื่อในสัญญากรรมสิทธิ์โอนเลยโดยไม่ต้องบอกว่า ให้เช็คผ่านบัญชี ก็อ้ายโจรใส่สูทพวกนี้ ท่านประธาน มันระวัง ต้องระวังหนัก ๆ แต่ต้นทุนทางสังคมมันสูง ใครให้เครดิต ผมไม่ให้หรอกครับ นี่มันกําลังจะคิด คอมมิชชัน (Commission) มันจะปล้นชาติบ้านเมือง มันจะคดโกงกันครั้งใหญ่ ในกรณีที่ได้ไปอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนมาถึงตรงนี้ ผมอยากจะให้ท่านประธานไปดูมาตรา ๘ นิดหนึ่ง งบกระทรวงการต่างประเทศที่ให้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มากหรอกครับ นายอภิสิทธิ์ต้องเติมอีกนิดหนึ่ง งบเอาไว้ทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทําไม ไม่ใส่ไปเล่า เปึนงบน้ําใจก็จะได้แกว่งปากหาเรื่อง มันจะได้พูดว่าเขมร จะได้ไปทะเลาะกับพม่า ไม่มีแล้ว ไม่มีใครให้เครดิตรัฐบาลชุดท่านละครับ เพราะเขารู้ว่าเปึนรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูป ไม่สง่าละครับ นั่งไปเถอะ ไม่สง่างามอะไรเลย
ต่อมามาตรา ๑๑ งบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้น้อยไปครับ ให้น้อย จริง ๆ นี่ไม่คํานึงอาชีพหลักของคนไทยแต่โบร่ําโบราณ ทํารถรางไฟฟัา ทําโน่น ทํานี่ ทํานี่ ทํานั่น ไม่เคยรู้เลยว่ากรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ที่จะให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิตและผลผลิตดีขึ้น รัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรี คมนาคม รัฐมนตรีช่วย พรรคภูมิใจไทยไปสกลนคร อําเภอพรรณานิคม ท่านประธานรู้จักดี หนอยนั่นนึกว่าจะไปบอกประชาชนเขาทํานาอย่างไรลงทุนน้อย ทําอย่างไรให้ได้ผลผลิต มาก กระทรวงพาณิชย์ต้องบอก ข้าวนาป้ นาปรังเท่านั้น ข้าวโพดเท่านั้น มันสําปะหลัง เท่านั้น ไม่หรอกครับ ไปดํานาคนละ ๔ แถว ดํา ๔ แถว ท่านประธานดํานาเปึน ผมก็เปึน เขาดํานาถอยหลัง อ้ายพวกนี้ดําเดินหน้าครับ มันไปทําอะไร มันอายเขาหมด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีเวลาสั่งสอนรัฐมนตรีว่าทําอะไรอย่าให้มันเกินไป โอ้โฮไปดํานา หัวจะทิ่มน้ําตาย ดํา ๔ แถวแท้ ๆ ครับ ดํานา กลับมาประกาศเปึนนายกรัฐมนตรี ผมหาเสียงอยู่จังหวัดสกลนครบอกถ้ามาวันเดียวดํานา ๔ แถวประกาศเปึนนายกรัฐมนตรี อย่างนั้นผมบอกว่า ให้รอต่อข้างหลังผมก่อน ผมต้องบอกอย่างนี้ต้องต่อผมแล้วครับ ถ้าความรู้แค่นี้ ถ้าไปบอกประชาชนเขา กระทรวงพาณิชย์ นาป้ นาปรังเปึนเท่านี้ ยางพารา เปึนเท่านี้ มันสําปะหลังเท่านี้ ไม่มีละครับ ไปดํานา บางคน โอ๊ย ดรามา พอทีวีถ่าย ล้มแทบตาย ดีนะหัวไม่จมปลักตาย อย่างนั้นก็ต้องไปงานศพเพราะส่วนตัวก็ชอบกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้น้อยไป
ต่อมาก็กระทรวงคมนาคม งบผมไม่สงสัยครับแต่เขาลือกันแซด ใครจะหา กินกับใครผมไม่ทราบ เขาบอกว่าถ้าปรับปรุงซ่อมแซมผิวถนน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสร้าง สะพาน ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ทําถนนก่อสร้างใหม่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถนนปลอดฝุ์น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาลือกันแซด กรมทางหลวงชนบท งบประมาณสภาอนุมัติไปไม่จัดไป ตามข้อตกลงครับ ท่านประธานเปึนกรรมาธิการก็ทราบ ก็จะบอกพวกเหน็ดเหนื่อย อนุมัติ ให้ผู้แทนไปหาเสียงแต่ว่าเงินทองก็ไม่ได้เข้าพกเข้าห่อ วันนี้กรมทางหลวงชนบท ขาดธรรมเนียม เสียมารยาท ไร้กฎเกณฑ์ ไร้กติกา สภาวางกรอบไม่ทําตาม ผมไม่ติดใจ ตัวอื่นเลยครับ เอ็นจีวี ผมก็ไม่ติดใจเพราะมันยังไม่เสร็จ ทีนี้มาสิ่งแวดล้อม ไม่แก้ไขเรื่อง สิ่งแวดล้อมที่มาบตาพุด ๔๓ โครงการ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาถอนไปหมดแล้ว ผมรักธรรมชาติครับ แต่การลงทุนต้องให้เกิดขึ้น
ต่อมาดูอีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ ก็คือเขาทําอะไรกันไว้ที่ไหน อย่างไรมันน่าสนใจ กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยบอกเลยนะครับว่าจะไปขายสินค้าที่ไหน เก่งครับ ผมบอกกับหลายคน รัฐมนตรีคนนี้สวมวิญญาณมาร์กาเร ็ต แธตเชอร์ ที่ทํา สงครามสั่งสอน โดยเอาเครื่องบินถล่มเกาะฟอล์คแลนด์ บอกนายกรัฐมนตรี ๒ มาตรฐาน เก่ง กล้า แต่ว่ารู้ช้าไปหน่อยว่านายกรัฐมนตรี ๒ มาตรฐาน พวกผมรู้ นานแล้ว เปึนฝ์ายค้านเสนอยุบสภา เปึนฝ์ายค้านรักประชาธิปไตย เปึนนักเรียนอังกฤษ มาดผู้ดี ถ้ามีจิตวิญญาณเปึนประชาธิปไตยจริง รับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ทั้งอุ้ม ทั้งกระเตง ทั้งผลัก ทั้งดัน ทั้งหาม ไม่สง่างามละครับ ท่านประธานครับ เขาบอกว่า ครม. บอกว่าข้าวจํานําไว้เอาเก็บก่อน เมื่อวานรายงานข่าวบอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์บอกไม่เอา เอาออกมาแล้วครับ ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ก็ไปจัดการกันเอาเอง นะครับ จัดงบประมาณไว้ให้กรมการค้าต่างประเทศน้อยไป เขาจะได้เอาเงินทองไปหาตลาด
ต่อมาก็งบประมาณรายจ่ายกระทรวงมหาดไทย ผมเปึนมา ๖ เดือนนะครับ ผมรู้จักกระทรวงนี้ดี แต่ว่ากรมการปกครอง งบเรื่องความสมานฉันท์ ๕๓ ล้านบาทน้อยไป เขามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วรัฐมนตรีคนนี้ก็อุบอิบ อุบอิบ อุบอิบ อุบอิบ เวลาประชุมมี วิดีโอ คอนเฟอเรนส์ (Video conference) เอากระดาษไป ๓ แผ่น เขาเขียนให้ครับ ถ้าแผ่นกลางขาดไปล่ะตายเลย อ่านแผ่น ๑ แผ่น ๒ กับแผ่น ๓ ไม่แม่นเหมือน ท่านประธานหรอก ท่านประธานเปึนผมไม่ห่วง นี่ก็เอาไว้แล้วดึงเก้าอี้ให้นั่ง ๓ แผ่นครับ พอแผ่นแรกอ่านได้ แผ่น ๒ ขาดครับ ต่อแผ่น ๓ ไม่ได้ เลิกประชุมกะทันหัน เรียนท่านประธานครับว่า สร้างความสมานฉันท์ กรมปกครอง ๕๓ ล้านบาทน้อยนิดเดียว แล้วอุตริกับผมส่วนตัวชอบกันสมัย พลเอก ชาติชาย มีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ผู้ว่าราชการ จังหวัดฟัองมาแซดหมด ผมบอกท่านประธานในฐานะลูกพรรคมีโอกาสขับออกไปเลยจาก หัวหน้าแล้วประธานเปึนเองแลดูดีกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องรู้ไว้ การแต่งตั้ง ไม่เปึนธรรม แถมยังไปขอรับบริจาคโดยไปคิดเหรียญบูชามวลสารมงคลจะถวายเจ้าฟัา เจ้าแผ่นดิน ก็มีเงินก็บริจาคเองสิ ทําไมต้องเอาไป ๖๐๐,๐๐๐ เหรียญ จังหวัดใหญ่หน่อยเหรียญละ ๑๙๙ บาท พอจังหวัดเล็กหน่อยก็ ๗,๐๐๐ เหรียญ พอจังหวัดเล็กไปหน่อยก็ ๕,๐๐๐ เหรียญ เหรียญทั้งหมด ๖๐๐,๐๐๐ เหรียญ จังหวัดใหญ่หน่อยก็ ๗,๐๐๐ ขนาดกลางก็ ๖,๐๐๐ ๕,๐๐๐ คิดว่าจะได้เงิน ๑๑๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท เปึนที่ระคายเคือง ผู้ว่าราชการจังหวัด เขาด่าเช็ด เขาสวดยับ มันไม่เคยมีรัฐมนตรีมหาดไทยคิดเรื่องอย่างนี้ ก็ปฏิเสธมาสิ ไปฟัอง มติชนสิ ผมขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนเขารายงานผมถาม ท่านประธานคงจําได้สมัย ผมเปึนรัฐมนตรีมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดวันละคน คนละวันมาคุยกับผมผมถาม จริงไหม เขาบอกจริง เปึนอย่างนี้จริง ๆ เหรียญทั้งหมด ๖๐๐,๐๐๐ เหรียญ เหรียญบูชา มวลสารมงคล กระทรวงมหาดไทยรับมาแล้วให้จังหวัดต่าง ๆ จังหวัดใหญ่ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ จังหวัดขนาดกลาง ๗,๐๐๐ เหรียญ จังหวัดเล็ก ๕,๐๐๐ เหรียญ ต้องการเงิน ๑๑๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้ได้เพียง ๒๗ ล้านบาท ถ้าคนเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยทําอย่างนี้ คนเปึนนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่รู้ ไม่ได้ครับ
ต่อมาก็มากรมปกครอง งบสมานฉันท์น้อยไป ทีนี้มาดูกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นบ้าง อธิบดีคนนี้ใส่วิก หน้าตาจําไม่ค่อยได้ละครับ จากสตูลมาชุมพร จากชุมพรไปขอนแก่น จากขอนแก่นมาเปึนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ นี่ ลาพักร้อนครับ นึกว่าจะกลับบ้านภาคใต้ ไม่ ไปเชียงใหม่ ไม่ไป ไปท่องเที่ยวพัทยา ไม่ไป หัวหินมีไหม ไม่มี ไปไหนท่านประธาน ไปที่ตําบลดงเหนือ อําเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ไปเขตเลือกตั้งครับ นี่ไปเสือกอะไร กับเขาด้วย แล้วงบปกครองท้องถิ่นแบนแล้วจัดแล้วไม่ให้ครับ ผมต้องปรับทุกข์มาตรงนี้ เปึนข้าราชการมันต้องมีหลักการ มันต้องมีความถูกต้อง ส่วนอธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นคนนี้จะมีหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ตอนพักร้อนแล้วเสือกไปในเขต เลือกตั้ง ผมถือว่าเสือกไปในที่ไม่ควรไป ท่านประธานครับ
ต่อมาก็กระทรวงยุติธรรมพอใช้ได้ครับ ให้งบเขาไปเถอะ แต่กรมราชทัณฑ์ น้อยไป กรมสอบสวนคดีพิเศษน้อยไป ต้องเพิ่มให้เขาครับ เขาจะได้มีศักยภาพลงไป ทํางานในพื้นที่ภาคใต้ เขาจะได้มีศักยภาพดําเนินคดีกับนักการเมือง เขาลือกันนะว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบ ดีเอสไอ (DSI) แต่ผมไม่ทราบ เขาลือกันต่อว่ากรมนี้เขาไม่ดูดําดูดี เพราะไปสอบสวนเรื่อง กทม. เรื่องฮั้ว ๖-๗ โครงการ ผมไม่คาดคิดว่านายอภิสิทธิ์จะรับรู้ แต่เขาลือกันอย่างนั้น
ต่อมาก็สํานักงานคณะกรรมการปัองกันการปราบปรามทุจริตในภาครัฐ ให้เขาไป ๑,๗๙๙ เศษนิดเดียว น้อยไป หน่วยงานนี้ เวรี่ อิมพอร์เทนท์ (Very important) มีความสําคัญมากต้องเปึนหน่วยงานปราบปรามการทุจริต แล้วต้องไปตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ง. ว่าลูกสะใภ้ใครรับเงินเข้าบัญชี ธุรกิจไม่มี เงินเดือนไม่มี รับ ๒๐ ๒๖ ๔๖ เอาออก ๒๖ ไปซื้อที่ ๑๕ ล้านบาท แล้วบอกว่า ๕,๗๐๐,๐๐๐ บาท ไปทําสัญญาที่ไหนครับ ที่หน่วยราชการ ตรงนี้แหละถ้านายอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีที่จะปราบปรามการทุจริต จริงได้ อภิสิทธิ์ ต้องให้ ป.ป.ช. แล้วก็ต้องเอางบฉุกเฉินมาให้เขา ป.ป.ช. ให้ไปอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แปลงงบ แล้ว ป.ป.ช. ต้องจัดงบลับให้เขาเพราะเขามีหน่วยงานไป สืบสวนสอบสวนก่อนเหตุเกิดถ้าเขาสงสัย เขาจะได้มีเงินใช้ นี่ให้น้อยไป
ต่อมากระทรวงแรงงาน ผมไม่ขัดข้องแต่ว่าต้องคิดหาตลาดแรงงานบ้าง ให้กระทรวงการต่างประเทศไปหาไม่มีละครับ เพราะอ้ายหมอนี่ชอบทะเลาะกับเขา
ต่อมามาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการดีมาก จัดไปเถอะครับ ผมสนับสนุน งบฉุกเฉินของท่าน ถ้ายังไม่พอ กระทรวงศึกษาธิการเอาตรงนั้นไปให้เขา ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปเผลอพูดสิว่าเรื่องการศึกษากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่มีหรอกครับ นี่ไอเอ็มเอฟมีชีวิตชีวา เขาจะร้องไห้ ๓ คืน ๗ วัน นักเรียนออกซฟอร์ดเศรษฐศาสตร์พูด อย่างนี้ได้อย่างไร คนฟังท่านก็ปรบมือจัง ก็ตั้งใจปรบมาจากบ้าน พูดผิดก็ตบ พูดถูกก็ตบ ไปพูดได้อย่างไร จะเปึนเวลแฟร์ เก็บภาษีได้เท่านั้นเท่านี้
ต่อมาก็สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตรงนี้ให้เขาน้อยไป ต้องเพิ่มให้เขา หรือ เห็นว่าตํารวจเกียร์ว่าง หรือเห็นว่าตํารวจสโลว์ ดาวน์ (Slow down) ก็เขาไม่ชอบพวกท่านครับ แต่จะไปทําอย่างไรได้ เขาบอกว่าเปึนรัฐบาล ๒ มาตรฐาน เขาทําตัวลําบาก เขารู้วันหนึ่ง มันมีการเปลี่ยนแปลง แล้วเขาจะทําอย่างไร ถ้ารับใช้ท่านไว้ ตรงนี้ให้เงินเขาไปเถอะ แผนงานปัองกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ๕๙๙ ล้านบาทน้อยไป ท่านต้องเพิ่ม สํานักงาน ปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ๑๘๑ ล้านบาท นี่ให้แบบเสียไม่ได้ ต้องเพิ่มเติมให้ คณะกรรมการปัองกันปราบปรามการฟอกเงิน ผมอยากจะบอกท่านประธานนะครับว่า สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๑๖๐ ล้านบาท เสียของ ริบคืน ใครเปึนพวก โอ๊ย โพรเทคท์ (Protect : ปัองกัน) ดูแล ถูกละเมิดสิทธิ ถ้าใครไม่ใช่พวกมองไม่เห็น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ๑๖๐ ล้านบาท เสียของ อย่าไปให้นะครับ ไม่ได้เคยมี ผลงานอะไรเลย นอกจากด่านักการเมืองที่ตัวเองไม่ชอบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึน ฝ์ายค้าน ๗ ตุลาคม เมื่อป้ ๒๕๕๑ มีการสลายม็อบข้างหน้า นายอภิสิทธิ์ร้อง สอบปัูบ รู้หมด รู้หมดว่ารัฐบาลชุดผมละเมิดสิทธิมนุษยชน พอพวกผมร้องไปบ้าง เงียบ ไม่พูด เพราะนายอภิสิทธิ์พวกกันอย่างไร เพราะฉะนั้น ๑๖๐ ล้านบาทนี่เสียของ ท่านประธาน ช่วยปรึกษากับพวกผมให้ยุบไปเถอะ ไร้สาระ ฝรั่งบอก นอนเซนส์ (Nonsense : สิ่งที่ไร้ สาระ) ไร้สาระ
ต่อมาอีกอันหนึ่งสํานักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๑๙๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่ฮาร์ท แอนด์ เชียร์ (Heart and cheer) ก็มันเปึนสภา ที่ไม่เคยใครปรึกษา ใครปรึกษาสภานี้ เสนอมารัฐบาลทุกชุดเขาอ่านไหม สมัยรัฐบาลพวกผม เสนอ โยนทิ้ง ไปให้เท่าไรครับ ให้ ๑๙๘ ล้านบาท อย่าไปให้เลยครับเสียของ
ต่อมาสุดท้ายเลยนะครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ผมวิเคราะห์ นี่ผมไม่ได้วิเคราะห์เพราะเกลียดนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ ผมวิเคราะห์เพราะว่าเขาแถลง นโยบายเอาไว้ ผมวิเคราะห์งบประมาณโดยสังเขป ผมวิเคราะห์ ๓๔ มาตรา ผมเอา ๓ ส่วนมาดู แล้วผมก็ดูวัตรปฏิบัติของรัฐบาล เมื่อผมดูแล้วผมรู้ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เอาเงิน ไปเข้าพกเข้าห่อ จะเอาไปบริหารราชการบ้านเมืองเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ แต่การจัดทํางบประมาณไร้ระบบ หมดระเบียบ ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ๑. เหตุที่ผมพูดอย่างนี้เพราะตั้งงบประมาณโดยมีงบรายจ่ายประจํา ๘๔.๕ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๑๕.๕ จะเอางบที่ไหนไปลงทุน นายอภิสิทธิ์เปึนรัฐบาลเห็นแก่ตัว โดยไม่จัดทํางบประมาณที่ตรวจสอบได้ แต่กลับไปออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปออกพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีดีเทล ไม่มีรายละเอียด ไม่มีแผนแม่บท ไม่มีแผนปฏิบัติ ถึงแม้จะรู้ว่าเอาไปบริหารราชการบ้านเมือง แต่มันผิดที่ ผิดทาง ซ้ําร้ายกว่านั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังไม่เข้าใจ คําว่า รัฐสวัสดิการ ยังไม่เข้าใจคําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ ยังมีอีกคําหนึ่งถึงการลงทุนของ คนต่างชาติ และคนในประเทศไทย ใน ๔๓ โครงการ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมย้ํากับ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าพวกผมก็ห่วงเรื่องแบด โพซิชั่น พวกผมก็หวังเรื่องมลภาวะ และที่สําคัญที่สุดจัดงบประมาณแบบไม่มีกาละ ไม่มีเทศะ ไม่ได้ดูรายได้ภาคเอกชน อวดดี ถือเด่น ขายภาพโดยปราศจากความรู้ความสามารถ ที่คําว่า ขาดกาลเทศะ ไม่รู้จักวินัย ทางการเงินและการคลัง เพราะพฤติกรรมต่าง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีประพฤติปฏิบัติเอาไว้ ท่านจะชี้แจงผมหรือไม่ สิทธิของท่าน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยึดหลักในสภาก็คือว่า นายกรัฐมนตรีพูด ผมอภิปราย นายกรัฐมนตรีตอบ ผมไม่เถียงเสียเวลาท่านก็ชี้แจงไป คนฟังทางบ้านเขาจะตัดสินใจได้ คนทางบ้านเขาจะรู้ว่า เอ๊ะ ของใครดีกว่ากัน ผมย้ํา อีกครั้งหนึ่งเม็ดเงินที่รัฐบาลชุดนี้ได้กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และงบกลางป้ไปแล้ว และ งบรายจ่ายประจําป้นี้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ลงถึงรากหญ้า ไม่ได้เน้นการเกษตร ผมจะบอกท่านประธานก่อนจบคําอภิปราย พรรคเพื่อไทยได้กระทําการศึกษา เกษตรทะเลทราย โดยเอาประเทศอิสราเอลมาเปึนโมเด็ม (Modem) หลังสงครามครูเสด รบกัน ๕๐๐ ป้ อิสราเอลเสียประเทศ ไปอยู่ที่โน่นที่นี่ในมุมโลกกับมาใหม่มาซื้อประเทศคืน เขาทําเกษตรเรียกว่า เกษตรทะเลทราย ประเทศอิสราเอลมีพื้นที่เท่ากับจังหวัด นครราชสีมา เขามีน้ําจืดแค่ทะเลสาบกาลิลีเท่ากับบึงบอระเพ็ด หรือกว๊านพะเยา เขาผลิตผลิตผลการเกษตร เขามีสหกรณ์เรียกว่า คิบบุตซ์ เรียกว่า ไฟฟี ฟ่งเกอร์ เขามี ผลิตผลการเกษตรขายไปทั่วโลก ขณะนี้อิสราเอล เขาทําแล้วเขามีเศรษฐกิจดี เปึน ๑ ใน ๕ ของโลก พรรคเพื่อไทยกําลังศึกษาผมเน้นเปัาหมายภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ผู้แทน ๑๓๖ มีที่ดิน ๑๐๕ ล้านไร่ เศษ ๓๓๕,๐๐๐ ถ้าทฤษฎีเกษตรทะเลทรายของพรรคเพื่อไทยสําเร็จ เราจะขายเปึนนโยบาย เราจะบอกประชาชนคนไทยเลือกตั้งรอบหน้า พรรคเพื่อไทยจะมา ล้างหนี้ ใครเปึนหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท พักหนี้ ๕ ป้ เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ปรับระยะเวลาชําระหนี้ล้างหนี้ประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประชาชน แล้วเอาความสุข ที่เคยได้รับกลับคืนมาการเมืองมันต้องสู้กันด้วยนโยบาย การเมืองมันต้องสู้ด้วย สติปัญญา ผมฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีคือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่าน ยังกําลังคิดสนุก เอาโฆษกประจําตัวออกมากระแหนะกระแหนด่าท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ด่าผม ดูหมิ่น ดูแคลน เดี๋ยววันหนึ่งผมมีความรู้สึกจะด่าพวกท่าน เจ็บ ๆ ท่านจะรับไม่ได้ เอากันด้วยงานเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะเห็น ผมมีไมตรี ตลอด ผมไม่เคยวิจารณ์อะไรเกินขอบเขต ผมไม่เคยพูดจาก้าวร้าว ไม่เคยกระแทกกระทั้น เมื่อไม่มีโอกาส ถ้าทํางานในสภาผมต้องทําหน้าที่ของผม ไปพบกับในงานบวช งานบุญ งานเผาศพ ผมยังยืนตรงโค้งท่านนายกรัฐมนตรี นี่คือมารยาทของพวกผม ถ้าเปึนพวกท่านแล้วผม เปึนนายกรัฐมนตรี ผมพูดได้เลยท่านไม่โค้งหรอก เพราะพวกท่าน ดิทเชอะ แดน แอนนี่ บอดี้ (Ditcher than any body) ดีกว่าคนอื่น ผมยืนตรงครับแล้วท่าตรงผมดีกว่าสุเทพด้วย ตอนพอผมโค้งนายกรัฐมนตรีนิ้วทั้ง ๕ ผมเรียงชิดติดกัน นิ้วกลางแตะตะเข็บกางเกง นะครับ ผมโค้งควับ พอสุเทพออกไปโค้งเหมือนกันแต่กํามือ เพราะอะไรครับ เขาไม่เคยมี เครื่องแบบ
และสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ด้วยว่า เงินกํานันผู้ใหญ่บ้านเมื่อไรจะขึ้น ผมบอก ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตรกํานัน ผู้ช่วย ๔,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ทําไว้ให้เสร็จ ไม่เอาครับ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาหรือเปล่า ไม่มาอยู่ที่ไหน บุญจง รับน้ําใจมาลัยจาก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม เอาไป บุญจงต้องเมนเทน (Maintain : ดูแลรักษา) ต้องยึดเอาไว้การคงอยู่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ต้องให้ กํานันเขาได้ทําหน้าที่ ผมไม่ได้เปึนกํานัน ท่านประธานเปึนกํานัน แต่ปู์ผมเปึนกํานัน ตําบลบางบอนคนแรก เลือดสายปกครองมันเข้มข้นมันเฉียบขาด อย่าไปกลัวสํานักงานปลัด อย่าไปกลัวรัฐบาล อยู่ไม่ได้มาทางนี้ รอบนี้มาไม่ได้ออกมาเขายุบสภาเลือกตั้งใหม่ กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ก็ยังได้ ผมไม่ขัดข้อง เรียมเอ๋ย ขวัญยังคิดถึงเรียมอยู่ ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าทํางานไปด้วยดีอย่ามา ทํางานไป ถ้านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทํางานให้บ้านเมืองดี ผมก็ดีใจ ถึงแม้ท่านได้ไปแบบไม่สง่างามแต่ท่านก็มาจากการเลือกตั้ง ท่านต้องเดินไป เคาะประตูบ้าน ท่านต้องไปปราศรัยเหมือนผม ท่านต้องไปเหนือ ท่านต้องล่องใต้ รอบต่อไปจะประกาศจะรู้ว่าพรรคการเมืองพรรคไหนจะได้ใจพี่น้องประชาชน ผมไม่ตําหนิ นโยบายประชานิยมที่ท่านเอาไปใช้ ท่านเอาไปใช้มีสิทธิ เอาของดีไปใช้ มีสิทธิแต่ท่าน อายหน่อย เพราะด่าเขาไว้เยอะ ๓๐ บาทตายทุกโรค พักหนี้ สูญหนี้ เกษตรกรมีเงินกองทุน หมู่บ้าน มาผลาญ เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล โอทอป วันทักษิณ วันพจมาน พวกท่านพูดได้ ถึงขนาดนั้น โอทอป โอ ก็ วัน ที ก็ ทักษิณ โอ ก็ วัน พี พจมาน ท่านพูดกันได้ถึงขนาดนั้น แล้ววันนี้เปึนอย่างไรครับ แอบหัวเราะใต้โต๊ะกลัวเขาจับได้ลอกเลียนแบบเขามาหมด ผมจะบอกกับท่านประธานว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลลอกเลียนแบบจาก พรรคไทยรักไทยเดิมแต่สถานการณ์มันแตกต่าง สถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้มันไม่เหมือน เมื่อป้ ๒๕๔๐ มันไม่เหมือนกับป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ประเทศคู่ค้าอเมริกา ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเขาไม่ได้รับผลกระทบ เขายังมีกําลังซื้อ ภาคการผลิตของเรายัง ขายได้ ป้นี้ขณะนี้วิกฤติเศรษฐกิจอเมริกาไม่มีกําลังซื้อเขาไม่ซื้อ จีนเขาซื้อในประเทศ ยุโรปเขาก็ไม่เอา เราผลิตแล้วเราขายไม่ได้มันต้องทบทวนต้องกรอหนังกลับว่าผลิตสินค้าใด ขายในประเทศ ต้องค่อยเปึนค่อยไปต้องเน้นท่องเที่ยว รัฐบาลไม่ เศรษฐกิจขาลงแก้ อย่างนี้ได้แต่เศรษฐกิจตกถึงพื้นแก้ไม่ได้ เศรษฐกิจขาลงเปึนรูปตัวแอล แต่เศรษฐกิจ ขณะนี้เปึนรูปตัวไอ งบประมาณที่เสนอมาทั้งหมดเอาไปใช้ผมไม่ขัดข้อง แต่ดูแล้วจัด ไม่เข้าที่จัดไม่เข้าทาง เอาไปอยู่กับนายกรัฐมนตรี ๓๙,๐๐๐ ล้านบาทเขาเรียกว่า งบหาเสียง ผมกําลังคิดครับว่าอาจจะงดออกเสียง จะปรึกษากับพรรคพวกเพราะเปึนการจัด งบประมาณโดยข้าราชการประจําทํา เปึนการจัดงบประมาณแบบใช้ไม่ได้ เปึนรัฐบาล ไม่มีสติปัญญา เปึนทีมเศรษฐกิจที่ไม่มีระดับและที่สําคัญที่สุดคนเปึนหัวหน้ารัฐบาล ไม่เข้าใจคําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เข้าใจคําว่า รัฐสวัสดิการ ผมอาจจะต้องงดออกเสียง ขอบคุณสมาชิกครับ ใช้เวลาเกินไป ๒๐ นาที ขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผมได้ อภิปราย ผมไม่ขอบคุณรัฐบาลเพราะหน้าที่ของท่านที่ต้องมานั่งฟัง ก็มาเอาเงินจากสภา คิดไปเถอะทําไปเถอะ ถ้าแก้ปัญหาปักษ์ใต้แบบนี้ ขณะนี้ต้องใช้หัวเดินต่างเท้าถึงจะ แก้ปัญหาสําเร็จ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ไปทานน้ําก่อนนะ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านสมาชิกที่เพิ่งได้ อภิปรายไปพูดเหตุผล ๑๓ ประเด็นแล้วก็วิเคราะห์งบประมาณหลายหน่วยงานซึ่งผมคง ไม่ประสงค์ที่จะไปตอบในทุกประเด็น แต่ว่าจําเปึนที่จะต้องทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชน เพราะว่าท่านอาจจะไม่ปรารถนาที่จะฟังคําชี้แจงของผม ซึ่งถ้าท่านฟังก็ จะได้มีความชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นตรงกับข้อเท็จจริง ตรงกับหลักวิชาการ แล้วก็ เปึนไปตามที่ท่านพูดหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวม สักนิดหนึ่งนะครับ ที่จริงท่านก็ไม่ได้เสนออะไรที่ชัดเจนที่บอกว่า งบประมาณฉบับนี้ มีปัญหา แต่ก็อภิปรายในลักษณะของการอภิปรายทั่วไปในประเด็นซึ่งความจริงพวกเรา วันนี้ก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้งหลายหน แต่ว่าขอทําความเข้าใจเพื่อความถูกต้องนะครับ ท่านผู้อภิปรายบอกว่า นโยบายรัฐบาลไม่กระตุ้นเศรษฐกิจในหลาย ๆ เรื่อง เช่น บอกว่า ถ้าจัดงบประมาณเพิ่มแล้วไปเก็บภาษีด้วย แปลว่าไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จริงไม่ใช่นะครับ ไปอ่านตําราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกก็ได้ครับ การเพิ่มทั้งงบประมาณและเพิ่มทั้งภาษี โดยเฉพาะถ้าเพิ่มภาษีน้อยกว่าอย่างไรก็เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมขี้เกียจอธิบายครับ ว่าตามหลักวิชาการความจริงถ้าเพิ่มทั้งสองอย่างเท่ากันเขาก็ถือว่าเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่ว่ามันจะเปึนเรื่องที่อาจจะสลับซับซ้อนเกินไป แต่เอาง่าย ๆ ก็คือรัฐบาลได้ จัดเงินงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจัดเก็บภาษีเข้ามานี่ครับเรามองว่า เปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เงินที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชนจะเปึนในเรื่องของการ จัดโครงการเรียนฟรี ซึ่งมีการจ่ายเงินสดออกไปเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนในเรื่องของ เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เงินที่เปึนเรื่องของเช็คช่วยชาติ เงินที่เปึนเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ไปตรวจสอบเถอะครับว่าในช่วงตั้งแต่มีการจ่ายเงินออกไปเดือนเมษายนเปึนต้นมา เงินเหล่านั้นถูกนําไปใช้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น แล้วก็ที่บอกว่าไม่มีที่ไหนที่ยอมรับ ว่าการจัดงบประมาณเพื่อการศึกษาและเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ครับ ผมก็อยากจะ บอกว่าการให้เงินสดไปแบ่งเบาภาระท่านผู้ปกครองเปึนการเพิ่มกําลังซื้อ ไม่ต้อง นักเศรษฐศาสตร์หรอกครับ ใครก็มองออกว่าเงินอย่างนี้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง ชัดเจน เพราะฉะนั้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าเมื่อวานนี้และ เมื่อคืนก่อนก็ได้มีการพูดกันชัดเจนว่า เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ลงไปได้มีส่วนช่วย ในการประคับประคองให้การหมุนเวียนในเศรษฐกิจดีขึ้น แล้วก็มีตัวชี้วัดตัวบ่งชี้อีกหลายตัว เช่นเดียวกัน ทําความเข้าใจอย่างนั้นละครับ
ส่วนประเด็นที่ท่านย้ํานักย้ําหนาก็ไม่ทราบไปอ่านตําราจากไหนนะครับ บอกว่าผมไปพูดว่าสิ่งที่เราทําเพื่อเปึนการช่วยเหลือ จะเปึนลูกหลานเรา เรื่องการเรียนฟรี จะเปึนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อย่างไรก็ไม่มีทางเปึนรัฐสวัสดิการ เพราะท่านบอกว่าจะเปึน รัฐสวัสดิการได้ ค่าใช้จ่ายต้องเก็บภาษีแล้วเอามาใช้ตรงนี้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ผมก็ไม่ทราบตําราไหนนะครับ แต่ถ้าเปึนตําราที่ท่านใช้ละก็ ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนครับ ที่เปึนรัฐสวัสดิการ เพราะว่าที่สูงสุดและเปึนที่ยอมรับอยู่แล้วก็คือสแกนดิเนเวียนะครับ ตัวเลขของการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการและการเก็บภาษี อยู่ประมาณ ร้อยละ ๓๘ ครับ อย่างประเทศเกาหลีอยู่ ร้อยละ ๑๑ ประเทศญี่ปุ์น ร้อยละ ๑๘ สหราชอาณาจักร ร้อยละ ๒๕ สหรัฐอเมริกา ร้อยละ ๒๐ เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบนะครับ ว่าท่านเอาเกณฑ์อะไรมาพูด แต่ว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่า สิ่งที่รัฐบาลกําลังทํา กําลังปูทางไปสู่รัฐที่ยอมรับศักดิ์ศรีความเปึน มนุษย์ และการให้สิทธิขั้นพื้นฐานกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มากมาย ไม่สะใจอย่างที่เราอยากจะเห็นละครับ เพราะตระหนักดีว่าเราไม่ใช่ประเทศที่ ร่ํารวย แล้วก็จัดเก็บรายได้ไม่ได้มากนัก แต่ก็คิดนะครับว่าเด็กทุกคนเกิดมาก็ควรจะได้รับ การส่งเสริมในเรื่องของการศึกษา มีเรื่องอุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน ตําราเรียน มีอาหารกลางวัน มีนมให้ดื่ม เติบโตขึ้นมา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ไม่พอ หรอกครับ แต่อย่างน้อยก็เปึนการสะท้อนถึงความกตัญ็ูของสังคมไทยที่พึงจะมีกับ ผู้สูงอายุของเราทุกคน และผมก็ตั้งใจว่าเงินงบประมาณเหล่านี้เปึนเงินงบประมาณซึ่งจะ ถูกใส่ไว้ แล้วก็จะเปึนโครงสร้างของงบประมาณตลอดไปครับ ไม่ได้ทําชั่วครั้งชั่วคราว ทํา ๖ เดือน ทํา ๑ ป้ หรือ ๒ ป้ และก็วางโครงสร้างของงบประมาณอย่างนี้ไว้ดังที่จะเห็น ว่าเงินงบประมาณเหล่านี้เราจะไม่ผลักไปอยู่ในส่วนของเงินกู้ เพราะจะทําให้นโยบาย งบประมาณจากนี้ไปเราเปึนรัฐที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ อย่างชัดเจน และแม้ในภาวะที่เรายากลําบากที่สุด ก็คือ อย่างเช่นป้นี้ภาษีหายไปเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถ ที่จะดูแลคนเหล่านี้ด้วยมาตรฐานอย่างนี้ได้โดยใช้เงินงบประมาณอยู่ในขอบเขตของ กฎหมาย ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ครับ ส่วนการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยากจะเห็นนั้น เราก็ใช้เงินส่วนที่เหลือบวกไปกับมาตรการไทยเข้มแข็งที่อยู่ใน พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ ค่าใช้จ่ายประจําเพิ่มขึ้นมาท่านบอกว่า อย่างนี้จะพังพินาศ จะหายนะ ผมก็บอกว่า ค่าใช้จ่ายประจําที่เพิ่มขึ้นมานี่ก็มาจากค่าใช้จ่ายตรงนี้หลายส่วนครับ เรื่องการศึกษา เรื่องเบี้ยยังชีพ พร้อม ๆ ไปกับการรักษาในเรื่องของมาตรฐานค่าตอบแทนที่พึงมีต่อ ข้าราชการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคนที่มาช่วยงานรัฐอย่างกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่ง รัฐบาลนี้เปึนคนที่จัดเงิน จัดงบประมาณให้ ในขณะที่ในอดีตที่ผ่านมาพูดแต่ว่าจะขึ้น เงินเดือนให้ แต่ไม่จัดเงินไว้ แม้กระทั่งในภาคใต้ก็เช่นเดียวกันครับ มีมติเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย แต่ก็ไม่จัดเงินไว้ รัฐบาลนี้ก็ต้องเข้ามาเพื่อดําเนินการทุกอย่างให้เข้าไปสู่โครงสร้าง เพราะฉะนั้นงบประจําจึงเพิ่มเติมขึ้นมา แต่เพิ่มไม่มา ถ้าดูสัดส่วนการเพิ่มอัตรา การเติบโตเทียบกับป้ที่แล้ว ๆ มา เพิ่มค่อนข้างน้อยด้วยซ้ํา เพราะเราก็ไปดําเนินนโยบาย ในการที่จะให้ทุกหน่วยราชการได้ปรับลดงบประมาณที่ไม่จําเปึนที่เปึนงบประจํา เพื่อเป่ด โอกาสให้เราสามารถที่จะลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับ ประชาชนและประเทศชาติได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนให้เห็นในภาพรวม ว่าที่ท่านวิเคราะห์ในเชิงโครงสร้างต่าง ๆ มันไม่ได้เปึนอย่างที่ท่านพูด และรัฐบาลก็มี เปัาหมายที่ชัดเจน แล้วก็ได้จัดงบประมาณที่ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ ทีนี้งบประมาณ ตัวหนึ่งซึ่งผมแปลกใจมาก ท่านโจมตีเสีย ๆ หาย ๆ ใช้ถ้อยคํารุนแรงมากว่ามีการจัดเงิน งบกลาง เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๓๘,๓๓๓.๑ ล้านบาท แล้วก็บอกว่า เปึนงบหาเสียง เปึนงบที่จัดโดยไม่มีรายละเอียด เปึนงบที่ท่านบอกว่าจัดโดยไม่มี ความละอาย ผมกราบเรียนนะครับ ถ้า ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทมันเปึนอย่างที่ท่านว่า แล้วป้ที่แล้วตอนท่าน อยู่ทําไมท่านจัดไว้ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ย้อนกลับ ไปดูบ้างล่ะครับว่าเงินยอดนี้คือเงินที่มาอนุมัติช่วยพี่น้องประชาชนเวลาเกิดภัยแล้ง เวลาเกิดน้ําท่วม เวลามีปัญหาที่มันฉุกเฉินจริง ๆ เช่น บางทีเราอาจจะต้องแก้ปัญหา พืชผลการเกษตร ผลิตผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ของพี่น้องประชาชนที่จําเปึนจะต้อง ได้รับการช่วยเหลือแทรกแซง แล้วมันไม่มีเงินอื่นที่จัดเอาไว้ ผมก็ใช้ในกรอบนี้ครับ ป้ที่แล้ว ที่ท่านจัดไว้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ เดือนผ่านไปท่านใช้ผูกพันไปแล้ว เหลือให้ผมแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไปแค่ ๓ เดือน น่าจะทราบครับ แล้วกรณีนี้ไม่เปึนเรื่องผิดปกติเลย เพราะว่าทุกยุคทุกสมัยจัดครับ แต่ท่านลืมไปหรือครับว่ามีอยู่ยุคหนึ่งช่วงหนึ่งที่อดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณจัดงบประมาณงบกลางอีกยอดหนึ่ง ไม่ใช่น้ําท่วม ภัยแล้งด้วยครับ ตั้งไว้ลอย ๆ เฉย ๆ เลยให้นายกรัฐมนตรีเปึนคนดําเนินการ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าผม จําไม่ผิด ผมถึงบอกว่าเสียดายนะครับ ท่านนั่งไม่ฟังอยู่ตรงนี้ ท่านอาจจะทราบก็ได้ว่า คําตอบจะเปึนอย่างไรจึงไม่นั่งอยู่ตรงนี้ แต่อย่าให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวกับ พี่น้องประชาชน ท่านจะฟังหรือไม่ เข้าใจหรือไม่ไม่สําคัญครับ แต่พี่น้องประชาชนมีสิทธิ ที่จะได้รับรู้รับทราบถึงแนวทางการจัดงบประมาณหลักการเหตุผลต่าง ๆ ที่รองรับ ซึ่งผม ขอยืนยันนะครับว่าเปึนไปตามแนวทางที่ผมได้กราบเรียนแล้วก็สอดคล้องกับกฎหมาย สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ มีการวิจารณ์นโยบายของรัฐบาล หลายเรื่องแล้วก็การทําหน้าที่ของผมอีกหลายกรณี ซึ่งก็เปึนความคลาดเคลื่อน เช่นเดียวกัน ก็ขออนุญาตใช้เวลาแต่ละประเด็นไม่นานครับ
๑. เรื่องนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรซึ่งรัฐบาลนี้ก็ยังทําอย่างเต็มที่ นะครับ แต่ท่านบอกว่าผมไปพูดถึงเรื่องนโยบายในอนาคตไม่อยู่กับปัจจุบันแล้วก็สับสน ในขณะที่บอกว่าไม่อยากจะจํานําพืชผลการเกษตรอีกแล้ว ทําไมไปอนุมัติให้มีการจํานําข้าว เพิ่มเติม ก็กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมพูดชัดว่าระบบการแทรกแซงพืชผลนั้นจําเปึน แน่นอน เพราะเกษตรกรก็คือคนจํานวนมากที่สุดของประเทศนี้และงบประมาณและ เงินนอกงบประมาณที่ใช้กันมา แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบันใช้มากที่สุดก็คือเรื่องพี่น้อง เกษตรกร แต่ระบบที่มันทํากันมาแล้วผมรับตกทอดมามันผิดเพี้ยนจริง ๆ ครับ คือ สมัยก่อนถ้าเขารับจํานําพืชผลทางการเกษตรเขาทําเพียงเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร มีทางเลือกว่าจะขายผลผลิตของตัวเองวันนี้ หรือจะรอให้ราคามันดีขึ้น ก็เอาไปฝากหรือ ไปจํานําไว้แล้วก็ได้ราคาที่ต่ํากว่าราคาตลาดเปึนการทยอยไม่ให้สินค้าเข้าสู่ตลาดเพื่อดึง ราคาขึ้น พอราคาขึ้นก็สามารถที่จะมาใช้สิทธิในการไถ่ถอนแล้วไปขายในราคาที่ดีกว่า ถ้าขายไปในวันแรก นั่นคือหลักคิดเรื่องการจํานําสมัยก่อนครับ แต่มาผิดเพี้ยนเอาป้ที่ผ่านมา นี่ครับคือไปตั้งราคาจํานําสูงกว่าราคาตลาด ก็ทําให้เกษตรกรต้องเอาผลผลิตของตัวเอง ล่ะครับเข้ามาสู่โครงการจํานําทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก็รับได้ไม่หมดครับ เพราะไม่มีสตางค์ ที่จะทําอย่างนั้น ก็กลายเปึนว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ซึ่งไม่สามารถเข้ามาสู่โครงการนี้ได้ เพราะโควตาเต็มนี่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยครับ ส่วนที่เอาเข้ามาได้ไม่จํานําหรอกครับ ขายขาดอยู่แล้ว รัฐบาลก็จะมีสินค้าเกษตรล้นสต็อก ตัวนี้ก็จะเปึนตัวที่มา ผมใช้คําว่า กองและก็ทับราคาในตลาด เพราะตลาดจะรู้วันใดวันหนึ่งรัฐบาลก็ต้องระบายสินค้าตัวนี้ ออกมาก็เปึนปัญหาต่อพี่น้องเกษตรกรในฤดูกาลต่อไป แล้วที่สําคัญก็คือว่า เวลา แทรกแซงกันมาก ๆ อย่างนี้ ผมก็บอกว่า มันเป่ดช่อง มันเอื้อให้เกิดการทุจริตได้ และเราก็ เห็นนะครับ เพิ่งเห็นในกรณีลําไยนี่ครับ ที่ในที่สุด สุดท้าย ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท เสียหมดครับ ทําปุิยยังไม่ได้เลยครับ ต้องทําลายแล้วเสียค่าใช้จ่ายอีก ๙๐ ล้านบาท ผมก็พูดว่าเราต้องเปลี่ยนจากระบบนี้ แต่ในขณะที่มีการจํานําพืชผลในฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งอยู่ผมจะไปเลิกกลางคันไม่ได้ครับ อย่างข้าวนาปรังนี่ครับ ที่มาขอขยายโควตามันเริ่มจํานําไปแล้วแต่ข้าวมันออกไม่พร้อมกัน ในแต่ละพื้นที่ ถ้าวันดีคืนดีโควตาเต็มแล้วผมบอกป่ด แล้วจังหวะที่ข้าวเพิ่งออกละครับ เขาจะทําอย่างไร ผมก็บอกว่าอันนี้โครงการนี้ทําอยู่แล้ว จะเปึนผมหรือจะเปึนท่านรอง กอร์ปศักดิ์ ก็เพียงแต่บอกว่าที่ทําอยู่ก็ทําให้มันครบฤดูกาลครับ โควตาเต็มก็ขยายโควตา แต่เวลาไม่ขยาย แล้วก็เดินหน้าทําระบบใหม่ทันทีครับ ไม่ใช่พูดเฉย ๆ มันสําปะหลังนี่เปึน มติ ครม. ไปแล้ว และขณะนี้ก็กําลังเร่งรัดกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ให้ไปทํา ในส่วนของข้าวและก็พืชผลตัวอื่น ๆ อันนี้ท่านจะได้เข้าใจ ไม่ใช่ว่าพูดอย่างทําอย่าง หรือว่ามีความสับสนในแนวทางของการแก้ไขปัญหา ขณะนี้เราก็เดินหน้าในการทําความ เข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรถึงระบบใหม่ที่จะนําเข้ามา แล้วก็จากฤดูกาลต่อ ๆ ไปก็ตั้งใจว่า จะไม่มีการมาใช้ระบบจํานําในราคาสูงกว่าตลาดอีกต่อไปแล้ว ถ้าจะมีจํานําต้องต่ํากว่า ราคาตลาด เปึนเพียงทางเลือกให้พี่น้องเกษตรกรพักผลผลิตเอาไว้เท่านั้นเอง ไม่จําเปึนต้องขายในขณะที่ตลาดยังไม่ดี
ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดว่าผมสับสนไม่กล้าตัดสินใจรถเมล์เอ็นจีวี ต้องไป ศึกษาว่าทุจริต ไม่ทุจริต ไม่ใช่ไปเช่าหรือซื้อ ผมก็กราบเรียนอย่างนี้ว่าผมเปึนฝ์ายค้าน วันที่โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นมา มีการตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขไม่เหมาะสม เพราะวันนั้นมัน ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และผมก็เชื่อว่าสิ่งที่พวกผมทักท้วงมันมีเหตุมีผล จนทําให้รัฐบาลชุดที่แล้วจําเปึนต้องถอนโครงการกลับไปส่งให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สนั่นไปศึกษาใหม่ ก็ไปปรับลดโครงการเหลือ ๔,๐๐๐ คัน แล้วปรับลดงบประมาณจาก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเหลือ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณหรือ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ แต่ตัวเลขนี้มันยังเปึนที่โต้แย้งครับ ผมจําเปึนจะต้องตัดสินใจว่าแล้วเราจะ เดินหน้าต่อไปอย่างไร เพราะโครงการนี้ที่คิดค้นขึ้นมาจุดประสงค์หลักก็คือต้องการปฏิรูป รถเมล์และแก้ไขปัญหาของ ขสมก. ซึ่งขาดทุนซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านผู้อภิปรายไม่ได้พูดเลย ว่าในที่สุดอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและฝัืงธนด้วยว่าอยากจะมี รถเมล์ใหม่ไหม อยากจะมีรถเมล์ที่สะอาดไหม อยากจะมีรถเมล์ที่ใช้พลังงานที่ประหยัด ที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมไหม อยากได้รถเมล์ซึ่งมาวิ่งแล้วสามารถเชื่อมโยงกับขนส่ง มวลชน ระบบตั๋วที่ทันสมัยและอาจเชื่อมต่อได้ไหม อันนี้คือโจทย์ครับ แต่จะทําอย่างไร ก็ต้องไปศึกษาครับ และคนที่ผมเห็นว่าเหมาะสมก็คือคณะกรรมการสภาพัฒน์ครับ เพราะเขาเปึนผู้เชี่ยวชาญและมีความเปึนกลาง ถ้าผมส่งให้เขาศึกษาว่าทุจริตหรือไม่ สิครับเปึนเรื่องแปลก คนที่จะบอกทุจริตหรือไม่ก็ ป.ป.ช. ซึ่งจะเช่าหรือซื้อก็ตามก็ต้องไปดู อีกทีหนึ่งว่าตอนจัดซื้อจัดหามีการทุจริตหรือไม่ และถ้าทุจริตก็มีองค์กรอิสระจาก ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกที่นี่หรือตัวผมเองก็ต้องตรวจสอบ ผมไม่ได้ส่งเรื่องเอ็นจีวีไปให้ สภาพัฒน์เพราะผมบอกว่ามีการทุจริต เพราะถ้ามีการทุจริตไม่ต้องส่งสภาพัฒน์ครับ ก็ต้องไม่ทําเลยครับ แต่ขณะนี้โครงการมันยังไม่ได้เดินเปึนข้อเสนอขึ้นมาว่าจะทําอย่างนี้ เราก็ดูว่ามันเปึนข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือยัง เราก็ให้คนที่เขามีความเชี่ยวชาญไปศึกษาแล้ว กลับเข้ามาแล้วรัฐบาลจะตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจก็ต้องดูแลให้มีความโปร่งใสต่อไป แต่เปัาหมายยังเหมือนเดิมก็คือต้องปฏิรูปรถเมล์แก้ไขปัญหาให้ ขสมก. และพี่น้อง ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและธนบุรี ส่วนที่มากล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ก็สนใจแต่คนกรุงเทพฯ เพราะมีรถไฟฟัาสายนั้นสายนี้ ไม่ได้ดู หรอกหรือครับว่า เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านสภาไปนี่ เงินส่วนใหญ่ชนบททั้งนั้น ละครับ แหล่งน้ํา ถนนในชนบท รถไฟก็ไม่ใช่มีแต่รถขนส่งมวลชนข้างในนี้ มีรถไฟใน ต่างจังหวัด สถานีอนามัยครึ่งประเทศ แล้วก็โรงเรียนทุกโรงเรียนนะครับ พยายามจะทําให้ ดีที่สุดในเรื่องของการปรับปรุง จะเปึนห้องปฏิบัติการห้องสมุดหรือในเรื่องอื่น ๆ เพื่อ ยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในชนบท เพราะฉะนั้นเราต้องเอา ความจริงมาพูดกันครับว่า นี่คือแนวทางที่เราทํา ท่านพาดพิงต่อมาถึงเรื่องของภาษี และ บอกว่าที่ไปจัดเก็บภาษีน้ํามันทําให้เกิดปัญหาของแพง ผมก็กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า ขณะนี้ยังไม่มีการส่งต่อภาระของการเพิ่มภาษีน้ํามันไปให้พี่น้องประชาชนเลยครับ กระทรวงพลังงานก็ยืนยันอีกครั้งว่า ได้ใช้กลไกของกองทุนน้ํามันเข้าไปดูแลเรื่องนี้อยู่ แล้วก็ในขณะที่ท่านบอกว่าของแพง ๆ ท่านก็บอกตําหนิอีกว่า ปล่อยให้เงินเฟัอติดลบ ๕ เดือน ๖ เดือนจนเปึนเงินฝ๋ด ก็กราบเรียนว่าข้อเท็จจริงตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะฟัอง อยู่แล้วนะครับ ส่วนที่วิจารณ์ในเรื่องของโครงการ อย่างเช่น ต้นกล้าอาชีพ ต้นกล้าอาชีพนี่ ท่านบอกว่า แก้ปัญหาไม่ตรงจุดไม่ใช่คนไม่รู้จักวิธีการทํางาน เราไม่ได้คิดอย่างนั้นละครับ เราคิดว่าเวลาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ คนจํานวนหนึ่งตกงานหรือว่างงาน เพราะ สถานประกอบการของเขาหรือโรงงานของเขาผลิตสินค้าแล้วขายไม่ได้ ถามว่าวันนี้เราจะ หางานให้เขาที่มันตรงกับงานเดิมของเขาเปึนไปได้ไหมครับ ถ้ามันเปึนไปได้เขาไม่ตกงาน ตั้งแต่แรกครับ เพราะสิ่งที่เขาทําเขาจะมีตลาดมีอะไรอยู่ ก็ไม่ถูกเลิกจ้าง เราก็จึงเป่ด โอกาสให้คนเหล่านี้เขามาแสวงหาทักษะฝ้มือใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวเองเข้าไปสู่อาชีพใหม่ได้ และต้นกล้าอาชีพเขาทําสิ่งนี้ เดือนแรกอาจจะต่ํากว่าเปัาครับ แต่เดือนที่สองเปึนมา เปึนไปตามเปัาหมายทุกประการ ฝ๊กไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ คนบ้างอะไรบ้าง มีที่จะช่วย โรงเรียนด้วยในการฝ๊กเด็กอีกจํานวนหนึ่งไปทํางานธุรการในโรงเรียน แล้วรัฐบาลก็มีมติ ครม. ตอนนี้อนุมัติต่อไปว่าจะมีการจ้างช่วยการทํางานธุรการในโรงเรียน เพื่อคืนครูให้ นักเรียน ก็เปึนประโยชน์เปึนไปตามเปัาหมายและเปึนไปตามเปัาหมายและขณะเดียวกัน ก็มีส่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนและกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย ส่วนกรณีปัญหาที่ เกิดขึ้นที่มาบตาพุด หรือในเรื่องของสิ่งแวดล้อม กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ปัญหาที่ เกิดขึ้นขณะนี้มีผลสืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ครับ ที่ยังสร้างความสับสน ให้กับนักลงทุนภาคเอกชนแล้วก็หน่วยราชการอยู่ เพราะว่าในมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ กําหนดให้การดําเนินโครงการต่าง ๆ ต้องผ่านกระบวนการของการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน มีการประเมินเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยมีเรื่องขององค์กรอิสระด้าน สิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ด้วย ตรงนี้ครับ กําลังหาข้อยุติในทางกฎหมายเพื่อไม่ให้มีปัญหาเปึน คดีขึ้นศาลปกครองละครับ พูดง่าย ๆ หรือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็กําลังเร่งแก้ไข เอกชนก็ เข้าใจขั้นตอนในการทํางานตรงนี้ เพราะแนวทางการทํางานของผมนั้นเป่ดโอกาสให้ เอกชนเข้ามาร้องเรียนปัญหาได้ ผ่าน กรอ. และผ่านเวทีอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ก็กําลังแก้ไขปัญหาของนักลงทุนต่าง ๆ ตรงนี้พร้อม ๆ กันไปในตัว
ส่วนประเด็นนโยบายทางด้านอื่น ๆ นะครับ อย่างเช่น ปัญหาภาคใต้ ความจริงผมชี้แจงไปแล้วรอบหนึ่งแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็คงจะได้มีการใช้สิทธิในเวลาที่เหมาะสมต่อไป
มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องยาเสพติด ผมยอมรับครับว่าวันนี้เปึนงานที่ผมยัง ไม่พอใจ ต้องทํามากกว่านี้ แต่ถามว่าที่ทํามาทําไม่จริงจัง ทําไม่ได้ผลเลยหรือเปล่า ผมก็ อยากจะกราบเรียนว่า
ประการแรก เราได้มีการบูรณาการงานทางด้านนี้เอา กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) เข้ามารับกับ ป.ป.ส. (สํานักงานคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) ในการดําเนินการ ทํางานทั้งทางด้านการปราบปราม และการปัองกันพร้อม ๆ กันไป ภายใต้งบประมาณที่จํากัด แต่ภายใต้งบประมาณที่จํากัด ตั้งแต่ผมประกาศนโยบายเรื่องนี้ในเดือนมีนาคมต่อเนื่องมาถึงเดือนพฤษภาคมนั้นเทียบ กับป้ที่แล้วการจับกุมยาเสพติดนั้นเพิ่มขึ้น ถ้าเปึนจํานวนรายเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙ ถ้าเปึน ของกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๒ ครับที่ยึดได้ นั่นหมายถึงว่าเราจับรายใหญ่ด้วยครับ โดยไม่ไปฆ่าตัดตอน โดยไม่ไปละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ละเมิดสิทธิมนุษยชนของ พี่น้องประชาชนซึ่งหลายคนเปึนผู้บริสุทธิ์และเปึนเหยื่อของสงครามยาเสพติดอย่างที่ ไม่ควรจะเปึน แล้วก็เปึนคดีความจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางการทํางาน แต่อย่างที่ผมกราบเรียน ผมทราบความทุกข์ของพี่น้องประชาชนเรื่องนี้ ยังร้องเรียนเข้ามา โดยตลอดว่าปัญหายาเสพติดยังเปึนปัญหาที่หนักหน่วงและเราก็จะต้องมีการปรับปรุงให้ ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหาซึ่งยังมีเสียงร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างมากว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งเปึนเรื่องที่เรายอมไม่ได้ ผมเองได้ปรารภเรื่องนี้ กับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปอีกครั้งหนึ่ง มีการจัดการประชุมแล้วก็จะเข้มงวด กวดขันเพื่อทําเรื่องนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า เหตุผลในการจัดงบประมาณงานต่าง ๆ ที่ได้มีการสนับสนุนทางด้านเงิน ต่าง ๆ เข้าไป จะเปึนเงินงบประมาณหรือนอกงบประมาณนั้น มันมีความชัดเจนอยู่ในตัว ส่วนการหารายได้นี่ ที่จริงผมก็พูดเกือบทุกวันแหละครับ ท่านจะฟังหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ว่าที่ท่านพูดในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ท่านพูดในเรื่องของการปรับโครงสร้างทาง การเกษตรอะไรทั้งหลายนี่ ล้วนแล้วแต่เปึนสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้ว แม้กระทั่งเรื่องอิสราเอล ที่ท่านกําลังจะชูเปึนประเด็นใหญ่นี่ ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พูดเรื่องนี้ตั้งแต่ เปึนอยู่ใน ครม. เงา แล้วก็ทําเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว แล้วก็จะกําลังดู เพื่อทําในเรื่องของโครงสร้างของพี่น้องเกษตรกรที่จะรวมตัวกัน แล้วก็ใช้ประโยชน์จาก โครงการในลักษณะอย่างนี้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ภายใต้ข้อจํากัดทาง การเงินการคลัง สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก หลายอย่างที่จัดงบประมาณ ไม่ต้องถาม ท่านละครับ ถามผมก็ไม่ถูกใจ แล้วไม่มีทางพอใจ สะใจได้แน่นอนแหละครับ เงินอีกหลายอย่าง ที่ผมอยากจะสนับสนุนไป ก็เปึนช่วงที่เรายังคงต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง มีเรื่องของ โครงการไทยเข้มแข็งเงินกู้เข้ามา ผมไม่ไปท้าทายอะไรท่าน แล้วผมก็ไม่ไปพูดจา ในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามท่านครับ ก็ยังนึกขอบคุณว่าท่านบอกว่าพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งซึ่งไม่ค่อยชอบใจผม เห็นผมทางโทรทัศน์ก็กดรีโมทหนี ที่นึกดีใจเพราะว่าในอดีต มีหลายคนที่เปึนรัฐมนตรีแล้วโผล่ทางโทรทัศน์ชาวบ้านไม่ใช้รีโมทครับ ใช้อย่างอื่นครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงข้ออภิปรายของท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ตั้งแต่เช้าที่ กระผมได้นั่งฟังอยู่ตลอดเวลา โดยประเด็นที่จะสรุปดังต่อไปนี้นะครับ
เรื่องแรกที่สรุปได้ก็คือ เหมือนว่าภารกิจของกระทรวงคมนาคมที่กระผม รับผิดชอบอยู่นี้ ไม่ได้ดูแลพี่น้องในชนบท เหมือนว่ากระผมได้ดูแลเฉพาะพี่น้องใน กทม. มาสร้างรถไฟสายต่าง ๆ อย่างที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายที่ได้ฟังมา กระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า โดยข้อเท็จจริงเอง ตัวกระผมเองก็เปึนรัฐมนตรี บ้านนอกอยู่แล้ว ฉะนั้นความห่วงใยความเดือดร้อนที่กระผมมีต่อพี่น้องชาวชนบทที่มีอยู่ เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่อยากกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ งานที่ แยกออกระหว่างการขนส่งของประเทศเราก็คืองานของพี่น้องในชนบทกับงานเมือง วันนี้ ถึงอย่างไรเราก็ต้องพัฒนาเมือง ท่านอาจจะมองว่าทําไมถึงสร้างรถไฟสายสีน้ําเงิน สีม่วง สีแดงที่เปึนตัวเลข ถ้ารวม ๆ แล้วก็ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งานเหล่านี้เปึน การพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพฯ เปึนงานพัฒนาเมือง เพื่อให้แข่งขันกับเมืองอื่น ๆ ได้ และงานเหล่านี้ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลใดที่มาอยู่ ณ ขณะนี้ก็ต้องทําต่อ ไม่ว่าจะเปึนสีน้ําเงิน ไม่ว่าจะเปึนสีม่วงหรือ สีแดง กลับตรงกันข้ามผมเองต้องมาแก้ไขในงานที่ไม่เรียบร้อย อย่างเช่น งานรถไฟสายสีแดง ที่อย่างตลิ่งชันไปบางซื่อ บางซื่อ-ตลิ่งชัน สร้างทางไว้ แต่ไม่ได้ตั้งงบซื้อตัวรถ อย่างนี้เราก็ มาตั้งงบนะครับ ฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าถึงแม้จะมีการพูดถึงเรื่องการใช้เงินใน กรุงเทพฯ ใน กทม. ที่เปึนรถไฟสายต่าง ๆ เปึนจํานวนเงินป้นี้ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันงานของกระทรวงคมนาคมที่แยกออกเปึน ถนนทางหลวงชนบท เมื่อวานก็ต้องกราบขอบคุณท่านสมาชิกสภานี้ที่ได้ผ่าน พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. งบประมาณ งานของทางหลวงชนบทที่มีแบบสํารวจอยู่แล้ว กระผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานนะครับว่าใน พ.ร.บ. ที่ผ่านเมื่อวานนี้ ในภารกิจของกระทรวงคมนาคมมีแบบ เรียบร้อยแล้วครับ มีรายละเอียดเรียบร้อย เราได้ออกแบบสํารวจถนนทางหลวงชนบทไว้ ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งมีแบบเรียบร้อยอยู่ในทุกจังหวัดกระจายรายละเอียดเรียบร้อย มีแล้วครับ วันนี้ พ.ร.ก. พระราชกําหนดได้อนุมัติไป ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นแบบนี้ถึงแม้นแบบจะมีอยู่แล้ว ๗,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ความ เร่งด่วน ความจําเปึนในพระราชกําหนดเราก็ออกให้ เราก็จัดบรรจุความเร่งด่วน ความสําคัญ ความจําเปึน ไป ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ ขอโทษทีครับ เปึน ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ไปบรรจุใน พ.ร.บ. งบประมาณที่อนุมัติเมื่อวาน ฉะนั้นรวมวงเงินส่วนนี้เฉพาะทางหลวงชนบท ก็จะเปึนเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประกอบกับ พ.ร.บ. ที่เราพิจารณาอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือ พ.ร.บ. งบประมาณ เงินของทางหลวงชนบทนี้เราได้มาอีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท และท่านประธานที่เคารพครับ ในงานของกระทรวงคมนาคมไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องที่อยู่ใน ชนบทซึ่งจะทําถนนที่เรียกว่าถนนไร้ฝุ์น และส่วนที่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยถึงเรื่องของทาง หลวงคือเรื่องไฟ เรื่องอะไรทั้งหลาย กระผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในภาวะที่กระผม มานั่งอยู่ตรงที่มีภาวะเศรษฐกิจที่สถานการณ์การเงินของประเทศเปึนอย่างนี้ กระผมก็ได้ ออกนโยบายประหยัด ในการสร้างถนนทางหลวง ทางหลวงแผ่นดินกระผมก็ออกนโยบาย ให้เปึนการลดเฟอร์นิเจอร์ อย่างเช่น เรื่องต้นไม้ เรื่องไฟ ถ้าไม่จําเปึนไม่ต้องไปสร้าง อย่าง ถนน ๔ ช่องจราจร ก็ให้มี ๒ แบบ ส่วนไหนที่จะเปึนในแหล่งท่องเที่ยวที่จะออกเปึน มาตรฐานมีเกาะกลาง ก็ให้ออกมีเกาะกลาง ส่วนไหนที่จะเปึนขยายไหล่ก็ให้ขยายไหล่ แต่เมื่อกระผมไปตรวจราชการที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมไปเห็นถึงความจําเปึน ของถนนทางหลวงที่ต้องใช้ไฟ เมื่อไปเห็นด้วยตากระผมก็กลับมาคิดใหม่ว่าถ้าไฟนี้ จําเปึนต้องมีในเรื่องความปลอดภัยในพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมก็มา เปลี่ยนนโยบายใหม่ว่าในสิ่งไหนที่จําเปึนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไฟก็ยังต้องคงอยู่ ส่วนในชนบทก็จําเปึนต้องมีไฟ แต่เฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้อะไรทั้งหลายถ้าลดได้ต้องลด ฉะนั้น กระผมกราบเรียนว่ากระผมไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะใช้เงินทุกเม็ดที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ให้เปึน ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเปึนพี่น้องประชาชนในชนบทและใน กรุงเทพฯ ฉะนั้นกราบเรียนนะครับว่าสิ่งที่กระผมได้ทําไปในภาวะที่ปัจจุบันนี้ไม่มีอย่างที่ ท่านบอกว่ามีเรื่องสินบนอะไรทั้งหลายที่บางท่านอาจจะเข้าใจ แต่ในอดีตกระผมไม่รู้ครับ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีครับ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาแห่งนี้ว่าวันนี้ในภาวะที่ บ้านเมืองมีวิกฤติทางเศรษฐกิจ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่กระทรวงคมนาคมบริหารจะใช้ เปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนไม่ว่าทั้งกรุงเทพฯ และในชนบท
อีกประการหนึ่งที่กระผมจะต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่ ประเด็นที่จะต้องมากราบเรียนตรงนี้ แต่จําเปึนต้องรบกวนท่านประธานและท่านสมาชิก กระผมอธิบายสั้น ๆ ครับเรื่องรถเมล์ รถเมล์เอ็นจีวี จริง ๆ แล้วกระผมเองไม่ได้สร้างขึ้นมา หนี้ที่ ขสมก. มีอยู่ ๖๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนหนี้มานานแล้วครับ เมื่อกระผมมารับหน้าที่ กระผมก็มีหน้าที่ ทําให้ ขสมก. หยุดขาดทุน ทําให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้รถเมล์เท่าที่ควรจะเปึนในคุณภาพ ประหยัด ตรงเวลา แค่นั้นเองครับ มีหน้าที่อยู่แค่นี้ ก็มาคิดว่าทําไมจะทําได้ คนเขาคิดก่อน ผม แต่ว่ากระผมนี่มาปรับปรุงให้ดีขึ้น รัฐบาลชุดนี้มาปรับปรุงให้ดีขึ้น ดีขึ้นอย่างไรครับ ในอดีตกระผมก็เรียนกับท่านตรง ๆ แหละครับ ตัวเลขที่มันขึ้นลงนี่เหมือนคนบอกว่า ซื้อของในตลาดสด ลดวันละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท อะไรประมาณนี้ จาก ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ลดมา ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ลดก็ลดด้วยดอกเบี้ย จาก ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ลดมาที่ ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท ลดก็ลดด้วยดอกเบี้ย ไม่ได้มีลดประเด็นอื่น ถ้ากระผมจะแต่งตัวเลข กระผมไปแต่งที่ค่าบํารุงรักษาแล้วครับ ค่าบํารุงรักษากระผมบอกว่ากระผมแต่งไม่ได้ เพราะปกติ ขสมก. เขาก็ซ่อมบํารุงอยู่ที่กิโลเมตรละ ๗ บาท มันก็ลดไม่ได้ สรุปความเรื่อง รถเมล์อย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สรุปความก็คือให้เอกชนเอารถมาวิ่งโดย ขสมก. ตั้งราคากลางไว้ที่ เอารถ ๑ คัน วิ่ง ๓๐๐ กิโลเมตร อย่างน้อย ๓๐๐ กิโลเมตร วิ่งไปครบ ๓๐๐ กิโลเมตร แล้วเก็บค่าโดยสารเท่าไร จ่ายได้ เราตั้งราคากลางกันว่า ใครก็ตามที่จะเอารถมาวิ่งโครงการนี้ต้องเสนอราคาไม่เกิน ๔,๐๐๐ กว่าบาท ความหมาย ก็คือ วิ่งรถ ๓๐๐ กิโลเมตรต่อวัน ต่อคัน เก็บค่าโดยสารเท่าไร จ่ายไปประมาณสัก ๔,๐๐๐ ที่เหลือ ขสมก. เอา รถที่ว่าก็ต้องเปึนรถตามสเปก เอาตั้งแต่กันกระเทือน ถุงลม มีจีพีอาร์เอส (GPRS) มีจีพีเอส (GPS) เพื่อติดตามว่ารถจอดอยู่ที่ไหน อะไร อย่างไรนี่ครับ ฉะนั้น กระผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ท่านต้องถามว่า ๔,๐๐๐ นี่เอามาจากไหนที่จะจ่าย ค่าเช่า ก็บอกว่าเอามาจากค่าโดยสาร ท่านต้องถามกระผมว่ามันจะได้กําไรจริงหรือเปล่า ณ วันนี้รถเมล์ที่ ณ ปัจจุบันนี้เก็บได้ ๑ วันต่อคันนี่ ๗,๐๐๐ บาทครับ เราก็เชื่อว่าเรามีการ ปรับปรุงเส้นทาง มีการปรับปรุงรถแล้ว วันนี้กระผมกราบเรียนนะครับ สิ่งที่คิดคือคิดได้ กําไรวันละ ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน ต่อคัน คิดอย่างไรครับ ก็คิดว่าค่าเช่ารถก็ประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ค่าจัดการ ค่าดําเนินการ ค่าจ้างพนักงาน ค่าอะไรทั้งหลายแหล่ก็จะอยู่ ประมาณสัก ๔,๐๐๐ บาท รวมกันก็ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ทั้งค่าเชื้อเพลิงอะไรทั้งหลาย คิดว่าเก็บกันเท่าไร วันนี้อยู่ที่ ๗,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนรถดีก็เก็บไว้สักประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๙,๐๐๐ บาท เราก็ได้กําไรหนึ่งวัน ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน ต่อคัน ก็กราบเรียนอย่างนี้ครับ ฉะนั้นกระผมก็เปรียบเทียบให้เห็นว่า เรานี่ไปเช่ารถเอกชนที่เรียกว่ารถทัศนศึกษา ที่เปึน รถแอร์วิ่ง ๑ วัน เราเช่าเขา ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับ ไม่มีจีพีเอส ไม่มีจีพีอาร์เอส ไม่มีเครื่อง เก็บตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ เราเช่า ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าเขามีคนขับให้ ของเราเช่า ๔,๐๐๐ บาท หาคนขับไปเอง ฉะนั้นกระผมก็กราบเรียนว่าเรื่องรถเมล์วันนี้รัฐบาลที่ตัดสินใจให้ สภาพัฒน์ศึกษา ไม่เปึนไรครับ ถ้าสิ่งไหนที่จะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน วันนี้ไม่ใช่ คนกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับที่มาขึ้นรถเมล์ คนบ้านกระผมก็มาขึ้นรถเมล์ ฉะนั้นวันนี้ไม่ใช่ เปึนเรื่องของคนกรุงเทพฯ แล้วครับ เปึนเรื่องของคนทั้งประเทศ ฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานว่า สิ่งที่กระผมทําไปนั้นเปึนประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ
คือขอความกรุณาที่ ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ๓ ท่านแล้ว แล้วต่อไปคือให้กระทรวงพาณิชย์ตอบเรื่องข้าวสารก่อน นะครับ แล้วก็ท่านซูการ์โน เสร็จแล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการระทรวงมหาดไทย แล้วก็ ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอความกรุณาใจเย็น ๆ ครับ คืนนี้สว่างก็ได้ครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ดิฉันขออนุญาตใช้ชาร์ทบ้างนะคะเพื่อ จะได้อธิบายให้ท่านสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้วก็พี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ทางบ้านรับชมอยู่นะคะ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะคะ ใคร่ขอเวลาชี้แจง สักเล็กน้อยนะคะในเรื่องของข้อห่วงใยที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีข้อสังเกตนะคะ ซึ่งวันนี้ก็อาจจะต้องขอประทานโทษว่าอาจจะมอมไปหน่อย เพราะว่าจากที่เห็นแล้วมอง ไม่เห็นนี่คือสีจะเลอะเทอะไปหมดแล้วตอนนี้ ในส่วนเรื่องของการรับจํานํานี่นะคะ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อธิบายไปแล้วนะคะ เรียกว่า ๒ วันที่ผ่านมาแล้วก็วันนี้ เมื่อสักครู่นี้เช่นกันนะคะว่า การบริหารราคาสินค้าเกษตรนี่นะคะ ดิฉันอยากทําความ เข้าใจว่านโยบายในการรับจํานํานี่นะคะต้องถือว่าเปึนการรับจํานําที่รัฐใช้งบประมาณ ในการที่จะดึงผลผลิตออกจากตลาดปกตินะคะ บางส่วนตามหลักการนี้คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนั้นก็จะทําให้เกิดความต้องการในตลาดขึ้น เพื่อที่จะให้ราคา ในตลาดให้ผลผลิตมีราคาสูงขึ้น นี่คือประเด็นที่ว่าของการรับจํานํา ซึ่งในแนวทางนี้ก็อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้อธิบายไปนะคะว่าในครอพ (Crop) ใหม่ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นตรงนี้คืออยากจะอธิบายให้ทราบนะคะถึงเรื่องของการรับจํานําเพราะว่า มีบางท่านอาจจะไม่เข้าใจ แล้วก็ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ได้มีการพูดถึง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็คือเกษตรกร ในการที่จะได้รับประโยชน์จากการรับจํานําตรงนี้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ต้องถือว่าวันที่มารับจํานําก็คือสิ้นสุดแล้ว คือได้รับประโยชน์จากตรงนั้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงที่มีคําพูดว่าบางทีนักการเมืองจะมี เรื่องของตรงนี้เรื่องของการรับจํานํา ซึ่งดิฉันคิดว่ามันยากนะคะ เพราะว่ามันเปึนเรื่องของ การรับจํานําโดยรัฐบาล แล้วก็มีคณะกรรมการมากมายในการที่จะดําเนินการ ตรงนี้ผู้ที่ ได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็คือเกษตรกร ในส่วนนี้จึงคิดว่าเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะคะ ซึ่งดิฉันก็คงได้อธิบายมาตอนนี้ ในส่วนของการจํานําสินค้าเกษตรนะคะ เราก็มี จุดประสงค์นะคะอยู่ ๒ ประการ ก็คือ ในเรื่องของเพื่อพยุงราคาสินค้า ในการพยุงราคา สินค้าไม่ให้ราคาตก ตรงนี้ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาลทํามาทุกยุคทุกสมัยนะคะ ในส่วนที่ ๒ ก็คือการยกระดับสินค้าให้มีราคาสูงขึ้นเพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้ยืนหยัดอยู่ได้โดย การดูแลเกษตรกรนั้นก็เปึนสิ่งที่รัฐบาล ไม่ว่าไหน ๆ ก็ทํา แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ให้ความสําคัญ กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ในการรับจํานําสินค้า เกษตรนะคะ รัฐบาลทุกสมัยก็ล้วนแต่ตั้งราคารับจํานําสูงกว่าราคาตลาดเสมอเลยนะคะ ดิฉันใคร่ขอยกตัวอย่างข้าวนี่นะคะ ซึ่งเปึนที่รู้จักกันโดยทั่วไป ท่านประธานคะ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ นะคะ ราคาข้าวเปลือกในตลาด ๔,๓๘๕ บาท ราคารับจํานํา คือ ๕,๑๘๕ บาท ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ข้าวเปลือกในตลาด ๔,๕๑๖ บาท รับจํานําที่ ๕,๒๓๕ บาท ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ข้าวเปลือกในตลาด ๖,๕๑๖ บาท รับจํานําที่ ๗,๐๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๐ ราคาข้าวเปลือกในตลาด ๖,๑๙๗ บาท รับจํานําที่ ๖,๕๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๑ นะคะ ป้ที่แล้วราคาข้าวเปลือกในตลาด ๑๒,๐๐๐ บาท รับจํานํา ๑๔,๐๐๐ บาท ซึ่งก็อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเราก็ดําเนินการตามที่ผ่านมาในส่วนนี้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็อยากจะเพียง เพื่อยืนยันว่า การตั้งราคารับจํานําสูงกว่าราคาตลาดนี้เปึนหลักการที่ได้ปฏิบัติกันมา โดยตลอดตามลําดับ ซึ่งดิฉันเห็นด้วย ส่วนนี้เปึนการช่วยเหลือเกษตรกร แต่เมื่อรัฐบาลมี แนวคิดที่จะเปลี่ยนตรงนี้ ก็ถือว่าเปึนนโยบายของคณะรัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้เห็นชอบในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มองอยู่แล้วว่า วันนี้เราต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยรวมอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเปึนประชากรส่วนใหญ่ของ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อมีการรับจํานําสินค้าเกษตรนะคะ ก็หมายความว่า สินค้าเกษตรก็ต้องเข้ามาอยู่ในความครอบครองของรัฐบาล รัฐบาลก็จึงมีหน้าที่ในการ ที่จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรเหล่านี้เพื่อความเข้าใจตรงกันนะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียน ท่านสั้น ๆ ว่าขอเสนอแผนภาพกับสินค้าเกษตรที่เปรียบเทียบราคาของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งดิฉันคงไม่เอ่ยนะคะว่าเปึนชุดไหน แต่ว่าก็จะเปึนในป้ที่ผ่าน ๆ มา ท่านประธานคะ รัฐบาลที่ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการมาตรการช่วยเหลือ คชก. เปึน ผู้เห็นชอบในการจํานําสินค้าเกษตร ไม่ว่าสินค้าประเภทใด แล้วก็มอบให้ กระทรวงพาณิชย์ดําเนินการโครงการมา จนถึงการระบายนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะให้สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง มีคณะกรรมการรับผิดชอบอย่างครบวงจร ซึ่งคู่ขนานไปกับคณะกรรมการ คชก. ก็คือ คณะกรรมการข้าว ข้าวโพด แล้วก็มันสําปะหลัง ที่จะดูแลภาพรวมนโยบายตลอดจน แหล่งทุนและราคาในการรับจํานํา ขณะที่ คชก. ในยุคนี้ก็จะมีหน้าที่แค่การสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามนะคะ การดําเนินโครงการจํานํา ทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนการผลิต การจํานํา การระบาย ก็จะสิ้นสุดที่คณะรัฐมนตรีทั้งสิ้น ถือเปึนความรับผิดชอบทางการเมืองร่วมกันในฐานะรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายในการรับจํานําสินค้าเกษตร มันก็เปึนธรรมดาที่จะมีต้นทุน ก็จะมี ต้นทุนของรัฐซึ่งก็ประกอบไปด้วย ต้นทุนราคาสินค้า ก็คือเงินที่รัฐจะจ่ายให้เกษตรกรเปึน ค่าสินค้าที่รับจํานํา ต้นทุนที่ ๒ ก็คือ ต้นทุนในการดําเนินโครงการ ก็คือเงินที่รัฐใช้ ประการที่ ๔ คือสถานการณ์ตลาดในประเทศในขณะนั้น ผลผลิตออกมามาก มันล้นตลาดนะคะ ก็ต้องระบายออกบ้าง อันนี้เปึนธรรมดา คือวันนี้การรับจํานําถึงไม่ต้องขาย มันก็ขาดทุนของมันอยู่แล้วในตัว อันนี้ต้องขอเรียนชี้แจงว่า การรับจํานําสูงขายออกไป ในราคาตลาด ก็จากราคาจํานํามาราคาตลาดก็ขาดทุนไปรอบหนึ่งแล้ว จากราคาตลาด จะขายเพื่อให้ได้เท่าทุนมันก็เปึนไปได้ยากเพราะว่าอะไร เพราะว่าสินค้าในตลาดก็มีอยู่ ถ้าคนจะซื้อเขาก็ต้องซื้อสินค้าที่ใหม่กว่า สดกว่า ซึ่งอยู่ในตลาดแทนที่จะมาซื้อสินค้า ซึ่งอยู่ในโกดังของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งกรณีของขั้นตอนการทํางานและก็สินค้าที่เสื่อมสภาพ เพราะว่าเก็บมาเปึนเวลาอย่างน้อย ๆ ก็ครึ่งป้นะคะ ซึ่งตรงนี้อยากจะขอเรียนยืนยันนะคะว่า การทํางานของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาล้วนแต่ต้องใช้นโยบายในการระบายสินค้า เกษตรด้วย ๔ ข้อดังที่ดิฉันได้พูดถึงนะคะ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างแจ้ง อย่างที่เรียนนะคะ ดิฉันขอแสดงแผนภาพการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในส่วน ของป้นี้ ประเด็นที่มีการพูดว่าขายข้าวแล้วขาดทุน ดิฉันอยากชี้ให้เห็นนะคะว่า ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัดนะคะ ราคาตลาด อันนี้ของป้ ๒๕๕๐ ราคาตลาด ๑๖,๕๕๕ บาท มูลค่าขายไปตก ๑๔,๒๐๐ บาท คือเทียบจากส่วนต่างมูลค่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอามาหารก็จะตกว่าขายไปได้ราคา ๑๔,๒๐๐ บาท ก็คือขาดทุน แน่นอน ๒,๐๐๐ กว่าบาท หรือข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนข้าวที่มีปริมาณมากที่สุดใน ตลาด ๙,๗๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่า เรื่องของการขายขาดทุนมันเปึน ธรรมดา เพราะว่าอย่างที่ได้กราบเรียนแล้ว ในป้ ๒๕๕๑ ข้าวปทุม นาปรัง ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ราคาตลาดราคาที่ขายก็ ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวปทุมเช่นกัน ๒๑,๐๐๐ ราคาตลาดคือ ๑๔,๐๐๐ บาท ตัวเลขพวกนี้ ท่านสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของป้ ๒๕๕๑ อีกเช่นกันนะคะ ข้าวปทุม ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทนะคะ ราคาตลาด ราคาเสนอซื้อ ๙,๙๐๐ บาทถึง ๑๓,๕๐๐ บาทนะคะ ราคาตลาดคือ ๒๐,๗๕๐ บาท ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ข้าวปทุม ๒๑,๑๐๐ บาท เสนอชื้อ ๑๔,๑๕๐ บาทถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ป้นี้ที่เปึนประเด็นมากก็คือข้าว อย่างยกตัวอย่างข้าวปทุมธานี ราคาตลาด ๒๒,๐๐๐ บาท เสนอซื้อ ๑๖,๑๐๐ บาทถึง ๑๙,๕๐๐ บาท ปทุมธานี ๒๒,๐๐๐ บาท เสนอซื้อ ๑๖,๐๐๐ บาท ถึง ๑๘,๕๐๐ บาท อันนี้ซึ่งจะชี้ให้เห็นเนื่องจากว่าเมื่อตอนที่ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงก็อยากจะ เรียนชี้แจงว่า การขายขาดทุนนะคะ ในส่วนที่เปึนตัวเลขออกของป้ต่าง ๆ ที่ผ่านมาและก็ ของป้นี้นะคะ ก็อยากจะกราบเรียนว่าราคาขายมันเปึนธรรมดาที่ว่าจะต้องมีประเด็นเรื่อง ของการขาดทุนอย่างที่เรียนแล้วว่าการรับจํานําคือเข้ามามันก็ขาดทุนอยู่แล้ว การขายมัน ก็เปึนธรรมดาว่าขายแล้วก็จะต้องมีการขาดทุน และก็มีการพูดถึงว่าก่อนขาย หลังขายทํา ให้ราคาตก ซึ่งอันนี้ก็ต้องเรียนชี้แจงอย่างนี้นะคะว่า การขายถ้าไม่ขาย สินค้าไม่ออก ตลาด ราคาในตลาดมันก็ดึงมันเปึนธรรมดาอยู่แล้ว นี่คือกลไกตลาดมันก็ทําให้ราคา สูงขึ้น ถึงจะระบายออกไปมันตกมันก็เปึนเรื่องกลไกตลาด เพราะว่าสินค้ามันออกมาก มันก็ต้องตก แต่ที่มีพูดว่า พอขายแล้วราคาตกลงมาเลย ซึ่งมันไม่ใช่ ดิฉันก็มีตัวเลข อีกเช่นกันว่า ขายแล้วมันไม่ได้ตกลงไป แต่ว่าก็คงจะไม่ได้นําเรียน เพราะว่าเดี๋ยวมันอาจจะช้าเกินไป แต่ว่าดิฉันก็มีตัวเลขซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์ (Website) ของกรมการค้าภายอันนี้คือชัดเจนนะคะ ในส่วนของที่เรียนแล้วนะคะ อยากขอเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ว่ายุคใดสมัยใดการที่จะระบายสินค้าเกษตรจําเปึนที่ ต้องยอมรับว่าเรื่องการขาดทุน ซึ่งวัตถุประสงค์เราต้องยอมรับว่าเงินนี่มันไปไหน อยู่ที่เกษตรกร เราต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นเงินไปอยู่ที่เกษตรกร ก็ต้องถือว่าตรงนี้เปึนประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรนะคะ ซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเขาคิด เหมือนกันนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้แล้วดิฉันก็ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ ๑๒ ที่ว่ามีการพูดกันถึงเรื่องการขายข้าวออกไประบายออก จํานวน ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน นี่นะคะ ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตนําเสนอชาร์ทอีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็คงจะไม่พูดนะคะว่า รัฐบาลไหน แต่ว่าจะเปรียบเทียบให้ดูนิดหนึ่งนะคะว่าป้ ๒๕๕๐ ขายขาดทุน ๙๔,๐๙๑ รัฐบาลป้ ๒๕๕๑ ขายส่วนขาดทุนนะคะ ๑๓,๐๐๐ อันนี้เฉลี่ยต่อตันจะตก ๒,๔๐๐ นะคะ รัฐบาลป้ ๒๕๕๑ เฉลี่ยต่อตันจะตก ๔,๙๐๐ ปัจจุบันที่มีการพูดถึงเรื่องการระบายก็ อันนี้ค่ะ ขาดทุน ๗,๙๐๐ เฉลี่ยต่อตัน ๓,๐๙๑ บาทนะคะ ดิฉันคิดว่าต้นทุนของการรับจํานํา แต่ละป้มันไม่เท่ากันนะคะ แล้วก็ใครขายขาดทุนมากขาดทุนน้อยก็ได้ทราบแล้วก็ถือว่า เปึนสิ่งที่แต่ละยุคทุกสมัยนี่ก็คงทําดีที่สุดแล้วนะคะ ดิฉันเข้าใจตรงนี้ พอมาอยู่ตรงนี้ ก็เข้าใจนะคะในความจําเปึน เพราะฉะนั้นการที่วันนี้ต้องขอขึ้นมาพูดเพราะว่ามีการพาดพิง มากเรื่องว่ากรณีว่ามีการได้รับเงินตันละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งดิฉันคิดว่ามันไม่เปึนธรรม ในสิ่งที่พูด ดิฉันพร้อมให้ผู้ที่พูดถึงประเด็นนี้นะคะกล้าออกมาที่จะพูดว่า ท่านยอมแลกกับ ดิฉันไหมคะว่า ถ้าดิฉันมีการทุจริตจริง มีการไม่โปร่งใสจริงที่ท่านพูด ขอให้ท่านแลก การเปึน ส.ส. ของท่านกับดิฉันเอาไหมคะ ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ดิฉันไม่ปรารถนา อยู่แล้วที่จะทําเรื่องของการทุจริตหรือไม่โปร่งใส ถือเปึนนโยบายของดิฉันอยู่แล้วนะคะ ในเรื่องนี้ ตรงนี้ดิฉันต้องกราบเรียนว่าในฐานะที่ดิฉันมารับตําแหน่งที่กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันก็เห็นใจข้าราชการมาก ข้าราชการทุก ๆ ท่านในกระทรวงพาณิชย์ทํางานอย่างหนัก ทํางานอย่างหนักจริง ๆ กําลังคนก็ไม่ค่อยเพียงพอ แล้วก็ไม่มีโอกาสมายืนตอบแบบนี้ ดิฉันถือว่าดิฉันโชคดีที่ได้มามีโอกาสตอบ แต่ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าดิฉันเห็นใจข้าราชการ กระทรวงพาณิชย์มาก ๆ นะคะ โดนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องทุจริตเรื่องอะไร ซึ่งเปึนสิ่งที่เห็นใจว่าเขาไม่สามารถมาตอบได้นะคะ คือตรงนี้อย่างที่เรียนท่านว่าทําไมถึง ต้องมาพูด เพราะว่าในกระบวนการมีการพูดว่า อันนี้ดิฉันอาจจะพูดตรงท้ายนิดหนึ่ง เรื่องของวิธีการนิดหนึ่ง แต่ในส่วนของการได้โชว์สินค้าก็อยากจะบอกว่า คณะกรรมการ ที่ตั้งเมื่อสมัยที่แล้วป้ ๒๕๕๑ องค์การคลังสินค้าเปึนผู้ดําเนินการเดียวเลยนะคะ ในขณะที่ ป้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนประธาน กขช. นะคะ แล้วก็มีทั้งอนุกรรมการ มีคณะทํางาน คือมีผู้แทนจากหน่วยงานหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเปึนผู้แทน อ.ต.ก. อคส. คน. คน. ก็คือ กรมการค้าภายใน คต. คือ กรมค้าต่างประเทศ แล้วก็สํานักนายกรัฐมนตรี ก็มีหมด เพราะฉะนั้นคือขอให้มั่นใจเลยค่ะว่าการดําเนินการมานี่ไม่ได้ทําโดยส่วนที่คิดว่า เปึนการหมกเม็ด เพราะว่าทุกชุดมีคณะกรรมการมากมายนะคะ ท่านประธานคะ ในการ ประมูลข้าวสารของรัฐบาลที่ต่างคนต่างพูดนี่นะคะ ดิฉันก็คิดว่าครั้งที่ผ่านมาวันนี้ที่ดิฉันพูดนี่อยากจะเรียนผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่า การระบายสินค้า ในช่วงนั้นเปึนอย่างไร คือให้แสดงความชัดเจนความโปร่งใสว่าเราทํางานกันอย่างไร ซึ่งตรงนั้นข้อมูลเงื่อนไขที่การประมูลก็คือ เราไม่มีการกําหนดราคาขั้นต่ํา ผู้ส่งออกทุกราย สามารถที่จะเข้าร่วมประมูลได้ อันนี้คือไม่มีการกําหนดราคาขั้นต่ํา แล้วก็เราประกาศขาย เปึนรายคลังเลยนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ตามคุณภาพของข้าวแล้วก็ผู้ส่งออกทุกรายสามารถที่จะ สู้ราคากันได้เต็มที่ ใครให้ราคาสูงสุดก็เอาไป ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป ซึ่งตรงนี้เขาแข่งกัน อยู่แล้ว แล้วการเป่ดประมูลก็ไม่ได้มีหมกเม็ดเลยนะคะ อยู่ต่อหน้าพี่น้องสื่อมวลชน ทุก ๆ ท่านแล้วก็ผู้ที่ร่วมในกระบวนการ ดิฉันอยากจะขออธิบายนิดหนึ่งว่า คือเขาออก ประกาศก่อน อันนี้คือต้องขออนุญาตเล่าขั้นตอนนิดหนึ่ง เพราะข้าราชการท่านไม่มีโอกาส มาตอบนะคะ คือเขาออกประกาศที่จะขาย ผู้สนใจก็เข้ามาฟังคําชี้แจงแล้วก็กลับไปทํา ซองมาเสนอราคา ต่อไปเขาก็ไปจัดทําเอกสารเสนอราคาแล้วก็มายื่นต่อคณะทํางาน พิจารณาระบายข้าวสารอย่างที่ตามนี้ แล้วก็เป่ดซองโดยเป่ดเผยไม่ใช่อย่างที่พูดว่าเอาไป แล้วก็ไปดูราคาแล้วก็กลับมาต่อรองราคาแล้วก็ไม่ให้อะไรอย่างนี้ เดี๋ยวดิฉันจะพูดต่อ เป่ดซองโดยเป่ดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนและผู้เสนอทุกราย ฉะนั้นทุกรายก็จะรู้หมดนะคะว่า ใครเสนอเท่าไร ก่อนเรียกมาต่อรองราคาให้สูงขึ้นคณะทํางานก็ตรวจสอบคุณสมบัติของ บริษัทที่สนใจที่จะเข้าประมูลทุกบริษัท ตรงนี้อย่างไรคะที่เปึนประเด็นว่า การระบาย ข้าวสารครั้งนี้ถือว่าเปึนผู้ที่สนใจเข้ามาประมูลมากที่สุดเลย ถึง ๓๒ ราย มีผู้เสนอราคา สูงสุดที่ชนะการประมูลถึง ๑๗ ราย และในช่วงแรกของการดําเนินการก็มีข่าวออกมา มากมายอย่างที่ทราบกันแล้วนะคะว่า ภาคเอกชนบางรายก็มีผู้สนับสนุนที่เปึน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งดิฉันก็เคารพนับถืออยู่ จะต้องเปึนผู้ชนะ ประมูลทั้งหมดอย่างแน่นอนตามข่าวนะคะ แล้วแถมบอกว่าจะขายได้ คือสื่อก็ลงว่า ขายที่ราคา ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท คืออันนั้น วันนั้นคือข่าวแบบนี้ เพราะฉะนั้น การเสนอราคาที่ซื้อสูงกว่าภาคเอกชนอื่น ๆ คือทั้งหมดเข้าใจว่า ทางบริษัทที่มาประมูล ที่มีอดีตท่านรัฐมนตรีมาเปึนผู้สนับสนุนว่าต้องได้ เพราะฉะนั้นการเสนอราคาที่สูงกว่า ภาคเอกชนอื่น ๆ แต่ท่านประธานคะ ถ้าเปึนอย่างข่าวสารจริง ๆ หรือดิฉันเห็นแก่พวกพ้อง ภาคเอกชนดังกล่าวต้องชนะการประมูล หลักเกณฑ์ ดิฉันถือว่าหลักเกณฑ์ก็คือ หลักเกณฑ์ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าภาคเอกชนดังกล่าวถูกขึ้นบัญชีต้องห้ามทําสัญญา กับองค์การคลังสินค้า เพราะที่ผ่านมาเคยทิ้งสัญญาซื้อข้าวกับองค์การคลังสินค้าทั้งที่ ตนเองก็เปึนผู้ชนะในการประมูลได้ในการขายเมื่อป้ ๒๕๕๑ เปึนการทิ้งสัญญาแล้วก็ผิด ทั้งกฎระเบียบทางราชการ ผลก็คือภาคเอกชนรายนี้ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาประมูล ในที่สุด ก็คือไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนว่าในช่วงเวลาที่ดิฉันรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์ กฎเกณฑ์ก็ต้องย่อมเปึนกฎเกณฑ์ เพื่อนก็เปึนเพื่อน ผู้ที่เคารพก็ต้องผู้ที่ดิฉันยังเคารพ ต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอเรียนต่อไปอีกเล็กน้อยนะคะว่า คณะกรรมการ อย่างที่ได้แสดงให้เห็นก็คือส่วนที่ได้กราบเรียนให้ทราบแล้วว่าเรามีคณะกรรมการ หลายชุดมากอย่างที่ได้พูดถึงว่าป้ก่อนกับป้นี้แตกต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้นในป้นี้ถือว่าเปึนการร่วมกันคิด ร่วมกันทํา มาโดยตลอด ที่สําคัญก็คือ มีหน่วยงานที่เข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเปึนกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ อย่างที่ได้กราบเรียนแล้ว อ.ต.ก. อคส. สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งดิฉันให้ความมั่นใจได้เลย ว่าไม่มีใครที่คิดจะทํานอกลู่นอกทางไปได้แน่นอนนะคะ ท่านประธานคะ จะเห็นได้ว่าการ ดําเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ต้องเป่ดกว้างแล้วก็มีกฎเกณฑ์ไม่เอื้อประโยชน์ ให้กับพวกพ้อง แล้วก็ถูกจังหวะเวลา นั่นหมายความว่าถูกจังหวะเวลาก็คือ ในขณะที่มี การระบายที่ดิฉันได้เซ็นไปในการระบาย ประเทศเวียดนามกับประเทศอินเดียซึ่งเปึน ผู้ผลิตข้าวรายใหญ่เขาไม่ส่งออกในช่วงนั้น การเก็บข้าวไว้นานเขาถือว่าเปึนภาระ ค่าใช้จ่ายของรัฐบาล คืออยากจะชี้ให้เห็นว่าข้าว ข้าวโพด แปังมัน อัตราดอกเบี้ยข้าว ๑๒๒ บาท ค่าเก็บ ๒๙ บาท ปริมาณที่มีอยู่ปัจจุบัน ๕,๗๐๐,๐๐๐ ต่อเดือน ๑๕๑ บาท ต่อตันต่อเดือน จ่ายรวมทั้งหมดก็คือ ๘๐๐ กว่าล้านบาทต่อเดือน ข้าวโพด ๕๖ บาท ๖๐ บาท ปริมาณ ๑ ล้าน ค่าใช้จ่าย ๑๑๖ ล้านบาท แปังมันรวมทั้งหมด ๒๘๔ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เพราะฉะนั้นคูณ ๑๐ เดือนเข้าไปก็เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นที่ว่าเปึนภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐจริง ๆ ซึ่งตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงมันเปึนภาระเกี่ยวกับงบประมาณมากในการรับจํานํา แล้วก็มี สินค้าเก็บไว้นาน แล้วดิฉันก็ขอมีส่วนที่เสริมในเรื่องของ สตง. แล้วก็สํานักงบประมาณ ก็มีความเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งดิฉันก็อยากจะขอนําเสนอนะคะ อันนี้คือสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดินก็ได้พูดถึงว่าการรับจํานําภาระขาดทุนทุกป้จากขายราคาต่ํา อันนี้คือท่าน สตง. ได้มีหนังสือมาถึงกระทรวงพาณิชย์นะคะว่า การที่รัฐบาลไม่สามารถจะจัดการระบายข้าว ได้ในระยะเวลาอันเหมาะสม และมีปริมาณข้าวคงเหลือจัดเก็บอยู่ในคลังสินค้าเปึน จํานวนมาก พบว่าก่อให้เกิดผลกระทบและเสียหายหลายประการ คือรัฐบาลต้องรับภาระ ต้นทุนขาดทุนจากทุกป้จากการจําหน่ายข้าวในราคาต่ํา ข้าวที่จัดเก็บไว้ก็เสื่อมคุณภาพ มีภาวะความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ แล้วข้าวสารก็จะได้รับความเสียหาย การสูญหายหรือ ข้าวขาดบัญชี โรงสีบางแห่งไม่อาจร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกได้ต่อไป เนื่องจาก ไม่มีสถานที่เพียงพอ อันนี้คือ สตง. ในส่วนของสํานักงบประมาณก็ได้มีข้อประเด็นว่า ให้เร่งรัดการระบายสินค้าเกษตรตามโครงการรับจํานําต่าง ๆ เพื่อเปึนการลดค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษา ซึ่งปัจจุบันเปึนภาระต่องบประมาณอย่างมาก อันนี้คือสิ่งที่อยากจะ ชี้ให้เห็นว่าที่ได้ทํามาก็คือเรามองถึงประเด็นหลัก ๆ เหล่านี้ แล้วก็ที่สําคัญขอกราบเรียน ชี้แจงเลยนะคะว่า เราจะเสียส่วนแบ่งตลาดไปอย่างถาวร เพราะว่าจากสํานักข่าวกรอง แห่งชาติก็มีเรื่องของปัจจุบันมีข้าวเข้าโครงการแล้ว ๓.๒ ล้านตัน การบริหารจัดการสต็อก ข้าวของภาครัฐไม่มีความชัดเจน ขณะที่ราคาข้าวของเกษตรกรมีทิศทางลงและมีการ ชะลอซื้อของตลาด สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและการออกสู่ตลาด ผลผลิตประเทศคู่แข่ง ทําให้เปึนปัจจัยเร่งเกษตรกรให้เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล
ท่านรัฐมนตรีสรุปหน่อย
ค่ะ ขณะที่ โครงการรับจํานําใกล้เต็มจํานวน เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้คืออย่างนี้นะคะ เวียดนาม ส่งออกข้าวไป ปัจจุบันไทยส่งออกข้าวไปเพียง ๓.๓ ล้านตัน ข้าวสารลดลงจากช่วง เดียวกันของป้ก่อน ป้ ๒๕๕๑ ที่ส่งออก ๔.๖ ล้านตันข้าวสาร หรือลดลงร้อยละ ๓๐ นะคะ โดยมีมูลค่าการส่งออก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงจากเมื่อป้ ๒๕๕๑ คิดเปึนร้อยละ ๑๒ ส่วนหนึ่งเปึนเพราะในช่วงไตรมาสแรกเวียดนามส่งออกข้าวไปยังตลาดทั่วไปได้ถึง ๑.๗๔ ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๑.๓ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของป้ ๒๕๕๑ อันนี้ คือประเด็นที่จะชี้ให้เห็นนะคะว่าทําไมถึงจะต้องเปึนแบบนี้นะคะ
ท่านประธานที่เคารพคะ สุดท้ายนี้ดิฉันก็ขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณา ให้เวลานะคะ แล้วก็ในส่วนของท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้พูดถึงเรื่องของการไม่โปร่งใส ดิฉันก็ อยากจะเรียนนะคะว่าทุกอย่างมีกระบวนการแล้วก็มีชุดคณะ
ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ละเอียดแล้วครับ
ในการนี้นะคะ ก็ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านนะคะที่กรุณาให้ข้อสังเกตแล้วก็ข้อคิดเห็นนะคะ ดิฉันก็ขอ เรียนว่าถ้าวันนี้มีหลักฐานว่าดิฉันรับเงิน มีคนเอาเงินมาให้ดิฉัน ๒,๐๐๐ บาทอย่างที่ว่า ดิฉันพร้อมรับผิดชอบ ท่านพร้อมรับผิดชอบไหมคะ ดิฉันพร้อมค่ะ
และก็ประเด็นสุดท้ายเลยนะคะก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านอดีต รัฐมนตรี ดอกเตอร์เฉลิมที่เข้าใจกระทรวงพาณิชย์นะคะว่าเราต้องไปขายของแต่ได้งบ น้อย แต่ท่านก็ได้พูดให้ ต้องกราบขอบคุณท่านค่ะ แล้วก็กราบขอบคุณท่านประธานแล้วก็ ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านซูการ์โน มะทา ครับ ๒๐ นาที
ท่านประธานขอพาดพิง สั้น ๆ
ไม่พาดพิงนะครับ นั่งก่อน เถอะครับ นั่งก่อนเถอะ พอแล้วครับ มันยาวแล้วครับ ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ความจริงแล้วทางสภาต้อง ขออนุญาตนิดหนึ่งว่าภายหลังจากที่ฝ์ายค้าน ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายนั้นฝ์ายรัฐบาลได้ใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ในการตั้งข้อสังเกตการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๓ นั้นเปึนหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องมารอรับฟังการตั้ง ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ว่าผู้แทนหรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายคนหนึ่งรัฐมนตรีรายหน้าขึ้นมาตอบ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ อาจจะเปึนบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องสําหรับการดําเนินการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่าน ประธานเปึนอย่างยิ่งนะครับที่ให้โอกาสผมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ในวันนี้ ซึ่งเท่าที่ผมได้รับเอกสารแล้วก็ ได้ฟังคําชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ นั้น ผมขออนุญาตท่านประธานได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อเปึน ข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เนื้อหาสาระที่ผมจะอภิปรายในรายละเอียดต่อไปนี้ เพื่อเปึนการปกปัองผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ และเพื่อให้การกํากับการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ของรัฐบาลเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพ จากงบประมาณที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่ามีงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็มีการเสนอโครงสร้างขึ้นมาภายใต้ยุทธศาสตร์ทั้งหมด ๙ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกทั้งซีกรัฐบาลแล้วก็ซีกฝ์ายค้านได้อภิปรายหลายท่าน สําหรับวันนี้ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดยะลานั้นผมขออนุญาตท่านประธานและสภาแห่งนี้ขออภิปราย ตั้งข้อสังเกตข้อเสนอแนะในประเด็นของงบประมาณในเรื่องของยุทธศาสตร์ทางด้าน ความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเท่าที่ผ่านมาจากการฟังการชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรี นั้นจะเห็นว่างบประมาณทางด้านความมั่นคงนั้นได้ตั้งไว้ทั้งหมด ๑๗๓,๑๙๒ ล้านบาท ส่วนเหล่านี้ผมก็ขออนุญาตลงลึกในรายละเอียดเฉพาะพื้นที่ที่เปึนปัญหาอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มจะหมดความหวัง แล้วกับการที่ท่าน ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีใครไปพูดว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสงบลงอย่างรวดเร็วถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เปึนรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่าวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็คงจะหมด ความหวังกับในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในการไปแก้ปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ผมขอเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีรากเหง้าของปัญหาไม่ใช่แค่เปึนปัญหา ความขัดแย้งธรรมดา แต่เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าปัญหาทั้งหมดนั้นเปึนข้อขัดแย้ง ทางด้านอุดมการณ์ความเชื่อ ฉะนั้นการดําเนินการบางนโยบายที่ทางฝ์ายความมั่นคง หรือฝ์ายรัฐบาล หรือฝ์ายรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ไปกํากับดูแลได้พยายามใช้สภาแห่งนี้ใช้สื่อ ของรัฐเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ประชาสัมพันธ์โครงการต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ ท่านจะต้องทบทวนว่า ๕ ป้ตากใบ กรือเซะ ๕ ป้ ไฟใต้ ๕ เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นมีอะไร เกิดขึ้นบ้างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ต้นเหตุของปัญหา เมื่อสักครู่ผมก็ได้พูดถึงรากเหง้าของปัญหา แต่ปัญหาที่แท้จริงนั้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข อย่างเปึน รูปธรรมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ
๑. ปัญหามาจากเรื่องของการศึกษา ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้แล้วว่า ปัญหาใหญ่ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นส่วนใหญ่แล้วคือปัญหาการศึกษา คือการขาดโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีมาตรฐานเดียวกันตามที่กําหนดของ สพฐ.
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ท่านรัฐมนตรีก็เปึนคนสงขลา ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงก็เปึนคนภาคใต้ย่อมรู้ดีว่าค่าจีดีพีหรือรายได้ต่อหัว ต่อคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสงขลาใน ๔ อําเภอ ประชากรส่วนใหญ่นั้นยากจน เศรษฐกิจนับตั้งแต่ ๕ ป้ลงมา ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมานั้นจะเห็นว่าเราได้เฝัาติดตามการทํางานของรัฐบาลว่ามีประเด็น หรือปัจจัยอะไรที่เกี่ยวกับงบประมาณแล้วท่านจะไปซัพพอร์ต (Support) หรือไป สนับสนุนส่งเสริมให้มีการลงทุนในเรื่องของการขยายโอกาสทางด้านเศรษฐกิจให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกเสียจากว่าการลงไปครั้งหนึ่ง ป่ดสัญญาณไป ๒-๓ ชั่วโมง ตัดสัญญาณโทรศัพท์ ๒-๓ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพ พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัด ๓ ชายแดนภาคใต้นั้นฝากผมให้มาเรียนผ่าน ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่จะลงในพื้นที่ว่า เขาอยู่ในพื้นที่ ๒๔ ชั่วโมง เขาไม่จําเปึนต้อง ตัดสัญญาณ แต่ท่านลงไปพื้นที่ไปตรวจราชการท่านก็ไปตัดสัญญาณโทรศัพท์ ต้องเข้าใจว่า ภายใต้โลกโลกาภิวัตน์นั้นการสื่อสารมวลชน การสื่อสารติดต่อทางสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นมีความสําคัญและเกี่ยวโยงเกี่ยวเนื่องสําหรับการดําเนินงานด้านกิจการของธุรกิจ นะครับ ก็อยากฝากในประเด็นนี้ว่าลงไปแล้วขอให้ประพฤติปฏิบัติเหมือนกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไม่จําเปึนต้องตัดสัญญาณครับ ไปรบกวนการทํางานของเอกชน ฝ์ายธุรกิจนะครับ
ปัญหาที่ ๓ นะครับที่เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาของ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน สิ่งเหล่านี้ท่านก็จะมาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ตลอดว่า ถ้าดูสถิติตัวเลขท่านก็จะเห็นว่าสถิตินั้นลดลง ท่านประธานที่เคารพ ทําไมการอภิปราย งบประมาณ โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงนั้นผมถึงไม่เอาสถิติตัวเลขมาชี้แจงในสภา แห่งนี้ เพราะผมเชื่อมั่นว่าหากผมเอาสถิติตัวเลขที่เกิดขึ้นที่เปึนสถิติที่ยอมรับของสถาบัน ต่าง ๆ นั้นท่านก็จะต้องเปรียบเทียบว่าตัวเลขมันลดลง ถูกต้องครับท่านประธาน ถูกต้องครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับท่านรัฐมนตรี แต่ท่านต้องรู้ไหมว่าจํานวนสถิติที่ลดลงนั้น ความรุนแรงมันเพิ่มขึ้น มากขึ้น มากขึ้นกว่าในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ๕ ป้ ตากใบ กรือเซะ ๕ ป้ ไฟใต้ ๕ เดือนของการเปึนรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น ท่านรู้ไหมว่าท่านได้สร้างอะไรขึ้นมา วันนี้เหตุการณ์ก่อการร้าย เหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องดังที่เปึนข่าวปรากฏ ต่อหน้าสาธารณชน ท่านก็รู้ว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร แต่ท่านไม่เคยพูดความจริง วันนี้ผม เชื่อมั่นว่าจากปัญหาของความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนั้น ในพื้นที่ หลายท่านก็ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมต่อกรณีเหตุการณ์สงกรานต์เลือดเมื่อที่ผ่านมา กรณีมัสยิด สุเหร่าที่กิ่งเพชร ทําไมท่านออกมากันยกใหญ่ ทําไมต้องทําหนังสือประท้วงไปถึง โอไอซี (OIC) ทําไมวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เปึนพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึน มุสลิมไทย-พุทธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกิดขึ้นที่มัสยิดที่อําเภอเจาะไอร้องนั้นตายทันที ๑๑ คน บาดเจ็บ ๑๔ คน ตายในขณะที่เขากําลังเคารพ หรือทําพิธีกรรมละหมาดตาม ทัศนบัญญัติของศาสนาอิสลาม วันนี้ผมพยายามไม่ออกมาพูดในเรื่องนี้ ก็ไม่มีการออกมา แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวช่วงของสงกรานต์เลือด นั้นได้ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้อย่างไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพ การฆาตกรรม ชาวมุสลิมโดยเฉพาะการลอบยิงพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มัสยิดบ้านซูแกที่ผมเคย อภิปรายแล้วที่ตําบลปะแตก็ยังไม่มีความคืบหน้า ตามมาด้วยการลอบยิงที่อําเภอเจาะไอร้อง ตายอีกก็ยังไม่มีความคืบหน้า สรุปแล้วการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังเปึนผู้ก่อการ นิรนาม ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตในประเด็นนี้เพื่อทําความเข้าใจกับ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟัง วันนี้เขาฝากคําถามให้ผมมาถามรัฐบาลว่า ๕ ป้ที่ท่านทุ่มงบประมาณ ๑๐๙,๐๐๐ ล้านบาท ต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหา ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ ป้ต่อการแก้ปัญหาที่ระดมกําลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และงบประมาณไปนั้น แล้วท่านชอบมาพูดว่าเหตุการณ์ป้นี้มันลดลง ถ้าผมเฉลี่ยงบประมาณทั้งหมดที่เข้าไปจัดการการแก้ปัญหาวันนี้ ท่านใช้งบประมาณไปถึง ๘๘ ล้านบาท ต่อการลดเหตุการณ์ลง ๑ เหตุการณ์ เพราะว่าวันนี้จะเห็นว่าป้นี้รัฐบาลก็ได้ ตั้งงบประมาณไปแก้ปัญหาโดยกระจายไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ หลายกระทรวง อย่างที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปราย แต่วันนี้ผมขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีและ เพื่อนสมาชิกไม่ได้อภิปรายนะครับ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึงในประเด็นต่อไปที่เปึนปัญหาว่าการที่เกิด เหตุการณ์แล้วไม่สามารถที่จะดําเนินการจับกุมผู้ดําเนินการได้นั้น หรือผู้ก่อการตามที่ พี่น้องประชาชนหรือว่าผู้ก่อการนิรนามนั้น ผมเชื่อมั่นว่าต่อให้ท่านทุ่มงบประมาณอีกเปึน แสน ๆ ล้านบาท อีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ท่านก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ได้อย่างเปึนรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้พี่น้องประชาชนฝากผมถาม ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีภายหลังที่ท่านให้ สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดที่เจาะไอร้องนั้นเปึนการกระทําของผู้ก่อการ เขาฝากผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลว่า วันนี้เปึนที่รู้ดีกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เกิดจากความเชื่อ และผู้ก่อการทั้งหมดมีความเชื่อในเรื่องของศาสนา มีหรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะมา ยิงพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในมัสยิดซึ่งเปึนบ้านของพระผู้เปึนเจ้า ในขณะที่ ทําพิธีละหมาดอยู่ สิ่งเหล่านี้ท่านต้องไตร่ตรอง คิดให้รอบคอบ อย่าเพิ่งให้ข่าว เพราะ พี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ มันเปึนไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ เพราะว่าเขาอ้างมาว่ามีหรือสมัยโจรเสือใบเที่ยวปล้น จี้ อาละวาดอยู่ในพื้นที่แถบภาคกลาง เคยปรากฏไหมว่าเสือใบไปยิงพี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธ ที่กําลังทําพิธีกรรมทางศาสนา ฟังธรรมในโบสถ์หรือเวียนเทียน ยังไม่เคยปรากฏ เช่นเดียวกันอันนี้เปึนข้อสังเกตที่เขาฝากผมมาผ่านให้ถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีถาวรว่า ก่อนที่จะให้ข้อมูลข่าวสารว่าฝ์ายใด เปึนผู้กระทํานั้น ท่านต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะการที่ท่านให้ข่าวอย่างรวดเร็วและ ไม่ชัดเจนและถูกต้องนั้น มันจะก่อให้เกิดความแตกร้าว ความแตกแยก ความแตกหัก ทางด้านจิตใจ อันนี้เขาฝากผมมาถาม ซึ่งก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องถาม เพราะว่าปัญหา ทั้งหมดนั้นนับวันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นนะครับ ท่านประธานที่คารพ สิ่งหนึ่งที่ผมอยาก ฝากในประเด็นที่เปึนช่วงสุดท้ายของการอภิปรายวันนี้ก็คือ ผมขอเรียนฝากท่านประธาน ผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงเวลาแล้วหรือยังครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ลองปรับยุทธศาสตร์ กระบวนการตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน เคยได้ตั้งข้อสังเกตและอภิปรายเสนอถึงรัฐบาล ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเอาทหาร ออกจากพื้นที่ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะให้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เหมือนกับคนทั่วประเทศ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ กระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ในการกํากับดูแลบําบัดทุกข์บํารุงสุขของพี่น้องประชาชน มาทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มตัว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมเชื่อมั่นว่าในกลไกของข้าราชการ ไล่มาถึงตั้งแต่ผู้ว่าราชการ จังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) และผู้นําศาสนา ต่างก็เปึนกลไกของกระทรวงมหาดไทย ทั้งสิ้น ทําไมเราไม่คิดหรือจะเอาเงินงบประมาณป้หนึ่ง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือรวมกันมาแล้วที่ผมกล่าวเปึนแสน ๆ ล้านบาท ลองทําสิครับ ลองปรับยุทธศาสตร์สิครับ ปรับวิธีคิดสิครับ ให้ทหารมีหน้าที่ในการปัองกันประเทศ ปัองกันเอกราชจากศัตรูที่อยู่ระหว่างประเทศ แต่การแก้ปัญหาภายในประเทศเปึนหน้าที่ ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านเอาเงินงบประมาณเหล่านี้ ไปตั้งเปึนเงินเดือนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เขามีขีดความสามารถที่สามารถที่จะเลี้ยงดู ครอบครัว ไม่ใช่ว่าท่านไปมอบภารกิจแล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเหล่านี้ยังต้องไปกรีดยาง นะครับ ฝากในประเด็นนี้ว่าท่านลองคิดดูว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเอาการเมืองนําในการ แก้ปัญหาอย่างเปึนรูปธรรมมากกว่านี้นะครับ
ในประเด็นต่อไปที่ผมอยากฝากท่านประธานที่เคารพถึง ท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ วันนี้พื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เศรษฐกิจซบเซา การลงทุนตกต่ําเพราะไม่ได้รับการกระตุ้นที่ถูกต้องและ ชัดเจนจากรัฐบาล ผมอยากฝากท่านรัฐมนตรีถาวรในฐานะกํากับดูแลในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในการแก้ปัญหาท่านเป่ดเกทเวย์ (Gateway) การค้าชายแดนที่อําเภอเบตง ครับ ผมฝากว่าอยากเห็นฝัน อยากเห็นประตูการค้าระหว่างประเทศที่อําเภอเบตงนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลก็คือ การแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา ไม่ว่าจะเปึนทุเรียน ลองกอง มังคุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของยางพารา วันนี้ผมนั่งฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่ในการกํากับดูแลการค้าขายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ท่านไม่ได้พูดถึงยางพารา ท่านไม่ได้พูดถึงลองกอง ท่านไม่ได้พูดถึงทุเรียน สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่ามันจําเปึน ไม่ใช่ว่ากระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ดูแลเรื่องข้าวอย่างเดียว ผลิตผลทาง การเกษตรไม่ว่าจะเปึนลองกอง ทุเรียน ยางพารา ลิ้นจี่ ลําไย ท่านก็ต้องมามีมาตรการ ในการทําให้ราคาของการดําเนินการของพี่น้องประชาชนนั้นได้ราคาที่สูงสามารถที่จะ เลี้ยงครอบครัวได้
และสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีและก็ ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมทราบว่างบประมาณ ในการแก้ปัญหานั้นมีมาก ผมอยากฝัน อยากเห็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ผมฝัน ผมอยาก เห็นโรงเรียนประจําเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา เพราะจังหวัดยะลาคือศูนย์การศึกษาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเรียนฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีและก็ ท่านรัฐมนตรีที่กํากับดูแล ขอขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยถาวรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผมจะนําเสนอต่อที่ประชุม แห่งนี้ผ่านจากท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนผู้ชมทางบ้านใน ๓ ประเด็น
ประเด็นแรกก็คือการตอบข้อสังเกตของท่านซูการ์โนซึ่งได้อภิปรายจบลงไป เมื่อสักครู่
ส่วนที่ ๒ ก็คือ จะพูดถึงเรื่องของการถูกพาดพิงจากท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง
และประการที่ ๓ ก็จะชี้แจงการนําเงินงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ไปใช้จ่ายเพื่อ แก้ไขปัญหาภาคใต้ เพื่อขอความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ ก็สุดแล้วแต่ ท่านประธานครับ ต่อข้อสังเกตของท่านซูการ์โนที่บอกว่าการศึกษาของพี่น้อง ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มาตรฐานนั้น ต้องยอมรับความจริงว่า ถูกต้องครับ แต่รัฐบาลนี้เข้ามาทํางานได้ ๕ เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลในระบอบ ทักษิณทํางานมาแล้วประมาณ ๖-๗ ป้ เพราะฉะนั้นการคํานึงถึงมาตรฐานของการได้รับ การศึกษาจากการทํางานของรัฐบาลต้องดูรัฐบาลในอดีต อย่างไรก็ตามเปึน ความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้แน่นอนที่จะทําให้พี่น้องประชาชน เยาวชนของชาติได้รับ การศึกษาที่ดีและได้มาตรฐานเท่าเทียมกันกับคนในกรุงเทพฯ คนที่เชียงใหม่ หรือคนที่ ขอนแก่น หรือคนที่สงขลา หรือคนที่หาดใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลนี้ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา โดยการแก้ไขปัญหาด้วยการจัดตั้งสํานักงานการศึกษาเอกชนขึ้น เพื่อดูแลการศึกษา เอกชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในยุคปฏิรูประบบ ราชการของการบริหารราชการในยุคระบอบทักษิณนั้นได้ยุบการบริหารงานการศึกษา ภาคเอกชนที่กํากับดูแลโดย สช. และมาตั้งเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เรียกว่า สพฐ. ดังนั้นโรงเรียนเอกชนใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอของภาคใต้จึงขาดผู้ประสานงาน เอาใจใส่ดูแล ป้ ๒๕๕๒ นี้แม้ว่ารัฐบาลเก่าไม่ได้ตั้งเงินงบประมาณเอาไว้ก็ตาม แต่รัฐบาลนี้ ได้จัดเงินงบกลางมาจัดตั้งสํานักงาน สช. ขึ้นทุกอําเภอและทั้ง ๓ จังหวัด นี่คือวิธีการแก้ไข ที่จะเข้าไปกํากับดูแลและดูแลมาตรฐานการเรียนการสอนของการศึกษาของบุตรหลาน ของพี่น้องเยาวชนใน ๓ จังหวัดและ ๔ อําเภอครับ ยิ่งกว่านั้นครับ เมื่อเราพบว่านักเรียน ไม่ได้รับการศึกษาที่ได้มาตรฐาน สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้หรือได้ก็น้อย ทาง ศอ.บต. เอง และโดยคําสั่งของรัฐบาลนี้ให้ไปประสานงานกับมหาวิทยาลัยของรัฐ ๗๔ แห่ง เพื่อให้เรท (Rate) คะแนนของเด็กที่เรียนอยู่ใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอขึ้นมา เพื่อได้มีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยเหล่านั้น ๗๔ มหาวิทยาลัยได้มีความเมตตากรุณากับเด็กใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอ สามารถที่จะ รับเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐได้อีก ๖๗๒ คน และผมได้มีโอกาสไปปฐมนิเทศ ร่วมกับมหาวิทยาลัยนั้นที่จังหวัดยะลาครับ และ ๖๗๒ คน เราให้ทุนการศึกษาด้วย นั่นคือ การดูแลเอาใจใส่ของรัฐบาลนี้ต่อผู้ที่ด้อยโอกาส การด้อยโอกาสของเขาไม่ได้เกิดจาก การที่เขาขี้เกียจ แต่สถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้เปึนเหตุให้ครูไม่สามารถจัด การเรียนการสอนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เด็กนักเรียนเองก็ถูกเปึนห่วงเปึนใยจากผู้ปกครอง จึงเปึนเหตุให้การเข้าเรียน การรับฟังการเรียนการสอนจากครูน้อยลง
ถัดไปครับ ข้อสังเกตของท่านว่า เวลารัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดหรือข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ลงไปทางใต้ มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ ขอกราบเรียนว่าผมเองไม่เคยสั่งการ แต่ถ้าหากเพื่อความปลอดภัยของข้าราชการที่ดูแลความปลอดภัยหรือรักษา ความปลอดภัยให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือรัฐมนตรี หรือนักการเมืองบางคน ก็ตัด สัญญาณในระยะสั้น ๆ ใกล้ ๆ ไม่ได้ตัดยาวไกลจนส่งผลให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารกันได้ จึงขอทําความเข้าใจไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้านด้วยที่มี การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครับ
ทีนี้เรามาดูต่อไปว่าทําไมเหตุการณ์รุนแรงจึงเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในเชิงปริมาณ ลดลง ไม่ว่ามีการเสียชีวิตหรือมีการตาย หรือมีการบาดเจ็บ หรือจํานวนเหตุการณ์ ก็เพราะขบวนการก่อความไม่สงบโตขึ้นอย่างไรครับ ขบวนการก่อความไม่สงบโตขึ้น เกิดจากอะไร เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดในยุคระบอบของทักษิณที่ใช้วิธีการอุ้มฆ่า ที่ใช้วิธีการยุบ ศอ.บต. ที่ใช้วิธีการยุบกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ซึ่งรัฐบาลของ พวกท่านนั่นแหละเปึนผู้ได้ดําเนินการเอาไว้ ทีนี้ฝ์ายเราก็เข้ามาแก้ แก้ได้เพียง ๕ เดือน จะให้เห็นผลทันตาคงจะยาก
ทีนี้ข้อสังเกตถัดไปครับ ถามว่าเหตุเกิดที่มัสยิดไอปาแยที่พี่น้องประชาชน ถูกยิงเสียชีวิต ๑๑ คน บาดเจ็บ ๑๔ คน ท่านลืมพูดไปถึงเรื่องพระภิกษุสงฆ์ ที่ออกบิณฑบาตที่หมู่ที่ ๑ ตําบลยุโป อําเภอเมือง จังหวัดยะลา ถูกยิงเสียชีวิตว่ารัฐบาล จะทําอย่างไร ท่านลืมพูดไปถึงเรื่องที่ ๒ สามีภรรยาที่นิคมสร้างตนเองอําเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาสออกมาซื้อกับข้าว ถูกคนร้ายยิงถึงแก่ชีวิต ๒ ศพ ท่านลืมถามไปว่า พี่น้องประชาชนที่เดินทางจากอําเภอเมืองยะลาจะไปนิคมสร้างตนเองที่อําเภอหนึ่งของ จังหวัดยะลา ถูกคนร้ายโยนระเบิดเข้าไปบาดเจ็บ ๑๐ กว่าคน ตาย ๑ คน ลืมถามไป แต่อย่างไรก็ตามผมจะตอบข้อสังเกตนี้ว่า ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคย ให้สัมภาษณ์ที่ไหนว่า กลุ่มผู้ก่อการเปึนผู้กระทํา เหตุการณ์ไม่ว่าที่ไอปาแย หรือที่ยุโป หรือ ที่ไหน ๆ ก็ตาม ทุกครั้งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์บอกว่า ขณะนี้ได้กําชับให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐดําเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายให้เกิดความยุติธรรมและ โปร่งใส ผมได้ยินกับหูบอกว่า ท่านได้สั่งการไปยัง พลตํารวจตรี สุรชัย ผู้บังคับการ ตํารวจภูธร จังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการไปยังพลตํารวจโท พีระ ผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑๐ และได้สั่งการไปยังพลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติที่ดูแลความไม่สงบในภาคใต้ ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุบอกว่า ให้ดําเนินการสืบสวน สอบสวนให้ตรงไปตรงมา อย่าปกปัองใคร และขณะนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมให้เอาดีเอสไอลงไปดําเนินการร่วมสืบสวนสอบสวนและ สั่งการให้คุณหญิง แพทย์หญิงพรทิพย์ ลงไปเก็บหลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ขอทําความเข้าใจกับท่านผู้อภิปรายด้วยครับ หลังจากนั้นผมก็จะขอตอบคําอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นะครับ
ประเด็นแรกเรื่องของการพาดพิง ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นี่ยัง ทอล์คโชว์ (Talk show) เหมือนเดิม แต่ว่าลีลาจะน้อยไปกว่าเดิมหน่อย ไม่มีชาร์จรอบนี้ ฝ้มือในการทอล์คโชว์ก็ฟังเพลินนะครับ แต่ว่าข้อเท็จจริงจะถูกต้อง การเสนอแนะที่เปึน ประโยชน์หรือไม่ก็ให้แล้วแต่แต่ละคนที่จะรับไปดําเนินการ และขอให้ดุลยพินิจของท่าน บรรดาสมาชิกว่าคําอภิปรายของท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นั้นจะลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านพูดว่า ผมจบจากกฎหมายหรือนิติศาสตร์จะไป รู้อะไรในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าผมไม่สามารถมีความรู้ที่ เกี่ยวข้องกับการทําตัวแบบสารวัตรของร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แน่นอน เพราะมัน คนละสไตล์ (Style) ดังนั้นคําถามนี้จึงถามว่า การมาเปึนรัฐมนตรีกับ ๖ เดือนของการเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของท่านนั้นเราต้องรู้อะไรในการทําหน้าที่
ประการแรก ต้องรู้ปัญหาครับว่าอดีตเกี่ยวข้องกับความไม่สงบภาคใต้นั้น เกิดจากอะไร กราบเรียนหลายครั้งแต่ก็ต้องกราบเรียนต่อเพราะหลายท่านยังไม่เข้าใจ นั่นคือการดําเนินการทางนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในระบอบทักษิณ อุ้มฆ่าตายไป กี่คน เหตุการณ์กรือเซะเกิดในยุคใดครับ เหตุการณ์ตากใบเกิดในยุคใดครับ การทําความ กระจ่างชัดของเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์นี้องค์กรที่ทําหน้าที่คืออัยการและศาล จะบีบบังคับให้รัฐบาลเข้าไปสั่งการแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรมให้อัยการสั่งฟัอง หรือสั่งไม่ฟัองไม่ได้ จะบีบบังคับให้ศาลเขียนคําวินิจฉัยในการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าพี่น้องประชาชนตาย ๗๐-๘๐ ศพนั้นเกิดจากสาเหตุอย่างอื่น อย่างใดนั้นบังคับไม่ได้ หลังจากนี้พนักงานอัยการจะได้รับเอาสํานวนการสืบสวนสอบสวน หรือคําวินิจฉัยของศาลมาสั่งการว่าควรจะฟัองใครหรือไม่ฟัองใคร ดังนั้นนั่นคือผมรู้อดีต ว่าสาเหตุของความรุนแรงเกิดจากการกระทําที่ผิดพลาดในเชิงนโยบายของรัฐบาลในยุค ท่านนั่นแหละ ทีนี้ถามว่าปัจจุบันผมรู้อะไร ขณะนี้เหตุการณ์รุนแรงยังมีครับ ผมเมื่อได้ รับผิดชอบก็จะต้องลงไปดูลงไปฟัง ดูให้เห็นด้วยตา ฟังให้เห็นด้วยหู ไม่ฟังการบรรยายสรุป ของข้าราชการเพียงอย่างเดียว รัฐมนตรีบางคนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๖ เดือนลงไปครั้งเดียวครับ ลงไปก็ไปร้องเพลงอยู่ในค่ายทหาร ค่ายตํารวจ ตชด. ไม่ได้ลงไปที่ ไอปาแยเหมือนท่านสุเทพเหมือนผม ไม่ได้ลงไปที่บ้านท่ากําชํา ไม่ได้ลงไปที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ สิ่งเหล่านี้ผมต้องยอมรับว่าผมต้องเสี่ยง ผมต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ปกติข้าราชการหรือนักการเมืองเรานี่ครับมักจะเข้าใจไม่ถูกต้องกับวิถีชีวิตความต้องการ ของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรืออีก ๔ อําเภอ ดังนั้นเราต้องทํา ความเข้าใจท่านทั้งหลายให้ได้ถึงจะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง หลังจากนั้นเมื่อเรา เข้าใจปัญหาดีแล้ว เข้าใจปัญหาปัจจุบันแล้วเราก็ต้องมากําหนดนโยบายในฐานะที่เปึน รัฐมนตรี การกําหนดนโยบายนั้นก็นับตั้งแต่นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงที่ ท่านสังกัด นโยบายรัฐบาลของรัฐบาลนี้ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ก็คือการเมืองนํา การทหาร โดยเอาแนวพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเปึนแนวทาง นั่นคือการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา การเข้าใจเราทําอย่างไร การเข้าถึงเราทําอย่างไร การพัฒนาเราทําอย่างไร การเข้าใจก็คือต้องทําความเข้าใจกับวิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิม ที่นั่นให้ได้ว่าเขาอยู่กันอย่างสันติ เขาอยู่กันอย่างพอเพียง การเข้าถึงก็คือทําอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนกล้าถามคําถามเรา กล้าระบายความทุกข์ความเดือดร้อนกับเรา กล้าที่จะ ร้องขอเราว่าอย่างนั้นไม่ถูกอย่างนี้ไม่ถูก หลังจากนั้นก็ทําการพัฒนาให้เปึนไปตาม ความต้องการ สิ่งแรกที่ผมอยากกราบเรียนว่าการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติของการ กําหนดให้เปึนไปตามนโยบายมีความสําคัญ รัฐบาลนี้แม้จะเข้ามาเพียง ๕ เดือนก็ตาม เราได้ว่าจ้างบัณฑิตที่จบการศึกษาทุก ๆ หมู่บ้าน ๒,๔๐๐ กว่าหมู่บ้าน บวกอีกชุมชนในเขตเมือง ให้ชุมชนและหมู่บ้านคัดเลือกเขา เหล่านั้นมาทําหน้าที่ร่วมกับ ศอ.บต. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับรัฐบาลว่า เมื่อท่านจบการศึกษาแล้วยังไม่มีงานทํา ท่านอาสาที่จะเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านของท่านไหม ปรากฏว่าจากการรับสมัครมีการสมัครกัน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน เลือกเอา ๒,๐๐๐ กว่าคน จาก ๒,๐๐๐ กว่าคนนี้ผมลงไปปฐมนิเทศเองครับ ๑. เก็บเอาความต้องการ ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านมาบอกราชการ มาบอกรัฐบาล หลังจากนั้นเมื่อเรารู้ เราทราบความต้องการของท่านแล้ว เราก็ส่งเม็ดเงินงบประมาณ ส่งวิธีการไปแก้ไขปัญหา ให้กับทางภาคใต้ นั่นแค่เพียง ๑ โครงการในจํานวนหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลนี้ มาทําหน้าที่เพียง ๕ เดือน ได้ดําเนินการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลัก ความต้องการของพี่น้องประชาชน หลังจากนั้นครับ การขับเคลื่อนทําอย่างไร นอกเหนือจากผมลงไปตรวจสอบประเมินผลแล้วว่า ราชการซึ่งเปึนเครื่องมือของรัฐบาล ได้ดําเนินการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติภายใต้เม็ดเงินงบประมาณที่ท่านทั้งหลายอนุมัติ มาแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๒ และจะอนุมัติต่อไปในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ลงไปตรวจสอบ ขับเคลื่อน ๑. มีความพร้อมขนาดไหนในการเตรียมความพร้อม ๒. เมื่อนําไปสู่การปฏิบัติ แล้วรั่วไหลไหม ถูกต้องไหม มีประสิทธิภาพไหม เกิดประสิทธิผลไหม ท่านประธานครับ นั่นคือการรู้ของการทําหน้าที่ของการเปึนนักการเมืองที่เข้ามารับผิดชอบเปึนรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของโครงการที่จะใช้เม็ดเงินงบประมาณ ๑๘,๒๕๙ ล้านบาท สําหรับ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราได้ใช้ ครม. ภาคใต้ ใช้คณะกรรมการขับเคลื่อน เพื่อที่จะให้เปึนไปตามนโยบาย ไม่ว่าเปึนแผนการที่เกี่ยวข้องกับการอํานวยความยุติธรรม หรือแผนที่เกี่ยวกับการยกระดับรายได้คุณภาพชีวิตในหมู่บ้าน หรือแผนพัฒนาคุณภาพคน ในทางพหุวัฒนธรรมหรือสร้างมาตรฐานของสังคม หรือแผนการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ การลงทุนภาคใต้ หรือแผนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน เดี๋ยว ฯพณฯ สุเทพ จะได้ชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่ผมได้เปึนผู้ประสานงานเกี่ยวกับ แผน ๆ หนึ่งก็คือ แผนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ภาคใต้ เรานั้นเปึนประเทศที่ติดเขตแดนกับมาเลเซีย แต่เชื่อมโยงไปยังอินโดนีเซีย เชื่อมโยงไปยัง สิงคโปร์ ดังนั้นการค้าชายแดนของเรามีความสําคัญมากครับท่านประธาน ชายแดน ภาคใต้มีด่านชายแดนอยู่ทั้งหมด ๙ ด่าน คือด่านปาดังเบซาร์ที่สงขลา ด่านสะเดา ด่านประกอบที่อําเภอนาทวี ด่านตํามะลังที่สตูล ด่านวังพระจันทร์ที่สตูล ด่านโก-ลก ที่นราธิวาส ด่านเบตงที่ยะลา ด่านบูเกะตาที่นราธิวาส และด่านตากใบที่นราธิวาส มูลค่า ของการนําสินค้าเข้า ส่งออก โดยเฉพาะที่ด่านสงขลาด่านเดียว คือด่านสะเดาประมาณ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มหุ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในทุก ๆ ป้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้กําหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการค้าชายแดน ให้เศรษฐกิจของภาคใต้เจริญก้าวหน้าด้วยการอนุมัติเงินงบประมาณหลายยอด ยอดแรก ที่ด่านเบตง ความแออัดยัดเยียดของพี่น้องประชาชนในการเดินทาง และความแออัด ยัดเยียดในการนําสินค้าเข้า ส่งสินค้าออกขณะนี้อนุมัติเงินงบประมาณไป ๖๐ กว่าล้านบาท เริ่มดําเนินการแล้ว ที่ด่านสะเดาครับ อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับป้งบประมาณนี้ โดยใช้ เงินกู้ที่เราผ่านไปเมื่อวานนั่นแหละ และที่สําคัญที่สุดก็คือเราจะขยายเขตพื้นที่รองรับ ตู้สินค้า ลดการจราจรและช่องทางในเนื้อที่ ๗๕๖ ไร่ เมื่อวานผมได้มีโอกาสได้พบกับ รัฐมนตรีธีระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่า ท่านรัฐมนตรีครับ จากการที่ผมไปประสานงานกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในการขยายด่านนั้น ขณะนี้พื้นที่ ๗๕๖ ไร่ ผมได้ประสานงานกับสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่ออนุญาตให้กรมศุลกากรใช้พื้นที่ตรงนี้แล้ว และเม็ดเงินงบประมาณพร้อมแล้ว ไปยัง ด่านประกอบครับ แม้จะเปึนพื้นที่ไม่กว้างมากนักเรากําลังขยายถนน ๔ เลนเข้าไปตรงนั้น ขณะนี้ได้หาตัวผู้รับจ้างในวงเงินเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว
-๑๒๙/๑ สําหรับด่านเบตงที่ท่านซูการ์โนได้พูดถึงนั้น บัดนี้เราได้ปรับปรุง เพื่อให้เปึนช่องทางที่ สะดวก เพื่อที่ให้พี่น้องประชาชนทํามาค้าขาย เดินทางไปมาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด่านโก-ลก ก็เช่นกัน ด่านบูเกะตาครับ ผมได้พยายามผลักดันร่วมกับรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องบอกว่าเงินงบประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาทที่ส่งลงไปนั้นขอให้รีบจัดจ้างและ ห้ามเอาเงินก้อนนั้นเอามาไว้ที่อื่น เพราะเห็นว่าในรัฐบาลยุคของท่านนั้นมักจะเอาจาก ภาคใต้เมื่ออนุมัติเม็ดเงินงบประมาณแล้ว บอกว่ายังไม่พร้อมเนื่องจากความไม่สงบ เกิดขึ้น ดังนั้นจะไม่มีการจ้างงาน ก็ส่งกลับมาไว้ที่อื่น อย่างเช่นกรณีของการพัฒนา ประปาที่อําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา รัฐบาลไหนไม่ทราบขโมยไปประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท บัดนี้ที่ด่านบูเกะตา ได้ดําเนินการจัดทําทีโออาร์ (TOR) เพื่อที่จะ ดําเนินการจัดจ้าง ให้มีการพัฒนาด่านที่นั่น อย่างไรก็ตามครับ ในเรื่องของสุขภาพอนามัย ในเรื่องของการศึกษาขอเพิ่มนิดเดียวครับท่านประธานครับ ขณะนี้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์รัฐบาลนี้ได้อนุมัติเม็ดเงินงบประมาณไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการ พัฒนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ให้เปึนมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเน้น ไปในเรื่องของวิทยาศาสตร์ พยาบาล แพทยศาสตร์ และรวมถึงวิศวกรรม วิทยาศาสตร์นี่ ภายใต้การร้องขอของ ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง ของจังหวัดนราธิวาส นอกจากนั้นครับ ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เช่นกันจะทําเปึนโรงพยาบาลศูนย์ หลังจากนี้เมื่อ โรงพยาบาลได้ดําเนินการพัฒนาที่นราธิวาสเสร็จแล้ว ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะ ไม่ต้องลําบากในการเดินทางเอาคนเจ็บ คนป์วย มารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลศูนย์ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า การพัฒนาในเชิงที่ เปึนรูปธรรม ภายใต้การเมืองนําการทหารนั้น เดี๋ยว ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะได้ ลงลึกในรายละเอียดที่ท่านได้ดําเนินการมากับมือและก็มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะให้ ภาคใต้ทัดเทียมกับภาคอื่น ๆ ที่จะทําให้ภาคใต้ได้พื้นคืนความเปึนธรรมที่ถูกละเลยมา นานครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน เพื่อชี้แจง เรื่องงบประมาณที่ใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในป้ ๒๕๕๓ นี้ เพื่อความเข้าใจของเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟัง การถ่ายทอดเสียงการประชุมสภาอยู่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึน เบื้องต้นว่า รัฐบาลนี้ใช้ยุทธศาสตร์พระราชทาน คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดครับ รัฐบาลตั้งใจทําอย่างจริงจัง ทําให้เห็น ทําให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นให้ได้ เปัาหมายของรัฐบาลนี้ในการใช้จ่ายงบประมาณ สําหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มุ่งตรงไปที่ประชาชนครับ เอาประชาชนเปึนตัวตั้ง แล้วก็ตั้งเปัาหมายไว้เลยครับว่าภายใน ๓ ป้นี้จะให้คนจนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้ไม่ต่ํากว่าครอบครัวละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อป้นะครับ และจะทําให้ได้เปึนรัฐบาลแรกครับ ที่กล้ากําหนดตัวเลขเปัาหมายรายได้ของ ประชาชนในเขตพื้นที่พัฒนาไว้อย่างชัดเจน ที่กําหนดตัวเลขรายได้ป้ละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท นี่ครับ เพราะว่าเราได้ศึกษามาแล้วเห็นว่า ถ้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้ถ้าใน ครอบครัวหนึ่งสามารถหาเงินเข้าครอบครัวได้ ในจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อป้ เขาก็ สามารถที่จะดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีเลี้ยงดูบุตรหลานได้ รัฐบาลยึดถือเอาแนวทาง พระราชทานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาเปึนธงชัย เอางบประมาณของแผ่นดินไปสนับสนุนส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ประกอบอาชีพที่ สามารถทํารายได้เพียงพอที่จะดํารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้ เราได้ตั้งเปัาหมายเอาไว้ ท่านประธานครับว่า เราจะให้โอกาสพี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้เหล่านี้ครับ ได้เลือกแนวทางในการประกอบอาชีพของตนเอง ถ้าชอบใจ ที่จะทําสวนยางพาราเราก็ส่งเสริมให้เขาทําสวนยางพารา ถ้าต้องการที่จะทําสวนปาล์มน้ํามัน ก็ให้เขาปลูกปาล์มน้ํามัน ท่านที่ยังติดอยู่กับเรื่องการทํานา ชอบใจ มีความสุขที่ได้ทํานา เราก็จะให้เขาทํานาตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ที่มีการบริหารจัดการที่ดินตามหลัก วิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ สําหรับประชาชนกลุ่มอื่นที่ไม่ประสงค์ที่จะทําอาชีพทางด้าน ปลูกพืชแต่ว่าอยากจะทําปศุสัตว์ อยากจะเลี้ยงไก่เนื้อ อยากจะเลี้ยงไก่ไข่ อยากจะเลี้ยง เปึด เลี้ยงแพะ เลี้ยงโคเนื้อ เราก็ได้ตั้งงบประมาณในป้นี้เอาไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะ สนับสนุนให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นได้ประกอบอาชีพตามที่เขาถนัดตามที่เขาสมัครใจ เราได้ซักซ้อมกันเรียบร้อยท่านประธานครับว่า ข้าราชการในพื้นที่ทั้งที่เปึนพลเรือน เปึนตํารวจ เปึนทหาร ได้รู้เรื่องนโยบายแผนงานโครงการของรัฐบาลทั้งหมดนี้ที่เขียนไว้ใน เล่มนี้ครับ รู้เหมือนกันทุกคน รู้เท่า ๆ กันทุกคนทุกฝ์ายและทํางานร่วมกัน ทั้งทหาร ทั้งพลเรือนเข้าพื้นที่ไปหาประชาชนด้วยกัน ไปประชุมปรึกษาหารือกับพี่น้องประชาชนกับ ผู้นําท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้านในแต่ละตําบลด้วยกัน แล้วก็ร่วมกันกําหนดทางเลือกสําหรับ พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านเปัาหมายเหล่านั้น ผมเรียนกับท่านประธานได้เลยครับว่า นี่เปึนครั้งแรกสําหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับโอกาสให้ได้ กําหนดแนวทางในการเลือกประกอบอาชีพในการที่จะดําเนินชีวิตของตนเองโดยมีรัฐบาล เปึนผู้สนับสนุนช่วยเหลือ การทํางานอย่างนี้ละครับ เรียกว่า เปึนการบริหารราชการ โดยให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สําหรับผู้ที่ไม่ประสงค์ที่จะ ประกอบอาชีพทางการเกษตร เราก็ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ครับ กําหนดเอาไว้รองรับ ผู้ประกอบอาชีพในสาขาอื่น อาทิเช่น พี่น้องประชาชนที่ทําหน้าที่ทางด้านบริการ ขับรถรับจ้าง ไม่ว่าจะเปึนรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเก่าคร่ําคร่าแล้วครับท่านประธาน ลงไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้นี่จะเห็นเลยครับ คราวนี้เราให้โอกาสพี่น้องประชาชนเหล่านั้น ครับว่า ให้เขาได้ซื้อรถใหม่ ให้เขาปรับปรุงรถของเขาใหม่ เพื่อใช้เปึนเครื่องมือในการ ประกอบอาชีพต่อไป พ่อค้า นักธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านั้นครับ รัฐบาล ก็ได้กําหนดมาตรการในการสนับสนุนส่งเสริมให้กิจการค้าขายทั้งหลายของเขาดําเนินไปได้ ด้วยความเรียบร้อย เช่น เรื่องของการกําหนดมาตรการที่จะให้เขาได้กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ํา ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการลดภาษีเงินได้ ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล การลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งขณะนี้เรากําลังให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ พิจารณาที่จะกําหนดให้เขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตพิเศษสําหรับการส่งเสริม การลงทุน เพื่อเปึนการจูงใจให้บรรดาพ่อค้า นักธุรกิจทั้งหลายได้ไปลงทุนก่อสร้างโรงงาน อุตสาหกรรม อย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหารฮาลาล เปึนต้น สิ่งเหล่านี้ได้ กําหนดเอาไว้ในแผนการในงบประมาณแผ่นดินที่ท่านสมาชิกทั้งหลายกําลังพิจารณากัน อยู่ทั้งสิ้น ผมก็จะไม่ลงไปในรายละเอียดลึกมากกว่านี้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า แนวทางอย่างนี้เองนะครับ ที่เราเรียกกันว่า เปึนการแก้ปัญหาโดยใช้การเมืองนําการทหาร แก้ปัญหาโดยสันติวิธี รัฐบาลนี้ไม่ใช้วิธีเข่นฆ่าล่าสังหารแบบที่บางรัฐบาลเคยใช้ เราจะแก้ปัญหาโดยใช้หลัก กฎหมายเท่านั้น ไม่ทําผิดกฎหมายเสียเองโดยเด็ดขาด ไม่ทําอะไรนอกกรอบนอกกติกา ของกฎหมายโดยเด็ดขาด ผมเรียนกับเพื่อนสมาชิกครับว่า รัฐบาลนี้ไม่เชื่อในเรื่องการฆ่า แต่เราเชื่อในเรื่องของการพัฒนา ตํารวจ ทหารมีหน้าที่รักษากฎหมาย คุ้มครองความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือโครงการพัฒนาต่าง ๆ ลดโอกาสที่ผู้ก่อการร้ายจะไปทําร้ายประชาชนเท่าที่ขีดความสามารถจะทําได้ และเราก็ พยายามที่จะให้เขาทําให้เต็มขีดความสามารถ แม้ว่าในขณะนี้ยังมีช่องว่างยังมีโอกาสที่ ผู้ร้ายยังฉกฉวยได้อยู่ แต่เราก็พยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ของเราทํางานได้เต็มที่ยิ่งขึ้น
ในส่วนของการพัฒนานั้นครับ วันนี้เราใช้กําลังเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยทํางาน ทางด้านการพัฒนาด้วย ผมยกตัวอย่างเช่น มีถนนสาย ๔๑๘ ซึ่งเปึนถนนตั้งแต่จังหวัด ยะลาถึงจังหวัดปัตตานีเปึนถนน ๔ ช่องจราจร งบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้รับเหมาเข้าไปรับเหมาแล้วไม่สามารถสร้างได้ครับท่านประธาน ทิ้งงาน เราได้เอา กรมทหารช่างเข้าไปก่อสร้างงานต่อแล้วก็ทําได้ดีเหมือนกับผู้รับเหมามืออาชีพ ปลายป้นี้ เรามั่นใจว่าถนนสายนี้จะสร้างแล้วเสร็จ จะให้เปึนของขวัญสําหรับพี่น้องจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี
นอกจากนั้นครับ เราได้กําหนดไว้แล้วครับว่าในบางพื้นที่ที่เราจะต้องทํา ถนนไร้ฝุ์น ที่เราจะต้องไปสร้างแปลงไร่แปลงนา สร้างคอกปศุสัตว์ให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าหากว่าเราไม่สามารถหาผู้รับจ้างที่อื่นได้ เราจะให้เจ้าหน้าที่ทหารช่างของเราได้เข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการก่อสร้างโรงนาหรือว่าคอกปศุสัตว์ของพี่น้องประชาชน เหล่านี้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้เปึนมิติใหม่ในการทํางานในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลมั่นใจครับว่าถ้าเราทํางานโดยวิธีนี้ใน ๓ ป้นี้เราจะเห็นหน้า เห็นหลังเรามั่นใจว่าชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยรวมในภาคใต้จะดีขึ้น เมื่อคนส่วนใหญ่มีความสุข พี่น้องส่วนใหญ่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในแผ่นดินนี้ พี่น้อง ประชาชนเหล่านั้นก็ย่อมไม่สนับสนุนกับฝ์ายผู้ก่อการร้าย คงจะเปึนด้วยเหตุนี้กระมังครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้จึงได้ปรากฏการก่อการร้ายถี่ยิ่งขึ้น คงเปึนเรื่องที่อีกฝ์ายหนึ่ง ต้องการแสดงศักดาให้เห็นว่าเขายังมีอิทธิพลอยู่ ยังมีอิทธิฤทธิ์อยู่ ซึ่งเปึนเรื่องที่พวกเรา จะต้องอดทนแล้วก็ต้องพยายามทํางานให้หนักยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาให้มากยิ่งขึ้น ในการ บริหารราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้ตั้ง คณะกรรมการรัฐมนตรีพื้นที่พัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นเปึนการเฉพาะ เรียกว่า รชต. คือเปึนคณะรัฐมนตรีชายแดนภาคใต้ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานเอง เปึนผู้นําเอง มีรัฐมนตรีกระทรวงสําคัญ ๆ ที่จะมีหน้าที่ลงไปดูแลที่นั่นร่วมเปึน คณะกรรมการในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ คณะรัฐมนตรีภาคใต้ชุดนี้เปึนผู้ที่กําหนดแผนงาน โครงการ นโยบายต่าง ๆ รวมทั้งแผนปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้หน่วยงานข้างล่างได้ นําไปปฏิบัติ แล้วก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่จะทําหน้าที่เร่งรัดติดตามประเมินผล ในการทํางานตามนโยบายนี้ มีผมเปึนประธาน มีท่านรัฐมนตรีช่วยถาวร เสนเนียม เปึนรองประธาน แล้วก็มีกรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ ทุกฝ์ายครับเราลงไปประสาน ทํางานกับพื้นที่ ซึ่งที่นั่นก็จะมี กอ.รมน. ภาค ๔ แล้วก็มี ผอ. ศอ.บต. ผู้อํานวยการ ศอ.บต. ซึ่งเปึนฝ์ายพลเรือน เราก็ทํางานร่วมกันอย่างมีเอกภาพด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน เปึนอย่างดี ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งว่าที่จริงแล้วท่านมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนโยบายเท่านั้นครับ ท่านก็ยัง ลงไปในพื้นที่ เข้าไปถึงตัวหมู่บ้าน เข้าไปถึงตําบลต่าง ๆ ที่เปึนตําบลที่นายกรัฐมนตรี คนอื่น ๆ ไม่กล้าเข้าไปละครับ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ เข้าไปแล้ว แล้วรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่ อยู่ในคณะนี้ก็เข้าไปหมดครับ ทยอยกันไปทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แม้แต่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังได้นําคณะทูตานุทูตลงไปดูสถานการณ์จริง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้งแล้วครับ รัฐมนตรีทั้งหลายที่ผมเรียนและ ไม่ได้เรียนถึงนี่นะครับ ลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้เปึนประจํา ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม นั้น แน่นอนครับลงทุกสัปดาห์เพราะว่าได้รับมอบหมายเปึนพิเศษ ผมลงบ้างเปึนครั้งคราว ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับท่านประธานครับ เพื่อที่จะยืนยันกับเพื่อนสมาชิกและ พี่น้องประชาชนที่เปึนห่วงเปึนใยสถานการณ์ภาคใต้ว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจจริง แล้วก็มุ่งมั่นที่จะ แก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ นําความผาสุกร่มเย็นกลับมาสู่ พี่น้องประชาชนที่นั่นให้ได้ ถึงได้กําหนดงบประมาณและค่าใช้จ่ายทั้งหลายเอาไว้อย่างนี้ เมื่อสักครู่คุณเฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายพูดจาว่ากล่าวเยอะแยะไปหมดนะครับ แล้วผมก็ ไม่อยากจะโต้ตอบอะไร แต่ผมอยากจะให้คุณเฉลิม อยู่บํารุง ได้ลองไปพิจารณาว่าสมัยที่ คุณเฉลิม อยู่บํารุง เปึนรัฐมนตรีไม่ได้ลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างนี้ ไม่เคยเข้าไป ในหมู่บ้าน ไม่เคยเข้าไปในตําบลที่มีปัญหา เท่าที่ผมติดตามพฤติกรรมของคุณเฉลิม อยู่บํารุง ลงไปครั้งเดียวครับ ไปที่จังหวัดสงขลา และนอนอยู่ในค่ายไม่ได้เข้าไปถึงที่นั่น แล้วก็กลับมารายงานนายกรัฐมนตรีฉอด ฉอด ฉอด ตามสไตล์ เพราะฉะนั้น คุณเฉลิม อยู่บํารุง จะเอาประสบการณ์ของตัวเองมาแล้วก็จะมาเปรียบเทียบกับ การทํางานของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ คนละความคิดคนละรูปแบบ คุณเฉลิม อยู่บํารุง เปึน ประเภทปากกล้าขาสั่น อยู่ในนี้แล้วปากดี แต่ว่าให้ลงไปในพื้นที่ไม่เอา วิพากษ์วิจารณ์ได้ ผมพูดอย่างนี้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกได้เข้าใจครับว่า การที่ทํางาน จริง ๆ มันต้องลงไปในพื้นที่ คลุกคลีกับพี่น้องประชาชน คลุกคลีกับข้าราชการ ต้องเข้าใจ ทั้งข้าราชการและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ลงไปทํางานกับเขา เข้าใจปัญหาของเขา แล้วเราก็จะแก้ปัญหาได้ ท่านประธานครับ เรามั่นใจครับว่าในขณะนี้เราสามารถที่จะเข้า ไปถึงพี่น้องประชาชน เข้าใจปัญหากับพี่น้องประชาชน และเราร่วมกันแก้ปัญหากับ พี่น้องประชาชน กับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร และพลเรือนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตรบกวนเวลาท่านประธานอีก ๒ นาที เมื่อสักครู่คุณเฉลิม อยู่บํารุง ก็เอาอีกแล้วครับ ฉายหนังเก่าเรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ลุกขึ้นมาโจมตีผม บอกว่าผมเอาที่ดิน ไปแจกคุณทศพร เทพบุตร สามีคุณอัญชลี เทพบุตร ที่จังหวัดภูเก็ต เปึนเรื่องเปึนราว อย่างโน้นอย่างนี้ พี่น้องประชาชนอาจจะเข้าใจผิด ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนเพื่อ บันทึกไว้ตรงนี้ว่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เปึน นายกรัฐมนตรี ท่านมีนโยบายที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรคนจนที่เข้าไปครอบครอง ทํากินทําไร่ทํานาอยู่ในที่ดินแปลงต่าง ๆ แต่ว่าไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะที่ดินเหล่านั้น เกี่ยวเนื่องติดต่อกับที่ของรัฐ ไม่มีใครออกเอกสารสิทธิให้ กลายเปึนคนเถื่อน เปึนคนไม่มี อนาคต ทั้ง ๆ ที่หักร้างถางพงทํากินมาเปึนเวลา ๓๐-๔๐ ป้ บางทีตั้ง ๒ ชั่วอายุคนมาแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้มอบหมายให้ผมซึ่งเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์รับปัญหานี้ไปแก้ไข เราได้ใช้วิธีการแก้ไขโดยใช้กฎหมายปฏิรูปที่ดิน เปึนเครื่องมือไปประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทับลงไปในพื้นที่แปลงที่เกษตรกรทั้งหลายเขาทํา มาหากินอยู่แล้วไม่มีเอกสรสิทธิ แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่ไปสํารวจตรวจสอบรังวัดออกเอกสารสิทธิ ที่เรียกว่า ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ที่ครอบครองทํากินอยู่ในที่ดินเหล่านั้น ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าในสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีได้ออก เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมย้ําว่าทั่วประเทศครับ โดยวิธีการนี้มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ทําให้คนเหล่านั้นได้มีโอกาสเปึนเจ้าของ ประเทศไทยเทียมหน้าเทียมตากับคนอื่น แต่โชคร้ายครับท่านประธาน ในการที่ไปออก เอกสารสิทธิที่จังหวัดภูเก็ต บังเอิญว่ามีคนที่มีฐานะ ๑๔ คนได้เอกสารสิทธินี้ด้วย เพราะ เขาครอบครองทํากินมาก่อน ๑ ใน ๑๔ คนนั้นเปึนคุณทศพร เทพบุตร ครับ ซึ่งวันนั้นเขา ไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎร แต่เขาเปึนสามีของคุณอัญชลี เทพบุตร ซึ่งเปึนเลขานุการของผม ท่านประธานครับ เท่านั้นแหละครับแร้งลงเลยครับ มะรุมมะตุ้มกันใหญ่เลยครับ ก็เล่นงาน สร้างกระแสกันจนกระทั่งพูดไปเหมือนที่คุณเฉลิมมาพูดเมื่อสักครู่ว่า ผมเอาที่ดินไปแจก ให้กับเศรษฐี ที่จริงไม่ใช่ครับท่านประธาน ไม่ได้เอาไปแจก ผมไม่ใช่คนจัดสรร เขาครอบครองของเขาอยู่แล้ว เราก็ไปสํารวจรังวัดออกเอกสารให้เขา ที่ทําอย่างนี้ เพราะว่าทําเหมือนกันทั่วประเทศ แต่ว่านี่เปึนประเด็นการเมือง ผมมีหลักฐานเอกสารอยู่ ตรงนี้ครับท่านประธานเพื่อที่จะให้ท่านประธานได้ทราบ ในมือผมนี่ครับเปึนคําพิพากษา คดีนี้ครับ เปึนคดีระหว่างสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกับคุณทศพร เทพบุตร อันนี้เปึนคําพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษาเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เลขคดีดํา ๑๗๖๕/๒๕๔๓ คดีแดง ๑๔๘๕/๒๕๔๔ อันนี้เปึนคําพิพากษาศาลฎีกาที่คดีสิ้นสุด เนื้อหา สาระของคําพิพากษาทั้ง ๒ ฉบับที่ผมให้ท่านประธานดูนี้ครับระบุชัดเลยครับว่าที่ดิน แปลงนี้ของคุณทศพร เดิมเปึนของประชาชนชื่อ นายจรัญ ตุ้มกู้ นายจรัญนี่ครอบครอง ที่ดินต่อมาจากพ่อซึ่งเสียชีวิตไปแล้วทําสวนยางพารา ครอบครองมาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๙ จนกระทั่งมาป้ ๒๕๓๒ คุณทศพร เทพบุตร ก็ซื้อที่ดินแปลงนี้ต่อนายจรัญ ตุ้มกู้ แล้วอยู่ ต่อมาอีก ๕ ป้ครับ ป้ ๒๕๓๗ ทางราชการจึงไปประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทับลงบนที่ของเขา เขาก็คิดว่าเขาคงจะมีสิทธิเหมือนกับคนอื่นก็บอกเจ้าหน้าที่ให้ไปสํารวจรังวัดออกเอกสารสิทธิ ให้เรื่องมีเท่านี้ครับ แต่ว่าต่อมาเมื่อไปตรวจกฎหมายกันแล้วโดยคําจํากัดความของ กฎหมายปฏิรูปที่ดินคําว่า เกษตรกร เขาบอกว่าต้องเปึนคนจนเปึนคนที่ไม่มีที่ดินทํากิน มาก่อนหรือมีน้อย คุณทศพรก็เลยขาดคุณสมบัติก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานว่าบางทีข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ แต่ว่าพวกที่ช่างบิดช่างเบือนนี่ ก็พูดได้ทั้งวันละครับ ผมไม่มีเจตนาจะไปต่อล้อต่อเถียง แต่ผมต้องการให้บันทึกไว้ในสภานี้ คนอย่างผมไม่พูดโกหกครับท่านประธาน ผมพูดเรื่องจริง อยู่ได้มาทุกวันนี้ ยืนหยัดช่วย รัฐบาลมาวันนี้ ช่วยประชาชนได้วันนี้ เพราะผมพูดจริงและผมจะพูดอย่างนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป นะครับ เชิญท่านวิทยา ทรงคํา ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้มาอภิปรายเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ในวันนี้ รัฐบาลได้ ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบขาดดุลอยู่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบขาดดุลคืองบอะไร ก็คืองบที่หารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ก็ต้องกู้เขามา กราบเรียนท่านประธานว่าผมมาดูรายรับของรัฐบาลมีอยู่ ๒ ประการ
ประการที่ ๑ ก็จากเงินกู้ครับ กู้อันที่ ๑ คือกู้ใน พ.ร.บ. งบประมาณตัวนี้ ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นก็จะใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเงินกู้ตาม พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกอย่างหนึ่งก็คือภาษี ภาษีที่เก็บ ปกติกระผมก็ไม่ว่ากระไร แต่ภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลออกเปึนพระราชกําหนดที่ผ่านมา พูดถึงประชาชนแล้วชาวบ้านเขาบอกว่า โดยเฉพาะภาษีน้ํามันเขาบอกว่าเขาโดน ๒ เด้ง เด้งที่ ๑ เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีก็บอกว่าจะไม่กระทบถึงประชาชน เพราะว่า ใช้เงินกองทุนน้ํามันมาชดเชยลิตรละ ๒ บาท ซึ่งเมื่อก่อนนี้กฎหมายกําหนดให้เก็บภาษี สรรพสามิตน้ํามันได้ลิตรละไม่เกิน ๕ บาท รัฐบาลชุดนี้ได้ออกเปึนพระราชกําหนดเก็บได้ อีก ๕ บาทเปึน ๑๐ บาท แต่ตอนนี้เก็บ ๒ บาท โดยใช้กองทุนน้ํามันมาชดเชย ก็คือ ชาวบ้านออก ๕ บาท ใช้กองทุนน้ํามันอีก ๒ บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่ากองทุนน้ํามันจะอยู่ได้ประมาณ ๓-๔ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าหมดแล้วจะทําอย่างไรครับ ก็ต้องตกเปึนภาระของประชาชน ทีนี้ละครับพี่น้องประชาชนก็จะซื้อน้ํามันแพง เสร็จแล้ว สินค้าก็จะแพงก็ ๒ เด้งตามที่พี่น้องประชาชนได้พูดไว้ไม่มีผิด มาดูเกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่ายครับท่านประธาน กระผมขอดูภาคสังคมก่อน กระผมขึ้นมาอภิปรายถ้าไม่พูดถึง เรื่องกระทรวงศึกษาธิการก็คงจะผิดสังเกต ก็พูดถึงงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมการ สกสค. ที่อนุมัติเงินให้สมาชิก ช.พ.ค. กู้ยืม ไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ราย กราบเรียนพี่น้องสมาชิกบางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า เงินตัวนี้คือเงินอะไร เงิน ช.พ.ค. คือเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนสมาชิกคุรุสภา ก็คือ เงินฌาปนกิจนี่แหละครับ พูดง่าย ๆ ก็คือเงินตาย ตายแล้วจะได้รับเงินอยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ณ ปัจจุบัน เมื่อก่อนนี้เขาให้กู้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย ตอนนี้ภาวะ เศรษฐกิจไม่ดีครูมีหนี้สินเยอะ ก็ต้องการให้ครูเอาเงินตัวนี้ไปปรับโครงสร้างหนี้ ให้กู้ ไปก่อน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ตายเมื่อไรใช้เมื่อนั้น ประกันหนี้โดยการให้ทําประกันชีวิตด้วย เมื่อวานก็มีเพื่อนสมาชิกท้วงติงว่าทําไมต้องไปประกันกับบริษัทนั้นบริษัทนี้ อันนี้มันเปึน หลักเกณฑ์ของธนาคารออมสินซึ่งเขาให้เรากู้ เขาก็มีข้อผูกพันมีเงื่อนไขก็ไม่ว่ากันก็ต้อง ขอขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ ฟังนโยบายของรัฐบาลเรื่องการเรียนฟรี ๑๕ ป้แล้ว ก็เปึนที่ชื่นชอบ ชาวบ้านก็ชอบอกชอบใจ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าไปโรงเรียนเด็กต้องมา เสียค่าเล่าเรียนอีกหรือที่เราเรียกกันว่า ค่าเทอม รัฐบาลได้จัดสรรหนังสือให้ยืมเรียน บอกว่า ถ้าเปึนแบบฝ๊กหัดก็บอกว่าห้ามเขียนลงไปนะ ป้หน้าต้องคืนให้น้องจะได้เรียนต่อ ครูก็เลย บอกว่าใครอยากจะยืมเรียนก็ลอกเอาลงไปเลย แต่ถ้าใครอยากจะเขียนลงในแบบฝ๊กหัด ก็ซื้อ ก็ซื้อกันทั้งนั้นแหละครับ น่าจะเอางบประมาณ เมื่อก่อนเขาก็แจกเสื้อผ้าแต่เฉพาะ คนยากจน น่าจะเอางบประมาณเหล่านี้มาเปึนงบรายหัวหรือเปึนค่าครุภัณฑ์วัสดุ การศึกษาจะได้ประโยชน์มากว่าครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตไปเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม มันเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือของกรมชลประทาน กระผมขึ้นมาอภิปรายทุกครั้งเกี่ยวกับงบประมาณกระผมก็จะติดตามเรื่องอ่างเก็บน้ํา แม่สะลวมที่อําเภอพร้าวตลอด เพราะหลายสิบป้มาแล้วเปึนโครงการพระราชดําริ ติดขัดโน่น ติดขัดนี่จนสุดท้ายเขาบอกว่าทางกรมชลประทานเขามีแบบมีแปลนเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติก็อนุญาตแล้วให้ใช้พื้นที่ป์า แต่ติดที่กรมป์าไม้ครับ ท่านประธาน กระผมน่าจะตัดงบประมาณของกรมป์าไม้ด้วยซ้ํา ช่วยทํางานช่วยอนุมัติ หน่อย เพราะว่างบประมาณมีพร้อมแล้วนะครับ
อีกอันหนึ่งโครงการผันน้ําแม่งัดสู่แม่กวง ขอให้คณะกรรมการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมรีบเร่งหน่อยจะเปึนประโยชน์แก่ชาวบ้าน ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลามีจํากัดเหลือเกิน ขออนุญาตของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอีกเรื่องหนึ่งก็คือ อ่างเก็บน้ําที่บ้านห้วยแก้ว ตําบลแม่แฝก อําเภอสันทราย สมัยนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ท่านได้อนุมัติสร้างอ่างเก็บน้ําไว้ สร้างเสร็จ เมื่อป้ ๒๕๔๙ มีแบบแปลนที่จะทําท่อส่งน้ําไปเลี้ยงเกษตรกรและทําเปึนน้ําอุปโภคบริโภค งบประมาณ ๓๑ ล้านบาท ตั้งไว้ป้กลายถูกตัดหมด ป้นี้ฝากคณะกรรมาธิการ ฝากรัฐบาลไว้ด้วย ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรครับที่เปึนปัญหาทุกวันนี้ อันดับแรกก็คือราคาพืชผลทาง การเกษตร ลิ้นจี่ก็เจ๊งไปแล้ว ฝากรัฐมนตรีคณะรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องลําไยด้วยครับ เตรียมตัว หน่อยครับ ถ้าลําไยออกมาเหมือนลิ้นจี่ก็ลําบาก ถ้ารัฐบาลจะช่วยเกษตรกรมันจะหมดเงิน เปึนหมื่นล้าน แสนล้าน กระผมว่าน่าจะเปึนประโยชน์ เพราะว่าเกษตรกรเปึน คนส่วนใหญ่ของประเทศ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการออกเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน เสียดายในรัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้นก็คือ ฯพณฯ ยงยุทธ ติยะไพรัช ได้จัดทําแผนที่ เมื่อก่อนแผนที่ ที่กรมที่ดินกับกรมป์าไม้ถืออัตราส่วนคนละอย่างกัน เอามาทับกันไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็สั่งให้ทําเพื่อจะออกเอกสารสิทธิที่ดินทํากินให้แก่เกษตรกร ตอนนี้เงียบนะครับ น่าจะเพิ่มงบประมาณเหล่านี้และก็ทําต่อเนื่อง เนื่องจากเปึนเรื่อง สิ่งที่ดีที่งามน่าจะทําให้มันเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมาดูตารางเปรียบเทียบงบประมาณ กระผมเคยได้ยินรัฐบาลชุดนี้เคยแถลงว่า งบเอสเอ็มแอล เอสเอ็มแอลก็จะจัดให้ ๒ เท่าของรัฐบาลทักษิณ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๕๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ก็จะจัดให้ ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ กระผมมาดูงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ถูกตัดเรียบร้อยไม่เหลือสักบาท ก็ฝากไปยังผู้ใหญ่บ้าน กํานัน และพี่น้อง ประชาชนช่วยดูด้วยครับ งบเอสเอ็มแอลเดิมเขาเรียกว่ารัฐบาลนี้ก็กลัวจะเหมือนเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเปึน งบประมาณในการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลของพรรคพลังประชาชนตั้งไว้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ไม่เหลือสักบาท ก็ฝากด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้าย กระผมมาเห็นงบกองทุน กระผมน่าอนาถใจเหลือเกิน เพราะ มาดูกองทุนของวัฒนธรรม ความจริงเรื่องวัฒนธรรมเปึนการสร้างชาติ มันมีกองทุน ส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด ถ้าเปรียบเทียบงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ได้อยู่ ๒๒.๘ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ถูกตัดเหลือ ๐ บาท กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยเหมือนกัน ป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ถูกตัดหมด แล้วงานวัฒนธรรมของประเทศชาติมันจะเหลือหรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ก็ฝากคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ แปรญัตติงบประมาณเหล่านี้ หากช่วยงบประมาณในส่วนเหล่านี้ได้จะเปึนพระคุณแก่ พี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่งครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกที่จะอภิปรายลําดับต่อไปคือ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ และก็ต่อ ด้วยท่านสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ นะครับ แต่ในช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ขออนุญาตชี้แจง ก่อนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบขอบคุณท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอรบกวนเวลาท่านสมาชิกเล็กน้อยครับ เพราะว่าเผอิญมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณในส่วนของกระทรวงยุติธรรมซึ่งผมคิดว่าจําเปึนต้องขอรบกวนเวลา ท่านสมาชิกเพื่อทําความเข้าใจชี้แจงเล็กน้อย แต่ว่าจะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดครับ เพื่อที่จะไม่เปึนการไปรบกวนเวลาท่านสมาชิกมากนะครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านทางท่านสมาชิกว่า
ประการแรก ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาเปึนห่วงกระทรวง ยุติธรรม ผมฟังประเด็นที่เพื่อนสมาชิกประมาณ ๒-๓ ท่านได้พูดถึงกระทรวงยุติธรรม ในวันนี้ก็ทุกท่านเปึนห่วงว่างบน้อย ผมเองก็เปึนห่วงครับ เพราะว่างบประมาณป้นี้ ในภาพรวมก็ลดลงจากป้ที่แล้ว แล้วก็ลดลงทั้งในยอดใหญ่และก็ยอดย่อยของกระทรวง แต่ละกระทรวง ซึ่งเปึนไปไม่ได้ละครับที่กระทรวงยุติธรรมจะหลีกหนีปัญหานี้ ในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ กระทรวงยุติธรรมได้รับงบประมาณ ประมาณ ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๓ ได้รับงบประมาณในยอดรวม ๑๕,๒๘๐ ล้านบาท ลดลงประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงเราก็มีหน่วยงานที่ต้องมาเกี่ยวข้อง ใช้จ่ายเงินงบประมาณตรงนี้ทั้งที่ขึ้นตรงกับรัฐมนตรี และที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม เต็มรูปแบบ คือผ่านไปยังสํานักปลัดกระทรวง ๑๑ หน่วย ซึ่งความเปึนจริงมีอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งขึ้นตรงรัฐมนตรีเลย แต่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณยอดรวมนี้ คือสํานักงานปัองกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน ผมขออนุญาตเรียนตรงนี้ครับว่าในจํานวนทั้งหมด
ประการที่ ๑ ที่ผมฟังมาก็มีเพื่อนสมาชิกเปึนห่วงเรื่องกรมราชทัณฑ์ คือ กรมราชทัณฑ์ตอนนี้เปึนหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดในกระทรวงยุติธรรม ประมาณเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านสมาชิก อาจจะบอกว่าป้นี้ได้รับน้อย ป้ที่แล้วกรมราชทัณฑ์ได้รับ ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ป้นี้ได้รับ ๗,๙๗๓ ล้านบาท ในจํานวน ๗,๙๗๓ ล้านบาทนี้เกือบครึ่งหนึ่งของงบของกระทรวง ยุติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าน้อยไปไหม ถ้าเทียบกับงบของกระทรวง ไม่น้อยละครับ เพราะว่าเกือบครึ่งหนึ่งนะครับ แต่ประเด็นสําคัญก็คือว่าในงบของกรมราชทัณฑ์เรามี ภาระหน้าที่ในการที่จะต้องดูแลผู้ต้องขัง นักโทษทั้งหลาย ในจํานวนทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนค่าอาหารนักโทษอย่างเดียวเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ครับที่เปึนปัญหาซึ่งคิดว่าในส่วนของ กระทรวงยุติธรรมคงต้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไข มิฉะนั้นต่อไปในอนาคตจะทําให้เกิด ปัญหาวิกฤติงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมได้ ซึ่งผมก็ได้ดําเนินการสั่งการให้ทาง ท่านปลัดกระทรวง ท่านรองปลัดกระทรวง หัวหน้า กลุ่มงาน แล้วก็ท่านอธิบดี กรมราชทัณฑ์หาทางที่จะดําเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้ แต่ประเด็นที่จะเกี่ยวข้องกับที่ ท่านสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงก็คือเรื่องของการดูแลนักโทษ ผมอยากกราบเรียนครับว่า แม้งบประมาณจะน้อยลง แต่ว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดูแลบําบัดฟุ๋นฟูและให้ โอกาสนักโทษกลับตัวเปึนคนดี จะออกมาแล้วมีงานทํานี่นะครับ จะเก็บไว้อยู่ในหลาย ๆ ส่วน ที่จะต้องช่วยกันทํางานต่อไป โดยเฉพาะผู้ต้องขังหรือนักโทษที่ติดยาเสพติด หรือว่า ค้ายาเสพติด นโยบายสําคัญอันหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้คือต้องการให้คืนคนดีสู่สังคม เรามี นโยบายอย่างชัดเจนนะครับที่จะทําให้ผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี เพราะฉะนั้น มีโครงการซึ่งทํากันมาหลายป้ คือโครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ในโครงการเหล่านี้ที่จะ พยายามปรับให้นักโทษเหล่านี้ หรือผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี เราได้พยายามเพิ่ม งบประมาณในส่วนนี้ แม้ว่ายอดใหญ่จะลดลง งานในส่วนนี้ก็จะมีภารกิจที่เพิ่มขึ้น แล้วก็ ไม่ใช่ทําเฉพาะแต่ที่กระทรวงยุติธรรมนะครับ แต่ว่าภารกิจในส่วนนี้ได้ร่วมกับทางกองทัพ ที่จะเข้ามาช่วยฝ๊กด้วย เพื่อจะให้ผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี
อีกส่วนหนึ่งครับที่ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อเนื่องกันก็คือเรื่องของ ปัญหายาเสพติด มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงนะครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้ กราบเรียนไปแล้ว แต่ผมอยากกราบเรียนเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับว่านโยบายสําคัญที่สุด อันหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ของกระทรวงยุติธรรมก็คือปัองกันปราบปรามการแก้ไข ปัญหายาเสพติด ผมอยากกราบเรียนครับว่าต้องยอมรับว่าในภาพรวมเหมือนที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีบอกไปว่าเราเองยังไม่พอใจครับ แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมอยากกราบเรียนว่าทางกระทรวงยุติธรรมที่กํากับดูแลสํานักงานปัองกันปราบปราม ยาเสพติด ได้พยายามที่จะเร่งรัดดําเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ทั้งผู้ค้ารายใหญ่ รายเล็ก รายกลาง อยากกราบเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นครับว่า สถิติเทียบเคียง ระหว่างเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๑ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ จับกุมได้ ๓๙,๗๓๙ ราย ในขณะที่ป้ ๒๕๕๒ ในช่วงเวลาเดียวกัน จับกุมได้ ๕๓,๗๕๒ ราย เพิ่มขึ้น ๑๔,๐๐๐ ราย ในจํานวนยาเสพติดทั้งหมดครับ มีเฮโรอีน มียาบ้า มีกัญชา ยอดเยอะที่สุดคือยาบ้านะครับ ในป้ ๒๕๕๑ ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม รวบรวมจับกุมยาบ้าได้ทั้งหมด ๔,๘๐๐,๐๐๐ เม็ด ไม่นับเศษนะครับ ในช่วงเวลาเดียวกันของป้ ๒๕๕๒ นี้ ได้ทั้งหมด ๖,๐๓๘,๐๐๐ เม็ด เพิ่มมากขึ้นถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ เม็ด ตรงนี้ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ ของการทํางาน ผมอยากกราบเรียนครับว่าที่สําคัญอีกอันหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่ก็มี เพื่อนสมาชิกพูดถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ อันนี้ผมคิดว่าผมต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจ เพราะบอกว่าไม่ไปดูดําดูดีเลย เพราะว่าไปสอบสวนเรื่องของ บีอาร์ที (BRT) ถ้าหากว่าผมไม่พูดเรื่องนี้ เดี๋ยวก็จะเกิดความเข้าใจผิด ผมอยากกราบเรียนในด้าน ของงบประมาณก่อนครับ ในส่วนของงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ได้งบประมาณทั้งสิ้น ๗๒๐ ล้านบาท แต่ว่าในป้ ๒๕๕๓ ได้รับ งบประมาณ ๖๙๒ ล้านบาท ลดลงครับ แต่ลดลงในจํานวนเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดใหญ่ แต่ว่าผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ได้เปึนอย่างที่ว่าครับ ผมได้มอบนโยบายให้ท่านอธิบดีขอให้ทํางานให้เต็มที่ แล้วต้องเปึนหลักของสังคมครับ ต้องเปึนหลักในการให้กระบวนการยุติธรรมของ ประชาชนได้รับการรับรองที่ถูกต้อง แล้วที่สําคัญครับ ต้องไม่เปึนเครื่องมือของการเมือง รัฐบาลชุดนี้ ผมและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เคยใช้กรมนี้หรือคนใดคนหนึ่งของกรมนี้เปึนเครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของที่เกี่ยวข้องกับทางรถไฟฟัา รถยนต์ โดยสารบีอาร์ทีนี่นะครับ ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงและปล่อยให้เขาทํางานอย่างเต็มที่ครับ และก็ล่าสุดนี้เสร็จแล้วครับ ผมได้มอบนโยบายให้ท่านอธิบดีว่าคดีเหล่านี้ทั้งสิ้นต้องเร่ง ดําเนินการ แล้วก็เปึนที่น่ายินดีเขาทําเสร็จแล้วซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง แต่เมื่อมี การพูดพาดพิงผมก็ต้องทําความเข้าใจว่าเขาทําเสร็จแล้วเรื่องบีอาร์ที แล้วก็ไม่ได้ เกี่ยวข้องกัน งบประมาณก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เทียบกับส่วนอื่นที่ปรับลดลง ที่สําคัญ อย่างนี้ครับ ผมอยากกราบเรียนว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่งมาอยู่ในสังกัดกระทรวง ยุติธรรมและเพิ่งเกิดใหม่เมื่อ ๗ ป้ที่แล้ว แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าบุคลากรที่มาอยู่ ที่นี่มาจากหลายทิศทางครับ แต่ว่า ๗ ป้ที่แล้วทั้ง ๆ ที่ได้งบประมาณมากกว่าป้นี้นะครับ ไม่เคยมีการจัดงบประมาณให้ถูกทิศทางที่จะทําให้เกิดผลประโยชน์กับบุคลากร ในจํานวนงบประมาณที่ได้แต่ละป้จํานวน ๖๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท จํานวนกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเรื่องของเงินเดือนครับ ส่วนที่เหลือเปึนเงินที่ใช้มาเพียง เรื่องของการลงทุนหรือบริหารทั่วไป เพราะปริมาณข้าราชการและเงินพิเศษที่นี่เยอะมาก เลยทําให้เกิดปัญหา แต่ว่าสิ่งที่ผ่านมาและท่านอธิบดีก็บอกไม่เคยได้รับและอยากจะมี มานานคือโรงเรียนฝ๊กอบรมหรือว่าศูนย์ฝ๊กอบรมบรรดาคณะเจ้าหน้าที่ รวมถึง ศูนย์ปฏิบัติการตรงนี้ด้วย ในขณะที่งบประมาณน้อยลงอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมสามารถจัดงบประมาณที่จะสามารถไปให้ทางท่านอธิบดีไปดําเนินการสร้าง ศูนย์ฝ๊กอบรมครับอยู่ในนี้ได้ทั้ง ๆ ที่งบประมาณน้อยลงนะครับ ตรงนี้ก็อยากกราบเรียนว่า ที่บอกว่ามีการพูดพาดพิงในทํานองที่ว่าไม่ได้ไปดูแล งบประมาณไม่เพียงพอ ไม่จริงครับ แล้วก็ได้งบที่น้อยลง ยอมรับว่าน้อยลงครับ แต่น้อยลงในสัดส่วนที่น้อยมาก ๓ เปอร์เซ็นต์ และในที่น้อยลงนี้ก็สามารถนําไปก่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายของเขาได้
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมพยายามทํางาน แล้วก็ภูมิใจในบรรดาข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่ผ่านมาใน ๕-๖ เดือนก็คือว่า การทํางานของข้าราชการที่นี่ของกระทรวงนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ไม่ใช่ว่า งบประมาณได้น้อยก็ทํางานน้อย จะทํางานมากต่อได้งบประมาณมาก ผลสําเร็จของงาน จะเปึนไปตามเปัาหมายต้องได้งบประมาณเยอะไม่ใช่ครับ สิ่งที่เราพยายามทําแล้ววันนี้ ประสบความสําเร็จคือให้มีความสํานึกต่อภาระหน้าที่ของการเปึนข้าราชการกระทรวง ยุติธรรมที่จะต้องทําความยุติธรรมให้กับสังคม เปึนที่พึ่งของประชาชนให้ได้ เมื่อไรที่ ประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรมเขาต้องนึกถึงกระทรวงยุติธรรม แล้วเมื่อมากระทรวง ยุติธรรมเขาจะต้องได้รับความเปึนธรรมกลับไป
ที่สําคัญสุดท้ายก็คือว่า ผมได้มอบแนวทางนโยบายภายใต้งบประมาณ ที่จํากัดอย่างนี้ครับ แล้วก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมทุกท่าน ที่ได้พยายามทํางานกันอย่างเต็มที่ในหลายเดือนที่ผ่านมา ออกไปทํางานเชิงรุกครับ ผมต้องขอยกตัวอย่างครับ อย่างสํานักงานคณะกรรมการปัองกันปราบปรามการทุจริต ภาครัฐหรือ ป.ป.ท. ท่านประธานทราบไหมครับว่าตั้งมาจนวันนี้ไม่มีรถสักคันเดียวครับ ในกรมนี้ครับ แต่ว่าหลายเดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีบทบาทภารกิจที่เยอะมาก แม้กระทั่ง ออกไปตรวจตรายามค่ําคืนนะครับ ตรวจตราผับ บาร์ที่เป่ดเกินเวลา ตรวจตรา การค้ายาเสพติด แหล่งอบายมุข ใช้รถส่วนตัวครับ ทุกคนยินดีทํางาน เห็นไหมครับ ตรงนี้ครับ ผมอยากกราบเรียนว่าถ้าพวกเราทุกคนช่วยกันทํางาน ผลักดันเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกคน ให้ทํางานไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณ ขอให้มีใจต้องการทํางานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ประเทศ ผมเชื่อว่างบประมาณมากหรือน้อยเราสามารถผลักดันความสําเร็จไปสู่ เปัาหมายที่เราวางไว้ทุกคนได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านชวลิตครับ ๒๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณา กฎหมายงบประมาณวันนี้เปึนวันที่ ๓ กระผมก็อยากจะทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ทางบ้านว่า ใน ๒ วันที่ผ่านมาพรรคฝ์ายค้านได้ใช้กลไกของสภา ในการตรวจสอบและเสนอแนะการทํางานของรัฐบาล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนและของประเทศชาติ โดยเฉพาะการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ งบ ๒ ก้อนรวม ๘๐๐,๐๐๐๐ ล้านบาท และวันนี้อีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนภาระกับคนไทยทุกคน จึงจําเปึนจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ให้ความสําคัญกับความ โปร่งใส กระผมก็ดีใจแทนพี่น้องประชาชน แต่กระผมยังห่วงใยในทางปฏิบัติครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่าง ปกติเมื่อมีการกล่าวหาว่าโครงการใดไม่โปร่งใส งานใดไม่สุจริต ภายใน ๑ ชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมงต้องแก้ข่าวแล้ว แต่นี่ย่างเข้าวันที่ ๓ สิ่งที่กระผมได้อภิปราย ในสภาแห่งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากลับไม่มีคําตอบใด ๆ ซึ่งแปลความเปึนอย่างอื่นไม่ได้เลย ว่าเปึนจริงตามที่กระผมได้พูดไว้หรืออภิปรายไว้ในสภา จึงน้ําท่วมปากตอบไม่ได้ สิ่งที่ กระผมกังขาและไม่ตอบต่อสภาแห่งนี้ก็คือว่า การเลือกปฏิบัติในการบริหารจัดการ งบท้องถิ่น และงบจังหวัดบูรณาการบางจังหวัด ขณะนี้งบท้องถิ่น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่น้อยนะครับท่านประธาน งบตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ยังไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณกําลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ อย่างเข้มข้น กระผมก็หวังที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้พิจารณา ได้ติดตาม ได้ตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนี่ก็ใกล้จะสิ้นป้งบประมาณ เรากําลังพิจารณางบประมาณใหม่ในป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย แต่ที่ สําคัญครับท่านประธาน กระผมเพิ่งทราบ เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองนะครับว่า เดือนกรกฎาคมนี้ อบต. ต่าง ๆ ทั่วประเทศจะมีวาระครบ ๔ ป้ ซึ่งเขาจะต้องเลือกกันใหม่ทั่วประเทศ เราเลย เพิ่งรู้นี่คือการตีเมืองขึ้น ว่าถ้าเปึนพวกฉันถึงจะได้ ถ้าไม่เปึนพวกฉันคุณก็ยังไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ การบริหารงานบุคคลเพื่อบริหาร งบประมาณที่กระผมได้อภิปรายไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะนี้มันไร้ระบบ ไร้คุณธรรม อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเปึนการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ซึ่งไปอยู่เพียง ๔ เดือน ยังลงดูพื้นที่ได้ไม่ทั่วถึง ไม่ต้องพูดถึงนโยบาย การที่คัดเลือกนายอําเภออยู่จังหวัดเดียวที่ บุรีรัมย์ถึง ๑๗ คน ไม่รวมพวกที่มาช่วยราชการอยู่ที่สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อีกต่างหาก ทําลายระบบคุณธรรมอย่างสิ้นเชิง ที่สําคัญก็คือ ทําให้คนที่ตั้งใจทํางาน ท้อถอย งานต่าง ๆ ที่จะเดินต่อไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเขาก็จะทําแบบสุกเอาเผากิน เพราะทําไปก็โอกาสก้าวหน้ามันน้อยลง ๆ มันตีบตัน กระผมจึงฝากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านจะดูแต่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวไม่ได้ นี่คือสิ่งที่กระผม อยากจะกราบเรียนว่า จะให้พวกกระผมนี่วางใจว่าโครงการหลายแสนล้านบาท จะให้ โปร่งใสได้อย่างไร ในเมื่อของเดิมก็ยังไม่เรียบร้อย ของใหม่ก็มีข่าวอื้อฉาว นี่คือสิ่งที่ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า สาธารณะเขาเห็นอยู่ทนโท่ว่าของเดิมมันยังไม่โปร่งใส ของเดิมมันยังไม่สุจริต ณ ขณะนี้ครับท่านประธานกระผมไม่ได้ใส่ใจเท่าไรในส่วนนี้เพราะอะไร เพราะกระทุ้ง ไปแล้ว ๒ วันแต่ยังหนาตราช้างท่านประธาน ไม่สะดุ้งไม่สะเทือน แต่กระผมจะดูความ รับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล กระผมไม่อยากเห็นบุฟเฟ์ต์ คาบิเน็ต (Buffet cabinet) อยากให้หัวหน้ารัฐบาลรับผิดชอบทุกกระทรวง ไม่ใช่รับผิดชอบ เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ได้ถูกขี่คอ กระผมให้เกียรติ ท่านครับ กระผมเชื่อท่าน แต่ท่านก็ต้องทําทางปฏิบัติให้กระผมเชื่อด้วย ยกตัวอย่างที่ กระผมเห็นว่า บ่าของท่านขณะนี้ยังแบกของหนักอยู่คือการอนุมัติงบอย่างฉุกละหุก ๔,๔๐๐ ล้านบาทก่อนงบเข้าสภาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ลงข่าวพาดหัวทุกฉบับ สื่อมวลชนเขาไวครับท่านประธาน เขาพาดหัวว่ามีการแบ่งเค้กกันเพื่อซื้อใจให้ยกมือให้ ในการลงคะแนน ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินเสียงอาจจะน้อยรอไปก่อน นี่คือสิ่งที่สื่อมวลชน เขาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่ตัวกระผมวิพากษ์วิจารณ์ ก็ให้เห็นใจนะครับว่างบมันมีน้อย ก็ต้อง จัดสรรปันส่วนกันไปตามภาระความจําเปึนที่ทางรัฐบาลเห็นว่าสมควร แต่สื่อมวลชนเขา ไม่ได้คิดอย่างนั้นครับท่านประธาน กระผมอยากจะเท้าความไปยังเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่มีการวอล์ค เอาท์ (Walk out) ไม่มีการตั้งกรรมาธิการ อยากจะเรียนให้เห็นว่าเปึนการ ทําหน้าที่ของฝ์ายค้านเพื่อท้วงติงการทํางานของรัฐบาล ที่เสนอ พ.ร.บ. กู้เงินเข้าสภา หลายแสนล้านบาท แต่ไม่มีรายละเอียดแผนงานโครงการให้สมาชิกได้ตรวจสอบ ก็ขนาด มีแผนงานโครงการให้ตรวจสอบยังมีการเปลี่ยนแปลง ยังมีการเลือกปฏิบัติกันได้ ถึงขอ ฝากให้ท่านพี่น้องประชาชนได้เข้าใจการทํางานของฝ์ายค้านด้วยว่าที่ทําเช่นนั้นเปึนการท้วง ติงการทํางานของรัฐบาล แต่พวกกระผมก็คาดไม่ถึงนะครับว่ารัฐบาลจะใจกล้าตั้ง กรรมาธิการเต็มสภาผ่าน ๓ วาระรวด พวกกระผมสังเกตการณ์อยู่ข้างนอกครับ ท่านประธาน ไม่เห็นมีการแจกแผนงานโครงการให้กรรมาธิการตรวจสอบแต่อย่างใด ผ่านไปอย่างรวดเร็วครับ ไวเหมือนกามนิตหนุ่ม ท่านชัยท่านไวมากจบภายในเวลา อันรวดเร็วก็ต้องฝากวุฒิสมาชิกแหละครับ ท่านเปึนอีกองค์กรหนึ่งที่จะตรวจสอบนะครับ
ในเรื่องที่ ๒ เข้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เนื่องจากมีเวลาอันจํากัดกระผมจึงเลือกให้ความสําคัญใน ๒ เรื่องที่กระผม สนใจคือ
เรื่องแรกเปึนงานของกระทรวงสาธารณสุข
เรื่องที่ ๒ เปึนปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขที่กระผมสนใจก็คือปัญหาสมองไหล หรือ การขาดแคลนแพทย์ในชนบทเปึนปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนาน และถ้าไม่ผ่าตัดระบบร่วมกัน ระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง ก.พ. ก.พ.ร. เปึนต้น ปัญหาก็จะทับถมทวีและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสก็คือพี่น้อง ประชาชน ขณะนี้อัตราแพทย์ต่อจํานวนหัวของประชากร ภาคอีสานอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ําที่สุด กระผมไม่อยากจะเอ่ยตัวเลขตรงนั้นเสียเวลานะครับ เห็นใจแพทย์ในชนบทที่เหนื่อยงานมาก ห่างไกลความเจริญ ค่าตอบแทนก็น้อยเมื่อเทียบกับแพทย์ที่อยู่ในเมืองใหญ่ หรือใน กทม. หรือในปริมณฑล และยิ่งเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนแล้วค่าตอบแทนนี่แตกต่าง กันมาก ดังนั้นกระผมจึงเห็นใจแพทย์ที่พอถึงจุดหนึ่ง ๆ ก็ลาออกใช้ทุนแล้วก็ไปอยู่ โรงพยาบาลเอกชน แต่ถึงแม้กระผมจะเห็นใจแพทย์ขนาดไหนก็ตาม กระผมกลับเห็นใจพี่น้องประชาชน ในชนบทมากกว่า เพราะเมื่อแพทย์น้อย ทํางานเหนื่อยล้า การดูแลรักษาคนเจ็บคนป์วย ก็ย่อมไม่ทั่วถึง ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเปึน สภาพในชนบทขณะนี้ก็คือ ขาดแคลนหมอ โดยเฉพาะหมอเฉพาะทาง กระผมขอเสนอความเห็นให้มีการผ่าตัดระบบการผลิตแพทย์ และดูแลสวัสดิการของแพทย์ในชนบทอย่างจริงจัง และก็อยากจะให้ปรับระบบของ โรงพยาบาลศูนย์ โดยระบบของโรงพยาบาลศูนย์จะให้พื้นที่ตรงนั้นเปึนศูนย์กลาง แต่นครพนมของกระผมหรือจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ชายแดนไม่มีทางที่จะอยู่ศูนย์กลาง เวลาเกิดอุบัติเหตุได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง ต้องส่งขอนแก่น ต้องส่ง อุบลราชธานี โชคดีก็หาย โชคร้ายตาย หรืออัมพาต นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากทางกระทรวง สาธารณสุขได้ดูแลเรื่องนี้เปึนพิเศษ
เรื่องที่ ๒ ที่กระผมให้ความสนใจเปึนพิเศษก็คือ การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนาน ทําความ เสียหายให้กับบ้านเรือน บ้านเมืองสุดคณานับ ทั้งทางด้านทรัพย์สิน ชีวิตผู้คน แต่ที่ เสียหายมากที่สุดก็คือ ความเสียหายทางด้านจิตใจซึ่งไม่อาจประเมินค่าเปึนตัวเงินได้ สิ่งที่กระผมเห็นใจอย่างที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น ครู พี่น้องทหาร ตํารวจ อส. พี่น้องฝ์ายปกครองบาดเจ็บล้มตายจํานวนมาก งบประมาณถึงจะทุ่มไปอย่างมหาศาล เปึนแสนล้านบาท แต่แก้ตรงจุดหรือไม่ ตําน้ําพริกละลายแม่น้ําหรือเปล่า เปึนเรื่องที่ได้รับ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไข ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมอยากจะเสนอความเห็นว่า
ข้อ ๑ เลิกต่อว่ากันได้ไหม ไม่ว่าจะเปึนระบอบทักษิณ ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลนั้น รัฐบาลนี้ คงไม่มีใครหวังร้ายต่อบ้านเมือง เผาบ้านตัวเอง เพียงแต่มันเปึนปัญหา ละเอียดอ่อน แก้ไม่ง่าย ต้องใช้ศาสตร์หลายแขนง ทั้งการเมือง การปกครอง การเมือง ระหว่างประเทศ การศาสนา เศรษฐกิจ สังคม เฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ เขาจําเปึนจะต้องตัดสินใจอย่างนั้น นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากว่า อย่าเอาความดีใส่ตัว แล้วเอาชั่วให้คนอื่น ต้องสามัคคีกัน และก็มีเอกภาพในการบริหารจัดการ
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน หลักการสําคัญในการแก้ไขปัญหา เห็นพ้อง ต้องกันไหม หลักการแรกที่กระผมคิดว่าทุกท่านเห็นพ้องต้องกันก็คือว่า
ประการที่ ๑ ประเทศไทยเปึนอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้
ประการที่ ๒ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาภายในของเรา ทุกภาคส่วนต้องระมัดระวัง มิให้มีการยกระดับปัญหาไปสู่ระดับสากลหรือนานาชาติ
ประการที่ ๓ ครับท่านประธานสําคัญมาก ประชาชนจะต้องมีส่วน อย่างสําคัญในการแก้ไขปัญหาของตนเอง ตรงนี้สําคัญที่สุด กระผมฟังเสียงสะท้อนมา โครงการต่าง ๆ ขณะนี้ยังมีอยู่ในลักษณะท็อป ดาวน์ (Top down)
ข้อที่ ๓ ครับท่านประธาน หากเห็นพ้องกันใน ๓ หลักการดังกล่าวแล้ว มาดูว่ายุทธศาสตร์หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมามันถูกต้องหรือไม่ กระผมคิด ว่ามันไม่ถูก ถ้าถูกปัญหาก็คงไม่ยืดเยื้ออยู่ ณ ขณะนี้ ขณะนี้รัฐบาลบอกว่าใช้นโยบาย การเมืองนําการทหาร ทหารก็บอกว่าใช้นโยบายการเมืองนําการทหารเช่นกัน แต่มันจริงหรือเปล่าในทางปฏิบัติ มันการเมืองนําการทหารจริงหรือไม่ ความเห็นของ กระผม การเมืองนําการทหารน่ะถูกต้อง แต่การปฏิบัติต้องจริง ๆ การเมืองนําจริง ๆ ที่สําคัญก็คือ ต้องได้ใจของชาวบ้านเขา ต้องซื้อใจ ให้ใจชาวบ้านให้เขามาอยู่กับเราให้ได้ กระผมขอเสนอความเห็น
ประการที่ ๑ ถอนทหารจากที่ไปจากอีสาน จากเหนือ จากกลาง จํานวนหลาย หมื่นคน กลับกรมกองให้หมดได้ไหม เหลือไว้เฉพาะกําลังจากกองทัพภาคที่ ๔ ไว้ดูแล ส่วนราชการและจุดล่อแหลมเท่านั้น นอกนั้นใช้กองกําลังประชาชนดูแลกันเอง กระผม มั่นใจว่าคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน มีส่วนน้อย เพียงแต่ตอนนี้เราผลักพี่น้องประชาชน ไปเปึนแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทําอย่างไรเราจะดึงเขากลับมา กระผมมั่นใจว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการความสงบสุข ต้องการวิถีชีวิตตามอัตลักษณ์ของเขา ซึ่งเขา เคร่งครัดในจารีตวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนาของเขา
ประการที่ ๒ ครับ คืนความเปึนธรรมให้เขาได้ไหม เหตุการณ์สะเทือนใจ ที่มีคนเจ็บ คนตายหลายที่กระผมไม่อยากจะเอ่ย ต้องได้รับการพิสูจน์อย่างเปึนระบบ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคําสั่งให้ปฏิบัติ ซึ่งต้องทําตามหน้าที่โดยสุจริตจะต้องได้รับ การอภัยหรือไม่อย่างไร ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ให้รู้ว่าเขาทําผิด
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ในขณะเดียวกันกระผมอยากจะให้รัฐบาล ใช้หลักเมตตาและอภัยกับผู้หลงผิด ประเทศไทยเคยมีปัญหารบราฆ่าฟันกันเองนับสิบป้ ผู้คนเสียชีวิตมากมายทรัพย์สินเสียหายสุดคณานับ ก็นโยบายการเมืองนําการทหารนี่ แหละ ตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ ทําให้เกิดผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จนส่งผล ให้ปัจจุบันนี้มีหลายท่านเข้ามาเปึน ส.ส. อยู่ในสภาอันมีเกียรติแห่งนี้ หลายท่านเข้ามา เปึนรัฐมนตรีทําไมเราจะใช้นโยบายตรงนี้ให้ปฏิบัติให้เห็นจริงเปึนจริงไม่ได้ กระผมทราบ ข้อมูลมานะครับท่านประธาน จะผิดหรือถูก กระผมอยากให้คนพื้นที่ช่วยรับรองด้วย ลองตรวจสอบดู ผู้ก่อความไม่สงบ ๗ ใน ๑๐ หรือ ๘ ใน ๑๐ ต้องย้อมใจตัวเองด้วย ยาเสพติด เพราะเขาจะต้องไปทําในสิ่งที่โหดร้าย เขาจะต้องไปทําตามที่คนปกติทําไม่ได้ ต้องย้อมใจตัวเองด้วยยาเสพติด วัยรุ่นอาจจะถูกหลอก ถูกบังคับเราอภัยให้เขาไม่ได้หรือ หรือยกเว้นผู้ที่เปึนหัวโจกคิดแบ่งแยกดินแดนจริง ๆ ก็ค่อยพิจารณาเปึนราย ๆ ไป
ประการที่ ๔ ครับท่านประธาน เอาผู้นําของเขาที่อยู่ในมุมมืด ผู้นําของเขาที่อยู่ ใต้ดินให้มาอยู่ในที่สว่าง ขึ้นมาอยู่บนเวที ซึ่งมีประชาชนจับจองมองอยู่ มองเขาทํางาน เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของเขาภายใต้อัตลักษณ์ของเขา ภายใต้สังคมของเขา ภายใต้ ทรัพยากรของเขา ทําได้ไหม ทําอย่างไรครับท่านประธานครับตรงนี้ เราเกรงกันมากเกรงว่า จะนําไปสู่การแบ่งแยกดินแดน แต่กระผมคิดอีกมุมหนึ่ง โบราณว่าไม่บุกถ้ําเสือไม่ได้ ลูกเสือ กระผมไม่คิดอย่างนั้นท่านประธาน กระผมคนหนึ่งละที่ไม่ยอมให้มีการแบ่งแยก ดินแดน กระผมเหลืออีกนิดเดียวท่านประธาน ไม่ยอมให้มีการแบ่งแยกดินแดน อย่างเด็ดขาด คนไทยทั้งประเทศไม่ยอมให้มีการเสียดินแดน เราเคยเสียไปแล้วในอดีตกับมหาอํานาจเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ และกรณีนี้หากเราให้ใจเขา ให้เขามีส่วนอย่างสําคัญในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง รัฐเข้ามาคุมทางด้าน ความมั่นคงและการต่างประเทศ กระผมมั่นใจว่าหากเราส่งสัญญาณไปอย่างนี้ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น กระผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มากนี่เปึนเพียงความเห็นหนึ่ง จริง ๆ แล้วอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เป่ดให้มีการอภิปรายทั่วไป ฟังเสียงของ ส.ส. และ ส.ว. ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เราก็จะได้ความคิดเห็นมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของ บ้านเมืองมันเปรียบเสมือนอย่างนี้ครับท่านประธาน เหมือนผงเข้าตา ตัวเองเขี่ย เขี่ยผง ยิ่งขยี้ตา ปัญหามันก็เข้าลึกเข้าไปเรื่อย ๆ แต่ถ้ามีคนอื่นเขี่ยให้ การแก้ไขปัญหาก็อาจจะ ง่ายขึ้น ในท้ายที่สุดครับท่านประธาน กระผมยังติดใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ถูกขี่คอ จริงหรือ แต่กระผมดูบ่าของท่านยังแบกน้ําหนักอยู่ กระผมช่วยกระทุ้งไปมากแล้ว ก็อยากจะ ฝากท่าน ถ้ายังแบกอยู่อย่างนี้เรือจมรัฐนาวาจมกระผมไม่ว่าแต่อย่าให้ประเทศชาติของ กระผมจมไปด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเองนั้น ได้รับมอบหมายให้อภิปรายงบประมาณฉบับนี้ในภาพรวมครับ เปึนที่ทราบกันดีครับว่า ปัจจุบันนี้สภาวะเศรษฐกิจโลกนั้นมีการวิกฤติอย่างรุนแรง กล่าวคือในประวัติศาสตร์มวล มนุษยชาติมีไม่กี่ครั้งครับที่เราจะประสบวิกฤติปัญหาขณะนี้นะครับ แล้วก็ต้นตอหรือ สาเหตุของวิกฤติในขณะนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งเปึนการเกิดต้นเหตุ จากวิกฤตการณ์ทางการเงินซึ่งมีสาเหตุมาจากการค้ําประกันสินเชื่อรายย่อยทางด้าน อสังหาริมทรัพย์แล้วก็ลามไปถึงทั่วโลก เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเปึนประเทศ ผู้ซื้อรายใหญ่ของโลกนะครับ ประเทศไทยมีการพึ่งพิงการส่งออกอย่างมากครับกล่าวคือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นมาจากการส่งออกนะครับ แต่ว่าวิกฤติทางเศรษฐกิจโลกซึ่งเรา โดนกันทั่วโลกในคราวนี้นั้น ประเทศไทยนั้นหนักกว่าครับ เพราะว่าเรามีวิกฤตการณ์ทาง การเมืองด้วยนะครับ เรามีปัญหาของผู้ชุมนุมต่อเนื่องกันมาหลายครั้งนะครับ ซึ่งผมเองนั้น ในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีนั้น ก็มีความรู้สึกเสียใจที่การประชุมที่เปึนการ แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจให้คนทั้งภูมิภาค คนทั้งโลก คือการประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่จัดขึ้นที่พัทยานั้นได้ล้มเลิกลงไปนะครับ เพราะเหตุการณ์รุนแรงที่ เกิดขึ้นแล้วก็เกี่ยวเนื่องกันครับ เกี่ยวเนื่องกันที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันดีว่า คนไทยทั้งประเทศนั้นเสียหายอย่างมากนะครับ แต่ว่าการอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่ารัฐบาลพยายามทําอย่างสุดความสามารถครับ ถ้าเลือกได้อย่างที่ผมกล่าว ข้างต้นคงไม่มีใครอยากมาเปึนรัฐบาลในช่วงนี้ เพราะว่าปัญหาทุกอย่างรุมเร้า แต่ผมก็ต้อง บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคที่โชคไม่ค่อยดี เราเข้ามาทุกครั้งเราจะประสบปัญหา วิกฤติทุกครั้ง คือต้องอาสาเข้ามาแก้ปัญหาแทนพี่น้องประชาชนทั้งชาติ แต่พวกเราก็ยินดีครับ ในอีกมุมมองนั้นบอกว่าเปึนความโชคร้ายของพวกผมพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็คือเปึนโอกาสของประเทศไทย เปึนโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ได้ผู้นํามาบริหาร ประเทศอย่างโปร่งใส ตั้งใจทํางานแล้วก็ทุ่มเทนะครับ ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไป ถึงท่านผู้ฟังทางบ้าน ท่านผู้ชม ว่ารัฐบาลในขณะนี้กําลังทําอะไรอยู่ สิ่งที่ผมบอกว่า ประเทศชาติของเรานั้นบริหารประเทศแตกต่างกับการบริหารเงินด้านปัจเจกบุคคล พอสมควร กล่าวคือในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจนั้นถ้าเปึนบุคคลธรรมดาเขาก็ต้องรัดเข็มขัด ลดรายจ่ายในส่วนที่ไม่จําเปึน แต่ถ้าเปึนรัฐบาลทําในทางตรงกันข้ามครับ งบประมาณ สิ่งที่ดีที่รัฐบาลที่ดีพึงกระทํานั้นก็คือ เราจะต้องทํางบประมาณต่อต้านวัฏจักรทาง เศรษฐกิจ หมายความว่า ถ้าในช่วงที่เศรษฐกิจดีนั้น รัฐบาลที่ดีก็ไม่ควรไปแทรกแซงก็ควร กํากับดูแลอยู่ห่าง ๆ เพราะระดับทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมนั้นในแต่ละ ประเทศนั้นก็แตกต่างกันไป ถ้ารัฐบาลเข้าไปแทรกแซงมากเกินก็จะเกิดเงินเฟัอขึ้น แต่ถ้าเกิดน้อยเกินก็เปึนการใช้ ประสิทธิภาพหรือโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เหมาะสมนะครับ ซึ่งผมก็ต้องกราบเรียนว่า ในขณะนี้รัฐบาลประสบปัญหาทั่วโลกนะครับไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แล้วก็เราก็ต้อง บอกว่าการทํางบประมาณแบบต่อต้านวัฏจักรทางเศรษฐกิจนั้นตอนนี้เราต้องทํา งบประมาณขาดดุลครับ แล้วก็ต้องบอกว่าจีดีพีของประเทศไทยนั้นเราก็หวังทางอื่นไม่ได้ เพราะว่าการบริโภคภายในก็หดตัวอย่างมาก กําลังซื้อของผู้บริโภคก็ลดลง การลงทุน ไม่ต้องหวังครับ ส่งออกอย่างที่ผมกราบเรียนข้างต้นว่าเราเองนั้นก็มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะพึ่งได้ในขณะนั้นก็คือการใช้จ่ายภาครัฐ แล้วก็รัฐบาลเองนั้น ในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ก็ทําทุกวิถีทางครับ ถ้าผมจะเปรียบเทียบว่าคนที่อยู่ที่นี่ทุกคนอยู่ใน บ้านเดียวกัน ตอนนี้วิกฤติทางเศรษฐกิจนั้นเปรียบเสมือนไฟไหม้บ้านครับ ไฟไหม้ในครั้งนี้
ขั้นที่ ๑ ที่รัฐบาลทําก็คือช่วยคนในบ้านออกมาก่อน ในบ้านหลังนี้มี คนแข็งแรงไม่เท่ากันครับ อ่อนแอไม่เท่ากัน คนพิการก็มีครับ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านของเราขึ้นนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทําก็คือเอาคนที่อ่อนแอออกมาก่อน ดังนั้นท่านก็จะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลหลาย ๆ อันครับ ไม่ว่าจะเปึนนโยบายเรื่อง เรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งผมต้องบอกว่าเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดมั่นต่อ ๆ กันมา เรื่องการศึกษาเรารอไม่ได้แม้แต่ป้เดียววันเดียวครับ น้อง ๆ หลายคนไม่มีโอกาสทาง การเล่าเรียนก็ได้โอกาสในคราวนี้นะครับ เพราะว่า ๑๒ ล้านคนที่ได้เรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมี คุณภาพ ผมก็ต้องยอมรับว่าในป้แรกนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างนะครับ แต่เชื่อมั่นว่าหลาย ๆ ป้ แล้วก็ต่อเนื่องไปนโยบายนี้จะเปึนที่จดจําของพี่น้องประชนชนครับ สิ่งที่ผมบอกว่า เราต้องช่วยคนที่อยู่ในบ้านที่กําลังอ่อนแออยู่ก็หมายความว่า นโยบายของรัฐบาลที่ทํา ในขณะนี้เราก็จะเห็นว่า เราช่วยเหลือคนที่เปึนคนด้อยโอกาสหรือว่าคนเฒ่าคนแก่นะครับ เพราะว่าผู้ชรานั้นทํางานมาทั้งชีวิตครับ เหน็ดเหนื่อยให้ประเทศชาติ จ่ายภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม บางคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ ฉันไม่เคยจ่ายภาษีเลย ไม่จริงครับ อย่างน้อย ทางอ้อม เดินเข้าไปซื้อของในเซเว่น อีเลฟเว่น ภาษีมูลค่าเพิ่มก็คือภาษีครับ สิ่งเหล่านี้ ก็คือเราต้องบอกว่า รัฐบาลก็ทําครับ ทําทุกวิถีทางเพื่อพยายามเอาคนที่ด้อยโอกาสให้มี โอกาสทางเศรษฐกิจมากที่สุด
ขั้นที่ ๒ ที่รัฐบาลพยายามทําก็คือดับไฟครับ ท่านก็จะเห็นว่าโครงการ ต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเช็คช่วยชาติ ชุมชนพอเพียง ต้นกล้าอาชีพ เปึน การที่เรียกว่าเราต้องพยุงกําลังซื้อของประเทศชาติในขณะนี้ให้มากที่สุด ก็คิดดูครับ ถ้าโรงงานป่ดตัวลง คนว่างงานก็จะเกิดผลกระทบขึ้นมากมาย ผมเองมีเวลาน้อยครับ แล้วก็ถ้าจะเอาสาระในรายละเอียดมีเยอะครับ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ มีมากมายนะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่ตั้งใจมอบให้ประชาชนจริง ๆ
ขั้นที่ ๓ นอกเหนือจากการเอาคนที่บาดเจ็บ อ่อนแอออกจากบ้านแล้ว แล้วเราดับไฟ ขั้นที่ ๓ คือเรื่องไทยเข้มแข็งก็จะเปึนการเรื่องซ่อมบ้านหลังนี้ครับ บ้านหลังนี้ จะเปึนที่อยู่ ที่พักอาศัยของคนรุ่นต่อ ๆ ไปให้ได้เราต้องสร้างบ้านหลังนี้ให้ดี เริ่มต้นนับจาก วันนี้ครับ โครงการไทยเข้มแข็งที่พูดถึงนั้นรัฐบาลก็พยายามจัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ ปรับตัวในภาวะอย่างนี้ เราเรียกว่าเราหยุดนิ่ง ชะลอตัวหรืออาจจะถดถอยเล็กน้อย แต่เชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารจัดการที่ดี จิตใจที่มุ่งมั่นของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทุกท่านจะพาประเทศชาติฟันผ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ครับ ผ่านทางโครงการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนแหล่งน้ํา ถนน โรงพยาบาล โรงเรียนใหม่ ๆ การลงทุนภายใน ๓ ป้ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ๓ ป้นี้เม็ดเงินที่จะลงทุนไป ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งต้องบอกว่าเปึนโอกาสของพี่น้องประชาชนที่จะใช้โอกาสนี้ให้กําลังใจรัฐบาล แล้วก็ต้อง บอกว่าความไม่เข้าใจในชาตินี้มีเยอะนะครับ คนที่ไม่รู้เรื่องภาษาทางเศรษฐกิจบางทีมา วิจารณ์ว่ารัฐบาลทําอะไร ผมก็ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วถ้าอย่างที่ผมกราบเรียนเบื้องต้น สิ่งที่เราทําต้องตรงข้ามกับความคิดของคนที่ใช้จ่ายอยู่ปัจจุบัน รัฐบาลที่ดีก็ต้องกระตุ้น เศรษฐกิจ เงินที่ส่งไปต้องถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุดแล้วก็โปร่งใสและเปึนธรรมนะครับ ผมฝากนิดเดียวครับท่านประธานเนื่องจากมีเวลาน้อย สิ่งที่ผมเปึนห่วง ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือ กลัวว่าเม็ดเงินครั้งนี้จะน้อยเกินไปด้วยซ้ํา
เรื่องที่สอง เรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ก็ต้องขอฝากท่าน รัฐมนตรีและก็คณะรัฐมนตรีทุกท่านไว้ด้วย
ในส่วนของข้อเสนอแนะผมก็อยากจะฝากเปึนส่วนสุดท้ายก็คือ ผมอยาก ให้ท่านเมื่อใช้นโยบายทางการคลังผ่านทางงบประมาณประเทศแล้ว อยากให้ใช้นโยบาย ทางการเงินควบคู่กันไปด้วยครับ คือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายให้อัตราดอกเบี้ย ลดลง ให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง สําหรับวันนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านอิทธิเดช แก้วหลวง มีเวลา ๑๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณาเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางนะครับ ผมมาดูแล้วเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ ติดลบ ๗.๑ เห็นใจรัฐบาลนะครับ ดังนั้นรัฐบาลเลยต้องมาดูตัวเลขจีดีพีว่าสิ้นป้จะคุม ประเทศของเราอยู่ระดับไหน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ยอมรับว่าป้นี้เราอาจจะติดลบ ประมาณ ๒-๓ อย่างแย่อาจจะลบ ๓.๕ การแก้ไขปัญหาเรื่องของจีดีพี การรักษาดุลของ จีดีพี วันนี้รัฐบาลเองก็ได้ดําเนินการหลายประการ
เรื่องแรก ก็คือการจัดงบกลางป้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เมื่อวันจันทร์สภา ก็ผ่าน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไป ซึ่ง พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเองก็ต้องไปป่ดหีบ งบประมาณของป้ ๒๕๕๒ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ผ่านสภาวาระหนึ่ง ท่านประธานครับ เมื่อมาดู การบริโภคในป้ ๒๕๕๒ น่าเปึนห่วง เขาบอกว่าดัชนีผู้บริโภคทรุดต่ําสุดในรอบ ๘ ป้ครึ่ง แนวโน้มท่าทางจะฟุ๋นยาก การลงทุนทั้งภาคเอกชนเองก็ลดลง ผมได้เคยอภิปรายในสภา แห่งนี้ว่านอกจากตัวเลขการส่งออกที่แย่ลงแล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลทําและผมคิดว่าเปึน ข้อผิดพลาดข้อหนึ่งก็คือการขึ้นภาษี แต่รัฐบาลทําถูกต้องครับที่คุมเรื่องของจีดีพี รักษา จีดีพีไว้ก็คือการใช้จ่ายภาครัฐ เมื่อย้อนมาดูเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลก็บอกว่าเมื่อสิ้นป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่เราพิจารณาตอนนี้รัฐบาลจะคุมจีดีพีอยู่ที่ ๒-๓ นี่คือบวกนะครับ ดังนั้นแล้วผมคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมต้องขออนุญาต อภิปรายเพื่อฝากให้รัฐบาลช่วยดําเนินการอย่างเร่งด่วนในการที่ท่านจะรักษาระดับ ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของจีดีพี ถ้าต่อนี้ไปถึงสิ้นป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลไม่สามารถทําได้ ผมคิดว่าก็ยังไม่เกิน ๑ ครับ ในเรื่องของจีดีพี สิ่งสําคัญที่สุดนั้นที่รัฐบาลจะใช้เรื่องของ พระราชบัญญัติเงินกู้ก็ดี พ.ร.บ. เงินกู้ก็ดีในการที่จะมารักษาสภาพของจีดีพีไว้นั้นแล้ว ผมคิดว่ารายละเอียดอื่น ๆ เปึนสิ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งรัด
เรื่องที่ ๑ คือต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ วันนี้ใกล้สิ้น ป้งบประมาณ มีท่านสมาชิกหลายท่านได้บอกว่า การเบิกจ่ายงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ เองก็ยังไม่กระจายเท่าที่ควร การเบิกจ่ายของภาคเอกชนที่จะต้องพึ่งพา งบประมาณของรัฐเองก็ติดขัดปัญหา นี่คือส่วนหนึ่ง หรือเพื่อนสมาชิกบางคนอาจจะบอกว่า รัฐบาลถังแตกหรือไม่ หน่วยงานซึ่งสามารถเบิกเงินได้ภายใน ๓ หรือ ๕ วันก็กลายเปึน เบิกเงินเปึนเดือนหรือเดือนครึ่ง อันนี้คือสิ่งที่ต้องฝากรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง ถ้าหากว่า ท่านต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วรักษาระดับของจีดีพีไว้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เมื่อท่านไปเพิ่มภาษีสรรพสามิต เช่น ภาษีเหล้าและบุหรี่แล้วท่าน มาขึ้นภาษีน้ํามันแล้วนี่ ท่านจะต้องหาทางลดภาษีตัวอื่นครับเพื่อให้มันเกิดความสมดุล ของการเก็บภาษี เพื่อที่จะได้เปึนแรงกระตุ้นในการบริโภคของพี่น้องประชาชนให้เพิ่มขึ้น วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วไปครับ หรือนักลงทุน โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อยากจะให้ รัฐบาลลดภาษีน้ํามันครับ เมื่อไรก็ตามที่รัฐบาลสามารถลดภาษีน้ํามันได้ผมคิดว่า จะเปึนการกระตุ้นการบริโภคได้อย่างดีและเปึนการส่งเสริมเรื่องของการลงทุนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ วันนี้ผมยังมองไม่ออกว่าวันนี้ทําไมรัฐบาลลืมไปครับว่าตกใจครับ ว่าเศรษฐกิจจากประเทศอื่นใหญ่ ๆ หรือคู่ค้าของเราที่มีปัญหาไปตกใจครับก็เลยไม่ไปทํา การค้ากันเลย มานั่งคิดแต่เรื่องว่าจะกู้อย่างไร ผมยังคิดว่าเรามีโอกาสอย่างดีครับที่วันนี้ รัฐบาลญี่ปุ์นเอง อเมริกาเอง เขาได้เอางบประมาณของเขาออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทําไม เราไม่ไปโรดโชว์ (Road show) เอาสินค้าบ้านเราไปขายให้มากที่สุด นั่นคือส่วนหนึ่งครับ หรือนอกจากตลาดเก่าที่เรามีอยู่แล้วเราออกไปหาตลาดใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศต่าง ๆ บางประเทศเศรษฐกิจเขาก็ยังดีอยู่เขาไม่ได้ติดลบจีดีพีเขาก็ยังแข็งแรงอยู่ อย่างมาเลเซีย ท่านรัฐมนตรีหลายท่านได้บอกว่ามาเลเซียติดกับประเทศไทยเราเองเขามีความแข็งแกร่ง ทางเศรษฐกิจ วันนี้เราจะพัฒนาด่านชายแดนเพื่อส่งสินค้าไปยังประเทศมาเลเซีย ๖-๗ ด่าน ผมคิดว่าเปึนหนทางที่ดีหนทางหนึ่ง เพราะมาเลเซียเองมีสภาพเศรษฐกิจที่ แข็งแรงและน่าจะเปึนคู่ค้าที่สําคัญของเราด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๔ ครับท่านประธาน วันนี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่รัฐบาลของท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องปรับปรุง ครม. ครับ มันเปึนสิ่งหนึ่งครับที่เปึนการเสริมสร้าง ประสิทธิภาพของรัฐบาล การปรับปรุง ครม. เองเราจะได้ดูว่าขีดความสามารถของ รัฐมนตรีบางท่านมันไม่พร้อมที่จะมาเปึนรัฐมนตรีในขณะที่ประเทศชาติต้องการนักบริหาร ที่มีความรู้ความสามารถ หรือการที่รัฐมนตรีบางคนภาพพจน์ภาพลักษณ์ไม่เปึนที่ยอมรับ ของนานาชาติ เอาง่าย ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านเราเองนี่นะครับ เขาไม่ยอมรับครับ แล้วเราจะไปติดต่อทํามาค้าขายกับใครได้ครับ เมื่อประเทศเพื่อนบ้านเราเขาไม่ยอมรับ วันนี้ผมพูดง่าย ๆ ครับ วันนี้ผมอยากให้รัฐมนตรีของเราไปเจรจาขอให้เขาเป่ดด่านสิงขรครับ ไปเจรจาเป่ดด่านสังขละบุรีหรือด่านเจดีย์สามองค์ พระยาตองซูของพม่า ๒ ด่านนี้ครับ ป่ดมา ๒ ป้แล้วครับพม่า เศรษฐกิจชายแดนพังทลายหมด ทั้ง ๆ ที่วันนี้เปัาหมายสําคัญทาง ทิศตะวันตกก็คือมะริด ทวาย และตะนาวศรี วันนี้นักลงทุนจากประเทศต่าง ๆ เกือบ ทั่วโลกครับเขากําลังจ้องที่ทวายซึ่งติดกับจังหวัดกาญจนบุรีของเรา แต่ในขณะเดียวกัน พม่าป่ดด่านของเราไว้ทั้ง ๒ ด่านรัฐมนตรีมีหน้าที่ไปเจรจาครับรีบไปเป่ดด่าน นี่คือส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าพูดไปแล้วนี่นะครับ ผมคิดว่าข้อที่ ๔ เปึนข้อที่สําคัญที่สุด ขีดความสามารถ ของรัฐมนตรีบางท่านมันไม่เหมาะสมสําหรับการที่รัฐบาลจะต้องมารักษาสภาพเศรษฐกิจ ของประเทศชาติของเราไว้ในโอกาสที่เศรษฐกิจต่าง ๆ กําลังจมลงดิ่งเหวนะครับ ท่านประธานครับ อย่างไรเสียงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งกําลังพิจารณาอยู่ ขณะนี้ก็ผ่านสภา แต่ผมมีข้อสังเกตที่จะขอฝากให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะไป ทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการพิจารณารายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ไปช่วยตรวจสอบด้วยครับ
เรื่องแรกครับ ผมเฝัาติดตามเรื่องการเอางบประมาณลงไป ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างมหาศาลในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา การดําเนินงาน กรอบระยะเวลา จํานวนเงินที่ลงไปได้ไปติดตามกันหรือไม่นะครับ วันนี้ ๒๑๗ หมู่บ้านสีแดงครับ มีทหารอยู่ ทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ คนครับ แต่เหตุการณ์ภาคใต้ก็ยังรุนแรงอยู่ ทหารเหล่านั้นมาจากไหนครับ มาจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน บางคนบอกว่าไปหลบอยู่ในบังเกอร์ไม่ทําอะไรครับ รอรับเบี้ยอย่างเดียวเพื่อให้ครบกําหนดแล้วกลับบ้าน ผมว่าอย่างนี้มันจะสําเร็จได้อย่างไรครับ เมื่อเอาเงินงบประมาณไปถมไว้อย่างนี้ หรือโครงการก่อสร้างต่าง ๆ นะครับ ยกตัวอย่าง เช่น ด่านชายแดนที่ได้รับงบประมาณพร้อมกับจังหวัดอื่น ๆ ที่อื่นเขาเป่ดหมดแล้วครับ แต่ภาคใต้ก่อสร้างยังไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาก็เพราะว่าขาดแคลนแรงงาน ผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงานแล้วจะเอาเงินงบประมาณไปถมให้ทางโน้น แล้วมีใครไปติดตาม ไปตรวจสอบบ้างหรือไม่ว่าเงินงบประมาณมหาศาลที่ลงไปนั้นมันจะสัมฤทธิ์ผล ได้ทันเวลาในช่วงที่เราต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งรีบ ดังนั้นผมขอฝาก คณะกรรมาธิการช่วยไปดูว่างบตัวไหนที่มันจะเอาออกมาแล้วเอามาพัฒนาส่วนอื่นที่ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อนนะครับ
เรื่องที่ ๒ งบประมาณของกระทรวงคมนาคมเปึนงบประมาณซึ่ง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายก็เปึนปริศนาหลายเรื่อง แต่ผมเองผมต้อง ขออนุญาตฝากเพื่อนสมาชิกที่เปึนกรรมาธิการว่า ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่า งบประมาณก่อสร้างทางหลวงขยายเปึน ๔ ช่องจราจรจากแม่จัน-เชียงแสน ๓๗ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๖๕๐ ล้านบาท งบประมาณผูกพันป้ ๒๕๕๒ถึงป้ ๒๕๕๕ ปรากฏว่า ประมูลไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ได้ผู้รับเหมาเรียบร้อย ๖๕๐ ล้านบาทครับ แต่ปรากฏว่าระยะทางไม่ใช่ ๓๗ กิโลเมตรนะครับ เหลือแค่ ๒๐ กิโลเมตรครับ ขออนุญาต ฝากให้กรรมาธิการช่วยไปตรวจสอบดูด้วย เอกสารวันนี้ครับ เอกสารงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ที่มาใหม่นี้ก็ระบุครับ ๓๗ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๖๕๐ ล้านบาท แต่วันนี้ ประมูลไปแล้วครับ บอกว่าระยะทางเหลือแค่ ๒๐ กิโลเมตร ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรครับ อยากให้ผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้ช่วยชี้แจงด้วย เช่นเดียวกับถนนสายแม่สาย-เชียงแสนครับ งบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท งบประมาณผูกพันเหมือนกันครับ แต่ระยะทางเหลือแค่ ๒๐ กิโลเมตรครับ ไม่ใช่ ๓๖ กิโลเมตร ยกตัวอย่างอย่างนี้เปึนต้นครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีการเร่งรีบในการก่อสร้างท่าเรือ เชียงแสน แห่งที่ ๒ งบประมาณผูกพัน ๓ ป้ ใช้เงินงบประมาณ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท เช่นเดียวกันกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขงที่อําเภอเชียงของ เชียงรายนะครับ งบประมาณทั้งหมด ๑,๒๐๐ ล้านบาท เปึนสิ่งที่น่าสังเกตอยู่ข้อหนึ่งว่างบประมาณ ป้ที่แล้วป้ ๒๕๕๒ ๑๒๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าป้ ๒๕๕๓ มีแค่ ๔ ล้านบาทครับ ทั้ง ๆ ที่ ความจริงต้องเร่งรีบในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขงตรงจุดนี้ครับ เพราะเปึนการ เชื่อมถนนอาร์ ๓ เอ (R3A) แล้วผลประโยชน์ที่ได้จากการที่เราได้งบประมาณในการ ก่อสร้างสะพานแห่งนี้แล้วเสร็จทันก่อนระยะเวลาที่กําหนดไว้จะเปึนผลประโยชน์ของ ประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันการสร้างท่าเรือเชียงแสน แห่งที่ ๒ ครับ ดีครับ ถ้าสร้างเสร็จสวยครับ แต่มีแต่ผู้ตําหนิว่าการก่อสร้างท่าเรือแห่งนี้จะล้มเหลวครับ สร้างเสร็จแล้วมันจะไม่มีเรือเข้าไปจอดครับ ๑,๕๐๐ ล้านบาททิ้งเปล่า ๆ แน่นอน ผมเลยอยากให้กรรมาธิการที่พิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ช่วยไปดูนิดหนึ่ง ว่าน่าจะมีโครงการลักษณะคล้ายคลึงที่ผมได้กราบเรียนมาข้างต้นทั้งหมดจะมีลักษณะ คล้าย ๆ กันว่า ๑. งบเต็มครับ แต่ถนนที่ไปมันไม่ครบตามที่ได้ตกลงกันไว้ ๓๗ กิโลเมตร เหลือ ๒๐ กิโลเมตร หรือเอาไปเร่งสร้างท่าเรือครับ วันนี้แม่น้ําโขงก็มีปัญหาอยู่ เรือที่เข้ามาจอดเทียบท่า ทั้งหมดร้อยละ ๙๙ ครับ เปึนเรือชาติอื่นทั้งสิ้น แล้วสะพานข้ามแม่น้ําโขงที่ผมกราบเรียน มาข้างต้นตรงนี้สมบูรณ์แบบที่สุดเลยครับ ถ้าเทียบกับสะพานที่มุกดาหารเองหรือสะพาน ที่กําลังก่อสร้างที่จังหวัดนครพนมเอง ถ้าหากว่าสะพานข้ามแม่น้ําโขงที่เชียงของสําเร็จ ยุทธศาสตร์เหนือสู่ใต้สําเร็จครับ แล้ววันนี้มีการทําธุรกรรมทางการค้า มีการท่องเที่ยว มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจกันอย่างกว้างขวาง ดังนั้นแล้วผมจึงตั้งเปึนข้อสังเกตให้รัฐบาล แล้วก็คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาร่างงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป ครับ เชิญท่านดวงแข อรรณนพพร ครับ ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ดิฉันมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องขออภิปรายงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ อันเปึนผลสืบเนื่องมาจากดิฉันเองและสมาชิก ภายในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเปึนทางซีกฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลก็ได้ร่วมกันพิจารณา งบประมาณเงินกู้เพื่อมาใช้ในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเปึนการออกโดย พระราชกําหนด เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายนที่ผ่านมา และออกเปึนพระราชบัญญัติเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน จาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๒ วัน ๒ ฉบับ เปึนจํานวนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนจํานวนเงินจํานวนมากพอสมควร มาในวันนี้ก็ต้องมา เริ่มอภิปรายเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ อีก ๑.๗ ล้านล้านบาท สรุปแล้วถือว่าสัปดาห์นี้เปึนสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่จะต้องมีการพิจารณางบประมาณถึง ๒.๕ ล้านล้านบาท หากจะดูรายละเอียดของ การพิจารณางบประมาณก็จะเห็นว่าถ้าดูแบบผิวเผิน ถ้าไม่มีวาระซ่อนเร้นก็จะดูว่า งบประมาณในป้ ๒๕๕๓ จะเปึนป้งบประมาณ จัดสรรงบประมาณลดลง แต่จริง ๆ แล้ว ในส่วนนี้ดิฉันบอกไปแล้วถ้าไม่มีวาระซ่อนเร้น การที่หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบแล้วว่า ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกในขณะนี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้รับผลกระทบกันอย่างทั่วหน้า ทั่วตาไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทยของเราก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ฉะนั้นมีความ จําเปึนเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณด้วยความโปร่งใส ด้วยความระมัดระวังเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมให้กับประชาชน ดิฉันขอย้ํานะคะ เกี่ยวกับ คําว่า ความเปึนธรรมให้เกิดกับประชาชน ให้เกิดในทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะโดยยุทธศาสตร์ใด ๆ ก็ตาม ซึ่งเปึนการส่งเสริมความเชื่อมั่นให้เกิดกับรัฐบาลนี้ภายใต้เงื่อนไขของประเทศ ที่ต้องการให้เกิดความปรองดอง การจัดสรรงบประมาณจึงเปึนส่วนหนึ่งของเงื่อนไข และ ตัวดิฉันเองก็ไม่ต้องการให้ประชาชนให้เกิดความรู้สึก เกิดความแตกแยกในทางความคิด และด้วยเวลาที่จํากัด ฉะนั้นดิฉันขอเวลาเพียงนิดหน่อยจะได้การจัดสรรงบประมาณ เกี่ยวกับการแบ่งสรร เพราะว่าดูแล้วการงบประมาณครั้งนี้จะมีการแบ่งสรรงบประมาณ ออกในหลายหมวดหมู่ โดยที่ดิฉันขอพูดขออภิปรายในส่วนของงบประมาณในหมวดของ งบประมาณและจังหวัดและของกลุ่มจังหวัด จะเห็นว่าโดยภาพรวมทั่วประเทศการจัดสรร งบประมาณของกลุ่มจังหวัดเมื่อป้ ๒๕๕๒ กลุ่มจังหวัดได้ไปทั้งหมด ๑๘,๒๗๐ กว่าล้านบาท ส่วนในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียงแค่ ๓,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าถ้าโดยภาพรวมถูกตัดลดลงไปอย่างมาก ฉะนั้นมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องกระจายงบประมาณในส่วนนี้ให้ลงไปอย่างทั่วถึง ดิฉันขอยกตัวอย่างการจัดสรรงบประมาณและจังหวัดที่เห็นได้ชัด ดิฉันขอยกตัวอย่างของ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือว่าตัวนี้นะคะ ดิฉันต้องการเอาจังหวัดขอนแก่นซึ่งถือว่าให้เปึนเคส (Case) ตัวอย่าง เพราะไม่ต้องการให้จังหวัดอื่นได้รับผลการกระทําหรือได้รับการกระทํา โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็แล้วแต่ จะเปึนเงื่อนไขทางการเมืองหรือไม่ใช่เงื่อนไขทาง การเมืองก็แล้วแต่นะคะ แต่ดิฉันขอยกตัวอย่างการจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ของ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจังหวัดขอนแก่นเองได้รับงบประมาณในการจัดสรรงบประมาณของ กลุ่มจังหวัด หรือที่เรียกว่า งบซีอีโอ ในการจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ประมาณ ๒๗๙ ล้านบาท และในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณประมาณ ๕๒ ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกปรับลดไปถึง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็เปึนที่น่าตกใจเหมือนกันนะคะ ดิฉันต้องการให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้รับฟังการถ่ายทอดการสดในวันนี้การอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้องประชาชน ชาวเขต ๒ จังหวัดขอนแก่น เขากําลังเกิดความรู้สึกค่ะ เขากําลังเกิดความรู้สึกว่าตอนนี้ เขาไม่ได้รับความเปึนธรรมจากการจัดสรรงบประมาณหรือที่เรียกว่า งบประมาณบูรณาการ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่างบ ซีอีโอ ป้ ๒๕๕๒ หรืองบประมาณ ซีอีโอ ของจังหวัดขอนแก่น ต้องกราบนําเรียนนะคะว่าเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทางจังหวัดได้มีหนังสือ แจ้งไปทางอําเภอ และอําเภอก็แจ้งลงไปยังองค์การบริหารส่วนตําบล ทางองค์การบริหาร ส่วนตําบลก็ได้รับหนังสือตอบรับว่ามีการจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ในหลาย ๆ พื้นที่ พ่อแม่พี่น้องประชาชนก็ดีใจ หลังจากที่ดีใจได้ไม่นาน เขาก็มีการเคลียร์พื้นที่ เตรียมพื้นที่ เพื่อจะทําการก่อสร้าง หลาย ๆ คนดีใจ แต่ปรากฏว่าดีใจได้ไม่นานค่ะ หลังจากที่มี การเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก็ทําให้งบประมาณของจังหวัดขอนแก่นก็ถูกเปลี่ยนแปลงไป ดิฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลังจากที่มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ทําไมมี การเปลี่ยนแปลงได้ ทั้ง ๆ ที่มีหนังสือแจ้งลงไป ไม่ว่าจะเปึนระดับจังหวัด ระดับอําเภอ หรือแม้กระทั่งระดับองค์การบริหารส่วนตําบล ล้วนแล้วแต่ได้รับหนังสือตอบรับด้วยกัน ทั้งสิ้น อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ดิฉันได้นําเรื่องนี้เข้าไปให้ คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านก็ได้ติดตามงบประมาณเรื่องนี้ด้วย ความเอาใจใส่เปึนอย่างดี ในส่วนนี้จะทําให้เห็นว่าจังหวัดขอนแก่น ดิฉันเอ่ยไปแล้ว จังหวัดขอนแก่นเมื่อป้ ๒๕๕๒ ได้รับงบประมาณ ๒๗๙ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเม็ดเงิน ก้อนนี้ไม่ได้หนีหายออกไปจากจังหวัดขอนแก่น แต่หลังจากที่มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล เงินงบประมาณส่วนนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขต ๒ จังหวัด ขอนแก่น ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๙ อําเภอ ไม่ว่าจะเปึนอําเภอพล อําเภอหนองสองห้อง อําเภอโคกโพธิ์ไชย อําเภอแวงน้อย อําเภอแวงใหญ่ อําเภอเป๋อยน้อย อําเภอโนนศิลา อําเภอโคกโพธิ์ไชย อําเภอชนบท รวมกันทั้งหมด ๙ อําเภอ ทั้ง ๙ อําเภอนี้ได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรง พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเขต ๒ จังหวัดขอนแก่น ถูกปรับเปลี่ยน ปรับลด งบประมาณทั้ง ๆ ที่มีการจัดสรรงบประมาณไปแล้วถึงประมาณเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่หายไป หายออกจากพื้นที่เขต ๒ จังหวัดขอนแก่น ก็อาจจะเปึนด้วยสาเหตุที่ว่าเขต ๒ จังหวัดขอนแก่นมีผู้แทนราษฎรเปึน พรรคฝ์ายค้านก็ได้ อันนี้ดิฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เปึนที่น่าชื่นชมและน่าสรรเสริญเปึนอย่างยิ่ง การจัดสรรงบประมาณในพื้นที่เขต ๒ จังหวัดขอนแก่น ไม่ว่าจะลงไปในพื้นที่ถนน ซึ่งถือว่า เปึนการอํานวยความสะดวกให้กับเกษตรกรในการขนย้ายพืชผลทางเกษตรกรรม หรือแม้กระทั่งโครงการขุดลอก ซึ่งตัวนี้ถือว่าเปึนการเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรถูกตัดลด จนหมดสิ้น อันนี้ก็ถือว่าเปึนที่น่าเสียใจกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่ก็คงจะเปึนที่น่าดีใจ แทนพี่น้องเขตอื่นที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ไม่ว่าจะเปึนถนนคอนกรีต ไม่ว่าจะเปึน โครงการขุดลอกถูกตัดลดออกไป แต่มีการปรับเปลี่ยนโครงการงบประมาณไปอยู่ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ ยกตัวอย่างที่ ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่น่าละอายเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันต้องยอมรับว่าเปึนที่น่าละอาย กล่าวคือ ไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ เขาบอกว่ามีการปรับลดเปลี่ยนจากโครงการถนนและโครงการขุดลอก จะเปลี่ยนไปเปึนโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเพื่อเปึน การบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ฟังดูก็เพราะค่ะ แล้วก็เลิศหรูมาก แต่ ปรากฏว่าพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นได้รับการจัดสรรงบประมาณในการอบรมถึง ๑๑.๒ ล้านบาท อําเภอมัญจาคีรี ๕.๖ ล้านบาท และอําเภอบ้านแฮด ๓.๒ ล้านบาท เฉพาะ ๓ อําเภอนี้รวมกันแล้ว ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ดิฉันอยากทราบ เหมือนกันว่าอําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นหลาย ๆ ท่านก็คงจะรู้เปึนพื้นที่ที่คงจะไม่ค่อยมี ประชากรเปึนเกษตรกร เพราะว่ามีอาชีพคงจะไม่ใช่เปึนพื้นที่ที่มีอาชีพเปึนเกษตรกร ถ้าจะ พูดง่าย ๆ ดิฉันยกให้แค่ ๒ ตําบลที่มีประชากรเปึนเกษตรกร ปรากฏว่า ๓ อําเภอได้รับ งบประมาณไปถึง ๒๐ ล้านบาท แต่ในส่วนของอําเภอ ไม่ว่าจะเปึนอําเภอพล อําเภอ หนองสองห้อง อําเภอเป๋อยน้อย และอําเภอโนนศิลา เคยได้ประกาศเปึนพื้นที่ภัยแล้งรุนแรง แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแค่อําเภอละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็เปึนที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่ง เพราะดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าไม่ว่าจะเปึนอําเภอเมือง อําเภอมัญจาคีรี หรืออําเภอบ้านแฮด
หมดเวลาแล้วนะครับ
ค่ะ ขอเวลาท่านประธาน อีกนิดหน่อยค่ะ ยังไม่จบค่ะ
รักษาเวลาหน่อยนะครับ เดี๋ยวเพื่อน ๆ จะไม่มีโอกาส
ค่ะ ทั้งหมดทั้ง ๓ อําเภอรวมกัน แล้ว ๓ อําเภอ ๒๐ ล้านบาท ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่า ๓ อําเภอนี้เปึนเขตเลือกตั้งของใคร ทําไม ต้องจําเพาะเจาะจงให้ลงในเขตพื้นที่นี้ อันนี้ก็เปึนอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่จริงดิฉันเหลือ โครงการที่จะพูดอีกมากมาย แต่ในเมื่อท่านประธานให้รักษาเวลาดิฉันก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ดิฉันอยากถามว่างบประมาณที่มีการผ่าน ทั้งสภา มีการผ่านไปทั้งสํานักงบประมาณ และมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณขณะนี้ดิฉัน ขอถามว่าเปึนความผิดหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นขนาดองค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งเปึนการ บริหารขนาดย่อยเขาผ่านวาระแค่ผ่านข้อบังคับเขาก็ไม่กล้าเปลี่ยนโครงการหรือเปลี่ยน งบประมาณ ฉะนั้นดิฉันขอฝากนะคะ ดิฉันขอฝากไว้เปึนอุทาหรณ์เพื่อให้การตั้ง งบประมาณรายจ่าย งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนผู้เสียภาษี และถือว่าเปึนผู้เสียดอกเบี้ยให้กับการจะตั้งงบประมาณในครั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่ทุก ๆ คน ได้มีส่วนในการชดใช้ดอกเบี้ยในครั้งนี้ ขอให้เห็นใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนของดิฉันในเขต ๒ จังหวัดขอนแก่น อย่าให้เขามีความรู้สึกว่าเขาเปึนประชาชนชั้น ๒ เลยค่ะ ขอกราบ ขอบพระคุณค่ะ
ครับ ก็มีผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ขอความกรุณาท่านผู้อภิปรายกรุณารักษาเวลาหน่อย นะครับ ต่อไปครับ ท่านภคิน ปริศนานันทกุล ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภคิน ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา เรื่องที่กระผมจะนําเสนอในวันนี้เพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตก็คือเรื่องไอที (IT) ครับ ในวันนี้เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยครับว่าไอทีได้กลายมาเปึนส่วนหนึ่งที่สําคัญ ของประเทศเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กลายมาเปึนส่วนสําคัญต่ออนาคตของประเทศ นั่นก็คือเด็กและเยาวชนครับ เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยครับว่าเด็กและเยาวชนกับไอที ไม่สามารถขาดกันได้ครับ ไอทีมันเปึนโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไร้ขอบเขต ถามว่าสิ่งเหล่านี้ มีประโยชน์ไหม ก็ต้องบอกว่ามีครับ มันทําให้เด็กและเยาวชนของเราได้เรียนรู้และพัฒนา ศักยภาพของตนเอง แต่มันก็เหมือนกับดาบสองคมครับ ไอทีมีส่วนที่ดี แต่ก็มีคนที่คิดไม่ดี โดยเอาเด็กเปึนเหยื่อก็มีโดยอาศัยผ่านทางไอทีนี่ละครับ เปึนช่องทางในการมอมเมาเด็ก และเยาวชน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของความรุนแรง เรื่องเพศ เรื่องลามกอนาจาร หรือแม้กระทั่งเรื่อง หมิ่นสถาบัน เพราะเขารู้ครับว่าเด็กกําลังให้ความสนใจ ท่านจะสังเกตเห็นได้ครับว่า เด็กและเยาวชนในขณะนี้กําลังให้ความสนใจใฝ์รู้ในเรื่องไอทีเปึนอย่างมาก เพราะฉะนั้น ในวันนี้เราควรที่จะต้องมาตระหนักและใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ เราควรที่จะต้องทุ่มเท งบประมาณ เพื่อที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนของเราได้เข้าถึงโลกไอที ที่ขาวสะอาด ที่บริสุทธิ์ที่ปราศจากสิ่งอบายมุข สิ่งมอมเมายั่วยุต่าง ๆ นานา ในวันนี้จีน ก็ได้เริ่มโครงการเพื่อปกปัองเด็กและเยาวชนของเขาเองแล้วนะครับ จีนได้ทําการเตรียม ติดตั้งซอฟท์แวร์ (Software) ที่จะสกัดกั้นไม่ให้เด็กและเยาวชนของเขาเข้าเว็บไซต์ที่ ไม่พึงปรารถนา เข้าเว็บไซต์ที่รัฐบาลจีนเขาสั่งห้าม โครงการของจีนโครงการนี้ก็ชื่อว่า กรีน ดาร์ม ยูส เอสคอร์ต (Green damn use escort ) รัฐบาลจีนเขาเกรงว่าเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะทําให้มีอิทธิพลต่อเด็กและเยาวชนของเขา ซอฟท์แวร์ส่วนใหญ่ในโครงการนี้ก็คือจะมุ่งเน้นในเรื่องการเซ็นเซอร์ (Sensor) ภาพลามก อนาจาร ในประเทศไทยของเราเองก็เคยได้ทําโครงการคล้าย ๆ กันเช่นนี้ครับ ผมจําได้ว่า เปึนช่วงที่กระทรวงไอซีที (ICT) ก่อตั้งใหม่ ๆ ได้มีการบล็อก (Block) เว็บไซต์ ป่ดเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาสาระไม่เหมาะสม ผมไม่ทราบว่าขณะนี้ยังมีทําอยู่หรือเปล่า ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เองก็ได้เคยเสนอวิธีที่จะควบคุมการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่าการที่จะไปตามป่ด ตามบล็อกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม มันทําได้ยากครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเว็บไซต์ทุกวันนี้สามารถที่จะเป่ดขึ้นมาได้ อย่างง่าย ๆ มันมีเป่ดขึ้นมาไม่รู้จักหมดจักสิ้นเราไม่สามารถที่จะไปตามป่ดได้ทุกเว็บไซต์ แทนที่จะไปตามป่ดเว็บนั้นเว็บนี้ ก็ทําในสิ่งที่ตรงกันข้ามเสียเลยครับ ก็คือการกําหนดว่า สามารถเข้าเว็บไหนได้บ้าง เว็บไหนที่ต้องการให้มีผู้เข้าไปชมก็ต้องมาขึ้นทะเบียนกับทาง กระทรวงเสียก่อน อันนี้เปึนเพียงแนวคิดเท่านั้นนะครับ ถ้าจะนําไปใช้จริง ๆ ก็คงจะต้องไป คิดกันต่อละครับว่าจะต้องทําอย่างไรบ้าง ท่านวราวุธได้เคยนําเสนอวิธีนี้ต่อสภาแห่งนี้ แล้ว แต่ทางกระทรวงก็ยังไม่ได้นําวิธีนี้ไปใช้ แต่ทั้งหลายทั้งปวงครับ วิธีต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ เปึนเพียงแค่การแก้ปัญหาในระยะสั้นครับ การที่จะแก้ปัญหานี้ได้ในระยะยาวนี่เราควร ที่จะต้องแก้ที่ตัวคน แก้ที่ตัวเด็กครับ เราควรที่จะต้องให้ความรู้ ปลูกฝังจิตสํานึกให้กับเด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องของไอทีที่ถูกต้องถูกทาง ซึ่งในวันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ที่ท่านกล้าเป่ดมิติใหม่นําโลกของ ไอทีไปสู่ชนบท โดยการจัดงาน เอ็มไอซีที (MICT) สร้างคนสร้างชาติ เมื่อวันที่ ๑๑-๑๔ เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ครับ ท่านไปจัดงานนี้ที่จังหวัดโคราช ท่านมีความคิดว่า ทําไมเทคโนโลยีและสารสนเทศต่าง ๆ จะต้องกระจุกตัวอยู่แต่ในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ทําไมไม่กระจายไปสู่ภูมิภาคไปสู่ชนบทบ้าง และถึงแม้ว่าเด็กและเยาวชน ในชนบทบางส่วนจะสามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็มีบ้างแล้ว เพียงแต่ว่าองค์ความรู้เหล่านั้นยังไม่เปึนที่น่าพอใจ เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มักจะใช้ อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ผิด การที่จะนําองค์ความรู้เหล่านี้ไปเผยแพร่ให้กับเด็กและเยาวชน ที่อยู่ในภูมิภาคที่อยู่ต่างจังหวัดก็อาจจะช่วยสามารถที่จะบรรเทาสถานการณ์ช่วยให้ สถานการณ์ในการที่ใช้ไอทีไปในทางที่ผิดนี่ทําให้สถานการณ์เหล่านี้ดีขึ้นได้ เด็กและ เยาวชนในต่างจังหวัดในที่ทุรกันดารนี่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าถึงโลกไอทีสักเท่าไรหรอกครับ ท่านเห็นไหมครับเมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้วนี่ท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ไปจัดงานที่โคราชเด็กให้ ความสนใจเปึนจํานวนนับหมื่นคน ซึ่งนี่ก็ต้องถือว่าเปึนประสบการณ์ เปึนปรากฏการณ์ที่ ใหม่จริง ๆ นะครับ ผมอยากจะเห็นว่าวันนี้ท่านไปจัดที่โคราช ป้หน้าไปจัดที่ยโสธร ไปจัดที่ มุกดาหาร ไปจัดที่เชียงราย ไปจัดที่แม่ฮ่องสอน ไปจัดที่สงขลา ไปจัดที่สตูล ไปจัดที่ที่ ห่างไกล ที่ที่เด็กและเยาวชน คนรากหญ้านี่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงโลกไอทีได้ ไปจัด เพื่อที่จะให้เขาได้มีความรู้ในด้านนี้ เพื่อที่จะให้ได้นําความรู้เหล่าไปใช้ได้ในทางที่ถูกต้อง ผมก็ต้องฝากเรื่องนี้ไว้กับทางรัฐมนตรีระนองรักษ์และฝากไว้กับทางรัฐบาลด้วยแล้วกันครับ
สุดท้ายนี้ผมก็ขอฝากไว้นิดหนึ่งครับ ฝากท่านประธานไปถึงทางรัฐบาล ท่านจะกู้เงินเปึนจํานวนสักเท่าไรพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะไม่ท้วงติงท่านเลยครับ ถ้าเงินที่กู้ มานั้นได้กลายไปเปึนประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เงินที่กู้มานั้นได้ตกไป ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง พวกเขาเต็มใจให้ท่านกู้ครับ อย่างไรก็ขอให้ท่านใช้ เงินกู้ก้อนนี้อย่างระมัดระวังรอบคอบเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของชาวไทย ทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ
คุณสิรินธร รามสูต ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินธร รามสูตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ตลอดระยะเวลา ๒-๓ วันที่ผ่านมานั้นเราได้พูดถึงการใช้งบประมาณของรัฐในการบริหาร ประเทศและแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่าจะเปึนเงินกู้ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราได้พิจารณางบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ อีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ สิ่งที่สําคัญที่สุดในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของ ชาตินั้น การใช้จ่ายงบประมาณต้องตรงเปัาหมาย มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและต้อง ทันเหตุการณ์ ดิฉันขอย้ําคําว่า ต้องทันเหตุการณ์ นะคะ ทั่วโลกมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประเทศไทยเรามีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นกัน แต่มีปัญหาซับซ้อนทางการเมืองค่ะ หลายประเทศได้กล่าวเตือนนักท่องเที่ยวของเขาว่าให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมา ประเทศไทยค่ะ ท่านประธานคะ ทางรัฐบาลเองก็ตระหนักถึงปัญหาของการท่องเที่ยวที่ ถือว่าเปึนรายได้หลักของประเทศ ได้ยกระดับความสําคัญของวิกฤติการท่องเที่ยวเปึน วาระแห่งชาติ ซึ่งในป้ ๒๕๕๓ นั้นรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านบาทให้กับ การท่องเที่ยว ซึ่งลดจากป้ ๒๕๕๒ ไปประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวได้กล่าวว่าการเมืองทําให้การท่องเที่ยวเกิดวิกฤติค่ะ จํานวนนักท่องเที่ยว ๖ เดือนแรกลดลง ๓๖๗,๒๘๙ คน คิดเปึนร้อยละ ๓๓.๔๕ ตลอดระยะเวลาป้ ๒๕๔๒ ถึงป้ ๒๕๕๑ จํานวนนักท่องเที่ยวไม่เคยต่ํากว่า ๒-๓ ล้านคน ที่ผ่านสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย แต่ป้นี้ค่ะ ๖ เดือนแรกมีเพียง ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนเท่านั้น ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวรู้สึกว่าวาระแห่งชาติเปึน เพียงนามธรรมค่ะ ไม่เปึนรูปธรรม เนื่องจากตําแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวยังว่างอยู่เปึน อุปสรรคต่อการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล มีแต่นโยบายแต่ไม่มีฝ์ายปฏิบัติการค่ะ ท่านประธานคะ การให้ข่าวสร้างภาพในการออกแคมเปญต่าง ๆ ของรัฐบาลฟังดูดีมากค่ะ แต่การปฏิบัติการของกระทรวงต่าง ๆ ไม่เปึนไปอย่างบูรณาการ เช่น นโยบายช่วยเหลือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการยังประสบกับปัญหาขั้นตอนต่าง ๆ เงื่อนไขที่ ไม่เอื้ออํานวย เช่น งบการเงินจะต้องไม่ขาดดุล ท่านประธานคะ ถ้างบการเงินเขา ไม่ขาดทุนนี่ เขาจะมากู้ไปทําไมคะ และการใช้จ่ายงบประมาณฉุกเฉินสําหรับกระตุ้น การท่องเที่ยว ใช้งบประมาณอย่างขาดประสิทธิภาพ หน่วยงานของรัฐมักจะทําโรดโชว์ ที่มักจะทําไปในลักษณะภาพกว้าง ๆ เหมือนกับการไปท่องเที่ยวโดยใช้งบประมาณของ รัฐบาล เหมือนกับการไปตรวจราชการโดยทั่ว ๆ ไป ไม่มีสินค้าการท่องเที่ยวไปพรีเซนท์ (Present) หรือไปเสนอขายค่ะ ไม่ได้เปึนการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และ นโยบายเรื่องของวีซ่าฟรีค่ะ เมื่อวานนี้ก็มีท่านสมาชิกได้กล่าวในสภาแห่งนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีบอกว่า วันนี้ค่ะจะมีการอนุมัติเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าฟรี งดค่าธรรมเนียมใน การทําวีซ่าเข้าเมือง ไม่เปึนไปตามที่รัฐบาลกําหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานยังคงคํานึงถึง ความมั่นคงเปึนหลักค่ะ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วีซ่า ออล อะไรฟ (Visa all arrive) ค่าวีซ่า ๑,๐๐๐ บาท ถ่ายรูป ๒๐๐ บาท นักท่องเที่ยวทรานซิท (Transit) อยากเข้ามาเที่ยว เมืองไทย แต่ว่าความล่าช้าหรือความไม่จริงใจในการทํางาน ทําให้นักท่องเที่ยวมี ความรู้สึกว่ามันยุ่งยากค่ะ แคมเปญต่าง ๆ ออกมาดูดีมากนะคะ ทําไมคะนักท่องเที่ยวจีน ถึงลดลง ก็ด้วยแคมเปญนี้ละค่ะ สถานีโทรทัศน์ของจีนออกข่าวว่า ทางประเทศไทยได้ เลื่อนกําหนดเรื่องของวีซ่าฟรีออกไปอีก ๓ เดือน ทําให้นักท่องเที่ยวต่างก็ดีใจว่าจะมา เที่ยวเมืองไทยโดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า แต่เอาเข้าจริง ๆ นะคะก็ยังต้องจ่ายค่าวีซ่า ๑,๐๐๐ บาทอยู่ดีค่ะ นอกจากนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดคือไม่สร้างบรรยากาศของการท่องเที่ยวค่ะ เช่น ทางเข้า ออกสนามบินเกิดพาความสับสนวุ่นวาย ความเข้มงวดเรื่องการขนเหล้า บุหรี่ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิต ภาษีสุรา ก็เลยทําให้นักท่องเที่ยวต้อง มีการแครี่ (Carry) เอาเหล้า บุหรี่ เข้ามาบ้าง แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ก็เข้มงวดทําให้เสีย บรรยากาศของการท่องเที่ยว นอกจากนั้นจุดตรวจต่าง ๆ ค่ะ ควันดํา เสียงดังของรถ เปึนภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ทําให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าสภาพรถของประเทศไทย ไม่มีความปลอดภัย .โดยเฉพาะเส้นทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ควรจะมีการตั้งจุดตรวจ ต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะกฎหมายของประเทศไทยก็บัญญัติไว้ว่า รถขนาดใหญ่ที่เปึนรถ สําหรับนักท่องเที่ยวหรือว่าใช้บริการขนส่งผู้โดยสารนั้นจะต้องมีการตรวจสภาพ ๑ ป้ ๒ ครั้ง นั่นก็หมายถึงว่า ๖ เดือนต่อ ๑ ครั้ง ท่านทําไมไม่ทําให้เรียบร้อยคะ จะต้องมา ตรวจสภาพควันดํา เสียงดังของรถให้เสียบรรยากาศของการท่องเที่ยวทําไมคะ ปัญหา เรื่องของการท่องเที่ยวยังซ้ําเติมไปด้วยไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ สายการบินต่าง ๆ เริ่มลด เที่ยวบินเข้ามาประเทศไทย รวมทั้งการบินไทยเองจะต้องใช้เวลาอีกกี่วันกี่เดือนคะ ที่สายการบินต่าง ๆ เหล่านั้นจะกลับมาบินในประเทศไทยอีก นั่นหมายถึงรายได้ของการท่องเที่ยวจะต้องถดถอยไปอีกนานสักเท่าไร การแก้ไขวิกฤติ การท่องเที่ยวเปึนวาระแห่งชาติก็จริง แต่ขาดเจ้าภาพที่มีอํานาจในการสั่งการ ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาล ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ อย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะให้รายได้หลักของประเทศ การท่องเที่ยวของประเทศไทยต้องกลับ ฟุ๋นมาอย่างโดยเร็วที่สุด ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ดิฉันมาจากเมืองต้นน้ํา ดิฉันรู้สึกอิจฉา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ์ายรัฐบาลหลายท่าน ได้กล่าวออกมาขอบคุณรัฐบาลที่ได้ จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการดูแลแหล่งน้ําไม่ว่าจะเปึนอ่างเก็บน้ํา ระบบชลประทาน เหมือง ฝาย บางจังหวัดได้ตั้ง ๔ อ่าง แต่ดิฉันอยู่จังหวัดน่าน เมืองต้นน้ํา ดิฉันไม่ทราบเลย ว่าจังหวัดน่านของดิฉันได้รับการดูแลเรื่องระบบน้ําอย่างไรบ้าง แต่ดิฉันสํานึกอยู่เสมอว่า เมืองต้นน้ํามีความสําคัญ แม่น้ําน่านให้ปริมาณน้ํากับแม่น้ําเจ้าพระยามากที่สุดในแม่น้ํา ๔ สาย ป่ง วัง ยม น่าน ถ้าท่านไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นน้ํา น้ําก็จะท่วมภาคกลาง ท่วมกรุงเทพ มหานคร เมืองศิวิไลซ์ของพวกเรา ซ้ําซากอยู่เช่นนั้น เพราะฉะนั้นนะคะ ท่านต้องดูแลเมืองต้นน้ําให้ดี ท่านต้องดูแลเมืองต้นน้ําให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว การแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมซ้ําซากก็จะไม่ได้ผล ดิฉันไม่ได้แช่งนะคะ แต่สิ่งที่ดิฉันพูดนั้นเปึนความจริง วันนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างมาก ที่ได้ให้โอกาสดิฉันอภิปรายในวันนี้ ขอบคุณค่ะ
คุณชุมพล จุลใส ยังไม่ได้อภิปรายใช่ไหมครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่วิปรัฐบาลจะขอให้ อภิปรายแทนพันตํารวจโท นุกูล นะครับ สละสิทธิให้คุณรังสิมานะครับ ก็จะเปึนตามคิว ก็จะเปึนคุณอรุณี และก็จะเปึนรังสิมานะครับ
ท่านประธานครับ ผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพรครับ ก็ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมก็ตามคิว คิวหลังจาก คุณรังสิมา
ถ้าอย่างนั้นก็คุณอรุณี ชํานาญยา ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา ส.ส. จากจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านให้เวลา ๑๐ นาที แต่ท่านประธานคะ อาจจะน้อยไปนิดหนึ่ง ถ้าเกินไปนิดหนึ่งก็ขอเวลาทดไปที่ฝ์ายค้านนะคะ สิ่งแรกที่อยากจะพูดคือว่า ๒ วัน ๒ คืนเต็ม ๆ นี่เหน็ดเหนื่อยกันมาก คืนนี้ก็คงจะประมาณ ตี ๑ ตี ๒ เหมือนเดิน เหมือน ๒ คืนที่ผ่านมา และพรุ่งนี้อีกคืนหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาล หรือทางผู้บริหาร อันนี้ดิฉันอยากจะฝากไปถึงท่านประธานว่า ท่านต้อง พิจารณาการนําวาระเข้าสู่การประชุมให้ดีให้รอบคอบกว่านี้ เพื่อว่าศักยภาพและ ประสิทธิภาพในการพิจารณางบประมาณ ซึ่งถือว่าเปึนอํานาจสูงสุดของฝ์ายนิติบัญญัติ จะได้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ถือว่าเราจะไม่ได้เกิดความล้มเหลวในการพิจารณา งบประมาณ วันนี้งบประมาณที่ดิฉันจะพูดถึงนั้นค่อนข้างจะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ด้วยกัน แต่เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ป้นี้รัฐบาลตั้งงบไว้ หลายส่วน ที่จะไปอํานวยการแก้ไขปัญหา ถ้าท่านได้บูรณาการ ไม่ว่าจะเปึน ท่านนายกรัฐมนตรีเองตั้งไว้ที่งบกลาง ตัวเลขไม่แน่ใจนะคะ ดูจากหนังสือเล่มขาว หน้า ๑ ตั้งไว้อยู่ ๓๘,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่หน้า ๗ ตั้งไว้อยู่ ๓๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท หัวข้อเดียวกันต่างกัน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คนที่พิมพ์หนังสือสํานักงบต้องไปดูให้ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งไว้อยู่ ขออนุญาตนะคะ งบกลางที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและจําเปึนเร่งด่วน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ตั้งไว้เกี่ยวกับแผนงานสร้างระบบประกันความเสี่ยงและการกระจายสินค้าเกษตร ตั้งไว้เท่าไรคะ ๓๑ ล้านบาท น้อยมากค่ะ ถ้าเปรียบเทียบกับการที่ท่านไปตั้งไว้ในงบเพื่อ แก้ปัญหาและพัฒนาภาคใต้ถึง ๓๘๕ ล้านบาท คนละเรื่องเลยนะคะ มาดูที่กระทรวง พาณิชย์ การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร ท่านตั้งไว้ในโครงการเพื่อให้กลุ่มเกษตรกร เปัาหมายได้รับผลตอบแทนจากการขายสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ตั้งไว้ ๔๑๖ ล้านบาทนะคะ ท่านตั้งไว้ในโครงการตลาดใหม่ขยายตัวต่อเนื่องและรักษาตลาดเดิม ๑๒๐ ล้านบาท ท่านตั้งไว้เพื่อรุกและรักษาตลาดภูมิภาคในต่างประเทศอีก ๑๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งไว้เพื่อ เพิ่มสมรรถภาพในการบริหารจัดการเศรษฐกิจการค้าในจังหวัดอีก ๑๒๐ ล้านบาท และมี อีกกระทรวงหนึ่งค่ะ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ตั้งไว้เหมือนกัน บูรณาการที่จะประสาน การดําเนินการภารกิจต่างประเทศกับทุกภาคส่วน อันนี้ตั้งไว้อยู่ ๓๐๐ ล้านบาทนะคะ อันนี้คือในส่วนของงบประมาณของทุกกระทรวงที่รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งไว้ที่สามารถที่จะมา บูรณาการแก้ไขปัญหาได้ รวม ๆ ตัวเลขก็อยู่ที่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะคะ แต่ท่านจะสามารถไปบูรณาการแก้ไขปัญหาได้มากน้อยขนาดไหนนั้น ดิฉันไม่ค่อยจะ มั่นใจ สาเหตุที่ไม่มั่นใจเพราะว่า ป้นี้เองป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลที่แล้วได้ตั้งงบประมาณไว้ แน่นอน มากกว่าป้นี้เพราะป้นี้เศรษฐกิจไม่ดี ท่านก็ตัดลดตัวเลขลงนะคะ แต่การบริหารก็ ยังล้มเหลวอยู่ดี ดิฉันอยากจะนําในเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาให้ท่านได้ทราบ ข้อเท็จจริงเพื่อที่อยากจะให้ทางท่านนําไปแก้ไขนะคะ ก็คือเหตุการณ์ที่ท่านจะต้อง บูรณาการในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรชนิดหนึ่งก็คือ ลิ้นจี่ จังหวัดพะเยาเปึนจังหวัดที่ มีลิ้นจี่ที่เรียกว่าคุณภาพดีที่สุดอยู่ที่อําเภอแม่ใจ ลิ้นจี่จะออกสู่ตลาดก็คือเดือนพฤษภาคม ค่ะท่าน พี่น้องเกษตรกรชาวอําเภอแม่ใจป้นี้ได้มีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ รัฐบาลได้รับทราบถึงปัญหา เขาเริ่มทําตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ล่วงหน้าตั้ง ๒ เดือน พอเขา เคลื่อนไหวออกใบปลิวออกมาเพื่อรวมกลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลได้รับทราบข้อมูลของเขา เพื่ออยากให้เกษตรกรได้รับความสนใจจากรัฐบาล จังหวัดก็ให้ความสนใจอย่างรีบเร่ง เหมือนกัน พอเกษตรกรเคลื่อนไหวในกลางเดือนกุมภาพันธ์ วันที่ ๒๐ จังหวัดก็ทําหนังสือ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสักครู่นี้ท่านนั่งอยู่ตรงนี้นะคะ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพรทิวา ขออนุญาตเอ่ยนาม ถึงท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนั่งอยู่ข้างบนนะคะ ทําตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์แล้วค่ะ หลังจากนั้นเดือนมีนาคมรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ท่านวีระชัย วีระเมธีกุล ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านก็ไปตรวจราชการที่ จังหวัดพะเยาและไปรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องกลุ่มเกษตรกรลิ้นจี่อีก จากนั้น ท่านประธานคะ เรื่องได้เงียบหายไป ดิฉันก็มาติดตามที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีเจอกันที่สภา ท่านบอกว่าได้นําเรียนเรื่องนี้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว นะคะ จากนั้นหลังสงกรานต์ค่ะท่านเกษตรกรรอไม่ไหวไม่มีความคืบหน้า ก็ได้ชุมนุม ประท้วงป่ดถนนขึ้น วันนั้นดิฉันเองก็ถูกด่าค่ะ เพราะวันที่เขาประท้วงชุมนุมป่ดถนนนั้น เปึนวันที่มีการประชุมสภาพอดี ไม่ทราบว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นนะคะ เขาประสานโดย การประสานของฝ์ายการเมือง ดิฉันก็ไม่ทราบฝ์ายไหนนะคะ และเกษตรกรก็ค่อนข้างจะมี ความหวังในการประสานงานนะคะ กระทรวงพาณิชย์ได้ไปรับปากเกษตรกร ไม่ว่าจะ รับปากทางโทรศัพท์ เข้าไปในพื้นที่ นําเกษตรกรมาประชุมที่กระทรวงพาณิชย์ อันนี้ดิฉัน มองว่าเปึนความหวังดีของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะคะ ถึงแม้ท่านไม่ได้ เปึนเจ้าภาพในการจัดการปัญหาสินค้าเกษตรเรื่องของผลไม้ ซึ่งเปึนหน้าที่ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือ ให้เลขานุการไปประสานงานนะคะ แต่น่าเสียดาย ความหวังที่ให้กับเกษตรกร เกษตรกร หมายมั่นใจว่าจะได้งบ ๓๐๐ ล้านบาทจากรัฐบาลเพื่อมาดําเนินการจัดการกับผลผลิต ลิ้นจี่ตามข้อเรียกร้อง ท่านประธานที่เคารพ ในที่สุดรัฐบาลก็ได้แค่อนุมัติโดย คชก. นี่นะคะ เอางบมาให้เกษตรกร ๔ จังหวัด ๓๗ ล้านบาท เพื่อเอาไปกระจายสินค้าลิ้นจี่ออกจากแหล่งผลิต ๔ จังหวัด ๓๗ ล้านบาท มันจะถึงมือ เกษตรกรได้อย่างไร เพราะมันเปึนงบในการช่วยเหลือให้กับค่าน้ํามันให้กับพ่อค้าที่ไปซื้อ ลิ้นจี่ในพื้นที่ มันไม่ถึงมือเกษตรกร ถึงแม้ท่านจะช่วยไปมากกว่านี้มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่า พ่อค้าส่วนใหญ่ที่ไปซื้อล้งใหญ่นั้นเปึนรายใหญ่ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ๓๐๐ ล้านบาทที่เขาคาดหวังไม่ได้ก็น่าเสียดาย นะคะ อันนี้คือความล้มเหลว แต่หลังจากนั้นต้นเดือนพฤษภาคมเขาก็มาชุมนุมประท้วงที่ หน้าศาลากลางอีก ดิฉันได้รับทราบความเจ็บปวดของพี่น้องเกษตรกร มีผู้นําเกษตรกร คนหนึ่งพูดว่า เขาคาดหวังมากตั้งแต่เขามีสิทธิในการใช้สิทธิเลือกตั้งมา เขาสารภาพว่า เขาได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด แต่ตั้งแต่นี้ต่อไปเขาจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ อีกต่อไป อันนี้เปึนคําพูดของเกษตรกรนะที่พูดออกมาจากใจของเขา ดิฉันไม่ดีใจหรอกค่ะ ถึงแม้เขาจะมาเลือกพรรคของดิฉันหรือเลือกพรรคอื่นไม่ดีใจหรอก เพราะนั่นเปึน ความเจ็บปวดของพี่น้องเกษตรกร ก็อยากจะฝากว่าวันนี้ยิ่งประทับความเจ็บปวดไปอีก เพราะเมื่อวานซืนท่าน ส.ส. จากซีกพรรคฝ์ายค้านขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง พูดหารือในที่ประชุมสภาบอกว่า รัฐบาลจะมีการอนุมัติงบ ๗๐๐ ล้านบาท ไปช่วยให้เกษตรกรพี่น้องจากจังหวัดภาคใต้ ๗๐๐ ล้านบาทนะคะ แต่ท่านให้ ๓๗ ล้านบาท เปึนเศษเงินของท่านหรือเปล่าไปให้กับพี่น้องเกษตรกรของภาคเหนือ ๔ จังหวัด มัน ๒ มาตรฐานนะคะ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีบูรณาการหน่อยนะคะ งบประมาณที่ตั้งไว้ป้นี้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเอาไปให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มขึ้นอีกได้ไหม เขาตั้งไว้แค่ ๓๑ ล้านบาทแค่นั้นเอง เราเปึนห่วงนะคะการใช้ งบประมาณ เพราะป้นี้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านก็กู้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะ ล่มสลายหรือเปล่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดกับท่านมิ่งขวัญเมื่อวานซืน ขออนุญาตเอ่ย นามท่านนะคะว่า ท่านเสนอความเห็นเปึนเรื่องของความซุกซนทางวิชาการของท่าน แต่ดิฉันก็เคยได้ยินหน้าสื่อบอกว่า ท่านเปึนเด็ก ปรารภท่านว่าเปึนเด็ก แต่กลัวค่ะท่าน กลัวท่านจะเปึนเด็กที่ไปซุกซนบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แล้วนําความล้มเหลวมาสู่ ประเทศชาติ ประเทศชาติจะล่มสลายนะคะ ขอบคุณมากค่ะท่าน
ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นิดเดียวครับประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของเงิน คชก. ที่เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งก็หมายความถึงพี่น้องชาวสวนด้วยนะครับ ในส่วนของลิ้นจี่ วิธีการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาดําเนินการ ส่วนใหญ่ก็เปึน ตัวเลขที่ต้องการความช่วยเหลือมาจากจังหวัดครับ แล้วใน ๔ จังหวัดทั้งหมดที่ขอมาก็ให้ ทั้งหมดนะครับ ขอมา ๓๗ ล้านบาท ในส่วนเปึนวงเงินสําหรับเร่งรัดการกระจายผลผลิต แล้วก็คงไม่ได้ให้พ่อค้าหรอกนะครับ ข้อเท็จจริงก็คือเปึนเรื่องของการให้ซึ่งเปึนระบบที่เขา ทํากันมาก็คือ ๒ บาท ก็ให้ค่าขนส่ง ๑ บาท ให้เกษตรกร ๑ บาท แล้วก็เท่าที่ทราบมาบาง จังหวัด เข้าใจว่าผู้ที่เขาขนส่งของออกไปเขาก็ให้เกษตรกรเต็มทั้ง ๒ บาท แต่ข้อมูลอาจจะ คลาดเคลื่อนนะครับท่านประธานครับ ขออนุญาตนําเรียนผ่านไปยังท่านผู้อภิปรายด้วย อย่างกรณีโครงการบริหารจัดการลําไย ป้ ๒๕๕๒ นะครับ ผมดูแล คชก. อยู่ ผมก็อนุมัติ วงเงินให้เปึนเงินทั้งหมด ๕๖๙ ล้านบาท อันนี้ก็เปึนไปตามที่ขอมานะครับ เงินทุน หมุนเวียน ๓๗๐ ล้านบาท แล้วเงินจ่ายขาดวงเงิน ๑๙๙.๐๕ ล้านบาท เช่นกันครับ ผลไม้ ในภาคใต้และผลไม้ในภาคกลาง ภาคกลางก็จัดให้ ๑๓๗ ล้านบาท แล้วก็ภาคใต้นี่ก็จะ อนุมัติวงเงินให้ ตัวเลขไม่ถูกนะครับภาคใต้ตัวเลขที่อนุมัติไว้ ๓๗๕ ล้านบาท ไม่ใช่ ๘๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นอยากจะให้มองว่าเราก็พยายามทําให้ทุกคนไม่ใช่เฉพาะภาคหนึ่งภาคใด หรอกนะครับ ปัญหาของลิ้นจี่ก็เปึนปัญหาซึ่งผมคิดว่าอาจจะบกพร่องในประเด็นที่ดูแลช้า ไปหน่อย แต่ในเรื่องของลําไยขณะนี้กังวลมากครับ แล้วก็พยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา วันพรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมกันอีก และจะเข้ามาดูว่าสิ่งที่อนุมัติไปแล้วมีเสียงสะท้อน ออกมาว่าอย่างไร เผื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไข ก็พยายามทําทุกอย่างนะครับเพื่อให้พี่น้อง เกษตรกรของเรามีปัญหาน้อยที่สุด เท่านี้ครับขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ครับ ขออีกสักท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใคร่ขอเรียนตอบท่านสมาชิกให้เกิดความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติ โดยเฉพาะนโยบาย ของรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่ามีความตั้งใจ และเห็นความสําคัญของพี่น้องเกษตรกรในทุกภาคทุกจังหวัด และถือเปึนความทุกข์ของ รัฐบาล ดังนั้น มาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือดูแล ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงของ กระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงใด ก็พยายามที่จะประสานงานช่วยเหลือ โดยตั้งเปัาหมาย ว่าจะต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด และแน่นอนที่สุดผลกระทบของภาวะ เศรษฐกิจโลก และประเทศไทยเราส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนรายได้ของประเทศ ดังนั้น ก็ย่อมมีผลกระทบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่เข้าไป เกี่ยวข้อง แม้จะไม่ใช่รับผิดชอบโดยตรง แต่ว่าได้พยายามที่จะสนับสนุนการทํางานและได้ ประสานกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะลําไยซึ่งป้นี้ประมาณการว่าจะมี ๕๐๐,๐๐๐ ตันด้วยกันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ลําพูนและเชียงใหม่เปึนสําคัญ ก็ได้ มีการจัดประชุมหารือรวมทั้ง ๔ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เจ้าภาพนะครับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลังที่ เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ซึ่งเปึนประธาน คชก. ที่ให้การสนับสนุนในมาตรการและงบประมาณสนับสนุนดังกล่าว เพราะฉะนั้นการ เตรียมความพร้อมดังกล่าวนั้นก็พยายามทุกวิถีทางครับ เพราะทราบดีว่าเราบริโภค ในประเทศเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งออก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สําหรับลําไยสด ที่เหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนการแปรรูปเปึนลําไยสีทอง และก็เปึนลําไยกระปิอง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓๗๕,๐๐๐ ตันนั้น จะต้องอบแห้งและจะต้องส่งออกเปึนส่วนใหญ่ วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ ผมก็ต้องเดินทางไปประเทศจีน ไปที่ชิงเต่า ที่เทียนจิน ที่ปักกิ่ง ก็เพื่อ ไปขอให้เขานําเข้าเพิ่มเติม รวมทั้งการที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนประเทศจีน ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๖ มิถุนายน ก็ได้รับการยืนยันในเรื่องของความสัมพันธ์ของการเยือน ครั้งนี้ที่จะมีการนําเข้าผลไม้ โดยเฉพาะในส่วนของลําไยเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้มีการทํางานมา ล่วงหน้าในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา และก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ทั้งฝ์ายค้าน รัฐบาล โดยเฉพาะท่าน ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย ก็ขยันสมชื่อ ท่าน ส.ส. นพคุณ รัฐผไท ท่าน ส.ส. สุรพล เกียรติไชยากร ท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ แล้วก็ท่าน ส.ส. ประสิทธิ์ และท่าน ส.ส. อีกหลายท่านที่มาร่วมแรงร่วมใจ ไม่ได้แบ่งแยกว่าเปึนฝ์ายค้าน รัฐบาล เราเห็นว่าพี่น้อง ภาคเหนือโดยเฉพาะที่เปึนเกษตรกรนั้นก็บอบช้ํามามากครับสําหรับปัญหาเรื่องลําไย ฝันร้ายมาเยอะ ทุกฝ์ายที่เข้าไปทํางานตรงนี้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจ และถ้า ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ์าย ปัญหาในป้นี้ก็น่าจะเบาบางลง แล้วก็จะรณรงค์ให้คนไทย ทุกภาคช่วยกันรับประทานลําไยมากขึ้นครับ ก็เปึนความร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งผมคิดว่า ท่านสมาชิกได้พยายามสะท้อนความเดือดร้อนและชี้ปัญหาล่วงหน้ามา แต่ว่าเรื่องเหล่านี้ ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาก็ไม่ใช่ง่ายในภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา อํานาจซื้อลดลง แต่ก็จะทํางาน อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราคงอภิปรายกันถึงประมาณ ๒๔.๐๐ นาฬิกานะครับ ก็จะเหลือผู้ ที่อภิปรายตามรายชื่อดังนี้นะครับ ผมจะอ่านเลยนะครับ คุณรังสิมา รอดรัศมี ๘ นาที คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๐ นาที คุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๑๕ นาที คุณชุมพล จุลใส ๘ นาที คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๘ นาที คุณปาริชาติ ชาลีเครือ ๑๐ นาที และคุณอภิชาต ศักดิ์เศรษฐ์ ๘ นาทีนะครับ เชิญคุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันเห็นด้วยนะคะกับการตั้งงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ นะคะ ตั้งงบไว้ ๑.๗ ล้านล้านบาท ที่ดิฉันเห็นด้วยเพราะว่าดิฉันคิดว่ารัฐบาลนี้ ตั้งงบประมาณไปแล้วรัฐบาลสามารถนําเงินไปใช้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่าง เต็มเม็ดเต็มหน่วยนะคะ โดยดิฉันเชื่อมั่นในตัวท่านนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมงานคณะรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ที่มีนายกรัฐมนตรีซึ่งมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีภาวะผู้นํา แล้วก็เปึนคนที่มีความสุขมรอบคอบ มีความมานะอดทน มีความรู้ ความสามารถ และไม่เห็นกับประโยชน์พวกพ้องหรือว่าครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น คือดิฉันฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูดใน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันคิดว่าดิฉันได้เปึน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ และได้ภูมิใจมาก ชาตินี้ดิฉันตายก็ไม่เสียดายที่เกิดมาเปึน ส.ส. ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่า ดิฉันฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้วดิฉันประทับใจ อยากจะมาบอกกับท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านนะคะว่า สมัยที่พรรคไทยรักไทยเปึนรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไปปราศรัย ไม่ว่าตามจังหวัดต่าง ๆ หรือว่าจังหวัด สมุทรสงคราม บอกใครเลือกพรรคไทยรักไทยจะให้งบประมาณก่อน แต่ว่าใครไม่เลือก ไทยรักไทย อย่างเช่นจังหวัดสมุทรสงครามนี่เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ดิฉันเปึน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มา ๓ สมัย ดิฉันได้งบประมาณหยุดการพัฒนาไปถึง ๑๒ ป้ อย่างเช่นบายพาสประเทศไทยดิฉันพูดอยู่ตลอดเวลามีสมุทรสงครามจังหวัดเดียวที่ยัง ไม่มีบายพาส มีก็มีครึ่งเดียวแล้วมันจะเปึนบายพาสได้อย่างไร แต่พอพรรคประชาธิปัตย์ มาเปึนรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดิฉันก็ได้หารือในสภา ป้นี้ได้รับการจัดสรร งบประมาณทําสะพานบายพาสข้ามวัดพวงมาลัย ทําให้การจราจรในจังหวัด สมุทรสงครามสามารถคล่องตัวได้ แล้วก็รถไม่ติดขัดในเมือง เพราะฉะนั้นดิฉันจึง กราบเรียนท่านประธานว่า ท่านอภิสิทธิ์ได้พูดไว้ในพรรคประชาธิปัตย์ว่า กระผมเปึน นายกรัฐมนตรี กระผมจะไม่เลือกปฏิบัติเหมือนระบอบทักษิณ เราจะดูแลทุกคนด้วย ความเปึนธรรม ถ้าเราเลือกปฏิบัติเหมือนที่ผ่าน ๆ มาในระบอบทักษิณ เราจะเลวกว่า ระบอบทักษิณ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงภูมิใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่มีมาตรฐานเดียว ดิฉันฟังอภิปรายมา ๒ วัน ๓ วัน ก็จะบอกว่าท่านอภิสิทธิ์มี ๒ มาตรฐาน แต่ท่านไม่ได้ เลือกปฏิบัติ มีคนบอกกับท่านนะคะว่าสมัยระบอบทักษิณใครไม่เลือกไม่ให้ แต่ท่าน บอกว่าไม่ให้ไม่ได้ เพราะประชาชนต้องมาก่อนตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่จัดสรรมาก็มาเปึนประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วพรรค ประชาธิปัตย์ก็ทํามาแล้วตามนโยบาย เรียนฟรี ๑๕ ป้ ท่านก็เห็นแล้วนะคะ แล้วรักษาฟรี รถไฟฟรี น้ํา ไฟ ฟรี อสม. ได้เดือนละ ๖๐๐ บาท ผู้สูงอายุก็ได้ ๕๐๐ บาท แต่ตอนนี้ การประชาสัมพันธ์อาจจะไม่เข้าใจ ผู้สูงอายุก็จะมาถามอยู่ตลอดเวลาว่าได้แค่ ๖ เดือน ใช่ไหม ไม่ใช่นะคะ คือได้ไปตลอดจนกว่าคุณจะตายคุณตายเมื่อไรคุณก็ไม่ได้รับนะคะ แล้วก็ตายแล้วยังได้ค่าทําศพอีก ๒,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์นะคะ แล้วก็สามารถตรวจสอบได้ แล้วก็ที่ผ่านมา ก็เห็นแล้วจากการที่ประชาชนได้รับประโยชน์ไปตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ๙๐ วันเราทําได้จริง เพราะฉะนั้นดิฉันจึงชื่นชมในพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็เท่าที่ดิฉันฟังมา ๒-๓ วัน บอกจังหวัดโน้นจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันก็บอกว่าจังหวัดสมุทรสงครามก็จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ตลอดไปนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะฝากทางท่านนายกรัฐมนตรีว่าการพิจารณางบประมาณ ดิฉันอยากจะให้ เปึนธรรมทั่วถึงกันทุกจังหวัด แล้วก็ให้เน้นเรื่องการทุจริตให้มากนะคะ คือว่าดิฉัน ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชัน การฮั้วประมูล ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเรื่อง ปกตินี่อยากจะให้ข้าราชการทุกคนมีความคิดว่า ถึงแม้จะ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ บางที ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์บอกเปึนเรื่องปกติ อันนี้เปึนงบหลวงงบแผ่นดิน นะคะ ดิฉันไม่เห็นด้วย ถ้าเกิดงบหลวงงบแผ่นดิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์รวมกัน แล้วเปึนเงินมูลค่ามหาศาล ถ้าคิดเปึนเปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่เราตั้งอยู่นะคะ ดิฉัน คิดอยู่เสมอ ตราบใดถ้าดิฉันได้เปึนรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันจะเชิญหัวหน้าหน่วยงานทุก หน่วยงานเลยเปึนนโยบายเลยว่า ถ้าคุณไม่ทุจริตคอร์รัปชันแล้วคุณสามารถบอกได้ว่า คนไหนทุจริตคอร์รัปชั่นคุณจะได้ ๒ ขั้น แต่ถ้าคุณแกล้งเขา คุณก็จะโดนแป็กขั้นนะคะ เพราะนั้นอยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เปึนนโยบาย ทางท่านรัฐมนตรีท่านอลงกรณ์ ก็เอาไปทําด้วยนะคะที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะดิฉันเห็นว่าการรั่วไหลเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ ต่าง ๆ มันเปึนมูลค่ามหาศาล และอีกโครงการหนึ่งคือการตั้งราคากลาง การประมาณ ราคา อย่างเช่น ถนนลาดยางสมัยก่อนกิโลเมตรละ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ กิโลเมตรละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันคิดว่ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีควรที่จะไปดู ราคากลางใหม่นะคะ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องรื้อมาเลย รื้อเกี่ยวกับการตั้ง งบประมาณว่าทําไมมันตั้งสูงเกินไปนะคะ อะไรที่มันมากเกินไปมันก็เสียประโยชน์กับ แผ่นดิน เพราะฉะนั้นก็จะได้เอาในส่วนเกินนี้มาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ แล้วก็การขุดลอก คูคลองก็เช่นกัน งบประมาณการขุดลอกคูคลอง ดิฉันอยากให้ทําแบบบูรณาการ ไม่ใช่ อบต. ก็ขุด อบจ. ก็ขุดนะคะ กรมทรัพยากรน้ําก็ขุด พาณิชยนาวีก็ขุด คือขุดอยู่ นั่นแหละคลองเดียวกันขุด ๔-๕ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นทําอย่างไรจะให้บูรณาการเปึน แห่งเดียวเลย แล้วก็ขุดในที่ประชาชนต้องการด้วย อย่าไปขุดในสิ่งที่ประชาชน ไม่ต้องการ อย่างจังหวัดสมุทรสงครามดิฉันร้องเรียนไป อย่างเช่น คลองหลังวัดวังแก้วให้ ขุดมาตั้งกี่ป้แล้ว ไม่ขุด แต่ไปขุดคลองไหนก็ไม่รู้ที่ประชาชนไม่ร้องขอ แต่ที่ประชาชน ร้องขอมาไม่ยอมขุด เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชน นะคะ ไม่ใช่ตรงตามความต้องการของผู้รับเหมานะคะ เปอร์เซ็นต์ไหนมากก็ไปขุดคลอง นั้นอย่างนี้ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณสุวโรช ขอพาดพิงใช่ไหมครับ ผมแก้ให้เลยเมื่อสักครู่คุณอรุณีเผลอบอกว่า ส.ส. พรรคฝ์ายค้าน คุณสุวโรช พะลัง ก็จะแก้ตัวให้ว่าตอนนี้เปึนฝ์ายรัฐบาลแล้วนะครับ เชิญครับ เชิญต่อได้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ นาน ๆ ได้เปึนรัฐบาลสักทีก็พูดได้เต็มปากว่าวันนี้เปึนรัฐบาลครับ แล้วก็ เปึนรัฐบาลของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่แบ่งภาคครับ แล้วก็เรื่องผลไม้ ผมกราบเรียนได้เลยว่า ผมมีความภาคภูมิใจเปึนพิเศษ เพราะเปึน ส.ส. มา ๖ สมัย กว่า ๑๗ ป้ ก็ครั้งนี้แหละครับที่เห็นรัฐบาลตั้งใจแล้วก็มีมาตรการออกมาแต่เนิ่น ๆ แล้วมาตรการที่ออกไม่ใช่ออกเฉพาะคนภาคหนึ่งภาคใดครับ ออกทั้งประเทศ แล้วในขณะนี้ ก็มีความคิดก้าวไกลไปกว่าที่ผ่านมาอีกครับ ก็คือแม้กระทั่งผลไม้ของภาคเหนือ ลําไย ลิ้นจี่นะครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ ได้ประสานงานกับทาง กรมราชทัณฑ์อยู่ครับ ในการที่จะเอาลิ้นจี่ ลําไย จากภาคเหนือมาขายในเรือนจําของ ชุมพร ของหลังสวน ของไชยา ของสุราษฎร์ธานี ในภาคใต้ที่ไม่มีลําไย ไม่มีลิ้นจี่ ช่วยพี่น้องภาคเหนือด้วยครับ แล้วก็พอมาที่นี่นะครับ วันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนพ่อค้าที่อยู่ในท้องถิ่นของจังหวัดภาคใต้ครับ สนใจในการที่จะรับผลไม้ลิ้นจี่ ลําไย ของพี่น้องภาคเหนือโดยไม่ต้องไปหาซื้อถึงที่โน่น เพราะรัฐบาลนี้ครับช่วยค่าขนส่งจากภาคเหนือลงมาสู่ภาคใต้ แล้วก็มาซื้อกันที่นี่ ก็เปึน การสร้างสื่อสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องภาคเหนือกับพี่น้องภาคใต้อีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่เคย ปรากฏการณ์ในลักษณะดังกล่าวเหล่านี้กับรัฐบาลใด ๆ มาก่อนเลย เพราะฉะนั้น ถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนครับว่า ที่ผมกราบเรียนหารือตรงนั้นก็เพื่อที่จะบอกครับว่า รัฐบาลได้ช่วยแล้ว แล้วก็ช่วยกับพี่น้องทุกชนิด ทุกภาค ไม่มีการแบ่งแยกสี ไม่มีการ แบ่งแยกภาค ส่วนพี่น้องประชาชนคนภาคใดจะเลือกพรรคการเมืองใด เปึนดุลยพินิจ เปึนสิทธิของพี่น้องภาคนั้น ๆ ครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็ เปึนอีกส่วนหนึ่งหลังจากที่เราพิจารณาในเรื่องงบประมาณล้วน ๆ เลยครับ วิสามัญครั้งนี้ เป่ดมาก็เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ครั้งแรกก็ พ.ร.ก. เอาไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวาน นี้ก็เพิ่งจะผ่าน พ.ร.บ. ไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นโยบายนี่นะครับ งบประมาณซึ่งเปึน รายจ่ายประจําป้อีก ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งบอกได้เลยครับว่า เรื่องเงินเรื่องทองนั้นเปึน เรื่องสําคัญ ผมเองคงขออนุญาตนะครับว่า ในขณะนี้ประเทศของเรานั้นกําลังวิกฤติ จะบอกว่าวิกฤติมากแค่ไหนนั้นไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ครม. ชุดนี้เองคงทราบ อย่างไรก็ตามสภาแห่งนี้มีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาในเรื่องของ พระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่จะต้องนํามาใช้ในเรื่องรายจ่ายของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะนําเรียนเสนอนั้นคงเปึนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ซึ่งในหนังสือที่แจกนั้นได้รวมยอดทั้งหมดไว้ประมาณ ๕๐๖,๖๔๐ ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวนั้นนะครับ จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขออนุญาตเรียนว่าเปึนตัวเลขที่สูง ถ้าบอกว่าเปึนตัวเลขเกือบ ๑ ใน ๓ ของตัวเลข ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้นก็ว่าได้ ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้คงให้ความสําคัญกับคุณภาพหรือ ความเปึนอยู่ของมนุษย์ เขาบอกหลักการอย่างนี้ครับว่า คนเราเกิดมาต้องมีปัจจัยสี่ ในส่วนของปัจจัยสี่ ซึ่งบางทีทุกคนเองไม่เข้าใจหรอกครับว่าในนั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งหนึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามพูดเสมอครับว่า รัฐบาลพยายามที่จะจัดหาสิ่งต่าง ๆ ที่ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ผมขออนุญาตเรียนครับว่า วันนี้คน ๖๔ ล้านคนที่อยู่ในประเทศนั้นกําลังรอคอย ขออนุญาตครับว่า กลุ่มคนตั้งแต่เด็กที่เกิดมา ๐ ถึง ๕ ป้นั้นเขาเรียกว่าปฐมวัย โตขึ้นไปจาก ๖ ป้ ถึงประมาณ ๑๒ ป้ ก็คือเด็กที่อยู่ใน วัยเรียน ๑๒ ป้ ถึง ๒๕ ป้นั้นก็คือ กลุ่มที่กําลังได้รับการศึกษา และสูงขึ้นไปจาก ๒๕ ป้นั้น คือคนที่ทํางาน ๖๐ ป้ คือกลุ่มคนที่เรียกว่าสูงอายุที่จําเปึนที่จะต้องดูแล ในระบบการ จัดการการพัฒนาในเรื่องดังกล่าวนั้น วันนี้ผมมาดูในแต่ละหมวดนะครับว่า จะทําอย่างไร ให้คนเหล่านี้ภายใต้งบประมาณที่รัฐบาลเองกําลังกําหนดอยู่นั้นดูแลได้เต็มที่หรือเปล่า เริ่มจากในส่วนของกระทรวงที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องก็คือในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ต้องยอมรับครับว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นเปึนกระทรวงที่ดูแลพี่น้องประชาชนตั้งแต่ เกิด แก่ และตาย แต่ถามว่าในช่วงเวลาที่รัฐบาลตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านทักษิณเองนั้น ได้กําหนดแนวทางนโยบายในการดูแลสุขภาพอย่างถ้วนหน้า ตั้งแต่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค และยังดูแลต่อไปถึงคนที่สูงอายุจนกระทั่งแก่ แม้กระทั่งในเด็กก็มีการพัฒนาการต่าง ๆ ในเรื่องของการสร้างสื่อต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ตั้งแต่เด็กเกิดนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึน ความผูกพันในเรื่องของแนวทาง ซึ่งบอกได้เลยครับว่าในอดีตพรรคไทยรักไทยนั้นได้ทํา โดยยึดหลักในระบบรากหญ้าขึ้นมา จนทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แต่วันนี้ผมกําลังดู ครับว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังทําอะไรอยู่ ในด้านสาธารณสุข ผมเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุข นั้นเปึนกระทรวงที่มีจํานวนบุคลากรที่มีคุณภาพมากกระทรวงหนึ่ง แล้วจะบอกได้เลยครับ ว่าเปึนกระทรวงที่ทํางานหนักที่สุด ผมชื่นชมครับกับข้าราชการทั้งหมด แต่แนวทาง นโยบายที่รัฐบาลชุดนี้หรือตัวท่านรัฐมนตรีเองนั้น ขออนุญาตนะครับ เราติติงกันในการ ทํางาน วันนี้ดูเสมือนว่าการทํางานในกระทรวงสาธารณสุขนั้นไม่เต็มที่ จะเห็นจากการ ที่ว่าในแผนพัฒนาในส่วนต่าง ๆ ในส่วนของแนวทางต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีกําหนดแผนพัฒนา สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ในเรื่องของการแพทย์ ผมกําลังดูว่าแพทย์ที่ขาดอยู่นั้น ในระบบ เรามีแพทย์ทั้งหมดอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน แต่แพทย์จํานวนหนึ่งที่อยู่ในกระทรวง สาธารณสุขนั้น มีอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน คนที่ยังขาดอยู่ในระบบจะต้องการอีก ประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน พยาบาลขาดอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน กระทรวงสาธารณสุข เองวันนี้ท่านเริ่มผลิตแพทย์ใช้เวลาอีก ๑๐ ป้ เพราะกลุ่มแพทย์ต่าง ๆ ที่ผลิตได้แต่ละครั้ง แต่ละป้ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ คน ถามว่าแล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่รวมแพทย์ที่ หายไปจากระบบ เพราะไปอยู่ภาคเอกชนซึ่งได้เงินสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งพยาบาลที่ทํางาน หนักตลอดวัน เราจะทําอย่างไรครับ เงินที่เติมสวัสดิการที่ใส่ลงไป ท่านประธานครับ ยิ่งวันนี้มันมีปัญหามากขึ้น รัฐบาลชุดนี้บอกจะแก้ไขปัญหาความยากจน ผมได้รับเอกสาร ชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้จากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ก็ดีครับ ได้รับเงินงบประมาณเพิ่มมาประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๗๐๐ กว่าล้านบาทในป้นี้ ก็จะได้ไปอัพเดท (Update) ครับ เพราะเอกสารที่ได้มานั้น ป้ ๒๕๕๐ ป้นี้ ๒๕๕๒ แต่ผมบอกว่าถ้าดูแล้วมันน่าจะมีรายได้ ต่ํากว่านี้ สิ่งหนึ่งนั้นเขาบอกว่าคนกรุงเทพฯ ขีดความจนนะครับขณะนี้เขาขีดไว้ที่ ๒,๑๐๔ บาท ท่านประธานไม่น่าเชื่อครับ เขาคิดต่อคน ต่อหัว ต่อเดือน วันนี้มีถึง ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน ถ้าบอกว่าคิดเทียบคนกรุงเทพฯ ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน มีรายได้อยู่ ๒,๑๐๔ บาท จนหรือไม่จนครับ ภาคกลาง ๑,๕๒๘ บาท ต่อหัว ต่อคน จํานวน ๗,๗๐๐,๐๐๐ คน ที่มีรายได้ระดับนี้ ภาคเหนือ ๑,๓๒๙ บาท มีจํานวนคนที่อยู่ในระดับนี้คือ ๕๖๐,๐๐๐ คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑,๓๑๙ บาท มีคนอยู่ประมาณ ๑๐,๓๐๐,๐๐๐ คน ภาคใต้ ๑,๓๘๑ บาท มีคนอยู่ ๔ ล้านกว่าคน ถามว่าท่านประธานครับ ตัวเลขที่ผมเอามายืนยัน นั้นบอกได้เลยครับว่าเปึนเรื่องที่เหนื่อยที่รัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหา แต่ไม่เปึนไรครับวันนี้ ผมเองยังห่วงต่อไปครับ เรื่องการรักษาพยาบาลเมื่อสักครู่นี้ผมพูดค้างไว้ คนจึงหลั่งไหล มาสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้มารักษาพยาบาล แต่ไม่ได้จัดเงินไว้ครับ ที่เขาบอกว่า เงินกองทุนเพื่อดูแลในเรื่องของประกันสังคมต่าง ๆ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในระบบ จริง ๆ นะครับที่รักษาสุขภาพถ้วนหน้ามีอยู่ ๔๖,๙๐๐,๐๐๐ คน ประกันสังคมมีอยู่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน สวัสดิการมีอยู่ ๕,๖๐๐,๐๐๐ คน กลุ่มคนที่อยู่ที่ ๔๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ทุกป้เราจัดเงินลงไป เมื่อป้ที่แล้ว ๒,๒๐๒ บาท ป้นี้จัดไป ๒,๔๐๑ บาท ก็สูงขึ้นมาครับ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่ากองทุนเงินไม่พอใช้ เพราะคนจนมันเพิ่มมากขึ้น แทนที่เขามีเงิน เขาไปรักษาตัวเองในด้านอื่น ตอนนี้เงินไม่พอใช้ครับ ปรากฏว่าไปตุงอยู่ที่ส่วนของ ระบบราชการ ซึ่งปกติเขาจ่ายป้หนึ่งประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนี้เบิกไปจนถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าเงินในส่วนตรงนี้มันไปตุงได้อย่างไร และมันออกมาอย่างไร อาจจะเปึน เพราะว่าในส่วนของระบบของโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่กําลังทําอยู่นั้นเขาไม่มั่นใจครับ เพราะเงินส่งมาไม่ทัน หรือเงินไม่พอ ก็เลยเบิกเงินในส่วนดังกล่าวไปหนักอยู่ที่ระบบ ราชการ นี่เปึนรายงานนะครับ รายงานซึ่งผมได้รับมาในส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นย่อมแสดง ให้เห็นว่าระบบในเรื่องของการดูแลรักษาพยาบาลตรงนี้มีปัญหาแน่นอน แล้วท่านทราบ ไหมครับว่าโรคที่เปึนกันมาก ๆ ในขณะนี้เปึนโรคที่ร้ายแรงได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ มาลาเรีย แล้วตามด้วยอุบัติเหตุ ท่านประธานครับ กลุ่มเหล่านี้เปึนกลุ่มที่เรา ดูแลเขาได้หรือเปล่า เพราะวันนี้เด็กที่เติบโตเราต้องดูแลอย่างดี พอโตขึ้นมาเปึน เด็กนักเรียนเราก็ต้องเอาใจใส่อีกระดับหนึ่ง แต่หลังจากทํางานแล้ว เงินกองทุนที่สะสมมา มันถูกใช้ไปกับผู้สูงอายุ วันนี้ผู้สูงอายุต้องยอมรับครับว่าสูงมากขึ้น เพราะการแพทย์ดีขึ้น การดูแลผู้สูงอายุนั้นครั้งหนึ่งใช้เงินเปึนจํานวนมาก ผมเกรงว่าเงินในส่วนนี้ที่รัฐจัดให้ใน ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขน้อย ยิ่งโดยเฉพาะเปึนตัวเลขที่มัน เพิ่มขึ้นเพียง ๓๐๐ กว่าล้านบาท คือ ๗๒,๓๔๓ ล้านบาท แต่อยู่ในกรณีตรงนี้ ถ้ามองว่ากระทรวง สาธารณสุขเพิ่มขึ้นนั้น เพิ่มขึ้นเฉพาะในส่วนของสํานักงานปลัด เพื่อใช้ในการดูแลบริหาร ในส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นแทบจะไม่มีการ เพิ่มเติม หรือจะไปเพิ่มเติมในส่วนของเม็ดเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบ ท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนปัญหาที่จะต้องลงมาดูแล แล้วรัฐบาลชุดนี้จะต้องดําเนินการแก้ไข
มาพูดอีกด้านหนึ่งในเรื่องของการศึกษา ท่านประธานครับ วันนี้มีปัญหา ในเรื่องของการศึกษาที่ทางรัฐบาลบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ ไม่น่าเชื่อครับ ท่านประกาศ นโยบายออกไปชัดเจนว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ เกิดปัญหาทุกโรงเรียน ผู้ปกครองฟัองโรงเรียน เพราะไปเก็บเงิน อนุญาตให้เขาเก็บครับ ตามใบคําสั่งบอกว่าเก็บได้ในเรื่องของการดูใน หมวดต่าง ๆ เช่น การจ้างครูมาสอนพิเศษ ดูแลในเรื่องของการลงทะเบียนเกี่ยวกับเรื่อง คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ในหมวดต่าง ๆ ทั้งหมด ๓ หมวดสามารถเก็บได้ ไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท แต่สิ่งหนึ่ง เรื่องหนังสือ เรื่องสมุดต่าง ๆ ที่เอามาเปึนองค์ประกอบนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่น่ากลัวครับ เพราะชุดเครื่องแบบนักเรียน บางโรงเรียนจัดซื้อต้องเอาใบเสร็จ มีปัญหา ผู้ปกครองบอกว่าหาใบเสร็จ ไปซื้อจริง ไม่จริง ไม่ทราบ แต่เวลานี้ไม่มีใบเสร็จ โรงเรียนมาตามทวง สมุดใช้ยืมเรียน มีปัญหาครับ เงินต่าง ๆ เหล่านี้ผมเคยเรียนและพูดไปแล้วครับว่า ถ้ารัฐบาลมีเงินไม่เปึนไร แต่ถ้าคน ไม่มีเงินมาลงทะเบียนและนําเม็ดเงินนั้นไปใช้ไม่มีปัญหา วันนี้ไปขอร้องครับบอกว่า อย่าเอาเงินเลย แต่สิ่งหนึ่งพอไปพูดแล้วชาวบ้านบอกว่าก็เปึนสิทธิ เมื่อเปึนสิทธิก็เอาไปใช้ สิ่งนี้เกิดปัญหา เมื่อมีเงินเข้ามา ท่านทราบไหมครับว่าครูบาอาจารย์ทําเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ปวดหัว แล้วงบประมาณบางทีให้อาคารไปครับ อุปกรณ์การเรียนการสอนทุกอย่าง ไม่มี โต๊ะต้องไปขอเรี่ยไร โดนร้องครับ หาว่ากินแป็ะเจี๊ยะ ตามไปด้วยโรงเรียนห้องหนึ่งตอนนี้ ๔๐ คนเปึนมาตรฐาน แต่ตอนนี้อัดเข้าไปถึง ๕๐ คน ๕๕ คน แล้วก็ไปบอกว่าจัดการเรียน การสอนอย่างไร ผมถามรัฐบาลว่าถ้าท่านจะแจกจ่ายเงินจริง ๆ ท่านต้องดูว่าเม็ดเงินที่ไป ใช้นั้น คนที่เขาไม่มีความประสงค์ต้องการท่านไปแจกเสียจนทั่ว แต่อีกมุมมองหนึ่งนั้นท่านขาด ปัจจัยต่าง ๆ สื่อการเรียนการสอนอุปกรณ์นั้นท่านล้มเหลวในเรื่องดังกล่าว และสร้าง ปัญหานะครับ ครูที่บรรจุเข้าไป ครูที่กรุงเทพฯ ได้ครูจากอีสาน ได้ครูจากต่างจังหวัด ได้เงินเท่าไรครับ ได้เงินมา เงิน ๗,๐๐๐ กว่าบาท ได้เงินในเรื่องของสวัสดิการอีก ๑,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จบวกเข้าไปแล้วร่วม ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอะไรนะครับ เริ่มบรรจุเปึนครูก็เริ่มเปึนหนี้ ไม่ผิดหรอกครับ สิ่งที่รัฐบาลกําลังดูนั้นเปึน เรื่องที่ผิดแผกแตกต่างกัน แทนที่จะบรรจุครูให้ตรงกับจังหวัดต่าง ๆ ก็ไม่ทํา สิ่งนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องตลกครับ และผมมีหนังสือฉบับหนึ่งต้องอ่านครับ ขออนุญาตท่านประธาน ไม่อ่านไม่ได้ครับ เพราะนักเรียนมายื่นโดยตรง เขาบอกว่าเรียนมาถึงผมนะครับ ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ เรื่อง ขอร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ข้าพเจ้า เด็กชาย ผมไม่เอ่ยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะโดนครูบาอาจารย์เขาเล่นงาน โรงเรียน เขาบอกว่ามีความข้องใจในการทํางานของรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจาก รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ แต่เหตุไฉนยังมีการเรียกเก็บ เงินค่าเทอมจากนักเรียนอีก จึงอยากจะฝากท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ตั้งกระทู้ถาม รัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกันแน่กับนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ หากยังมีการ เรียกเก็บค่าเทอมอีก อยากเรียกร้องให้รัฐบาลถอนคําพูด แล้วพูดใหม่ว่าเรียนฟรี แต่ไม่ฟรีทั้งหมด ท่านประธานครับ สิ่งนี้นักเรียนและความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องเปึนเรื่อง ที่จะต้องเอาใจใส่ อีกสิ่งหนึ่งนะครับที่รัฐบาลทําเรื่องที่เปึนเรื่องไม่เหมาะสม พอดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่นะครับ ในเรื่องของต้นกล้าอาชีพนี่นะครับ ผมทราบ มาว่าใช้เงินจํานวนถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ป้นี้ตั้งไว้ ๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประสบ ความล้มเหลว เพราะต้นกล้าของท่านนั้นมันไม่ได้งอกเงยขึ้นครับ มันเกิดปัญหาคือ ตั้งไว้ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนมาลงทะเบียน ๒๔๐,๐๐๐ คน เอาเข้าจริง ๆ ครับมาเรียนแค่ ๗๙,๐๐๐ คน แล้วปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เปึนเรื่องแปลกครับ หลักสูตรต่าง ๆ เขาบอกว่ามีหลักสูตรการผลิต ๓๑๙ หลักสูตร เกษตร ๑๑๘ หลักสูตร และหลักสูตร อื่น ๆ อีก การสมัครก็เปึนเรื่องแปลกครับ เป่ดเข้าไปในเว็บไซต์ แล้วเป่ดเข้าไปดูครับ ไทยเข้มแข็งอะไรของท่าน แล้วเข้าไปดู เสร็จแล้วในส่วนนี้ต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ แล้วสมัครกันทั้งประเทศครับ แล้วใครไปตรงสาขาวิชาชีพอย่างไรนี่ไปเรียน ถามว่าจะได้ ตามจํานวนไหม บางทีอยู่ต่างจังหวัดมาเรียนกรุงเทพฯ ครับ แล้วคนจะไปเรียนได้อย่างไร อันนี้เปึนความผิดพลาดนะครับ แล้วยังใช้งบประมาณไปในการพิจารณา ผมไม่ทราบว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรณ์ท่านมีการพิจารณาหรือเปล่า การโฆษณาทําแผน ประชาสัมพันธ์ใช้เงินไปกว่า ๑๐๐ ล้านบาท โดยมีการจัดหาข้อมูลต่าง ๆ และการเบิกจ่าย นะครับ โดยไม่มีการผ่านสํานักนายกรัฐมนตรี และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ขั้นตอนการใช้จ่าย ในส่วนต่าง ๆ นั้นเขามีการติติงแล้วครับ บอกว่าไม่ควรที่จะนําโครงการดังกล่าวนั้น เข้ามาทําในเรื่องดังกล่าว ถ้าจะต่อยอดจริง ๆ เรื่องนี้กลายเปึนเรื่องของอุตสาหกรรม แล้วครับ เปึนผลประโยชน์ที่เอาไปลงให้อุตสาหกรรมเพื่อที่จะสร้างงาน คนที่ไปเรียนนี่ฝ๊ก ๒๐ วัน ได้วันละ ๑๙๐ บาท แล้วท่านทราบไหมครับ ค่าพาหนะ ค่าเดินทาง บวกเบี้ยเลี้ยง ได้ทุกอย่าง จบออกไปแล้วผมว่ายังตกงานอยู่ เพราะว่ากลุ่มเอสเอ็มอีที่ผมบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ หน่วย กําลังที่จะเสียหายในช่วงเวลาอีก ๘ เดือน ถ้าไม่ไปดู ไม่ไปปล่อย เงินกู้ แล้วปัญหาก็จะตามมา อีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมมองว่าเรื่องนี้จะต้องมีการลงไปดู ตรวจสอบ แล้วก็เอานโยบายต่าง ๆ นั้นวัดผลเลยครับว่าถ้าไม่ดี ขออนุญาตนะครับ ท่านประธาน อย่าเอามาใช้ประโยชน์ และเม็ดเงินนั้นน่าจะเอาไปใช้ด้านอื่น
ส่วนต่อมานะครับ เรื่องของโครงการทําดีมีอาชีพ นี่ก็เปึนโครงการหนึ่งที่ เปึนโครงการระหว่างทางใต้ส่งเข้ามา อยากให้ไปดูนะครับว่าโครงการดังกล่าวนั้นเด็ก นักเรียนที่มาเรียนนั้นลงทะเบียนกันน้อยมาก และกลุ่มที่มาเรียนนั้นค่อนข้างที่มีปัญหา เพราะส่งมาแล้วได้รับการดูแลอบรม ส่วนใหญ่แล้วเขาบอกว่ามีปัญหาในเรื่องของ ยาเสพติด มีปัญหาในเรื่องของการไม่ให้ความจําเปึน ให้ความสนใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลเคยเอาตัวเลขมาดูหรือเปล่า เพราะการทําโครงการแต่ละส่วนนั้นผมคิดว่ามีปัญหา แล้วก็ควรที่จะนํามาศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือในเรื่องของแนวทางนโยบายที่ลงมาที่ กรุงเทพมหานคร เพราะเปึนเรื่องใหญ่ เงินจํานวน เม็ดเงินนี่ ป้นี้เหลืออยู่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ พอไหมครับกับค่าใช้จ่าย เขาบอกว่าเดี๋ยวไปปรับลดวงเงินแล้วมาเพิ่มเอาทีหลัง แต่มาตรฐานในการดูแลตรงนี้นะครับก็ต้องฝากทางรัฐบาลว่า วันนี้ปัญหาอยู่ที่กรุงเทพฯ การต่อระบบโครงข่ายต่าง ๆ พิจารณาให้ดีนะครับ เดี๋ยวในส่วนของวิสามัญแล้วคงจะมาดู ในรายละเอียด ส่วนในเรื่องของประเด็นน้ําเสียที่ปล่อยลงมา ผมอยากให้ไปดูที่การเคหะ แห่งชาติ ตอนนี้ระบบระบายน้ําตลอดของการเคหะแห่งชาติไม่ได้เดินไม่ได้ทํางาน เม็ดเงิน ต่าง ๆ ในการเคหะแห่งชาติไม่ได้ใส่ลงไปให้เขาด้วย ไม่มีการปรับปรุงดูแล น้ําเน่าเสียเปึน จํานวนมากที่ปล่อยลงมานะครับตามคูคลองแถวที่ไปตั้งการเคหะแห่งชาติ และไม่มี เม็ดเงินนะครับที่จะไปใส่เรื่องโรงเรียน สถานการศึกษา ไม่มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ประชาชนไปอยู่มากมาย ท่านประธานครับในการจัดทําแผนและ งบประมาณต่าง ๆ นี่ผมอยากจะฝากรัฐบาลชุดนี้ว่า ไม่ใช่ลอกเอาจากของเก่า รัฐบาล ชุดเก่าอย่างเดียว เพราะต้องดูสถานะต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ แต่วันนี้ถ้าลอกอย่างเดียว นะครับปัญหาตามมาก็คือว่า ในส่วนต่าง ๆ ที่แต่ละรัฐบาลแต่ละชุดเขาทําไว้นี่เขามี มุมมองแต่ละส่วน แต่ของเราเองนั้นเปึนรัฐบาลซึ่งมาใหม่นะครับ ก็ต้องฝากว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องไปเช็คและตรวจสอบ ผมเปึนห่วงครับว่าเม็ดเงินต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนและอาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของการทุจริต ขออนุญาต ท่านประธานครับ ฝากรัฐบาลไปดูและพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดีนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี มี ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก ก็คงจะเปึนในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า เพื่อจะตอบข้อสงสัยนะครับเพราะพูดในทํานองว่ารัฐบาลไปลอกโครงการ มาแล้วก็ทําได้ไม่ดีนะครับในลักษณะคล้าย ๆ อย่างนั้น ดูตัวเลขกันเพราะว่าตัวเลขนี่ บางทีมันก็ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทํางานเหมือนกันนะครับ โครงการที่ทางรัฐบาล ในอดีตคุยนักคุยหนาว่าเปึนโครงการที่ดีมาก ๆ ครับ คือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ซึ่งก็มี คนเปรียบเทียบกันด้วยคําพูดต่าง ๆ นานา แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าเปึนโครงการที่ดีครับ โครงการที่ดีก็เพราะว่าเปึนโครงการที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนถ้วนหน้าในเรื่องสุขภาพ งบประมาณที่ใช้ครับ มาดูเรื่องเม็ดเงินกันและจํานวนครับ โครงการนี้เริ่มต้นป้ ๒๕๔๕ ครับ ตอนนั้นรัฐบาลในอดีตที่เปึนคนเริ่มต้นโครงการ ใช้งบ ๑,๒๐๒.๔ บาทต่อหัว ๑ ประชากร ๑,๒๐๐ บาทเองครับ แล้วก็กว่าจะมาเพิ่ม ไม่ทราบว่ามัวเอาเงินงบประมาณ ไปใช้ทําอะไร แต่กว่าจะมาเพิ่มจริง ๆ นี่ครับป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ เริ่มต้นที่ ๑,๒๐๐ บาท เงินมันไม่พอครับ กว่าจะมาเพิ่มจริง ๆ นี่ป้ ๒๕๔๙ เพิ่ม เปึนรายหัว ๆ ละ ๑,๖๕๙.๒๐ บาท แล้วก็มีเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และ ผู้ป์วยโรคเอดส์ครับ รัฐบาลหลังจากนั้นนะครับป้ ๒๕๕๐ มาเพิ่มอัตราเหมาจ่ายเปึน รายหัวเปึน ๑,๘๙๙ บาท ป้ ๒๕๕๑ เพิ่มเปึน ๒,๑๐๐ บาท และป้ ๒๕๕๒ เพิ่มเปึน ๒,๒๐๒ บาท งบประมาณป้นี้ก็เพิ่มอีกนะครับเปึน ๒,๔๐๑.๓๓ บาท มีการเพิ่มการสร้าง แรงจูงใจให้กับบุคลากรด้านสาธารณสุขในหน่วยบริการภาครัฐในอัตราอีก ๖๐ บาท ๙๒ สตางค์ต่อหัวประชากร งบประมาณที่ใช้ทั้งสิ้น ๑๒๐,๘๓๙ ล้านบาท เปึนส่วนของ กองทุนหลักประกันสุขภาพเอง ๘๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจัดสรรไว้ในส่วนราชการอีก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมนําตัวเลขมาชี้แจง ผมอยากจะ กราบเรียนสั้น ๆ แต่เพียงว่าเริ่มต้นไว้ดีครับ แต่ให้เงินไว้น้อย แล้วก็มีปัญหา ซึ่งความจริง ปัญหาเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชนไม่น่าที่จะประหยัดเงินนะครับ วันนี้รัฐบาลของเรา ก็เห็นว่าอะไรที่ดี เราก็อยากจะทําให้มันดีขึ้น แล้วก็ไม่ได้กังวลหรอกครับว่าใครจะว่า อย่างไร ถ้าหากพี่น้องประชาชนได้รับบริการรักษาสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ใช่ฟรีอย่างเดียว แต่ว่าได้ของดีมีประโยชน์ ไม่ต้องรอนาน ตรงนี้เราพร้อมและต้องการจะทํา เพราะฉะนั้น เราก็ทุ่มเงินให้อย่างเต็มที่ครับ ประเด็นนี้ผมก็อยากจะชี้แจงเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงนะครับ
ประเด็นที่สอง ซึ่งก็พูดกันมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเมื่อเช้า จนถึงตอนบ่าย แล้วก็ในค่ํานี้ก็คือต้นกล้าอาชีพ พูดแล้วก็พร้อมจะพูดอีกนะครับ ว่าโครงการในลักษณะนี้ เปึนโครงการที่เขาประเมินกันเปึนรายเดือนครับ ค่าใช้จ่ายเขาก็เปึนรายเดือน ความหมาย ก็คือว่างบประมาณที่จัดไว้ครั้งที่แล้ว ๖,๙๐๐ ล้านบาท สําหรับ ๖ เดือน เดือนหนึ่งก็ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้เดือนเดียวไม่หมด แล้วก็คนงานทั้งหมดที่ตกงานมารับที่จะดูแล เพื่อฝ๊กในเดือนแรกเดือนเดียวแล้วถือว่าประสบผลสําเร็จน่ะไม่ได้ เพราะทําไม่ได้ แล้วคนงานจริง ๆ ก็ไม่ได้ตกงานพร้อมกันทีเดียวหมดในเดือนเดียวเช่นกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐจะทําได้ตามความสามารถของรัฐที่มีอยู่ ก็คือว่าทยอยฝ๊กไปเรื่อย ๆ คนที่สนใจที่ เดือนนี้ยังไม่ได้ตกงาน อีก ๒ เดือนอาจจะตกงานก็เข้ามาสมัครได้ตลอดเวลา ตลอดโครงการ ๑๒ เดือน ป้นี้ก็จัดไว้ให้อีก ๗,๐๐๐ ล้านบาท พูดซ้ําอีกครั้งนะครับว่า ๖,๙๐๐ ล้านบาท เราใช้ไป ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถูกต้องแล้ว เพราะว่าเราฝ๊กทีละเดือน ทีละเดือน เพิ่งฝ๊กเสร็จไปเพียง ๒ เดือนครับ นี่เพิ่งเริ่มต้นเดือนที่ ๓ เดือนแรกนั้นหลายคน ที่สมัครไว้ก็ไม่แสดงตัวตนขึ้นมา อาจจะเปลี่ยนใจด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ เดือนแรกสมัคร ไว้ ๑๔๐,๐๐๐ คน เราก็ฝ๊กได้ ๒๐,๐๐๐ คน เดือนที่ ๒ จาก ๑๔๐,๐๐๐ คนนะครับ เอามา ฝ๊กต่ออีกก็ได้ ๖๐,๐๐๐ คน เดือนนี้ก็จะฝ๊กอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นมันก็ จะเดินไปอย่างนี้ครับ ก็พยายามจะอธิบายให้เข้าใจมันจะเดินไปอย่างนี้ ถามว่าฝ๊กแล้ว ออกมาเดี๋ยวก็ไม่มีงานทํา ไม่มีหรอกครับ เพราะว่าถ้ามีเขาก็ไม่มาฝ๊กหรอกครับ ข้อเท็จจริงก็คือยอมรับความเปึนจริงครับ ของมันส่งออกไม่ได้ เศรษฐกิจมันล้มเหลวครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะทําก็คือว่า ในช่วงระยะเวลาที่เราอยู่ในความยากลําบาก เราจัดงบประมาณแทนที่ให้เขาอยู่เฉย ๆ เราช่วยได้เท่าไร เราก็ช่วย เราจ้างครูฝ๊กให้ แล้วเราก็ให้เงินค่าแรงในการฝ๊กเขาด้วย เปึนค่าแรงขั้นต่ํา เราทําเพื่อให้เขาเกิดกําลังใจว่า ชีวิตเขามันไม่แย่แล้ว ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในบ้านเฉย ๆ แต่ว่าฝ๊กฝนให้อาชีพที่มีอยู่เพิ่มทักษะให้ ดีขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็พยายามหยุดเลือดไม่ให้ไหลครับ เราก็เข้าไปดูอุตสาหกรรมที่ เขาบอกว่าเขาอาจจะเลิกจ้างคนงาน เราก็ไปช่วยตรงนั้น บอกคุณอย่าเลิกจ้างเลย คุณทํางานต่อ คุณจ้างต่อ จ้างต่อเกินป้หนึ่งขึ้นไป เดี๋ยวผมไปช่วยออกค่าแรงให้ แต่ออก ให้อย่างต่ําสุดครับ ๔,๘๐๐ บาทต่อเดือน โดยฝ๊กให้คุณอยู่ที่โรงงานนั่นละ แล้วคุณเองก็เปึนคนฝ๊ก ถ้าคุณยังไม่มีคนฝ๊ก คุณก็ไปจ้างคนฝ๊กมา เราก็จ่ายให้ ขออย่างเดียวอย่าเลิกจ้างคนงานเหล่านั้น เวลานี้ก็มาร่วมกันเยอะ ท่องเที่ยวก็มาร่วม ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ฝ์ายแรงงานก็มาร่วมอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน แต่ก็ไม่ใช่เดือนนี้นะครับ ต้องค่อยทยอยกันออกไป เพราะฉะนั้นคือลักษณะ ของงานมันเปึนลักษณะทยอยไปทีละเดือน ทีละเดือน ผมเข้าใจครับบางทีเวลาเรา ไม่ได้มาทํางาน แล้วเรานั่งดูอยู่ข้างนอก เราก็มีความเข้าใจอย่างนั้น แล้วงบโฆษณา ๑๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ครับ ประมาณที่เปึนวงเงินไว้ใช้ไม่ถึงครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีประเด็นเดียวครับที่ท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญ ได้พูดขึ้นมา ประทานโทษเอ่ยนามท่านนะครับ ที่กระผมกําลังจะเข้าไปดูลึก มากขึ้น เพราะว่าเปึนปัญหาซึ่งต่อเนื่องมาหลายป้แล้ว นั่นก็คือวงเงินในเรื่องของ การรักษาพยาบาลของข้าราชการ คือเติบโตเร็ว ต้องเรียกว่าผิดปกติ เทียบกับจะเปึนอัตราเงินเฟัอ เทียบกับจะเปึนเรื่องของ ค่าใช้จ่ายต่อหัวทั้งในระบบประกันสังคมและก็ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ก็กราบเรียนครับว่า เปึนปัญหาซึ่งหลายฝ์ายก็เคยพยายามที่จะวิเคราะห์ แต่ไม่เคยให้ คําตอบนะครับ ผมก็จะพยายามไปดูว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงมาก ผู้ป์วยนอกหรือผู้ป์วยใน ค่ายา ค่าห้อง หรืออะไรนะครับ เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหานี้ได้ตรงจุด แต่ว่าโดยหลักแล้ว ในขณะนี้รัฐบาล และโดยเฉพาะโดยส่วนตัวของผมก็ยังเชื่อว่าสวัสดิการนี้ก็เปึนสวัสดิการ ที่พี่น้องข้าราชการ และโดยเฉพาะครอบครัวของข้าราชการถือว่าเปึนสิ่งที่เขาปรารถนา และก็ชดเชยกับการที่ข้าราชการเงินเดือนค่าตอบแทนค่อนข้างต่ํา เพราะฉะนั้นก็จะดู ความเหมาะสมตรงนี้ เพราะว่าในอดีตพอมีการหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมา บางครั้งก็จะ รีบสรุปกระโดดไปใช้ระบบในเรื่องของการจัดค่าใช้จ่ายต่อหัวบ้างอะไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่าจะ ทําให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น กําลังจะดูเรื่องนี้ลงไปในรายละเอียดและก็จะหาแก้ไข เพราะว่า มองเห็นปัญหาว่า ขณะนี้การเติบโตตรงนี้รวดเร็วผิดปกติมาก
คุณวิชาญเอาสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านตอบนะครับ บางครั้งก็ต้องดูนะครับว่า สถานการณ์ตอนที่เริ่มโครงการ ๓๐ บาท หรือวันนี้ใช้คําว่าหลักประกันสุขภาพนั้น เปึนแนวทางที่ดี ท่านพูดเองนะครับ จํานวน เม็ดเงินครั้งแรกอาจจะดูน้อย เพราะเปึนจุดเริ่ม แต่สิ่งหนึ่งในขณะนั้นรัฐบาลตอนนั้น ทํางานก็คิดในเรื่องผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ทางฝ์ายค้านซึ่งตอนนั้นท่านเอง ดูเสมือนว่าไม่มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และผมเรียนนิดหนึ่งครับว่า โครงการตรงนั้น บางครั้งก็ต้องมองครับว่าเครื่องไม้เครื่องมือในขณะที่เริ่มโครงการนั้น สภาพการใช้งานมันก็ยังดีอยู่ จํานวนบุคลากรต่าง ๆ ที่เคยให้เม็ดเงินลงไปในขณะนั้น นะครับ เงินต่าง ๆ ที่เติมลงไปก็ยังพอดูแล้วก็มีเงินต่าง ๆ ที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของสถาบัน หรือโรงพยาบาลที่เขาเก็บอยู่ แต่วันนี้มันก็เปลี่ยนไป จํานวนเม็ดเงินที่ใช้ไปแล้วกับ เครื่องไม้เครื่องมือที่เริ่มสึกหรอและโรคต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น แล้วเราขยายการรักษา ผมเพียงแต่อยากจะฝากรัฐบาลฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่า เงินในส่วนของการดูแลนั้น ค่อนข้างน้อยไปกับเม็ดเงินที่ท่านทุ่มลงไปเกี่ยวกับเรื่องโครงข่ายต่าง ๆ และโครงสร้าง ต่าง ๆ ซึ่งเราติงนะครับ ว่าไม่ควรที่จะให้ความจําเปึนสําคัญในเรื่องของโครงงาน ในเรื่อง ของด้านการก่อสร้างมากจนเกินไป กับการเปรียบเทียบเรื่องของการรักษาพยาบาลและ การดูแล รวมถึงด้านการศึกษาที่ผมกล่าวไปแล้วว่า ที่ท่านให้เม็ดเงินต่าง ๆ ลงไปในเรื่อง ของเสื้อผ้า แบบเรียนต่าง ๆ นั้น บางทีเขาไม่ต้องการ แต่เมื่อให้เขาก็รับ แต่ประเด็นสําคัญ ก็คือว่าทั้งอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนนั้นเปึนเรื่องสําคัญมากกว่าเรื่องน้ํา เรื่องไฟต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ เรื่องครูบาอาจารย์ที่จะต้องมีที่พักต่าง ๆ เขาไปเช่าบ้านอยู่ ผมเปึนห่วงครับว่า ตรงนี้รัฐบาลควรจะลงมาดูให้มากกว่านี้
และฝากสุดท้ายครับ เรื่องการเคหะแห่งชาติที่เมื่อสักครู่นี้ผมบอกน้ําเสีย ปล่อยลงทั่ว งบประมาณไม่มีใส่ลงไป หมู่บ้านต่าง ๆ ปล่อยน้ําเสียลงไป กฎหมาย มาตรการต่าง ๆ ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะลงไปดูแลได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็ต้อง ดําเนินคดีการเคหะแห่งชาตินะครับ เพราะน้ําเสียปล่อยเต็มไปหมด และบ่อบําบัดน้ําเสีย ก็ไม่เดินหลายส่วน ขอฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก็ไม่อยากย้อนกลับไปเรื่องเก่านะครับ แต่บังเอิญท่านพูดซ้ําขึ้นมาก็เลยขออนุญาตชี้แจง เรื่องของโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ มุมมองของผมกับท่านอาจจะต่างกัน ผมเปึนคนที่ อภิปรายโครงการ ๓๐ บาท ในป้ ๒๕๔๔ เมื่อเริ่มต้น ผมยืนยันคําอภิปรายที่ผมเคย อภิปรายไว้ทุกประการนะครับ คําอภิปรายของผมในขณะนั้นก็คือว่า ผมเห็นด้วยกับ ความพยายามที่จะสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ผมได้บอกว่าขณะนั้นรัฐบาลจัดงบประมาณต่อหัวไม่พอ และเมื่อจัดงบประมาณต่อหัว ไม่พอ สิ่งที่จะตามมาผมก็ได้พูดถึง ๑. คุณภาพการรักษา ๒. คิวที่จะยาวขึ้น ๓. การขาด งบลงทุนสําหรับระบบสาธารณสุขภาครัฐ แล้วก็แน่นอนที่สุด ๔. ก็คือประเด็นปัญหา ในเชิงการบริหารจัดการที่จะตามมา แล้วเราก็พบความเปึนจริงครับว่า เมื่อเอาคนกลาง หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสาธารณสุขเข้ามาทุกป้ เขาของบก็ไม่สามารถที่ตอบสนองเขา ได้แล้วก็เริ่มต้นจากฐานที่ต่ํามาก เพราะฉะนั้นวันนี้พอเงินสะสมเงินสํารองหลายแห่งก็มี ปัญหานะครับ คิวก็ยาวขึ้น ผู้ป์วยก็เพิ่มขึ้น มันก็เปึนอย่างที่ผมเคยอภิปรายไว้ ผมไม่ได้ บอกว่าเปึนสิ่งที่ไม่ดีที่ไม่ควรทําครับ ผมเพียงแต่บอกว่าวันนั้นไม่ได้เตรียมงบประมาณ ให้มันสอดคล้องกับสภาพปัญหา วันนี้เราก็พยายามแก้ไข แล้วก็งบต่อหัวป้นี้ก็สูงที่สุด เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงพอสมควร แต่ก็กราบเรียนตรง ๆ ว่าในแง่ของคนที่ทํางานเรื่องนี้เขาก็ บอกว่ามันยังไม่พอ ยังวิ่งไล่ไม่ทัน พร้อม ๆ กันไปท่านก็จะเห็นครับว่า ทําไมไทยเข้มแข็ง ต้องมาลงทุนในเรื่องสาธารณสุขค่อนข้างมาก ก็เพราะความเสื่อมโทรมหรือการขาด งบลงทุนในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาที่ผมไปดูที่จังหวัดสมุทรสาครก็เปึนเพียงตัวอย่างหนึ่ง นั่นกรณีของผู้ป์วยนอก นี่ไม่นับหลายโรงพยาบาลนะครับ ถ้าท่านไปเยี่ยมโรงพยาบาล ในต่างจังหวัดจะทราบ คือนอนอยู่ตามระเบียง เปึนเรื่องที่คั่งค้างกันมานานหลายจังหวัด นะครับ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือขนาดกลางขึ้นมา เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึน สิ่งที่เราพยายามมาแก้ไขนะครับ แล้วมันก็ยังเปึนจุดยืนที่ผมได้ยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ยัง เหมือนเดิม
ส่วนเรื่องการศึกษา ผมก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในเรื่อง เรียนฟรีมันไม่ควรจะเปึนประเด็นถกเถียงว่าทําหรือไม่ทํา เหตุผลก็เพราะว่าจริง ๆ กฎหมายสูงสุดของประเทศ พูดง่าย ๆ คือบังคับให้ทํามาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อเท็จจริง ก็คือว่า ขณะนั้นผมก็เปึนฝ์ายค้าน ผมก็ท้วงมาทุกป้ว่ามันฟรีไม่จริง รัฐบาลในขณะนั้นก็ บอกว่าฟรีจริง แต่สิ่งที่เราก็ไปแยกแยะออกมาก็พบความเปึนจริงว่า อย่างน้อยที่สุดที่เรา ช่วยได้ เอาที่แบบเห็น ๆ ไม่ต้องโต้แย้งกันก็คือ เรื่องเครื่องแบบ เรื่องอุปกรณ์การเรียน เรื่องตําราเรียน ตําราเรียนป้นี้ยอมรับว่ามีปัญหาในเรื่องของความคิด ในเรื่องตํารา ยืมเรียนนะครับ ซึ่งต่อมาผมก็ได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็เห็น ตรงกันว่าถ้าเด็กยังไม่คุ้นเคย อยากจะขีดเขียน อยากจะอะไร ก็อะลุ้มอล่วยกันไป แล้วบังเอิญก็เปึนป้สุดท้ายของหลักสูตรเก่านะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คงไม่เปึนไร ป้หน้าอาจจะตั้งหลักกันอีกทีในเรื่องตําราเรียน แต่ตรงนี้เปึนการแบ่งเบาภาระของ ผู้ปกครองอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่ท่านร้องเรียนมานี่ครับ ผมว่ามันเปึนตัวฟัอง ครับ ว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ที่กฎหมายบอกว่าเราต้องทําให้มีการเรียนฟรีมันไม่เคยฟรีครับ แล้วตอนนี้เมื่อออกมาก็จะเปึนตัวเลขที่เราจะได้ใช้ต่อไปนะครับ เราถึงเป่ดสายด่วน ๑๕๗๙ ผมถึงได้รับเรื่องร้องเรียนมากมายแล้วก็ส่งให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อติดตามดู ตลอดเวลาว่า ที่สุดเราจะสามารถทําให้มันเรียนฟรีจริงตามเจตนารมณ์ได้อย่างไร แต่ถ้า เราไม่เริ่มทําตรงนี้ครับ สิ่งเหล่านี้จะไม่ปรากฏออกมาครับ เพราะผู้ปกครอง เด็ก ก็จะมี ความเข้าใจว่าเปึนสิ่งที่เขาต้องเสีย ซึ่งมันขัดแล้วก็สวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมก็ยังยืนยันแล้วก็เชื่อตัวเลขของการสํารวจว่า เอาละ ประมาณร้อยละผมว่าสัก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ร้อยละ ๗๐ ถึงร้อยละ ๘๐ ของผู้ปกครองของประชาชนก็ได้รับ ประโยชน์อย่างชัดเจนจากโครงการนี้ แต่ยังไม่เต็มอย่างที่เราอยากจะเห็น ส่วนที่เหลือก็จะ เปึนเรื่องที่เราเข้าไปแก้ไขต่อไป
สําหรับกรณีการเคหะนั้นผมจะรับเรื่องที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมานะครับ แล้วก็ยังได้ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีอิสสระ ซึ่งก็คงจะได้พูดต่อไป แต่นโยบายที่ผมได้ให้ไว้ ก็คือว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการเคหะก็คือ งานในเรื่องของการไปสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ มันถูกเร่งรัดอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา แต่งานการดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้ว มีปัญหามาก แล้วก็ขอให้ปรับแนวทางตรงนี้ เพราะว่าเราก็ต้องไปสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น จากโครงการบ้านเอื้ออาทรอยู่ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ซึ่งท่านได้ให้ข้อมูลกรณีเรื่องบ่อบําบัดน้ําเสียของ การเคหะที่ได้สร้างไว้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้อภิปรายว่า ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยลักษณะที่เปึนแฟลตนั้น จะต้องผ่านอีไอเอ (EIA) นะครับ มีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้คํารับรองจึงจะสร้างได้ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น อยากจะกราบเรียนว่าทุกแฟลตจะมีบ่อบําบัดน้ําเสียสร้างควบคู่กันไป แต่อาจจะเปึน เพราะว่าแต่ละแฟลตนั้นมีอายุการใช้งานมานาน อาจจะเกิดขึ้นได้เปึนบางแห่ง แต่ไม่ได้เปึนทั้งหมด ผมขอกราบเรียนว่า ส่วนใดที่มันจะเกิดเหตุลักษณะเช่นที่ว่านั้น ผมจะไปดูด้วยตนเองนะครับ แล้วจะหาวิธีการแก้ไขต่อไปนะครับ จึงกราบเรียน ท่านประธานได้ทราบไว้ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ ๑ นาทีครับ สั้น ๆ ครับ
ขอสั้น ๆ หน่อยนะครับ
ขออนุญาตท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีครับ สิ่งที่ผมเรียนมันไม่ใช่อย่างนั้นครับ ประเด็นก็คือว่า ขณะนี้ที่บอกว่าบ่อบําบัดน้ําเสียท่านไม่เคยไปดูแลในเรื่องของงบประมาณเลย ผมสอบถามแล้ว นานแล้วนะครับ หลายส่วนยกให้กรุงเทพมหานคร แต่เส้นท่อนี่ท่านไม่มี การปรับปรุง แล้วน้ําจากท่อมันจะไหลลงบ่อได้อย่างไร
อีกอันหนึ่ง ตั้งแต่มีการเคหะแห่งชาติ ๒๗ ป้นะครับ ยกตัวอย่างเคหะ ร่มเกล้า โซน ๑ ถึงโซน ๖ ท่านเชื่อไหมครับถ้าไปดูแบบนะครับ แถวดินแดง แถวห้วยขวาง มันเปึนแบบเก่า บ้านปลูกแล้วนะครับไม่มีบ่อเกรอะบ่อซึมครับ มีบ่อถ่ายอุจจาระอยู่ ในบ้าน เมตรคูณเมตรลึก ๒ เมตร ถ่ายเต็มปุ็บน้ําล้น ยิ่งหน้าฝนเขาสกัดท่อจากในบ้าน ลงไปในท่อเลย เท่ากับอุจจาระนี่ลอยลงไปอยู่ในท่อ แล้วก็เปึนสิ่งที่เรียกว่าปฏิกูลเต็ม ไปหมดครับ วันก่อนไปลอกท่อถึงจะทราบ แล้วท่อก็เสีย แล้วอุจจาระก็ลง ก็เปึนเรื่อง โรคติดต่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ควรมี แต่ถ้าท่านจะบอกว่าให้เขาไปใส่บ่อเกรอะบ่อซึม ท่านต้องตั้งงบประมาณให้เขานะ เพราะการเคหะเปึนคนที่ไปปลูกสร้างบ้านเมื่อ ๒๗ ป้ เกือบทุกเคหะครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ เฉพาะเคหะ โซน ๑ ถึงโซน ๖ ๒,๗๗๓ แห่ง แล้วตอนนี้น้ําไหลเอ่อเลยครับ สกปรกเต็มไปหมดเลย ท่านต้องลงไปดู แล้วอีกส่วนหนึ่ง เรื่องประปาเรื่องบาดาลก็ยังไม่ทั่วถึง ขาดการเก็บเงิน ท่านไปเก็บเงินเขา นี่นะครับ ป้หนึ่งเก็บเขาทีหนึ่ง ผมไม่ทราบว่าผิดพลาดเรื่องอะไร เขาไม่มีเงินจ่ายครับ เดือนหนึ่งค้างเปึนหมื่นบาท ในแต่ละส่วน คนเปึนหลายพันครอบครัว รัฐมนตรีลงไปดูด้วย นะครับ ที่ผมฝากท่านเรื่องกระทู้เรื่องอะไรท่านก็ยังไม่ได้แก้ไขให้ เรื่องตลาดเรื่องอะไร หลายส่วน ซึ่งฝากท่านเลยครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเปึนเรื่องที่แนะนํา ไม่ได้หวังประโยชน์ อะไรจากการมาพูดตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีอิสสระครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นะครับ ข้อบกพร่องทั้งหลาย ถ้าท่านวิชาญจะให้รายละเอียดแต่ละแห่ง ๆ ผมยินดี ที่จะไปดูแลนะครับ กรณีบ่อเกรอะบ่ออะไรที่ว่ามันเปึนสิ่งปฏิกูลไหลลงลําคลองนะครับ ขอให้ท่านทํารายละเอียดให้ผมได้ไหมครับ แล้วผมจะไปดูให้ แล้วก็จะหาเงินงบประมาณ ไปดําเนินการแก้ไขให้ต่อไปนะครับ
คุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๑๕ นาทีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้เรามาอภิปรายกันเกี่ยวกับพระราชบัญญัติงบประมาณ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๓ ในเบื้องต้นดิฉันต้องขอบอกกับท่านประธานว่าดิฉันรู้สึกสับสนกับแนวทางการทํางานหรือว่า กับแนวทางการทํางบประมาณของรัฐบาลชุดท่านอภิสิทธิ์เหลือเกิน เนื่องด้วย พระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ที่นําส่งรัฐสภาเพื่อที่จะพิจารณา โดยหลักการแล้ว เพื่อที่จะทํากรอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และที่สําคัญที่สุดก็มาเปึนงบประมาณในการลงทุน ต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รายจ่ายของภาครัฐนี่ละค่ะที่เรียกว่า เปึนสิ่งสําคัญที่สุดที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่ว่าประเทศใด ๆ ก็ตาม ก็จะพยายามแบ่งงบจากภาครัฐมาอัดฉีดในระบบเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด แต่การจัดทํา งบประมาณหรือว่าการเสนองบประมาณของรัฐบาลฉบับนี้ ช่างแตกต่างกับหลักการที่ ดิฉันกล่าวถึงเบื้องต้นโดยสิ้นเชิง กล่าวคืองบประมาณของรัฐบาลในชุดนี้ไม่เอื้อที่จะให้ เกิดการลงทุนเพื่อที่จะให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจค่ะ จากกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เมื่อครั้งที่พรรคพลังประชาชนยังเปึนรัฐบาลอยู่นั้น ได้ตั้งกรอบงบประมาณ ประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท เพิ่มจากกรอบงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ และมาในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ท่านได้ปรับลดกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ลงจาก ๑.๙ ล้านล้านบาท มาเปึน ๑.๗ ล้านล้านบาท หายไปก็มากพอสมควรนะคะ หายไปเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉันเข้าใจดีค่ะว่าเงินเปึนปัญหาสําหรับรัฐบาล ชุดนี้มาก รัฐบาลมีปัญหาเงินคงคลังขาดมือ อย่างที่ภาษาชาวบ้านเขาเรียกกันว่า อยู่ในช่วงถังแตก คือรายได้จากภาษีจัดเก็บไม่เข้าเปัา แต่ถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะ ช่วยประเทศไทยเรากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลก็ไม่ควรจะปรับลดงบประมาณรายจ่ายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงทุน เพราะทําให้ระบบเศรษฐกิจ ขาดเม็ดเงินในการที่จะกระตุ้นโดยตรง หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า เนกาทีฟ โกรท บัดเจทติ้ง (Negative growth budgeting) พูดง่าย ๆ ก็คือการที่ท่านลดงบประมาณ รายจ่ายในช่วงที่รัฐบาลมีความต้องการที่จะอัดฉีดให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น มันเปึนเรื่อง ที่ไม่ควรทํา แนวทางการทํางบประมาณโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การที่จะลดงบประมาณจาก ป้ก่อนหน้านั้น หากจะทําก็ทําต่อเมื่อเศรษฐกิจเรามีการขยายตัวอย่างเต็มที่ หรือว่ามาก จนเกินไปที่เขาเรียกว่า บูมมาก ๆ ถึงสามารถจะไปลดงบประมาณตรงนั้น เพื่อที่จะระงับ ไม่ให้มันร้อนแรงเกินไป ตอนแรกดิฉันก็สับสนค่ะ แต่ก็ต้องมาถึงบางอ้อเอาเมื่อสองวัน ที่ผ่านมา เมื่อพวกท่านเอาพวกมาก เอาเสียงข้างมากลากสภาให้ลงมติรับรอง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทางฝ์ายค้านของดิฉันพยายามที่จะยับยั้งเปึนที่สุด เพราะเห็นว่าการกู้เงินครั้งนี้จะเปึนการก่อหนี้ให้กับประเทศชาติ โดยที่ท่านยังไม่มีแนวโน้ม เลยว่าจะหาเงินที่จะมาชําระคืนได้จากที่ไหน เพื่อนฝ์ายค้านหรือว่า ส.ส. ทางฝ์ายค้านของ ดิฉันเองก็ได้อภิปรายไปมากแล้วเมื่อสองวันที่ผ่านมา ท่านคะ แค่นี้ท่านก็สร้างสถิติใหม่ แล้วค่ะ ทั้งสองอันรวมกัน ท่านก็ทําให้พี่น้องประชาชนคนไทยเปึนหนี้เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปแล้ว ที่บอกว่าถึงบางอ้อ ก็เพราะครั้งเมื่อท่านตัดงบประมาณรายจ่ายด้าน การลงทุนจากงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดย บอกว่ามีความจําเปึนที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการที่จะขอออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงิน อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นเอง บอกว่าจะเอามาลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง ปรากฏว่า ท่านก็เอาโครงการในงบประมาณที่ถูกตัดออกไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาซุกไว้ในเงินกู้นี้ ซึ่งเห็นได้ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่เปึนโครงการแบบเดียวกัน คือการลงทุนในด้าน สาธารณูปโภค หรือว่าจะเปึนการพัฒนาโครงสร้างทางด้านขั้นพื้นฐาน เปึนโครงการใน งบประมาณของแต่ละกระทรวงที่มีเปึนปกติอยู่แล้ว เมื่อเปึนเช่นนี้ เงินจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เดิมเคยอยู่ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่สามารถตรวจสอบได้โดยรัฐสภา มีพระราชบัญญัติต่าง ๆ ใช้ มีกฎ มีวินัยการคลัง เพื่อให้ใช้เงินได้โปร่งใสและก็มี ประสิทธิภาพสูงสุด ก็ถูกเล่นแร่แปรธาตุกลับกลายมาเปึนเงินกู้นอกงบประมาณ ซึ่งทําให้ ทั้งสองสภา ไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าวุฒิสภาไม่มีอํานาจตรวจสอบ ไม่มี พระราชบัญญัติบังคับใช้ เพราะกลายเปึนอํานาจในการบริหารจัดการของคณะรัฐมนตรี เท่านั้น นั่นก็หมายความว่าท่านกู้เงินมาแล้วสามารถจะเอาเงิน หรือว่าที่คนไทยเปึนหนี้ เอาไปใช้ปูัยี่ปูัยําอย่างไรก็ได้ค่ะ ถามว่าท่านทําอย่างนี้ไปทําไมคะ หรือว่ามีเจตนา หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภาหรือไม่ การอ้างว่าโปร่งใสตามพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตามมาตรา ๓ นั้นมันฟังไม่ขึ้นค่ะ เพราะมันเปึนแค่กระบวนการ รับทราบในสิ่งที่รัฐบาลทําไปแล้ว แต่ไม่ใช่เปึนการสร้างกระบวนการตรวจสอบ ความโปร่งใสของโครงการใด ๆ เลย แล้วทําไมท่านไม่ตั้งกรรมการตรวจสอบ เลือกเอา คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภาเข้ามาตรวจสอบด้วย เพราะเงินที่จะเอามาใช้คืนนั้น ก็เปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งหมด
นอกจากนั้นประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ที่ท่านตัดลด งบประมาณตรงนั้น ท่านได้ตัดลดงบประมาณในส่วนใดออกไป ปรากฏว่าสิ่งที่ดิฉันได้เห็น ท่านได้ตัดลดงบประมาณส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน คนยากคนจนออกไป เช่น งบประมาณกองทุนหมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอล หรือว่า ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ดิฉันขอยก ๓ โครงการนี้มาเปึนตัวอย่างเพื่อจะชี้ให้พี่น้อง ประชาชนแล้วก็ผู้ที่รับฟังได้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ขาดความสนใจในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวรากหญ้า ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้าใจหรือไม่ว่า จุดเริ่มต้นของ การจัดกองทุนหมู่บ้านหรือว่าโครงการเอสเอ็มแอลนั้นมาจากไหน แล้วเพราะอะไรท่านถึง จะต้องตัดงบประมาณเงินส่วนนี้ออกไปเปึนจํานวนมาก ในช่วงป้ ๒๕๔๔ ค่ะ ท่านจําได้ ไหมคะช่วงหลังที่ประเทศไทยเราเพิ่งผ่านวิกฤติเศรษฐกิจของป้ ๒๕๔๐ ช่วงนั้นคนไทย กว่า ๑ ล้านคนไม่มีงานทํา อัตราการว่างงานของคนไทยทั้งประเทศสูงขึ้นถึงร้อยละ ๓.๖ รายได้ชนบทหดตัวลงร้อยละ ๑๕.๓ ในป้ ๒๕๔๒ และติดลบร้อยละ ๓.๕ ในป้ ๒๕๔๓ เนื่องจากสินค้าราคาการเกษตรลดลง คนยากจนมีจํานวนมากขึ้น จาก ๖ ล้านคนเปึน ๑๐ ล้านคนในทันที หรือเพิ่มจากร้อยละ ๑๑ เปึนร้อยละ ๑๔ เมื่อเทียบกับประชากรของ ประเทศ ซึ่งนั่นได้สร้างความแตกแยกระหว่างคนจนและคนรวยเปึนอย่างยิ่ง ท่านคะ ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศของเราร้อยละ ๘๖ เปึนเกษตรกรและเปึนพี่น้องประชาชนที่ ยากจน ดังนั้นการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนนั้นเปึนสิ่งสําคัญที่สุดในขณะนั้น นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดนั้น ไม่ว่าจะเปึนกองทุนหมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอล หรือว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค โครงการโอทอปเปึนต้น ยกตัวอย่างโครงการโอทอปนะคะ ซึ่งในเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านทราบไหมคะว่าโครงการโอทอปได้สร้างรายได้จากการ จําหน่ายกว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ แต่น่าเสียดายค่ะโครงการที่ดิฉันยกขึ้นมาพูด เหล่านี้ ความสําเร็จของโครงการเหล่านี้ในอดีตไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลชุดนี้เลย งบประมาณกองทุนหมู่บ้านในป้ ๒๕๕๒ ถูกตัดออกไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไหนจะ งบประมาณโครงการเอสเอ็มแอลก็ถูกตัด โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคก็ถูกตัดออกไป ที่โครงการ ๓๐ บาทยื่นขอไปที่รัฐบาล ๑.๓ แสนล้านบาท รัฐบาลก็อนุมัติมาแค่ ๘๙ ล้านบาท ถูกตัดทิ้งไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วบอกว่าจะมารักษาให้ฟรี ๆ ท่านยัง ไม่เข้าใจเลยนะคะว่าตอนนั้นในช่วงรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณให้เก็บ ๓๐ บาทเพื่ออะไร ไม่ใช่ที่จะต้องการเงินอุดหนุนหรอกนะคะ แต่ว่าเพื่อเปึนการแสดงให้ ทราบว่าพี่น้องประชาชนเขามาซื้อบริการ ไม่ใช่มาขอกันฟรี ๆ จนปัจจุบันนี้ก็กลายเปึน คนไข้อนาถากันไปหมด แถมการตรวจต้องไปที่อนามัยก่อนนะคะ ก่อนที่แอดมิท (Admit) เข้าโรงพยาบาล กว่าจะไปถึงอนามัยจะต้องรอคิวทําเอกสารส่งตัวไปโรงพยาบาล กว่าที่ คนไข้จะได้ตรวจจะพบหมอจริง ๆ ได้ไปเจอแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ไปแล้วละค่ะ ตอนนั้นก็ต้องกลายเปึนศพไปแล้ว เพราะตายไปแล้วค่ะ ที่พูดมาไม่ใช่ว่าดิฉันกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขหรอกนะคะ ดิฉันชื่นชมท่านค่ะกับการสนับสนุนในการ ยกระดับสถานีอนามัยให้เปึนโรงพยาบาลชุมชน ใครคิดดีทําดีดิฉันก็ชื่นชมค่ะ เพราะว่า มันได้ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนจริง ๆ ท่านประธานคะนอกจากรัฐบาลชุดนี้จะไปตัดงบ ในส่วนงบที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องคนยากคนจนแล้วนั้น น่าเศร้าไปกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะว่าใน ขณะเดียวกันท่านตัดงบประมาณของพี่น้องที่เปึนคนยากคนจนออกไป แต่ท่านกลับมี ความคิดที่จะพยายามช่วยอุ้มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ ดิฉันงงไปหมดเลยค่ะ ซึ่งมัน ไม่น่าจะเปึนเรื่องที่น่าถูกต้อง เพราะว่าด้วยรัฐบาลมีเงินที่จํากัดอยู่นี้ท่านจะไปใช้เงินที่มี อยู่น้อยนิดไปช่วยอุ้มรัฐบาลต่างชาติอย่างนั้นหรือคะ ทั้ง ๆ ที่บริษัทจีเอ็ม (GM) หรือว่า บริษัทฟอร์ด (FORD) ทั้ง ๒ บริษัทนี้ก็ไม่ได้มีความเดือดร้อนทางการเงินแต่อย่างใด อย่างบริษัทจีเอ็มในไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการล้มละลายในบริษัทแม่ในต่างประเทศ หรือว่าบริษัทฟอร์ดยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่ค่ะ เพราะว่าธุรกิจแม่ในสหรัฐไม่ได้มีปัญหา แต่อย่างใด ดิฉันอยากทราบค่ะว่าเหตุใดรัฐบาลถึงได้เห็นบริษัทต่างชาติดีกว่าบริษัท คนไทยและยิ่งได้ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอภิปรายเมื่อวันก่อน ดิฉันก็ยิ่งเสียใจค่ะ เพราะท่านได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนว่าท่านตั้งใจจะช่วยบริษัท คนไทยก่อน แต่เห็นว่าหากบริษัทคนไทยมีการจ้างงานน้อย แต่บริษัทต่างชาติมีการจ้าง งานมากกว่า ท่านเลยตัดสินใจที่จะไปช่วยบริษัทต่างชาติที่มีการจ้างงานมากกว่าก่อน ท่านรัฐมนตรีพูดเช่นนี้ก็เปึนการดูถูกพี่น้องประชาชนผู้ที่เสียภาษีค่ะ เพราะรัฐบาลกําลังจะ เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปช่วยบริษัทต่างชาติให้มีกําไร โดยหวังแค่การจ้างงาน เท่านั้น ซึ่งดิฉันต้องพูดเลยว่ามันเปึนการมองระยะสั้น ทําไมไม่มองว่าหากเงินจํานวนนี้ บริษัทของคนไทยได้รับไป บริษัทไทยก็จะมีความเข้มแข็งทัดเทียมกับบริษัทต่างชาติได้ เหมือนกัน อย่างไรก็ตามค่ะ สุดท้ายนี้อาจจะรีบไปหน่อยนะคะ เพราะเวลามีน้อยนิดค่ะ ดิฉันอยากจะฝากในท้ายที่สุดนี้ค่ะ ฝากถึงรัฐบาลนะคะ อย่างไรก่อนที่ท่านจะทําอะไรช่วย คํานึงถึงพี่น้องประชาชนคนยากคนจนด้วยค่ะ เพราะว่าทุกสิ่งที่ท่านทําจะส่งผลกระทบ ให้แก่พี่น้องประชาชนค่ะ สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็คือพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีนี่แหละค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบสั้น ๆ เท่านั้นนะครับ เพราะว่า ไม่ต้องการเห็นความพยายามที่จะทําให้เกิดความแตกแยก เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้เปึน อย่างที่ท่านพูดว่าไม่สนใจเรื่องของคนยากคนจน เอาเฉพาะโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าครับ ป้นี้เปึนป้ที่รัฐบาลจัดเงินต่อหัวมากที่สุดตั้งแต่เริ่มต้นโครงการมา แล้วก็ต้อง ขอประทานโทษ อาจจะไม่เหมือนกับที่ท่านเข้าใจนะครับ แต่การเพิ่มขึ้นของการจัดงบ ต่อหัว เพิ่มขึ้นมากก็คือป้นี้กับป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ครับ บังเอิญท่านไปเอาตัวเลขของ คําขอครับ ซึ่งคําขอทุกป้มากว่าที่ได้มาโดยตลอด แต่ที่ได้จริงและเพิ่มขึ้นมากจริง ป้นี้ครับ ๒๐๐ บาทต่อ หัวขึ้นไปเปึน ๒,๔๐๐ บาท โดยประมาณ อันนี้จะได้เข้าใจนะครับ แล้วก็ ในส่วนที่บอกว่าปัญหาที่ทําไมต้องไปที่สถานีอนามัยก่อนแล้วก็มีปัญหาในการพบปะกับ หมอต่าง ๆ อันนั้นเปึนนโยบายที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นครับ ไม่ใช่หลังจากที่เปึนเรื่องของ นโยบายรักษาฟรี เพราะผู้ที่คิดโครงการนี้ผมไม่ตําหนิเขานะครับ คือหลักวิชาการ ถูกต้องครับ คือเขาต้องการให้ผู้ป์วยหรือคนไข้ไปหาบริการที่เรียกว่า ปฐมภูมิ ก่อน ใกล้บ้าน ไม่มากระจุกอยู่ในส่วนของโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แต่ความไม่พร้อมของหลาย สถานบริการทางด้านสาธารณสุขใกล้บ้าน คือเหตุผลว่าทําไมรัฐบาลนี้จึงกําลังมาลงทุน ไทยเข้มแข็งในการปรับปรุงสถานีอนามัย ซึ่งเปึนโครงการที่ท่านก็ให้การสนับสนุน ซึ่งผมก็ ขอขอบคุณนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องสาธารณสุขไม่ได้มีประเด็นปัญหาอย่างนี้เลยครับ ส่วนกรณีกองทุนหมู่บ้าน อยากทําความเข้าใจอย่างนี้ว่า ในอดีตการทําโครงการนี้จะไม่ใช้ เงินงบประมาณก่อน จะเปึนการไปใช้เงินของธนาคารออมสิน แล้วต่อมาก็คือจัด งบประมาณเพื่อทยอยใช้หนี้ธนาคาร ขณะนี้ในส่วนของท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ท่านรัฐมนตรีวีระชัย วีระเมธีกุล และท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ผมได้ มอบหมายให้ไปดูในเรื่องของการที่จะช่วยเสริมศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านซึ่งจะ ไม่ปรากฏอยู่ในงบประมาณครับ เพราะว่าจะใช้แนวทางที่จะต้องไปดูว่าแหล่งเงิน น่าจะออกมาจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้จะได้ เข้าใจว่าไม่ใช่เปึนเรื่องที่พยายามจะไปป่ดกั้นหรือว่าทําให้เกิดปัญหากับโครงการนี้ ส่วนกรณีของเอสเอ็มแอลซึ่งมีการแปลงมาเปึนชุมชนพอเพียง ผมยอมรับว่าทําไม่ได้มาก อย่างที่เราต้องการ ก็เปึนปัญหาในข้อจํากัดในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งก็จะต้องมีโครงการ อื่น ๆ ที่เข้าไปทดแทนต่อไป ส่วนกรณีของบริษัทรถยนต์นะครับ กราบเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ รัฐบาลทํา จริง ๆ แล้วก็คือ ดูแลเรื่องการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งก็เปึนนโยบายของเกือบจะ ทุกรัฐบาล แล้วก็นี่ครับเปึนเสียงเรียกร้องของท่านสมาชิกฝ์ายค้านมาโดยตลอดว่าจะเอา เงินเข้าประเทศ จะเอาเงินเข้าประเทศไม่เห็นพูดเลย แต่พอรัฐบาลจะทําท่านกลับบอกว่า เราไปส่งเสริมต่างชาติ ที่จริงไม่ใช่ครับ สิ่งที่เรากําลังทําขณะนี้สําหรับบริษัท ยานยนต์ก็คือว่า เขากําลังป่ดโรงงานการผลิตในบางประเทศ และก็กําลังจะย้ายฐานการผลิตนั้นไปที่อื่น ซึ่งประเทศไทยเปึนหนึ่งในประเทศที่เขากําลัง ให้ความสนใจ ที่จริงคู่แข่งเรา ผมไปดูมาแล้วครับมาตรการนี่เขาเอาเงินให้เลยนะครับ ไม่ใช่สินเชื่อนะครับ เอาเงินให้เลยครับ แต่เราไม่ทําอย่างนั้นนะครับ เพราะเรารู้ว่าเปึนเงิน ภาษีอากร ก็พยายามเจรจา แล้วก็หวังว่าการที่เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) หรือธนาคาร เพื่อการส่งออกและนําเข้าซึ่งเขามีบทบาทในเรื่องนี้อยู่แล้ว โครงการนี้เข้ามาก็จะมี การส่งออกด้วยนะครับ แล้วก็ที่สําคัญก็คือว่า โดยฐานะของบริษัทแม่และอื่น ๆ เราพูดคุย ชัดเจนครับว่าเขามาอยู่ที่นี่เพื่อลงทุนที่นี่ จ้างงานคนไทยครับ แล้วก็จะต้องนําการลงทุนที่ มีกําไรมาลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย ก็มีการพูดคุยกันในกรอบนี้ ไม่ใช่เปึนเรื่องซึ่งจะไป เลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะว่าโครงการของคนไทยถ้ามีลักษณะอย่างนี้ก็ได้รับ การสนับสนุนแล้วก็จะง่ายกว่าด้วยนะครับ เพราะว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องที่เขาต้องพิจารณา ในแง่ของการที่จะมาลงทุนหรือไม่อย่างไร คาบเกี่ยวกับประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และก็ให้ ความสําคัญกับพี่น้องที่มีความยากลําบากเปึนลําดับแรก ส่วนความเข้าใจของท่าน ในเรื่องโครงการต่าง ๆ ผมคิดว่าเมื่ออธิบายแล้วจะได้เข้าใจตรงกันว่าเจตนาของรัฐบาล เปึนอย่างไร
คุณชุมพล จุลใส ๘ นาทีครับ
ท่านประธานคะ
คุณวิสาระดี พาดพิงหรือครับ ขอสั้น ๆ นะครับ
ค่ะ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะคะที่ท่านให้เกียรติลุกขึ้นมาตอบด้วยตัวเองค่ะ ดิฉันเข้าใจดีค่ะ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไปตัดลดงบประมาณอะไร แต่ว่า อยากจะให้ท่านเพิ่มตามที่ได้ขอมาเท่านั้นละค่ะ ไหน ๆ ท่านก็จะกู้เงินแล้วก็อยากจะให้ เอาเงินที่กู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด และก็อย่าลืม พี่น้องประชาชนชาวรากหญ้านะคะ และก็ในส่วนประเด็นอื่น ๆ ดิฉันก็อยากจะฝากให้ ท่านดูแลเรื่องงบประมาณด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณจุมพล จุลใสครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การที่รัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้น เพื่อให้สภาได้พิจารณา ซึ่งในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้นั้นท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่หนักหนาสาหัส พอสมควรสําหรับรัฐบาลนี้ ซึ่งผมเองในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็มี ความเปึนห่วงเปึนใย และจากการที่ผมเองได้ศึกษารายละเอียดของงบประมาณมา พอสมควร ผมเห็นว่ารัฐบาลนี้ครับมีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชน มีความจริงใจต่อ พี่น้องชาวเกษตรกรทั้งหลายครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของผมเองครับ ผมได้ตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับงบของการกระจายอํานาจในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตรงนี้นะครับ จากที่ผมเป่ดมาดูเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ ที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนะครับ ผมมาดูในส่วนของรัฐบาลได้จัดสรรเปึน เงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวน ๑๓๖,๗๐๐ ล้านบาท และเมื่อ รวมกับประมาณรายได้ที่ท้องถิ่นเก็บเองและรัฐบาลจัดเก็บให้และแบ่งให้จํานวน ๒๐๑,๑๐๐ ล้านบาทแล้ว ทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้รวมถึง ๓๓๗,๘๐๐ ล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนร้อยละ ๒๕.๐๒ เปึนเรื่องที่น่าดีใจครับ พี่น้ององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่รัฐบาลได้กระจายอํานาจ พี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากที่ ผมได้ไปสัมผัสดูแล้วเขาคิดว่าป้นี้งบประมาณคงจะน้อยกว่าป้ที่แล้ว แต่รัฐบาลนี้ให้ ความสําคัญครับ ให้ความสําคัญว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ว่าจะเปึน อบจ. เทศบาล อบต. นั้นเปึนหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าผู้บริหารท้องถิ่นที่เขาเลือกมานั้นเปึนการเลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น พี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ ผู้บริหารท้องถิ่นเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถ มีความรู้ว่าพื้นที่ของตัวเองนั้นต้องการอะไรมาพัฒนา สิ่งนี้ครับผมชี้ให้เห็น ว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติ รัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณให้อย่างมีความเปึนธรรม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าในเรื่องของงบประมาณอาจจะเกิดความล่าช้าบ้างครับ พี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร้องเรียนมาว่า หากงบประมาณผ่านไปแล้วก็ฝาก รัฐบาลว่าช่วยจัดสรรงบประมาณในช่วงที่ฤดูแล้ง เพราะว่าในโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ แล้วขององค์การบริหารส่วนตําบล หรือเทศบาล หรือ อบจ. นั้นส่วนมากจะเปึนโครงสร้าง พื้นฐาน ถ้าหากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณไปในช่วงหน้าแล้ง ก็ทําให้เกิดประโยชน์แก่ พี่น้องประชาชนเปึนอย่างมากนะครับ ในส่วนของงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้ท่านประธานเห็นอีกเรื่องหนึ่ง ว่า ผมดีใจ ดีใจที่รัฐบาลให้ความสําคัญกับผู้บริหารท้องถิ่น ให้ความสําคัญกับผู้นําใน ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ปัจจุบันนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถที่จะเปึน ตัวแทนให้กับรัฐบาลกลางได้ เปึนตัวแทนในการค้าขาย เปึนตัวแทนในการประสาน ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดต่าง ๆ ได้ ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่ดีครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ก็ได้สนับสนุน เพราะฉะนั้นผมขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องผลไม้ครับ ท่านประธานครับ ปัญหาผลไม้นี้มีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึนลิ้นจี่หรือลําไย มังคุด เงาะ ทุเรียน ผมมั่นใจว่า รัฐบาลนี้ในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีผมว่าคงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผลไม้ ครับ เพราะอย่างไรครับ ส่วนหนึ่งที่ผมได้รับทราบ รัฐบาล ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ในส่วนของพี่น้องชาวเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้มีคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกร หรือเขาเรียกสั้น ๆ ว่า คชก. นะครับ ตรงนี้มีประโยชน์มาก มีท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์เปึนประธาน เมื่อสักครู่ท่านได้ตอบเพื่อนสมาชิกไปส่วนหนึ่งแล้วว่า ท่านได้ จัดสรรงบประมาณให้ด้วยความเปึนธรรมและไม่ได้เลือกปฏิบัติ และไม่มี ๒ มาตรฐาน เพราะท่านนั้นไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมกล่าวมาถึง ตรงนี้ครับว่าผู้บริหารท้องถิ่นในส่วนหนึ่งเขาก็สามารถที่จะประสานในการค้าขายผลไม้ใน การไปติดต่อประสานงานทําเอ็มโอยู (MOU) กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ องค์การบริหารส่วนตําบลต่าง ๆ เพราะนี่แหละครับเปึนเรื่องที่ดีของรัฐบาลนี้ในส่วนที่ การเมืองระดับชาติ นักการเมืองอย่างพวกผมสามารถจะไปพื้นที่ต่าง ๆ ได้ แต่ในส่วนหนึ่ง ของรัฐมนตรีไม่สามารถลงพื้นที่ในพื้นที่ทางภาคอีสานได้ แต่ในส่วนของท้องถิ่นแล้วครับ ไม่ว่าจะเปึนนายก อบต. ไม่ว่าจะเปึนนายก อบจ. ไม่ว่าจะเปึน ส.จ. หรือ อบต. สมาชิก สภาเทศบาล พวกเรามีความสัมพันธ์กันดี อันนี้เปึนเรื่องที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็ผมมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ได้จัดงบประมาณให้อย่างเปึนธรรมและทั่วถึง ทั่วประเทศ เล็งเห็นความสําคัญของพี่น้องประชาชนในภาพรวมของทั้งประเทศ แล้วก็ส่วนหนึ่งครับ ที่ผู้นํา ผู้บริหารท้องถิ่นเขาพูด เขาฝากมาบอกรัฐบาลว่าเขาดีใจว่าผู้สูงอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ได้ ๕๐๐ บาท ก่อนหน้านั้นทาง อบต. ทางผู้บริหารเหล่านั้นเขาก็ไปเช็ค เขาไปทํางาน อันนี้เปึนเรื่องที่ดี เพราะเงินถึงผู้สูงอายุโดยตรง เพราะฉะนั้นผมว่ารัฐบาลนี้ทําถูกต้องแล้ว ครับ ในส่วนของผมเองนั้นการนําเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายครั้งนี้ ผมมี ความมั่นใจสูงสุด และผมมีความมั่นใจเหมือนกับพี่น้องที่ถ้ายังไม่นอนอยู่นะครับ มีความมั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นได้จัดงบประมาณกระจายไป ทั่วประเทศอย่างเปึนธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ ๒ มาตรฐาน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมยินดี ที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อยู่กันมาถึง ๕ ทุ่ม ๕๐ นาทีนะครับท่านประธาน ถ้าขาดเหลือเวลาเล็กน้อยขออนุญาต ท่านประธานช่วยอะลุ้มอล่วยด้วยนะครับ ผมเองจะพยายามรีบเพราะเวลามีน้อย นะครับ ก็ขอเจาะประเด็นเลย คงไม่อ้อมค้อม ผมเองดูงบประมาณป้นี้แล้วก็อดเปึนห่วง ในหลายจุดไม่ได้ ข่าวสารต่าง ๆ ที่มีมาในช่วงที่ผ่านมาก็ยิ่งเปึนห่วงถึงเสถียรภาพของ รัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์กับพรรคร่วม มีข่าวว่าทางพรรค บางพรรค การเมืองแล้วกันนะครับ ก็ออกมาบ่นน้อยใจเรื่องของการปรับลดงบประมาณต่าง ๆ ที่จะ ได้รับ ซึ่งผมเองบอกเลยว่าผมเข้าใจดีนะครับ ผมเองได้ยินข่าวมาว่าท่านรัฐมนตรีชาญชัย ก็ออกมาพูดถึงเรื่องของงบประมาณกระทรวงอุตสาหกรรมที่โดนตัด ผมเข้าใจว่า ท่านมีความตั้งใจที่จะผลักดันอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้มันก้าวไปข้างหน้า วันนี้ ต้องยอมรับความจริงว่าระบบอุตสาหกรรมของประเทศไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤตินะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ก็เพิ่งให้คําตอบไปว่าต้องเอาเงินไปอุดหนุนที่ทางฟอร์ด ที่ทางจีเอ็ม ที่อยู่ในสาขาประเทศไทยจํานวนพอสมควร รวมถึงเรื่องของการที่รัฐบาล เตรียมการกู้เงินอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันกระทบกับภาวะของเอกชน ของไทยทั้งนั้นนะครับ ท่านกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็บอกแล้วว่าท่านจะกู้จาก ภายในประเทศ ภายในประเทศคือที่ไหน มันก็คือการดึงสภาพคล่องออกจาก ตลาดการเงินภายในประเทศ ซึ่งก็แน่นอนครับว่ามันเปึนเงินซึ่งภาคเอกชนเขารอคอย วันนี้แบงก์ไม่ปล่อยให้เขา ปรากฏว่ารัฐบาลจะไปกู้ออกมาอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑ ล้านล้านบาท มันก็เหลือสภาพคล่องในตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้ทาง ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่มองเห็นอนาคตก็ริบหรี่ ผมเอง บอกเลยว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีความสําคัญ โดยเฉพาะภารกิจและพันธกิจของทาง กระทรวงอุตสาหกรรมคือการเสริมสร้าง สนับสนุน พัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการภายในประเทศเปึนหลัก อันนี้ต้องกราบเรียนเลยว่าผมอยากจะเห็นวิปทาง รัฐบาลให้ความสําคัญรวมถึงผลักดันงบประมาณไปให้มากกว่าที่เปึนอยู่นะครับ วันนี้ท่าน เอางบประมาณเมื่อตอนกลางป้ก็กู้ไป แล้วก็เอาเงินหลายพันล้านบาทไปลงต้นกล้าอาชีพ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ก็ให้คําชี้แจงมาว่ามันยังไม่จบสิ้นของโครงการ แต่ปรากฏว่าผมเองก็ยังมีความคิดเห็นเช่นเดิมก็คือ มันจี้ไม่ตรงจุด มันแก้ไม่ตรงเปัา นะครับ ท่านกําลังจะไปฝ๊กอาชีพให้เขาในขณะที่มันไม่มีงานรองรับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันเปึนการแก้ที่จะต้องมีการปรับแก้ไข ผมอยากจะเห็นการแก้ไขเรื่องของ ภาคอุตสาหกรรมของประเทศด้วยการที่ท่านไปสนับสนุนงบประมาณในส่วนของการฟุ๋นฟู ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ผมเรียนเลยว่าวันนี้นักลงทุนต่างประเทศเงินจํานวน มหาศาล ผมเพิ่งได้ไปต่างประเทศมาด้วยตนเอง ๒-๓ แห่ง เงินลงทุนมันยังมีเหลืออยู่ใน ระบบเศรษฐกิจของโลก แต่ว่าถามว่าเขาจะไปลงทุนที่ไหน วันนี้มันขึ้นกับความเชื่อมั่น ในการลงทุนของเขาว่าเขาเชื่อว่าประเทศใดมีความเหมาะสม มียีลด์ (Yield) มีแนวโน้ม ที่จะให้กําไรมากกว่า ว่าอย่างนั้นนะครับ วันนี้ก็เลยต้องมากราบเรียนท่านว่าวันนี้เราต้อง เสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนให้กับนักลงทุนต่างชาติ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเอง ก็มี ๑ ในยุทธศาสตร์ซึ่งจะสนับสนุนความมั่นใจในส่วนนี้ แต่ปรากฏว่าเงินที่ได้รับไปจาก การจัดสรรก็แค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองบอกเลยว่าวันนี้มันไม่เพียงพอ จริง ๆ ใจผมบอกว่า ตั้งแต่ตอนเมื่อกลางป้ที่ผ่านโครงการเงินกู้ครั้งที่แล้ว งบประมาณในส่วนที่ไปเสริมสร้าง ภาพลักษณ์ของประเทศที่ไปลงที่กระทรวงการต่างประเทศตั้ง ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เอามาลงในส่วนนี้ยังจะดีเสียกว่า นี่ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนั้น อยากจะพูดถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกเล็กน้อย วันนี้จังหวัด เชียงใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ของผมมันเปึนพื้นที่ชายแดน แล้วก็เปึนแหล่งต้นน้ํา โดยเฉพาะ ต้นน้ําป่ง ซึ่งก็ไหลมารวมเปึน ป่ง วัง ยม น่าน มาเปึนแม่น้ําเจ้าพระยานี่ละครับ วันนี้ กราบเรียนเลยว่างบประมาณที่ได้รับมันถูกตัดลดไปทุกป้ ๆ วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือไฟป์ามีตลอดเวลา มีทุกป้ มีอย่างเปึนปัญหาที่หนักหนาสาหัส นอกจากนั้นเรื่องของสภาพป์าที่แห้งแล้งและลดน้อยจํานวนลงไปก็เปึนปัญหาที่มัน ไม่สามารถหยุดยั้งได้ วันนี้นะครับ พื้นที่ป์าของประเทศไทยมีประมาณ ๘๐ ล้านไร่ ในช่วง ประมาณ ๗ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ถึง ป้ ๒๕๔๒ นี่นะครับ มีพื้นที่ถึง ๓๕ ล้านไร่ที่ถูก ไฟไหม้ไป แน่นอน บางพื้นที่มันเปึนการไหม้ซ้ําไหม้ซาก บางที่ก็เสื่อมโทรมไปแล้ว แต่สิ่งที่ รัฐบาลควรจะทําคือการให้ความสําคัญ วันนี้ต้นน้ํามันเปึนแหล่งชีวิตนะครับ มันถูกเผา ไหม้ทําลายไป รวมถึงโดนตัดไม้ทําลายป์า งบประมาณของทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติในส่วนนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลให้ความสําคัญ จริง ๆ มันน่าเสียดาย ที่งบประมาณแผ่นดินที่เราพิจารณากัน พอเข้าไปที่กรรมาธิการ มันก็ปรับเพิ่มไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าทางกรรมาธิการสงวนคําแปรญัตติได้เพียงแค่การตัดลด ก็เปึนที่น่าเสียดาย แต่ก็ ยังอุ่นใจอยู่นิดหนึ่ง เพราะว่าทางรัฐบาลเพิ่งจะผ่าน พ.ร.บ. และ พ.ร.ก. กู้เงินรวมกันไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หวังว่าส่วนนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็ว่ากันตรง ๆ อยู่ใน มือของ ครม. ทั้งหมด จะเอาไปใช้ตรงไหน จะเอาไปใช้อย่างไร ก็อยากจะให้พิจารณาด้วย ในการที่จะไปปรับเพิ่มงบประมาณในส่วนที่ผมได้กล่าวมา ผมเหลือเวลาอีก ๒ นาที ผมขออนุญาตข้ามไปในเรื่องของโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร ผมนี่จะมาต่อเนื่องจากที่ท่าน ส.ส. อรุณี จากพะเยา ได้พูดกับท่านรองนายกกอร์ปศักดิ์ เมื่อสักครู่นี้นะครับ ฝากผ่านท่านประธานไป สิ่งที่ท่านอรุณีพูดถึง มันไม่ใช่เรื่องของการ ขนถ่ายสินค้าที่ทางรัฐบาลได้ผ่านงบประมาณจากทาง คชก. มา ๒ บาทต่อกิโลกรัม ปัญหาที่เกิดขึ้นผมเรียนเลยว่า มันเปึนเรื่องของการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ซึ่งต้องเรียนตรง ๆ ว่ารัฐบาลของท่านมีปัญหามากเปึนพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของการให้ ข่าวสาร เดี๋ยวเรื่องจีดีพีอย่างนี้ เดี๋ยวก็เปึนบวก เดี๋ยวก็เปึนลบ ลบ ๓ ลบ ๔ ลบ ๖ กลับมา ตอนนี้ลบ ๓.๕ ถึง ลบ ๒.๕ เปลี่ยนทุกวัน เรื่องของการให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องของพืชผล การเกษตรก็เหมือนกัน ลิ้นจี่นี่นะครับท่าน ทุกคนทราบแล้ว เมื่อช่วงที่ผ่านมาท่านอนุมัติ งบ คชก. มาช่วย ๒ บาท ปรากฏว่ามีข่าวสารจากทางฟากฝัืงรัฐบาล บอกว่าจะอนุมัติเงิน มาให้อีก ๓๐๐ ล้านบาทนะครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ผมตื่นเต้น กันใหญ่เลย โอ้โห รัฐบาลจะเอามาให้ ๓๐๐ ล้านบาท เอามาทําอะไรครับ เอามาชดเชย ให้ไร่ละ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน ไม่เกิน ๑๐ ไร่ รวมเปึนไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อหัว ต่อครัวเรือน ข่าวสารนี้ไปทั่วถึง ผ่านทาง ส.ส. ของทางฟากฝัืงรัฐบาลด้วยซ้ํา ไปประกาศ ในพื้นที่นี่ ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรท่านประธาน มันเปึนการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ผมเองพยายามที่จะไปชี้แจงแทนท่านแล้วว่า ข่าวสารนี้ผมเชื่อว่าไม่จริง เพราะว่าจําได้ว่า สมัยที่ผมเปึนรัฐบาลนี่ ปัญหาเดียวกันนี่ผมพยายามจะทําแล้ว และผมเคยไปเสนอกับ รัฐบาลของพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยในอดีตว่า อยากจะให้มีการชดเชย เปึนรายไร่เลย ปรากฏว่าเขาบอกว่ามันขัดต่อหลักการและวิธีการของระเบียบราชการ ทําไม่ได้ว่างั้นเถอะ ปรากฏว่าข่าวสารนี้พอไปถึงในพื้นที่ พี่น้องประชาชนมีการตัดสินใจที่ ผิดพลาด ดีซิสชั่น เมคกิ้ง (Decision making) ของพี่น้องประชาชนนี่พลาดไป เพราะอะไร ครับ ผู้ค้าก็มาจะมาซื้อแล้ว คนขายก็อยากขาย ปรากฏว่าเขาบอกว่ารัฐบาลกําลังจะมา ชดเชยให้ตั้ง ๓๐,๐๐ บาท ถ้าอย่างนั้นราคาขายแค่นี้ก็พอไหว ถึงแม้มันจะตกต่ําไปบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้บิดเบือนกลไกตลาดไปหมด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการแก้ไขปัญหาลิ้นจี่ ที่ผ่านมาล้มเหลว และผมต้องเรียนกับท่านครับ ผมไม่ได้โทษว่าตอนผมเปึนรัฐบาลอยู่กับ พรรคไทยรักไทยเองมันก็ป้เว้นป้ บางป้ก็แก้ไขไม่สําเร็จ อันนี้ต้องยอมรับความจริง สิ่งที่ เกิดขึ้นมันเปึนปัญหาที่มันคาราคาซังมาโดยตลอด เพราะว่าการปลูกพืชผลทางการ เกษตรเหล่านี้มันมีจํานวนมากเกินไปกว่าอุปสงค์ของตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นก็อยากจะฝากทาง รัฐบาล ลําไยกําลังจะมา กระเทียมก็ตามมา แล้วเดี๋ยวลิ้นจี่ก็ตามมาอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันวนเวียนเปึนวังเวียนของมันอยู่ไม่จบไม่สิ้นนะครับ ป้หน้าหรือโอกาสต่อไปก็ขอให้ เตรียมการให้รอบคอบรัดกุม ผมเชื่อว่าทุกท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มีความตั้งใจในการแก้ไข ปัญหาเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย ผมเองก็เช่นเดียวกัน ก็ขอกราบฝากทุกท่านให้ช่วย ดูแลพี่น้องคนยากคนจนในชนบทด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณปาริชาติ ชาลีเครือ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันนางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอพูดถึงการทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่รัฐบาลได้กําหนดงบประมาณแบบขาดดุล ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึน ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งเปึนการทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ลดจากป้ ๒๕๕๒ เปึน จํานวนถึง ๒๕๑,๗๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าการทํางบประมาณดังกล่าวอยู่ใต้เงื่อนไข สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ ท่านประธานที่เคารพ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องการ จัดเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเปัา ทําให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทําให้รัฐบาลต้องพยายามที่ จะบริหารจัดการเพื่อให้รายรับกับรายจ่ายมีความสอดคล้องกัน ท่านประธานคะดิฉัน เปึนห่วงเรื่องของรายได้ของประเทศที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายและหนี้สาธารณะที่รัฐบาล มีแต่กู้ ๆ ๒ วันที่ผ่านมาก็ขออนุมัติกู้เพิ่ม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งหนี้เดิม ทําให้ ประชาชนทั้งประเทศเปึนผู้มีหนี้คนละ ๘๐,๐๐๐ บาทแล้วนะคะตอนนี้ ท่านประธานคะ การแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลควรที่จะต้องดูเรื่องการจัดเก็บภาษีครึ่งป้แรกของป้ ๒๕๕๒ ก็พบว่าลดลงเปึนจํานวนมาก รายได้จากแหล่งอื่นก็ไม่มีมาเพิ่ม การท่องเที่ยวก็ลดลง รัฐบาลมีแต่จ่ายและหากู้ ใช้เงินเก่งนะคะ หาเงินไม่เก่งเลยค่ะ แล้วประเทศจะอยู่ได้ อย่างไรคะ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คะท่านทํางานต่างกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณเปึนอย่างมากนะคะ เทียบกันไม่ติดเลยค่ะ ในยุคนั้นจะเห็นว่าประเทศไทยเราหมด หนี้ไอเอ็มเอฟแล้วนะคะ ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนได้ ประชาชนอยู่ดีมีสุข ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้กันได้ทั่วหน้า ท่านประธานคะ จากครึ่งแรกของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ การเก็บ ภาษีลดลงมาก รายได้จากการเก็บกรมสรรพสามิตลดลงกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ กรมสรรพากรก็ลดลง ๙-๑๐ เปอร์เซ็นต์ และยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงอีก รัฐบาลจึงต้อง หาทางเก็บงบเพิ่มขึ้น โดยมีมาตรการที่จะขึ้นภาษี มีการขึ้นภาษีบุหรี่ สุรา ดิฉันไม่ติดใจ นะคะในเรื่องนี้ การขึ้นก็ขึ้นไปเถอะค่ะเพราะว่าเปึนภาษีฟุ์มเฟ๋อยอยู่แล้ว แต่ภาษีน้ํามัน นี่สิคะดิฉันเปึนห่วงนะคะเพราะว่ามันกระทบปากท้องพี่น้องประชาชนอย่างมาก ทั้งระดับบนและรากหญ้า เพิ่มความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก ถ้าจะอ้างว่าขึ้นภาษี น้ํามันจะเปึนการสร้างวินัยและการใช้พลังงานกับประชาชนดิฉันว่าวันนี้ชาวบ้านเขา คงไม่มีอารมณ์ซื้อน้ํามันมาเผาผลาญเล่นหรอกนะคะ ขอมีแค่น้ํามันเติมน้ํามันรถอีแต๋น ขนส่งมันสําปะหลังจากไร่ไปสู่ลานมันก็แทบแย่อยู่แล้วค่ะ ท่านประธานคะ การทํา งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ครั้งนี้มีข้อจํากัดหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องสภาวะ เศรษฐกิจของโลก เรื่องของความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ เรื่องของโรคไข้หวัด สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ก็กระทบ แต่ดิฉันคิดว่าการทํางบประมาณนั้นไม่ควรทําให้ประเทศ มีรายจ่ายมากกว่ารายรับเกินไป ทั้งนี้ก็ขึ้นกับการใช้จ่ายของรัฐบาลและการบริหารจัดการ อย่างมีระบบของรัฐบาลเท่านั้น ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีความตั้งใจที่อยากจะ อภิปรายงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจ ให้ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ ที่ตั้งไว้ในงบประมาณป้นี้ ๑๕๘,๗๐๐ ล้านบาท ในส่วนของ แผนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรอีก ๖๕,๓๖๗ ล้านบาท ซึ่งเปึนการมุ่งเน้น ปรับปรุงและขยายระบบชลประทาน การก่อสร้างแหล่งน้ํา ระบบส่งน้ําขนาดเล็กในพื้นที่ ชุมชน การพัฒนาระบบการกระจายน้ําพื้นที่ชลประทานและการก่อสร้างแหล่งน้ําในไร่นา เพื่อการเกษตรและอุปโภคและบริโภค ท่านประธานคะ นอกจากนี้ดิฉันก็จะพูดเพิ่มเติม ในส่วนยุทธศาสตร์ที่ ๕ เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตั้งไว้ จํานวน ๒๙,๗๑๙ ล้านบาท ในส่วนแผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่จัดสรรไว้เพียงจํานวน ๓,๙๗๑ ล้านบาท ท่านประธานคะ จะเห็นว่างบประมาณใน ๒ แผนนี้ไม่ว่าจะเปึนแผนที่ ๔ หรือแผนที่ ๕ ก็ตาม ดิฉันเชื่อมั่นว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแน่ เห็นได้จากกรณี แหล่งน้ํานะคะ สําหรับพื้นที่ภาคอีสานนั้นดิฉันถือว่าน้ําคือหัวใจ น้ําก็คือชีวิตของเรา ถ้าแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําได้ พี่น้องชาวภาคอีสานก็จะหายจากความยากจนได้ เพราะอาชีพ ส่วนใหญ่นั้นส่วนใหญ่ทําการเกษตรกัน รายได้ทั้งประเทศของจังหวัดภาคอีสานของเราก็ มาจากมันสําปะหลัง มาจากข้าวโพด มาจากข้าวทั้งนั้นนะคะ อย่างพื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ของดิฉันเขตเลือกตั้งที่ ๓ มี ๗ อําเภอด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเนินสง่า อําเภอบําเหน็จณรงค์ อําเภอซับใหญ่ อําเภอหนองบัวระเหว และอําเภอ เทพสถิต ซึ่งอําเภอเทพสถิตตอนนี้ก็เปึนเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามนะคะ ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องท่านสมาชิกไปเที่ยวด้วยนะคะ ถึงแม้จะจัดงานเทศกาล ดอกกระเจียวทุกป้นะคะ งบประมาณก็ไม่เคยได้จากรัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเลย ก็ขอฝากรัฐบาลตรงนี้ด้วยนะคะ สําหรับอําเภอทั้ง ๗ ที่กล่าวนั้น ดิฉันขอพูดเลยนะคะว่า มีความต้องการน้ํามาก เพราะว่าการกระจายน้ําเรื่องงบประมาณของรัฐบาลแต่ละป้นั้น ไม่เคยครอบคลุมพื้นที่ในแต่ละอําเภอเลยนะคะ เรายังขาดน้ํามาก และดิฉันเชื่อมั่นว่าใน ภาคอีสานก็ไม่ต่างกันนะคะ เมื่อถึงหน้าแล้งก็แล้งจัด เมื่อถึงหน้าน้ําก็มีน้ําท่วมซ้ําซากมา โดยตลอด งบประมาณที่ส่งมาช่วยเหลือซ้ําแล้วซ้ําเล่า ทั้งได้รับและไม่ได้รับ หล่นหาย กลางทางก็มากมาย แก้ปัญหาปลายเหตุทั้งสิ้นนะคะ ที่จริงปัญหาเหล่านี้ก็เกิดจากการ บริหารจัดการเรื่องน้ําที่ไม่เปึนระบบ ขาดงบประมาณสนับสนุนมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น ที่อําเภอบ้านเขว้าของดิฉันนะคะ มีน้ําท่วมประจําทุกป้หลายตําบล พี่น้องประชาชน เดือดร้อนอย่างมาก เสียหายอย่างมหาศาล ต้องเปึนหนี้เปึนสินสิ้นเนื้อประดาตัว การมี น้ําท่วมตลอดอย่างนี้ ที่จริงเขาทํานาน่าจะทําได้ป้ละ ๒ ครั้งแต่ก็ทําได้ครั้งเดียวก็น้ําท่วม อีก ถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาถาวรได้ให้กับพี่น้องชาวอีสานของเรา พี่น้องชาวชัยภูมิก็ดีนะคะ โดยการจัดสรรงบประมาณเพื่อมาทําทํานบกั้นน้ําที่เกิดปัญหา ในปัจจุบัน อย่างเช่น ตําบลตลาดแล้งถึงตําบลลุ่มลําชีของอําเภอบ้านเขว้านะคะ มีระยะทางรวมกันประมาณ ๑๐ กิโลเมตร สามารถที่จะทําทํานบกั้นน้ําได้ตลอด ปัองกันน้ําท่วมได้ น้ําก็จะเหลือไว้และปัองกันทั้งน้ําแล้งน้ําท่วมได้ทุกประการ เพียงใช้ งบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าที่ใช้งบประมาณเมกะโปรเจกท์ในเมืองหลวงด้วย นะคะ ถ้าสามารถแก้ไขน้ําท่วมให้จังหวัดดิฉันได้อย่างถาวร พี่น้องเกษตรกรก็จะได้ทํานา อย่างสมบูรณ์และมีรายได้เพิ่มอีกด้วย และอีกแห่งหนึ่งนะคะดิฉันอยากจะเล่าให้ทาง ท่านรัฐบาลฟังนะคะ อําเภอบําเหน็จณรงค์มีตําบลคือตําบลโคกเพชรนะคะ มีหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านด้วยกันซึ่งอยู่ติดกับเขื่อนลําคันฉูแท้ ๆ นะคะ อยู่ชั่วนาตาป้เขาไม่สามารถ นําน้ําขึ้นมาจากเขื่อนลําคันฉูไปสู่ไร่นาเขาได้เลย เขาเสนอของบประมาณจาก กรมชลประทานไปหลายป้ ดิฉันสอบถามมาถึง ๑๙ ป้แล้วนะคะ อย่างบ้านโคกพะงาด บ้านโคกเพชร บ้านโคกคึม ลําคันฉูเก่า ของบประมาณทางกรมชลประทาน ๓๐ ล้านบาท ก็ให้ไม่ได้ ดิฉันขอฝากท่านรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยนะคะ ตอนนี้เขารอความหวังจากท่านอย่างยิ่ง อยู่ในสันเขื่อนอยู่ติดสันเขื่อนแท้ ๆ นะคะ ตรงนี้ ฝากด้วยค่ะ
ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากรัฐบาลเพิ่มเติมงบประมาณอีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากให้ท่านจัดสรรงบประมาณในส่วนการจัดระบบชลประทานในเรื่องชลประทานขนาด ต่าง ๆ ให้มากที่สุด ให้ทั่วถึงและครอบคลุมทั้งประเทศนะคะ ไม่ใช่ว่ามีแต่โครงการใหญ่ ๆ เฉพาะในเมืองหลวง รถไฟฟัาอย่างที่เราทราบกันแล้วนั้น คนอีสานก็มีหัวใจนะคะ แก้ปัญหาน้ํา แก้ปัญหาภัยแล้งให้พวกเราบ้าง เราจะได้ไม่เปึนหนี้เปึนสิน อย่างกรณีสร้าง ถนนก็เช่นเดียวกัน เรื่องถนนไร้ฝุ์นดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ แต่สร้างถนนได้มากมายเพื่อ รองรับผลผลิตทางการเกษตรก็ตาม ถ้ามีน้ําไม่มีผลผลิตก็ไม่มีชีวิตนะคะ ท่านประธานคะ ในเมื่อดิฉันเปึนคนสุดท้ายดิฉันขอเพิ่มเวลานิดหนึ่ง ดิฉันก็เปึน ส.ส. ใหม่ก็อยากจะพูดให้ พี่น้องได้ฟังถึงแม้จะเปึนคนสุดท้ายก็ขอพูดนิดหนึ่ง ท่านคะ อย่างคําพูดที่ว่ามีถนนไร้ฝุ์น แต่นาไร้น้ํา กับนามีน้ํา แต่ถนนมีฝุ์นจะให้พี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิขอดิฉันเลือกแบบไหน คะ ถ้าจะให้ดิฉันเลือกแทน ดิฉันขอเลือกน้ําและมีถนนไร้ฝุ์นให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ ค่ะ
และอีกประเด็นหนึ่งสุดท้ายนะคะ ดิฉันเองก็อยากจะพูดในส่วนปัญหาที่ อําเภอบําเหน็จณรงค์ อันนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่เหมาะสม พื้นที่ของอําเภอบําเหน็จณรงค์เปึนแหล่งเหมืองแร่โปแตซอาเซียน (POTAZ ASEAN) ซึ่งมีการลงทุนมาแล้วพอสมควร ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้เหมืองกําลังจะถูกป่ดนะคะ แล้วก็ปล่อยให้พนักงานอยู่หลายชีวิต ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนมาเปึน ๑๓ เดือนแล้ว ซึ่งตรงนี้ ถ้าปล่อยเนิ่นนานไปรัฐบาลไม่เหลียวแล น้ําก็จะถูกตัด ไฟก็จะถูกตัดตามมา เหมืองที่ขุด ไว้ ๒ กิโลเมตร ก็จะพังทลาย ดิฉันเสียดายนะคะ อยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า เหมืองโปแตซอาเซียน นั้นเปึนเหมืองที่สําคัญที่สามารถผลิตปุิย ซึ่งทดแทนการนําเข้าปุิย ซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งตรงนี้เราก็เสียเงินและเสียดุลการค้า อย่างมาก และถ้าหากว่ารัฐบาลจะเดินอย่างไรต่อไปอยากจะทราบผลตรงนี้ว่าจะสร้าง ต่อไหม จะลงทุนอย่างไร เพราะว่าโปแตซอาเซียน นั้นสร้างปุิยโปแตซได้อย่างมหาศาล ทดแทนปุิยและก็ลดรายจ่ายการซื้อปุิยแพงให้ชาวบ้านเพื่อแข่งขันทางการเกษตรได้อีก มากมาย
สุดท้ายดิฉันขอฝากกับทางท่านรัฐบาล แม้เศรษฐกิจจะวิกฤติเพียงใด รัฐบาลก็ต้องเดินหน้าต่อไปนะคะ เพื่อทํางบประมาณแผ่นดินให้ดีที่สุด เพราะถือว่ากลไก การทํางบประมาณรายจ่ายเปึนเรื่องที่สําคัญในการพัฒนาประเทศ รัฐบาลต้องคํานึง เสมอว่าเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์มีความหมาย ทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชนและประเทศชาติ ควรจะกระจายให้ทั่วถึงและเปึนธรรมนะคะ ดิฉันต้อง ขออนุญาตที่จะแปรญัตติงบประมาณส่วนนี้ เพราะว่าดิฉันคิดว่างบประมาณครั้งนี้ ไม่สมดุล ไม่ถูกจุดและไม่เปึนธรรม ขอขอบพระคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ
ยังไม่หมดครับ ยังเหลือคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๘ นาทีครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นิดเดียวครับ เรื่องของเหมืองแร่โปแตซอาเซียน เปึนเรื่องซึ่งผมกําลังสะสางอยู่ เกิดปัญหานับตั้งแต่มีการตัดสินใจเปึนมติ ครม. แล้วต่อมา มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของบทบาทของเอกชนกับรัฐ ซึ่งขณะนี้ คาดว่าจะเข้าสู่การ พิจารณาของ ครม. เศรษฐกิจได้ไม่น่าจะเกินเดือนหน้าครับ
คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้เกียรติกระผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นในช่วงหลังเที่ยงคืนในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมีนโยบายสําคัญในเรื่องของสื่อและก็การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนใน ๒ ประเด็นที่มีความสําคัญก็คือ การส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้และ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากราชการและสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวางและ เปึนธรรม รัฐบาลจะปรับปรุงกลไกการสื่อสารภาครัฐให้ดํารงบทบาทสื่อเพื่อประโยชน์ สาธารณะและสร้างความสมานฉันท์ในชาติ นโยบายสําคัญ ๒ ประการนี้จะสัมฤทธิ์ผล และเปึนจริงได้หรือไม่นั้นส่วนหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นได้จากคําตอบที่มีอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้จัดสรร ผ่านทางกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนกลไกหลักในการกํากับดูแลสื่อสารมวลชนของรัฐ เมื่อได้พลิกดูงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ในป้ ๒๕๕๓ ก็พบว่าป้นี้ได้รับการจัดสรร ถึง ๑,๒๖๕,๓๗๔,๙๐๐ บาท ลดลงจากป้ที่แล้วประมาณ ๒๒๑ ล้านบาท ซึ่งดูจากตัวเลข ภาพรวมแล้วต้องถือว่าเมื่อเทียบกับภารกิจที่รัฐบาลต้องการจะให้ความสําคัญกับ นโยบายด้านนี้ต้องถือว่ายังน้อยอยู่ และงบประมาณส่วนใหญ่ก็เปึนงบ ทางด้านบุคลากรแล้วก็งบดําเนินงานที่เปึนรายจ่ายประจํา ท่านประธานครับ แต่ว่าตัวเลข จะมากหรือน้อยจะเปึนตัวเลขที่แตกต่างจากป้ที่แล้วหรือป้นี้ก็ตามนะครับ เมื่อได้อ่านจาก รายงานในเล่มขาวที่ได้แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลได้จัดงบ ก้อนไหนที่เปึนการสะท้อนให้เห็นว่าต้องการจะตอบสนองนโยบายหลักสําคัญของรัฐบาล ใน ๒ ข้อดังกล่าวนะครับ นอกจากที่ระบุไว้ในงบรายจ่ายอื่นมีอยู่โครงการเดียวนะครับ ก็คือ โครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล จํานวน ๒๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบที่ เข้าใจว่าเปึนมรดกที่ตกค้างมาจากป้ก่อน ๆ ในป้ก่อน ๆ ก็เห็นงบก้อนนี้ปรากฏอยู่แล้วก็ยัง ไม่ปรากฏเปึนจริงเสียทีนะครับ ท่านประธานครับ สื่อมวลชนของรัฐเปึนกลไกที่มี ความสําคัญในด้านการสื่อสารภาครัฐที่มีต่อประชาชน วันนี้สื่อมวลชนของรัฐที่อยู่ในการ กํากับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่ ๓ ส่วนก็คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ซึ่งมีอยู่ใน ส่วนกลาง ๑ สถานี และในส่วนภูมิภาคอีก ๘ สถานี มีสถานีวิทยุกระจายเสียงอีกจํานวน ๕๒๔ คลื่นทั่วประเทศนะครับ ทั้งในระบบเอเอ็ม (AM) และเอฟเอ็ม (FM) นะครับ ส่วนที่ ๓ ก็คือสํานักข่าวของกรมประชาสัมพันธ์นะครับ ซึ่งผมคิดว่าทั้งหมดวันนี้อยู่ในสถานะที่ ต่างคนต่างทําแล้วก็ดําเนินกิจกรรมไปตามมีตามเกิด จําเปึนที่จะต้องมีการทบทวนเพื่อมา กําหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การทําหน้าที่กันใหม่นะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ความจริงของประเทศในวันนี้ ต้องยอมรับความจริงนะครับว่าที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุในกรมประชาสัมพันธ์ทั้งหลายถูกใช้ในการแทรกแซงในการ ครอบงําแล้วก็เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจทางการค้ามา ตลอดเวลาในช่วงเวลาที่ยาวนาน จนกล่าวได้ว่าแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเปึน สื่อมวลชนของรัฐแล้วนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้จําเปึนจะต้องมีการปรับปรุง สื่อมวลชนของรัฐขนานใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองนโยบายในส่วนนั้นก็คือ เราต้องมีหลักคิด ในการดําเนินการเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทําไม่ได้วางรากฐาน ก็ยากเหลือเกินครับที่จะวางรากฐานสื่อมวลชนของรัฐเสียใหม่
หลักคิดประการแรกก็คือว่า สื่อมวลชนของรัฐต้องเปึนกลไกของรัฐในการ สื่อสารกับประชาชน ต้องเปึนเครื่องมือในการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลนะครับ ท่านประธานจะเห็นว่าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถ้าเรา ไม่สามารถที่จะใช้สื่อมวลชนของรัฐได้ในเวลานั้น ไม่สามารถที่จะใช้โทรทัศน์ช่อง ๑๑ ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้ สถานการณ์ของบ้านเมืองอาจจะลุกลามแปรเปลี่ยน ไปอย่างที่เราอาจจะไม่คาดคิดก็ได้ จําเปึนอย่างยิ่งครับที่สื่อมวลชนของรัฐจะต้องถูกใช้ เพื่อเปึนเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน
ประการที่สองก็คือว่า จะต้องมีอิสระในการดําเนินงานตามกฎหมายแล้วก็ ตามรัฐธรรมนูญซึ่งให้สิทธิเสรีภาพตามมาตรา ๔๖
ประการที่สามก็คือ ต้องเปึนแบบอย่างของสื่อมวลชนในด้านการแสดงออก ถึงมาตรฐานทางวิชาชีพ มาตรฐานทางด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เปึนแบบอย่างกับ สื่อมวลชนอื่น ๆ
ประการที่สี่ ต้องเปึนองค์กรมืออาชีพที่มีคุณภาพ ทั้งในแง่เนื้อหาสาระ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการและในแง่ของการพัฒนาบุคลากร
สุดท้ายก็คือต้องทําหน้าที่เปึนสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เปึน องค์กรที่แสวงหากําไร ไม่ใช่มีเปัาหมายเพื่อธุรกิจการค้า และจะต้องไม่ใช่การทําธุรกิจ หรือว่าเปึนเครื่องมือทางการเมือง เปึนกระบอกเสียงทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ ในรอบ ๕ เดือน ๖ เดือนที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เราก็ได้เห็นว่าทิศทางในการปรับปรุงสื่อมวลชนของรัฐได้เห็นรูปธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ค่อนข้างชัดเจนนะครับ เนื้อหาสาระในสถานีโทรทัศน์ของรัฐก็มีการปรับปรุง มีความ ถูกต้อง มีความรอบด้านและเปึนไปในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น รายการประเภทที่ยุให้คน ไปเผาบ้านเผาเมือง รายการแบบนั้นไม่มีปรากฏอยู่ในสถานีโทรทัศน์ของรัฐอีกต่อไปแล้ว นะครับ การปรับผังรายการในสถานีโทรทัศน์ อย่าง ช่อง ๑๑ ที่สนองตอบต่อการรับรู้ข่าวสาร ความถูกต้อง ความรวดเร็วต่อพี่น้อง ประชาชนปรากฏให้เห็น การปรับภาพลักษณ์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ที่คืนความเปึน สื่อมวลชนของรัฐกลับมาให้กับพี่น้องประชาชนไม่เปึนเครื่องมือของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งก็ได้ ปรากฏให้เห็น ที่สําคัญอันหนึ่งก็คือ การที่เราได้เกิดสถานีวิทยุกระจายเสียงที่เรียกว่า สถานีคลื่นสีขาวเพื่อเด็ก เพื่อเยาวชน เพื่อครอบครัว ก็ปรากฏขึ้นมาในรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่านี่เปึนทิศทางที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรให้สภาพเช่นนี้มี ความยั่งยืนนะครับ ผมชื่นชมกับรัฐบาลที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ ศึกษาแนวทางปฏิรูปสื่อภาครัฐขึ้นมาเพื่อเสนอแนวทาง แล้วก็เปึนทางออกในการ วางระบบของสื่อมวลชนของรัฐเสียใหม่ แล้วก็มีข้อเสนอที่ได้ผ่านการศึกษาแล้วก็ผ่านการ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในการปฏิรูปสื่อมวลชนของภาครัฐ ก็มีข้อเสนอ ๒ เรื่องที่สําคัญก็คือว่า
ประการที่ ๑ คือการปรับพันธกิจให้สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ เปึน สถานีโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐและการพัฒนา ประชาธิปไตย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเปึนสถานีโทรทัศน์ที่เปึนสื่อสาธารณะภาครัฐ
ประการที่ ๒ ก็มีข้อเสนอว่า เพื่อให้สถานีโทรทัศน์แล้วก็สื่อมวลชนในกํากับ การดูแลของกรมประชาสัมพันธ์มีอิสระ ปลอดพ้นจากการถูกครอบงํา ถูกแทรกแซงอย่าง แท้จริง ก็เสนอให้แปรสภาพเปึนองค์การมหาชน โดยออกเปึนพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ผม คิดว่าเปึนเรื่องเร่งด่วนที่มีความสําคัญที่รัฐบาลจะต้องรับไปในการวางรากฐานในการ ทําให้สถานีโทรทัศน์ของรัฐ สื่อมวลชนของรัฐเปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงได้ กราบขอบพระคุณครับ
ยังเหลืออีก ๓ ท่านนะครับ คุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย
ขออภัยครับ เพราะว่าเปลี่ยนเปึนชื่อ คุณธนา ชีรวินิจ นะครับ คุณพุฒิพงศ์ครับ ทางวิป รัฐบาลเสนอมาว่าขอเปลี่ยนเปึนหมอวรงค์ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ๘ นาทีครับ ขณะนี้กําลังสร้างภาระหนี้ให้กับงบประมาณของประเทศในปัจจุบันนี้ เม็ดเงินงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท มีบางส่วนที่เปึนหนี้ที่จะต้องจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องรับภาระ ในปัญหาของหนี้ ซึ่งผมทราบดี ผมอยากจะขออนุญาตเท้าความให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับทราบว่า มันมีโครงการบางโครงการที่เปึนภาระหนี้ให้กับรัฐบาลในปัจจุบันนี้ อาทิเช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร ถ้าพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านจําได้ว่า เมื่อป้ ๒๕๔๖ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศเสียงดัง ๆ ให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศฟังว่า จากนี้ไปประชาชนคนไทยทุกคนจะมีบ้านอยู่อาศัย ณ วันนั้นคณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๔๖ ได้อนุมัติโครงการที่เรียกว่า โครงการบ้านเอื้ออาทร อนุมัติให้มีการตั้งเปัาหมายในการสร้างบ้านทั้งสิ้น ๖๐๑,๗๗๒ ยูนิต คิดตัวเลขกลม ๆ คือ ๖๐๐,๐๐๐ ยูนิต ฟังดูตัวเลขนี้สวยหรู วันนั้นผมเองยังชื่นชมเลยว่าต่อไปนี้ประชาชน คนไทยทุกคนจะมีบ้านอยู่อาศัย หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ ๗ ป้ ท่านประธาน ครับ ผมสรุปให้ฟังดังนี้ว่า โครงการนี้วันนั้นตั้งเปัาไว้ ๖๐๐,๐๐๐ ยูนิต รัฐบาลจัดสรร เม็ดเงินอุดหนุนสมทบหน่วยละ ๘๘,๐๐๐ บาท ด้วยการตั้งเปัาไว้ว่าเงินที่อุดหนุนเข้าไปนี้ เพื่อไปอุดหนุนในการก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ฟังดูเยอะนะครับ ถ้าคูณ เปึนเม็ดเงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขณะเดียวกันได้สร้างเม็ดเงินขึ้นมาอีก ก้อนหนึ่ง คือในการสร้างศูนย์ชุมชนในแต่ละโครงการของบ้านเอื้ออาทร โดยใช้จ่ายวงเงิน ประมาณ ๕-๑๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า เจตนาของผมในการที่คุยเรื่องบ้านเอื้ออาทรในค่ําคืนนี้ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อจะมาตรวจสอบ การทุจริตในอดีตที่ผ่านมา แต่ผมต้องการจะบอกกับรัฐบาลในปัจจุบันว่า วันนี้เรามี ภาระหนี้จากอดีตท่านผ่านมาตั้งแต่ ๗ ป้ที่แล้ว ว่าวันนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต้องรับผิดชอบ เหมือนกันครับ เปึนการเตือนสติพวกเราเหมือนกันว่า วันนี้พวกเราเปึน รัฐบาล เราก็มีโอกาสที่จะสร้างภาระหนี้ให้กับรัฐบาลในอนาคตเช่นกัน แต่ผมเชื่อฝ้มือ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ว่าท่านจะสามารถดูแลปัญหานี้ได้ ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่า ในอดีตที่ผ่านมา ๖๐๐,๐๐๐ กว่ายูนิต แต่สุดท้ายทําไปทํามา ลดไปลดมาเหลือประมาณ ๒๘๑,๕๕๖ ยูนิต เท่ากับว่าขณะนั้นทําไปทํามาแล้วมันมีปัญหาเกิดขึ้น ไม่สามารถ ดําเนินการได้ ผลพวงของการกระทํา เพราะเขาบอกว่าไป ๆ มา ๆ ทํามากเกินไป นอกจากทํามากเกินไปแล้ว ทําเลที่จะทํานั้นเปึนทําเลที่ไม่เหมาะสมต่อการสร้างบ้านให้ คนจนอยู่ ซึ่งถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วเปึนโครงการที่ส่อทุจริตเกิดขึ้น และสุดท้ายคือโครงการนี้ เปึนโครงการที่จะดูแลคนจน แต่คนจนไม่มีปัญหากู้เงินกับธนาคาร ตั้งเปัาไว้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่ายูนิต วันนี้มีการมอบจริง ๆ แล้วประมาณ ๙๐,๐๐๐ ยูนิต และถามว่าอยู่จริง ๆ แล้ว กี่ยูนิต เขาบอกว่าอยู่จริง ๆ แล้วไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ใจจริงลึก ๆ แล้วผมต้องการจะถ่ายภาพ มาให้ท่านประธาน ให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับรู้ว่าโครงการนี้มันล้มเหลวอย่าง สิ้นเชิง ผลพวงของโครงการนี้ทําให้ กคช. หรือการเคหะแห่งชาติมีภาระหนี้ทั้งหมด ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขทั้งสิ้น ๗๐,๘๗๖ ล้านบาท ซึ่งท่านรัฐมนตรี อิสระ สมชัย ต้องรับผิดชอบดูแล เราต้องการจะชี้ให้เห็นว่าเพื่อนของเราที่บอกว่าวัน ๆ เราก็เปึนหนี้ ๆ แต่เพื่อนของเราบางส่วนสร้างภาระหนี้ให้กับพวกเรา ผมจึงอยากจะกราบเรียนเตือนสติ พวกเราทุก ๆ คนว่า ภาระหนี้ถ้ามีความจําเปึนที่จะต้องก่อก็ต้องก่อ วันนี้บ้านเมืองเกิด ภาวะวิกฤติที่จําเปึนจะต้องก่อหนี้เราก็ต้องก่อหนี้ แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นครับ
ผมยังมีตัวอย่างอีกโครงการหนึ่งซึ่งอาจจะกินเวลาอีกนิดหนึ่งครับ คือ โครงการไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด (Thailand Elite Card) สมัยนั้นผมจําได้ว่า ป้ ๒๕๔๖ เช่นกัน ฟังดูสมาร์ท (Smart : โก้) มากครับ รัฐบาลประกาศขายอีลิท คาร์ด ใบละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งเปัา ๑ ป้แรก ๑๐๐,๐๐๐ ใบ เราฝันหวานว่าจะมีเม็ดเงินเข้าประเทศประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าในป้แรกคือป้ ๒๕๔๖ โครงการนี้ขายได้ ๑๓๙ ใบ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในป้ ๒๕๕๒ ปัจจุบันนี้ขายได้กี่ใบ ๒ ใบครับ ผลพวงของ โครงการนี้เบ็ดเสร็จแล้วทําให้รัฐบาลต้องขาดทุนถึง ๑,๔๑๒ ล้านบาท ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นมันเปึนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลในอดีตเช่นกันครับ จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับชม การประชุมงบประมาณในวันนี้ว่า ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กําลังจะแก้ไขวิกฤติของประเทศ รัฐบาลมีความจําเปึนต้องกู้หนี้ขึ้นมา กู้เงินเพื่อสร้างหนี้ และเพื่อกลบหนี้ให้กับประชาชนในอนาคต และผมเชื่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่มีความมุ่งมั่นในการตั้งใจกระทําแล้ว จะทําให้ ประเทศชาติของเราอยู่รอด และต้องการเตือนสติกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านได้สร้างหนี้ให้ ประเทศมาเยอะเช่นกันครับ ขอบคุณครับ
คุณธนา ชีรวินิจ ๘ นาทีครับ ท่านรัฐมนตรีอิสระครับ
ผมขออนุญาตชี้แจงเรื่องบ้านเอื้ออาทรครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอิสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับที่ท่านได้กล่าวถึงบ้านเอื้ออาทร และท่านบอกว่ารัฐมนตรีอิสระจะต้องรับผิดชอบ ขอกราบเรียนให้ทราบนะครับว่า บ้านเอื้ออาทรนี้เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะมารับตําแหน่งที่นี่ เปึนความจริงครับบ้านเอื้ออาทรนั้น โครงการทั้งหมดเต็มโครงการมัน ๖๐๐,๐๐๐ กว่ายูนิต เดี๋ยวนี้ทางรัฐบาลขออนุมัติ ครม. ได้มีมติลดลงมาจาก ๖๐๐,๐๐๐ ยูนิต เหลืออยู่เพียง ๒๘๑,๕๕๖ ยูนิตนะครับ ผมจะ เข้าไปแก้ไขนะครับไม่ใช่เข้าไปรับผิดชอบนะครับ อยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า การก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรในระหว่างนั้นกระทําด้วยความลุกลี้ลุกลน เนื่องจากว่าเปึน โครงการใหญ่ และก็นอกจากนั้นระยะเวลาในการดําเนินการก่อสร้างขาดการตรวจสอบ อย่างละเอียดนะครับ เราจะได้ยินคําว่าดีมาน (Demand) เทียม ดีมานเทียม คือเอา รายชื่อหลอก ๆ มาบอกรัฐบาลว่ามีคนมีความต้องการมาก เมื่อสร้างไปแล้วปรากฏว่า ผู้มาจองบ้านไม่มีตัวตนบ้าง หรือว่าไม่มีคุณสมบัติซึ่งธนาคารจะรับรองบ้าง ทางธนาคาร จึงปฏิเสธที่จะให้สินเชื่อ เพราะฉะนั้นจํานวนผู้จองจึงลดลงไปเรื่อง ลดลงไปเรื่อย ในที่สุดก็ เหลืออยู่ ๒๘๑,๕๕๖ หน่วย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะความลุกลี้ลุกลนอย่างที่ผม กราบเรียนให้ทราบเบื้องต้น บางโครงการทําการก่อสร้างบ้านโดยไม่ผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่เรียกว่าอีไอเอ (EIA : Electronic Industries Alliance) นะครับ ยังไม่ได้ขออนุญาตก็มีครับ คือรีบสร้าง ในที่สุดก็เกิดปัญหาตามมา ขณะนี้ผมขอเรียนต่อท่านทั้งหลายได้ทราบว่า โครงการใดซึ่งไม่สามารถดําเนินการได้ นะครับ ผมสั่งให้ยุติโดยสิ้นเชิง และผมบอกว่าต่อไปนี้หน้าที่ของการเคหะแห่งชาตินั้น ยังมีหน้าที่ในการที่จะก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยอยู่คงเดิม เปึนแต่เพียง ว่าเราจะไม่สร้างบ้านเอื้ออาทรต่อไปอีกนะครับ แต่จะทําเปึนโครงการใหม่นะครับ ขอเรียนให้ทราบตามนี้ด้วยนะครับ
เชิญคุณธนาครับ ๘ นาที จะสามารถประหยัดงบประมาณของรัฐบาล และประหยัดงบประมาณของท้องถิ่นได้ใน ระดับหนึ่ง และในอนาคต ประเทศที่มีความเจริญทั่วไปในโลกไม่มีเมืองไหนก็ตามหรือ ประเทศไหนก็ตามหวังพึ่งแต่งบประมาณอย่างเดียวเพราะมันไม่เพียงพอครับ การที่จะให้ ภาคเอกชนซึ่งมีศักยภาพนําเงินงบประมาณมาร่วมพัฒนากับท้องถิ่นเปึนเรื่องสําคัญ เปึนการส่งเสริมให้มีการสร้างงานในท้องถิ่น เปึนการส่งเสริมให้มีรายได้ในท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็สามารถนํางบประมาณมาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความ เจริญก้าวหน้า ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจว่า ในกรณีที่เอกชนจะเข้า มาร่วมพัฒนาท้องถิ่นนั้นจะทําให้ท้องถิ่นจะต้องมีการศึกษากฎหมายขอความเห็นชอบ จากมหาดไทยอย่างไร และกระทรวงมหาดไทยก็ต้องให้การสนับสนุนในการที่จะให้ ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคเอกชนในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ อันนี้ก็อยากฝาก รัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ได้มีการพูดกันถึงโครงการ สําคัญในระบบขนส่งมวลชน และได้มีการหยิบยกสายขนส่งมวลชนบีทีเอส ซึ่งเราเรียกว่า ส่วนต่อขยายจากแบริ่งหรือสุขุมวิทไปยังสมุทรปราการ ผมขออนุญาตที่จะทบทวนเวลา ส่วนนี้เพื่อฝากไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพราะว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่ กรุงเทพมหานครได้ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีมาประมาณ ๘ ป้แล้ว คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้น โดยการนําของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบในหลักการที่จะให้ กทม. เปึนผู้ดําเนินการโครงการส่วนต่อขยายบีทีเอสจากแบริ่งไปยังสมุทรปราการ ได้มีการ สํารวจ มีการดําเนินการทําประชาพิจารณ์จัดทําโครงการทุกอย่างครบถ้วน จนถึงขนาด กรุงเทพมหานครได้เชิญชวนเอกชนเข้ามาประกวดราคาเพื่อก่อสร้างสถานีรถไฟฟัาและ เส้นทางทั้งหมดเพื่อที่จะเป่ดเดินรถให้กับประชาชน บริษัทเอกชนได้ยื่นแบบประกวดราคา เสนอราคาเรียบร้อยแล้ว แต่กรุงเทพมหานครไม่สามารถเป่ดซองประกวดราคาได้ เพราะจะต้องได้รับความเห็นชอบขั้นสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีใน สมัยนั้นไม่อนุมัติ กทม. ทวงถามเปึนจดหมายหลายครั้งก็ไม่ตอบ แล้วก็โดยเฉพาะ ในช่วงหนึ่งที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม คือสมัคร สุนทรเวช เปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ทําหนังสือทวงถามไปยังรัฐบาลหลายครั้งว่าขอให้ กทม. เปึนผู้ดําเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็ได้ดําเนินการมาทุกอย่างครบถ้วนแล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่ตอบไปยังกรุงเทพมหานคร เสียดายครับ ตอนที่ ท่านสมัคร สุนทรเวช มาเปึนนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีส่วนผลักดันให้ โครงการนี้กลับไปยังกรุงเทพมหานครเหมือนสมัยที่ท่านเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นคนกรุงเทพมหานครและคนสมุทรปราการเสียโอกาสครับ ถ้าได้ดําเนินการ ตั้งแต่วันนั้น วันนี้ได้มีรถขนส่งมวลชนบีทีเอสวิ่งจากแบริ่งไปสมุทรปราการ จะสามารถแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมาก เพราะฉะนั้นกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า ถ้าโครงการนี้มอบหมายให้กรุงเทพมหานครดําเนินการ ก็จะทํา ให้การดําเนินการดังกล่าวราบรื่น แล้วก็ค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าโดยสารรถบีทีเอสก็จะเปึน อยู่ในราคาเดิม ก็คือไม่เกิน ๔๕ บาท หรือ ๖๐ บาทในอนาคต ตามสัญญาสัมปทาน แต่ถ้าไปมอบหมายให้ รฟม. มาทํา แน่นอนครับการเข้าเชื่อมระบบก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม และก็จะเปึนการสร้างกระบวนการดําเนินการที่จะล่าช้าต่อไปอีก เพราะฉะนั้นจึง ขออนุญาตในฐานะที่เปึนส่วนหนึ่งของท้องถิ่นมาก่อน วันนี้ทราบว่ากรุงเทพมหานคร ก็อยากที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในส่วนกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ถ้ารัฐบาลนี้จะได้กรุณาอนุมัติให้ความเห็นชอบ ให้กรุงเทพมหานครดําเนินการส่วนต่อ ขยายแบริ่งไปยังสมุทรปราการ ก็จะเกิดประโยชน์โดยภาพรวมของกรุงเทพมหานครและ พี่น้องที่อยู่ใกล้ ๆ ในบริเวณดังกล่าวนะครับ อันนี้ก็อยากฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไปด้วย และในโอกาสสุดท้ายนี้ก็ขอให้กําลังใจรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็ ทุกภาคส่วนก็คงจะต้องเปึนกําลังใจให้กับรัฐบาลนี้เพื่อฟันฝ์าวิกฤติต่อไป ผมคงใช้เวลา ในช่วงนี้เพียงแค่นี้นะครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านสุดท้ายครับ คุณบรรจบ รุ่งโรจน์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ และกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ถือว่าเปึนกฎหมายทางการเงินที่มีความสําคัญและจําเปึนสําหรับรัฐบาล ในการที่จะต้องนํามาขออนุมัติต่อสภาแห่งนี้และนําไปปฏิบัติ ผมในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ แต่อย่างไร ก็ตาม กระผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎร เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวออกมาเปึน กฎหมายแล้ว กระผมก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามและตรวจสอบการนํางบประมาณไป ใช้จ่ายว่าสัมฤทธิ์ผลแค่ไหนเพียงไร ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาร่างงบประมาณ ดังกล่าวแล้ว เห็นว่างบประมาณดังกล่าวถือว่ามีความเหมาะสม และเปึนงบประมาณที่ สามารถที่จะรักษาระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน และสามารถขยายตัว ได้ภายใต้ผลกระทบต่อเนื่องเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมทั้งสะท้อนการใช้จ่ายในปัจจุบันของ รัฐบาลที่เปึนจริง โดยคํานึงถึงการรักษาวินัยทางการคลัง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ของประเทศ ท่านประธานครับ ผมเห็นชอบ และก็สนับสนุนงบประมาณฉบับนี้ และอยาก ฝากข้อสังเกตไปยังท่านประธานใน ๒ ประเด็น คือ ๑. ในประเด็นของกระทรวงมหาดไทย และประเด็นของการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประเด็นของกระทรวงมหาดไทยเรื่อง ขวัญกําลังใจของเจ้าหน้าที่และสวัสดิการของข้าราชการชั้นผู้น้อย ปัญหาการแต่งตั้ง โยกย้าย ก็อยากฝากผู้บังคับบัญชา ต้องทําอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ตัวข้าราชการ ต้องมีจิตสํานึก มีความซื่อสัตย์สุจริต ต้องทํางานราชการด้วยความรอบคอบ คํานึงถึง ประโยชน์ของแผ่นดินเปึนหลัก ต้องรักประชาชน รักหน้าที่ และรักศักดิ์ศรี ต้องเปึน ข้าราชการที่มีเกียรติ เหตุที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะให้เห็นว่าคนเปึนผู้ทํา งบประมาณ คนเปึนผู้ใช้งบประมาณ คนเปึนผู้ตรวจสอบงบประมาณ สําหรับในภูมิภาค นั้น ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอเปึนผู้บริหาร งบประมาณ เพราะฉะนั้นต้องมีหลักธรรมาภิบาล มีวิจารณาญาณ และมีหิริโอตัปปะ ซึ่งก็ ฝากเพื่อนข้าราชการไว้ด้วย
ในส่วนของนายอําเภอผมอยากจะฝากว่า อยากจะให้นายอําเภอทุกท่าน นะครับได้เลื่อนเปึนในระดับ ๙ ทุกอําเภอ เพราะทุกวันนี้บางอําเภอก็เปึนระดับ ๘ บางอําเภอก็เปึนระดับ ๙ ก็อยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยหรือทาง ก.พ. ได้กรุณา สนับสนุนในเรื่องนี้ เพราะเห็นใจนายอําเภอทุกท่าน ท่านประธานครับ ฝากท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึนพนักงานฝ์ายปกครอง มีบทบาทในการที่จะดูแลความทุกข์สุขของ ประชาชน คงจะต้องดํารงตําแหน่งนี้ไว้ แล้วก็ให้ความสําคัญในเรื่องของค่าตอบแทน ควรปรับปรุงศักยภาพของอําเภอในฐานะเปึนผู้ปฏิบัติ เปึนหน่วยบริการประชาชน ต้องสนับสนุนกําลังพล งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ให้เพียงพอ ปรับโครงสร้างส่วนราชการ เพื่อให้หน่วยราชการที่กลับไปอยู่จังหวัดกลับมาเปึนหน่วยงานของอําเภอเช่นเดิม เพื่อให้ การปฏิบัติงาน การบริการประชาชน การอํานวยความสะดวกรวดเร็วและทันเหตุการณ์ ท่านประธานครับ ผมยังมีอีกประเด็นหนึ่ง เปึนเรื่องของการพัฒนาในจังหวัดชลบุรี
ประเด็นที่ ๑ เรื่องประชากรแฝง ประชากรแฝงก็คือประชากรที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดชลบุรี แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมา จึงทําให้ท้องถิ่นต้องรับภาระในการที่จะดูแล ในเรื่องของสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่าง ๆ ทําให้งบประมาณที่ได้รับจากทาง ราชการนั้นไม่เปึนไปตามต่อหัวต่อคนที่เปึนความจริง เหตุที่ผมพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่า อยากจะฝากให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาในส่วนของงบประมาณงบพัฒนาจังหวัด เพื่อสนับสนุนจังหวัดที่เปึนพื้นที่ที่มีประชากรแฝงอยู่เปึนจํานวนมาก เพราะว่าต้อง รับภาระคนนอกพื้นที่ คนที่เปึนประชากรแฝง ถึงเวลาก็จะกลับไปเลือกตั้งที่จังหวัดของ ตนเอง ทําให้จํานวนประชากรไม่เปึนไปตามความจริง จํานวนผู้แทนราษฎรก็ไม่เปึนไป ตามข้อเท็จจริงของจํานวนประชากร อย่างเช่นจังหวัดชลบุรีมีประชากรแฝง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ถ้านับเปึนจํานวนผู้แทนราษฎร ก็อาจจะได้ผู้แทนราษฎรถึง ๔ คน
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาต่อไปก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัญหาแหล่งน้ํา จังหวัดชลบุรี เปึนเมืองน้ํา แต่ขาดแคลนน้ําตลอด แต่โชคดีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้อนุมัติ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําคลองหลวง แล้วก็โครงการผันน้ําจากคลองพระองค์เจ้า ไชยานุชิตไปที่อ่างเก็บน้ําบางพระ อําเภอศรีราชา ซึ่งก็จะทําให้ปัญหาเรื่องน้ํากิน น้ําใช้ น้ําอุปโภค น้ําทางการเกษตร ของจังหวัดชลบุรีนั้นได้บรรเทาเบาบางลง ชาวจังหวัดชลบุรี ก็ฝากขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีมาด้วยความเคารพ
ประเด็นที่ ๓ ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการจราจร ในจังหวัดชลบุรีนั้นมี ปัญหาการจราจรเปึนจํานวนมาก มีถนนหลายเส้นทางซึ่งเปึนทางหลักสู่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะถนนสุขุมวิท ตั้งแต่อําเภอเมืองชลบุรี อําเภอศรีราชา และอําเภอบางละมุง มี ๔ แยกถึง ๓๐ จุด ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาสร้าง สะพานตามจุดสําคัญต่าง ๆ เส้นทางถนนสุขประยูรก็เปึนเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด เปึนจํานวนมาก ก็อยากจะให้สร้างสะพานบริเวณสี่แยกวัดท้องคุ้งเช่นกัน นอกจากนี้แล้ว ก็อยากจะให้สร้างสะพานเลียบชายฝัืงทะเลเชื่อมระหว่างชายหาดบางแสน อ่างศิลา มาออกที่ถนนบูรพาวิถี ขึ้นสู่กรุงเทพมหานคร และสามารถที่จะเปึนแหล่งท่องเที่ยว เปึนถนนเชื่อมการท่องเที่ยวได้เปึนอย่างดี ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาให้การสนับสนุน การพัฒนาในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเปึนจังหวัด ที่ทํารายได้ให้กับประเทศเปึนอันดับต้น ๆ
สุดท้ายผมต้องให้การสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ของรัฐบาล ซึ่งเปึนไปตามนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงไว้ และเปึนไปตามแผน บริหารราชการแผ่นดิน และเห็นว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความตั้งใจ มีความจริงใจ สุจริตใจในการที่จะบริหารและพัฒนาประเทศ พวกเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ของจังหวัดชลบุรีขอให้กําลังใจท่าน และเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควร ผมเห็นควรพักการประชุม นะครับ แล้วก็เลื่อนไปประชุมในวันนี้ เวลา ๐๙.๓๐ นาทฬิกา ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี สมาชิกทุกท่าน เจ้าหน้าที่ทุกคน พักการประชุมครับ
พักการประชุมเวลา ๐๐.๕๐ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา
ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านนะครับ ผมขอดําเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเมื่อวานนี้ท่านอภิวันท์ รอง ๒ ท่านได้สั่งพักการประชุมโดยให้มา พิจารณาต่อในวันนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ฉะนั้นผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ มีท่านใดที่จะอภิปราย ทางคุณธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ใครจะแทนล่ะ ทางพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่ได้อภิปราย ที่อภิปรายแล้วไม่จําเปึนครับ คนที่ยัง เชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เราพูดกันถึงเรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งโดยภาพรวมของงบประมาณแล้วบวกกับ ความจําเปึนด้านเศรษฐกิจของประเทศและของโลก ซึ่งทุกคนเข้าใจดีนะครับ ผมก็ เห็นด้วยกับงบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๓ แล้วก็ขอสนับสนุน แต่วันนี้ใคร่จะขอเรียกร้อง ความสําคัญให้กับกระทรวงเล็ก ๆ กระทรวงหนึ่งนะครับ ผมจะโฟกัส (Focus) มาที่ กระทรวงเดียวเพราะมีเวลาไม่มากนักนะครับ ก็คือกระทรวงที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด ทุกป้นะครับ วันนี้ดีใจครับที่ท่านรัฐมนตรีก็มานั่งฟังอยู่ ณ ที่นี้แล้ว นั่นก็คือกระทรวง พลังงานครับ ซึ่งป้ที่แล้วในขั้นแปรญัตติผมก็ไปอภิปรายตัดงบประมาณของท่าน ยังรู้สึกเปึนบาปอยู่ ในใจนิดหน่อยนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ถ้าว่ากันถึงความสําคัญแล้ว กระทรวง พลังงานก็มีความสําคัญไม่แพ้กระทรวงอื่น ๆ กระทรวงในกลุ่มเดียวกันอย่างเช่น กระทรวง ไอซีที หรือว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ กลุ่มนี้ไม่ควรจะเปึนกระทรวงเล็ก ๆ อีก ต่อไปแล้วครับ ถ้าดูตามความจําเปึน ความสําคัญ ความก้าวหน้าของโลกของเรา ในตอนนี้นะครับ ควรจะรู้ว่าทิศทางควรจะโตไปทางไหน โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานครับ ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องเสียเวลามาบรรยายถึงความสําคัญของมัน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ต้อง ยอมรับว่ารายจ่ายเรื่องพลังงานถือเปึนรายจ่ายก้อนใหญ่ของทุกครอบครัวเลยครับ เอาเปึนว่าเรามาดูตัวเลขกันนะครับ ป้ ๒๕๕๒ นี้นะครับ เราก็ประมาณกันว่าจะต้องใช้เงิน ในการซื้อน้ํามันเข้าประเทศนะครับ นี่ผมประเมินแบบต่ํา ๆ นะครับ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านลองเทียบดูสิครับ ป้นี้เราตั้งงบประมาณแผ่นดินไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินครับ แล้วทําไมครับ กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินก้อนนี้ ใช้เงินจํานวนมากมายขนาดนี้ จึงเปึนกระทรวงเล็กที่ทําอะไรไม่ค่อยจะได้ครับ เราไม่ลองมาทบทวน ลองคิดดูนะครับ ถ้าสมมุติว่าเราได้เป่ดโอกาสให้กระทรวงนี้ได้ทํางานเต็มที่ เต็มศักยภาพ อย่างเช่น สามารถลดรายจ่ายก้อนนี้ไปได้สัก ๑๐ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศของเราจะยากจน น้อยลงขนาดไหน ผมไม่ใช้คําว่า ร่ํารวยขึ้น เพราะว่าโอกาสที่ประเทศเราจะร่ํารวยก็คงจะ ยากแล้วนะครับ ทีนี้ผมจะนําข้อเท็จจริงมาเรียนว่า ที่ผมกล่าวว่ากระทรวงนี้ยังทํางาน ไม่เต็มศักยภาพ เพราะสาเหตุอะไรนะครับ ผมจะยกตัวอย่างภายในจังหวัดตรังของ กระผมก็แล้วกัน ภารกิจของบุคลากรในกระทรวงนี้ที่สําคัญก็คือ อย่างเช่น การทําแผน พลังงานของจังหวัด การอบรมเผยแพร่เรื่องพลังงานให้กับประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างเช่น นักเรียน นักศึกษา และที่สําคัญก็คือเรื่องของพลังงานทดแทน ซึ่งต้องส่งเสริมและต้อง ออกไปสาธิตด้วยในบางครั้งนะครับ นอกนั้นก็ดูแลเรื่องของปัูมน้ํามัน ปัูมแก๊ส ซึ่งปัจจุบัน นี้มีจํานวนมากมายทีเดียวครับ นอกจากนั้นยังต้องดูแลเรื่องของพลังงานในโรงงาน อุตสาหกรรม ดูแลพลังงานในส่วนราชการ ไปแนะนําส่วนราชการต่าง ๆ ว่ามีวิธีที่จะ ประหยัดพลังงานได้อย่างไร แต่ท่านทราบไหมครับว่า บุคลากรของกระทรวงพลังงาน ในต่างจังหวัดมีเท่าไรครับ ผมจะขอเรียนนะครับว่าในจังหวัดตรังมีข้าราชการอยู่เพียงแค่ ๓ คน และใน ๓ คนนี้นะครับ เปึนฝ์ายการเงินเสียคนหนึ่ง แล้วก็มีลูกจ้างอีก ๑๐ คน ถ้าเทียบจํานวนแล้วก็จะพอ ๆ กับสถานีอนามัยขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ๑ แห่งเท่านั้นครับ แล้วคิดดูสิครับว่าเขาจะทําอะไรได้ครับ และที่สําคัญครับท่านประธาน ครับ ข้าราชการและลูกจ้างของกระทรวงพลังงานที่มีอยู่ ณ บัดนี้ในขณะนี้ แทบจะไม่มี พื้นฐานทางด้านพลังงานเลย เพราะว่ามีการโอนย้ายมาจากหน่วยงานอื่น อย่างเช่น ของโยธาเปึนต้นนะครับ เท่านี้ท่านก็คงจะมองออกนะครับว่า ไม่ว่าท่านรัฐมนตรีจะมี ความเก่งสักเพียงใด ท่านรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าท่านมีความรู้เรื่องพลังงาน มากนะครับ แต่เมื่อกําหนดนโยบายที่สวยหรูลงไปแล้ว มันยากนะครับที่จะให้คนแค่ ๓-๔ คน มาทําให้บรรลุผลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของพลังงานทดแทนซึ่งเปึนเรื่องที่ เปึนความหวังของประเทศเราก็ว่าได้ในอนาคตนะครับ ยังทําไม่ได้ครับทุกวันนี้ ยังไม่มี อะไรคืบหน้าเลย ทั้ง ๆ ที่ป้ที่แล้วผมก็พูดเรื่องพลังงานนี้แหละ ทุกกรมของกระทรวงพลังงานใส่เรื่องของ พลังงานทดแทนไว้หมดเลยครับ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่คืบหน้าแต่ประการใด เพราะสาเหตุ อันนี้ครับ แล้วเรายังไปประกาศด้วยนะครับว่า เราจะเปึนผู้นําด้านพลังงานสะอาดระดับ แนวหน้าของเอเชียภายในป้ ๒๕๕๔ อันนี้เขียนไว้ชัดเจนครับในเอกสารงบประมาณนี้ แหละครับ ฉบับที่ ๓ เล่มที่ ๕ หน้า ๓๓๓ เขียนไว้หลอกใครครับ ผมว่าน่าจะหลอกตัวเอง มากกว่า ทําไมเราไม่ดูตัวเองแล้วไม่ดูประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้างทุกวันนี้ว่าเขาไปกันถึง ไหนแล้วนะครับ อย่างเรื่องไบโอดีเซลนี่มันก็อยู่ที่ปาล์มน้ํามัน ประเทศเพื่อนบ้านของเรา บางประเทศเขามีปาล์มน้ํามันถึง ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ในขณะที่เรายังไม่ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เลยครับ เรื่องพลังงานไฟฟัา พลังน้ํา เราก็ยังต้องซื้อจากประเทศ เพื่อนบ้าน เรื่องของพลังงานแสงอาทิตย์เราตามจีนเขาไม่ทันหรอกครับ และที่สําคัญเรื่อง ของพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเราตั้งความหวังไว้ ผมว่าฝันไปเถอะครับคงจะลําบากในการที่จะ ทําครับ เพราะฉะนั้นที่ผมขอในวันนี้ก็คงจะไม่ได้มาตําหนิ หรือไม่ได้มาว่ารัฐบาลนะครับ ที่ตั้งงบประมาณให้กับกระทรวงนี้น้อย ผมก็ไม่ทราบว่าเปึนจินตนาการของใครที่ทําให้ กระทรวงนี้มันเกิดขึ้นแล้วก็ให้โตให้เล็กอยู่ขนาดนี้ครับ โดยไม่มองความเปึนจริงว่าตอนนี้ เราใช้น้ํามันอยู่เท่าไร เรื่องของพลังงานมีความสําคัญสักขนาดไหน ป้นี้ก็ไม่เปึนไรครับ ไหน ๆ ก็ตั้งมาแล้วงบประมาณนะครับ เผลอ ๆ ตอนพิจารณาวาระที่สอง ผมต้องขอ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ อาจจะต้องขอตัดอีกครับ เพราะด้วยกําลังคนของท่านแค่นี้ ครับ ให้เงินไปก็ไม่รู้จะไปทําอะไรได้ เพียงแต่ว่าขอว่าป้ต่อไปหรือป้ต่อ ๆ ไปนี้ทําให้ กระทรวงนี้มันมีความสําคัญขึ้นเถอะครับให้มันใหญ่โตขึ้น ผมเชื่อว่าเราจะลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ํามันซึ่งถือว่าเปึนรายจ่ายก้อนใหญ่ เขาบอกว่าประเทศเราจะอยู่ หรือจะล่มจม ส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับเรื่องของน้ํามันนี้แหละครับ แล้วผมก็ว่ามันจริงด้วยครับ เพราะตอนนี้มันก็เริ่มจะที่เงยหัวขึ้นแล้วนะครับราคาน้ํามัน แล้วก็ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะ ขึ้นไปสูงสักเท่าไร ถ้ายังอยู่กันอย่างนี้ผมเชื่อว่าเราไปไม่รอดหรอกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่รีบเร่งที่จะพัฒนาเรื่องของพลังงานทดแทนให้ขึ้นมาแล้วก็ให้มีจํานวนมาก ๆ ขึ้น อย่างเช่น การส่งเสริมให้ปลูกปาล์มให้มากขึ้น เรื่องของแก๊สโซฮอล์ เรื่องของเอทานอล ก็ต้องส่งเสริมให้มีการปลูกให้มากขึ้น ให้ราคาดี ๆ ซึ่งอันนี้ก็ต้องให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ มาช่วยด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่มีแรง โน้มใจที่จะให้ไปปลูกครับ อย่างเช่น ปาล์มอย่างนี้ ปาล์มน้ํามัน ผมว่าป้สองป้นี้คนทําท่า จะปลูกเยอะขึ้น แต่พอเจอวิกฤติราคามันตกแต่ละครั้งนี้จิตใจเขาก็ถดถอยไปแล้วก็ไม่มี การปลูกเพิ่ม จนทุกวันนี้ก็อย่างที่ผมกราบเรียนครับ ยังไม่ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เลย ก็ต้อง ขอฝากนะครับว่าป้ต่อไปขอให้ยกระดับกระทรวงพลังงานให้เปึนกระทรวงที่ใหญ่ขึ้น ไม่ต้องใหญ่มากหรอกครับ ใหญ่ขนาดกลางก็พอครับ เพิ่มงบประมาณให้มากขึ้นและ ที่สําคัญคือขอให้ช่วยเพิ่มบุคลากรขึ้นครับให้มากขึ้นกว่านี้ ผมสงสารเขาเหลือเกินครับ เวลาไปร่วมงานกันนี่เขาทําไม่ทันครับ ดูแลแค่ปัูมน้ํามันนี่เขาก็ไม่ทันแล้วครับ ไม่ต้องนึก ถึงว่าต้องไปสาธิตเรื่องไบโอดีเซล เรื่องไปแนะนําอะไรต่าง ๆ นะครับ ขอฝากทางรัฐบาล ไว้ด้วยนะครับว่า ป้หน้าหรือป้ต่อไปกรุณาให้ความสําคัญกับกระทรวงพลังงานให้มากขึ้น
จะหมดแล้วครับ
เหลืออีก ๑๐ วินาทีครับ สําหรับป้นี้ เพียงแต่ผมก็คงจะเห็นด้วยนะครับกับงบประมาณโดยส่วนรวม ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ๓๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะไม่ขอที่จะอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ เปึนรายกระทรวง แต่ว่าจะขออนุญาตพูดเปึนในลักษณะภาพรวมมากกว่า ภาพรวมที่ดิฉันจะพูดนั้นเปึน เรื่องของความเปึนห่วงเปึนใยต่อการทํางานของรัฐบาล ซึ่งโดยรวมแล้วคิดว่าประเทศไทย จะไปไม่รอดค่ะท่านประธาน ถ้ารัฐบาลยังขืนทําแบบนี้อยู่ เมื่อเช้าดิฉันได้ยินคําสัมภาษณ์ ของโฆษกประจําตัวของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วยิ่งห่วงใยมากว่าไม่สบายใจมากว่า คําสัมภาษณ์ของท่านนั้นได้พูดไปถึงว่า พรรคเพื่อไทยนั้นไม่ได้ทําตัวเปึน ส.ส. ที่ดีเพราะว่า เราวอล์คเอาท์ออกจากสภา ท่านประธานคะ เราเชื่อว่าการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันเปึนเรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเปึนการใช้วิธีเลี่ยงวิธี งบประมาณ จริง ๆ แล้วมันเหลือเวลาอยู่อีกตั้ง ๔ เดือนกว่าจะหมดงบประมาณประจําป้ ของประเทศไทยคือในเดือนกันยายน เหลืออีกตั้ง ๔ เดือน แต่ว่าทําไมรัฐบาลถึงต้อง รีบร้อนนําพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เข้าสู่สภาโดยวิธีเล่นเล่ห์ เพทุบายดังที่ดิฉันได้อภิปรายไปตอนวันจันทร์ที่ ๑๕ ถึงพระราชกําหนดกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทว่า ประชาชนควรจะรู้เท่าทันการทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่มีพรรคประชาธิปัตย์นั้นเปึนหัวหน้ารัฐบาล แล้วก็ต้องรู้เท่าทันการทํางานของ รัฐบาลตรงวิธีที่ว่าใช้เล่นเล่ห์เพทุบายเลี่ยงวิธีงบประมาณ จนกระทั่งมันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในความเชื่อของดิฉัน ท่านมาใช้วิธีการอย่างรวดเร็ว จริง ๆ แล้วในเดือนกรกฎาคมหรือ เดือนหน้านั่นเอง ท่านก็ยังมีเวลาที่จะมาออกเปึนกฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ครั้งที่ ๒ ในป้ ๒๕๕๒ นี้ก็ได้ ท่านก็ยังมีเวลา เอาละ บางคน บอกว่ามันจะขัดต่อ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ๒๕๔๘ ในเวลาเดียวกันท่านก็ออกกฎหมายแก้กฎหมายพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ขยายเพดานเงินกู้จาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เปึนการชั่วคราวก็ได้ในเวลา เดียวกัน และท่านประธานดูสิคะว่าเมื่อวันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน ผ่านพระราชบัญญัติ กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอย่างฉลุยเลย ๓ วาระรวดในวันเดียวเท่านั้นเอง นั่นมัน หมายความว่าอะไร หมายความว่าการทํางานโดยระบบรัฐสภาท่านสามารถใช้วิธีการ อย่างเร่งด่วนของท่านโดยระบบรัฐสภาก็ได้ แต่ท่านก็จะเลี่ยง เลี่ยงไปเปึนวิธีที่มันทําให้ผิด กฎหมายนั่นเอง คือการทําวิธีนี้มันดูเหมือนกับว่าท่านนั้นทําตามอําเภอใจ และหน้าที่ ส.ส. ของท่าน ท่านประธานคะ หน้าที่ของ ส.ส. ที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามจะว่า พรรคเพื่อไทยว่าเราไม่เปึน ส.ส. ที่ดีนั้น ในทางกลับกันท่านประธานลองคิดดูนะคะว่า การที่จะให้ ส.ส. ซึ่งเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยทําหน้าที่แทนประชาชนนั้น จะต้อง พิจารณาแทนประชาชน ต้องพิจารณากฎหมาย แล้วไม่มีรายละเอียดใด ๆ ใน พระราชบัญญัติกู้เงินมาให้เราพิจารณาเลย แล้วเราจะพิจารณาได้อย่างไรคะ ในทาง กลับกันอีกครั้งหนึ่ง ต้องกลับไปดูตัวเองของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ว่าท่านนั้นเปึน ส.ส. ที่ดีหรือเปล่า เพราะว่า ส.ส. ที่ดีคือผู้ที่มาทําหน้าที่ออกกฎหมาย ตรากฎหมาย แก้กฎหมาย ต้องเปึนตัวอย่างที่ดีให้กับการใช้กฎหมายของคนในสังคมไทย ต้องเปึน ตัวอย่างที่ดีในการเปึน ส.ส. ที่ดีในสภาผู้แทนราษฎรค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงถือว่า เรื่องแรกนี้เปึนเรื่องที่ประเทศไทยก็ไปไม่รอดแล้วในด้านกฎหมาย ถ้าหากรัฐบาลยังขืนทํา แบบนี้อยู่ และรัฐบาลเองยังขืนทําแบบนี้ โครงการต่าง ๆ ในแผนปฏิบัติการ ๒๕๕๕ หรืองบประจําหรืองบลงทุน ในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ที่เรากําลังพิจารณา อยู่นี้ มูลค่าถึง ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้นก็จะไปไม่รอด อาจจะติดขัดไม่ราบรื่น รัฐบาลอาจจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา อาจจะขาดดุลงบประมาณ เพิ่มขึ้นอีกก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจึงจะขอพูดเรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาลนี่แหละ และความสามารถในการให้กู้ได้ในระบบธนาคาร ซึ่งสุดท้ายในความคิดของดิฉันก็จะ ประมวลรวมกับการออกกฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ สุดท้ายนะคะ แต่ว่าก่อนจะไปถึงเรื่องของความสามารถในการให้กู้ได้ของธนาคารนั้น ดิฉันจําเปึนต้องยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างเพื่อให้ได้เข้าใจกันมากขึ้นว่าจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กันอย่างไร และดิฉันเชื่อมั่นว่าตัวอย่างที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมานั้นจะเปึนตัวอย่างที่น่าจะโดน ใจนักธุรกิจหลายคน ที่พยายามเหลือเกินที่จะติดต่อกับธนาคารแล้วก็ไม่ประสบ ความสําเร็จเสียที ดังที่ดิฉันอภิปรายไว้เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ ของโลกที่มามีผลกระทบทําให้วิกฤติเศรษฐกิจของไทยนั้นถดถอย รัฐบาลจริง ๆ แล้ว จําเปึนต้องกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะว่าต่างชาติก็เกิดวิกฤติเช่นเดียวกัน เขาก็ไม่มีเงินมาซื้อสินค้าส่งออกเราเช่นเคย ดิฉันอภิปรายไว้แบบนั้น จึงต้องกระตุ้น เศรษฐกิจภายในประเทศโดยอะไร โดยการเพิ่มโอกาสท่านประธาน เพิ่มโอกาสให้ ประชาชนนั้นได้เข้าถึงแหล่งทุนให้กับภาคเอกชนนี่ละค่ะ เป่ดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน และก็พัฒนาภาคการผลิตไปด้วย เขาอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจดีพอในการผลิต เอาละ ต้องช่วยเขา พัฒนาให้เขา และก็ต้องช่วยเรื่องการตลาดด้วย ไม่ใช่ว่าให้แหล่งทุน พัฒนาการผลิตแล้ว โอกาสทางด้านการตลาดก็ไม่มี รัฐบาลควรจะหันมาช่วยด้านนี้ ไม่ใช่มุ่งแต่จะช่วยทําให้เกิดโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งมีผลดีกับผู้รับเหมารายใหญ่ ๆ บางเจ้า เท่านั้น หรือเรียกว่า เมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลพยายามพูดอยู่เสมอนั่นละค่ะ ทีนี้เรามาดู ความจริงกันท่านประธานเรามาดูความจริงว่า ในภาคธุรกิจของเอกชนนั้นว่าเขาเปึน อย่างไร ปัจจุบันนั้นประชาชนได้รับโอกาสทางธุรกิจเช่นเดียวกับผู้รับเหมารายใหญ่ ๆ ที่ดิฉันกล่าวถึงหรือเปล่า ดิฉันขอยกโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของภาคเอกชน รายย่อย ๆ ว่าเขาจะมีโอกาส เขาจะได้รับโอกาส หรือเขาจะหมดโอกาสในการเข้าถึง แหล่งทุนกันแน่ ตัวอย่างของดิฉันต้องสมมุติ สมมุติว่า ประชาชนคนหนึ่งชื่อว่า นาย ก อยากจะเป่ดธุรกิจร้านกาแฟแบบทันสมัยขึ้นมาสักแหล่งหนึ่ง ซึ่งจะต้องใช้เงินประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ บาท มาลงทุนทํากิจการทําอะไร ทําตกแต่งร้านค้าของเขา ซื้ออุปกรณ์ ข้าวของเข้าร้านของเขา แน่ ๆ นาย ก ไม่มีเงินเลยในการที่จะลงทุน จึงต้องไปกู้จาก ธนาคาร แล้วก็รู้ด้วยว่าถ้าจะไปที่ธนาคารเพื่อกู้เงินนั้นจะต้องเตรียมอะไรไปบ้าง เขาจะต้องมีหลักทรัพย์ไปค้ําประกันการกู้ของเขา แล้วเขาก็ต้องมีรายละเอียดไปเสนอกับ ธนาคารด้วยว่า โครงการของเขาที่จะทําร้านกาแฟที่แบบทันสมัย ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่แหละจะต้องใช้อะไรบ้าง เสร็จแล้วธนาคารฝ์ายสินเชื่อ นายธนาคารก็ดี ก็มาคุยกับ นาย ก เสร็จแล้วเรื่องแรกที่ นาย ก นําเสนอ คือหลักทรัพย์ค้ําประกันที่ดิน และบ้านหลัง เล็ก ๆ สักหลังหนึ่งเขาเอาไป เอาไปเสร็จแล้วธนาคารเปึนอย่างไร ขอเก็บเงินค่าประเมิน หลักทรัพย์ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาททันที เสียเงินไปแล้วนะคะ เสร็จแล้วฝ์ายสินเชื่อดูอะไร ดูที่ตัวผู้กู้ ดูที่โครงการที่นําเสนอ พอดูเสร็จแล้ว กดไปในคอมพิวเตอร์ปรากฏว่า นาย ก ตัวแดงเถือกเลยหน้าจอมอนิเตอร์ของธนาคาร เพราะอะไร เพราะว่า นาย ก นั้น อาจจะ ติดเครดิต บัตรเครดิตแค่ ๓ เดือนเองไม่ได้จ่าย เขาเรียกว่า มีประวัติการจ่ายเงินไม่ดี ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ธนาคารก็ดู หลาย ๆ อย่าง ดูเสร็จแล้วธนาคารก็ว่า นาย ก เสียใจด้วยนะให้กู้ไม่ได้หรอก ๔๐๐,๐๐๐ บาทนี้ เพราะว่าคุณมีประวัติทางการเงินเสียอยู่ กดมามันก็ตัวแดงแล้ว โครงการของคุณก็ไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน โครงการของคุณนั้นร้านค้าคุณไม่เปึน ที่น่าสนใจ สินค้ายังไม่ได้ดีพอโดดเด่นเพียงพอที่จะแยกออกมาจากคนอื่น ๆ ได้ ทําเลที่ตั้ง ก็ยังไม่น่าสนใจ สินค้าของท่านอย่างนั้นอย่างนี้ เหตุผลเต็มไปหมด สุดท้ายธนาคารไม่ให้กู้ เพราะว่าคิดว่านาย ก ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้คืนเงินกู้นั้นได้ ไม่สามารถที่จะจ่าย ดอกเบี้ยได้ ท่านประธานคะ เงินที่คนรวย ๆ อาจจะบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาทเอง แต่คนจน ๆ หรือคนที่อยากจะทํามาหากิน อยากจะลืมตาอ้าปากบอกว่ามันยากเหลือเกิน ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินในการที่จะคุยกับธนาคาร แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สิคะ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ท่านกําลังจะขอกู้เงินผ่านไปแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้รับโอกาสทองเหลือเกินจากธนาคาร ท่านบอกว่าท่านจะ ระดมทุนจากตลาดภายในประเทศโดยให้ธนาคารนั้นมาซื้อพันธบัตรของท่าน มันก็เปึน การดูดซับสภาพคล่องของธนาคารนั่นเองละค่ะ ถามว่าธนาคารนั้นชอบใจไหมคะที่จะซื้อ พันธบัตรจากท่าน แน่นอนธนาคารมีเงินเก็บอยู่เยอะก็ย่อมชอบใจที่จะมาซื้อพันธบัตร รัฐบาลซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่า เพราะปกติแล้วธนาคารให้ดอกเบี้ยกับผู้ที่นําเงิน มาฝากที่ธนาคารอยู่ ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่พันธบัตรรัฐบาลอาจจะวิ่งไปถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ เพราะฉะนั้นส่วนต่างตรงนี้ธนาคารชอบใจ มันดีเสียกว่าให้นาย ก ไปกู้เงินเสียด้วยซ้ํา เพราะนาย ก อาจจะใช้คืนเงินกู้ไม่ได้ ทีนี้มาเปรียบเทียบในความ พยายามหน่อยดีไหมคะ ความพยายามของผู้กู้ที่ชื่อว่า นาย ก กับความพยายามของผู้กู้ ที่ชื่อว่า กระทรวงการคลัง โดยนายกรณ์ จาติกวณิช นั้นเปึนผู้นําของกระทรวงการคลัง เปึนผู้บริหารของกระทรวงการคลัง ถามว่า นาย ก นั้นมีความพยายามในการที่จะให้ ธนาคารเห็นอกเห็นใจที่จะให้กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐บาทไหมคะ ตอบว่ามี มีอย่างมากด้วยซ้ํา นาย ก นั้นพยายามเต็มที่พยายามไปหาธนาคารเทียวไล้เทียวขื่อหลายครั้งหลายหน นําเสนอโครงการอย่างละเอียดแล้วละเอียดอีก ขอร้องแล้วขอร้องอีก ธนาคารก็ไม่ให้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรามาดูผู้กู้ที่ชื่อว่ากระทรวงการคลังที่จะกู้เงินจํานวนมหาศาลนั้น เปึนอย่างไรบ้าง ถามว่าคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ต้องใช้ความพยายามในการที่จะไปขอความ เห็นอกเห็นใจกับธนาคารหรือเปล่า ไม่จําเปึน ไม่ต้องเลย ไม่ต้องแม้มีกระทั่งรายละเอียด โครงการใด ๆ ไม่ต้องมี แต่ธนาคารก็ยังให้กู้เพราะฉะนั้นคืออะไร คือรัฐบาลกําลังใช้ ศักยภาพความเปึนรัฐบาล ความเปึนเสี่ยใหญ่ของตัวเอง เสี่ยอภิสิทธิ์ เสี่ยกรณ์นี่ละค่ะ เข้ามากู้กับธนาคาร ธนาคารทั้งหลายก็ยิ้มแปันรอรับอยู่แล้ว รอรับอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยที่จะ ได้รับนั้นมันสูงขนาดไหน รัฐบาลมั่นคงกว่าเยอะ นาย ก นี่ไม่มีความมั่นคงเลย ถ้าเปรียบเทียบ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลมาขอกู้กับธนาคารแบบนี้มันจึงหมายความว่า รัฐบาลกลายมาเปึนผู้ฉกฉวยโอกาส ฉกฉวยโอกาสจากภาคเอกชน ฉกฉวยโอกาสที่เขาจะ มีทางลืมตาอ้าปาก เขาเกือบจะได้กู้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาเจอ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เขาก็เลยอดกู้กันพอดี รัฐบาลก็คือคนที่มาแย่งสภาพคล่องไปจากธนาคาร การที่ดิฉัน ยกตัวอย่างท่านประธานคะ ยกตัวอย่างของนาย ก ขึ้นมานั้นมันต้องการชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจเล็กธุรกิจน้อยไม่ว่ากี่หมื่นบาทกี่แสนบาทกี่ล้านบาท ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจการเป่ดร้านกาแฟของนาย ก หรือเป่ดร้านรวงทั่วไป หรือธุรกิจสินค้า โอทอป ของกลุ่มแม่บ้าน หรือธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม เอสเอ็มอี ธุรกิจโรงงาน ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางหรือธุรกิจส่งออก ธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านี้รวมกันมันมี ความสําคัญกับเศรษฐกิจของชาติมาก เพราะว่าสัดส่วนของธุรกิจต่าง ๆ พวกนี้รวมกัน แล้วเปึนประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นถ้าหากพวกเขาได้รับ โอกาสท่านประธาน ได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ได้รับโอกาสในการพัฒนาการผลิต ได้รับ โอกาสในการที่จะมีโอกาสทางด้านการตลาด เพราะรัฐบาลจะหยิบยื่นให้ ถ้าได้รับโอกาส เขาจะดํารงชีวิตอยู่ได้ เขาจะทํามาหากินอยู่ได้ กลุ่มแม่บ้านก็จะมีเงินมาจุนเจือครอบครัว มากขึ้น โรงงานต่าง ๆ ก็ไม่ต้องป่ดโรงงาน คนงานไม่ต้องตกงาน ธุรกิจรถรับ-ส่ง หน้าโรงงานก็ไม่ต้องป่ดตัวลง ร้านค้าหรือรถเข็นร้านค้าของแม่ค้าหน้าโรงงานก็ไม่ต้องเลิก เงินก็จะสะพัดภายในประเทศมากขึ้น รายได้ภาษีของรัฐบาลนั้นก็จะเพิ่มขึ้นเปึนเงา ตามตัวค่ะท่านประธาน แล้ววันนี้ท่านประธานคะ ที่เรากําลังพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ นั้น เรากําลังพิจารณาในงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท รัฐบาลตั้งงบขาดดุลไว้ที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละค่ะ ที่ต้องนํามารวมกับพระราชกําหนดกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พระราชบัญญัติกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวันอังคารที่ผ่านไป รวมกันไปแล้วเปึน การที่รัฐบาลจะต้องกู้ถึง ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑.๑๕ ล้านล้านบาทนั่นเอง ในการ กู้เงินจํานวนมหาศาลนี้เปึนการกู้เงินภายในประเทศพวกเรารู้อยู่ และการกู้เงิน ภายในประเทศรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลให้ธนาคารนั้นกู้เงิน ให้ธนาคารนั้นมาซื้อ แล้วอัตราดอกเบี้ยมันก็สูงล่อใจกันเหลือเกิน ถามว่าสภาพคล่อง ของธนาคารที่กําลังจะถูกรัฐบาลนั้นแย่งไปจากภาคเอกชนตัวเลขมันเปึนอย่างไร ดิฉัน มีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ดิฉันคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดี ท่านกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ดี น่าจะนํามาพิจารณา ข้อมูลล่าสุดที่ปรับปรุง ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ เปึนข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่พูดไว้ว่า ปริมาณเงินฝากใน ระบบธนาคาร ณ วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น ปริมาณเงินฝากมีอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗.๑ หรือ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นละค่ะ แต่ปริมาณเงินสินเชื่อ ที่ธนาคารทั้งหลายให้กู้ไป มีประมาณ ๖.๕ ล้านล้านบาท ข้อมูลตรงนี้ลบกัน ส่วนต่าง จะอยู่ที่ ๐.๕๕ ล้านล้านบาท นั่นคือ ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับเรื่องนี้ที่ดิฉันจะพูด ต่อไปนั้นมันสอดคล้องกับคําให้สัมภาษณ์ของท่านประธานคณะกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทยที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ นี้เองค่ะท่านประธาน ดูสิคะว่าถ้าเราดูสถิติข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทําให้ดิฉันเชื่อว่าจริง ๆ แล้วมันมีเงินฝากอยู่ในระบบธนาคารสําหรับให้กู้สินเชื่อแค่เพียง ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ทําให้ดิฉันคิดต่อไปว่าแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ แน่ ๆ
ข้อที่ ๑ สิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลมาแย่งโอกาสในการกู้ของภาคเอกชน
ข้อที่ ๒ เงินฝากให้กู้สินเชื่อในระบบธนาคารนั้นมันกลับกลายเปึนมีไม่พอ ให้กู้ด้วยซ้ํา เพราะรัฐบาลจะกู้เยอะมาก ถ้าหากทุกธนาคารหันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลกัน หมด เนื่องจากดอกเบี้ยสูงกว่า มันก็จะมีไม่เพียงพอให้เอกชนกู้ ซึ่งปกติก็ยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปธนาคารต่าง ๆ ต้องรีบหาเงินฝากเข้าธนาคารกันเปึนการยกใหญ่ เพื่อจะได้อะไร ได้มีสัดส่วนเงินไปให้เอกชนได้กู้บ้าง เพราะว่ามันคือธุรกิจของธนาคาร ท่านประธานคะ การหาเงินฝาก ต่อไปธนาคารต้องล่อใจโดยการให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น ฟังดูประชาชนก็อาจจะชอบใจ แต่เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้นแล้ว ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร มันก็ต้องสูงขึ้น เพราะธนาคารต้องการส่วนต่างตรงนี้เพื่อให้มีกําไรเข้าสู่ธนาคาร เมื่อดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น ลองคิดดูนะคะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบคือใคร ก็คือประชาชน ในภาคธุรกิจ คือธุรกิจรายย่อย ๆ นั่นแหละที่อยากจะกู้ หรือกู้ไปแล้วก็ต้องมาจ่ายดอกเบี้ย เงินกู้สูงขึ้น เมื่อมันสูงขึ้น ต้นทุนของเอกชนก็สูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น ประชาชนที่ซื้อบ้านอยู่ก็ดี ก็ต้องกู้ แล้วก็ต้องมาแบกภาระดอกเบี้ยมากขึ้นไปด้วย ทีนี้การเกิดเรื่องแบบนี้ การมี ดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้นแบบนี้ มันจะกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างไรคะ ท่านประธาน เงินที่เอกชนได้มามันจะต้องนําไปจ่ายเปึนเงินดอกเบี้ยเพิ่ม เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนเขาเดือดร้อนต้องมาแบกรับภาระ กิจการต่าง ๆ ของเอกชนก็จะต้องย่ําแย่ลงไป ความสามารถในการจ่ายภาษีของประชาชนให้กับรัฐก็จะลดลง รายได้ของรัฐบาลก็จะ ลดลงตามไปอีก หากรัฐบาลไม่ช่วยคนกลุ่มนี้ กลุ่มเอกชนที่มีอยู่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี ภายในประเทศนี้นั้นมันจะกลายเปึนรัฐบาลอาจจะต้องมาขอกู้อีก ขอกู้อีก กลายเปึนงูกินหางไปเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันถ้ารัฐบาลทุ่มเทงบประมาณ โดยเฉพาะ งบประมาณที่ท่านกําลังจะใช้กันอยู่นี่ละ เงินกู้ต่าง ๆ หรืองบประมาณรายจ่ายประจําป้ นี่แหละ เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนซึ่งเปึนส่วนใหญ่นั้นได้รับประโยชน์ ไม่ว่าเขาจะอยู่ใน ภาคเกษตร ภาคการผลิต ภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ภาคการส่งออก ให้เขาได้มี โอกาสทํามาค้าขาย ได้มีกําไรมากขึ้น ให้อัตรา จีดีพี นั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด ประเทศไทยก็จะมีเงินสะพัด รัฐบาลก็จะเก็บเงินซึ่งเปึนรายได้เปึนภาษีได้มากขึ้น นําไป จ่ายคืนเงินกู้ และก็ไม่ต้องมาขอกู้เพิ่มในอนาคต เพราะเศรษฐกิจคาดว่ามันต้องฟุ๋น ท่านประธานคะ ทั้งหมดทั้งปวงที่ดิฉันพูดมานั้นดิฉันขอแนะนําว่า ให้รัฐบาลนั้นให้ ความสําคัญกับงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ให้เปึนไปในทิศทางที่จะช่วยให้ ภาคเอกชนนั้นเข้าถึงแหล่งทุนให้ได้ รัฐบาลอาจจะเพิ่มทุนให้กับธนาคารเฉพาะกิจก็ได้ เช่น ธนาคาร เอสเอ็มอี ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ หรือเรียกว่า ธนาคารเพื่อการนําเข้าและการส่งออก ให้มีทุนที่จะ นําไปให้เอกชนนั้นกู้ยืมเพิ่มขึ้น ไม่ต้องติดเงื่อนไขซับซ้อนวุ่นวายมากมายเหมือนที่ธนาคาร พาณิชย์ทั่วไปทําอยู่ และแม้ว่าจะมีอุปสรรคหรือกฎระเบียบอะไร รัฐบาลก็ควรจะรีบ ดําเนินการแก้ไขกฎระเบียบนั้น ขจัดอุปสรรคนั้น อํานวยความสะดวกให้กับเอกชน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้ได้ ท่านประธานที่เคารพคะ การที่รัฐบาลมาชี้แจง รวมทั้ง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์บางท่านมาชี้แจงว่า ขอให้สภานี้เชื่อมั่นต่อการทํางานของรัฐบาลว่าจะ สามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ อย่ารังเกียจโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลเลย รัฐบาลกําลังจะทํางาน จะมีงานออกมา มากมาย มีโครงการออกมามากมาย สร้างแรงงานจนถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ดูเหมือนจะ เปึนการประเมินที่ผิดพลาดไปหน่อยผิดทางไปหน่อยนะคะท่านประธาน เพราะว่าจะให้ คนอย่าง นาย ก นี่หรือคะที่อยากจะมีร้านค้าเปึนของตนเอง จะให้เจ้าของโรงงานส่งออก หรือเจ้าของร้านธุรกิจท่องเที่ยวนั่นหรือที่เขาอยากจะมีธุรกิจเปึนของตัวเอง มาเปึนลูกจ้าง ของโครงการต่าง ๆ ในรัฐบาล จะให้พวกเขามาเปึนกรรมกรหรือคะ ในโครงการที่คุณกําลัง จะสร้างถนนหนทางเยอะแยะไปหมด จะให้เปึนอย่างนั้นหรือคะ มันเปึนไปได้ยาก มันเปึนไปไม่ได้ด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลนั้นจะให้ความสําคัญกับภาคเอกชน ซึ่งเปึนประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ให้รัฐบาลนั้นทํางานได้ต่อไป รัฐบาลควรจะให้ ความสําคัญ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลอาจจะประสบกับวงจรการเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา แล้วก็จะ ขาดดุลงบประมาณอีกครั้ง เพราะฉะนั้นมันจะเปึนเหมือนตัวอย่างในป้นี้ที่ขาดดุล งบประมาณเยอะเหลือเกินท่านประธาน จะกู้เงินเยอะเหลือเกิน ๑.๑๕ ล้านล้านบาทนั้น เปึนเงินที่เยอะมากที่จะกู้ภายในประเทศ และแนวโน้มท่านก็จะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัาอีก ดังนั้นทิศทางการจ่ายงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จึงควรที่จะมุ่งไปที่หน่วยงานที่ส่งเสริม ภาคการเกษตร ภาคการผลิต ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก เพื่อสร้างรายได้ให้กับ ประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณมานะ โลหะวณิชย์ ๑๐ นาที ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม มานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกระผมนั้นได้มาอภิปรายงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๓ ในครั้งนี้ ซึ่งจากงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ในครั้งนี้ ทางรัฐบาลได้ตั้ง งบประมาณไว้ถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้จัดสรรให้ตามกระทรวงและหน่วยงาน ต่าง ๆ เพื่อดําเนินงานตามภารกิจที่รับผิดชอบ ทั้งในส่วนที่เปึนภารกิจพื้นฐานและภารกิจ ยุทธศาสตร์ซึ่งจะให้สอดคล้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในป้ ๒๕๕๒ และ ป้ ๒๕๕๔ นั้น ตัวกระผมเองได้ดูรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ นี้ ปรากฏว่ากระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดคือกระทรวงศึกษาธิการ รองลงมาเปึนกระทรวงการคลัง งบกลาง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ส่วนที่เหลือก็จะได้รับจัดสรรงบประมาณลดหลั่นกันไปตามภารกิจ แต่สิ่งที่ผมมาดูแล้ว มีความรู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนัก เพราะว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั่นเอง ถือว่า เปึนงบที่มีมาก ใช้จ่ายกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งผมถือว่า มันก็เปึนเรื่องที่เกินความจําเปึน งบของกระทรวงกลาโหมนั้นถ้ามาเปรียบเทียบดูแล้ว บวกกับงบของกระทรวงเกษตร บวกกับงบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม รวมกันทั้ง ๒ กระทรวงก็ยังไม่เท่ากับงบของกระทรวงกลาโหมเลยนะครับ ดังนั้น กระผมคิดว่ารัฐบาลน่าที่จะทุ่มเทงบประมาณให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดเปึนกรณีพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อจะได้รับน้ํา ซึ่งทุกข์ยากลําบาก เดือดร้อนมาเปึนระยะเวลาช้านาน แล้งก็แล้งซ้ําซาก ท่วมก็ท่วมซ้ําซาก ซึ่งชาวไร่ ชาวนา นั้นก็ถือว่าเปึนเกษตรกร เปึนพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เนื่องจากผมได้เวลาไม่มาก ก็ใช้ขอเวลาหยิบยกในการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๓ ในส่วนของกระทรวงที่มีความจําเปึนที่สําคัญ ๆ กระทรวงแรก ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการครับท่านประธาน ถือว่าเปึนกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดถึง ๓๔๕,๖๖๕ ล้านบาท ทุกป้ กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับงบประมาณ ไม่ว่ารัฐบาลไหน เข้ามาก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญ เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนี้ก็จะต้องดูแล บุคลากร ครูบาอาจารย์ ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษามากมาย อันนี้ก็ถือว่าเปึน กระทรวงที่สําคัญที่จะอบรมให้ความรู้กับบุตรหลาน เพื่อเปึนกําลังสําคัญของประเทศเรา ได้ในอนาคต แต่ท่านประธานครับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนของสถานศึกษาแต่ละ แห่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาที่อยู่ในเมืองที่มี ความเจริญ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานศึกษาที่อยู่ชนบท จะมีความแตกต่างกันราวฟัากับ ดิน สาเหตุอันเนื่องมาจากปัจจัยและสิ่งอํานวยความสะดวกซึ่งแตกต่างกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากร ครูผู้สอน ในเมืองนี่บุคลากร อาจารย์สอนมากมาย ถ้ามา เปรียบเทียบกับในชนบท ครูผู้สอน บางโรงเรียนขาดแคลนค่อนข้างที่จะมาก และหลาย ๆ โรงเรียน แม้กระทั่งนักการภารโรงก็เช่นเดียวกัน อย่างที่โรงเรียนของผม ในพื้นที่ของผม โรงเรียนบ้านคลองจันลา ก็ขอบุคลากรที่เปึนนักการ ภารโรงมาเปึนเวลา ๓-๔ ป้ก็ไม่มี อันนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการด้วย สื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย นั่นก็มีความจําเปึน อย่างยวดยิ่ง เพราะว่ายุคนี้สมัยนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อกระบวนการเรียนการสอน งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการนั้น มากครับ ผมก็มีแนวคิดที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อความเปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อการเรียนการสอน อยากให้กรมวิชาการหาอาจารย์ที่สอนทุกกระบวนวิชา ทุกชั้นวิชามาสอนลงบันทึกในซีดี แล้วแจกจ่ายให้ทั่วทุกโรงเรียน อันนี้ถือว่าอย่างน้อยโรงเรียนในชนบทก็จะได้มีโอกาส ได้ดู ได้รู้ว่ากระบวนการเรียนการสอนของโรงเรียนนั้น ของโรงเรียนในเมืองได้รับเท่ากับ โรงเรียนในชนบท สําหรับอาคารเรียนก็เช่นกัน หลายโรงเรียน ผู้อํานวยการโรงเรียน พยายามที่ของบประมาณผ่าน สพฐ. ขอจนท้อใจ ขอเท่าไรก็ไม่ได้ ป้แล้วป้เล่าก็ไม่ได้ สําหรับป้นี้หวังเปึนอย่างยิ่งว่าทางกระทรวงก็คงจะเห็นความสําคัญ อย่างห้องน้ําห้องส้วม ก็ถือว่าเปึนความสําคัญอย่างยิ่ง อันนี้ก็ขอฝากไว้
ในส่วนของกระทรวงคมนาคมก็ได้รับงบประมาณถึง ๕๑,๑๘๘ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนกระทรวงหลักที่มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางสัญจร ไปมา ก็ขอหยิบยกในพื้นที่ของอําเภอหนองบัวแดง ซึ่งเปึนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓๕๙ ระยะทางจากอําเภอหนองบัวแดงไปอําเภอภักดีชุมพล เปึนระยะทาง ๗๗.๔๒ กิโลเมตร พี่น้องที่สัญจรไปมาได้รับความลําบากทุกข์ยากมาเปึนเวลาหลายสิบป้ ซึ่งเส้นทางนี้ถือว่าเปึนเส้นทางสําคัญครับท่านประธาน เพราะว่าเปึนเส้นทางที่เชื่อมต่อ ระหว่างอีสานเหนือกับภาคกลาง เส้นทางนี้ เดี๋ยวนี้ ปัจจุบันนี้มีรถวิ่งมากมาย ก็โชคดีครับในสมัยรัฐบาลที่แล้ว โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายก็ดี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ก็ได้อนุมัติเม็ดเงินงบประมาณมาดําเนินการในส่วนหนึ่งแล้วนะครับในช่วงของกิโลเมตร ที่ ๒-๑๗ ในช่วงกิโลเมตรที่ ๓๕-๔๒ นะครับ ได้ก่อสร้าง พี่น้องดีใจครับ แต่ที่เหลือในช่วง กิโลเมตรที่ ๐-๒ กิโลเมตรที่ ๑๗-๓๕ กิโลเมตรที่ ๔๒-๗๗ ท่านประธานครับ ก็ทราบว่าทาง กรมทางหลวงก็ได้ประกวดราคาเสร็จสิ้นแล้วนะครับ ก็ขาดแต่เม็ดเงินงบประมาณของทาง กระทรวงเท่านั้นเอง ก็หวังใจเปึนอย่างยิ่งนะครับว่าทางรัฐมนตรี ท่านโสภณ ซารัมย์ ก็คง จะให้โอกาสสนับสนุนเปึนเม็ดเงินงบประมาณ อีกส่วนหนึ่งครับต้องขอขอบคุณกรมขนส่ง ทางน้ําและพานิชยนาวีที่รัฐบาลที่แล้วได้เล็งเห็นความสําคัญของลําน้ําชีครับท่านประธาน ลําน้ําชีซึ่งเปึนลําน้ําที่หล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชนคนอีสาน ความยาว ๑,๐๓๗ กิโลเมตร รัฐบาลที่แล้วโดยกรมพานิชยนาวี กรมขนส่งทางน้ํานี้ละครับ อนุมัติเม็ดเงินงบประมาณ เกือบ ๒๐ ล้านบาท ได้เริ่มขุดลอกที่ลําน้ําชีเริ่มต้นนะครับ ก็เป่ดทางน้ําให้มีความกว้างถึง ๔๐ เมตรนะครับ ก็ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญที่จะช่วยเหลือเวลาฝนตกถ้าไม่มีทางน้ํา น้ําก็จะ ไหลบ่าท่วมไร่นาของพี่น้องเกษตรกรเสียหายทุกป้นะครับ เมื่อกรมขนส่งทางน้ําได้เอา งบประมาณตรงนี้ลงไป ก็ทําให้น้ําเริ่มไหลได้สะดวก ถ้าในป้นี้ทางรัฐบาลจะสนับสนุน ส่งเสริมผมเชื่อว่าล้ําน้ําชีของเราตลอดทั้งสายก็จะทําให้พี่น้องที่อยู่ริมน้ําชีนั้นได้มีโอกาส ได้ใช้น้ําได้ตลอดนะครับ เพราะเปึนเทคนิคของทางกรมพานิชยนาวีกรมขนส่งทางน้ํานี่เอง นะครับ เขามีวิธีการช่างมีความสําคัญตรงนี้ก็สามารถที่จะสํารวจออกแบบขุดลอกให้ น้ํามันนอนคลองแล้วสามารถที่จะมีน้ําในลําน้ําชีได้นะครับ เสียดายครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับสําหรับกรมทางหลวงชนบท ถนนไส้กรอกอันเดียวครับที่พี่น้องของกระผม นั้นจากบ้านหนองปัอง หนองพวง ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ตอนนี้เหลืออีกแค่ ๗ กิโลเมตร เท่านั้นเองท่านประธานครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมด้วยนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ยังมีอีกหลายนะครับ เสียดายเวลา โอกาสนะครับ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ทําเปึนเอกสารมา ต่อไป คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๘ นาที
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ได้มีโอกาสเข้ามาอภิปรายร่างงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๓ ก็ขออนุญาตเข้าไปแตะที่นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ก่อนค่ะ ก่อนอื่น จะต้องกราบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านได้เป่ดโอกาสให้ภาค เกษตรกรชาวประมงเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น แล้วท่านยังนําความคิดเห็นของพี่น้อง ชาวประมงผลักดันมาเปึนนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ค่ะ ที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่งก็คือท่าน สามารถผลักเม็ดเงินไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวประมงโดยผ่านหน่วยงานกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผ่านไปยังกรมประมงกว่า ๒,๘๐๐ ล้านบาทค่ะ เพื่อที่จะนําไปแก้ไข ปัญหาและพัฒนาอาชีพประมงอย่างเปึนทางการและยั่งยืนค่ะ อาชีพประมงอยู่คู่คนไทย และประเทศไทยมาอย่างช้านานค่ะ ที่สําคัญ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่าเปึนผู้นํา ทางการค้าทางการส่งออก นําสินค้าไม่ว่าจะเปึน กุ้ง ปู ปลาหมึก ส่งออกนํารายได้ มหาศาลเข้าสู่ประเทศและรายได้ยังนํามาซึ่งอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย ไม่ว่าจะ เปึนแรงงานการจ้างงาน แล้วยังไปส่งผลโดยตรงก็คือสร้างโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเปึน อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากประมงอย่างมากมายค่ะ แต่ท่ามกลางรายได้มหาศาลที่พี่น้องชาวประมงหาให้กับประเทศนะคะ พี่น้องชาวประมง ยังคงต้องแบกรับภาระค่ะ ไม่ว่าจะเปึนภาระของหนี้สิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภาระต้นทุน ที่สําคัญตอนนี้จะต้องทํางาน จะต้องอาบเหงื่อต่างน้ําภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศ ไทยไม่ได้ทําโดยตรงค่ะ เรารับผลจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ประเทศคู่ค้าของเรา ไม่ว่าจะเปึนยุโรปก็ดีหรืออเมริกันก็ดี ที่เปึนประเทศที่สั่งสินค้าทะเลมูลค่าป้ละกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อป้ ตอนนี้ยอดของพวกเขาที่เคยส่งออกกลับหดหาย สินค้าที่เขาเคย ขายได้ราคาต้องลดต่ําลงกว่าครึ่งหนึ่งค่ะ ที่สําคัญที่สุดพวกเขาต้องทํางานภายใต้การที่ ไม่สามารถกําหนดราคาของพวกเขาเองได้ค่ะ แต่โชคดีที่รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เล็งเห็นถึงปัญหา ก็สามารถแก้ไขปัญหา โดยเริ่มต้นก็คือยกเว้นภาษีสรรพสามิตนะคะ ช่วยลดภาระเรื่อง ของต้นทุนการผลิต เรื่องของราคาน้ํามันค่ะ ตอนนี้พี่น้องชาวประมงได้รับการยกเว้นภาษี สรรพสามิต ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันเขียวสําหรับเรือประมงพาณิชย์ค่ะ และน้ํามันม่วงสําหรับ เรือประมงพื้นบ้าน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมากนัก แต่ได้เข้าถึง ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ๓ บาท ๕ บาท ๖ บาทค่ะ ถือว่าช่วยกันลดภาระที่พวกเขาต้อง แบกรับทั้งหมด แบ่งเบาภาระที่เคยต้องแบกรับนะคะ ก็ช่วยกันบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้ บ้างพอสมควรค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ช่วยขยายระยะเวลาต่ออายุน้ํามันม่วงนะคะ ที่เดิมท่านเคย ให้โควตาไปแต่ยังใช้ไม่หมด ขยายเวลาให้พวกเขาได้เข้าถึงน้ํามันได้มากขึ้นค่ะ ปัญหาที่ สําคัญอีกประการหนึ่งที่คู่กับวงจรของภาคประมงมาโดยตลอด ก็คือเรื่องของปัญหา หนี้สิน ไม่ว่าจะเปึนหนี้สินนอกระบบ หนี้สินในระบบ หนี้สินของพ่อค้าคนกลางที่พี่น้อง ชาวประมงต้องแบกรับก็คือ วงจรพวกนี้เกิดขึ้นก็คือพวกเขาไม่มีเงินทุนที่จะไปซื้อเรือ ไม่มี เงินทุนที่จะไปซื้อเครื่องจักร รายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการกู้ค่ะ กู้ตัวนี้ก็คือไปกู้นอกระบบ มา ไปซื้อเรือ ไปซื้ออุปกรณ์ พอขายปลา ขายปลาหมึก วันหนึ่งรายได้ที่เขาขาย ๒,๕๐๐ บาทค่ะ หักค่าใช้จ่ายเหลือ ๓๐๐ บาทค่ะท่าน กับการที่จะต้องเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว ๕ คน ๓๐๐ บาท หนี้สินที่มีอยู่ก็ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งนี้ได้รับการ ดูแลเปึนอย่างดีจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังนะคะ ที่ได้รับหลักการเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้สินของภาค ประมง ที่เดิมเราเคยได้ยินแต่การปรับโครงสร้างหนี้สินของเกษตรกรภาคอื่น ๆ แต่ครั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้รับหลักการการปรับหนี้สินของพี่น้องชาวประมง ที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ช่วยกันผลักดันเรื่องของแนวนโยบายการนําสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของตัวเรือเองก็ดี เรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์การทํามาหากินก็ดี ไปเปึนสินทรัพย์ แปลงมาเปึนเงินทุนให้ พี่น้องชาวประมงสามารถมีแหล่งทุนเปึนตัวของพวกเขาเองได้ค่ะ ที่สําคัญถ้าเราแก้ปัญหา ตัวนี้ได้แล้ว พี่น้องชาวประมงจะสามารถขายสินค้าที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของ พวกเขาเองได้ค่ะ ไม่ต้องรอให้พ่อค้าคนกลางมากําหนดราคาสินค้า แต่พวกเขาสามารถ กําหนดได้ด้วยตัวเขาเองค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขอร้องทางรัฐบาลผ่านไปยังท่านประธานก็ คือให้ช่วยกันผลักดันเรื่องของสภาการประมงแห่งประเทศไทยค่ะ ในระหว่างนี้เราอยู่ ในช่วงของการยกร่างพระราชบัญญัติของสภาการประมงค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากเห็นก็ เนื่องจากว่า ถ้าเราสามารถผลักดันสภาการประมงแห่งชาติออกมาได้แล้ว จะเปึนแนวทาง ที่ชัดเจนมากก็คือ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนค่ะ จะช่วยกันวางแผนการผลิตได้ จะช่วยกันหาตลาดสินค้าให้พี่น้องชาวประมงได้ และจะช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายไม่ว่า จะเปึนนโยบายด้านพลังงานและนโยบายด้านแรงงาน จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่าง เต็มรูปแบบ และเปึนระบบเปึนกระบวนการค่ะ ดิฉันในนามของ ส.ส. ชายฝัืงทะเลทั้ง ๒๔ จังหวัดของพรรคประชาธิปัตย์ เรามีโอกาสที่จะพูดคุยประเด็นปัญหาที่รับรู้รับฟังมา จากพี่น้องชาวประมงโดยอาศัยเวทีของสภาแห่งนี้มาโดยตลอด ก็เห็นในรัฐบาลชุดนี้ ที่ท่านเริ่มแก้ไขปัญหาอย่างเต็มรูปแบบ ที่ท่านเล็งเห็นปัญหาที่พี่น้องชาวประมงประสบ มาโดยตลอด ดิฉันในนามของ ส.ส. ชายฝัืงทะเลทั้ง ๒๔ จังหวัด และในนามของพี่น้อง ชาวประมงนะคะ ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดใดก็ตาม ดิฉันต้องขอบคุณที่รัฐบาลชุดนี้เล็งเห็น ปัญหาและก็แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้กว่า ๑.๗ ล้านล้านบาท จะต้องเปึนไปอย่างยาก เพราะว่าเราต้องจัดงบประมาณภายใต้ วิกฤติเศรษฐกิจของโลกที่ประเทศของเราต้องได้รับโดยตรง แต่ดิฉันขอชื่นชมค่ะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสามารถจัดงบประมาณได้อย่างมีธรรมาภิบาล ไม่เลือกฝัก ไม่เลือกฝ์าย ไม่เลือกว่าเปึนภาคใด พรรคใด แต่ท่านจัดงบประมาณให้กับทุก ภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกันค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ดีมากครับ ต่อไปเชิญ ท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ ๒๕ นาที ทําไมน้อยเหลือเกิน
ผมอาจจะใช้ไม่ถึง ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะรบกวนเวลาสภาแห่งนี้นะครับ เพราะทราบหลายท่านใช้เวลากัน แล้วอยาก ใช้ท่านประธาน แต่มันคงไม่ใช้เวลาคงไม่ได้ เพราะว่าท่านประธานเปึนที่เคารพของ ตัวผม ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความเมตตาและมีมุทิตาจิตกับบิดาของผมด้วย นะครับ วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์แล้วผมไม่สบายใจ จําเปึนต้องใช้เวลาของสภาและ อธิบาย ไม่อยากจะเปึนผู้นําในการอภิปราย ไม่อยากจะแสดงออกนะครับ เพราะว่า เรื่องราวมันต้องไปจบในชั้นกรรมาธิการก็ว่ากัน ประธานวิปฝ์ายค้านยอมรับ ถกรับนายก ขอแบ่งงบท้องถิ่น และทางหลวง ฝากไปถึง บก. มติชนด้วยนะครับ ถ้าคนชื่อ ส.ส. วิทยา บุรณศิริ กระทําแบบนี้ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้คงลําบาก จึงจําเปึนต้องใช้เวลาแห่งนี้พูดกัน ผมว่าผมเปึนประธานวิป ไม่ว่าจะเปึนอดีตวิปรัฐบาลและวิปฝ์ายค้านที่เปึนคนที่ คอมโพรไมส์ (Compromise) ที่สุด ทุกเรื่องที่ผมรับแล้วก็ไม่ว่าจะเปึนนายกรัฐมนตรี คนไหน ผมส่งให้หมด แม้กระทั่งประธานผมก็บอกถึงรายละเอียด แต่วันนี้และเมื่อวานนี้ ได้พูดคุยกันนั้นผมทนไม่ได้ จึงจําเปึนต้องพูดต่อสภาแห่งนี้ วันนี้ผมได้ทําหนังสือถึง ท่านประธานสภาและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตอ่านและส่งมอบให้ท่าน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ บรรจุอยู่ในเรื่องด่วนที่ ๒ โดยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ในวาระที่หนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ และในระเบียบวาระที่สอง ได้มีการพิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา รวมทั้งในวาระที่สาม สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ เห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สองนั้น กระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน ส่วนของฝ์ายค้าน ได้แสดงความประสงค์ที่จะไม่ร่วมพิจารณาในชั้นวาระที่รับหลักการ และแปรญัตติและเห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ
ดังนั้นเพื่อตรวจสอบการดําเนินการของฝ์ายนิติบัญญัติ กระผมและสมาชิก ขอให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งรายละเอียดและเอกสาร รวมถึงภาพการ พิจารณาในชั้นวาระแปรญัตติ และวาระเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินี้ให้แก่กระผม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของฝ์ายค้านด้วย ทําไมผมต้องทําหนังสือครับ ท่านประธาน เพราะผมไม่เชื่อมั่นว่าฝ์ายนิติบัญญัติ ๒๔๔ ต่อ ๐ จะไม่มีความสํานึกในความรับผิดชอบ เปึนครั้งแรกครับที่พิจารณางบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รวมถึง พ.ร.ก. นะครับท่านประธาน รายละเอียดที่ผมได้เป่ดดู ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็คงยังไม่ทราบนั่งอยู่ตรงนี้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้รับ ทราบ ให้อํานาจกระทรวงการคลังนะครับ ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... มีอยู่แค่นี้ละครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านพิจารณา กัน ๓ วาระ โดยใช้กรรมาธิการเต็มสภา เสร็จไปแล้วนะครับ เดี๋ยวเย็นนี้ก่อนที่จะผ่าน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ผมจะขอนะครับ เพราะมันผ่านไปแล้ว วาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สาม มีความจําเปึนครับท่านประธาน ท่านประธานเปึน ประมุขของพวกผม ท่านประธานไม่เหนี่ยวรั้งเลยนะครับว่า หลักการและวิธีการพิจารณา ต้องการอย่างนั้นหรือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แน่ใจเรื่องรายละเอียดทุกโครงการไม่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างนั้นหรือ ทุกโครงการของเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แทบไม่มีรายละเอียด การดู ท่านพิจารณา ๒๔๔ คน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เรามีหน้าที่อะไร ผมเห็นใจรัฐบาลที่มีความพยายามที่จะกระทําหน้าที่ในฐานะเปึนฝ์าย บริหาร แต่สภาแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมานึกจะทําอะไรก็ทํานะครับท่านประธาน เดี๋ยวเขียน รูปเล่มไว้ให้ผมดูเลยนะครับว่าพิจารณากัน ๓ วาระรวดนั้น ๒๔๔ ต่อ ๐ รูปร่างหน้าตามัน เปึนอย่างไร ลงจังหวัดไหนบ้าง หมู่บ้านไหนบ้าง ตําบลไหนบ้าง แต่ละรายละเอียดที่ขอต่อ สภาแห่งนี้ มันเสร็จแล้วไง ทําไมผมไม่พูดตอนท่านพิจารณาเสร็จแล้ว ทําไมผมต้องพูด ตอนนี้ ผมเข้าใจว่าแต่ละโครงการ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ท่านนายกรัฐมนตรีขอไปนั้น ต้องมีรายละเอียด เพราะนี่คือต้นแบบของนายกรัฐมนตรีของผมเหมือนกัน ผมไม่ปฏิเสธ นะ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีของผม แต่สิ่งที่ผมต้องพูดต่อหน้าประมุข ของฝ์ายนิติบัญญัติว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าขืนทําแบบนี้เราจะพิจารณากันอย่างไร ไม่รวมถึง สื่อที่ไปพาดในหน้าหนังสือพิมพ์ที่บอกผมนี่ ผมแจ้งปัญหาให้ทราบว่ากฎหมายที่ผ่านสภา แห่งนี้มันไปใช้วิธีการแก้ไขไม่ได้ ตัวเองก็เปึนกรรมาธิการกิจการสภาอยู่ จะต้องให้ตอบไป ว่าการแก้กฎหมายนั้นต้องมาขออํานาจจากสภาหรือไม่ครับท่านประธาน ผมกําลังจะทํา ให้ครับ ถึงขนาดจะต้องพิมพ์รูปเล่มก็ได้นะครับว่าออกไปจากสภาแห่งนี้หน้าตาเปึน อย่างไร ผ่านกรรมาธิการไปแล้ว ๓ วาระแล้วเปึนอย่างไร เย็บเล่ม และต่อไปพอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว เปึนกฎหมายแล้ว คงจะต้องเอามาเก็บไว้ เพราะมิฉะนั้นแล้วมันมีปัญหาจริง ๆ ครับ เดี๋ยวท่านส่งมาให้ผมดู ผมจะรู้นะครับ หน้าตามันเปึนอย่างไรว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุม แห่งนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ผ่าน ๓ วาระรวด หล่อแค่ไหน ผมทําหนังสือถึงท่านแล้วครับ โปรดกรุณาได้ส่งให้ ผมครบหมดทั้งรายละเอียดหมู่บ้าน ตําบลครับ
ผมจะเรียนให้ท่านวิทยา ทราบนะครับ ผมในฐานะเปึนประธานนะครับ ผมก็มีหน้าที่ควบคุมการประชุม แล้วปฏิบัติ ตามข้อบังคับที่สภานี้ได้บัญญัติไว้ ผมก็ได้ปฏิบัตินะครับ ก็นั่งอยู่ในที่ประชุม และเมื่อที่ ประชุม
ขออนุญาตได้ไหมครับ ท่านประธาน ให้ผมจบ ผมไม่ใช้เวลามากครับ เพราะเดี๋ยวผมต้องไปทํารายงานที่ท่าน ประธานมอบให้ผมครับ ที่ปรองดองครับ ผมขออภิปรายอีกนิดเดียวครับ ผมขอเปึน
ผมเรียนว่า ผมได้ปฏิบัติ ตามข้อบังคับทุกประการ
ครับท่านครับ สิ่งที่ผมได้ นําเรียนต่อท่านประธานและสิ่งที่ท่านประธานกําลังจะแจ้งให้ผมทราบนั้นเปึนสิ่งที่ดู เสมือนเปึนเรื่องเดียวกัน ผมเรียนตามตรงนะครับว่าเดี๋ยวนี้ฝ์ายนิติบัญญัติ ท่านผู้อาวุโส หลายท่านนะครับ ผมวิงวอนนะครับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นความขัดแย้งของบ้านเมืองมัน เกิดจากจุดนี้ละครับ การแก้ไขกฎหมายที่ตราจากสภาแห่งนี้ไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง งบประมาณ การไม่ปฏิบัติจนทําให้เกิด ๒ มาตรฐาน มันก็มาจากเรื่องพวกนี้ละครับ วันนี้ ผมเรียนตามตรงว่างบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ที่กําลังจะผ่านภายในค่ํานี้ ซึ่งผมเรียน ตามตรงผมก็พยายามทําตามที่ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีมีเจตนาให้สภา พิจารณา แต่สาเหตุที่ผมต้องทําเรื่องเพราะว่าผมเห็นแล้วไม่สบายใจ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ คงจะเห็น ผมไม่มีส่วนรู้เห็นเลยนะครับ แต่หนังสือพิมพ์นั่นก็คือหนังสือพิมพ์ แต่สิ่งที่ผม เรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาถ้ากฎหมายออกจากสภาแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าจะไปให้ วุฒิสภาได้พิจารณา หรือให้สาธารณชนได้รู้และรับทราบแล้ว ผมต้องกราบวิงวอน ท่านประธานนะครับว่า เราเปึนต้นแบบสุดท้ายนะครับที่จะต้องให้เหลืออยู่ ฝ์ายนิติบัญญัตินั้นเปึนฝ์ายที่สูงสุดและมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ว่าจะเปึนวุฒิสมาชิกและ ส.ส. เพราะฉะนั้นการที่พี่น้องสมาชิกได้มาร่วมกันพิจารณาแล้ว ไม่ว่าจะเปึนสิ่งที่ผ่านมา ๓ วาระ ผมขอดูรูปร่างหน้าตาเปึนอย่างไร พิจารณาเสร็จแล้ว เพราะมันจะต้องส่งไปให้ วุฒิสมาชิกเขา และเขาพิจารณาเรื่องที่เราพิจารณานั้น ท่านก็เปึนประมุขของฝ์าย นิติบัญญัติเราหน้าตาเปึนอย่างไร อันนี้ผมต้องกราบเรียน เพราะว่าผมเคารพท่านมาก แล้วผมขอเปึนรายละเอียด ส่วนงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้นผมได้มีสมาชิกและทีมงานที่จะ อภิปราย ผมฝากไว้แค่นี้ เดี๋ยวถ้าเกิดผมเสร็จเรื่องที่ปรองดองเสร็จผมจะมาอภิปรายด้วย ขอใช้เวลาส่วนที่เหลือนี้มอบให้ท่านปวีณครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้อภิปราย สืบเนื่องมาจากการพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์วันนี้นะครับ ซึ่งเมื่อเช้าผมเห็นก็ไม่สบายใจ เช่นเดียวกัน แล้วก็ความจริงได้ตอบผู้สื่อข่าวไปแล้วนะครับ เนื่องจากเขามาถาม ที่จริง ถามทุกมุมเลยครับ มุมหนึ่งก็บอกว่าต่อรองกัน ตกลงกันไม่ได้เลยเกิดการวอล์คเอาท์ อีกมุมหนึ่งก็มาบอกว่าฮั้วกันให้ผ่านไป ๓ วาระ ซึ่งผมก็ได้ตอบผู้สื่อข่าวไปว่าไม่ใช่ทั้ง ๒ กรณี ผมอธิบายให้ฟังว่า ที่จริงแล้วเรื่องการพิจารณา ๓ วาระมันไม่ใช่เจตนาของรัฐบาล และรัฐบาลก็ได้พูดตั้งแต่ต้นว่ามันไม่ใช่เจตนาของรัฐบาล ผมกราบเรียนเลยนะครับว่า ที่จริงเมื่อรัฐบาลพิจารณาในเรื่องของการที่จะมีการกู้เงินเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ในครั้งแรก ประเมินยอดเงินกู้ที่จะมาลงทุน พูดถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เจ้าหน้าที่ เขาเสนอมาตั้งแต่ต้นเลยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะยืนยันได้ว่าให้ทํา เปึนพระราชกําหนดทั้งหมด เหตุผลก็เพราะว่าในอดีตทํามาเปึนพระราชกําหนดทุกยุค ทุกสมัย ผมเองเปึนคนบอกว่าในเมื่อการใช้จ่ายเงินมันจะใช้ในช่วงระยะเวลาไปถึง ๓ ป้ ข้างหน้า มันไม่น่าจะเปึนพระราชกําหนดได้ทั้งหมด ก็มาดูว่าส่วนไหนที่เร่งด่วนก็เปึน พระราชกําหนด ส่วนไหนที่ไม่เร่งด่วนก็ควรจะทําเปึนพระราชบัญญัติ และเหตุผลที่ทําเปึน พระราชบัญญัติก็เพราะว่าต้องการให้สภาเข้ามาช่วยกันพิจารณาแล้วก็มีส่วนร่วม แต่ท่าน ต้องเข้าใจนะครับว่ากฎหมายที่ออกมันเปึนกฎหมายว่าด้วยการให้อํานาจ กระทรวงการคลังในการกู้เงิน แล้วมันก็ไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการใช้จ่าย ผมก็บอก แล้วก็ได้พูดในทางสาธารณะพูดในสภาว่า ก็ให้คณะกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายนี้เข้ามาช่วยดูในเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ถ้าประสงค์จะมีการตรวจสอบกัน แต่ว่ามันก็มีข่าวมาตั้งแต่ต้นนะครับว่า ทางฝ์ายค้าน อาจจะไม่มีการตั้งกรรมาธิการ ท่านประธานวิปทราบดี เพราะผมเคยสอบถามท่าน ด้วยตัวเองเมื่อมีข่าวมา ท่านก็บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหา ไม่น่าจะเปึนอย่างนั้น ท่านก็ตอบ ผม ก่อนที่จะมีการพิจารณา แล้วก็ขณะเดียวกันช่วงนั้นก็มีการถกเถียงกันเรื่องถ่ายทอด ไม่ถ่ายทอด ผมก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมไม่ได้ขัดข้อง แต่ผมก็ได้ ชี้แจงสื่ออย่างนี้ครับว่า ผมฟังฝ์ายค้านอธิบายว่าที่เดินออกจากห้องประชุมเพราะไม่พอใจ การบริหารงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ผมทราบมาว่ามีความไม่พอใจในหลายพื้นที่ว่าการ บริหารงบประมาณป้ ๒๕๕๒ โดยเฉพาะในส่วนของงบของท้องถิ่น มันไม่เปึนไปตาม ความเข้าใจของสมาชิกในช่วงที่มีการอนุมัติงบประมาณไป ผมตอบอย่างนี้ครับ ผมไม่มี การให้ร้ายใคร ไม่มีการอะไร ผมก็ตอบตรงไปตรงมาอย่างนี้ แต่ว่าท่านต้องเข้าใจว่าเจตนา รัฐบาลไม่ได้ต้องการให้เปึน ๓ วาระ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อท่านตัดสินใจว่าท่านไม่พอใจ การบริหารงบป้ ๒๕๕๒ นี่คือคําชี้แจงที่เมื่อวานท่านก็มาอธิบายในสภา ก็เลยบอกว่า เหมือนกับเปึนประท้วงนั่นแหละครับว่า แล้วรู้ได้อย่างไรว่าถ้าทํา พ.ร.บ. เงินกู้ มีการมา พูดคุยในเรื่องโครงการแล้วจะไม่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงเหมือนป้ ๒๕๕๒ ผมฟังมา อย่างนั้น ท่านก็บอกว่าท่านก็แสดงออกด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ปัญหาที่ ตามมาของรัฐบาลก็คือว่า แล้วเราจะเดินต่อได้อย่างไร ผมก็บอกไปตั้งแต่เมื่อวานว่า โดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา ถ้าเราไปยึดว่าแม้แต่เพียง พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองเดียวนะครับ ตัดสินใจไม่ส่งกรรมาธิการเข้ามา แล้วกระบวนการนิติบัญญัติเดินต่อไปไม่ได้ ก็คงจะเปึนสิ่งที่แปลกอยู่ในแง่ของเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลก็ต้องให้งานเดินต่อ ก็จึงใช้วิธีการ ในการพิจารณาเต็มสภา แต่หลังจากนี้ไปนี่ครับ เนื่องจากเงินก้อนนี้มันไม่ได้รีบใช้หรอก ครับ ในช่วงที่ไปวุฒิสภาผมก็มั่นใจละครับว่าจะมีการตั้งกรรมาธิการ มีการพิจารณากรอบ ข้อเท็จจริงตรงนั้นได้มาอย่างไร ก็สามารถที่จะนํามาเสนอต่อสมาชิกได้ และหลังจากนี้ไป ถ้าสภาจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเปึนการเฉพาะ เปึนกรรมาธิการวิสามัญก็สามารถทํา ได้ สมัยที่มีการใช้เงินกู้มิยาซาว่าก็มีการดําเนินการในลักษณะนั้น รัฐบาลในขณะนั้นก็ไม่ ขัดข้อง วันนี้ถ้าจะมีกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง แต่กรอบของกฎหมาย รูปแบบของกฎหมายมันเปึนอย่างนี้เท่านั้นเอง ส่วนกรณีความไม่พอใจในเรื่องของ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ก็ต้องพูดตามความเปึนจริงนะครับว่า ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก เพื่อนสมาชิกหลายกรณี ที่จริงตอนแรกไม่ใช่เรื่องของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อย่างเดียวครับ มีเรื่องของกรมทางหลวงชนบทด้วย แล้วกรมทางหลวงชนบทก็มีการ แก้ไขกันไประดับหนึ่ง สมาชิกหลายท่านจะทราบนะครับว่าเมื่อมาร้องกับผม ผมก็บอก ผู้เกี่ยวข้อง ก็มีการดําเนินการไป แต่งบในส่วนของท้องถิ่นที่มันยังไม่เรียบร้อย ต้องเข้าใจ ว่ามันไม่เหมือนกรณีของกรมทางหลวงชนบทหรือกรมอื่น ๆ เพราะงบของท้องถิ่นนี่ กระบวนการมันต้องเริ่มมาจากการของบจากท้องถิ่นส่งมาที่จังหวัด เข้ามาที่กรม กรมและ กรรมการกระจายอํานาจมีกรรมการที่จะกลั่นกรอง มีการกําหนดหลักเกณฑ์ ถ้าพิจารณา ว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็อนุมัติ ถ้ามีปัญหาก็ส่งกลับไปที่ท้องถิ่นอีก บางครั้งก็มีการส่ง กลับไปกลับมาหลายครั้ง เปัาหมายรัฐบาลอยากใช้เงินเร็วอยู่แล้วครับ แล้วก็พยายาม เร่งรัดให้ทันเดือนพฤษภาคม แต่ขณะนี้ยอดที่ค้างอยู่ ส่วนหนึ่งก็เปึนปัญหาในเรื่องของ การใช้งบประมาณซึ่งไม่เปึนไปตามหลักเกณฑ์ ต้องได้รับการยกเว้น อีกส่วนหนึ่งเขาก็ รายงานผมมาว่า มันเปึนปัญหาที่กรมส่งเรื่องกลับไปให้ท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นต้องส่งกลับ มาใหม่ในการแก้ไข แต่ทั้งหมดที่เขายืนยันกับผมก็คือว่า ทุกพื้นที่ได้รับงบประมาณตาม จํานวน ปัญหาเกิดขึ้นคือโครงการไม่ตรงกันครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็นัดประชุมคณะกรรมการ กระจายอํานาจในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อที่จะมาสะสางเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมเข้าใจครับ แล้วก็เข้าใจดีว่าท่านต้องการแสดงออกในความไม่พอใจกับการบริหารงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่เกิดขึ้น แต่ว่าผมก็ได้พูดตั้งแต่วันนั้นนะครับว่า เมื่อท่านตัดสินใจอย่างนั้น รัฐบาลก็ต้องเดินหน้าต่อในการทํางาน แล้วการตรวจสอบหลังจากนี้รัฐบาลก็ยินดี แต่ว่า ผมพูดเมื่อวานนี้ก็คือว่า ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมถ้าฝ์ายค้านจะมาตําหนิรัฐบาลประหนึ่งว่า รัฐบาลนี่ตั้งใจที่จะพิจารณา ๓ วาระตั้งแต่ต้น ซึ่งทุกท่านทราบดีว่าไม่เปึนอย่างนั้น ท่านประธานวิปก็ทราบดีเพราะเราคุยกันตั้งแต่ก่อนมีการประชุม ก็กราบเรียนเพื่อความ เข้าใจครับ
เชิญครับ
ขอใช้เวลาอีกนิดเดียวนะครับ เพื่อความเข้าใจ เพราะว่าเปึนนายกอภิสิทธิ์สิครับผมถึงต้องพูด เพราะว่าท่านเปึนนายก ของผมด้วย แต่ทุกปัญหาที่ผมบอกกล่าวกับท่านนายกอภิสิทธิ์นั่นคือความจริง ผมไม่ ต้องการให้ท่านอธิบายให้ผมฟัง เพราะผมฟังมาหลายครั้งแล้วด้วย แต่เมื่อมันเปึนปัญหา และมันเขียนไว้ชัดอยู่ และผมเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ที่นั่งอยู่นี่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติทั้งหมด ทุกคนเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ถ้าไม่พูดอะไรเสียเลยนี่มันคงไม่ใช่ ไม่ใช่ นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ทุกท่านในสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนทราบ แต่ผมให้เกียรติ ท่านนายกตลอด และเมื่อนายกรับปัญหาไปแล้วเขียนมาคอร์รัปชันให้น้อยที่สุด เขียนไว้ ชัด ผมต้องการต้นแบบที่ดี ท่านประธานสภาก็เหมือนกัน ผมพูดเสมอนะครับวันที่ท่าน แถลงนโยบายนอกสภาผมก็ไม่สบายใจ เพราะผมไม่ต้องการให้ประมุขของฝ์าย นิติบัญญัติเปึนแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องพูดไง เพราะวันนี้ผมเองก็ต้องเปึน กรรมาธิการงบประมาณให้ท่าน กับสมาชิกในฝ์ายนิติบัญญัติของท่าน แต่ผมไม่ต้องการ ในสิ่งที่ขึ้นหน้า ๑ ว่าประธานวิปฝ์ายค้านยอมรับถกลับนายก จริง ๆ ถกกับนายกนี่ ต้องการพูดให้ทราบว่าถ้าทําแบบนี้เราจะลําบากในการพิจารณานะครับ เพราะว่าสมาชิก ส่วนใหญ่เขาไม่เชื่อท่าน ผมก็บอกว่าคงไม่ใช่ เพราะเขาพูดกันแล้วนี่นา ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อน พูดจริง ๆ ผมพูดกับท่านอภิสิทธิ์ ถ้าวิทยาคนนี้ไม่เคยพูด เลยแล้วอยู่ ๆ มาพูดกับคุณอภิสิทธิ์วันนี้ต่อหน้าประธานผมจะไม่พูดเลย ใครมีปัญหามา หาผม เออ คุณไปพบท่านนายกเถอะ นายกเปึนคนดี ผมพูดอย่างนี้จริง ๆ ครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลานะครับท่านประธาน ผมก็เลยเรียนให้ทราบว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ ในฐานะที่เรา เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ กว่าจะไปถึงวุฒิสมาชิก ซึ่งเปึนวุฒิสมาชิกก็ถือว่าสภาสูงของเรา เราไม่อยากอายเขาครับ วิธีการพิจารณา ถูกครับท่านนายกผมต้องเล่นเกมการเมือง ร่างพระราชบัญญัติที่ผมบอกท่านต่อประธานสภาผู้สูงอายุเปึนร่างเกี่ยวข้องการเงิน นะครับท่านประธาน ก็วิทยาคนนี้แหละครับ ประธานวิปฝ์ายค้านนี่แหละครับ แต่ไม่เคยว่า ไม่ทํางานแล้วไม่บอกท่านชินวรณ์ในฐานะที่ท่านเปึนประธานวิปเหมือนกัน ผมทํางาน ด้วยกัน และผมนี่แหละจะเปึนต้นแบบปรองดองให้กับท่าน แต่วันนี้ถ้าความปรองดองจะ เปึนอย่างที่ความต้องการที่มันเกิดขึ้น แปรญัตติเต็มสภานั้นไม่ใช่ปรองดองครับ ถ้าเราจะ ใช้อํานาจทางฝ์ายนิติบัญญัติเพื่อทําให้การเมืองนั้นมันเดินไปได้ และพี่น้องประชาชน เชื่อมั่นนายกอภิสิทธิ์ละก็ ต้องทําอย่างผมว่าครับ ผมเสนอบอกให้มีคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาเปึนทางออกให้รัฐบาล ๑. แทนการถอนนี่ครับ ถ้าถอนออกไปมันก็ดูไม่สง่าผ่าเผย ความเชื่อมั่นของรัฐบาลไม่เกิด นั่นคือถอนร่างพระราชบัญญัติกู้เงินออกไปก่อน เพราะ นายกบอกต่อสภาแห่งนี้ว่ายังไม่ได้ใช้ จะใช้ต่อเมื่อจําเปึน นั่นคือสิ่งที่ถูกนายกพูด แต่เมื่อ นายกต้องการให้ผ่าน ๓ วาระรวดโดยเสียงข้างมาก ผมไม่เห็นด้วย ผมบอก ๑. ถ้าจะมี ทางออกที่ดี ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียดเสียก่อนที่จะเข้ามารับหลักการได้ ไหม นั่นเปึนทางออกที่ผมนําเสนอ แต่เมื่อถึงตรงนั้นแล้วไม่ว่ากัน แต่ผมต้องพูดเพื่อให้ท่านประธานในฐานะผมเคารพและ เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ เรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญ ผมจะทําให้การพิจารณางบประมาณ ผมและคณะนะครับในซีกของพรรคร่วมฝ์ายค้าน จะทําให้การพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ที่กําลังพิจารณาอยู่นี้มันราบรื่นครับ ด้วยต้นแบบที่ท่านประธานสภาอยากให้ เปึน ผมจะไม่วอร์คเอาท์ออกจากห้องนะครับ จําคําพูดผมไว้ เพราะนี่คือสิ่งที่ผมคาดหวัง อยากจะให้ทํา ไม่ใช่ไปออก พ.ร.ก. แต่ถ้าออกเปึน พ.ร.บ. ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์กล่าวว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลสามารถทํา พ.ร.ก. ได้ ถูกต้องครับ ถ้าเปึนผมผมก็ทํา แบบนี้ท่านนายก แล้วผมพูดเสมอครับว่าการกู้ไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด ผมเคยเลย ผมชมท่าน ตลอด แต่ว่าความสามารถในการชําระหนี้หรอกเปึนสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เวลา ของสภานั้นดําเนินไปได้นะครับ ผมเรียนตามตรงว่า ผมขอใช้โอกาสได้พูด เพราะว่าผม อึดอัดใจว่าสิ่งที่ผมแสดงด้วยความบริสุทธิ์ใจมันเปึนข่าวแบบนี้ และผมเองก็ต้องเรียนให้ ทราบว่าการใช้สภา ๓ วาระ และกรรมาธิการเต็มสภาโดยสมาชิก ๒๔๔ ต่อ ๐ เปึนสิ่งที่ สามารถหลีกเลี่ยงได้ถ้าเราใช้วิธีในการทํางานแบบฝ์ายนิติบัญญัติที่ละเอียด เราต้องบอก เลยครับว่าแปรญัตติกี่วัน ให้มีโอกาสไปคุยกันก็ได้ มีเรื่องราวมาเสนอ เพราะท่านชวลิตอยู่ ข้าง ๆ ผมนี่ก็บอกว่า เดี๋ยวมีเอกสารจะเอามาให้ มันก็ไม่มี เพราะฉะนั้นผมเลยต้องทํา นะครับ แต่ผมต้องแจ้งต่อท่านประธานว่าเดี๋ยวการพิจารณาจะได้ราบรื่นไป และผมขอ เปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ จะเปึนฝ์ายค้านในการพิจารณา งบประมาณป้ ๒๕๕๓ แต่เหตุที่ผมต้องทําหนังสือให้ท่านประธานเพราะว่า ผมอยากเห็น หน้าตาหล่อ ๆ ของพระราชบัญญัติที่ผ่านสภาแห่งนี้ ๓ วาระ โดยกรรมาธิการเต็มสภา ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ผมจะรับ หนังสือท่าน แล้วผมก็จะดําเนินการนะครับ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะความบริสุทธิ์ของผมมี ความจริงใจของผม ผมจะต้องพิสูจน์ตัวผมเหมือนกัน และภาพเอกสารของการประชุม สภา วีดิโอก็มีชัด ไม่ต้องไปหาที่ไหน ที่สภามีหมด แล้วก็เปึนเรื่องเป่ดเผย เพราะประชุม เป่ดเผย มีการถ่ายทอดทั่วราชอาณาจักร เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง ที่จริงก็อยากจะเรียนผ่านไปถึง ท่านประธานวิปฝ์ายค้านนะครับ ด้วยความปรารถนาดีที่มีให้กัน ผมนี่ถูกสอบถามเรื่องที่ ลงในหนังสือพิมพ์วันนี้ ผมชี้แจงแทนให้พวกเราทั้งสองฝ์าย แต่ผมแปลกใจว่าท่าน ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่เหมือนกับกล่าวหาผม ว่ามีความประสงค์ที่จะผลักดัน ๓ วาระ ซึ่งเปึนสิ่งที่รับไม่ได้ ผมว่าอันนี้ไม่เปึนธรรมอย่างยิ่งครับ วันนั้นผมได้รับทราบข้อเสนอ ข้อหนึ่งก็คือว่า ถามว่าจะตั้งกรรมาธิการก่อนรับหลักการได้หรือไม่ ผมก็ให้ความเห็นว่าใน แง่การทํางานของรัฐบาล ถ้าตั้งกรรมาธิการก่อนรับหลักการ นั่นหมายถึงกฎหมายนี่ต้อง ไปพักอยู่ที่กรรมาธิการ กลับเข้ามาสู่การพิจารณารับหลักการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรียนตามตรง ไม่เปึนผลดีในแง่ของการสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นในการทํางานในส่วนของ รัฐบาลในเรื่องเศรษฐกิจ แต่ผมก็ย้ําบอกว่า ทั้งกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมาย หรือแม้แต่ สภาจะตั้งกรรมาธิการต่อไปในการติดตามตรวจสอบรายละเอียดของการใช้จ่าย รัฐบาล ไม่ขัดข้อง แล้วเมื่อจะรับหลักการนั่นแหละครับ แล้วก็ฝ์ายค้านลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่า จะไม่ขอร่วมพิจารณาแล้วเดินออกนี่นะครับ นั่นคือตัวที่เปึนปัญหาที่เราต้องคิดแก้ว่าเรา จะทํางานอย่างไรต่อไป ผมกล้าพูดนะครับ วันนั้นมีสมาชิกฝ์ายค้านที่นั่งอยู่ด้วย ตอนที่ ท่านประธานถามว่า เรื่องกรรมาธิการว่าอย่างไร ถ้าวันนั้นสมาชิกฝ์ายค้านแม้แต่คนเดียว ลุกขึ้นมาเสนอว่าให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมมั่นใจแล้วว่าไม่มีคนไหนแม้แต่คนเดียว ฟากนี้จะยกมือให้กับการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา แต่ประเด็นก็คือว่า เมื่อท่าน พยายามไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้กระบวนการมันเดินต่อไปไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องหา ทางออกในการเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปได้ ผมให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย ท่านถูกกล่าวหา เสียหายโดยหนังสือพิมพ์ ผมก็ชี้แจงให้ท่าน แต่วันนี้ท่านมากล่าวหาผมอย่างนี้ไม่เปึน ธรรมอย่างยิ่งครับ ผมก็บอกวิธีนี้กับท่านประธานชินวรณ์ไป มีการประชุมกันก่อนที่เรื่องนี้จะลงมติครับ ท่านครับ ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวหลังไมค์ เดี๋ยวท่านสมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติจะได้พิจารณา ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ก็ความไม่เข้าใจแก้ไขกัน ได้ครับ เชิญคุณชินวรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ วิปของรัฐบาลนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานวิปฝ์ายค้าน แต่ว่าถ้าผมไม่ลุกขึ้น มาพูด ก็จะทําให้ฝ์ายนิติบัญญัติที่เปึนเสียงข้างมากได้รับความเสียหายได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่า การที่ได้มีการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภานั้น เปึนเรื่อง ๒ มาตรฐาน ซึ่งเปึนเรื่องที่ท่านบอกว่า เราไม่อยากจะอาย ผมอยากจะ กราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วผมก็เห็นใจท่านนะครับ เพราะท่านป่ดทางเลือกของท่านเอง นะครับ พวกผมพยายามที่จะให้โอกาสในการที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้มีโอกาสในการที่ จะตรวจสอบ การพิจารณาพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินและฟุ๋นฟู ผมเองได้กราบเรียนด้วยซ้ําไปว่า ในการที่จะทําหน้าที่ในการตรวจสอบนั้น อํานาจโดย ชอบธรรมของฝ์ายค้านก็คือว่า ต้องมาร่วมเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมได้เรียนตั้งแต่ เบื้องต้นว่า ท่านพยายามที่จะพูดตั้งแต่มีวาระการประชุมออกมาว่า ถ้าไม่มีการ ถ่ายทอดสด ก็จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งคําพูดนี้ไม่ใช่เปึนคําพูดของ ประธานวิปฝ์ายค้านนะครับ แต่เปึนคําพูดของเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านบางคน ผมก็ได้เรียน ไปว่า ถ้าหากท่านมีความประสงค์ที่จะมีการพูดเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ผมคิดว่าผมไม่ ขัดข้องในเรื่องของการถ่ายทอด เพียงแต่ว่าเมื่อไม่มีประเพณีปฏิบัติมาก่อน เราควรที่จะได้ มีข้อตกลงกันให้ชัดเจนว่า เมื่อมีการถ่ายทอดแล้วควรจะใช้เวลาในสภาอย่างนี้ให้คุ้มค่า ในท้ายที่สุดเมื่อท่านประธานสภาได้กรุณาทําหนังสือถึงรัฐบาล ผมก็ยินดีในการที่จะให้มี การถ่ายทอด และก็ยอมรับทั้ง ๒ ฝ์าย ผมก็เข้าใจว่าคงจะไม่มีการที่จะวอล์คเอาท์ หรือตั้ง คณะกรรมาธิการไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในท้ายที่สุดเราก็ได้ประชุมร่วมกัน หลายครั้งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ แล้วผมก็พยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า ถ้าท่านไม่ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านป่ดทางเลือกของท่านเอง พวกผมมีความจําเปึนที่จะต้อง ดําเนินการตามข้อบังคับ ซึ่งมีทางเลือก ๒ ทาง ทางที่ ๑ คือตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เพียงฝ์ายเดียว ถ้าอย่างนี้นะครับ ท่านอาจจะกล่าวหาว่าพวกผม ๒ มาตรฐาน เมื่อเปึน เช่นนั้น ในท้ายที่สุดผมก็บอกว่า ท่านมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเถอะ เรามาร่วมกัน ตรวจสอบ เพื่อให้การใช้เงินของรัฐบาลนั้นเปึนไปตามเปัาประสงค์ของรัฐบาล ซึ่งมีอยู่ ๒ ประการสําคัญ คือ
๑. ให้เกิดผลประโยชน์ในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ
๒. ก็คือว่าต้องมีความโปร่งใส ตรงนี้ยืนยันตรงกันทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และทั้งผมที่ในฐานะเปึนประธานวิปได้ไปร่วมกับท่านว่า เรามีเปัาหมายตรงกันตรงนี้ แต่ว่าในท้ายที่สุด ได้มีการพูดคุยกัน ท่านก็บอกว่าเงื่อนไขที่ท่านจะต้องแสดงออกนั้นเปึน เรื่องที่ท่านต้องการที่จะดําเนินเพื่อให้เห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่เปึนไปตามความประสงค์ที่ท่านต้องการ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงต่อสภานี้ ไปแล้ว ผมก็ไม่อยากจะพูดซ้ํา แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ถ้าหากว่าท่านไม่เดิน ออกไปจากห้องประชุมนี้ ผมเข้าใจว่าท่านก็มีสิทธิที่จะตรวจสอบ และวันนี้แน่นอนเมื่อ ท่านไปในทางเลือกส่วนนั้น พวกผมก็ทําตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๘ และตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่จะให้ดําเนินการโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่า จะไปกล่าวหาว่าเสียงข้างมากกระทําเช่นนี้แล้วเปึนความไม่สง่างาม หรือความที่ไม่เป่ด โอกาสให้มีการตรวจสอบนั้น ผมคิดว่าจะเปึนการกล่าวหาที่ไม่สามารถจะมาตําหนิฝ์าย พวกผมได้เลย แต่อย่างไรก็ตามมาถึง ณ ขณะนี้นะครับ ผมคิดว่าฝ์ายค้านเองก็ยังมีสิทธิที่ จะตรวจสอบในฐานะที่ท่านเปึนสมาชิกสภา และท่านประธานได้กรุณายืนยันว่า เรามีเอกสารใดที่จะต้องส่งไปทางวุฒิสภา หากฝ์ายค้านมีความประสงค์ ผมคิดว่าพวกผม ก็เต็มใจนะครับ แต่ว่ากระบวนการในการที่ท่านไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และท่านจะมา บอกว่าฝ์ายนิติบัญญัตินั้นไม่สง่างาม หรือว่าฝ์ายนิติบัญญัตินั้นอาจจะเปึนการที่ไม่เป่ด โอกาสนั้น ผมคิดว่าเปึนการพูดที่ไม่ถูกต้อง
และประการสําคัญที่สุดที่กระผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า จริง ๆ แล้วเรา ต้องยอมรับความเปึนจริงนะครับท่านประธาน ว่าในสภาแห่งนี้ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน และผม เราก็พยายามต่างคนที่จะให้เกิดความปรองดอง ผมยอมรับว่าในการที่ได้ พิจารณาร่วมกันในเรื่องของวิปทั้ง ๓ ฝ์าย คือวิปรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน และวิปของวุฒิสภา เรามีความคิดเห็นตรงกันว่า วันนี้น่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเอาผลประโยชน์ของ ประชาชนและประเทศชาติเปึนตัวตั้ง ผมไม่อยากเห็นใครก็ตามที่จะมาดําเนินการในเรื่อง ของเอาเกมการเมืองมาเปึนตัวตั้ง ผมขอขอบคุณท่านประธานวิปฝ์ายค้านที่บอกว่าท่าน เปึนต้นแบบในการปรองดองสมานฉันท์ ขอบคุณครับ
ก็ต้องปรองดองสมานฉันท์ นะครับ ไม่เอาละพอแล้ว
ผมไม่ได้ตอบโต้ครับ ท่านประธาน แต่เพียงผมบอกว่า ผมขอใช้สิทธิตามที่ผมบอกท่านประธาน
คือเรากําลังพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ส่วนเรื่องที่แล้วนะครับให้ยุติแค่นี้ครับ ขอความ กรุณานะครับ ขอความกรุณาครับ ผมขอความกรุณาครับพิจารณาต่อไป
วันนี้ถ่ายทอดสดนะ ท่านประธานครับ ท่านต้องให้ผมพูดอีกนิดเดียวไม่ถึง ๑ นาที
๑ นาทีแล้วก็ยุตินะครับ ยุติทุกฝ์ายครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะผู้ประสานงานฝ์ายค้าน ผมเรียนตามตรงนะครับ ไม่ตอบโต้ใด ๆ แต่ว่าผมขอใช้สิทธิตามที่ผมได้นําเรียนต่อท่านประธาน เหตุผลในการขอใช้สิทธิเนื่องจาก ฐานะกระทําหน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อมีการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วโดยกรรมาธิการเต็ม สภานะครับ ผมมีเจตนาขอรับเอกสารตัวนั้นเอามาศึกษาต่อ
ครับ ผมก็รับเอกสารจาก ท่านแล้วผมก็จะดําเนินการ ผมพอแล้วนะหมอชลน่านครับ พอแล้วครับ ขอความกรุณา เถอะเรื่องนี้ยุติครับ
ท่านประธานผมใช้สิทธิตามข้อบังคับ ท่านประธานฟังผมหน่อยครับ
เอาผมฟัง แต่ต้องเรื่อง พระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นะครับ เรื่องอื่นผมไม่ฟังแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับที่ได้รับการ พาดพิง ถ้าผมไม่พูดนี่ผมคิดว่าผมและสมาชิกฝ์ายค้านเสียหาย
ไม่เสียอะไรนะครับ
ใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับ
ผมเข้าใจครับ
ท่านประธานฟังผมชี้แจงนิดเดียวครับ ไม่เสียเวลา นิดเดียวท่านประธานครับ
มันเสียเวลาแน่ละครับ เสียเวลาเกือบ ๑๘ นาที
ผมขออนุญาตไม่ถึง ๒ นาทีครับ ท่านประธาน จะชี้ประเด็นให้เห็นว่า สิ่งที่เราจําเปึนต้องกระทํา ถ้าไปกล่าวอ้างกันบอกว่า เพื่อที่จะมีการต่อรองถือว่าเสียหายครับ โดยเฉพาะประเด็นงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ สิ่งที่ฝ์ายค้านไม่ตั้งกรรมาธิการ ประเด็นงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนเรื่อง ที่พูดกันอภิปรายกันในสภามาหมดแล้ว เปึนเรื่องเป่ดเผยครับ ทุกคนรู้ทุกคนเห็น ก็เปึนสิ่ง ที่สมาชิกเรียกร้อง
พอแล้วครับ
เมื่อไปพูดตรงนี้แล้ว
พอแล้วครับคุณหมอครับ พอแล้วครับ
ทางฝ์ายค้านเราเองเราบอกว่าการตั้ง กรรมาธิการไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้อํานาจกู้เงินนะท่านประธาน
พอแล้วคุณหมอครับ ก็ท่านพูดแล้วผมให้พูดแล้วพอแล้วครับ ขอดําเนินการงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ต่อไปครับ เชิญ ท่านปวีณ แซ่จึง ๘ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้ง
อนุญาตให้ท่านพูดก็พูดไป คนยืนก็ยืนไปไม่เห็นเปึนไรครับ ประท้วงก็ประท้วงไป คุณพูดไปก็แล้วกัน ผมไม่ฟังแล้ว ก็ผมบอกแล้วนะครับ พอ ๆ ไม่เอาแล้ว เชิญนั่งลงนะคุณชลน่าน เชิญนั่งลงครับ เชิญนั่งลง ครับท่านชลน่าน ท่านไม่นั่งใช่ไหมครับ ผมขอความกรุณาเชิญออกจากห้องประชุมครับ เพราะว่าผมจะต้องทําให้การประชุมนี่เปึนไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อบังคับครับ เชิญ รปภ. มาเชิญตัวท่านออกไปครับ
ให้ รปภ. มาจับพวกเราให้หมด เลยครับ
เชิญท่านออกไปครับ ไม่ฟังประธานแล้ว เชิญออกไปครับ
(เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้มาเชิญตัวนายชลน่าน ศรีแก้ว ออกจาก ห้องประชุม)
ครับก็ไม่เปึนไรครับ ท่านไม่ได้ประท้วง หมอชลน่านเปึนคนประท้วง เชิญครับ ก็ผมขอความกรุณาอย่างไรล่ะ ครับ ผมบอกให้ท่านนั่ง เพราะเรื่องที่แล้วมันก็แล้วไป แล้วก็มีการพูดจาแล้ว ท่านวิทยาก็ ทําหนังสือแล้ว แล้วผมพอได้รับหนังสือผมก็จะตอบไป ก็ไม่เห็นมีอะไรครับ ผมก็ทําถูกต้อง ตามหลักการหมดแล้วครับ พักการประชุม ๓ นาทีครับ
พักการประชุมเวลา ๑๑.๑๐ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๑๙ นาฬิกา
เชิญท่านสมาชิกครับ เชิญท่านเข้านั่งประจําที่ให้เรียบร้อย เพราะเราผู้ใหญ่ด้วยกันแล้ว ก็ได้พักผ่อนพอสมควร แล้วก็หาทางออกกันครับ เราหาทางออกกันนะครับ เรื่องที่แล้วก็ให้มันแล้วไป เราแก้ไข ปัญหาใหม่ว่าให้มันเกิดความเรียบร้อยสมานฉันท์เปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ดิน น้ํา ลม ไฟ มันปะทะกันก็ธรรมดา เรื่องธรรมดา อนุญาตให้หมอชลน่านระบายเลยตอนนี้ครับ ผมให้ ๑๐ นาที ครับ
ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ผมกราบขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผม ในส่วนที่ ผมได้ขอใช้สิทธิในการที่จะใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ ไม่เกี่ยวกับการอภิปรายนะครับ
ถ้าท่านจะพูดผมให้ ๑๐ นาที ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ที่ผมลุกขึ้นแล้วก็ยกมือเหนือศีรษะ ผมต้องการใช้สิทธิตาม ข้อบังคับข้อที่ ๖๓ เพื่อที่จะใช้สิทธิพาดพิงในสิ่งที่ผมเองและสมาชิกฝ์ายค้านเห็นว่า พวกผมเสียหาย ก็เปึนวิธีการปฏิบัติในสภาของเรา ซึ่งท่านประธานเองก็ได้อนุญาตมา ตลอด แต่ผมก็เข้าใจท่านประธานครับ เพราะว่าท่านประธานเองก็กริ่งเกรงว่าเราจะใช้ เวลามากเกินไป แล้วก็จะมีผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ผมเข้าใจ แต่ว่าผมขอใช้เวลานิดเดียวเอง ก็โดยความเคารพท่านประธานอนุญาต แล้วผมก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาว่า สาเหตุที่ฝ์ายค้านไม่ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อไป ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่ได้รับงบประมาณป้ ๒๕๕๒ หรือไม่พอใจเรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งท่านนายกได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่ ฟังแล้วทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจได้ว่า พวกผมนี่งอแง เพราะใน ๓ วันที่ผ่านมาท่านประธานฟังท่านสมาชิกฝ์ายค้านอภิปราย ครับ ประเด็นหลักที่เขาไม่มั่นใจว่าการให้รัฐบาลกู้เงินแล้วจะเอาไปจ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นในการ บริหารงบประมาณ การควบคุมการจัดการมันจะเปึนเหมือนที่เขาเห็นหรือไม่ ท่านชวลิต พูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ยกตัวอย่างชัดเจนพูดมา ๓ วัน เงียบครับ ผมขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกครับ ท่านรับปากชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ผมเอง เปึนคนถามกระทู้ถามสดเรื่องนี้เอง สักครู่ท่านก็บอกว่างบประมาณที่อยู่ในแผน งบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะเปึนไปตามข้อกําหนดทุกอย่าง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน อย่างนี้นะครับ งบอุดหนุนเฉพาะกิจท้องถิ่น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งยุทธศาสตร์ทั้งเร่งด่วน ยุทธศาสตร์ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เร่งด่วน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ตรวจสอบขณะนี้เม็ดเงิน ออกไปที่ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา พิจารณาครั้งที่ ๘ ออกไป ๔๖๖ ล้านบาท กระจายครับ ก็กระจายไปตามจังหวะผมเองก็ไม่ว่า แต่การกระจายครั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ บางครั้งที่เพื่อนสมาชิกมาพูดนี่คือเรื่องจริงครับ ตรวจสอบกันได้ เอกสารมีไม่ใช่เรื่องลับเลยท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องลับครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิก กริ่งเกรงก็เปึนเหตุผลหนึ่งที่เรายกขึ้นมาในสภาว่า ความสามารถในการบริหารราชการ แผ่นดิน การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารงบประมาณท่านมันไม่เปึนไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เราเขียนเอาไว้ ท่านประธานครับ ท่านนายกขึ้นมาชี้แจง บอกว่า กว่าที่จะพิจารณาได้ คณะกรรมการการกระจายอํานาจไปกําหนดหลักเกณฑ์และ มาตรการต่าง ๆ ที่จะใช้งบอุดหนุนเฉพาะกิจ อันนี้ผมไม่ว่าครับ แต่ถามว่าคณะกรรมการ การกระจายอํานาจจะต้องมากําหนดหลักเกณฑ์หลังจากที่งบประมาณออกหรือครับ ทําไมไม่กําหนดมาก่อนครับ ป้ ๒๕๕๑ ก็ไม่ทํา ผมไปติดตามดูป้ ๒๕๕๑ งบประมาณ ปล่อยลอยไม่มีการตั้งเปึนอุดหนุนเฉพาะกิจ ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะไม่จําเปึนต้องไป กําหนดวิธีการหรือมาตรการที่จะใช้งบ เพราะเปึนอํานาจของท้องถิ่น ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดหลังจากที่กรรมาธิการเขาพิจารณาเสร็จเรียบร้อยมีแผนงานอยู่ใน เอกสารงบประมาณเปึนไปกฎหมายพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจําป้ แต่ สิ่งที่ท้องถิ่นไปทําหลังจากที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจทํา ท่านประธานครับ ผมเผลอ ๆ ว่าละเมิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญด้วย ไปตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา จากกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นมากลั่นกรองโครงการครับ นั่นหมายความว่าสภาแห่งนี้ อนุมัติไปแล้วมีกรรมาธิการ มีคณะทํางานมาอีกชุดหนึ่งใช่ไหมครับท่านประธาน ถ้าป้นี้ เปึนอย่างนั้น ผมถือว่าเปึนการละเมิดอํานาจของกรรมาธิการ นั่นประการที่ ๑ ที่พวกเราเองเห็นว่าเปึนส่วนหนึ่งถ้าเราไม่ไว้ใจ
ส่วนที่ ๒ ฟังท่านรองนายกกอร์ปศักดิ์ชี้แจง บอกว่าถ้าเข้าไปสู่ใน รายละเอียด ร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเน้นกับท่านประธาน เปึนกฎหมายอนุญาตให้กู้เงิน นะครับ เปึนการหาเงิน หารายได้เข้ามา แต่สิ่งที่เรากริ่งเกรงที่สุดคือว่า ท่านเองไปเขียน ซ่อนไว้ในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ เพื่อเอาไปจ่าย กฎหมายไม่อนุญาตให้เอาไปจ่าย นะครับ ชื่อบอกชัด ๆ อนุญาตให้อํานาจท่านกู้เงินมา การกู้คือการหารายได้นะครับ เราไม่ ว่าเลย ๓ วาระรวดเราก็ไม่ว่า แต่ถามว่าท่านเอาอํานาจอะไรไปจ่ายในการจ่ายเงิน ของแผ่นดิน ท่านต้องดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เปึนหลัก ๔ กฎหมายครับ วิธีการ งบประมาณ รายจ่ายงบประมาณ เงินคงคลัง เงินโอน ๔ เรื่อง ตาม พ.ร.บ. ที่มีอยู่ แต่เวลา สมาชิกเราถาม ผมไม่ได้อภิปราย แต่สมาชิกเราถาม ท่านตอบว่าอย่างไรครับ ท่านตอบว่า จ่ายได้ตามกฎหมายอื่น ตามมาตรา ๒๓ ของวิธีการงบประมาณ ผมไปเป่ดดูครับ ท่านประธาน เขาเขียนอย่างนั้นจริงครับ แต่ผมถามท่านประธานว่ากฎหมายให้อํานาจ กู้เงินเปึนกฎหมายให้อํานาจจ่ายเงินด้วยหรือ เพราะฉะนั้นเวลาเราขอกรอบ ขอรายละเอียด ท่านรองกอร์ปศักดิ์ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านบอกว่ามันก็ เหมือนกับ พ.ร.บ. เงินกู้ เหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างกันที่เม็ดเงินเท่านั้นเองครับ และก็กู้ มาในป้ ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ ป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยเฉลี่ย ท่านประธานครับ สิ่งที่เราไม่รับเมื่อเราตั้งกรรมาธิการไปพิจารณารายมาตรา มาตรา ๓ กรรมาธิการขอ แทบตายได้กรอบมา ๗ กรอบ เรื่องน้ํา เรื่องถนน เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ว่าไป ๗ กรอบ เม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่เหมือนการทํางบประมาณรายจ่ายทั่วไปนะครับ ท่านประธาน เรื่องนี้เราถึงกริ่งเกรงมาก ถ้าพิจารณากรอบนะครับ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ เขาให้อํานาจท่านกู้เงินป้ ๒๕๕๔ ครับ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถามว่าท่านจะกู้ ก่อนป้ ๒๕๕๓ ได้ไหม ไม่ได้ครับ ถึงแม้ให้อํานาจไว้ เพราะว่าท่านไม่เขียน พ.ร.ก. กู้ในป้ ๒๕๕๓ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันล็อก กันอยู่ นี่ไงครับท่านซ่อนเงือนเอาไว้ ไปเขียนกฎหมายให้อํานาจหาเงิน แต่เอาไปจ่ายเงิน ผมว่าทางฝ์ายค้านเราให้ฝ์ายกฎหมายไปดูว่า มาตรา ๑๖๙ ที่ท่านชี้แจงว่าเปึนไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายจริงหรือเปล่า ผมฟัองไปยังวุฒิสภาด้วยครับ ให้ตรวจสอบเลยครับ จริงหรือไม่ว่าเอาอํานาจกฎหมายวิธีการงบประมาณมาตรา ๒๓ มาให้อํานาจเขียนกฎหมายขอเงินกู้แล้วเอาไปจ่ายเงินนี่มันทําได้หรือครับท่านประธาน กระบวนการการจ่ายเงินของเรา กระบวนการพิจารณางบประมาณแต่ละป้กว่าที่จะเข้าสู่ กระบวนการของการพิจารณาของสภาในรัฐสภา เขากลั่นกรองมาตลอด ใช้เวลาเปึนป้ นะครับท่านประธาน สํานักงบประมาณอยู่ครับ แล้วเรื่องนี้เอง ผมรู้ความนัยมาครับ ก่อนกฎหมายจะเข้าสภา ๑ อาทิตย์ กฎหมายยังไม่เสร็จเลยครับ ผมหมายถึงกฎหมาย เงินกู้นะครับยังไม่เสร็จ ท่านก็เลยไปลอกเอา พ.ร.ก. มาทั้งฉบับเลย เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยน พ.ศ. เท่านั้นเองครับ ทุกตัวอักษรเหมือนกันหมดเลย อํานาจที่จะใช้ตาม พ.ร.ก. ผมไม่ว่าครับท่านประธาน เพราะออกเปึน พ.ร.ก. แต่ออก พ.ร.บ. ท่านประธานเทียบเคียง นะครับ ท่านมาขอกู้เงินต่างประเทศเข้ามามาตรา ๑๙๐ บอกว่าเสนอกรอบให้รัฐสภา พิจารณา พร้อมกับรายละเอียดเช่น วัตถุประสงค์ อัตราค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยเงินกู้อะไร ต่าง ๆ ว่าไปหมด พวกเราให้กรอบไปครับ ท่านไปเจรจาเงินกู้เอามาเพื่อจะจ่าย ท่านต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายปกติที่มีอยู่ ผมเข้าใจครับว่าท่านต้องออกกฎหมายพิเศษมาเพื่อจะ หาเงิน แต่ท่านจะออกกฎหมายพิเศษเพื่อจ่ายเงินนี่ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้น กรรมาธิการไปพิจารณามันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกนะครับ เมื่อท่านได้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการที่ดีที่สุดทําไมท่านไม่ ผนวกไปกับป้งบประมาณไป ไม่ได้ห้ามนี่ครับว่ากฎหมายรายจ่ายประจําป้จะห้ามใช้เงิน นอกงบประมาณ ท่านมีเหตุผลอยู่แล้ว ท่านต้องแยก ผมฟัองสื่อมวลชนด้วยนะครับ แยกกันให้ออกครับระหว่างเงินได้กับเงินจ่าย ให้อํานาจการจ่ายมาตรา ๑๖๙ ครับท่านไป เป่ดดูเลย ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญมาช่วยดูด้วยถ้าเราจะร้อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผม ระบายออกนะครับท่านประธานด้วยความเคารพ เราไม่ได้ต่อรอง แต่อยากจะให้ งบประมาณแผ่นดินนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด ใช้ให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กับท่านประธานในฐานะเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติเราออกกฎหมายให้รัฐบาลเปึน เครื่องมือใช้ในการบริหารประเทศนะครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายที่เราออกกลายเปึนเครื่องมือที่รัฐบาลจะบริหารประเทศ กลับไปปูัยี้ปูัยํา ประเทศท่านยอมหรือครับท่านประธาน ผมว่าท่านไม่ยอม เพราะท่านทําเกียรติประวัติถึง ๘๒ ป้แล้ว ป้สุดท้ายผมคิดว่าท่านไม่น่าจะทําให้เกียรติยศและชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสีย ไป และอนาคตของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านเพิ่ง ๔๔ ป้ครับ เปึนความหวังของ ประเทศ มันซ่อนเงื่อนและซ้อนเร้นเอาไว้อย่างมากมายครับ ผมจะพูดต่อในสิ่งที่ผมมีเวลา อยู่สําหรับการอภิปราย แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าพวกเราฐานะคนพิจารณาจะทําอย่างไรให้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑.๗ ล้านล้านบาทมันคู่ขนานกันได้อย่าง กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอแสดงความแปลกใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีสื่อมวลชนกล่าวหาท่านแล้วก็มันก็จะดูเสียหายมาถึงฝ์ายนิติบัญญัติทั้งหมด ผมก็ชี้แจง ให้ไม่ให้มีใครเสียหายตามความเปึนจริง กลับกลายเปึนว่าตอนนี้ท่านมากล่าวหาผม ในเรื่องที่บอกว่าซ่อนเงื่อนหรืออะไร ลําดับให้ทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ประการแรก ข้อห่วงใยที่ท่านมี ถ้าจะเปึนในเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าจะเปึน ในเรื่องของความโปร่งใสเกี่ยวกับขั้นตอนในการที่จะบริหารตามกฎหมายเงินกู้ ถ้าท่านตั้ง คณะกรรมาธิการในส่วนของท่านเข้ามา ท่านก็สามารถที่จะมาแปรญัตติและตรวจสอบได้ แล้วนั่นก็คือสิ่งที่ผมเป่ดโอกาสให้ท่านทํา
ประการที่สอง ที่ท่านตัดสินใจไม่ทําเช่นนั้น ท่านก็มาชี้แจงกับสภาเอง นะครับไม่ใช่ผม ว่าท่านไม่มั่นใจว่าการออก พ.ร.บ. เงินกู้ หรือแม้กระทั่ง พ.ร.ก. เงินกู้แล้ว มีการไปใช้จ่ายเงินจะเปึนไปตามเจตนารมณ์หรือไม่ เพราะท่านยกตัวอย่างปัญหาที่ เกิดขึ้นกับป้ ๒๕๕๒ ผมก็เอาคําอธิบายนี้ไปอธิบายกับสื่อให้ทราบ แล้วผมก็ไม่ได้บอกว่า เปึนเรื่องงอแงหรือไม่งอแง ผมก็บอกว่าเปึนสิทธิในการแสดงออกของท่านที่จะสะท้อนถึง ความไม่พอใจในการบริหารตรงนั้น ท่านต้องเข้าใจตามนี้นะครับ เพราะเปึนคําพูดของ ท่านทั้งสิ้น
ประการที่สาม ที่ท่านบอกว่าไปตั้งหลักเกณฑ์อะไรกันขึ้นมาหลังจาก กฎหมายงบประมาณผ่านแล้ว ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ผมเข้ามานะครับ ในส่วนของการไป ตั้งหลักเกณฑ์ ส่วนหลักเกณฑ์จะดี ไม่ดี จะต้องเว้นหรือไม่เว้นอย่างไร ก็บริหารตามนั้น ส่วนกฎหมายงบประมาณที่ผ่านสภาออกไป เนื่องจากงบตรงนั้นเปึนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ของท้องถิ่นครับ ท้องถิ่นเขาต้องเปึนคนเสนอครับ ไม่ใช่คนในสภานี้ครับ ถ้าคนในสภานี้ เสนอน่ะผิดรัฐธรรมนูญนะครับ แต่เราก็เข้าใจกันว่านักการเมืองในทุกพื้นที่ต้อง ประสานกัน แล้วก็ดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นที่ไปดําเนินการเขาก็ ต้องให้ท้องถิ่นเสนอเข้ามาครับ เมื่อเสนอเข้ามากรรมการกระจายอํานาจเขาเปึนผู้มี อํานาจในการไปกําหนดหลักเกณฑ์และกลั่นกรอง เขาก็จะเสนอมาว่าตรงตามหลักเกณฑ์ ไหม ตรงก็ให้อนุมัติ ไม่ตรงก็เปึนอํานาจของประธานที่จะยกเว้น ซึ่งผมเองได้รับการเสนอ ให้ยกเว้นมา ๒ รอบ รอบแรกผมสอบถามกลับไปที่กรรมการกระจายอํานาจว่า ที่ไม่ตรง ตามหลักเกณฑ์อันนี้แต่รับได้ไหม เขาบอกว่าได้ ผมก็ผ่านให้ ส่วนชุดที่ ๒ ขึ้นมาจะให้ผม ยกเว้น ผมก็ยังไม่ยกเว้นให้ เพราะผมคงต้องไปสอบถามความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องก่อน แล้วที่ยังไม่อนุมัติไปให้ ส่วนใหญ่ก็เปึนพื้นที่ของ ส.ส. รัฐบาลด้วยซ้ํา ของรัฐมนตรีก็มีครับ เพราะฉะนั้นผมปฏิบัติเหมือนกันหมดตลอด ส่วนกรณีของโครงการที่เสนอมาแล้วมันมี ปัญหาในขั้นตอนต่าง ๆ ผมก็บอกผมจะรับไปติดตามให้ในคณะกรรมการกระจายอํานาจ ผมเข้าใจดีนะครับ หลายท่านมีความรู้สึกว่าโครงการมันไม่ตรงกับที่ท่านเข้าใจว่ามันจะได้ ก็ต้องไปติดตามกันในแต่ละพื้นที่ แต่ตรงนี้ท่านจะแสดงออกว่าไม่มั่นใจในเรื่องของ พ.ร.บ. พ.ร.ก. ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ผมก็ต้องบริหารเพื่อให้มันเดินต่อได้ แต่ถ้าจะมากล่าวหาว่า ผมจงใจที่จะทําเรื่องนี้ให้เปึน ๓ วาระ จงใจที่ป่ดปังซ่อนเงื่อนอะไร ไม่มีครับ ผมก็ชี้แจง เท่านี้ครับ
ขอบคุณครับ ดําเนินการ ต่อนะครับ เชิญคุณปวีณ
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกหรือ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ก็เอ่ยชื่อผม ๒-๓ ครั้งนะครับ ก็จําเปึนจะต้องชี้แจงครับ ความจริงในเรื่องของเงินนอกงบประมาณนี่นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ ไม่เคยทํากันมาก่อน ในเรื่องของเงินนอกงบประมาณ เวลารัฐบาลไปกู้นี่ครับ ในอดีต ที่ผ่านมาเวลากู้ต่างประเทศทํากันทุกป้ก็เปึนอํานาจของทางฝ์ายบริหาร เงินนอกงบประมาณมันไม่ค่อยได้เกี่ยวกับอํานาจของนิติบัญญัติครับ ทีนี้ประเด็นก็มีอยู่ ว่าเราจําเปึนจะต้องลงทุน เราก็ถามตัวเราเองว่าเราจะลงทุนโดยใช้เงินลงทุนจากที่ไหน มันก็ทําได้ ๒ ทางครับ ก็คือเงินลงทุนในงบประมาณกับเงินลงทุนนอกงบประมาณ ถ้าเงิน ลงทุนในงบประมาณก็ต้องไปทําในลักษณะที่ขาดดุล แล้วก็ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันก็ไม่พอ เพราะรายได้มันน้อยมาก มันก็ต้องทําขาดดุลเพิ่ม สมมุติว่าเรา อยากจะทําเงินลงทุนเพิ่มอีกสัก ๔๐๐,๐๐๐ ก็ต้องเปึนขาดดุลที่ ๗๕๐,๐๐๐ แต่พอดีมันมี กฎหมายอยู่ ๑ ฉบับซึ่งไม่อนุญาตให้ทําอย่างนั้น ก็ต้องไปแก้กฎหมายก่อน รัฐบาลก็เห็น ว่าการแก้กฎหมายนั้นเปึนการส่งสัญญาณที่ไม่ดี เพราะเหมือนกับว่าพอเดือดร้อนแล้วก็ ไปแก้กฎหมาย แล้วกฎหมายก็แก้ยาก ใช้เวลานานปัญหาก็จะเกิดขึ้น ส่วนตัวนะครับ ไม่ชอบหรอกครับเงินนอกงบประมาณเพราะว่าตรวจสอบยาก แต่ว่ามันไม่มีทางเลือก ก็พยายามว่าเราจะทําอย่างไรดีว่าเปึนเงินนอกงบประมาณแต่ทําให้คล้ายคลึงกัน แล้วก็ ไม่ค่อยได้อยากเห็นเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เพราะอยากจะให้มีคณะกรรมาธิการ แล้วก็ออกเปึน พ.ร.บ. แล้วก็มาช่วยกันดูนะครับ แล้วก็ทําตามกระบวนการ ถามว่ามี อํานาจใช้ไหมในเรื่องการใช้จ่ายเงิน ถ้าเปึนเงินนอกงบประมาณ ใช้มติคณะรัฐมนตรีครับ คณะรัฐมนตรีเปึนผู้รับผิดชอบ แต่ว่าในกฎหมายเราก็เขียนไว้ว่าทุกครั้งที่ใช้อะไรไปต้องมา รายงานทุก ๆ ๖๐ วัน ก็คือพยายามที่จะช่วยให้การใช้จ่ายของฝ์ายบริหารที่มีความจําเปึน ดึงเข้ามาเพื่อให้ทางสภาได้มีโอกาสได้รับรู้และรับทราบ ผมก็ยังคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ถ้าเรา มีความจริงใจต่อกันนะครับ ผมยังมั่นใจว่าทําได้ครับ ในส่วนที่จะให้พวกท่านทุกท่านได้มี ส่วนเข้ามาช่วยกันดูว่าของเหล่านี้มันเปึนประโยชน์กับประเทศชาติหรือไม่อย่างไร อยากจะเรียนว่าทางกฎหมายไม่มีปัญหาครับ เปึนเงินนอกงบประมาณ เวลากู้มาแล้ว วันนี้ก็มาขอทําเปึนกฎหมายพิเศษขึ้นมาเพื่ออํานาจในการกู้ กู้มาแล้วจะใช้จ่ายอย่างไรใช้ มติคณะรัฐมนตรี แต่ว่าเราทําเพิ่มไปกว่านั้นเพราะว่าเราเขียนขมวดไว้ในกฎหมายด้วย ว่าโครงการอะไรทําไปแล้วมารายงานทุก ๖๐ วันนะครับ ตรงนี้ทําขมวดไปอีกชั้นหนึ่ง นะครับ ก็อยากจะเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็คุณปวีณนี่ทําไม ไม่ได้พูดสักทีเปึนเพราะอะไร มีแต่ปัญหา เชิญครับ ๘ นาทีครับ
ผม ปวีณ แซ่จึง ครับ พรรคเพื่อไทย จังหวัด ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ผมขอทดเวลาของ ท่านวิทยา บุรณศิริ รวมเข้าไปด้วยนะครับ ท่านบอกผมไว้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ
ได้ ๑๐ นาทีนะครับ
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๓ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือที่มาของงบประมาณ ที่มาในสิ่งที่ท่านได้กรุณา ชี้แจงต่อที่ประชุมเปึนหลักการใหญ่ ๆ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงที่อยากจะกราบเรียนต่อสภา แห่งนี้ก็คือ การขึ้นภาษีสรรพสามิตในเรื่องเหล้า บุหรี่ และภาษีน้ํามัน ผู้ที่ได้รับผลกระทบ มากที่สุด ขณะนี้วิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นประชาชนทั่วไปเขาผูกพันกับน้ํามัน เหล้าขาว บุหรี่ ต้องบริโภคกันเกือบทุกวัน ในชนบทเดี๋ยวนี้ครอบครัวหนึ่งต้องมี รถมอเตอร์ไซด์อย่างน้อย ๒ คัน ถ้าบังเอิญต้องใช้น้ํามันวันละ ๒ ลิตร เขาจะต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ๒๐ บาท นี่คือสิ่งที่เขาจะต้องได้รับความเดือดร้อนจาการขึ้นภาษี สรรพสามิต เหล้าขาว ท่านขึ้นเท่าไรไม่รู้ แต่ในชนบทขึ้นขวดหนึ่ง ๒๐ บาท ครอบครัวหนึ่ง ถ้ามีกิจกรรมในสังคมจะต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไร ในขณะเดียวกันที่ท่านเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปให้กลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ท่านรู้ไหมว่าเขาเดือดร้อนไหมผู้ที่จะต้องควักกระเปิา ออกไปเขาได้ไหมในส่วนนี้ อยากจะกราบเรียนฝากว่าอย่ามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ คนใน รากหญ้าควรจะมองดูเขาบ้าง และผมอยากจะเรียนต่อไปว่าเวลาผมน้อยนะครับ ก็เปึน ห่วงเรื่องการใช้จ่าย เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณข้อ ๑. ต้องกระจาย ๒. ต้องให้โอกาสทุก คนได้ใช้งบประมาณ ๓. มีส่วนร่วมในงบประมาณนั้น ๆ ๔. ก็คือประโยชน์ที่เขาจะได้รับ เขาได้รับอะไรบ้าง คุ้มไหมกับที่เขาต้องเสียเพิ่มเติมขึ้นไปจากภาษีประจําวันที่ต้องเสียอยู่ ก็คือภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งทุกคนจะต้องเสีย แล้วรัฐสวัสดิการเขาได้ไหม ในขณะที่กรุงเทพมหานครวันนั้นผมได้ฟังท่าน ส.ส. กรุงเทพมหานคร อภิปรายเรื่อง รถไฟฟัาในกรุงเทพมหานคร ท่านได้ดูไหมครับ ถนนไร้ฝุ์นในชนบทมีใครสนใจไหม แค่ ๔๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร คน ๗๖ จังหวัด เขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง เงินงบประมาณ ท่านตั้งไปเท่าไร หมื่นกว่าล้าน กับสายทางของรถไฟเส้นหนึ่งกี่หมื่นล้าน อันนี้คือข้อ เปรียบเทียบว่าเขาได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลแค่ไหนเพียงใด ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เมื่อวานผมได้ยินท่านตอบโต้กันไปมา บอกว่าทําไมรัฐบาลชุดก่อนที่คิดเรื่อง ๓๐ บาท รักษาทุกโรค หรือหลักประกันสุขภาพทําไมตั้งน้อยจัง มัวเอาเงินไปทําอะไรอยู่ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ทําไมไม่บอกพ่อของตัวเอง อย่างพ่อผมถ้าผมจะพูด อย่างนี้จะถูกต้องไหม ทําไมพ่อผมไม่หาสตางค์ไว้ให้ผมเยอะ ๆ ทําไมไม่สร้างบ้านให้ผมได้ อยู่ ไม่ต้องให้ผมได้เปึนหนี้ในการที่จะก่อร่างสร้างตัว ถ้าพูดอย่างนี้ไม่ถูก จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก็ต้องสร้างให้มันใหญ่แล้วก็ทําให้มันดีขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน แล้วก็อยากจะ ฝากว่า สิ่งที่คนในชนบทเขาต้องการที่สุดตอนนี้ก็คือ ชาวไร่ชาวนาที่ต้องการก็คือน้ํา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ป้นี้ท่านใช้เงินเขาไปเท่าไร ลดลงกี่ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ในการที่จะเพื่อการเกษตรของชนบทในภาคอีสาน เอาภาพรวมของภาค อีสานครับ มีพื้นที่ทั้งหมด ๕๗ ล้านไร่เศษ ในการประกอบอาชีพในการทํานา และมีพื้นที่ อยู่ในเขตชลประทานทั้งหมด ๕๗.๗ ล้านไร่ ตอนนี้ที่สามารถใช้น้ําและอยู่ในเขตที่สามารถ ที่จะอยู่ในเขตชลประทาน ๕.๓๓ ล้านไร่ เปึนจํานวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่เพื่อ การเกษตร แล้วเราจะไปเก็บภาษีที่ไหน เราให้สวัสดิการอะไรเขาบ้าง ในขณะที่เราเร่งรัด เก็บภาษีจากเขาไป ผมอยากจะให้รัฐบาลให้ความสําคัญของคนกลุ่มนี้ ซึ่งถือว่าเปึน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของประเทศไทย น้ําคือปัจจัยที่เขาต้องการ คนบ้านผมถ้าจะ โยงไปก็ฝายหัวนากับฝายราศี นี่ผมพูดตลอด มูลล่างท่านก่อสร้างฝาย ๒ ตัวนี้เสร็จมา ๑๕-๑๖ ป้ เงินชดเชยก็จ่ายเขาไม่เสร็จสักที ทําไมไม่จ่ายเงินชดเชยฝายราศีไศลให้มันจบ ระบบกระจายน้ําตอนนี้ป่ดน้ํามาแล้วทําไมไม่สร้าง ผมไปดูในแผนมันไม่มี ฝายหัวนานี่พูด แล้วพูดเล่า งบประมาณมีแล้วตอนนี้ยังไม่ประกวดราคา จะรอไว้ถึงตอนไหน พื้นที่เพื่อ การเกษตรที่จะเกิดจากฝายหัวนานี้จังหวัดศรีสะเกษครึ่งหนึ่งประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ เพียงป่ดฝายหัวนาเท่านั้นเอง คลอง ๒ ตัวก่อสร้างแล้วก็ยังไม่ทํา เงินงบกลางของรัฐบาล ที่ตั้งไว้ ผมอยากจะฝากว่าอยากให้เร่งรัดในการจ่ายเงินชดเชยของฝาย ๒ ตัวนี้ แล้วก็ให้ ท่านได้ดําเนินการก่อสร้างคลองส่งน้ําให้เขาได้ใช้ประโยชน์จากระบบกระจายน้ํา เพื่อที่จะให้เขาได้มีรายได้เกิดขึ้น อันนี้ก็อยากจะฝากรัฐบาลครับ
ต่อไปเรื่องการศึกษาครับ เรามาดูเรื่องการศึกษา การศึกษาที่ท่านบอกว่า จะให้ทุกคนได้มีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง อยากจะถามว่าสํานักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน มีโรงเรียนทั้งหมด ๓๒,๒๙๘ แห่ง มีนักเรียนทั้งหมด ๗,๘๐๐,๐๐๐ คนเศษ มีห้องเรียนทั้งหมด ๔๐๒,๐๐๐ กว่าห้อง ท่านให้คนเพียง ๑๘๕ คนไปเปึนผู้บริหาร ๑๘๕ เขตพื้นที่การศึกษาดูแลโรงเรียนทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ดูแลโรงเรียนทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ผมเคยเสนอว่าอยากจะขอให้ท่านได้ขยายเขตพื้นที่การศึกษาเปึน ๔๐๐ เขต เหตุผล เนื่องจากว่าเมื่อก่อนนั้นท่านจะตั้งเขตละ ๑ จังหวัดได้เพราะระบบ การศึกษาไม่เหมือนกัน เราจัดการศึกษาเปึนระบบ สปช. มีสํานักงานการประถมศึกษา อําเภอเปึนหน่วยงานย่อยที่จะดูแล กําชับ และตรวจสอบ ตอนนี้ไม่มี ก็อยากจะขอให้เปึน ๔๐๐ เขตพื้นที่การศึกษา แล้วต่อไปครับในเรื่องของมัธยมศึกษา ในเรื่องของการจัดศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการ คิดได้อย่างไรครับ ตั้งแค่ ๔๑ ศูนย์ จังหวัดในประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด ท่านคิดได้อย่างไร เอาจังหวัดศรีสะเกษไปควบกับจังหวัดยโสธร เอาจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งใหญ่อยู่แล้วไป ควบกับจังหวัดอํานาจเจริญ แล้วจังหวัดภาคใต้ที่ท่านเอาไปควบกัน คือศูนย์ที่ ๑๓ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง ศูนย์ที่ ๑๔ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา นี่ท่านต้องการคุณภาพของการศึกษาไหม หรือว่าทําแต่สักอยากจะทํา การดูแลจะดูแลได้อย่างไร จังหวัดศรีสะเกษควบกับจังหวัดยโสธร มันคนละประเพณีและ วัฒนธรรม จังหวัดยโสธรเขาอยู่อีสานตอนเหนือลุ่มน้ําชีขึ้นไป แบ่งได้อย่างไร อยากจะขอ เสนอให้แบ่งเปึนเขตละ ๑ จังหวัด เพื่อเปึนการกระจายหน่วยงานและให้สัมฤทธิผล ในการศึกษา
ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมนี่ รัฐบาล ชุดนี้เปึนเครื่องชี้ให้เห็น ผมถึงบอกว่าได้มาแล้วจ่ายไป ท่านจ่ายอย่างไร กระทรวง วัฒนธรรมท่านให้งบประมาณทั้งหมด ๔,๔๗๗ ล้านบาท สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่าน ให้เงินแค่ป้ละไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเคยเปึนรองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมอําเภอท่านให้ป้ละ ๑๕,๐๐๐ บาท ตําบลไม่มี แต่ในขณะเดียวกันท่านลอง ดูครับวิสัยทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรม เปึนองค์กรการเสริมสร้างความภูมิใจในความเปึน ไทย แค่นี้ความหมายชัดเจน ปลูกฝังค่านิยมอันดีงามบนพื้นฐานของคุณธรรม นําสังคม อยู่อย่างอยู่เย็นเปึนสุข แล้วมันจะอยู่เย็นเปึนสุขได้อย่างไร การศึกษากับวัฒนธรรม ท่านแยกออกจากกัน แต่ท่านให้ค่าน้ําหนักของการศึกษา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ การศึกษา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ก็ยังน้อยเกินไป ควรจะเปึน ๒๕ เปอร์เซ็นต์เปึนอย่างน้อย แล้วของเรื่องวัฒนธรรมท่านให้เท่าไรครับ เปึน ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วัฒนธรรมและการศึกษาควรจะควบคู่ กันไป ตอนนี้ดูได้ไหมครับ สังคมเราดูได้ไหม ถ้าเรายังไม่ให้ความสําคัญของเรื่อง วัฒนธรรม ผมคิดว่ามันลําบาก ก็อยากจะฝากว่าควรจะได้เพิ่มเติมในเรื่องของวัฒนธรรม กรมศาสนาทั้งประเทศดูแลวัดวาอารามเรื่องศาสนา ๓๖๖ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วจังหวัดละ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทแค่นั้นเอง
ต่อไปครับ มหาดไทยครับ กระทรวงมหาดไทย ท่านได้เคยมีมติในที่ประชุม ครม. วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ บอกว่าจะปรับค่าตอบแทนเงินเดือนกํานันผู้ใหญ่บ้าน ระยะที่ ๑ ป้ ๒๕๕๓ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ระยะที่ ๒ ป้ ๒๕๕๔ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เขารออยู่ เขารอท่านอยู่
กรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านไปกําหนดบทบาทว่า กรมโยธาธิการ มีหน้าที่ดูแลริมตลิ่งแม่น้ําต่าง ๆ แต่ก็ไปบอกว่าจะต้องดูแลเฉพาะในเขตชายแดน แล้วใน ระหว่างลําแม่น้ําที่ผ่านอําเภอ ตําบล จังหวัดล่ะครับ ให้ท้องถิ่นดูแลใช่ไหม บางแห่ง ๕๐-๖๐ ล้านบาท ท้องถิ่นเอาเงินที่ไหนมา บุคลากรที่ไหนมาทํา ควรจะให้กรมโยธาธิการ ลงไปดู อย่างบ้านผมที่ว่าการอําเภอราศีไศล สร้างมา ๑๒๕ ป้ ผมเคยพูด ต้องการริมตลิ่ง อีกประมาณสัก ๘๐๐ เมตร ตอนนี้ให้มา ๑๕๐ เมตร หลังที่ว่าการนั่น ที่ดินตลิ่งพังเข้าไป เยอะแล้ว จะรอให้ที่ว่าการคว่ําหงายลงมาก่อนหรืออย่างไรถึงจะลงไปดูแล ก็อยากจะ กราบเรียนฝากว่าควรจะได้ดูแลในเรื่องนี้
ต่อไปกรมที่ดินครับ กรมที่ดินท่านให้งบประมาณเขาป้นี้ ๔,๘๙๑ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ท่านทราบไหมครับว่าถ้าชาวบ้านจะขอไปแบ่ง โฉนดหรือรังวัดออกโฉนด จัดคิวอยู่ ๒ ป้ ยิ่งจน ยิ่งไม่มีโอกาส ยิ่งขาดโอกาสจะต้องช่วย เขา กรมที่ดินจะต้องได้งบมากกว่านี้ การสํารวจ เดินสํารวจ ก็จะต้องให้ทั่วถึงและรวดเร็ว
กระทรวงคมนาคมครับ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ผมไม่อยากจะ พูดหรอก เพราะว่าคงจะมีอยู่ในงบที่ท่านกู้ แต่อยากจะฝากว่าท่านตั้งน้อยกว่าป้ ๒๕๕๒ ซึ่งควรจะให้มันได้มากกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับว่าในกรณีของการใช้จ่าย งบประมาณที่ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือ การกระจายงบประมาณ การให้โอกาสงบประมาณ นั้นได้เปึนไปอย่างทั่วถึง และประโยชน์ที่เขาจะได้รับในส่วนของผู้ที่เขาเสียภาษีก็คือ คนยากคนจน รถเมล์ในกรุงเทพฯ ได้นั่งฟรี ในชนบทนั่งอะไรฟรีบ้าง ไม่ได้มีโอกาส เวลา ผมเหลือไหมครับ
ก็เพิ่มให้แล้วครับ พอแล้ว ครับ
ครับ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยในกรณีที่จะได้ พูดถึงบรรยากาศของเพื่อนสมาชิกที่มีการประชุมกันและก็มีการพูดถึงในเรื่องที่ผ่านมา เมื่อคืนวันที่ ๑๖ สักเล็กน้อยครับ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้ใช้เวที แห่งนี้เปึนเวทีที่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้เลือกสรรพี่น้องประชาชนเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนั้นมีการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนคงจะได้เห็นนะครับว่า อะไรเกิดขึ้นในคืนวันนั้น เมื่อสักครู่นี้ผมในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติ ๒๔๔ คน ที่ท่านประธาน วิปฝ์ายค้านบอกว่า ๒๔๔ คนต่อ ๐ นั้น ในข้อเท็จจริงแล้ววันนั้นยังมีเพื่อนสมาชิกที่อยู่ ฝ์ายค้านได้มีการแปรญัตตินะครับ ถ้าจําไม่ผิดผมจําได้ว่าน่าจะเปึนมาตรา ๓ ดังนั้น อยากจะกราบเรียนในข้อเท็จจริงนะครับว่า เราได้ทําหน้าที่ จริง ๆ แล้วความคิดเห็นที่ แตกต่างของพี่น้องเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
ผมว่าเอาเนื้อหาของ งบประมาณดีกว่า
กําลังจะเข้าเนื้ออยู่พอดีครับท่าน ครับ
ไม่เปึนไรครับเรื่องนั้น ก็ถือว่าจบไปก็แล้วกัน เอาเนื้อหาของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมให้ความสําคัญในเรื่องของการศึกษา รัฐบาลทําถูกแล้วครับ คิดถูกแล้วครับ ในกรณีที่ได้ส่งเสริมให้เด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราในประเทศไทยนั้น ตั้งแต่เยาว์วัยได้เรียนหนังสือฟรีถึง๑๕ป้ ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องตํารับตํารา เสื้อผ้า ค่าเล่าเรียน ท่านประธานครับ เราไม่ปฏิเสธครับว่าโครงการนี้เพิ่งเริ่มป้แรก เทอมแรกว่า ไม่มีปัญหา จากปัญหาที่พี่น้องท่านเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอต่อสภาว่า การยกเว้น ค่าเล่าเรียนนั้นยังมีบางโรงเรียนยังเก็บอยู่ ยังมีบางโรงเรียนยังต้องซื้อเครื่องใช้ของเด็ก นักเรียน เราไม่ปฏิเสธหรอกครับ ท่านประธานครับ เราเห็นอกเห็นใจครับสําหรับผู้บริหาร โรงเรียน ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดอุดรธานี มีโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอยู่ ๒ โรงเรียน คือโรงเรียน อุดรพิทยานุกูล โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ผู้บริหารโรงเรียนครับท่าน ผอ. ท่านรอง ผอ. ก่อนจะ เป่ดเทอมครับ เป่ดโทรศัพท์ไม่ได้เลยครับ โทรศัพท์มือถือก็เป่ดไม่ได้ ที่บ้านก็เป่ดไม่ได้ ต้องป่ดประตูบ้าน เพราะมีการไปฝากลูกหลานเข้าเรียนกันเยอะแยะเหลือเกิน โดยเฉพาะ ผมได้รับคําบอกเล่าจากผู้บริหารว่า มีนักการเมืองอาวุโสของจังหวัดอุดรธานีไปฝาก นักเรียน ๑ ห้องเรียนเลยครับ ถึง ๓๐ คนครับ ทําให้ท่านผู้บริหารทั้งหลายนั้นปวดหัว พอสมควร ท่านประธานครับ ผมวกกลับมาที่โรงเรียนประถมศึกษาตามแนวนโยบายของ รัฐบาลที่ได้ส่งเสริมให้ลูกให้หลานเราได้เรียนฟรีถึง ๑๕ ป้นั้น วันนี้ผมอยากให้ทางด้าน กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล ได้กลับไปมองเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเปึนกลุ่มที่สังคม ค่อนข้างจะทอดทิ้ง นั่นคือเด็กที่ไร้พ่อ ไร้แม่ อยู่ในสถานสงเคราะห์ จังหวัดอุดรธานีนั้นมี สถานสงเคราะห์และสถานพินิจที่ใหญ่มาก มีเด็กอยู่เปึนจํานวนมาก ผมได้เคยมีโอกาส ได้พบกับเด็กต่าง ๆ เหล่านี้ บางครั้งมีปัญหานะครับ อยากกราบเรียนว่าเราอย่าไปมอง เด็กในระบบทั้งหมด ถ้าเราทอดทิ้งเด็กที่อยู่นอกระบบ เช่น เด็กที่ไร้พ่อ ไร้แม่ แล้วจะกลับ ออกมาเปึนปัญหากับสังคมในอนาคต ดังนั้นผมอยากกราบเรียนว่า การนําเสนอ งบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ควรที่จะมองเด็กกลุ่มนี้ด้วย อีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธาน ครับ ผมได้มีโอกาสได้ตามเสด็จพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในขณะที่พระองค์ท่านทรงงาน ที่สํานักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี ได้ตามเสด็จไปที่เรือนจําจังหวัดอุดรธานี ผมได้พบเห็น ได้พูดได้คุยกับผู้ต้องขังซึ่งเปึนผู้ต้องขังหญิงและชาย เราได้เห็นภาพนั้นครับ ได้เห็นภาพ ผู้ต้องขังนั้นกําลังเรียนหนังสืออยู่ ตั้งแต่ระดับ ปวช. ปวส. จนถึงระดับปริญญาตรี เปึน จํานวนมาก ได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องขังทั้งหลายเหล่านั้น เขามีความทะเยอะทะยานครับ บางคนต้องโทษถึง ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๕ ป้ ๖ ป้ มีความลดหลั่นกันไป บางคนได้สําเร็จ การศึกษาเรียบร้อยแล้ว ผมถึงบอกว่าการพัฒนาประเทศชาตินั้นต้องเริ่มที่การพัฒนา ทางด้านการศึกษา เริ่มจากเด็กตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ก่อนครับ สังคมเราจะมีความสุขครับ ผมจึงอยากเตือนย้ําในแนวทางนโยบายการศึกษาครับว่า ผู้ต้องขังต่าง ๆ เหล่านั้นให้ โอกาสเขา ให้เขาได้เรียนหนังสือในขณะที่ต้องโทษ เขาจะได้กลับมาเปึนคนดีของสังคม ครับ ท่านประธานครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากให้ความสําคัญในการเสนองบประมาณ นั่นคือ ในเรื่องของการดูแลในเรื่องของการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราต้องยอมรับนะครับว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเกือบทุกจังหวัดของประเทศไทยยังมีปัญหา เรื่องที่ทํากิน ที่ทํากินตรงนี้นะครับเปึนความสําคัญของชีวิตเขาเลยครับ วันนี้พื้นที่ บางพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากเขตเมืองเพียงไม่กี่กิโลเมตร ยังไม่มีเอกสารสิทธิในการทํากิน แม้แต่น้อย ยังเปึนปัญหาคาราคาซังกันมายาวนานเหลือเกิน ท่านประธานครับ ผมยอมรับครับว่ากฎหมายที่ดินนั้นเปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ๆ อีกมากมาย พระราชบัญญัติที่ดินก็ว่ากันไปตามกฎของกรมที่ดิน แล้วยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สํานักงานปฏิรูปที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผนที่ทหาร ตรงนี้ครับผมมองว่า ทางคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลควรที่จะต้องดําเนินการให้เปึนวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะให้ สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ กล่าวคือ ถ้ารัฐบาลจริงจังต่อการ ออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็จะได้นําเอกสารสิทธิต่าง ๆ เหล่านั้นมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่กันไปกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย ท่านประธานครับ เปึนที่ยุ่งยากลําบากใจเหลือเกินนะครับ บางจังหวัดมีการร้องเรียนกัน มีการเดินขบวนชุมนุมกันมากหน้าหลายตา ก่อให้เกิดความรุนแรง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อสังคมในเรื่องของที่ดิน ผมคิดว่าถ้าเรา จะจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ได้ก่อประโยชน์ให้ มากที่สุด ตรงไหนที่เกิดก่อนพระราชบัญญัติป์าไม้ที่กําหนดก็เข้าไปจัดการเสีย ตรงไหนที่ จะยกเลิกจากที่สาธารณะเพื่อมาออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนได้ก็ควรจะทํา นะครับ ผมให้ความสําคัญทั้ง ๒ ประเด็น ในเรื่องของการศึกษาและเรื่องที่ดินทํากินและ สิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลจะต้องสนับสนุนเงินงบประมาณลงไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงใช้เวลาเพียงเท่านี้เพื่อเอาเวลาในส่วนที่เหลือให้เพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยได้ แสดงความคิดเห็นได้แสดงการอภิปรายขอขอบพระคุณครับ
ก็เหลือเวลาอยู่ ๕ นาที ก็ไปบวกต่อ ต่อไป คุณปริญญา ฤกษ์หร่าย ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ในวันนี้ให้โอกาสกระผมนั้นได้ขึ้นมาอภิปราย เกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ในวันนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านในที่นี้ก็ได้พูดได้คุยเกี่ยวกับข้อดี ข้อเสียของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรีนั้นก็ได้มาชี้แจง ได้มาพูดคุย กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๘๐ ท่าน ณ ที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งกระผมได้อ่าน รายละเอียดของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เกี่ยวกับเรื่องหลักการและเหตุผล เกี่ยวกับเรื่อง ฐานะนโยบายทางการเงินการคลังของประเทศไทย กระผมต้องขอชมเชยรัฐบาลและ รวมถึงฝ์ายค้านด้วย ที่วันนี้ทุก ๆ คนนั้นก็ได้ทําหน้าที่หน้าที่หนึ่งที่สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรนั้นต้องพึงกระทํา ยุทธศาสตร์หนึ่งที่กระผมมีปัญหาอยากถามท่านนายกรัฐมนตรี อยากถามคณะรัฐมนตรีนั้นเปึนแผนยุทธศาสตร์ที่ ๘ ซึ่งกระผมได้อ่านแล้วก็คือ เรื่องการ บริหารกิจการทางด้านการเมืองที่ดี ในข้อ ๘.๑ นั้น การส่งเสริมเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการ กระจายอํานาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ณ สถานที่แห่งนี้ หลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่านเคยดํารงตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เคยดํารง ตําแหน่งนายกเทศมนตรีหรือบางท่านก็เคยดํารงตําแหน่งนายก อบต. มาก่อน พวกเรานั้น มาจากระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหัวใจสําคัญนั้นคือประชาชน แต่กระผมได้รับหนังสือจาก องค์การบริหารส่วนตําบล ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหนังสือให้ ผมมีความรู้สึกไม่สบาย ใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ กระผมต้องขอท่านประธานอ่านหนังสือฉบับนี้นะครับ เปึนหนังสือ ที่ส่งจากส่วนกลาง ส่งจากจังหวัดนะครับ กระผมก็ขออนุญาตท่านประธานอ่านหนังสือ ฉบับนี้นะครับ หนังสือฉบับนี้ว่าด้วยเรื่อง ด้วยจังหวัดรับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นว่า จะสํารวจข้อมูลความพร้อมและความต้องการสนับสนุนงบประมาณตามแผน ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่มีความพร้อม มีความเดือดร้อนในการ สร้างถนน แหล่งน้ํา ระบบประปา โดยมีเงื่อนไขของหนังสือนี้ที่สําคัญก็คือ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องมีความพร้อมในการดําเนินโครงการได้ทันที ก็แสดงให้เห็นว่าในหนังสือนี้ อบต. หรือเทศบาลไหนที่มีความพร้อมเรื่องแบบหรือเรื่องโครงการต่าง ๆ ก็สามารถเสนอ เข้าไปได้ที่ส่วนกลางก็คือจังหวัด แต่ข้อแม้นั้นมีอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ในโครงการนี้ต้องเปึน โครงการที่ทําได้ทันที ต้องสมทบค่าก่อสร้างในสัดส่วนร้อยละ ๕๐ (รัฐสนับสนุนเงินกู้ ร้อยละ ๕๐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณร้อยละ ๕๐) ผมจะชี้แจงให้ท่านประธานได้รับทราบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นขนาดไม่เท่ากัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึน อบต. อย่างที่ในจังหวัดกําแพงเพชรของผมนั้น นะครับ บาง อบต. เล็ก บาง อบต. ใหญ่ แต่ก็ไม่ว่ากันนะครับ อย่าง อบต. เล็กที่บ้านผม ที่จังหวัดกําแพงเพชร เงินงบประมาณจากภาษีรายได้ของแต่ละ อบต. บาง อบต. นั้น เก็บได้ป้หนึ่งแค่๔๐๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องพูดรวมถึงเทศบาล ต้องยอมรับ อย่างหนึ่งว่าไม่ว่าจะเปึนเทศบาลตําบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร เขานั้นมีเงิน สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บรายได้ เรื่องภาษีโรงเรือน ภาษีปัายนะครับ แต่ว่า ในงบประมาณต่าง ๆ ที่รัฐบาลนั้นได้ส่งหนังสือไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมจะแสดงให้เห็นว่าเกิดความไม่เท่าเทียมกันในโครงการของส่วนกลางในวันนี้ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเงินงบสนับสนุนจากส่วนกลาง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ งบอุดหนุนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้า อบต. ที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วก็จะได้รับ เงินจากส่วนกลางน้อยเปึนเงาตามตัว ผมนั้นก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า ในความเปึนจริงแล้ว ในวันจันทร์นั้นเราได้มีเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันอังคารก็มี พ.ร.บ. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และในวันนี้นั้นเราอภิปรายเกี่ยวกับ งบประมาณรายได้ประจําป้ ๒๕๕๓ นะครับ ผมนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลหรือส่วนกลาง สนับสนุนไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าแต่ละคนหรือว่าแต่ละ อบต. มีกําลังไม่เท่ากันนะครับ อยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานนั้นได้รู้ว่าเปึนสิทธิหรือเปึน ความเสมอภาคของภาครัฐให้เท่าเทียมกันที่ประชาชนคนไทยนั้นพึงจะมี ภายใต้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องงบท้องถิ่น ตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมานั้นก็กลัวเกรง เพราะว่าผมนั้นในอดีต ก็เคยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายรัฐบาล และในวันนี้ก็ทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรฝ์ายค้าน ในอดีตคนที่นั่งฝัืงซ้ายของท่านประธานนั้นจะพูดเสมอนะครับว่า กลัวว่า ทางส่วนกลางหรือรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณในพื้นที่ของ ส.ส. ที่อยู่ในฝัืงรัฐบาลก่อน พื้นที่ของ ส.ส.ที่อยู่ทางด้านฝ์ายค้านนั้นไว้ทีหลัง หรือบางกลุ่มที่มีความสนิทสนมหรือว่ามี ความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีก็จะนํางบประมาณลงไปก่อน แต่บางกลุ่มนั้นที่มีความสนิทสนม น้อยหรือมีความขัดแย้งกันในเรื่องทางการเมืองนั้นก็จะเอาไว้ทีหลัง หรือไม่ได้เลยนะครับ ผมก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีแล้วก็รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าผมทราบแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่าท่านนั้นมีความเสมอภาค ผมก็อยากจะ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ในวันนี้การทําหน้าที่ของท่านนั้นท่านไม่ใช่เงา นายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านคือผู้นําของคน ๖๓ ล้านคน ท่านพูดเสมอว่าท่านคือผู้นําของคน ๖๓ ล้านคน ทางฝัืงซ้ายของรัฐบาลในที่นี้เปึนหนึ่งในจํานวน ๖๓ ล้านคนในประเทศไทย ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับผม
ก่อนถึงท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียน ควนขนุน ตําบลโตนดด้วน จังหวัดพัทลุง จํานวน ๕๐ ท่าน ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ อยู่นะครับ เชิญต่อ ครับท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านมีเวลา ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคง ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ จากเหตุการณ์สงกรานต์เลือด วันที่ ๑๓ เมษายนนั้น ท่านได้กล่าวอ้างว่าคนเสื้อแดงได้นํารถเมล์ ขสมก. (ขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ๕๒ คัน ออกมาป่ดถนนและทําการเผา ผมเรียนถามท่านว่า
ท่านพิเชษฐ์ครับ เอาเรื่องงบประมาณดีกว่าครับ ส่วนเรื่องประเด็นดังกล่าว คงมีโอกาสได้ ซักถามในโอกาสอื่นนะครับ เอาเรื่องบประมาณดีกว่าครับ
ครับผม อันนี้แหละทําให้สูญเสีย งบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามท่านว่า ตอนนี้การจับกุมดําเนินคดีไปถึง ไหนแล้ว จับได้ผู้กระทําผิดกี่คน รถบรรทุกแก๊ส ที่บอกว่าทําความเสียหายใหญ่หลวง ถ้าเกิดระเบิดขึ้นมานั้น ตอนนี้คนขับอยู่ไหน จับได้หรือยัง ๒ ประเด็นที่ฝากถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ระบบเผด็จการอภิสิทธิ์ชนได้เริ่มต้นขึ้นก่อตัวขึ้น เมื่อหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มเสนอนายก มาตรา ๗ สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาได้สร้าง วัฒนธรรมใหม่ โหวตตําแหน่งนายกรัฐมนตรีก็สร้างตํานานงูเห่า ๒ จากนั้นไปแถลง นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ในบริเวณห้องไม่ได้มีพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ แต่มีเจ้าภาพ คือ นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งมีคนไปแจ้งความ ว่าเปึนผู้ก่อการร้ายสากลเปึนเจ้าภาพอยู่ การกู้เงินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้าง ประวัติศาสตร์ชาติไทย กู้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่ได้สนใจคําท้วงติงของ ฝ์ายค้าน ลําพังพระราชกําหนดเราพอทนได้ เพราะว่าประเทศจําเปึนจะต้องเอาเงินไป ชดใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ แต่พระราชบัญญัติซึ่งไม่มีรายละเอียดนั้น ท่านทําให้เรา ไม่ไว้วางใจ บอกว่าให้เอากลับไปพิจารณาใหม่ท่านก็ไม่ยอม แล้วบอกว่าไม่มีเจตนาที่จะ ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา ไม่มีเจตนาได้อย่างไรครับ มันผ่านไปแล้ว ถ้าคุณไปข่มขืนคนแล้ว บอกว่าไม่เจตนาข่มขืนทําได้หรือครับ ทําไปแล้ว ทําภายใน ๑๐ นาที พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ นาที ๓ วาระรวด ท่านประธานวิปฝ์ายค้านขอเอกสารแล้ว อย่างไรวันนี้พวกเราฝ์ายค้านจะรอรับเอกสารนั้น เที่ยงคืนวันที่ ๑๖ นี่คือประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย เมื่อ ๓ วันที่แล้ว เรามีหนี้สาธารณะอยู่ ๓,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้ต่อหัว ๕๗,๐๐๐ บาท วันนี้กู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้สาธารณะขึ้นไป ๔,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกคนในประเทศไทยเปึนหนี้อยู่ ๗๘,๐๐๐ บาทต่อหัว เราต้องวอล์คเอ้าท์ เปึนทางเดียวที่ฝ์ายค้านกระทําได้ตามระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับเงินกู้ที่ท่าน จะเอาไปลงทุน รวมแล้ว ๒๕๕๓ ท่านมีสิทธิใช้เงิน ๒,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่า เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างไรบ้าง พี่น้องเกษตรกรผู้ใช้แรงงานจะได้อานิสงส์จาก ตรงนี้ไหม เขาไม่ได้รับเงิน ๒,๐๐๐ บาท เพราะบอกว่าเกษตรกรพี่น้องผู้ใช้แรงงานไม่มีใน สารบบของราชการไทย เลยไม่ได้รับเงิน ๒,๐๐๐ บาท ยุติธรรมไหมครับ สําหรับคน รากหญ้า ท่านอภิสิทธิ์บอกว่า การรับจํานํานั้นใช้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ท่านก็กําลังรับจํานําข้าว ให้มันเสร็จสิ้น แล้วท่านก็ยังบอกว่า ป้หน้าประกันราคา บอกว่าถ้าข้าวราคาตกอย่าเพิ่ง ขายเก็บไว้ก่อน ถ้าราคาสูงค่อยขาย ท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก ผมอยู่ท้องไร่ท้องนา ท่านรู้ไหมว่าตอนนี้การเกี่ยวข้าวเขาใช้รถเกี่ยวข้าว มันเก็บข้าวไม่ได้ ไม่มีที่เก็บ ข้าวมันเป้ยก มันชื้น ชาวนาต้องขายทันที การขายทันทีนั้นไปถึงโรงสีก็ต้องขาย ราคาเท่าไรก็ต้องขาย ท่านไม่เข้าใจชาวนา ท่านต้องกลับไปศึกษาใหม่นะครับ บ้านผม จังหวัดเชียงรายมี ส.ส. อยู่ ๑๐ คน ท่านให้งบการท่องเที่ยว ๔,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๒,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้การท่องเที่ยว ๔,๐๐๐ ล้านบาท มันจะถึงจังหวัดเชียงรายไหม ครับ จริง ๆ แล้วในภาวะวิกฤตินั้นท่านต้องให้ภาคเกษตรซึ่งไปโอบอุ้มคนตกงาน ให้งบประมาณไปเยอะ ๆ การท่องเที่ยวซึ่งเปึนการนํารายได้เข้าสู่ประเทศท่านก็ให้ นิดเดียว แล้วมันจะฟุ๋นเศรษฐกิจได้อย่างไร ท่านทํานาบนหลังคน หากินบนความยากจน ความยากลําบากของพี่น้องประชาชน มีอีก ผู้รู้ได้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลชุดนี้ประกาศ ขายข้าว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ในขณะที่ข้าวนาปรังยังเก็บเกี่ยวไม่หมด เมื่อสักครู่พี่น้องชาว เชียงของจังหวัดเชียงรายโทรศัพท์มาบอกว่าจํานําข้าวไม่ได้แล้วมันหมดแล้ว แต่ข้าวยัง เกี่ยวไม่หมด รัฐบาลต้องไปดูด้วยเขาจะประท้วงอีก ๒-๓ วันนี้
เรื่องที่ ๒ เขาฝากบอกมาว่า ที่ภาคใต้ ๓ จังหวัดนั้น เขาบอกว่าเสียงป๋น เรียกงบประมาณจริงหรือเปล่าครับ เวลาเสียงป๋นมันดังกลิ่นคาวเลือดมันขึ้นมา เขาบอก ว่างบประมาณมันจะไปทันที เขาสังเกตว่ามีบางกลุ่มบางพวกไม่อยากให้มันดับ ไม่อยาก ให้ไฟใต้มันมอด ท่านประธานครับ ไข้หวัดหมู ๒๐๐๙ มีพี่น้องประชาชนบอกว่าจับตาดู ให้ดี ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการทั้งสอง กระทรวงนี้เปึนบุคคลสําคัญของพรรคประชาธิปัตย์ คอยดูให้ดีว่าจะมีการแสดงละคร ครั้งใหญ่ให้กับประเทศไทยไหม เกี่ยวกับหวัดวันนี้ดีใจจังเลยครับ มีคนเปึนหวัดติดหวัด ๔๐๕ คน ออกข่าวทุกวัน แล้วการท่องเที่ยวมันจะไม่ล่มสลายหรือครับ ท่านประธาน ที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่า ๓ จังหวัดภาคใต้จะต้องให้คนมีเงินรายได้ เดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาทหรือป้ละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ใครอยากปลูกยางปลูก ใครอยากปลูก ข้าวปลูก ใครอยากปลูกปาล์มปลูก ท่านประธานครับ อาชีพเหล่านี้เขามีอยู่แล้ว แต่ที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ๔ อําเภอนั้นเขากลัวความไม่ปลอดภัย
กรุณาสรุปครับ หมดเวลาแล้วครับ
ท่านประธานครับ ความไม่ปลอดภัยนี่สําคัญที่สุด ก่อนที่ท่านจะไปพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่าง ยัดเยียด ความเลวความไม่ดีให้กับระบอบทักษิณ แล้วระบอบเผด็จการอภิสิทธิ์ล่ะครับท่านประธาน วันนี้ประเทศไทยคนไทยทุกคนให้โอกาส นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กู้เงินเปึนครั้งเดียวและ ครั้งสุดท้าย นี่คือลมหายใจสุดท้ายของประเทศไทย ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปครับเชิญ ท่านพิกิฏ ศรีชนะ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเรื่อง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องยอมรับนะครับว่าวันนี้งบประมาณเรามีจํากัด แต่ความต้องการในการที่จะแก้ไข ปัญหาของประเทศเรามีมาก ผมเห็นใจรัฐบาลครับ แต่ก็จําเปึนต้องพูด เพื่อเสนอ ข้อคิดเห็นตลอดทั้งปัญหาที่จะให้รัฐบาลนําไปสู่การปฏิบัติ ท่านประธานครับ ป้ที่แล้วผมมีโอกาสได้เปึนคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมได้นําเสนอปัญหาหลายอย่าง ที่ให้รัฐบาลช่วยแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องเกษตรกร เรื่องน้ํา โดยเฉพาะ ภาคอีสานต้องยอมรับนะครับว่าเรื่องน้ําเปึนหัวใจสําคัญที่พี่น้องภาคอีสานแทบทุกจังหวัด ภาคเหนือแทบทุกจังหวัดต้องการน้ําในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเกษตร ท่านประธานครับ ผมก็จะลงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเปึนกระทรวงมีความเกี่ยวข้องกับพี่น้อง เกษตรกรทุกภาคส่วนของประเทศเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในโครงการที่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงการระบบชลประทาน ซึ่งหลายพื้นที่ ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนของงบประมาณใน เรื่องของระบบชลประทาน ผมขอยกตัวอย่างนะครับ อย่างในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร ดีนิดหนึ่งที่ท่าน ส.ส. รณฤทธิชัย คานเขต ท่านเปึนผู้ดูแลในเรื่องน้ํามาตลอด เปึนคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําในโซนล่าง การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําได้รับการ แก้ไขด้วยดีมาตลอด แต่โซนบนต้องยอมรับว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามที่จะพูดเรื่องการ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้กับคนอีสาน แต่ก็ไม่เห็นมีรัฐบาลชุดไหนที่ทําจริงจังอย่างเปึน รูปธรรมและเปึนระบบนะครับ ผมขอยกตัวอย่างที่อ่างเก็บน้ําลําห้วยโพงตอนบนที่ บ้านศรีแก้ว ซึ่งได้นําเสนอของบประมาณมาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๕ แต่ก็ไม่ได้รับการดําเนินการ การแก้ไขเปึนเวลาเกือบ ๓๐ กว่าป้ ซึ่งเปึนจุดสําคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําในโซนบน และมันเปึนความบังเอิญของจังหวัดยโสธร ป้ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติ ภัยแล้งอย่างหนัก ๔๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ รัฐบาลต้องชดเชยเงินงบประมาณไป ๒๖๗ ล้าน บาท ถามว่าถ้าเราวางแผนการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้เปึนระบบ เงินในส่วนนี้รัฐบาลต้อง ชดเชยไหม ไม่ต้องครับ และถามว่าจากป้ ๒๕๑๕ ถึงป้ ๒๕๕๒ ๓๐ กว่าป้ถ้ารัฐบาลต้อง ชดเชยป้ละ ๑๐๐ ล้านบาทมันก็จะใช้เงินอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้ารัฐบาล วางแผนการบริหารจัดการเรื่องน้ําให้มันเปึนระบบ ขอเพียงดําเนินการสร้างอ่างเก็บน้ํา สร้างคลองส่งน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดยโสธรเพียง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันก็ จะสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้ ที่ที่เสียหาย ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ใช้เงินไม่มากครับ ขอให้รัฐบาลตั้งใจทํา และผมก็เห็นใจที่งบประมาณมีน้อย แต่ก็ดีว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะ แก้ไขปัญหาในส่วนนี้ก็ฝากให้รัฐบาลช่วยดําเนินการให้ด้วยครับ
ในส่วนหนึ่งปัญหาในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขที่ผมอยากเรียนในเรื่อง นโยบาย โดยเฉพาะต้องขอบคุณรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณค่าตอบแทนให้กับพี่น้อง อสม. แต่ก็ยังเหลือบางส่วนที่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน ก็อยากให้รัฐบาลช่วยดําเนินการใน ป้งบประมาณนี้ด้วยนะครับ
โครงการหนึ่งที่ผมสนใจในนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขก็คือ โครงการ โรงพยาบาลตําบล แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เรื่องของโรงพยาบาล ตําบล ป้นี้เห็นว่ารัฐบาลจะดําเนินการ ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง แต่ผมเปึนห่วงว่าการทํา โรงพยาบาลตําบล ผมต้องกราบเรียนว่าผมเคยอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเคยทํา เรื่องนี้มาก่อน โดยเฉพาะที่จังหวัดยโสธรนี่เราทําโรงพยาบาลตําบลกันมาก่อน ๔ แห่ง นะครับ โดยไม่อาศัยเงินจากรัฐบาลเลย โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องภาค ประชาชนโดยการทําประชาพิจารณ์และทําความเข้าใจในแนวคิดการดูแลเรื่องสุขภาพ ของพี่น้องในชุมชนแต่ละชุมชน เราร่วมกันกับสถานีอนามัย ร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่วมกันกับ หน่วยงานของภาคประชาชนเปึน ๓ ส่วนในการขับเคลื่อนโรงพยาบาลตําบล ผมอยาก ฝากว่า ในการจัดสรรงบประมาณเรื่องโรงพยาบาลตําบล ผมไม่อยากให้ท่านใช้แบบ คณิตศาสตร์ หมายถึงการหารจํานวนโรงพยาบาลตําบลที่เขาต้องการ อยากให้ท่าน จัดสรรโรงพยาบาลตําบลที่มีความพร้อม ประชาชนมีส่วนร่วมเปึนหลัก ถ้าเปึนไปได้ ผมอยากให้ท่านไปดูที่โรงพยาบาลตําบลบ้านศรีฐาน อําเภอป์าติ้ว โรงพยาบาลตําบล บ้านแดง อําเภอกุดชุม โรงพยาบาลตําบลบ้านส้มผ่อ อําเภอไทยเจริญ โรงพยาบาลตําบล บ้านแคนใหญ่ อําเภอคําเขื่อนแก้ว ซึ่งเปึน ๔ แห่งที่สร้างโรงพยาบาลตําบลด้วยตนเอง เปึนแบบอย่างที่ดี เพราะว่าการมีส่วนร่วมทั้งพี่น้องประชาชนจะทําให้เขาเข้าใจในเรื่อง การดูแลสุขภาพ และรัฐบาลก็ไม่ต้องเปลืองงบประมาณในการที่จะไปอุดหนุนมากนัก ก็ขอให้การบริหารจัดการโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ
ในส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนหัวใจสําคัญที่ดูแลพื้นที่ ป้นี้ได้ข่าวว่าจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ผมก็ดีใจด้วย ในฐานะที่ผมเปึน ส.ส. บ้านนอก เปึนลูกกํานัน ผมก็อยากเห็นคุณภาพชีวิต ของผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ดีขึ้น
และอย่างยิ่งในส่วนหนึ่งก็คือ ผู้ที่ดูแลพี่น้องประชาชนเปึนอาสาสมัคร อปพร. ก็อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจ ถ้าเปึนไปได้ ถ้ามีงบประมาณก็อยากให้จัดสรรใน ส่วนนี้ให้กับพี่น้อง อปพร. ด้วยนะครับ
ในส่วนของกรมที่ดิน ผมเห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในเรื่อง ของปัญหาการให้บริการ ต้องยอมรับนะครับว่าแทบทุกจังหวัด ทั้งประเทศไทยมีปัญหา ในเรื่องของการขอออกเอกสารสิทธิในเรื่องที่ดิน ไม่ว่าจะเปึนโฉนด น.ส.๓ หรือที่ ครอบครองต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดยโสธรเช่นกันครับ ที่อําเภอกุดชุมผม พี่น้อง อําเภอกุดชุมต้องไปขอออกโฉนดที่อําเภอเลิงนกทา การเดินทางต้องใช้เวลาเดินทางเปึน วัน ไปรอเข้าคิว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ต้องไปทีหนึ่งกว่าจะเสร็จ ๒–๓ วัน ใช้งบประมาณ เหมารถเขาไป เดือดร้อนมากครับ การบริการดีมาก แต่การบริการไม่เพียงพอ เนื่องจาก บุคลากรมีน้อย ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้กรมที่ดินมีงบประมาณในการขยายเขตพื้นที่ บริการการออกโฉนด โดยเฉพาะขยายสาขาให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่การบริการ ไม่พอ ก็อยากฝากทางท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในส่วนนี้ ด้วยครับ
อีกส่วนหนึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตโดยเฉพาะกรม อาชีวศึกษา ปัจจุบันนี้มีเด็กเรียนที่อาชีวศึกษา ส่วนมากจะเปึนเด็กที่เรียนระดับ ปวช. ปวส. เท่านั้น ถ้าเปึนได้รัฐบาลน่าจะขยายการศึกษาระดับอาชีวศึกษาให้มีระดับ ปริญญาตรีโดยตรง เราจะได้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความชํานาญงานในการทํางาน สําหรับประเทศชาติของเราต่อไป ก็ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณรัฐบาล ที่เห็นความสําคัญของการจัดสรรงบประมาณ ขออย่างเดียวนะครับว่าให้ท่านจัดด้วย ความโปร่งใส ทั่วถึง แล้วก็เปึนธรรม ไม่ว่าจะพื้นที่ของฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาล เพราะว่า ทุกคนที่เปึน ส.ส. ก็คงต้องการที่จะให้รัฐบาลดูแลในพื้นที่ทุกพื้นที่ให้ทั่วถึง แล้วก็ได้ ประโยชน์ทั่วถึงทุกพื้นที่ครับ ก็ขอกราบขอบคุณท่านประธาน กราบสวัสดีครับ
เชิญท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน มีอะไรครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงหรือเปล่าครับ
ผมใช้สิทธิประท้วงครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ ข้อบังคับข้อไหนครับ
ข้อ ๘ ครับ ประท้วงท่านประธาน ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน จังหวัดลพบุรี
เรื่องอะไรครับ
ผมจะประท้วงสภาตรงนี้ เพราะเมื่อ สักครู่พี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาหาผมว่าสภาอันทรงเกียรติ งบประมาณเข้าสภา ๑๗๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ไม่มีรัฐมนตรี ไม่มีผู้แทนนั่งอยู่ในสภา พี่น้องเขาโทรศัพท์มา บอกว่าวันนี้พรรครัฐบาลบอกให้ความสนใจเหลือเกินกับงบประมาณในการกู้ แต่วันนี้ เหลียวหาผู้แทน หรือเหลียวหารัฐมนตรีบนบัลลังก์แทบจะไม่มี ผมเกรงว่ามันจะเปึน ตัวอย่างสภาที่ไม่ดีว่าเวลาประชุมสภาไม่มากัน ขอท่านประธานได้เตือนหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ
ก็อยากทําความเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกหรือ ส.ส. ส่วนใหญ่ก็รับประทานอาหารบ้าง อยู่ รอบห้องประชุมซึ่งเราก็มีการถ่ายทอดทั้งวงจรป่ดทั้งเสียงนะครับ ส่วนท่านรัฐมนตรีท่านก็ อยู่ในห้องพักของท่าน ก็วนเวียนกันอย่างนี้นะครับ ก็รับรองว่าทุกถ้อยคําที่ท่านได้อภิปราย กันมีทั้งคณะทํางาน มีทั้งท่านรัฐมนตรี ท่าน ส.ส. ท่านฟังอยู่นะครับ ก็ให้สบายใจได้ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดนะครับ ท่านสุชาติครับ เชิญท่านผู้อภิปรายต่อไปครับ ท่านมีเวลา ๘ นาที ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภาที่ให้โอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ที่จริงผมก็คงจะต้องขอความกรุณาท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ หากจะเลยเวลา ไปนิดหน่อยก็คงไม่เปึนไรนะครับ เพราะนาน ๆ จะได้คิวทีนะครับ
กรุณารวบรัดนะครับ คือถ้าท่านไปเลยเวลาก็คือเลยเวลาของเพื่อนสมาชิกเองนะครับ
๒ วันแรกก็กู้ไปแล้วทั้งพระราชกําหนด และพระราชบัญญัติ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จนถึงวันนี้เราก็มาพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ก็คงจะมีเงินกู้อีกประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จอาทิตย์นี้ก็คงจะอนุมัติการกู้ไปประมาณ ๑.๑๕ ล้านบาท ท่านจะกู้เท่าไร ท่านจะใช้เงินเท่าไร อันนี้ก็โปรดได้ตระหนักว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์นั้นเปึนเงินของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งนั้นนะครับ ขอได้โปรดใช้เงิน อย่างมีประสิทธิภาพ มีประโยชน์สูงสุดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนและด้วยความโปร่งใส นะครับ แต่ผมเองผมก็ยังเชื่ออยู่ดีนั่นแหละครับว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวรากหญ้า ของเราก็คงจะได้รับประโยชน์จากงบประมาณเหล่านี้ไม่มากเท่าไรนะครับ ก็คือมันก็ เปรียบเหมือนฝนตกสัก ๑ ห่า ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านสาขาก็รับน้ําฝนชุ่มฉ่ําไปตาม ๆ กัน แต่รากหญ้าที่อยู่ตามพื้นตามซอกตามหลืบก็ได้แค่ละอองฝน ก็คงฝากท่านประธานสภา ผ่านไปยังผู้บริหารและรัฐบาลว่า อย่างไรก็ตามก็คงจะให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อยู่ อย่างข้าวคอยฝนอีกนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ลําบากอยู่แล้วไม่ว่าอาชีพหรือว่า การทํางานอะไรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะทําเงินทําทองได้นะครับ ก็ยังมีฐานะที่ยากจน หาเช้ากินค่ําอยู่นะครับ ทุกวันนี้รายได้ก็ต่ํา จะไปเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ไข่ ก็สู้ขาใหญ่ ซึ่งเปึนบริษัทใหญ่ ๆ เขาไม่ได้ ก็ได้ปลูกพืชปลูกผักปลูกอะไรไปนะครับ ก็คงจะขอเข้าเรื่อง งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ โดยเฉพาะในข้อ ๓.๓ ในเรื่องของแผนงานการ พัฒนาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งได้จัดสรรให้เงินกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติไป ประมาณ ๘๙,๓๘๔ ล้านบาท ซึ่งก็เพิ่มจากป้ที่แล้ว รัฐบาลก็ยังเห็นความสําคัญของ ทางด้านสุขภาพนะครับอันนี้ แต่ว่าในเรื่องของบัตรทอง พ่อแม่พี่น้องประชาชนและ ท่านผู้มีเกียรติก็คงจะทราบดีว่าบัตรทองปัจจุบันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ชาวรากหญ้าได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ปัจจุบันนี้ครอบคลุมประชาชนถึง ๔๗.๒ ล้านคน คิดเปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย เพราะอีก ๙,๐๐๐,๐๐๐ คนเปึนประกันสังคม อีก ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนเปึนข้าราชการ ดังนั้นจึงมีความสําคัญมากนะครับ โครงการ อื่น ๆ ของรัฐ ไม่ว่าจะเปึนรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี เช็คช่วยชาติอะไรทั้งหลายผมก็คิดว่า ประชาชนชาวรากหญ้าพี่น้องที่อยู่ตามชนบทเขาก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกนะครับ เพราะฉะนั้น บัตรทองหรือโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติจึงมีความสําคัญนะครับ เมื่อวานนี้ทาง รัฐบาลก็ได้บอกว่าเพิ่มเงินจากป้ที่แล้วอีกหัวละ ๒๐๐ บาท แต่จริง ๆ แล้ว ๒๐๐ บาท ผมถือว่าน้อยมากนะครับ ไม่เหมาะสมกับภาวการณ์ปัจจุบันอย่างแน่นอน เพราะว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรทองส่วนใหญ่ เราต้องเข้าใจว่าส่วนหนึ่งก็คือเปึนผู้สูงอายุ เปึนโรคเรื้อรัง ไม่ว่าเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ต้องกินยาแบบต่อเนื่องนะครับ เมื่อเทียบกับกลุ่มประกันสังคมซึ่งเปึนคนหนุ่ม คนสาว โรคก็จะมีน้อยนะครับ และเดี๋ยวนี้การเพิ่มสิทธิประโยชน์ของสํานักงาน สปสช. (สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ก็ครอบคลุมโรคมากขึ้น รวมทั้งการรักษาอะไร ต่าง ๆ ก็ดีขึ้นนะครับ ยกตัวอย่างอย่างเช่น คนไข้ เอชไอวี อย่างนี้นะครับ เมื่อป้ที่ผ่านมา อาจจะมีประมาณ ๑.๒ แสนคน แต่ป้ ๒๕๕๓ เราคาดว่าจะมีถึง ๑.๔ แสนคน นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราเพิ่มเงินแค่ ๒๐๐ บาท ผมคิดว่ามันเปึนส่วนที่น้อยเกินไป ถึงแม้รัฐบาลจะบอกเมื่อวานว่ามากที่สุดตั้งแต่ตั้งกองทุนนี้มา มันก็ต้องจริงนะครับ เพราะว่ากองทุนนี้ต่อหัวมันไม่เคยลดลงเลยนะครับ ถึงแม้ป้นี้จะเพิ่มขึ้น ๒๐๐ บาท เปึน ๒,๔๐๑ บาท จากป้ที่ ๒,๒๐๒ บาท ก็มันเพิ่มขึ้นทุกป้อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นป้ ต่อไปมันก็ต้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีนะครับ พ่อแม่ พี่น้องประชาชนก็จะใช้บริการของบัตรทองเปึนส่วนใหญ่ ก็คงจะขอให้ทางรัฐได้พิจารณา ในเรื่องของการเพิ่มค่าหัวให้กับประชาชนที่ใช้บัตรทองหรือหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทุกวันนี้ ถามว่าได้เข้าถึงเปัาหมายของบัตรทองหรือเปล่านะครับ ผมก็คิดว่าคงจะยังไม่ถึงนะครับ โดยเฉพาะทางด้านคุณภาพความทั่วถึงหรือเปึนธรรมนี้ ไม่มีแน่นอนนะครับ ประชาชนพี่น้องที่อยู่ตามชนบทปัจจุบันก็ยังใช้บัตรทองกันอยู่ แต่กว่า จะเจอหมอแต่ละครั้งนะครับก็ต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเปึนสถานี อนามัยอะไรต่าง ๆ รวมทั้งยาที่ใช้ก็ยาดี ๆ ยาที่มีประสิทธิภาพบางทีก็อาจจะไม่ทั่วถึง เราคงจะจําได้นะครับเมื่อประมาณ ๒-๓ ป้ก่อนเราเคยทํา ซีแอล (CL : compulsory license) ยา ๓-๔ ตัวใช่ไหมครับ หนึ่งในนั้นก็คือยาฟราบริก หรือโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) ซึ่งสุดท้ายแล้ว ซีแอล เราก็ไปซื้อยาของประเทศอินเดียมานะครับ ปรากฏ ว่าซื้อมาได้นะครับ แต่ต่างจังหวัดไม่ได้ใช้ หรือใช้น้อย เพราะไม่มีหมอโรคหัวใจที่จะไปสั่ง ยาพวกนี้ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้นทํา ซีแอล ได้แต่ปรากฏว่าคนที่ได้รับ ผลประโยชน์ที่แท้จริงก็คือคนที่อยู่ใกล้หมอซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญ อันนี้ผมยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ก็คงจะเปึนเรื่องของทางบัตรนะครับ หรือว่าโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นะครับ ซึ่งคิดว่า ๒๐๐ บาท สําหรับป้นี้ที่เพิ่มขึ้นถือว่าน้อยมากกับสภาวะปัจจุบัน ก็คงจะ เรียกร้องให้ทางฝ์ายผู้เกี่ยวข้องพิจารณาในป้ต่อไปนะครับ อีกอันหนึ่งนะครับก็คือเปึน กองทุนแพทย์ฉุกเฉิน ๓๙๐ ล้านบาทในป้นี้ ซึ่งเท่ากับป้ที่แล้วเป็ะนะครับ ทั้งเศษเงินอะไร ต่าง ๆ ที่จริงแล้วมีประโยชน์มากนะครับกองทุนแพทย์ฉุกเฉิน เพราะว่าเปึนโครงการที่ทํา ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุตามต่างจังหวัดหรืออะไรต่าง ๆ เปึนการที่จะทําให้มี ความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น คิดว่าป้ต่อไปคงจะต้องได้เพิ่มเงินในกองทุนอุบัติเหตุหรือ ฉุกเฉินเหล่านี้ด้วยนะครับ อันนี้ก็คงจะฝากทางรัฐไว้นะครับ ที่จริงก็คงยังจะมีอีกประเด็น หนึ่ง แต่คิดว่าเวลาคงจะไม่พอนะครับในเรื่องของแพทย์ชนบท ซึ่งเปึนโครงการที่ถือว่ามี ประโยชน์ เปึนการขยายโอกาสให้ลูกหลานในส่วนภูมิภาค แล้วก็กระจายแพทย์ไปสู่ ชนบท แต่จริง ๆ แล้วในการแก้ไขในเรื่องของการขาดแคลนแพทย์ ผมก็คิดว่ายังไม่ค่อย ถูกจุดนักนะครับ เพราะปัจจุบันนี้มีแพทย์ลาออกจํานวนมากนะครับ ใน ๔ ป้ที่ผ่านมามี แพทย์ลาออกประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคน จริง ๆ แล้วการแก้ไขปัญหาของการขาดแคลน แพทย์ทั้งระบบก็ควรจะต้องเปึนวาระแห่งชาติ เปึนสิ่งที่ทุกฝ์ายคงจะต้องมาพิจารณาแก้ไข กันในสภาพความเปึนจริงของสังคมหรือเศรษฐกิจนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ ความปลอดภัยในอาชีพนะครับ เราก็คงจะต้องมีกฎหมายคุ้มครองแพทย์ที่ดีตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๘๐ (๒) ซึ่งคนที่รักษาตามมาตรฐานหรือตามจริยธรรม ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ส่วนแพทย์ที่เปึนทุรเวชย่อมได้รับการลงโทษเฉกเช่น ประชาชนทั่วไป เพราะไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน อันนี้ก็ต้องขอฝากไว้ว่าการแก้ไขเรื่องของการ ขาดแคลนแพทย์ ก็คงจะต้องฝากไว้ว่าทางรัฐคงจะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง และต้องดูแล คุณภาพถ้าเราจะเร่งการผลิตแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ชนบท อันนี้ก็ขอฝากไว้ นะครับ
สุดท้ายแล้วครับอีกนิดเดียวครับ อันนี้ก็คงจะไม่เกี่ยวกับประเด็นของ งบประมาณนะครับ ก็ฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ ก็ขอฝากช่วยดู โครงการต่าง ๆ ในจังหวัดแพร่นะครับซึ่งขาดโอกาสมานาน ไม่ว่าถนน ๔ เลนระหว่างแพร่ กับจังหวัดใกล้เคียงนะครับ อุตรดิตถ์ ลําปาง น่าน พะเยา รวมทั้งอ่างเก็บน้ําที่รอแล้ว รอเล่านะครับ ไม่ว่าอ่างแม่สาย อ่างแม่แคมและอื่น ๆ และอีกอย่างหนึ่งครับโรงเรียน บ้านต้าแหลง อําเภอลอง จังหวัดแพร่ ใกล้จะพังแล้วครับ เพราะว่าน้ําเซาะตลิ่งพัง ถ้าไม่ ทําพนังกั้นน้ําอย่างรีบด่วน อาคารเรียนก็คงจะพังนะครับ ก็ต้องขอบกราบพระคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับที่ได้ให้โอกาสผมแล้วก็เพิ่มเวลาให้นิดหน่อยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับเชิญ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ นะครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ จากการที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ เปึนงบแบบขาดดุลจํานวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเรียนค่ะป้นี้รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑.๗ ล้านล้านบาทค่ะ ก็ ลดลงจากป้ที่แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่าย ต้องเรียนค่ะว่าเมื่อดิฉันไปดูเอกสารงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้ส่งมาให้ประกอบการ พิจารณา ท่านประธานคะ รายได้ของรัฐบาลป้นี้จัดเก็บได้สุทธิอยู่ที่ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายจ่ายประจําค่ะท่านประธานอยู่ที่ ๑,๓๓๐,๒๓๕ ล้านบาท ดูจากยอด รายรับสุทธิและยอดรายจ่ายประจําท่านประธานคะ เหลือเงินงบประมาณในการจะไป ลงทุนอยู่แค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงจุดนี้ค่ะก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลแทบจะไม่มีเงิน เหลือสําหรับจะไปลงทุนเลย ดิฉันจึงเข้าใจได้เลยค่ะว่าทําไมรัฐบาลถึงต้องกู้ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงจุดนี้ค่ะท่านประธาน จากนโยบายที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ เคยกล่าวไว้ตอนหาเสียงก็คือประชาชนต้องมาก่อน ดิฉันก็ไม่แน่ใจแล้วค่ะว่าจริง ๆ เปึนไป อย่างที่ท่านว่าไว้ตอนที่ท่านหาเสียงหรือเปล่า เพราะอะไรคะ เพราะว่าเมื่อไปดูรายการ โครงการต่าง ๆ ในเอกสารงบประมาณ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชนระดับรากหญ้าลดลงเกือบแทบทุกโครงการ ไม่ว่า จะเปึนโครงการ เอสเอ็มแอล โครงการ โอทอป หรือแม้กระทั่งรายการโครงการประกัน สุภาพถ้วนหน้า ท่านทราบไหมคะลดลงเกือบทั้งหมด ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องอื่น ๆ จะลดลง ด้วยหรือเปล่า ก็เลยได้ไปดูในเรื่องของการลงทุนในโครงการพื้นฐาน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องน้ํา เรื่องถนน ปรากฏว่าในป้ ๒๕๕๓ เรื่องน้ําค่ะท่านประธาน งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นะคะท่านประธาน ได้งบประมาณประมาณ ๒๗,๖๖๒ ล้านบาท ซึ่งตั้งไว้ที่ กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ําคิดเปึน ๑.๖๒ เปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่ว่าท่านประธานคะ มันน้อยไปหรือเปล่าสําหรับเรื่องที่จําเปึนในการต้องอาศัยในการดํารงชีวิตของประชาชน คนไทยทุกคน ต้องเรียนค่ะประเทศเราประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วเรื่องน้ํานะคะท่านประธานได้รับงบประมาณ ๑.๖๒ เปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างน้อย ก็อยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีค่ะว่า ท่านคิดจะดูแล อยากให้ประชาชนมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เปึนอยู่ให้ดีขึ้นจริงหรือเปล่า คงไม่ใช่จะต้อง อาศัยให้แก่รัฐบาลเข้าไปดูแลนะคะ แต่ว่าเรื่องนี้คงจะเปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเข้าไป ช่วยเหลือสนับสนุนให้เขามีการประกอบอาชีพที่ดีขึ้น และเรื่องน้ําท่านประธานคะจําเปึน อย่างยิ่งค่ะในการเพาะปลูกบ้านเราน้ําจําเปึนมาก ๆ ถ้ายังได้รับงบประมาณที่ค่อนข้าง น้อยอย่างนี้ดิฉันก็คิดว่าพี่น้องคงจะมีความเปึนอยู่ที่ยากแค้นค่ะ แล้วก็การที่บอกว่า อยากจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าประชาชนประกอบอาชีพการเกษตรกรรมทําการเพาะปลูก ไม่ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ เราจะสามารถไปขายให้กับผู้บริโภคที่อยู่ในประเทศ ต่างประเทศได้ผลได้อย่างไรคะ จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร หากจะลงไปดูให้ ลึกขึ้นไปประธานคะดูที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันค่ะ เมื่อป้ ๒๕๕๒ จังหวัดของดิฉันได้รับ งบประมาณ ๑๘๐ ล้านบาทจากกรมชลประทานและก็กรมทรัพยากรน้ํา ในป้ ๒๕๕๓ ได้รับงบประมาณป้นี้ ๑๑๐ ล้านบาท ท่านประธานคะเห็นตัวเลขแล้วดิฉันน้อยใจ มาก ๆ เลยนะคะ ทําไมจังหวัดดิฉันเปึนจังหวัดเดียวที่ทางกรมชลประทานสํารวจแล้วบอกว่ามีพื้นที่ เพียงพอเพียงจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่จะก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ําขนาดใหญ่ยังได้รับ งบประมาณน้อยอย่างนี้ แล้วจังหวัดอื่นล่ะคะท่านประธานมันจะเปึนอย่างไร อันนี้ดิฉันก็ ยังสงสัยอยู่นะคะ แล้วก็ต้องดูว่าชัยภูมิน้ําท่วมก็ประสบปัญหา น้ําแล้ง ไม่มีน้ําก็ประสบ ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข งบประมาณแค่ ๑๑๐ ล้านบาทค่ะท่านประธานคงแก้ไข ปัญหาไม่ได้ และที่สําคัญถ้าหากจะบอกว่ามีเรื่องการจัดการน้ําอยู่ใน พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ดิฉันก็ต้องบอกว่าขอยังไม่เชื่อค่ะ เพราะว่าผ่าน สภาเรา ๓ วาระรวดโดยที่เราไม่ได้เห็นรายละเอียดโครงการต่าง ๆ เลย ตรงจุดนี้ดิฉันก็ ไม่แน่ใจว่าจะมีการจัดการในส่วนนี้ให้กับจังหวัดชัยภูมิหรือเปล่า พี่น้องเขาบอกดิฉันว่า สงสัยจะต้องอาศัยพระสงฆ์องค์เจ้าแล้วก็ชาวบ้านค่ะ ในการที่จะมาริเริ่มก่อสร้างแหล่ง กักเก็บน้ําในจังหวัดชัยภูมิ คงจะต้องใช้พระสงฆ์กับชาวบ้านลงเงินลงแรงกันก่อสร้าง เหมือนอ่างเก็บน้ําลํากระจวนหรือว่าฝายพระอาจารย์จื๊อนะคะ ที่ชาวบ้านริเริ่มก่อนแล้ว ทางราชการค่อยเข้าไปดูแล ต้องบอกว่าโครงการที่ชัยภูมิเรามีความพร้อมหลายโครงการ ไม่ว่าจะเปึนเขื่อนยางนาดี เขื่อนชีบน เขื่อนโป์งขุนเพชร ตรงจุดนี้เรามีการสํารวจออกแบบ ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ ขาดแต่เงินงบประมาณค่ะ ก็อยากจะฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิให้ช่วยดูแลด้วย และที่สําคัญค่ะท่านประธาน อีกโครงการหนึ่งที่ควรจะพูดถึงก็คือ อ่างเก็บน้ําสะพุงเหนือ ท่านประธานคะ โครงการนี้ เปึนโครงการพระราชดําริ มีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ จนปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างเลยค่ะ ตอนนี้ชาวบ้านต้องถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วนะคะ ก็อยากฝากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณาในเรื่องแหล่งน้ําด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน เรื่องถนนหนทาง เราประกอบอาชีพทางการ เกษตรกัน ได้ผลผลิตมา บางครั้งถนนหนทางท่านประธานคะ การขนส่งจําเปึนนะคะ ถ้ามี ถนนที่ยังค่อนข้างลําบากในการเดินทาง การจะขนส่งบางครั้งผลไม้บางชนิด พืชเกษตร บางชนิดมีความเปราะบางมากค่ะ คือมีอายุถึงมือผู้บริโภคค่อนข้างสั้น ถ้าถนนไม่ได้รับ การเหลียวแลไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในการก่อสร้าง ก็คงจะทําให้เศรษฐกิจประเทศเรา พัฒนาไม่ได้ ที่สําคัญท่านประธานคะ ดิฉันหวังเปึนอย่างยิ่งว่าการที่โครงการต่าง ๆ จะลง คงจะมีการครอบคลุมคงจะไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แล้วที่สําคัญค่ะ ท่านประธาน การที่ท่านเลือกลงหรือว่ามีการพัฒนาให้ดีเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งอย่าง ที่มีหลายท่านได้อภิปรายไป ดิฉันคิดว่าตรงจุดนี้มันก็ทําให้ประชาชนคนไทยเราคิดได้ว่า รัฐบาลท่านมี ๒ มาตรฐาน ท่านละเลยไม่เอาใจใส่กับคนยากคนจน ตรงจุดนี้ดิฉันไม่อยาก ให้เกิดความแคลงใจในตัวประชาชนนะคะ และที่สําคัญอย่าทําให้ประชาชนในเขตจังหวัด ดิฉันหรือว่าทางภาคอีสานเกิดความรู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติหรือว่าท่านไม่มีความเสมอภาค ในการจัดสรรงบประมาณ
ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะคะว่า ให้ท่านช่วยตรวจสอบดูแลรายละเอียดโครงการ ต่าง ๆ ที่ยังไม่ปรากฏรายละเอียดใน พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราเพิ่งผ่านสภา ไปเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ต้องเรียนค่ะว่าตรงนี้ให้ช่วยดูด้วย มีการกระจายตัวครอบคลุมทั่ว ประเทศหรือเปล่า แล้วก็ดูด้วยว่ามีความโปร่งใสตรวจสอบได้ไหม มีการยึดหลักเศรษฐกิจ พอเพียงอย่างที่ว่าเอาไว้จริงหรือเปล่า และที่สําคัญเมื่อเช้าค่ะ ทุกวันดิฉันจะฟังวิทยุ รัฐสภา ท่านทราบไหมว่าประชาชนเขาโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยในรายการกันค่อนข้างมาก มีประเด็นหนึ่งที่เขาพูดแล้วดิฉันรู้สึกว่าน่าจะนํามาเรียนให้ท่านได้ทราบเอาไว้ด้วย ก็คือ เขากลัวว่าท่านจะทําเหมือนกับปากว่าตาขยิบค่ะ เพราะอะไร ท่านเคยบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ชอบทุจริตเชิงนโยบาย แต่ตอนนี้การที่ท่านผ่าน พ.ร.บ. ๓ วาระรวด พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ วาระรวดก็ทําให้ประชาชนเขาเกิด ความคิดว่าตอนนี้ท่านก็เริ่มจะทุจริตเชิงนโยบายเหมือนกัน กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปครับ เชิญท่านธาดา ไทยเศรษฐ์ ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวอุทัยธานี ในนามของพรรคชาติไทย ชาติไทยพัฒนาครับ ขอโทษครับ เรียนท่านประธานครับ ในครั้งนี้เรามีวิกฤติเกิดขึ้น ในวิกฤตินั้นผมกราบเรียนว่า มันก็มี โอกาส งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น เปึนงบประมาณขาดดุล สิ่งที่พี่น้องสมาชิก เพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดถึงกันแล้วนะครับในเรื่องตัวเลข แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นประเด็นอยู่นิดเดียว ครับว่า รายได้ของรัฐในป้ ๒๕๕๓ ที่ตั้งประมาณการรายรับไว้นะครับ ก็ประมาณ ๑,๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท หักให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทก็เหลือ ประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วนนะครับ แต่งบลงทุนของเรานั้นมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มีงบรายจ่ายประจํา ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ซึ่งมากกว่า ถ้าเปึนบริษัทก็ถือว่าขาดทุน ตั้งงบขาดดุลก็ยังขาดทุน รัฐบาลจึงต้องกู้ ผมไม่ได้มอง ปัญหาวันนี้ แต่ผมมองปัญหาอนาคตประเทศไทย รายจ่ายในด้านรายจ่ายประจํานั้นมี มากขึ้นทุกวัน ป้นี้ก็เพิ่มอีก ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ละครับเปึนปัญหา ยามที่บ้านเมืองไม่มี หรือว่าสภาวะวิกฤติไม่เกิดขึ้นก็จะไม่เห็น ไม่มีผลกระทบเท่าไร แต่มีวิกฤติขึ้นมาก็จะมี ปัญหา แล้วต่อไปแม้ไม่มีวิกฤติก็จะมีปัญหา เหมือนกับบริษัท ๆ หนึ่งได้รายได้มาน้อย นะครับ แล้วก็จ่ายเงินเดือนเสียมาก จ่ายรายจ่ายในบริษัทหมด ที่จะเอาไปพัฒนา วันนี้ผม กราบเรียนท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าท่านต้องปฏิรูป ระบบราชการครับ วันนี้ท่านต้องกล้าฟันธงลงไป ต้องปฏิรูประบบราชการ ประเทศไทย เคยผ่านการปฏิรูประบบราชการมาแล้ว แต่เปึนประเทศเดียวในโลกที่ปฏิรูประบบราชการ แล้วกระทรวงเพิ่มขึ้น รายจ่ายไม่ลดลง มีข้าราชการเออร์ลี่ (Early) มากมาย แต่รายจ่าย ประจําก็ยังเพิ่มขึ้นทุกป้ วิธีการวันนี้การปฏิรูประบบราชการนั้นต้องนําท้องถิ่นครับ ต้องนํา ท้องถิ่นมาเปึนกลไกสําคัญในการที่จะช่วยประเทศชาติ ท่านประธานครับ รัฐบาลกับ ท้องถิ่นก็เหมือนพ่อกับแม่ พ่อตื่นเช้ามาก็หาเงินเข้าบ้าน ก็คือรัฐบาล แม่ก็คือท้องถิ่นดูแล เรื่องภายในบ้าน แม่บ้านยุคใหม่ก็ถือว่าพยายามที่จะหาเงินเข้าบ้านโดยการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวช่วยพ่อบ้าน พ่อบ้านก็หาเงินเข้าบ้าน แต่วันนี้ประเทศไทยเราก็เหมือนกับวันตื่น ขึ้นมาพ่อบ้านมัวแต่มายุ่งเรื่องในบ้าน มาช่วยแม่ล้างจานต้องมาปวดหัว แล้วปัญหาที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ เรื่องงบท้องถิ่นต่าง ๆ ที่มีปัญหา ผลการ ประชุมสภาเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ท้องถิ่นนั้นสามารถทําได้หลายอย่าง แต่วันนี้รัฐบาลเรายังไมได้ใช้ท้องถิ่น การปฏิรูประบบราชการ ราชการต้องเล็กลงครับ คุมมาตรฐาน กระทรวงบางกระทรวงต้องเหลืองานน้อยเหลือคนน้อยคุมมาตรฐานอย่าง เดียว แล้วการจัดสรรเงินให้ท้องถิ่น ถ้าผมจะบอกกับท่านประธานว่า การจัดสรรเงินให้ ท้องถิ่นในปัจจุบันนี้ กฎหมายก็ยังไม่ออกนะครับ มีกฎหมายอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นประมาณ ๔ ฉบับ คือ อบต. อบจ. เทศบาล และเมืองพัทยา พร้อมด้วย กทม. เรา แบ่งสรรเงินกันโดยใช้ป้ที่ผ่านมาไปพลาง ๆ ก่อน อย่างนี้มาตลอดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ แต่ กฎหมาย ๔ ฉบับนั้นยังไม่ออก ไม่ออกก็เกิดปัญหาอะไรครับ เกิดปัญหาทุกวันนี้ คณะกรรมการกระจายอํานาจแบ่งเงินไม่ถูกต้องครับ ที่ว่ามีปัญหาที่ต้องให้ท่านยกเว้น ระเบียบโดยท่านนายกรัฐมนตรี นี่ก็มีปัญหาตรงนี้ แต่ผมอยากจะเสนอว่า ถ้าท่านสามารถ ให้เงินท้องถิ่นเปึนรายหัวได้ในจํานวนที่มากพอ ผมพูดอย่างนี้ว่า การจัดสรรรายได้ สามารถทําให้แก้ปัญหาอาชญากรรมได้ สามารถทําให้แก้ปัญหาสังคม สามารถทําให้ แก้ปัญหาก่อการร้ายข้ามชาติได้ ท่านคงงงครับ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเรามีการจัดสรร รายได้ให้ท้องถิ่นชัดเจน ชัดเจนอย่างไรครับ ให้เปึนหัว หัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือจะหัวละเท่าไรก็ตามนะครับ แต่ท้องถิ่นที่เปึนลักษณะพิเศษก็ไปเพิ่มเติมกันทีหลัง ในกฎหมายทะเบียนราษฎรของประเทศไทยบอกว่า ใครที่ย้ายที่อยู่ภายใน ๑๕ วัน จะต้อง ย้ายสํามะโนครัว คือถ้าย้ายไปอยู่ที่ไหนเกิน ๑๕ วัน แล้วต้องย้ายสํามะโนครัว แต่วันนี้ ไม่มีเลยครับ ทุกคนมาอยู่กรุงเทพฯ มาทํางาน ถ้าใช้รายหัวขึ้นมา ท้องถิ่นทุกท้องถิ่นก็จะ ไปดูคนของตัวเองว่าย้ายทะเบียนบ้านมาไหม กรุงเทพมหานครประชากรแฝงก็จะหายไป เยอะครับ จะเปึนประชากรจริง แล้วท้องถิ่นก็คอยสอดส่องดูแลว่าผู้คนของเรานั้นย้าย ทะเบียนบ้านอยู่ไหม คนนี้ปฏิบัติถูกต้องไหม นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่เขาจะได้จากรัฐบาล แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ ท้องถิ่นจะสนใจผู้คน มีปัญหาอาชญากรรมขึ้นมาคนในท้องถิ่น หายไป อ้อ นี่คือเปึนเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตํารวจจะต้องติดตาม มีคนต่างชาติเข้ามาอยู่ท้องถิ่น ก็จะรู้ วันนี้ประเทศไทยเราทําอะไรไม่สําเร็จหรอกครับ แก้ปัญหาอะไรไม่สําเร็จ อย่างอาทิ เช่น ปัญหาข้าว ปัญหาเกษตรกร ราคาพืชผลต่าง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะประเทศไทย ขาดข้อมูล หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถจะนําข้อมูลมาทับซ้อนกันได้ จึงมองไม่เห็นปัญหา ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อมองไม่เห็นปัญหาก็แก้ปัญหาไม่ได้ ตั้งแต่ผมเปึนเด็กมาแล้ว ครับเรื่องข้าว ข้าวคนไทยปลูกมาเปึนร้อยป้ครับ แต่ปัญหาอย่างนี้ก็ยังแก้กันไม่ได้ในระบบ ราชการ ในระบบของประเทศไทยเรา เพราะเราไม่รู้ว่าเกษตรกรมีกี่คน ผลผลิตเท่าไร นาปรังจริง ๆ เท่าไร นาป้จริง ๆ เท่าไร แล้วที่สําคัญทุกหน่วยราชการไม่มีข้อมูลที่แท้จริงอยู่ ในมือ การแก้ปัญหาจึงไม่จบไม่สิ้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้าเราแบ่งเงินให้ท้องถิ่น ชัดเจนรายหัว แล้วก็สิ่งที่สําคัญคือวันนี้รัฐบาลบอกว่าให้ท้องถิ่นไป ๓๐๐,๐๐๐- ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็มีส่วนหนึ่งครับที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง ผมไม่ทราบของ กทม. นะครับ ทราบแต่ส่วนต่างจังหวัดว่าประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาล รวมอยู่ใน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ด้วย ท้องถิ่นก็ไม่มีโอกาสพัฒนารายได้ของ ตัวเอง ก็จะแบมือขอเงินจากรัฐบาลอย่างเดียว ในเมื่อให้ไปชัดเจนแล้วก็ให้ท้องถิ่นพัฒนา รายได้ของตัวเอง แล้วสิ่งที่สําคัญพี่น้องสมาชิกเมื่อวานนี้นะครับ ท่านสมาชิกจากจังหวัด ชุมพรได้พูดถึงเรื่องพืชผลเกษตร ผลไม้ นั่นแหละครับ ถูกต้องแล้ว เอา อบจ. เข้ามา เงิน คชก. นี้ให้ท้องถิ่นไปเลยครับ ท้องถิ่นไหนที่มีให้ไปเลย ๑๐๐ ล้านบาท คุณห้ามหาย เงิน ก้อนนี้ เอาไปจัดการทําข้อตกลงร่วมกันระหว่างที่โน่นมีลําไยมาแลกกับมังคุด แลกกับเงาะ ทําได้ครับ แล้วเงินไม่สูญหายด้วยครับ แล้วนายก อบต. อบจ. ต่าง ๆ นั้น พร้อมที่จะทํา พร้อมที่จะดูแลผู้คนในพื้นที่เขาอยู่แล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าท่านประธานครับ ปัญหาวันนี้ ปัญหาของประเทศไทย ข้าราชการไทยทุกคนมีคอมพิวเตอร์ในโต๊ะ ไม่ว่าจะ อยู่ส่วนไหนของประเทศไทย แต่ใช้ได้แค่เครื่องพิมพ์ดีดกับดูหนัง ฟังเพลง ลิงค์ (Link) ข้อมูลกันไม่ได้ ถ้าวันนี้ระบบเกษตรเราสามารถวิเคราะห์แล้วบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ป้หน้าพี่น้องชาวนาให้ทํานาจํานวนเท่านี้ ใครที่มีอยู่เท่าไรให้ลดมากี่เปอร์เซ็นต์ แล้วได้เงิน เท่าเดิม ผมว่าจะเปึนเรื่องที่แก้ปัญหาได้ ใช้หลัก ดีมานด์ ซัพพลาย (Supply) อุปสงค์ อุปทาน ก็คือในเมื่อตลาดต้องการมาก เรามีของน้อยก็ราคาแพง เปึนธรรมดาครับ แต่นี่ชาวนา พี่น้องชาวเกษตรเราปลูกโดยแหงนมองฟัากับลูบอกครับ แหงนมองฟัาเมื่อไร ฝนจะมา ลูบอกว่าเมื่อไรฟังคําจากพ่อค้าว่าราคาเท่าไร ตรงนี้แหละครับ ผมเรียนว่า รัฐบาลจะมีความสามารถอย่างไรก็ตาม ถ้าวันนี้ไม่ปฏิรูประบบราชการนะครับ แล้วไม่นํา ศักยภาพของท้องถิ่นเข้ามา แล้วเรากําหนดไปเลยครับว่าท้องถิ่นภาษีคุณจะต้องจัดเก็บ รายได้อย่างต่ําเท่านี้ สูงสุดไม่เกินเท่านี้ คุณจะไปเก็บเท่าไรเรื่องของเขา วันนี้ท้องถิ่น อยากจะเก็บภาษีปัายยังเก็บไม่ได้เลยครับ ภาษีปัายชั่วคราวกําหนดไว้ชัดเจนเลย ๑๕๐ บาท เขาอยากจะเพิ่ม บริษัทอะไรไม่รู้มาโฆษณาในพื้นที่เขา ก็เก็บเงินได้แค่ ๑๕๐ บาท กฎหมายเปึนตัวบล็อกเขาไว้เอง ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องปฏิรูประบบราชการครับ เพื่อให้เกิดความชัดเจน แล้วท่านจะเปึนวีรบุรุษในหัวใจของคนไทยแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ประเทศไทยเรามีปัญหาที่น่าจะเปึนอย่างนี้ไปนาน ๆ แน่นะครับ ผมเชื่อว่าจากระบบ งบประมาณที่ผมดูไม่ว่ารายรับ รายจ่ายต่าง ๆ ในแต่ละป้ งบประมาณรายจ่ายประจํา เพิ่มขึ้นทุกป้ แล้วก็จะไปลดในเรื่องงบลงทุน แล้วผมถามว่าเราจะต้องกู้ทุกป้หรือ วันนี้เรา ต้องหยุดให้ได้ครับ เราต้องหยุดให้ได้แล้วนําสิ่งที่เปึนสิ่งที่ดีที่สุดมอบให้กับพี่น้องคนไทย ของเรา
แล้วผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของการศึกษาครับ ผมยินดีมาก ผมยินดีเปึนอย่างยิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านตั้งใจมาเปึนรัฐมนตรี จริง ๆ ท่านได้พูดถึงครูพันธุ์ใหม่ ท่านได้พูดถึงห้องสมุด ๓ ดี (D) ๕ ดี ต่าง ๆ ผมดีใจ วันที่ท่านรับตําแหน่งผมบอกฝากการศึกษาของประเทศไทยด้วย แล้วท่านบอกว่าเปึน หน้าที่ของท่านอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ แต่มันมีปัญหาอยู่หน่อยหนึ่งครับ วันนี้ การศึกษาของเรานั้นไม่ชัดเจนและยังล้าหลัง เขาบอกว่าล้าหลังประเทศเวียดนาม ๒๐ ป้ ครับ อันนี้เรื่องจริงครับ แล้วสิ่งที่อยากจะฝากกับท่านรัฐมนตรีก็คือว่าสํานักเขตพื้นที่ การศึกษามีรอง ผอ. แห่งละ ๑๐ กว่าคน ๑๑ คน ๑๒ คน อยู่กันบนสํานักงานมากมาย ท่านต้องทําให้ชัดเจนเลยครับ ครูธุรการ ครูผู้สอน และตราบใดที่ครูยังเปึนหนี้อยู่ ผมเชื่อ ว่ายังสอนเด็กไม่เต็มหัวใจ ให้ไปเลยครับ ชั่วโมงสอนให้เงินไปเลย แล้วท่านกําหนดให้ ชัดเจนเลยครับ กระทรวงศึกษาธิการว่าระดับนี้ท้องถิ่นดูแล ประถม หรืออนุบาลท้องถิ่น ดูแล รัฐบาลกลางดูตั้งแต่ระดับมัธยมขึ้นไป แล้วหลักสูตรท้องถิ่นเปึนเรื่องสําคัญครับ คนไทยต้องภูมิใจในชาติกําเนิด ต้องภูมิใจที่จะบอกเปึนคน ผมภูมิใจที่จะบอกว่าผมเปึน คนจังหวัดอุทัยธานี ยามไปต่างประเทศผมก็ภูมิใจที่จะบอกว่าผมเปึนคนไทย แต่วันนี้ หลักสูตรท้องถิ่นไม่มีครับเกิดขึ้นยาก เด็ก ๆ ของเรารู้แต่ว่าอะไรครับ รู้แต่ว่าโบราณสถาน มีอยู่ที่อยุธยา กําแพงเพชร ในอดีตเราจึงทุบเจดีย์เก่า ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เพราะทุกคน ไม่รู้จักประวัติตัวเอง ต้องใช้ท้องถิ่นเข้ามาครับ อันไหนรับผิดชอบ รับผิดชอบไป แล้วสําหรับครู วิธีการจะแก้หนี้ก็จับครูมาสอนพิเศษในโรงเรียนต่าง ๆ นี่ครับ จับมาสอนพิเศษ เลย เด็กอ่อนตรงไหนแล้วก็ให้เบี้ยเลี้ยงไป ต้องปรับหนี้เขาให้ได้เพื่อให้เขาเปึนครูที่สมบูรณ์ แบบ เปึนครูที่มีจิตวิญญาณของความเปึนครู ไม่ต้องมาห่วงเรื่องสถานะรายได้ แล้วโดย ใช้ท้องถิ่นมากลไก วันนี้ถ้ารัฐบาลเสียเงินให้ท้องถิ่นป้หนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ได้ เกิดประโยชน์ ไม่สามารถมาสร้างศักยภาพในการที่จะช่วยรัฐบาลกลาง รัฐบาลกลางมอง ท้องถิ่นอีกอย่างหนึ่ง ท้องถิ่นก็มองรัฐบาลอีกอย่างหนึ่ง ปัญหาที่ทะเลาะกัน ปัญหาที่ วอล์คเอาท์กันนั่นละครับก็จะไม่เกิดครับ ไม่เกิดแน่นอน ท้องถิ่นต้องชัดเจน แล้วท้องถิ่น เขาก็จะพัฒนาเพราะเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร เรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านโดย ท่านประธานว่าทําเถอะครับ ปฏิรูประบบราชการ วันนี้ท่านเหมาะสมแล้วที่เปึน นายกรัฐมนตรี วันนี้ไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือแม้แต่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่อยู่ ณ ที่นี้ ว่าบางครั้งก็ต้องทําตัวเปึนอาเสี่ยใจดี เปึนเศรษฐี ใจบุญ บางครั้งก็ต้องเปึนเศรษฐีขี้เหนียวครับ ท่านทําถูกแล้วในเรื่องการดูแลว่าไม่ให้เงิน ตรงโน้นตรงนี้ ใครอาจจะว่าบ่นท่านก็เปึนเรื่องธรรมชาตินะครับ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝาก บอกกับท่านประธานผ่านถึงกระทรวงการต่างประเทศครับ ด้วยความเคารพผมกราบ นะครับ สําหรับกระทรวงการต่างประเทศ ผมมันสีทนได้ครับ สีอุทัยธานี ไม่ใช่สีใด ๆ ทั้งสิ้น ผมกราบท่านแล้วครับ ท่านช่วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ วันนี้วิกฤติ การท่องเที่ยว แต่ถ้าเกิดมีคิดใหม่นะครับ ทําอย่างไรที่จะให้เป่ดโปรแกรมใหม่ลงที่ประเทศ ไทยแล้วแสตมปี (Stamp) ทีเดียวเข้าเมือง ผ่านเขมรได้ ผ่านเวียดนามได้ ลาวได้ ไปขึ้นที่ จีน หรือลงที่จีน ลงที่เวียดนาม โดยกระทรวงการต่างประเทศไปรวมกันแบบที่ยุโรปเขาทํา ผมเชื่อว่าเงินรายได้แห่งการท่องเที่ยวจะมากมาย กระทรวงการต่างประเทศต้องออกไป ครับ ท่านประธานครับผมขออนุญาตนะครับ เพราะว่าในส่วนของผมเดี๋ยวคงบริหารในส่วนของพรรคชาติไทย ขอต่อเวลาอีก ๒ นาที ครับ เรียนท่านประธานว่า เรื่องกระทรวงการต่างประเทศต้องเปึนผู้นํากับประเทศต่าง ๆ ไปคุยก่อนที่ประเทศอื่นเขาจะเอาความคิดนี้ไปทํา เรียนท่านประธานว่า เปึนเรื่องสําคัญ แล้วกระทรวงการท่องเที่ยวก็จะได้เงินเข้ามา ประเทศเราก็จะพัฒนามากขึ้น แล้วสิ่งที่ผม ฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือ รายการเชื่อมั่นท่านอภิสิทธิ์ครับ ขอเถอะครับ เอารัฐมนตรีครึ่งแรก นายกรัฐมนตรีว่าไปเลยคนเดียว ครึ่งหลังเอารัฐมนตรีทุกคนเลยครับมานั่งคุยกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ให้นายกรัฐมนตรีสัมภาษณ์ ประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐมนตรีไม่ได้เปึน รัฐมนตรีจังหวัด ไม่ได้เปึนรัฐมนตรีที่โลกลืม จะทําอะไรบ้าง จะดําเนินการอะไร โดย ท่านนายกรัฐมนตรีสัมภาษณ์ แล้วให้พี่น้องประชาชนฟัง อาทิตย์ละคน ๆ ผมเชื่อว่าจะเกิด ประโยชน์ เกิดประโยชน์แน่นอนครับ แล้วผู้คนก็จะรู้ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนทําอะไร ฝากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ แล้วอีกประการหนึ่งเรื่องแบงก์ที่ผมได้พูดเรื่อง ๒ วันนี้ มีพี่น้องประชาชนบอกว่าเห็นด้วย วันนี้เราจะกู้จากแบงก์ ท่านต้องต่อรองกับแบงก์ครับ ต้องลดค่าธรรมเนียมบ้าง ดอกเบี้ยระหว่างกู้กับฝากมันห่างกันเหลือเกิน ระหว่างแบงก์ ด้วยกัน ๒ เปอร์เซ็นต์เวลากู้กันเอง แต่วันที่เกิดวิกฤติต้มยํากุ้งก็เพราะสถาบันการเงิน ประเทศไทยคนไทยเจ็บปวดจากตรงนั้นมาก็เพราะสถาบันการเงิน วันนี้สถาบันการเงิน ต้องช่วยครับ ต้องช่วยประเทศไทย ต้องช่วยรัฐบาล ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับที่ ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวันนี้ จริง ๆ มีหลายเรื่องครับ แต่ด้วยเวลาอันจํากัด ต้องขอบพระคุณมากครับ
ก็ไปตัดเวลาออกไปนะครับ
ต่อไปครับ ผมขอแจ้งรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายตามลําดับนะครับ เพื่อท่าน จะได้เตรียมความพร้อม ก็จะมี ท่านนิยม ช่างพินิจ ท่านอนุสรา ยังตรง ท่านพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ท่านพรพิมล ธรรมสาร ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช เชิญท่านนิยม ช่างพินิจ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานมากที่ให้โอกาสได้มาอภิปรายร่างงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๓ โดยเฉพาะที่ทางรัฐบาลเองได้ตั้ง และสิ่งที่สําคัญที่ผมอยากจะตั้ง ข้อสังเกตแล้วก็สะท้อนปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก หรือจะ เปรียบเทียบกับพื้นที่คนทั้งประเทศ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑.๗๗ ล้านบาท ซึ่งถือ ว่าต่ํากว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วก็ตั้งขาดดุลไว้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่จะไปตั้งงบตัวนี้ต่ํากว่างบประมาณในป้ที่แล้ว เพราะสิ่งสําคัญก็คือเรื่องของการจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเกณฑ์ ตรงนี้มันมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเปึนความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน และความเชื่อมั่นของพี่น้อง ต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ประธาน ทราบว่า ถ้าในเมื่องบแตกต่างกันระหว่างป้ ๒๕๕๓ กับป้ ๒๕๕๒ เปึนเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลกที่ว่างบพัฒนาที่จะไปอุดหนุนในการที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องแตกต่างกัน ป้ ๒๕๕๒ มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจหรืองบพัฒนานี่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เดี๋ยวนี่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในป้ ๒๕๕๓ ตรงนี้เปึนสิ่งที่ละเอียดอ่อนมากครับ และสิ่งที่สําคัญไปมากกว่า นั้นครับท่านประธาน โครงการต่าง ๆ ที่ผมดูจากร่างงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการที่ ประสบความสําเร็จและเปึนที่พึงพอใจของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับ โครงการ เอสเอ็มแอล ก็ไม่มีในโครงการ และผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มาตอบ หรือคณะรัฐมนตรีได้มาตอบว่า ส่วนที่ตัดเขาออกไปนี้จะมีไหมในส่วนของงบกลาง โดยเฉพาะ พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้น่าจะนํามา เพราะสิ่งที่สําคัญที่สุดที่พี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะผู้นําทางด้านการปกครองนี่คาดหวังมาก ทุกป้เขาจะต้องได้เงินตรงนี้ ไม่ว่าจะเปึนโครงการ เอสเอ็มแอล ๒๕๐,๐๐๐ หรือ ๓๐๐,๐๐๐ ครับ ถึงว่างบมันมีน้อย แต่อาจต่ํากว่านั้นก็ได้ ๑๐๐,๐๐๐ หรือ ๑๕๐,๐๐๐ หรือ ๒๐๐,๐๐๐ อย่างนี้ก็ได้ อย่างน้อย เขาก็จะได้มีการจัดทําประชาคมไว้ล่วงหน้าว่าป้นี้เขาคิดจะทําอะไร เพราะโครงการตัวนี้ เปึนโครงการที่ให้ส่งเสริมประชาธิปไตยให้พี่น้องประชาชนได้คิดเองทําเอง โดยเฉพาะในเรื่องที่สําคัญก็คือ สิ่งที่ท้องถิ่นทําไม่ได้ เขาทําได้ ไม่ว่าจะเปึนในการซื้อ เครื่องครัวเรือนต่าง ๆ แล้วก็สิ่งสุดท้ายก็คือถนนคอนกรีตเข้าไปในวัดวาอารามอย่างนี้ แล้วเขาใช้มติในที่ประชุมไม่มีฝ์ายรัฐบาลฝัืงฝ์ายค้านเหมือนในสภาเรา ตรงนี้เปึนสิ่งที่ สําคัญมากที่สุด แล้วก็กองทุนที่สําคัญคือกองทุนเงินล้านนะครับ ตรงนี้เองผมได้พบปะกับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผมจะยกตัวอย่างเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีผู้นําท้องที่อําเภอ พรหมพิรามมาหาผม ขออนุญาตเอ่ยนามครับ กํานันสามสีขาวนะครับ ตําบลท่าช้างเขา บอกว่าตอนนี้โครงการของชลประทานนี้จะทําประตูกักเก็บน้ําให้กับพี่น้องชาวบ้าน บางขี้เหล็กแต่ปัญหาคือที่ตรงนั้นเปึนที่ของเอกชนเขาก็ต้องการที่จะซื้อที่ตรงนั้น ผมก็ถาม ว่าเอาเงินมาที่ไหน เขาก็บอกว่าได้จากกองทุน ดอกเบี้ยจากกองทุน นี้แหละคือการ ประสบความสําเร็จนะครับ แล้วที่เหลือผมก็เสนอแนะไปบอกว่าควรจะตั้งกองผ้าป์าเพื่อ เอาเงินมาซื้อที่แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าโครงการโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรก็คงจะ สนับสนุนโครงการนี้ ต่อมาครับงบจังหวัด ผมมาดูแล้วนะครับมี ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือที่เรียกว่างบ ซีอีโอ ถ้าเปรียบเทียบแล้วจังหวัดพิษณุโลกนี่ได้ ๓๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเปึนสิ่งที่น้อยนิดมาก เพราะสิ่งที่ผ่าน ๆ มานั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเขามีความใกล้ชิดกับ พี่น้องประชาชน ผมจะเรียนให้ทราบเลย เขาไปพบพอเขามีปัญหาปุ็บเขาลงไปในพื้นที่ เขาไปกับผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่นแล้วเขาสามารถตัดสินใจได้เลย ผมเชื่อได้ว่ารัฐมนตรียัง ไม่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนเท่าผู้ว่าราชการจังหวัด ตรงนี้แหละเปึนสิ่งสําคัญแล้ว ก็ส่วนที่มีงบกลางก็อยากให้ตัดลงไปนะครับ เพราะให้เขาได้คิดทําเอง ผมเองในฐานะที่ เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ให้ยุ่งเกี่ยว แต่ผมก็สามารถที่ จะพูดคุยในสาระที่ว่ามีวัตถุประสงค์และเปัาหมายเดียวกันว่า ต้องการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนก็ประสานผู้ว่า ประสานกับท้องถิ่น โครงการไหนที่ช่วยได้และทําได้
แล้วก็ต่อมาอีกประการหนึ่งครับดูงบโดยเฉพาะโครงสร้าง โดยพี่น้อง อาสาสมัคร โดยเฉพาะพี่น้อง อสม. หรือผู้สูงอายุที่ว่ารัฐบาลได้สนับสนุนไปนั้นถือว่าเปึน สิ่งที่ดี แต่สิ่งที่สําคัญผมกลัวจะไปกระทบท้องถิ่นนะครับ เพราะมีภารกิจมากเหลือเกิน นะครับ แล้วโดยเฉพาะงบพี่น้อง อสม. ที่เขาจัดให้มีความสําคัญ โดยเฉพาะในการจัด สัมมนาให้ความรู้ จัดทัศนศึกษาไปดูงาน ตรงนี้มันอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน ที่รัฐบาล ที่แล้วตั้งไว้หมู่บ้านละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ก็ยังไม่มีครับท่านประธาน ตรงนี้ผมอยากดูด้วย โดยเฉพาะพี่น้อง อพ.ปร. นี้ค่าตอบแทนก็ไม่มี อส.ตร. ก็ถือว่าดูแล พี่น้องโดยเฉพาะปกปัองทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็ไม่มีครับท่านประธาน นะครับ ก็ฝากด้วยนะครับเพราะว่าอย่าให้เขาต้องน้อยใจและเหลื่อมล้ําเลยครับในสังคมที่ เขามีความตั้งใจและที่จะอาสามาเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน เอาละครับผมจะพูดถึง ภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการนิดนะครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีเองผมเปึนคน โดยส่วนตัว ผมนี่เคารพนับถือมาก แต่ว่างบ ๓๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ผมถือว่าน้อยมาก แต่ผมเชื่อ ว่างบกลางคงมี เพราะว่าในการที่จะพัฒนาประเทศชาตินี่ท่านประธานจะนําไปสู่เรื่อง ความยั่งยืน ไม่มีอะไรดีไปกว่าที่จะพัฒนาที่ทรัพยากรมนุษย์หรือพัฒนาคน โดยเฉพาะ การศึกษา ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วผมลงพื้นที่ก็สะท้อนปัญหามาเช่นกัน นะครับ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนถามบอก เรียนฟรีมีคุณภาพ เรียนฟรี ๑๕ ป้ วันนี้เราไม่ ต้องมาโกหกกันหรอกครับ ไม่ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลเอาความจริงมาพูดกันเลยครับ การว่าเรียนฟรีถึง ๑๕ ป้และมีคุณภาพต้องชัดเจนครับ วันนี้ถ้าผมเปึนรัฐบาลผมจะตอบ เลยว่าไม่ได้เรียนฟรี แต่บรรเทาค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองหรือพี่น้องประชาชน และใน อนาคตนี้จะทําให้เกิดการเรียนฟรีต้องพูดอย่างนี้นะครับ นายกรัฐมนตรีต้องพูดอย่างนี้ ครับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญแล้วในอนาคตนี้จะทําให้เกิดการเรียนฟรี อย่างนี้ประชาชน สับสน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา และสิ่งที่สําคัญก็คือกรรมการสถานศึกษาเขาก็ สับสน พี่น้องประชาชนมาปุ็บก็ไหนว่ารัฐบาลเรียนฟรีแต่ไม่ฟรี เราตอบไปเลยครับตอบ ด้วยข้อเท็จจริงนะครับ บรรเทาแต่ว่าในอนาคตจะให้เรียนฟรี นี่แหละคือการที่ผมอยากจะ ให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเอาความจริงมาตอบแล้วก็พูด แล้วปัญหาสิ่งที่ สําคัญเลยนะครับ งบในการที่จะไปช่วยสถานศึกษาโดยเฉพาะในท้องถิ่นนี่ที่สนับสนุนไป เปึนรายหัวต่อป้ อนุบาลนี้ ๑,๗๐๐ ประถมศึกษาชั้นป้ที่ ๖ นี้ ๑,๙๐๐ มัธยมชั้นป้ที่ ๑-๓ ม. ๑-ม. ๓ นี้ ๓,๕๐๐ ม. ๔-ม. ๖ นี้ ๓,๘๐๐ มันน้อยนิดครับท่านประธาน ถ้าเทียบกับ โรงเรียนเล็ก ๆ ผมจะยกตัวอย่างเลยครับท่านประธาน อย่างสมมุติว่ามีรถบัส ๑ คันนี่ท่านประธาน รับผู้โดยสารนี่ โรงเรียนในท้องถิ่นบางโรงเรียน มีเด็กอยู่ ๓๐ คน ๔๐ คน รถบัสคันนี้ก็ค่าใช้จ่ายคงที่เท่ากัน ค่าน้ํามันเท่ากัน แล้วอย่างนี้ จะไปช่วยอะไรได้ท่านประธาน แล้วไม่ต้องกลัวครับ ผมอยากให้อุดหนุนไป โรงเรียนที่เล็ก ควรจะสนับสนุนหรือจ่ายเปึนเงินพิเศษ เพราะการบริหารการจัดการนี่ค่าน้ํา ค่าไฟ ก็หมดแล้วท่านประธาน ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นเองนะครับ ทางคณะครู อาจารย์เองก็ฝากมา กรรมการสถานศึกษาเองเขาก็ฝากมา ขอให้ความสําคัญกับ สถานศึกษาขนาดเล็กที่มีเด็กจํานวนน้อยนี่ไม่พอหรอกครับกับค่าบริหารการจัดการที่จ่าย เปึนรายหัวต่อป้อย่างที่ผมเรียนให้ทราบไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เพราะฉะนั้นต้องมีเงิน ส่วนหนึ่งที่ไปสนับสนุนและไปซัพพอร์ต เพื่อให้การศึกษาเกิดความเสมอภาค บางโรงเรียน อยากจะจัดกิจกรรมก็จัดไม่ได้ เอาละครับท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ แล้วก็สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นนิดเดียวครับท่านประธาน ๒ นาทีครับ
ไม่ได้ครับ ๒ นาทีไม่ได้
ขอนาทีเดียวครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ สิ่งที่ผมพูดมานี้มันมีอยู่งบกลาง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่ามีปัญหากันไป เมื่อวานนี้ เพราะว่าเมื่อวันก่อนนี้ที่ว่าไม่มีรายละเอียดอะไร ตรงนี้เองผมอยากให้รัฐบาลได้ นํามาใส่ แล้วก็นํามาพัฒนาสิ่งที่ผมได้พูดไป แล้วก็ดูจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ เปึนสิ่งที่ว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตร โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ของกรมชลประทานนี่ ตรงนี้เปึนสิ่งสําคัญมากที่ช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็โครงการที่ผมเคยหารือไปท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนการขยายช่องจราจร ๔ เลน จากพิษณุโลก อําเภอบางระกํา อําเภอเมืองไปอําเภอพรหมพิราม ไปอําเภอ บางกระทุ่มอย่างนี้ เพราะวันนี้ปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ผมอยากฝากด้วยครับ ฝากท่านรัฐบาลด้วย แล้วก็สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นครับ ผมเองต้องกราบขอโทษพี่น้อง ประชาชนที่ผมไม่สามารถที่จะนําปัญหามาอภิปรายในสภาได้ทั้งหมด ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปครับ เชิญท่านอนุสรา ยังตรง มีเวลา ๘ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ สัปดาห์นี้คงเรียกได้ว่าเปึนสัปดาห์แห่งการกู้เงินครั้งสําคัญใน ประวัติศาสตร์ชาติไทยทีเดียวค่ะ ครั้งแรกนะคะเราออกพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ กู้เงินจํานวนถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ครั้งที่ ๒ ค่ะ พระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... กู้เงินจํานวนอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และสําหรับวันนี้เช่นเดียวกันค่ะ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ตั้งงบไว้ถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ซึ่งเปึนจํานวนมากมาย เหลือเกิน ทั้งนี้เมื่อป้ที่แล้วเราเก็บเงินไม่เข้าเปัาถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน สิริแล้ว ตลอดสัปดาห์เรามียอดที่เราต้องกู้ถึง ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ เปึนตัวเลขที่น่ากลัว เหลือเกินค่ะ ก่อนหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้ามาดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศนะคะ คนไทยของเรามีหนี้ต่อหัวต่อคนแค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นค่ะ แต่เมื่อท่านมารับตําแหน่งประมาณสัก ๖ เดือน ประมาณนี้ ปัจจุบันนี้เรามียอดสิริรวมถึงเกือบ ๗๐,๐๐๐ บาทค่ะ ซึ่งประวัติศาสตร์ก็ต้องจารึกไว้ว่า เปึนการสร้างหนี้สินมากที่สุดในรอบ ๗๐ กว่าป้ที่ผ่านมาค่ะ ดิฉันทราบมาว่ารัฐบาลนี้มี รายจ่ายประจําถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ และก็มีเงินที่สําหรับลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดิฉันอยากจะทราบว่า จะเอาเงินจากที่ไหนมาจัดอาชีพให้กับพี่น้อง คนไทยของเรา และปัญหาในเรื่องของการส่งออกอีกนะคะ แล้วถ้าวันนี้รัฐบาลผ่านเงินกู้ ทั้งหมดตรงนี้ไปแล้ว จะมีหลักประกันอะไรว่าป้หน้าท่านจะไม่ออก พ.ร.ก. กู้เงินแห่งชาติ ขึ้นมาอีก และจะไม่ออก พ.ร.บ. การกู้เงินแห่งชาติอีกวาระหนึ่ง แล้วเมื่อไรเราจะพ้นหนี้สัก ทีหนึ่ง มีชาวบ้านฝากมาถึงดิฉันว่า เราจะเปึนหนี้ ไอเอ็มเอฟ อีกหรือเปล่าคะ สําหรับ ปัญหาในจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเองก็ขอรวบรัดก็แล้วกัน สําหรับปัญหาในเรื่อง ของแผ่นดินทรุด ภาวะน้ําท่วมในจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากภาวะโลก ร้อนและภาวะเรือนกระจก อีกทั้งจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันก็ยังเปึนเมืองหน้าด่าน เปึนเมืองของสนามบินสุวรรณภูมิ เปึนปากทางแห่งการท่องเที่ยวที่จะทํารายได้มาสู่ ประเทศไทยของเรา ภาวะน้ําท่วมในจังหวัดสมุทรปราการส่วนหนึ่งก็เกิดจากภาวะโลกร้อน และภาวะเรือน กระจก อีกทั้งจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันก็ยังเปึนเมืองหน้าด่าน เปึนเมืองของสนามบิน สุวรรณภูมิ เปึนปากทางแห่งการท่องเที่ยวที่จะทํารายได้มาสู่ประเทศไทยของเราแต่การที่ ปล่อยให้จังหวัดสมุทรปราการมีสภาวะแผ่นดินทรุดถึงป้ละ ๒๐ เซนติเมตรต่อป้ ไม่ใช่เรื่อง น้อย ๆ เลย ทําไมคะท่านดิฉันเองไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือประเทศดูไบนั่นละคะ ทําไมเขาถึงถมทะเล สร้างเปึนตึกสูงสร้าง เปึนวิลล่าในทะเลได้ แต่ประเทศไทยแค่คิด นะคะ ระดมความคิดที่จะปัองกันปัญหาน้ําท่วม แล้วก็ทําเขื่อนแนวตลอดจังหวัดที่เปึน สมุทรทั้งหมด รวมทั้งบางขุนเทียนทําไมแค่นี้ถึงทําไม่ได้ ดิฉันก็แปลกใจความคิดอ่านของ คนไทยจริง ๆ แล้วในฐานะของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีโรงงานถึง ๘,๐๐๐ กว่าโรง มีปัญหามลภาวะมากมายเหลือเกิน จนต้องประกาศเปึนเขตควบคุมมลพิษทั่วทั้งจังหวัด สมุทรปราการตอนนี้จังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเองได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะว่า เกิดภาวะตกงานสูงเปึนอันดับหนึ่งของประเทศไทยทีเดียว ดิฉันอยากจะถามผ่าน ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายอะไรที่จะเยียวยาแรงงานใน จังหวัดสมุทรปราการของดิฉัน เพราะถ้าเกิดว่าปัญหาการตกงานจะปล่อยเปึนอย่างนี้ ตลอดไปอีกทั้งบ้านเอื้ออาทรที่สร้างขึ้นมาใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการกว่า ๕๐,๐๐๐ กว่าหลัง ปัญหาฉกชิงวิ่งราว ปัญหาการจี้ปล้น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหา ยาเสพติด ซึ่งไม่เคยมีการค้าขายและโดนจับกุมมากว่า ๑๐๐,๐๐๐ เม็ดมาก่อนเลย ก็ปรากฏขึ้นแล้วในจังหวัดขึ้นแล้วในจังหวัดสมุทรปราการของดิฉัน ดิฉันอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบด้วยว่า ท่านจะมีแนวทางแก้ไขจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันอย่างไร
ถัดไปในเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งเปึนปัญหาของชาติทีเดียว ดิฉันเคย ชื่นชมอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านกล่าวว่าผู้เสพก็คือผู้ป์วยต้องได้รับการ บําบัดรักษา ส่วนผู้ค้าต้องได้รับการปราบอย่างหนักนะคะ แล้วก็ปัจจุบันก็ยังมีการแก้ กฎหมายถึง ๓ ฉบับด้วยกัน เพื่อที่จะมาดูแลทางด้านปัญหายาเสพติด ทั้ง ๆ ที่เราทราบ กันอยู่แล้วว่า การปัองกันและปราบปรามยาเสพติดมีการลักลอบเข้าตามตะเข็บชายแดน ทางภาคเหนือของเราถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ และภาคกลาง อย่างจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันก็เปึนแค่จุดพักอีกแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ลูกค้ารายย่อยก็ปรากฏตัวเปึนผู้ค้ารายใหญ่ขึ้นไปทุกที ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะว่ากฎหมายที่นํามาลงโทษไม่รุนแรง ก่อนหน้านี้ในป้ ๒๕๔๖ เราเคยมีการประหาร ชีวิตผู้ค้ายารายใหญ่ด้วยการฉีดยาให้เขาเสียชีวิตไป แต่ปัจจุบันนี้มีผู้รอประหารอีก ๑๐๐ กว่าคน ซึ่งยังไม่ได้ทําอะไรเลย มากมายเหลือในคลองเปรมแดน ๒ ซึ่งตอนนี้ก็เกิด วิกฤตการณ์ขึ้นมาแล้วว่า มีการค้าขายยาเสพติดในคุกเปึนที่เอิกเกริกและรู้กันไปทั่วทั้ง ประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ส่วนหนึ่งก็คือมีการใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อ ค้าขายระหว่างคุกกับข้างนอก ซึ่งไม่น่าจะเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในหน่วยราชการเองก็ทราบ ปัญหานี้ดี แต่ทําไมโทรศัพท์ถึงมีเกลื่อนกลาดในนั้น ปัจจุบันทราบว่ามีราคาถึงเรือนแสน ที่จําหน่ายได้ใช้กันในคุกนี้ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือถ้าไม่ สามารถใช้กฎหมายบังคับอย่างจริงจังได้ เราทําไมไม่สร้างคุกล่ะคะ สร้างคุกเพื่อความ มั่นคงสูง เพื่อรองรับนักโทษรายใหญ่ รายสําคัญที่รอการประหารชีวิตเพื่อไม่ให้เขาติดต่อ ค้าขายยาเสพติดได้ อย่าลืมนะคะท่าน ยาเสพติดเปึนต้นตอของปัญหาหลากหลายทีเดียว ไม่ว่าจะเปึนทั้งอาชญากรรม ในเรื่องของเยาวชนของเราเอง มีสถานที่ที่น่าสนใจที่หนึ่ง ก็คือ เรือนจําเขาบิน จังหวัดราชบุรี น่าจะเปึนสถานที่ที่พอจะเก็บตัวนักโทษประหาร เหล่านี้ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาบุคลากรทางด้านกรมราชทัณฑ์ที่มีจํานวนน้อยนิด ไม่พอเพียง และผ่านไปทางเรื่องของปัญหาการเรียนฟรี ๑๕ ป้ รัฐบาลชุดนี้ทุ่มทุนสร้างถึง ๑๘,๒๕๘ ล้านบาท มีทั้งการบริการให้ค่าเทอมฟรี ตําราเรียนฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี ชุดนักเรียน กิจกรรมพิเศษ แต่ทราบไหมว่าปัญหาก็ยังเกิดขึ้นอีก เพราะว่าเรียนฟรีไม่จริง โรงเรียนเก็บเงินเพิ่มในการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ ค่าสมาชิก กิจกรรมพิเศษแบบไม่มี ใบเสร็จบังคับ ให้สละสิทธิบ้างละ ผู้ปกครองก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง ๑,๐๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ บาท ต่อหัวต่อคน ปัญหาที่ตามมาจากการสอบถามผู้บริหารการศึกษาก็คือ ขาดครูผู้สอน นั่นเอง บางทีเด็กมีจํานวนห้องมากมาย แต่ครูผู้สอนมีจํานวนไม่เพียงพอกับจํานวนห้อง ที่มีอยู่อย่างนี้ก็ไม่สามารถที่จะจ้างเด็กจะมีคุณภาพได้ อีกทั้งตัวครูเองก็มีปัญหาหนี้สินมากมาย เวลาพัก เวลาเลิกเรียน ก็ยังต้องเอาเวลาที่จะ เตรียมข้อมูลที่จะสอนเด็กไปขายมิสทีน ไปขายแอมเวย์นะคะ แล้วในเรื่องของอาคารเรียน อาคารชํารุด ในจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเองก็ไม่ได้รับการแก้ไข บางอาคารเองชํารุด ถึง ๓๐ ป้ ปูนร้าว เหล็กเกาะติดสนิม เด็กไม่ควรจะเข้าไปอยู่นั้นละคะ และอาจจะมีการ หล่นทับเด็กเข้ามาได้นะคะ จังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเองได้แค่ ๑ แห่งเท่านั้นเองค่ะ
ในเรื่องของเช็คช่วยชาติค่ะ คือเข้าใจว่ารัฐบาลคงอยากจะช่วยประชาชน คนจนแต่ว่าเกาไม่ถูกที่คันค่ะ ที่ผ่านมาแล้วเอาไปแจกคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเปึนเรื่องไม่ถูกต้อง จํานวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วทําไมคะสมัยดอกเตอร์ทักษิณ ชิน วัตร ลงทะเบียนคนจนป้ ๒๕๔๕ ลงทะเบียนคนจนไว้ คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย คนไม่มีอาชีพ คนไม่มีที่ทํากิน คนที่มีหนี้สิน จํานวนถึง ๑๒ ล้านคน และยังต้องการบ้านอยู่อาศัยถึง ๙๐๐,๐๐๐ หลัง ทําไมไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาต่อเติมเสริมยอดแล้วก็ให้กับบุคคลเหล่านี้ ไปละคะ ดิฉันถึงเรียกว่า เปึนการเกาไม่ถูกที่คัน สิ้นเปลืองเงินงบประมาณถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ
ในเรื่องของรถเมล์ เอ็นจีวี ก็เช่นเดียวกัน ดิฉันก็ไม่เห็นว่า
สรุป ได้แล้วครับ
คนเราหาสตางค์ไม่ได้นะคะ ไม่มี เงินทองมากขนาดนี้ ทําไมต้องไปเช่าซื้อรถ เอ็นจีวี ถึง ๔,๐๐๐ คัน ทําไมไม่ดัดแปลงรถ ยูโรทู (Euro 2) ซึ่งเราเคยซื้อไว้ถึง ๑,๐๐๐ คัน เปลี่ยนจากระบบดีเซลเปึนระบบ เอ็นจีวี เสียเงินแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคัน ประมาณ ๑,๐๐๐ คัน ก็ ๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง นะคะ และในเรื่องของ ยูโรทู ก็ยังบอกว่าขาดทุนคันละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งก็เช่นเดียวกับ เอ็นจีวี นะคะ ก็จะมียอดขาดทุนคือตัวเลขที่ไม่จริงอีกประมาณ ๓,๐๐๐ บาทค่ะ อ้างว่ามี รายได้ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อวัน จริง ๆ แล้วน่าจะได้สัก ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทต่อวันเท่านั้นค่ะ
อีกสักนิดหนึ่งค่ะ ในเรื่องของที่อยู่อาศัย ถ้าเกิดว่า คมช. (คณะมนตรีความ มั่นคงแห่งชาติ) ไม่เข้ามาปฏิวัติในช่วงนั้นนะคะ ดิฉันคิดว่าคนจนของเราคงจะมีบ้านอยู่ อาศัยกันครบถ้วนแล้วค่ะอีก ๖๐๐,๐๐๐ หลังเท่านั้นค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขอชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาเปึนห่วงทาง หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมคือ เรื่องของราชทัณฑ์กับปัญหาเรื่องของการค้า ยาเสพติด ผมอยากขออนุญาตใช้เวลาตรงจุดนี้ชี้แจงทําความเข้าใจเพราะว่าเดี๋ยวจะทํา ให้เกิดความเปึนห่วงเปึนใยแล้วก็คิดว่าไม่มีการดําเนินการหรือว่าหน่วยงานของรัฐไม่รู้เลย หรือ ความจริงในประเด็นที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลเมื่อสักครู่นะครับ ผมเองได้เคยมาตอบ กระทู้ในสภาแห่งนี้มาแล้วประมาณ ๒ ครั้ง ผมก็คงเหมือนกับท่านกับอีกหลายคนนะครับ ในอดีตเราเคยได้ยินครับว่า มีการค้ายาเสพติดในเรือนจํา แต่ว่ามันเปึนจริงหรือเปล่า ไม่ทราบ ผมก็ไม่ทราบครับ ผมเพิ่งมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครั้งแรก ทันที ที่ผมได้รับตําแหน่งหน้าที่ก็เริ่มตรวจสอบเลยครับว่า ข้อมูลที่ได้ยินได้ฟังมานี่มันเปึนจริง หรือมันเปึนเท็จ เปึนเพียงคํากล่าวอ้างเลื่อนลอยหรือว่ามีมูลความจริง ก็ต้องกราบเรียน ครับว่าเปึนความจริงครับ หลังจากที่ผมได้ดําเนินตรวจสอบเบื้องต้นก็ได้ดําเนินการจับกุม ผู้ค้ารายหนึ่งครับ หลังจากมีการสืบทราบอย่างแน่นอนแล้วว่าน่าจะเปึนมูลความจริง ก็ได้ มีการจับ ก็ต้องให้ข้อมูลท่านตรงไปตรงมาครับ ว่าเฉพาะรายนี้มีการสั่งซื้อสั่งขายครั้งละ ๑ ล้านเม็ดโดยเฉลี่ย แบ่งเปึน ๕ สาย สายละ ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด สายที่เราจับได้ส่งไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ เม็ด จับได้ ๑๔๐,๐๐๐ เม็ด จากตรงนั้นทําให้ผมมั่นใจว่าข้อมูลที่ท่านพูด ทั้งหมดเปึนความจริง ผมก็มั่นใจว่าสิ่งที่เคยได้ยินได้ฟังเปึนความจริงแล้วหลังจากวันนั้น ก็ได้ดําเนินการเรื่องนี้ต่อมาอย่างจริงจังเลยครับ ประเด็นก็คือว่าปล่อยให้มีการเอา โทรศัพท์มือถือเข้าไปได้อย่างไร ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า เมื่อเข้าไปแล้วใช้ได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่มี เครื่องตัดสัญญาณ ไม่น่าเชื่อครับ มีหน่วยงานของรัฐบางแห่งมีการอ้างเรื่องของการ ร้องเรียนและมีการสั่งให้ป่ดเครื่องตัดสัญญาณ ตอนนี้ผมก็สั่งดําเนินการแก้ไข แล้วก็อยากขออนุญาตถือโอกาสนี้ว่าในส่วนของรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้กําชับเรื่องการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ในส่วนนี้ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้มี การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการค้ายาเสพติดในเรือนจํา มีผมเปึน ประธานครับ แล้วก็เปึนการสนธิกําลังกันจากทุกหน่วยงานร่วมกันทํางาน ขณะนี้จากเพียง รายแรกที่เราจับกุมได้อย่างจริงจังขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง รายที่ผมกราบเรียนว่า ๑๔๐,๐๐๐ เม็ดนั้นขณะนี้จับกุมมาเปึนทอด ๆ ทอด ๆ ทั้งยึดทรัพย์และจับกุม หลายรายแล้ว แล้วก็เรือนจําที่มีปัญหาอย่างที่ท่านว่าไม่ใช่มีที่นี่ที่เดียวครับ ต้องพูดกัน ด้วยความเปึนจริงเพราะเราไม่พูดความจริงก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ แล้วโดยเฉพาะแม้แต่ ที่ท่านชื่อเอ่ยครั้งสุดท้าย เขาบิน นั่นก็เปึน ๑ ใน ๕ แห่งที่เปึนเปัาหมายว่าดําเนินการ เรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีแค่แห่งหรือ ๒ แห่งนะครับ ข้อมูลที่ท่านได้นํากราบเรียนต่อ ท่านประธานกับที่ประชุมก็กราบเรียนยืนยันว่า จริง ตรง แต่ว่าประเด็นคือทําอยู่ครับ แต่ที่ผมแปลกใจก็คือว่าทําไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครทํา มันไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดหรือได้ยิน ทําไมก่อนหน้านี้ปล่อยให้มีการสั่งซื้อ สั่งขายยา หรือแม้แต่ค้ายาส่งยากันในเรือนจําครับ ทําไมถึงเพิ่งจะมาดําเนินการจริงจังในยุคนี้ ฉะนั้นตรงนี้ละครับเปึนประเด็นซึ่งกําลัง จะต้องตรวจสอบต่อไปว่าทําไมถึงมีการปล่อยปละละเลยกัน ไม่ได้มีการดําเนินการ มีครับ แต่ไม่ได้จริงจัง ตอนนี้ผมยืนยันได้ครับว่า ดําเนินการอย่างจริงจังเลยนะครับ
แล้วก็เรื่องของงบประมาณ ผมอยากเรียนว่ากรมราชทัณฑ์ถ้าทําได้ผม อยากให้งบประมาณเขามากกว่านี้ แต่ว่ากระทรวงยุติธรรมครับ เมื่อวานนี้ผมก็ขออนุญาต ใช้เวลาไปแล้วนิดหนึ่งว่า งบประมาณของกระทรวงยุติธรรมทั้งกระทรวง ๑๕,๒๘๐ ล้านบาท ลดจากป้ที่แล้วในภาพรวม ๑๖,๕๐๗ ล้านบาท เพราะว่ายอดใหญ่ลดหมด ก็ต้องทําความ เข้าใจเห็นใจ แต่ว่ากรมราชทัณฑ์นี่ก็ได้งบประมาณสูงสุดในกระทรวงยุติธรรม คือ ๗,๙๐๐ กว่าล้านบาท สูงที่สุดครับเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ปัญหา ต่อมาก็คือว่างบประมาณเกือบทั้งหมดใน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปจ่ายค่าอาหารนักโทษ ครับ ใน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่จ่ายค่าอาหารนักโทษเสีย ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเลยครับ ผมก็ไม่เคยทราบว่าใหญ่โตมโหฬารกันขนาดนี้ ตอนนี้ก็กําลัง มอบหมายนโยบายเพื่อจะหาทางปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะทําอย่างไรให้ลดภาระ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะว่าถ้าปล่อยให้เกิดอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดจะมีปัญหาวิกฤติ งบประมาณเกี่ยวกับการดูแลนักโทษและผู้ต้องขัง อันนี้ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่งก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกนะครับ ที่สําคัญก็คือท่านที่เปึนกรรมาธิการก็ขอความกรุณา อย่าตัดงบในส่วนนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวจะน้อยลงไปอีกนะครับ ก็ต้องขอความกรุณาไว้ด้วย
ส่วนเรื่องของการดูแลการค้ายาเสพติด แล้วก็เรื่องของการมีโทรศัพท์มือถือ นะครับ อันนี้ก็ขอกราบเรียนผ่านไปเลยว่าทางกระทรวงยุติธรรมและทางรัฐบาลมีนโยบาย จริงจังเรื่องนี้จริง ๆ เลยครับ เมื่อวานนี้ก็มีข่าวไปนะครับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ดําเนินการบางส่วนไปแล้ว ตอนนี้ก็กําลังดําเนินการครับ แล้วผมกราบเรียนว่า คณะกรรมการชุดที่ผมกราบเรียนท่านไปนี่นะครับมีการประชุมติดตามแก้ไขปัญหานี้ทุก ๒ สัปดาห์ อันนั้นคือชุดใหญ่ที่ผมเปึนประธานนะครับ แต่ว่านอกจากตรงนั้นแล้วมีชุดย่อย อีกครับในแต่ละส่วนงานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนทาง ดีเอสไอ ป.ป.ส. (สํานักงาน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) ป.ป.ท. (สํานักงานคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) รวมถึงตํารวจปราบปรามยาเสพติด ขณะนี้ ได้มีการสนธิกําลังและดําเนินการเรื่องนี้กันอย่างจริงจังต่อเนื่อง และทํางานอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งที่เราคุยกันอยู่ตรงนี้นะครับ เมื่อ ๒ วันที่แล้วยังไม่จบครับ ๑๔๐,๐๐๐ เม็ด ที่เปึนตัวเริ่มต้นเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ขยายผลมาเรื่อย เมื่อ ๒ วันที่แล้วก็จับ เครือข่ายของเขาเพิ่มที่กรุงเทพฯ นี่ละครับ ที่พระโขนง แล้วก็ไปที่ประเวศ แทบไม่น่าเชื่อ ครับ ผมก็ขอให้ข้อมูลท่านด้วย ผู้ต้องขังบางคนอยู่ในคุกนี่นะครับ จากการตรวจสอบ ติดตามเช็กเบอร์โทรศัพท์ ตรวจสอบเช็กบัญชีตัวเองที่ฝากในนามคนอื่นในธนาคาร ๗๐ กว่าครั้งต่อวันครับ มีมากกว่าที่ท่านพูดอีกเยอะครับ แต่ว่าไม่เคยมีการดําเนินการ เรื่องนี้อย่างจริงจังเท่านั้นเอง ถึงยังทําให้เกิดปัญหาต่อเนื่องมา ผมกราบเรียนยืนยันครับ ว่าต้องขอขอบพระคุณที่ท่านเปึนห่วงนะครับ แต่ก็ยืนยันว่านโยบายเรื่องนี้ การดําเนินการ เรื่องนี้ในส่วนของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งผมรับหน้าที่อยู่นะครับ รวมถึงข้าราชการเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในกระทรวงยุติธรรมหรือนอก กระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวข้องดําเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพยายามจะทําให้ สําเร็จให้เร็วที่สุดครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านต่อไปนะครับ ท่านพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชัยภูมิ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ไว้เปึนจํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และได้จัดสรรไปยังกระทรวง ต่าง ๆ โดยยึดแนวทางตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้กับสภา คือการสร้างความ เชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในด้านการท้องเที่ยว แรงงาน การสร้าง หลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุ การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร การพัฒนาฟุ๋นฟู แหล่งน้ํา และการให้เยาวชนของชาติมีโอกาสได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเปึน เวลา ๑๕ ป้ เปึนต้น ท่านประธานสภาที่เคารพ จากสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจของ ประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทําให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง มีผลกระทบต่องบ ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องหาเงินมาลงทุนใน โครงการต่าง ๆ เพราะหากจะคาดหวังให้เอกชนหรือต่างชาติมาลงทุนในภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้คงเปึนไปได้ยาก ฉะนั้นจึงเปึนภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่มิอาจปฏิเสธได้ กระผมจึงขอ ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรีที่ได้ออก พ.ร.บ. เงินกู้ และ พ.ร.ก. เพื่อมาลงทุนในการสร้างงานและโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้วิกฤติของเศรษฐกิจ ในประเทศให้ฟุ๋นตัว กระทรวงต่าง ๆ ที่ได้รับงบประมาณตามที่ได้จัดสรรใน พ.ร.บ. เงินกู้ อันที่จริง พ.ร.บ. งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ นี้ จากงบประมาณที่ได้จัดตั้งไปนั้นไม่มีงบพัฒนา เพียงพอ จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องออก พ.ร.บ. เงินกู้ และ พ.ร.ก. ออกมา ฉะนั้น ในส่วนของ พ.ร.ก. เงินกู้นั้น ในด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีหน่วยงานที่ สําคัญหน่วยงานหนึ่งคือกรมชลประทาน มีหน้าที่ในการจัดการเรื่องน้ําของประเทศ ซึ่งมี ความสําคัญมากต่อพี่น้องประชากร โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม พี่น้องประชากร ส่วนใหญ่ในประเทศกว่า ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคของเกษตรกรรม คือทํานา ทําไร่ จําเปึนอย่างยิ่งต้องอาศัยน้ําในการประกอบอาชีพ ฉะนั้นหากมีน้ําประชาชนก็มีอาชีพที่ มั่นคง โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งเปึนภาคที่มีปัญหามากในเรื่องของแหล่งน้ํา ตลอดที่ ผ่านมาภาคอีสานค่อนข้างที่จะไม่ได้รับการสนับสนุนในเรื่องของแหล่งน้ําชลประทานดีพอ ภาคอีสานนี้เปึนภาคที่มีพื้นที่ที่ใหญ่ ปัญหาที่ได้รับผลกระทบมาตลอดคือเรื่องของความ แล้งซ้ําซากของน้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชัยภูมิของผม ซึ่งก็มีปัญหานี้มาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมาแก้ไข เพื่อมาก่อสร้าง เพื่อมาพัฒนาฟุ๋นฟูแหล่งน้ําให้อย่างเต็มที่ ดังตัวอย่างที่ผมอยากจะขอ เรียนได้ว่างบประมาณที่ตั้งอยู่ใน พ.ร.ก. ที่จะออกใน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ในจังหวัด ชัยภูมินี้ได้งบประมาณไปประมาณเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาในงบประมาณ ประจําแต่ละป้จังหวัดชัยภูมิผมได้ก็ไม่เกินประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ทีนี้จะเห็นได้ว่า ด้วยความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อพี่น้องชาวอีสาน ก็ได้ พยายามที่จะผลักดันงบประมาณในของ พ.ร.ก. นี้ และ พ.ร.บ. ในการที่จะมาสร้างพัฒนา แหล่งน้ําให้อย่างครั้งยิ่งใหญ่ ผมก็ยกตัวอย่างเช่น โครงการต่าง ๆ ที่ได้ในการจัด งบประมาณ พ.ร.ก. ในครั้งนี้ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ําห้วยจอมแก้ว ที่อําเภอซับใหญ่ โครงการฝ์ายลําคันฉู ตําบลห้วยยายจิ๋ว อําเภอเทพสถิต โครงการฝายวังม่วง ตําบล ห้วยยายจิ๋ว อําเภอเทพสถิต โครงการฝายคลองไทร ตําบลนายางกลัก อ่างเก็บน้ํา ห้วยงิ้วดํา ตําบลบ้านไร่ และสถานีสูบน้ําไฟฟัาพร้อมระบบส่งน้ําซึ่งได้เปึนกว่า ๑๐ กว่าสถานี อาทิเช่น บ้านโคกเพงพวย บ้านหนองบัวบาน บ้านมะเกลือ บ้านดอนละนาม บ้านท่าวังโป์ง บ้านหนองบัวน้อย ตําบลโสกปลาดุก อําเภอหนองบัวระเหว เปึนต้น อันนี้เปึนเครื่อง ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมิได้เพิกเฉยต่อพี่น้องชาวอีสาน จึงได้พยายามที่จะจัดสรรงบประมาณ ต่าง ๆ ไม่ว่าด้าน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ในการที่ลงไปช่วยเรื่องด้านน้ํา
ในด้านของกระทรวงคมนาคมรัฐบาลก็ได้ตั้งโครงการถนนไร้ฝุ์น เฉพาะใน จังหวัดชัยภูมิได้มีงบประมาณใน พ.ร.ก. นี้ประมาณ ๓๓๐ ล้านบาท ในการที่จะสร้างถนน โครงข่ายเพื่อเชื่อมโยงในโครงข่ายที่ยังเปึนถนนลูกรังเพื่อให้เปึนถนนลาดยาง ซึ่งทําได้ ประมาณ ๗๖ กิโลเมตร เปึนการเริ่มต้นทํา ถนนโครงข่ายในจังหวัดชัยภูมิที่อยู่ในความ รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทมีอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งคิดว่าก็คงจะทํา ให้เรียบร้อยเสร็จสิ้นภายในระยะของ ๓ ป้ คือป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๕
สําหรับกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เพิ่มขยายโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ระดับตําบลที่ใช้งบประมาณอีกมหาศาลทุกอําเภอละ ๑ ที่ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและ ปัองกันโรคให้แก่พี่น้องประชาชน
สําหรับกระทรวงศึกษาธิการงบประมาณในการจัดโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งตามที่ได้มีการสํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติในการทําสํารวจความเห็นของ ประชาชนในทุกจังหวัด ปรากฏว่าประชาชนกว่า ๙๗.๙ เปอร์เซ็นต์ หนุนเรียนฟรีจะให้ทํา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปึนเครื่องชี้วัดว่าโครงการนี้เปึนที่ชื่นชอบเปึนที่ประสบความสําเร็จของ พี่น้องประชาชน เปึนการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้เปึนอย่างมาก ซึ่งจะ ช่วยนักเรียนได้ถึง ๑๓.๒ ล้านคน
สําหรับโครงการต่อไปโครงการของแหล่งท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ซึ่งจังหวัดชัยภูมิผมต้องขอเรียนว่า จังหวัดของเรามีแหล่งท่องเที่ยวมากมายเปึน อุทยานมีอยู่ประมาณ ๔-๕ แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติป์าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อุทยานแห่งชาติตาดโตน ซึ่งแต่ละที่มีศักยภาพพอที่จะบริการ นักท่องเที่ยวเปึนอย่างดี แต่จังหวัดชัยภูมิเรื่องเส้นทางคมนาคมสู่แหล่งท่องเที่ยวนี้ก็มี ปัญหา อาทิเช่น อุทยานแห่งชาติป์าหินงาม ซึ่งเส้นทางคมนาคมที่ขึ้นไปทางอุทยานแห่งชาติ ป์าหินงามนี้ซึ่งได้ก่อสร้างมาเปึนเวลานานมีความชํารุด ก็อยากที่จะให้ทางกระทรวง คมนาคมหรือท้องถิ่นได้เข้าไปดูแลปูผิวหน้าใหม่ ขอกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความตั้งใจและมีความ มุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทํางานเพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน กระผมเองในฐานะที่เปึน สมาชิกของสภาขอให้กําลังใจในความตั้งใจ ขอเปึนกําลังใจให้ทุกท่านทํางานเหล่านี้ให้ บรรลุความสําเร็จเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านพรพิมล ธรรมสาร มีเวลา ๘ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย จากการพิจารณางบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดิฉันไม่สบายใจ แล้วไม่เห็นด้วยกับงบประมาณที่จัดสรรให้กับกระทรวงศึกษาธิการในส่วนของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือที่เราทราบกันว่า สพฐ. ซึ่งได้ลดลงจาก งบประมาณเมื่อป้ที่แล้วเปึนจํานวนมาก ดิฉันเห็นว่าการศึกษาของเยาวชนของชาติเปึน สิ่งที่สําคัญเปึนอย่างยิ่งควรที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอยู่ในลําดับต้น ๆ ด้วยซ้ํา ไป และสิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ดิฉันไม่เห็นด้วยก็คือ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมี คุณภาพของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันนะคะ ซึ่งขณะนี้ได้สร้างความวุ่นวาย ความเดือดร้อนไปทั่วทั้งแผ่นดินนะคะ ดิฉันไม่ได้พูดเกิน ความเปึนจริงเพราะว่าโรงเรียนสถานศึกษาของประเทศไทยเรามีอยู่ทุกแผ่นดินทั้งแผ่นดิน นี้ ไม่ว่าจะเปึนเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้ อย่างมีคุณภาพของท่าน ซึ่งขณะนี้ได้เป่ดเทอมมาแล้วเปึนเวลาเกือบ ๑ เดือนแล้ว นะคะ แต่ความวุ่นวายเกี่ยวกับนโยบายโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของท่าน ก็ยังไม่จบสิ้น ท่านทราบไหมคะว่าท่านได้ทําภาระให้กับผู้ที่ปฏิบัติการเกี่ยวข้องเปึนอย่าง มาก เพียงเพราะว่าความต้องการกับนโยบายทางการตลาดของท่านกับคําว่า เรียนฟรี ซึ่งผู้ปกครองบางคนไม่เข้าใจ ไม่ได้ทราบรายละเอียดอย่างถ่องแท้ เนื่องด้วยว่ามีบาง รายการที่สถานศึกษาสามารถที่จะเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมได้นะคะ เช่น ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าบํารุงสมาคมต่าง ๆ แต่ว่ารายการเหล่านี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ปกครอง นะคะ แต่ว่าก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของภาคี ๔ ฝ์ายของแต่ละโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน แล้วก็ผู้แทนคณะกรรมการนักเรียนก็ตาม แต่ถึง อย่างไรก็ต้องจ่ายอยู่ดีนะคะ ต้องเรียนให้กับพี่น้องประชาชนทราบด้วย ดิฉันทราบมาว่า ขณะนี้ผู้อํานวยการโรงเรียนหลายท่านถูกร้องเรียนจากผู้ปกครอง บางคนถึงกับต้องโดน ย้ายเข้าไปอยู่ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรอการสอบสวน ก็ไม่ต้องทํางานกันแล้วละ ค่ะ เมื่อเหตุการณ์เปึนเช่นนี้แล้วคุณภาพการของการศึกษาจะเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ดิฉัน เห็นว่าโครงการนี้ไม่ได้เปึนโครงการใหม่อย่างที่ท่านพูดเลย ในทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาได้ จัดทํากันอยู่แล้ว เนื่องจากเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ถูกกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อยู่แล้วนะคะ ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลไหน ๆ ก็ต้องดําเนินการให้กับประชาชน แต่ว่าจะมีความ แตกต่างกันแค่เฉพาะวิธีการปฏิบัติแล้วก็ประชาสัมพันธ์เท่านั้นนะคะ แต่รัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เลือกที่จะใช้เปึนการตลาดทางการเมือง มีความพยายามที่จะ ทําให้เห็นเปึนรูปธรรมเพื่อให้ดูที่จะแตกต่างจากรัฐบาลชุดอื่น นับตั้งแต่มีประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐได้จัดอุดหนุนเปึนค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับนักเรียนอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าก็ยังประสบปัญหาเรื่องจากการขาดดุลเงินงบประมาณ ซึ่งก็ต้องมีการเรียกเก็บเงิน เพิ่มเหมือนกันอยู่แล้ว จึงทําให้คําว่า เรียนฟรี ไม่สามารถจะมีภาพที่ชัดเจนและเกิดขึ้นได้ ดิฉันอยากจะเรียนให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบว่าคําว่า เรียนฟรี ของรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้ไม่ได้ฟรีทั้งหมดนะคะ มีฟรีเฉพาะ ๕ รายการ มีค่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน แล้วก็ค่ากิจกรรมพิเศษ พอฟังแล้ว อาจจะดูดีนิดหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ปฏิบัติแล้วมันทําไม่ได้จริงหรอกค่ะ แต่มันทําให้เกิดความ วุ่นวายเกิดขึ้น ทําให้ผู้ที่ปฏิบัติงานมีภาระในการทํางานมากขึ้น ไหนจะต้องมาอธิบาย ทําความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง และต้องหมดเปลืองเวลาที่จะต้องมานั่งทําเอกสาร ทําอะไรอีกวุ่นวาย และโดยเฉพาะโรงเรียนเล็ก ๆ ที่กําลังประสบปัญหาอยู่ขณะนี้ เนื่องจากว่าขาดบุคลากรและทีมงานที่จะมาดูแลในส่วนตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้ ถ้าเราจะพิจารณาแยกได้ก็สามารถที่จะแยกได้เปึน ๒ ส่วน จากสิ่งที่ท่านและคณะได้ พยายามโฆษณาถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาแล้วก็การ ลงทุนด้านปัญญา เปึนโครงการที่จะช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้จริงหรือเปล่า ดิฉัน ก็ยังไม่ค่อยจะแน่ใจ เรามาพิจารณาในส่วนแรก คําว่า เรียนฟรี นี้ ก็อย่างที่ทราบนะคะว่า ฟรีเฉพาะ ๕ อย่างนะคะ แน่นอนค่ะในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ก็คงจะช่วยแบ่งเบาภาระ ให้กับผู้ปกครองได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ว่าคําว่า คุณภาพ ดิฉันไม่แน่ใจว่าคําว่า คุณภาพ จะสามารถไปกันได้กับคําว่า เรียนฟรี ของท่านหรือเปล่า สําหรับตัวดิฉันเองแล้วก็ นักวิชาการหลายท่านไม่แน่ใจค่ะ คือไม่ต้องมองอื่นไกลนะคะ เรามาดูตัวอย่างที่ใกล้ที่สุด ก็คือ หนังสือแบบเรียน ตามนโยบายของท่าน ท่านได้ระบุไว้ว่า ให้สถานศึกษาจัดระบบการยืมหนังสือเรียนให้แก่ นักเรียนทุกคนและสามารถส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป ขอย้ําอีกครั้งนะคะว่าเปึนการยืมค่ะไม่ได้ ให้ฟรี และในระยะเวลาอันสั้นอย่างนี้กับนโยบายที่เร่งด่วนที่ท่านให้สถานศึกษาได้จัด หนังสือเรียนให้กับเด็ก ๆ ท่านแน่ใจหรือคะว่าทุกอย่างจะดําเนินไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่มีช่องโหว่ที่จะทําให้เกิดการทุจริตได้ และสิ่งสําคัญไปกว่านั้นในการจัดซื้อได้ระบุว่า ให้คํานึงถึงคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา ดิฉันทราบมาว่าหนังสือเรียนของนักเรียน มัธยมศึกษาป้ที่ ๓ ได้รับเงินอุดหนุนเปึนค่าหนังสือ ๕๖๐ บาท ๕๖๐ บาทนี้ต้องใช้เรียนทั้ง ป้ค่ะไม่ใช่เทอมเดียวนะคะ ซึ่งในข้อเท็จจริงทุกท่านก็พอจะทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทย ของเรามีเสรีภาพในการจัดการศึกษา มีการแข่งขันเปึนอย่างมากในการผลิตหนังสือตํารา เรียนของสํานักพิมพ์ต่าง ๆ โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเปึนผู้ตรวจเนื้อหาและอนุญาตให้ใช้ เปึนแบบเรียนได้ และในการแข่งขันในแต่ละสํานักพิมพ์ก็จะต้องหาบุคลากรหานักวิชาการ เพื่อที่จะมาจัดทํารูปแบบรูปเล่มเนื้อหาเพื่อที่จะให้ได้หนังสือที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกหลาน ของพวกเราเรียนต่อไป ซึ่งราคาก็คงจะไม่ได้ตามที่ท่านกําหนดล็อกสเปค มาแน่นอนค่ะ อันนี้ก็เปึนแค่เพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอที่จะได้มาเล่าสู่ให้กันฟัง ท่านยังจะเชื่อ อยู่หรือคะว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ด้วยเหตุนี้นะคะ ดิฉันรู้สึกไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่ง ทุกท่านก็คงพอจะทราบแล้วนะคะว่าประเทศไทยเรามี ปัญหาเรื่องคุณภาพของการศึกษามาเปึนเวลานานเปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งที่พวกเราจะ ให้ความจริงใจและจริงจังไม่ใช่เปึนการสร้างการตลาดทางการเมืองจัดสรรงบประมาณใน ลักษณะที่การจ่ายแหลกในบ้างเรื่องที่ไม่มีความจําเปึนนะคะ ท่านประธาน ขออีกสักนิดหนึ่งนะคะ
แล้วสุดท้ายนี้ดิฉันก็ขออยากจะเรียนฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐบาล แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้ไหมคะว่า เราจะจัดงบประมาณในส่วนตรงนี้ให้กับ สถานศึกษาให้เขาไปบริหารจัดการกันเอง หรือจะแจกเปึนคูปองให้กับบรรดาผู้ปกครอง เพื่อที่จะไปใช้จ่ายตามสมควรที่ท่านผู้ปกครองและนักเรียนที่จะได้ใช้ได้นะคะ และขอเรียน ฝากไปอีกอย่างหนึ่งว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านเปึน ผู้บังคับบัญชาสายตรงของบรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายนะคะ ถ้าท่านคิดจะทํานโยบาย ประเภทนี้อีกให้คิดถึงผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่าท่านอย่าไปสร้างภาระงาน สร้างความ วุ่นวาย สร้างความสับสน จนทําให้เกิดความท้อแท้ในการปฏิบัติงานตามนโยบายของ ท่าน และยังต้องถูกสังคมตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาจนไม่กล้าที่จะคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดี ๆ เพราะว่าบรรดาครูทั้งหลายเหล่านี้หมดกําลังใจในการทํางานแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ
ครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ตั้งแต่ย่ํารุ่งของ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองทําให้พี่น้อง ประชาชนได้มีอํานาจในการเข้ามาจัดการบริหารประเทศผ่านองค์กรโดยใช้ชื่อว่า รัฐสภา ขณะนี้ก็เปึนเวลา ๗๐ กว่าป้แล้วเราก็ยังวนเวียนซ้ําซากเสนองบประมาณซึ่งแต่ละป้นั้นจะ มีแต่เชิงรูปแบบ เชิงสาระเองนั้นเปึนไปได้น้อย วันนี้ผมจําเปึนจะต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ตั้ง ข้อสังเกตเพื่อให้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน วันนี้อุปมาผมก็ถือว่าพี่น้องประชาชนของผมนั้น ๖๓ ล้านบาท อุปมาเปึนประเทศไทย แล้วก็อุปมาประเทศไทยเปึนรถ เอ็นจีวี มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนโชเฟอร์ (Chauffeur) มีคณะรัฐมนตรีเปึนเด็กท้ายรถเปึนช่างซ่อม และมีพี่น้องประชาชน ๖๐ ล้านคน เปึนผู้โดยสาร วันนี้รถ เอ็นจีวี เหยียบ ๑๒๐ จะเข้าโค้งและมีหุบเหวอยู่ข้างหน้าธรรมชาติของผู้โดยสาร จะต้องท้วงติงโชเฟอร์ เด็กท้ายรถทั้งหลาย ช่างเครื่องทั้งหลายบอกว่า หยุดก่อน หยุด ตรวจสอบดูเบรก ดูน้ํามัน เพราะรถมันจะเข้าโค้ง ๑๒๐ ถ้าโชเฟอร์หรือเด็กท้ายรถ ทั้งหลายไม่ฟังอันนี้จะตายกันทั้งคันเพราะจะต้องตกเหว วันนี้ผมขอเปึนผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่จะต้องท้วงติงในการตั้งงบประมาณของท่าน ๑.๗ แสนล้านล้านบาท เปึนงบประจําเสีย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนงบลงทุนเสีย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ตรงนี้คือเชิงสาระ ผมขอ อภิปรายหัวข้อเดียว นั่นก็คือหัวข้อเรื่องของความไม่เชื่อมั่น ความไม่เชื่อมั่นนั้นพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนเกษตรกรนั้นไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้ ท่าน ไม่สังเกตหรือครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พอ ผมอภิปรายรีบลุกปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฟังอยู่คนเดียว เพราะเขา ไม่เชื่อมั่น ท่านจะขายข้าวโพดก็มีปัญหา ท่านจะขายข้าว ๒ รอบแล้ว นี่รอบที่ ๓ แล้วก็ ยกเลิกอีก ผมถามว่าข้าวนาปรังออกแล้ว ตอนแรกก็บอกว่าจะประกันราคา เอะอะโวยวาย จะประกันราคาพี่น้องชาวนางงครับ บอกว่าการประกันราคาจะประกันอย่างไร เพราะ ระบบมันคือการรับจํานํา ท่านก็ได้ยินเสียงชาวนาเอะอะโวยวายก็หยุดการประกันราคามา รับจํานําเหมือนกัน พอมารับจํานําเหมือนเดิมเจ้าของโรงสีมีราคามีข้าวเต็มโรงสีแล้ว พี่น้องเชียงใหม่ ลําพูนโทรศัพท์มาจํานําข้าว ใบประทวนยังไม่ได้ เงินยังไม่ได้ รอบแรกยัง ไม่ได้ รอบ ๒ ก็ยังไม่ได้ นี่คือการขาดความเชื่อมั่น ขนาดชาวไร่ ชาวนาซึ่งอยู่ในภาคชนบท รากหญ้าไม่มีความเชื่อมั่น นักธุรกิจ นักลงทุนไหนเขาจะมาลงทุน เขาจะกล้าลงทุนหรือ ครับ ผมสั่งเรือของผมมาจอดรอรับข้าวสารจะส่งนอกแล้ว ท่านนึกว่าจะสั่งทางโทรศัพท์ได้ หรือครับ โดยจิตสํานึกมันจะต้องมีการวางแผนจะสั่งเรือเข้าท่ามารอรับข้าว ๒ ครั้งแล้ว ครั้งที่ ๓ แล้ว ผมต้อง เซ กู๊ดบาย (Say goodbye) ไปเอาข้าวเวียดนามดีกว่า ข้าวก็เต็ม โกดังเสร็จแล้วนาป้มาจะเอาโกดังไหนมารับอีก ก็ถูกพ่อค้ากดราคาอีก ในที่สุดความไม่ เชื่อมั่นอันนี้มันก็จะตกต่อรากหญ้าคือชาวนาทั่วประเทศ นี่คือข้อเท็จจริงไม่ต้องอธิบาย ความว่ามีการวางแผน มีคณะกรรมการอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วสิ่งที่ไม่เชื่อมั่นอีกชาวสวน ลําไย ชาวสวนลําไยเชียงใหม่ ลําพูน ๘ จังหวัดภาคเหนือไม่เชื่อมั่นอีก ไม่เชื่อมั่นอย่างไร ขณะนี้ลําไยอีก ๒๐ วันจะออกตลาดเงียบกริบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแต่เรื่องลําไยเก่า ซึ่งจะต้องใช้งบ ๙๐ ล้านบาทเผา ที่จริงเขาบอกไม่ควรเผาใช้เปึนปุิยก็ได้ ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์จับลําไยเก่ามาศึกษาก็ได้เปึนประโยชน์ จะเผาใช้งบ ๙๐ ล้านบาท ตอนนี้ยังแย่งกันไม่จบเพราะมีบริษัท ๔ บริษัทมาแย่งกันเผาลําไย คิดดูสิ ครับท่านประธาน และจะให้เชื่อมั่นได้อย่างไร ลําไยใหม่อีก ๒๐ วันจะออกสู่ตลาด มาตรการเงียบกริบ บอกว่าจะช่วยเกษตรกร เกษตรกรวันนี้เข้าหาแหล่งทุนไม่ได้ จะช่วย กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มสหกรณ์ก็เปึน เอ็นพีแอล เงื่อนไขก็ติดอีก สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อมั่น ไหนบอกว่าจะมีรัฐมนตรีไปประเทศจีนจะไปเจรจากับคนจีน นี่ก็จะไปอีกแล้วจะขนไป ๘๐ ชีวิต จะไปอีกแล้ว เมื่อก่อนนี้ตอนนี้ถ้าเปึนชาวสวนลําไยเขารู้แล้วว่าเมืองจีนจะซื้อ กี่ตัน จะบริโภคสดภายในประเทศกี่ตัน จะอบเนื้อสีทองกี่ตันแบ่งโควตากันเรียบร้อย ขวัญกําลังใจของเกษตรกรชาวสวนลําไยก็มี ก็จะรีบบํารุงรักษาต้นลําไย รีบบํารุงรักษาให้ ลูกมันใหญ่ ๆ ขายจะได้ราคาดี ๆ ป้ ๒๕๕๑ ขายได้ ๒๐-๒๕ บาท พอป้ ๒๕๕๒ ภาษีก็ขึ้น เหล้าขาวก็ขึ้น บุหรี่ก็ขึ้น น้ํามันก็ขึ้น แต่สินค้าเกษตรหัวตกหมด หัวทิ่ม ท่านไปเลยลูกศร ทุกตัวหัวทิ่มหมด อ้อยก็หัวทิ่ม ข้าวโพดหัวทิ่ม ข้าวก็หัวทิ่ม ทิ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ยันรัฐมนตรีเลยจนถึงชาวนาหัวทิ่มหมด แล้วจะให้ความเชื่อมั่นอย่างไร แล้วสิ่งที่น่าเสียใจ ที่สุดท่านตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๓ โดย ๑.๗ การสร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบ กระจายสินค้าเกษตร ท่านตั้งเงินไว้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันจะไปพอทํายาอะไร ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท สมัยผมเปึนเด็กรายได้ของประเทศจะได้ข้าว ยางพารา ดีบุก ซึ่งเปึนของเกษตร แต่อันดับ ๑ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ขณะนี้รายได้ของประเทศจากการส่งออก ส่งออกก็หดตัว เก็บภาษีก็ไม่ได้ การเกษตรเอา เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทไปประกันความเสี่ยง ไปประกันทําอะไร แล้วเสร็จแล้วท่านยังมาผูก ไว้ ผูกไว้ว่าจะวางแผนผ่านพัฒนาการเกษตรอย่างเปึนระบบผ่านกระบวนการสภาเกษตร สภาเกษตรยังเปึนวุ้นอยู่เลยครับ กฎหมายยังไม่เข้าเลยท่านเขียนมาได้อย่างไรนี่ เขียน โดยใช้วาจาที่โกหกต่อสภาอย่างนี้ไม่ได้ สภาเกษตรยังไม่เกิดเลย ยังเปึนวุ้นอยู่ ยังเปึน กฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งกําลังขัดแย้งที่มาของสภาเกษตรอยู่ยังไม่เข้าสภา ท่านก็เขียนกฎหมายเสียแล้ว สิ่งเหล่านี้ผมหวังไว้ว่า ผู้โดยสารอย่างผมนั้นได้เอะอะ โวยวายว่า งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น เปึนงบประมาณที่ใช้แต่เฉพาะงบประจํา ส่วนงบ ลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นน้อยเหลือเกิน ไหนบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือว่าท่าน คิดว่าเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมีความสุข ท่านฝากความหวังไว้กับเงินกู้ แต่จะใช้ หนี้ผู้โดยสารอย่างพวกผมต้องมาใช้หนี้ ผมหวังไว้ว่าการอภิปรายของผมในครั้งนี้คงจะ สร้างคุณประโยชน์ให้กับกรรมาธิการที่จะเข้าไปแปรญัตติ แล้วก็หวังไว้ว่าพี่น้องประชาชน คงได้ประโยชน์ กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมากนะครับ เชิญครับ ท่านต่อไป ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมได้ นั่งฟังการอภิปรายพระราชกําหนดและงบประมาณทั้ง ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติ ให้อํานาจกระทรวงการคลังฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และได้นั่งฟัง การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ มา ๔ วันเต็มครับ ใน ๔ วันที่ผ่านมานั้นก็พบความจริงว่า การอภิปรายในป้นี้ต่างกับการอภิปรายในหลายป้ที่ผ่านมาของเพื่อนสมาชิก การอภิปราย ในป้นี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกัน ได้มีความวิตกและห่วงใยในเรื่องที่เปึนเรื่องสําคัญ ซึ่งผมคิดว่ามีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งกระผมจะได้อภิปรายตามลําดับ แต่ก่อนที่จะ อภิปรายถึงความกังวลของเพื่อนสมาชิก ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานย้อนหลัง ไปสักนิดหนึ่งเมื่อวานนี้ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนต้องแก้ไขในบางประการ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้บอกว่า พรรคของท่านไม่จําเปึนต้องมีผู้นําฝ์ายค้าน เพราะว่าพรรคของท่าน ต้องการจะเปึนรัฐบาลเท่านั้น และในครั้งหน้าก็จะเปึนรัฐบาล ผมคิดว่าตรงนี้ครับ ที่จําเปึนต้องทําความเข้าใจกับท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนว่า การทําหน้าที่ใน สภาผู้แทนราษฎรมันต้องเปึนได้ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล เมื่อสมาชิกแห่งสภานี้ มีความรู้สึกว่าต้องเปึนรัฐบาลเท่านั้น ไม่ยอมทําหน้าที่ของฝ์ายค้านที่มีเกียรติ ระบบ รัฐสภาก็จะถูกเบี่ยงเบนไป ทําให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน ผมเรียน ท่านประธานว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ หน้าที่ของผู้นําฝ์ายค้านมีอยู่มากมาย เหลือเกินครับ เมื่อท่านปฏิเสธที่จะแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้าน ทําให้การทํางานของฝ์ายค้านนั้น อ่อนด้อยลงไป ผมคิดว่าเมื่อไม่มีผู้นําฝ์ายค้าน ทําให้การทํางานของฝ์ายค้านอ่อนด้อยลง ก็เปึนภาระของเพื่อนสมาชิกจากพรรครัฐบาล จากพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องทํางานเข้มขึ้น แข็งแรงมากขึ้น เข้มข้นขึ้นในการตรวจสอบรัฐบาลเพื่อทดแทนการทํางานของฝ์ายค้าน ที่ได้ขาดหายไป ท่านประธานที่เคารพครับ ความกังวลของเพื่อนสมาชิกมีอยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน
เรื่องแรก เพื่อนสมาชิกได้มีความวิตกกังวลและพูดกันมากในป้นี้ก็คือ เกรงว่า รัฐบาลจะเลือกปฏิบัติด้วยการใช้งบประมาณลงในพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือสมาชิก ที่เปึนพรรครัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายค้าน ติดต่อกันในรัฐสภาแห่งนี้ ๘ ป้เต็มครับ และสิ่งหนึ่งที่เราได้ต่อสู้ใน ๘ ป้ที่ผ่านมา และต่อสู้ อย่างเข้มข้นตลอดต่อเนื่องกันมาก็คือการเลือกปฏิบัติของรัฐบาล การจัดสรรงบประมาณ ที่ไม่เปึนธรรม เราต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด ๘ ป้ที่เปึนฝ์ายค้าน ท่านประธานต้องยอมรับความ จริงครับว่าในอดีตนั้นมีนายกรัฐมนตรีบางท่านได้บอกว่า จะจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ ของรัฐบาลเท่านั้น ผมเจ็บปวดครั้งหนึ่งครับ มีนักเรียนไปของบประมาณในการสร้าง โรงเรียนที่ภาคอีสาน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งถามว่า ในจังหวัดของหนูนั้นเลือก พรรครัฐบาลหรือเปล่า เด็กตอบว่า เลือกรัฐบาล ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นถาม ต่อไปว่า แล้วเลือกทั้งจังหวัดหรือเปล่า เด็กนักเรียนบอกว่า เลือกทั้งจังหวัด หลังจากนั้น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นก็เรียกข้าราชการมาเพื่อจัดสรรงบประมาณ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ เจ็บปวดครับ เราต่อสู้เรื่องนี้มา ๘ ป้เต็มครับท่านประธาน แล้วรัฐบาลที่ไม่มีความ เปึนธรรม รัฐบาลที่เลือกปฏิบัติและจัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรมนั้น ท้ายที่สุดก็ต้อง ล้มลงต่อหน้าประชาชน ผมคิดว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ํารอยกับรัฐบาลนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมย้อนหลังสักนิดหนึ่งครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจําได้ครับ ท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดในวันที่โปรดเกล้าฯ เข้ารับตําแหน่งเปึน นายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนนายกรัฐมนตรีของคนในประเทศนี้ ทั้งคนที่ เลือกและคนที่ไม่เลือกรัฐบาล ทั้งคนที่เลือกและไม่เลือกท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า นั่นคือสัญญาประชาคม นั่นคือสิ่งที่ผิดกับรัฐบาลที่ผ่านมาครับ ผมเรียนท่านประธานฝาก ไปถึง จริง ๆ ผมไม่อยากต้องการแสดงความเห็นเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟังมากเท่าไร ในสภาแห่งนี้ครับ แต่ผมวิตกกังวลว่าพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่รับฟังการถ่ายทอดทั้ง สถานีโทรทัศน์และวิทยุอยู่ ๔ วันเต็ม จะไขว้เขวว่ารัฐบาลจะเลือกปฏิบัติและจัดสรร งบประมาณที่ไม่เปึนธรรม ผมคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นครับ ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ํารอย ในเรื่องที่เราเคยต่อสู้เรื่องนี้มา ผมให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ผมยืนยันกับพี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เราจะไม่เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน ทั้งจะเลือกหรือไม่เลือกรัฐบาลนี้ก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในความเปึนจริง ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติ มีกระทรวงบางกระทรวง มีกรมบางกรมครับ ที่เพื่อนสมาชิกกังวลว่ามีการเลือกปฏิบัติในการจัดสรรงบประมาณ ผมเอ่ยเพียง ๔ กรม นะครับ และผมคิดว่าอธิบดีที่ฟังอยู่ขณะนี้ต้องไปปรับปรุง มีข้อมูลบางส่วนที่ท่านต้อง ปรับปรุงแล้วละครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถ้าท่านไม่มีความเปึนธรรมจริง ท่านไม่ได้เปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ ท่านไม่มีความ ภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของข้าราชการเลยนะครับ ไปปรับปรุงเสียนะครับ กรมทางหลวง ชนบท ผมนั่งฟังและเห็นใจเพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้าน ถ้าเปึนจริงดังที่เพื่อนสมาชิกได้ร้อง ต่อท่านประธานต้องไปปรับปรุงครับ ต้องจัดสรรงบประมาณให้เปึนธรรมครับ รัฐบาล จะเลือกปฏิบัติไม่ได้ เราเจ็บปวดกับเรื่องนี้มา ๘ ป้ กรมที่ ๓ กรมทรัพยากรน้ําครับ กรมทรัพยากรน้ําต้องไปปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณให้เปึนธรรมนะครับ และกรมที่ ๔ กรมชลประทาน ๔ กรมเหล่านี้ที่ผมคิดว่าท่านต้องไปสํารวจในกรมของท่านว่าท่านมีการ เลือกปฏิบัติกับประชาชน ทั้งที่เลือกและไม่เลือกท่านหรือไม่ ผมคิดว่ารัฐบาลยังไม่มีข้อมูล เหล่านี้ครับ ถ้ารัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลเหล่านี้ เราจะไม่ทําเรื่องเหล่านั้นให้ เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้แน่นอนครับ ผมเรียนย้ําเปึนครั้งที่ ๒ ว่า การเลือกปฏิบัติและการ จัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรมจะไม่เปึนประวัติศาสตร์ที่ซ้ํารอยในรัฐบาลนี้ครับ อยาก ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ว่าเราจะไม่เลือกปฏิบัติเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ครับ มีการพูดถึงงบประมาณที่ลงในพื้นที่ภาคใต้ ต้องยอมรับความจริงครับ ท่านประธาน ครับว่าใน ๘ ป้ที่เปึนฝ์ายค้านนั้น เราได้รับการดูแลจากรัฐบาลที่ผ่านมาน้อยมากครับ ๘ ป้ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในภาคใต้นั้นเราขาดการเหลียวแล แต่เราไม่ย่อท้อครับ เราไม่ จํานนต่อสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อมาเปึนรัฐบาลครับ ผมคิดว่าสิ่งที่คนปักษ์ใต้ เรียกร้องวันนี้ เราไม่ต้องการเอาเปรียบภาคอื่นเลยครับท่านครับ แต่เราต้องการความ เปึนธรรมเท่านั้นเอง ผมอยากให้ท่านสมาชิกที่มาจากภาคไหนก็ตามครับ ที่พูดถึงภาค ขอให้มีความเปึนธรรมกับภาคใต้ที่เราเปึนฝ์ายค้านมาตลอด ๘ ป้ครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้ใช้งบประมาณ ตอกย้ําให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในบรรดาพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในวันแรกเช่นเดียวกันครับว่าท่านต้องการไปเยี่ยมประชาชนทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ท่านต้องการไปครับ แต่ว่าวันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไปเยี่ยมเยียนดูแลทุกข์สุขของประชาชนนั้นต้องพบ ความจริงว่าได้รับการต่อต้านขับไล่จากประชาชน ผมจําได้ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านได้พูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัย ครับผมเอ่ยนามท่าน และก็ได้พูดกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หลายครั้งครับ บอกว่าที่ไหนก็ตามที่ประชาชนขับไล่รัฐมนตรี ไม่ต้อนรับรัฐมนตรีไปแล้วครั้งที่ ๑ เขาขับไล่ ให้ไปครั้งที่ ๒ ถ้าแม้ว่าไปครั้งที่ ๒ แล้วประชาชนยังขับไล่อยู่ขอให้ไปในครั้งที่ ๓ ทําความ เข้าใจกับประชาชนเพราะประชาชนส่วนหนึ่งได้รับข้อมูลเพียงฝ์ายเดียวจึงมองรัฐบาล ที่ผิดพลาดไป ผมเรียนท่านประธานครับ ทําไมต้องขับไล่รัฐบาล ทําไมต้องขับไล่รัฐมนตรี ทําไมไม่ต้อนรับรัฐมนตรีล่ะครับ แต่เวลาที่พี่น้องภาคเหนือราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ท่านประธานคงเห็นนะครับ แม้กระทั่งบ้านของท่านประธานก็เช่นเดียวกันมีการป่ดถนน ให้รัฐบาลมารับความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชน แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ไปรับข้อมูลร้องทุกข์จากประชาชน ประชาชนก็ไม่ยอมรับครับ เขาบอกว่าต้อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเท่านั้นไปรับ แต่ว่าอีกครั้งหนึ่ง อีกหลาย ๆ ครั้งเขาขับไล่ รัฐบาล ขับไล่รัฐมนตรี นี่คือความแตกต่าง ตรรกเหล่านี้อธิบายเปึนวิทยาศาสตร์ไม่ได้ครับ นอกจากจะบอกว่ามีฝ์ายการเมืองบางฝ์ายใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือ งบประมาณป้นี้ ก็เช่นเดียวกันครับมีการใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือในการรักษาพื้นที่ของตนเอง
ประการที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้กังวลและพูดซ้ําซากมาทั้ง ๔ วัน รวมทั้ง วันอื่น ๆ ด้วย แต่พูดเยอะในการพิจารณางบประมาณก็คือ เกรงว่ารัฐบาลนี้จะทุจริต ผมเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่มีการพูดถึงว่าไม่มีความเปึนธรรมนั้น มันเปึน งบประมาณจากป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นะครับ รัฐบาลนี้เพิ่งได้จัดตั้งงบประมาณครั้งนี้ เปึนครั้งแรกและยังไม่มีการใช้เลยครับ และผมเรียนท่านประธานเปึนครั้งที่ ๒ ว่า รัฐบาล ในอดีตที่ผ่านมานั้น นอกจากล้มลงด้วยการใช้อํานาจที่ไม่เปึนธรรมแล้ว สาเหตุอีก ประการหนึ่งที่รัฐบาลในอดีตล้มลงจากการใช้อํานาจที่ไม่เปึนธรรมก็คือการทุจริตครับ รัฐบาลนี้จะไม่ปล่อยให้มีการทุจริต ผมคิดว่าประวัติศาสตร์การทุจริตจะไม่สามารถล้ม รัฐบาลนี้ลงได้ครับ เพราะฉะนั้นพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคผมคิดว่าถึงแม้วันนี้ผมมายืนอยู่ ในซีกของรัฐบาล แต่ว่า ๘ ป้ที่ผ่านมาที่ผมอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร วันนี้ผม ยังเปึนอย่างนั้นครับ ก่อนที่รัฐบาล ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนจะปฏิบัติ หน้าที่ รัฐมนตรีทุกคนต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชดํารัสหลายครั้งที่พระองค์ได้ตรัสกับคณะรัฐมนตรีก็คือ อย่ามีการทุจริต ถ้าหากว่า มีการทุจริตแม้แต่น้อยนิดก็ขอให้มีอันเปึนไป ผมคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนต้องถือปฏิบัติครับ การทุจริตเปึนการสร้างทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคนไทยทุกคนโดยเฉพาะ รัฐบาลครับไม่ควรจะทําหรือสร้างความทุกข์ให้กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกเลยครับ เราเห็นองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกไปทรงงานเยี่ยมพี่น้อง ประชาชน เราเห็นเหงื่อไหลย้อยจากพระนาสิกหรือจมูกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมคิดว่าเราทุกคนครับ รวมทั้งท่านประธาน ทั้งผมด้วย เราไม่เคยทํางานจนกระทั่งเหนื่อย แล้วก็เหงื่อย้อยจากจมูกครับ แต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทํางานและเหงื่อย้อย อย่างนั้น ภาพเหล่านั้นถ้าใครคิดคดต่อบ้านเมือง ถ้าทุจริตต่อบ้านเมืองแล้วผมคิดว่ามีอัน เปึนไปแน่นอนครับ ผมเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดในเวลาที่จํากัดครับว่า ความห่วงใย ของเพื่อนสมาชิกที่กล่าวหาว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณที่ไม่เปึนธรรมหรือเลือกปฏิบัติ และเกรงไปว่ารัฐบาลจะทุจริตนั้นจะไม่เกิดขึ้นและเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แน่นอนครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่บอกกับท่านประธานว่าเราจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น
ท้ายที่สุดที่ผมอยากเรียนกับท่านประธานก็คือ สิ่งไหนที่มันผ่านไปแล้ว ก็ขอให้มันผ่านไปครับ สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ขอให้มันจบไปครับ อย่าไปร่ําไห้หวนหา มันอีกเลยครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้เรียกร้องถึงอดีตนายกรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งถือว่า วันนี้น่าจะยุติบทบาทในทางการเมืองไปแล้ว วันนี้ร่ําร้องเรียกหากัน และนําสิ่งเหล่านั้น มาสร้างความแตกแยกให้กับประชาชน ก็มีคํากล่าวครับในพุทธศาสนาว่า การร่ําร้องเรียกหา ถวิลหาถึงสิ่งที่จากไปแล้วหรือสิ่งที่ ตายไปแล้วนั้นเปรียบเสมือนอาการของเด็กที่ไขว่คว้าหาดวงจันทร์ที่ล่องลอยอยู่ใน นภากาศ ไม่มีทางหรอกครับที่เด็กจะไขว่คว้าครอบครองดวงจันทร์ซึ่งลอยอยู่ในท้องฟัา อากาศได้ เช่นเดียวกันครับ ที่เรากําลังร้องไห้ถวิลหาอดีตผู้นําบางคนซึ่งคิดว่าวันนี้ควรจะ ยุติทางการเมืองไปแล้ว
ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงครับท่านนิพิฏฐ์ครับ เชิญท่านประท้วงข้อไหนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านเปึนรัฐบาลนะครับ ท่านกล่าวเสียดสีหาว่าพวกผมยึดมั่นถือมั่นใส่ร้ายในสิ่งที่ไม่ควรจะทํา ผมก็ไม่ทราบ เหมือนกันครับ ท่านก็นับถืออาจารย์เสนีย์ ปราโมช ผมก็นับถือทักษิณมันผิดตรงไหน ท่านไปถามประชาชนสิครับ ถามสิ ประชาชนคิดถึงนายกรัฐมนตรีของท่านไหม อภิสิทธิ์ เขาคิดถึงไหม ทําไมจะต้องขึ้นมา ท่านพูดไปสิครับ งบประมาณท่านดีตรงไหน ท่านพูดไปสิ ท่านมากล่าวหาทําไม ผมจะคิด
ชัดแล้วนะครับ ทราบประเด็นแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ พอแล้วครับคุณหมอประสิทธิ์ครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ขอความกรุณานะครับ อย่าให้ผิดข้อบังคับเรื่องการเสียดสีนะครับ สรุปได้ เลยครับ
อีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ
คุณหมอประสิทธิ์พอแล้วครับ
ท่านให้ผมพูดนิดหนึ่ง เขาพูดผมนั่งรอ ตั้งนาน พูดอยู่เรื่องเดียวท่านประธาน
ผมวินิจฉัยแล้วที่ท่านพูด และผมก็ได้เตือนผู้อภิปรายแล้วครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ
ผมรับคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ แต่ในเวลานาทีสุดท้ายตรงนี้ครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ประเพณีปฏิบัติในการอภิปราย ในสภานี้เราเปลี่ยนไปเยอะ วันนี้พรรคร่วมรัฐบาลเราถูกห้าม บอกว่าให้อดทน ผมก็มี ความอดทน แต่ความอดทนของผมก็มีขีดจํากัด สิ่งไหนที่ท่านพูด ๔ วันที่ผ่านมาท่านพูด ถึงการทุจริตของรัฐบาลเยอะมากครับ ท่านประธานจําได้นะครับ แม้กระทั่งอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ถ้าไม่มีเรื่องการถอดถอน ไม่มีเรื่องทุจริตแล้วเราจะพูดถึงเรื่องคําว่า ทุจริต ไม่ได้เลยครับ แต่ว่า ๔ วันที่ผ่านมานั้นท่านกล่าวหารัฐบาลว่าทุจริต เกือบทุกท่านที่ยืน ขึ้นมาบอกว่ารัฐบาลทุจริตทั้งนั้นนะครับ ผมเลยบอกว่าสิ่งนั้นแหละครับมันเปึนการสร้าง ความแตกแยกและตอกย้ําสิ่งที่ไม่เปึนความจริงให้เกิดขึ้น และจะสร้างความเชื่อถือที่ผิด ๆ ให้กับประชาชน สุดท้ายผมก็ยืนยันครับว่า การคร่ําครวญถึงบุคคลที่จากไปแล้วเหมือน เด็กทารกที่ต้องการจะครอบครอง
พอแล้วครับท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านไม่ต้องพูดอีกแล้วครับ เดี๋ยวก็เปึนปัญหากัน เชิญแล้ว ครับ พอแล้วครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยประท้วงอะไรอีกครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพิเชษฐ์นั่งเถอะครับ ท่านสุนัยใช้สิทธิประท้วง ประท้วงข้อไหนครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ ใช้สิทธิประท้วงในข้อที่ท่าน ส.ส. อภิปรายนี้โกหกครับ ต่อสภา ท่านพยายามพูดบอกว่าอะไรผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่ในขณะเดียวกันท่านก็ลําเลิกเรื่อง เก่า ๆ ตลอดเวลา นี่โกหกชัดเจน ขัดแย้งกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ ที่ผม จําเปึนต้องขอเวลาก็คือ ท่านบอกว่ารัฐบาลที่แล้วนั้นล้มเพราะทุจริต จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ล้มเพราะท่านมีส่วนร่วมในการก่อจลาจลกับพันธมิตรครับ ต้องพูดความจริงอย่างนี้ถึงจะ ถูกต้องครับ กราบขอบพระคุณ
เอาละครับ เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่าน ร้อยโท ปรีชาพล ท่านพิเชษฐ์นั่งเถอะ ครับ พอแล้วครับท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านนั่งเถอะครับ พอแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยทั้ง ๒ ท่าน ประท้วงไปแล้วนะครับท่านพิเชษฐ์ แล้วก็ได้ยุติแล้วเรื่องนี้ พอแล้วครับ เชิญท่านปรีชาพล อภิปรายเลยครับ ท่านจะประท้วงเรื่องอะไรอีกครับท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานฟังผมสักครู่ครับ
เอาว่าผิดข้อบังคับข้อไหน ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ แต่ผมใช้ สิทธิพาดพิง ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดเชียงราย ผมถูกพาดพิง
พาดพิงเสียหายไหมครับ ตรงไหนครับ
เสียหายครับ เขาพาดพิงถึงความ เชื่อ พาดพิงจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของผม ผมรักและศรัทธาในความดีของ ท่านทักษิณ ชินวัตร คนทั่วประเทศ ๑๐ กว่าล้านคน ๒๐ ล้านคน เขาบูชาความดีและความเสียสละของท่าน ทักษิณ ชินวัตร ท่านมาพาดพิงความเชื่อของคนอื่นได้อย่างไร ขอให้พูดเปึนครั้งสุดท้าย เถอะครับ ใครดีก็ว่าดี ใครไม่ดีก็คิดเอาเอง
เอาละครับ ขอบคุณครับ ได้ประเด็นแล้วครับ เชิญท่านปรีชาพลเลยครับ ท่านปรีชาพล ท่านมีเวลา ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ก็ได้ดูงบประมาณ การจัดทํางบประมาณของรัฐบาล นะครับก็เปึนวงเงินที่ทราบกันดีอยู่ว่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ในส่วนที่ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือ เรื่องของงบการลงทุนครับ เพราะเท่าที่ดูในเอกสารงบประมาณนี้มีงบที่ได้จัดสรรสําหรับ การลงทุนเพียงแค่ ๒๑๒,๖๘๙ ล้านบาทเท่านั้น ประเด็นสําคัญก็คือว่างบลงทุนที่ได้จัดลง ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี้ล้วนแล้วแต่เปึนงบที่จะต้องผูกพันนะครับ ซึ่งโครงการในป้ ที่แล้วนะครับจะต้องทําต่อเนื่อง ฉะนั้นงบเหล่านี้นั้นเปึนงบผูกพันไม่ได้เปึนงบประมาณที่ จะใช้ในการลงทุนใหม่ ๆ ในโครงการใหม่ ๆ แต่ผมเองก็มีความเชื่อครับว่ารัฐบาลเองก็คง จะตั้งใจครับที่จะใช้เงินนอกงบประมาณ ก็คือเงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ และเงินจาก พ.ร.บ. ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ รวมเปึนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการลงทุนในภาครัฐโครงการของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คงจะไม่ขัดขวาง ก็คงเห็นด้วยกับงบประมาณครั้งนี้เพราะว่ามันจําเปึนจะต้องขาดดุล เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีปัญหาจริง ๆ นะครับ จากปัญหาวิกฤติที่ลุกลามมาจาก อเมริกา แล้วก็ลามไปทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะประเทศไทยนี่นะครับมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้าง จะต้องพึ่งพิงต่อเศรษฐกิจของอเมริกานะครับ เมื่ออเมริกาล้มลงแน่นอนครับผลกระทบที่ กระทบหนักที่สุดก็คือเรื่องของการส่งออก แล้วก็เรื่องของการท่องเที่ยว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองอยากจะฝากไว้ว่าในการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้ไปถึงทางท่าน คณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านกรรมาธิการด้วย ถ้ามีโอกาสได้จัดทํา งบประมาณในครั้งนี้ก็ขอฝากในประเด็นประมาณ ๓–๔ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก ก็เปึนเรื่องปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องใน ๑๙ จังหวัดภาคอีสาน นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ํา เท่าที่ผมดูเอกสารงบประมาณ ครั้งนี้นั้น รัฐบาลจัดสรรงบประมาณลงสู่หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบดูแลเรื่องน้ํา ๒ หน่วยงานด้วยกัน ก็คือ กรมชลประทานที่คาดว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็อีกกรมหนึ่งก็คือกรมทรัพยากรน้ําประมาณ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๒ กรมนี้รวมกันเปึนงบประมาณที่ไม่มากเลยครับ ประมาณสัก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ถ้าจะดูไปเทียบสัดส่วนแล้วก็เพียงแค่ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ แต่ความสําคัญของเรื่องน้ํานั้นมันเกี่ยวเนื่องกับปัญหาที่สําคัญ ที่สุดของประเทศไทยครับ ก็คือปัญหาเรื่องความยากจน ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้นครับ ผมนําเรียนข้อมูลท่านประธานนะครับว่า พี่น้องในชนบทนี่ขาดแคลนน้ําเพื่อประกอบ อาชีพ เพื่อบริโภค อุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องทางภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ท่านประธานครับ ประชากรในพื้นที่จังหวัด ๑๙ จังหวัดภาคอีสานมีจํานวนมากถึง ๑ ใน ๓ ของประชากรคนทั้งประเทศ พื้นที่ของ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานครอบคลุมพื้นที่ ๑ ใน ๓ ของประเทศไทยนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคอีสานนั้นใช้ทําการเกษตรครับ เทียบเท่ากับเปึนครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทําการเกษตรของทั้งประเทศ แต่ที่น่าตกใจครับ สิ่งที่ผม จะพูดยังไม่น่าตกใจ จากการวิจัยเขาบอกว่าเกษตรกรที่อยู่ในเขตชลประทานมีรายได้ มากกว่าเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประธานถึง ๓ เท่าด้วยกัน สิ่งที่น่าตกใจก็คือหลังจาก ที่มีการวิจัยมีการสํารวจของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ ผมไปดูข้อมูลธนาคารแห่ง ประเทศไทย ปรากฏว่าพื้นที่ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานมีพื้นที่ที่เปึนเขตชลประทานเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ แล้วมันจะทําให้คนอีสานลืมตาอ้าปากได้อย่างไร รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในภาคอีสานก็ต่ํากว่าคนอื่น ๆ นะครับ โดยเฉลี่ยของ ประเทศถึง ๓ เท่าด้วยกัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนของภาคอีสานป้หนึ่งประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาทครับ เฉลี่ยคนทั่ว ประเทศ ๑๒๐,๐๐๐ บาท บางจังหวัดยิ่งแย่กว่านั้นครับ ยกตัวอย่าง จังหวัดอํานาจเจริญ คนละประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นผมถือว่าเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในการที่ จะบริหารจัดการน้ํามีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับความเปึนอยู่และการประกอบ อาชีพของพี่น้องในเกษตรกรและพี่น้องชาวรากหญ้าชนบททุก ๆ ท่าน อย่างที่ผมนําเรียน ครับ งบครั้งนี้จัดสรรเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์สําหรับเรื่องของน้ํา ก็ขอฝากไปทางท่าน กรรมาธิการนะครับว่า ถ้าเปึนไปได้ขอให้เพิ่มงบประมาณในส่วนนี้ให้แก่พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวรากหญ้า พี่น้องชาวชนบทด้วย ผมเองเข้ามาเปึน ส.ส. สมัยแรก ในเริ่มแรกของ การเริ่มนั้นผมเปึนพรรคร่วมรัฐบาลครับ แล้วก็มีความหวังไปพูดกับชาวอีสาน พูดกับคน อีสาน พูดในพื้นที่มีความหวังว่า ท่านสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นโดย การนําท่านสมัครพรรคพลังประชาชน ได้ดําริได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา มีการงัดโครงการใหม่ขึ้นมาพูดถึงโครงการผันน้ําโขงเข้าสู่ ๑๙ จังหวัดภาค อีสาน จริง ๆ แล้วไอเดีย (Idea : ความคิด) ริเริ่มเริ่มต้นนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น ต้องให้เครดิต ท่านก็คือ ท่านประจวบ ไชยสาส์น โครงการโขง-ชี-มูล ที่ริเริ่มในเรื่องของการผันน้ํา ปรากฏ ว่าในรัฐบาลขณะนั้นท่านสมัครริเริ่มครับ มีดําริอยากให้ทํา แต่เมื่อตั้งกรรมาธิการแล้ว ก็เกิดปัญหาด้วยเหตุหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง การเมืองที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถให้ฝันนั้น เปึนจริงได้ พอมาถึงรัฐบาลนี้ครับถึงแม้ว่าผมจะเปึนฝ์ายค้าน ผมนําเรียนผมฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ทางคณะรัฐมนตรีด้วยว่าพวกเราเปึนคนไทยด้วยกัน สิ่งสําคัญคือ การอยากเห็นให้พี่น้องคนไทยนั้นมีความอยู่ดีมีสุขนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากฝากในเรื่อง แรก
เรื่องที่สอง สืบเนื่องนะครับ ขอสืบเนื่องนิดหนึ่งในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา ถ้าท่านสามารถมีแหล่งน้ําให้กับพี่น้องประชาชนสามารถอยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิด ได้ ผมว่าปัญหา ๒ ปัญหาที่จะลดลงก็คือ ๑. ถ้าท่านมีการบริหารจัดการน้ําที่ดี ปัญหา แรกที่ลดลงแน่นอนก็คือเรื่องของน้ําท่วมซ้ําซากและการแล้งซ้ําซาก ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่อง ของปัญหาประชากรย้ายถิ่นฐาน ซึ่งอันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากครับ ประชากรย้ายถิ่นฐาน มีคนบอกว่าทําไมคนชนบทถึงย้ายเข้ามาในกรุง ผมไม่แปลกใจหรอกครับ ป้หนึ่งทํานา ได้ครั้งเดียว เมื่อทํานาเสร็จเขาก็ต้องไปหารับจ้าง ถ้าไม่รับจ้างแล้วเขาจะเอาอะไรกิน อันนี้ คือการต่อสู้ของพี่น้องเกษตรกร
ในประเด็นที่ ๒ ครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงเรื่องของการ ตรวจสอบงบประมาณ การใช้เงินงบประมาณครับ ป้นี้งบประมาณน้อยจริงครับ แต่สําคัญที่สุดคือเงินที่มันมีน้อยขอให้มันใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ สิ่งที่เกิด ขึ้นมาในป้ที่ผ่านมานั้นเขาบอกว่าใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินในการเปึนเครื่องมือ ทําให้เกิดความไม่เปึนธรรมและเปึนเครื่องมือทางการเมือง ผมยกตัวอย่างให้ฟังประมาณ ๒ ตัวอย่างครับ โครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งแปรสภาพมาจาก เอสเอ็มแอล ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หรือโครงการเสริมสร้างศักยภาพหมู่บ้านขนาด เล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ พอเปลี่ยนท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็เปลี่ยนมาเปึน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เปลี่ยนชื่อโครงการเปึน โครงการอยู่ดีมีสุข มารัฐบาลนี้เปลี่ยนชื่อโครงการอีกครับ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง งบประมาณก็น้อยลงครับ ป้ที่แล้วจัดสรรงบกลางนะครับ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือว่า ขอให้เพิ่มงบประมาณตัวนี้ด้วย ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสในการตัดสินใจในการที่จะร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรท่านประธานครับ มันมีบริษัทที่เปึนตัวแทนจัดจําหน่ายสินค้าที่ เข้าข่ายว่าสามารถจัดซื้อจัดจ้างในโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงได้ เริ่มต้นเขาทํา อย่างไรครับ ปกติแล้วขั้นตอนชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงเขาจะมีการประชาคมหมู่บ้านส่งให้ นายอําเภอเซ็นรับรองการประชาคม แล้วก็ส่งเข้าจังหวัด ส่งเข้ากรม ส่งเข้าสํานัก นายกรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติเงินงบประมาณแล้วก็ถึงจะเบิกจ่ายมาให้ชุมชนหมู่บ้านได้ มันมี บริษัทเอกชนตั้งตัวเปึนเอเย่นต์ (Agent : ตัวแทน) ขายสินค้าครอบคลุมอยู่นะครับ เผอิญ ว่าตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ของผม เปึนเอเย่นต์ขายสินค้าครับ ขายสินค้า ให้เฉพาะโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงนี้อย่างเดียวเลยนะครับ ครอบคลุมอยู่ ๔ จังหวัดด้วยกัน บริษัทนี้บริษัทเดียว จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดหนองคาย เขาก็จะเข้าไปหาผู้นําในชุมชนหมู่บ้าน เทคแคร์ (Take care : เอา ใจใส่) ดูแลอย่างดี เพอร์ซูเอด (Persuade : ชักชวน) ให้ผู้นํานี้ไปชักจูงพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุมชนให้เลือก ในการทํามติประชาคมให้เลือกโครงการที่เขามีอยู่ในลิสต์ (List : รายการ) ของเขา แล้วเขาก็บอกว่าจะสามารถผ่านโครงการได้อย่างรวดเร็วนะครับ ปรากฏว่ามันเกิดขึ้นจริงในระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ก็ทําให้ผมเองรู้สึกไม่สบายใจ และ ผมเองมีโอกาสได้คุยกับข้าราชการประจําครับ เขาก็บอกว่าเปึนเรื่องจริง มีนักการเมืองในรัฐบาล บิ๊ก (Big) ครับ แต่เขาไม่บอกว่าเปึนใคร โทรศัพท์ยกหูไปบอกว่า ขอให้ช่วยดูโครงการของบริษัทนี้ด้วยให้รวดเร็วเปึนพิเศษ
อีกโครงการหนึ่งครับท่านประธานครับ ก็คือ นโยบายเงิน ผู้ว่า ซีอีโอ งบ จังหวัดบูรณาการ ป้ที่แล้วจังหวัดขอนแก่นครับ เปึนที่เลื่องลือมาก ๒๗๙ ล้านบาทของ จังหวัดขอนแก่น ป้นี้โดนตัดงบมา ๕๒ ล้านบาท เหลือ ๕๒ ล้านบาท ก็ไม่เปึนไรครับ ผมก็ ไม่ได้ว่าอะไรว่าโครงการนี้ถูกตัดลดลง เพียงแต่ว่าอยากให้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ป้ที่แล้วโครงการ ซีอีโอ นี้เปึนเพียงโครงการที่ใช้ต่อรองตําแหน่งครับ ตําแหน่งของ นายกรัฐมนตรีด้วย ท่านประธานครับ ผมจะนําเรียนเพื่อนสมาชิก ขอเวลาอีกสักนาที ๒ นาที อันนี้เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมในพื้นที่ มีข้าราชการประจําคนใหญ่คนโตของจังหวัด ขอนแก่น โทรศัพท์มาหา ส.ส. ในจังหวัดขอนแก่น นั่งกันอยู่ที่พรรคครับ เป่ด สพีคเคอร์ โฟน (Speaker phone) ฟังกันก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๑บอกว่า ถ้าสมมุติว่าพวกคุณ ส.ส. ไม่เลือกให้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี งบประมาณที่จะลงสู่พื้นที่ของคุณจะไม่ได้ พวกผมก็บอกพวกผมไม่ แคร์ครับ ผมทําหน้าที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน แต่ที่เกิดขึ้นคือเขาแน่จริงครับ เขาทํา จริงครับ ซีอีโอ ๒๗๙ ล้านบาท จังหวัดขอนแก่นโดนเปลี่ยนโครงการไป ๕๕ โครงการ ล้วนแล้วแต่เปึนโครงการที่เปึนโครงสร้างพื้นฐาน และเปึนความจําเปึน ความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เปลี่ยนเปึนอะไรครับ ตอนที่เขาจะเปลี่ยนเขาให้เหตุผลว่ายุคนี้ เศรษฐกิจมันฝ๋ดเคือง ยุคนี้ข้าวยากหมากแพงจะต้องเปลี่ยนโครงการ ๕๕ โครงการเปึน โครงการที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ แต่ความเปึนจริงเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานครับ งบ ซีอีโอ จังหวัดขอนแก่น ๒๗๙ ล้านบาทนะครับ
ท่านประธานครับ
คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตประท้วงผู้อภิปราย ในขณะนี้นะครับว่า ท่านกล่าวอย่างมีข้อเท็จจริงมากน้อยขนาดไหน ท่านกล่าวเมื่อสักครู่ ค่อนข้างชัดนะครับว่ามีการต่อรองตําแหน่ง แล้วก็มีในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่อท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย ผมขอให้ท่านยื่นหลักฐานทั้งหมดที่มีต่อ ท่านประธานด้วยนะครับหลังจากการอภิปรายครับ ไม่อย่างนั้นผมเชื่อว่าท่านกล่าว เท็จครับ ขอบคุณครับ
การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ผู้อภิปรายก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองอภิปรายด้วย นะครับ ถ้ามีเอกสารหลักฐานก็ขอให้ยื่นด้วยนะครับ ถ้าไม่มีก็
เอกสารหลักฐานคงต้องนั่ง ไทม์ แมชชีน (Time machine) โดราเอมอนกลับไปละครับ เพราะว่าผมไม่ได้อัดเทปไว้ แต่สิ่งที่ผมพูดผมยืนยันครับผมรับผิดชอบครับ ก็นําเรียนครับ อีกสั้น ๆ ไม่นานครับ ๒๗๙ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหม เปลี่ยนโครงการไป ไปทําอะไร เปลี่ยนไปซื้อ ลูกฟุตบอล ๑๐๐ ล้านบาทครับท่านประธานครับ กระตุ้นเศรษฐกิจมาก วันนี้ชาวบ้าน ในเขตจังหวัดขอนแก่นเขาบอกคิดไม่ออก บอก จุด จุด จุด ซื้อลูกฟุตบอลครับ อันนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ผมอยากให้เงินงบประมาณซึ่งถือว่าเปึนภาษีของพี่น้องประชาชนนี้ ลงกลับคืนไปสู่พี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่า ๕๒ ล้านบาทของป้ ๒๕๕๓ นี้จะน้อยนะครับ แต่ขอให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายครับท่านประธานครับ มีหลายคนเหลือเกินพูดถึงอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ผมก็นั่งฟัง ฟังบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นั้นเลือกปฏิบัติมี ๒ มาตรฐาน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้ผม เชื่อมั่นในท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับว่าท่านโปร่งใส แต่การที่ท่านปล่อย ให้คนในรัฐบาลของท่านไปดําเนินการทําให้เกิดความเหลื่อมล้ําเกิด ๒ มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้เปึนเครื่องมือทางการเมือง ผมว่าท่านต้องรับผิดชอบไม่แพ้กับการที่ ท่านไปกล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เขาบอกว่านักการเมืองที่ดีจะต้องมี ๒ ประการ ทําให้เกิดการยอมรับได้ ๑. ก็คือต้องมีที่มาที่ถูกต้อง ๒. ก็คือจะต้องมีผลงาน ผมไม่เถียงหรอกครับเรื่องที่มาที่ถูกต้อง เพราะว่ามันหลายคนหลายความคิด แต่ผม กราบเรียนฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าถ้าท่านมีที่มาไม่ถูกต้องและท่านมีผลงานก็ยัง โอ.เค. ครับ รับกันไหว ประเทศชาติไปได้ แต่ถ้าท่านมีที่มาที่ไม่ถูกต้อง แล้วไม่มีผลงาน ประเทศฉิบหายครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ความจริง ๆ หลักฐานการซื้อลูกฟุตบอลก็เปึนหลักฐานได้นะครับ ต่อไปคุณอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ก่อนอื่น ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานครับว่า พรรคมาตุภูมินั้นไม่มีหัวหน้าพรรคในสภา นะครับ ทีนี้ผมอยากจะขอเวลาเพิ่มจากที่ท่านอนุญาตให้ ๑๐ นาทีนั้น ให้เอาตามความเหมาะสม แก่เนื้อหาสาระที่ผมจะอภิปรายนะครับท่านประธาน
ได้ครับ ก็ต้องหักเวลาของฝ์ายรัฐบาลไปครับ
ท่านประธานครับ การจัดตั้ง งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ของรัฐบาลชุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมดูแล้วนะครับ ก็เหมือนกับการตั้งงบประมาณเมื่อป้ ๒๕๔๒ สมัยท่านชวน ๒ เข้ามาเปึนรัฐบาลหลังจาก ที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ก็คือเปึนการตั้งงบประมาณ ที่ขาดดุลแล้วก็เปึนการตั้งงบประมาณที่งบลงทุนนั้นได้หายไปเกือบครึ่งหนึ่งนะครับ ซึ่งผม ไม่อยากจะอภิปรายในรายละเอียดให้มากนัก แต่เพียงอยากจะอภิปรายเพื่อที่จะให้ ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการที่จะหาเงินเข้าสู่รัฐ จากการที่รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาตลอดเงินที่ เข้าสู่รัฐนั้นมีหลายด้านด้วยกัน ด้านเกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็มีอีกทางหนึ่งที่นํารายได้มาสู่ ประเทศมากมาย อีกด้านหนึ่งก็คือเรื่องการส่งออก การส่งออกนี่นะครับ ขณะนี้การ ส่งออกของประเทศไทยเรานั้นลดลงเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในขณะเดียวกันที่ประเทศมาเลเซียผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า ในสภาวะ เศรษฐกิจที่มีปัญหาเกือบทั่วโลกแต่ประเทศมาเลเซียได้มีการส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ เพิ่มขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ที่ประเทศมาเลเซียเพิ่ม ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเขาได้จากรายได้ อะไรครับท่านประธาน ก็รายได้จากผลิตภัณฑ์ฮาลาล ซึ่งเปึนปรากฏการณ์ใหม่ของโลก ประเทศมาเลเซียนั้นได้มีการเร่งรณรงค์วางยุทธศาสตร์ในการที่จะยึดครองสินค้าฮาลาล ของโลก ขณะนี้ประเทศมาเลเซียได้ไปลงทุนที่ประเทศบอสเนีย ลงทุนที่นั่นประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่ผลิตสินค้าฮาลาลส่งไปยังยุโรปโดยคือให้ บอสเนียนั้นเปึนประตูสู่ยุโรป แล้วก็นําสินค้าฮาลาลจากภายในประเทศและบอสเนีย ก็ส่งไปยังประเทศ โอไอซี เพราะฉะนั้นสินค้าฮาลาลของประเทศมาเลเซียนั้นก้าวหน้า กว่าเรามากมายนะครับ ในขณะเดียวกันของเรานั้นได้พูดถึงเรื่องฮาลาลมาหลายป้แล้ว ผมจําได้นะครับ ๑๕ ป้อย่างต่ํา แต่ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของเรานั้นยังไม่แพร่ขยายไป ต่างประเทศเท่าที่ควร ผมคิดว่าประเทศไทยเรานั้นเราลืมไปนะครับว่าในโลกนี้ประเทศ มุสลิมมี ๗๕ ประเทศจาก ๑๘๖ ประเทศ ประชากรมุสลิมมีประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านคน ถ้าคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ประมาณ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก การซื้อขายหรือ การบริโภคอาหารฮาลาลหรือผลิตภัณฑ์ฮาลาลนั้นป้ ๆ หนึ่งประมาณคิดเปึนเงิน ๒๔ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นจะผลิตภัณฑ์ฮาลาลหรือสินค้าอาหารฮาลาลนี้นะครับ ผมถือว่าน่าจะเปึนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลไทยจะต้องกําหนดให้ชัดเจน เพราะผมเชื่อว่า ศักยภาพของการผลิตสินค้าของประเทศไทยเรานั้นไม่ด้อยกว่าประเทศอื่น เพียงแต่ว่า ประเทศเรานั้นยังกําหนดยุทธศาสตร์ในการที่จะขยายตลาดไปสู่ออกต่างประเทศ โดยเฉพาะโลกมุสลิมนั้นเรายังไม่ได้กระทําอย่างเปึนจริงเปึนจังนะครับ ผมดูงบประมาณ การจัดให้งบประมาณของการพัฒนาสินค้าฮาลาลในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลที่จังหวัดปัตตานี ผมยังไม่เห็นมีรูปมีร่างเลย นะครับ ผมเองอยากเสนอแนะให้กับท่านรัฐบาลนะครับว่า ที่จริงแล้วเราอย่าไปมุ่งที่จะ สร้างนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากจะ ให้เราพัฒนาคุณภาพสินค้าฮาลาลทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเปึนอุตสาหกรรมใดก็ตามแต่ นะครับ ถ้าคิดอยากจะเปึนการค้าขายกับประเทศซึ่งเปึนโลกมุสลิม รัฐบาลต้องให้ ความสําคัญเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าฮาลาล เพื่อที่ให้ได้รับความเชื่อถือจาก ประเทศโลกมุสลิมแล้วก็เราจะสามารถนํารายได้เข้าสู่ประเทศมากมายนะครับ จาก ๒๔ ล้านล้านบาทนี่นะครับ ถ้าเราเอาได้ประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็นับว่าเปึนสิ่งที่น่ายินดี แต่อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ในเรื่องของฮาลาลนี้นะครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมก็ เชิญทางกรมส่งออกแล้วก็เชิญคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมของชาติให้ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกิจการชายแดน ผมอยากจะให้ข้อสังเกตไว้ให้กับรัฐบาล เพื่อที่จะได้ดําเนินต่อไปนะครับว่า อุตสาหกรรมฮาลาลเปึนยุทธศาสตร์เพื่อที่จะสร้างงาน รายได้ให้แก่ประเทศไทย ยังมีเหตุที่ต้องพิจารณาว่ามีการพัฒนาหรือไม่ เนื่องจากในช่วงป้ ๒๕๔๖-๒๕๔๗ มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนามาตรฐานฮาลาล จัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ ฮาลาลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นมา เมื่อผ่านมาถึงบัดนี้ยังไม่ปรากฏว่ามี ความก้าวหน้าในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ สัดส่วนการตลาดอาหารฮาลาลของประเทศไทย ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงินแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เปึนสัดส่วนที่น้อยมาก ดังนั้นควรมี แนวทางที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้มากกว่านี้
ข้อที่ ๓ อยากตั้งข้อสังเกตว่า สินค้าอาหารฮาลาลของประเทศไทยยังไม่ได้ รับการยอมรับจากโลกเท่าที่ควร ดังนั้นควรมีกระบวนการในการที่จะตรวจสอบคุณภาพ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการค้าขายกับประเทศมุสลิมนั้นสิ่งที่เรายัง มีอุปสรรคและมีปัญหาอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับการธนาคาร ความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารเรา กับธนาคารของประเทศโลกมุสลิม ซึ่งเรายังไม่มีนิติสัมพันธ์ ยังไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับ เรื่องของทางด้านการธนาคาร เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้รัฐบาลหรือธนาคารแห่งชาติ ขอให้ท่านมีนโยบายให้ชัดเจนในการที่จะสนับสนุนนักธุรกิจที่อยากจะไปทําค้าขายกับ ประเทศโลกมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเปึนแถวอิหร่าน แถวซูดาน หรืออีกหลาย ๆ ประเทศซึ่งขณะนี้ปัญหาที่ปรากฏอยู่นะครับที่ประเทศอิหร่าน จากการที่ไทยเราได้ขาย ให้กับประเทศอิหร่านป้หนึ่ง ๘๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อป้กลายนี้เราขายได้แค่ ๗๐,๐๐๐ ตัน นะครับ ปัญหาอุปสรรคมาจากส่วนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเงินและ แอลซี ของธนาคาร ซึ่งทางเรานั้นไม่ค่อยจะยอมรับของเขานะครับ นี่คือประการที่ ๑ ที่เปึนอุปสรรคในการที่ เราจะได้ทําการค้าขายกับประเทศโลกมุสลิม เรื่องนี้อยากจะฝากไว้ให้ธนาคารแห่งชาติ หามาตรการให้ เอ็กซิม แบงก์ ซึ่งเปึนธนาคารที่จะส่งเสริมสนับสนุนนักธุรกิจให้ดําเนินธุรกิจ เกี่ยวกับการค้าขายต่างประเทศนั้น อยากจะให้มีการปรับแล้วให้การสนับสนุนนักธุรกิจ ให้มากขึ้นนะครับ นี่เกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจหรือว่าเกี่ยวกับหารายได้เข้าสู่ประเทศ
สิ่งที่ผมไม่อาจที่จะละเลยที่พูดก็คือปัญหา ภาคใต้ เมื่อวานก็มีการพูดกัน มากมายนะครับว่า รัฐบาลนี้เดินทางมาถูกทางแล้วหรือยัง ผมเองอยากจะเรียน ท่านประธานนะครับว่า เรื่องปัญหาภาคใต้เปึนปัญหาเรื่องใหญ่ เปึนปัญหาที่กระทบต่อ ประเทศทั้งหมด การที่เราจะเอาเรื่องปักษ์ใต้เพื่อที่จะช่วงชิงการได้เปรียบเสียเปรียบ ทางการเมืองนั้น ผมคนหนึ่งละครับเล่นการเมืองมา ๒๐ กว่าป้ ผมไม่เคยเอาประโยชน์ จากเหตุการณ์ของภาคใต้นั้นมาเปึนประโยชน์ทางการเมือง ผมเชื่อว่าทุก ๆ รัฐบาลนั้นมี ความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหาของแต่ละรัฐบาลก็ย่อมมีวิธีการที่แตกต่างกัน จากการที่ผมได้สังเกตนะครับว่า รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผมมีมุมมอง ของผมว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าจะบอกว่าเดินทางมาถูกทางแล้วนั้น ผมก็น่าจะยอมรับได้ น่ายอมรับตรงที่ว่าเดินทางมาถูกทางแต่ระยะทางเส้นทางนี้มันยาว ไกล เราไม่ใช่ระยะสั้น ๆ แม้การเดินทางที่ถูกแต่ระยะทางไกลก็น่าที่จะให้เวลาให้โอกาส นะครับ ถ้าหากว่าระยะทางสั้นเดินหลงทางมันก็จะไม่ถึงไปตามที่เราต้องการเช่นกัน นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้การแก้ปัญหาของภาคใต้นั้นเปึนเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เปึนเรื่องของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาได้โดยรัฐบาลหรือโดยเจ้าหน้าที่ ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายในประเทศ การแก้ไขปัญหา ของเราก็ยังจะคาราคาซังจนกระทั่งถึงในที่สุด แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน แม้ผม จะบอกว่ารัฐบาลนั้นเดินทางมาถูกทางนะครับ แต่ต้องยอมรับว่าหน่วยงานบางหน่วยงานก็ยังเดินทางหลงทางอยู่ การแก้ปัญหาระดับ นโยบายที่การเมืองนําการทหารใช้หลักความยุติธรรม ไม่ใช้ศาลเตี้ย ไม่ให้มีการซ้อม ผู้ต้องหาเพื่อหวังในการที่จะรับสารภาพเพื่อที่จะซัดทอดหรือให้การเปึนประโยชน์ต่อการ สืบสวนสอบสวน ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนบุคคลที่ น่าเชื่อถือในแง่ที่ว่าท่านจะไม่ทําอะไรในทางที่จะผิดกฎหมาย แต่ก็มีหน่วยงานบาง หน่วยงานนะครับ ผมอยากจะให้ท่านทราบครับว่ามีหน่วยงานบางหน่วยงาน ซึ่งผมมี ความเห็นว่ามีการสรุปรายงานต่อหน่วยเหนือในทางที่ผิดพลาดอย่างไร เช่น ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้าที่จังหวัดยะลา ได้สรุปรายงานไปยัง หน่วยเหนือว่า ยุทธศาสตร์ของฝ์ายตรงข้าม ยุทธศาสตร์ของผู้ก่อความไม่สงบ เขามี ยุทธศาสตร์ภายในประเทศ ๘ ด้านด้วยกัน เขาสรุปรายงานว่าอย่างนี้นะครับว่า
ข้อที่ ๑ พวกขบวนการนั้นพยายามที่จะสร้างผู้นําเข้าไปอยู่ในกลไกของรัฐ เมื่อเข้าไปแล้วจะได้นําเรื่องที่ประชุมไปแจ้งขบวนการเพื่อวิเคราะห์ดําเนินการต่อไป นี่ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ โครงการใดเปึนประโยชน์ต่อมุสลิมให้ร่วมมือเพื่อดึงงบประมาณให้ มากขึ้น นี่คือเขาบอกว่าเปึนยุทธศาสตร์ของฝ์ายตรงข้าม
ข้อที่ ๓ เขาบอกว่า สร้างเงื่อนไขเรียกร้องโดยใช้จุดอ่อนที่ไม่กล้าใช้ความ รุนแรงกับมุสลิม หมายความว่าถ้ารัฐไม่ใช้ความรุนแรงกับมุสลิม นั่นคือเปึนยุทธศาสตร์ ของฝ์ายตรงข้าม
ข้อที่ ๔ เรื่องการเรียกร้องให้ตั้งปอเนาะ หรือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา การที่จะเป่ดโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเขาถือว่านั่นคือเปึนยุทธศาสตร์ของฝ์ายตรงข้าม เช่นกัน
ข้อที่ ๕ นี่หนักหน่อยนะครับว่า การเรียกร้องให้นักเรียนแต่งกายฮิญาบ ในโรงเรียนของรัฐบาลนั้นคือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของฝ์ายตรงข้ามเช่นกัน
ข้อที่ ๖ เขาบอกว่า การขอใช้สถานที่ละหมาด ให้มีสถานที่ละหมาดที่สนามบิน สุวรรณภูมิ ที่สถานีรถไฟ มีที่ขนส่ง หรือแม้กระทั่งที่กระทรวงศึกษาธิการที่ผมเปึนรัฐมนตรีนั้น ผมจัดให้มีสถานที่ละหมาด ขณะนี้ยังใช้อยู่ เพราะว่าการขอจัดสถานที่ละหมาดนั้นก็เปึน ลักษณะยุทธศาสตร์ของฝ์ายตรงข้ามเช่นกัน
ข้อที่ ๗ เขาบอกว่า การขอให้ข้าราชการมุสลิมแต่งกายฮิญาบ ก็เปึน ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์
ข้อที่ ๘ เขาบอกว่า การที่รัฐผ่อนปรนตามเงื่อนไขจะนําไปสู่ข้อเรียกร้องของ นายฮะยีสุหลง ก็เปึนยุทธศาสตร์เช่นกัน ๘ ข้อ
ผมได้อ่านจากการที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้าที่สรุปมาอย่างนี้ ที่ผมว่าเปึนการหลงทางอย่างแรง เปึนการหลงทางครับ ตัวเองไปปฏิบัติหน้าที่ที่โน่น ในขณะที่คนที่อยู่หัวโต๊ะบอกว่า นโยบายนั้นให้การเมืองนําการทหาร เราต้องเป่ดเวทีให้มี ที่นั่งสําหรับทุกคนที่อยากจะมาแก้ไขปัญหาของชาติ แต่ก็ยังมีบางหน่วยงานที่ยังมี ความคิดแบบโบราณ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะฝากไว้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านต้องสังคายนาใหม่ให้เกี่ยวกับการรายงาน การหาข้อมูลของหน่วย บางหน่วย หรือทั้งหมดที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นให้ปรับปรุงเสียใหม่
ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า เดี๋ยวนี้มักจะมีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งผมยอมรับว่าขณะนี้การที่จะคุมคนไปกระทํา ไม่ดีไม่งามเหมือนที่ผ่าน ๆ มานั้น ผมเชื่อนะครับว่าท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ ปัจจุบันนั้นท่าน ไม่ยอมเด็ดขาด ท่านไม่เห็นด้วย เพราะการที่เรารีดคนคนหนึ่งเพื่อต้องการให้เขาซัดทอด หรือว่าเป่ดเผยความลับ คนที่ถูกจับไปแต่ละคนไม่ใช่ว่าเปึนคนที่อยู่ในสถานะที่เปึน คนร่วมขบวนการหรือว่าคนที่เปึนแนวร่วม บางคนก็ถูกซัดทอด บางคนก็ถูกฝ์ายตรงข้าม นั่นแหละครับแจ้งมาว่าเปึนฝ์ายของขบวนการ ทั้ง ๆ ที่คนคนนั้นช่วยเหลือรัฐ ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เกือบทุกอย่าง อย่างเช่น ตัวอย่างผู้นําศาสนาที่อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หรือแม้บางคนที่เปึนผู้นํา ศาสนาหรืออิหม่ามที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางคนถูก พ.ร.ก. เพราะการถูก สวมรอยจากคนที่ไม่พอใจที่ผู้นําศาสนามาร่วมกับรัฐ ก็ใช้วิธีการทํารายงานมีบัตรสนเท่ห์ ให้กับหน่วยของเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะใส่ร้ายเปึนการยิงป๋นนัดเดียวได้นก ๒ ตัว ๑. ทําให้ มวลชนโกรธเจ้าหน้าที่มากขึ้น ประการที่ ๒ ทําให้บุคคลที่ถูกเอาไปควบคุมตัวในชั้น พ.ร.ก. นั้นกลับมานั้นแทนที่จะมีความรักเจ้าหน้าที่หรือบ้านเมือง ก็เพิ่มความโกรธแค้น มากขึ้น นี่วิธีการบางอย่างที่เราจะต้องเข้าใจว่าการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นและใช้ปัญญาให้เลิศ ถ้าเราใช้ความคิดที่ไร้วุฒิภาวะมีแต่เรื่อง จะบานปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมื่อวานก็มีการพูดหลายคน มีการฆ่าคนในมัสยิด ผมเองในฐานะที่เปึนมุสลิมคนหนึ่ง ไม่ว่าฆ่าคนที่ไหนนั้นเห็นว่า ไม่ถูกต้องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนการฆ่าพระหรือว่าฆ่าครู เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งสิ้น แต่นี่เรื่องของการยิงคนที่ตายในมัสยิดแล้วก็ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคนนะครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลขอยืนยันว่าให้ท่านตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา ลําพังที่จะให้ พนักงานสอบสวนระดับเล็ก ๆ มาสอบสวนเรื่องใหญ่อย่างนี้ระดับโลก โลกมุสลิมออกข่าว นี้หลายวันหลายคืนเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงสําหรับสายตาของชาวโลกที่มีต่อประเทศไทย ผมอยากจะให้มีคณะกรรมการอิสระที่อยู่เหนือกว่าพนักงานสอบสวนหลายสิบเท่ามาทํา การสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้เพื่อที่ต้องการให้ความจริงปรากฏ เพราะถ้าความจริงไม่ ปรากฏปล่อยให้ประชาชนมีความอึมครึม มีการลือกันไปต่าง ๆ นานา และลือแล้วก็ ชาวบ้านเชื่อด้วย ผมว่าเปึนเรื่องยากที่รัฐจะแก้ไขปัญหาให้เกิดความสงบ เพราะฉะนั้น เบื้องต้นขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีท่านต้องตั้งกรรมการขึ้นมา ถ้าใครผิดท่านต้องว่าไป ตามกฎหมายไม่ว่าใครก็ตามที่กระทําความผิดในราชอาณาจักรไทย แล้วก็อยากจะให้ ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่มีความรับผิดชอบต้องใช้อํานาจหน้าที่ในการที่จะดูแลรักษา ความปลอดภัยของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เน้นเฉพาะกลุ่ม แต่อยากจะให้หน้าที่การรักษาความ ปลอดภัยนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยบางครั้งเราจะให้ ประชาชนนั้นคุ้มครองตัวเองโดยมีการให้อาวุธให้มีการฝ๊กซึ่งผมไม่เห็นด้วย เพราะใครก็ ตามแต่ถ้ามีอาวุธอยู่ในมือเปึนคนไม่มีวินัยแล้ววุฒิภาวะยังไม่มี ผมคิดว่ามันอันตราย ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงไม่อยากให้เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นเปึนเรื่องที่ว่าทฤษฎีเอาคืน ท่านคงทราบว่าเมื่อทํามาก็ทําต่อไป คนทํามาก็คืน ให้คุณไป เหตุการณ์อย่างนี้อย่าให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ถ้าเกิดขึ้นต่อไปจะทําให้การแก้ไข ปัญหานั้นยากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ๑๘ นาที ก็คงจะพอสมควรแก่เวลา เพราะว่ายังมีสมาชิกของพรรคของผมอีกท่านหนึ่งที่ยังไม่ได้อภิปราย ก็ขอให้รัฐบาลนี้ว่า งบประมาณที่จะผ่านสภานี้เมื่อผ่านไปแล้วเราต้องเคารพต่อการพิจารณาของสภา ต้องเคารพต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ถึงแม้ว่าจะมีการโยกเปลี่ยนงบประมาณ ภายหลังได้ ผมอยากจะให้เราต้องเคารพในการตัดสินใจในการทํางานของสภา เพราะเรา พูดมามากว่า มีการโยก มีการเปลี่ยนงบประมาณกัน ซึ่งเรื่องนี้มันจะมีจริงหรือไม่จริงคนที่ ทํานั้นย่อมรู้แก่ใจนะครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผมพูดถึง ๑๘ นาที ขอขอบคุณครับ
เมื่อครู่นี้ขออภัยครับ คุณอารีเพ็ญอภิปรายในสัดส่วนของฝ์ายค้านนะครับ ไม่ใช่ของ ฝ์ายรัฐบาล คุณสนอง เทพอักษรณรงค์
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ เมื่อครู่นี้ได้มีการพาดพิงถึงจังหวัดขอนแก่นครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ปัญญา ศรีปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย เมื่อครู่นี้ได้ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งเปึน ส.ส. ขอนแก่น ได้พูดพาดพิงถึงจังหวัดขอนแก่นว่า มีการนํางบประมาณไปจัดซื้อลูกฟุตบอลถึง ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากผมไม่พูดเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบ รวมตลอดไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็จะคิดว่าทางจังหวัดขอนแก่นได้รับ งบในการจัดซื้อกีฬาไปอะไรมากมายถึงขนาดนั้น ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพฝาก ไปถึงพี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่านที่จังหวัดขอนแก่นให้ทราบว่าเรื่องการจัดซื้องบกีฬา นั้นจริง ๆ แล้วเปึนเรื่องจริงครับ เพราะเนื่องจากว่าแต่ก่อนหน้านั้นได้มีการผ่านพิจารณา งบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้แทนราษฎรทุกคนได้มีการแอบไปยื่นกับผู้ว่าราชการจังหวัด เสนอการจัดซื้องบกีฬา ในจังหวัดขอนแก่นมีเกือบทุกคนครับท่านครับ ถ้าหากเรื่องนี้ถ้าผม พูดไม่จริงขอให้ลุกขึ้นมาประท้วงได้ ปรากฏว่าหลังจากที่มีการเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดซื้อแล้วได้มีการเปลี่ยนโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ และหลังจากผู้ว่าราชการ จังหวัดใหม่ได้เข้ามาดํารงตําแหน่งแล้ว ได้มาปฏิบัติหน้าที่ท่านเห็นว่ามันไม่เปึนไปตาม ยุทธศาสตร์ของจังหวัด จึงทําให้ ส.ส. เหล่านั้นไม่พอใจ จึงพยายามที่จะดึงและพยายาม ที่จะประท้วงแล้วก็นําเสนอเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ จะเห็นว่า วันสองวันมานี้จะพูดถึงจังหวัดขอนแก่นตลอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่จังหวัดอื่นก็ยัง พูดถึงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นว่า จริง ๆ แล้วเรื่องการกีฬาจังหวัดขอนแก่นให้การสนับสนุน แต่ไม่ใช่จะมากมายถึงขนาดนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใหม่จึงได้ มีการเปลี่ยนแปลงการจัดซื้อเครื่องกีฬาให้เหลือน้อยลงเท่าที่จําเปึน และในส่วนอื่นนั้น ก็เอาไปดําเนินการตามโครงการของยุทธศาสตร์ของจังหวัด แม้แต่เมื่อเช้าก็ยังมี ผู้แทนราษฎรในเขต ๒ จังหวัดขอนแก่น ยังไปพูดถึงว่างบอบรมต่าง ๆ นั้นที่จริงเปึน ประโยชน์ต่อพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่นทั้งนั้น ไม่ได้มีการโยกงบประมาณไปทําทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่นขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านถึงพี่น้องประชาชนว่าในเรื่องการจัดซื้องบประมาณนั้นไม่ถูกใจ ผู้แทนราษฎรที่เปึนผู้แทนอยู่ในขณะนี้ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นถึงกราบเรียนว่าในเรื่องนี้ อยากทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน และในอีกเรื่องหนึ่งที่มีการ กล่าวหาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หรือว่ามีนักการเมืองบางคนที่ว่า จุด จุด อะไรนั่นนะครับ ว่าถ้าหากว่าไม่เลือกท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ไม่จริง ครับ ผมเปึนผู้แทนราษฎรคนหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นเรื่องนี้ขอพูดได้ว่า ไม่มีใครเข้ามา ก้าวก่ายในเรื่องการเลือกตั้งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นถึง กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นไม่มีครับในเรื่องการ จัดซื้อ นอกจากว่าเดี๋ยวนี้ยังจะมีขึ้นอีกหลายคนครับ แล้วก็พูดเรื่องจังหวัดขอนแก่นด้วย วันนี้ผมขอกราบเรียนว่าในเรื่องการจัดงบประมาณต่าง ๆ นั้นถ้าดูลึก ๆ แล้วทุกคนรู้แก่ใจ ตัวเองนะครับ ก็ขอชี้แจงเพียงแค่นี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ๑๕ นาที
ท่านประธานครับ
ครับ คุณปรีชาพล
ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญครับ เอารวบรัดนะครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น ด้วยความเคารพเพื่อนสมาชิกที่เพิ่งจะอภิปรายไปนะครับ ก็ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงครับ ผมเองคงไม่สามารถไปยืนยันแทนท่านได้ ผมก็เชื่อว่าทางผู้หลักผู้ใหญ่ที่โทร มาหาผมคงจะไม่โทรไปหาท่านนะครับ เพราะว่าถึงวันนั้นก็รู้แล้วว่าต่างคนนั้นเลือก เส้นทางคนละทางกัน ผมเองก็ไม่กล่าวโทษท่านครับว่าทําไมท่านถึงไม่ทราบเรื่อง หรือว่า ทําไมท่านถึงไม่ได้รับโทรศัพท์นะครับ แต่ถ้าท่านถาม ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ไปถามดูได้ครับ ก็นําเรียนท่านประธานฝากไปถึงพี่น้องประชาชนครับว่าวันนี้เจ็บปวดครับ พวกผมทําอะไรผิดพี่น้องประชาชนจะต้องโดนกระทําร่วมไปกับการตัดสินใจเลือก นายกรัฐมนตรีเพียงแค่วันเดียวด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ พาดพิงหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายบอกว่า จังหวัด ขอนแก่น ก็มี ส.ส. หลาย ๆ ท่านนะครับไปพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าไม่มีการโยกย้ายงบประมาณ ผมเคยอภิปรายในสภา แห่งนี้นะครับท่านประธานว่า รัฐมนตรีคนหนึ่งสั่งอธิบดีกรมหนึ่งว่าไม่ให้เอางบประมาณ ไปลงนะครับ โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ผมอภิปรายมาแล้วครับ ครั้งที่แล้วผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณครับท่านประธาน กรรมาธิการงบประมาณก็ได้อภิปรายในคณะกรรมาธิการงบประมาณ พอวาระสามก็มา อภิปรายในสภาแห่งนี้ ก็บอกครับว่าโยกย้ายงบประมาณ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้บอก ว่าไม่มีการโยกย้ายงบประมาณ งบประมาณของจังหวัดขอนแก่น ๕๐ กว่าโครงการครับ ท่านประธานครับ ถูกโยกย้ายจริง ๆ ครับ แล้วท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่บอกว่าไม่จริง ลองให้หันไปดูนะครับ เอาคณะกรรมาธิการ ตอนนี้มีคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ โดยท่านเจริญ จรรย์โกมล เปึนประธาน ขณะนี้ไปตรวจสอบอยู่ครับที่จังหวัดขอนแก่น วันนี้ผมอยากจะร้องเรียนท่านประธานผ่านไปด้วยนะครับ ไปยังรัฐมนตรีที่ดูแลกํากับ กรมน้ําด้วยว่าเปลี่ยนแปลงโครงการหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ก็เปึนคนจังหวัดขอนแก่น เหมือนกันครับ ท่านชื่อ สุวิทย์ คุณกิตติ ท่านสอบตกแต่ว่าโชคดีมาเปึนรัฐมนตรีอีก แต่วันนี้ครับท่านประธานครับ ถามว่าทําไมถึงสอบตก ก็ไม่ค่อยทําคุณงามความดีมันเลย สอบตก วันนี้มาร่วมรัฐบาล
ต้องขอความกรุณาอย่าไปพาดพิงท่านอื่นโดยที่เขาไม่ได้มีโอกาสมาแก้ตัวในสภานะครับ
ครับท่านประธานครับ จะจบแล้ว ครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีมาก็มาชี้แจงได้นะครับ เพราะผมยังมีอภิปรายท่านรัฐมนตรีท่านนี้ อยู่เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปทางท่านคณะกรรมาธิการติดตาม งบประมาณให้ไปติดตามตรวจสอบดูว่ากรมน้ําได้จัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องติดตามครับ เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ในภาวะเศรษฐกิจ ที่ย่ําแย่ขณะนี้นะครับ ก็ฝากท่านประธาน และส่วนเรื่องงบประมาณที่ว่ามีการโยกย้ายนั้น มีการโยกจริงครับ และขณะนี้คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณกําลังตรวจสอบอยู่ ครับ แล้วจะได้รู้ว่าใครถูกใครผิด ก็ขอฝากไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ
ท่านประธานครับนิดหนึ่งครับ ถ้าผม ไม่พูดเดี๋ยวก็จะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน
คุณปัญญาพาดพิงอีกหรือครับ ขอสั้น ๆ เลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเปึนการโต้เถียงกันไป มานะครับ ก็ขอให้สรุปด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปัญญา ศรีปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๓ ครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงการนะครับ แต่ไม่ใช่ว่าโยกย้าย ที่มีการ เปลี่ยนแปลงก็เนื่องจากว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการ จังหวัดคนเก่านั้นท่านเห็นว่าโครงการต่าง ๆ ที่มีการจัดซื้อเครื่องกีฬาเปึนร้อย ๆ ล้านบาท ท่านถือว่าไม่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ท่านเลยลดลงมาเหลือบางส่วน แต่ส่วนหนึ่งไปทําเกี่ยวกับเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่เปึนยุทธศาสตร์ของจังหวัดครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านสมาชิกท่านนั้นด้วยว่า จริง ๆ แล้วเราอยากจะให้จังหวัด ขอนแก่นมีความเจริญรุ่งเรืองแล้วก็ปรับยุทธศาสตร์ให้เข้ากับการพัฒนาจังหวัดครับ ขอบคุณครับ
คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคภูมิใจไทย ท่านผู้มีเกียรติ ท่านประธานที่เคารพครับ วาระในการ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นั้นกระผมถือว่าเปึนวาระที่มี ความสําคัญเปึนอย่างยิ่งครับ เพราะงบประมาณนั้นถ้าจะเปรียบไปแล้วมันเหมือน ลายแทงที่กําหนดทิศทางในการบริหารประเทศชาติ พี่น้องประชาชนก็จะได้รู้ว่ารัฐบาลนั้น มีแนวนโยบายที่จะบริหารประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแด่ พี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ ประการแรกผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลในความกล้าหาญ ของรัฐบาลครับที่ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ได้จัดตั้งงบประมาณลดลงจากป้ที่ผ่านมาถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงการพัฒนามันน่าจะมีงบประมาณก้าวหน้าที่เพิ่มขึ้น แต่โดยภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ในภาวะที่บ้านเมืองมีปัญหาเรื่องการเงินรัฐบาลก็ยังมี ความกล้าหาญที่จะจัดสรรเงินงบประมาณให้ลดลงมาถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากลดมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ผมได้มาดูคําแถลงประกอบงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในชีวิตของความเปึนคน ไม่ว่าจะเปึนคนชนบท ไม่ว่าจะเปึนคนในเมือง ก็ตามแต่พื้นฐานเบื้องต้นของประชาชนที่ต้องการมีไม่มากนะครับ มีเพียง ๔-๕ ประการ เท่านั้นละครับ ที่ต้องการก็เช่น ขอให้น้ําไหล ให้ไฟสว่าง ให้ทางดี มีการศึกษา และสุขภาพ ที่แข็งแรง มีเท่านี้แหละครับที่ประชาชนต้องการ หากว่ารัฐบาลสามารถที่จะบริหาร งบประมาณ บริหารการเงินการคลังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน และ พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณเพื่อให้เปึนไปตามเปัาหมายที่ตั้งเอาไว้ นั่นคือความต้องการของประชาชน และนั่นก็คือความสําเร็จของรัฐบาลครับ ไม่ว่าจะเปึน รัฐบาลไหนก็ตาม ท่านประธานครับ ได้ตรวจสอบถึงรายละเอียดของคําแถลง ประกอบงบประมาณ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อสภา ได้ดูในทุกหมวดในทุก มาตราครับ ผมก็พิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่ารัฐบาลนั้นได้พยายามจัดสรรงบประมาณ ตามเหตุตามผลตามความจําเปึนของกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อพี่น้องประชาชนก็ถือว่าเหมาะสม ผมยกตัวอย่างครับ เช่น กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมี หน้าที่จะดูแลทุกข์สุขของบรรดาพี่น้องในด้านสุขภาพอนามัยนะครับ ได้รับงบประมาณ ทั้งสิ้น ๑๗๒,๗๕๐ ล้านบาท ก็ถือว่ามากไหม ก็ไม่มาก ถ้าหากว่าเราจะต้องรับผิดชอบต่อ ชีวิตสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วภาวะที่เกิด ปัญหาโรคแทรกซ้อนอย่างที่เราอยู่ วันนี้สังคมของโลกกําลังได้รับการคุกคามจากโรคอีก หลาย ๆ อย่างครับ บางทีเปึนโรคใหม่ ๆ ที่เรามองไม่เห็น แต่กระทรวงสาธารณสุข ก็จําเปึนจะต้องดูแลในทุกเรื่องนะครับ ในเรื่องสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน
นอกจากนี้ในภาคการเกษตรซึ่งถือว่าเปึนหัวใจของประเทศ ไม่ว่าจะเปึน การจัดหาทรัพยากรน้ํา แผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไม่ว่าจะเปึนแผนงานปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตร ซึ่งมีงบประมาณทั้งสิ้น ๖๕,๓๖๗.๗ ล้านบาท แผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอีก ๓,๙๗๑ ล้านบาท นี่คือหัวใจของพี่น้องประชาชน ครับ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าพี่น้องในภาคอีสานก็ดี ในภาคเหนือก็ดี ปัญหาเรื่องน้ํานั้น เปึนปัญหาที่มีปัญหามาโดยตลอด ถ้าหากว่าเรามีแหล่งน้ําให้พี่น้องประกอบอาชีพ ไม่ว่า จะด้านการเกษตร หรือในด้านการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอแล้วคนชนบทจะไม่ยากจน อีกต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณในส่วนนี้ก็ถือว่าในภาวะที่เรามีภาวะ การเงินที่มีปัญหาก็ได้งบประมาณที่พอสมควร
ในด้านการศึกษาครับ แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการมีงบประมาณมากหน่อย เพราะว่าจะต้องพัฒนาการศึกษาให้ ทุกกลุ่ม ทุกวัยเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตั้งแต่ปฐมวัยจนตลอด ชีวิต ก็ได้งบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๒๘๐,๘๘๘.๖ ล้านบาท ที่ผ่านมานั้นโครงการของรัฐบาลที่เรียนฟรี ๑๕ ป้ ป้แรกในการจัดการศึกษาครับ เราต้อง ยอมรับว่ามีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมเชื่อแน่ได้ว่า ปัญหาเรามีไว้เพื่อการแก้ไขไม่ใช่มีปัญหา เอาไว้เพื่อการทําลายล้างกัน ในป้การศึกษาใหม่ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการจะได้หยิบปัญหาเหล่านั้นเพื่อที่จะมาปรับปรุงแก้ไข ผมเชื่อแน่ได้ว่าโครงการนี้ ก็จะเปึนโครงการอีกโครงการหนึ่งที่บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ถามว่า โครงการนี้จะถือเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไหม ถ้าจะพูดกันด้วยจิตใจที่เปึนธรรมตาม ความเปึนจริงผมว่าได้ อย่างน้อย ๆ วันนี้ถ้าไปพบผู้ปกครองคนหนึ่ง ถามว่าป้นี้เป่ดเทอม เปึนอย่างไร หลายท่านโดยส่วนใหญ่ก็ลดลง แทนที่จะนําเงินรายได้ที่น้อยนิดของ ครอบครัวไปจัดซื้อเสื้อผ้าอุปกรณ์การเรียนให้ลูก เงินส่วนนี้จะเหลือเปึนค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ให้กับครอบครัวได้ประโยชน์มากขึ้น นี่ก็ถือว่าเปึนความสําเร็จส่วนหนึ่งครับ
กระทรวงคมนาคมครับ ได้รับงบประมาณ ๖๐,๓๓๕.๕ ล้านบาท ผมเชื่อ แน่ได้ว่า กระทรวงคมนาคมนั้นตอนนี้หลายท่านได้กรุณาได้เอ่ยถึงในหลาย ๆ มิติก็เปึน กระทรวงที่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วสมาชิกหลายท่านเรียกร้อง แล้วก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีถนนหนทางในการคมนาคมที่ดีสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วที่หวังเอาไว้ก็คือ โครงการถนนปลอดฝุ์น ผมเชื่อแน่ได้ว่าโดยการ กํากับดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการ โดยการกํากับดูแลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น จะสร้างความเปึนธรรมให้กับพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศนะครับ ให้ได้รับประโยชน์จาก งบประมาณในส่วนนี้
นอกจากนี้ก็ยังมีการกระจายรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่นะครับ ต้องยอมรับว่าวันนี้คณะกรรมการการกระจายอํานาจได้มีการกระจายอํานาจให้ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนตําบล ไม่ว่า จะเปึนเทศบาล ไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเขตปกครองพิเศษ เช่น กรุงเทพมหานคร แล้วก็เมืองพัทยา เงินส่วนนี้ไม่ไปไหนหรอกครับ องค์กรเหล่านี้ก็จะเปึน ตัวแทนของรัฐ จะเปึนตัวแทนของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการดูแลทุกข์สุขของบรรดาพี่น้อง ประชาชนในเบื้องต้น ถ้าหากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้นจะได้ใช้งบประมาณ นี้ไปให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ผมก็ถือว่าก็จะเปึน ประโยชน์แล้วก็เปึนความปรารถนาของพี่น้องประชาชนนะครับ และที่จะอดไม่ได้ก็คือ แผนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ผมขอชื่นชมรัฐบาลครับ ในรัฐบาลยุคนี้ในอดีตมีปัญหามาก ไม่ว่าจะเปึนเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ หรือไม่ว่าจะเปึน ค่าตอบแทนของพี่น้อง อสม. จากการที่ผู้สูงอายุก็ดี อสม. ก็ดีเรียกร้องมา เรียกร้องมาเปึน ๑๐ ป้ แต่ก็ไม่เคยได้ ก็เพิ่งได้ในชุดนี้ละครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งหนึ่งที่ต้องทําความเข้าใจ ให้ผู้สูงอายุก็ดีหรือพี่น้อง อสม. ได้สบายใจก็ดี เพราะมีการไปพูดไปปล่อยข่าวว่า ในเงิน สงเคราะห์ผู้สูงอายุ เงินค่าตอบแทนของ อสม. นี่จะได้เพียงสิ้นป้งบประมาณนี้เท่านั้น คือ ถึงเดือนกันยายน พอถึงเดือนตุลาคมใหม่ก็จะไม่ได้ วันนี้ก็กราบเรียนยืนยันนะครับว่า รัฐบาลนี้ได้จัดงบประมาณทั้งหมดนะครับอยู่ในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุ อสม. ทั้งหมด ๙๗๖,๔๐๐ คน ก็จะได้รับกันโดยถ้วนหน้า รวมไปถึง ผู้สูงอายุด้วย ก็ยืนยันว่าในส่วนนี้ก็จะได้รับไปจนตลอดชีวิตนะครับ ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุ ก็ดี อสม. ก็ดี เมื่อได้รับค่าตอบแทนจากรัฐบาลแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องฝากไว้ผมเชื่อแน่ได้ว่า วันนี้ขวัญกําลังใจของผู้สูงอายุและ อสม. เขาจะดีขึ้น คงจะได้มีส่วนร่วมในการดูแลแก้ไข ดูแลในเรื่องของสุขภาพอนามัยให้แก่ผู้สูงอายุ และเปึนหูเปึนตาให้กับรัฐบาลในการที่จะ สร้างรอยยิ้มให้กับบรรดาพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ นี่คือเรื่องที่เราหวัง
ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าจะกล่าวสรุปโดยรวมที่ผมนํามากราบเรียนต่อ สภาแห่งนี้ ก็เปึนไปดังที่ผมได้กราบเรียนเปึนการเบื้องต้นว่าในความต้องการของพี่น้อง ประชาชนนั้น ไม่ได้หวังอะไรมาก นอกจากน้ําไหล ไฟสว่าง ทางดี มีการศึกษา และ สุขภาพที่แข็งแรง นี่คืองบประมาณที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผูกพันกับหน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งจะ เปึนงบประมาณที่จะไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับบรรดาพี่น้องประชาชน กระผมขอเรียน ยืนยันว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ของรัฐบาล เพราะถือได้ ว่าได้จัดตั้งโดยเหมาะสมในทุกประการ ขอบพระคุณมากครับ
คุณธนาธร โล่ห์สุนทร ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะพูด ในวันนี้จะเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ของกระทรวง ศึกษาธิการ ซึ่งป้นี้ทางกระทรวงได้รับการจัดสรรมากเปึนอันดับ ๑ คือเปึนสัดส่วน ๒๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด โดยงบประมาณหลัก ๆ ที่รัฐบาลจัดสรรนั้น ก็เพื่อที่จะเข้าไปรองรับกับนโยบายการเรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้บอกว่าได้เห็น ความสําคัญของการศึกษาของชาติ เด็กทุกคนนั้นมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม กัน ซึ่งการทุ่มงบประมาณแบบปูพรมเพื่อให้โอกาสแก่ทุกคนนั้น ไม่ว่าจะเปึนคนจนหรือ คนรวยในทางทฤษฎี ท่านประธานครับ คือความเท่าเทียมกันครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ผมคิดว่ามันเปึนความไม่เท่าเทียมกัน เพราะว่าคนที่มีสิทธิอยู่แล้วเขาก็ยิ่งได้รับ มากไปกว่าเดิม แต่ว่าคนยากคนจนเขาก็จะยิ่งห่างจากคนรวยไปอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กนักเรียนที่เปึนเด็กยากจน เขายังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาอีกนะครับ เช่น เรื่อง ค่าอาหารการกิน ค่าการเดินทางต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากรัฐไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณไปโดย ไม่จําเปึนแล้ว ก็สามารถที่จะจัดสรรเปึนเงินทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนเหล่านั้น เปึนค่าอาหารกลางวันได้มากกว่าที่เปึนอยู่ในขณะนี้นะครับ ในขณะนี้ท่านประธานก็จะ เห็นว่าบ้านเมืองของเราก็เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นมา งบประมาณใช้จ่ายก็มีอยู่อย่าง จํากัด ผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า การเรียนฟรี ๑๕ ป้ ควรที่จะเปึนการเรียนฟรีอย่างมี คุณภาพและการใช้งบประมาณอย่างมีคุณภาพด้วย ในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของ กระทรวงศึกษาธิการในป้นี้ ผมสังเกตเห็นว่าการจัดซื้อตําราเรียนและเสื้อนักเรียน รวมไป ถึงอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ เปึนการสนับสนุนที่ตัวนักเรียนเปึนส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งรัฐบาล ก็ได้บอกว่าต้องการที่จะเน้นการลดรายจ่ายของผู้ปกครองเปึนเปัาหมายหลัก ท่านประธานครับ การแจกตําราเรียน ชุดนักเรียน รวมไปถึงอุปกรณ์การเรียนที่ผมได้กล่าว มานี้ ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าเปึนการทําให้คุณภาพ การศึกษามันสูงขึ้นหรือเปล่า เพราะเปัาหมายหลักของการจัดการเรียนการสอนคือ คุณภาพการศึกษา ซึ่งก็คือคุณภาพของนักเรียน ซึ่งแต่ละคนต้องมีความรู้ได้มาตรฐาน การศึกษา และมีคุณธรรมประจําใจ ท่านประธานครับ การที่จะทําให้เด็กมีความรู้เปึนคน ที่มีคุณภาพ ปัจจัยหลักก็คือบุคลากร ซึ่งก็คือครูนี่เอง ซึ่งเขาต้องมีความพร้อมต่าง ๆ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนถ้าเทียบทางด้านปริมาณเกณฑ์ก็คือครู ๑ คนเทียบกับ นักเรียน ๒๐ คน ซึ่งในจังหวัดลําปางซึ่งเปึนเขตเลือกตั้งของผม ๑ ห้องค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ ๒๒ คน ซึ่งถ้าไปเทียบกับโรงเรียนประจําจังหวัดโรงเรียนใหญ่ ๆ ครู ๑ คน อาจจะเกินค่าเฉลี่ยไปถึง ๖๐ คน ถึง ๗๐ คนทีเดียว ท่านประธานครับ ปัจจัยหลักที่จะทํา ให้การศึกษาของชาติมีคุณภาพสูงขึ้นผมคิดว่าครูเปึนสิ่งสําคัญที่เราต้องให้มีคุณภาพ นะครับ การแจกตําราเรียนหรือแจกชุดนักเรียน เราก็เห็นปัญหากันอยู่ว่าการแจกตํารา บางครั้งสํานักพิมพ์ต่าง ๆ หรือไม่องค์กรคุรุสภาเองก็ได้มีการผูกขาดในการประมูลในการ พิมพ์ ซึ่งคนที่จิ้มชี้นิ้วไปว่าควรจะเปึนตํารานี้หรือตํารานั้นเขาก็แทบไม่มีความรู้ว่าเด็กควร จะได้รับตําราเล่มไหนไป ส่วนชุดนักเรียนก็เหมือนกันครับ มันได้คุณภาพหรือเปล่าจาก ปัญหาที่เกิดมา เด็กบางคนได้รับไปเขายังไม่กล้าใส่เลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าคุณภาพของครูเปึนคุณภาพที่สําคัญ ซึ่งผมยังไม่เห็นรัฐบาลมีความใส่ใจหรือว่า ทําอะไรเปึนชิ้นเปึนอันนะครับ ในการที่จะพัฒนาคุณภาพ ผมเห็นแต่เน้นปริมาณ อย่างเดียว เน้นแต่การหาเสียง แจกโน่นแจกนี่ ลด แลก แจก แถมนะครับ อย่างเรื่อง เสื้อผ้าก็เหมือนกันครับท่านประธาน ทําไมเราถึงได้ให้แต่โรงงานใหญ่ ๆ ซึ่งมี ความสามารถในการประมูลเขามาทําการจัดประมูล ทําไมถึงไม่ให้ชุมชนตามหมู่บ้าน กลุ่มสหกรณ์ที่เขามีความสามารถในการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เขารับไปทํา แล้วก็ทําชุด นักเรียนแจกจ่ายให้กับเด็กนักเรียนในหมู่บ้าน ซึ่งผมก็ถือว่าเปึนการกระจายรายได้ให้กับ ชนบทอย่างหนึ่ง แต่ผมก็เห็นว่าชุดนักเรียนต่าง ๆ มันเปึนการเสียงบประมาณโดยเปล่า ประโยชน์ เพราะว่าผู้ปกครองบางคนเขาก็มีชุดนักเรียนให้เด็กอยู่แล้วนะครับ ซึ่งผมคิดว่า งบประมาณส่วนเกินพวกนี้ทําไมเราถึงไม่เอาไปให้เปึนทุนการศึกษาเด็กยากจนที่ต่ํากว่า เกณฑ์ จปฐ. ล่ะครับ ผมว่ามันน่าจะคุ้มค่ามากกว่านะครับ ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้ว นะครับท่านประธาน ปัจจัยหลักที่ทําให้การศึกษามีคุณภาพดีก็คือบุคลากรครู ซึ่งต้องมี ทักษะในการสอน มีความรู้ในวิชานั้น ๆ ท่านประธานครับ ตอนนี้ปัญหาหนักอย่างหนึ่ง ก็คือว่าครูยังขาดทักษะการสอน เพราะว่าในการรับครูในอดีตไม่ได้มีการรับโดยเน้นที่ สาขาวิชา อย่างครูประถมก็คือแค่จบปริญญาตรีก็สามารถสอนได้แล้ว บางคนจบ วิทยาศาสตร์มาอาจจะไปสอนวิชาภาษาไทยก็ได้ สอนรวบทุกวิชาไปเลยในโรงเรียนชั้น ประถม ผมก็ขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า เรียนฟรีนั้นต้องมาคู่กับ คุณภาพ การศึกษาที่ดีต้องมากับการยกระดับคุณภาพของการศึกษานั้นปัจจัยที่สําคัญ ที่สุดก็คือการพัฒนาครูที่มีอยู่ให้มีความรู้ในเนื้อหาที่สอนและมีทักษะในการสอนอย่าง ทั่วถึง อย่าไปเน้นแค่ปริมาณครับ งบประมาณทุ่มไปเท่าไรก็ไม่พอถ้าเกิดคนที่เขามีอยู่แล้ว เขาก็ยิ่งจะรับมากขึ้นนะครับ ส่วนคนจนมันก็ยิ่งห่างไปอีก ควรจะจ่ายเปึนบางคนในสิ่งที่ จําเปึน ผมไม่มีปัญหากับนโยบายเรียนฟรีนี้นะครับ แต่ว่าอยากจะให้เน้นเรื่องคุณภาพ เพราะว่าคุณภาพสําคัญที่สุด
สุดท้ายนี้ผมก็อยากจะฝากรัฐบาลว่า ครูผมคิดว่าเปึนกระดูกสันหลัง ที่สําคัญของการศึกษาของเมืองไทยนะครับ ถ้าครูไร้ซึ่งคุณภาพแล้วไม่ว่าจะทุ่มเท งบประมาณไปเท่าไรคุณภาพก็ไม่เกิดหรอกครับ เพราะการพัฒนาครูก็คือการพัฒนา คุณภาพของการศึกษาเมืองไทยครับ ขอบคุณครับ
คุณนันทนา ทิมสุวรรณ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากการที่เศรษฐกิจตกต่ําไปทั่วโลกค่ะ และก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศ ของเรานั้นก็ได้รับผลกระทบอันนี้ไปด้วย ซึ่งภาวะอย่างนี้นั้นก็ดําเนินมาระยะหนึ่งแล้วค่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเปึนอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรนั้นได้รับผลกระทบอันนี้ค่ะ เนื่องจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนทํางานมาทั้งป้เพื่อรอวันนี้ค่ะ รอวันที่จะได้เก็บเกี่ยว ผลผลิตแล้วก็ได้นํามาขาย เอาเงินที่ได้มาใช้หนี้ใช้สิน แล้วก็ได้มีเงินเหลือเก็บบ้าง เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินและเมื่อยามจําเปึน แต่ในป้นี้ค่ะท่านประธาน หลังจาก เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วนําไปขาย ราคาผลผลิตตกต่ํา อย่าว่าแต่เงินเก็บเลยค่ะ หนี้สินที่กู้ยืม มาจาก ธ.ก.ส. ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้คืนได้หมด พวกเขาก็ถามดิฉันค่ะ ว่าอย่างนี้จะให้ พวกผม จะให้พวกฉันทําอย่างไรกันต่อไป แถมลูกหลานที่ไปทํางานที่กรุงเทพฯ กลับมา เยี่ยมบ้านตอนสงกรานต์แล้วก็ไม่ได้กลับไปทํางานอีก เพราะว่าถูกเลิกจ้างค่ะ จะกลับไป ทําไร่ทํานาก็ไม่มีที่ดินเพียงพอที่จะได้กลับไปทํา แล้วอย่างนี้จะให้เขาดํารงชีวิตต่อไปได้ อย่างไรคะ ท่านประธานคะ ทางรัฐบาลบอกว่า คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟุ๋นตัวเมื่อพ้น ไตรมาสแรกของป้ไปแล้วเพราะนโยบายที่รัฐบาลได้ทํา ซึ่งดิฉันก็ไม่มั่นใจค่ะว่ามันจะเปึน อย่างนั้นจริงหรือเปล่า และถ้าเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ก็ต้องถือว่าเปึนโชคดีของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศละค่ะ
ท่านประธานคะ จากการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ เกี่ยวกับนโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่า ท่านจะคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรป์าไม้ และสัตว์ป์า ทรัพยากรดิน ทรัพยากร น้ํา ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง รวมทั้งฟุ๋นฟูอุทยานทางทะเลอย่างเปึน ระบบ เร่งรัดจัดทําแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยจัดแบ่งที่ดินระหว่างที่ดินของรัฐและ เอกชนให้ชัดเจน ดิฉันสนใจตรงนี้แหละค่ะท่านประธาน ในเรื่องการจัดทําแนวเขตที่ดิน ของรัฐและเอกชนให้ชัดเจน เพราะปัญหาเรื่องที่ดินนั้นเปึนปัญหาใหญ่ของประเทศ ของเราแล้วก็แก้ไขไม่ได้สักที เพราะมันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินมากมายค่ะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนที่ทหารของกระทรวงกลาโหม ที่ สปก. ของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลัง ที่ในเขตป์าสงวนในเขตอุทยานของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่ของกรมที่ดินซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย เห็นไหมคะ ท่านประธาน แค่ยกตัวอย่างก็ไม่รู้เกี่ยวข้องไปตั้งกี่กระทรวงแล้วนะคะ แล้วแนวเขตของ ที่ดินก็ไม่ชัดเจนค่ะ ทับซ้อนกันไปทับซ้อนกันมา ดังนั้นเมื่อได้อ่านนโยบายนี้ดิฉันก็ดีใจ เพราะจังหวัดเลยของดิฉันนั้นก็มีปัญหาในเรื่องที่ดินอยู่มากค่ะ จริง ๆ แล้วนโยบายในเรื่อง การทําแนวเขตนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ค่ะ ในครั้ง นั้นท่านได้ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเลย และได้ใช้จังหวัดเลยเปึนจังหวัดนําร่องใน การดําเนินนโยบายนี้ พี่น้องชาวจังหวัดเลยดีใจค่ะว่าจะได้ครอบครองที่ดินแบบถูกต้อง เสียที แต่ก็ยังไม่สําเร็จค่ะท่านประธาน ก็เกิดเหตุการณ์ที่รัฐบาลนั้นไม่สามารถที่จะบริหาร ประเทศได้ต่อไป แต่เอาเถอะค่ะ ดิฉันจะไม่พูดถึงตรงนั้น ในวันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังฝ์ายบริหาร โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ ว่าช่วยทําให้นโยบาย นี้สําเร็จเสียทีเถอะค่ะ ตรงไหนที่ไม่มีสภาพเปึนป์าแล้ว แล้วก็ไม่สามารถที่จะฟุ๋นฟูให้ กลับมาเปึนป์าได้ กันแนวเขตออกมาเถอะค่ะ แล้วก็นํามาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนที่มี รายได้น้อยและไม่มีที่ดินทํากิน และท่านก็ต้องกันแนวเขต ทําแนวเขตให้ชัดเจนค่ะ เพื่อปัองกันในการบุกรุกทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ดิฉันเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจ ค่ะ เพราะคงไม่มีใครที่อยากจะทําผิดกฎหมายนะคะท่านประธาน ท่านประธานคะ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแถลงต่อสภาแห่งนี้ในเรื่องการบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านบอกว่า ท่านจะจัดทําแนวเขตในพื้นที่อนุรักษ์ ความยาว ๕,๐๐๐ กิโลเมตร และแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างที่ดินของรัฐกับ เอกชนให้ชัดเจน พร้อมตรวจสอบรับรองสิทธิทํากิน ๕๕,๐๐๐ ราย ตรวจสอบออกหนังสือสําคัญเพื่อใช้ ประโยชน์ที่ดินของรัฐ ๒,๕๐๐ แปลง และออกโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ แปลง ดิฉันก็ดีใจค่ะที่นโยบายนี้นั้นจะได้รับการสานต่อโดยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันนี้ดิฉันจึงอยากจะฝากคําถามนะคะถึงรัฐบาลว่า ในการจัดสรรงบประมาณ ที่ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในป้นี้นั้น ๑๘,๘๕๖.๘ ล้านบาท ซึ่งลดลงจากป้ที่แล้วถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น งบประมาณจํานวนนี้ต้องจัดสรรไปตาม กรม กองต่าง ๆ ในความดูแล และจะเหลือมาทําดําเนินการในการจัดทําแนวเขตเท่าไรค่ะ ดิฉันคิดว่ามันน้อยเกินไปค่ะ เกรงว่าการแก้ปัญหาในเรื่องที่ดินนั้นจะไม่สําเร็จ แล้วอย่างนี้ อีกกี่ป้พี่น้องประชาชนจะได้เอกสารสิทธิในที่ดินทํากินอย่างถูกต้องเสียทีละค่ะ อยากจะ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
คุณจิตวรรณ หวังศุภกิจโกศล ๑๒ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางจิตวรรณ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เขต ๒ จังหวัดนครราชสีมา ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะท่านประธาน รัฐสภา แล้วก็ท่าน ส.ส. ทัศนียา รัตนเศรษฐ์ ที่สละเวลาให้ดิฉัน ๕ นาที ท่านประธาน รัฐสภาคะ การแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ําขณะนี้ก็เห็นใจทางรัฐบาลนะคะ ถ้าใคร เปึนรัฐบาลก็ต้องตัดสินใจที่จะเลือกทางเดินที่จะเดินอย่างนี้ ก็คิดว่าก็คงจะเหมือน ๆ กัน นะคะ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการลงทุนของภาครัฐ แต่ความสําคัญแล้วก็ความ ชัดเจนและเปัาหมายที่แน่นอน โดยหลักการแล้วถ้าหากเกิดการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง แล้วก็รีบดําเนินการในการลงทุน ไม่ว่าจะเปึนโครงการใหญ่ ๆ เช่น รถไฟฟัา หรือ ถนนปลอดฝุ์น การขุดลอกคลอง หนอง บึงต่าง ๆ ก็นับว่าเปึนสิ่งที่ดีที่จะเกิดประโยชน์ให้ เกิดการอัดฉีดเงินลงในภาคการลงทุนของภาครัฐ ท่านประธานรัฐสภาคะ ในยุทธศาสตร์ การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งงบประมาณในการลงทุน ครั้งนี้ ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในยุทธศาสตร์การบริหารการจัดการเศรษฐกิจในการขยายตัว ได้มีเสถียรภาพในวงเงิน ๑๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันว่าต่ําเกินไปนะคะ เพราะว่า ในการลงทุนจะเห็นได้ว่าขณะนี้ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและคุณภาพชีวิตมีเงิน งบประมาณ ๕๐๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะการที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ ไทยมันจะต้องมีการสร้างการบริหารจัดการในเรื่องของเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพเปึนสิ่งที่ จะต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งนะคะท่านประธาน ท่านประธานคะ มีสิ่งที่น่าสังเกตอยู่ส่วนหนึ่งนะคะ ดิฉันก็สงสัยเสียเหลือเกินนะคะว่า งบกลางของทางรัฐบาลได้ตั้งไว้ในป้นี้เปึนมูลค่าถึง ๒๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของงบประมาณ ทั้งหมด รัฐควรจะจัดสรรให้ชัดเจนแต่ดิฉันก็ไม่ทราบนะคะท่านประธานว่า ในส่วนของ การตั้งมีกฎเกณฑ์หรือระเบียบหรือเปล่านะคะว่าจะต้องตั้งเท่าไร แล้วใช้จ่ายไปป้ที่แล้ว ใช้จ่ายไปเท่าไรในส่วนไหนบ้างในงบฉุกเฉิน แล้วก็ส่วนหนึ่งก็ขอชื่นชมในเรื่องการศึกษา ที่ทางภาครัฐด้วยความสนใจโดยการลงทุนในงบประมาณรวมถึง ๒๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ทางผู้ปกครองก็ดีใจที่ได้เรียนฟรี ๑๕ ป้ ภาครัฐให้ชุดนักเรียน แต่ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าในเมื่อถ้าจะกล้าให้ผู้ปกครองในส่วนของเสื้อฟัาฟรี บางครั้ง ทางผู้ปกครองบ้านก็อยู่ไกลจากตลาด ซื้อชุดฟรี ๑ ชุด เหมารถไปค่ารถนี่แพงกว่าชุดอีก นะคะท่านประธาน แต่ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่ดี ก็เปึนลดภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับทาง ครอบครัว
ต่อมาในประเด็นที่ดิฉันเปึนห่วงและเห็นใจในงบขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ที่มีทั้งหมด ๗,๘๕๓ แห่ง งบประมาณของท้องถิ่นเมื่อคิดในสัดส่วนของ งบประมาณเปึน ๑ ใน ๔ ของงบประมาณประเทศรวมอยู่ขณะนี้ รัฐบาลจัดสรร งบประมาณให้ท้องถิ่น รายได้สุทธิของรัฐบาลป้นี้เหลืออยู่ ๒๕.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล เศรษฐกิจ ก็ทราบนะคะว่าเศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องทําใจ แต่ท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึน อบจ. ไม่ว่า จะเปึน อบต. เทศบาล ถามดิฉันนะคะ ก็ฝากมานะคะว่า ไม่ทราบว่าในส่วนของเงิน ผู้สูงอายุ ไม่ว่าในส่วนของ อสม. เรียนฟรี รวมอยู่ในส่วนนี้หรือไม่ เพราะว่าถ้าหากว่า รวมอยู่ในส่วนนี้ก็จะทําให้ท้องถิ่นนี่เม็ดเงินงบประมาณหายพอสมควรนะคะ ซึ่งภารกิจ ของท้องถิ่นจะต้องดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของภาคการเกษตร จากเห็นที่ ผ่านมาในเขตจังหวัดนครราชสีมานะคะ เรื่องโลกเพลี้ยแปังระบาด ท้องถิ่นก็ไป ประสานงาน ทํางานกับเกษตรกร ก็ได้ช่วยเหลือทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะ ถือว่าเปึนหน่วยงานที่ดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด อย่างนี้เปึนต้น และอีกส่วนหนึ่ง นะคะที่เห็นก็น่าชื่นชม ของท้องถิ่นก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราดที่เงาะราคาตกต่ํา ทาง อบจ. กับเทศบาล อบต. จังหวัดตราด ก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร โดยที่ไม่ต้อง พึ่งงบประมาณจากส่วนกลาง เห็นไหมคะ จะเห็นว่าทางท้องถิ่น ถ้าทางภาครัฐจาก ส่วนกลางกล้าที่จะกระจายอํานาจให้อย่างแท้จริง เขาก็สามารถที่จะลดภาระในการ ทํางานของส่วนกลางได้ ตรงนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานได้รับทราบในส่วนของ พ.ร.บ. กําหนดแผนและการกระจายอํานาจให้แก่ท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๓ (๔) กําหนดให้การจัดสรรภาษีและอากรอุดหนุนรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการดําเนินงานตามอํานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยตั้งแต่ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เปึนต้นไป ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเปึนสัดส่วนรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ โดยจัดสรรในสัดส่วนที่เปึนธรรมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคํานึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นด้วย ซึ่งในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ นะคะท่านประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการจัดสรรงบประมาณ สูงถึง ๓๒๗,๐๐๐ ล้านบาท พอป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ท้องถิ่นกลับจัดสรรลดลง แล้วเงิน หายไป ก็จะหายไป ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๓ ทีนี้ท่านประธานคะ หลาย ๆ อย่างที่กังวลแล้วก็เปึนที่สงสัย และมีความเปึนห่วงเปึนใยว่ารัฐบาลจะเสี่ยงต่อ การทําผิดกฎหมายในการจัดสรรรายได้ให้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ อันนี้ทาง ท้องถิ่นฝากมานะคะท่านประธาน เพราะว่านโยบายเร่งด่วนที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าไป กระตุ้น ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ อสม. ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ เรียนฟรี ๑๕ ป้ ถามว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่ดีหรือไม่ ดิฉันก็ยอมรับนะคะท่านประธานว่า ดี อันนี้ในส่วนหนึ่งซึ่งดิฉันก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะคะว่า พ.ร.บ. ในการกระจาย อํานาจ ซึ่งมีตั้งแต่สมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย ท่านพยายามจะกระจาย อํานาจ ซึ่งดิฉันก็ได้มีโอกาสฟังอยู่บ่อย ๆ ว่า ให้คนไป ให้งานไป ให้เงินไป แต่มาวันนี้ดิฉัน ชักไม่มั่นใจแทนท้องถิ่นแล้วนะคะว่า ให้งานไป ให้คนไป แต่เงินให้ไปน้อยเสียเหลือเกิน อันนี้ก็อยากจะฝากทางรัฐบาลว่า เล็ก ๆ ควรให้ท้องถิ่นทํา ใหญ่ ๆ รัฐบาลส่วนกลางทํา เองเถอะค่ะ อันนี้ในมาตรการของรัฐบาล ๖ เดือนที่ผ่านมาดิฉันก็ไม่แน่ใจอีกนะคะว่า ทางกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ก็คงจะดีใจ ส่วนที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ก็คงจะเสียใจ แต่ทาง รัฐบาลไม่เคยถามประชาชนว่าสิ่งที่เขาอยากได้คืออะไร เขาพยายามฝากดิฉันมา ท่านประธานว่าสิ่งที่พ่อแม่พี่น้องไม่ว่าจะเปึนภาคการเกษตรก็ตามเขาอยากได้ของขวัญที่ ถูกใจมากที่สุดก็คือ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะผู้บริหารตลอดจนสมาชิกสภา ที่อยู่แห่งนี้ ได้ช่วยกันเร่งออกกฎหมายในการออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับประชาชน เพราะ เขาจะได้ไปกู้หนี้ยืมสิน หรือใช้ในการประกอบการทํากิจการทํามาหากินของเขาได้ถูกต้อง ตามใจที่เขาอยากทํา เขาไม่อยากได้หรอกค่ะของฟรีที่รัฐบาลให้ไป ดิฉันคิดว่าในโลกนี้ อะไรก็ตามไม่มีของฟรี เพราะฉะนั้นต้องสอนให้เขารู้จักทํามากินเอง ก็ขอฝากแต่เพียง เท่านี้ ขอบคุณค่ะ
คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัด แม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านนันทนาที่เมื่อครู่นี้ท่านให้ ผมอีกประมาณ ๔ นาทีครับ เมื่อครู่นี้ท่านพูดไปประมาณ ๔ นาทีกว่าครับท่านประธาน ครับ ท่านประธานครับ เมื่อ ๔๐ ป้ ๕๐ ป้ที่แล้วท่านประธานคงจะได้ยินและก็คุ้นเคย มาก ๆ เลยครับ เหมือนกับที่ผมได้ยินตอนเด็ก ๆ ท่านประธาน น้ําไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก ตอนนั้นมันเปึนการโฆษณาของรัฐบาลชาวบ้านก็ตื่นเต้นกันท่านประธานคง จําได้ดี แต่เดี๋ยวนี้ถ้าเกิดเอาไปพูดกันในเมือง ไปในอะไร คนงงหมดแล้วว่ามาพูดเรื่องอะไร สมมุติหาเสียงนะครับท่านประธาน แต่ที่แม่ฮ่องสอนท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า ที่แม่ฮ่องสอน โอ้โฮ เขาจะดีใจมาก ๆ เลย อยากกินไก่ก็ได้กินไก่ ขึ้นไปกินหมูก็ได้กินหมู ครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเขารู้ว่ารัฐบาลจะจัดงบไปดําเนินการใน ๓-๔ สิ่งให้เขา ท่านประธานครับ ผมก็จะพยายามพูดเร็ว ๆ แล้วก็จะพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุด ท่านประธานครับ ที่ผมพูดไปมันทําให้เรารู้สึกว่า เอ๊ะ ตอนนี้ที่แม่ฮ่องสอนพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบนดอยมันทุรกันดารเหมือนกับประเทศไทยเมื่อ ๔๐ ป้ ๕๐ ป้ที่แล้วใช่หรือไม่ ใช่ครับท่านประธาน ผมต้องการฉายภาพอันนั้นแหละครับท่านประธานครับ ให้เห็นง่าย ๆ ว่าเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้วของเราทุรกันดารขาดแคลนกันอย่างไร แม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่บนพื้นที่ บนดอยก็ยังขาดแคลนกันแบบนั้น ถามว่าที่ผ่านมาภาครัฐไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย หรือ ยุ่งเกี่ยวกับครับท่านประธานครับ ยุ่งเกี่ยวทุกป้ แต่ความเดือดร้อนยังมีอีกมากเลย แล้วก็มีความจําเปึนมาก ๆ ที่จะต้องลงไปช่วยเขานะครับ มันก็เลยทําให้เหมือนกับว่า งบประมาณที่ได้ลงไป ๆ มันยังน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการความเดือดร้อนที่ ประชาชนได้รับอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราเข้าไปพัฒนาแม่ฮ่องสอน นะครับท่านประธานครับ นอกจากไปขจัดความเดือดร้อน ขจัดความยากลําบาก แล้วก็ไป ยกระดับความเปึนอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นแล้ว เราจะได้ผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ติดตามมาอย่างมหาศาลเลยครับท่านประธานครับ แม่ฮ่องสอนยังมีอะไรดี ๆ อีกเยอะเลย ท่านประธานครับ จะเปึนแหล่งท่องเที่ยวก็สามารถทําเปึนแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกได้ จะค้าชายแดนก็สามารถจะทําประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล แม่ฮ่องสอนมีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าเปึนระยะทางยาวหลายร้อยกิโลเมตร สามารถค้าขายกับประเทศพม่าได้อย่างสะดวก ตั้งแต่ภาคกลางไปจนถึงภาคเหนือของ ประเทศพม่าครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดวางยุทธศาสตร์ที่ดี ๆ ดําเนิน ยุทธวิธีที่ดี ๆ ผมว่าจะสามารถช่วยประเทศได้โดยเฉพาะในยามที่มีวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างเช่นในขณะนี้ ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้ลองคิดกันดูก็แล้วกันครับ ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าเรื่องเบา ๆ สมองให้ท่านประธานฟัง สักนิดหนึ่ง เห็นท่านประธานหนักมามาก หนักมาหลายวันแล้ว เปึนเรื่องน่ารัก ๆ ของ ชาวเขาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พี่น้องชาวดอยที่อําเภอสบเมย ท่านประธานครับ ผมไป ร่วมงานแต่งงานที่บนดอยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวอําเภอไปประมาณสัก ๒๐ กิโลเมตรครับ แต่ผมใช้เวลาเดินทาง ๑ ชั่วโมงครับท่านประธาน ๑ ชั่วโมงจริง ๆ ครับ เร็วกว่านั้นไม่ได้ เร็วกว่านั้นเดี๋ยวไปร่วมงานแต่งงานตามเหวต่าง ๆ ไม่ไหวครับ ท่านประธาน หรือไม่ก็อย่างไรก็ไม่ไปถึงถ้าเกิดเร็วกว่านั้น เพราะว่าไม่อย่างนั้นรถมันก็พัง นะครับท่านประธาน มันเปึนหลุมเปึนบ่อมันลื่นไปหมดครับท่านประธานครับ พอไปถึงปัูบ ท่านประธานก็คงทราบเคยเปึนทหารนะครับท่านประธานครับ ไปถึงก็ตั้งวงกินข้าวกินปลา กันง่าย ๆ แบบชาวบ้าน ๆ ปรากฏว่าเขาก็เชิญผมไปนั่ง รู้สึกบ้านนั้นจะมีฐานะที่ดีกว่า คนอื่นเขาในหมู่บ้านนั้น มันเปึนอย่างไรครับ พื้นเปึนไม้กระดาน ฝาเปึนไม้กระดาน หลังคาเปึนกระเบื้อง ก็มีอีกหลายหลังเหมือนกันที่หลังคาเปึนกระเบื้องแต่ว่าส่วนมากก็ยัง เปึนหลังคาใบตองตึงอยู่ ฝาบ้านก็เปึนแบบฟาก ฟากไม้ไผ่ที่สับ ๆ เปึนแผ่นแล้วก็ปะ แบบนั้นครับ แล้วก็บ้านนี้มีส้วมซึมด้วยครับท่านประธาน ที่เรียนเช่นนี้ก็เพราะว่าอยากจะ ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยว่า ห้องน้ําห้องส้วมยังขาดอีกพอสมควร ในประเทศ ไทยโดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรายังกันดารกันอยู่แต่ ว่ามันก็ดีขึ้นมากแล้วครับ ถ้าเกิดว่าเทียบกับแต่ก่อนนี้ ท่านประธานครับ พอนั่งกินกัน ก็พูดคุยกัน ปรากฏว่ามีคนหนึ่งเขาบอกว่าท่าน ส.ส. ท่าน ส.ส. ช่วยบอกหมอให้ขึ้นมาฉีด ยาคุมกําเนิดข้างบนหมู่บ้านแถว ๆ นี้ให้ด้วยเถอะ เพราะว่าถ้าเกิดเขาลงไปโดยเฉพาะ หน้านี้นะท่านประธาน มันเสียเวลาและมันเสียค่าใช้จ่ายเปึนจํานวนมาก มันเสียเวลาเปึน วัน ๆ เลยครับท่านประธาน ผมก็เลยบอกว่า เอ๊ะทําไมเรื่องแค่นี้จะต้องให้ผมไปบอกให้ ตัวเองแต่งตั้งชาวบ้านไปมันก็ได้อยู่แล้วครับ เขาเลยบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ มีคนเขา บอกขึ้นมา บอกแล้ว อ้าวแล้วบอกแล้ว แล้วทําไมต้องมาบอกผมอีก ไปบอกแล้วแต่หมอ เขาว่าอย่างนี้ท่าน ส.ส. เขาว่าอย่างไร เขาบอกว่า หน้าฝนก็บ่ต้องนอนกับเมีย หน้าฝนไม่ ต้องนอนกับเมียครับท่านประธาน เขาบอกว่าหมอพูดกับเขาแบบนี้ อันนี้มันเปึนเรื่องที่ผม อยากจะเล่าให้เบา ๆ ฟังไม่ให้มันหนักมากนัก ก็ขอเรียนเน้นไปถึงท่านเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับท่านประธานว่า ไม่ต้องไปตําหนิติเตียนหรือไปสืบสาว ราวเรื่องกับทางเจ้าหน้าที่ที่นั่น ที่จริงมันเปึนการกระเซ้าเหย้าแหย่กัน พวกเขารักใคร่ สามัคคีกันดี เหมือนคนบ้านนอกทั่วไปนี่ครับท่านเขารักกันดีแล้วเขารู้เรื่องกัน แต่เขาเล่า ให้ผมฟังเชิงสนุกด้วยครับท่านประธานครับ ที่ผมนํามาเล่าอีกประการหนึ่งก็คือมัน สามารถสื่อความหมายได้อีกหลาย ๆ อย่าง ท่านประธานครับ สื่อความหมายถึงความ ทุรกันดาร ความเดือดร้อน สภาพวิถีชีวิตความเปึนอยู่ แต่ผมว่าเขามีความสุขกว่าพวกเรา นะครับท่านประธาน กว่าพวกเราในเมือง เขาอาจจะไม่ค่อยมีรายได้แต่ว่าเขาก็มีรายจ่าย น้อยแล้วก็มีความสุข เขาอาจจะยากจนแต่เขามีความสุขทางใจมาก ๆ ผมไปผมก็มี ความสุขมากกว่าผมอยู่ในเมืองนะครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ที่อยากจะพูดก็คือว่า แหมเวลาน้อย อย่างนั้นเอาเรื่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอนหมดเลยดีกว่า ที่จริงอยากจะพูดเรื่องประชุมที่เมื่อ ๒ วันที่แล้วด้วย นะครับ พอดีคงไม่มีเวลาแล้วครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมานี้มันเปึนความทุรกันดาร มันแสดงภาพถึงความทุรกันดาร ภาพของการขาดแคลน ขาดแคลนทั้งกําลังคน ทั้งงบประมาณที่จะไปช่วยให้เพียงพอต่อการบําบัดทุกข์บํารุงสุขของพวกเขาครับ เบี้ยเสี่ยงภัยนะครับท่านประธานครับ อย่าไปตัดเขานะครับ ฝากไปบอกทางรัฐบาลด้วย อย่าไปตัดเขาเลยเบี้ยเสี่ยงภัยนะครับ ไม่เท่าไรหรอก พวกเขาขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปฉีดยา ข้างบน ค่าน้ํามันมันก็หมดแล้วนะครับท่านประธาน ไม่รวมกับที่จะต้องมาซ่อมรถ ส่วนใหญ่ก็ใช้รถมอเตอร์ไซค์ส่วนตัวของตัวเองทั้งนั้น มันออกจากบ้านก็เสี่ยงแล้วครับท่านประธานครับ ๑,๘๒๖ โค้ง ไม่รู้วันไหนดวงซวยไปแวะ อยู่โค้งไหนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่าไปตัดเขาเลยครับ รีบอนุมัติไปให้เขาเร็ว ๆ เบี้ยเสี่ยงภัย ครับต้องฝากไว้ด้วยครับท่านประธาน ก็มีภาพผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อยากจะเรียนให้ ท่านประธานฟังครับท่านประธานครับ ครูน่าชื่นชมมากเลยตัวนิดเดียวยังสาว ๆ น่ารัก ขี่มอเตอร์ไซค์นะครับขึ้นไปสอนเด็กนักเรียนบนดอย โดยเฉพาะหน้าฝนท่านประธานเชื่อ ไหมครับ เหมือนกับขี่ในสนามมอเตอร์ครอส (Motocross) ครับท่านประธานครับ ถ้าเกิด ไปจับแขนเขาได้ผมว่าแขนเขาคงแข็งน่าดูเลยนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนภาพของความ น่าชื่นชมและน่าเห็นใจสําหรับครูบนดอยที่แม่ฮ่องสอนนะครับ พูดถึงครูบนดอยแล้วก็ ขอเรียนฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ มันมีไม่กี่ โรงเรียนหรอกครับท่านประธานครับ ที่สามารถจัดให้ครูที่เรียนวิชาเอกมาไปสอนตาม วิชาเอกได้ที่เขาเรียนมานะครับท่านประธานครับ นอกนั้นภาพที่ผมอธิบายในสภานี้หลาย ทีแล้ว แล้วก็ขอมาหลายทีว่าอยากจะให้หมดไปมันไม่หมดสักที ครูคนเดียวสอนเด็ก นักเรียนพร้อมกันที ๓-๔ ชั้นเรียนในเวลาเดียวกันในห้องเรียนเดียวกัน ก็ไม่รู้เขาทําได้ อย่างไร นี่ครับภาพพวกนี้ผมอยากจะให้หมดไป ขอร้องแล้วก็หวัง หวังมาหลายป้แล้ว แล้วก็ยังจะหวังต่อไป ก็ไม่รู้จะหวังไปจนกว่าผมตายก่อนหรือเปล่ามันถึงจะหมดไป ก็ขอ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ ก็เย้าแหย่กันเพราะว่าท่านไม่อยู่ ก็คุ้นเคยกันดี ฝากท่านรัฐมนตรีที่อยู่ไปก็แล้วกันครับ
ท่านประธานครับ เรื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่เด็กในเมือง ท่านประธานเอาไปใช้ติดเกมอินเตอร์เน็ตกันจนงอมแงม จนผู้ปกครองปวดหัวกันไปหมด ท่านประธานครับ ท่านประธานได้ยินแบบผมนี่ท่านประธานจะคิดอย่างไร ท่าน ส.ส. ครับ ช่วยหาคอมพิวเตอร์มาให้ผมสักเครื่องหนึ่งเถอะ เอาเก่า ๆ ก็ได้ เด็กที่นี่ยังไม่เคยเห็น ไม่รู้จักคอมพิวเตอร์ โอ ท่านประธานครับ มันน่าตกใจเหมือนกัน แต่ว่าที่เรียน ท่านประธานนี่ก็ต้องขอชมเชยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการนี่พอท่านรู้แล้ว ท่านก็รีบทําโครงการของบมาเลย ก็ได้งบไปจริง ๆ คืองบตามป้ ๒๕๕๒ รู้สึกว่าจะได้ไป ประมาณ ๑๐ ล้านบาท แต่มันเกิดผิดพลาดทางเทคนิคขึ้นมา ไม่รู้ผิดพลาดตรงไหน ปรากฏว่าทั้งหมดมันไปลงอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา เขตที่ ๑ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมี ๒ เขตพื้นที่การศึกษาครับ เขตที่ ๒ ก็คืออําเภอแม่ลาน้อย อําเภอแม่สะเรียง อําเภอสบเมย ปรากฏว่าไม่ได้สักเครื่องเลยเพราะว่า พ.ร.บ. กําหนดให้ ไปลงที่นั่น ก็ปรากฏว่าก็เลยโดนถามว่าที่นี่เปึนเมียน้อยหรืออย่างไร เด็กเขต ๒ ฉลาดกว่า เด็กเขต ๑ หรืออย่างไร เอ๊ะ มันไม่เท่าเทียมอะไร โดนต่อว่ามาเลย ปรากฏว่าท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็ดีครับ พอท่านรับทราบแล้วท่านก็เลยรีบทําโครงการแล้วกะว่า จะขอในงบประมาณ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๓ นี่ครับ แต่ผลปรากฏว่าได้รับทราบมาแล้ว แล้วก็ หาแล้วก็ไม่เจอก็แสดงว่าถูกตัดไปแล้ว กระผมต้องฝากกราบเรียนขอความกรุณาจากท่าน นายกรัฐมนตรี เพราะท่านเปึนคนเดียวที่จะทําบุญทํากุศลให้กับเด็กที่นั่นได้ ให้เขาได้รู้จัก ให้เขาได้ลูบคลําสักหน่อยก็ยังดีครับท่านประธานครับ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่าน ถืองบกลางไว้ ก็เดี๋ยวฝากท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ด้วยช่วยเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ
ท่านประธานครับ อีกนิดหนึ่งครับ เอาอีกเรื่องเดียวแล้วกัน แหย่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ แหย่เล็ก ๆ ในฐานะคุ้นเคยกันไม่มีอะไร นะครับ ท่านไม่อยู่ท่านคงฟังอยู่นะครับท่านประธานครับ ก็เรื่องนโยบายเรียนฟรีอย่างมี คุณภาพ ท่านประธานครับ คําว่า ฟรี นี่ไม่ต้องชาวบ้านหรอกผมเองผมได้ยินผมยังว่า เอ๊ะ มันฟรีมันต้องไม่เสียเงิน พาลูกไปเข้าโรงเรียนแล้วต้องไม่เสียเงิน ท่านประธานครับ พรรคพวกผมพาหลานไปเข้าโรงเรียนอนุบาล ๑ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่บอกว่าโรงเรียนไหนหรืออําเภออะไร ปรากฏว่าเสียค่าใช้จ่ายไปทั้งหมด ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาทเขาก็จ่ายไป ปรากฏว่าตอนหลังทางโรงเรียนก็มีหนังสือบอกว่าให้ไปรับเงิน เนื่องจากนโยบายเรียนฟรี ดีใจมากเลยครับ โอ้โฮ ชมเปาะเลยนะครับท่านประธาน ตอนหลังมาเจอผมหลังจากที่กลับจากโรงเรียนแล้วคราวนี้บ่นขรมเลย ไม่บ่นได้อย่างไร ท่านประธาน เขาคิดว่าเขาจะได้คืนเงิน ๕,๐๐๐ บาท ตอนนี้หาเงินยากอยู่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ ๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่เงินน้อย ปรากฏว่าตั้งใจไปรับเงิน ๕,๐๐๐ บาท ได้คืนมา ๖๐๐ บาท มันก็เปึนเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ได้ประหยัดไปอยู่ ๖๐๐ บาท แต่ว่าเขาคงจะเสียความรู้สึก เนื่องจากการคาดหวังที่มากกว่านี้ครับ ก็เล่าให้ท่านฟัง คือมันก็เปึนสิ่งที่ดีครับ เมื่อทํา โพลไปแล้วเรื่องความพอใจทําสถิติไปแล้วก็ลองทําสถิติเรื่องเสียความรู้สึกสักหน่อยก็ยังดี ท่านประธานครับ ก็ไม่ต้องซีเรียสอะไรเรื่องนี้ ก็หมายความว่าต้องการจะเรียนท่าน รัฐมนตรีว่าพยายามทําให้สําเร็จให้เขาได้รับตามความหมายของคําว่า ฟรี ให้เต็มที่ นะครับท่านประธาน ผมก็จะชื่นชมท่านแล้วก็จะปรบมือให้ท่านด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เรื่องคอมพิวเตอร์เผอิญพวกเราได้รับคอมพิวเตอร์โน้ตบุคสมัยการ ประชุมสภาสมัยก่อนโน้นนะครับ ทางสภาอาจจะมีการจําหน่าย ผมจะประสานกับสํานัก ไอซีที ให้นะครับว่าอย่าไปจําหน่ายเลย ให้ซ่อมแล้วก็ไปบริจาคให้กับนักเรียนที่ยากจน ซึ่งก็จะต้องฝากพวกเราบรรดาสมาชิกเปึนผู้นําไปแจกจ่ายให้ด้วยนะครับ น่าจะเปึนผลดี แก่การศึกษาด้วย ก็ฝากเปึนข้อคิดเห็นไว้อีกเรื่องหนึ่ง ต่อไปคุณนิยม เวชกามา ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่างบประมาณนี้ไปเกี่ยวเนื่องกับพระราช กําหนดกู้ยืมเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็พระราชบัญญัติกู้ยืมเงินเหมือนกัน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทั้งพระราชกําหนด พระราชบัญญัติ ผ่านไปแล้ว ๒ วันที่ผ่านมา ซึ่งเปึนการผ่านอย่างลุกลี้ลุกลน ประเภทพวกมากลากไป แล้วกัน วันนี้ผมเองจึงต้องขอพิจารณาแล้วคงผ่านเรื่องยากเหมือนกัน พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผมพิจารณาแล้วหลายเรื่อง หลายกระทรวง บางอันมากไปเรื่องงบประมาณ บางอันไม่พอ น้อยไป พวกผมทั้ง ๓ คน ตอนนี้นั่งเรียงกันอยู่ต้องขึ้นมาพูดลักษณะว่า มันเปึนอย่างไรท่าน ส.ส. สุชาย ศรีสุรพล แล้วก็ ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล ท่านประธาน ครับ เนื่องจากมันเปึนความเกี่ยวพันกันระหว่างพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของพระราชบัญญัติ งบประมาณฉบับนี้ ผมถึงกราบเรียนว่า หลายเรื่องงบประมาณบางอย่างซึ่งผมต้องขอ กราบเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาดูด้วย ท่านไม่อยู่ก็ฝากท่านประธานสภาด้วยว่า เนื่องจากงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ผมเองไปเห็นมาแล้วหลายเรื่องใน ส่วนของจังหวัดสกลนครในส่วนของการเลือกตั้งซ่อมคราวนี้ ผู้บริหารสูงสุดของ กระทรวงมหาดไทยไปประกาศแจกงบประมาณ อบต. ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงเปึนห่วงว่า การบริหารงบประมาณคราวนี้มันจะโปร่งใสหรือไม่หรืออย่างไร ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เพราะเห็นจากพฤติกรรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผม ต้องขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแลด้วย เพราะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ใช่เปึนนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเดียว ที่ว่ามานี้ในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ของผมที่เห็นอยู่กับตาทุกวันนี้ ๕ อําเภอ ๓๘ ตําบล ๓๘ อบต. ปรากฏว่าท่านไปประกาศหมดแล้วครับว่า อบต. ในส่วนเขต เลือกตั้งที่ ๓ ๓๘ อบต. ท่านประกาศว่าจะแจก อบต. ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงเปึนห่วงว่า งบประมาณส่วนนี้ก็คือเงินหลวงเหมือนกัน จะเปึนงบประมาณป้ ๒๕๕๓ หรือไม่ หรือ งบประมาณกลางป้ผมไม่ทราบ แต่ท่านประกาศวันนี้ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าการที่เอา งบประมาณไปแจกให้ อบต. ต่าง ๆ ที่ท่านประกาศไปนี่มันเข้าข่ายในการบริหาร งบประมาณหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทราบด้วยครับว่าถ้าแบบนี้แล้วมันจะเปึนการ โปร่งใสไหม งบประมาณนี้จะเข้าถึงชาวบ้านร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่อย่างไรผมไม่ทราบ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้มาดูเรื่องนี้ด้วย แต่ผมไม่ใช่อิจฉา ไม่ใช่เขตเลือกตั้งผม แต่ผมก็ไปอยู่สกลนครผมดีใจ แต่บังเอิญว่าเขตเลือกตั้งอีกส่วนหนึ่ง ในเมื่อเขาได้ยินว่าท่านประกาศจะให้ อบต. ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนอีกซีกหนึ่งบอก ไม่ได้เลยอย่างนี้ หรือถ้าจะได้กลุ่มนั้นก็ต้องมาช่วยงานกลุ่มนี้ถึงจะได้ ผมจึงเปึนห่วงว่า งบประมาณในส่วนนี้เท็จจริงเปึนอย่างไร ผมฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้มาดูแลด้วยนี่คือส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งซึ่งผมต้องพูดถึงคือพอในส่วนของ อีสานคือสกลนครบ้านผมมีปัญหาเรื่องน้ํา บางท่านอาจจะพูดไปแล้วท่านผู้ทรงเกียรติ แต่วันนี้ผมต้องพูดด้วยเพราะว่างบประมาณในเรื่องน้ําเปึนเรื่องที่จําเปึน แต่ปรากฏว่า ในส่วนของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตาม ในส่วนของกรมทรัพยากร น้ําก็ตาม ผมดูงบประมาณแล้วปรากฏว่าน้อยนิดเหลือเกินในเมื่อคิดจากคราวที่แล้วลดลง เพราะของเดิมจริง ๆ มันก็ไม่พออยู่แล้ว แต่คราวนี้กรมชลประทานเหลืออยู่ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ จากเดิม ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนที่เห็นว่าแล้วผมก็ตรวจดูใน โครงการต่าง ๆ ในส่วนของงบประมาณนี้ปรากฏว่าไม่มีในส่วนของการพัฒนาแหล่งน้ํา ที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสานคือ ทะเลสาบหนองหานผมไม่มีเลยครับ ผมฝากท่านประธาน ว่าเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน เพราะในยุคท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าหนองหานจะต้องรับการพัฒนาเพราะจะใช้เปึน ที่พักน้ําดิบที่ผันมาจากเขื่อนน้ํางึมแต่ก็ถูกตัดไป วันนี้ไม่ได้งบประมาณสักบาท ดูนโยบาย ในโครงการป้ ๒๕๕๓ ก็ไม่มี จึงฝากว่ากรมชลประทานงบน้อยอยู่แล้วยิ่งถ้าถูกตัดไปเหลือ น้อยเข้าไปอีก แต่ผมก็เห็นใจเพราะยุคนี้เงินเราไม่มี รัฐบาลอยู่ในช่วงถังแตก แต่ก็ต้องน่า เห็นใจว่าปัญหาเรื่องน้ําเปึนเรื่องใหญ่ เปึนปัญหาปากท้องซึ่งเปึนปัญหารากหญ้าที่ต้อง พูดถึง ต้องคิด แล้วกลับไปดูที่กรมทรัพยากรน้ําผมนึกว่าจะได้มาก เพราะว่ากรม ทรัพยากรน้ําก็เปึนผู้มีบทบาทในเรื่องปัญหาปากท้องของชาวบ้านเรื่องน้ํา ผมบอกแล้ว อีสานเรื่องน้ําเปึนเรื่องใหญ่ ภาคเหนือก็เหมือนกัน ทั้งท่วม ทั้งแล้งนี่ละมันเปึนเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเกิดงบประมาณถูกตัดไปในส่วนของสกลนครเอง ผมดูแล้วมันแทบไม่มีเลยในส่วนนี้ คือของกรมทรัพยากรน้ํางบประมาณป้ ๒๕๕๒ ๔,๐๘๑.๔ ล้านบาท แต่มาวันนี้เหลืออยู่ ๒,๘๕๖ ล้านบาท เหลือครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนนี้ผมก็ไปเป่ดดูเหลือ นิดเดียวแทบไม่มีในสกลนคร หรือภาคอีสานก็ตัดไปหมด แต่ก็เห็นใจอยู่ แต่ว่าในส่วนนี้ ทําไมต้องตัดออกไปเยอะทั้ง ๆ ที่ในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฝากว่ามันเปึนเรื่องที่จะต้องคิด
และเรื่องอีกเรื่องหนึ่งซึ่งต้องบอกว่าวันนี้งบซึ่งเปึนงบซึ่งดูแลรากหญ้า จริง ๆ ถึงแม้ท่านจะเปลี่ยนชื่อกลับไปกลับมาหลายอันจากโครงการ เอสเอ็มแอล เดิมของ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วันนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เปึนชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง แต่วันนี้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบผมหน่อยว่าที่หายไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ตัดออกมันอะไรครับ อันนี้งบที่ชาวบ้านเขาดูแลกันเองได้แต่วันนี้ถูก ตัดไป ถึงความเปึนจริงวันนี้จากงบ เอสเอ็มแอล เปึนแนวคิดของชาวบ้านเองซึ่งเปึน แนวคิดของท่านทักษิณ ชินวัตร แต่วันนี้เราเปลี่ยนชื่อเปึน เศรษฐกิจพอเพียง แล้วให้ กระทรวงมหาดไทยดูแล อาจจะถูกดูดไปบ้างหัวคิวก็ไม่เปึนไรถ้างบไม่ถูกตัด แต่วันนี้ถูก ตัดไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไรมันเกิดขึ้นตรงนี้ แล้ว ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ซึ่งพ่อแม่ พี่น้องบ้านผมก็อาศัยเงินจุดนี้ละ มีเงิน ๓๐ บาทไปรักษาได้ทุกโรคที่โรงพยาบาล วันนี้ถูก ตัดไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้รัฐบาลท่านคิด อย่างไร วันนี้ต้องบอกว่าถ้าเขาไม่มีเงิน งบถูกตัดไปอะไรยิ่งความยากจนยิ่งมีอยู่แล้วท่าน ลืมหรือรากหญ้าเขาก็อาศัยเงินส่วนนี้ แต่ท่านบอกตัดไปแล้วนี่ ต้องตอบเลยว่าทําไมต้อง ตัดไปตั้ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ละเลยคนยากจนใช่ไหมครับ ละเลยไม่ดูแลคนยากจนใช่ไหมครับ อันนี้ต้องฝากท่านว่า ต้องคิด คิดแล้วว่าทําอย่างไร แล้วก็ฝากท่านดูแลหนองหานทะเลสาบอังกฤษผมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
คุณนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ถูกพาดพิง ครับ
ขอพาดพิงหรือครับ
ครับผม
ขอสั้น ๆ นะครับพาดพิง
ครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากจังหวัดสกลนครอยู่ในเขตเลือกตั้งของผม ผมขออนุญาตชี้แจง ที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อภิปรายพาดพิงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเปึนรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่บอกว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปรับปาก อบต. ว่าจะให้ อบต. ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมอยู่พื้นที่ในการเลือกตั้งตลอด ผมไม่เคย ได้ยินที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปรับปากกับ อบต. หรือรับปากกับ ชาวบ้านว่าจะให้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะว่าถ้าไปพูดอย่างนั้นก็เปึนการที่ผิดกฎหมาย ท่านผู้อภิปรายก็สามารถที่จะฟัองร้องหรือทําเรื่องถึง กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ให้ดําเนินการคดีต่าง ๆ ได้ ผมขออนุญาตให้ท่าน ส.ส ทวีวัฒน์ ได้ยืนยันชี้แจงอีก ครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
คงไม่ต้องหรอกครับ คุณภูมิพัฒน์อภิปรายท่านเดียวก็เข้าใจแล้วนะครับ คุณนิยมจะขอ พาดพิงกลับหรือครับ ต้องขออย่างนี้เลยครับว่าการพาดพิงกันไปมาถ้าไม่จําเปึนก็ไม่ต้อง พาดพิงแล้วก็ไม่ต้องลุกขึ้นมานะครับ ขอสั้น ๆ นะครับ
ขอนิดเดียวครับท่านประธาน ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เดี๋ยวถ้าไม่พูดเดี๋ยว ชาวบ้านที่ฟังอยู่จะว่าผมเปึนคนโกหก เรื่องนี้ผมไม่ได้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเปึนคนไปประกาศแจกโดยตรง แต่เปึนที่ทราบกันในหมู่ของนายก อบต. ๓๘ อบต. บอกว่าถ้าทํางานเต็มที่แล้วท่านบอกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้มา บ้านผม เรียกว่า ใส่ข้าวเขียวครับ ซื้อข้าวเขียวก่อน นี่รู้กันทั่วไปครับ แล้วพรรคพวกผมใน โซน โน้นมาช่วยก็บอกเอาเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ครับ มีพยานครับ ฝาก กกต. ดูแลด้วยครับเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานขออนุญาต
ไม่อย่างนั้นก็พาดพิงกันไปมาครับ ไม่เปึนไรครับเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านมาตอบเองเลยนะครับ คุณนิอาริสยืนรอนานแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยท่านก็มาชี้แจงได้ในตอนเย็นนะครับ คุณนิอาริส ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัด นราธิวาส ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานขออนุญาตทําความตกลงก่อนนะครับว่าสัดส่วน ของผมวันนี้ ๑๐ นาที ถ้าหากว่าผมใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที ผมขอยกประโยชน์ให้กับ คุณชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ นะครับ ตกลงตามนี้นะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ อยู่ด้วยกัน ๒-๓ ประเด็น ด้วยนะครับท่านประธาน
ประเด็นแรก ปัญหาความไม่สงบภายในภาคใต้ในการใช้งบประมาณ นะครับท่านประธาน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสถานการณ์ความไม่สงบ มิถุนายน ป้นี้นะครับท่านประธาน ปัญหาความไม่สงบทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปึนเหตุ ผิดวิสัยที่เกิดขึ้นตลอดนับตั้งแต่เหตุการณ์เผาร้านค้าในจังหวัดยะลาเปึนต้นมา ลามไปถึง การยิงครูที่ท้อง ๘ เดือนเสียชีวิต แล้วก็ไปถึงการยิงพระ แล้วก็ไปยิงมัสยิดที่เสียชีวิต ทั้งหมด ๑๑ ราย แล้วก็บาดเจ็บ ๑๒ รายนั้น ทั้งหมดเปึนความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อ พี่น้องชาวไทยพุธและชาวไทยมุสลิมเปึนอย่างมากท่านประธาน ผมขอนับย้อนไปตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ขอนับย้อนไปเพื่อเปึนกรณีศึกษาในการจัดงบประมาณในพื้นที่นะครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ นับระยะเวลาทั้งหมด ๕ ป้ ท่านประธาน เหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้เสียชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งชาวบ้าน ทั้งหมด ๓,๕๕๐ คน เปึนข้อมูลจากศูนย์ข่าวอิสลามนะครับ ท่านประธาน แล้วเม็ดเงินงบประมาณที่ลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบตลอด ระยะเวลา ๕ ป้ที่ผ่านมาเปึนตัวเลขกลม ๆ เลยครับท่านประธาน ทั้งหมด ๑.๐๙ แสนล้านบาทครับท่านประธาน ซึ่ง ๑.๐๙ แสนล้านบาท แบ่งออกเปึน ๒ ส่วนดังนี้ ก็คือ ๑. งบพัฒนา ๕๘,๐๐๐ ล้านกว่าบาท แล้วก็งบด้านความมั่นคง ๕๑,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ท่านประธานครับ ทําไมถึงเอาตัวเลขนี้มาครับ เพราะกําลังจะบอกถึงว่างบประมาณบางที ลงไปมากเท่าไรมันก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ท่านประธาน แต่เหตุที่ผมเอามาก็คือเปึนการบริหารในการขจัดความขัดแย้งในพื้นที่ที่ล้มเหลว โดยสิ้นเชิงนะครับท่านประธาน แต่ในวันนี้ไม่ใช่ครับท่าน ในวันนี้กับประมาณอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่จะลงในป้ ๒๕๕๓ กับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับไม่เปึนอย่างนั้นครับ นโยบายของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือมีนโยบายว่า การเมืองนําการทหาร เท่านั้นล่ะครับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ได้เห็นโยบายตัวนี้กลับขานรับ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นผม ขอเสนอ ๒ เงื่อนไข ขอแนะนํา ๒ ข้อเปึนหลักประกัน ก็คือ
๑. งบพัฒนา ๑๖,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ในส่วนของ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากจะให้พัฒนาในพื้นที่เปึนไปอย่างโปร่งใส โครงการต่าง ๆ มีการตรวจสอบและ ถึงมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่แท้จริง
๒. ก็คือเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นท่านประธานครับผมอยากจะให้มีการ ดําเนินคดีให้เปึนไปอย่างยุติธรรมกับทุกฝ์าย ผมเข้าใจครับ อาจจะต้องใช้เวลามากในการ หาพยานหลักฐานแต่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่ติดใจเลยนะครับ ขอเพียงแต่ว่าเหตุการณ์ ทั้งหมดที่จับกุมคนที่ก่อการทั้งหมดให้เปึนคนที่ก่อการจริง ๆ ไม่ใช่ไปจับแพะมา ท่านประธาน ท่านประธานครับ ไปที่ประเด็นที่สองเลยนะครับท่านประธาน ผมขอฝาก ประเด็นแรกไว้เท่านี้นะครับ
ประเด็นที่สองครับท่านประธาน เรื่องการประกันราคาพืชผลทาง การเกษตร โดยเฉพาะยางพาราครับท่านประธาน ซึ่งเปึนพืชผลการเกษตรที่มี คณะรัฐมนตรีพูดถึงน้อยมาก วันนี้ราคายางแผ่นดิบตกต่ํามากครับ พี่น้องชาวเกษตรกร ที่เปึนชาวสวนยางพารามีความเดือดร้อน ผมต้องขอกล่าวสั้น ๆ อย่างนี้ครับท่านประธาน ยางพารามีการแบ่งคุณภาพชั้นทั้งหมด ๓ ชั้น ก็คือ ชั้น ๑ ชั้น ๒ ชั้น ๓ เกษตรกรส่วนใหญ่ ตอนนี้มีศักยภาพในการผลิตยางพาราแค่ระดับคุณภาพชั้น ๓ วันนี้ผมพยายามจะเอา ราคาคุณภาพชั้น ๓ มาอิง เพราะว่าเปึนศักยภาพเกษตรกรส่วนใหญ่ที่สามารถผลิตได้ นั่นก็คือยางพาราแผ่นดิบคุณภาพในขณะนี้มีราคากิโลกรัมละ ๔๓-๔๖ บาท ซึ่งต้นทุน ที่แท้จริงในการผลิตยางในคุณภาพชั้น ๓ อยู่ที่ประมาณ ๔๘-๕๐ บาท ดังนั้นการประกัน คุณภาพจะต้องเอาต้นทุนการผลิตบวกกําไรเข้าไป ถ้าอยากจะให้พี่น้องเกษตรกรชาว สวนยางอยู่ได้โดยลืมตาอ้าปากได้ ผมบวกกันแล้วก็คือ ต้องไม่ควรน้อยกว่า ๕๕ บาทต่อ กิโลกรัมครับ ผมขอฝากท่านประธานไปยังถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยนะครับว่า คุณภาพยางชั้น ๓ ไม่ควรที่จะต่ํากว่า ๕๕ บาท เพื่อที่เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั้งหมด มีความสามารถอยู่ได้โดยที่พึ่งตัวเองนะครับ
ประเด็นที่สามครับท่านประธาน ประเด็นที่สามท่านประธานคงจะจําได้ นะครับ เมื่อ ๑-๒ ป้ที่ผ่านมาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีโครงการหนึ่งอยู่นะครับ ท่านประธาน ก็คือโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพื่อพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อป้สองป้ที่ผ่านมาเปึนนโยบายของรัฐบาลโดยตรงนะครับ คือตอนนี้โครงการผลิต ไปแล้ว ๓,๐๐๐ คน ถ้าจําตัวเลขไม่ผิดนะครับท่านประธาน แต่ผมกําลังจะถามว่า ขณะนี้ ได้มีการดําเนินการเรียนการสอนอยู่นี้มีการติดตามประเมินผลนักศึกษาที่ไปเรียนตรงนี้ มากน้อยแค่ไหน ข้อ ๑ นะครับท่านประธาน
ข้อที่ ๒ หลังจากที่มีการเรียนการสอบจบไปแล้วของเหล่าพยาบาลวิชาชีพ เหล่านี้นะครับท่านประธาน ผมอยากจะถามรัฐบาลว่า วันนี้ได้มีสถานที่ทํางานรองรับผู้ที่ เรียนพยาบาลวิชาชีพเหล่านี้หรือไม่ เพราะว่าไม่ใช่ว่าไปเรียนจบมาแล้วต้องมานั่งรอ ทํางานเข้าคิวกันทํางานอย่างนี้ไม่ใช่นะครับท่านประธาน เพราะว่าจะเปึนการเดือดร้อน รอบสอง เงินรัฐบาลที่สนับสนุนลงไปผมอาจจะเปึนการสูญเปล่าได้นะครับ ก็ต้องขอฝาก ท่านประธานไว้ ๓ ประเด็นเท่านั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณนิอาริสใช้เวลาไป ๗ นาทีกว่านะครับ เพราะฉะนั้นคุณชาญชัยก็จะได้สิทธิตรงนี้เปึน ๑๒ นาทีครึ่งครับ ต่อไปคุณสุชาย ศรีสุรพล ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาย ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณางบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ผมได้เป่ดดูรายการที่ เขาตั้งงบป้ ๒๕๕๓ ไว้ทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แต่วันนี้เปึนการ พิจารณาวันที่ ๒ แล้วนะครับท่านประธาน แต่ดูทางฝ์ายท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ไม่ค่อยสนใจเท่าไร ทั้งที่เปึนงบที่มากกว่างบประมาณที่เปึน พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.บ. เงินกู้นะครับ เพราะสังเกตที่นั่งไม่มีสักท่านเลยนะครับ อาจจะเปึนเพราะว่าท่านประธาน เมื่อผมมาดูตัวเลขนะครับ งบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ แต่เปึนเงินที่จะใช้จ่ายเปึนรายจ่ายประจํา ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ เปึนงบที่จะใช้เปึนงบลงทุนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ซึ่งถือว่า เปึนงบประมาณที่น้อยกว่างบ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ที่พิจารณาไป ๒ วันก่อนนะครับ ซึ่งเปึนเงินทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่ผมดูตัวเลขนี้เพราะผมเกิด ความวิตกกังวลท่านประธาน จากตัวเลขทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนรายได้ที่ คาดว่าจะได้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จะเปึนเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมวิตก ท่านประธาน เพราะว่างบรายจ่ายประจํา ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึนเงินเดือนของ ข้าราชการ เปึนรายจ่ายประจํานะครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ารายได้จะได้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อเก็บรายได้ไม่ได้ ต่อไปในอนาคตเราต้องหาเงินกู้ มาเพื่อจ่ายเงินเดือนข้าราชการแล้ว ท่านประธานครับ สังเกตดูตัวเลขนะครับ ในป้ ๒๕๕๓ ต้องมีเงินกู้มาจ่ายเงินเดือนประจําเข้าคงคลังนะครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น ท่านประธานครับ ตอนนี้ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านชีวิตมีปัญหาทุกเขตพื้นที่ ทั่วประเทศครับ แต่ถามว่าตัวผมเองในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อําเภอภูเวียง ศรีชมพู หนองนาคํา ชุมแพก็ดีนะครับ มีปัญหาเรื่องน้ํา ถนนเหมือนกันท่านประธาน แต่ตอนนี้ มีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นอีกท่านประธาน ผมคิดว่าคงไม่ใช่เฉพาะเขตทางพื้นที่ผมเพราะว่า มันทั่วประเทศ ปัญหาที่ใหญ่กว่าเรื่องน้ําและถนนขณะนี้ท่านประธาน ปัญหาเรื่อง คนตกงานท่านประธาน รายได้ประชาชนทุกสาขาอาชีพท่านประธาน รัฐบาลเขาบอกว่า ไปกู้เพราะว่าเศรษฐกิจมันตกต่ําประเทศไทยไม่มีเงิน รัฐบาลตอนแรกท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้กล่าวนะครับ เมื่อเราไม่มีเงินผมก็เข้าใจ วิธีการหาเงินมาเพื่อที่จะ มากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างงานให้ประชาชน ท่านมีวิธีการอยู่ ๓ อย่าง ๑. คือ การกู้ท่านประธาน ๒. ขึ้นภาษี ๓. ขายทรัพย์สินแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย ที่ท่านนายนกรัฐมนตรีบอกว่าเราเลือกวิธีการที่เจ็บปวดน้อยที่สุดคือการกู้ ท่านประธาน การกู้เพื่อเอามากระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ นะครับ มาของบประมาณจากที่ประชุม ของเราเปึนงบกลางป้ ๒๕๕๒ ขอประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปตั้งกรรมาธิการ พิจารณาอยู่ประมาณ ๗ วัน ใช้เวลาอย่างรีบเร่ง เร่งด่วนที่สุดที่ผมได้กล่าวมาแล้วนะครับ ท่านประธาน มากระตุ้นเศรษฐกิจ ผมถามว่า กระตุ้นไปครั้งหนึ่งแล้วคนตกงานน้อยลง หรือไม่ รายได้ประชากรประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือเปล่า ท่านประธานครับ ไปถาม พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจทุกอย่าง คนตกงานก็เหมือนเดิม ไม่ว่าโครงการ ๒,๐๐๐ บาท บอกว่าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมถามว่าตัวเลขของรัฐบาลกระตุ้นได้ขนาดไหน โครงการต้นกล้าอาชีพ ท่านประธาน ผมว่ารายได้ต้นกล้าอาชีพมันตกถึงผู้ใช้แรงงานจริง หรือไม่ท่านประธาน ผมมองเห็นต้นกล้าอาชีพและผมนึกถึง ตอนนี้บ้านผมชาวนาเขา กําลังหว่านกล้า ต้นกล้าอาชีพก็คงจะเหมือนกันครับ ในนากล้าที่เราหว่านกล้าจะเขียว สวยงามมาก เพราะว่ามันจะมีปุิยมีน้ําอยู่ตรงที่เราเตรียมกล้านะครับ แต่ว่าชาวนาก็ยังมีเตรียมพื้นที่แปลงนา ไถนาเตรียมที่จะเอากล้านี้ไปปลูก แต่รัฐบาลนี้ ต้นกล้าอาชีพเอาให้แล้ว แล้วมีงานรองรับให้เขาแล้วหรือยัง หรือว่าต้นกล้าอาชีพนี้ฝ๊กคน ที่ยังไม่ตกงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมอยากจะกราบเรียนวันนี้ด้วย ความวิตกกังวลนะครับ งบประมาณเรากู้รวมไประยะที่ ๒ เขาเรียกว่า โครงการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ระยะที่ ๒ วงเงินกู้ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ดูงบเงินกู้ ที่เราจะกู้ทั้งหมดแล้วมาเปรียบเทียบกับรายได้ของประเทศของเราที่จะได้ป้หน้า ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อันเดียวนี้ก็มากกว่ารายได้ของเราที่จะได้ในป้หน้าแล้ว ท่านประธาน ในอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มากอบกู้เศรษฐกิจครั้งหนึ่ง จนนําพาเศรษฐกิจของประเทศเราก้าวหน้าออกไป ท่านทักษิณเคยพูดไว้ว่า ต่อไปประเทศ เราจะไม่กู้ เราจะต้องให้ประเทศอื่นมากู้ประเทศเรา แต่มา ณ วันนี้ท่านประธานเหตุการณ์ มันกลับเปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนแปลงเพราะอะไรท่านประธาน มีการปฏิวัติ ๓ ป้ให้หลัง หลังจากนั้นคนในประเทศเราก็ทุบขาตัวเอง ผูกคอตัวเอง เศรษฐกิจของเราเริ่มตกต่ํามา ก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะตกต่ํา ท่านประธานครับ หนี้ทั้งหลายทั้งปวงคือว่าผลบาปที่กระทํา ทั้งหมดนะครับ ไม่ว่ากลุ่มใดพวกใดก็แล้วแต่ตั้งแต่ปฏิวัติมา ตอนนี้ประเทศเราเลยต้องไป กู้อย่างเดียว ท่านประธานหลาย ๆ ท่านเคยบอกว่าเราจะต้องใช้หนี้เขาอีก ๑๐๐ ป้มันจะ หมดไหม ตอนนี้ภูมิใจไหมครับ เราภูมิใจไหมครับว่าจะไปทําถนน จะไปทําแหล่งน้ํา โดยใช้เงินกู้ทั้งหมด บางทีผมว่าเราต้องใช้เงินกู้เอามาจ่ายเงินเดือนข้าราชการด้วย ในอนาคต เพราะในรัฐบาลชุดนี้ไม่พูดเลยว่าเราจะหาเงินอย่างไร ในสมัยอดีตผมก็ยังดีใจ ว่าผมเคยไปกับอดีตท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านประธานครับ สมัยนั้นรัฐมนตรีทุกท่านออกไปขายของนอกประเทศ ทั้งหมด สินค้า โอทอป แต่ก่อนชาวบ้านกลุ่มแม่บ้านเขามีรายได้จากสินค้า โอทอป มา ณ วันนี้ไม่พูดถึงสินค้า โอทอป เลย จัดงานก็จัดให้มันลุล่วงไปเท่านั้นเอง ท่านประธาน ในอดีต ผมเคยไปกับอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ผมชื่นใจเพราะว่าผมไปกับท่าน ไปประเทศจีนไปดูว่ารถเทรลเลอร์ (Trailer) ของเราที่ขายสินค้าผลไม้ของเราเปึนร้อย ๆ คันทุกวัน กลับมาประเทศเราท่านก็มาบอกว่าเราขายสินค้าเกษตรของเราชนิดนี้ ไปเที่ยว นี้ขายได้กี่ตัน กี่แสนตัน กี่ล้านตัน นั่นคือการทํางานของรัฐบาลในอดีต แต่มาชุดนี้ ท่านประธาน ไม่กล่าวถึงเลยว่าจะหาเงินเพิ่มรายได้สร้างแรงงานให้ประชาชนอย่างไร พูดแต่ว่างบที่กู้มานั่นน่ะจะมาทําเรื่องน้ํา ผมขอกราบเรียนอีกนิดหนึ่งท่านประธาน เรื่องน้ํา ที่ทําผมอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาเรื่องน้ํา การที่จะแก้ไขปัญหาเรื่อง น้ําให้ได้จริง ๆ ให้ได้ผลจริง ทําตามโครงการในพระราชดําริ มีแผนแม่บทเรียบร้อยหมด ทุกประการ แต่ตอนนี้งบประมาณออกมาต่างกรม ต่างกระทรวงแย่งกันเอาออกไป มันเหมือนเขาเรียกว่า เบี้ยหัวแตก ท่านประธาน มันไม่ใช่เปึนบูรณาการในการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ํา และโดยเฉพาะนี่เปึนเงินกู้ท่านประธาน เราจะมาทําเล่นแบบนั้นไม่ได้ มันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้พูดว่าเราจะขาย สินค้าอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร น้ําดีเราผลิตข้าว ปลูกข้าวได้ผลผลิตได้ มันสําปะหลังมากมาย แต่เมื่อรัฐบาลขายไม่ได้ ผมถามว่ามันจะมีประโยชน์อะไร รัฐบาล ต้องมีความสามารถในการขายสินค้าท่านประธาน
แล้วสุดท้ายผมขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธาน การจัดสรรงบประมาณ หรือการตั้งงบประมาณในการก่อสร้างของส่วนราชการ ท่านประธานสังเกตไหมครับ ถ้าการก่อสร้างอาคารหลังหนึ่ง ถ้าเปึนเอกชนก่อสร้างใช้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเสร็จ แต่ของราชการต้องใช้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมเปึนอย่างนั้นท่านประธาน ผมเคยเปึน ผู้รับเหมา เพราะมันมีการลดสเปคท่านประธาน ถ้าเกิดมีการแก้ไขปรับปรุงในการ ออกแบบทั้งหมดผมคิดว่ามันจะเริ่มต้นในการแก้ไขในการประหยัดงบประมาณได้อย่าง มหาศาล ท่านประธานครับ เวลาผมหมดแล้ว มันก็เหลือนิดเดียวนะครับท่านประธาน ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาให้ถูกต้องนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ผมผ่าน เวลาไปนิดหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
คุณฟาริดา สุไลมาน ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคมาตุภูมิ ท่านประธานคะ ในการโหวต (Vote) นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคมนั้น ดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่ยกมือให้ การสนับสนุนท่านประชา พรหมนอก แล้วก็เหตุผลดิฉันไม่ยกมือสนับสนุนท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ด้วยเหตุผล ๒ ประการ นั่นก็คือ ว่า
ประการแรก ดิฉันไม่อาจทําลายความรู้สึกของพี่น้องประชาชนภาคอีสาน ได้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับพรรค พลังประชาชน ที่เขามีความเชื่อมั่นในนโยบายของการบริหารประเทศของพรรค พลังประชาชน
และประการที่ ๒ ดิฉันไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของพรรค ประชาธิปัตย์ เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาต เพราะ ส่วนใหญ่แล้วทั้งประชาชนก็เห็นว่ามีความเหมาะสมในการเปึนซีกฝ์ายค้านมากกว่าการที่ จะเข้ามาเปึนฝ์ายบริหาร อันนี้เปึนความรู้สึกเปึนเหตุผลส่วนหนึ่งที่ดิฉันให้การโหวตท่าน ประชา พรหมนอก
แล้วก็ประการที่ ๓ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ดิฉันไม่สบายใจถ้าเกิดว่าโหวต แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดพรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาล สิ่งที่เปึนความหนักใจที่สุดก็คือว่า ดิฉันเกรงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมากู้เงิน แต่อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มา เปึนรัฐบาล ดิฉันก็ให้การสนับสนุนแล้วก็ให้กําลังใจในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งที่เข้าใจ ในสถานการณ์ เหตุการณ์ของวิกฤติสถานการณ์ของประเทศชาติและสถานการณ์ของโลก ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเหตุการณ์เศรษฐกิจและเหตุการณ์ของความแตกแยกของคน ในชาติ ตลอดระยะเวลา ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น คนไทยเกิดความรู้สึก ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือความรู้สึกดีใจที่รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาเปึน รัฐบาลและได้มาเปึนนายกรัฐมนตรี ความรู้สึกนั้นดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ได้ นึกถึงที่มาของการเปึนรัฐบาลว่ามีที่มาของความชอบธรรมหรือไม่ หลาย ๆ คนให้การ สนับสนุน หลายคนให้กําลังใจโดยลืมสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อผ่านมา ๖ เดือน ความรู้สึกของ ประชาชนจากความรู้สึกดีใจกลับเปึนความรู้สึกของความผิดหวัง ที่ดิฉันจําเปึนที่จะต้อง กล่าวความรู้สึกนี้ เพราะ ๖ เดือนของการบริหารงานภายใต้การบริหารงานของท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งวันนี้สภาแห่งนี้จะต้องผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ซึ่งตลอดระยะเวลาภายในสัปดาห์นี้ ท่านสมาชิกสภาอันทรงเกียรติก็ได้มีการ พิจารณางบประมาณราชการแผ่นดิน รวมทั้งงบเงินกู้ด้วย ซึ่งก็คงไม่ได้ทําให้ดิฉันผิดหวัง ที่ไม่ได้โหวตท่าน เพราะสภาแห่งนี้เพิ่งผ่านงบประมาณมาให้ในการกู้เงินบริหารราชการ แผ่นดินเปึนเงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสองวันที่แล้ว แล้วก็ในป้ ๒๕๕๒ อีก ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในวันนี้ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมระยะเวลา ๖ เดือนนั้น เราจะต้องรับภาระรับผิดชอบเงินกู้ทั้งในประเทศแล้วก็ ต่างประเทศรวมเบ็ดเสร็จร่วม ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นจาก เหตุผลต่าง ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวมานั้น ในการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น ดิฉันจึงเกิด ความไม่มั่นใจ และดิฉันจึงเกิดความรู้สึกที่ไม่สบายใจ แล้วก็ส่วนหนึ่งก็คือว่ามีความ ลําบากใจที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้ค่ะท่านประธานคะ
ข้อ ๑ จากการพิจารณางบประมาณเงินกู้ เราได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่มี แผนงานที่ชัดเจน แล้วก็เร่งนํางบประมาณเหล่านี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร อย่างเช่น กรณี งบประมาณล่าสุดที่เราพูดถึง ท่านสมาชิกพูดถึงก็คือ งบเรียนฟรี ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศดีใจที่จะได้ลูกหลานเรียนโดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่เมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับโทรศัพท์ จากพี่น้องในอําเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า ไหนล่ะที่รัฐบาลบอกว่าจะเรียนฟรี วันนี้เขาไปโรงเรียนเขาจะต้องจ่ายเงิน ๑,๔๐๐ บาท เมื่อเช้าลูกชายของคนขับรถบอกว่า เขาจะต้องไปเสียเงินอีก ๕,๐๐๐ บาท แล้วไหนล่ะรัฐบาลบอกว่ารัฐบาลให้เรียนฟรี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ในนโยบายที่บอกมานั้นทําให้ดิฉันเกิดความไม่เชื่อมั่นว่านโยบายที่ ออกมานั้นจะทําได้จริงแล้วก็เปึนการใช้ที่ไม่ได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือตามนโยบาย ที่กล่าวเอาไว้
ประการที่ ๒ ในเรื่องของวินัยการเงินการคลัง ดิฉันไม่มั่นใจ เพราะรัฐบาล ไม่มีที่มาของเม็ดเงินว่ากู้เงินแล้วรัฐบาลจะใช้หนี้ได้เมื่อไร รัฐบาลจะต้องตอบว่ารัฐบาล จะหาเงินให้กับประเทศได้อย่างไร ดิฉันอยากจะถามว่าก่อนที่จะกู้เงินทําไมรัฐบาลไม่เรียก ในส่วนของนอกงบประมาณ ซึ่งมีอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อีกมากมาย หรือแม้แต่กรณีของการขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับประชาชน ทําไมรัฐบาลไม่ใช้มาตรการ เหล่านี้แทนที่จะให้ประชาชนต้องรับภาระหนี้ที่เขาไม่อยากจะก่อให้กับประเทศชาติ
ประการที่ ๓ ดิฉันถือว่ารัฐบาลใช้งบประมาณอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก เห็นได้ จากกรณีของงบประมาณการแจกให้กับประชาชน ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งพูดกันอย่างมากมาย ว่าแม้แต่คนที่ไม่มีรายได้แทนที่เขาจะได้รับเงินเหล่านี้เขากลับไม่ได้รับเงิน รัฐบาลน่าที่จะดู ในส่วนของนโยบายสิ่งที่ดี ๆ ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ได้ทําไปแล้ว การขึ้น ทะเบียนคนจน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ทําไมรัฐบาลไม่เอาบัญชีเหล่านี้มาเปึนฐานในการ พิจารณาในส่วนของเกณฑ์การพิจารณาในการพิจารณาคนจนที่แจกเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท ดิฉันได้ฟังการอภิปรายของท่านเชาวรินซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าท่าน เองก็ได้รับเช็คช่วยชาติเปึนจํานวน ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งมันน่าสะท้อนใจแล้วก็น่าเสียใจ ให้กับคนจนทั้งประเทศของเรานะคะ
ประการที่ ๔ ที่ไม่สบายใจก็คือว่า ทราบว่ามีการโยกงบประมาณแผ่นดิน ทั้งที่ผ่านงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎรมาเรียบร้อยแล้ว แล้วดิฉันจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่างบประมาณที่กําลังจะผ่านสภาในวันนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอีก
ประการที่ ๕ ก็คือ เกิดมีการเลือกปฏิบัติ เราพูดกันเยอะในสภาแห่งนี้ว่า พวกเราเอง ส.ส. ซีกฝ์ายค้านเอง หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส. สุรินทร์เองได้โหวต ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่าบางส่วนก็อาจจะไม่พอใจกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่ได้รับงบประมาณส่วนนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณา แล้วก็จะต้องมีความรับผิดชอบในการที่ท่านบอกว่า ท่านจะใช้งบประมาณอย่างทั่วถึง แล้วก็อย่างเปึนธรรมให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศในฐานะที่พวกเรานั้นเปึนตัวแทน ของประชาชนคนไทย
ประการที่ ๖ นั่นก็คือว่า การใช้งบประมาณนั้นไม่ได้คํานึงถึงคนส่วนใหญ่ ของประเทศ ดิฉันอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์เปึนจังหวัดที่ปลูกข้าวมากที่สุดในภาคอีสาน แต่ว่า กว่าที่ประชาชนในภาคอีสาน โดยเฉพาะชาวนาซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของชาตินั้นจะได้ ในส่วนของอาชีพเหล่านี้เขาจะต้องอยู่ได้ด้วยแหล่งน้ํา เรามีความคาดหวังว่าในส่วนของ ชลประทานในระบบท่อจะได้มาในงบประมาณชุดนี้ แต่ว่าก็เปล่าเลย ดิฉันเสียใจแทน พี่น้องคนจนภาคอีสาน แต่ก็รู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้ทุ่มเทให้กับงบประมาณส่วนกลางเปึน ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของงบในส่วนของรถไฟฟัาเอยอะไรก็ตามที ดิฉันถือว่า ในส่วนนี้เสียใจแทนคนรากหญ้าที่ท่านต้องใช้งบประมาณส่วนนี้อย่างน้อยนิดในการ จัดสรรให้กับรัฐบาล
ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือว่า ดิฉันถือว่างบประมาณ ที่รัฐบาลจัดไปนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกรณีของการจัดงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่พูดกันอย่างมากมาย
ท่านประธานคะ ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากนั่นก็คือว่า ในวันนี้เวลาเที่ยงคืน สภาแห่งนี้จะต้องอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ดิฉันรู้สึกผิดหวัง ดิฉันรู้สึกเสียใจ แทนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๖๓ ล้านคน ที่วันรุ่งขึ้นพรุ่งนี้ท่านจะต้องรับภาระหนี้สาธารณะ ที่ก่อให้เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เปึนจํานวนเงินถึง ๘๐,๐๐๐ บาทต่อคนนะคะท่านประธาน รู้สึก เสียใจในการที่จะผ่านงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน คะ การอภิปรายให้ความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ นั้น ดิฉันคิดว่ามีความจําเปึนจะต้องศึกษาและพิจารณาร่างพระราช กําหนดและร่างพระราชบัญญัติที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศประกอบด้วย เพราะถ้าหากว่าพิจารณาเฉพาะร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ๒๕๕๓ แต่เพียงอย่างเดียว อาจจะทําให้เรา ตรวจสอบข้อมูลได้ไม่รอบด้านแล้วก็เห็นภาพไม่ครบ ในการให้ความคิดเห็นนั้นก็อาจจะ ไม่ได้เห็นภาพรวมของการวางแผนและการใช้จ่ายงบประมาณทั้งระบบนะคะ เพราะว่า ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าหากใครดู เพียงเฉพาะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็อาจจะมีความวิตกห่วงใยนะคะ เพราะว่า งบประมาณส่วนใหญ่กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็ใช้ไปเพื่อเปึนงบของรายจ่ายประจํา นั่นก็คืองบเงินเดือนและสวัสดิการของบุคลากรภาครัฐที่จะเปึนกลไกในการขับเคลื่อน นโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งงบลงทุนและงบพัฒนานั้นก็จะมีอยู่ไม่มากนัก ดังนั้นดิฉันจึงคิด ว่าถ้าจะดูให้สมบูรณ์แบบก็ควรจะต้องไปดูแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่ทางรัฐบาลได้ จัดทําขึ้นด้วย ดิฉันเองได้สนใจศึกษาติดตามแล้วก็ตรวจสอบทั้งร่างพระราชกําหนดและ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนสบายใจนะคะ ในเบื้องต้นดิฉันขอ ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดทํางบประมาณแล้วก็ มีการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเปึนระบบ และกล่าวได้ว่าจัดทํางบประมาณ อย่างให้ความเปึนธรรม ทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ จับต้องได้ แล้วก็มีความพอเพียง ที่ดิฉัน อยากจะกราบเรียนว่าถ้าหากว่าได้ดําเนินการตามแผนเหล่านี้ ก็จะทําให้การฟุ๋นฟูเยียวยา เศรษฐกิจของประเทศและนําพาประเทศชาติของเราให้ก้าวพ้นจากปัญหาไปสู่ความ แข็งแกร่งได้ในอนาคตนะคะ ฉะนั้นจึงเปึนการสมควรแล้วที่สภาแห่งนี้จะได้ให้ความ เห็นชอบรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ตามไปกับร่างพระราชกําหนดและ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อสองวันที่ผ่านมา ก็จะทําให้มีเงินงบประมาณ ๓ ก้อนเปึนพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปนะคะ เฉพาะในส่วนร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ๒๕๕๓ ดิฉันเองก็เห็นว่าแม้จะไม่ใช่กฎหมาย งบประมาณที่สมบูรณ์แบบ ยังมีข้อที่จะสมควรปรับปรุงแก้ไข ก็ยังมีเวลานะคะในชั้น กรรมาธิการที่ทุกท่านจะได้ทําหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็ช่วยกันปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น อย่างไรก็ดีดิฉันเห็นว่ารัฐบาลได้วางแผนการจัดการงบประมาณนั้นใน ๘ ยุทธศาสตร์ เพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาประเทศไทยอย่างมีเหตุมีผล โดยคํานึงถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขา ทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัยโดยไม่ละเลย นอกจากนั้นยังให้ความสําคัญใน งบประมาณลงทุนเพื่อการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก เยาวชน และพลเมือง ไทยเพื่อให้การพัฒนาคนเปึนพื้นฐานสําคัญในการพัฒนาประเทศ นอกจากนั้นในการ วางแผนจัดสรรงบประมาณในป้นี้ดิฉันเห็นความหวังแล้วก็ยินดีแทนพี่น้องเกษตรกรนะคะ เพราะดิฉันพบว่ารัฐบาลได้มีมาตรการแล้วก็มีนโยบายที่ในการใช้จ่ายงบประมาณที่มี ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินทํากินที่เปึนปัญหาเรื้อรัง มานาน มีแนวทางในการดูแลเรื่องภาระหนี้สิน การพัฒนาแหล่งน้ํา ปัจจัยการผลิต และ การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร การส่งเสริมการซื้อขายสินค้าเกษตรในตลาด สินค้าเกษตรล่วงหน้า มีการสร้างระบบปัองกันความเสี่ยงทางการเกษตร การพัฒนาการ ตลาด และระบบกระจายสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน นอกจากนั้นยังมีการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและวาง แนวทางในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมีแผนการสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภา เกษตรกรแห่งชาติ และมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการเกษตรที่มีโอกาสและมีความ เปึนไปได้ ดิฉันเพียงมีข้อห่วงใยบางประการนะคะที่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อให้การบริหารงบประมาณเปึนไปอย่างรอบคอบ ไม่ส่งผลกระทบ ก่อให้เกิดสภาพปัญหาใหม่ในภาคการเกษตร ยกตัวอย่าง เช่น ในการพัฒนาแหล่งน้ํา ขนาดเล็ก หรือการขยายเขตชลประทานซึ่งเปึนความจําเปึนและเปึนความสําคัญที่พี่น้อง เกษตรกรตลอดจนประชาชนก็ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ ดิฉันขอให้รัฐบาลได้เน้นเรื่องของ สาระสําคัญในการวางแผนส่งเสริมการใช้น้ํา และการวางแผนการปลูกพืชในเขต ชลประทาน ซึ่งจะต้องเปึนไปอย่างรอบคอบ มีแผนแม่บทในการกําหนดโซนพื้นที่ในการ ปลูกพืชแต่ละชนิด ดิฉันได้ยินข่าวมาว่าขณะนี้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังในเขตพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือได้ขยายตัวมากขึ้น ด้วยความเปึนห่วงพี่น้องอย่างจริงใจนะคะ เพราะถ้าหากเราไม่มีการวางแผนกําหนดพื้นที่อย่างดี พื้นที่หอมมะลิอันที่มีชื่อเสียง หอมมะลิของไทยนะคะที่เปึนแหล่งผลิตหอมมะลิชั้นดีของโลก ถ้าเราไม่ระมัดระวังอาจจะ ได้ถูกลุกล้ําไปจากพื้นที่ข้าวนาปรัง ดังบทเรียนที่จังหวัดลพบุรีนะคะเคยมีมาแล้ว เพราะว่า ดินแดนจังหวัดลพบุรีของดิฉันนั้นก็เปึนต้นกําเนิดของหอมมะลินะคะ แต่ว่าบัดนนี้ก็ไปมี ชื่อเสียงอยู่ที่ภาคอีสาน แต่ว่าหอมมะลิที่เปึนต้นกําเนิดนั้นได้ถูกตีค่ากลายเปึนข้าวขาว ธรรมดา อันนี้เปึนคุณค่าที่เราขาดความระมัดระวังนะคะ ถ้าหากว่าไม่ทําให้ดีแล้วก็จะเกิด เรื่องอย่างนี้ หรือว่าการสูญพันธุ์ของพืชพื้นเมืองต่าง ๆ นะคะ อันนี้ก็ขอให้นําบทเรียนของ การพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ชลประทานภาคกลางไปเปึนบทเรียนที่จะขยายเขต ชลประทานต่อไปด้วยนะคะ นอกจากนั้นการบริหารจัดการน้ําในเขตชลประทานต้องมี เปัาหมายชัดเจนนะคะในการส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อให้มี การวางแผนการใช้น้ําร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคํานึงเปัาหมายของการใช้น้ําเพื่อ การลดต้นทุนการผลิตและการวางแผนฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพื่อให้เกษตรกรมีอํานาจในการ ต่อรองในเรื่องราคา มิใช่ต่างคนต่างปลูกต่างใช้น้ํากันอย่างไม่มีระบบ อย่างเช่นเปึนอยู่ใน หลายพื้นที่ในทุกวันนี้นะคะ ดิฉันต้องขอกราบพระคุณรัฐบาลที่ได้จัดสรรงบประมาณ ให้กับทุกจังหวัดอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในส่วนจังหวัดลพบุรีนั้นแม้จะยังไม่ได้งบประมาณ รอบด้านแต่ก็ได้รับการสนับสนุนทั้งถนนหนทาง แหล่งน้ํา โรงพยาบาลลพบุรี สถานี อนามัย รวมถึงสถานศึกษา แล้วก็โบราณสถานสําคัญหลายแห่งนะคะ โดยเฉพาะเรื่อง ของการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ซึ่งเปึนแหล่ง ท่องเที่ยวสําคัญแล้วก็เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในภาคกลาง ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับ ประเทศนะคะ ท่านประธานคะ มีคนบอกว่าถ้าเรามีผู้นําดีก็จะมาชัยไปกว่าครึ่งใช่ไหมคะ หลายวันมานี้ดิฉันก็ได้ยินสมาชิกที่สภาแห่งนี้พูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเปึนคนดี ดิฉันก็ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนดี แล้วก็มีศักยภาพในการที่จะ นําพาประเทศของเราให้ก้าวพ้นวิกฤติค่ะ ขอเพียงองคาพยพของประเทศไทยทุกส่วน นะคะ ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ ภาคการเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนให้ ความร่วมมือ แผนปฏิบัติการและงบประมาณทั้งหลายทั้งปวงก็จะเปึนไปอย่างมี ประสิทธิภาพและเปึนธรรม และนําพาประเทศชาติของเราให้ก้าวพ้นวิกฤติไปสู่ประเทศ ที่มีศักดิ์ศรีได้ในอนาคตค่ะ
คุณคมเดช ไชยศิวามงคล ๘ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ท่านประธานครับ วันนี้ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๓ งบ ๑.๗ แสนล้านบาท งบประจํา ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ งบลงทุน ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ การบริหารบ้านเมืองช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนมากเพราะว่าการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดของ ภาครัฐบาล มีคําหนึ่งที่อยากสื่อให้ทางท่านประธานสื่อถึงทางรัฐบาล ชาวบ้านเปรียบ เปรยว่าถ้าดําเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแบบนี้ชาวบ้านบอกว่า ต้องรอตายใช้หนี้ อย่างเดียว คําคํานี้เปึนคําปรารภจากชาวบ้าน จากภาคเกษตรกร ภาคแรงงาน ภาคหนี้สิน ซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสอภิปรายไว้ ๓-๔ ประเด็นด้วยกันเมื่อสองวันก่อนเกี่ยวกับ เอสเอ็มอี ซึ่งจะแปลความง่าย ๆ ว่า เปึนกลุ่มนายจ้าง ลูกจ้าง เกษตร แล้วก็ภาคหนี้สิน มันเปึนองคาพยพที่ต่อเนื่องกันทั้งหมด การขึ้นราคาน้ํามันนี่เปึนการแก้ไขปัญหาที่ ผิดพลาดอย่างให้อภัยไม่ได้เลย สินค้าขึ้นทุกตัว ๑๐,๐๐๐ กว่ารายการ โดยเฉพาะปุิย ขึ้นราคาสูงมาก ตรงนี้มันเปึนปัญหากับเกษตรกรอย่างรุนแรงที่สุด เพราะว่ามันอยู่ในช่วง การเก็บเกี่ยวข้าวนาป้ นาปรัง ราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อยตกต่ําอย่างไม่เคย เปึนมาก่อน ท่านประธานครับ แรงงาน หนี้สิน เอสเอ็มอี ที่ผมบอกว่าเปึนองคาพยพที่ ต่อเนื่องกัน มันหมายถึงว่าการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการทําลายโครงสร้างภาค เศรษฐกิจทั้งหมด มันเปึนการแย่งสภาพคล่องของสถาบันการเงินออกมาจากกลุ่ม นักลงทุนรายย่อย มันจะเหลือแต่นักลงทุนที่มีสายป์านยาวแค่นั้นเองที่อยู่ได้ นอกนั้นจะ พังไปทั้งระบบเลย ท่านไม่ได้คํานึงถึงเกี่ยวกับภาคเกษตรกรกับภาคแรงงาน ผมจะ เปรียบเทียบตัวหนึ่งง่าย ๆ ให้ฟังว่า ในการขึ้นราคาน้ํามัน ราคาบุหรี่ ราคาเหล้า ราคา เบียร์ บางคนพูดเกร็ดย่อย ๆ ว่า คนกินเหล้ากั๊กหนึ่ง แบนหนึ่ง เบียร์ขวดหนึ่ง มันไม่ สะเทือน ท่านลืมไปว่าวัฒนธรรมประเพณีของไทยเรา โดยเฉพาะตามชนบท ท่านประธาน คงเคยไปงานบวช งานแต่ง งานตาย งานฌาปนกิจศพ วิถีชีวิตของชาวบ้านตามชนบทยัง ใช้เหล้าเบียร์อยู่ในการรองรับแขกเหรื่อในการไปงาน งานฌาปนกิจครั้งหนึ่งฆ่าวัว ๓ ตัว หมู ๒ ตัว สั่งเบียร์กับเหล้า ๓๐,๐๐๐ บาท ค่าภาษีมันตก ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท มันไปเปึน ภาระให้กลุ่มชนชั้นล่างทั้งหมดครับ มันเปึนการรีดภาษีจากวัฒนธรรมประเพณีเขา มันไม่ใช่กั๊กหนึ่ง มันไม่ใช่แบนหนึ่ง มันเปึนชุดหนึ่ง เหล้าเบียร์ ๓๐,๐๐๐ บาท ถูกรีดไป แล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ปุิย เงิน ๒,๐๐๐ บาท ทอนไม่ถึง ๕๐๐ บาท น้ํามันในช่วง เก็บเกี่ยว หว่าน ไถ ดํา ไร่หนึ่ง ๕๐๐ บาท ดํานา ๕๐๐ บาท เกี่ยวอีก ๕๐๐ บาท ค่าขนส่ง อีก ค่าน้ํามันในตัวของมันเองจากกรุงเทพฯ ก็ราคาหนึ่ง ไปชนบทก็อีกราคาหนึ่ง บวกขึ้นมา ๒ บาท ๓ บาท มันจะไปเหลืออย่างไรครับท่านครับ นี่คือภาคเกษตรกรรม ส่วนหนึ่งที่ผมจะมาสรุปภาค เอสเอ็มอี กับแรงงานก็คือ ในเมื่อท่านแย่งสภาพคล่องของ ภาคธุรกิจไป ในการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันทําให้กลุ่มนายจ้างพังทั้งระบบเลย ความจริงตรงนี้เปึนโครงสร้างเปึนใยแมงมุม ที่โดยเฉพาะท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วางโครงสร้างไว้จะให้แข็งแกร่งขึ้นมา ทําให้ธุรกิจ เอสเอ็มอี รายย่อย รายกลาง รายใหญ่ มีการพัฒนาไปถึงการค้าต่างประเทศ ส่งออก นําเข้า ในเมื่อท่านไปแย่งสภาพ คล่องมันพังทั้งระบบ ในเมื่อนายจ้างตาย ลูกจ้างก็ตายครับ แล้วลูกจ้างประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านของประเทศ ตกงานบ้านละคนก็ตก ๘๐,๐๐๐ คนแล้ว ๑๐ คน ๘๐๐,๐๐๐ คน เดี๋ยวนี้ตัวเลขประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่า ประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน แต่ผมคิดว่ามันมากกว่านั่น ผมจะแปลความให้ฟังว่า ภาคแรงงานนี่เขาเปึนคนมาหาเงินให้ครอบครัวตามชนบท ลูก เมีย พ่อ แม่ ปู์ ย่า ตา ยาย เลี้ยงลูก หลานอยู่ ก็มาหาเงินในกรุงเทพฯ ผัวเมียทิ้งลูกหลานให้พ่อ แม่ ปู์ ย่า ตา ยายเลี้ยง ในเมื่อตกงานหาเงินไม่ได้ ภาคหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ภาคหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ ธกส. กับ สหกรณ์ ลูกหลานไปหาเงินให้พ่อแม่ไม่ได้ ช่วงใบเตือน ช่วงมาชําระหนี้ ในเมื่อชําระหนี้ ไม่ได้ ตรงนี้ละครับปัญหาใหญ่ บทสรุปมันก็คือจะต้องถูกยึดที่ไร่ที่นา ถูกยึดที่ไร่ที่นา ปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วครับท่านครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกจุดมันผิดพลาดไปทั้งระบบ เลย แล้วมันจะโยงใยไป มันเปึนการซ้ําเติมพวกเกษตรกรทั้งหมด ภาคแรงงานก็ไปไม่ได้ ราคาผลผลิตก็ไปไม่ได้ ราคาสินค้าก็ราคาสูงขึ้นมาหมดทุกตัวครับท่านครับ ปัญหานี้ ถ้าไม่ได้รับแก้ไขอย่างถูกต้องมันจะลามไปทั้งหมด โดยเฉพาะมรดกของท่านทักษิณ ชินวัตร ตรงหนึ่งก็คือ ประชานิยม ตอนนี้มันไหม้ลามมาถึงว่าท่านตัดงบ ๓๐ บาทรักษาได้ ทุกโรคของงบป้ ๒๕๕๓ ออกถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัด เอสเอ็มแอล ป้ ๒๕๕๒ ออก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัด เอสเอ็มแอล ป้ ๒๕๕๓ ออกอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัดเงินกองทุนหมู่บ้านออกอีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท โอทอป หายไปทั้งหมดเลย มันกําลังจะ ย้อนยุคครับ ต่อไปชาวไร่ชาวนาเจ็บไข้ได้ป์วยต้องขายที่ไร่ที่นามาแก้ไขปัญหาเจ็บไข้ ได้ป์วย อันนี้เปึนปัญหาใหญ่ครับจะลามไปทั้งระบบเลย ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ภาครัฐบาลแก้ไขปัญหาผิดพลาดมาตลอด แล้วก็จะผิดพลาดต่อไปในอนาคตข้างหน้า อยากให้ทางรัฐบาลแก้ไขปรับปรุงปรับโครงสร้าง ดูภาคเกษตร ภาคสังคม ภาคธุรกิจให้ดี ว่าอันไหนมันเกิดความสมดุลกัน ให้ชาวบ้านเขาอยู่ได้ อย่าให้เขาใช้คําปรามาสท่านว่า เปึนรัฐบาลที่ทําให้ชาวบ้านต้องตายใช้หนี้อย่างเดียวครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ คุณเกียรติกรพาดพิงหรือครับ ขอรวบรัดนะครับ เชิญ คุณวิสุทธิ์ก่อน
ครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ครับ คือจะบอกท่านประธาน นะครับ ผมได้ขอเวลาทางพรรคแล้วนะครับ แต่ไม่รู้จะได้พูดเมื่อไร เขาบอกไม่มี ผมขอ ท่านประธานชินวรณ์พรรคฝ์ายรัฐบาลครับ นี่ชื่อผมไม่มีผมจะใช้เอกสิทธิ์ของตัวเอง เพราะ เดี๋ยวไปขอเวลาฝ์ายค้านปัญหาจะเกิดอีก ผมก็ไม่รู้จะพูดเมื่อไร ผมจะพูดไม่เพียงนาที หรอกครับ ก็ฝากท่านประธานว่าจะอนุญาตให้ผมพูดตอนไหนก็ได้ เพราะว่าขอเขาแล้ว บอกว่าคิวมันยาว ผมก็ทําถูกต้อง ขอตั้งแต่วันแรกแล้วครับ ทีนี้บอกว่าต้องสํารอง
คุณเกียรติกรได้สิทธิอภิปรายไปเมื่อวานแล้วจากฝ์ายค้าน แต่ถ้าทางฝ์ายรัฐบาลเสนอชื่อมา ก็ไม่ขัดข้องนะครับ ขอเชิญอาจารย์ผ่องศรีชี้แจงสักนิดหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ในฐานะวิปรัฐบาลนะคะ ดิฉันไม่ขัดข้อง แต่ว่าท่านเกียรติกรก็ต้องมาลงชื่อตามลําดับ เพราะขณะนี้เราทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ ส.ส. แจ้งความจํานงในพรรค ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าท่าน แล้วก็ได้เรียงไว้ แล้วก็ยังมี คนที่มีรายชื่อสํารองอยู่อีกนะคะ แล้วก็เนื่องจากคุณเกียรติกรนั้นไม่ได้เข้าประชุมพรรค ก็เลยไม่ได้แจ้งความจํานง แล้วก็ได้นัดประชุมผู้อภิปรายหลายครั้ง เพราะฉะนั้นก็มีการตั้ง กติกาว่าท่านใดบ้างที่จะได้รับสิทธิอภิปราย แต่ว่าถ้าหากคุณเกียรติกรประสงค์จะ อภิปรายก็ยังมาลงชื่อได้ยินดีค่ะ แต่ก็อยู่ในบัญชีสํารองนะคะ
คุณเกียรติกรสั้น ๆ เลยนะครับ เพราะว่าทางวิปรัฐบาลแจ้งว่า รีบไปลงชื่อเดี๋ยวจะได้ อภิปรายเองนะครับ
ขอบคุณมากท่านประธาน ครับ ผมบอกท่านประธานชินวรณ์แล้วนะครับ ว่าผมขออภิปรายสักหน่อย วันนี้อภิปราย เรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นะครับท่านประธาน เมื่อวานนั้น พ.ร.บ. งบป้ ๒๕๕๓ วานซืนครับ ผมบอกว่าท่านประธานชินวรณ์ว่าเปึนวันที่ ๒ แล้วกัน ถามท่านประธาน ชินวรณ์ได้เลยนะครับว่าคืออภิปรายวันนี้ แต่พอไปถามท่านประธานชินวรณ์เขาประชุมอยู่ สมานฉันท์บอกว่า ไปถามท่านผ่องศรีแล้วกัน ผมก็มาถามท่านผ่องศรี ท่านผ่องศรีบอกไม่มีชื่อ แล้วให้ผมไปถามใครล่ะครับ ผมบอก ตั้งแต่วันแรกวันที่อภิปราย พ.ร.บ. ครับ แล้วเขาบอกว่าวันที่ ๒ นะคือวันนี้วันสุดท้าย แล้ววันนี้ ผมก็ไปถามท่านผ่องศรี ท่านผ่องศรีว่าไม่รู้เรื่องเลยไม่มีลงชื่อ ผมโทรศัพท์หา ท่านประธานชินวรณ์ ท่านชินวรณ์บอกให้ผมไปหาท่านผ่องศรี ผมก็มาหา ไม่เชื่อถาม ท่านประธานชินวรณ์ได้ครับ ผมเปึนคนพูดตรงไปตรงมาครับ
ครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ก็ดําเนินการตามที่พรรครัฐบาลได้กําหนดไว้นะครับ แต่ถ้า ท่านจะขออภิปรายในสัดส่วนของฝ์ายค้านก็ทําแบบเดิมได้ มันก็เปึนสิทธิตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญนะครับ คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๘ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ วันนี้ได้พิจารณาเรื่องงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ในเรื่องของการปัองกันแก้ไข ปัญหายาเสพติดได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๔,๕๔๗ ล้านบาท เพื่อให้สังคมไทยมีความ ปลอดภัย ปราศจากยาเสพติด โดยเสริมสร้างสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีความ ปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันเรื่องยาเสพติด ท่านประธานครับ งบประมาณ ๔,๕๔๗ ล้านบาท นั้นก็เหมือนกับงบป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถ้าจะปราบยาเสพติดให้จริงจังนะครับ ก็ต้องดู เรื่องความตั้งใจของรัฐบาล เปึนเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสําคัญมากกว่านี้ จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนั้นยาเสพติดได้กลับมาระบาดอีกทั่วประเทศนะครับ โดยเฉพาะบ้านท่านประธาน ก็เยอะนะครับ จังหวัดท่าน มีทุกจังหวัดนะครับ ไปจังหวัดไหนในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ยาเสพติดนั้นก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้น ถ้าหากรัฐบาลยังใช้งบประมาณเท่าเดิม และไม่เอาจริงเอาจังไม่มีความตั้งใจที่จะให้ ปัญหายาเสพติดหมดไปอย่างแท้จริงนั้น งบประมาณเท่านี้ผมคิดว่าคงลําบาก จะมองได้ จากปัญหาเศรษฐกิจนะครับ รัฐบาลใช้เงินแก้ปัญหาถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็ไม่ว่า กัน แก้ปัญหาภาคใต้ใช้เงินป้หนึ่งไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปัญหายาเสพติดนี้ ก็เปึนปัญหาสําคัญอันดับสามของประเทศเรา แต่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่เปึนเรื่องใหญ่ เพราะประเทศไทยเรานั้นติดชายแดน ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ การขนส่ง การดําเนินการค้ายาเสพติดนั้น จะเห็นได้ว่าระบาดมากมาย ท่านประธานครับ รัฐบาล น่าจะประกาศเปึนวาระแห่งชาติ ตอนที่ท่านทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เริ่มต้นมียาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ปัญหาเกิดทั่วไปครับ ท่านจะเห็นว่าหลังจากที่ท่าน ทักษิณได้เข้ามาปราบปรามเรื่องยาเสพติดอย่างเอาจริงเอาจังใช้เวลาแค่ป้สองป้ ยาเสพติดหายไปเยอะครับ จนเปึนที่กล่าวขานของพี่น้องประชาชนทั่วไปว่า ยาเสพติด หมดไปเมื่อทักษิณมาเปึนนายกรัฐมนตรี ประชาชนได้ลูกหลานกลับบ้าน ทําให้ครอบครัว อบอุ่น ผมก็หวังว่ารัฐบาลนี้จะได้นํานโยบายดี ๆ และมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ในฐานะกรรมาธิการ ผมและคณะได้ศึกษาเรื่องยาเสพติดมาอย่าง จริงจังในตลอดระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมานั้น เราได้ทราบว่ายาเสพติดส่วนใหญ่นะครับ ผ่านมาจากจังหวัดภาคเหนือทั้ง ๘ จังหวัด เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เปึนเส้นทางผ่านยาเสพติด ๘๖ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดของยาเสพติด ในประเทศเราผ่านมาจาก ๘ จังหวัดภาคเหนือนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อมีการผ่าน ยาเสพติดนั้น ปัญหาของเราก็คือเราขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง คือขาด อุปกรณ์นะครับท่านประธานครับ จากการศึกษาเห็นว่ายาเสพติดนั้น ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ขนส่งโดยทางรถยนต์ครับ ผ่าน ๘ จังหวัดนี้ แต่มีปัญหาคือเราขาดเครื่องไม้เครื่องมือ พวกผมได้ศึกษา ได้ประชุมกับผู้ร่วมปฏิบัติงานในระดับปฏิบัตินะครับ จากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตํารวจภูธรภาค ๕ เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดและ หลายหน่วยงานได้ศึกษาและเห็นว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นจากว่า ขาดเครื่องมือตามด่านตรวจ ต่าง ๆ โดยเฉพาะเปึนทํานบกั้นยาเสพติดไว้ทางภาคเหนือ ก็เคยเสนอไปยังรัฐบาลว่า อยากได้งบประมาณ ๕๙ ล้านบาท เพื่อจะซื้อเครื่องตรวจยาเสพติดนะครับ โดยเฉพาะ เครื่องจีที ๒๐๐ (GT200) หรือ แอลฟา ๖ (Alpha six) เพราะว่าปัจจุบันนี้การตั้ง ด่านตรวจก็จะใช้วิธีการสังเกต แต่ถ้าหากว่าคนขับรถมีอาการ มีพิรุธก็จะไปตรวจค้น หรือ จะจับได้จากสายรายงานว่าขนยาเสพติดมา แต่การที่มาจับได้โดยวิธีสังเกตนั้นเปึน ความสามารถเฉพาะตัวของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพราะฉะนั้นยาเสพติดส่วนใหญ่ป้หนึ่งที่ผ่าน จาก ๘ จังหวัดภาคเหนือป้หนึ่งไม่ต่ํากว่า ๔๐ ล้านเม็ด อันนี้ก็เลยเกิดปัญหาครับ ถ้ารัฐบาลไม่ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดไว้ได้ อีกส่วนหนึ่งนะครับ อุปกรณ์อย่างกล้องกระดุม เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ไม่มีครับ ทั้ง ๆ ที่ราคา ไม่กี่บาท แต่ไม่ได้ซื้อให้ การจับยาเสพติดก็อาศัยไปล่อซื้อแล้วปล้ําจับกัน อันนี้คือปัญหา ในการทํางาน แม้แต่การตรวจสอบด้านชายแดนติดตามผู้ค้าเวลากลางคืน อย่างกล้อง ไนท์วิชั่น (Nignt Vision) ไม่มี เครื่อง จีพีเอส ไม่มี ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งหลาย ทั้งปวงที่ผมกล่าวมานี่นะครับ ได้มีการศึกษาอย่างดีแล้ว และได้ทําหนังสือผ่านไปยัง รัฐบาลว่าขอให้ดําเนินแก้ไข ด้วยทําหนังสือผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ๒ ฉบับแล้วครับ เพื่อจะขอให้จัดงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ นี้ ให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจภาค ๕ เพื่อเปึนด่านสกัดกั้นยาเสพติด เพราะว่าถ้ารัฐบาลตั้งใจ ท่านครับ ไม่ว่าจะไปใช้เงินตรงนี้จากงบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ว่ากัน หรืองบประจํา ป้ ๒๕๕๒ ๑.๗ ล้านล้านบาทก็ดีครับ แต่ขอให้ได้ซื้อมาเพื่อเปึนการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างจริงจัง เราก็อยากจะเห็นบ้านเมืองเราไปดีนะครับ ปัญหาภาคใต้ก็หนักหนาสาหัส ปัญหาเศรษฐกิจก็มากมาย แต่ปัญหายาเสพติดก็เปึนเรื่องใหญ่ ป้หนึ่งนะครับรัฐบาลไม่รู้ ว่าทราบหรือไม่ว่า เราต้องใช้เงินของลูกหลานที่ผลาญสมบัติของพ่อแม่ป้หนึ่งไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไปเกี่ยวข้องพัวพันกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ไม่ทราบท่านไปไหนครับ ผมไม่เห็นท่าน อยู่ในห้องประชุม ก็อยากให้ท่านได้พิจารณาเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน ขอให้กรุณาได้จัดซื้อ อย่างเร่งด่วนนะครับ โดยงบประมาณ งบกลางป้อะไรแล้วแต่ สิ่งนี้ถ้าท่านทําได้นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้เปึนนายกรัฐมนตรีอีกหลายสมัย ลองทําดูนะครับ ผมมั่นใจ ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตํารวจภาค ๕ ได้เครื่องไม้เครื่องมือนี้ไปแล้ว ประมาณ ๕-๖ เดือนก็จะเห็นผล แต่ถ้าทําแล้วเปึนผลสําเร็จได้ผลขึ้นมา ก็อยากจะให้รัฐบาลซื้อให้กับตํารวจทุกโรงพัก ทั่วประเทศนะครับ ถ้าทั้งประเทศก็ใช้เงินไม่กี่ร้อยล้านบาท เพราะฉะนั้นปัญหายาเสพติด ก็จะหมดไป ฝากไปยังท่านประธานนะครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งครับ พี่น้องจากจังหวัดพะเยาฝากมายังรัฐบาลทวงเงิน ค่าข้าวนะครับ ที่ได้ออกใบประทวนมาแล้วป์านนี้ไปเบิกเงินที่ ธ.ก.ส. ปรากฏว่าเบิกไม่ได้ ธ.ก.ส. บอกสตางค์ไม่มี รัฐบาลยังไม่โอนให้มา ถ้ากู้แล้วกรุณาส่งด่วนไปถึงที่จังหวัด พะเยาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๖ นาทีครับ ไม่อยู่ใช่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ผ่านไปนะครับ ต่อไปคุณนฤมล ธารดํารงค์ ๘ นาที
ท่านประธานครับ พอดีทาง ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ให้ผมแทนนะครับ
อะไรนะ
ทาง ส.ส. ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ให้ผมอภิปรายแทนครับ โดยสลับกันครับ
ทําไม
กราบเรียนท่านประธานสภา
ไม่ใช่ คุณผลุบผลับมา คุณจะพูดเลยได้อย่างไร ก็ให้วิปเขาส่งเรื่องมา เขามีระบบในการที่จะนับ ก็ต้องทําเปึน หลักฐานมานะครับ เชิญคุณนฤมล ธารดํารงค์ เชิญเลยครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จากการที่ดิฉันได้อ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ดิฉันลงไป ดูรายละเอียดก็เห็นว่าแต่ละงบ ๆ ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ แล้วก็มีหลายโครงการที่โดนตัดไป ซึ่งหลายโครงการก็ โอ.เค. สมน้ําสมเนื้อ หรือสมกับเหตุกับผล แต่จะมีอยู่โครงการหนึ่ง ที่ดิฉันมองดูแล้วว่าไม่น่าจะตัดโครงการนี้เลยก็คือ โครงการบริการสาธารณสุข ทําไมถึงไม่ ต้องควรตัด เพราะว่าอะไร เพราะว่าโครงการนี้มันเปึนโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่เขาจะเรียกกันว่า โครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค พอผ่าน ๆ มาหลาย ๆ รัฐบาล ผ่านรัฐบาล คมช. ผ่านรัฐบาลท่านสุรยุทธ์มา โครงการนี้ก็ถูกเรียกว่า โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดิฉันก็พอรับได้กับชื่อโครงการ แต่คราวนี้การตัดงบประมาณตัวนี้ลงไปถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้เปึนโครงการ ที่ให้บริการสาธารณสุขโดยตรง พี่น้องชาวรากหญ้าหรือแม้แต่คนที่หาเช้ากินค่ํา ผู้ที่มี รายได้น้อยส่วนใหญ่ก็จะใช้โอกาสในการรักษาพยาบาลจากโครงการนี้ ซึ่งตัดไปดิฉันมอง ว่าเขาต้องเดือดร้อนแน่นอน เพราะว่าท่านก็จะต้องไปลดรายจ่ายในเรื่องค่ายา หรือแม้แต่ ในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของเขาออกอย่างแน่นอน ซึ่งโดย ปกติโครงการนี้ก็ได้รับงบประมาณ ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะเพียงพออยู่แล้วนะคะ ดิฉันก็ไม่ เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลนี้กําลังคิดอะไรอยู่ เพราะดูจากหลาย ๆ โครงการที่เปึนโครงการ ประชานิยมที่อยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ ท่านก็ได้ให้งบประมาณเต็มเม็ดเต็มหน่วยพอสมควร ดิฉันก็จึงมาคิดว่า หรือท่านเลือกเฉพาะโครงการที่ท่านให้ไปแล้วจะเปึนโครงการที่ สามารถหาเสียงให้กับพรรคท่านได้อย่างเดียว ก็ต้องฝากตรงนี้ไว้ด้วย ทําไมโครงการนี้ ดิฉันถึงมองว่าไม่น่าจะต้องตัดงบออกไปเลย ท่านลองคิดดูนะคะ ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจ ย่ําแย่มาก ฝ๋ดเคือง ทุกคนก็ทราบ ไม่ว่าจะเปึนทั้งภายนอกและภายในประเทศของเรา ประชาชนทุกวัน หรือแม้แต่คนงานตามโรงงานต่าง ๆ หรือแม้แต่โรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปก็อกสั่นขวัญแขวนกันว่าเวลาไปทํางาน วันนี้จะโดนเลิกจ้างไหม บริษัทของเรา จะได้ ออร์เดอร์ (Order : คําสั่งซื้อ) เข้ามาหรือเปล่า หรือว่าบริษัทจะป่ดงานไหม จะป่ดตัว ลงหรือเปล่า ทุกคนก็ได้แต่เครียดกับสิ่งเหล่านี้ แล้วทําไมรัฐบาลไม่เพิ่มงานให้เขา ไม่เพิ่ม รายได้ให้เขา กลับไปลดโอกาสในการรักษาพยาบาลของเขาลงอีก อย่างในเขตบ้านดิฉัน จังหวัดสมุทรปราการ ต้องยอมรับกันโดยตรงเลยว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ํา อย่างมากเลย เปึนจังหวัดที่ติด ๑ ใน ๕ ของประเทศ จะต้องได้รับภาวะของการลดคนงาน คนงานตกงานแน่นอน จากการประเมินของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลางป้นี้ จะต้องมีโรงงาน ห้างร้าน อุตสาหกรรมทั้งใหญ่และเล็กป่ดกิจการลงเกือบ ๓๐๐ แห่ง โดยที่จะต้องมีคนว่างงานถึงเกือบล้านกว่าคน นี่เพิ่มขึ้นอีกล้านกว่าคนนะคะ จากของเดิม ซึ่งมีอยู่แล้วประมาณ ๘.๒ แสนคน ท่านลองคิดดูสิคะว่าความเดือดร้อนตรงนี้คนที่หาเช้า กินค่ํา หรือแม้แต่หาเช้ากินเช้าก็ยังต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน อย่าไปหวังเลยว่าเดี๋ยวนี้ เราหากินตอนเช้าแล้วจะเผื่อไปถึงกลางวัน และเย็น และค่ําได้ มันไม่มีทางแล้วค่ะ อย่างที่ดิฉันเคยอภิปรายในคราวที่แล้วคนตกงาน ๑ คนในครอบครัวเขาไม่ได้ตายคนเดียว มันเปึนการตายกันทั้งครอบครัว มันชวนให้เขาตายกันหมดเลยก็ว่าได้ ไหนจะเด็กที่เรียน จบใหม่ ๆ อีกเขาไม่มีงานทําแน่นอน การลงทุนตอนนี้หยุดชะงัก ราคาพืชผลก็ตกต่ํา แน่นอนแล้วก็ส่งผลให้เกิดอะไรคะ ยาเสพติดระบาดมากยิ่งขึ้นจนผู้ร้ายอาชญากรและ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนับวันลองดูหน้าข่าวสิคะ มันทวีความรุนแรงมาก ยิ่งขึ้น ดิฉันมองว่านโยบายที่ดีของรัฐบาลถ้าจะให้ดีจะต้องใช้เงินสร้างงานมันถึงจะนํามา ซึ่งการกระตุ้นการบริโภคได้ ไม่ใช่การแจกเงินอย่างที่เปึนอยู่ทุกวันนี้นะคะ
มาดูโครงการที่รัฐบาลได้ทําขึ้นมาเพื่อจะแก้ปัญหาของการว่างงาน อย่าง โครงการง่าย ๆ ที่ทุกคนหลาย ๆ ฝ์ายก็ได้อภิปรายกันไปแล้ว โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการตรงนี้ท่านทุ่มงบลงไปมากมาย อย่างระยะแรกท่านทุ่มไปถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าสามารถจะรองรับคนได้ถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ปัจจุบันมีคนมาใช้บริการหรือ ว่ามาแจ้งความจํานงไว้แค่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น แล้วท่านยังเพิ่มระยะที่ ๒ เข้าไปอีก ระยะที่ ๒ ท่านเพิ่มงบลงไปอีก ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่โครงการนี้ยังไม่มีการ ประเมินผลเลยว่าจะสําเร็จหรือไม่ หรือจะอย่างไร แต่ท่านก็ได้พยายามเหลือเกิน พยายาม ที่จะเอางบใส่ลงไปตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันมองดูแล้วว่ามันไม่น่าจะประสบความสําเร็จสัก เท่าไร ดิฉันอยากให้ประเมินดูว่าทําไมคนถึงไม่สนใจที่จะเข้าต้นกล้าอาชีพตรงนี้ ดิฉันขอ เสนอแนะกับรัฐบาลอย่างนี้นะคะ ลองไปพิจารณาดูแล้วกัน ดิฉันอยากให้ช่วยเพิ่มอาชีพ เข้าไปอีกสัก ๒ อาชีพ อาชีพแรกเผื่อจะมีคนสนใจมากยิ่งขึ้นคือ อาชีพหมอดู หรือไม่ก็ อาชีพดูโหงวเฮ้งนะคะ ทําไมถึงต้องมีอาชีพนี้ เพราะว่าตอนนี้ชาวบ้านโดยทั่วไปกลุ้มใจค่ะ ไม่รู้จะหาที่พึ่งที่ไหนดี จะพึ่งรัฐบาลก็คงไม่ไหวแน่ก็ต้องหันไปพึ่งหมอดูกันอย่างมาก ตอนนี้เปึนอาชีพที่เฟ๋ืองฟูมากเลยนะคะ ต่อไปอาชีพที่ ๒ อาชีพสัปเหร่อค่ะ ทําไมถึง จะต้องเพิ่มอาชีพนี้เข้าไป เพราะว่าอาชีพนี้แนวโน้มในอนาคตอันใกล้นี้เลยคงจะมีคน ผูกคอตายกันจํานวนมากหรือไม่ก็กระโดดตึกตายหนีรัฐบาลอย่างท่านนี่ละค่ะ เพราะว่า ทนไม่ไหวหรอกกับสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ําแย่ของรัฐบาล ในปัจจุบันนี้
ส่วนอีกเรื่องมีชาวบ้านฝากมาบอกว่า อย่าว่าแต่เรา ๆ ท่าน ๆ เลยที่กลุ้มใจ ตอนนี้แม้แต่หมีแพนด้าที่ว่าน่าจะสบายใจที่สุดแล้วมีคนมาพะเน้าพะนอมันก็ยังกลุ้มใจ เลยค่ะ มันนอนไม่หลับหรอกค่ะ ทําไมถึงทราบเพราะดูขอบตาเขาสิคะ ดําป้ีเลยนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ต่อไปคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ๔๕ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกกระผมนั้นได้ทําหน้าที่การเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เพราะตลอดระยะเวลาวันนี้เปึนวันที่ ๔ นั้นได้เกี่ยวข้องกับเงินกู้จํานวน ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ประเด็นที่ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ท่านประธานเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายาวนาน และย่อมไม่ต้องการให้สภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้นั้นมีสภาพเหมือนสภาตรายาง ผมขอเรียนท่านประธานนะครับว่า ทั้ง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ที่มอบหมายให้กับกระทรวงการคลังทั้ง ๒ ฉบับ รวมกระทั่ง ที่จะกู้ต่อไปอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คนไทยที่เปึนเจ้าของประเทศ ๖๓ ล้านคน เขาควรจะรู้ที่มาที่ไปหรือไม่ ท่านประธานนะครับ พวกผมเองก็ยอมรับโดยความเปึนจริงว่าเนื้อหาของ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ความยาวแต่ละฉบับ ๒ หน้ากับนิดหนึ่ง รวมกัน ๒ ฉบับไม่ถึง ๕ หน้านั้น ไม่ได้มี รายละเอียดที่มาที่ไปใด ๆ ทั้งสิ้น การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเมื่อแสดงความ คิดเห็นแล้วรัฐบาลไม่รับฟังก็ใช้ช่องเพื่อให้รัฐบาลได้เกิดความสํานึกมา นั่นคือ วอล์ค เอาท์ ไม่ร่วมในการตั้งเปึนคณะกรรมาธิการร่วม เพราะเมื่อรัฐบาลมีเจตนาที่จะ ปกป่ดไม่บอกเลยว่ากู้ที่ไหนแล้วไปใช้อะไรบ้าง แต่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเขาแบกหนี้นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกกระผมนั้นต้องตัดสินใจเลือกหนทางอย่างนี้ แต่แน่นอนที่สุดเมื่อรัฐบาลไม่มีความสํานึกตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ก่อนหน้านี้ พยายามจะบอกผ่านวิปมาว่าถ้าต้องการจะรู้รายละเอียดให้ไปดูในขั้นตอน คณะกรรมาธิการ แต่พอตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาท่านประธานก็คงจะแลเห็น เหมือนกับผมว่าเปึนการอนุมัติเงินกู้จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รวดเร็วที่สุด ๓ วาระ รวด ผมบอกกับท่านประธานนะครับว่าพวกผมเองต้องการจะพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณ ประชาธิปไตยของคนนั้นเวลาเปึนฝ์ายค้านนี่เปึนประชาธิปไตยอีกอย่าง เปึนรัฐบาลนั้น ก็เปึนอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมได้บอกกับเพื่อน ๆ ว่านี่ไม่ได้กรณีแรกที่พรรคประชาธิปัตย์เปึน รัฐบาลแล้วมีพฤติกรรมแบบนี้ ก่อนหน้านี้สมาชิกพรรคฝ์ายค้านเขาลาออกกันทั้งสภา เหลือเฉพาะ ส.ส. รัฐบาล รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าบริหารประเทศเหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนวุฒิสมาชิกพยายามอธิบายความกันว่าฝ์ายค้านไปเล่นการเมืองกับ รัฐบาลหรือเปล่า บอกว่านี่ไม่ได้เล่นเกมอะไรกันเลย เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถหยุดยั้ง เงินกู้ได้ จึงต้องใช้วิธีการตามสิทธิที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงจะใช้ได้ แต่ปรากฏว่า ผมได้ฟังการอธิบาย บอกว่า พ.ร.ก. อันนี้ในอดีตสมัยป้ ๒๕๔๕ ไปกู้ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเสียอีก ท่านประธานลองไปดูสิครับว่าที่กู้ใช้หนี้กองทุนฟุ๋นฟูนั้นมันเปึนผลพวงจาก ใครไปบริหารประเทศที่ไปป่ดสถาบันการเงิน ขายทรัพย์สิน ปรส. มูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้เพียง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดทุนทันที ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประวัติศาสตร์ มันอธิบายบอก แต่ยังไม่มียางอายมาอธิบายว่าที่เงินกู้ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปออก พ.ร.ก. ก็ไปใช้หนี้จากความเหลวแหลกในการขายสินทรัพย์ไปครับ ผมขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า คดีวันนี้ ดีเอสไอ ดําเนินคดีก็มี เรื่องถึง ป.ป.ช. ก็มี องค์กรอิสระ ที่มีเนื้อหางบประมาณที่ขออนุมัติอย่าง ป.ป.ช. นั้น ผมถามว่าดึงเรื่องการทุจริตเรื่อง ปรส. ไว้ทําไม ทรัพย์สินมูลค่า ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายของประเทศยากคณานับ แต่ปรากฏว่าคดีดึงไว้เงียบ แล้วก็มีการอธิบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากความเสียหาย จากกรณีดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องกู้กับกู้ ผมถาม ว่าคนไทยอย่างพวกผมไม่มีความรู้สึกหรือครับท่านประธาน รัฐบาลบอกว่าจะกู้เงินจาก ธนาคารหรือสถาบันการเงินภายในประเทศ ดูหน้าคนในรัฐบาล นามสกุล โสภณพนิช นี่ก็แบงก์กรุงเทพ นามสกุล ล่ําซํา นี่ก็กสิกรไทย เทือกเหล่ากอบางคนก็มาจาก ล่ําซํา มันอธิบายอะไรท่านประธานครับ ธนาคารรับฝากเงินบางประเภทดอกเบี้ยยังไม่ถึงร้อยละ ๑ เลย แต่เมื่อให้กู้ร้อยละ ๖ ร้อยละ ๗ ความที่ได้ประโยชน์อันนี้นี่นะครับ พวกผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านไม่อาจจะยอมรับได้ เพราะท้ายที่สุดธนาคารที่มีญาติโก คนในรัฐบาลนั้นจะมีพฤติกรรมเหมือนคราวทําเช็คช่วยชาติ ผลต่างจากดอกเบี้ยที่เปึน กําไรมโหฬารนั้นมันไม่ใช่เงินปากถุงหรอกครับ มันจะกลายเปึนเงินปากมัน เพราะการไม่ อธิบายให้เจ้าของประเทศเขารับรู้เลยว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นที่เขาจะต้องแบก รับภาระหนี้อันนั้นรัฐบาลจะเอาไปทําอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพ คนที่อธิบายความ เรื่องนี้หลายคนเขาอธิบายว่าสภาที่ทําหน้าที่อนุมัติ ๓ วาระรวดนั้นเหมือนกับตีเช็คเปล่า แล้วให้รัฐบาลไปกรอก จะใช้เงินปูัยี่ปูัยําอย่างไรก็ได้โดยไม่ได้ยึดกติการะเบียบใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การที่วอล์คเอาท์ไม่ร่วม สังฆกรรมตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้วยนั้นพวกผมได้ตัดสินใจถูกแล้วที่จะไม่ยอมไปสมคบ สร้างความผิด ความหายนะให้กับแผ่นดินนี้ แต่หน้าที่ในการอภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ นั้น ผมได้ศึกษากันพอสังเขป และก็จะอธิบายไม่ว่าจะเปึนงบของสํานักนายกรัฐมนตรี ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของกระทรวงกลาโหม ของกระทรวงมหาดไทย ของกระทรวงการต่างประเทศ ตัวเลขอยู่ในงบประมาณกัน ทั้งหมด
หน่วยงานแรกที่ผมจะต้องขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ที่จะต้องมี การวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงและเห็นว่าไม่สมควรที่จะได้รับงบประมาณจํานวนนี้ นั่นคืองบประมาณรายจ่ายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมเองมีหมู่มิตรเปึนเพื่อนเจ้าหน้าที่ตํารวจเปึน จํานวนมากมาย แต่พฤติกรรมของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะคนที่มีความ รับผิดชอบในการทําคดีความต่าง ๆ นั้น มีพฤติกรรมไม่ได้ปฏิบัติต่อบุคคลที่เกิดมาเปึน คนไทยอย่างเท่าเทียมกัน ผมได้อธิบายในสภาแห่งนี้ว่า ที่พวกผมจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กัน มานั้น เพราะพวกผมได้ถูกปฏิบัติอย่างมี ๒ มาตรฐาน ท่านประธานลองแลดูเถอะครับว่า วันนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยกองบัญชาการตํารวจนครบาล ออกหมายจับคดีซ้ําก็มี วันนี้พวกผม ๘ คนถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีก นึกอยากจะออกก็ออก บางคนออกไปแล้ว คดีเดิมออกซ้ํา นี่ละครับสิ่งที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ทํา ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า คดีเวลานี้มีคนเสื้อ ๓ สี มีคนในรัฐบาล มีคนในพรรคฝ์ายค้าน คดีพันธมิตรกว่า ๒๔๐ คดี ถามสิครับว่าเวลานี้คดีคืบหน้าไปถึงไหน เวลาที่ต้องการสัมภาษณ์ย่ํายีว่าตัวเอง มีมาตรฐานเดียว กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ พลตํารวจโท ฉลอง สมใจ บอกเลยว่า เหลือพยานอีก ๔ ปาก จะดําเนินการสอบสวนและสั่งฟัองให้เสร็จภายใน ๑ สัปดาห์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง กํากับดูแลสํานักงานตํารวจ แห่งชาติไม่รู้มีอํานาจจริงหรือเปล่าตามกฎหมาย กลับมาพูดในสภาเลยว่า จะสั่งฟัอง ภายใน ๑ สัปดาห์ ถึง ๒ สัปดาห์ บัดนี้ล่วงมาเกือบ ๘ สัปดาห์แล้ว ไม่มีการดําเนินคดีใด ๆ ทั้งสิ้น และ ๑ ในนั้นที่จะต้องถูกหมายจับคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ๒๔๐ คดีนั้น คดีบุกยึดทําเนียบรัฐบาล หลักฐานทนโท่ วันนี้ก็ไม่มี การสั่งฟัอง บุกยึดสนามบินดอนเมือง ไม่มีการสั่งฟัอง ยึดสนามบินภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ ไม่มีการสั่งฟัอง ป่ดถนนเพชรเกษม พหลโยธิน ไม่มีการสั่งฟัอง แต่ปรากฏว่า คนเสื้อแดงนั้น ๑๐๓ คดี ทุกคดีเร่งรีบหมด ตั้งคนรับผิดชอบ ออกหมายจับ ขึ้นตั้งรางวัล นําจับ ท่านประธานมีความรู้สึกเหมือนกับพวกผมไหมครับว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดในสภาว่า สําหรับผมนี่จะยาว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมรับทราบมาเวลานี้ก็คือว่า เสื้อแดง ๑๐๓ คดี เสื้อเหลือง ๒๔๐ คดี เสื้อสีน้ําเงินหลายคดีแต่ไม่มีการดําเนินคดีเหมือนกัน ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเวลา แถลงข่าวใส่ร้ายคนอื่นนั้น จนกระทั่งท่านประธานที่เคารพ ก็กลายเปึนให้ความเท็จกับ ประชาชนเหมือนกับเรื่องการป่ดดีสเตชั่นนั่นละครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า ป่ดตาม พ.ร.ก. หลังจาก พ.ร.ก. ยกเลิก ทุกอย่างก็จะว่าตามปกติ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาบอกต่อว่าหลังจาก พ.ร.ก. ยกเลิก บอกว่าป่ดตาม กทช. กทช. มาแถลงในสภาบอก กทช. ไม่มีอํานาจ เปึน ไอซีที ไอซีที ก็บอกว่าไม่เกี่ยว แล้วถามว่ามนุษย์หน้าไหนที่ไปป่ด เขา แล้วสั่งป่ดประตูจนออกอากาศไม่ได้ทุกวันนี้ ท่านจะต้องอยู่ภายใต้กติกากันแบบนี้ ท่านประธาน พวกผมแต่ละวันนี้ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลเวลาแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็บอก ว่านั่นเปึนเพราะคนเสื้อแดง แต่ผมบอกว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตั้งข้อหาอย่างไร้ความยุติธรรมที่สุด บางคดีนั้นดูเสมือนว่าตั้งอย่างคนไม่มีความรู้ แต่ที่ผม ทราบมาด้วยความไม่สบายใจก็คือว่า มีคนบางคนจะเปึนไอ้หน้าไหนก็ตามเถอะไปตั้ง คณะกรรมการเถื่อนขึ้นมาชุดหนึ่ง ไปเอาอดีตอัยการ อดีตศาลร่วมกับตํารวจในการทําสํานวนคดีแล้วรีบสั่งฟัอง ท่านประธานถ้าท่านประธานโดนเหมือนอย่างพวกผมท่านประธานจะให้งบประมาณกับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้เลย คดีที่พัทยากับกรุงเทพฯ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ สอบสวนพยานผู้กล่าวหา ๓๐๐ ปาก ภายใน ๒ วัน จําเลยเขาก็ไปขอร้องความ เปึนธรรมทั้งตํารวจและอัยการ บอกว่าให้สอบสวนเขาก่อน ปรากฏว่าไม่สอบสวน ผู้ถูกกล่าวหา ไม่สอบสวนจําเลย สั่งฟัองทันที แต่ประเด็นคดีที่กรุงเทพฯ แล้วท่านประธาน จะอธิบายว่าความเหลวแหลกของสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ไม่สมควรจะได้รับ งบประมาณนั้นเปึนอย่างไร คดีที่ออกหมายจับทั้งพัทยาและกรุงเทพมหานครนั้น มี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ร่วมเปึนจําเลยอยู่ด้วย คดีที่ผู้กระทําความผิดกระทํา ความผิดในราชอาณาจักรเปึนอํานาจของพนักงานสอบสวน แต่ถ้าผู้กระทําความผิด กระทําการที่ต่างประเทศไม่ได้อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนใด ๆ จะอยู่ในชั้นพนักงาน อัยการสูงสุด กล่าวคือว่าเปึนอํานาจของอัยการสูงสุด คดีที่กรุงเทพฯ นี่นะครับ ที่พวกผม ไปร้องความเปึนธรรมกับอัยการสูงสุดนั้น จึงได้รู้ความจริงว่าคดีนี้คนที่มีอํานาจในการ สั่งการสอบสวนจริง ๆ คืออัยการสูงสุดหาใช่พนักงานสอบสวนไม่ เพราะ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร พูดผ่าน โฟนอิน (Phone in) ผ่าน วิดีโอ ลิงค์ (Video Link) จาก ต่างประเทศ ถูกตั้งข้อกล่าวหายุยงปลุกปัืนชุมนุมเกิน ๑๐ คน ป่ดขวางทางการจราจร นั่นตัวยังไม่ได้มานะครับ ถูกข้อหาชุมนุมเกิน ๑๐ คน แล้วก็ป่ดการจราจร คดีนี้ปรากฏว่า ท้ายที่สุดอัยการเขาก็รับฟัง ยังไม่มีการสั่งฟัอง และก็เลื่อนว่าจะดําเนินการสั่งคดีอย่างไร เพราะอํานาจนั้นมันอยู่ที่สํานักงานอัยการสูงสุดหาใช่ชั้นพนักงานสอบสวนไม่ แต่ปรากฏ ว่าคดีที่พัทยาเปึนคดีเดียวกันมี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนผู้ถูกกล่าวหา ถูกหมายจับเหมือนกัน กลับมุบมิบเอา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แยกมาเปึนคดีออก แล้วสั่งฟัองจําเลยที่ถูกข้อกล่าวหาทันทีโดยไม่มีการสอบสวนฝ์ายผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด นี่คือพฤติกรรมของสํานักงานตํารวจแห่งชาติภายใต้การนําของ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านประธานที่เคารพ แล้วต่อไปละครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่เราพูดว่า วันนี้มัน ๒ มาตรฐาน วันนี้มันอธิบายเลยเถิดว่ามันไร้มาตรฐานอย่างสิ้นดีท่านประธาน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกผมนั้นไม่ได้มีความหวั่นเกรงต่อคดีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมมีความอับอายกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ วันนี้มันกลายเปึนว่ายุติธง หมายความว่าตั้งธงเอาไว้ก่อนแล้วก็กระบวนการยุติธรรมที่ว่าก็คือทําตามธงที่ว่า เอาอดีต อัยการไปคุยกับอัยการ เอาอดีตศาลไปล็อบบี้ (Lobby) กับศาล ผมพร้อมจะรับผิดชอบ คําพูดของผม แต่ผมไม่ต้องการให้กระบวนการที่เราจะต้องอนุมัติงบประมาณไม่ว่าจะเปึน ชั้นใดก็ตาม ผมไม่ต้องการให้ใครใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรมมาสร้างความอยุติธรรมด้วยการตั้งยุติธง มีธงแล้วตัดสินตามที่มีธง กําหนดในการดําเนินคดี ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กํากับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ปรากฏว่านายสุเทพถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งหลังจาก คําพิพากษาของศาลอุทธรณ์เรื่องการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในกฎเหล็ก ๙ ข้อว่า คณะรัฐมนตรีต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด และรัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิเหนือ ประชาชนคนอื่นในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น จะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบตามกฎหมาย ถามว่าเมื่อศาลอุทธรณ์เขาพิพากษาจนถึง ที่สุด มีโทษความผิดระวางตั้งแต่ ๑-๑๐ ป้ ปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ กกต. ก็มอบหมายให้ ก.ก.ต. สุราษฎร์ธานี ไปแจ้งความดําเนินคดี กับนายสุเทพและพวกที่สถานีตํารวจในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถามท่านประธานนะครับว่า เอาอวัยวะส่วนไหน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คุมสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ แล้วทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
คุณจตุพรครับ มีผู้ประท้วง เชิญประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ
ประท้วงผมหรือเปล่า
ผม เชน เทือกสุบรรณ ครับ ผมเกรงว่า ถ้าท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปราย อภิปรายไปนอกประเด็นนะครับ จะทําให้ มันไปไกลท่านประธานครับ เรื่องมันก้าวล่วงไปที่อื่นซึ่งผมเรียนกับท่านประธานว่า ผู้อภิปรายที่กําลังอภิปรายนี่ไม่ได้อยู่ในประเด็น ขอให้ท่านประธานควบคุมให้อยู่ใน ประเด็นด้วย เกี่ยวกับงบประมาณครับ
ครับ ผมจะพยายาม ช่วยอยู่ในประเด็นหน่อยก็แล้วกัน
ก็งบประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจะอนุมัติให้สํานักงานแบบนี้ได้อย่างไร มันเปึนหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ บัดนี้ได้ดําเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในเรื่องการทุจริต การเลือกตั้งแล้วหรือยัง แล้วมีหน้าไหนบ้างที่กล้าดําเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไหนละครับ บอกว่ามาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองจะต้องเหนือกว่าคนอื่น ผมบอกว่าวันนี้ถ้ามีมาตรฐานทางจริยธรรมหรือทางการเมืองที่ว่าจริงจะต้องเปลี่ยนความ รับผิดชอบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเขาไปดําเนินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สั่งการ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ ผมถามว่า สารบบงบประมาณเราจะอนุมัติกับหน่วยงานที่ไม่มีระบบอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นประเด็นต่อมาครับ ใจเย็น ๆ ครับ มีหลายประเด็น ประเด็นต่อมาหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปให้ปากคําต่ออนุกรรมการเมื่อวานนี้ และจําปากผมเลยว่า นี่เปึนการให้การเท็จเรื่องกรณีที่ว่า
ผมว่าเอาเนื้อหาสาระของ งบประมาณเปึนหลักดีกว่า
อยู่ชัดเจนว่าการบริหาร งบประมาณแผ่นดิน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นี่นะครับ เปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความ มั่นคงดูแลงบประมาณเต็มไปหมด ลากส่วนไหนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยก็เกี่ยวข้อง กระทรวงกลาโหมก็เกี่ยวข้อง ข่าวกรองก็เกี่ยวข้อง สภาความมั่นคงก็เกี่ยวข้อง จะไม่เกี่ยวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้อย่างไร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปอธิบายกับคณะอนุกรรมการว่า ภาพปรากฏที่มีชุด รปภ. ซึ่งเขาไปให้การ ว่า เขาได้ยื่นส่งมือถือไปที่เบาะหลังที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่ง ปรากฏว่าเมื่อวานนี้นายสุเทพบอกว่า ไม่มีการเป่ดประตูหรือรับสิ่งของใด ๆ จากชุด รปภ. ทั้งสิ้น
ผมว่าจะเลยเถิดไป นอกเรื่องแล้วครับ
ที่ผมอธิบายเรื่องนี้เพราะอะไรครับ ว่า นี่มันเกี่ยวกับความมั่นคงที่ใช้กัน เพราะว่ามันมีคนตาย มีคนบาดเจ็บ มีความเสียหาย เกี่ยวข้องเกี่ยวพัน ถึงเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ คนมีพฤติกรรมให้ความเท็จ นี่นะครับ จะมีหน้าที่ไปดูแลงบประมาณแผ่นดินจํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาทได้อย่างไรครับ ท่านประธาน
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้สนุกเลยครับ อนุมัติซื้อ รถเกราะอาวุธลุยม็อบจัดหาวิธีพิเศษ
ท่านจตุพร คุณนิพิฏฐ์ ประท้วงครับ เชิญประท้วงผม ผมก็พยายาม
ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ แต่ผม ขออนุญาตประท้วงท่านผู้ที่อภิปรายนะครับ ท่านได้อภิปรายในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ที่เราได้อภิปรายกันอยู่นะครับ แล้วก็ได้ใช้คําพูดที่บอกว่า ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ให้ การเท็จ พูดเท็จ ทํานองนี้ครับ ซึ่งยังไม่มีบทพิสูจน์ตรงนั้นเลย ผมเข้าใจว่าท่านกําลัง นําเข้าไปสู่เนื้อหาอะไรนะครับ แต่ว่าอย่าฉวยโอกาสอย่างนี้นะครับ นี่เรากําลังพิจารณาถึง งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ นะครับ แต่ว่าท่านได้พูดถึงเรื่องอื่นซึ่งไม่เกี่ยวกับ งบประมาณเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้อยู่ในกรอบ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ขอบพระคุณครับ
กรุณาหน่อยก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ดูแลหน่วยงาน ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณทั้งสิ้นจะไม่เกี่ยวได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้ เอาอีกแล้วครับ ซื้อรถเกราะอาวุธลุยม็อบด้วยวิธีพิเศษ ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่า การขออนุมัติรถหุ้มเกราะกันกระสุน จํานวน ๒๐ คัน อ้างว่าจะรองรับการประชุม สุดยอดผู้นําอาเซียนก็แล้วแต่ หรือการอนุมัติงบประมาณ ๖๖ ล้านบาท ให้ตั้งกองร้อย อาชีพเพื่อควบคุมม็อบนั้น มันอธิบายอะไรครับท่านประธาน มันอธิบายว่าเอาสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ นี้มาวิธีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ถ้าจะขี้ขลาดอย่ามาเปึนนายกรัฐมนตรีหรือ รองนายกรัฐมนตรีความฝ์ายความมั่นคง เพราะว่าการจะมาเบิกงบประมาณเพื่อซื้อรถ หุ้มเกราะนั้นมันอธิบายอะไรไม่ได้เลย ก็มันแสดงว่าประเทศนี้มันไม่มีความปลอดภัย ท่านประธาน แล้วการไปจัดกําลังคุมม็อบโดยอาศัยงบประมาณ เหมือนกับคราวที่บอกว่า จะอนุมัติงบ ๕๐๐ ล้านบาทให้กองทัพบกไปจัดซื้ออุปกรณ์ในการดูแลม็อบ มันอธิบายเลย ว่า เมื่อสงกรานต์เลือดที่ผ่านมานั้นมันได้มีการใช้กระสุนจริง จึงจะต้องมาขออนุมัติงบ เพื่อจะจัดหน่วยงานอุปกรณ์เพื่อดูแลในการชุมนุม ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกว่า ทําอย่างไรก็ทําไปเถอะครับ แต่ว่านี่คืองบประมาณแผ่นดิน คุณจะมาใช้วิธี พิเศษบนความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้
ท่านจตุพรครับ มีประท้วง อีกแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ ครับ ท่านประธานครับ ว่าที่จริงผมให้ความเคารพต่อการอภิปรายของ ผู้อภิปรายนะครับ แต่ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ผู้อภิปรายไม่ได้ทําตามข้อบังคับ การอภิปรายวันนี้เราอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งผมคิดว่าถ้าผู้อภิปรายอภิปราย อย่างนี้ น่าจะเปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในกระบวนการที่เรากําลังอภิปรายอยู่นี้นะครับ ผมคิดว่าท่านประธานลองดูนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น หรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษาหารือกันอยู่ ไม่ฟุ์มเฟ๋อย วนเวียน ซ้ําซาก หรือซ้ํากับ ผู้อื่น แล้ววรรคที่สองครับ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาใช้วาจาอัน ไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด ผมคิดว่าท่านผู้อภิปรายนะครับ ถ้าประเด็นที่เอามา อภิปรายนี่กําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมไม่ติดใจครับ แต่ว่าการอภิปรายงบประมาณ ท่านต้องบอกว่างบประมาณ กระบวนการจัดทํางบประมาณไม่ถูก ไม่ชอบอย่างไร งบประมาณไม่ถูกอย่างไร ผมว่าไปไกลเกินกว่าขอบเขตของการอภิปรายงบประมาณครับ ท่านประธานกรุณาใช้ดุลพินิจเพื่อให้ผู้อภิปราย อภิปรายอยู่ในประเด็นด้วยครับ ขอบคุณ ครับ
ครับ ผมขอความกรุณา เถอะครับคุณจตุพร พยายามอย่าไปกล่าวถึงบุคคลอื่นเขาให้มันมากนะครับ
ผมจะอภิปรายถึงใครได้ล่ะ ผมต้อง อภิปรายถึงพี่ชายเขา ก็เปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง แล้วไปร่วมทุจริตกับพี่ชาย ของเขาอีกคนที่เปึนนายก อบจ. เอากันแบบนี้ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ท่านประธานคงต้องควบคุมครับ ถ้าว่าใครทุจริต ท่านต้องว่าชัดเจน แต่ว่าไม่ใช่ใช้สภานี้ เปึนเวทีที่จะมาใช้โจมตีคนอื่นโดยไม่มีข้อเท็จจริง ท่านประธาน ผมต้องขอให้ท่านประธาน บอกให้เขาถอนนะครับ ผมใช้ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาแห่งนี้ แต่ผู้อภิปรายกําลัง กล่าวร้ายเสียดสีบุคคลภายนอกโดยไม่เปึนธรรม ท่านประธานครับ กรุณาใช้ดุลพินิจด้วย ครับ
ครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงอะไรผม ผมผิด ข้อบังคับข้อไหนครับ กําลังจะวินิจฉัยอยู่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ที่ประธานจะต้องควบคุมการประชุม
ก็นั่นสิ ผมกําลังควบคุม อยู่
ผมเห็นว่าผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานไม่ได้อนุญาตนะครับ กดไมค์แล้วก็พูดได้เลย ผมขอความกรุณาเถอะครับ ต้องอดทนกัน แล้วท่านประธานก็ใจเย็น ๆ แล้วก็ใช้ตามข้อบังคับ ก็จะเปึนพระคุณครับ ทําให้การประชุมของงบประมาณมันเปึนเรื่องเงินของประชาชน เราต้องใช้ข้อบังคับ ใช้เวลาโดยละเอียด โดยรอบคอบครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ผมวินิจฉัยครับ ก็ผู้ประท้วงได้ประท้วงว่าคุณจตุพรกล่าวถึงบุคคลภายนอก ผมก็ขอความกรุณาอย่า ดําเนินการอภิปรายก้าวก่ายถึงบุคคลภายนอก เราเอาแต่ในวงในของพวกเรานี้ ว่าอย่างไร ตั้งงบประมาณเปึนอย่างไร เปึนเงินเท่าไร ใช้จ่ายอย่างไร มันผิด มันถูกอย่างไร ดําเนินการ ไปอย่างนั้นดีกว่าครับคุณจตุพร เพื่อการอภิปรายมันจะได้ไปอย่างนุ่มนวลทุกฝ์ายครับ
ผมเปึนคนไม่มีปัญหาอะไรเลย ท่านประธาน ความจริงผมไม่ได้อ่านคําวินิจฉัยของศาล ตัวละครที่ผมพูดอยู่ในคําวินิจฉัย ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมขอเรียนกับท่านประธานว่า ผมพูดเรื่องเกี่ยวกับการใช้ งบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจโดยส่วนใหญ่นั้นเขาเปึนตํารวจที่ดีพึงจะได้รับงบประมาณจํานวน ดังกล่าว แต่ตํารวจที่ไปเปึนทาสนักการเมือง ยอมปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยโดยมีการ แยกจําพวกทําเสมือนหนึ่งว่าคนบางพวกเปึนพลเมืองชั้นสองนั้น ผมไม่สามารถที่จะ อนุมัติงบประมาณให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ไปใช้งานตามจํานวนดังกล่าว เพราะ คุณขาดซึ่งความยุติธรรมและศักดิ์ศรีการเปึนตํารวจไทย ที่จะต้องให้ความยุติธรรมกับ ทุกคน
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ หน่วยงานที่ผมจะต้องอภิปราย เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย งบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๖,๖๐๐ กว่าล้านบาท และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท อยู่ในเอกสารที่รัฐบาลให้กับสมาชิกสภาทั้งสิ้น ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า พวกกระผมนั้นไม่ต้องการจะอภิปรายหรือการเปึนนักการเมือง เพื่อที่จะพูดเพื่อจะต่อรองงบประมาณ และท่านประธานก็คงจะแลเห็นว่าคนอย่างพวกผม นั้นจะไม่มีพฤติกรรมอภิปรายเพื่อต่อรองงบประมาณแต่อย่างใด แต่พฤติกรรมของรัฐบาล ชุดนี้ บางหน่วยงานบางกระทรวงใช้งบประมาณแผ่นดินในการตีเมืองขึ้น ว่าใครยอม สวามิภักดิ์ก็จะโอนงบประมาณไปให้ในท้องถิ่นนั้น นี่เปึนสิ่งที่ปรากฏ แล้วผมก็มองด้วย ความไม่สบายใจ แต่ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า เวลานี้จะมีการเลือกตั้งซ่อมที่ จังหวัดสกลนคร ประเด็นที่เปึนสาระสําคัญก็คือว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจเขาไม่ให้ใช้โรงพัก ในการเก็บหีบ ท้ายที่สุดใช้วิธีเก็บหีบอย่างไรท่านประธาน ใช้รถผู้ต้องหาในการเก็บหีบ มีการร้องเรียนกันมากมายเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง ประธาน กกต. จังหวัดสกลนคร บอกว่า ตั้งแต่มีการเลือกตั้งจังหวัดสกลนครไม่เคยมีการใช้สิทธิเลือกตั้งมากมายในการใช้ สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากันมาก่อน พวกเราก็ไปพบว่า นายอําเภอหลายอําเภอใช้วิธีเอาใบ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เจตนาว่าประชาชนเขามีกิจธุระจริง ๆ จึงไปขอในคูหา เลือกตั้งและไปขอแสดงความประสงค์ในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ปรากฏว่าการ เลือกตั้งสกลนครนั้นแปลกประหลาด ที่ผมบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งบัดนี้ ได้รับการร้องเรียนแล้วเขาลงไปประจําพื้นที่แล้ว จะต้องตอบคําถามของประชาชนให้ได้ ว่า การจัดตั้งเลือกตั้งล่วงหน้า ใช้วิธีเอาคนไปคุมขนคนไปลงเลือกตั้ง แบ่งถึงขนาดว่า วันนี้คนใช้สิทธิเลือกตั้งเปึนบ้านเลขคี่ วันนี้เปึนบ้านเลขคู่ วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากบอกไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า รถที่คุมหีบเลือกตั้งเวลานี้ที่ใช้คุม ผู้ต้องหานั้นนะครับ เอาหีบเลือกตั้งออกมาไว้ข้างนอกเถอะครับ แต่จับผู้ว่าราชการจังหวัด เอานายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปขังแทน การเลือกตั้งก็จะบริสุทธิ์แล้ว ผมเรียนกับ ท่านประธานด้วยความรู้สึกจริง ๆ นะครับว่า ใครจะชนะการเลือกตั้งอย่างที่ท่านประธาน บอกว่า นักการเมืองต้องฉลาด แต่จะฉลาดอย่างไรที่จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต
คุณจตุพร มีผู้ประท้วง อีกแล้วครับ เชิญ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังประท้วงผู้กําลังอภิปรายอยู่ขณะนี้นะครับว่า รู้สึกว่า ท่านจะออกไปไกลเหลือเกินครับ ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกค่อนข้างมากเลยทีเดียว ไปไกลถึงจังหวัดสกลนครแล้วครับ วันนี้เรากําลังอยู่ในช่วงการอภิปรายเรื่องงบประมาณ ใช้จ่ายป้ ๒๕๕๓ นะครับ ไปเกี่ยวข้องกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอําเภอ ผู้ว่าราชการ จังหวัด ไปหมดแล้วครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ
ก็ผู้อภิปรายเขารับผิดชอบ เองครับ ให้เขาอภิปรายไปครับ ข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏชัด เพราะเขาโยงไปถึง กกต. ครับ เพราะว่าเขากําลังตัดงบ กกต. เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ให้อยู่ในกรอบก็แล้วกัน ครับคุณจตุพร เพราะว่าถ้าขืนเอาหีบไว้ในห้องขัง มีคนแกล้งสร้างเรื่องกระทําความผิด แล้วเข้าไปใน ห้องขัง แล้วเข้าไปเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งยิ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นบัดนี้การเลือกตั้งในประเทศไทยเปึนการเลือกตั้งที่ แปลกประหลาดที่สุด คือต้องเอาหีบเลือกตั้งไว้ในรถผู้ต้องหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องอธิบายความเวลานี้ก็คือว่า เจตนารมณ์ของการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเขา ต้องการให้คนที่ติดภารกิจจริง ๆ ผมเองได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ในวันที่ กกต. เขามา รายงานผลว่าในการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ นั้น มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทย คนหนึ่งที่เขาไปให้ปากคํากับ ดีเอสไอ ว่า เขาได้รับภารกิจอยู่ ๒ อย่าง ๑. ไปบล็อก แกนนําพรรคพลังประชาชน ๒. ไปเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า มันกลายเปึนว่าการ เลือกตั้งเวลานี้เลือกตั้งล่วงหน้า ๒ วัน เลือกตั้งจริง ๑ วัน แล้วก็เปึนปรากฏการณ์แปลก ประหลาดก็คือว่า หน่วยงานของรัฐอย่างนายอําเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีกงการ อะไรเลยที่เขาจะต้องไปบอกกับประชาชน หรือเอาเอกสารที่จะแสดงความประสงค์ในการ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไปแจกจ่ายกับประชาชน แล้วสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องดูหนักเข้าไปอีกนะครับ ผมขอเรียนกับท่านประธานที่พูดเรื่องนี้ ไม่ได้กลัวว่า พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งหรอกครับ อย่างไรก็ชนะ แต่เอาว่าเราต้องการว่าให้การเลือกตั้ง ครั้งนี้เปึนไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เมื่อคุณจะให้ผมอนุมัติงบประมาณให้คุณกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท คุณจะตอบคําถามที่หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ลงวันนี้ได้อย่างไร โพสต์ทูเดย์นี่นะครับลงใน วันนี้โดยคอลัมน์สังคมโพสต์ทูเดย์ บอกว่า ต้องสั่งสอน เหตุเพิ่งเกิดสด ๆ ร้อน ๆ ที่ สกลนคร ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าพฤติกรรมถ่อยเยี่ยงนี้จะเกิดขึ้นกับผู้สมัคร ส.ส. ที่ทํางาน พลาดเปัา หลังรับสตางค์ก้อนโตจากจอมบงการไปขนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส. สกลนคร ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้สมัคร ส.ส. รับปากจะขนคนมาใช้สิทธิอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ คน แต่พอเอาเข้าจริงขนมาได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ทําเอาจอมบงการถึงกับเดือด ปุด ๆ บุกขึ้นไปตบ ส.ส. ผู้สมัคร ส.ส. กลางบ้านที่สกลนคร ท่ามกลางความตกตะลึงของ ญาติพี่น้องที่ไม่คาดคิดว่าจะทํากันถึงขนาดนี้ แหมมันโหดจริง ๆ คณะกรรมการ การเลือกตั้งมีความรู้สึกอะไรบ้างครับที่ได้ฟังหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์เขาลงว่า นี่มันการ เลือกตั้งในบ้านป์าเมืองเถื่อน นี่พรรคเดียวกันยังถึงขนาดนี้ ผมจึงร้องขอไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า พวกผมนั้นเราไม่เคยร้องขอว่าคุณจะต้องมาเข้าข้างอะไร พวกผมนะ ผมร้องขอก็คือว่า คุณต้องทําให้การเลือกตั้งมันบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าตราบใด การเลือกตั้งมันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมนั้น ความสงบต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ก็ไปตรวจเถอะครับ ใครผิดว่าตามผิด ว่าตามเนื้อผ้า แต่อย่าปล่อยให้มีการปล้นตั้งแทน การเลือกตั้งเหมือนอย่างทุกวันนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ถูกเอางบประมาณไปต่อรองกันหมด บางทีถึงขนาดไปสั่งสอนว่า ที่ให้ไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท คิดเอา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปดึงสิ จะได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เอากันแบบนี้เลยครับเลือกตั้งในประเทศนี้ท่านประธาน ขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ
ประเด็นต่อไปก็คือว่า วันนี้เราพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนายกรัฐมนตรี พูดเรื่องเกี่ยวข้องกับการปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายครั้งในเนื้อหาของ งบประมาณรายจ่าย ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกผมเองนั้นเปึนคนที่รัก ชาติ รักแผ่นดิน ไม่ได้แตกต่างจากชายไทยที่ไปเกณฑ์ทหารหรือไปรับใช้ชาติด้วยการลง เรียน เรียนนายสิบ เรียนนายร้อย เปึนนายทหารชั้นประทวน หรือนายทหารสัญญาบัตร แต่พฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้นั้นได้แสดงความน่าเปึนห่วงว่า นอกจากพฤติกรรมที่มาของ การถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ทหารอุ้มเข้ามาแล้วนั้น พฤติกรรมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมและรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงพยายามที่จะผลักดันในการจัดซื้อฝูงบิน กริพเพน (Gripen) เข้าไปอีก ๑ ฝูง โดยใช้วิธีงบผูกพัน ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่า ผมรักชาติบ้านเมือง ต้องการให้บ้านเมืองนี้ กองทัพนี่นะครับจัดซื้ออาวุธและมี สมรรถภาพตามความจําเปึนของประเทศที่เปึนเอกราช ท่านประธานอาจจะไม่ได้พบข่าว เหมือนกับผมก็คือว่า ผมได้อธิบายเรื่องนี้กันมายาวนานว่าการจัดซื้อฝูงบิน กริพเพน ของ กองทัพอากาศนั้นเปึนการจัดซื้อที่มีพฤติกรรมที่ส่อพิรุธมากมาย หนังสือพิมพ์มติชน ท่านประธานที่เคารพ เขารายงานเรื่องนี้ขณะที่จะมีการจัดซื้อฝูงแรก แล้วรัฐบาลชุดนี้กําลังจะจัดซื้อฝูงที่ ๒ ฝูงแรกงบผูกผัน ๕ ป้ ป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๕ ๖ ลํา และกําลังจะซื้ออีก ๖ ลํา ท่านประธานลองดูสิครับว่า ตารางเปรียบเทียบในการจัดซื้อ เครื่องบินประเภทนี้มีประเทศที่ไปซื้อเครื่องบินกริพเพนจากประเทศสวีเดน นอกจาก ประเทศไทยแล้วยังมีประเทศโรมาเนีย ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศโครเอเชีย ประเทศเชก ประเทศไทยซื้อลําละ ๒,๘๗๕ ล้านบาทต่อลํา เหมือนกันทุกอย่างเลยครับ ประเทศ โรมาเนียซื้อลําละ ๑,๗๐๐ ล้านบาท นี่แพงว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับ ประเทศ แอฟริกาใต้นี่ใกล้เคียง ซื้อลําละ ๑,๘๓๖ ล้านบาท ถูกกว่าประเทศไทยเล็กน้อย ประเทศ โครเอเชียซื้อ ๒,๒๔๔ ล้านบาทต่อลํา ประเทศเชกซื้อลําละ ๒,๓๑๒ ล้านบาทต่อลํา ขณะที่ประเทศไทยซื้อลําละ ๒,๘๗๕ ล้านบาท สื่อมวลชนทั่วโลกเขารายงานพฤติกรรม ประเทศไทยเลยว่าที่จ่ายไปล็อตแรกนั้นมูลค่าเครื่องบินจริง ๆ มันจะมีมูลค่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นที่ซื้อได้ ๑๒ ลํา แต่ประเทศไทยแห่งนี้ถ้าจะซื้อ ๑๒ ลํา ต้องใช้ เงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้เราได้ทักท้วงกันมาตั้งแต่ในวันที่รัฐบาลของ คมช. บริหาร ประเทศว่าเราไปซื้อราคาเกินกว่าประเทศอื่น ๆ เขาได้อย่างไร ทําไมประเทศไทยเราจึงไป ซื้อราคาแพงกว่าบุคคลอื่น ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ผมได้ข้อมูลมานั้น เปึนเรื่องที่กองทัพอากาศเขาไม่เคยไปแสดงอาการเดือดร้อนหรือฟัองร้องหนังสือพิมพ์ มติชน สื่อมวลชนเขารายงานทั่วโลกว่า มีการจัดการเผยแพร่เรื่องการรับสินบนของ กองทัพอากาศของประเทศเชกที่ว่าซื้อเครื่องบินลําละ ๒,๒๔๔ ล้านบาท ว่าไปได้ ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชันจํานวนกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประเทศไทยท่านประธาน ที่เคารพ จัดซื้อความสําเร็จสมบูรณ์ของฝูงบินนี้มูลค่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประเทศไทย ต้องใช้เงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเรื่องนี้รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบอกว่าจะขออนุมัติหลักการเข้าไปก่อน แล้วเวียนรอบ คณะรัฐมนตรีมาหลายครั้งครับท่านประธาน เวียนพอ ๆ กับรถเมล์ เอ็นจีวี นั่นแหละ เวียน ไม่รู้ว่าได้จังหวะไหนขออนุมัติหลักการไปก่อน แต่ใช้วีธีการใช้งบประมาณแบบงบผูกพัน ของมูลค่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยเสียค่าโง่ไปเปล่า ๆ แต่ใครละครับไปได้ประโยชน์อีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนความรู้สึกของคนรักชาติ บ้านเมือง กองทัพอากาศนี่ครับจะได้เครื่องบินอีกฝูงหนึ่งถ้าไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันกัน ผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ พูดอย่างนี้อาจจะต้องมีปัญหากับแม่ทัพนายกอง ผมบอก กับพี่น้องกองทัพอากาศว่า ผมรักชาติบ้านเมือง ผมต้องการให้กองทัพอากาศเปึนกองทัพ ที่มีสมรรถนะ แต่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจะไม่ยินยอมให้กองทัพนี้ได้ทุจริต เอาอ้างความปลอดภัยของประเทศแล้วไปทํามาหากิน ทําไมประเทศอื่นเขาซื้อราคา ถูกกว่าประเทศไทย ลําละกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยกินแกลบหรืออย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนความรู้สึกของผม นี่ไม่นับรถหุ้มเกราะยูเครน ๔,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเศษเหล็กที่โซเวียต รัสเซียทิ้งเอาไว้ สุดท้ายก็ตึกตัก ๆ แล้วท้ายที่สุดก็จะเอากันอีกแล้ว เอาเศษเหล็กกันอีกแล้วครับท่านประธานที่เคารพ บริษัทที่เขามาร้องต่อ สตง. นั้นมาจาก ประเทศรัสเซีย เขาบอกเลยว่า นี่เปึนรถหุ้มเกราะที่ชาวสหภาพโซเวียตทิ้งให้ประเทศ ยูเครนในสมัยยุคสงครามเย็น แต่กองทัพบกของประเทศไทยก็ต้องการที่จะเอาของที่หมด สมรรถภาพแล้วก็ใช้จ่ายงบประมาณสิ้นเปลืองกันอย่างนี้ ผมเรียนกับท่านประธานเลย นะครับว่าถ้าสภาผู้แทนราษฎรของเราไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ของการจัดซื้ออาวุธโดย วิธีการทุจริต สมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีแนววิธีว่า เอาผักผลไม้ เอาข้าวไปแลก อย่างนี้มันไม่ได้ค่าคอมมิชชันนี่ครับ แต่ว่าถ้าเอาแบบนี้ท่านประธานเห็นไหมครับ ของราคา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องไปซื้อ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท เปึนความเสียหายแล้วก็ไม่มี การฟัองร้อง นี่ท่านประธานลองไปดูเถอะครับ ไปค้นเอกสารหนังสือพิมพ์มติชนเขาลง ละเอียดตารางชนิดที่ว่าประเทศอะไรซื้ออะไรเท่าไรที่ผมได้เรียนกับท่านประธาน
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องงบ กอ.รมน. นี่นะครับ ที่อนุมัติไปโดยโครงการใช้ชื่อว่า โครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมขอเรียนเรื่องนี้กับท่านประธานก็คือว่า เราเกิดมาเปึนคนไทย มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สี ๓ สีที่ท่านประธานได้พูดนั่นแหละครับ ถามว่าคนไทยคนไหนบ้าง ในประเทศนี้ที่ไม่มีความจงรักภักดี คนที่เกิดมาเปึนคนไทยลืมตาดูโลกทุกคนจงรักภักดี ด้วยสายเลือด ทุกคนจงรักภักดีโดยที่ว่าไม่ต้องมีสิ่งใด ๆ มาบอกว่าเขาต้องจงรักภักดี แต่ความรู้สึกเวลานี้คืออะไรครับ รัฐบาลได้ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ไปใช้เพื่อ ผลประโยชน์ทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายในหน้าที่ ๒ นี่นะครับ ก็จะมีการกล่าวอ้างว่า การบริหารราชการแผ่นดินนะครับ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และต้องสร้างความปรองดองสมานฉันท์ รวมทั้งปกปัอง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ บนหลักการพอเพียงและมีประสิทธิภาพโปร่งใส ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การตั้งงบประมาณก็เช่นเดียวกันเวลาจะตั้ง งบประมาณเปึนการสร้างความไม่สบายใจกับคนในชาติ เพราะคนในชาติ ๖๓ ล้านคน เขามีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อ่านในการ แถลงนโยบายว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและ ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ก็ใส่งบประมาณ
๒.๑ บอกว่า รักษาความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยภายใน ประเทศ เทิดทูน พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยพัฒนาระบบถวายความ ปลอดภัยและจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกโอกาสอันควร ผมขอเรียน กับท่านประธานนะครับว่า พวกผมนั้นนี่นะครับ ผมต้องการให้คนไทย โดยเฉพาะ นักการเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดป่ดเวลาประชุมร่วมสองสภาได้ร้องขอบอกว่า ให้ทุกคนได้ปกปัองสถาบันได้หรือไม่ ผมบอกกับท่านประธานว่า นายอภิสิทธิ์ไม่มีสิทธิ อะไรจะมาร้องขอเลย เพราะการที่คนไทยจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์นั้น มันเปึน หน้าที่ของคนไทยที่เกิดมาเปึนคนไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่านายอภิสิทธิ์พูดแล้วก็ตีหัวเข้า บ้าน ผมก็ต้องการถ้าผมตอบได้วันนั้น ผมจะบอกว่า นี่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็จะขอ อย่างหนึ่งเหมือนกันว่า คุณอย่าใช้สถาบันพระมหากษัตริย์มาเปึนเครื่องมือทางการเมือง ได้ไหม ท่านประธานลองดูสิครับว่า
ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงอีก กําลังจะ จบอยู่แล้วละ
ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมขออนุญาตประท้วงคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ด้วยความเกรงใจครับ เพราะว่าพยายามนั่งฟังมาตลอด แต่ฟังไปฟังมาทนไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่าคุณจตุพรกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ มาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ผมว่าสิ่งที่คุณจตุพรพูดนั้นมันพิสูจน์ไม่ได้ มันเปึนการ กล่าวหาแบบเลื่อน ๆ ลอย ๆ และข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่ให้กล่าวถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่จําเปึนนะครับท่านประธาน
ถูกต้อง
โดยไม่จําเปึนนะท่านประธาน และอีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ในช่วงที่คุณจตุพรกําลังกล่าวอยู่นั้น ผมได้รับ โทรศัพท์จากพี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกโทรศัพท์มา ๒ ครั้งครับ โทรศัพท์มาย้ําให้ผม บอกว่า กรุณาอย่าทําหน้าตาเถลือกถลนครับ อย่าทําโทนเสียงดิบครับ ฟังแล้วไม่สบายใจ ครับ ขอบคุณครับ
ก็จะจบอยู่แล้วครับ เชิญครับคุณจตุพร อย่ากล่าวอ้างถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เลย
ผมนี่เปึนนักการเมืองไม่เคยผ่าน อาชีพหมอทําแท้งมานี่ จะต้องทําหน้าสลอนได้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ทราบว่าเขาไม่สบายหรือเปล่าครับ ท่านประธาน ต้องให้เขาถอนท่านประธานครับ เขามากล่าวหาผมในสภาผู้แทนราษฎร ที่มากล่าวหาว่าผมเปึนหมอทําแท้ง
ผมพูดหรือยังว่าหมอวรงค์ เปึนหมอทําแท้งนะ
ท่านประธานครับ
ผมพูดหรือยัง ผมยังไม่ได้บอกเลย นะครับ
ท่านประธานครับ ในนี้คือสภา อันทรงเกียรตินะครับท่านประธานครับ ผมกําลังเปึนคู่กรณีที่กําลังกล่าวหาเขา ด้วยการ ผมประท้วงเขา แล้วเขาอยู่ ๆ พูดขึ้นมาลอย ๆ แล้วผมเปึนหมอครับท่านประธาน แล้วผม กําลังพูดอยู่ครับ นั่นแน่นอนสิ่งที่เขากล่าวนี่เขากําลังพาดพิงมาที่ผม อย่างนั้นให้เขาถอน คําพูดครับ ท่านประธานครับ
ก็ถอนสักหน่อย
ท่านประธานที่เคารพ ถ้าผมบอก ว่า หมอวรงค์ ส.ส. พิษณุโลก เปึนหมอทําแท้ง อันนี้ผมต้องถอนคําพูด อันนี้ผมไม่ได้บอก เลยว่าหมอวรงค์แกเปึนหมอทําแท้ง หรืออยากเปึน
ท่านประธานครับ
ประท้วง
ขออนุญาตครับท่านประธานครับ
ก็ประท้วงไปประท้วงมา ก็ไม่ต้องอภิปรายกันแล้ว
ท่านประธานครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง วันนี้ผมได้เห็นความเปึนคนจริงของคุณ จตุพรจริง ๆ ครับ ถ้าคุณคิดว่าเมื่อสักครู่คุณไม่ว่านายแพทย์วรงค์นะครับ นายแพทย์วรงค์ ครับ คุณจตุพรไม่ควรจะถอน แต่ถ้าคุณเปึนคนจริง คุณพูดเมื่อสักครู่คุณพูดถึงหมอวรงค์ อยู่แล้ว คุณควรจะถอนนี่คือความเปึนคนจริงของคนครับ
เอาคนใต้ด้วยกัน
ท่านประธาน นี่เขาใช้วิธีแบบนี้ ด้วยในสภา มาพิสูจน์ว่าใครคนจริงอย่างไร
ถ้าพูดว่าหมอวรงค์ทําแท้ง ก็ควรถอน
แต่ว่าผมยังไม่ได้บอกสักคํา หรือว่าให้ผมพูดคํานี้ก่อน แล้วผมถอนให้ ถ้าผมบอกว่า
เชิญครับ หมอวรงค์ครับ
ไม่ทําแท้งอย่าร้อนท้องน่ะ
ก็บรรยากาศดีเหมือนกัน ครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ จริง ๆ แล้วผมฟังแล้วก็ ไม่สบายใจ คือในอาชีพผม ผมเปึนสูติแพทย์ ผมมีหน้าที่ทําคลอดครับ แต่ถ้าภรรยา คุณจตุพรต้องการให้ผมทําแท้ง จําเปึนขึ้นมาผมจะช่วยครับ ท่านประธานครับ แต่ผม อยากจะกราบเรียนว่า ผมไม่ใช่นักสู้แล้วรวยนะท่านประธานครับ ผมขอย้ําว่าผมไม่ใช่ นักสู้แล้วรวยครับ ดังนั้นเขาจําเปึนที่จะต้องถอนครับท่านประธาน ขอย้ํานะครับ ท่านประธาน ต้องถอนคํานี้
ก็เอายกเกียรติให้หมอเขา หน่อยเถอะครับ
นี่ท่านประธานเวลาท่านประธาน เห็นไหม เวลาจะแลปใส่บอกว่า ผมไม่ใช่นักสู้แล้วรวย ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ทําแท้ง แล้วรวยบ้าง เห็นไหมมันไม่มีประโยชน์อะไรท่านประธาน ผมไม่ได้ยกตัวอย่าง และไม่ได้ ระบุว่าหมอวรงค์ ผมจะว่าผมถอน ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมไม่ยอม นะท่านประธานครับ
คือจะให้ผมว่าเปึนหมอทําแท้ง ให้ได้ใช่ไหม เอาอย่างนั้นใช่ไหม แล้วให้ผมถอน ถ้าแบบนั้นผมจะทําให้
คือผมว่าอย่าโต้เถียงกัน ครับ
ท่านประธานครับ ประท้วง ครับ
ครับ เอาประท้วงอีก
ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตที่จะต้องประท้วงต่อท่านประธานว่า ท่านจะต้องควบคุมการประชุมนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านมีคําวินิจฉัยก่อนว่า กรณีนี้จะต้องถอนคําพูดหรือไม่ จะได้ชัดเจนไปครับ แล้วท่านจะถอนหรือไม่ถอนก็ว่ากัน ต่อไปครับ ขอท่านวินิจฉัยก่อนครับ
ผมก็จะวินิจฉัย เชิญนั่ง ก่อนนะครับ คือประเด็นแรกนะครับ คุณหมอวรงค์ได้พูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้เราก็ไม่อยากจะให้ก้าวล่วงไป อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ถูกต้องนะครับ ที่คุณหมอวรงค์ได้ ประท้วงตั้งแต่ต้นนะครับ ส่วนเรื่องหมอวรงค์ทําแท้งอะไรนี้ ผมคิดว่าเพื่อออมชอมกัน นะครับ ถอนสักนิดหน่อยเถอะครับ คุณหมอวรงค์ไม่ใช่เปึนหมอทําแท้ง
คืออย่างนี้ท่านประธานต้อง อนุญาตให้ผมพูดว่าคุณหมอวรงค์สักก่อน แล้วผมจะถอนให้ อย่างนั้นหรือเปล่า เพราะผม ยังไม่ได้บอกว่า หมอวรงค์เลย
ก็ท่านพูดไปแล้ว
ไม่ใช่ อย่างนี้ท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นผมบอกว่า คุณหมอวรงค์เปึนหมอทําแท้ง แล้วผมขอถอนคําพูดเพื่อจะ เดินหน้าต่อไป อย่างนั้นใช่ไหม
ก็ถือว่าถอนก็แล้วกัน อย่าก้าวก่ายกันเลยครับ เลิกกันเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพ
ขออนุญาตท่านประธานอีกประเด็น หนึ่งนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร อีกประเด็นหนึ่ง ที่สําคัญก็คือว่า ท่านผู้อภิปรายนั้นบอกว่า รัฐบาลได้ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ ดําเนินการทางการเมือง เปึนประโยชน์ทางการเมือง ประเด็นนี้ผมต้องขอให้ถอนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ผมได้เรียนไปแล้ว อย่าไปพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็เรียน
ผมกําลังจะเข้าเรื่องเลยว่า เพราะว่านี่ผมอ่านในคําแถลงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าท่านประธานจะจําได้ก็คือว่า ในวันฉัตรมงคลที่ผ่านมาได้มีการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยไประดมคนโดยใช้ หน่วยงาน อบต. ไปเกณฑ์ประชาชน ไปจ้างมาหัวละ ๒๐๐ บาท ประชาชนเขาร้องทุกข์ มายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาต้องการมาแสดงความจงรักภักดี โดยไม่มีค่าจ้าง แต่ปรากฏว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณแผ่นดินไปจ้างความจงรักภักดีได้อย่างไร มันจ้าง ด้วยหัวใจ
ผมว่าเอาเรื่องงบประมาณ ดีกว่าครับ ท่านจตุพรครับ เอาเรื่องงบประมาณครับ เพราะเวลาท่านก็เหลืออยู่ ๖ นาที เอาเรื่องงบประมาณต่อไป
นี่งบประมาณเลยท่านประธาน ที่เคารพ ผมบอกอย่างไรครับว่า นี่เอางบประมาณแผ่นดินไปจ้างคน แทนที่บอกกล่าวกับ ประชาชน และประชาชนเขาพร้อมจะมา เขามาบอกกับผม
ผมขอร้องท่านจตุพร บอกอย่ากล่าวอ้างไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
ผมบอกเท่านี้ละครับ จะไม่พูด เรื่องนี้แล้วท่านประธาน
พอ พอครับ หยุดนะครับ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์พอแล้ว ให้พูดถึงเรื่องงบประมาณครับ ขอความกรุณาด้วย
ผมบอกกับท่านประธานแล้ว อย่างไรครับว่าผมได้อ่านว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอ้างและผมก็ได้พูดชัดเจนไปแล้ว
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่าเวลานี้นี่นะครับสิ่งที่ รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงจะต้องไปตรวจสอบสํานักงานตํารวจแห่งชาติต่อ นั่นคือการใช้กําลังวิธีการเดียวกับที่เอาตํารวจโคราช ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ไปใส่เสื้อ สีน้ําเงินแล้วยิงใส่คนเสื้อแดงที่พัทยา เวลานี้ก็เอาตํารวจแบบเดิมนี้อีกไปปฏิบัติการที่ สกลนครอยู่เวลานี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลองมาบอกสิครับว่า ถ้าไม่จริง ให้คนที่นั่นเขา จับตัวมาส่งไหม ผมขอเรียนกับท่านประธานว่า เวลานี้มันมีอํานาจอะไรของใครที่ไหน อย่างไร รับเงินเดือนที่ต้องผ่านสภาแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าเอากําลังไปใช้เปึนการส่วนตัว แล้วเพิ่งประกอบภารกิจในการยิงใส่ประชาชนมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพ กรณีที่ศรีสะเกษ ก็คล้าย ๆ กัน แต่ว่ายังไม่รุนแรงเท่าสกลนคร แต่ผมบอกกับท่านประธานว่า เรากําลังทํา หน้าที่ของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีเวลาอภิปรายอีก ๑๕ นาทีนะครับ ได้หารือกับวิปฝ์ายค้าน และก็เอาเวลาของ คุณอํานวย คลังผา ประสานกับวิปเรียบร้อย
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อไปครับ ผมเองได้อภิปรายตอนเรื่อง พ.ร.บ. เงินกู้ บอกว่า การที่ ส.ส. ประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ได้สัมภาษณ์ ในนาม ๒๕ ส.ส. วันที่เขาไปต้านรถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน บอกว่าถ้าไม่ผ่าน ครม. ในวันนี้ จะทําให้เงินร่วงทันทีและต้องนําเงินไปคืนถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท คนที่ฟัง อ่าน สื่อมวลชนโดยสุจริตจะรู้ทันทีว่าโครงการนี้มีคนไปเอาเงินมาก่อนล่วงหน้า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่ผ่าน ครม. นายชาญชัย แถลงว่าจะต้องเอาเงินไปคืน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏ ว่านี่คืองบประมาณแผ่นดินนะท่านประธานที่เคารพ ใครจะรับค่าสินบาทคาดสินบนอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่ผมบอกว่าทําไมนายกรัฐมนตรีไม่เรียก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ มาสอบถามว่ารับสินบนกันอย่างไร เอาเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่ใครรับมา และถ้าไม่ผ่าน จะต้องไปคืนใคร ท่านจะไปยกเลิกแบบยกเลิกข้าวเหมือนเมื่อวาน ที่เอาไปแล้วไม่ว่าอะไร แต่ที่ล็อตหลังไม่ง่ายหรือ นั่นไม่ใช่การแก้ไขปัญหาท่านประธาน แต่ผมบอกท่านประธาน เลยนะครับว่า ดูตัวเลขผมอธิบายกับท่านประธานว่า มีพรรคพวกบอกผมเลยว่า ท่านประธานลองไปดูเรียงข่าวสิครับ ตั้งแต่คนต่อต้านบอกว่า หมาแก่เดี๋ยวจะเขี้ยวหัก นะครับ ถ้าซื้อราคาต่อคัน ถ้าไม่จ่ายภาษี ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ อธิบายสรรพเสร็จ ท้ายที่สุดพอไปตัดสินวิธีการเช่านี่ มูลค่า ๑๐ ป้ เกือบ ๑๗ ล้านบาทนี่นะครับต่อคัน สผ ๒/ แต่ในทางปฏิบัติ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ทุกบาททุกสตางค์ลงพื้นที่เหมือนกันหมด กองทุนหมู่บ้าน เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ภาคใต้นี่นะครับ ผมไม่ได้ เปึน ส.ส. ใต้ เปึนคนปักษ์ใต้ ไม่ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสักคนกับเขา ก็ได้รับ เหมือนกับที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง หรือกรุงเทพมหานครเขาได้รับ ไม่มีอะไร ที่แตกต่างเลย แต่เวลานี้ท่านประธานที่เคารพ การทํางบประมาณหรือการบริหารประเทศ ชนิดที่ว่า ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย คือหมายความว่า เดิมทีนี่นะครับวางกรอบวาง กติกาว่า ถ้างบประมาณของจังหวัดจะทําอะไรปรึกษาหารือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กันด้วย ไม่ว่าเปึนฝ์ายค้าน เปึนรัฐบาล เพราะว่าผู้แทนไปยุ่งตรงก็ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าเวลานี้ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าไม่ใช่พรรครัฐบาลหรือ ส.ส. ที่เตรียมพร้อมที่จะขาย ตัวนะครับ งบประมาณก็จะไม่ไหลไป ผมไม่ต้องการให้บรรยากาศของประเทศนี้เปึน อย่างนี้ท่านประธาน งบประมาณแผ่นดินนั้นมันควรจะใช้กันด้วยความเสมอภาค เมื่อเคย วิพากษ์วิจารณ์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็พูดเวลาหา เสียงเลือกตั้งในจังหวัดนั้น แต่โดยการกระทําเขาบริหารเสมอภาคกัน ไปหมดมิฉะนั้น ภาคใต้จะไม่ได้รับงบประมาณแผ่นดินเลย แต่เวลานี้ไม่เปึนอย่างนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ตราหน้ากันเลย แล้วท่านประธานไม่เคยได้ยินข่าวบ้างหรือครับ งบบางหน่วยงานนั้นมีการเอาเงินมาให้ก่อนแล้วจะโอนเข้าไป บรรยากาศของประเทศ ในเวลาถูกไฟไหม้ต้องการแบบนี้ท่านประธาน ผมต้องการให้มีการใช้งบประมาณอย่าง ซื่อสัตย์สุจริต
ผมว่าพอแล้ว
ผมเรียนกับท่านประธาน เวลาผม ไม่มีปัญหาท่านประธาน แต่ผมบอกกับท่านประธานว่า ที่ผมอธิบายลําดับความมา ทั้งหมดนั้น เวลานี้เรากําลังอนุมัติงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ๒ วันก่อนหน้านี้ เราอนุมัติหรือว่านั่งฟัง และจําเปึนจะต้องมีส่วนที่รับรู้รับเห็นกับเงินกู้ทั้งเปึน พ.ร.ก. และ เปึน พ.ร.บ. โดยเสมือนคนที่ไร้ความสามารถ ไม่มีความรู้สึกที่จะไปตรวจสอบอะไรได้ เพราะว่ารัฐบาลก็ไม่เคยให้ข้อเท็จจริงอะไรกันเลยมานั้น ผมบอกว่าวันนี้นี่นะครับ ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภามันจะอยู่ยืนยาวหรือไม่นั้น มันอยู่ที่การทําหน้าที่ของสภาแห่งนี้ เวลานี้เรากําลังทําหน้าที่ แล้วเราก็เห็นว่ามันหายนะ มันอยู่ข้างหน้านะครับ การทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นถ้าไม่ทําหน้าที่ในการ ตรวจสอบแล้วจะไปทําอะไร แต่ผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธานสั้น ๆ ว่า งบประมาณ แผ่นดินมันเปึนของแผ่นดิน ใครใช้ประโยชน์เพื่อตัวเองอย่างไรก็ตาม การวิบัติก็ต้อง ประสบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สาปแช่งว่า ใครทุจริตขอให้มีอันเปึนไป ใครเรียก งบประมาณเอาเงินไปจ่ายค่าสินบาทคาดสินบนกันล่วงหน้า แล้วจึงจะโอนงบประมาณ ของแผ่นดินไปให้ตามหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งกําลังทําเวลานี้ ก็ขอให้มีอันเปึนไปตาม คําสาปแช่งของพระเจ้าแผ่นดิน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ คุณชาญชัย มีอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ อนุญาตประท้วงผู้ที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ครับ
มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ ในขณะที่ท่านผู้ที่ อภิปรายจบลงไปนั้น กระผมไม่อยากให้เสียบรรยากาศในการประชุม ก็ได้พยายาม อดกลั้นอดทนฟังท่านผู้อภิปรายได้กล่าวความเท็จในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ หลายประโยคหลายวาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งและที่เกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทยในการ สมัครรับเลือกตั้ง ท่านประธานครับ
ผมว่ามัน
จะทําให้เสียหายครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วท่านกล่าวทําให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย อาจจะ ทําให้ประชาชนเข้าใจผิดและมีผลต่อคะแนนของการเลือกตั้งได้ เช่นว่า ท่านไปบอกว่า มีการไปตบทําร้ายผู้สมัครรับเลือกตั้ง นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถ้าจะดูภาพข่าวต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าการสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ในวันที่ ๒๑ มีการลงคะแนนแห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทยในวันนั้น การรณรงค์ หาเสียงครับ ภาพที่ออกมาก็เห็นแล้วครับ ทั้งพรรคผู้สมัครแข่งขันนั้นก็ต่างระดม ไปหาเสียงกันก็เปึนปกติ ขนาดคนอยู่ต่างประเทศก็อยู่ไม่สุขเลยครับต้องโทรมาหากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน
คือตอนนี้พิจารณา งบประมาณ
มาหานายอําเภอ
อย่าเอาเรื่องเลือกตั้งมา พูดในสภา
ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ ถ้าอย่างนี้คนเปึนผู้แทนราษฎรมีเกียรติมีศักดิ์ศรีครับ ถ้าจะมายืนกล่าวความเท็จอย่างนี้ รับไม่ได้ครับท่านประธานครับ
พอแล้ว
ถ้าหากว่าไม่เปึนความจริงต้อง ถอน ถ้าเปึนจริงวันนี้ผมพร้อมที่จะไปจุดธูปสาบานต่อหน้าพระบรมรูป ร. ๗ ที่หน้าสภา แห่งนี้ ผมเรียนเชิญเลยครับ
พอครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ มีอะไรอีกล่ะ เอาให้พอ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิง ครับ ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อภิปรายว่า มี ส.ส. เตรียมจะขายตัว ท่านประธานครับ พาดพิงถึงผมโดยตรง เพราะในสังคมประเทศนี้ได้ทราบแล้วว่า กระผม นายจุมพฏ บุญใหญ่ ปัจจุบันรอให้พรรคเพื่อไทยขับออกจากการเปึนสมาชิกพรรค เตรียมย้ายพรรค นี่คือคําพาดพิงชัดเจน ผมขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้เพื่อชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ ผมยังได้บอก นายจุมพฏ บุญใหญ่ แต่ว่าถ้าท่านประธานให้นายจุมพฏ บุญใหญ่ พูด
เดี๋ยวเป่ดโอกาส เป่ดโอกาสให้นิดหนึ่ง
ผมก็จะได้บอก เพราะว่าท่าน ประธานก็ฟังผมอยู่ ถ้าผมบอกนายจุมพฏ บุญใหญ่ แล้วนายจุมพฏ บุญใหญ่ จึงจะมีสิทธิ จะมาใช้สิทธิพาดพิง ของนายจุมพฏ บุญใหญ่ ไม่ต้องบอกแล้วครับ เขาเห็นกันทั่วแล้ว ครับท่านประธาน แต่ว่าผมจะขอใช้สิทธิพาดพิงหลังจากคนที่แล้วเขาได้อภิปรายพาดพิง ถึงผม แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้พาดพิงนายจุมพฏ บุญใหญ่ แต่ว่าถ้านายจุมพฏ บุญใหญ่ เข้าใจว่าผมพาดพิงแสดงว่านายจุมพฏ บุญใหญ่ เข้าใจเอาเอง
ทุกฝ์ายผมขอร้อง พอครับ เอางบประมาณครับ
ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงได้ไหม ครับ คือตอนนี้ประชาชนทราบ ในพื้นที่ของผมก็ทราบว่าผมเตรียมที่จะย้ายพรรค เปึนข่าว ไปทั่ว คนอื่นไม่มีครับ ท่านประธานครับ ในพรรคเพื่อไทยคนอื่นไม่มี ยืนยันอย่างนี้ แล้วคน ที่เตรียมย้ายพรรคคือเตรียมขายตัว ถ้าไม่ใช่ผมจะหมายถึงใคร ส่วนผมขายตัวหรือไม่นั้น ท่านประธานครับ ผมขอกล่าวคําสัตย์สาบานต่อพระแก้วมรกต ต่อพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า หากผมได้เรียกร้องเอาสตางค์จากพรรคภูมิใจไทยหรือจาก ใครแม้สตางค์แดงเดียว ขอให้โคตรตระกูลของกระผมได้ฉิบหายวายวอด
ไม่ต้องสาบานถึงขนาดนั้น หรอกครับ
แต่ถ้าผู้ใดกล่าวหากระผมโดยไม่เปึน ความจริง ขอให้โคตรตระกูลของผู้นั้นและพรรคการเมืองที่กล่าวหากระผมนั้นฉิบหาย วายวอด
พอครับ
ท่านประธานครับ
ประท้วงกันอีกแล้ว ทางเหนือ ทางใต้ ทางอีสาน
ผมประท้วงครับท่านประธาน ผมยกมือเหนือศีรษะแล้วผมยืนขึ้น
ไม่ต้องบอกหรอก คุณประท้วงผมก็รู้อยู่แล้ว คุณประท้วงผมใช่ไหม
ท่านต้องให้โอกาสผมพูดสิครับ ผมประท้วงครับ
ก็นั่นละผมถามคุณ คุณประท้วงผมหรือประท้วงใคร
ท่านต้องให้ผมรายงานตัวก่อน
ก็ผมถามคุณอย่างไรเล่า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ นายจุมพฏ บุญใหญ่ อยู่ดี ๆ ก็ลุกขึ้นมาพูด นายจุมพฏ บุญใหญ่ ยังไม่ได้รายงานตัวต่อท่านประธานสภาเหมือนผม
ครับ
นายจุมพฏ บุญใหญ่ เปึนใคร ทําอะไร อยู่พรรคไหน และไปนั่งตรงโน้นได้อย่างไร เขาต้องรายงานตัวก่อนถึงจะพูดใน สภาได้ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ให้ควบคุมการประชุมด้วยครับ
นั่งลง ผมจะวินิจฉัยครับ ผมวินิจฉัยทุกฝ์าย พอทุกฝ์ายละครับ นั่งลง พอแล้ว
ท่านประธานครับ ผมขอรายงานตัว ครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนของปวงชนชาวไทย ขณะนี้รอให้พรรคเพื่อไทยขับออก จากการเปึนสมาชิกพรรค
ครับ เดี๋ยวเขาก็ขับเองครับ นั่งลงเถอะครับ
ไม่ขับครับท่านประธาน ตอนนี้สาย มาแล้วครับ ไม่กล้าขับผมครับ
ก็นั่งลงครับ พอแล้ว
ถ้าไม่กล้าขับผม ต้องการให้ผมพ้นจาก การเปึนสมาชิกพรรค ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะเปึนหรอกครับผู้แทนราษฎรที่อยู่ใต้ การบงการของใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่อยากจะเปึนจริง ๆ
พอแล้ว พอแล้ว
ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในการ เลือกตั้งซ่อม ๑๑ ล้านบาท ผมไม่มีเงิน ผมเปึนกรรมกร ผมเปึนคนจน พรรคเพื่อไทยวาง ๑๑ ล้านบาท ให้ กกต. ได้ไหมครับ ผมจะยื่นใบลาออกจากการเปึนสมาชิกพรรค ฝากท่านประธานไว้ วางวันนี้ผมออกวันนี้ครับ ๑๑ ล้านบาท วางให้ กกต. ครับ
ครับ นั่งลง ๆ
ผมขอใช้สิทธิพาดพิง
ไม่มีพาดพิงอะไรหรอก
เสียหายเลยท่านประธานที่เคารพ
พอแล้ว พอแล้วครับ
ผมสมาชิกพรรคเพื่อไทย ท่านประธานเปึนประธาน ท่านประธานลองดูสิครับว่า ถ้าพรรคเอาสตางค์ไปจ่ายให้ กกต. เพื่อให้ผู้แทนคนหนึ่งลาออก กกต. เขาให้ทําได้ไหม
ทําไม่ได้
คืออภิปรายแบบไม่มีความคิดกัน แบบนี้
นั่งลง ทําไม่ได้หรอกครับ
ประเด็นต่อมาท่านประธาน ที่เคารพ ผมเสียหายท่านประธาน
ไม่เสียครับ
เขากําลังจะขับอยู่แล้ว เขาขับเขา ไม่เอาไว้หรอกครับคนทรยศ
ครับ นั่งลงครับ มีอะไร คุณเชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายที่เพิ่งอภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ เมื่อสักครู่ได้ กล่าวพาดพิงถึงผม มีความเสียหายเกิดขึ้น ผมขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ ของข้อบังคับ
ท่านพาดพิงเรื่องอะไรครับ
ผู้อภิปรายได้พาดพิงบอกว่า ที่ชี้มาที่ผมด้วยนะครับ แล้วก็บอกว่าพี่ชายของกระผมซึ่ง คุณธานี เทือกสุบรรณ เขาอยู่ นอกสภานี้ ไม่มีโอกาสหรอกครับ ผมเปึนคนที่ถูกพาดพิงผมต้องขอใช้สิทธิชี้แจง ข้อเท็จจริงท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียหายครับ
ไม่ต้องหรอกครับ เขารู้กัน อยู่แล้วละครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอ อนุญาตท่านประธานเลยครับ เปึนข้อเท็จจริง ผมไม่ใช้เวลาของสภามากครับ
เอาสัก ๑ นาทีพอครับ
ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอ โอกาสที่จะชี้แจง เนื่องจากว่าที่จริงผมไม่ได้ชี้แจงแทน ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะว่า ท่านคงมาชี้แจงเองในฐานะที่ท่านเปึนสมาชิกของสภานี้ แต่ว่า คุณธานี เทือกสุบรรณ ซึ่งเปึนอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมต้องขออนุญาตเรียนผ่าน ท่านประธานถึงพี่น้องประชาชนว่า คุณธานีไม่ได้กระทําความผิด เพราะขณะที่กําลังมีการ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น มีผู้แทนราษฎร ๓ ท่าน คือ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณชุมพล กาญจนะ และคุณประพนธ์ นิลวัชรมณี ได้ไปดําหัวผู้สูงอายุในวันสงกรานต์ และมีสิ่งของที่ดําหัวผู้สูงอายุในวันที่ ๑๓ เมษายน การกระทําอย่างนั้นพวกเราผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรในสภานี้ทําเปึนประจํา แต่ว่าเมื่อต้องถูกกล่าวหาว่าต้องไปพิสูจน์กันในเรื่องของศาลทีหลัง เพราะว่าการกระทํา ความผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ผิดอาญาหรือไม่ ไม่ใช่เปึนเหตุที่คนหนึ่งคนใดจะมาถือ โอกาสวินิจฉัยเองโดยการพิพากษานั้นยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ผมต้องขอความเปึนธรรมกับ คุณธานี เทือกสุบรรณ ว่าการที่เขากล่าวหาเช่นนั้น แล้วก็ถือโอกาสนี้ขอโทษพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศด้วยว่า ผมเสียดายที่มีผู้แทนราษฎรคนหนึ่งอาศัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปึนบ้านเกิด แต่ว่าไม่ได้รับการเลือกตั้งจากคนสุราษฎร์ธานีหรอกครับ ไม่กล้าลงสมัคร ผมเรียนท่านประธานนะครับ
พอแล้วคุณเชนครับ เกิน ๑ นาทีแล้วครับ
ผมเรียนท่านประธานนะครับ สุราษฎร์ธานีเปึนเมืองคนดี ท่านประธานครับ ต้องมีความกตัญ็ูนะครับ ไม่ทิ้งพ่อแม่ ไม่ใช่กตัญ็ูเฉพาะคนที่จ่ายสตางค์ให้นะครับ วันนี้แม่ที่แก่เฒ่าที่อยู่ที่อําเภอบ้านนาสาร เคยไปเยี่ยมดูไหม
พอครับ จะไปกันใหญ่แล้ว ครับ
แล้วท่านประธานครับ อาศัย หากินอยู่ที่รามคําแหงนะครับ
พอแล้วครับ พอแล้วครับ
ไปข่มขืนผู้หญิง
พอแล้ว พอแล้วครับ พอแล้วครับ ขอเถอะ มันจะไม่จบงบประมาณนะครับ ให้ ๑ นาทีเหมือนกัน
๑ นาทีเท่ากับผมไม่ได้กล่าวหา เอ่ยชื่อใครเหมือนกับเขาว่าหมอวรงค์เมื่อสักครู่เหมือนกัน ผมไม่คิดว่าเราจะเจออันธพาล ในสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ
ครับ ก็ขอความกรุณา เถอะครับ พอครับ
คือท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ ที่นายธานี เทือกสุบรรณ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือบุคคลอื่นนั้น ผมได้อ่านตามคําวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ซึ่งเขาวินิจฉัยถึงที่สุด คดีนี้ไม่มีฎีกา แล้วก็ ขณะเดียวกัน กกต. ก็ให้ไปดําเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก โดยใช้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
อันนี้สื่อเขาลงข่าว หมดแล้วครับ
นี่ประเด็นที่ ๑ ไม่มีใครไป ใส่ร้ายอะไรหรอกครับ นั่นมันศาลสั่ง และการเลือกตั้งเขาก็แจกใบแดง ใบเหลือง ไปแล้ว คุณก็ไปร้องกับศาลสิ
ประเด็นต่อมาครับ ผมเปึนคนสุราษฎร์ธานี ไม่ใช่ว่าผมไม่กล้าไปลง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่น แต่ผมออกจากบ้านตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ มีหลายคนใน พรรคประชาธิปัตย์ก็มาลงผู้แทนกรุงเทพฯ ที่อยู่สุราษฎร์ธานี แต่ผมเรียนกับท่านประธาน ว่า การมาเหยียบย่ํานะครับ นั่นมันแม่ผม ผมรู้ว่าผมจะต้องดูแลแม่ผมอย่างไร ผมไปยุ่ง อะไรกับแม่ของคุณที่กล่าวหาผมครับ
พอ ๆ พอแล้วครับ
มันไม่ได้ท่านประธาน ที่เคารพ
หมด ๑ นาทีแล้วครับ
พันธมิตรบุกไปที่บ้านผมไม่รู้ พวกนี้เกี่ยวข้องหรือเปล่าบุกไปถึงเตียงแม่ผม
จตุพรหมด ๑ นาทีแล้ว ครับ พอ ๆ พอแล้ว
แต่ผมบอกว่าสภาแห่งนี้ไม่ใช่ มาด่าแม่เล่นกัน แม่คุณคุณดูแลดีกว่าแม่ผมอย่างไร อย่ามาอวดดีอะไร
พอแล้วครับ พอแล้วครับ คุณเชิดชัยมีอะไร พอแล้วกระมัง มันไม่ได้เดินหน้าเลย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไม่อนุญาตให้ผมพูดผมเสียหายมากนะครับ พรรคพวก ผมเสียหายมากนะครับ การที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวหาว่ามีการให้คนไปลงคะแนน วันคู่ วันคี่ แล้วมีอิทธิพลไปตบหน้าชาวบ้าน พรรคภูมิใจไทยเสียหายนะครับ เพราะวันนี้มี ๒ พรรคเท่านั้นที่ลงสมัครเลือกตั้งในเขตจังหวัดสกลนคร ขณะเดียวกันคุณจตุพร พรหมพันธุ์ พึงสําเหนียกไว้ด้วยครับว่าคุณไปท้าทายคนจังหวัดสกลนคร คุณดูถูก เหยียดหยามเขา และเมื่อสักครู่นี้คุณสนองท้าคุณให้คุณไปสาบานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๗ ขอเชิญคุณมาสาบานเลยครับ
พอแล้ว ผมบอกว่าไม่เอา เรื่องของการเลือกตั้งมาเกี่ยวข้อง
เชิญครับ คุณกล่าวเท็จในสภา
ท่านประธานที่เคารพ
พอ พอ พอครับ พอแล้ว ครับ
นี่เปึนการใส่ร้ายผม ไม่ได้ท่าน ประธาน ผมอ่านหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ที่เขารายงานเรื่องการตบหน้า และผมก็ถามว่า กกต. นี้ไปตรวจสอบแล้วหรือยัง
ครับ พอแล้วครับ
แล้วมาสาบานอะไร
มันมีบันทึกในรายงานการ ประชุมอยู่แล้วนะครับ
ไปสาบานกับโพสต์ทูเดย์โน่น มาสาบานอะไรกับผมล่ะ บ้าหรือเปล่า
ท่านประธานครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ คุณเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณไปหยิบสื่อออกมาพูดในกลางสภา อย่างนี้ คุณไม่ได้ให้ความเปึนธรรมต่อบุคคลภายนอก ไม่สมควร ดังนั้นคุณต้องมาสาบาน ต่อหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ ๗ ครับ
ในนี้เขาก็ไม่ได้ระบุชื่อใคร
พอ พอ พอแล้วครับ ผมไม่ให้พูดแล้วครับทุกฝ์าย
ถ้าระบุชื่อผมกับคุณ
พอครับ ไม่สาบงสาบาน อะไรแล้วครับ มันก็หยอกเย้ากันธรรมดาเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอกันกินได้มากกว่านี้ ฟังคุณ ชาญชัยมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสสระเสนารักษ์ จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิง แล้วก็จะชี้แจงบางเรื่องเพื่อให้ท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนได้เข้าใจเรื่อง ด้วย เรื่องรถเมล์ เอ็นจีวี ขณะนี้ในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้บรรจุเปึนญัตติและได้ สอบสวนอยู่ในขั้นต้นนะครับ แล้วก็มีเอกสารเยอะมากที่เราต้องศึกษา ผู้ที่ยื่นญัตตินั้นคือ พลตํารวจเอก วิรุฬ พื้นแสน พวกเราก็ทําหน้าที่กันไป ใครจะยื่นก็จะเปึนพรรคเพื่อไทย อย่างไรเราก็ช่วยกันดูแล ก็เปึนข้อเท็จจริงที่เราต้องสืบสวนแล้วก็ศึกษา
ที่พาดพิงอะไรครับ
ผมกําลังพูดว่า ผู้สมัครได้ พูดถึงว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ว่าทําไมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เรียกนายชาญชัย ไปถาม หรือว่านายชาญชัยไม่ไปบอกนายอภิสิทธิ์ ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ ครับ คงไม่ได้ใช้เวลามาก เพื่อให้เกิดความชัดเจน โครงการนี้เกิดขึ้นสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ไล่เรียงลงมาถึงท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านครับ มีตัวเลขที่พวกเราได้ ศึกษาอยู่ในขณะนั้นเปึนเรื่องที่แปลกมาก การศึกษาทั้งหมดนั้นเราจะมีข้อเท็จจริง
คือจะยาวไปครับ
ไม่ยาวครับท่าน ผมจะสรุป แล้วครับท่าน จะบอกให้ท่านฟังว่าในระหว่างนั้นเราได้ศึกษามาขั้นตอนมามีเรื่องแปลก ครับ มีการต่อรองหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่ซื้อรถเลยก็ต้องเสียเงินถึง ๔,๓๐๐ จากตัวเลขนะครับ ๔,๓๓๗ บาทด้วย
คือไม่ต้องชี้แจงนะครับ อันนั้นไม่ต้องชี้แจง
ผมเรียนท่านอย่างนี้
คือมันจริงหรือเปล่าที่คุณ พูด ที่คุณจตุพรเขาอ้างคุณ มันมีแค่นั้น ถ้าว่าจริงก็ว่าจริง ถ้าไม่จริงก็ไม่จริง มันก็หมด ประเด็นแค่นั้นเองครับ
ท่านประธานครับ ท่านฟัง นาทีเดียวก็จบ เพราะว่าผมใช้สิทธิพาดพิงเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความรู้ทั่วไป แล้วกําลังสอบสวนอยู่
คือสอบเสร็จแล้วก็ต้องมา ให้ผมวันยังค่ํา
เดี๋ยวนะครับ กําลังจะสรุปว่า สุดท้ายก็จะสรุปมาให้ท่านประธานรู้ว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาล ไหนเปึนคนเอา แต่รัฐบาลนี้ไม่มีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ก็แค่นั้นเองครับ จบนะครับ ผมจะเข้างบประมาณ ใครพูดนอกงบประมาณผมไม่อนุญาตนะครับ
ขอพาดพิงค่ะ
พาดพิงอะไรครับท่าน รัฐมนตรี
ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร
ท่านพาดพิงอะไรครับ ท่านรัฐมนตรี
ผู้ที่อภิปรายได้กล่าวถึง นามสกุล โสภณพนิช ซึ่งดิฉันขอเวลาสั้น ๆ นิดเดียวคะว่า ดิฉันเปึนสมาชิกคนหนึ่งของ นามสกุล โสภณพนิช ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉันเข้ามาการเมือง ดิฉันเข้ามาด้วยความ บริสุทธิ์ใจ แล้วก็ไม่มีความตั้งใจที่จะมาโกงกินอะไรเลย แล้วก็ โสภณพนิช ก็ทํามาหากิน ไม่เคยโกงบ้านโกงเมืองด้วยความสุจริตมาตลอดเวลา ก็อยากจะกราบเรียนให้ผู้ฟัง ทางบ้าน
ผ่านท่านประธานไปถึง ประชาชน
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่โปรดเกล้าฯ ให้เปึนรัฐมนตรีหรอกครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ
พอแล้วครับ นั่งลงครับ ต่อไปคุณชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ นะครับ เชิญครับ ๑๐ นาที บวก ๓ เปึน ๑๓ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ก็รออยู่เปึนเวลานานพอสมควร ขออนุญาตท่านประธานเข้าสู่กระบวนการพิจาณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาท ในส่วนของกระผมครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธาน ผมขออภิปรายในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อป้ ๒๕๔๙ ที่ผ่านมาก็ต้องขออนุญาตท่านประธานย้อนหลังไปนาน สักนิดหนึ่ง ในป้ ๒๕๔๙ นั้นประเทศไทยประสบปัญหาครับ ปัญหาอุทกภัยที่ครั้งใหญ่ ในรอบ ๑๐ ป้ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ ครับ โดยเริ่มที่จังหวัดอ่างทอง โดยท่านภคิน ปริศนานันทกุล ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ในพื้นที่ของท่านก็ประสบความเดือดร้อนจาก ปัญหาน้ําท่วมครับ ลงไปสู่ของจังหวัดอยุธยาของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะพื้นที่ท่านก็ ประสบปัญหาน้ําท่วมเช่นกัน จนมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรีครับท่านประธาน เปึนที่ทราบกัน ดีนะครับ ในพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีในพื้นที่ของอําเภอบางปลาม้า อําเภอสองพี่น้อง เปึนพื้นที่ราบลุ่มครับ พื้นที่เปรียบเสมือนเปึนแอ่งกระทะ น้ําท่วมก่อนแล้วก็แห้งทีหลังกว่า เขาเพื่อนนะครับ ปัญหาน้ําท่วมป้ ๒๕๔๙ ที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายเปึนบริเวณ กว้างครับ จากข้อมูลที่ผ่านมาก็คือว่า ที่นาเสียหายไปถึง ๑๔,๔๘๕ ไร่ พืชสวนเสียหาย ไปถึง ๕,๘๗๘ ไร่ เสียหายรวมทั้งสิ้น ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีการบูรณาการในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาครับ โดยการนําของท่านนายอําเภอบางปลาม้า ท่านประพันธ์ บุญคุ้ม ท่านได้ลงไปช่วยเหลือแก้ไขกับวิกฤตการณ์ในครั้งนั้น แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเอ่ยไป เปึนการเสียหายในภาคการเกษตร ในส่วนที่เสียหายพร้อม ๆ กันไปก็คือเส้นทางของ การคมนาคมครับท่านประธาน มีหลายเส้นทางนะครับ ไม่ว่าจะเปึนถนนในหมู่บ้านก็ดี ถนนเชื่อมต่อระหว่างตําบลก็ดี แม้กระทั่งถนนทางหลวงสาย ๓๔๐ ก็ดีโดนน้ําท่วมตอนนั้น เราต้องป่ดถนนนะครับเปึนระยะทางนับ ๑๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอภิปราย ที่ผ่านมาก็คือความเดือดร้อนจากวิกฤตการณ์น้ําท่วมนั้นครับ เส้นทางบางเส้นทางมีความ เสียหายตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ปัจจุบันนี้ครับยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยครับ หลายเส้นทาง นะครับ แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างมาเส้นทางหนึ่งครับ เปึนเส้นทางเขาเรียกในพื้นที่ ก็คือว่า เส้นคลองขุดถึงดอนขาด ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอบางปลาม้า ระยะทางรวม ๘ กิโลเมตรครับท่านประธาน เสียหายมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เส้นทางนี้ไม่ใช่เปึนเพียงแค่การ ใช้การคมนาคมเพื่อสัญจรผ่านไปมาเท่านั้น แต่เปึนเส้นทางหลักที่จะขนพืชผลทาง การเกษตรเพื่อนําออกมาสู่ตลาด พี่น้องประชาชนเกษตรกรในพื้นที่บางครั้งนะครับ ท่านประธานต้องอ้อมนับกิโลเมตร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย ว่าให้ช่วยผลักดันงบประมาณลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่เส้นทางที่ผมได้กล่าวไปแล้วใน ข้างต้นนะครับ ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึงงบประมาณประจําป้ที่ได้จัดสรรลง ไปเปึนรายกระทรวงครับ
ต่อไปก็ต้องขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬา ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาท นี่นะครับ เปึนงบประมาณที่ขาดดุล คืองบประมาณรายจ่ายสูงกว่ารายรับครับ ท่านประธาน จํานวนเงินทั้งสิ้น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ เพราะฉะนั้นปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในส่วนของงบขาดดุลนี้ก็คืออะไรครับ ก็คือการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ไม่ว่าจะการจัดเก็บรายได้ของภาษีอากร เปึนภาษีโดยทางตรงหรือภาษีทางอ้อม ภาษีขาย เฉพาะ ในส่วนนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมจะพูดถึงในส่วนของภาษีขายเฉพาะที่รวม ไปถึงของภาษีบาปซึ่งทางรัฐบาลเพิ่งขึ้นภาษีไป ไม่ว่าจะเปึนภาษียาสูบ ภาษีสุรานะครับ แต่การขึ้นภาษีต่าง ๆ เหล่านี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจัดเก็บแล้วก็ขึ้นภาษีที่ผ่านมา แต่การขึ้นภาษีนั้นก็ได้สร้างภาระให้กับผู้บริโภค บางส่วนต้องยอมรับครับ ในการสร้าง ปัญหาเหล่านั้น แต่ในส่วนของกระผมแล้วเรามีวิธีการหารายได้เข้ากับประเทศหลายทาง ครับ นั่นก็คือทางหนึ่ง การจัดเก็บภาษีหรือการขึ้นภาษีในด้านต่าง ๆ แต่ในความคิดของ กระผมนะครับท่านประธาน การหารายได้กับประเทศซึ่งไม่ส่งผลกระทบหรือมีผลกระทบ กับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด นั่นก็คือรายได้ที่เราจะจัดเก็บจาการท่องเที่ยว อย่างไรครับ ท่านประธาน เรามีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ขออนุญาตยกตัวอย่างภาคละ ๑ จังหวัด เชียงใหม่ผมก็นึกถึงพระธาตุดอยสุเทพ อีสานตอนนี้ผมก็นึกถึงจังหวัดยโสธร เปึนงาน ประเพณีซึ่งโด่งดังกันขึ้นทุกป้ บั้งไฟพญานาคครับ ส่วนภาคใต้ผมนึกถึงจังหวัดกระบี่ครับ เรามีหาดทรายที่สวย มีทะเลที่สวย เกาะพีพี ส่วนภาคกลางผมนึกที่ไหนเปึนไปไม่ได้ นอกจากจังหวัดสุพรรณบุรีของกระผม เรามีแหล่งท่องเที่ยว ถึงแม้แต่ว่าเราไม่มี ภูมิประเทศที่ได้เปรียบ ไม่มีภูมิประเทศที่ติดทะเล แต่เรามีสถานที่ท่องเที่ยวครับ สถานที่ ท่องเที่ยวที่สร้างโดยมันสมองของมนุษย์ ทุ่มเทกําลังกาย กําลังทรัพย์ ที่ผ่านมาไม่ว่า จะเปึนบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ มังกรสวรรค์ ล้วนแต่เปึนผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ทั้งสิ้นครับท่านประธาน เปึนแหล่งท่องเที่ยว ว่าง ๆ ก็กราบเรียนเชิญ ท่านประธานไปแวะเยี่ยมชมเสียหน่อยนะครับ ท่านประธานครับ ผมดีใจที่ได้ฟังท่าน นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่านพูดให้สัมภาษณ์ หลายครั้งว่าเราจะต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ผมมีความคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน อยากเห็นเปึนรูปธรรมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปธรรมที่เห็นได้ชัดก็คือการ ประชาสัมพันธ์ ที่ผมยกตัวอย่างจังหวัดละ ๑ ที่เปึนการยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพ ฟังแล้ว น่าเที่ยว นั่นก็คือการย้อนเข้าไปสู่กระบวนการของการประชาสัมพันธ์ครับ ท่านประธาน ครับ โครงการที่มีการประชาสัมพันธ์แล้วได้ผลสําเร็จอันดีเยี่ยมที่ผ่านมาของประเทศไทย นั่นก็คือ โครงการป้การท่องเที่ยวไทย ๒๕๔๑-๒๕๔๒ หรือที่เราเรียกกันว่า โครงการ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ (Amazing Thailand) ครับ ประสบความสําเร็จเปึนอย่างยิ่ง ต้องขอ ประทานอภัย ผมไม่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือตัวเลขเงินหมุนเวียนในการท่องเที่ยวนั้น ในมือ แต่ผมมีข้อมูลครับว่า ในหลักการและเหตุผลของการจัดการโครงการอะเมซิ่งไทยแลนด์ ในป้นั้นได้ใช้วิธีการครับ วิธีการต่าง ๆ ก็คือว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่านสั้น ๆ ครับ ๒ บรรทัด การจัดทําโครงการและประสบความสําเร็จให้ได้นั้น สิ่งที่สําคัญมากก็คือ การสื่อสารไปยังกลุ่มเปัาหมายเพื่อให้เกิดการรับรู้อันจะส่งผลต่อพฤติกรรมการ ท่องเที่ยวไทย ท่านประธานครับ ได้แบ่งรูปแบบการสื่อสารต่าง ๆ นั้นออกเปึน ๒ ส่วนครับ
ส่วนแรกครับ สื่อสารไปกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศ
ส่วนที่ ๒ คือสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างประเทศ อย่างไรครับ สื่อสารต่างประเทศโดยใช้สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากนั้นยังมีสื่ออื่น ๆ เช่น ปัายรถเมล์ ปัายกลางแจ้ง หรือที่เราเรียกกันว่า เอาท์ดอร์ (Outdoor) สื่อในประเทศ เช่นกันครับ ก็ใช้สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเทอร์เน็ต ท่านประธานครับ ผมถามว่า เอ๊ะ เราจะใช้หลักการเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วมาทําประชาสัมพันธ์ ในครั้งนี้ได้หรือไม่ ผมก็ศึกษาต่อครับท่านประธาน ความสําเร็จของโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ที่ผ่านมาเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ใช้หลักการอะไรครับ โครงการป้การท่องเที่ยวไทย ป้ ๒๕๓๐ ได้จัดโครงการ วิซิท ไทยแลนด์ เยียร์ (Visit Thailand Year) ประสบความสําเร็จ เขาก็ย้อนกลับไปใช้เมื่อ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็ประสบความสําเร็จเช่นกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงส่วนนี้ผมถึงเห็นความสําคัญของการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เราจะมาพูดว่าเราส่งเสริมแต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ เราดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ได้ หรอกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานี้ ผมหวัง เปึนอย่างยิ่งนะครับที่เราจะได้เงินหมุนเวียน ไม่ว่าจะเปึนเงินภายในประเทศ ที่นักท่องเที่ยวภายในที่จะเที่ยวกันนะครับ รวมไปถึงเงินตราต่างประเทศที่จะเข้าสู่ประเทศ มากขึ้น จะนําไปสู่คําแถลงนโยบาย คําแถลงของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ครับ ที่ท่านจะได้เห็นนักท่องเที่ยว นักลงทุนที่เข้ามานะครับ เม็ดเงินต่าง ๆ ที่จะเข้ามานําสู่ ประเทศนั้น มันก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ
๑. การจ้างงาน ธุรกิจอยู่ได้ ผู้ประกอบการอยู่ได้ การจ้างงาน กับปัญหา การว่างงานก็น้อยลงครับท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีได้กล่าวให้ไว้ครับ ว่า ถ้าประชาชนมีงานทํา มีรายได้ที่มากขึ้น เงินที่เหลือไปไหนครับ ก็นํากลับไปฝากแบงก์ ไว้เหมือนเดิม เม็ดเงินต่าง ๆ มันก็จะเข้าสู่ระบบของการเงินนะครับ ก็ฝากท่านประธาน นะครับว่าอยากให้ดูแลในเรื่องของการท่องเที่ยวเปึนที่สําคัญนะครับ สั้น ๆ ครับท่านประธาน เวลาจํากัด
ในเรื่องของการศึกษา วันก่อนผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แถลงนโยบาย แนวคิด ดีใจครับที่ท่านจะยกระดับการศึกษาของประเทศให้เท่าเทียมกัน ทั้งประเทศ ท่านประธานครับ นอกเหนือจากการยกระดับการศึกษา ผมมีแนวคิดที่จะนําเรียน ท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมนะครับเกี่ยวกับเรื่องของจํานวนครูที่บ้านนอก โรงเรียนบางโรงเรียน ใช้คุณครู ๑ ท่านสอนโรงเรียน ๒ ห้อง ถามครับว่า ท่านสอนอย่างไร ๒ ห้อง ท่านก็ให้งาน ให้กับนักเรียนห้องนี้ไว้ แล้วก็เดินไปสอนอีกหนึ่งห้อง แล้วก็กลับมาตรวจ ท่านเดินอยู่ อย่างนี้อยู่ ๒ ห้องครับ นั่นคือปัญหาของปริมาณครูซึ่งไม่เพียงพอต่อจํานวนนักเรียน สัดส่วนไม่สมเหตุสมผลนะครับ
อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธาน อยากจะฝากท่านประธานครับว่า หลักสูตร การเรียนการสอน มีเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายครับว่า คุณครูบางท่านจบ หลักสูตรมาแต่ต้องไปสอนอีกวิชาหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกต้องกับหลักสูตรนะครับ นี่ก็คือฝากไว้
อีกส่วนหนึ่งครับ สวัสดิการของครู ไม่ว่าจะเปึนเงินเดือน ค่าครองชีพ สวัสดิการต่าง ๆ อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีช่วยดูแลเปึนพิเศษด้วยครับ เพื่อที่เปึน ขวัญและกําลังใจให้กับคุณครูที่จะสอนกับนักเรียนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๒-๓ ข้อที่ผ่านมานี้นะครับ ท่านประธานครับ ควรที่จะคูณ ๒ ไปด้วยซ้ํา ให้กับคุณครู ที่สอนอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ มีความเสี่ยง เราอย่า ละทิ้งท่านครับ เราต้องดูแลท่านเปึนพิเศษ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน นะครับที่ได้ให้โอกาสและให้เวลากระผมได้อภิปรายในครั้งนี้ ก็ต้องขออีกสักเรื่องนะครับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขอครั้งต่อไปใน ๓ เดือนหลังขอให้ตรงเวลา ทางองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องนี้ถูกตําหนิมา ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะตอบ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเรียนชี้แจงประเด็นข้อสอบถามของท่านสมาชิก เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอําเภอประจําป้ ๒๕๕๒ สืบเนื่องมาจากกรมการปกครองได้ประกาศคัดเลือกข้าราชการเพื่อเข้าศึกษาอบรม หลักสูตรนายอําเภอ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งก็ทํากันเปึนประจําทุกป้ ป้นี้มีผู้มีสิทธิ ที่เข้ารับการคัดเลือกจํานวน ๑,๖๔๒ คน ซึ่งกรมการปกครองจะคัดเลือกจากข้าราชการ ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือ กลุ่มที่มีผู้มีประสบการณ์ ได้แก่ คัดจากผู้มีอาวุโสในอายุราชการ จํานวน ๑ ใน ๓ ของแต่ละรุ่น และกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มข้าราชการที่ใช้วิธีสอบคัดเลือกเอง ๒ ใน ๓ ของแต่ละรุ่น การสอบคัดเลือกเปึนการสอบข้อเขียน โดยแบ่งเปึน ๒ แบบ คือ ๑. ข้อสอบแบบปรนัย มอบให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเปึนผู้ดําเนินการ ๒. ข้อสอบแบบอัตนัย ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ ออกข้อสอบและ ตรวจข้อสอบ คณะกรรมการประกอบด้วย ข้าราชการระดับสูงของกรมการปกครอง ไม่ว่า จะเปึนอธิการบดีวิทยาลัย ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการกองในสังกัดกรมการปกครอง หลังจากตรวจข้อสอบแล้วจึงเอาผลคะแนนการสอบทั้ง ๒ แบบมารวมกัน นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ เพื่อดูบุคลิกภาพและการสื่อสารอีกด้วย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลักเกณฑ์และกระบวนการสอบคัดเลือกข้าราชการเพื่อ เข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอําเภอเปึนเรื่องที่ทํามาทุกป้ ใช้เกณฑ์เดียวกัน กระบวนการ เดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน ผมว่าที่ผ่านมาทุก ๆ คนก็คงเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านี้ ส่วนผล การคัดเลือกจะออกมาอย่างไร ก็คงเปึนไปตามกระบวนการดังกล่าว การตั้งข้อสงสัย ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ ซึ่งเปึนบุคคลภายนอกสภาแห่งนี้ คงจะไม่เหมาะสมและเปึนธรรมนัก และหากมีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบมาพากลในระบบราชการ ผู้สมัครสอบคัดเลือกก็มี กระบวนการตรวจสอบ อย่างเช่น การขอดูผลคะแนนของบุคคลตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารทางราชอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ผมไม่สบายใจมากคือการกล่าวหาว่ามีการเรียก รับเงิน หรือผลประโยชน์จากเรื่องการสอบ ผมขอยืนยันต่อท่านสมาชิกและสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า แต่ก่อนจะเปึนอย่างไรผมไม่ ทราบ แต่ช่วงที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องไม่มีเรื่องอย่างที่ท่าน กล่าวหาอย่างเด็ดขาด ท่านไม่ต้องเอาใบเสร็จมาแสดงหรอกครับ แต่ขออย่าพูดลอย ๆ ผมขอให้ท่านบอกมาว่าใครที่ต้องจ่ายเงิน ให้ใคร ที่ไหน เท่าไร ใครเปึนพยานได้ เท่านี้ ละครับ ผมจะสอบสวนเอาตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด เพราะกระทรวงมหาดไทย มีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจะไปบําบัดทุกข์บํารุง สุขให้ใครได้หากตัวเองยังต้องประพฤติปฏิบัติอย่างนี้อยู่ ผมขอเรียนสภาแห่งนี้ด้วยความ เคารพครับ
สําหรับเรื่องที่ ๒ ประเด็นข้อสอบถามของท่านสมาชิกเรื่องการจัดสรร งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น คณะกรรมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประกาศ หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสําหรับพัฒนาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. กรณีเร่งด่วน และตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของ อปท. ประจํา ป้ ๒๕๕๒ วงเงินทั้งสิ้น ๑๔,๙๙๙.๙๕ ล้านบาท โดยที่หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้กําหนดให้ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตําบลเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณได้แห่งละ ไม่เกิน ๒ โครงการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ไม่เกินพื้นที่อําเภอละ ๑ โครงการ แต่เนื่องจากคําขอของ อปท. ทั่วประเทศมีจํานวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ โครงการ วงเงิน มากกว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงต้องตั้ง คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคําขอโครงการดังกล่าวตามแนวทางในประกาศของ คณะกรรมการกระจายอํานาจ ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ กรมบัญชีกลาง สํานักงบประมาณ กรมโยธาธิการและผังเมือง สํานักงานกระจาย อํานาจ ผู้แทน อปท. ทั้งเทศบาล อบต. และ อบจ. และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ประธาน คณะกรรมการกระจายอํานาจมอบหมาย โดยคณะกรรมการได้กําหนดกรอบวงเงินของ แต่ละจังหวัดให้กระจายงบประมาณซึ่งพิจารณาจากสัดส่วนจํานวนประชากร จํานวน อปท. และรายได้ต่อหัวประชากร โดยนํามาคิดแบบผกผัน คือรายได้มากได้งบประมาณน้อย รายได้น้อยได้งบประมาณมาก ส่วนเกณฑ์การพิจารณาโครงการในแต่ละจังหวัดจะพิจารณาตาม คะแนนข้อมูลโครงการที่ อปท. เสนอมาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกระจายอํานาจ กําหนด ท่านประธานสภาที่เคารพ ตามที่ท่านสมาชิกได้ติติงถึงความล่าช้านั้น ผมขอเรียน ต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการของกรมได้ประชุมกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้ว เสร็จประมาณปลายเดือนมกราคม และเริ่มประชุมพิจารณาโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมมาโดยตลอด จะมีเว้นไม่ได้ประชุมก็ช่วงที่เกิดความไม่สงบในเดือนเมษายน ซึ่งขณะนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่กระจายงบประมาณไปทั้ง ๗๕ จังหวัดแล้ว จํานวน ๓,๘๘๑ โครงการ เปึนเงินงบประมาณ ๗,๓๕๙ ล้านบาท สําหรับเรื่องการ กระจายงบประมาณนั้นผมยืนยันได้ว่าดําเนินการไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการได้ กําหนดทุกประการ แต่ที่ปรากฏว่ามีบางจังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณในสัดส่วนที่น้อยในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มาชี้แจงว่า เนื่องจาก อปท. ส่งเอกสารหลักฐานและรายละเอียดไม่ครบ ไม่ว่าจะเปึนตัวโครงการ แบบแปลน ประมาณราคา ผังบริเวณ หรือแผนพัฒนาของ อปท. ซึ่งต้องรอให้แก้ไขหรือจัดส่งเพิ่มเติมเข้ามา ตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดน่าน เขตอําเภอ บ้านหลวง อําเภอนาน้อย อําเภอเวียงสา มีโครงการที่ได้เสนอมาไม่เข้าหลักเกณฑ์ ๔ โครงการ และต้องขอเอกสารเพิ่ม ๘ โครงการ หรืออําเภอเมืองนครพนม ต้องขอ แบบแปลนเพิ่มเติม ๑๑ โครงการ เปึนต้น
สําหรับประเด็นที่มีการกล่าวว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากการอนุมัติ โครงการ ผมขอเรียนว่าหากท่านมีหลักฐานว่าใครเรียกร้องผลประโยชน์จากใคร ที่ไหน จํานวนเท่าไร ช่วยเอาหลักฐานมาให้ผมดูด้วยครับ ผมจะดําเนินการเอาความผิดกับคน เหล่านั้นโดยไม่สนใจว่าจะเปึนใคร อยู่ฝ์ายไหน เพราะตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ารับตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมบอกกับเพื่อนข้าราชการว่า ผมจะอยู่อย่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี และไม่มีวันทําความเสื่อมเสียให้แก่กระทรวงมหาดไทยอย่างเด็ดขาด แต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ หากท่านไม่มีหลักฐาน ผมขอความกรุณาท่านอย่าพูดให้ ร้ายต่อกระทรวงมหาดไทย เพราะจะเปึนการทําลายขวัญและกําลังใจของเพื่อนข้าราชการ กระทรวงมหาดไทยที่ต้องปฏิบัติหน้าที่บําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน ผมขอ เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่า ในช่วงที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้อง ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย แต่ก่อนหน้านี้เปึนอย่างไรผมไม่ทราบครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอเรียนยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่า การพิจารณาโครงการของคณะกรรมการเปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการกระจายอํานาจกําหนด โดยเอาปัญหาและประโยชน์ของประชาชนใน ท้องถิ่นเปึนเปัาหมาย เราคงไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าโครงการใดเปึนพื้นที่ของฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาล เพราะการเมืองเปึนเรื่องของการเดินไปข้างหน้า เมื่ออดีตเราก็เคยอยู่ ด้วยกัน ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเปึนอย่างไร การจะมาแบ่งแยกฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ในปัจจุบันมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม เราต้องเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เปึนตัวตั้งในการทํางานครับ
ส่วนประเด็นที่ ๓ คือกรณีพาดพิงว่า ผมได้ใช้อํานาจรัฐเข้าไปช่วยเหลือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร เขต ๓ คุณพิทักษ์ จันทร์ศรี หมายเลข ๑ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม จนทําให้พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมากันอย่างหนาแน่น จํานวนถึง ๒๑,๐๐๐ คน คิดเปึน ร้อยละ ๗ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่มีผู้มาใช้สิทธิ เพียง ๓,๐๐๐ คน ผมคงต้องกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยครับว่า ผมว่าพวกเราที่เปึนนักการเมือง เปึน ส.ส. ต่างทราบดีว่าถึงเวลาเลือกตั้ง พรรคการเมือง แต่ละพรรคก็จะต้องระดมสมาชิกของพรรคไปช่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคต้อง เปึนแม่ทัพใหญ่ไปปักธงเปึนขวัญกําลังใจของสมาชิกพรรค ตลอดจนผู้สมัครและผู้ให้ การสนับสนุน แต่หากหัวหน้าพรรคมีตําแหน่งหน้าที่ทางการเมืองในรัฐบาล เช่น เปึนนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี การจะไปช่วยเหลือลูกพรรคในฐานะหัวหน้าพรรคก็เปึนเรื่องที่กระทําได้ ไม่มีกฎหมาย ห้าม แล้วก็เห็นหน้าหัวหน้าพรรคทุกท่านทํามาตลอด แต่ต้องไม่เปึนการใช้อํานาจหน้าที่ หรือใช้เวลาที่ทางราชการไปเบียดเบียนผู้อื่น ท่านประธานครับ ผมไปสกลนครมาแล้ว ๒ ครั้ง และจะไปอีกครั้งในวันศุกร์ที่ ๑๙ นี้ แต่ละครั้งที่ผมไปผมขอลากิจกับท่าน นายกรัฐมนตรีทุกครั้ง ตรวจสอบได้ ผมไปเปึนการส่วนตัว ใช้เงินส่วนตัว และไม่เคยใช้ อะไรเลยที่เปึนส่วนของราชการ ไม่เคยไปบอกหรือให้ใครไปบอกว่า ถ้าเลือกคนของพรรค จะจัดสรรงบประมาณให้เปึนกรณีพิเศษอย่างที่ท่านสมาชิกกล่าวอ้างถึง ผมไม่เคยเอา ตําแหน่งรัฐมนตรีติดตามตัวผมไปด้วย แต่การที่จะมีเพื่อนข้าราชการแวะมาทักทายกัน บ้างในฐานะนับถือกันเปึนการส่วนตัวผมก็ห้ามไม่ได้ เปึนสิทธิของท่าน และเปึนประเพณี นิยมของคนไทยที่มีแขกมาบ้านก็ต้องรับขับสู้กันทักทายกันเปึนธรรมดา ส่วนการที่พี่น้อง ประชาชนชาวเขต ๓ สกลนครมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากันมากมายผมว่าเราทั้ง ๒ พรรค ต่างน่าจะยินดีนะครับที่เราสร้างมิติใหม่ทางการเมืองร่วมกัน เพราะปกติแล้วเลือกตั้งซ่อม มักจะเงียบเหงา มีผู้มาใช้สิทธิบางตา แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ใช่ เราต่างรณรงค์ การเลือกตั้งอย่างเข้มข้น ผมได้อ่านจากข่าวสารว่าพรรคของท่านได้ระดม ส.ส. อดีต ส.ส. ซึ่งอยู่ในบ้าน ๑๑๑ กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง มีการใช้เทคโนโลยี โทรศัพท์หรือ โฟนอิน จากต่างประเทศมาขอความเห็นใจ ขอคะแนนเสียงจากแกนนํา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําท้องถิ่นหลาย ๆ รูปแบบที่พี่น้องในพื้นที่เกิดการตื่นตัว ผมดีใจครับ ที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเปึนพรรคเล็กน้องใหม่สามารถและมีศักยภาพเพียงพอที่รณรงค์การ เลือกตั้งสู้กับพรรคใหญ่ ๆ ที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรค ผมบังเอิญเปึนหัวหน้าพรรคเล็กก็เลย ต้องโดนเหน็บบ้าง ผมเข้าใจครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ผู้อภิปรายนะครับ ข้อ ๖๓ ครับ เสียดสีแล้วก็เอาเอกสารมาอ่าน ผมอุตส่าห์พยายามฟัง เนื่องจากท่านเปึนผู้ใหญ่ในสภานี้นะครับ แล้วผมเปึนคนอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน แต่ว่า ท่านกล่าวเท็จกลางสภา ผมไม่อาจที่จะให้อภิปรายต่อไปได้ท่านประธานครับ ที่มาเสียดสี พวกกระผมว่าเปึนพรรคการเมืองไม่มีหัวหน้าพรรค ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ คือหัวหน้าพรรค ท่านสดับฟังหน่อย เปึนผู้ใหญ่ควรที่จะใช้ความรอบคอบนุ่มนวล เขาเขียนอย่างไรมาอ่าน อย่างนั้นก้มหน้าก้มตาไม่ได้ขออนุญาตท่านประธาน อย่าทํานะครับ ศักยภาพความเปึน มท. ๑ มันถือว่าไม่ใช่ธรรมดา ขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับด้วยความเคร่งครัดด้วยครับ อย่าคิดว่าเปึนหัวหน้าพรรคท่านแล้วจะอย่างไรก็ได้นะครับ สภามีข้อบังคับเปึนกฎหมาย เปึนบรรทัดฐานในการที่จะทําให้การประชุมเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านพูดท่านก็ต้องก้มบ้างเพราะผู้ใหญ่นะครับ ต้องก้มบ้างนะครับ ท่านไม่ได้อ่านหรอกครับ ท่านก็พูดจากใจจริงที่ผมก็ดูอยู่ ความจริงมันก็ต้องมีบ้างนะครับ แม้แต่ผมก็ต้องอ่านเพราะอายุมากแล้วนะครับ แล้วก็ที่พลาดพลั้งไปเรื่องหัวหน้าพรรค ก็คงจะขออภัยเขาได้ท่านรัฐมนตรีครับ
ครับ หากว่ามีอะไรผิดพลาดผมขอถอนครับ
ดูว่าผู้ใหญ่ ท่านพูดมา ก็ถอนแล้ว ก็คงไม่มีอะไรกระมังครับ ก็เลือกเบอร์ไหนเบอร์นั้นได้ ก็เรื่องของราษฎร ผู้แทน ที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่มีสิทธิหรอกครับ เชิญต่อครับท่านรัฐมนตรี
ขอบคุณ ครับท่านประธาน ผมก็เรื่องที่ ๓ ผมก็มีอยู่แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านตอบแล้วครับ ก็คงจะ ไม่มีอะไรหรอกครับ ขอความกรุณาต่อไป
ใช้สิทธิพาดพิงหน่อยครับ ท่านประธาน ขอชี้แจงครับ
ไหนครับ
ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงต่อเลยครับ ในฐานะรัฐมนตรีชี้แจงต่อ
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน
ก็ไม่ได้พาดพิงอะไรหรอก ครับ เอาคุณอิสสระ เอาสักหน่อย นั่งนานแล้ว
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธาน
ผมขอใช้สิทธิครับท่านประธาน เพราะว่าผมได้อภิปรายไปในเรื่องการเข้าโรงเรียนนายอําเภอกับเรื่องงบท้องถิ่น และเรื่อง
ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ
เสียหาย ท่านตอบว่าสิ่งที่ผมพูดไปนี่ ไม่จริง แสดงว่าผมโกหก ผมเสียหายครับท่านประธาน
เปล่า ผมฟัง ท่านบอกว่า ถ้ามีหลักฐานก็เอาหลักฐาน ๘๐๐,๐๐๐ ที่ท่านพูดน่ะ เอามาแสดงกับท่านมันก็หมดเรื่อง ท่านก็จะได้สอบข้อเท็จจริง เอาคนติดคุกติดตารางไป
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้สิทธิผมพูดครับ ท่านประธาน ผมถูกพาดพิง
ผมว่ามันไม่มีอะไร ไม่เห็น ท่านกล่าวถึงท่านเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ ท่านอดีตนายอําเภอครับ ไม่เห็นมีอะไร
ท่านมาตอบในสิ่งที่ผมได้อภิปราย
เมื่อท่านถามเขาก็ต้อง ตอบ
แต่ตอบแล้วแสดงว่าสิ่งที่ผมได้ อภิปรายไปนี่เปึนเท็จอย่างนั้นหรือเปล่า
ไม่เท็จหรอกครับ ต่างคน ต่างไม่เท็จครับ มีอะไรครับท่านสุชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมว่า วันนี้เปึนการอภิปรายงบประมาณท่านประธานครับ ให้ฝ์ายค้านได้อภิปรายก่อน แล้วผม ว่าท่านรัฐมนตรีค่อยตอบ ถ้ารัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบบ่อย ๆ ฝ์ายค้านก็ไม่ได้อภิปราย
ถ้าอย่างนั้นอย่าให้ เสียเวลาครับ ผมกําลังจะเรียกคุณอนันต์ ฝ์ายค้านนี่อภิปรายต่อ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน
เพราะว่าเวลามันน้อย เหลือเกินครับ ท่านชวลิตครับ ให้คุณอนันต์พูดต่อไปเลย
ผมนิดเดียวครับท่านประธาน เพราะว่าใน ๒ ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมา ผมจะไม่ทําให้ท่านเสียหาย ท่านเปึน ผู้ใหญ่ ผมก็คิดว่าถึงแม้จะอายุคราวลูกท่านก็ไม่ทําให้ท่านเสียหายแน่นอนครับ ผมเพียง จะอธิบายเล็กน้อยครับท่านประธาน
ก็เอาสักครึ่งนาที
ครึ่งนาทีหายใจก็จบแล้ว ท่านประธาน
ก็นั่นสิครับ เอาสักครึ่งนาที ให้หายใจก็จบ
ท่านประธานไม่เสียหายแน่นอนครับ แล้วผมจะไม่ทําให้เสียหาย เพียงแต่ผมจะต้องอภิปรายให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็น กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความ เคารพท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระผมไม่มีเจตนาเปึนอย่างอื่นเลย ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ นะครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีท่านคงจะไม่ทราบอะไรเลยใน กระทรวงมหาดไทยด้วยซ้ําไป โดยเฉพาะใน ๒ เรื่องนี้ เพราะท่านไม่ได้ทํา เปึนงานที่อยู่ อาจจะในลักษณะที่ว่าท่านไม่ได้รับรู้ในเรื่องนี้ โรงเรียนนายอําเภอที่เข้ามานี่ท่านตอบ ถูกครับ เปึนเรื่องที่ปฏิบัติกันมาตลอด เพียงแต่ป้นี้ผิดสังเกตเท่านั้นเอง จังหวัดของ ท่านประธานได้ถึง ๑๗ คน
เขาเก่ง เขาคงได้นะ
ผมก็ดีใจด้วย เขาห้อยพระดีครับ ท่านประธาน พระรุ่นนี้รุ่นละ ๘๐๐,๐๐๐
อันที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของงบท้องถิ่นนะครับ ตรงนี้เขาทราบกันดี ผมคิดว่าเพียงแต่ว่าท่านฟังข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยที่ว่า ท่านเปึนห่วงว่าข้าราชการ จะหมดกําลังใจ ผมคิดว่าท่านลองทํางานโดยตัวท่านลงไปดูเอง ผมเชื่อท่านนะครับว่า ท่านเปึนผู้มีศักยภาพ มีความเปึนธรรม ถ้าท่านลงไปทํางานด้วยตนเอง ไม่มีผู้แอบสั่ง ราชการ ผมมั่นใจว่างานจะเรียบร้อยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็คงไม่มี อะไรครับ เชิญคุณอิสสระครับ เอาสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าเหลือตั้งเยอะครับ ฝ์ายพรรค เพื่อไทย เขาคนละ ๘ นาที ๆ เขากําลังหาเสียงอยู่ ก็อยากให้เขาหาเสียงเต็มที่ เชิญครับ คุณอิสสระ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ครับ
ท่าน ส.ส. ชัยนาท ท่าน ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ความจริงผมก็รักเคารพนะ ท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานพูดด้วยเหตุ ที่จะลดความเครียด แต่ขออนุญาตครับท่านประธานครับ
เอาอย่างนี้ดีกว่า ไม่ได้หา เสียง พูดด้วยความจริง ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณ
ขอบคุณครับ ผมก็แก้ให้ไปแล้ว นะครับ เชิญครับ คุณอิสสระครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ มีผู้อภิปราย หลายท่านได้กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุล่าช้า ผมอยากจะกราบเรียนให้ ทราบว่า ความจริงการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุหลังจากได้รับจดทะเบียนผู้สูงอายุ รอบใหม่แล้วนะครับ มีผู้มาลงทะเบียนขอรับเงินเบี้ยยังชีพ หรือเบี้ยกตัญ็ูนี้ทั้งหมด ๓,๕๗๐,๐๐๐ กว่าคน หลังจากป่ดรับการลงทะเบียนแล้ว รัฐบาลได้โอนเงินเบี้ยยังชีพ ให้กับผู้สูงอายุนะครับ ผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อทําฎีกาเบิกจ่ายให้กับ ผู้สูงอายุ โดยโอนไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ โอนไปทุกแห่งเลยนะครับ จํานวน เงินเบี้ยยังชีพที่โอนไปนั้น เปึนเงินเบี้ยยังชีพประจําเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน รวม ๓ เดือนครับ เพราะฉะนั้นความล่าช้าในการเบิกจ่ายนั้นไม่ได้เกิดจากรัฐบาลนะครับ เกิดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดําเนินการเบิกจ่าย อาจจะเปึนไปได้ว่าท่านทําฎีกา เบิกจ่ายล่าช้าไป หรืออาจจะเปึนเพราะว่าท่านไปจ่ายตอนใกล้ ๆ เนื่องจากว่าขณะนี้เปึน การหาเสียงเลือกตั้งนายก อบต. หลายแห่งครับ ถึงอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ในขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้แก้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนะครับ ในมาตรา ๑๑ (๑๑) ซึ่งเดิมไม่ได้กําหนดการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไว้ การแก้ใหม่นั้นได้แก้เปึนว่าให้จ่าย เบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมาย ผู้สูงอายุนี้ออกมาจากจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นจะทําการจ่ายเปึนรายเดือนทุกเดือนเลย ผมจึงขอกราบเรียนต่อที่ประชุมให้รับทราบครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ครับ
เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมสักนิดหน่อยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมใคร่ขอ อนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ เพื่อความสบายใจของท่านสมาชิก ผมได้นั่งฟังท่าน สมาชิกที่อภิปรายถึงงานของคมนาคม ประเด็นที่ท่านติดใจก็คือเรื่อง ๑. ก็คือเรื่องงบน้อย ๒. ก็คือ เรื่องการกระจายลงพื้นที่อย่างเปึนธรรม ผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานได้ ชี้แจงอย่างนี้ครับ งบที่ท่านสมาชิกได้เห็นว่างบ พ.ร.บ. ๒๕๕๓ น้อย น้อยเพราะว่า งบส่วนหนึ่งไปอยู่ในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และ พ.ร.บ. ที่สภานี้ได้ผ่านไปแล้ว ผมเรียน อย่างนี้นะครับ งบลงทุนของกระทรวงคมนาคมจะได้ประมาณ ๔๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่เปึนงบที่อยู่ในการสร้างถนนอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และเปึนเงินที่อยู่ต่างจังหวัด หรืองบที่ ทช. ทล. อะไรทั้งหลาย รถไฟในต่างจังหวัดทั้งหลาย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าคิดเปึนเปอร์เซ็นต์จะประมาณ ถ้าเปึนงบที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก็คือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้างบที่อยู่ในต่างจังหวัดที่พี่น้องท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายที่บอกว่างบต่างจังหวัดถนนไร้ฝุ์นอะไรทั้งหลาย ถ้าคิด เปึนเปอร์เซ็นต์ก็จะประมาณ ๕๘ เปอร์เซ็นต์นั้น กราบเรียนให้เห็นว่าวันนี้ท่านสมาชิกที่มี ความกังวลถึงเรื่องการกระจายงบเกรงว่างบส่วนนั้นจะไปอยู่ที่ไม่เปึนการกระจายไปใน จังหวัดต่าง ๆ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ โดยเฉพาะงบที่ผ่านมาแล้วคืองบถนนไร้ฝุ์น
- ๓ ๐ ๒ / ๑ ผมเรียนนะครับ งบถนนไร้ฝุ์นมีทั้งหมด คือ ทช. มีภารกิจของถนนอยู่ขณะนี้ ๓๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ทางหลวงชนบทนะครับ ๓๔,๐๐๐ กิโลเมตร อันนี้เปึนถนนทํา เสร็จแล้ว ขณะนี้เราได้จัดงบบํารุงรักษาไป ๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร ที่สภานี้พิจารณาอยู่ ก็กราบเรียนท่านสมาชิกสภานี้ได้ทราบว่า งบที่ พ.ร.บ. ๒๕๕๓ ส่วนใหญ่จะเปึนงบ บํารุงรักษา ส่วนงบที่สร้างใหม่ก็จะไปบรรจุอยู่ใน พ.ร.ก. กับ พ.ร.บ. ที่สภาได้ผ่านไปแล้ว คืองบทางหลวงชนบทมี ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร งบ ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ผมเรียนอย่างนี้ นะครับ เปึนงบใน พ.ร.ก. งบใน พ.ร.ก. นี้ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนงบใน พ.ร.บ. กระตุ้น เศรษฐกิจอีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ผมเรียนอย่างนี้นะครับในการพิจารณางบที่
คือเอาอย่างนี้รัฐมนตรี เกลี่ยเขาให้ได้ทุกคนก็แล้วกัน
ก็อธิบายเกลี่ย อย่างนี้ครับ
ไม่ต้องชี้แจงมากหรอก ครับ เพียงแต่เอาเงินให้เขาทุกคนไปก็แล้วกัน
ก็เรียนชี้แจง
เขาจะได้ช่วยยกมือให้ครับ
เพื่อที่จะให้ สภานี้ได้ยกมือ เรียนอย่างนี้นะครับ ภาคเหนือถ้าคิดเปึนเปอร์เซ็นต์แล้วโดยเอาฐาน ประชาชนก็คือเอา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวเงิน ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีจํานวนประชากร ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง คิดเปึนประชากร ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ได้ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ลดตามสัดส่วนของภาคกลางนี้ ส่วนหนึ่งก็เปึนความขาดแคลนนะครับ ส่วนภาคใต้ก็ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ จึงกราบเรียนท่านสมาชิกและท่านประธานนะครับว่า โครงข่าย ถนน ๗,๐๐๐ กิโลเมตร เรามีรายชื่ออยู่แล้วตามนี้ ท่านสมาชิกที่อยากจะทราบโครงการ ก็อยู่ในรายการที่กระผมถือนี้ ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณา และที่จะจัดงบประมาณให้แก่พี่น้องทั้งประเทศด้วยความเปึนธรรม ก็กราบ เรียนยืนยันนะครับ
ท่านพีระพันธุ์เอาสัก ๒ นาที
ท่านประธานครับ ผมนิดหนึ่งครับ พอดี ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี
ท่านก็ได้แล้วในนั้น ผมเห็นอยู่
ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ
ได้เยอะด้วย
ผมเห็นด้วยกับท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานแบ่งเปึนธรรมและท่านบอกเมื่อสักครู่นี้ อย่างไรท่านประธานจําคํา เมื่อสักครู่นี้ไว้ด้วยนะครับว่า แบ่งอย่างเปึนธรรม ท่านประธานบอกไว้แล้วนะครับ ขอบคุณ มากครับ
บอกแล้วครับ เชิญท่าน พีระพันธุ์ครับ
ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ครั้งนี้ก็มีการพูดเปึนห่วงเรื่องยาเสพติดกันเยอะ กับกระทรวงยุติธรรมนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณจากใจจริงครับ
ผมอยากกราบเรียนประเด็นแรก มีท่านสมาชิกตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลน่าจะ มีวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดนะครับ คงใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวตรงนี้ เพราะว่าเคยพูดไปแล้ว แต่ขอย้ําอีกทีนะครับเผื่อพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่จะไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายวันที่ ๑๘ มีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็เปึนครั้งแรกที่ เปึนการสนธิกําลังกันจากทุกภาคส่วน แล้วก็ได้มอบให้ กอ.รมน. เปึนผู้รับผิดชอบ และ จัดตั้งศูนย์ปัองกันปราบปรามยาเสพติดร่วม สปป. ๑ ใน กอ.รมน. นะครับ แล้วก็ ดําเนินการอย่างจริงจังนะครับ ความจริงดําเนินการมาก่อนวันที่ ๑๘ มีนาคม แต่ตั้งแต่ วันที่ ๑๘ มีนาคมเปึนการสนธิกําลังกันหมดเลยครับ ในกรุงเทพมหานครก็จัดกําลังไว้ ๑๓๐ กว่าทีมนะครับลงตรวจสอบพื้นที่ แล้วก็ทั่วประเทศตั้งแต่ชายแดนเลยครับ ไล่กันเข้า มา โดยเฉพาะมีท่านสมาชิกพูดถึงประเด็นเรื่องตามแนวชายแดนไว้ด้วย เราก็ได้ใช้กําลัง ทหารพรานเข้ามาสนธิกําลังช่วยในส่วนนี้ ก็ต้องขอขอบคุณครับที่เปึนห่วงเรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ ทางงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จะจัดอุปกรณ์ไว้ซื้ออุปกรณ์ตรวจสารยาเสพติดต่าง ๆ ให้เพียงพอกับการดําเนินการแล้วก็เปึนที่โชคดีอีกอย่างหนึ่งครับ เพราะว่าอุปกรณ์ตัวนี้ เมื่อก่อนราคาเปึนล้านบาทเลยครับ เดี๋ยวนี้ราคาถูกลงประมาณครึ่งหนึ่งได้ ก็สามารถ จัดซื้อได้เพิ่มมากขึ้น
และที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ตอนนี้มาตรการที่มอบหมายให้ดําเนินการกัน อย่างเต็มที่ก็คือ เชิงรุก เราได้ออกไปพบแล้วก็ดําเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลายราย แล้วก็น่าเปึนห่วงครับ เดี๋ยวนี้มีอาวุธร้ายแรงทางรัฐบาลก็ได้จัดชุดปัองกันตัว นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกกันกระสุน ให้เพิ่มเติมกับทหารที่เข้า มาร่วมปฏิบัติสนธิกําลังตรงนี้ แต่ว่ามีส่วนหนึ่งครับ ประเด็นสุดท้ายเพื่อไม่ให้เปึนการ เสียเวลานะครับ เพราะว่ายาเสพติดที่เข้ามาเปึนเวลานานเกือบหมดมาจากข้างนอกไม่ใช่ มาจากในประเทศ แต่ว่าไม่ได้มาทางเหนือครับ สถานการณ์วันนี้เข้ามาทางภาคอีสาน ครับ ผมไม่บอกจังหวัดไหนนะครับ ทางเหนือไม่ใช่อันดับแรกนะครับ วันนี้เข้าทางอีสาน ครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้
พอแล้ว
ครับ ก็พยายามจะปัองกันไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ขอบคุณมากครับ
เขาคงไม่ตัดงบประมาณ ท่านหรอกครับ ให้เขาพูดก่อนเถอะ คุณอนันต์เชิญครับ อัดอั้นมานานแล้ว
ผมนึกว่าผมจะไม่ได้พูดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุดรธานี เขต ๑ ครับ วันนี้มาเรื่องของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จากเศรษฐกิจของประเทศนั้นจะย่ําแย่ทุก หย่อมหญ้าในปัจจุบัน ยาบ้านั้นมีขายทุกแห่งหน ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นเดือดร้อนทุกตําบล แล้วประชาชนคนไทยจะอยู่อย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นโยบายต่าง ๆ นั้น ใครคิดก็คิดได้ครับ แต่ทําไม่ได้ แม้กระทั่งรัฐบาลปัจจุบันนี้นั้นแจกเงินก็แจกก็เปึนอย่างที่ ท่านว่า การแจกเงินที่ดีมีคุณภาพหรือการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนนั้น การกระตุ้น เศรษฐกิจนั้น ต้องให้เขาทําธุรกิจจากเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปทําปุ่งไก่ขาย คนขายไม้ไผ่ก็ยัง ได้เงิน คนขายถ่านก็ยังได้เงิน คนล้างจานยังได้เงิน นั่นคือการกระจายจากเงิน ๒,๐๐๐ บาท เปึน ๓,๐๐๐ บาท นั่นคือนโยบายของพรรคเพื่อไทยเก่านะครับ แต่มา ปัจจุบันนี้นั้นจากงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้นจาก ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้น ซึ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นเปึนกระทรวงหลักของประเทศ ประชาชนคนไทยประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพการเกษตรเปึนหลัก แต่งบที่รัฐบาลจัดให้เพียงน้อยนิดคือประมาณ ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ ส.ส. คนไหนก็ตามหรือ พรรคไหนก็ตามบอกว่า อ้างเกษตรกรนั้นเปึนใหญ่ แต่เกษตรกรนั้นครับเดี๋ยวนี้ยากจน แม้กระทั่งรัฐบาลทุกวันนี้นั้นนะครับ การประกันราคาต่าง ๆ หรือการจํานํานั้นก็ล้มเหลว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของจํานําข้าว ไม่ว่าจะเปึนการจํานํา มันสําปะหลัง อันนั้นสิ่งต่าง ๆ นั้นเพราะว่าไปถึงแล้วมันไม่ถึงดวงดาว ไปแล้วก็ไม่ประสบ ผลสําเร็จต่อจุดเปัาหมายที่วางไว้ ทําให้เกษตรกรนั้นได้เดือดร้อน เรื่องของราคาข้าวก็ตาม ในเรื่องของราคามันสําปะหลังก็ตาม เรื่องของเศรษฐกิจนั้นเปึนปัญหาของประเทศทั้ง ประเทศ แล้วทําให้เศรษฐกิจของประเทศนั้นลดลงจาก จีดีพี ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นท่านประธานคงจะทราบว่า การเกษตรนั้นต้องอาศัย ทรัพยากรหรือปัจจัยหลายส่วนก็คือ เรื่องของดิน ของน้ํา และของปุิย ตลอดจนการจัดการ สิ่งสําคัญครับคือน้ํา น้ําในประเทศไทยนั้นถ้าหากว่าการจัดการน้ําดี ๆ แล้วนะครับ การเกษตรนั้นก็คงจะพัฒนาไปสู่ความสําเร็จ น้ําตกมาจากฟัานะครับมาสู่พื้นดิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราไปใช้น้ําในการเกษตรหรือว่า อุปโภค บริโภคเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์นั้นไหลหนีหมดครับ ไหลลงทะเล ไหลลงแม่น้ําโขงหมด โดยเฉพะ อีสาน ตรงนี้ฝากกรมชลประทานหรือฝากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปพิจารณาว่า จะทําอย่างไรว่าการจัดการน้ําให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่จะต้องมีการแก้ปัญหาในเรื่องของภาค เกษตรที่จะให้เพิ่มผลผลิตในการเกษตร
อันที่ ๒ นั้นนะครับก็คือ เรื่องของปุิย ปุิยนั้นเปึนปัญหาของประเทศ เพราะ ประเทศไทยเรานั้นผลิตปุิยไม่ได้ แต่มีอาชีพประเทศคนส่วนใหญ่ก็คือการเกษตร แต่ทรัพยากรของประเทศนั้นมีครับ คือ โปแตส ที่มีอยู่ในพื้นดิน แต่เอามาใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะ เปึนที่จังหวัดอุดรธานีก็ตาม ซึ่งเปึน โปแตส ที่ดีที่สุดในโลก แม้กระทั่งที่จัตุรัสซึ่งผลิตขึ้น มาแล้วก็ปรากฏว่ากําลังจะล้มเหลว ถ้าหากว่าจะให้ดีนั้นจะลดต้นทุนในการผลิตของ เกษตรกรนั้น เรื่องปุิยเปึนสิ่งสําคัญ นอกจากใช้ปุิยอินทรีย์แล้วปุิยเคมีก็ต้องมีความจําเปึน นะครับ เพื่อที่จะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น นั่นเปึนสิ่งสําคัญที่จะต้องทําให้เกษตรกรนั้น ได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะให้ปุิยตั้งโรงปุิยแห่งชาติซึ่งเคยเสนอไปแล้ว นะครับในตอนที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องปุิย ทั้ง ส.ส. ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล นั้นก็เห็นด้วยที่จะตั้งตรงนี้ แล้วก็เอา โปแตส ขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติ ที่ไปดูที่เยอรมันเขา ขุดลงไปตั้งกิโลเมตรอยู่ตรงนั้นรัศมีประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร เขาก็ยังอยู่ได้ แต่อันนี้ต้อง ทําความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ลําพังจะให้ทางเอกชนไปจัดการเรื่องของปุิย โปแตส ในจังหวัดอุดรธานีนั้นคงไม่ได้ต้องเข้าไปวาระแห่งชาติ แล้วเราจะมีลดต้นทุนใน การผลิตในเรื่องของปุิย
อีกประการหนึ่งครับ ที่เกษตรกรประสบความล้มเหลวนั้นก็คือเรื่องของ สินค้าเกษตร ผลิตแล้วขายได้ราคาต่ํา ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยนั้นมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของข้าว เราก็ผลิตเปึนอันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะข้าวนั้นมีผลิตไม่กี่ประเทศครับที่เปึน ตัวแทนที่ส่งออกข้าวออกขายต่างประเทศ ก็มีไทย เวียดนาม แล้วก็อินเดียเท่านั้นเองที่เปึน ส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากว่าเรามารวมหัวกัน หรือว่ารวมกันก็เปึน เอเปค (APEC) ในการที่ว่าจะกําหนด ราคาข้าวสู่ตลาดโลก มันก็น่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศผู้ผลิต โดยเฉพาะที่เราผลิตไป นั้นมีอยู่ ๓ ประเทศมารวมกัน อย่าง โอเปค (OPEC) อย่างน้ํามันเขาทําไมรวมกันได้ แต่เราที่ผลิตอยู่ ๓ ประเทศต้องใช้ทูตของเรา กระทรวงการต่างประเทศไปคุยกัน กระทรวง พาณิชย์ไปคุยกัน ๓ ประเทศได้คุยกัน เรากําหนดราคาข้าวของแต่ละประเทศเปึนอย่างไร นั่นมันจะทําให้คุณภาพและราคาของสินค้าเกษตรเรามีประสิทธิภาพ นี่อยากจะเสนอแนะ รัฐบาลให้ดําเนินการด้วยเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและให้นําเงินรายได้เข้าประเทศ ไม่ใช่ ว่าจะกู้อย่างเดียว อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่กําหนดไว้ ยางพาราก็เปึนอันหนึ่งที่เราผลิตได้เปึน อันดับหนึ่งของโลก ก็มีประเทศที่ผลิตยางพาราก็มีประเทศไทยเปึนอันดับหนึ่ง แล้วก็มี ประเทศอินโดนีเซียแค่นั้นเอง ส่วนประเทศมาเลเซียเขาก็ไปทําเรื่องปาล์มน้ํามันหมดแล้ว อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะให้กระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงการต่างประเทศได้ไปคุยกับ ประเทศผู้ผลิต แล้วก็กําหนดราคา หรือกําหนดข้อตกลงร่วมกันเพื่อที่จะกําหนดราคา สินค้าเกษตรเหล่านี้ให้มีความสําคัญและให้รายได้สู่ประเทศได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากที่เราผลิตมาแล้วมันขายไม่ได้ก็อย่างที่ว่า ส่วนเรื่องดินนั้น เรื่องปุิยนั้นก็เปึนสิ่งที่ สําคัญ โดยเฉพาะปุิย ปุิยเคมีนั้นเปึนปุิยปลอม แล้วก็เยอะ แล้วก็จับแล้วไม่เคยติดคุกสักที ผู้ที่ผลิตปุิยปลอม อันนี้คือสิ่งที่กฎหมายของไทยนั้นอ่อนแอมาก กรมวิชาการจับเขาได้ แล้ว พอส่งถึงศาลยกฟัองทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ปุิยปลอมท่านประธานก็รู้ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เปึน ความเจ็บปวดของภาคเกษตรโดยเฉพาะ ถ้าหากเรามี พ.ร.บ. กฎหมายว่าด้วยสภา เกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้นนั้น เราจะได้ควบคุมและมีกฎหมายลูกตรงนี้ด้วยนะครับ
อันที่ ๓ ก็คือ เรื่องของการแก้ไขเรื่องของสินค้าเกษตรนั้นเราต้องทํา การเกษตรล่วงหน้า ประเทศไทยเราทุกวันนี้อย่างที่ท่านชาดาพูดว่า ประเทศไทยเรานั้น ขาดข้อมูลด้านการเกษตร เพราะการเกษตรนั้นต้องอาศัยข้อมูลครับจึงจะทําการเกษตร ล่วงหน้าได้ สินค้าที่ต่างประเทศต้องการพืชอะไร ชนิดไหน เราจึงจะผลิตในประเทศไทยให้ พอเพียงกับต่างประเทศ นั่นคือสิ่งที่อยากจะได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญที่สุดนั้นก็คือ การแก้ไขปัญหาด้านภาคเกษตรนั้นก็คือ ต้องมีระบบสหกรณ์ สหกรณ์อย่างประเทศญี่ปุ์น อย่างต่างประเทศ อย่างประเทศไต้หวันเขามีสหกรณ์ที่เข้มแข็ง ถ้าเราจะมาลําพังแต่ รัฐบาลเรานั้น จะประกันราคา แทรกแซงราคา จํานํา เดี๋ยวนี้ล้มเหลวครับ ต้องให้องค์กร เกษตรกรเขาดูแล แต่ว่ารัฐบาลต้องซัพพอร์ท ตรงนี้ให้มีความเข้มแข็ง ให้เขาสามารถผลิต แล้ว ซื้อแล้ว ขายแล้ว แล้วก็สามารถจําหน่ายขายให้ต่างประเทศได้ นั่นคือความเข้มแข็ง ของประเทศจะต้องเปึนอย่างนั้น นี่คือสิ่งที่เสนอแนะกับเรื่องของงบประมาณ น่าจะมา ส่งเสริมในเรื่องของกรมวิชาการ ซึ่งเปึนวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของที่จะเพิ่มผลผลิต เพิ่มเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทําอย่างไรผลผลิตมันจะเพิ่มต่อไร่ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่จะต้อง ให้เกิดขึ้น ท่านประธาน แต่ที่จริงนั้นเรื่องของสภาเกษตรนั้นฝากท่านประธานสุดท้าย ให้ นําเข้าวาระตอนเป่ดสภานี้ด้วย เพื่อจะมีกฎหมายตรงนี้ออกมาดูแลภาคเกษตร ขอฝาก ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณปกรณ์ มุ่งเจริญพร อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณที่ท่านประธานให้โอกาสผมอีกครั้ง
๑๒ นาที
ผมคงใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ จากการที่ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วนั้น ผมต้องขอชื่นชมในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล บนพื้นฐาน การตัดสินใจที่ถูกต้อง บนพื้นฐานการตัดสินใจที่ในภาวะบ้านเมืองกําลังต้องการความ ช่วยเหลือ บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ วันที่ผ่าน มาท่านผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับงบประมาณ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ และในวันนี้ก็จะมีการ พิจารณาพระราชบัญญัติประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งผมขอตั้งข้อสังเกตไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อป้ที่แล้วผมก็ได้ใช้โอกาสพูดถึงเกี่ยวกับช้าง เพราะวันนี้ผมต้องกราบเรียนครับว่า ช้างถูกปล่อยปะละเลย ช้างถูกลืมบนกระแสความภาคภูมิใจ ความดีใจกับหมีแพนด้า ลูกหมีน้อยที่เกิดขึ้นมา ผมได้รับความเดือดร้อน ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดสุรินทร์ ว่าเมื่อไรช้างจะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง ผมขออนุญาตกราบ ขอบพระคุณไปยังอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านอนงค์วรรณ เทพสุทิน ซึ่งเมื่อครั้งที่ผ่านมาท่านก็ลงไปตรวจราชการ ก็ให้ความหวัง คิดว่าจะได้รับการแก้ไขในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งวันนี้เองรัฐมนตรีก็เปลี่ยนไป นโยบาย ก็เปลี่ยนไป ผมอยากกราบเรียนครับว่า วันนี้ข้อเท็จจริงที่พี่น้องเราดีใจ พี่น้องประชาชน ชาวไทยดีใจปลื้มใจเกี่ยวกับหมีน้อย กําลังตั้งชื่อกัน ตั้งรางวัลกันถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านทราบไหมครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยทราบไหมครับว่ากว่าจะได้หมีแพนด้ามา คู่หนึ่งเราต้องเสียงบประมาณเท่าไร เราต้องอุดหนุนงบประมาณเพื่ออนุรักษ์หมีแพนด้า ให้กับประเทศจีนเท่าไร เราต้องเสียงบประมาณป้ละ ๑๐ ล้านบาทครับ เปึนเวลา ๑๐ ป้ ก็ ๑๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้พวกเราภาคภูมิใจ แต่ถูกต้องไหมครับ ช้างซึ่งอดีตเปึนสัตว์ คู่บ้านคู่เมือง เปึนสัตว์ซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของชาติไทย เปึนสัตว์ที่เปึนสัญลักษณ์ของชาว จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งผมก็ต้องขออนุญาตตรงนี้พูดแทนกับพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ว่าวันนี้ ถูกปล่อยปะละเลย วันนี้ผมต้องขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งดูแลเรื่องช้างมา เปึนเวลา ๓ ป้ วันนี้ท้องถิ่นไม่สามารถดูแลได้แล้วครับ เกินกําลังที่จะดูแลแล้วครับ วันนี้ อยากจะสะท้อนความรู้สึก พูดถึงงบประมาณตรงนี้ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อไรจะมีการดูแล ที่จริงจัง และจะต้องปล่อยให้ช้างเปึนสัตว์ที่เราต้องพูดถึงมาสร้างเปึนอนุสาวรีย์ สร้างเปึน พิพิธภัณฑ์เหมือนกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่จังหวัดกาฬสินธุ์หรือเปล่าครับ วันนี้ นอกเหนือจากช้างแล้วครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการหารือและฝากมาจากพี่น้อง ชาวจังหวัดสุรินทร์ ก็คือเรื่องข้าว วันนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแถบภาคอีสาน ๑๖ จังหวัด ส่วนใหญ่จะปลูกข้าวหอมมะลิ บนพื้นฐานลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่าง พี่น้องชาวจังหวัดแถบภาคอีสานครับ ปลูกข้าวป้ละ ๑ ครั้ง ๑ หนเท่านั้นเอง ผลผลิตต่อไร่ ก็เปึนที่น่าชื่นชมเหลือเกิน ข้าวหอมมะลิพี่น้องชาวไทยยินดีชื่นชมว่าเปึนข้าวที่ดีที่สุด ในโลก แต่ในทางกลับกันก็เปึนข้าวที่มีคุณภาพที่ด้อยที่สุดในโลกในทางด้านผลผลิต ท่านประธานครับ ข้าวหอมมะลิได้ผลผลิตป้ละ ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้นเองครับ ผมต้องกราบเรียนครับว่าลักษณะภูมิศาสตร์ที่แตกต่างครับ ทําให้พี่น้องชาวภาคอีสาน ยากจน เพราะสามารถปลูกข้าวได้เพียงป้ละ ๑ ครั้งเท่านั้นเอง เพียงป้ละ ๑ ครั้ง รายได้ ป้ละ ๑ ครั้ง จากการประกันราคาข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายท่าน คงมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ป้ละ ๑ ครั้ง ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ รัฐบาลประกันราคาข้าวหอมมะลิที่ ๑๕ บาท รายได้เพียง ๖,๐๐๐ บาทต่อป้เท่านั้นเอง ครับ ต่อไร่ แล้ววันนี้พี่น้องชาวภาคอีสานจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไรครับ เมื่อเปรียบเทียบ กับเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ที่อยู่แถบภาคกลางซึ่งมีระบบชลประทานอย่างทั่วถึง กลับตรงกันข้ามครับ ปลูกข้าวได้ป้ละ ๒–๓ ครั้ง มิหนําซ้ําครับ ผลผลิตต่อไปไร่ก็ยังมากถึง ๑ ตัน นี่ละครับข้อแตกต่างระหว่างพี่น้องชาวภาคอีสานกับพี่น้องที่มีระบบชลประทาน อย่างทั่วถึง ผมอยากฝากอยากกราบเรียนไปยังผู้บริหารรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผม เชื่อเหลือเกินว่าท่านมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา วันนี้คง อาศัยเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านี้ละครับ กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยัง ท่านประธานสภาถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าวันนี้ข้าวหอมมะลิจากภาคอีสานยังต้องการความ ช่วยเหลือ ความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ท่านประธานครับ
ท่านมีอะไรครับ
เมื่อสักครู่ท่านประธานได้ เรียกชื่อผม พอดีบังเอิญผมเข้าห้องน้ําครับ
เดี๋ยว จะต้องสลับให้ฝ์ายค้านก่อนนะครับ
ท่านประธาน และเมื่อสักครู่ ท่านปกรณ์อภิปรายไปเพียง ๗ นาที เวลาเหลืออีก ๗ นาที ส.ส. ปกรณ์ ยกเวลาให้ผม ๗ นาทีนะครับ
ครับ
ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ครับ เชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยนะคะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดิฉันได้พิจารณาและศึกษา เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลงบประมาณนะคะ ก็ได้ดูคําแถลงการณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๔ หัวข้อที่ ๔.๒ การปรับสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร งบประมาณ ๖๕,๓๖๗.๗ ล้านบาท ดิฉันอ่านยุทธศาสตร์แล้ว ก็เปึนยุทธศาสตร์ที่ดี ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรถ้าได้มีการนําไปปฏิบัติได้จริงนะคะ แต่ดิฉันมี ๒ เรื่องที่ อยากให้เกิดขึ้นในภาคการเกษตรก็คือ
เรื่องที่ ๑ อยากให้มีสภาเกษตรกร เพราะว่าจะเปึนตัวแทนของพี่น้อง เกษตรกรในการที่จะไปวางแผนการทําเกษตรกรรมรักษาผลประโยชน์ให้กับพวกเกษตรกร แล้วก็พร้อมมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายและแผนงานในการพัฒนาเกษตรกรกับ คณะรัฐมนตรี
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องโรงงานปุิยแห่งชาติ ดิฉันอยากให้เกิดขึ้นเพราะว่าเราจะ ได้ผลิตปุิยเคมีใช้เองภายในประเทศเพื่อที่จะได้ลดต้นทุนภาคการเกษตรของพี่น้อง เกษตรกร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องปุิยแพง ปุิยปลอม ปุิยขาดตลาด และที่สําคัญ คือเราไม่จําเปึนที่จะต้องนําเงินตราไปซื้อปุิยจากต่างประเทศ
เรื่องที่ดิฉันกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องภาคเกษตรเรื่องต่อไปก็คือ ราคาผลผลิต ภาคการเกษตร ซึ่งมีปัญหา ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าป้ ๒๕๕๑ ราคาพืชไร่ดี พี่น้อง เกษตรกร ป้ ๒๕๕๒ ปลูกทําให้ผลผลิตภาคการเกษตรล้นตลาดเปึนปัญหากับรัฐบาลที่ จําเปึนที่จะต้องพยุงราคานะคะ แล้วก็แทรกแซงราคาโดยการรับจํานํา แต่ก็มีปัญหาการ รั่วไหล การทุจริต ดิฉันจึงขอร้องเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ กระทรวง ไม่ว่าจะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์นะคะ ช่วยกันรวบรวมข้อมูลปัญหาทั้งหลาย เอามาเพื่อที่จะนํามาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาซ้ําซากอยู่ตลอดเวลา
เรื่องที่ ๓ ด้านการเกษตรก็คือเรื่องน้ํา เรื่องระบบการกระจายน้ําในพื้นที่ ชลประทาน เพาะว่าในประเทศไทยเปึนประเทศที่เปึนเกษตรกรรม ปัญหาเรื่องน้ําเปึนเรื่อง สําคัญเพราะว่าประเทศไทยเรายังมีระบบการจัดการเรื่องน้ํา หรือการกระจายน้ําอย่างไม่ ทั่วถึงและไม่ต่อเนื่อง ดิฉันก็ขอยกตัวอย่างในจังหวัดเลยของดิฉันนะคะว่า พื้นที่ในจังหวัด เลยของดิฉันเปึนพื้นที่ที่ราบสูง มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ํามากนะคะ ก็จึงอยากจะให้ทาง กรมชลประทานช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าจังหวัดเลยมีแม่น้ําสายหลักก็คือ แม่น้ําเลย เวลาหน้าน้ําน้ําไหลจากที่สูงลงที่ต่ํา แล้วก็ปริมาณน้ํามากก็น้ําท่วม เวลาหน้า น้ําน้อยก็เกิดน้ําแล้ง เกษตรกรก็ไม่มีน้ําทําการเกษตร แล้วก็ไม่มีอุปโภคบริโภค และที่ สําคัญนะคะก็อยากจะให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการขุดลอกลําน้ําเลย แล้วก็สร้างฝายน้ํา ฝายยางกั้นลําน้ําเลยเปึนระยะ ๆ เปึนช่วง ๆ ตอนนี้ขาดอยู่ ๔ แห่ง เนื่องจากเปึนพื้นที่ราบ ก็จําเปึนที่จะต้องมีสถานีสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟัา แล้วก็สร้างคลองซอยหรือคลองไส้ไก่ เพื่อที่จะกระจายน้ําให้ทั่วถึงในพื้นที่นะคะ
ส่วนเรื่องต่อไปก็เรื่องที่ทํากินของพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดเลยมีปัญหา เรื่องนี้มาก เพราะว่าของเราพื้นที่เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จะเปึนพื้นที่ป์าอยู่ในเขตอุทยาน แห่งชาติ พี่น้องตั้งแต่เกิดจนตายไปก็จะอาศัยอยู่แล้วก็อาศัยทํากินในพื้นที่แห่งนี้นะคะ ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ป์าสงวน แล้วก็ไม่มีเอกสารสิทธิเปึนของตนเอง อยากให้ทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือในการที่จะออกเอกสารสิทธิ เพื่อที่จะให้เขานําแปลงทรัพย์สินให้เปึนทุนนะคะแล้วก็สร้างความมั่นคงเขาจะปลูกลงไป เขาก็จะได้กล้าปลูกหรือว่าจะทําการเกษตรพืชตัวใดจะได้ไม่ต้องมีข้าราชการมาไล่หรือมา จับเขาแล้วก็กําจัดการขัดแย้งระหว่างราษฎรกับข้าราชการนะคะ ดิฉันขอฝากเรื่องนี้
เรื่องต่อไปก็เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวนะคะ จังหวัดเลยแล้วก็ประเทศไทย ของเราก็มีศักยภาพในการที่จะเปึนแหล่งท่องเที่ยวอย่างมากนะคะ แต่ดิฉันดูงบประมาณ ของการท่องเที่ยวในยุทธศาสตร์ที่ ๔.๔ นะคะมีงบประมาณแค่ ๑,๔๗๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แล้วยุทธศาสตร์ของท่านก็เปึนยุทธศาสตร์ที่ดีแต่งบประมาณน้อยนะคะ จะสามารถที่จะพัฒนาพื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมให้ได้มาตรฐานและสร้างแหล่ง ท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่ที่มีคุณภาพเชิญกลุ่มพื้นที่และกลุ่มจังหวัดได้อย่างไป ดิฉันขอ ยกตัวอย่างในจังหวัดเลยของดิฉันนะคะว่าจังหวัดเลยมีศักยภาพมากในด้านแหล่ง ท่องเที่ยวมีอุทยานแห่งชาติไม่ว่าจะเปึนภูกระดึง ภูเรือ ภูหลวงนะคะ มีน้ําตก มีถ้ําและมี สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองไทย มีแก่นคุดคู้ มีหมู่บ้านที่เคยทํามีบรรยากาศค้าขายกับ ประเทศลาวที่น่าอนุรักษ์เปึนจํานวนมากนะคะ ถ้ากระทรวงการท่องเที่ยวสามารถมี งบประมาณมากกว่านี้ก็เลยอยากจะให้พิจารณาจังหวัดเลยในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว นะคะ
เรื่องสุดท้ายก็เกี่ยวกับเรื่องการคมนาคมนะคะ ในจังหวัดเลยก็มีปัญหา มากมาย เพราะพื้นที่เปึนที่ราบสูงแล้วก็มีหมู่บ้านหลาย ๆ หมู่บ้านที่อยู่ในเขตป์าสงวน และเขตอุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารแล้วก็มีถนนที่เปึนถนนลาดชัน พื้นที่บาง ที่ในหมู่บ้านจะไปอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ลุ่มน้ํา ๑ เอ บางหมู่บ้านก็จะไปอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ลุ่มน้ํา ๑ บี ๒ บี ซึ่งมันมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการสร้างถนนให้กับพี่น้องประชาชนเปึน จํานวนมากนะคะ เพราะว่าไปถามทางกรมทางหลวงชนบทในจังหวัดเลยก็ว่ามีปัญหา เพราะว่าเขาอยากจะเอาเข้าแผนเพื่อทําถนนปลอดฝุ์น แต่มีปัญหากับกรมป์าไม้และกรม อุทยานและมีหมู่บ้านในลักษณะนี้ในจังหวัดเลยเปึนหลายร้อยหมู่บ้านนะคะ ดิฉันขอ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นบ้านหนองแคน ตําบลนาด้วง อําเภอนาด้วง บ้านทองหนีบ ตําบลศรีฐาน อําเภอภูกระดึง บ้านปากแดง ตําบลวังยาว อําเภอด่านซ้าย บ้านน้ํามี ตําบลน้ําทูน อําเภอท่าลี้นะคะหมู่บ้านเหล่านี้มีความทุรกันดารมากนักเรียนลูกหลานที่อยู่ ในหมู่บ้านห่างไกลเหล่านี้เวลาออกมาเปึนสิบ ๆ กิโลเมตร กลับเปึนสิบกิโลเมตรต้องกิน ฝุ์นถนนเปึนถนนลูกรังมีน้ํากัดเซาะก็จะทําให้ไม่สามารถที่จะการศึกษาไม่สะดวกสบาย แล้วเกี่ยวกับเรื่องบางหมู่บ้านก็จะมีพี่น้องที่จะต้องสมรสกันเอง เพราะว่าไม่สามารถที่จะ ไปหาสาวที่ไหน หนุ่มที่ไหนได้ต้องแต่งงานอยู่กันเอง แล้วก็มีลูกหลานเปึนเอ๋อเปึนเด็ก ปัญญาอ่อนจํานวนมาก ก็ขอฝากเรื่องนี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ครับ ขอบคุณครับ ก็ขออนุญาตแจ้งรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายนะครับจากนี้จะเปึนฝ์ายค้านอีก ๑ ท่าน คือท่านอํานวย คลังผา แล้วก็ต่อด้วยฝ์ายรัฐบาลท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ทําไมครับ
ท่านประธานค่ะขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ วิปรัฐบาลนะคะ คิวต่อไปก็ขออนุญาตตามลําดับนี้ คือฝ์ายค้านแล้วก็มา ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ค่ะ
ก็ถูก แล้วนะครับ ก็เชิญท่านอํานวย คลังผาครับ เวลาท่าน ๑๐ นาทีนะครับ
ก่อนท่านอํานวยนะคะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยนะครับ ซึ่งเนื่องจากในวันนี้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ๑.๗ ล้านล้านบาท ที่เข้าสู่สภาวันนี้สิ่งหนึ่งที่ผม ไม่สบายใจจากการที่เราได้อภิปราย พ.ร.บ. การกู้เงินและ พ.ร.ก. ที่ผ่านมาเงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งเงินป้ ๒๕๕๓ อีก ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเปึนการก่อหนี้ รวมทั้งเงินป้ ๒๕๕๓ อีก ๑.๗ พันล้านนะครับ ซึ่งเปึนการก่อหนี้สาธารณะ โดยเฉพาะ การก่อหนี้สาธารณะนั้นทําให้เปึนภาระกับประชาชนในด้านการเก็บภาษีที่รัฐบาลจะต้อง เก็บภาษีมาชดเชยในการที่เราก่อหนี้สาธารณะเกิดขึ้นในขณะนี้นะครับ นี่สิ่งหนึ่งที่ผม ไม่สบายใจเพราะพี่น้องประชาชนหลายคนได้สอบถามผมมาตลอดนะครับ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะฝากให้ทางท่านประธานและรัฐบาลว่าในขณะนี้พี่น้องประชาชนเขาไม่สบายใจ นะครับ นี่ประเด็นแรก
และในส่วนที่ ๒ ในขณะนี้งบประมาณดังกล่าวนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม เท่าที่ผมได้อ่านดูนะครับท่านประธาน มองดูว่ากระทรวงบางกระทรวงที่สมควรจะได้ งบประมาณมากก็กลับได้น้อย และงบบางกระทรวงน่าจะได้น้อยกลับได้มากนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขออภิปรายในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเปึนกระทรวงที่มีความจําเปึน มีความใกล้ชิดกับพี่น้อง ประชาชนเปึนอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของน้ํา ท่านประธานครับ โครงการระดับ ชลประทานในป้นี้ชลประทานตั้งไว้ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ป้ที่แล้วป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ตั้ง ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท หายไปหมื่นล้านครับท่านประธาน ดังนั้นพี่น้องประชาชนที่หวังที่จะ พึ่งรัฐบาลในเรื่องของภาคเกษตร เกษตรกรที่ทําไร่ ทํานาก็หวังที่จะมีน้ําทําไร่ ทํานา เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรในเรื่องของข้าวก็ดี ไร่มันสําปะหลัง ข้าวโพดอะไรต่าง ๆ ต้องการน้ําทั้งหมดนะครับ ทําให้โครงการดังกล่าวขาดหายไปหลายอย่าง โดยเฉพาะ ในเรื่องของคลองลอย ด่านคอนกรีตหลายแห่งน่าจะทําทั่วประเทศในโครงข่ายของระบบ ชลประทาน และอีกส่วนหนึ่งระบบท่อ ท่านประธานครับ ระบบท่อนั้นมีความจําเปึน อย่างยิ่งต่อภาคเกษตรในการที่จะสูบน้ําจากที่ต่ําขึ้นไปสู่ที่สูงโดยระบบท่อจะได้ผลมาก ดังนั้นงบประมาณที่ถูกปรับลดไปจากเดิมเปึนหมื่นล้านบาททําให้โครงการของ ชลประทานที่วางแผนไว้ต้องสะดุดหยุดลงนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝาก ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านเปึนลูกหม้อของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านเปึนอดีตอธิบดีกรมชลประทานท่านรู้รายลเอียดหมดครับ ดังนั้นผมอยากจะ สนับสนุนในเรื่องของขยายเขตชลประทานให้มากขึ้นในพื้นที่ระบบชลประทานนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ขยายพื้นที่ ชลประทานถึงแสนไร่นะครับ บ้านหมี่ทั้งหมด เมืองสองตําบลและอําเภอโคกสําโรงได้ ๕ ตําบลครับ นี่คือจากการที่ท่านอธิบดีในอดีตท่านดําเนินการไว้ และก็อยากจะให้ ต่อเนื่องถึงทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีระบบชลประทาน ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธาน ให้รัฐบาลได้ตอบด้วยว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รอฟังที่ผมอภิปรายในเรื่องน้ํา พี่น้อง ประชาชนจะได้มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน เกษตรกร ๔๐ ล้านคนทั่วประเทศเปึนคนส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นผู้ปกครองจะต้องดู ถึงความจําเปึนของพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ของทั้งประเทศเปึนอันดับแรกนะครับ นี่คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในอีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะโครงการอ่างวังแขม เปึนโครงการที่วางคลองด่านคอนกรีต ในขณะนี้พี่น้องชาวบ้านยังไม่ได้รับเงินเวนคืนที่ดิน ของพี่น้องชาวบ้านเลยครับท่านประธาน ตลอดทั้งต้นไม้ก็ดี ที่ดินก็ดี ในขณะนี้ กรมชลประทานได้สร้าง ถมดินและอีกส่วนหนึ่งก็เสร็จไปบ้างแล้ว แต่เงินพี่น้องชาวบ้าน ยังไม่ได้รับค่าเวนคืนเลยครับ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยตอบให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่อําเภอสระโบสถ์ ตําบลมหาโภช ทั้ง ๒ ตําบลที่พี่น้องรอคอยอยู่ครับ
และอีกส่วนหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ป.ก. นะครับ คือ ส.ป.ก. มีส่วนสําคัญในเรื่องของที่ดินทํากินของภาคเกษตรเปึน อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ส.ป.ก. ในขณะนี้เราซื้อขายไม่ได้ครับท่านประธาน แต่ในอนาคตก็ อยากจะให้รัฐบาลจากการที่คณะอนุกรรมการได้ศึกษาที่จะร่างพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. ให้มีการโอนได้ ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ตอบให้ชัดเจนนะครับท่านประธานว่า นโยบายรัฐบาลในขณะนี้ ในเรื่อง ส.ป.ก. จะต้องให้พี่น้องประชาชนสามารถโอนได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีที่ดิน ทํากินในขณะนี้ทางพี่น้องประชาชนจะได้สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอําเภอชัยบาดาลก็ดี ท่าหลวงก็ดี ลําสนธิก็ดี และสระโบสถ์ โคกเจริญรวมทั้ง ๕ ตําบล จังหวัดลพบุรีนี่มีพื้นที่ป์า นะครับ ดังนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนให้ความชัดเจนที่จะ ทําในเรื่อง ส.ป.ก. ให้พี่น้องประชาชนสามารถโอนได้ในเรื่อง ส.ป.ก. ที่เกี่ยวกับที่ดินของ พี่น้องประชาชน
และอีกกระทรวงนะครับ กระทรวงคมนาคม ผมได้ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมได้ชี้แจง ผมก็สบายใจแทนพี่น้องผู้แทนในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนนะครับว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่อาสาที่จะดูแลให้กับพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางและภาคใต้ก็ดี ทั้ง ๔ ภาค อย่างเปึนธรรมนะครับ ผมเชื่อมาเหลือเกินว่า เปึนการบริหารงานของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมนั้นที่จะต้องมาดูแลในเรื่องนี้
และอีกเรื่องหนึ่งอดคิดไม่ได้นะครับว่า กรมทางหลวงนะครับ ซึ่งป้นี้ตั้ง งบประมาณไว้ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เดิมป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ตั้ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ซึ่งงบประมาณน้อยมากเลยนะครับท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนสาย พหลโยธินเปึนสายแรกของประเทศไทยเริ่มจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่นี่นะครับ เดิมนี่จาก ลพบุรีไปช่วงโคกสําโรงไปถึงหนองม่วงนี่นะครับ พี่น้องประชาชนได้รับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสะพานมันแคบท่านประธาน ถนนขยายแล้วสะพานยังไม่ได้ขยาย ก็อยากจะให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ไปตรวจสอบดูนะครับว่า สะพานเส้นไหน ยังไม่ดําเนินการก็ให้เร่งดําเนินการ และเกาะกลางครับท่านประธาน เกาะกลางที่อําเภอ หนองม่วง เปึนเกาะกลางที่กว้างมากเลย หากว่ากรมทางได้ไปปรับปรุงแก้ไขให้มันเล็กลง สามารถที่จะอยู่ในชุมชนจะใช้เส้นทางนี้ได้กว้างขึ้น สามารถลดอุบัติเหตุได้และกรมทาง หลวงชนบทครับท่านประธาน ป้ ๒๕๕๓ ตั้งไว้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ กรมทางหลวง ชนบทมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนเปึนอย่างมาก ดังนั้นก็อยากจะให้ท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลให้งบประมาณกรมทางหลวงชนบทที่อยู่คู่กับพี่น้อง ชาวบ้านเรียกถนนไร้ฝุ์น แต่ก็สบายใจครับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงว่างบประมาณนั้นอยู่ในแฟัมของท่านแล้วนะครับ ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น
และอีกเรื่องครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยนั้น ตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ป้ ๒๕๕๓ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ป้ ๒๕๕๒ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดังนั้นงบท้องถิ่นท่านประธานครับ งบท้องถิ่นที่มีความจําเปึน ต่อท้องที่ท้องถิ่นในขณะนี้นะครับ ผมได้สบายใจตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่าน มท. ๑ ได้ชี้แจงว่า จะดูแลในด้านงบประมาณของท้องถิ่น และอีกส่วนหนึ่งผมก็ได้ประสานทาง อบต. อบต. เขาบอกว่า ทางกรมเขาจะแจ้งไปเอง นะครับ ก็อยากจะฝากให้พี่น้องเพื่อน ส.ส. ก็ดี ทั้งสภาแห่งนี้และ อบต. ต่าง ๆ นะครับ ได้สบายใจว่าทางราชการไม่ได้นิ่งดูดาย เร่งดําเนินการให้เรียบร้อยนะครับ
และเรื่องที่ดินออกเอกสารสิทธินะครับ ก็อยากจะฝากทางกระทรวง มหาดไทยให้เร่งออกใบเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องและชาวบ้าน บางแห่งเปึนที่สาธารณะ ก็แยกแยะออก หากที่ดินตรงไหนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิก็ให้ออกโฉนด สามารถที่จะให้ พี่น้องชาวบ้านนั้นนําเปึนมูลค่าเพิ่ม สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในอนาคต ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่บําบัดทุกข์ บํารุงสุข
และอีกอย่างหนึ่งเรื่องของกํานันผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ นะครับท่านประธาน อบต. ได้ยกฐานะเปึนเทศบาลนะครับ ก็ด้วยความเปึนห่วงเปึนใย ที่กํานันใกล้จะหมดในช่วงเปึน อบต. ยกฐานะเปึนเทศบาล ก็อยากจะให้ท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในเขต อบต. ที่ยกฐานะเปึนเทศบาลให้เขาอยู่ต่อไปครับ เพื่อจะได้เปึนมือเปึนแขนของ กระทรวงมหาดไทย ขอบคุณครับ
ต่อไป ครับ เชิญท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอให้กําลังใจรัฐบาลนะครับ ในการที่จะพิจารณา ร่างงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ในฐานะที่ท่านนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ เปึนจํานวนวงเงินถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ทําหน้าที่บริหารประเทศชาติ ในส่วนตัวของพวกเราครับ พวกกระผมเปึน ส.ส. เขตในพื้นที่ก็คงจะทําหน้าที่เปึน กระจกเงาสะท้อนปัญหาข้อร้องเรียน ข้อร้องขอจากพี่น้องประชาชน รวมไปถึง ส่วนราชการต่าง ๆ ครับ เพื่อที่จะนํานโยบายมาบอกกล่าวให้กับทางรัฐสภาให้ทราบถึง สิ่งที่จําเปึนที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการ ท่านครับ ในช่วงนี้ก็ใกล้เวลา ๒ ทุ่มแล้ว นะครับ ก็คงจะตัดเข้าช่วงข่าว แต่ไม่เปึนไรครับ พี่น้องอุบลราชธานีฟังผมทางวิทยุรัฐสภา ได้นะครับ ท่านครับ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่ได้จัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งนโยบายงบประมาณถนนไร้ฝุ์นเปึนจํานวนเงินมากพอสมควร ตรงนี้ผมเห็นชอบ ด้วยครับ ไม่เพียงแต่ พ.ร.ก. แล้วก็งบประมาณ เราได้มากทุก ๆ ป้ แต่ว่าถนนไร้ฝุ์นจะเกิด ประโยชน์สูงสุดหรือจะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้มากเต็มที่ ก็ต้องทําควบคู่ไปกับสะพาน ท่านครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่มีแม่น้ําล้อมรอบ เช่น จังหวัดอุบลราชธานี ผมยกตัวอย่าง อาจจะมีจังหวัดอื่นที่เปึนแบบอุบลราชธานีด้วยก็ได้ ผมยกตัวอย่างโครงการหนึ่งนะครับ สะพานข้ามแม่น้ํามูล อําเภอตาลสุมไปจนถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ ตรงนี้ทางพวกเรา พรรคประชาธิปัตย์ก็เร่งดําเนินการร้องขอเพื่อจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้ก่อสร้าง สะพานแห่งนี้นะครับ รวมไปถึงถนน ๔ ช่องจราจร ครับท่านประธาน ตอนนี้ครับกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือเสร็จเรียบร้อย กรุงเทพฯ ลงใต้เสร็จเรียบร้อยหมด กรุงเทพฯ ไปหนองคาย อีสานเหนือ ก็เรียบร้อยครับ เหลือสายหลักอยู่ที่เดียวครับ อีสานตอนล่างผ่านบ้าน ท่านรัฐมนตรีคมนาคมด้วยนะครับ โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ไปจนถึงอุบลราชธานี ตรงนี้เปึนเส้นทางเศรษฐกิจครับ ที่จะขนถ่ายสินค้าไปสู่ประตูอินโดจีน ไทย ลาว และกัมพูชา ฝากนําเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีด้วย
ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการครับ ผมผิดหวังมาก ในคําว่า ปฏิรูป ทางการศึกษาของรัฐบาลที่ผ่านมา ตลอด ๑๐ ป้ ทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านก็ได้บอกครับ ที่ผ่านมางบประมาณทางด้านการศึกษาน้อยมาก งบก่อสร้างอาคารเรียน ห้องน้ํา งบทางด้านการศึกษา งบหนี้สินครูบาอาจารย์ งบบรรจุพนักงานราชการครูอัตราจ้าง ไม่ค่อย มีละครับ แต่โชคดีพวกเราได้ไปเปึนรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ใช้งบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มาจัดลงทุนในงบประมาณเพื่อให้กับ อสม. เบี้ยยังชีพ รวมไปถึง ลูกหลานเราได้เรียนฟรี ๑๕ ป้ แล้วที่สําคัญครับ ท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รวมไปถึงท่านชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ท่านใจดีมากครับ เห็นความสําคัญของ ทางด้านการศึกษา ได้จัดงบพิเศษ อาคารเรียน ห้องน้ํา ซ่อมแซมห้องสมุด แล้วก็ปรับปรุง ภูมิทัศน์ คนทําดีย่อมเห็นความดีครับ พี่น้องในเขตพื้นที่ของผมเห็นความดีของท่าน ท่านไม่ต้องเปึนห่วงครับ และอีกหลาย ๆ โรงเรียนครับ ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีทําอย่างนี้ ได้ฝากเอกสารผมมาครับ หนังสือร้องเรียน หนังสือร้องขออาคารสํานักงานต่าง ๆ ผมรวม ตัวเลขแล้วครับ ๑๐๐ กว่าโรงเรียน ตัวเลขวงเงินอาจจะรวมผิดไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เปึนส่วนที่จําเปึนแล้วผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ยังมีความต้องการ อาคารเรียนแล้วก็สนับสนุนทางด้านการศึกษา จึงฝากท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงและว่าที่ คณะกรรมาธิการงบประมาณที่จะเข้าไปแปรญัตติ
ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านครับ คนเราดีใจถ้าได้ ไปเที่ยว คนเรามีความสุขใจถ้าเชียร์ทีมกีฬาแล้วทีมนั้นชนะ ประเทศไทยดีใจทุกคนครับ ได้เหรียญทองโอลิมป่ก และจะดีใจเพิ่มมากขึ้นครับถ้าทีมฟุตบอลโดยการนําของท่าน ผู้จัดการทีมท่าน ส.ส. สามารถ มะลูลีม ไปแข่งแล้วได้ชนะเลิศกีฬาซีเกมส์กลับมาฝาก พี่น้องชาวไทย ตรงนี้ครับ ผมถึงอยากมุ่งเน้นทางด้านการส่งเสริม หนึ่งจังหวัดหนึ่งสนามกีฬา ที่ได้มาตรฐานของการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย ในส่วนของงบจังหวัดผมก็ได้ ประสานงานในส่วนของตรงนี้ครับสําหรับสนามกีฬาหนึ่งจังหวัด แล้วก็มีอีกหลาย ๆ อย่าง ที่จะช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางด้านการกีฬา มาดูในส่วนของการท่องเที่ยวครับ ผมต้อง ขอขอบคุณผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านการท่องเที่ยว ท่านทศพร เทพบุตรครับ ท่านได้ไป ให้นโยบายประชุมร่วมกับส่วนภาคเอกชนที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้กระจายนโยบาย ได้มอบหมายว่าต้องกระจายหลักยุทธศาสตร์พัฒนา ผมถึงอยากฝากเจ้ากระทรวงครับว่า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวช่วยกระจายให้มันถึงทุกพื้นที่ครับ ภาคเหนือเรามีอาณาจักร ล้านนา สุโขทัยเมืองเก่าที่ฝรั่งอยากมาเที่ยวกันมาก ภาคใต้อันดามัน ภูเก็ต ส.ส. เรวัต ฝากเชิญไปเที่ยว รวมไปถึงภาคตะวันออกตั้งแต่ชลบุรี พัทยา ระยอง จันทบุรี ตราด ผลไม้ อร่อยครับ ราคาถูก ส่งเสริมเศรษฐกิจกันครับ บูรณาการร่วมกันทุก ๆ อย่าง ตรงนี้ทาง รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงครับ ท่านต้องกระจายไปให้ถึงทุกจุดนะครับในการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว ฝากท่านประธานครับนําเรียนผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วย
และก็มาถึงอีสานครับ อีสานนี้ประเพณีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมทางด้านการ ท่องเที่ยว ๒๒ คลอง ๑๔ บั้งไฟยโสธร อุบลราชธานีเมืองแห่งดอกบัวงาม ประเพณี แห่เทียนเข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ป้นี้จังหวัดอุบลราชธานีจัดงาน ตลอดทั้งเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเปึนต้นไป แต่ว่างบประมาณของรัฐบาลที่จะจัดสรร อุดหนุนมาให้ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ที่ท่านธีระ สลักเพชร นั่งเปึนรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอยู่นะครับ ผมขอเปึนตัวแทนคนพี่น้อง อุบลราชธานี ๑,๗๐๐,๐๐๐ คนครับ ได้ช่วยสนับสนุนงบประมาณตรงนี้ด้วย ไม่ได้ป้นี้ก็รอ ป้หน้าก็ดีนะครับ ป้ที่แล้วตอนที่ผมแปรญัตติครับ ทวงถามในชั้นกรรมาธิการ ไม่ได้รับ การจัดสรรอย่างเปึนธรรมในกระทรวงวัฒนธรรม ทุกโครงการไปกระจุกตัว จึงฝากนําเรียน ท่านประธานฝากไปยังเจ้ากระทรวงและก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการแต่ละท่านที่จะ แปรญัตติจัดสรรงบประมาณด้วยความเปึนธรรมนะครับ วันนี้ครับก็ขอเปึนกําลังใจให้กับ รัฐบาลนะครับ เปึนกําลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะขอให้ท่าน ทํางานเต็มวาระ ๔ ป้นะครับ พี่น้องประชาชนคนไทยรอความหวังจากพวกท่านและเปึน กําลังใจให้กับคณะรัฐบาลทุกคนครับ ขอกราบขอบพระคุณ
เชิญท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใคร่ขอถือโอกาสใช้เวลาที่ท่านสมาชิกคงไม่ค่อย อยากจะอภิปรายช่วงนี้เท่าไรได้ชี้แจงต่อท่านสมาชิกซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตและอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอความเห็นชอบในหลักการ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งปรากฏอยู่ในร่าง งบประมาณดังกล่าวนี้ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ เปึนต้น เฉพาะในส่วนของกระทรวงพาณิชย์กระผม ใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเห็นความเดือดร้อนของ เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวประมง โดยถือเปึนนโยบายอันดับ ๑ ที่จะต้องดูแล ซึ่งอาจจะตรงข้ามต่อข้อมูลที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอ ที่บอกว่ารัฐบาลนี้ไม่เอาใจใส่คนจน ไม่เอาใจใส่เกษตรกร กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้เรียนชี้แจงว่าแม้ในยามที่รัฐบาลเข้ามา บริหารประเทศ ในยามที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดหลังจากสิ้นสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เปึนต้นมา แม้ว่ารัฐบาลจะประสบปัญหาในเรื่องของการจัดเก็บรายได้ อันเปึนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ํามาตั้งแต่ครึ่งป้ที่แล้วจนกระทั่งมาถึงบัดนี้ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ได้ดําเนินการในการช่วยเหลือดูแล ซึ่งจะปรากฏอยู่ในตัว งบประมาณป้ ๒๕๕๓ และที่ได้ดําเนินการผ่านมาเพื่อให้เห็นเปึนตัวอย่าง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนา ซึ่งกระผมใคร่ขอเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่า ยังไม่มีรัฐบาลใดที่ให้ความช่วยเหลือชาวนามากที่สุดเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านจะได้ดูถึง เรื่องของมาตรการในการแทรกแซงจํานําข้าวนาปรัง ฤดูการผลิตป้นี้ก็จะเห็นว่า เมื่อรัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศเพียงแค่เดือนเดียว ก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรีและ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติในการกําหนดที่จะรับจํานําเปึนปริมาณ ๒.๕ ล้านตัน โดยมีตัวเลขปริมาณคาดหมายผลผลิตสําหรับข้าวนาปรังฤดูกาลป้นี้อยู่ที่ ๗.๖ ล้านตัน แต่พอถึงเดือนพฤษภาคมปรากฏว่า การรับจํานําซึ่งรัฐบาลต้องการให้ชาวนามีรายได้ที่ดี จึงได้กําหนดราคาไว้สูง ด้วยเหตุนี้เองจึงปรากฏว่าโควตาของการรับจํานําที่กําหนดไว้ ๒.๕ ล้านตันจึงเต็ม ยังไม่ครบกําหนดของฤดูกาลในการรับจํานํา จึงได้มีมติเพิ่มจาก ๒.๕ ล้านตันอีก ๑.๕ ล้านตัน เปึน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตันเมื่อเดือนพฤษภาคม และถือเปึน ตัวเลขประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีรัฐบาลใดในอดีตในการเพิ่มปริมาณการรับจํานําเท่ากับ รัฐบาลชุดนี้ ขณะป้ ๒๕๕๑ ที่มีท่านสมาชิกบางท่านได้พูดถึงนั้นก็คงจะตรงกันที่ว่า ป้ ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ไม่ปกติ และทําให้ราคาพืชผลเกือบทุกตัวมีราคาสูง ถ้าท่านจําได้จะเห็น ว่าในป้ที่แล้วนั้นราคาน้ํามันได้พุ่งสูงไปจนเกือบถึง ๑๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล และทําให้เกิด ปัญหาความหวาดวิตกเรื่องของวิกฤตการณ์พลังงาน และทําให้การผลิตพลังงานทดแทน ที่ใช้พืชอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีผลทําให้ราคาธัญพืชทั่วโลกนั้นมีราคาพุ่งสูงขึ้น ยกตัวอย่างราคาข้าวส่งออกซึ่งอยู่ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ เหรียญโดยประมาณต่อตัน ราคา พุ่งขึ้นไปสูงสุดถึง ๑,๐๐๐ เหรียญต่อตัน เพราะฉะนั้นราคาดังกล่าวนั้นเปึนราคาที่ผิดปกติ เพราะเหตุเกิดวิกฤตการณ์พลังงานและวิกฤตการณ์อาหารโลก จึงเปึนแรงจูงใจให้มีการ เพิ่มปริมาณการเพาะปลูกทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามในการรับจํานําที่ได้กําหนดไว้เพิ่มเปึน ๔ ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าป้ ๒๕๕๑ ซึ่งถือว่าเปึนป้ที่เปึนป้ทองของเกษตรกร แต่ว่าการรับจํานํา ข้าวนาปรังในป้ ๒๕๕๑ นั้นก็มีปริมาณเพียง ๓.๙ ล้านตันเท่านั้น แต่เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน เมื่อมีรายงานว่า หลังจากเราได้เพิ่มปริมาณการรับจํานําข้าวนาปรังเปึน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ตัวเลข ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมปรากฏว่า ปริมาณการรับจํานําที่ชาวนาที่ต้องการแสวงหา รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคารับจํานําที่รัฐบาลให้สูง ไม่ว่าจะเปึนข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวหอมจังหวัด ก็มาใช้บริการของรัฐอย่างมากมายจนกระทั่งเต็มโควตา รัฐบาล จึงได้กําหนดเพิ่มโควตาให้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน และให้ระยะเวลาการรับจํานําไปสิ้นสุด ๓๑ กรกฎาคม ยกเว้นของภาคใต้ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวหลังจากในส่วนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เพราะฉะนั้นตัวเลขดังกล่าวเปึนการซ้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้สร้างประวัติศาสตร์ ของการช่วยเหลือชาวนามากที่สุด ทั้งที่อยู่ในช่วงวิกฤติและรัฐบาลเองก็มีปัญหาจาก ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทําให้การจัดเก็บรายได้ไม่ได้ตามเปัา แต่ก็ต้องการเข้าไปซับน้ําตาให้กับชาวนาทั่วทั้งประเทศ มันสําปะหลัง มันสําปะหลังนั้น พี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนกลาง ภาคกลาง และภาคตะวันตกนั้นจะมีการเพาะปลูกจํานวนมากคิดเปึนปริมาณ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รัฐบาลนี้อีกเช่นกันที่ได้ทุ่มเทความพยายามในการช่วยเหลือชาวไร่มันสําปะหลัง ได้มีการ เพิ่มปริมาณของการรับจํานําถึง ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และสูงที่สุดเปึนประวัติศาสตร์ไม่เคยมีรัฐบาลใดที่ช่วยเหลือชาวไร่มันสําปะหลังมากที่สุด เท่ากับรัฐบาลชุดนี้ และพยายามที่จะกําหนดกฎเกณฑ์ในการกระจายให้ได้มากที่สุด สําหรับเกษตรกรที่จะได้ผลประโยชน์จากโครงการรับจํานําไม่ว่าจะเปึนชาวนาหรือชาวไร่ มันสําปะหลัง โดยการลดเพดานให้เกษตรกรรายย่อยสามารถได้รับผลประโยชน์จาก โครงการรับจํานํา เช่น ลดปริมาณในการรับจํานําต่อรายจาก ๕๐๐,๐๐๐ ลงมาเหลือ ๓๕๐,๐๐๐ เพื่อให้เกษตรกรมีจํานวนที่เข้าร่วมโครงการได้มากขึ้นกว่าในอดีต เพราะฉะนั้นการรับจํานําดังกล่าวนั้นจึงเปึนการสะท้อนให้เห็นที่เปึนตัวเลขเปึนกายภาพ ให้เห็นว่า นี่คือข้อเท็จจริงที่รัฐบาลพยายามดูแลช่วยเหลือ และสุดท้ายก็คือเรื่องของ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ท่านสมาชิกได้มีการพูดถึงว่า รัฐบาลไม่ค่อยจะไปดูแลในส่วนนี้ เช่นกันครับ รัฐบาลที่ผ่านมาได้กําหนดมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ในการ กําหนดให้มีการรับจํานําข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน แต่เพียงไม่ถึง ๑ เดือนปริมาณ ดังกล่าวนั้นก็เต็มโควตา เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศและเห็นถึงความ เดือดร้อนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น จึงได้เพิ่มปริมาณการรับ จํานําอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑.๕ ล้านตัน ๓ เท่าของปริมาณที่มีการรับจํานํา ในป้ที่แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะใคร่ขอกราบเรียนว่ารัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทางและต้อง เรียนตรงไปตรงมาว่างานที่นํามาใช้ในการแทรกแซงราคาพืชผลเกษตรเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกรนั้นเปึนเงินที่รัฐบาลต้องกู้มา ต้องกู้มาเพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรคนยากคนจน ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง เช่นเดียวกันรวมไปถึง ปาล์มน้ํามันและยางพารารวมถึงผลไม้ ซึ่งใช้วงเงินไม่น้อยกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อย่างที่ทราบครับว่าในระบบของการรับจํานํารัฐบาลทุกรัฐบาลมีเปัาหมายที่จะต้อง การให้เกษตรกรทุกรายได้ประโยชน์จากโครงการ แต่เนื่องจากข้อจํากัดของเรื่องของวงเงิน ข้อจํากัดในเรื่องของระบบในที่สุดแล้วเราก็ยังไม่สามารถที่จะดูแลได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่ารัฐบาลนี้จะเพิ่มปริมาณในการรับจํานํา โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลัก ๆ ดังที่ได้ กราบเรียนมานั้นมากที่สุดเปึนประวัติศาสตร์มากกว่าทุกรัฐบาล จึงได้มีการปรับ ระบบใหม่ในการบริหารจัดการ เช่น การตั้งคณะกรรมการระดับชาติของพืชเศรษฐกิจ แต่ละชนิด เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและการดูแลแบบครบวงจร เช่น คณะกรรมการข้าว แห่งชาติ คณะกรรมการมันสําปะหลัง คณะกรรมการข้าวโพด เปึนต้น ขณะเดียวกันก็ได้มี การเริ่มในเรื่องของระบบการประกันรายได้ของเกษตรกร ฤดูการผลิตของมันสําปะหลัง หน้านั้นรัฐบาลจะเปลี่ยนจากระบบการรับจํานํา ซึ่งแน่นอนเกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ ทุกรายอย่างมากไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และมีภาระมากกมายต่อภาครัฐและขาดทุนกัน ในแต่ละป้ที่ผ่านมาเปึนเงินหลายหมื่นล้านบาท และมีการฉ้อราษฎร์บังหลวง ในที่สุดแล้ว ก็ได้มีการปรับปรุงระบบการดูแลในเรื่องของพืชผลเกษตรกร นั่นก็คือเรื่องของระบบการ ประกันรายได้หรือการประกันกําไรให้กับเกษตรกรโดยเริ่มต้นจากมันสําปะหลัง ซึ่งได้กําหนดราคาประกันไว้ ๑.๗๐ บาท ซึ่งเปึนที่พอใจของเกษตรกร เพราะเกษตรกรที่ขึ้น ทะเบียนต่อทางรัฐบาลนั้นจะได้ประโยชน์ทุกคน ไม่มีใครจะขาดตกเหมือนในอดีต ๒. ก็คือกลไกตลาดจะเดินไปได้ และ ๓. ก็คือว่ารัฐจะต้องไม่เสียหายและมีผลกระทบต่อ การส่งออก ตรงนี้เองคือสิ่งที่อยากจะเรียนว่าปัญหาในอดีตที่ผ่านมาจะต้องมีการปฏิรูป ระบบ มีการสร้างระบบบริหารจัดการเพื่อเปึนหลักประกันว่าอนาคตของเกษตรกรนั้น จะต้องดีขึ้นและความร่วมมือดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้ก็โดยการสนับสนุนงบประมาณของ บรรดาสมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติ
สุดท้ายก็คือที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงในเรื่องของความร่วมมือในเรื่องข้าว เพื่อที่จะเปึนหลักประกันอีกประการหนึ่งว่าเราจะสามารถสร้างระดับราคาที่ดี สําหรับตลาดข้าวของไทย ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าประเทศไทยผลิตข้าวสาร ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ตัน นี่ทอนจากข้าวเปลือกมาเปึนข้าวสารนะครับ เพื่อความเข้าใจ ง่าย ๆ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวสาร ใช้บริโภคใช้เปึนพันธุ์ภายในประเทศครึ่งหนึ่งคือ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เปึนภาระที่เราจะต้องส่งออก ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่รัฐบาลนี้ มองเปึนโอกาส มองว่าถ้าชาวนาปลูกได้มากต้องร่ํารวยขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะ ขับเคลื่อนข้าวสาร ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนข้าวนึ่งและมีผู้แข่งขัน ไม่ว่าจะเปึนอินเดียวหรือเวียดนาม รวมทั้งข้าวเจ้า จึงเปึนความพยายามของรัฐบาลตั้งแต่ เริ่มต้น ดังนั้นการจับมือกับเวียดนามจึงเกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลในอดีตจะมีการทําความ ตกลง ๔ ประเทศนะครับ ในเรื่องความร่วมมือเรื่องข้าว นั่นก็คืออินเดีย ปากีสถาน จีน และไทย แต่ไม่ปรากฏว่าจะประสบความสําเร็จในทางปฏิบัติ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ จึงได้เป่ดการเจรจากับรัฐบาลเวียดนามจนกระทั่งบรรลุถึงความตกลงในเรื่องของความ ร่วมมือเรื่องข้าวตั้งแต่การผลิต การตลาดและการสร้างอํานาจต่อรองในฐานะที่ไทย กับเวียดนามเปึนประเทศที่มีปริมาณการส่งออกในตลาดโลกมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บัดนี้ความตกลงดังกล่าวนั้นได้บรรลุแล้วในระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิทที่ชะอํา เพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑ มีนาคมที่ผ่านมาและได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมของ ๒ ประเทศ บัดนี้ก้าวแรกที่เราฝันไว้ว่าไทยกับเวียดนามและประเทศอาเซียนอื่น ๆ ในฐานะที่เปึนฐาน การผลิตข้าวและครองตลาดโลกมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น จะบรรลุผลสําเร็จในอนาคต อันใกล้ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงสมาชิกเพื่อยืนยีนว่ารัฐบาลนี้เอาใจใส่ คนยากคนจนโดยเฉพาะเกษตรกรในทุกภาคนะครับ แล้วก็ได้ข้อแนะนําข้อสังเกตจากท่าน สมาชิกที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับการสร้างระบบใหม่ในเรื่องโครงสร้างการตลาด การผลิต สําหรับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเรามุ่งหวังว่าจะสร้างรายได้ที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง ในอนาคตสําหรับเกษตรกรไทย ขอขอบคุณครับ
ก่อนที่ถึงท่านละออง ติยะไพรัช นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ ได้ชี้แจงก่อนครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับ
ขอพาดพิงครับท่าน คือเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้พูดให้ฝ์ายค้านเสียหายครับว่า ไม่เคยมีรัฐบาลไหนห่วงใย เกษตรกรเท่ากับรัฐบาลนี้ครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ผมว่าห่วงใยหรือไม่ห่วงใยนี่ประชาชน ดูอยู่ครับ ฉะนั้นวันนี้นี่รัฐมนตรีน่าจะพูดไม่ถูกครับ
เอาละครับ เชิญนั่งลงได้แล้วครับ พอแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ที่ได้อภิปรายเปึนห่วงเปึนใยของกระทรวงแรงงาน เท่าที่ผมได้รับและก็จดไว้ประมาณ ๔-๕ คน แต่ผมจะใช้เวลาสภาเพียงไม่มากนักนะครับ โดยเฉพาะอยากจะชี้แจงถึงภาพรวมท่าน ส.ส. อนุสรา ยังตรง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านได้ตั้งประเด็นถามว่าสมุทรปราการนี่ครับ มีผู้ที่ตกงานมากเปึนอันดับ ๑ และก็ขอทราบแนวทางมาตรการการแก้ไขของกระทรวงแรงงานนั้นว่าเปึนอย่างไร ผมเอง ก็จะขอชี้แจงภาพรวมทั้งประเทศเลยนะครับ คงจะใช้เวลาไม่มาก ขอเรียนว่าภาวะวิกฤติ นะครับ เนื่องจากกําลังซื้อต่างประเทศมีผลกระทบนะครับ ทําให้ผู้ผลิตของเราโดยเฉพาะ ผลิตเพื่อการส่งออกโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็ทําให้มี ปัญหาทําให้คนตกงานค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกนั้นนะครับ ตามข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาตินะครับ ก็คาดว่าถ้าเราไม่มีมาตรการที่จะแก้ไขและ ดําเนินการแล้วนะครับ คนก็จะตกงานถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไปนะครับ ตัวเลขนั้นค่อนข้างที่จะเปึนจริงนะครับ ที่เปึนจริงนั้นก็เนื่องจากผู้ส่งออกที่จดทะเบียน เพื่อการส่งออกกับกระทรวงพาณิชย์นะครับ จํานวน ๑๕,๐๐๐ รายนั้น อุตสาหกรรมที่มี ผลกระทบค่อนข้างมากนะครับ ประมาณสัก ๔,๐๐๐ ราย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม การผลิตรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งพวกอัญมณี เซรามิค (Ceramic) และก็ทั้งการ์เมนต์ (Garment) ที่ราคาแพง ๆ ด้วย ในจํานวน ๔,๐๐๐ รายนี้นะครับ คาดว่าโรงงานละ ๒๐๐ คน นะครับ ที่จะต้องปลดคนค่อนข้างที่จะแน่นอน อันนี้ก็ ๘๐๐,๐๐๐ คนแล้วนะครับ แล้วยังไม่จดทะเบียนอีกคาดว่าประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ คน นะครับ เปึน ๙๐๐,๐๐๐ คน พวกที่จบใหม่คาดว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ๕๐๐,๐๐๐ คน จะเข้า สู่งานนั้นก็ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ คน ในจํานวนล้านกว่าเข้าไปแล้วนะครับ แล้วก็ผู้ที่ตกงานตามปกตินะครับ ๔๐๐,๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน คือประมาณ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วต้อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนแน่นอน มาตรการที่กระทรวงแรงงานเองนะครับ ได้ดําเนินการเพื่อแก้ไขอย่างที่ท่านเห็นว่าขณะนี้แรงงานเราก็ค่อนข้างที่จะสงบ ที่สงบนั้น ก็เนื่องจากว่าผมเองนะครับ ได้ให้นโยบายกับกระทรวงแรงงานนั้นดําเนินการในลักษณะ เรียกว่า ๓ ลด ๓ เพิ่ม คือจะให้ลูกจ้างกับนายจ้างอยู่ด้วยกันนานที่สุดนะครับ เท่าที่จะทํา ได้เพื่อรอเศรษฐกิจดีแล้วเราก็ลุยงานกันต่อ แต่ที่เขารออยู่นั้นนะครับ รัฐบาลต้องช่วย คือช่วยทั้งนายจ้าง ช่วยทั้งลูกจ้างและก็สร้างความเข้าใจ และก็จากการที่เราดําเนินการ นะครับ คําว่า ๓ ลด ๓ เพิ่มนั้นนะครับ คําว่า ๓ ลด ก็คือ
ลดอันที่ ๑ ลดการว่างงานลง ลดการว่างงานลงนั้นก็คือไม่ให้เขาออก จากงาน ไม่ให้เขาออกจากงานก็คือเราก็ต้องช่วยทั้งนายจ้างหลายอย่างที่เราได้ ดําเนินการไป ไม่ว่าทางด้านภาษีก็ดี แม้กระทั้งการสนับสนุนใช้เงินงบประมาณของ สํานักงานประกันสังคมก็ดีนะครับ ที่ให้ธนาคาร เอสเอ็มอี ธนาคาร ธ.ก.ส. ให้ไปฝาก ดอกเบี้ยต่ํา แล้วก็ปล่อยสินเชื่อนั้นในราคาที่ต่ําอันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ลูกจ้างเองนะครับ โอที ไม่มีรายได้ลดลง แล้วก็บางบริษัทต้องหยุดงานแต่จ่าย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะนั้นลูกจ้างอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงมีมาตรการที่ช่วย แม้กระทั่ง ๕ มาตรการ ๖ เดือนแล้วนะครับ ก็ยังไม่พอ เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ก็ยังจิ๊บจ๊อยอยู่ เราจึงใช้นโยบายที่ฝ๊กอบรมในโรงงานนะครับ และก็ให้ไปเรียนอย่างวันละ ๑๖๐ บาทแล้วประการสุดท้ายนะครับ ลดภาษีนําเข้าเงินกองทุนประกันสังคม ๒ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ลูกจ้างมีเงินเหลือใช้เดือนละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ฝ์ายนายจ้างนั้นก็เอา จํานวนคนคูณก็ค่อนข้างเยอะ อันนี้ก็หมายความว่าคนก็ออกจากงานน้อยลงนะครับ คือลดการว่างงาน
ลดอันที่ ๒ ก็คือลดเคลื่อนย้ายแรงงาน แรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรว่างฤดู จากการทํางานจะหางานทําเราให้ไปทํางานอยู่ในบ้านนะครับ โดยให้ค่าจ้าง ๑๕๐ บาท ต่อวันนะครับ คนละประมาณ ๒๐ วัน อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ไม่ให้การเคลื่อนย้ายนะครับ
ลดอันที่ ๓ ก็คือลดค่าครองชีพก็อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ ก็เปึนส่วนหนึ่ง
ส่วนการเพิ่มงานนั้นนะครับ ก็ตําแหน่งงานต่าง ๆ นะครับ บางครั้ง คนอาจจะมองว่ากระทรวงแรงงานทําไมมีงบประมาณน้อย แต่ในส่วนของกระทรวงทุก กระทรวงนะครับ งบประมาณของแผ่นดินที่ลงไปไม่ว่าถนนไร้ฝุ์นก็ดี สร้างอะไรก็ดีอะไร ต่าง ๆ พวกนี้คือการสร้างงาน เพราะฉะนั้นก็มีตําแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นคือเพิ่มอันที่ ๑
อันที่ ๒ ก็คือเพิ่มอาชีพใหม่นะครับ ซึ่งก็มีหลายเรื่อง บางคนที่ออกจาก งานแล้วเบื่อไม่อยากจะทําก็มีการฝ๊กอบรมและเพิ่มอาชีพให้
อันที่ ๓ ก็คือเพิ่มการฝ๊กอบรม ด้วยการดําเนินการอย่างนี้ทําให้ตัวเลข อย่างที่ท่านสมาชิกอาจจะได้ท้วงติงในเรื่อง พ.ร.ก. ที่ว่าเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ไปอยู่แรงงานนี้แรงงานเปึนอย่างไร ยังว่างงานอยู่เยอะไหมนะครับ ก็ขอเรียนว่าตั้งแต่เกิด วิกฤติเดือนตุลาคม คนว่างงานออกจากงานโดยที่มาจดทะเบียนเพื่อใช้สิทธิในการ ว่างงาน เดือนตุลาคมประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคนแล้วก็เรียงสูงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง เดือนกุมภาพันธ์สูงที่สุดถึง ๑๐๑,๐๐๐ คนนะครับ แต่มาตรการที่กระทรวงแรงงาน ได้ดําเนินการนี้นะครับ พอถึงเดือนมีนาคมลดลงเหลือ ๘๑,๐๐๐ คน เดือนเมษายนลดลง เหลือ ๔๖,๐๐๐ คน เดือนพฤษภาคมลดลงมาเหลือ ๕๘,๐๐๐ คน แต่คนกลับเข้าไปสู่งาน เพิ่มขึ้นและขณะนี้ก็ไม่การถามว่าคนว่างงานจริง ๆ มีอยู่เท่าไรนะครับ จากตัวเลขของ สํานักงานสถิติแห่งชาตินะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้บอกไปแล้วครั้ง หนึ่งนะครับตัวเลข นั่นก็เอามาจากอันเดียวกัน คือเมื่อเดือนมกราคมตัวเลขคนว่างงานอยู่ ๘๘๐,๐๐๐ คน เดือนกุมภาพันธ์ ๗๑๐,๐๐๐ คน เดือนมีนาคมเหลือ ๗๑๐,๐๐๐ คน เหมือนเดิมนะครับ ที่เหมือนเดิมที่ลดลงมาน้อยนี่ครับ แต่คนออกจากงานน้อยมันก็มี ส่วนหนึ่งที่คนจบจากการศึกษาใหม่ มาอยู่ในสถิติที่มารวมกันทําให้มีการว่างงานอยู่ใน ตัวเลขประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ คนนี้นะครับเปึนคนที่อยู่ในวิกฤติที่ออก จากงานจริง ๆ ก็ประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คนนะครับ นอกนั้นก็เปึนการ ว่างงานปกติคือจะประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คนนะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวมาแล้วบอกว่า จังหวัดสมุทรปราการมากที่สุดก็เพราะว่า โรงงานมากที่สุดในประเทศไทย จํานวนผู้ใช้แรงงานมีมากที่สุดนะครับ
ส่วนท่านสมาชิกเปึนห่วงแล้วก็สอบถามอีกอันหนึ่งนะครับ คือท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่นนะครับ คุณสุชาย ศรีสุรพล ได้ถามว่า โครงการต้นกล้าอาชีพมีประโยชน์ตกถึงแรงงานหรือไม่นะครับ แล้วก็ผู้เข้าฝ๊กอบรมมีงาน ทําหรือไม่ แล้วก็ผู้ที่เข้าฝ๊กอบรมอยู่ในกลุ่มของผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือไม่นะครับ ขอเรียนว่า การฝ๊กอบรมในกลุ่มนี้ก็มีอันหนึ่งอันแรกเลยนะครับ คือกลุ่มของผู้ว่างงาน ผู้ว่างงาน ตามปกติที่ผมได้เรียนไปแล้วปกตินะครับ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน
ส่วนที่ ๒ ผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะถูกเลิกจ้าง เช่น การทํางานน้อยลง รายได้ น้อยลง ก็ลังเลถ้าอยู่แบบนี้ฉันจะอยู่ได้ไหม พวกนี้ก็ส่วนหนึ่งนะครับ ก็ออกมาฝ๊กออกมา ฝ๊กคือออกจากงาน แต่ผมได้ดึงไว้ให้อยู่ด้วยกันนะครับพวกนี้ก็เลยออกมาน้อย เพราะฉะนั้นออกมาน้อยจํานวนคนที่เข้ามาสู่ในต้นกล้าอาชีพจํานวนนี้ก็น้อยลงไปด้วย นะครับ
ส่วนที่ ๓ คือกลุ่มผู้ที่ถูกเลิกจ้างจริง ๆ ถูกเลิกจ้างจริง ๆ ก็จําเปึนต้องมาฝ๊ก เพื่อที่จะหางานทําต่อ
ส่วนที่ ๔ คือผู้ที่จบการศึกษาใหม่ที่จะเข้าสู่โครงการต้นกล้าอาชีพ ซึ่งมันไป สมดุลกับทางกระทรวงแรงงาน ซึ่งท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งนะครับ พอดีที่ถามมา ๓-๔ ท่านมันไปคัฟเวอร์ (Cover) หมดเลยนะครับ คือแรงงานภายในประเทศ และก็แรงงานต่างด้าว
ส่วนแรงงานต่างด้าวนั้นท่านสมาชิกจากจังหวัดหนองคาย ท่านเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ท่านได้บอกว่าทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวที่อยู่ ชายแดนนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายของท่านแล้วก็จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ชายแดน บอกว่าทาง กระทรวงได้จัดระเบียบให้แรงงานต่างด้าวทํางานอยู่ชายแดนไปกลับได้ไหมนะครับ อันนี้ ขอเรียนว่า ชายแดนทุกแห่งสามารถที่จะให้คนมาทํางานตอนเช้ากลับตอนเย็นได้ตาม ฤดูกาล และก็มีพระราชบัญญัติที่กําหนดไว้ด้วยนะครับ คืออนุบัญญัติตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑ อันนี้สามารถทําได้ และก็ใน ป้ ๒๕๕๓ นี้นะครับผมเพื่อให้สะดวกตรงนี้ไม่ให้คนพวกนี้ต้องเข้ามาลึก ๆ ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ได้มีการตั้งงบประมาณแล้วก็ตั้งจุดที่อํานวยความสะดวกให้มีทั้งหมด อยู่ ๒๗ แห่ง ทั้งเขตแดนลาว กัมพูชา และพม่า อันนี้สําหรับศูนย์ที่ตั้งนี้นะครับก็มีอยู่ที่ จังหวัดหนองคาย แล้วชายแดนที่จังหวัดหนองคายก็มีที่บึงกาฬ จังหวัดหนองคาย โดยที่ว่าป้นี้เราจะจัดงบประมาณดําเนินการเกี่ยวกับชายแดนอันนี้นะครับ แล้วขอเรียน อันหนึ่งนะครับ ก็คือส่วนที่ต่างด้าวที่มาทํางานอยู่ในประเทศไทยนะครับ จํานวนขณะนี้ ก็ถ้านับแล้วก็เปึนล้านคนที่จดทะเบียนให้ทํางานอยู่แล้วก็หลายแสนคน ขณะนี้มติ ครม. ก็ได้อนุมัติแล้นะครับว่า ผู้ที่ทํางานอยู่ใต้ดินหรือไม่ได้รับอนุญาตก็ให้มีการอนุญาต และก็จะให้อนุญาตครั้งสุดท้ายเปึนครั้งนี้ครั้งสุดท้าย แล้วก็มีการอนุญาตไปถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่อนุญาตอย่างนี้แล้วก็คือประมาณสักวันที่ ๑ ตุลาคม ก็จะให้มีการ จดทะเบียน ขณะนี้รอกระทรวงมหาดไทยที่จะประกาศกฎกระทรวงว่า ให้คนต่างด้าว พวกนี้อยู่ในประเทศชั่วคราวเพื่อการส่งออก เราก็ให้มาทํางานในช่วงประมาณสัก ๖ เดือน และเมื่อได้มาทํางานอยู่แล้วต้องมามีการพิสูจน์สัญชาติก็คือ นายจ้างต้องพาลูกจ้าง พิสูจน์สัญชาติ เมื่อพิสูจน์สัญชาติแล้วนะครับถ้าหากว่าพม่าเขายอมรับว่าเปึนคนของเขา เขาก็จะออกพาสปอร์ต (Passport) ชั่วคราวให้ เมื่อออกพาสปอร์ตชั่วคราวให้นะครับ ทางกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมก็จะออกใบอนุญาตให้ทํางาน ๒ ป้ และการ จดทะเบียนนี้นะครับเราจะเป่ดจดแค่เดือนเดียวเพื่อปัองกันไม่ให้คนพม่าทะลักเข้ามา ในช่วง เพราะฉะนั้นเดือนกรกฎาคมเดือนเดียวนะครับ อันนี้อยากจะประชาสัมพันธ์ให้ พี่น้องผู้ที่จําเปึนต้องใช้แรงงานต่างด้าวในโรงงานที่คนไทยไม่ทํา แต่ก่อนที่จะให้ต่างด้าว มาทํานี้ต้องประกาศรับคนงานไทยก่อน ๗ วัน เมื่อคนไทยไม่มาแล้วยังขาดอยู่เท่าไรท่านก็ พามาจดนะครับ หลังจากนั้นแล้ว ๑ เดือนเราจะตรวจกันอย่างจริงจัง แล้วก็ผลักดันคน กลุ่มนี้ออกไป แล้วในป้ต่อไปถ้าหากว่ากิจกรรมต่าง ๆ ยังต้องการใช้ต่างด้าวอยู่ถ้ามีการ สํารวจแล้วก็จะให้เข้ามาโดยถูกต้อง คนที่มาไม่ถูกต้องคงไม่มีแล้ว อันนี้ก็ประชาสัมพันธ์ ให้ทราบด้วยนะครับ
ในประเด็นสุดท้ายนะครับ อันนี้ก็เกี่ยวกับแรงงานต่างประเทศนะครับ ซึ่งท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายไปเรื่องของกิจการของแรงงานต่างประเทศ ควรจะอยู่ ในกระทรวงแรงงาน อันนี้มันอยู่อยู่แล้วครับ แล้วเราก็มีสํานักงานทั้งหมด ๑๐ กว่าแห่ง เกือบ ๒๐ แห่งในต่างประเทศต่าง ๆ ซึ่งผมเองคงไม่ต้องไปบอกว่าแต่ละประเทศเพื่อไม่ให้ เสียเวลา มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ กว่าแห่งที่ดูแลคนงานของเราที่อยู่ต่างประเทศ แล้วรวมทั้งการ ประสานงานเดินทาง ใครอยากที่จะไปทํางานต่างประเทศนั้น เพื่อไม่ให้มีการถูกหลอกกัน ก็ขอให้ประสานงานติดต่อกับกระทรวงแรงงานของเราโดยตรง ซึ่งการที่จะไปทํางานต่างประเทศนั้นมีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่วิธีที่ว่ารัฐบาลส่งเอง ให้บริษัท จัดหางานเปึนคนส่ง หรือนายจ้างที่ไปทํางานต่างประเทศอยู่สามารถนําไปได้ หรือว่าไป ติดต่อจากนายจ้างด้วยตัวเองแล้วก็ไป อันสุดท้ายก็คือไปฝ๊กงาน แต่ก่อนที่จะไปนั้น ถ้าท่านจะบอกไปเที่ยวก็ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน แต่ถ้าท่านอยากจะไปทํางาน แล้วก็มาแจ้งทางเรา ทางกระทรวงแรงงานโดยกรมจัดหางานจะตรวจสัญญาจ้าง และก็ ตรวจนายจ้างว่ามีจริงหรือไม่ เงินเดือนเท่าไร อะไรเท่าไร แล้วคนที่ตรวจ คนที่แจ้งเรา มานั้นทูตแรงงานของเราที่อยู่ในต่างประเทศ บางประเทศอาจจะไม่มีแต่อาศัยที่ใกล้เคียง กันดูแลหลายประเทศ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็ให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยตรวจสอบ และรับรองมาว่ามีนายจ้างจริง มีสัญญาจ้างถูกต้อง อะไรถูกต้องหมด เราถึงให้ไป
ท่านสุชาติมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ท่านประธานครับ เวลาที่ให้กับ ฝ์ายค้านไว้คนละ ๘ นาที รู้สึกว่าผมจะไม่ได้พูดแล้วพี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาบอก สุชาติ ลายน้ําเงิน จะได้พูดได้ไหม ไม่ได้พูด
ท่าน นั่งลงครับ ก็เปึนสิทธิรัฐมนตรีชี้แจง เดี๋ยวผมจะสลับ เชิญนั่งครับ เมื่อสักครู่ก็ให้แล้วครับ เดี๋ยวจะถึงคิวฝ์ายค้านอีกแล้วครับ ท่านนั่งลงครับ
ชี้แจงสั้น ๆ ครับท่าน
ท่านรัฐมนตรีท่านรวบรัดหน่อยนะครับ
ผมใช้เวลา อีกนิดเดียวจะจบแล้วนะครับ แล้วมีท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติอีกอันหนึ่งนะครับถ้าไม่ตอบ เรื่องของท่าน เรื่องของการหลอกลวง หรือการไปทํางานอย่างที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ นะครับ ถ้ามีปัญหาแล้วเขาก็ยกตัวอย่างบอกว่า โดยเฉพาะท่าน ส.ส. นางชมภู จันทาทอง จังหวัดหนองคาย ท่านได้บอกว่ามีคนงานคนหนึ่งที่ไปร้องเรียนกับท่านโดยที่ว่าถูกหลอก ไปทํางาน แล้วเรื่องเขาสู้ด้วยตัวเองคือฟัองศาล แล้วศาลก็มีคําพิพากษา เมื่อพิพากษา มาแล้วเมื่อเขายังไม่ได้รับค่าตอบแทน ไม่ได้รับอะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ว่ากระทรวง แรงงานช่วยเขาได้อย่างไร อันนี้ก็ขอเรียนว่า ถ้าหากว่าคําพิพากษานั้น ถ้าระบุว่าคนนั้น ผิดต้องจ่าย ก็คงจะเปึนไปตามคําพิพากษานะครับ แต่ถ้าหากว่ารายละเอียดที่จะต้องให้ กระทรวงแรงงานได้ช่วยเหลือนั้นเราก็จะดู แล้วถ้ามีความจําเปึนจริง ๆ เรามีเงินกองทุน ที่จะช่วยผู้ที่เดือดร้อนเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นในส่วนของ กระทรวงแรงงานผมคงใช้เวลาชี้แจงเพียงแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านละออง ติยะไพรัช ๘ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ และกังวลใจเปึนอย่างยิ่ง เรื่องที่เราพิจารณาผ่านสภาที่ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินและการ ใช้เงิน เรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินดิฉันอยากจะให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ติดตามในเรื่องของ การกู้เงินและการใช้จ่ายเงิน ต้องช่วยกันค่ะวันนี้ ดิฉันขอยกตัวอย่างในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมาว่าเรามีกรอบเงินกู้ที่เราได้อภิปรายกันในสภาแห่งนี้มีอะไรบ้าง ในช่วงปลาย เดือนพฤษภาคมเราได้พูดถึงกรอบเงินกู้เงินต่างประเทศเพื่อที่จะเอามาทําโครงการใหญ่ ๆ ๔ โครงการ คือสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา ใช้เงินประมาณ ๒,๖๕๗ ล้านบาท ปรับปรุง ประปานครหลวงใช้เงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รถไฟฟัาสายสีน้ําเงินใช้เงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลักเปึน ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวง ใช้ประมาณ ๕,๖๒๐ ล้านบาท ก็เปึนประมาณ ๖๑,๒๗๒ ล้านบาท อันนี้คร่าว ๆ นะคะ และช่วงระยะเวลาวันที่ ๑๕ เราก็พิจารณาเรื่องของกรอบเงินกู้ของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราก็เข้าใจว่าเอาไปโปะเงินที่เราเก็บภาษีอากรไม่ตรงเปัาก็คือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะต้องมีงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายอีก ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็วันที่ ๑๖ เราได้พิจารณางบประมาณ พระราชบัญญัติเงินกู้ ๓ วาระรวดภายในคืนเดียวก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ในงบประมาณที่ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ ๒๕๕๓ มันจะมีเงินที่แฝงอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ดิฉันมาดูอันนี้เราก็ต้องติดตามว่าดิฉันก็อยากยกตัวอย่างว่า ทําไมดิฉันถึงเอา ๔ โครงการใหญ่ ๆ มาอภิปราย ดิฉันไม่อยากจะให้รัฐบาลว่าการจัดสรร งบประมาณไปกระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ถ้ากระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่งพี่น้องประชาชนในชนบทก็จะ ไม่ได้รับประโยชน์ และก็การกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะไม่เกิดขึ้น วันนี้เวลาดิฉันมีน้อยนะคะ ดิฉันขอพูดถึงในเรื่องของงบประมาณของป้ ๒๕๕๓ ดิฉันดูเทียบงบประมาณระหว่าง ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๓ ความแตกต่างของงบประมาณก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ก็คืองบของแต่ละกระทรวงแต่ละกรมก็พอ ๆ กับป้ ๒๕๕๒ แต่ดิฉันก็อยากจะให้ว่าการ จัดสรรงบประมาณเมื่อเราจัดสรรงบประมาณที่ใกล้เคียงกันนโยบายก็คือเรื่องสําคัญว่า เราจะใช้เม็ดเงินอย่างไรให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ในงบประมาณ ของป้ ๒๕๕๓ ดิฉันได้ฟังคําแถลงนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดิฉันก็เคลิ้ม ตามว่าถ้าสมมุติเราทํางบประมาณให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ประเทศไทยของเราก็คงจะวันนี้ถนนคงจะอาจจะทําด้วยทองคํา แต่ดิฉันก็กังวลใจในเรื่อง ของงบประมาณที่จะลองเอาไปใช้ในป้ ๒๕๕๓ ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดูในเรื่อง ของงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ซึ่ง ๒ กระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนโดยตรงในเรื่อง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เกี่ยวกับน้ํา กระทรวงทรัพยากรก็เกี่ยวกับน้ํา วันนี้ที่ ดิฉันได้ฟังคําอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์ได้แถลงให้ฟังดิฉันก็ดีใจ ดีใจว่าท่านอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจในเรื่องของพี่น้องเกษตรกรในเรื่องการปลูกข้าว ดิฉัน อยากจะเล่าให้ท่านฟังว่าช่วงการทํานาปรังของพี่น้องเกษตรกรที่ผ่านมา พี่น้องตอนเช้า ดิฉันได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน สิ่งที่ดิฉันพบเห็นก็คือพี่น้องประชาชนทะเลาะกัน ทะเลาะกันเรื่องอะไรรู้หรือเปล่าคะ ทะเลาะกันเรื่องการใช้น้ํา แล้วก็ตี ๔ ตี ๕ พี่น้อง ประชาชนก็จะเอากระสอบทรายไปกั้นน้ําคลองเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้น้ํามันเต็มคลองแล้วก็ สูบน้ําขึ้นมาเพื่อทํานาปรัง อันนี้สิ่งที่เราได้พบได้เจอ แต่ดิฉันก็เสียดายในช่วงที่รัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณคือพรรคไทยรักไทยของเราเดิมเราได้จัดสรรงบประมาณ รายการจัดทําระบบน้ําก็คือเปึนเมกะโปรเจกต์ เกี่ยวกับเรื่องน้ําโดยเฉพาะ และทําให้พื้นที่ ในจังหวัดเชียงรายเองเราก็ได้มีงบประมาณเข้าไปในการสร้างอ่างเก็บน้ําเหมือนกับเราได้ สร้างกะละมังรองรับน้ําไว้เวลาฝนตกก็คือทําอ่างไว้ แล้วเวลาฤดูแล้งเราสามารถที่จะเอา น้ํามาใช้ในการทําเรื่องของนาปรังของเกษตรกรได้ แต่หลังจากที่โครงการนี้ยังไม่เสร็จ สมบูรณ์ก็มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นก็ทําให้โครงการหลายโครงการที่ดี ๆ ได้หยุด ชะงักลง วันนี้ก็ชะงักลงและทําให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้น และการขายข้าวในป้นี้ การรับจํานําข้าวเปึนการรับจํานํา แล้วก็ทางจังหวัดเชียงรายตอนนี้พี่น้องเกษตรกรได้ทํา เรื่องถึงทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อจะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแล เพราะว่า โควตาในเรื่องของข้าวท่านเพิ่ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในจังหวัด เชียงราย ณ เวลานี้ข้าวยังเหลืออยู่ประมาณ ๑๗๓,๖๐๐ ตัน แต่โควตาที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันที่รัฐบาลจัดสรรให้เพิ่มนี่นะคะไปที่จังหวัดเชียงรายเพียง ๑๖,๐๐๐ ตัน มันเหลือตั้งแสนกว่าตัน แล้วพี่น้องประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร แล้วจะต้องทํา อย่างไร วันนี้พี่น้องประชาชนก็พยายามที่จะให้ดิฉันช่วยประสานงานกับท่าน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์แล้วก็ทางรัฐบาล แต่เมื่อวานดิฉันได้ฟังท่านนายกพูดว่า ท่านก็ช่วยเกษตรกรให้ได้รับโควตาจํานําข้าวทั้งหมด แต่ดิฉันมาฟังท่านอลงกรณ์วันนี้ดิฉัน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านจะทําอย่างไรกับในเรื่องของข้าวที่เหลือที่จังหวัดเชียงราย ประมาณ ๑๗๓,๖๐๐ ตัน ท่านจะทําอย่างไร เพราะวันนี้ดิฉันรู้ว่าพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ผิด นะคะ ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ว่ารัฐบาลจัดการในเรื่องของการจําหน่ายข้าวท่านได้ทํา ยุทธศาสตร์ที่ผิดหรือเปล่าที่ท่านเอาข้าวสาร ๒.๖ ล้านตันมาทุ่มตลาด แล้วก็มีการประมูล กันโดยที่ไม่มีราคาขั้นต่ําหรือราคากลาง เมื่อวานนี้ดิฉันฟังจากท่านรัฐมนตรีดิฉันก็รู้สึกว่า ไม่ค่อยสบายใจ วันนี้ดิฉันก็ขอฝากรัฐบาลช่วยเรื่องของเกษตรกรในเรื่องการรับจํานําข้าว ที่จะต้องเหลือประมาณ ๑๗๓,๒๐๐ ตัน วันนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ ที่จริงก็มีหลาย ประเด็นที่ยังค้างอยู่ที่จะคุยด้วย ท่าน ส.ส. นวัธก็ฝากบอกว่านกที่ขอนแก่นมันร้องเสียง เปลี่ยนไป ดิฉันก็ไม่รู้มันเปลี่ยนไปอย่างไรเหมือนกันค่ะ
ต่อไป ขอเชิญท่านภิรมย์ พลวิเศษ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย วันนี้ต้อง ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสได้มาอภิปรายงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในวันนี้นะครับ ซึ่งเปึนที่ทราบดีนะครับว่าปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงภาวะวิกฤติ รัฐบาลต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะ มรสุมทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ความจําเปึนที่มีอยู่ในวงเงินงบประมาณที่จํากัด แล้วผมเห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะดูแลทุกภาคส่วนของประเทศไทยให้อยู่ดีกินดี ท่านประธานที่เคารพครับผมเริ่มต้นสิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะเพิ่มเติมก็คือว่า งบประมาณของกระทรวงคมนาคมที่ได้รับการจัดสรรเรื่องโครงการถนนไร้ฝุ์น ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายในสภามาแล้วนะครับ ความจริงแล้วที่ได้รับจัดสรรไม่ว่าเงินกู้หรือ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๓ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีเพียงพอหรอกครับ วันนี้ผมอยากเสนอว่าไหน ๆ รัฐบาลกู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าอยากให้ท้องถิ่นในชนบทเดินทาง ไปไหนมาไหนสะดวกปลอดฝุ์นแล้วนะครับใช้แค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ป้นี้ก็เพียงพอ ท่านประธานครับผมอยากฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบฝากถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าไหน ๆ จะกู้แล้วก็ให้มันเสร็จทีเดียว ท่านประธานครับ อย่าให้ถึงป้หน้าเลยครับ เพราะว่าพวกเราไม่รู้จะอยู่ถึงป้หน้าหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ผมอยาก ถ่ายทอดความรู้สึกชีวิตของพี่น้องประชาชนในเขตชนบทมาถึงท่านประธานฝากไปยังท่าน ผู้รับผิดชอบครับ
เรื่องน้ําวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ผลักดันงบประมาณเรื่องน้ํา ในวงเงินที่จํากัด แต่ผมดูใน พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๕๓ แล้วได้รับจัดสรรในส่วนที่เปึน เขตพื้นที่ชลประทานและโครงการต่อเนื่อง ซึ่งมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้อง ประชาชนในชนบท เขตพื้นที่แล้งก็แล้งซ้ําซาก เขตที่ท่วมก็ท่วมเปึนประจํา เพราะฉะนั้น พี่น้องในเขตพื้นที่ที่ไม่มีชลประทานอยู่อยากฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์นะครับว่าท่านจะจัดการอย่างไรเพื่อให้พี่น้องในเขตที่ไม่มีชลประทานได้รับการ ดูแล พรรคภูมิใจไทยเราได้เสนอให้พี่น้องประชาชนได้เห็นโครงการ ๑ ตําบล ๑ ชลประทาน พวกเราได้พาคณะไปศึกษาดูงานอยู่ที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีอดีตท่าน รัฐมนตรีท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดพาดพิงถึงพรรคกระผมว่าพวกผมดํานาไม่เปึน ดํานา เดินหน้า จริง ๆ แล้วพวกเราดํานาถอยหลังครับ ถ้าส่วนดํานาเดินหน้าบ้านผมเรียกว่าส่ามเข่าครับ คําว่า ส่ามเข่า หมายถึงว่าดําแล้ว มันหลบมันถอนออกแล้วถึงเดือนหน้า แต่วันนั้นแม้กระทั่งว่ารัฐมนตรีพรทิวาไม่เคยดํานา ก็ดํานาเปึนครับท่านประธาน ทําไมต้องเอารัฐมนตรีไปทํานา เนื่องจากว่าจะได้รู้จักว่าการ ดํานามันปวดเอวแค่ไหน ชาวบ้านเขาลําบากแค่ไหน พอท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ไปดํานาแล้ว พอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปดํานาถึงรู้ว่าชาวนามันลําบาก ถึงต้องมาตั้งโครงการ ๑ ตําบล ๑ ชลประทาน แล้วก็มาตั้งโครงการประกันราคาข้าว วันนี้ ความหวังของพี่น้องประชาชนฝากไว้กับรัฐบาลครับ บ้านผมชาวบ้านเลี้ยงหมูคนละ ๔ ตัว ๕ ตัว กําลังขายได้ราคาดีมาเจอไข้หวัดหมูหมูก็ลงราคาอีกท่านครับ ความหวังของพี่น้อง ประชาชนอยู่ที่รัฐบาลชุดนี้ละครับที่จะช่วยแก้ปัญหาในช่วงวิกฤติอยู่ได้จึงฝากเรื่อง แหล่งน้ําครับ เขตพื้นที่บางพื้นที่อยู่ติดแหล่งน้ําขนาดใหญ่ เช่น ลําน้ําชี ลําน้ําปากแพรก ราษฎรมีพื้นที่อยู่ติดลําน้ําชี เช่น อําเภอแก้งสนามนาง อําเภอบ้านเหลื่อมก็ไม่มีนโยบาย โครงการที่ผลักดันลําน้ําชีมาใช้ให้เปึนประโยชน์ จึงฝากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย นะครับ เรื่องที่ดินทํากินที่อดีตรัฐมนตรีที่รับผิดชอบท่านระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ได้ส่งเสริมโครงการให้เช่าที่ทํากินไร่ละ ๒๐ บาท ซึ่งผมเห็นว่าเปึนประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน วันนี้ได้เป่ดโครงการหลายพื้นที่แล้ว จึงอยากให้ท่านหัวหน้ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีให้ส่งเสริมโครงการนี้ตลอดไป แต่ว่าอยากให้ส่งไปถึงกับพี่น้อง ประชาชนที่ไม่มีที่ทํากินจริง ๆ นะครับ
เรื่องการศึกษาครับป้นี้เปึนป้ที่เปึนปรากฏการทางศึกษาครับ ป้นี้เปึนป้ที่เปึน ปรากฏการณ์ทางด้านการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการครับไม่มีรัฐบาล ชุดไหนที่ทุ่มเทให้กับวงการการศึกษามากเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ ผมเห็นความตั้งใจของท่าน นายกรัฐมนตรี เห็นความตั้งใจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครับท่าน โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อาจจะขลุกขลักบางในป้นี้ แต่ป้หน้าก็น่าจะประสบ ความสําเร็จ ผมอยากไว้เรื่องโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งเปึนความตั้งใจของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับว่าตั้งแต่ป้ที่แล้วมีความประสงค์ที่จัดสรร งบประมาณเรื่องอาหารกลางวันให้ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลก็มีความ จริงใจได้จัดสรรงบประมาณให้กับกรมปกครองส่วนท้องถิ่นให้จัดสรรอาหารกลางวันครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ซึ่งก็จะเปึนอานิสงส์ให้กับลูกหลานคนยากคนจนที่ไปโรงเรียนแล้วได้ กินอาหารกลางวันเต็มแต่อยากฝากอีกเรื่องหนึ่งคือท่านครับเรื่องนม เรื่องอาหารเสริมนม ที่มีปัญหาอยู่นะครับแล้วรัฐบาลจัดสรรให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มตั้งแต่อนุบาลถึง ประถมศึกษาป้ที่ ๖ ปัญหาคือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง วันนี้ผมอยากเสนอแนะให้รัฐบาลว่า อาหารเสริมนมการจัดซื้อจัดจ้างควรที่จะให้อยู่กับที่โรงเรียน ให้ผู้บริหารให้โรงเรียน ให้คณะครู ให้กรรมการศึกษาเปึนผู้จัดจ้างเอง มันจะได้โดนใจว่าคนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อจะได้แก้ปัญหาได้ลุล่วง ท่านประธานครับเรื่องครูธุรการเปึนโครงการคืนครู ให้กับนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเปึนเรื่องที่โดนใจกับคณะครูผู้บริหารโรงเรียน อย่างยิ่งครับมันแก้ปัญหาให้โรงเรียนขนาดเล็ก การแก้ปัญหาในการครูที่เขาไม่ครบชั้น สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครบชั้น แต่ว่าโดยหลักการแล้วถูกต้องนะครับ โครงการครู ให้กับนักเรียนฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับว่าการจัดสรรครูธุรการ ป้นี้วิธีการจัดสรรผมว่าไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาล เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย ให้เขตดําเนินการจัดสรรให้โรงเรียนขนาดใหญ่ ใหญ่มากได้ ๒ คน ใหญ่ปานกลางได้ ๑ คน แต่ว่าโรงเรียนที่มีครู ๔ คน มีครู ๒ คนจัดให้ครูธุรการ ๑ คนต่อ ๓ โรงเรียนมันแก้ ไม่ถูกครับท่าน มันต้องเปลี่ยนแปลงว่าโรงเรียนขนาดเล็กต้องได้ทุกคนก่อนที่มีครู ไม่ครบชั้น แล้วตั้งฝากประเด็นไว้ว่าครูธุรการให้เงินเดือน ๔,๘๐๐ บาท แต่ไปทํางาน ๓ โรงเรียน ค่ารถมอเตอร์ไซด์ก็ไม่พอหรอกท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าจัดให้แค่ ๓ เดือน ต่อไปเท่ากับตามวุฒิแต่ว่า ๔ เดือนแรก ๓ เดือนแรกเขาจะอยู่เขากินอย่างไรครับ แค่ค่าน้ํามันรถมอเตอร์ไซด์ก็ไม่พอ นี่คือยากฝากไปให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการครับ เรื่องหนี้สินครูรัฐบาลชุดไหนเข้ามาเปึนรัฐบาลก็หาเสียงกับคําว่าหนี้สินครู วันนี้ครูเปึนหนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าครูเปึนผู้เสียสละไม่มีอาชีพเสริมนะครับ เพราะฉะนั้นแหล่งเงินกู้ มีเท่าไรก็กู้หมดครูนี่ครับ รัฐบาลขึ้นให้อีก ๘ เปอร์เซ็นต์ ก็ขายล่วงหน้าแล้วบางท่าน บางคนครับ ๘ เปอร์เซ็นต์ที่เงินเดือนจะขั้นล่วงหน้านี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันจําเปึนต้องกู้ ทีนี้ผลกระทบจากการกู้เงินแล้วคุณภาพ การเรียนการสอนไม่มีเพราะครูไม่มีกําลังใจนั่นคือสิ่งที่หลายรัฐบาลฝากฝังมาครับ ผมได้รับการรับฝากความคิดเห็นจากพี่น้องเพื่อนครูว่า ถ้าอยากให้พวกครูหมดหนี้ หมดสินก็ให้ไปกู้ กบข. ซึ่ง กบข. ให้สถาบันการเงินกู้แล้วก็ขาดทุน ป้นี้คนเกษียณอายุ ราชการคน เออรี รีไทร์ (Early retire) ต้องเสียประโยชน์คนละ ๕๐,๐๐๐ บาทอย่างต่ํา แล้วใครเปึนผู้รับผิดชอบ เงิน ๕๐,๐๐๐ บาทที่เขาเกษียณอายุราชการแทนที่เขาจะให้ลูก ให้เมียเขา เขาก็ไม่ได้ใช้ แต่คนที่ทําให้ กบข. ขาดทุนก็ออกไปแล้ว แต่คนเสียประโยชน์คือ คณะครูที่ลาออก เกษียณอายุ เพราะฉะนั้นการให้สถาบันการเงินกู้มันเสี่ยงนะครับ มันไม่เปึนผลก็น่าจะให้ครูบาอาจารย์กู้ผ่านธนาคารออมสิน กู้ผ่านสหกรณ์ในดอกเบี้ย ราคาถูกและซึ่งเก็บได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าหัก ณ ที่จ่ายอยู่แล้ว ครูภาคใต้ที่มีปัญหา เรื่องเกี่ยวกับถูกทําร้าย ถูกฆ่า ตายเมื่อไรก็เปึนข่าวทุกที ผมอยากฝากไปถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าไหน ๆ แล้วตื่นเช้าขึ้นมาเราจะมีทหาร มีตํารวจ พาครูไปโรงเรียน ขึ้นรถถัง ขึ้นรถ จีเอ็มซี (GMC) ไปครับ ตอนกลางวันก็ยืนเฝัาคณะครู สอนหนังสือ กลับบ้านก็พากลับบ้านอีก ผมว่าถ้าไม่อยากให้ครูตายไม่ยากหรอกครับ ก็ให้ย้ายครูออกจากโรงเรียนเสีย แล้วก็เอาตํารวจที่เฝัาอยู่หรือเอาทหารที่เฝัาอยู่สอนแทน เพราะอะไร เพราะว่าโรงเรียน ตชด. เขาเคยทําสําเร็จมาแล้วนะครับ ครูอยู่ตรงนั้นก็ให้ออก ให้เหลือผู้บริหารโรงเรียนคนเดียว แล้วก็เพิ่มเงินเดือนไปอีก ๓ เท่าเลยครับ เพราะจะได้มี กําลังใจ
มาพูดถึงเรื่องกระทรวงสาธารณสุข วันนี้แม้ว่าจะถูกโรคร้ายรุมเร้าอย่าง รุนแรง แต่ว่าสิ่งที่อยากขอบคุณท่านรัฐบาลก็คือเรื่องโครงการเดิมของรัฐบาลชุดที่แล้ว ทําดีก็ทําต่อไป และได้รับทราบข่าวว่ารัฐบาลกําลังจะจัดสรรงบประมาณโรงพยาบาล ประจําตําบลให้
หมดเวลาครับ
ซึ่งมีโอกาสได้เข้าถึงพี่น้อง ประชาชนอย่างดียิ่งนะครับ ก็จึงฝากขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านมานิตย์ที่มีความทุ่มเทและให้กําลังใจ ในวันนี้ ผมขอฝากอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
หมดเวลาแล้วท่านครับ
ฝากเรื่อง อบต. อีกนิดเดียวครับ เรื่องท้องถิ่น อบต. ที่กําลังจะยกฐานะขึ้นเปึนเทศบาล วันนี้ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตให้ทาง รัฐบาลหรือกระทรวงการคลังคิดว่ากรอบอัตรากําลัง ๑ อบต. ต่อเจ้าหน้าที่ ๒๕ คน ๒๒ คน ดูแลหมู่บ้านไม่เกิน ๑๐ หมู่บ้านนะครับ ค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือนไปหมด เงินที่จะพัฒนาก็ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นจึงฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้รับผิดชอบไป ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป เชิญท่านณรงค์กร ชวาลสันตติ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์กร ชวาลสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย จากการที่ผมได้รับฟังการแถลงหลักการและเหตุผลของท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวานนี้ในกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เปึนเงินถึง ๑,๗๐๐,๐๐ ล้านบาทนั้น ที่จะนําไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผมได้ฟังอยู่ร่วมชั่วโมงเศษรู้สึกว่า เปึนหลักการและเหตุผลที่สวยหรูน่าชื่นชม และขอชมเชยผู้เขียนร่างหลักการและเหตุผล ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีนํามาอ่านให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านที่ฟังการถ่ายทอด แต่เมื่อได้ดูรายละเอียดในเอกสารเล่มสีขาวซึ่งเปึนราย กระทรวงที่แจกให้ ส.ส. ไปพิจารณาปรากฏว่าการตั้งงบประมาณรายกระทรวงมีความ ไม่สมดุลอยู่หลายกระทรวง ยกตัวอย่างเช่นแผนยุทธศาสตร์ที่ ๒ การรักษาความมั่นคง ของรัฐได้จําแนกงบประมาณออกเปึน ๔ หมวดใหญ่
หมวดที่ ๑ หมวดรักษาความสงบเรียบร้อย ตั้งงบประมาณไว้ ๑๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท
หมวด ๒ หมวดเสริมสร้างระบบปัองกันประเทศตั้งงบประมาณไว้ถึง ๑๕๒,๔๙๘ ล้านบาท
หมวดที่ ๓ เปึนหมวดข่าวกรองตั้งงบประมาณไว้ ๖๐๐ กว่าล้านบาท และ
หมวดที่ ๔ หมวดปัองกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย ตั้งงบประมาณไว้ ๘,๘๘๑ ล้านบาท
รวมแล้วเปึนเงินงบประมาณในยุทธศาสตร์ที่ ๒ นี้เปึนเงินถึง ๑๗๓,๑๙๒ ล้านบาท แต่การแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ในงบเกี่ยวกับความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ซึ่งแต่งบประมาณ ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบัน งบประมาณได้ลงไปกระจุกตัวอยู่ที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ป้ละเปึนแสนล้านบาท แต่เหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็หาได้ สงบหรือดีขึ้นแต่อย่างใด ต่างกับจังหวัดเพชรบูรณ์ของผมที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจาก รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงในเรื่องของคนต่างชาติสัญชาติลาวหรือม้งลาวที่ได้ อพยพเข้ามาอยู่อําเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีจํานวนถึง ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ คน เปึนระยะเวลามา ๕-๖ ป้แล้ว และมีตัวตนให้เห็นและมีหลักแหล่งที่อยู่แน่นอน แต่รัฐบาล ไม่จัดการผลักดันออกไปให้หมดจากจังหวัดเพชรบูรณ์เสียที ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ป้ ที่ผ่านมานั้นปัญหาอาชญากรรมลักวิ่งชิงปล้นฆ่าเกิดขึ้นมากมาย ปัญหายาเสพติด กลับเข้ามาระบาดอย่างรุนแรงและปัญหาโรคระบาดของผู้ที่อพยพในช่วงฤดูฝนขณะนี้ ซึ่งได้ขาดหมอและพยาบาล และรัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบันไปรับปากอะไรไว้กับ พี่น้องชาวอําเภอเขาค้อเมื่อเดือนที่แล้ว ผมเองไม่อยากจะเอ่ยชื่อรัฐมนตรีคนดังกล่าว เพราะเปึนผู้มีส่วนทําให้ประเทศไทยดังกล่าวเสียหาย จากการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ทําให้การท่องเที่ยวอําเภอเขาค้อ อําเภอน้ําหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ของผมได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในสภาพตายทั้งเปึน บางรายถูกฟัอง ล้มละลายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ เมื่อไปดูเปรียบเทียบยุทธศาสตร์ที่ ๔ เกี่ยวกับการ ปรับปรุงโครงสร้างภาคการเกษตร ตั้งงบประมาณไว้เพียง ๖๕,๓๖๗ ล้านบาท ปรากฏว่า เปึนงบลงทุนเกี่ยวกับเรื่องน้ํา ซึ่งเปึนงบลงทุนไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และกระจายกัน อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งต่างกับเรื่องงบความมั่นคง ซึ่งกระจุกตัวอยู่บางจังหวัด แต่เปึน งบประมาณที่ไม่ต้องมีแผนงบประมาณแผ่นดินเหมือนกระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ มีงบประมาณด้านความมั่นคงอยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่พี่น้องคนไทยคุ้นเคยกับคําว่า งบราชการลับไม่ต้องมีใบเสร็จก็สามารถเบิกจ่ายงบประมาณโดยหน่วยงานของรัฐไม่ว่า จะเปึน ป.ป.ช. หรือ สตง. ไม่สามารถที่จะไปแตะต้องหรือตรวจสอบได้ เพราะร่าง ในงบประมาณดังกล่าวว่า เปึนงบด้านความมั่นคง ท่านประธานที่เคารพ จังหวัด เพชรบูรณ์เปึนจังหวัดที่มีความยาวเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตร แต่เปึนที่น่าแปลกเปึนอย่างยิ่ง เส้นทางรถไฟซึ่งเปึนรัฐบริการที่มีราคาถูกที่สุด ประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ไม่เคยได้รับ บริการรถไฟฟรีของนโยบายอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ถ้าเปึนไปได้ขอฝาก ความหวังของคนเพชรบูรณ์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยสานต่อโครงการ รถไฟของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะพี่น้องประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์อยากเห็นรถไฟผ่าน จังหวัดเพชรบูรณ์เหมือนเช่นแม่น้ําป์าสักไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ และมีต้นน้ําอยู่ที่ อําเภอหล่มเก่าไหลมาจนถึงเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และไหลลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งน้ําต้นทุนมีจํานวนมาก แต่ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณเท่าที่ควรในการก่อสร้างแก้มลิงตามแนวพระราชดําริ โดยเฉพาะ ๔ อําเภอ ตอนบนของจังหวัดเพชรบูรณ์ คืออําเภอหล่มสัก อําเภอหล่มเก่า อําเภอเขาค้อ และอําเภอ น้ําหนาว แทบจะไม่เห็นงบประมาณแผ่นดินในการบูรณาการเรื่องน้ํา เหมือนเช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีงบประมาณแต่ละป้ลงไปเปึนแสนล้านบาท พี่น้องชาว จังหวัดเพชรบูรณ์ฝากถามท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ว่าท่านปฏิบัติ ๒ มาตรฐานหรือไม่ แล้วจังหวัดเพชรบูรณ์ยังมีสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเปึนข้าว ข้าวโพด มะขามหวาน พืชผักสด โดยเฉพาะข้าวโพดและกะหล่ําปลี ที่เกษตรกรของจังหวัดเพชรบูรณ์ปลูกมากที่สุดของ ประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันในป้ที่ผ่านมาราคากะหล่ําปลีกิโลละ ๕๐ สตางค์ ชาวบ้าน ได้นําไปเททิ้งทางถนนเพื่อประท้วงรัฐบาล ข้าวโพดก็เช่นเดียวกัน ในป้นี้อําเภอหล่มเก่า ได้รับการจัดสรรโควตาจํานวนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน โกดังที่รับจํานํากับพี่น้องเกษตรกร ของอําเภอหล่มเก่านั้น เมื่อเป่ดการรับจํานําได้เพียง ๓ วัน โควตาจํานําข้าวโพด ๑๐,๐๐๐ ตัน ก็เต็มไปหมดแล้ว และท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์คงจะได้กลิ่นไม่ดี ได้เดินทางไปตรวจโกดังข้าวโพดในเดือนที่ผ่านมา ถ้าข้าวโพดที่อยู่ในโกดังของพ่อค้า จังหวัดเพชรบูรณ์พูดได้คงจะบอกท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ว่า กูมาจาก ประเทศลาว พ่อค้าซื้อกูมากิโลกรัมละ ๓ บาท มาขายประเทศไทยได้กิโลละ ๘ บาท ๕๐ สตางค์ คนไทยเอาเปรียบคนลาว ผมจึงเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะยกเลิก การจํานําสินค้ามาเปึนการประกันราคาสินค้าเกษตร ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีรีบทํา นโยบายดังกล่าวก่อนที่ข้าวเปลือกนาป้และข้าวโพดจะออกสู่ตลาดในฤดูกาลหน้า ซึ่งเปึน การลดปัญหาการโกงเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ๖๐กว่าล้านคนได้อีกทางหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดเพชรบูรณ์เปึนจังหวัดที่มีความยาวเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตร โดยเฉพาะ ๔ อําเภอตอนบนของจังหวัดเพชรบูรณ์ คืออําเภอหล่มเก่า อําเภอหล่มสัก อําเภอเขาค้อ อําเภอน้ําหนาว แทบจะไม่เห็นการจัดสรรงบประมาณเข้าไปในพื้นที่ ดังกล่าว และจากการกระจุกตัวแต่ไม่กระจายของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ และพระราชกําหนดการกู้เงินในป้ ๒๕๕๒ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลนี้ มีเสี่ยอภิสิทธิ์และเสี่ยกรณ์ จาติกวณิช จะสร้างหนี้ไว้ให้กับคนไทย ๖๐ กว่าล้านคน ในอนาคตอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แล้วผมคาดว่า ไอเอ็มเอฟ ที่พี่น้องคนไทยรู้จักและ เข็ดขยาดมาแล้ว คงจะมาเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
สรุปได้แล้วครับ
ผมจึงไม่เห็นด้วยกับแผน งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ และการกู้ยืมเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาลเสี่ยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอบพระคุณท่านประธาน
ก่อนจะถึงท่านสุพัชรี ธรรมเพชร นะครับ ท่านรัฐมนตรีพลังงานขอชี้แจงสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขออนุญาตใช้เวลาสภาสักเล็กน้อย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงบางประการที่ท่าน สมาชิกบางท่านได้สงสัย เพื่อความกระจ่างชัดและเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้สนใจ สนใจและเปึนห่วงเปึนใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ท่านกล่าวว่า กระทรวงพลังงานนั้นมีบทบาทอย่างสําคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่มีจํานวนบุคลากรไม่เพียงพอ ขาดแคลน ยกตัวอย่าง เช่น ที่จังหวัดตรังของท่าน มีข้าราชการกระทรวงพลังงานอยู่เพียง ๓ คนเท่านั้น คําตอบคือท่านพูดถูกต้อง เปึนความจริงว่ากระทรวงพลังงานนั้น ขณะนี้เราขาดแคลนบุคลากร
และประการต่อมาท่านก็บอกว่าจากการที่กระทรวงพลังงานนั้นต้องดึง ข้าราชการจากกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ มาปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ร่มเงาของกระทรวง พลังงาน ทําให้ข้าราชการบางท่านนั้นขาดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ข้อนี้ต้องขอเรียนว่าไม่เปึนความจริงนะครับ เพราะว่าข้าราชการกระทรวงพลังงาน ทุกคนนั้นได้ผ่านการฝ๊กอบรมบทบาทหน้าที่ของตนเองมาอย่างดีและสามารถที่จะปฏิบัติ หน้าที่ของตัวเองนั้นอย่างถูกต้องครบถ้วน เดี๋ยวผมจะชี้แจงต่อไปนะครับว่าอย่างไร
ประการสุดท้ายท่านบอกว่าด้วยความที่กระทรวงพลังขาดแคลนบุคลากร ทําให้แผนการในการพัฒนาพลังงานทดแทนนั้นไม่เปึนไปตามเปัาหมาย อันนี้ ก็เช่นเดียวกันครับว่าท่านเข้าใจผิด โดยข้อเท็จจริงแล้วนั้นการพัฒนาพลังงานทดแทนของ ประเทศนั้นได้มีความคืบหน้าเปึนอย่างมาก ทะลุเปัาหมายด้วยซ้ําไป ผมใคร่ขอถือ โอกาสนี้ได้เรียนชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศให้ทราบพอเปึนสังเขปดังนี้นะครับ ถูกต้องครับว่ากระทรวงพลังงานนั้น เปึนกระทรวงใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาไม่นานเมื่อป้ ๒๕๔๖ เราเพิ่งทําบุญเลี้ยงพระฉลอง ครบรอบ ๖ ป้ของกระทรวงพลังงานเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคมป้ที่แล้ว และเราจําเปึนต้อง โอนย้ายข้าราชการจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับด้าน พลังงานมาอยู่ภายใต้ร่มของกระทรวงพลังงาน เปึนต้นว่า สํานักงานนโยบายและแผน พลังงานนั้นโอนมาจากสํานักนายกรัฐมนตรี กรมธุรกิจพลังงานโอนมาจากสํานักน้ํามัน เชื้อเพลิง กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองควบคุมน้ํามันเชื้อเพลิงและก๊าซโอน มาจากกรมโยธาธิการกระทรวงมหาดไทย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติโอนมาจาก กรมทรัพยากรธรณีกระทรวงอุตสาหกรรม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงานโอนมาจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเหล่านี้ เปึนต้น สํานักงานปลัดกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เปึนพนักงาน จังหวัดนั้นก็โอนมาจากโยธาธิการจังหวัดเปึนส่วนใหญ่ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ในขณะนี้เรามีอัตราเพียง ๑,๓๘๖ อัตรา จากที่จะพึงมี ๒,๓๘๖ อัตรา คิดแล้วเรามีอัตรา อยู่เพียง ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ของกรอบอัตรากําลังเท่านั้น เราขาดอยู่ถึงประมาณ ๑,๐๐๐ กว่า อัตรา ในจํานวนอัตรา ๑,๓๘๖ อัตราที่เรามีอยู่นั้น ๗๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑,๐๒๕ คน อยู่ในส่วนกลาง อีก ๒๗ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๖๑ อัตรานั้นอยู่ในต่างจังหวัดทั้ง ๗๕ จังหวัด แต่ละจังหวัดโดยปกติแล้วตามกรอบมันก็จะมีพนักงานจังหวัด และมีเจ้าหน้าที่ที่ทํางาน ในทีมของพนักงานจังหวัด ๑๕-๒๐ คน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วเราเพิ่งได้รับอนุมัติจาก ก.พ.ร. ให้มีสํานักงานจังหวัดได้เพียง ๓๖ จังหวัด จาก ๗๕ จังหวัด อีก ๓๕ จังหวัดนั้นไม่มี ตําแหน่ง เราต้องเกลี่ยบุคลากรจากส่วนกลางเข้าไปทําหน้าที่เสมือนหนึ่งพนักงานจังหวัด ถึง ๓๙ จังหวัด และอัตราในแต่ละจังหวัดนั้นแทนที่จะมี ๑๕-๒๐ คน ก็มีเพียง ๓-๕ คน อย่างที่ท่านทราบก็เปึนเรื่องจริงนะครับ แต่การที่ท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่บางคนนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โอนมาจากกรมโยธาธิการขาดความรู้ความเข้าใจทางด้านพลังงาน ต้องขอเรียนว่าไม่เปึนความจริง เพราะกระทรวงพลังงานนั้นได้มีการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ในการฝ๊กอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็ม ความสามารถภายในกรอบภารกิจของตัวเองนั้นมาโดยตลอด ยกตัวอย่างเช่น ได้มีการ อบรมหลักสูตรด้านการบริหารจัดการด้านพลังงาน หลักสูตรสําหรับพนักงานจังหวัด หลักสูตรด้านเทคนิคความปลอดภัย หลักสูตรด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หลักสูตรด้านการพัฒนาแหล่งป่โตรเลียมเหล่านี้เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นได้เลย ครับว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานทุกคนนั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ตาม ภารกิจที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถไม่มีข้อบกพร่อง
ประการที่ ๓ ท่านบอกว่าแผนพัฒนาพลังงานทดแทนนั้นล่าช้าไม่เปึนไป ตามกําหนด ขอเรียนว่าความเข้าใจของท่านนั้นมันตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง ในขณะนี้ กระทรวงพลังงานได้เสนอแผน ๑๕ ป้พลังงานทดแทนต่อ ครม. และด้วยความเห็นชอบ เปึนที่เรียบร้อยแล้ว เราอยู่ระหว่างการนําแผนไปสู่การปฏิบัติ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ในขณะนี้นั้นเราใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วนร้อยละ ๖ ของพนักงานทั้งหมดที่เรามีอยู่ใน ปัจจุบัน เรามีเปัาหมายว่าอีก ๑๕ ป้ข้างหน้า คือในป้ ๒๕๖๕ เราจะเพิ่มสัดส่วนจากร้อยละ ๖ ในวันนี้เปึนร้อยละ ๒๐ ในอีก ๑๕ ป้ข้างหน้า นั่นก็หมายความว่าถ้าเราสามารถบรรลุ เปัาหมายแล้ว เราสามารถที่จะลดการพึ่งพาน้ํามันเชื้อเพลิงที่นําเข้าจากต่างประเทศ ในป้ ที่แล้วนะครับเรานําเข้าเปึนมูลค่า ๑.๒ ล้านล้านบาท ถ้าเราบรรลุเปัาหมายอีก ๒๐ ป้ ข้างหน้า เราสามารถลดการนําเข้าพลังงานคิดอัตราในปัจจุบันถึงป้ละ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ นอกจากนั้นแล้วนะครับ พลังงานทดแทนเปึนพลังงานที่สะอาด เรายัง สามารถที่จะ
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง ท่านสุชาติประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ คือวันนี้นะครับทางฝ์ายค้านยังไม่ได้ พูดอีกหลายคนท่านประธานครับ แล้วเรื่องน้ํามันนี่นะครับ ผมฝากท่านประธานไปด้วย วันนี้น้ํามันที่สิงคโปร์ลด แต่บ้านเราขึ้นทุกวัน ก็เลยงง ประชาชนเลยถามว่า
เดี๋ยวประท้วง เอาที่ท่านประท้วงนี่ท่านจะประท้วงอะไรครับ ท่านไม่ต้องบรรยายเรื่อง น้ํามัน
คือท่านประธานครับ ที่ผมประท้วงนี่เพื่อ ๑. อยากจะให้สั้นนิดหนึ่ง และให้น้ํามันมันลงราคาท่านครับ
เข้าใจ แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณารวบรัดนะครับ ผู้อภิปรายมีอีกหลายท่าน นะครับ เชิญครับ
ผมอยาก ให้สั้นที่สุดเลยครับถ้าไม่ประท้วงอาจจะจบแล้วก็ได้นะครับ ผมขอเรียนยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับว่า แผนพลังงานทดแทน ๑๕ ป้ของเรานั้นกําลังเปึนไปตามแผน ยกตัวอย่างเช่น พลังงานทดแทนมี ๔ กลุ่ม กลุ่มแรกกลุ่มพลังงานธรรมชาติ เปึนการผลิตกระแสไฟฟัาจาก พลังงานธรรมชาติ เช่น จากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ํา กลุ่มนี้ เราตั้งเปัาหมายว่าอีก ๑๕ ป้ข้างหน้าเราจะมีพลังงานกลุ่มนี้ ๕,๘๐๐ เมกะวัตต์ แต่ในขณะนี้นะครับ มีผู้ประกอบการยื่นความจํานงมาแล้วที่จะลงทุนเปึนจํานวน ๖,๓๐๐ เมกะวัตต์ แล้วก็ผ่านความเห็นชอบและจ่ายไฟฟัาเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ๒๑๗ เมกะวัตต์ ทะลุเปัา เพราะฉะนั้นภายในป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ เราสามารถมีพลังงาน ทดแทนกลุ่มพลังงานธรรมชาตินี่จากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์นี่ทะลุเปัา เรียบร้อยแล้ว ไม่ทันถึง ๑๕ ป้เลย อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ การผลิตกระแสไฟฟัาและ พลังงานความร้อน จากพวกแก๊สชีวภาพก็ดี จาก ไบโอ แมส (Bio Mass) จากชีวมวล ก็ดีนั้นนะครับ เรามีเปัาหมายว่าจะผลิตได้ ๔,๐๐๐ เมกะวัตต์ในอีก ๑๕ ป้ แต่ป้นี้ ในขณะนี้นะครับ มีผู้ประกอบการยื่นความจํานงที่จะลงทุนไปแล้ว ๔,๑๘๐ เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีกระแสไฟฟัาเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ๒,๓๒๘ เมกะวัตต์ เหล่านี้ เปึนต้น ทะลุเปัานะครับ แก๊สโซฮอล์ก็ดี ไบโอดีเซลก็ดีนะครับ บี ๕ แก๊สโซฮอล์ต่าง ๆ นั้น ทะลุเปัาหมดแล้วนะครับ เอ็นจีวี ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นขอเรียนว่าพลังงานทดแทนที่ เราพัฒนานั้นเปึนไปตามเปัาหมาย เกินเปัาหมายด้วยซ้ําไป ฉะนั้นขอให้ท่านสบายใจได้ เรื่องภาษีน้ํามัน เพื่อรวบรัด หลายท่านมาอภิปรายว่าการที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตลิตรละ ๒ บาทนั้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก ขอเรียนว่า ณ ขณะนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังไม่ได้รับ ผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะกระทรวง พลังงานได้ใช้กลไกของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลแก้ไขตรงนี้ และขณะนี้นะครับ ผ่านพ้นไป ๑ เดือนแล้ว ราคาที่ตอนแรกเราตั้งใจว่าเราจะใช้กลไกน้ํามันเชื้อเพลิงนี่นะครับ มาชดเชยการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ๑ เดือน เราเห็นว่าเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา น้ํามันดิบในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราก็เห็นว่าเพื่อมิให้พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบ เราจึงจะใช้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนี้ครับช่วยเหลืออยู่ต่อไป ซึ่งตราบใดก็ตามที่ สถานภาพของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงยังเปึนบวกอยู่ ยังมีความมั่นคงอยู่นั้น เราสามารถ ขยายจาก ๑ เดือนเปึน ๓-๔ เดือน หรือจะเกินกว่านั้นก็ได้ถ้ามีความจําเปึน แต่เราจะดูแล มิให้สถานภาพของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นมีปัญหา จะไม่ติดลบอย่างแน่นอนนะครับ ก็ขอให้ทุกท่านได้สบายใจได้ เพราะฉะนั้น ณ ขณะนี้ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างใดทั้งสิ้นจากการปรับขึ้นภาษี น้ํามันแต่อย่างใดนะครับ ขอให้ท่านได้เข้าในครับ การที่ราคาขายปลีกน้ํามันปรับขึ้น ทุกวันนี้หรือปรับลงก็แล้วแต่นะครับ มันเปึนไปตามกลไกตลาดโลกทั้งสิ้น เปึนการปรับขึ้น โดยธรรมชาติ ขอเรียนชี้แจงเท่านี้เพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ ๘ นาทีครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ได้ให้ความสําคัญกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนโดยให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนนี่ได้รับ ผลประโยชน์โดยตรงและได้รับผลประโยชน์มากที่สุดค่ะ ซึ่งเราได้จัดสรรงบประมาณ ในส่วนนี้ไว้ ๑.๗ ล้านล้านบาท ก่อนอื่นนะคะท่านประธาน ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ รัฐบาล กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์แทนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดพัทลุงที่ได้รับความช่วยเหลือจัดสรรงบประมาณให้กับ พี่น้องเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยตามธรรมชาติที่ผ่านมา เพราะอย่างน้อย ๆ พ่อแม่พี่น้อง ที่ได้รับเงินเหล่านี้นะคะเขาไม่สามารถที่จะขายสินค้าเกษตรของเขาได้แต่เขาได้เอาเงิน เหล่านี้ไปลงทุนปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ในครั้งต่อไปได้ค่ะท่านประธาน และในครั้งนี้ก็เช่นกัน ในการจัดงบประมาณในครั้งนี้ทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจในการบริหาร การจัดการสินค้า ทางการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยเฉพาะในเรื่องของการบูรณาการ การครบวงจร การดูแลสินค้าเกษตรให้ครบวงจร ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการดูแลต้นทุน การผลิต การกระจายสินค้า การดูแลในเรื่องของการตลาดและการดูแลในเรื่องของการ แปรรูป โดยเฉพาะในเรื่องของการขนส่งค่ะ ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านก็นั่งอยู่ ณ ที่นี่ด้วย ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านก็ได้ดูแลในเรื่องของการขนส่ง โลจิสติกส์ได้มีการพัฒนาโลจิสท์ติกการค้าเพื่อสร้างความเปึน เทรดดิ้ง เนชั่น (Treading nation) หรือว่าการค้าระดับชาติ เส้นทางก็คือในเรื่องของการเชื่อมโยงเครือข่ายทางด้าน ระบบขนส่งทางน้ํา แล้วก็การขนส่งทางบกให้มีการเชื่อมโยงกันแล้วก็เปึนผลให้กับพี่น้อง เกษตรกรได้ลดต้นทุนการผลิต แล้วก็ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้มีการอํานวยความสะดวก ได้มากยิ่งขึ้นค่ะ รัฐบาลได้มีการจัดทํางบประมาณในการครั้งนี้ในเรื่องของการบริหาร จัดการสินค้าเกษตรทั้งหมด ๖๕,๓๖๗.๗ ล้านบาทค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ สินค้าเกษตรของเรามีปัญหาเสมอ ๆ มา ซึ่งเนื่องจากปัจจัยทั้งภายนอกประเทศ และก็ปัจจัยทั้งภายในประเทศ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ แต่โดยเฉพาะสินค้าของเรานี่มีหลายชนิดที่เราต้องส่งออกเพราะว่าเราได้มี การผลิตเปึนจํานวนมาก เช่น ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพดและลําไยค่ะ ในการแก้ไขปัญหา ของรัฐบาลในเรื่องของการแก้ไขปัญหาสินค้าตกต่ําทางรัฐบาลได้มีทางเลือกในการ ดําเนินการนี่ได้ทั้งในเรื่องของการแทรกแซงราคา ในเรื่องของการรับจํานําสินค้า ในเรื่อง ของการประกันราคาสินค้า ทีนี้ถ้าเราถามว่าการแทรกแซงราคาผิดไหม ตามหลัก เศรษฐศาสตร์ผิดค่ะ เพราะทําให้กลไกราคาตลาดบิดเบือนไป แต่ทุก ๆ ประเทศในทั่วโลก ดิฉันเชื่อว่าต้องทําค่ะ โดยเฉพาะรัฐบาลไทย เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศประกอบ อาชีพเกษตรกรรมเปึนส่วนใหญ่ค่ะ แต่ถ้าเรามายึดหลักการของการพยุงราคาสินค้า เกษตร ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าหลักการสําคัญในการพยุงราคาสินค้าเกษตรก็คือ เราจะทําให้ พี่น้องเกษตรกรมีราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น เราจะทําให้พี่น้องเกษตรกรมีฐานะที่ดีขึ้น และมีความมั่นคงมากขึ้นค่ะท่านประธาน หลายคนสงสัยว่าระหว่างการจํานําสินค้าและ การรับประกันราคาสินค้านี่อะไรดีกว่ากัน คําตอบก็คือไม่มีวิธีไหนที่จะถูกทั้งหมด และก็ไม่มีวิธีไหนที่ผิดทั้งหมดหรอกค่ะท่านประธาน แล้วก็ถ้าเราจะถามอีกว่ารัฐมีกําไร ในเรื่องของการจํานําสินค้าเกษตรไหม คําตอบก็คือไม่มีการรับจํานําสินค้าทางการเกษตรโดยทางไหนก็ตามที่รัฐบาลจะได้กําไร หรอกค่ะ แต่รัฐบาลสามารถที่จะบริหารตัวเลขของการขาดทุนให้ได้ เพราะรัฐบาลมีสินค้า ที่เขารับจํานํามาอยู่ในมือ พูดง่าย ๆ ก็คือเขาสามารถที่จะควบคุมตลาดได้ค่ะ ท่านประธาน ในจังหวัดที่สินค้าในตลาดมีเยอะ รัฐก็ควรที่จะถือสินค้าตรงนี้เอาไว้ ไม่ควร ที่จะปล่อยออกมา แต่พอสินค้าในตลาดมีน้อย รัฐบาลก็ต้องปล่อยออกมาและก็ขายให้ได้ ในราคาที่ทําให้การขาดทุนน้อยที่สุดค่ะ ส่วนการประกันราคาสินค้านั้น รัฐบาลแทบจะ ไม่ต้องเสียงบประมาณ หากว่าในกรณีที่ราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันสินค้า ท่านประธานค่ะ ดิฉันขออนุญาตอธิบาย อภิปรายให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เข้าใจยิ่งขึ้น ในเรื่องของการรับประกันราคาสินค้า สมมุตินะคะว่ารัฐบาลประกันราคาข้าวหอมมะลิไว้ อยู่ที่ตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท หากตลาดมีราคาสูงเปึนตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท เกษตรกร ก็สามารถที่จะนําข้าวตัวนี้ไปขายที่โรงสีได้เลย แต่ถ้าหากว่าราคาสินค้าหรือว่าราคาตลาด อยู่ที่ตันละ ๙,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็ต้องจ่ายส่วนที่ต่างให้กับพี่น้องเกษตรกรตันละ ๑,๐๐๐ บาท ตรงนี้ละค่ะที่ทําให้ดิฉันคิดว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินตรงนี้ ในเรื่องของการประกันราคาสินค้าทําให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดและที่สําคัญค่ะ ท่านประธาน การประกันราคาสินค้าตัวนี้ทําให้เกิดการป่ดช่องว่างของการทุจริต ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเปึนการเวียนเทียนข้าวก็ดี การสวมรอยสิทธิข้าวก็ดีค่ะท่านประธาน ที่ดิฉันได้นําเรื่องนี้มาพูด มาอภิปรายในวันนี้ ก็อยากจะให้พี่น้องประชาชน อยากจะให้ พี่น้องเกษตรกรได้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ได้เห็นถึงการใช้งบประมาณของ แผ่นดินให้คุ้มค่า และให้ถึงมือของพี่น้องเกษตรกรมากที่สุดค่ะ ดิฉันขออนุญาตชื่นชม รัฐบาลที่ได้นําเรื่องนี้เข้ามาจัดการในวันนี้นะคะ และสุดท้ายค่ะท่านประธาน วันนี้รัฐบาล ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการจัดทํา จัดสรร งบประมาณเกิดขึ้นเปึนครั้งแรก และทุกท่านก็เห็นแล้วว่าการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เราได้มีการกระจายเงินงบประมาณให้ถึงมือพี่น้องทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทั่วทุกภูมิภาค และเราก็ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมาค่ะ ถ้าไม่เลือกเขาจะไม่ให้ งบประมาณ กราบขอบพระคุณค่ะ
หมดเวลาแล้วครับ ต่อไปครับ เชิญท่านแวมาฮาดี แวดาโอะ ๑๕ นาที
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ พรรคเพื่อแผ่นดินจากจังหวัดนราธิวาสครับ เมื่อประมาณ ๓ วันที่แล้วผมได้อภิปรายเกี่ยวกับงบภาคใต้ใน พ.ร.ก. ที่เราพิจารณา เมื่อวันจันทร์ครับ วันนี้จะลงในรายละเอียดนิดหนึ่ง เพราะว่างบทั้งหมดที่บรรจุไว้ ไม่ว่าใน พ.ร.ก. หรือใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ใน ขณะนี้ มันจะเปึนไปตามแผนพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับปรับปรุง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อไม่กี่วันมานี้ นะครับ ท่านประธานครับ พอพูดถึงแผนพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจในภาคใต้ มันมีที่มาที่ไปก็คือเมื่อตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ได้มีการตั้งคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอ และในที่สุด ครม. ก็ตั้งคณะกรรรมการขึ้นมาโดยมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และผู้อํานวยการ ศอ.บต. เปึนเลขานุการ ในที่สุดครับ เพื่อกําหนดทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน เปึนไปตามเขตพิเศษเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านสมชายนะครับ ได้กําหนด แผนงานตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ถึง ป้ ๒๕๕๔ ครับ ประกอบไปด้วย ๓๕๗ โครงการ จํานวนเงิน ทั้งหมด ๔๘,๘๒๑ ล้านบาทครับ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ครับ ก็มีการปรับปรุง ครั้งที่ ๑ นะครับ เมื่อ ๑๓ มกราคม และก็สุดท้ายครับ ปรับปรุงล่าสุดตามคําเสนอแนะของสํานักงาน ศอ.บต. จากจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในที่สุดครับ ในขณะนี้ในแผนงบประมาณทั้งหมด ตามแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจนั้นจะประกอบไปด้วยทั้งหมด ๖๓๐ โครงการ และก็ ๗๐,๗๗๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ ดูเสมือนว่าคําอธิบายและความภาคภูมิใจของรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลาที่พิจารณา ๒-๓ วันนี้ ทุกครั้งที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นจะมีความภาคภูมิใจอยู่ ๙ ข้อด้วยกันคือ ข้อที่ ๑ รัฐบาลพยายามที่จะ อธิบายว่ารัฐบาลจะเน้นการสร้างอาชีพ รัฐบาลจะมีให้เกิดเรื่องของอาหารฮาลาล รัฐบาล พยายามที่จะออกเอกสารสิทธิให้กับคนในพื้นที่รัฐบาลพยายามที่จะยกระดับการศึกษา เด็กเฉพาะการเป่ดคณะเพิ่มขึ้นที่ มอ. ปัตตานี และก็ถัดไปเปึนเรื่องของปาล์มและการ ปล่อยเงินกู้ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ และก็มีกรรมการของรัฐมนตรีเปึนบอร์ดขึ้นมาและการเรียน ฟรี ๑๕ ป้ ท่านประธานครับ เนื้อหาทั้งหมด ที่ความภาคภูมิใจรวมทั้งรองนายกฝ์ายความ มั่นคงได้ชี้แจงเมื่อคืนครับ ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ฉบับสมบูรณ์ที่ ศอ.บต. ได้พิมพ์ ขึ้นมาครับ และผมไปขอมาชุดหนึ่ง แต่จะอย่างไรก็ตามครับ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือว่า ในเมื่อรัฐบาลบอกว่า การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความจําเปึนต้องอาศัย การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ คําถามแรกที่ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตอบก็คือว่า แผนพัฒนาฉบับนี้ครับ ประชาชนมีส่วนร่วมมีขนาดไหน มีส่วนร่วมในการที่ จะกําหนดทิศทางในการพัฒนาของเขาอย่างไร เพราะเท่าที่ดูวิธีการทํางานนั้นทุกอย่าง จะถูกกําหนดมาจากคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และก็ตีเข้าไปในหน่วยงาน ในพื้นที่ให้กําหนดแผนงานโครงการตามที่คณะกรรมการได้กําหนดทุกประการ เว้นแต่ว่า ศอ.บต. ได้มาเพิ่มหน่อยประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ในตอนหลังกลายเปึน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนที่ผมได้กล่าวมาแล้วนะครับ อันนี้คือข้อที่ ๑ จนกระทั่ง ประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกน้อยใจครับ จะกําหนดงบประมาณไปถึงประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่เลยนะครับ รวมทั้งนะครับ ในเนื้อหาเหล่านี้นะครับ มีการกําหนดว่าจังหวัดสงขลานั้นเปึนศูนย์กลางเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอําเภอหาดใหญ่ทุกครั้งที่เราพูดถึงจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พอพูดถึงปัญหาเราพูดถึงเรื่อง ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอ แต่ศูนย์กลาง ในการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นตามแผนพัฒนาเขตพิเศษเฉพาะกิจนั้นบอกว่า หาดใหญ่เปึน ศูนย์กลางครับ มันมีความขัดแย้งครับ ความขัดแย้งอย่างไรครับ ประเทศมาเลเซีย ได้กําหนดแผนพัฒนาชายฝัืงทางฝัืงตะวันออกที่เรียกว่า อีเซอร์ ครับ มันจะมีพื้นที่ติดต่อ กับชายแดนในจังหวัดนราธิวาสไม่ได้เกี่ยวกับจังหวัดสงขลาและอําเภอหาดใหญ่ แต่ประการใด เพราะฉะนั้นการแอบอ้างเรื่องเหตุการณ์ ๓ จังหวัด แต่นํางบประมาณ ส่วนหนึ่งไปทุ่มเทกับจังหวัดอื่นนั้น ผมคิดว่าไม่เปึนความเปึนธรรมกับคนในพื้นที่ครับ นี่คือประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ ผมได้พลิกดูนะครับในเอกสารฉบับนี้ที่ประกอบไปด้วย ร้อยกว่าหน้าครับ ผมมีข้อสังเกตอยู่ประมาณ ๑๐ ข้อด้วยกันครับ
ข้อที่ ๑ รัฐบาลบอกว่า จะมีการจัดทําโครงการจัดทําโครงการเพื่อ เสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในประเด็นนี้นะครับ ผมคิดว่าท่านทําไม่ได้หรอกครับ ท่านทําไม่ได้ งบประมาณที่ขอมาจํานวนมากเพื่อไปเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สหกรณ์ใน ๓ จังหวัดนั้น ทําไม่ได้ ยืนยันได้เลยครับในสภาแห่งนี้ เหตุผลที่ผมว่าทําไม่ได้ เพราะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกฎกระทรวงว่าด้วยประเภทของสหกรณ์ ในขณะนี้ ตามกฎกระทรวงนั้นจะมีสหกรณ์อยู่ ๗ ประเภทด้วยกัน ไม่ปรากฏเรื่องของสหกรณ์ อิสลามหรือสหกรณ์ที่ปลอดดอกเบี้ยที่มีสมาชิกอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นสหกรณ์อิสลามที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นถือว่าเปึนสหกรณ์ที่ผิด กฎหมายแม้มีการจดทะเบียนกับสหกรณ์ เพราะจดทะเบียนผิดประเภทกับที่ดําเนินงาน ในขณะนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะให้โครงการที่ท่านของบมาในแผนนี้นะครับ ขั้นแรกต้องมีเครื่องมือหนึ่งที่เรียกว่ากฎกระทรวงว่าด้วยชนิดของสหกรณ์ต้องเพิ่มเปึน สหกรณ์ประเภทที่ ๘ ครับ
ข้อที่ ๒ ท่านมีการพูดถึงเรื่องฮาลาล และก็มีความภาคภูมิใจบอกว่า รัฐบาลจะมีการสนับสนุนอาหารฮาลาลและก็จะส่งไปทั่วโลก แต่ท่านเชื่อไหมครับท่านก็ ทําไม่ได้อีก เพราะความน่าเชื่อถือของตราฮาลาลในประเทศไทยยังไม่เกิดขึ้น เพราะวันนี้ ไม่มีกฎหมายใด ๆ นะครับในขณะนี้ที่ไปรองรับเรื่องตราฮาลาล ไม่มีเลย ที่คณะกรรมการ อิสลามแห่งประเทศไทยออกตราฮาลาลนั้นเพียงไปอ้างว่าคณะกรรมการอิสลามมีสิทธิ ที่จะออกเอกสารเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม แต่กรณีที่มีการละเมิด เช่น ส่วนผสมที่มีหมูอยู่ใน อาหารแต่ไปติดตราฮาลาลนั้นไม่สามารถจะลงโทษกับผู้ประกอบการได้ เคยเกิดขึ้น หลาย ๆ กรณีจนกระทั่งตะวันออกกลางหยุดระงับการสั่งอาหารจากประเทศไทยเปึนเวลา ๖-๗ เดือนครับ อันนี้คือเรื่องความพร้อมเกี่ยวกับกฎหมาย เมื่อ ๓ วันที่แล้วผมอภิปรายว่า ท่านไม่พร้อมในเรื่อง สบ.ชต. ไม่ออก วันนี้ปรากฏกฎหมายเกี่ยวกับฮาลาล กฎหมาย เกี่ยวกับสหกรณ์อิสลามไม่มีครับในขณะนี้ เพราะฉะนั้นท่านไม่มีสิทธิที่จะทําให้สําเร็จตาม แผนงบประมาณที่ท่านได้กําหนดไว้ ผมเกรงว่างบประมาณนี้จะสูญเปล่าครับ
ข้อที่ ๓ เรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ในนี้มีงบประมาณอยู่ประมาณ พันกว่าล้านบาท ในเอกสารครับ แล้วมีความภาคภูมิใจ ท่าน มท. ๓ ถาวร เสนเนียม บอกว่า เราได้ไปแจกโฉนดในเขตเทือกเขาบูโดให้กับประชาชนประมาณพันกว่าโฉนดแล้ว ไม่จริงครับ ไม่จริง ที่ผมบอกว่าไม่จริงนั้น ที่ท่านไปแจกไม่เกี่ยวข้องกับเขตเทือกเขาบูโดหรือที่เรียกว่า เขตอุทยานแห่งชาติ ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เปึนคนออกกฎหมายนี้เองครับเมื่อป้ ๒๕๔๒ และประกาศไปทับที่ของประชาชนประมาณ ๙๖,๐๐๐ ไร่ วันนี้ท่านมีบาปอยู่ครับต้องแก้ บาปนี้ให้ออกนะครับ เอกสารที่มีอยู่ในมือผมคือเอกสารนี้ครับที่ประชาชนฝากมาครับ จากเครือข่ายเทือกเขาบูโด เขาบอกว่ารัฐบาลภายใต้การนําของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปทําลายแผนการในการที่จะแก้ปัญหาที่ท่านอนงค์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นได้กําหนดแผนงานมาแล้ว ตามมติ ครม. ที่ประชุมเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยกําหนดให้ตั้งอนุกรรมการประสานงาน เพื่อแก้ปัญหา แล้วก็มีมติว่าให้ดําเนินการพิสูจน์สิทธิที่ดินของราษฎรที่อยู่ในเขตอุทยาน และเขตป์าสงวน หากพิสูจน์ได้ว่าประชาชนไปอยู่ก่อนที่กฎหมายจะออก รัฐบาลจะมีการ ถอดถอน ถอดถอนที่ดินเหล่านั้นและก็ออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนรอบเทือกเขาบูโด ซึ่งคํากล่าวอันนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ที่ท่านอนงค์วรรณไปแจกที่ดิน ที่ไม่ได้อยู่ในเขตป์าสงวนและเขตอุทยานครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านถาวรบอกว่าไปที่กะพ้อ ไปที่บาเจาะ ท่านยังไม่ได้แก้ที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานและเขตป์าสงวนแต่ประการใด ที่ท่านไปแจกนั้นมันเปึนที่ดินรอบ ที่ไม่ได้อยู่ในเขตที่ท่านได้ประกาศเมื่อป้ ๒๕๔๒ ครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องทําสิ่งเหล่านี้ให้กระจ่าง เพราะเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นั้น ท่านอนงค์วรรณบอกว่าอยากจะให้แก้ปัญหาเปึนไปตามที่ประชาชนร่วมกับองค์กรของรัฐ หน่วยงานของรัฐได้ทําแผนที่เรียบร้อยแล้ว และก็ได้ลิสท์รายชื่อของประชาชนที่มีที่ดิน ที่ทับที่โดย พ.ร.บ. ประชาชนร่วมกับองค์กรของรัฐ หน่วยงานของรัฐได้ทําแผนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ลิสท์ รายชื่อของประชาชนที่มีที่ดินที่ทับที่โดย พ.ร.บ. ป์าสงวนและเขตอุทยานแห่งชาติที่ ประกาศเมื่อป้ ๒๕๔๒ ที่รัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้ออกกฎหมาย ฉบับนี้ แต่ในที่สุดในขณะนี้ประชาชนเสียใจมาก เพราะรัฐบาลนี้บอกว่าจะไม่ออกภายใน ๒ เดือนแต่จะขยายไปเปึน ๒ ป้ แล้วก็ไปมีปัญหาในกรณีมติที่บอกว่า ในกรณีป์ายาง สวน ยางที่อยู่ในเขตป์าสงวนและอุทยานแห่งชาตินั้นสามารถที่จะโค่นกรณีที่ป์ายางหมดอายุ แล้ว ๔ เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ทั้งหมด และสามารถที่จะปลูกยางอันใหม่ได้ แต่ในขณะนี้ ประชาชนเดือดร้อนครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบอกว่า นโยบายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่อนุญาตให้มีการโค่นและจะไม่พิจารณาการออก เอกสารสิทธิในเขตอุทยานแห่งชาติและป์าสงวนแห่งชาติที่ผมได้กล่าวมาแล้วครับ ซึ่งแผน เดิมนั้นมีอยู่แล้ว อันนี้คือประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธานเกี่ยวกับอาชีพ ท่านมีความภาคภูมิใจ เกี่ยวกับแพะก็ดีครับจะได้ไม่จับแพะ อดีตจับแพะเยอะ แพะก็เลยน้อยลง วันนี้จะเลี้ยง แพะให้มากขึ้นเพื่อปัอนตลาดอุตสาหกรรมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับอาชีพเดิม อีก ๒ อย่างที่ท่านละเลย และก็ไม่ได้บรรจุงบประมาณให้เหมาะสมในเอกสารฉบับนี้ก็คือ
ข้อที่ ๑ เกี่ยวกับผ้าคลุมครับหรือเครื่องแต่งตายมุสลิม ซึ่งในแผนงานเดิม ของรัฐบาลก่อนที่จะเปลี่ยนนั้น เราได้เสนอให้มีการให้เครื่องจักรอุตสาหกรรมหมู่บ้านละ ๒๐ เครื่อง ทั้งหมด ๒,๐๐๐ หมู่บ้าน ในขณะนี้ผ่านการพิจารณาของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่งบประมาณไม่มีครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าใช้งบประมาณอย่างน้อย ๕๐๐ ล้านบาท แต่ในเอกสารฉบับนี้ได้บรรจุเพียงงบประมาณ ๕๐ ล้านบาทจะไปทําอะไรได้ละครับ อันนี้คือข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ เกี่ยวกับแรงงานไทยในมาเลเซีย ผมเสียใจมากครับ เพราะแรงงาน ในมาเลเซียมีประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน แต่ท่านตั้งงบประมาณเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในการแก้ปัญหา ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับ แล้วบอกว่าจะเรียกสัมมนาคน ๑๐๐ คนที่ทํางาน ในมาเลเซีย ประชาชนคนไทยครับมีอยู่ในมาเลเซียประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน ที่เปึน อิลลีเกิล เวิร์คเกอร์ (Illegal Worker) หรือแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตฝากให้คณะรัฐมนตรีด้วย ไปแก้ปัญหา ท่านต้องทุ่มครับ งบประมาณสัก ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทไปแก้ปัญหาเขา ในการที่เขาจะได้ทํางานให้มีใบอนุญาตทํางานในประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่ไปอยู่เหมือนกับ พม่าที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ อันนี้คือประเด็นถัดมา
ประเด็นถัดไป ที่ผมอยากจะยกในประเด็นความภาคภูมิใจต่อรัฐบาลที่มี อยู่ในขณะนี้ก็คือเกี่ยวกับการให้ความสําคัญต่อศาสนาอิสลาม ท่านเชื่อไหมครับ มัสยิด ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอมีทั้งหมด ๑,๙๐๐ มัสยิด เท่าที่ผมเช็กดูครับ มีเพียง ๓ มัสยิดเท่านั้นที่เปึนมัสยิดที่รัฐบาลไทยเปึนคนสร้างครับ รัฐบาลไทยสร้างมัสยิด เพียง ๓ แห่งครับ ใน ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอแล้วท่านจะไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างไร ทําไมท่านไม่ทุ่มเทละครับ มัสยิดอีกมากมายที่ไม่เสร็จ ประชาชนก็สุดแล้ว เวลาประชาชนของบประมาณจากประเทศอาหรับมาสร้าง ท่านก็บอกว่าเปึนงบประมาณ ก่อการร้ายเสียอีก เวลาขอท่านไม่ให้ เวลาขอจากประเทศอาหรับท่านบอกว่าเปึนงบของ ก่อการร้าย รวมทั้งกิจการฮัจญ์มีความภาคภูมิใจตั้งกงสุลฮัจญ์ที่เจดดาห์ แต่ท่าน เชื่อไหมครับ สํานักงานบริการฮัจญ์ตัวแทนของประเทศไทย ขออนุญาตอีก ๑ นาทีครับ ในประเทศไทยที่เมกกะและมาดีนะห์ รัฐบาลนี้นะครับตั้งงบประมาณเพียง ๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อป้ครับ จะไปใช้ทําอะไรครับ ดูแลประชาชนที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ไม่ต่ํากว่า ๑๓,๐๐๐ คน เปึนระยะเวลา ๒ เดือน ตั้งงบประมาณในการจัดการเพียง ๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อป้นะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้รัฐบาล แม้ว่าผมเห็นด้วย ตามแผนงานโดยภาพรวม แต่มีประเด็นอีกหลายครับ แต่เสียดายเวลาจํากัด ผมอยากจะ ตั้งข้อสังเกตอีกมาก แต่อย่างไรก็ตามครับ เกี่ยวกับทันตาภิบาล ผมได้เสนอกับท่านเฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในสมัยนั้น บอกว่าท่านต้องส่งเด็กนักเรียนในพื้นที่ ไปเรียนทันตาภิบาล ๓๐๐ คนครับ เพราะวันนี้อัตราการเปึนฟันผุของเด็กนักเรียนนั้น สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึงบอกว่าให้เอานักเรียน ๑ ตําบล ๑ คน ไปเรียนเพียง ๒ ป้ ใช้งบประมาณไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ท่านต้องดําเนินการต่อ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลท่านตัดออกครับ ลองถามท่านปลัดกระทรวง สาธารณสุข เพราะเราเคยได้เปึนผู้เสนอรายละเอียดนะครับ
กรุณาสรุปด้วยครับ
และสุดท้ายก็คือการส่งเสริมให้ อสม. เปึนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ โดยไม่ต้องไปใช้คนภายนอก โดยการส่งนัก อสม. ที่มีประสบการณ์อย่างน้อย ๕ ป้ ๑ คนต่อ ๑ หมู่บ้าน ไปเรียนเพียง ๑ ป้ และกลับมา ประจําสถานีสาธารณสุขต่อไปครับ ทั้งหมดเปึนเพียงข้อสังเกตบางส่วนที่ผมสามารถจะ ตั้งข้อสังเกตว่า ในรายละเอียดนั้นท่านจะต้องลงลึกเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการที่จะ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิถูก พาดพิงสัก ๒ นาทีครับ
พาดพิงเรื่องอะไรครับ
กรณีที่ท่านผู้อภิปรายได้พาดพิงว่า พรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้ประกาศอุทยานแห่งชาติบูโดแล้วทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความ เสียหาย
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงดีกว่าครับท่านนริศ
ท่านรัฐมนตรีอนุญาตให้ผมก่อน
อนุญาตให้ชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ จากจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์นะครับ กรณีที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศอุทยานแห่งชาติบูโดในป้ ๒๕๔๒ นั้น ผมกราบเรียนว่า การประกาศอุทยานแห่งชาติต้องประกาศเปึนพระราชกฤษฎีกา แล้วก็กระบวนการ ประกาศสืบเนื่องยาวมาร่วม ๑๐ กว่าป้ กว่าจะประกาศได้ กระบวนประกาศจึงเดินมาต่อ จนถึงที่พรรคประชาธิปัตย์ในป้ ๒๕๔๒ แต่ว่าเหตุผลก็คือการประกาศอุทยานไม่สามารถ ประกาศทับที่เอกสารสิทธิที่ประชาชนครอบครองโดยชอบได้ วันนี้ที่ประชาชนเดือดร้อน เปึนเพราะว่า อุทยานแห่งชาติสามารถประกาศทับเฉพาะป์าสงวนแห่งชาติเท่านั้น แต่ว่าป์าสงวนแห่งชาติอาจจะถูกบุกรุกบ้าง แต่ว่าประชาชนที่บุกรุกไม่มีเอกสารสิทธิ อยู่ก่อน จึงได้รับความเดือดร้อนจนถึงขณะนี้ แต่ว่าสําหรับพี่น้องประชาชนที่มี เอกสารสิทธิอยู่แล้ว อุทยานประกาศทับอย่างไรก็ตาม ไม่สามารถที่จะไปกระทบต่อสิทธิ ที่ประชาชนมีอยู่โดยชอบแล้ว ผมกราบเรียนต่ออีกนิดเดียวครับว่า ผมไม่เคยเห็นว่ารัฐบาล ชุดไหนได้จัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะทําแนวเขตป์ามากมายถึง ๕,๐๐๐ กิโลเมตร เหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ แนวเขตแบ่งระหว่างป์าอนุรักษ์กับพื้นที่ชาวบ้านจะเปึนที่แก้ปัญหา ไม่ว่าจะเปึนอุทยานไหน รวมทั้งอุทยานบูโด ผมคิดว่าความชัดเจนของงบประมาณ ที่จัดทําแนวเขตป์า ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ของรัฐบาลชุดนี้ จะเปึนที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดนราธิวาสบริเวณเทือกเขาบูโดได้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
อย่างนี้ครับ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ผมว่าการชี้แจงไม่ใช่เปึนหน้าที่สมาชิกจะชี้แจง กันเอง ต้องเปึนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบท่านฟังอยู่ เดี๋ยวท่านมาชี้แจงเองนะครับ ฉะนั้น ผมว่าถ้าผมอนุญาตให้ท่านเจะอามิง โตะตาหยง เดี๋ยวท่านอื่นก็จะลุกขึ้นอีกนะครับ ผมว่าให้ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านชี้แจงของท่าน
ท่านประธาน
มีอะไรครับท่านเจะอามิง โตะตาหยง
ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียว ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงถึงข้อเท็จจริง
คือผมเรียนท่านแล้วว่าคนจะชี้แจงน่าจะเปึนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าผมปล่อยให้ สมาชิกชี้แจงสมาชิกด้วยกัน มันก็ไม่จบนะครับ เดี๋ยวรอให้ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจง ดีกว่าครับ เดี๋ยวตอนนี้ฟังท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ก่อน
ท่านประธานฟังเหตุผลของผม ก่อนสิครับ ผมขออนุญาตเรียน
คือสมาชิกจะมีสิทธินะครับถ้าพาดพิงท่าน ทําให้ท่านเสียหาย ท่านก็ลุกขึ้นใช้สิทธิได้ แต่ถ้าท่านจะมาชี้แจงสมาชิกด้วยกันเองผมว่าวันนี้เราเปึนสมาชิก เราซักถาม เราอภิปราย เรื่องงบประมาณ ผู้ที่จะมาตอบชี้แจงก็คือรัฐมนตรีนะครับ ผมว่าให้ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ชี้แจงเรื่องของท่านก่อน แล้วเดี๋ยวสักครู่หนึ่งท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ท่านจะมาชี้แจงเองครับ
สั้น ๆ เพียง ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง
มีท่านประท้วงอยู่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย หนองบัวลําภู ท่านประธานครับ เรากําลังพิจารณา เรื่องของงบประมาณนะครับ โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่าย ๑.๗ ล้านล้านบาท ขณะนี้ พี่น้องสมาชิกของในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โดยเฉพาะซีกฝ์ายค้านกําลังรอที่จะอภิปราย เปึนจํานวนมาก ผมคิดว่าข้อสังเกตโดยเฉพาะจากซีกรัฐบาลน่าจะมีการประชุมกันใน พรรคได้ และโดยเฉพาะขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ กราบเรียนประธาน ไปทางท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรอให้ฝ์ายค้านได้อภิปรายพอสมควร และท่านค่อยขึ้นมา ชี้แจงทีเดียวเลยน่าจะมีความเหมาะสมกว่า ถ้าหากว่าตอบไปตอบมาตีสองก็ไม่เสร็จ ท่านประธานครับ ก็ขอฝ์ายค้านได้ใช้เวลาอันมีค่าของสภาแห่งนี้ได้ชี้แจงก่อนที่ท่านจะได้ นําเงินอีก ๑.๗ ล้านล้านบาทไปใช้น่าจะเปึนประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้มากกว่าท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านเจะอามิง ครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ ขอความกรุณาท่านนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตให้ ท่านชี้แจงนะครับ และท่านรัฐมนตรีอย่างที่ท่านผู้ประท้วงนี่นะครับ ได้ให้คําแนะนํา ให้ข้อสังเกต อยากให้ท่านเก็บประเด็นไว้ก่อน เพราะผมดูรายชื่อทางฝ์ายค้านก็เหลือ ไม่กี่ท่าน เดี๋ยวจะได้ตอบทีเดียวและได้จบไวนะครับ ตอนนี้ท่านกรณ์ท่านจะตอบหรือจะ ชี้แจงเลย หรือว่าจะรอไว้ก่อนดีครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมคิดว่า ข้อเสนอของฝ์ายค้านมีเหตุผล เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมขอให้โอกาสทางฝ์ายค้านได้อภิปราย ได้เต็มที่ก่อน และเดี๋ยวตอบทีเดียวครับ ขอบคุณครับ
ก็สลับกัน ผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล นะครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๘ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมคงอภิปรายงบประมาณด้วย รอยยิ้ม แล้วก็เชื่อว่านับแต่วันนี้ไปพี่น้องประชาชนก็คงร่วมยิ้มด้วยกับผม เพราะเชื่อกันว่า เงินภาษีของพี่น้องประชาชนนับแต่วันนี้จะถึงมือพี่น้องประชาชนกันจริง ๆ เสียที เพราะที่ผ่านมางบประมาณบางคนก็คิดว่าเปึนแท่งไอศกรีม เริ่มต้นก็อาจจะเปึนแท่ง เต็มแท่ง เผลอ ๆ ดูดกันไปกินกันมา สุดท้ายถึงพี่น้องประชาชนก็คือไม้ไอศกรีม บางคน ก็คิดว่างบประมาณก็คงเปึนก้อนเค้ก เอาไปแบ่งจัดสันปันส่วนกันเปึนแบบบุฟเฟต์ คาร์บิเน็ต บางคนก็คิดว่างบประมาณคงเปึนกระสุน เปึนฝนห่าใหญ่ไว้สําหรับซื้อเสียง เพื่อใช้ในการเลือกตั้งมาทําลายประชาธิปไตยของเราครับ วันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนจะเริ่มมี รอยยิ้มเนื่องจากเราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น สามารถที่จะทําให้งบประมาณถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ เหตุผลที่ผมให้ความเชื่อมั่นมีอยู่ ๒ ประการด้วยกัน วันนั้นนายกรัฐมนตรีที่รวยเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทุกคนครับ คนไทย เราเชื่อว่าวันนี้ประเทศไทยเราคงหมดการทุจริตไปแล้ว เพราะว่านายกรัฐมนตรีของเรา เปึนคนรวย เราเชื่อกันว่ารวยแล้วไม่โกง ผมก็เชื่อ ทุกคนในประเทศไทยก็เชื่อครับ จากป้ ๒๕๔๔ ถึงป้ ๒๕๔๙ ครับ ๕ ป้ผ่านไป คําบอกว่า รวยแล้วไม่โกงครับ มันกลายเปึน ว่าโคตรโกง แล้วก็โกงกันทั้งโคตร ทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมามากมาย สุดท้าย ครับถูกยึดทรัพย์ เพราะทุกคนเชื่อว่าทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นคงเพิ่มมาจากการทุจริต ประพฤติมิชอบในการเอางบประมาณของพี่น้องประชาชนไป แต่ท่านประธานทราบไหม ครับว่าในขณะที่ถูกยึดทรัพย์นั้นนายกรัฐมนตรีของเราสามารถที่จะไปซื้อสโมสรฟุตบอล อังกฤษได้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อเครื่องบินส่วนตัวได้ ๑๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท บินไปบินมาเหมือนนกครับ เปลี่ยนโลโก้ (Logo) ตนเองจาก ตาดูดาวเท้าไม่ติดครับ ท่านครับคนไทย ๖๓ ล้านคน ตอนนั้นถามว่าเงินที่ไปซื้อมันเปึนเงินของใคร เงินของเรา หรือเปล่า เงินที่คุณโกงไปหรือเปล่า
ท่านผู้อภิปรายครับ กรุณาอยู่ในประเด็นเรื่องงบประมาณ และกรุณาอย่าพาดพิง บุคคลภายนอกโดยไม่จําเปึนนะครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าขณะนี้พี่น้องคนไทยของเราเริ่มมีความหวัง เริ่มมี ความเชื่อมั่นว่าผู้นําของประเทศถ้าเกิดไม่มีการทุจริตแน่นอนครับ เมื่อหัวไม่ส่ายหางย่อม ไม่กระดิก เงินงบประมาณทั้งก้อนก็จะถึงพี่น้องประชาชนเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่คือความ เชื่อมั่นที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนให้ความเชื่อมั่นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ชุดนี้ครับ
ความเชื่อมั่นที่ ๒ ก็คือ การบริหารราชการของนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่างบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ต่อไปนี้จะมีความเปึนธรรมทั่วถึง และกระจายครบทั้ง ๖๓ ล้านคน ครบทั้ง ๗๖ จังหวัด เพราะว่าเดิมประชาชนของคนไทย ถูกแบ่งแยกออกเปึน ๒ อารมณ์ในการจัดสรรงบ อารมณ์หนึ่งก็คือดีใจที่ได้งบประมาณ อารมณ์หนึ่งก็คือผิดหวังท้อแท้ที่ไม่ได้งบ เหตุผลเพราะว่านายกรัฐมนตรีในอดีตจัดงบกัน อย่างลําเอียง แบ่งเปึนภาค ภาคนี้ได้ ภาคนี้ไม่ได้ แบ่งเปึนจังหวัด จังหวัดนี้ จังหวัดโน้น ไม่ได้ แบ่งเปึนสี แบ่งเปึนพรรคครับ ประชาชนเลือกพรรคไหนจึงจะได้งบประมาณ เลือกพรรคโน้นไม่ได้งบประมาณ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีครับ คณะรัฐมนตรีครับ ต่อไปนี้ เลิกเถอะครับ ทีใครทีมัน มันเปึนสิ่งที่ไม่เปึนธรรม ขอให้นายกรัฐมนตรีเปึนคนของประเทศ จัดสรรงบประมาณให้เปึนธรรมเหมือนที่กราบเรียนครับท่านประธาน บางจังหวัด ถนนหนทางไม่ได้สักเส้นเดียวในแต่ละป้ แต่บางจังหวัดนะครับ เปึนบ้านของ นายกรัฐมนตรีบ้าง เปึนบ้านของแม่นายกรัฐมนตรีบ้าง ถนนหนทางเต็มไปหมดครับ ๔ ช่องจราจร เปึน ๘ ช่องจราจร ขึ้นบนถนน ลงไปใต้ดิน ขึ้นบนอากาศทําสะพาน สี่แยก ก็ไม่ต้องติดไฟแดง เพราะสามารถที่จะทําอุโมงค์ทางลอดได้ นี่แหละครับความไม่เปึนธรรม ซึ่งเคยเกิดมาในอดีตผมคิดว่าต่อไปนี้ขออย่าให้มี และทุกคนก็มีความเชื่อมั่นว่าคงไม่มี ในรัฐบาลต่อไปนี้ ท่านประธานครับ
เรื่องสุดท้าย ก็คือผมอยากจะชี้แจงให้สภาและพี่น้องประชาชนได้ทราบ ก็คือเรื่องการกู้เงินจากกองทุนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ นะครับ ที่มีสมาชิกหลายท่านเอามาอภิปรายในสภาหลายครั้งด้วยกันครับ ที่บอกว่าการกู้ ไอเอ็มเอฟ กู้ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ผมขอเรียนว่ากองทุน ไอเอ็มเอฟ เปึนกองทุน ที่ตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนกรกฎาคมป้ ๒๔๘๗ โดยให้ประเทศสมาชิกนั้นไปกู้เงินเพื่อไปฟุ๋น เศรษฐกิจครับ ประเทศแรกที่กู้คือประเทศอังกฤษครับ ประเทศไทยเคยกู้ ๒ ครั้ง คือ ป้ ๒๕๒๗ โดย ฯพณฯ พลเอก เปรม กู้ ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ป้ ๒๕๔๐ พลเอก เชาวลิต ยงใจยุทธ กู้ ๑๗,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐครับ กู้มากกว่าครั้งแรก ๕๗ เท่า โดยมีการกู้ และลงนามในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ รัฐบาลประชาธิปัตย์โดยท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีเข้ามารับตําแหน่งในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นเห็นได้ชัดครับว่าใครเปึนคนกู้ไอเอ็มเอฟ เพราะฉะนั้นขอเรียนว่าทุกท่าน ขอได้โปรดทําความเข้าใจข้อเท็จจริงอย่าเอาเรื่องไม่จริงเอาเรื่องโกหกมาพูดจนเปึนนิสัย เพราะคนที่พูดโกหกทําความชั่วอย่างอื่นไม่มีครับ ต้องทําความชั่วแน่นอนครับ เพราะว่า แม้แต่การพูดก็ยังโกหก ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ ต่อไปครับ เชิญท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไม่จํากัดเวลานะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุรรณ์ ส.ส. สัดส่วนจากพรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาต ได้มีโอกาสกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหลาย ๆ ท่าน ผมอยากจะพูดเรื่องที่ผมดูว่า ๓-๔ วันนี้เกิดอะไรขึ้น ผมถามจากคนที่รู้จักคนทางบ้านนี่ เขาบอกว่าเป่ดโทรทัศน์ โทรทัศน์ในประเทศไทยมีอยู่ ๖ ช่อง เป่ดกลับไปกลับมา ทําไมช่องเอ็นบีที (NBT) หรือ ช่อง ๑๑ ทั้งวันทั้งคืนไม่หลับไม่นอนกันเลย ผมว่าเพื่อนสมาชิกก็คงรู้สึกอย่างนั้น บางวัน เราก็ตี ๒ บางวันก็ตี ๑ บางวันตี ๑ ครึ่ง ขอบตาเขียวกันไปหมด แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด หลายคนบอกว่าวันนี้เปึนวันสุดท้ายหรือเปล่า ผมบอกว่าน่าจะเปึนวันสุดท้าย ถามว่า ๔ วันนี่ พวกเรามาคุยกันอะไรกัน แล้วมันเกิดผลอะไรขึ้นมาบ้าง แล้วมันจะมีอะไรที่ไป กระทบกับชีวิตคนทางบ้าน ผมอยากจะกราบเรียนว่าการพูดในวันนี้นอกจากจะผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกในที่นี้แล้ว อยากจะให้ประชาชน พี่น้องทางบ้านได้รับฟังด้วยความเข้าใจด้วย ทั้งหมดจริง ๆ เรามี ๓ เรื่องด้วยกันที่เราทํา กันมา ๔ วัน วันแรกเลยเปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่ ๒ เปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็รวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒ วัน คือเมื่อวานกับวันนี้เปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณประจําป้ ซึ่งจะไปใช้จ่ายเอาในป้ ๒๕๕๓ จุดที่น่าสนใจ ผมจะพยายาม อธิบายเรื่องทั้งหมดให้พี่น้องประชาชนชาวบ้านเข้าใจแบบง่าย ๆ ผมมีตัวเลขอยู่เพียง ๓-๔ ตัวเลขที่จะคุย เพราะว่าถ้าคุยเปึนวิชาการผมว่าคนทางบ้านบอกพูดอะไรไม่เข้าใจ ตัวเลขแรกก่อนเลยคงต้องพูดถึงตัวเลขงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ซึ่งเรากําลังใช้กันอยู่ ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขตัวที่ ๒ คืองบกระตุ้น เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑ อยู่ที่ประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ๒ ตัวนี้ใช้ตามพระราชบัญญัติ ที่ออกมาก็คือจะใช้อยู่ในป้ ๒๕๕๒ ป้งบประมาณนี้ให้หมด นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าประเทศไทยทั้งประเทศ คนไทยทั้งชาติจะมีค่าใช้จ่ายงบประมาณใช้อยู่ ประมาณ ๑.๙๕๑ ล้านล้านบาท หรือ ๑.๙ ล้านล้านบาท ทําไมผมถึงเน้นตัวเลขตัวนี้ เปึนตัวแรก ผมต้องการจะโยงมาหาตัวเลขตัวที่ ๒ ผมได้มีโอกาสขึ้นมากราบเรียนผ่าน ท่านประธานสภา และผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในวันแรก เรื่องพระราชกําหนดการ กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็โยงมาพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมก็ มาพูดในวันสุดท้ายในวันนี้เปึนพระราชบัญญัติของป้ ๒๕๕๓ ทีนี้ตัวเลขเมื่อสักครู่พูด ง่าย ๆ ว่างบทั้งป้ดังเดิมที่ตั้งไว้ มาบวกกับงบที่ขอไปกระตุ้นเศรษฐกิจอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ๒ จํานวนไปอยู่ที่ ๑.๙ ล้านล้านบาท อันนี้คืองบป้ ๒๕๕๒ แต่วันนี้เราจะมาคุย กันถึงงบป้ ๒๕๕๓ ในป้งบประมาณนี้นะครับ รัฐบาลได้ตัดสินใจตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑.๗ ล้านล้านบาท ท่านสังเกตนะครับ จาก ๑.๙ ล้านล้านบาทแล้วกลายมาเปึน ๑.๗ ล้านล้านบาท ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับงบประมาณป้ที่แล้วกับป้นี้ครับ งบประมาณ ลดลง ๑๒.๙ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์จําหลวม ๆ อย่างนั้น บังเอิญเปึนเลขโชคดีด้วยนะครับ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ที่ลดลง มีคนตั้งข้อสังเกต ผมอยากจะเรียนตรงนี้ก่อนว่าผมได้มีโอกาสไป คุยกับนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน การคลัง ซึ่งอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยบอก ครั้งก่อน ความคิดเห็นอาจจะต่างกันนะครับ พอคุยกันแล้วสิ่งที่เขาพูดพอเขาดูทั้งหมด หมดแล้วสรตะแล้วผมเอาเอกสารไปเปึนปู๊งไปนั่งคุยกัน เขาบอกว่าความคิดนี้ดูผิดปกติ นะครับ ผมขออภัยผมไม่ทราบว่าผมจะใช้คําพูดนั้นถ่ายทอดตรงนี้ได้หรือเปล่านะครับ บางคนเขาบอกว่าอันนี้คิดพิเรนทร์แล้วนี่ แล้วบางคนพูดอีกบอกว่าความคิดนี้อุตริ ผมขอ อภัยจริง ๆ นะครับ ผมก็ถามว่าทําไมหรือ อาจารย์ทําไมคิดอย่างนี้ พวกท่านทําไมคิดกัน อย่างนี้นะครับ ท่านลองฟังเรื่องราวที่ผมจะอธิบายให้คน ผมต้องย้ํานะครับ การพูดครั้งนี้ จะเปึนการพูดเพื่อทางบ้านทั้งประเทศเข้าใจว่ามันผิดปกติอย่างไร แล้วทําไมถึงไม่ควร ไปคิดอย่างนี้นะครับ การที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้ลดลง ถามว่าถ้าย้อนไปในรอบ ๑๐ กว่าป้เคยเกิดขึ้นมาเพียงในป้ ๒๕๔๑ ต่อ ๒๕๔๒ ตรงนั้นทุกคนจําได้ดีว่า เกิดเหตุการณ์เศรษฐกิจฟองสบู่แตก แล้วก็เกิดเข้าวิกฤติการณ์ต้องไปเข้ากองทุน ไอเอ็มเอฟ ถามว่าแล้วมันอย่างไรครับ ตอนนั้นแน่นอนทุกคนยอมรับ เพราะว่าสาเหตุและ ที่มาของปัญหาไม่เหมือนกันนะครับ ปัญหาที่เกิดตอนนั้นคืออะไรครับ สถาบันการเงิน ต่าง ๆ ทางการเงิน พูดง่าย ๆ ว่าเขาทําธุรกิจไม่สําเร็จก็พังลงมา แล้วมันก็ทับลงมา ตามลําดับ ถ้าผมพูดย้อนเหมือนครั้งที่แล้วนะครับ ๕๖ ไฟแนนซ์ถูกป่ด เงินประชาชนที่ไป ฝากอยู่ทั้งหมดถูกฟรีซ (Freeze) ไว้ ๕ ป้ แล้วธนาคารต่าง ๆ ก็หายไปเปึน ๖-๗ ธนาคาร หรือ ๗-๘ ธนาคาร หรือแม้แต่กระทั่งธนาคารที่อยู่ปัจจุบันนี้ก็กลายเปึนธนาคารลูกผสม คราวนี้ผมโยงมาเรื่องนี้ว่าอย่างไรครับ เรื่องนี้มันก็แปลก ก็คือตอนนี้ความจริง ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองก็ดีท่านก็ยืนยันอยู่ ตลอดเวลาว่าสถานะของสถาบันการเงิน ณ ป้ พ.ศ. นี้ในป้งบประมาณปัจจุบันทุกแห่งยัง แข็งแกร่ง นี่คือประเด็นแรกครับ ยังแข็งแกร่งอยู่ ประการที่ ๒ นะครับ เงินสํารองระหว่าง ประเทศ เงินสํารองคงคลังเราก็ยังมีเหลือเฟ๋อ เพราะฉะนั้นการที่ท่านมาตั้งงบประมาณ ตรงนี้ลดลง ๑.๗ มันก็ก่อให้เกิดผลอย่างแน่นอน เกิดผลอะไรขึ้นครับ แล้วทําไมเขาถึง คิดว่ามันผิดปกติ ท่านลองไปย้อนดูนะครับ เราประชุมวันแรก อันนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง การแสดงความคิดเห็นของผมในวันนี้ผมไม่ได้คิดว่าผมเปึนพรรคฝ์ายค้าน ผมเปึนรัฐบาล ผมเปึนอะไร แต่ในฐานะที่พอจะมีความรู้ทางเศรษฐกิจ เศรษฐศาสร์และผมเคยบริหารเงิน มาเยอะมากนะครับ ผมอยากจะวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดเจนดังต่อไปนี้นะครับ สมมุติว่า ถ้าเกิดการมีปัญหาการเงิน การคลัง เราลดงบประมาณลง ตรงนี้อาจจะยอมรับได้นะครับ แต่ในเมื่อถ้าเกิดเราไม่มีปัญหาอย่างนั้น เรายังยืนยันว่าเรายังไปได้ดีอยู่ แต่เราต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นพระราชกําหนด พ.ร.ก. ซึ่งทุกคนก็รู้หลักเกณฑ์ของที่มา ที่ไปว่าอย่างไร ครม. มีมตินั่นคือที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ ออกเปึนพระราชกําหนด อันที่ ๓ เอามาให้สภานี้รับรอง ตรงนั้นพอรับได้ด้วยเหตุด้วยผลว่าอะไรครับ งบประมาณเพื่อจะ เอาไปป่ดหีบซึ่งโดยประมาณตัวเลข อันนี้ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วยไปเช็คด้วยนะครับ เพราะว่าตามตัวเลขที่มีการอ้างข้อมูลบอกว่าจะเอาตัวเลข งบประมาณไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มี ส.ว. บางกลุ่มเขาทําการวิเคราะห์ตัวเลข อันนี้ผมฝากท่านเฉย ๆ ไปเช็กนะครับ เขาบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ กับ ๑๒๐,๐๐๐ ท่านไปดู แต่จะว่าอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ที่เหลือท่านจะเอาไปใช้ในงบ กระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ อันนี้สรุปแล้ววันจันทร์ผ่านไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสมมุติ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปป่ดหีบก็แสดงว่าอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปกระตุ้น เศรษฐกิจหรือเอาไปใช้อย่างอื่น ถ้าเปึน ๑๒๐,๐๐๐ เท่ากับ ๒๗๐,๐๐๐-๒๘๐,๐๐๐ นะครับ อันนี้ผ่านไป พ.ร.ก. ผมย้ํานะครับ ครั้งที่แล้วผมก็พูดอย่างนี้แล้วครั้งนี้ผมก็ยังคงมี จุดยืนเหมือนเดิม คือผมอนุโลมและเข้าใจได้ว่ามันเปึนความจําเปึนจริง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องเอาไปใช้นะครับ ที่จะต้องทํา ทําไมถึงต้องเปึนพระราชกําหนด เพราะว่าไปผ่านกระบวนการทางรัฐสภาอีก หลายขั้นตอน เดี๋ยวท่านไปขีดไม่ทันมันก็จะยุ่ง อันนี้เข้าใจได้ แต่ผมยังคงยืนยันนะครับว่า พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ครั้งที่แล้วผมขอให้ทบทวน ขอให้ไปคิด คิดให้ รอบคอบ มันไม่จําเปึนต้องรีบร้อน แต่คราวนี้ประเด็นสําคัญมันอยู่ตรงนี้ครับท่าน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ พ.ร.บ. งบประมาณในวันพุธ วันพฤหัสบดีนี่ ๑.๗ ล้านล้านบาท ทําต่อกันใน ๔ วันนะครับ ความจริงนี่ประเด็นมันไปอยู่ ตรงนี้ครับ ถ้าเกิดเราทําเรื่อง พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไรก็แล้วแต่ มันห่างกันสัก ๓-๔ เดือนนี่ไม่เปึนไร แต่ปรากฏที่มันทําอยู่ห่างกันอยู่นี่ เมื่อวานกับวันนี้หรือวานซืนกับวันนี้ มันมีคําถามว่าทําไมถึงต้องเอาไปแยกออกไป ข้างนอก อันนี้มีผู้ใหญ่ตั้งข้อสงสัยมาเยอะมากนะครับ เขาบอก
ประการแรก การตั้งงบประมาณเติบโตแบบติดลบหรือ เนกาทีฟ โกรท บัดเจท (Negative growth budget) นี่โดยปกตินะครับ โดยวิธีคิดเขาจะไม่ทํากันนะครับ ถ้าไม่เสียหายยับเยินจริง ๆ นี่ ประเทศไม่มีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างยิ่งใหญ่ท่านไม่ทํา เพราะ อย่างมากที่เขาจะทําก็คือ ซีโร โกรท (Zero growth) หรือการเติบโตเท่ากับศูนย์ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าถ้าเกิดทําอย่างนี้นั่นหมายความว่าอะไร ประชากรแต่ละป้ ก็เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ค่าน้ํามัน ค่าครองชีพทุกอย่างขึ้นหมด แล้วคุณมาลดทําไม ถ้าเกิดคุณยืนยันว่าสถาบันการเงินคุณไม่มีปัญหา เงินสํารองระหว่างประเทศไม่มีปัญหา เงินสํารองคงคลังไม่มีปัญหา มันจะไปมีปัญหาคือภาพรวมทําให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้ครับ
ข้อ ๑ เปึนวิธีคิดที่ว่า อ้าว แล้วคุณไปตัดออก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่าประเทศคุณเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา แล้วงบประมาณคุณจาก ๑.๙ กว่าล้านบาท เอาลงมาเหลือ ๑.๗ ล้านบาท คนเขาจะถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีเศรษฐกิจออกไปเดินสายโรดโชว์ทั่วโลก ผมยืนยันนะครับ เขาจะถามคําถามนั้นทันที ประเทศท่านเกิดอะไรขึ้น ท่านทําไมออกงบประมาณอย่างนี้ มันผิดปกติอย่างไร มันก็มาตามด้วย
ข้อ ๒ อีก ปรากฏว่าท่านไปแยกเงินออกไปกลายเปึนเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งจริง ๆ นะครับ ตรง ๆ เลย ชัดเจนและจริงใจนะครับ ไม่ควรแยกเงิน ก้อนนั้นออกไปเลย ท่านควรจะอยู่ในงบและตัวเลขที่แนะนํานะครับ ถ้าเหมาะสมป้นี้ อย่างน้อยต้องตั้ง ๒.๐ ล้านล้านบาทขึ้น ก็ท่านขอมา รวมแล้วมัน ๑.๙ ล้านล้านกว่าแล้ว อย่างน้อยที่สุดท่านขึ้นไม่ได้ ท่านควรจะเปึน ๒.๐ ล้านล้านบาท แต่นี่ท่านกลับไปทํา งบประมาณติดลบ คําถามนะครับ ท่านจะต้องไปยุ่งอะไรครับ มันจะต้องไปยุ่งอะไรครับ มันก็กลายเปึนว่า ทําไมเหตุผลอย่างที่ผมบอกเมื่อกี้ ถ้าเกิด ๔ วันนี้ไม่ประชุมทันที ตีสาม ตีสี่ ตีสอง ตีสาม ติดต่อกันนี่ ท่านจะแยกอย่างไรก็ได้ มันห่างกันตั้งเยอะ ขอโทษนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ้มผมขออภัยด้วย ผ่านท่านประธาน มันไม่ถึงตีสี่ครับ นอนจริง ๆ ตีสาม ตีสี่ เพราะเลิกตีหนึ่งตรงนี้ก็ประมาณตีสองก็มีใช่ไหมครับ ผมก็เลยจะย้อน กลับมานะครับว่า ตรงนี้คําถามก็คือบังเอิญ ๔ วันประชุมติดกัน อันนี้คือเหตุผลครับ มันประชุมติดกันก็ทําไมท่านไม่ให้อยู่ในงบอยู่ในพระราชบัญญัติ คนก็มาตั้งคําถาม บอกว่า สมมุตินะครับ อันนี้ผมยืนยันว่าสมมุตินะครับ ถ้าเกิดท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกับท่านนายกรัฐมนตรีมีความสนิทสนมกันเปึนพิเศษ ผมย้ําว่าสมมุติ นะครับ ท่านจะเกิดอะไรขึ้น เท่ากับท่านได้โยกเงินที่ควรจะอยู่ในพระราชบัญญัติประจําป้ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โปร่งใสมีกรรมาธิการทุกคณะ ชี้ไปทีละคณะ ๆ ท่านเอาไปใช้อะไร ผิดปกติตรงไหน ไม่ถูกต้องอย่างไร ไม่ธรรมาภิบาลอย่างไร ปรากฏท่านโยกออกไปอยู่นอก งบประมาณ ตรงนี้ก็คําถามขึ้นมาฝากผมมาถาม ๒ ข้อครับ
อันที่ ๑ ย้ายอํานาจควบคุมไปอยู่รัฐมนตรีของกระทรวงการคลัง อย่างนี้ ถ้าเกิดรัฐมนตรีว่าการการคลังกับนายกรัฐมนตรีรู้กัน สมมุตินะครับ มันไม่เกิดอะไรขึ้นมา หรือวุ่นวายหรือครับ สิ่งที่จะตามมาแน่ ๆ คือยากต่อการตรวจสอบ แล้วเรื่องนี้นะครับ ขอยืนยันธรรมาภิบาลในระบบการเงินการคลังได้ถูกลดมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดที่สุด อันนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วผมพูดนะครับ เพราะเงินทุกบาท ทุกสตางค์เปึนของคนไทยทั้งประเทศ แล้ววิธีคิดอย่างนี้นะครับ ผู้ใหญ่บอกว่าคิดผิดปกติมาก แล้วไม่ควรทําด้วย
อันต่อมานะครับ เขาบอกว่านักวิชาการหลายคน นักการเงิน การคลัง อันนี้ ผมย้ํานะ ต้องวางใจให้เปึนกลางแล้วก็ถอยออมาดูว่ามองกลับเข้าไปในปัญหาสิว่า แล้วเรื่องนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น เขาบอกเสียหายอย่างมากกับภาพพจน์ของประเทศในเชิง การเงิน การคลัง เพราะว่าประเทศไทยนั้นเคยมีทําอย่างนี้ตอนป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ เปึนป้ที่ต่อกัน ตอนรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีเชาวลิตมาเปึนนายกรัฐมนตรี ชวน แล้วก็ตอนต่อกันมาตอนนั้น เขาบอกทําอย่างนั้นใคร ๆ ก็รู้ ตอนนั้นประเทศไทย อื้อฉาวไปทั้งโลกนะครับ เรื่องต้มยํากุ้ง ดิซีส (Disease) หรือวิกฤตการณ์ต้มยํากุ้ง ตอนนั้น เราดังมากครับ นี่เราไม่นับเรื่องหนังนะครับ หนังต้มยํากุ้งก็ดัง แต่มันดังคนละแบบครับ แต่คราวนี้กลับมาตอนนี้เรายังคงแข็งแรงอยู่ แล้วปัญหาทั่วโลกมันก็กําลังวิกฤติอยู่ แล้วเราไปดึงกลับให้ตัวเองออกมาเปึนปัญหาเอง อันนี้ผมว่าเรื่องนี้น่ากลัว ผมยืนยันด้วย ความเคารพนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้น่ากลัวแล้วก็ขอตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเปึนไปได้ เปึนผม ผมจะไม่ทําอย่างนี้เด็ดขาดนะครับ อันนี้เรื่องที่ ๑ พอกลับมาเรื่องที่ ๒ ที่จะต้อง ย้อนกลับมาคุยกันอีกนะครับ ในตัวเลขงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ปรากฏว่าท่านไป ตั้งเปึนรายจ่ายประจําประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท หรือประมาณ ๘๔.๕ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ พูดง่าย ๆ คิดหลวม ๆ นะครับ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนรายประจําหมดเลย เปึนเงินเดือนข้าราชการ เปึนค่ารถ ค่าน้ํามัน ค่าไฟฟัา ค่าอะไรไม่รู้ แล้วงบลงทุนมีอยู่ เท่าไรครับ มีเหลืออยู่เพียง ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วนโยบายรัฐบาลบอกว่าของบกลางป้กระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วนี่จะมี เอสพี ๑ (SP1) เอสพี ๒ (SP2) เอสพี ๓ (SP3) ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ก็ท่านมาขออย่างนั้น แล้วปรากฏว่างบลงทุนตรงนี้ทําไมท่านไม่ใส่เข้าไป เพราะไหน ๆ ก็จะขออยู่แล้ว วันนี้ เสียเวลา ๔ วัน ยินดีประชุมกันก็ยินดีประชุม ท่านจะต่อพรุ่งนี้อีก ๑ วัน เราก็ยินดีให้ อันนี้ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ อันนี้ชัดเจน ตรรกะในการคิด ความมีเหตุ มีผลในการคิด คําอธิบาย ผมว่าสิ่งที่ถูกที่ต้อง ท่านต้องอธิบายเรื่องนี้ต่อสาธารณชนให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นคนจะตั้งคําถามอย่างนี้ตลอดนะครับ ว่าทําไม ทําไม แล้วก็ทําไมนะครับ กลับมาอีกนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอก ถ้าท่านจะอ้าง อันนี้ผมพูดเผื่อไว้เฉย ๆ นะครับ ผมเดาเอาว่า เดี๋ยวท่านจะบอกว่า โอ๊ะอันนี้มันกระตุ้นเศรษฐกิจก็แยกออกมาเปึน พระราชบัญญัติแล้วนี่ พระราชกําหนดแล้วนี่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าพูดอย่างนั้นมันไม่จบ มันก็จะวนอยู่อย่างนี้ละครับ วนไป ๓ รอบอยู่อย่างนั้น สรุปคําถามสั้น ๆ ทําไมไม่รวมอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ให้รู้แล้วรู้รอด แล้วทําให้มันสวยงามเดินสายโรดโชว์ ก็สง่างาม บอกงบประมาณผมป้ที่แล้ว ๑.๙ ๑.๙๕ ป้นี้ผม ๒.๐ ๒.๑ ๒.๒ ก็ยังได้ เพราะฉะนั้นอีกข้อหนึ่งนะครับที่จะบอกว่าถ้าท่านไปอ้าง ติดข้อกฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ อันนี้ตรง ๆ นะครับ ในภาพใหญ่ผมขออนุญาตนะครับ อย่าหาว่านั่น นี่เลย เอ็น รีซัลท์ (End result) เอาท์พุท (Output) เอาท์คัม (Outcome) ท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังต้องตอบได้สิ่งนี้ท่านต้องเตรียมแก้ไขมาตลอด ผมมีอยู่ ๓ ข้อครับที่อยากติงก่อนจะผ่านประเด็นนี้นะครับ
ข้อ ๑ ความจริงตอนเริ่มงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมา ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมอย่างที่บอกว่าประมาณ ๓๐ ธันวาคม ท่านก็รายงานตัว ต่อรัฐสภาแถลงนโยบายแล้ว จริง ๆ ตรงนั้นเปึนโอกาสทองที่ท่านจะตัดงบ ตัดค่าใช้จ่าย แต่บังเอิญท่านไม่ได้ตัด พอท่านไม่ได้ตัดตรงนั้น โอเคนะ นั่นผมพูดจริง ๆ นะครับ อันนี้ เพราะว่าปกติเวลาผมบริหารจัดการลูกน้องผมบางครั้งเปึนพัน เปึนหมื่น ผมต้อง พิจารณาแล้ว เอ้าทําไมคุณไม่ทําตรงนั้น ของบางอย่างสุภาษิตโบราณเขาเรียกว่า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ มันต้องมาตั้งแต่ตรงนั้นแล้วครับ ปรากฏว่าท่านไม่ตัด นี่ท่านพลาด ไปข้อ ๑ นะครับ กระทรวงพาณิชย์ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อการส่งออกนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมท่านให้ ๕๐๐ ล้านบาท แล้วกระทรวงอะไรอีกกระทรวงครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเปึนรายได้อันดับ ๑ ท่านให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สรุป ๓ กระทรวงจากงบกระตุ้น เศรษฐกิจ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านให้งบเพื่อ ๓ กระทรวงหลักเพียง ๒ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ผมว่ามันน้อยแล้วนะครับ เพราะว่าอะไร นั่นคือรายได้หลักที่จะนําเข้ามาสู่มือขวา เอาท่องเที่ยวเข้ามา มือซ้ายเปึนการส่งออกแน่นอนอุตสาหกรรมต้องหนุนเข้าไปแล้ว โดยเฉพาะ เอสเอ็มอี ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปคุยกันนะครับ ปรากฏว่าในงบกลางป้ท่านให้ตรงนั้น แค่ ๒ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ซึ่งผมว่าน้อย แต่ถ้ามาดูนะครับ ความจริงเศษกระดาษมันเปึนสี ๆ ผมนั่งพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดนะครับ ผมขออนุญาตพูด ผมย้ํานะครับ ผมจะไม่พูด เปึนวิชาการเพื่อให้คนทางบ้านได้เข้าใจ ฟังตามช้า ๆ แล้วท่านจะเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ นะครับ งบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ผมย้ํา ป้ ๒๕๕๓ ปรากฏว่าคนที่ได้งบสูงสุด อันดับ ๑ ๑๓ กระทรวง กระทรวงที่ ๑ เลยนะครับ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ได้ไป ๓๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการได้ไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้คือ เหตุผลที่ผมได้พยายามบอกท่านนายกรัฐมนตรีและบอกคณะรัฐมนตรีบอกว่า ทําไม จะพัฒนาเด็กและเยาวชนผมเห็นด้วย จะเรียนฟรี ๑๕ ป้จะได้ผลมากได้ผลน้อย อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมต้องถามว่าทําไมต้องไปเอางบกระตุ้นเศรษฐกิจมาใช้ตรงนั้น จริง ๆ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่น่าไปแย่งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มันต้อง อยู่ในงบปกติ คุณมีตั้ง ๓๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐.๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือข้อแรกนะครับ ที่อยากวิเคราะห์
พอมาอันที่ ๒ ได้งบอันดับ ๒ ไล่ ๆ กันนะครับ งบกลางกับงกระทรวง การคลังอันนี้เข้าใจได้ครับ ๒๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๒.๗ เปอร์เซ็นต์ได้เปึนอันดับ ๒ นี่ เข้าใจ แต่ที่ผมไม่เข้าใจและมึนงงหนักขึ้นไปกว่าเดิมอีกว่า ตายแล้วคิดอะไรกัน คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ท่านดูงบประมาณนะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งทํารายได้เปึนอันดับของประเทศ ท่านให้งบเท่าไรครับจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านให้ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ว่าน้อยแล้วนะครับ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ครึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ว่า น้อยแล้วนะครับ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ครับอันนี้ท่านให้เพียง ๔,๐๔๑ ล้านบาท ผมบอกเลย ถ้าท่านคิดยังอยู่ในกรอบเดิมและไม่คิดเปึนวิกฤติเศรษฐกิจผมบอกเลยเรื่องนี้ผิด ผมพูด ชัดเจนนะครับ เพราะวันนี้เปึน ไครซิส เมเนจเมนท์ (Crisis management) เปึนวิธีการ บริหารในภาวะวิกฤติ ท่านคิดกรอบปกติไม่ได้ ถ้าท่านปล่อยให้ข้าราชการประจําคิดเขาก็ จะคิดว่างบป้นี้เท่านี้ ถ้าเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์เขาก็จะบวกเพิ่มเข้าไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถัวเฉลี่ย ถ้าลบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เขาก็จะลบถัวเฉลี่ย ป้นี้ท่านลบอยู่ประมาณ ๑๒ จุดกว่าเปอร์เซ็นต์ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เขาก็ลบมาอย่างนั้น ผมว่าคิดอย่างนั้นไม่ได้ครับ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาท่านให้เพียง ๔,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑.๗ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ พอมากระทรวงที่ ๒ นะครับ กระทรวงพาณิชย์ น้ําหนักอยู่ตรงการผลิตสินค้า ตรงการ ส่งออก ตรงการค้าขายหาเงินเข้าประเทศ ท่านให้ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ๖,๓๐๐ ล้านบาท ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็แปลกอีกครับ พอมากระทรวงอีกกระทรวงหนึ่ง กระทรวง อุตสาหกรรม รายได้หลักเส้นเลือดหลัก ๓ เส้นของประเทศท่านให้ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๕,๗๐๐ ล้านบาท ผมเอาบวกกันแล้วนะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ท่านให้ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงพาณิชย์ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวง อุตสาหกรรม ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ๓ กระทรวงซึ่งเปึนรายได้หลักของประเทศ เปึนเส้นเลือด หลักของประเทศ ท่านให้เท่าไรรู้ไหมครับรวมกัน ครั้งที่แล้วผมว่า ๒ เปอร์เซ็นต์เศษก็น้อย แล้วนะครับ เที่ยวนี้เหลือ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่หรือครับท่านกําลังจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วท่านเอางบไปอยู่ตรงไหนหมด แล้วท่านมาขอกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกู้กระตุ้น เศรษฐกิจ มันตอบกันหรือเปล่าครับ มันมีตรรกะหรือเปล่า อันนี้ผู้ใหญ่ทุกคนนั่ง คอนเซนซัส (Consensus) ประชุมกันแล้วบอก โอ้โห ตายแล้วคิดได้อย่างไร น่าเปึนห่วง ประเทศไทยเหลือเกิน อันนี้ผมต้องพูดตรง ๆ นะครับว่า น่ากังวลใจมาก ผมกลับมาพูดอีก เรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องสัญลักษณ์สามเหลี่ยมที่ผมทําให้ท่านดูอย่างนี้ ทํามืออย่างนี้ ผมว่า คนทั้งประเทศจําสัญลักษณ์นี้ได้ดี ลักษณะโครงสร้างของประชากรไทย ๖๓ ล้านคน ๖๔ ล้านคน ๖๕ ล้านคน ๘๕ เปอร์เซ็นต์มีฐานะปานกลางลงไปยากจน ถ้าจะว่าจริง ๆ นะครับ เปึนชาวนาประมาณ ๒๐ กว่าล้านคน เปึนเกษตรกรชาวไร่ ปลูกถั่ว ถ้าเปึนภาษาโบราณเขาบอก ปลูกถั่ว ปลูกงา ปัจจุบันนะครับ ปลูกยางพารา ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง ปลูกปาล์มน้ํามัน ปลูกข้าวโพด ปลูกผลไม้ต่าง ๆ ลําไย ทุกเรียน เงาะ มังคุด มันสําปะหลังอะไรเยอะไปหมด เอาเปึนว่าอย่างนั้นดีกว่านะครับ ประชากรตรงนี้เกือบ ๔๐ ล้านคน ท่านดูนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้งบเท่าไรครับ ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับท่านให้ความสําคัญ กับคนเกือบ ๔๐ ล้านคน ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณชาติ ผมพูดตรงนะครับ ผมกังวลใจเรื่องงบอันนี้ ด้วยเหตุด้วยผลจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้คิดอะไรที่เปึนการเมือง นะครับ ผมยืนยัน ผมคิดด้วยเหตุด้วยผล ด้วยตรรกะตรงนี้นะครับ งบประมาณที่ทุกคน ทํามานี่ทั้งหมดเลยนะครับ กระทรวงเกษตรได้ ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้ท่านต้อง เอามาใช้เยอะมากครับ อย่าเพิ่งกังวลใจเลยนะครับ ผมคงต้องพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีคลัง อย่าเพิ่งกังวลใจครับ เราต้องคุยด้วยเหตุด้วยผล ตรงนี้ต้องคุยด้วยเหตุด้วยผล ท่านอาจจะบอกวันนี้สงสัย ผมไม่ได้ทานข้าวเย็นมากระมัง ทําไมมาพูดจาดูซีเรียสจังเลย ผมบอกเลยนะครับ ผมประชุมวันแรกนี่ผมหวังว่า พ.ร.ก. จะผ่าน ถ้าผมคิดด้วยเหตุผล ด้วยจิตวิญญาณจริง ๆ ของความเหมาะสมทางการเงินการคลัง แต่ผมคิดว่า พ.ร.บ. ยังน่าจะชะลอกลับไป ทบทวน นี่ปรากฏเปล่าครับ ผ่านหมดเลย พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ผ่าน พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ผ่าน นี่ ๑.๗ ล้านล้านบาท แต่ความมีเหตุมีผลนี่ผมต้องย้ําอีกครั้ง ก่อนจะผ่านประเด็นนี้ไปนะครับว่า ท่านไม่ควรดึงออกไปเปึนเงินนอกงบประมาณ ธรรมาภิบาลการเงินการคลังเรื่องนี้มีปัญหา แล้วผมว่าทุกคนจะตรวจสอบลําบาก แล้วเหตุผลกับตรรกะในการจัดสรรงบประมาณตรงนี้ก็ดูไม่เข้าท่า
ข้อต่อไปนะครับที่ผมอยากจะคุย ผมอยากกลับมาบางเรื่องครับ ผมว่า สมาชิกกับเพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลอภิปรายกันมา ๒ วัน เมื่อคืนก็ตี ๑ ใช่ไหม ตี ๑ กว่า เช้าวันนี้ก็เริ่มกันมาอีก ก็คุยกันมา แต่บางอันผมอยากติงครับ ผมขออนุญาต หยิบมาบางประเด็น บางเรื่องเขาวิเคราะห์กันไปเยอะแล้ว ผมติงหมดไม่ได้ ผมติง บางเรื่องเท่านั้นนะครับ อันแรกเลยที่อยากจะพูดถึงครับ คืองบ เอสเอ็มแอล งบ เอสเอ็มแอล ที่เข้าไปสู่หมู่บ้าน หมู่บ้านเล็ก หมู่บ้านกลาง หมู่บ้านใหญ่ เรื่องนี้มีเหตุผล ในการคิดและตั้งแนวคิดนี้มาตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณหรือรัฐบาลก่อน ๆ ที่คิดเรื่องนี้ ๔ ประการครับ หมู่บ้านเล็ก กลาง ใหญ่ ที่จัดสรรให้เงินเขาไปใช้
ข้อ ๑ เปึนการกระจายงบประมาณเข้าสู่หมู่บ้าน ตามขนาด ตามความ จําเปึน เล็ก กลาง ใหญ่
ข้อ ๒ ชาวบ้านเขาตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลกันเอง เงินไม่รั่วไหล นี่เปึน ประเด็นสําคัญ เปึนธรรมาภิบาลด้วย แล้วสอนให้เขารู้จักคิด ภูมิปัญญาเขาด้วยนะครับ
ข้อ ๓ ชาวบ้านเขาจะรู้ความต้องการของตัวเองที่ชัดเจน ใครจะไปรู้จัก หมู่บ้าน ตําบล ท้องถิ่นนั้นได้ดีเท่ากับเขาว่าเขาอยากได้อะไร เขาต้องคิดเขาเอง
แต่ข้อ ๔ เปึนข้อที่สําคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตยด้วยนะครับ ให้เกียรติและเคารพในความคิดเห็นของคนในหมู่บ้านนั้น ๆ ๑ ๒ ๓ ๔ ปรากฏว่าอะไรครับ นี่ถ้าไม่ผิด ท่านไปเช็กดูนะครับ มีการตัดพรวดลงไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทหายไปเลย สําหรับงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่งบกระตุ้นกลางป้ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ถูกโยกไปเปึน งบประมาณอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ไปเรียกว่างบเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าสมมุติข้อมูลนี้ เปึนความจริงนะครับ แสดงว่าอะไรครับ วิธีคิดท่านไม่ได้กระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นลงไป ลึก ๆ จริง ๆ ชาวบ้านเขาควรจะมีอิสระเสรีภาพในเงินที่เขาจะใช้ในหมู่บ้านนั้น ให้เขาคิด เขาเองสิครับ ความต้องการของเขา นี่ท่านเอามาเปึนงบเศรษฐกิจพอเพียง นั่นแปลว่า อะไร การตัดสินใจจะมาอยู่ส่วนกลางและชาวบ้านต้องการตรงหรือเปล่าความ ต้องการเขา อันนี้ผมขอติงนะครับ ผมว่าท่านยังอาจจะไปพิจารณาอะไรทบทวนกลับไปมา ได้นะครับ ผมเสนอด้วยความคิดนะครับว่า เรื่องนี้เปึนสิ่งที่น่าสนใจนะครับ
ต่อมาอีกอันหนึ่ง เรื่องนี้ความจริงมีคนฝากหลายคนให้ผมมาพูดนะครับ ผมคิดว่าบางทีมันอาจจะไม่มีความจําเปึนแต่ผมก็อยากจะตอกย้ํา เพราะเขาบอกว่า ชาวบ้านหลายคนฝากบอกมา เขาบอกว่าทางรัฐบาลจะโดยท่านใดท่านหนึ่งนะครับ ก็ไม่ต้องมานั่งเอ่ยชื่อกัน บอกว่าคนจ่ายภาษีนี่การที่ขึ้นภาษี ๆ ขึ้นภาษีสรรพสามิต ขึ้นภาษีอะไรที่จะมาตอนนี้เพราะรัฐบาลมีนโยบายหลัก ตอนนี้พูดง่าย ๆ เราไม่มีเงิน ใช่ไหมครับ ขาดสภาพคล่อง ๑. ก็ต้องกู้ ๒. ก็ต้องขึ้นภาษี เขาบอกว่าการจ่ายภาษีนี่ ผมย้ํานะครับ อันนี้เปึนข่าวที่ลงไปทางหนังสือพิมพ์ ชาวบ้านโทรมาบอกท่านผู้แทน ผู้แทนก็มาบอกให้ผมบอกว่าท่านมิ่งขวัญท่านพูดภาพรวมนี่ ท่านไปฝากไปทีว่าการพูด อย่างนี้มันเสียความรู้สึกของชาวบ้าน ท่านฟังนะพูดว่าอย่างไร คนจ่ายภาษีนี่มีเฉพาะ บริษัทห้างร้านหรือธุรกิจใหญ่ ๆ เท่านั้น ส่วนชาวบ้าหรือคนจนเขาไม่ต้องมาเสียภาษี อะไรหรอก ผมไม่รู้ว่าหนังสือพิมพ์ลงโดยที่ฟังท่านแล้วท่านพูดว่าอย่างไรนะครับ แต่ข่าว ที่ออกมาเปึนอย่างนี้ คําถามที่เปึนพี่น้องประชาชนที่เปึนชาวบ้านเขาบอกว่า จริงหรือ พูดอย่างนี้จริง ๆ หรือ คําตอบ คนจนหรือคนรวยนะครับทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด แต่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ถามว่าคนจนเติมน้ํามันต้องเสียภาษีหรือเปล่า และภาษี สรรพสามิตเสียไหม เสียครับ จ่ายแวต (VAT) หรือเปล่า จ่ายครับ แล้วภาษีสรรพสามิต ภาษีอื่น ๆ นะครับ จะซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ ของกิน กระดาษทิชชู สบู่ กะป่ น้ําปลา จ่ายภาษี แน่นอน เพราะฉะนั้นคนจนฝากมาอันนี้เปึนเสียงเรียกร้องนะครับบอกว่าอย่าพูดอย่างนี้ เขาเสียใจ ย้ํานะว่าเปึนคนไทยเหมือนกันเขาเสียภาษีจะทางตรงทางอ้อมเขาเสียภาษี อันนี้เขาฝากบอกมานะครับ อันนี้ผมก็เปึนผู้สื่อสารที่ดีถ่ายทอดผ่านท่านประธานไปยัง คณะรัฐมนตรีนะครับ
เรื่องต่อไปอีกเปึนอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญ เรื่องนี้ผมย้ํานะครับ มันเปึนภาค ๒ ที่ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว เรามีการคุยกันถึงเรื่อง เอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ต่าง ๆ เรากําลังจะบอกว่าอยู่ ๆ รัฐบาลนี้จะกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะกู้จากอะไร จากแหล่งเงินภายในประเทศ ตรงนี้เปึนประเด็นนะครับ ตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมเขามีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เขาอยากให้ รัฐบาลช่วย เขาอยากได้เงินจากธนาคารพาณิชย์ แนวโน้มปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ ปล่อยเงินลําบาก แต่อันนี้มันคุยด้วยเหตุด้วยผมนะครับ เข้าใจกันได้ว่าธนาคารตอนนี้ ทําไมปล่อยสินเชื่อยาก เหตุผล
ข้อ ๑. ธนาคารคงคิดอยู่อย่างนั้น สถาบันการคงคิดอย่างนั้นนะครับ แล้ว ผมว่าใคร ๆ ก็คิดอย่างนั้น เศรษฐกิจไม่ดี ปล่อยไปส่งเดช ๑๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐,๐๐๐บาท รายยิบรายย่อยเดี๋ยวก็หาย เพราะฉะนั้นก็กล้า ๆ กลัว ๆ ก็ยังไม่ปล่อยชะลอดึง ตรวจเงื่อนไขกันละเอียดถี่ยิบเลย ต่อมา
ข้อ ๒. ธนาคารรอเก็บเงินเอาไว้เพราะได้ข่าวเรื่องจะมีการเสนอ พระราชบัญญัติกับพระราชกําหนด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้มีแนวโน้ม ที่จะเก็บตรงนี้มา
ข้อ ๓. โดยอัตโนมัติท่านอาจจะไม่ตั้งใจ สภาพคล่องในตลาดจะหาย แน่นอน งานนี้ท่านจัดรรให้ดี ๆ นะครับ อันนี้ผมพูดด้วยความเปึนห่วงจริง ๆ ถ้าเกิด การกู้เงินนั้น คําถามนะครับ ท่านจะไปกู้ถ้าท่านกู้สถาบันการเงินหรือธนาคาร ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผมก็ย้ํา ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับถ้าผมเปึนสถาบันการเงินหรือธนาคารผมให้ รัฐบาลกู้ดีกว่า เพราะฉะนั้นเอกชน เอสเอ็มอี ต่าง ๆ เขาจะหาเงินกู้ยากนะครับ อันนี้ เปึนเรื่องนะครับ แล้วก็ธรรมาภิบาลสําหรับท่านด้วย
มาอีกเรื่องหนึ่งนะครับ มันมีการออกข่าวมาบอกว่า เอสเอ็มอี ต่างชาติจะมี การช่วยเหลือด้วยนะครับ ผมอยากย้ําเตือนท่านนะครับ จริงอยู่ เอสเอ็มอี มีทั้งไทย ทั้งต่างชาติ มีทั้งลูกผสม เดี๋ยวนี้มีทุนข้ามชาติเยอะนะครับ ผมอยากจะบอกว่าขอให้ พิจารณา เอสเอ็มอี ไทยก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน ผมย้ํานะครับ เอสเอ็มอี สัญชาติไทยแท้ โดยคนไทยขอให้พิจารณาตรงนี้ก่อน ถ้าวงเงินมีไม่มากนัก แต่ถ้ามีเหลือเยอะแยะ ไม่เปึนไรค่อยไปว่ากับ เอสเอ็มอี ต่างชาตินะครับ ทีนี้ถามว่า เอสเอ็มอี ต่างชาติต่างประเทศนี่ทําไมผมถึงบอกว่า เปึนทางเลือกที่ ๒ เปึนลําดับที่ ๒ ถ้าจัดลําดับความสําคัญก่อนหลังนะครับ เหตุผล เอสเอ็มอี ต่างประเทศนั้น แน่นนอนครับนโยบายต้องสอดคล้องกับบริษัทแม่ แล้วอาจจะไม่แน่นอน ถ้าเขาขาดงบ ขาดสภาพคล่อง นั่นแสดงว่าอาจจะไม่แน่ บริษัทแม่เขาอาจจะมีปัญหาก็ได้ ตัวเขาอาจจะ มีปัญหาก็ได้ วันดีคืนดีถ้าเขาเกิดมีปัญหามาก ๆ เขาบอกพอแล้ว ผมเลิกลงทุน ประเทศไทย ผมย้ายไปประเทศอื่น วันนั้นความเสียหายจะตกกับประเทศเรานะครับ อันนี้ ผมย้ําแต่ผมไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้นะครับ ผมก็เคยทําบริษัทที่เปึนมัลติ เนชั่นแนล (Multi national) มาก่อน ผมอยากจะย้ํานะครับ ด้วยความเปึนเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เอสเอ็มอี ไทยต้องได้รับการพิจารณาก่อน แล้วท่านระวังนะครับ เรื่องระบบตรงนี้มันจะทําให้ ทุกอย่างล้มระเนระนาดเปึนโดมิโนไปหมด
ข้อต่อไปนะครับ วันก่อนผมพูดว่าเรื่องพระราชบัญญัติกับพระราชกําหนด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันผ่านจะทําอย่างไร วันนี้นะครับ การพูดเมื่อวันจันทร์กับการ พูดวันพฤหัสบดีต่างกันแล้ว บัดนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ผ่านพ้นไปแล้วเรียบร้อย เพราะฉะนั้นเรื่องข้อกฎหมายท่านอย่าลืมนะครับ ผมขอย้ําตระหนักว่า ทั้งหมดจะต้องเปึน การกู้จากภายในประเทศเท่านั้น และขอย้ําว่าควรแสดงความโปร่งใสธรรมาภิบาล ให้ผลประโยชน์กับประชาชนอย่างชัดเจน ตรงนี้ถ้ามันต้องเลือกนะครับ ท่านต้องกู้ สถาบันการเงินกับธนาคาร กับออกพันธบัตรให้ประชาชน ผมย้ําเลยนะครับ ชัดเจนครับ ผมฝากให้คนทั้งประเทศได้ยินด้วยนะครับ ถ้าท่านฝากเงินธนาคารได้ดอกเบี้ยอยู่ ๑ หรือ ๑ เศษ ๆ ท่านอาจจะต้องมารอซื้อพันธบัตรจากท่าน ผมรู้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเตรียมไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เท่านั้นไม่พอนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าท่านบอกว่าเงินออมประชาชน ผมย้ํานะครับ นโยบายของพรรคท่าน ท่านบอกว่าประชาชนต้องมาก่อน อันนี้ผมไม่ได้เอาการเมืองมาผูกนะครับ ผมพูดเพื่อ ประโยชน์ประชาชนจริง ๆ ออกพันธบัตรให้ประชาชนครับ คราวนี้แหละจะได้เห็นกัน ชัด ๆ เจน ๆ กันทั้งประเทศเลย ท่านให้ประชาชนมาก่อนหรือเปล่า แล้วผมย้ํานะครับ เรื่องนี้ผมช่วยท่านคิดนะครับ ด้วยความคิดเชิงบวก มันจะเปึนการแสดงให้เห็นความ โปร่งใสธรรมาภิบาล ประชาชนจะได้ประโยชน์ที่ชัดเจน แต่ถ้าท่านไม่ทํานะครับ ท่านอ้าง บอกว่าออกพันธบัตรมาจะทําให้ดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ผมขอดักคอท่านไว้ล่วงหน้า นะครับ อย่างไรดอกเบี้ยในตลาดก็สูงขึ้นแน่นอน เพราะมันเกี่ยวโยงกันไปหมดครับ เรื่องนี้ ผมย้ํานะครับ เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้าท่านมากู้ ไม่ว่ากู้สถาบันการเงิน กู้ธนาคาร กู้ที่ไหนก็ตาม ออกพันธบัตรก็ตาม มันจะเกิดการกระเพื่อมอย่างรุนแรงในวงเงินของ ประเทศ แล้วโดยเฉพาะมวลรวมเศรษฐกิจซึ่งไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอันนี้ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปอีกนะครับก็คือว่า สิ่งที่ท่านอยากทํา ผมอยากย้ํา อีกทีหนึ่งนะครับ ผมไม่แน่ใจนะครับ ผมได้ยินว่าประมาณ ตอนนี้ที่แน่ ๆ แล้วท่านบอกว่า ผมดีใจนะครับที่ผมได้ยินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาให้สัมภาษณ์บอกว่า เราเตรียมพันธบัตรก้อนแรกไว้แล้ว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะขายให้กับข้าราชการ ที่เกษียณอายุราชการแล้ว ผมเข้าใจ ถูก คนชราต้องได้รับประโยชน์ เขาไม่มีงานทําแล้ว เขาเกษียณอายุไปแล้ว เขาจะหวังกินดอกเบี้ย ได้พึ่งดอกเบี้ยนี่เปึนสิ่งที่ใช้เงินออมมาทั้ง ชีวิต อันนี้ผมเห็นด้วย ผมขอยกย่องสรรเสริญท่านว่าท่านตัดสินใจถูก แต่ผมต้องถามท่าน ต่อไปนะครับว่า เงินอีก ๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนั้นท่านจะคิดอย่างไร ถ้าท่านคิดว่า ครึ่ง ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ปล่อยเปึนพันธบัตร อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ปล่อยสถาบัน ผมก็จะตาม ถามท่านอีกนะครับ ถ้าผมมีโอกาสแล้วผมจะฝากกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ถามท่านด้วยว่าอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ไหน ท่านจะไป ปล่อยที่ไหน ผมย้ํานะครับ ถ้าท่านคิดว่าสภาพคล่อง เงินประชาชนฝากไม่พอ สมมุติ นะครับ ผมแนะทางออกท่านครับ ผมพูดไว้เลยนะครับ ข้อที่ ๑ ครับ เงิน กบข. มีตั้งหลาย แสนล้านบาท เงินประกันสังคมหลายแสนล้านบาท ตรงนี้อยากจะย้ํานะครับว่า ถ้าท่านได้ ปล่อยพันธบัตรจริง ๆ นะครับ ทางออกที่โปร่งใส และธรรมาภิบาลที่สุด แล้วเปึนการทําให้รัฐได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย ท่านต้องกู้จาก กบข. หรือกู้จากเงินประกันสังคมเท่านั้น อันนี้เปึนคําแนะนํา ผมรู้นะครับ ท่านเชื่อไหมครับ ผมเปึนคนที่ชัดเจนในจุดยืนพวกนี้ ผู้ใหญ่สอนบอกว่า การตัดสินใจใด ๆ ก็ตาม ข้อมูล ความจริง ตัวเลข ต้องชัดเจน และเมื่อตัดสินใจไปแล้วนะครับ ทุกการตัดสินใจ ท่านต้องตอบสังคมได้ว่า ทําไมทําไมท่านถึงตัดสินใจอย่างนั้น เหตุผลคือ อะไร ผมจะให้คนถามท่านในสภาดัง ๆ อีกครั้งเมื่อเวลานั้นมาถึงนะครับ ผมย้ํา
สิ่งที่ผมอยากเตือนท่านครั้งสุดท้ายนะครับ ผมอยากให้ขอร้องถ้าเปึนไปได้ ท่านจัดสรรให้ประชาชน อัตราดอกเบี้ยนะครับ เขาไปฝากเงินอยู่ ๑ กว่าท่านพิจารณา ตามความเหมาะสมแล้ว แต่ความเหมาะสมทางวินัยการเงิน การคลัง แล้วแต่ความกรุณา ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกว่า ขอความกรุณาให้ดอกเบี้ยที่สูงพอสมควร อย่าเอาเปรียบเขานะครับ เพราะไม่เช่นนั้นมันจะเกิดปัญหาขึ้นมา ท่านอาจจะทําได้แบบนี้ แล้วมันเปึนความผิดพลาดจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมันจะเกิดผลดังนี้คือให้ดอกเบี้ย ไม่จูงใจคนก็ไม่ไปซื้อพันธบัตร พอตอนนั้นท่านก็บอกว่า เอาผมขายเขาไม่ซื้อ ผมก็ จําเปึนต้องไปหาอีกทีหนึ่ง อันนี้ผมบอกเลยนะครับ กบข. รออยู่ เงินประกันสังคมรออยู่ แต่ถ้ามันไม่มีทางออกจริง ๆ ถ้าท่านตอบคําถามได้อย่างชัดเจน ฉะฉาน อันนั้นคือสถาบัน การเงินกับธนาคาร ขอให้เปึนทางเลือกสุดท้ายนะครับ สิ่งหนึ่งที่ท่านจะต้องทําอย่างนี้ มันจะเปึนการาลดช่องว่างระหว่างเงินกู้กับเงินฝากลงโดยอัตโนมัติครับ อย่างไรก็ตาม นะครับ ผมอยากเตือน อันนี้เปึนคําเตือนฝากด้วยความหวังดีนะครับ ท่านระวังเรื่อง สภาพคล่อง เรื่องเงินกู้ เรื่องธุรกิจ เพราะถ้าหากท่านปล่อยธนาคารนะครับ ธนาคารเกิด พูดภาษาชาวบ้านว่า อิ่มแล้ว เขาจะไม่ปล่อยกู้เอกชน ดอกเบี้ยจะแพงขึ้นมหาศาล เงินกู้ จะหาอยาก และในที่สุดจะเกิดสิ่งไม่พึงปรารถนา นั่นคือจะเกิดหนี้นอกระบบขึ้นมาอย่าง มากมายมหาศาล และมันจะวุ่นวายเหมือนเหตุการณ์ป้ ๒๕๔๐ โดยไม่ได้ตั้งใจนะครับ
อันต่อไปนะครับ เรื่องนี้ชาวบ้านเขาฝากมาบอก อันนี้เปึนของขวัญมาให้ ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีกรณ์โดยเฉพาะ ท่านอย่ารู้สึกโกรธหรือเกลียดผมเลย นะครับ ผมมีความจําเปึนเขาฝากมาบอกจริง ๆ เขาบอกว่า รัฐมนตรีกรณ์เปึนผู้เชี่ยวชาญ เรื่องหุ้น เขาว่าอย่างนั้น ผมก็ไม่ทราบท่านเชี่ยวชาญจริงหรือเปล่านะครับ ท่านประธาน ครับ เขาบอกว่าท่านเติบโตมาจาก ไฟแนนซ์เซียล แมน (Financial man) ทางด้านการเงิน การคลัง เพราะฉะนั้นท่านจะรู้เรื่องหุ้น เขาก็บอกว่าท่านบอกว่า ท่านให้สัมภาษณ์บอกว่า หุ้นขึ้นเศรษฐกิจดี อย่างน้อยที่สุดเราก็มี อินดิเคเตอร์ (Indicator) หรือมีตัวชี้วัดอันหนึ่งว่า เศรษฐกิจมันมีรัฐธรรมนูญคือหุ้นขึ้นวันละ ๑๐ จุด ๘ จุด มาหลายวัน มันจะโดยอะไรก็ไม่รู้ แล้วแต่นะครับ มีคนมาตั้งคําถามกับผมเยอะมากบอกว่า หุ้นขึ้นเศรษฐกิจดีจริงหรือ มีคนถามอย่างนั้น ผมตอบตามภาษาผมนะครับ ผมเคยคุยกับท่านกรณ์ ท่านประธาน ครับ ท่านกรณ์ ท่านเชี่ยวชาญเรื่องตรงนี้จิรง ๆ ผมอาจจะสู้ท่านไม่ได้ แต่ผมได้ตอบไป อย่างนี้นะครับ เฮดจ์ ฟันด์ (Hedge Fund : กองทุนเก็งกําไร) ครับ ส.ส. สายอีสานบอก โอ๊ย เฮ็ดอีหยัง ข้อยบ่เข้าใจนะครับ มันคนละเฮดจ์นะครับ เฮ็ดอะหยัง เฮ็ดหยัง นี่แปลว่า ทําอะไรภาษาอีสานนะครับ แต่เฮดจ์ ฟันด์นี่คือกองทุนการเงินที่ ถ้าเราพูดตรง ๆ นะครับ อันนี้เฮดจ์ ฟันด์นี่คือ ผมต้องพูดตรงได้นะครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรณ์ เฮดจ์ ฟันด์คือกองทุนที่เขามีหน้าที่นะครับ ง่าย ๆ อายุ๓๕ โดยประมาณ คนการเงินนี่เปึนมนุษย์ทองคําครับ อายุ ๓๔-๓๕ ป้นี่ มีเงินกองให้หน้าตัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แสนล้านบาท แล้วคุณก็ไปเล่นหุ้นได้ทั่วโลกที่คุณอยากจะเล่น ทําอย่างไรก็ได้ป่ดไตรมาสแรก ตกลงคุณกําไรมากี่หมื่นล้านบาท คนพวกนี้ไม่ทํางานนาน นะครับ ๓๘ ป้นี่ถือว่าแก่แล้ว เขาเลิกทํางานแล้ว แล้วนอกนั้นที่เหลือชีวิตที่เหลือเขาใช้เงิน ท่านเชื่อไหมครับ ผมมาอยู่ที่นี่ผมรู้สึกว่าอายุน้อยจังเลย เพราะผมเจอเพื่อนสมาชิก เจอเพื่อน ส.ว. พี่ ๆ ทั้งหลายเขาอายุเยอะกันเยอะ คราวนี้มันกลับมาโยงอะไรเรื่อง เฮดจ์ ฟันด์ เกี่ยวครับ กองทุนเฮดจ์ ฟันด์ เขาจะต้องเก็งกําไรเขาดูตลาดที่ไหนก็ได้ แต่คราวนี้ประเทศไทยไซส์ (Size) หรือขนาดของมาร์เก็ต (Market) ของตลาดมันเล็ก เพราะฉะนั้นพอเอาเงินเข้ามา นิดเดียวมันก็บวก ๆ คราวนี้จะบังเอิญอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ผมได้ตอบเขาไปชัดเจน นะครับ ไม่ใช่เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอธิบายเรื่องหุ้นให้ประชาชน เข้าใจด้วย ท่านเชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ ราคาหุ้นจะขึ้นจะลงจริง ๆ ถ้าตามหลักธรรมชาติ มันต้องมาจากผลประกอบการหรือกําไรของการทํากิจการที่ดี แต่ปรากฏว่าตอนนี้มีอะไร ที่เปึนตัวดีบ้างครับ ไม่มีเลย ผลประกอบการในแต่ละไตรมาสของแต่ละหุ้นก็ไม่ดี บางบริษัทก็ขาดทุนอุตลุด บางบริษัทก็ขาดสภาพคล่อง ผมขี้เกียจเอ่ยชื่อบางบริษัทผมไป นั่งคุยกับเขานะครับ เงินร้อยกว่าล้านบาททําธุรกิจเปึนหมื่น ๆ ล้านบาทยังหากู้ ไม่ได้เลยครับ คราวนี้คําถามนี้มันเกี่ยวอะไรบ้าง ก็มาเกี่ยวครับ พอทีนี้ปรากฏหุ้นขึ้นอุตลุด เลยนะครับ แล้วเขาก็บอกว่าบังเอิญตั้งแต่วันจันทร์ พ.ร.ก. กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่าน นะครับ ตัวเลขอยู่ตรงไหนไม่รู้ผมจดมานี่หุ้นตกไป ๑๐ กว่าจุดครับ วันอังคาร พระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่าน หุ้นตกไปอีก ๑๐ กว่าจุดครับ พอมา วันพุธรู้ว่าจะเอางบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาทเข้าหุ้นก็ตกไปอีก วันนี้ฉลองชัยกระมัง ๔ วันหุ้นตก ๔ วันซ้อนนะครบ ตกวันละ ๑๐ กว่าจุด แล้วอย่างนี้จะให้คิดว่าอะไรหรือครับ เศรษฐกิจมันดีหรือครับ ถ้าตอบตรง ๆ นะครับ ถ้าผมคิดแบบในแง่ลบแล้วเขาเปึน การเมืองเท่านั้นบอกว่า ที่เขาตกนี่แสดงว่าคนเริ่มไม่ไว้ใจแล้วว่าเศรษฐกิจการเงินของ ประเทศนี้จะเละตุ้มเป็ะขนาดไหน อันนี้ก็ต้องพูดกันตรง ๆ อย่างนี้นะครับ แต่ผมก็ยัง มองโลกในแง่ดีอยู่นะครับว่า ถ้าผมคิดด้วยเหตุด้วยผลด้วยตรรกะนะครับ ตลาดโลกลง นะครับ ถ้าตลาดโลกขึ้นตลาดโลกลงก็จะมาเกี่ยวหนี้ เฮดจ์ฟันด์บางทีก็บอกว่าปัืนราคา ขึ้นไปแล้ว ภาษาหุ้นเขาเรียก ค้างยอดดอยหรือเปล่า กระโดดรถไฟทันไหม แล้วก็มีคําอีก คําหนึ่ง พ่อแม่พี่น้องชาวบ้านชาวนาอาจจะเกาหัวแกลก ๆ มันพูดอะไรของมันวะ ผมต้อง พูดคําว่า แมลงเม่า คนที่เข้าไปและหนีออกไม่ทันไปค้างเติ่งบนยอดดอย ก็ค้างอยู่ อย่างนั้น ขาดทุนเงินหายวับเปึนหมื่น ๆ แสน ๆ เพราะฉะนั้นถึงมีการเอาป๋นมายิงตัวเอง ตายเมื่อหลายป้ก่อนนะครับ ตรงนี้ต้องบอกเลยนะครับ เรื่องหุ้นมันไม่ใช่องค์ประกอบ องค์ประกอบเดียวที่จะทําให้เศรษฐกิจดีหรือไม่ดี คราวนี้มาอีกเรื่องเรื่องราคาน้ํามันครับ ท่านประธานครับบังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ครับ คราวที่แล้วตอนผมพูด เรื่องราคาน้ํามัน พูดเรื่องข้าว ท่านไปนั่งอยู่ตรงไหนครับ ขออภัยครับ ต้องกราบขออภัย ท่านประธานครับผมไม่เห็น ผมก็ เอ๊ะ ท่านนายกรัฐมนตรีหายไปไหน แล้วทําไมท่านมาอยู่ ข้างหลังละครับ ท่านใช้สิทธิ ส.ส. นะครับ ผมขออภัยนะครับ ท่านครับ ท่านไม่ถือผม นะครับ แล้วทีนี้ผมจะหันข้างไหนดีละครับ อันนี้ผมเดาว่า
ต้องพูดกับประธานครับ ต้องหันหน้ามาทางประธานครับ
ต้องหันหน้าไปทางประธาน นะครับ ผมกําลังคิดว่านี่เปึนยุทธศาสตร์ทางจิตวิทยาครับ ข้าศึกมา ๒ ด้านซ้ายขวา เอ๊ะ ผมจะตอบทางไหนดีนะครับ ผมขออภัยจริง ๆ นะครับ ผมพูดกับท่านประธานต่อนะครับ เรื่องน้ํามันเที่ยวที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปอีกคนแล้วครับ ท่านประธาน ไปจับตัวไว้ทีครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังอยู่นะครับ หวังว่า คงไม่ขออนุญาตประธานไปเข้าห้องน้ํา ๒ นาทีเหมือนผมครั้งที่แล้วนะครับ ครั้งที่แล้วไม่มี คนอยู่วันนี้มีคนอยู่นะครับ ผมกลับมาโยงอีกทีหนึ่ง ผมได้ฟังคําหนึ่งแล้วผมก็นึก ผมกลับไปนั่งนึกแล้วผมก็ขํา ๆ ผมจําผิดหรือเปล่าไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมใช้ความซุกซนทางวิชาการหรือตัวเลขอะไรประมาณนี้ วิชาการซุกซนใช่ไหมครับ ถูกไหมครับท่าน ผมหันหน้าไปมองท่านไม่ได้ ใช่ไหมครับท่าน คิดว่านะครับ ท่านพูด ประเด็นนี้ เรื่องราคาน้ํามันท่านบอกว่าไปแตะ ๑๔๗ เหรียญ ผมบอกว่าน้ํามันดิบ ๑๔๗ เหรียญ กลายมาเปึนน้ํามัน ๙๕ เติมอยู่ประมาณสัก ๔๐-๔๒ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีได้น้ํามัน ๓๒ เหรียญ ๓๕ เหรียญ ราคาปรากฏว่าก็ยังคง ๓๐ กว่าบาทอยู่ วันนี้น้ํามันขึ้นมาประมาณ ๗๐ กว่าเหรียญ วันนั้นที่ผมพูดรู้สึก ถ้าประมาณไม่ผิดประมาณ ๗๗ เหรียญนะครับ เพราะน้ํามันก็มาอยู่ประมาณ ๔๐ บาท นะครับ ผมย้ําว่าทําไมผมถึงเอารุ่น ๙๕ มาตั้ง เพราะว่ารถที่มีอยู่เปึน ๑๐ กว่าล้านคัน ๕ ป้ รถมีค่าเท่ากับ ๐ ไปต่อทะเบียนใหม่ต้องเสียภาษีแพงมาก เพราะเขาไม่อยากให้เกิด เรื่องมลภาวะ แต่บ้านเราใช้ ๕ ป้ ๘ ป้ ๑๐ ป้ ๑๒ ป้ คราวนี้รถรุ่นเทคโนโลยีผ่าน ๆ มันยังใช้น้ํามัน ๙๕ อยู่ รถแพง ๆ คันหลายล้านก็ยังใช้เทคโนโลยี ๙๕ อยู่ คราวนี้ประเด็น ที่ผมต้องการจะพูดว่าอะไร ผมก็จะบอกบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โชคดีได้น้ํามัน ๓๒ เหรียญ ๓๕ เหรียญ ถึงตอนนี้ขึ้นมา ๗๗ วันนี้นะครับราคาตลาดหุ้น ไนเมกซ์ โทษนะครับ ราคาน้ํามันดิบตลาดเบน ตลาดไนเมกซ์ แล้วก็ตลาดอื่น ๆ อยู่ที่ ประมาณ ๗๑ ๗๐ กับ ๗๑ เหรียญ ผมยืนยันนะครับ ผมดูมาเย็นนี้ คอนเฟ่ร์ม (Confirm) อีกทีหนึ่งก่อนที่จะมาพูดในสภา สมมุติว่าน้ํามันวันนี้ ๗๐ เหรียญ ๗๐-๗๑ เหรียญนี่ดู ตลาด ๓-๔ แห่งทั่วโลกแหล่งใหญ่ของน้ํามันผู้กําหนดราคาน้ํามันดิบ สมมุติท่านบอกว่า ๑๔๗ เหรียญเปึนการเอาตัวเลขสูงสุดซึ่งมันอยู่ตรงนั้นไม่นาน ผมลดราคาให้ท่านทันทีเลย ให้เหลือ ๑๒๐ เหรียญก็ได้ ๑๓๐ เหรียญก็ได้ มันก็ยังคงต่างกันอยู่อีกเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ท่านจะพูดอย่างไรก็ตามนะครับ ตัวแปลยังอยู่ไปอยู่เหมือนเดิมครับ ภาษีสรรพสามิต ซึ่งแต่เดิมไม่เปลี่ยนวันนี้กําลังจะมีผล เมื่อสักครู่ผมได้ยินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดบอกว่า วันนี้ยังไม่กระทบกับราคาภาษีสรรพสามิต เดี๋ยวสักพักหนึ่งจะกระทบ ถ้าฟังอย่างนี้นะครับแทนที่ผมจะมีความสุขนะผมสะดุ้งเฮือกเลย เท่านี้ยังไม่แพงพอ อีกหรือ ยังจะแพงขึ้นกว่านี้กว่าเดิมอีกหรือ ภาษีสรรพสามิตใหม่ยังไม่มีผลอีกหรือ ตาย อย่างนี้น้ํามันขึ้น ๔๕ เหรียญแน่นอน อันนี้ท่านต้องไล่ดี ๆ นะครับ ผมฝากดู เพราะฉะนั้น เรื่องกองทุนน้ํามันกับเรื่องส่วนต่างค้ากําไรการตลาด เรื่องนี้นะครับผ่านท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมเตือนด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เสียเวลาสักครั้งหนึ่ง ๒ ครั้งลงไปตรวจละเอียด ส่วนต่างของการตลาดกับการทํากําไร ตั้งแต่น้ํามันดิบเข้าปากอ่าวไทยมาจนกระทั่งถึงไปที่ส่งที่ปัูมน้ํามันตรงนี้ท่านต้องดูให้ ละเอียดครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดผลกระทบ ๒ อย่างผมพูดซ้ําประเด็นสําคัญนะครับ
๑. คนไทยทั้งประเทศไม่ว่ายากดีมีจนต้องเติมน้ํามันแพงกว่าที่ควรจะเปึน
๒. เกษตรกร ผมขออนุญาตใช้คําไทยแท้ ซวย ๒ เด้ง เติมน้ํามันก็แพง ค่าปุิยก็แพงอีก เรื่องค่าปุิยคงจะไปโยงกับกระทรวงพาณิชย์อย่างไรก็ต้องดู ผมถาม ส.ส. ที่มาจากต่างจังหวัดนะครับ เขายืนยันครับชาวนาบ่นทุกคน ปุิยแพงขึ้นเปึน ร้อย ๆ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกบางยี่ห้อแพงขึ้นเกินกว่า ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํา แล้วมันจะ เปึนไปได้อย่างไรครับน้ํามันถูกลงมาตั้ง ๔ ตั้ง ๕ เท่า อันนี้ผมย้ํานะครับผมฝากบอกไว้เลย
ประการสําคัญนะครับ เรื่องนี้อยากจะบอกว่าตอนนี้น้ํามันดิบมาอยู่ที่ ๗๐-๗๑ เหรียญ แล้วมีแนวโน้มที่จะขึ้นไป ๑๐๐ เหรียญ ท่านบริหารจัดการเรื่องนี้ดี ๆ น้ํามันคือพลังงานที่ต้องเติมมันอยู่ในรถ มันอยู่ในอาหาร มันอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง มีต้นทุน ค่าน้ํามันและโดยเฉพาะปุิยของชาวนา ผมพูดนี่ผมเปึนห่วงเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ทั้งหมดประมาณ ๔๐ ล้านคนนะครับ
ต่อมาอีกเรื่องข้าว เรื่องนี้สําคัญครับวันนั้นบังเอิญผมต้องพูดชัด ๆ อีกทีหนึ่ง อยู่ ๆ ผมนั่งอยู่ ผมก็นั่งอยู่ข้างนอกผมก็ได้ยินชื่อบอกว่า ท่านมิ่งขวัญมาบอกว่า มาเรื่องข้าวเปึนอย่างนี้ อย่างนี้ ตอนนั้นขายขาดทุนไปเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท แล้วปรากฏ ว่าโทรศัพท์ผมก็ดังกริ๊งกร๊าง ๆ พวกพี่ ๆ เพื่อน ๆ ส.ส. บอกท่านต้องเข้ามาตอบ ถ้าท่าน ไม่ตอบอย่างนี้เดี๋ยวคนเขานึกว่าท่านเอาข้าวไปขายแล้วขาดทุนเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท พอดีผมจะประท้วงท่านประธานอีกท่านหนึ่งก็คิดว่า สงสัยกําลังเร่งเรื่องอยู่ก็เลยบอกว่า ไม่ต้องประท้วงท่านไม่ได้เสียหาย ผมเชื่อว่าท่านสุจริต แต่ว่าเรื่องนี้อย่างไรต้องคุยกัน นะครับ ผมชี้แจงท่านสั้น ๆ แล้วมันมาโยงกับเรื่อง ต้องขอบคุณที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะผมกําลังลืมบอกเรื่องสําคัญให้ท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบว่า วิธีการค้าขายอย่างไรที่ท่านจะไม่ทําให้ งบประมาณชาติขาดทุนเรื่องข้าวเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านลองฟังให้ดี ๆ นะครับ เบื้องต้นก่อน
ข้อ ๑ ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรี เปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือน ผมอยู่ประมาณ ๖-๗ เดือน ๖-๗ เดือนที่ผมทําอยู่ บังเอิญผมเข้ามาปุ็บนี่ครับ รัฐบาลผมต้องขออนุญาตเอ่ย นามท่านนะครับ (Modern trade : การค้าปลีก สมัยใหม่) ต่าง ๆ สารพัดห้าง พอไปวางปุ็บกว่าจะได้เงินคืน ๖๐ วัน ๙๐ วัน แต่คราวนี้ เรื่องมันไปโยงอย่างไรครับ มันมาโยงเรื่องเกี่ยวกับที่ผมจะบอกว่าบริหารไม่ดีจะขาดทุน ตรงนี้เปึนหมื่น ๆ ล้านบาท เรื่องก็คือเขาบอกว่าคืนเงินให้เขาช้า ในที่สุดผมก็ถามว่า ถ้าท่านหมุนเงินเร็วท่านต้องการเท่าไร เขาบอกเดือนเดียว ๓๐ วัน ปรากฏว่าเราก็บอก ห้างเขายอมจ่ายให้ ๓๐ วัน แต่ยังคงเกิดปัญหาอย่างเดิม เราทําข้าวถุง ๕ กิโลกรัม ออกมาขาย ทีละ ๑๐๐,๐๐๐ ถุง ได้ ๓ ครั้ง แล้วก็หยุด ตรงนี้ผมกําลังจะบอกว่าถ้าข้าว ๒.๖ ล้านตัน ซึ่งอยู่ในสต็อกของรัฐวันนี้ อันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมย้ําเลยนะครับ วันนี้ผมดูข้าว ดูข่าว ท่านยกเลิกการประมูลข้าวทั้งหมด ๒.๖ ล้านตัน ถูกไหม อันนี้ผมขอสดุดีและชื่นชมว่า ท่านกล้าตัดสินใจ ผมย้ํานะครับ ท่านกล้าตัดสินใจยกเลิกการประมูลข้าว ๒.๖ ล้านตัน แสดงว่าท่านกําลังคิดอะไรบางอย่าง ผมชื่นชม แล้วผมพูดต่อหน้าคนเปึนล้าน ๆ คนที่ดู ถ่ายทอดทีวีวันนี้ด้วย แต่ผมต้องบอกให้ท่านติดตามบางเรื่อง มี ส.ส. ไพโรจน์ ในพรรคเพื่อไทย บอกว่าในช่วงระหว่างที่มีมติ ครม. ออกมา เรื่องการประมูล ไม่ประมูล อะไรอย่างนี้ มีรถสิบล้อเปึนร้อย ๆ คันเลย ไปขนข้าวออกจากโกดัง เขาบันทึก ถ้าไม่ผิด ทั้งวิดีโอ ทั้งภาพถ่าย มีเอกสารอะไรพร้อม ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากทําให้เรื่องนี้ โปร่งใสธรรมาภิบาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่ใช่แค่ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านคุยกับ ส.ส. ไพโรจน์ได้ อันนี้ผมฝากเอาไว้เฉย ๆ แต่คราวนี้มาถึงจุดสุดท้ายที่ผมพูดเรื่องข้าว ผมต้องการจะบอกว่าถ้าสมมุติจะด้วยประการใด ๆ ก็แล้วแต่ ถ้าท่านตัดสินใจว่าท่านรับ จํานําแล้วท่านไม่ประมูลขาย ทางออกที่ดีที่สุดที่รัฐจะไม่ขาดทุนเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านทําข้าวถุงออกมาขายเสีย ท่านไปคํานวณราคาต้นทุน ทําข้าวถุงออกไปขายเสีย เผลอ ๆ ท่านอาจจะขายได้คือคืนทุน ราคารับจํานําแบ่งใส่ถุง ๕ กิโลกรัม แล้วขายออกไป จะเกิดผลอะไรครับ
ข้อ ๑ ประชาชนได้ซื้อข้าวราคาถูก
ข้อ ๒ อันนี้อันหนึ่งต้องให้ความรู้ คนไทยชอบกินข้าวค้างป้ เพราะฉะนั้น ข้าวในสต๊อกรัฐเหมาะที่คนไทยจะกิน คนไทยบอกว่าข้าวเก่า เข้าค้างป้หุงขึ้นหม้อ คนต่างชาติที่กินข้าวเขากินข้าวใหม่ เพราะฉะนั้นนาปรังส่งเสริมการขายออกนอกให้หมด แล้วจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ผมย้ํานะครับ อันนี้ผมช่วยท่านคิดในการบริหารจัดการเรื่อง ข้าว ว่าทําข้าวถุงเถอะครับเปึนทางออกที่ดี เหลืออีกไม่กี่ข้อที่ผมอยากจะคุยกับท่าน ตรงนี้ ผมพูดโดยไม่เห็นหน้าท่านนายกรัฐมนตรี แล้วมันทะแม่ง ๆ ชอบกล ผมต้องฝากย้ํานะครับ ผมต้องฝากย้ําจริง ๆ ครั้งที่แล้วผมตั้ง คําถามเยอะกับท่านนะครับ ทําไมครับท่านจะเดินมานั่งตรงไหน ช่วงท่านนายกรัฐมนตรี เดินไปข้างบน ผมขออนุญาตทานน้ํานิดหนึ่งครับท่าน บรรยากาศค่อยสดชื่นนะครับ ผมรู้ว่าอะไรรู้หรือเปล่าครับ
ความจริงมองหน้าท่านประธานบ้างก็ได้ครับ
ผมรู้อะไรหรือเปล่าครับ ผมรู้ว่า ผมพูดแล้วมันจะเกิดผลอะไรอย่างนี้ครับ จิตวิทยาผมทันครับ เพราะฉะนั้นเสียงหัวเราะมา ทันทีครับ เพราะว่าผมพูดเครียดมาตลอดครับท่าน ผมวางตัวไม่ถูกนะครับ ครั้งที่แล้วผม มาผมพูดแบบสบาย ๆ ไปเรื่อย ๆ ท่านเชื่อไหมครับ พอกลับไปข้างหลัง ส.ส. หลายคนมา บอก โอย ท่านอภิปรายดี เนื้อหาดี แต่ท่านไปยิ้มกับเขา พูดเล่นกับเขา ท่านไปอุ้ม นายกรัฐมนตรีเกินไป ท่านดูแลท่านกรณ์เกินไป ทุกคนมารุมด่าผมหมด พอวันนี้ผมพูด เครียดขึ้นมา ทําไปทํามาคนที่สุขภาพจิตเสียมีผมคนเดียวนะครับท่าน และผมขี้เกียจ หันไปหันมา เพราะฉะนั้นผมถึงบอกผมเห็นหน้าท่านนายกรัฐมนตรี บางทีไม่รู้พูดกับใคร ก็ไม่รู้ แล้วผมไม่ถนัดอยู่เฉย ๆ พูดไปอย่างนี้ฝากไปคนโน้น ๆ เด้งไปกี่ชิ่งก็ไม่รู้นะครับ ผมเปึนเอกชนพูดกับใครก็คนนั้นตรง ๆ เอามาอีกรองนายกรัฐมนตรีหนึ่งแล้วนะครับ ผมขอต่อนะครับ ผมจะจบตรงที่ว่า โฮ้ หน้าตาแต่ละคนทะมึนทึงหมดเลยครับตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่นั่งถัดท่านนายกรัฐมนตรีน่ากลัวมากนะครับ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับท่านเลย จะขึ้นมาทําไมครับ ผมยังไม่ได้ไปแตะงบประมาณทหาร งบประมาณอะไรสักกะหน่อย เลยครับ ท่านไปนังพักผ่อนข้างหลังดีกว่านะครับ ดีแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ ผมต่อนะครับ ผมต่ออีกทีหนึ่ง ผมจะบอกว่าหลายคนบอกว่าอันนี้ผม เรียนท่านเลยนะครับ ผมอภิปรายครั้งที่แล้วผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทาง ประชาธิปัตย์ทุกคนบอกว่าอภิปรายดี มีมารยาท ผมก็ไม่รู้เปึนเพราะผมยิ้มไปเรื่อย ๆ พูดไปเรื่อย ๆ ไม่เหมือนเขาบอกมีมารยาทพูดดีอันนั้นเรื่องหนึ่งเข้าใจ โทรศัพท์ก็เข้ามา เยอะแยะไปหมดเลย ๒-๓ วันนี้ผมยืนยันเปึนร้อยกว่าสายครับท่าน แล้วมันก็เกิดปฏิกิริยา ผู้ใหญ่ก็โทรมาหาผมเยอะตรงโน้นตรงนี้เต็มไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาฝากมาอันนี้ถ้าท่านที่ ฟังการอภิปรายครั้งที่แล้ว แล้วเห็นผมกําลังจะถามคําถามบางคําถามกับท่าน นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งบอกว่าทําไมพูดซ้ํา แผ่นเสียงตกร่อง ร ชัดไหมครับ ตกร่อง ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าคําถามเหล่านี้ ท่านยังไม่ได้ตอบชัดเจน ผมจะพูดกับท่านเปึนข้อ ๆ เปึนข้อสรุปซึ่งบางคําถามย้ําอีก ครั้งหนึ่งท่านควรจะตอบให้ชัดเจนนะครับ
คําถามข้อที่ ๑ ครั้งที่แล้วเรามีการคุยกันบอกว่า ผมย้ํานะครับ ผมพูดเมื่อ วันจันทร์บอกว่าฝากให้ท่านนายกรัฐมนตรีทบทวนเรื่องพระราชกําหนดกับ พระราชบัญญัติการกู้เงิน พระราชกําหนดพอจะอนุโลมเพื่อไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าใจถึงความเดือดร้อน และเงินที่เหลือก็ถ้าท่านจะเอาไปทําเปึนเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เห็นด้วย แสนขึ้นมาเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเห็นด้วย แต่พระราชบัญญัติกู้เงินตรง ๆ ชัด ๆ อีกทีหนึ่งครับ ไม่เห็นด้วย ขอให้กลับไปทบทวนก่อน ไม่จําเปึนต้องรีบร้อน อันนี้คือ ข้อจําเปึนที่สําคัญนะครับ วันนั้นพูดวันจันทร์พอวันนี้วันพฤหัสบดีเงื่อนเวลามันเปลี่ยน แล้วครับ เรื่องมันมาจบตรงว่าหนังสือพิมพ์เขาบอกว่า พ.ร.ก. ผ่านฉลุย พ.ร.บ. ก็ผ่านฉลุย ตอนนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้วนะครับ ผมพูดชัด ๆ อีกทีหนึ่งนะครับ ถึงจะถามวันนี้ อีกครั้งหนึ่งเห็นงบประมาณชัดเจนกันแล้วทั้งหมดผมย้ําว่าพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทยืนยันว่าไม่มีความจําเปึนจะต้องทําทันทีโดยรวบรัดอย่างนี้ อันนี้ ผมฝากเตือนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกและ ครม. ด้วยว่าสมาชิกทุกท่านว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องความเปึนความตายของประเทศ เปึนเรื่องเงินของประเทศนะครับ ท่านตัดสินใจผิดคือผิดนะครับเรื่องนี้ ผมอยากจะบอกว่า อย่างนี้ ผมเดาเอาว่าเค้าลางของวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดีที่ผ่าน สิ่งแน่ ๆ ที่จะเห็นวันนี้เดี๋ยวก็ต้องโหวต แล้วทุกอย่างก็คงจะจบ ผมก็เดาเอาว่าทุกอย่างก็ต้องผ่าน พระราชบัญญัติป้ ๒๕๕๓ ๑.๗ ล้านล้านบาท ต้องผ่าน เพราะฉะนั้นนะครับผมคิดว่า โทรทัศน์นี้ถ่ายทอดอยู่และชัดเจน สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านกําลังดูอยู่ ผมฝากความหวัง ไว้กับวุฒิสภานะครับ ท่านช่วยดูหน่อย ตรงผมเอาไม่อยู่ พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วุฒิสภาช่วยดูให้ที อันนี้ท่านเปึนความหวังนะครับท่านวุฒิสมาชิกทุกท่าน ข้อ ๑ นะครับ
ข้อ ๒ วันนั้นเรายังบอกว่าคนไทยทั้งประเทศจะเปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมสรุปเลยนะครับ ข้อ ๒ หนี้สรุปแล้วไม่ใช่จะเปึนหนี้นะครับ เปึนหนี้แน่นอน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพียงแต่ท่านจะทยอยกู้วันไหนแค่นั้น อันนี้ผมย้ําเลย
ข้อ ๓ ตอนนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกู้มันเปึนเงินค่อนข้างมหาศาล ตัวเลขของงบกระตุ้นไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ช่วยตอบชัด ๆ อีกทีนะครับเพื่อคน ทางบ้านจะได้เข้าใจ ท่านกู้มาจํานวนนี้ กู้จํานวนนี้ แล้วก็กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะถามว่าตกลงมันต้องกู้อีกไหม หรือท่านจะเอาเงินตรงไหนมาโปะช่วยชัด ๆ ที อธิบายให้ชัดเจน ข้อ ๓ นะครับ
ข้อ ๔ ตรงนี้อาจจะไม่ใช่คําถาม วันนั้นผมบอกว่าถ้าท่านตัดสินใจให้ผ่าน ทั้งหมดท่านจะสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเองในการกู้เงินนะครับ วันนี้ผมขอใช้ประโยคใหม่ เปึนคําเตือนและบ่นด้วยนะครับ บอกว่า อยู่ดี ๆ แท้ ๆ เลย อยู่ดี ๆ นะครับไปสร้างหนี้ ให้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ผมย้ํานะต่างกับป้ ๒๕๔๐ วันนั้นสถาบันการเงินพังด้วยตัวเอง วันนี้ท่านเอามือไปซุกหีบครับ อยู่เฉย ๆ เอามือไปซุกในหีบเขามา เพราะฉะนั้นท่านได้ สร้างหนี้ให้ตัวเอง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ใหญ่โตนะครับ
เพราะฉะนั้นตามด้วย ข้อ ๕ ครับ ท่านคิดว่าจะเอามาทํามาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วผมแม้กระทั่งเรื่องการตั้งงบต่าง ๆ ผมฝากท่านด้วยความเปึนห่วงบอกว่า ท่านจะกระตุ้นอะไรท่านเอาให้ชัดเลยนะครับ แล้วจุดมุ่งหมายต้องชัด ท่องเที่ยวเอาไหม ส่งออกเอาไหม หาตลาดใหม่อย่างไร ตลาดข้าวอย่างไร ผมว่าตรงนี้ท่านต้องเอาให้ชัด ถ้าไม่สําเร็จนะครับคนไทยวันนี้เปึนหนี้แน่นอนแล้วครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ วัน ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สําคัญ
ข้อต่อไปนะครับ ท่านเพิ่งจะของบประมาณกลางป้เพิ่มเติมไป ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท อันนี้เปึนคําแนะนะครับว่าท่านยังไม่เอามาใช้ไม่ไหม ท่านไปรีดออกมาให้ หมดก่อน แล้วตรงนี้ท่านมาขอกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่าผลีผลาม มันพูดคล้าย ๆ ข้อเมื่อกี้นะครับ และครั้งที่แล้วที่ผมบอกว่าตกลงเอาไปอีลุ่ยฉุยแฉก หรือ อีหลุยฉุยแฉก นะครับ ถ้าใครเป่ดปทานุกรมช่วยบอกมาที ปรากฏมีคนทางบ้านเขาไปเป่ดแล้วเขา บอกว่า อีลุ่ยฉุยแฉก เปึนคนที่ถูก เพราะฉะนั้นผมหวังว่าท่านตระหนักถึงคําคํานี้ดีนะครับ
ข้อ ๗ อีกทีหนึ่งที่คราวที่แล้วคุณหมอชลน่านเอามาตรา ๗ ให้ผมอ่าน ผมไม่อ่านซ้ําแล้วนะครับ กู้ไปก่อนแล้วค่อยตรวจสอบทีหลัง มาตรวจสอบอีกทีทําไมให้มัน ช้ําใจ ก็เปึนหนี้เขาไปแล้วเสียเขาไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สําคัญนะครับ
ข้อ ๘ เรื่องกู้บังคับแน่นอนอยู่แล้วโดยเงื่อนกฎหมายว่าต้องกู้ในประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เขาเอามือมาแตะตรงนี้ไมค์หยุดเลยครับ ขอโทษครับผมต่อเลยครับ จะจบอยู่แล้วครับอีกเดี๋ยวเดียวครับใจเย็น ๆ ครับ เรื่องกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้ขายพันธบัตรให้ประชาชน ท่านเชื่อครับ ท่านเชื่อผม ขายพันธบัตรให้ประชาชนเอาให้เห็น ๆ ไปเลยครับ แล้วท่านจะได้คะแนนโปร่งใสธรรมาภิบาล ประการที่ ๒ ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ เงินทองไม่พอประชาชนไม่มีเงินมาซื้อเขาไปซื้อกองทุน เกาหลีกองทุนอะไรของเขาไม่รู้ไปฝากธนาคาร กู้ กบข. หรือกู้ประกันสังคม
ข้อ ๙ ผมขอกาดอกจันทน์ครับท่านช่วยตอบทีหนึ่ง ครั้งที่แล้วท่านยังไม่ได้ ตอบผมนะครับผมอยากฟัง และเดี๋ยวผมจะนั่งฟังด้วยนะครับ คนไทยจะเปึนหนี้ต่อหัว ตกลงในที่สุด ๑.๔๓ ล้านล้านบาทผ่านไปแล้ว ตกลงจะไปอยู่ที่เท่าไรครับ พูดให้ชาวบ้าน เขาได้ยินเลย เขาจะเปึนหนี้ต่อหัวต่อคนใน ๖๐ กว่าล้านคนคนละเท่าไร นี่ ๙.๑ นะครับ
๙.๒ เราจะเปึนหนี้ไปนานกี่ป้ ทั้งหมดจะเปึนหนี้ไปกี่ป้ นี่ผมนั่งถกกันข้างใน บางคนเขาบอก ๘ ป้ บางคนบอก ๑๒ ป้ บางคนบอก ๑๘ ป้ถ้าใครมีลูกวันนี้ลูกโต เปึนหนุ่มพอดีใช้หนี้หมด ท่านตอบให้คนไทยทั้งประเทศสบายใจครับ ๙.๒
๙.๓ ข้อ ๙ ต้องถาม ๑ ๒ ๓ จริง ๆ ๙.๓ ท่านมีวิธีอย่างไรที่เปึนรูปธรรม ชัดเจนที่จะหาเงินมาใช้หนี้ อย่าเพิ่งมาบอกหาแล้วเหลือเปึนเงินสะสมอะไรอย่าเพิ่งพูด นะครับ เอาแค่หาเงินใช้หนี้ก้อนนี้ก่อนท่านจะหาจากที่ไหนนะครับ
ข้อ ๑๐ คราวที่แล้วเปึนข้อแนะนํา คราวนี้เปึนข้อตําหนิแล้วก็บ่นด้วยครับ บอกว่าครั้งที่แล้วผมบอกค่อย ๆ กู้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ มากระตุ้น ทําไมต้องโหม เที่ยวนี้ผมว่า เยอะเกินไป ผมบ่นเลยครับ ท่านกู้เยอะเกินไปแทนที่ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหยุดก่อน แล้วก็เอาไปป่ดหีบให้ทัน เหลืออีกตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามากระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านไม่ควรรีบอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านจะสง่างามขึ้นกว่านี้ อีกเยอะ อันนี้ด้วยรักและปรารถนาดีนะครับผมพูดตรง ๆ อันนี้เยอะเกินไปไม่ต้องรีบครับ อย่างไรหมูอยู่ในอวยอยู่แล้วถ้าภาษาง่าย ๆ จบ อย่างไรท่านยกมืออย่างไรฝ์ายรัฐบาล ก็ต้องชนะ ค่อย ๆ เปึนค่อย ๆ ไป เรื่องนี้ผมบอกเลยนะครับ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สําคัญคือ ตรวจสอบยากนะครับ อย่างอื่นผมจะฝากไว้เฉย ๆ ว่าผมอยากฝากผ่านท่านประธานสภา ไปยังนายกรัฐมนตรีนะครับ อันนี้ผมพูดซ้ํานะครับ ท่านดูเรื่องหารายได้เข้าประเทศเถอะ หารายได้เข้าประเทศ หารายได้เข้าประเทศ หารายได้เข้าประเทศ นี่ผมไม่ได้แผ่นเสียง ตกร่อง ผมพูด ๓ ครั้งนะครับ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีจัดออกมาเปึนรูปธรรม ทีมเศรษฐกิจของท่าน นี่ถ้าผมไม่เกรงใจผมจะข้ามไปช่วยนะครับแต่ผมไปไม่ได้ครับท่าน เราอยู่ตรงนี้ ปล่อยผมอยู่ดีเถอะนะครับ หารายได้เข้าประเทศเอาให้ชัดเจนนะครับ แล้วก็ ตรงนี้ ๒-๓ ท่อนสุดท้ายนี่สําคัญหมดนะครับ ผมไม่อยากให้ท่านรับความเสี่ยงการลงทุน เมกะโปรเจคต์หรือโครงการใหญ่ ๆ มาเองทั้งหมด เรื่องนี้ผมพูดจริง ๆ นะครับ อันนี้ ก็ด้วยความปรารถนาดีท่านเอามาเสี่ยงหมดน่ากลัว คราวนี้ความน่ากลัวมันอยู่ตรงนี้ สิครับ เอกสารแผ่นนี้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ครั้งที่แล้วผมเกือบหลวมตัวเชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วครับท่านประธาน ผมบอกว่าอย่าเอาเรื่องรถไฟใต้ดิน เอาเรื่อง รถไฟรางคู่ อย่าเอาสาธารณูปโภค ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอแยกเปึน ๒ กองครับ กองหนึ่งอย่างไรประเทศนี้ต้องทําด้วยตัวเอง แบ่งให้สัมปทานให้อะไรใครไม่ได้เลย นี่คือกองแรกครับ แต่กองที่สองท่านช่วยดูทีเถอะ เงินทุนในประเทศที่ว่ามีกันเยอะ ๆ ธนาคารต่าง ๆ ให้เขาเข้ามาลงทุนกระจายความเสี่ยงครับ ภาคเอกชนนะครับเขากระจาย ความเสี่ยง เขาไม่แบกความเสี่ยงไว้เองหมด เขาต้องลดความเสี่ยง แล้วเรื่องบางเรื่อง นะครับ เรื่องการลดค่าใช้จ่ายผมอยากจะเรียน ผมขออนุญาตเอาประสบการณ์เอกชน มาเล่าสู่กันฟังในสภานี้นะครับ ป้ ๒๕๔๐ ต่อ ๒๕๔๑ ครับ ผมต้องเมเนจองค์กรผม ทั้งองค์กรซึ่งค้าขายหลายแสนล้านบาท ยอดตกลงมา ๗๕ เปอร์เซ็นต์ตอนนั้น เศรษฐกิจตก ท่านรู้ไหมครับทําอย่างไร อันนี้ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสั้น ๆ สักนาที ๒ นาทีเผื่อจะเปึนประโยชน์กับสภานี้นะครับ พนักงานทํางาน ๑๕ วันอีก ๑๕ วันหยุด ทําไมต้องหยุด ไม่อย่างนั้นสินค้าก็ออกมา สมมุติ รถยนต์คันหนึ่งออกมาเราก็ต้องจ่ายให้บริษัทต่าง ๆ ออกไป ๖๐๐-๗๐๐ บริษัทแล้วครับ เขาเอาอะไหล่มาส่ง เอายาง เอาทุกอย่างมาส่งเราก็ต้องส่งยางเขา พอประกอบออกมา เปึนคันนะครับ คันหนึ่งล้านกว่าบาท จอดเฉย ๆ ไม่ขายก็เสียดอกเบี้ย ตรงนี้ต้องกลับมา คิดหลาย ๆ ต่อ แล้วท่านรู้ไหมครับว่าทําไมไม่ให้ ๑๕ วันมาทํางาน ท่านอาจจะพูดว่า เรื่องนี้เหลือเชื่อแต่เราคิดละเอียดอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ พนักงาน ๑ คนเข้ามาทํางาน เกิดอะไรขึ้นครับ ต้องเข้าห้องน้ํากดชักโครกครั้งหนึ่งน้ําไหลไป ๔ ลิตร พนักงานเรามีเปึน หมื่น ๆ คนครับ พนักงานผู้หญิงเข้าห้องน้ําใช้กระดาษทิชชูกี่ม้วนต่อวันผลสุดท้ายกระจาย ด้วยอย่างไร ตอนเที่ยงปุ็บก่อนจะออกทุกคนต้องมีสายไฟดึงเพื่อให้ป่ดไฟ ป่ดแอร์ บ่ายโมงเข้ามาถึงเป่ดแอร์ เรื่องนี้ต้องคิดละเอียดมากภาคเอกชนคิดกันอย่างนี้ แต่ผมมา คิดวิธีหลวม ๆ ของการใช้เงินอย่างนี้ผมพูดตรง ๆ นะครับ ไม่สบายใจครับ ไม่สบายใจและ เปึนห่วงมากว่าทําไมมันง่ายอย่างนี้ เงินตั้งไม่รู้กี่ล้าน ๆ แล้วคิดกันได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ผมบอกเลยท่านกระจายความเสี่ยงออกไป ผมย้ํานะครับ ให้ความเสี่ยงให้เขาไปลงทุน กันบ้าง สิ่งที่สําคัญอีกอันหนึ่งเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาเกือบ ๔๐ ล้านคน เมื่อสักครู่ผมพูด ถึงเรื่องงบไปแล้วได้อยู่ ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูแลเขาหน่อยนะครับ ผมเปึนห่วงราคายาง ราคาปาล์ม ราคาปาล์มน้ํามัน ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย โดยเฉพาะราคาข้าว ราคา ลําไย ราคาเงาะเยอะแยะไปหมดครับ ทั้งหมดผมคิดว่าผมได้คุยมาพอสมควรนะครับ ทุกอย่างผมย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ ด้วยความปรารถนาดีผมอยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเปึนไป ด้วยดีนะครับ อย่างไรผมหวังว่ารัฐบาลท่านได้ทําพระราชบัญญัติเงินกู้ไปแล้วนะครับ พระราชบัญญัติเงินกู้ พระราชกําหนดเงินกู้ พระราชบัญญัติงบประมาณ ทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ บวก ๑.๗ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๒.๕ ล้านล้านบาท ๔ วันเราคุยกันนะครับ เงิน ๒.๕ ล้านล้านบาท ถ้าถามว่าเยอะไหม เยอะ
สิ่งที่ผมจะกราบเรียนสุดท้ายนะครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์และคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารจัดการประเทศนี้โดยประมาณ ๖ เดือน ประโยคนี้ สําคัญครับ ท่านใช้งบประมาณชาติ ๑.๘ ล้านล้านบาท งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านขอกู้โดย พ.ร.ก. พ.ร.บ. ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านจะมีงบรวม ทั้งหมดเลย โครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมว่าคนทางบ้านฟังงงตาย สรุปถ้า สั้น ๆ นะครับ ถ้าท่านกําลังขออีก ๑.๗ ล้านล้านบาท ถ้าไม่นับ ๑.๗ ล้านล้านบาท สิ่งที่ผม จะพูดสุดท้ายก็คือรัฐบาลนี้ ผมเดาว่าวิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เศรษฐกิจไม่ดี หาเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจเข้าไป ใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าไป ผมไม่อยาก ไปเปรียบเทียบนะครับ บางครั้งท่านต้องเก็บหน้าตักไว้บ้างนะครับ ถ้าท่านเทหมดหน้าตัก ทีเดียวถ้าพลาด หมดครับ เจ๊ง แน่นอนที่สุดคนไทยทั้งประเทศได้รับผลอันนั้นแน่นอน ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เหตุการณ์ป้ ๒๕๔๐ กับป้นี้ไม่เหมือนกัน ผมเคยพูดไปแล้ว ผมไม่อยากให้ตอนจบมันเปึนเรื่องเศร้าเหมือนกัน หวังว่ารัฐบาลคงจะผ่านพ้น ในการบริหารจัดการประเทศไปด้วยดีนะครับ ผมเอาใจช่วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวผมจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ ก่อนจะป่ดการอภิปราย เชิญท่านรัฐมนตรี กรณ์ จาติกวณิช ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ตอบคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ บรรยากาศการ อภิปรายก็เปึนไปอย่างดี ถึงแม้ผมอาจจะไม่ซุกซนเท่าท่านมิ่งขวัญนะครับ แต่ก็จะ พยายามที่จะรักษาบรรยากาศนี้ไว้
ประเด็นคําถามแรกที่ท่านมิ่งขวัญ ขออนุญาตเอ่ยนามได้ตั้งไว้นะครับ เรื่องของความผิดปกติ นี่คือคําพูดของท่านต่อสาเหตุที่ทางรัฐบาลได้ปรับลดงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๑๓ ลงจากกรอบเดิมที่กําหนดไว้ที่ ๑.๙ ล้านล้านบาทลงมาเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท ก็คือปรับลดลงมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ปัญหาเศรษฐกิจ ยังมีอยู่ และทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศวัดโดยเงินสํารองระหว่างประเทศยังคงพอมี หรืออยู่ในระดับที่แสดงถึงความเข้มแข็งของประเทศ ผมก็จะต้องขออธิบายต่อ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายอยู่ว่า งบประมาณของเราในแง่ของปริมาณที่เราสามารถที่จะขาดดุลได้ มีข้อจํากัดทางกฎหมาย กล่าวคือเราจะต้องมีการประมาณการรายได้ของรัฐบาลในแต่ละป้ก่อนที่จะกําหนดเม็ด เงินงบประมาณ หลังจากนั้นก็มีกรอบกฎหมายโดยรวม ๆ ก็คือโดยประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เราสามารถจะขาดดุลได้เทียบกับเม็ดเงินงบประมาณโดยรวม เดิมทีทาง รัฐบาลคาดไว้ว่ารายได้ของรัฐจะอยู่ที่ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท แต่ด้วยความที่เรา ต้องการที่จะมีประมาณการที่ใกล้เคียงต่อความเปึนจริงเราก็ปรับลดลงมาตาม สภาวการณ์เศรษฐกิจลงมาเหลือ ๑.๓ ล้านล้านบาท ดังนั้นความจําเปึนเมื่อเราพูด ความจริงว่ารายได้ป้หน้า ด้วยความที่สภาวะเศรษฐกิจยังฝ๋ดเคืองไม่อยากที่จะรีดไถภาษี กับพี่น้องประชาชนมากเกินระดับที่มีความเหมาะสม ก็กําหนดระดับรายได้ไว้ที่ ๑.๓ ล้านล้านบาท ทําให้เรามีความจําเปึนที่จะต้องปรับลดงบประมาณประจําป้ลงมาที่ ๑.๗ ล้านล้านบาท ท่านมิ่งขวัญก็ถามนะครับว่าแล้วทําไมพูดง่าย ๆ คือไม่ไปแก้กฎหมาย ทําไมไม่ไปแก้กฎหมายทําให้สามารถที่จะขาดดุลได้เพิ่มเติม ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียน นะครับว่ากรอบกฎหมายที่ทางกระทรวงการคลังใช้มานับหลายสิบป้เปึนกรอบกฎหมาย ที่มีความสมเหตุสมผล เศรษฐกิจไทยผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคหลายสมัยก็ด้วยกรอบ กฎหมายที่กํากับปริมาณเม็ดเงินขาดดุลของรัฐบาลไว้ในแต่ละป้ และเราก็คิดว่าการที่ รายได้ที่ลดลงนําไปสู่การปรับงบประมาณให้มีปริมาณเม็ดเงินที่ลดลงก็เปึนการรักษาวินัย ทางการคลังของรัฐบาลได้เปึนอย่างดี ความหมายของกระผมก็คือแทนที่เมื่อเงินฝ๋ดเราก็ ปรับกฎหมายทําให้เราสามารถที่จะกู้ยืมได้เพิ่มเติมภายในกรอบงบประมาณ แทนที่จะไป พิจารณาว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนในส่วนของงบประมาณที่สมควรที่จะปรับลดลงได้ ค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอาจจะยังไม่มีความจําเปึน ไม่เร่งด่วน สามารถที่จะปรับลดลงได้ก็คือการรักษาวินัยนั่นเอง ดังนั้นเราจึงตัดสินใจนะครับว่า แนววิธีที่เหมาะสมก็คือการรักษากรอบวินัยทางการคลังไว้ด้วยการคงไว้ซึ่งกรอบ กฎหมายเดิม และนั่นก็คือการนําไปสู่การปรับลดค่าใช้จ่ายในเกือบทุกกระทรวง ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่าค่าใช้จ่ายประจําของทุก ๆ กระทรวงนอกจาก กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง ปรับลดลงเกือบทั้งหมด และนี่ก็คือการแสดงออกถึงวินัยทางการคลังของทางรัฐบาล แต่ท่านมิ่งขวัญก็พูดถูก ว่าในงบประมาณที่เรากําลังพิจารณาอยู่คืองบป้ ๒๕๕๓ นั้นงบลงทุนเหลือน้อยมาก หลังจากได้มีการปรับเม็ดเงินงบประมาณลงจาก ๑.๙ ล้านล้านบาท เหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท งบลงทุนเหลือเพียงแค่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เทียบกับเม็ดเงินโดยรวม ตรงนี้ท่านมิ่งขวัญก็เรียนนะครับว่า ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเราเห็นด้วยครับ อันนี้ก็คือสาเหตุที่เมื่อวันจันทร์ วันอังคารที่ผ่านมาทางสภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณากฎหมายพิเศษ ๒ ฉบับ ให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้ยืมเพิ่มเติมเพื่อนํามาใช้ในโครงการการลงทุนแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งป้ ๒๕๕๕ นี่ก็เปึนคําตอบให้แก่ท่านนะครับว่าเราเห็นแล้วว่าเม็ดเงินลงทุนตามที่ ท่านได้เรียนไม่เพียงพอ และประเทศไทยมีความจําเปึนที่จะต้องลงทุนเพิ่มเติมในช่วง ๓ ป้ ข้างหน้า และนั่นก็คือสาเหตุที่มาของกรอบความคิดของเรา ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเปึน เราก็รักษาวินัยด้วยการปรับลดลง ท่านพูดถึงงบกลางป้นะครับว่าทําไมถึงมีส่วนที่ ให้กระทรวงที่มีบทบาททางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างมาก เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในสัดส่วนที่น้อย ผมก็ขออนุญาตเรียน นะครับความจริงก็ชี้แจงกันไปหลายรอบทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ ทั้งกระผมเองนะครับเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่างบกลางป้นั้นมีไว้เพื่อตอบโจทย์พิเศษ โจทย์หนึ่ง ณ วันที่เราเข้ามาบริหาร โจทย์ปัญหาตอนนั้นก็คือกําลังซื้อในเศรษฐกิจ ที่หดหายไป ความท้าทายของเราก็คือจะออกนโยบายหรือออกมาตรการอย่างไรที่จะมา ทดแทนกําลังซื้อของพี่น้องประชาชน กําลังซื้อของภาคเอกชนที่หายไป นั่นก็คือที่มาของมาตรการหรือนโยบายภายใต้งบกลางป้ที่เรานํามาใช้ เราก็คิดนะครับว่า วิธีไหนที่จะสามารถที่จะผันเงินจากส่วนของรัฐบาลไปถึงมือพี่น้องประชาชนที่มีความ เดือดร้อน เพื่อให้พี่น้องประชาชนนําเงินส่วนนั้นกลับมาใช้โดยด่วน ทําให้มีการหมุนเวียน เม็ดเงินนั้นในระบบเศรษฐกิจ และนั่นก็คือสาเหตุที่เราได้มีมาตรการในเรื่องของการ เรียนฟรีเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองทั่วประเทศ มีมาตรการในเรื่องของเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ มีเรื่องของเช็คช่วยชาติ เหล่านี้ทั้งหมดก็คือการผันเงินในส่วนของรัฐบาลไปให้กับ เอกชนที่เดือดร้อน เพื่อเอกชนจะได้นําเม็ดเงินนั้นกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ อันนี้ก็คือ คําอธิบายนะครับว่า ณ วันนั้นทําไมถึงเรายังประเมินว่ากระทรวงที่มีความสําคัญครับ ยังไม่ถึงจังหวะเวลาที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้งบประมาณตามโจทย์ปัญหา ณ ขณะนั้น แต่ขณะเดียวกันเราก็พิจารณาครับว่า แผนที่จะต้องออกมาในรอบ ๒ ก็คือแผนที่เกี่ยวกับ การลงทุน และนั่นก็คือที่มาของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แต่ในส่วนของงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๓ ท่านมิ่งขวัญ ต้องขออนุญาตกล่าวนามอีกครั้งนะครับ ท่านประธาน ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งว่าทําไมสัดส่วนของกระทรวงที่มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ท่องเที่ยว เช่น อุตสาหกรรม เช่น เกษตร เช่น พาณิชย์ ถึงมีเม็ดเงินงบประมาณที่ท่าน พูดเหมือนกับว่าต่ําแบบระดับผิดปกติ คิดเปึนสัดส่วนของงบประมาณโดยรวม ท่านบอกว่ากระทรวงอุตสาหกรรมทําไมมีงบประมาณเพียงแค่ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณโดยรวม ก็คือ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของ ๑.๗ ล้านล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ ภาคอุตสาหกรรมนั้นมีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของไทย ท่านพูดคล้าย ๆ กับว่ากระทรวง อุตสาหกรรมมีหน้าที่ในการไปลงทุนสร้างอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ใช่ครับ หน้าที่ในการลงทุน การสร้างกําลังการผลิต การสร้างอุตสาหกรรมนั้นเปึนหน้าที่ของภาคเอกชน ส่วนหน้าที่ ของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นก็คือหน้าที่หน้าที่ที่จะเอื้อให้ภาคเอกชนสามารถที่จะ ลงทุนได้ ผมขออนุญาตนะครับ เพื่อความชัดเจนเลยนะครับ ท่านวิพากษ์ว่าทําไม งบประมาณของเรา รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันนี้ถึงจัดสรร งบประมาณให้กระทรวงอุตสาหกรรมเพียง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านพูดอย่างนั้น ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่า ในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ คือป้ปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลของท่าน เปึนผู้ร่าง ท่านทราบไหมครับว่างบประมาณสําหรับกระทรวงอุตสาหกรรมคิดเปึน เปอร์เซ็นต์ของงบป้ ๒๕๕๒ นั้น อยู่เท่าไร ทราบไหมครับ ผมตอบแทนท่านครับ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ เท่ากันเป็ะเลยครับ เท่ากันเป็ะเลย แล้วไม่ใช่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเดียวครับ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ท่านบอก โอ้ย ท่องเที่ยวสําคัญนักหนา ทําไมให้งบแค่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณโดยรวม งบประมาณของรัฐบาลท่านเท่าไร รู้ไหมครับ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของเราท่านบอกว่าต่ํามาก เกษตรกรไม่สําคัญหรืออย่างไร สําคัญครับ แต่บทบาทหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์นั้น มีความจําเปึนต้องใช้งบประมาณเพียงแค่ ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ของงบโดยรวม รัฐบาลของท่านให้ไว้ ๓.๖ เปอร์เซ็นต์ มากกว่านิดหนึ่งครับ แต่ก็อยู่ในระดับทัดเทียมกัน กระทรวงพาณิชย์เท่ากันเดะเลยครับ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณฉบับปัจจุบัน ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ในงบประมาณของท่าน ก็มีกระทรวงศึกษาธิการที่ในส่วนของรัฐบาล ปัจจุบัน งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่มีสัดส่วนที่จัดสรรงบประมาณให้มากกว่ารัฐบาล ของท่านก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในงบประมาณปัจจุบันเทียบกับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ในงบประมาณของท่าน ตามที่ผมได้เรียนนะครับ มีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่เรา มองว่าไม่จําเปึนในหลาย ๆ กระทรวง กระทรวงที่ถูกปรับลดมากที่สุดก็คือ กระทรวงของ ท่านนายกรัฐมนตรีเองครับ ก็คือสํานักนายกรัฐมนตรี เดิมทีในงบประมาณป้ที่แล้ว มีสัดส่วนงบประมาณ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ ป้นี้ตัดลดลงเหลือ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็สะท้อน ให้เห็นนะครับว่าในวิธีการนําเสนอตัวเลขของท่านนั้น ไม่สะท้อนต่อความตั้งใจที่จะสร้าง ความกระจ่างหรือความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่าบทบาทหน้าที่ของแต่ละ กระทรวงคืออะไร และความเหมาะสมในแง่ของสัดส่วน การจัดสรรงบประมาณอะไร ท่านวิพากษ์วิจารณ์มา ท่านไม่ดูตัวท่านเองครับว่าในสมัยที่ท่านมีอํานาจ ท่านได้ทําไว้ อย่างไร ผมขออนุญาตอธิบายชี้แจงในประเด็นนี้เพราะผมถือว่าเปึนประเด็นที่มีความสําคัญ ข้อเท็จจริงอันดับแรกก็คือ ณ ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบตามนิยามของธนาคาร แห่งประเทศไทยมีอยู่ประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท กฎหมาย ๒ ฉบับที่เราได้พิจารณาไป มอบอํานาจให้กับกระทรวงการคลังกู้ยืม ๘ แสนล้านบาทก็คือต่ํากว่าครึ่งหนึ่งเล็กน้อย ๑.๗ ล้านล้านบาทเปึนเม็ดเงินที่ ณ ปัจจุบันไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ภาคเอกชนเลือก ที่จะไม่ใช้ ภาคเอกชน ณ ปัจจุบันไม่มีกําลังที่จะลงทุน ไม่มีกําลังที่จะบริโภค เงินมันจึง เหลือในระบบ มันก็มีอยู่ ๒ ทางครับ รัฐบาลอยู่นิ่งเฉยไม่ทําอะไรหรือรัฐบาลเลือกที่จะ หยิบเม็ดเงินนั้นมาใช้เพื่อเศรษฐกิจจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ทีนี้ความหมายของการใช้เงิน ของรัฐบาลคืออะไรครับ ผมขออนุญาตชี้แจงท่านประธาน เม็ดเงินที่มีอยู่ในระบบไม่มีใคร กล้าที่จะหยิบมาใช้ ถามว่าทําไมไม่ใช้ละครับ ก็กําลังซื้อมันไม่มี โรงงานผลิตได้ ๑๐๐ ตอนนี้มีคนซื้อแค่ ๕๐ ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องลงทุนในการขยายโรงงาน ความต้องการ สินเชื่อลดลง ความพร้อมในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารก็ลดลงเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อ ออร์เดอร์สินค้าน้อยลงในส่วนของผู้ประกอบการ ความเสี่ยงในแง่ของธนาคาร ในการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน รัฐบาลก็จึงเพิ่มบทบาทของ ตัวเองในการที่จะหยิบเม็ดเงินนั้นมาใช้ เมื่อหยิบเม็ดเงินมาใช้ในการลงทุนภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง รัฐบาลก็ต้องไปซื้อวัสดุก่อสร้างบ้าง ไปจ้างงานบ้าง ก็คือการ จ้างงานพี่น้องคนไทยด้วยกันนั่นเอง พี่น้องคนไทยด้วยกันนั่นเองที่ได้งานจากโครงการ ไทยเข้มแข็งก็มีรายได้ในกระเปิาครับ มีรายได้ในกระเปิาก็ไปใช้บ้าง เอาไปฝากบ้าง เวลา ไปซื้อของร้านค้าเหล่านั้นได้รับเงินมาก็เอาไปฝากในธนาคารเช่นเดียวกัน เงินมันก็กลับ เข้าไปสู่ในระบบ เงินมันไม่ได้หายไปไหนครับ เวลาเราพูดกันถึงสภาพคล่องที่หายไป ท่านพูดเหมือนกันว่า เงินมันหายไปในอากาศ ไม่ใช่ครับ เงินมันหมุนเวียนครับ แต่มันยัง อยู่ในระบบ สภาพคล่องยังคงเดิม นอกจากนั้นผมจะขอเรียนด้วยซ้ําไปครับว่า เมื่อเอกชน เดิมทีปัจจุบันขายของให้ใครไม่มีใครซื้อ แต่เมื่อรัฐบาลเริ่มลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล ๑.๕ ล้านล้านบาท โครงการทั่วประเทศ สิ่งที่เอกชนได้รับก็คือออร์เดอร์สินค้าจากทาง รัฐบาล เอกชนขายของได้ครับ ตอนนี้ขายให้กันเองไม่ได้แต่ก็ขายให้รัฐบาลได้ เมื่อเอกชน ขายของให้รัฐบาลได้รายได้เอกชนก็มี ในแง่ของความเสี่ยงที่มีในสายตาของ ธนาคารก็ลดลงเช่นเดียวกัน เพราะธนาคารเห็นแล้วว่าเอกชนจะมีรายได้ รายได้ที่ มั่นคงด้วยเพราะเปึนรายได้ที่ได้จากรัฐบาล เพราะฉะนั้นความพร้อมในส่วนของธนาคาร ที่จะปล่อยกู้ให้กับเอกชนหรือผู้ประกอบการเหล่านั้นก็จะดีขึ้นเช่นเดียวกัน อนาคตเมื่อ บริษัทนั้นมีความจําเปึนที่จะต้องการเข้าถึงวงเงินสินเชื่อของตนเอง ธนาคารก็พร้อมที่จะ ปล่อยกู้ให้มากกว่า ณ ปัจจุบันที่ไม่มีออร์เดอร์สินค้าเลย ท่านได้พูดถึงการช่วยเหลือ เอสเอ็มอี โดยเฉพาะท่านพูดถึง เอสเอ็มอี ต่างชาติ ความจริงผมได้ชี้แจงในประเด็นนี้ ไปแล้วนะครับว่าอันดับแรกแน่นอนที่สุดครับ ผมให้ความสําคัญต่อบริษัทที่มีเจ้าของเปึน คนไทยด้วยกันก่อนอื่นแน่นอน แต่ผมขออนุญาตเรียนในที่นี้นะครับว่าผมจะไม่ปฏิเสธ ที่จะหาทุกวิถีทางที่จะช่วยผู้ประกอบการทุก ๆ ราย ทุก ๆ เจ้าที่ดําเนินกิจการอยู่ใน ประเทศไทย จ้างคนไทยทํางาน จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลไทย ถ้าเขาเดือดร้อนผมมองว่า หน้าที่ของรัฐบาลก็คือต้องช่วยเขาด้วย เราอุตส่าห์มี บีโอไอ (BOI) ไปถึงบริษัทเหล่านั้น มาลงทุน สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างภาษีให้กับทางรัฐบาล สุดท้ายแล้ว พอเขามีปัญหาเราเลือกที่จะไม่ช่วยเหลือเขาเพียงเพราะเขามีผู้ถือหุ้นเปึนต่างชาติ ผมคิดว่านั่นเปึนความคิดที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็แล้วแต่ยืนยันอีกครั้งนะครับเพื่อความ ชัดเจน เอสเอ็มอี ไทยจะได้รับโอกาสในง่าของความช่วยเหลือจากรัฐบาลก่อนแน่นอน
ทีนี้ผมขอวกกลับมาในส่วนของแหล่งเงินกู้ อันดับแรกขอยืนยันอีกครั้ง นะครับว่า ทั้งหมดนี้เรากู้ยืมจากภายในประเทศเท่านั้น ในส่วนของพระราชกําหนดและ พระราชบัญญัติ ทางกระทรวงการคลังก็ได้ประกาศเจตนาตั้งใจชัดเจนว่าเราจะออก พันธบัตร มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เม็ดเงินรอบแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราเงินฝาก ที่ได้รับอยู่ ณ ปัจจุบัน ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดก็คือผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพาจากตัวดอกเบี้ย ซึ่ง ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ําที่สุดในประวัติการณ์ ดังนั้นเราก็จึงพร้อมที่จะขายพันธบัตร ให้กับผู้มีเงินออมในกลุ่มนี้ ท่านก็บอกว่าขอให้ขายทั้งหมดเลย ให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่ทําเช่นนั้น ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับว่า อันดับแรกเลย ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนตัวเลขตัวต้น อาจจะมากกว่านั้น ถ้าไม่มีคนซื้ออาจจะน้อยกว่านั้น แต่ผมมั่นใจว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทขายหมดแน่นอน แต่สาเหตุที่ผมขอยืนยันไว้ในที่นี้เลย ครับว่า ผมไม่มีวันครับที่จะระดมทุนทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยการออกพันธบัตร ในลักษณะนี้โดยตรงต่อพี่น้องประชาชน สาเหตุเพราะอะไรครับ เพราะมันไม่ยุติธรรมต่อ ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ท่านทราบไหมครับว่าเงินฝากทั้งหมดในระบบมันมีอยู่ กี่บัญชี ประมาณ ๕๐ ล้านบัญชีครับ ซึ่งพวกเราหลาย ๆ คนก็มีมากกว่า ๑ บัญชี ก็อาจจะ หมายถึงจํานวนผู้ที่มีบัญชีจริง ๆ สักประมาณ ๒๐ ล้านคนก็คงประมาณนั้น แต่ประเด็น ที่สําคัญมากกว่านั้นนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินฝาก ทั้งหมดในระบบอยู่ในมือคนเพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ที่รวยที่สุด คือพูดง่าย ๆ จาก ๕๐ ล้าน บัญชีนี่นะครับ ๔๐ กว่าล้านบัญชีนี่เอาเงินมารวมกัน มีมูลค่าเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑ใน ๑๐ ของเงินฝากทั้งหมดในระบบ
ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านรัฐมนตรี
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านรัฐมนตรีอภิปราย จนท่านรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งนั่งหลับเลยครับ
นี่ไม่ใช่การประท้วงนะครับ เชิญนั่งลงครับ
ผมไม่แน่ใจว่า มีใครนั่งหลับหรือไม่อย่างไรนะครับ แต่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็คงรับทราบครับว่า พวกเราทุกคนทํางานกันหนัก และดึกดื่นกันมา ๔ วัน ๔ คืนติด ๆ กันนะครับ แต่นี่ก็ตามที่ ผมได้เรียนในการชี้แจงในครั้งแรกของผมเมื่อประมาณ ๒ วันที่แล้ว อาทิตย์นี้เปึนอาทิตย์ และรัฐบาลก็นําเม็ดเงินส่วนนั้นมาสร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับประชาชนทําให้ความ จําเปึนที่จะต้องกู้ยืมเพิ่มเติมนั้นลดลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือตรงกันข้ามครับ ถ้ารัฐบาลไม่มีแผนไทยเข้มแข็ง รัฐบาลอยู่นิ่งเฉยบริหารบ้านเมืองเหมือนกับในช่วง หลาย ๆ ป้ที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือหนี้ครัวเรือนหนี้ของภาคประชาชนจะเพิ่มขึ้น เช่น เดียวกันกับทิศทางการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนตลอดช่วง ๖–๗ ป้ที่ผ่านมา ท่านได้พูดถึงหุ้นก็ต้องขอขอบคุณก่อนอื่นนะครับที่ได้พูดถึงความรู้ของผมที่เกี่ยวกับเรื่อง ของหุ้นต่าง ๆ นานาก็จริงครับ ผมทํางานอยู่ในวงการตลาดทุนมาหลายป้นะครับ ผมจะ ขอเรียนสั้น ๆ ในเรื่องนี้นะครับว่า ท่านวิพากษ์วิจารณ์ว่าหุ้นขึ้นไม่ได้หมายความว่า เศรษฐกิจดี แต่ขณะเดียวกันท่านก็บอกว่านี่หุ้นมันลงแล้วแสดงว่าประชาชนสิ่งที่รัฐบาล ทําอยู่ ท่านจะเอาทั้งขึ้นทั้งล่องไม่ได้ครับ ตกลงท่านจะเอาหุ้นมาเปึนตัววัดหรือไม่ อันนี้ ก็สุดแล้วแต่ผมก็จะขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตลาดหุ้นนี่เปึนตลาดที่มีการคาดการณ์ อนาคต คือพูดง่าย ๆ เปึนการเก็งกําไรนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราลงทุนวันนี้ก็คือ เราเชื่อว่าวันหน้าจะดีขึ้นนะครับ ไม่ได้หมายวามว่าลงทุนวันนี้ผลประกอบการของบริษัท จะต้องดีในวันนี้ เพียงแต่เราเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลทําอยู่จะนํามาซึ่งกําไรของผู้ประกอบการ ที่จะสูงขึ้นในอนาคต ณ วันที่พรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ ๔๕๐ นะครับถ้าผมจําไม่ผิด วันนี้ขึ้นไปสูงกว่า ๖๐๐ ปรับลดลงมาเล็กน้อยนะครับ ก็มีการขายเพื่อทํากําไรกันบ้าง อันนั้นก็สะท้อน ส่วนหนึ่งครับอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ผมเห็นด้วยว่านักลงทุนมองว่าอนาคตน่าจะดีขึ้น มีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในวันนี้เพื่อหวังผลตอบแทนในอนาคต แต่โดยสรุปเลยนี่ถามว่า ถ้าหุ้นขึ้นแสดงว่าทุกอย่างดีไหม ก็ไม่ใช่ ถ้าหุ้นแสดงว่าทุกอย่างเลวไหม ก็ไม่ใช่ แต่โดยรวม ๆ นะครับดีขึ้นดีกว่าลงนะครับ ผมคงขอพูดในเรื่องนี้เพียงแค่นั้นนะครับ และผมเชื่อว่าการที่หุ้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้วพวกเราคณะรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านก็ได้ออกไป ทํางานในการที่จะพูดคุยทําความเข้าใจกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วยนี่ก็สะท้อน ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งที่นักลงทุนมีต่อการทํางานของรัฐบาลต่อนโยบายของ รัฐและต่ออนาคตของเศรษฐกิจไทย
ท่านได้พูดถึงราคาน้ํามันนะครับผมก็ต้องขออนุญาตเรียนสั้น ๆ ในประเด็นนี้ นะครับว่า ราคาน้ํามันในช่วงที่ผ่านมาก็ตามที่ท่านได้เรียนครับถูกต้อง เราได้มีการปรับ ภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและกองทุนน้ํามันก็ได้เข้ามาแบกรับภาระภาษีนั้นแทนประชาชน ส่วนราคาน้ํามันที่ปรับสูงขึ้นมาจริงครับ แต่มันก็สอดคล้องกับราคาน้ํามันในตลาดโลก ที่ปรับขึ้นมาเช่นเดียวกัน
เรื่องของปุิยท่านก็พูดนะครับว่า เอ๊ะ ราคาปุิยเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งก็เปึนเพราะ ราคาน้ํามันเพิ่มขึ้นนั่นแหละเพราะว่าราคาน้ํามันก็เปึนตัวอ้างอิงในส่วนของราคา ตัววัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุิยนะครับ ทําไมเราไม่มีมาตรการอะไรเลยท่านก็พูดถึงสมัย ของรัฐบาลของท่านนะครับที่ท่านทํา แต่ขอเรียนนะครับผมพอจําได้ผมไม่อยากพูดมาก ในเรื่องนี้ไม่ได้เปึนผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่ประมาณเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ ท่านได้มีการ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาราคาปุิยขึ้นมานะครับ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทําให้ราคา ปุิยลดลงมาได้เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะมีการแต่งตั้งภาคเอกชนที่อยู่ในธุรกิจค้าปุิย เข้ามาเปึนคณะกรรมการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้คงไม่มีนโยบายที่จะ ดําเนินการการแก้ไขปัญหาราคาปุิยเช่นนั้น และแม้แต่งบประมาณที่รัฐบาลในช่วงนั้น ได้อนุมัติให้กับทางกระทรวงเกษตรไปดูแลเจรจาเรื่องของราคาปุิยนะครับก็ให้เม็ดเงิน งบประมาณไปเพียงแค่ ๓๐๐ ล้านบาทไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้
ท่านได้พูดถึงพระราชบัญญัติกู้เงิน ท่านบอกว่าตัวพระราชกําหนดนั้น เอาละ รับได้เร่งด่วนจริง แต่ผมก็ต้องขออนุญาตนะครับว่าครั้งหน้าถ้าท่านคิดว่าเร่งด่วน จริงนี่อย่าทําให้เราต้องเสียเวลาเลยครับด้วยการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความว่า เร่งด่วนจริงหรือไม่ ถ้าท่านคิดอยู่แล้วว่าเร่งด่วนจริงรู้อยู่แล้วแก่ใจนะครับ อย่าทําให้ เสียเวลาในการที่พวกเราจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนเลย แต่ในส่วนของพระราชบัญญัติ ท่านบอกว่าอันนี้นี่ท่านมีความกังวล ทําไมถึงจะต้องมี พระราชบัญญัติต่างหาก ทําไมถึงไม่เอาไปบรรจุไว้ในตัวงบประมาณ ผมก็ขออนุญาต เรียนนะครับ อันดับแรกว่าจะไปบรรจุไว้ในงบประมาณได้นี่ก็ต้องมีการแก้กฎหมาย การแก้กฎหมายเพื่อขยายกรอบการขาดดุลงบประมาณนี่ผมคิดว่าเสี่ยงมาก อันดับแรก นะครับ ในแง่ของเงื่อนไขเวลา อันดับที่ ๒ ในแง่ของสัญญาณที่จะส่งให้กับบุคคล ภายนอกนะครับว่า เอ๊ะ เรากําลังที่จะเริ่มขาดวินัยทางการคลังแล้วหรือไม่
อีกประเด็นหนึ่ง ที่มีความสําคัญนะครับว่า ทําไมเราถึงต้องพิจารณา เม็ดเงินโดยรวมทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ก็เปึนเพราะ โครงการการลงทุนทั้งหมดนี่มันคือ ๑.๕ ล้านล้านบาท สิ่งเราก็มีความตั้งใจว่าส่วนใหญ่ ของโครงการทั้งหมดนี่เราจะสามารถเริ่มได้ในช่วงป้แรก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเริ่ม ลงทุนนี่หลาย ๆ ท่าน ท่านมิ่งขวัญโดยเฉพาะเคยเปึนนักธุรกิจมาท่านทราบครับ ก่อนที่ ท่านจะเริ่มลงทุน ท่านต้องมีความมั่นใจก่อนว่าเงินท่านมี ก่อนที่ท่านจะกดปุ์มเริ่ม โครงการ ท่านต้องรู้ก่อนว่าเงินท่านจะมาจากไหน จะมาเมื่อไร ต้นทุนการเงินของท่าน จะเปึนอย่างไร เช่นเดียวกันครับ ทางรัฐบาลมีแผนจะลงทุน ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้พระราชกําหนดครับ แต่ผมการลงทุนของเรานี่คือ ๑.๕ ล้านล้านบาทในช่วง ๓ ป้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก่อนที่จะเริ่มดําเนินการในส่วนของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ก็ต้องมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนก็ต้องอยากรู้นะครับว่า มีเงินไหม เงินมา จากไหน เพราะฉะนั้นความจําเปึนที่จะต้องให้คําตอบที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก มันก็เปึน คําตอบต่อคําถามของท่านว่าทําไมเราถึงต้องพิจารณาทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมกันทีเดียว
ท่านได้พูดถึงภาระหนี้ต่อหัวของพี่น้องประชาชนนะครับ ประเด็นนี้ผมก็ ต้องขออนุญาตเรียนว่าในแง่ของการคํานวณทางคณิตศาสตร์ เอาหนี้สาธารณะมาแล้วก็ หารโดยประชากรนั้นมันก็ออกมาตามที่ท่านพูดถึง แต่เท็จจริงนี่ผลต่อพี่น้องประชาชน จริง ๆ นี่ไม่ได้บอกว่าไม่มี แต่ผลที่แท้จริงกับพี่น้องประชาชนมันเทียบกันไม่ได้กับหนี้ของ ประชาชนเอง ก็คือหนี้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน หนี้ของประชาชนเองเปึนหนี้ที่พี่น้อง ประชาชนต้องแบกรับภาระด้วยตนเอง ทั้งต้นทั้งดอกในส่วนของรัฐบาลนะครับ หนี้สาธารณะ รัฐบาลรับภาระแทนประชาชน หนี้ครัวเรือนนี่แหละครับ คือตัวเลขหนี้ ที่รัฐบาลนี้เปึนห่วงเปึนกังวล หนี้ครัวเรือนในสมัยขอออนุญาตนะครับ ที่รัฐบาลก่อน ๆ หน้านี้บริหารมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถึงประมาณป้ ๒๕๔๙ เพิ่มขึ้นนะครับ ตัวเลขกลม ๆ จาก ประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เปึนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น เท่าตัวครับ และนั่นไม่ใช่หนี้ของรัฐบาลนะครับพวกเราที่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องเดือดร้อน แต่เปึนหนี้ของพี่น้องประชาชนระดับครัวเรือน นั่นแหละครับ คือสิ่งที่เราต้องการที่จะ ปัองกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และวิธีที่จะปัองกันนี่ก็คือให้พี่น้องประชาชนมีงานทํา มีรายได้ ผู้ประกอบการมีกําไร และนั่นก็คือที่มาของแผนในส่วนของรัฐบาลที่จะรับภาระส่วนนี้แทน พี่น้องประชาชนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง
สุดท้ายนะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตตอบสั้น ๆ ในประเด็นที่ท่าน มิ่งขวัญก็ได้ย้ํากับพวกเราหลายครั้งนะครับว่า ให้เรามุ่งเน้นในเรื่องของการหารายได้ เข้าประเทศ ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เราอาจจะมีความคิดในเรื่องนี้ ที่แตกต่างกันบ้าง ส่วนตัวรัฐบาลนี้นะครับ มีความเชื่อว่าบทบาทหน้าที่ของรัฐบาล ก็คือ เพื่อให้ประชาชนเพื่อให้ภาคเอกชนไปหารายได้ เอื้ออย่างไรครับ เอื้อในการลงทุนให้ระบบ ขนส่งมีคุณภาพ ต้นทุนขนส่งลดลง เพื่อให้เกษตรกรมีน้ําสามารถที่จะผลิตผลิตผลได้ มากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เราไม่มีความคิดครับ ไม่เหมือนกับรัฐบาลในอดีตที่จะมาทําธุรกิจ แทนเอกชนแย่งสัมปทานมาทําเอง เราไม่มีความคิดครับ ที่จะออกโครงการที่ดูเหมือนสวย หรู ผมไม่อยากพูดถึงอีกนะครับ ไม่ว่าจะเปึน อีลิท การ์ด ไม่ว่าจะเปึนครัวไทยสู่ครัวโลก ล้วนแล้วแต่เจ๊งทั้งนั้นครับ แล้วก็เปึนภาระต่องบประมาณจนถึงวันนี้ ผมยืนยันกับท่านได้ครับ สาเหตุส่วนหนึ่งที่เรา ต้องขาดดุลงบประมาณก็เพราะเรายังต้องชําระบาปจากโครงการเหล่านั้นสมัยที่รัฐบาล มีความเชี่ยวว่ารัฐบาลเก่งว่าเอกชน สาเหตุที่จะหารายได้ แต่เอกชนไม่ต้องทําอะไร เพราะฉะนั้นอาจจะเปึนแนวคิดที่แตกต่าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ บทบาทของรัฐบาล มีแน่นอน บทบาทของรัฐบาลก็คือสร้างบรรยากาศการลงทุน สร้างบรรยากาศในแง่การค้า การขายที่เอื้อให้กับภาคเอกชนสามารถที่จะสร้างรายได้และก็ทํากําไร เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนของกระผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพียงแค่นี้นะครับ แล้วก็หวังอย่างยิ่งนะครับว่าเพื่อนสมาชิกพิจารณา งบประมาณฉบับป้ ๒๕๕๓ นะครับ จะให้ความเห็นชอบในหลักการ เพื่อนําไปสู่การ พิจารณารายละเอียดของงบประมาณในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณครับ
คุณมิ่งขวัญครับ เดี๋ยวขอให้รัฐมนตรีแต่ละท่านตอบให้หมดและเดี๋ยวจะให้โอกาส คุณมิ่งขวัญถามอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้เวลานิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะชี้แจงให้บันทึก ไว้ในสภาแห่งนี้ เพราะว่ามีท่านสมาชิกจตุพร พรหมพันธุ์ ได้อภิปรายกล่าวหาว่ารัฐมนตรี กลาโหมและรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงพยายามผลักดันจัดซื้อฝูงบินกริพเพน ด้วยวิธีผูกพันงบประมาณแล้วก็บอกว่ามีพฤติกรรมที่ส่อพิรุธมากมายนะครับ แล้วก็พูด เลยเถิดไปว่า เครื่องบินนี้ราคาจริง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมไปตั้งงบประมาณไว้ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อแพงกว่าจริง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมจําเปึนต้องขออนุญาต ท่านประธานชี้แจงเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้รับทราบข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ก็จะได้ทราบข้อเท็จจริงครับว่า ผมไม่เคยได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดซื้อเครื่องบิน กริพเพนเลยครับท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าคุณจตุพรคงพูดจาเลอะเลือน ผิดข้อเท็จจริงนะครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่า ทางกองทัพอากาศเขามีความต้องการที่จะจัดซื้อ เครื่องบินทดแทนฝูงบิน เอฟ ๕ ที่กองบิน ๗ ซึ่งมีกําหนดจะปลดประจําการตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ แล้วเขาก็ได้กําหนดว่า ฝูงบินที่จะซื้อทั้งหมดจะต้องมีทั้งหมด ๑๘ ลําครับ แต่ว่าด้วยความที่เรามีความจํากัดเรื่องงบประมาณ เขาก็เลยขอทําเปึน ๒ โครงการ ๒ ระยะ ระยะแรกก็ซื้อ ๖ ลําครับ ใน ๖ ลําที่ซื้อมานั้นก็ซื้อมาในราคา ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ซื้อมาเปึนแพคเกจ (Package) ครับ มีเครื่องบินกริพเพน ๖ ลํา มีเครื่องบิน แอร์บอร์น เออร์ลี่ วอร์นนิง ๑ ลํา มีเครื่องลําเลียง ๑ ลํา มีทุนการศึกษามีอะไหล่อะไร ก็ว่าไปนะครับ ซึ่งการจัดซื้อดังกล่าวครับ ไม่ได้จัดซื้อในรัฐบาลนี้ครับ ท่านประธานครับ ซื้อในรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีฝ์ายทางท่านละครับ เปึนนายก ชื่อคุณสมัคร สุนทรเวช ผมไปตรวจดูแล้วครับขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคม แล้วก็พอถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีก็อนุมัติอีกครั้งหนึ่งครับ ให้ไปจัดซื้อเซ็นสัญญา จัดซื้อแล้วก็เซ็น สัญญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรี ชื่อสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ของจตุพรนั่นละ ไม่ได้เกี่ยวกับผมละครับ ผมต้องการให้บันทึกเอาไว้ ทีนี้อย่างที่ผม กราบเรียนครับ เครื่องบินเขาจริง ๆ ฝูงต้องมี ๑๘ ลํา ซื้อมา ๖ ลํามันก็ไม่ครบฝูง เขาก็มี ความพยายามครับ ที่จะขอซื้ออีก ๖ ลํานะครับ เปึน ๑๒ ลํานะครับ แล้วก็มาปรึกษาครับ แต่เราก็ได้บอกว่าเงินงบประมาณป้นี้ไม่มี คงซื้อไม่ได้ ที่มีอยู่ก่อนแล้วที่เซ็นสัญญาไปสมัย คุณสมัครก็ผูกพันงบประมาณตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๕ ที่มีอยู่ในงบประมาณแผ่นดินนี้ เปึนงบผูกพันในสิ่งที่คุณสมัคร สุนทรเวช ได้อนุมัติเอาไว้ ส่วนที่จะขอซื้อใหม่มาถึงรัฐบาล นี้เราก็บอกว่าเราไม่มีงบประมาณ ซึ่งกองทัพอากาศเขาก็เข้าใจ เขาก็รอไปก่อน ข้อเท็จจริงมีเท่านี้ครับ แต่คุณจตุพรพูดเปึนตุเปึนตะตามนิสัยนะครับ ผมก็อยากจะเรียน ข้อเท็จจริงและบันทึกไว้ในที่ประชุมครับ แล้วที่ผมพูดนี้ผมก็ไม่ได้ไปตําหนิอะไรเขานะครับ เพราะว่าผมไปตรวจสอบแล้วว่าการจัดซื้อเครื่องบินที่จัดไป ๖ ลํานั้นก็เปึนการจัดซื้อแบบ รัฐบาลต่อรัฐบาลนะครับ ที่ผมพูดถึงคุณสมัครก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทําผิดคิดร้าย อะไรครับ แต่ว่าให้บันทึกเอาไว้ว่าเขาจัดซื้อในสมัยนั้นไม่เกี่ยวกับผมครับ
ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมจะขอ ตอบคําอภิปรายของท่านนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ซึ่งได้อภิปรายทั้งพาดพิงและขอ คําชี้แจงจากการเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ฉบับนี้ครับ
เรื่องแรกที่คุณหมอได้อภิปรายพาดพิงว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้สร้าง รอยบาปโดยการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดีอันเปึนรอยบาป ให้กับพี่น้องประชาชนที่ทํามาหากินในที่ดินบริเวณแทบเทือกเขาบูโดเมื่อป้ ๒๕๔๒ ผมขอชี้แจงในรายละเอียดดังต่อไปนี้นะครับ ความเปึนมาว่าเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๐๘ ทาง ราชการในยุครัฐบาลนั้น ไปคิดบัญชีกันเอาเองนะ ได้ประกาศให้ที่ดินบริเวณนี้ทั้งหมดเปึน ป์าสงวนแห่งชาติเทือกเขายี่งอ รือเสาะ บาเจาะ ดังนั้นที่ดินบริเวณนี้จึงเปึนที่ดินของรัฐ นับตั้งแต่วันนั้นคุณหมอครับ ต่อมาป้ ๒๕๑๘ ทางราชการก็ประกาศเปลี่ยนจากป์าสงวน แห่งชาติให้เปึนวนอุทยานแห่งชาติ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแนวเขต ถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๒ ทางราชการก็ได้ดําเนินการสํารวจเปึนอุทยานแห่งชาติเทือกเขา บูโด-สุไหงปาดี นั่นคือความเปึนมา ดังนั้นป้ ๒๕๔๒ ทางราชการจึงประกาศตาม แนวเขตเดิม ให้เปึนพระราชกฤษฎีกาเปึนอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โดยสรุปก็คือ ที่ดินบริเวณนี้เปึนที่ดินของรัฐของหลวงมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๘ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เปึนผู้ เริ่มต้นดําเนินการให้ที่ดินบริเวณนี้เปึนที่ดินของหลวงของรัฐ
ถัดไปครับ ท่านอภิปรายว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การกํากับกรมที่ดินของผม ไม่ได้ดําเนินการออกโฉนดที่ดินในบริเวณดังกล่าว ขอเรียนให้ทราบว่าที่ดินนั้นจะออก โฉนดได้เริ่มแรกต้องมี สค. ๑ การประกาศให้พี่น้องประชาชนไปแจ้งการครอบครองที่ดิน เพื่อที่จะให้รู้ว่าได้ทําประโยชน์ต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อไรนั้น ทางราชการได้ประกาศกําหนด ว่าตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๙๗ ถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๘ ให้พี่น้องประชาชน ที่ครอบครองทํากินอยู่ในที่ดินไปแจ้งการครอบครองเพื่อได้ออก สค. ๑ ให้ หลังจากนั้น ก็ได้มีการออกโฉนดให้กับที่ดินที่พี่น้องประชาชนถือครองและมี สค. ๑ สําหรับที่ดิน บริเวณนี้ บริเวณที่เปึนนอกเขตอุทยานเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี ผมได้เร่งให้ดําเนินการ ออกโฉนดในพื้นที่อําเภอบาเจาะ อําเภอรามัน และอําเภอกะพ้อ ปรากฏว่าทางราชการ กรมที่ดินได้เร่งไปดําเนินการออกสํารวจรังวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ๑,๓๐๐ แปลง โดยประมาณ และผมไปแจกโฉนดแล้ว ๔๐๐ แปลง เดือนหน้าจะไปแจกอีกเกือบ ประมาณ ๑,๐๐๐ แปลง ถ้าคุณหมอจะไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วยก็ขอเชิญ และยังได้สั่งการว่า ในอําเภอกะพ้อนั้นอีก ๑,๗๐๐ แปลงที่พี่น้องประชาชนต้องการให้ออกโฉนดผมสั่งให้ เร่งรัดแล้วครับ ปัญหามีอยู่ว่าแล้วที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติจะทําอย่างไร ผมก็ได้ สั่งการขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ในระดับล่างซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย นั่นคือกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เร่ง ดําเนินการกันแนวเขตที่ดินของรัฐอยู่บริเวณไหน ที่ดินของเอกชนอยู่ในบริเวณไหนกันเสียให้เสร็จ เมื่อกันเสร็จแล้วก็จะได้เร่งรัดออกโฉนด ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเรารอคอยอยู่ แต่มีปัญหาครับท่านประธานครับ ในการเดิน สํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินคราวนี้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑ เมษายนป้นี้ นางสมพร ลาวัลย์กวิน ซึ่งเปึนผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี สาขาสายบุรี ในขณะที่ออกไป ปฏิบัติหน้าที่ถูกคนร้ายยิงถูกที่ศีรษะอาการเกือบเสียชีวิตครับ น่าสงสารมาก ผมจึงสั่งการ ขอความร่วมมือไปยังกองทัพภาค ๔ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร สั่งการไปยังกองบังคับการ ตํารวจภูธร ปัตตานี ยะลา นราธิวาสที่เจ้าพนักงานที่ดินออกไปทําการให้กับพี่น้อง ประชาชนและสั่งการไปสั่ง ศอ.บต. ให้ช่วยให้ความร่วมมือและรักษาความปลอดภัยให้ ดังนั้นพวกเราอยู่ในห้องนี้ถ้ารู้จักกับโจรช่วยสั่งการให้ละเว้นในการจัดการกับเจ้าหน้าที่ ของรัฐด้วยเพื่อเขาจะได้บริการให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าไม่รู้จักก็แล้วไป
สําหรับกรณีที่เปึนกรณีพิเศษ ผมได้พบว่ามัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น ที่อําเภอ บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เปึนมัสยิดมาแล้ว ๓๐๐ ป้ ขอออกโฉนดมาหลายรัฐบาลแม้แต่ รัฐบาลยุคทักษิณ ชินวัตร ก็ออกให้ไม่ได้ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่นั่นไปออกรังวัด คาดว่าไม่เกิน ๓ เดือนออกโฉนดให้ได้ครับ ขอยืนยันนะครับ
ทีนี้คําอภิปรายที่พาดพิงว่า รัฐบาลนี้จัดงบประมาณตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่เห็น จัดเงินงบประมาณให้ทําการก่อสร้างมัสยิดเลย ขอกราบเรียนให้ทราบว่าวัดใน พระพุทธศาสนา โบสถ์คริสต์ หรือสถานศาสนิกอื่นใดก็ตาม เปึนความศรัทธาของพี่น้อง ประชาชนที่นับถือศาสนานั้น ๆ ในการจัดเงินงบประมาณเอาเองในการก่อสร้าง นั่นคือ ด้วยการบริจาคหรือทําบุญ แต่อย่างไรก็ตามในยุครัฐบาลชวน ๒ ได้จัดเงินงบประมาณ ผ่านกระทรวงมหาดไทยก่อสร้างมัสยิดกลางให้จังหวัดสงขลา บัดนี้สร้างเกือบเสร็จแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาคณะกรรมการอิสลามของจังหวัดสงขลาได้ขอหารือกับผมว่า มัสยิด เสร็จแล้วแต่ภูมิทัศน์ไม่สวยอยากให้ทางราชการจัดหาเงินงบประมาณเพื่อจัดซื้อที่ดิน ในการขยายปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามยิ่งขึ้น ผมก็ประสานงานกับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะรองประธาน กอ.รมน. ได้ประสานงานกับ พลโท ชลวิทย์ เพิ่มทรัพย์ ปลัดบัญชี กอ.รมน. และประสานกับ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ในฐานะ ผอ.รมน. ภาค ๔ บัดนี้อนุมัติเงินงบประมาณให้ ๔๐ ล้านบาทเพื่อไปซื้อที่ดินเพิ่มเติมในบริเวณมัสยิดกลาง สงขลา นอกจากนั้นทาง ศอ.บต. บอกว่าถ้าอย่างนั้นไม่เปึนธรรม ขณะนี้สํานักงาน คณะกรรมการอิสลามกลางของจังหวัดปัตตานีขอเงินก่อสร้างสํานักงานคณะกรรมการ อิสลามกลางสัก ๓๐ ล้านบาท ผมก็ต้องจัดให้ด้วย ผมจึงขอความร่วมมือไปยัง ศอ.บต. ให้ช่วยขอเงินงบประมาณจาก กอ.รมน. มาให้ คาดว่าคงได้ จึงขอกราบเรียนให้ทราบ อย่างไรก็ตามเมื่อสักครู่ผมกับรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เดินทางไปที่ ปัตตานีเพื่อไปเยี่ยมคารวะศพนายดาบตํารวจคนหนึ่งที่ถูกระเบิดจากคนร้าย ถึงแก่ชีวิต เมื่อเราได้ประชุมกับข้าราชการสั่งงานเพื่อที่จะให้นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ เตรียมความพร้อม เมื่องบประมาณก็ดีหรือเงินกู้จากไทยเข้มแข็งออกจากทาง กระทรวงการคลังลงสู่พื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้จัดเตรียมแผนงานโครงการและ พร้อมที่จะจัดจ้างจัดซื้อ เพื่อทําการให้เร็วที่สุดก็พบว่า มัสยิดที่ไอปาแยที่ถูกคนร้ายยิง ในบริเวณข้าง ๆ มัสยิดโรงเรียนตาดีกายังก่อสร้างไม่เสร็จ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ สั่งการบอกว่าจัดหาเงินงบประมาณไปดําเนินการช่วยเหลือพี่น้อง ให้ก่อสร้างให้แล้วเสร็จสิ นั่นก็เปึนความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาในเชิงสมานฉันท์ให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยิ่งกว่านั้นครับ เมื่อพบว่าพี่น้องประชาชนที่นั่นขวัญไม่ดี ไม่สามารถที่จะออกไปประกอบอาชีพเปึนปกติได้ ทาง ศอ.บต. ภายใต้การสั่งการของ รองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้จัดเงินงบประมาณลงไปจ้างงานให้เต็มทั้งหมู่บ้าน เพื่อชดเชยรายได้ในขณะที่พี่น้องประชาชนเปึนทุกข์เปึนร้อน สําหรับพี่น้องประชาชนที่เจ็บป์วย จากกระสุนคนร้าย นอกเหนือจากการเยียวยาเปึน พิเศษแล้ว นอนป์วยอยู่ที่โรงพยาบาลจัดเงินให้คนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ พูดนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องเยียวยาพอที่จะประทังให้กับพี่น้อง ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ เอาใจใส่ รัฐบาลนี้ต้องการสร้างความสมานฉันท์ รัฐบาลนี้ต้องการสันติสุข ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจับเงินงบประมาณภายใต้ภาวะการคลังขาดแคลนของ รัฐบาลที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอกของโลก คิดว่าเราพยายามที่สุดที่จะให้ เกิดความเปึนธรรม จึงขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกช่วยสนับสนุน พ.ร.บ. งบประมาณ ในครั้งนี้ด้วยครับ
ท่านประธานครับ
ขอพาดพิงนะครับ และขอสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอ เรียนท่านประธานผ่านไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านนั่นล่ะพูดเท็จ เพราะเครื่องบิน ฝูงกริพเพนได้จัดซื้อโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ในสมัย รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผมได้อธิบายเรื่องฝูงแรกว่าการจ่ายเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ประเทศไทยเราซื้อลําละ ๒,๘๗๕ ล้านบาท ขนาดประเทศ โรมาเนียเขาซื้อลําละ ๑,๗๐๐ ล้านบาทนั้น แพงกว่ากัน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะต้องการเตือนสตินายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพิ่งสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ ๔ มิถุนายน ว่าสุเทพอุ้ม ทอ. ซื้อกริพเพน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวสนับสนุนเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินฝูงนี้ต่อ ผมอภิปราย เพื่อต้องการเตือนสติว่าประเทศไทยของเราถ้าจัดซื้ออาวุธกันโดยไม่มีการทุจริตนั้น ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแรก เพิ่มอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะได้เครื่องบินทั้งฝูง ๑๒ ลํา เพียงแต่เราได้เพียงแค่ ๖ ลําเท่านั้น ผมขอขอบคุณคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ตอบ กระผม ไม่ต้องไปใช้วิธีกล่าวถึงแม่ผมเหมือนน้องชายของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ถ้ารุกล้ําก้ําเกินเรื่องส่วนตัวผมอีก ผมจะดําเนินคดี ขอบคุณท่านประธาน
ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภัยจริง ๆ ที่ต้องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมเรียนยืนยันอย่างนี้ครับว่าเครื่องบิน กริพเพน อย่างที่ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดซื้อในเดือนมกราคม ๒๕๕๑ แล้วก็เซ็น สัญญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ อันนี้เปึนของจริงชัดเจน ไม่ต้องบิดเบือนเปึนอย่างอื่น ผมก็ได้ให้คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เข้าใจไว้ว่าของจริงเปึนอย่างนี้ แล้วก็ไม่ต้องมา เตือนสติผม เพราะว่าผมไม่ได้ซื้อ ถ้าคุณเห็นว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แพง ก็ไปคิดบัญชีกับ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช หรือถามพวกที่เปึนรัฐมนตรีด้วยกันในสมัยนั้นก็ได้ว่านั่ง ทําอะไรอยู่ อย่ามาใช้วิธีที่จะปัดให้ผมเดือดร้อนไปด้วย เพราะผมไม่ได้ทําครับ
คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ต้องขอรวบรัดเลยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร พรหมพันธุ์ สัดส่วน พรรคเพื่อไทย คือคนทั้งบ้านทั้งเมืองเขาก็รู้ว่ารัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นั้นได้อนุมัติหลักการในการจัดซื้อเหมือนกับที่ ครม. โดยเฉพาะ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่พยายามจะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะขออนุมัติกรอบการจัดซื้อ เอาไว้ก่อน ท่านประธานลองไปดูเถอะครับว่าวันที่ ๓๐ พฤษภาคม หนังสือพิมพ์มติชน ประวิตรดันกริพเพนเข้า ครม. ก็คือว่าให้อนุมัติในหลักการกันเอาไว้ก่อน เหมือนกับกรณี เรื่องเครื่องบินกริพเพน ในฝูงแรก ผมขอเรียนท่านประธานไม่ว่าจะไปจัดซื้อโดยใคร แต่ว่าใครที่ไปกินค่าคอมมิชชันกว่าลําละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท จะหัวเราะก็หัวเราะไปเถิด ไม่มีปัญหาอะไรกับผมหรอก แต่ไม่ว่าหน้าไหนก็ตามที่ไปกระทําการดังกล่าว แต่นี่ท่านประธานลองไปดูเถอะครับว่าข่าวหนังสือพิมพ์ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ ที่มีการอนุมัติในการจัดซื้อฝูงบินกริพเพนนั้นมันก่อนการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นลีลาคณะรัฐมนตรีของท่านก็จะขออนุมัติ แต่ขออนุมัติหลักการเอาไว้ก่อน แล้วก็จะเปึนเงื่อนไขผูกพันให้กับรัฐบาลต่อไปเหมือนกับที่อวดเรื่อง พ.ร.ก. ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมเองก็ติดตามจากข่าวสาร เปรียบเทียบตารางราคา แล้วเรื่องนี้พวกผมได้พูดตั้งแต่ตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าเรื่องแบบนี้ มันไม่สมควรจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ เรากําลังปกปัองงบประมาณและผมเตือนสติไปยัง รัฐบาลว่าถ้าจะจัดซื้ออย่าไปวางกรอบหรืออนุมัติหลักการ ไปมีเงื่อนไขผูกพันกับรัฐบาล ต่อไป ไม่กี่วันท่านก็เจอเรื่องหุ้นแล้วสิท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านต้องเลือกตั้งซ่อม
ขอท่านรองนายกฯ สุเทพอีกรอบนะครับ
ท่านประธานครับ ไม่ ประสงค์ที่จะต่อล้อต่อเถียงเลยครับ แต่ว่ากลัวจะบันทึกไว้ในที่ประชุมนี้ผิด ผมได้กราบ เรียนแล้วว่ากองทัพอากาศเขามีความจําเปึนจริง ๆ ที่จะต้องมีฝูงบิน ๑ ฝูงมาทดแทน เอฟ ๕ แล้วผมก็ได้เรียนแล้วว่าการจัดซื้อจริง ๆ คือทําสัญญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่เซ็นสัญญาเมื่อ ๒๕๕๑ เพราะคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ไปจัดซื้อได้ในเดือนมกราคม ๒๕๕๑ นี่ก็ชัดเจนที่สุดนะครับ แล้วก็ผูกพันงบประมาณมาจนถึงวันนี้ ถามว่า กองทัพอากาศเขาอยากจะซื้ออีกไหม เขาตั้งใจจะซื้ออีกครับ เพราะอย่างน้อยฝูงบิน เขาจะต้องมี ๑๒ ลํา ถึงจะเรียกว่าเปึน ๑ ฝูงบิน เขาก็พยายามที่จะเสนอเรื่องเข้ามาเพื่อให้ คณะรัฐมนตรีชุดนี้อนุมัติซื้อเพิ่มอีก ๖ ลํา แต่เราก็ได้บอกกับกองทัพอากาศไปว่า สถานการณ์การเงินการคลังขณะนี้เราคงไม่มีกําลังพอที่จะซื้อเครื่องบินในระยะนี้ได้ต้อง ยืดออกไปก่อน เขาก็ถอนเรื่องออกไปไม่ได้มาเสนอในคณะรัฐมนตรีนี้ครับ นั่นคือ ข้อเท็จจริง และผมก็กราบเรียนว่าที่พยายามทําให้เห็นว่าซื้อแพงอะไรต่าง ๆ และไป เปรียบเทียบประเทศอื่นผมไปดูแล้วครับ คือข้อมูลจริง ๆ ไม่ใช่ประเทศที่คุณจตุพรพูด หรอกครับ ที่ซื้อมาจริง ๆ จากสวีเดนมีประเทศแอฟริกาใต้ครับ แต่ว่าซื้อมันคนละรูปแบบ คนละแพคเกจกันคงจะเอาราคามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ แล้วผมก็ไม่ได้ไป ตําหนิว่าใครจะกินพันล้านบาทอะไรต่อเครื่อง ผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่ทราบจริง ๆ เพราะว่าตอนนั้นไม่ได้เปึนรัฐบาลกับเขา ถ้าคุณจตุพรสนใจก็ร้องเรียนมาผมจะ สอบสวนให้เพื่อจะได้ดูว่ารัฐมนตรีคนไหนหรือว่ารองนายกฯ หรือว่าตัวนายกก็ได้ ดําเนินการให้ครับ ไม่ขัดข้องครับ
คุณจตุพรพอเถอะครับ
นิดเดียว ๑ นาที
เพราะว่ายังมีท่านรัฐมนตรีอีกหลายท่านจะพูดต่อนะครับ
คือผมเองถ้าไม่พูดเกิดความ เสียหายในงบประมาณแผ่นดิน
ขอสั้น ๆ แล้วกันนะครับ เพราะว่าคนฟังพอจะรู้เรื่องนะครับ
ประเทศแอฟริกาใต้เขาก็จะ ซื้อฝูงบินนี้ลําละ ๑,๘๓๖ ล้านบาทก็ยังถูกกว่าประเทศไทย แต่ที่ผมบอกว่าวิธีการที่ผม เตือนรัฐบาลชุดนี้ว่าในการอนุมัติหลักการเอาไว้ก่อนนั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นสมัย คมช. ยึดอํานาจรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ อนุมัติกรอบหลักการและนายสุเทพก็ไม่อธิบาย มันก็ไป เงื่อนไขผูกพันกับรัฐบาลต่อไป แล้ววิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดย นายสุเทพเปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงก็จะใช้วิธีการเดิมกับที่รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ได้ใช้ ผมเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ถ้าประเทศนี้ไม่โกงในการ จัดซื้อฝูงบินฝูงนี้ราคาเพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันจบที่ ๑๒ ลําแล้วเอาอย่างนี้ดีกว่า ท่านประธาน ใครทุจริตก็ขอให้มีอันเปึนไปตามคําสาปแช่งของพระเจ้าแผ่นดิน เอาอย่างนี้ ตามคําสาบแช่งของพระเจ้าแผ่นดิน
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรครับ รัฐมนตรีธีระครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่กรุณาห่วงใยต่องบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกรมชลประทานเรื่องน้ํา เพราะเรา ทราบดีอยู่แล้วว่าน้ําเปึนปัจจัยการเกษตรที่สําคัญนะครับ ในการพัฒนาแหล่งน้ํา พัฒนา ระบบกรองน้ําก็เปึนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อที่จะให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นนะครับ ถึงแม้ว่าในงบประมาณของกรมชลประทานซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ในกรอบ วงเงินเพียง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็งบลงทุนเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษเท่านั้น นะครับ แต่เรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเห็นความสําคัญ ในเรื่องปัจจัยการผลิตคือเรื่องน้ํา เพราะท่านไปพูดที่ไหนท่านก็บอกว่าให้ความสําคัญ กับเรื่องน้ํา ในเมื่อข้อจํากัดในการตั้งงบประมาณปกติท่านก็ได้กรุณาให้บรรจุไว้ ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ที่จะมาดําเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําในแผน ๓ ป้ดังกล่าวนั้นได้รับจัดสรรเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพื่อจะเปึนการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร เราเอามาทําอะไรบ้างครับในเรื่องของ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ ป้นี้นะครับ เพราะเรามาดูแลในพื้นที่ชลประทานเดิมนะครับ เราต้องยอมรับว่า ในการพัฒนาแหล่งน้ําขนาดใหญ่ซึ่งมันมีข้อจํากัดในการพัฒนาเพราะมีกรอบกติกา นะครับ เราก็มองว่าในเรื่องของพื้นที่ชลประทานเดิมเหล่านี้ถ้าเราสามารถดําเนินการ ระบบแปลงนาให้ดีขึ้น คือทําในเรื่องของกั้นคูน้ํา การจัดรูปที่ดิน ก็จะสามารถผลผลิตไร่ ได้สูงขึ้นถึงประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัมนะครับ นี่คือเรื่องแหล่งน้ํา เราก็ต้องจัดหาในเรื่อง แหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานนะครับ ก็มุ่งในเรื่องขององค์การชลประทานขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่อาจจะมีข้อจํากัดอย่างผมเรียนแล้ว ขนาดกลาง เดี๋ยวนี้ก็มีข้อจํากัด เพราะว่าต้องเรียนตรง ๆ ว่า ๑๐๗ ป้ กรมชลประทานที่ทํามานะครับ พื้นที่ที่ทําสะดวกสบายมันทําไปหมดแล้ว ที่เหลือก็คือพื้นที่ยาก ๆ ที่จะเข้าไปดําเนินการ ผมก็เลยให้แนวทางว่าทําอย่างไรที่เราจะแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรได้รวดเร็ว ก็หันไปมอง ว่าในเรื่องของโครงการชลประทานขนาดเล็กนะครับ หรือโครงการชลประทานขนาดเล็ก เราสร้างไว้แล้วแต่ยังไม่มีระบบกระจายน้ํา สิ่งที่สําคัญที่สุดที่แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ได้เร็วที่สุด คือโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟัานะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่พี่น้องต้องการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องในภาคอีสานนะครับ ซึ่งมีความต้องการอย่างยิ่งในเรื่องสถานีสูบน้ําไฟฟัา ซึ่งทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้นะครับตามแผนไทยเข้มแข็งเราสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ได้ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษนะครับ ซึ่งโดยปกติกรมชลประทานพัฒนาแหล่งน้ําจะ เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ป้ละประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นนะครับ ภายใต้ไทยเข้มแข็งนี้ จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะกระจายไปทั่วทุกพื้นที่นะครับ ซึ่งนโยบายท่านนายกอภิสิทธิ์ท่านได้เรียนว่าขอให้กระจายงบประมาณและกระจายพื้นที่ ชลประทานให้เปึนธรรมและทั่วถึงโดยไม่เลือกฝักเลือกฝ์าย ซึ่งอันนี้ผมก็จะดําเนินการตาม แนวนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายไว้ในเรื่องชลประทานนะครับ
อีกประการหนึ่งนะครับที่พี่น้องเกษตรกรมีปัญหานะครับ ซึ่งด้วยความ ห่วงใยของท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรหลายท่านนะครับในเรื่องของผลไม้นะครับ ซึ่งภารกิจ อันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เปึนผู้รักษาการตามระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบนะครับ ในเรื่องนี้ ผมทราบนะครับว่าปัญหาที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเรื่องผลไม้เราได้รับการจัดสรร งบประมาณไปก็ต่อเมื่อผลไม้ใกล้จะหมดแล้ว หรือผลไม้กําลังกระจุกตัวนะครับ ป้นี้เรา ก็ได้พยายามวางแผนในเรื่องนี้นะครับ เข้าไปก็พยายามจัดทําปฏิทินผลไม้ทุกชนิดว่า ฤดูกาลจะออกมาช่วงไหน อย่างไรนะครับ แนวทางในการจัดกาตรงนี้ผมขออนุญาต กราบเรียนนโยบายของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้เราไม่ได้มุ่งหวัง เข้าไปแทรกแซงราคา เรามุ่งหวังที่จะให้จังหวัดเปึนผู้จัดทําแผนแก้ไขปัญหา เพราะว่า จังหวัดเปึนผู้ที่รู้ปัญหาต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัด เมื่อจังหวัดทําแผนโดยบูรณาการกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด คณะกรรมการผลไม้ก็จะมาพิจารณากลั่นกรองว่า ในส่วนตรงนี้จะให้ความเห็นชอบ แล้วก็จะเสนองบประมาณขอใช้เงินจาก คชก. หรือขอใช้ งบกลางนะครบ เช่น ในภาคตะวันออกเราก็ได้แก้ไขปัญหาโดยใช้งบกลางไปแล้วนะครับ โดยใช้วงเงิน ๑๓๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งกรุณาให้ใช้งบกลางนะครับ ในเรื่องของภาคใต้ ก็เช่นกันนะครับ เพราะว่าฤดูกาลผลไม้ก็เริ่มมากรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ภาคใต้เราก็ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก คชก. แล้วเช่นกัน ในวงเงินประมาณ ๓๗๕ ล้านบาท ส่วนภาคเหนือที่จะมาอีกครั้งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความห่วงใยคือ ลําไย ต้องกราบเรียนว่าขณะนี้เราได้เตรียมการวางแผนต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้รับ งบประมาณจาก คชก. เรียบร้อยแล้วในกรอบวงเงินประมาณ ๕๙๐ ล้านบาท ก็เปึนส่วนที่ เปึนเงินยืมประมาณ ๓๗๐ ล้านบาทและจ่ายขาด ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นจะเปึนการ กระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ และขอเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบว่าเม็ดเงิน ต่าง ๆ จะถึงจังหวัดต้นเดือนกรกฎาคมนี้ทั้งเรื่องผลไม้ภาคใต้แล้วก็ในเรื่องของลําไยทาง ภาคเหนือนะครับ นอกจากนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเรามองปัญหาระยะยาวทั้งหมดที่ จะเกิดขึ้นกับผลไม้นะครับ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้เสนอยุทธศาสตร์ผลไม้ ซึ่ง ครม. ได้กรุณาให้อนุมัติในเรื่องของยุทธศาสตร์ผลไม้เพื่อที่จะแก้ไขผลไม้ทั้งระบบ ในโอกาสต่อไปนะครับ
อีกเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีความห่วงใยในเรื่องของสภา เกษตรกรแห่งชาติ เรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเปึนเรื่องที่จะต้อง ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๔ (๘) ซึ่งบัญญัติให้มีการจัดทํา ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการเรื่องนี้มาตามลําดับตั้งแต่อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็ได้ดําเนินการ ทําเรื่องนี้มา ในการทําร่างอันนี้เราเห็นว่าสภาเกษตรกรก็เปึนบ้านของเกษตรกร เพราะฉะนั้นก็ต้องให้เจ้าของบ้านเปึนผู้ออกแบบ เราก็ได้ไปดําเนินการรับฟังความคิดเห็น มาโดยตลอดเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าใจในปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ดําเนินการมาจนถึงขณะนี้ รัฐบาลก็เสนอกฎหมายนี้อยู่ในการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรแล้วนะครับในเรื่องของสภาเกษตรกรครับ ผมก็ขออยากฝากในเรื่องนี้ กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอกรุณาได้เร่งรัดได้ดูในเรื่องของสภาเกษตรกรด้วย นะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ พาดพิงนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ เพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาภาคใต้ที่ท่าน รัฐมนตรีถาวรพูดถึงนั้น ผมมีเอกสารชุดหนึ่งครับที่ประชาชนรอบเทือกเขาบูโดแล้วก็ได้ ทํางานร่วมกับราชการมาเปึนระยะเวลา ๓ ป้ ๔ ป้ ได้มีองค์กร พอช. เปึนหน่วยสนับสนุน งบประมาณเบื้องต้นนะครับ เอกสารนี้ผมได้รับก่อนที่จะขึ้นมากรุงเทพมหานครในการ ประชุมสภาในครั้งนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะมอบให้ แต่ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อให้เกิด ความเข้าใจดังนี้นะครับ นิดเดียวประมาณ ๕ นาที วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ มีการแถลง ข่าวมติ ครม. เรื่องเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดิน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในพื้นที่ บริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี คณะรัฐมนตรีเห็นชอบที่ให้ศูนย์อํานวยการขจัด ความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเสนอดังนี้ครับ
ข้อที่ ๑ เห็นชอบแนวทางการตัดโค่นยางพาราที่หมดอายุเพื่อปลูกใหม่ ทดแทนในสัดส่วนไม่เกิน ๔ ป้ในบริเวณเขตอุทยานและป์าสงวนนะครับ
ข้อที่ ๒ เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเอกสาร สิทธิในอําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ที่ได้มีการจัดทําข้อมูลและตรวจสอบข้อมูล ร่วมกันเรียบร้อยแล้วดังนี้ครับ
๒.๑ ให้กรมที่ดินก็คือหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบเร่งรัดตรวจสอบและออก เอกสารสิทธิโดยเดินสํารวจออกโฉนดในกลุ่มที่ดินที่อยู่นอกเขตอุทยานและนอกเขต ป์าสงวนแห่งชาติครับ ผมเน้นคําว่า นอกเขตอุทยานและนอกเขตป์าสงวนแห่งชาติ ๗๔๕ ราย ๙๙๔ แปลง จํานวน ๔,๑๑๖ ไร่ครับ อันนี้คือ ๒.๑ แต่ที่ผมพูดถึงนั้นข้อที่ ๑ นั้น ท่านดําเนินการเรียบร้อยแล้วครับ แล้วกระทํามากกว่า ๙๙๔ แปลง แต่ที่ผมพูดถึงคือ
๒.๒ คือดังนี้ครับ ให้ดําเนินการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินของราษฎรที่อยู่ในที่ดินที่ อยู่ในเขตอุทยานะครับ ที่อยู่ในเขตอุทยาน ส่วนที่นอกเขตป์าสงวนจํานวน ๗๙๕ ราย ๑,๑๐๘ แปลง ๔,๙๔๒ ไร่ และที่ดินที่อยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ ๓๒๒ แปลง ๒,๔๓๙ ไร่ ที่ได้มีการจัดทําข้อมูลและพื้นที่รายแปลงแล้ว โดยให้อําเภอแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์ สิทธิในการถือครองที่ดินของราษฎรระดับอําเภอซึ่งมีองค์ประกอบมาจากหลายฝ์าย นะครับ หากกรณีพิสูจน์ได้ว่าถือครองก่อนการประกาศเปึนป์าสงวนแห่งชาติป้ ๒๕๐๘ และก่อนประกาศเปึนเขตป์าอุทยานแห่งชาติป้ ๒๕๔๒ และมีการทําประโยชน์ในที่ดิน ต่อเนื่องให้มีการดําเนินการกันพื้นที่ทํากินออกจากเขตป์าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยาน แห่งชาติตามกฎหมายนั้นโดยเร่งด่วน ชัดเจนนะครับ หมายความว่าที่ดินนี้แม้ว่ารัฐบาล ประกาศเปึนเขตอุทยานหรือป์าสงวน แต่พิสูจน์ได้ว่า เช่น มีต้นไม้ที่อายุมากว่าในป้ที่เรา ประกาศ รัฐบาลจะต้องดําเนินการกันพื้นที่ออกไป แล้วออกพระราชกฤษฎีกาถอดถอน ที่ดินนั้นแล้วมอบให้กับประชาชนแล้วก็ออกเอกสารสิทธิครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่าน พูดถึงนั้นมันเปึนประเด็นนอกเขตอุทยาน แต่ที่ผมกําลังเน้นก็คือว่าที่ประชาชนร้องเรียน ก็คือในเขตอุทยานและในเขตป์าสงวน
๒.๓ ให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่อําเภอบาเจาะได้ดําเนินการ ในพื้นที่บริเวณอุทยานบูโด-สุไหงปาดีอีก ๘ อําเภอที่ยังไม่ดําเนินการ โดยให้สํานักงาน พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียมมอบให้ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน สชป. เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ดิน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ให้ประสานกับกรมทรัพยากรธรณีและองค์กรอุตสาหกรรม ป์าไม้ในการดําเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง ชัดเจนนะครับ ว่าเปึนเรื่องของในเขต หลังจากนั้น ท่านอนงค์วรรณได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แล้วประกาศ บอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กําชับให้เจ้าหน้าที่ เร่งดําเนินการตามมติ ครม. ที่ผมได้กล่าวมาแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล โดยกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจะให้การสนับสนุนและให้เสร็จภายใน ๖๐ วัน นี่คือเอกสารที่ประชาชนทํามา เรียบร้อยกับหน่วยงานของรัฐ มีแผนที่เรียบร้อยครับ เดี๋ยวผมจะมอบให้กับท่าน แค่ของอําเภอบาเจาะ เพราะฉะนั้นประเด็นทั้งหมดในนี้จะมีการพิสูจน์ว่าประชาชนอยู่ ก่อนที่ พ.ร.บ. เกี่ยวกับป์าอุทยานและป์าสงวนนั้นได้ประกาศใช้ในป้ ๒๕๔๒ และ ป้ ๒๕๐๘ ชัดเจนตรงนี้นะครับ แต่หลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลปรากฏว่าท่านพระนายครับ ขอเอ่ยนามเลยครับ ผอ.ศอ.บต. ได้ไปแจ้งกับเครือข่ายของผู้ทํางานในเทือกเขาบูโด บอกว่าทางรัฐบาลไม่เห็นชอบกับแนวทางที่อนงค์วรรณได้มีคําสั่งวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และบอกว่าให้ชะลอไว้ก่อนจนครบอีก ๒ ป้ครับ ผมไม่อยากจะชี้แจงมากกว่านี้ จริง ๆ ผมไม่ต้องชี้แจงก็ได้ เพราะท่านต้องไปชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่และท่านจะ ไม่สามารถชี้แจงหรอกครับ เพราะจริง ๆ แล้วปรากฏข้อเท็จจริงในนี้ทั้งหมดนะครับ ประเดี๋ยวผมจะมอบเอกสารนี้ให้กับท่าน ขอบคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรีถาวรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ถาวร เสนเนียม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย จริง ๆ แล้วก็เข้าใจตรงกัน ที่ดินที่นั่นแบ่งกลุ่มออกเปึน ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑ อยู่นอกเขตพื้นที่ป์าไม้ทุกประเภท นั่นคือนอกเขตอุทยาน นอกเขตป์าสงวน แห่งชาติและนอกเขตป์าไม้ถาวร นั่นคืออีกพื้นที่หนึ่งที่ผมพยายามเร่งรัดออกโฉนดให้กับ พี่น้องประชาชนจนกระทั่งทําได้เกินเปัาในช่วงระยะเวลา ๔-๕ เดือนที่เข้ามาทําหน้าที่ แต่พื้นที่ที่ดินที่เปึนปัญหาจริง ๆ เราเข้าใจตรงกันคือเขตอุทยานและที่ดินที่อยู่ในเขต ป์าสงวนแห่งชาติ บริเวณนี้ที่พี่น้องประชาชนร้องขอมามากผ่านเจ้ากระทรวงอย่างน้อย ที่สุด ๒ กระทรวง คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อกี้ในระหว่างที่คุณหมอได้อภิปราย ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์โทรมาหาผมพอดี ต้องขออภัยที่รับโทรศัพท์ในขณะที่ท่านกําลัง อภิปราย เพื่อที่จะให้ผมได้ชี้แจงแทนท่านด้วย อย่างไรก็ตามครับ เมื่อมีความประสงค์ ตรงกันที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินให้กับพี่น้องประชาชน อย่างที่ได้บอกแล้วนะครับ ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ๒ กระทรวง จริง ๆ แล้วเจ้าภาพหลักก็คือกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปึนผู้รักษาการตามกฎหมายอุทยานและกฎหมาย ป์าไม้ และเปึนผู้ดูแลเขตพื้นที่อุทยานและเขตพื้นที่ป์าไม้ซึ่งเปึนป์าสงวนแห่งชาติ อย่างไรก็ตามครับเมื่อ สจพ. หรือ ทอช. ที่เปลี่ยนชื่อมาอยู่ในฐานะองค์กรปัจจุบัน ได้ดําเนินการมาถึงระยะหนึ่งแล้ว เมื่อคนใดก็ตามที่มารับตําแหน่งเปึนรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลองค์กรเหล่านี้ ก็ต้องเร่งผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ผมลงไปพื้นที่บ่อยมากด้วยความเปึนห่วง เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ใน ระดับล่างได้ดําเนินการตามมติ ครม. เดิม และตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อเอาที่ดินที่กันเขตเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแสดงว่าพี่น้องประชาชนได้ทํากินอยู่ก่อน ก่อนที่จะ ประกาศเปึนเขตอุทยานหรือเขตป์าไม้ ดังนั้นขอให้คุณหมอและเพื่อน ๆ สมาชิกได้ สบายใจ พี่น้องประชาชนที่นั่นจะได้รับการดูแลอย่างดีในเรื่องของการออกโฉนดให้กับ พี่น้องที่ทํากินอยู่ก่อนที่จะเปึนที่ดินของหลวงของรัฐครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อภิปรายสรุปในส่วนของฝ์ายค้านครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พอดีท่านรัฐมนตรีกรณ์ไม่อยู่นะครับ จะพูดเพียงสั้น ๆ นิดเดียว ว่างบประมาณที่ออกมาในป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัครกําหนด นโยบายตอนนั้นวิกฤติเศรษฐกิจยังไม่รุนแรงมากเหมือนป้นี้ แต่คราวนี้พอมาป้นี้ ป้ ๒๕๕๓ ก็เปึนห่วง ก็เลยแนะนําว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีถ้าทํา งบประมาณอยากให้เพิ่มกระทรวงเศรษฐกิจ อันนี้เปึนคําแนะนํานะครับ ถึงแม้ว่าในนี้ ถ้ามันจะดูแล้วกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๐.๓ ลดลงมาเปึนเพียง ๐.๒.๑ เท่านั้น แต่ว่าความจริงอยากให้เทเงินลงไปตรงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และก็กระทรวง พาณิชย์ ในนี้นะครับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมเท่าเดิม ๐.๔ ๐.๔ ๐.๓ เหมือนกัน ไปมีเรื่องกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ ๐.๓ ลดลงมาเปึน ๐.๒ แล้วก็อีก กระทรวงหนึ่งนะครับ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจริง ๆ ผมถือว่าประชากร ส่วนใหญ่เปึนชาวไร่ ชาวนา แล้วก็การเกษตรจาก ๓.๖ ลงมาเหลือ ๓.๓ นี้ผมว่ามัน น้อยไป เปึนเพียงคําแนะนําครับท่านประธานครับว่าเข้าใจ ผมจะจบตรงที่ว่านะครับ ป้ ๒๕๕๒ ยังไม่มีปัญหาเศรษฐกิจ ก็อัตราส่วนเปึนอย่างนี้ พอป้ ๒๕๕๓ มีปัญหา เศรษฐกิจแล้วก็อยากให้ช่วยกระทรวงเศรษฐกิจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากขึ้น เท่านี้ครับ ท่านครับ หมดแล้วครับ
ครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้ใช้เวลาในการอภิปรายมาเปึนเวลาพอสมควรนะครับ เห็นสมควรป่ดการอภิปราย มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นเปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ป่ดการอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้สิทธิในการอภิปรายสรุปอีกครั้งไหมครับ ไม่ใช้นะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับท่านครับ
ผมได้ป่ดการอภิปรายไปแล้วนะครับ
ผมไม่ได้อภิปรายครับ ผมขอ เอกสารตามที่ผมได้บอกไว้เมื่อตอนเช้ากับท่านประธาน ขอความกรุณาช่วยส่งให้ผม
ผมได้อนุมัติแล้วครับ เตรียมที่จะส่งเดี๋ยวท่านไปเซ็นรับกับเจ้าหน้าที่ได้ แต่ว่าเรื่องรายงานการประชุม ไม่สามารถที่จะให้ท่านได้เพราะเขายังไม่รับรองต้องสภารับรองถึงจะได้ นอกนั้น ให้หมดครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ เมื่อสมาชิกเข้ามาแล้วขอความกรุณาได้เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมและ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตนหรือมีปัญหาข้อขัดข้อง กรุณายกมือด้วยนะครับ ท่านใด บัตรขัดข้องกรุณายกมือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือด้วยครับ สมาชิกท่านใดรู้ว่าเพื่อน สมาชิกบางท่านหลับอยู่ ก็กรุณาปลุกเข้าห้องด้วยนะครับ ป่ดการแสดงตนครับ ขอเจ้าหน้าที่ได้รายงานผลการแสดงตนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๒ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามท่านสมาชิกนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการใน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการรับหลักการให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดมีข้อขัดข้องในการลงมติ กรุณายกมือด้วยนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ลงมติครับ ป่ดการลงมติ ขอเจ้าหน้าที่แสดงผลการลงมติด้วยครับ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๙๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๑๘ ท่าน ท่านสมาชิกครับเปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วนะครับ
ขอเชิญสมาชิกเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยมีสัดส่วนจํานวน ๖๓ ท่านครับ โดยมีสัดส่วนของรัฐบาล ๑๕ ท่าน สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๘ ท่าน โดยแบ่งเปึนสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคเพื่อแผนดิน ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๓ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่าน พรรคกิจสังคมและ มาตุภูมิ ๑ ท่าน พรรคประชาราช ๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๑๕ ท่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๑๕ ท่าน ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ๓. นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ๔. นายวีระชัย วีระเมธีกุล ๕. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๖. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๗. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๘. ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ๙. นายธีระ วงศ์สมุทร ๑๐. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ๑๑. นายบัณฑูร สุภัควณิช ๑๒. นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ๑๓. นายอุณหิศ กาญจนกุญชร ๑๔. นายรณฤทธิชัย คานเขต และ ๑๕. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ
ต่อไปขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอ ๑๙ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดหนองบัวลําภู ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑๙ ท่านดังนี้ครับ ๑. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๒. นางฐิติมา ฉายแสง ๓. นางนฤมล ธารดํารงค์ ๔. นายวิทยา บุรณศิริ ๕. นายสงวน พงษ์มณี ๖. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๗. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๘. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๙. นางดวงแข อรรณนพพร ๑๐. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๑๑. พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ๑๒. นายอัสนี เชิดชัย ๑๓. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา ๑๔. นายเกษม อุประ ๑๕. นายซูการ์โน มะทา ๑๖. นายวัลลภ สุปริยศิลปี ๑๗. นายปวีณ แซ่จึง ๑๘. นายนวัธ เตาะเจริญสุข และ ๑๙. นางจิตวรรณ หวังศุภกิจโกศล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๗ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๗ ท่าน ดังนี้ ๑. ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๒. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๓. นายสุวโรช พะลัง ๔. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๕. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๖. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๗. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ๙. นายกัมพล สุภาแพ่ง ๑๐. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ๑๑. นายไมตรี สอยเหลือง ๑๒. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๑๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๑๔. นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ๑๕. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๑๖. นายสากล ม่วงศิริ และ ๑๗. นายสามารถ มะลูลีม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ทั้งหมดมัน ๑๗ ท่านนะครับ เมื่อสักครู่รู้สึกจะ เหมือนบอกไม่หมด
ขอโทษค่ะ ขาดลําดับ ที่ ๘ นะคะ นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากรค่ะ
ครับ ขอผู้รับรองอีกทีครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจ ไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังนี้ ๑. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๒. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๓ ท่านครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา เขต ๖ ครับ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๓ ท่าน กระผมขอเสนอ ๑. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ๒. นายนิมุคตาร์ วาบา ๓. นางวรานุช หงส์ประภาส ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๓ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๓ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๓ ท่านดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายตุ่น จินตะเวช ๒. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และ ๓. นายนิโรธ สุนทรเลขา ขอผู้รับรอง ครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่าน คือ ท่านวิรัตน์ รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาราช ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ ดิฉัน จิรวดี จึงวรานนท์ พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญใน สัดส่วนพรรคประชาราช ๑ ท่านนะคะ ท่านสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคกิจสังคมกับพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ ขอผู้แทน พรรคกิจสังคมกับมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ ขอผู้แทนพรรคกิจสังคมนะครับ คุณมนต์ชัย ผู้แทนพรรคกิจสังคม เสนอแทนได้นะครับ ๑ ท่าน พรรคกิจสังคมและพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ ในสัดส่วนของพรรคกิจสังคมและมาตุภูมิ ๑ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ในสัดส่วนของพรรคกิจสังคมและพรรคมาตุภูมิ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการสรุปครับ
รายนาม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ๓๖. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๓๗. นายสุวโรช พะลัง ๓๘. นางผุสดี ตามไท ๓๙. นาวาตรี สุธรรม ระหงส์ ๔๐. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๔๑. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ๔๒. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๔๓. นายกําพล สุภาแพ่ง ๔๔. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ๔๕. นายไมตรี สอยเหลือง ๔๖. นายศุภชัย ศรีหล้า ๔๗. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔๘. นายอสิ มะหะมัดยังกี ๔๙. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๕๐. นายสากล ม่วงศิริ ๕๑. นายสามารถ มะลูลีม ๕๒. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๕๓. นายยรรยง ร่วมพัฒา ๕๔. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๕๕. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ๕๖. นายนิมุคตาร์ วาบา ๕๗. นางวรานุช หงส์ประภาส ๕๘. นายตุ่น จินตะเวช ๕๙. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๖๐. นายนิโรจน์ สุนทรเลขา ๖๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ๖๒. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ และ ๖๓. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์
ขอผู้เสนอกําหนดระยะเวลาวันแปรญัตติด้วยครับ เชิญคุณธนิตพล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ขอเสนอการแปรญัตติ ๓๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง เปึนอันสภาผู้แทนราษฎรมีมติกําหนดระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน เปึนอัน จบการอภิปราย ๓๐ วัน นะครับ
ท่านประธานครับ ขอแปรญัตติภายใน ๓๐ ครับ
๓๐ วัน ครับ ผมเคยปากตามปกติ ขออภัยด้วยครับ เปึนอันจบการอภิปรายวาระรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ กราบเรียนเชิญท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพนะครับ กระผมในนามประธานรัฐสภาขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกพรรคการเมือง ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือด้วยดี ๔ วันเราสู้ฟันฝ์า อุปสรรคมาจบกันตรงนี้ด้วยความสมานสามัคคีปรองดองเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน กระผมถือว่า ฟัาดินดลบันดาลให้เราต้องปรองดองกันตลอดไปนะครับ ก่อนอื่นก่อนที่จะป่ดประชุม กระผมขอทุกท่านยืนขึ้นรับทราบพระบรมราชโองการป่ดสมัยประชุมครับ เชิญท่านเลขา
พระบรมราชโองการประกาศ
พระราชกฤษฎีกา
ป่ดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๕๒
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
เปึนป้ที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ทรงพระราชดําริว่า ตามที่ได้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญ แห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ นั้น บัดนี้ สมควรจะ ป่ดประชุมได้แล้ว
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาป่ดประชุม สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้สนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เชิญนั่งลงก่อนครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เพื่อความรวดเร็วนะครับ ทางสภาขอนัดหมายประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในวันอังคารที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ ท่านที่เปึนกรรมาธิการ โปรดอย่าได้ขาด เพราะเราต้องมาเลือกประธาน เลือกรองประธาน เลือกเลขานุการอะไรต่าง ๆ นะครับ โฆษก ฉะนั้นก็จงมาโดยพร้อมเพรียงกัน คนที่ได้รับบางทีก็กลับไปแล้วนะครับ ช่วยบอก กันด้วยทุกพรรคการเมืองนะครับ กระผมไม่มีอะไรครับ ขอแสดงความยินดีที่ทุกท่าน สามัคคีกัน แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ขอให้กลับบ้านด้วยความปลอดภัย และก็นอนหลับฝันดีนะครับ ผมขอป่ดประชุมครับ
เลิกประชุมวลา ๐๐.๕๖ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒