สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องการตอบข้อสังเกตของซูการ์โน และเรียกร้องการพูดถึงเรื่องการถูกพาดพิงจาก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การขาดความปลอดภัยในการเดินทางของรัฐมนตรีและข้าราชการ เหตุการณ์ยิงที่มัสยิดไอปาแย และปัญหาความไม่สงบภาคใต้ รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสุขภาพในภาคใต้ โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด่านและพัฒนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ และพัฒนาสุขภาพในจังหวัดนราธิวาส

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผมจะนําเสนอต่อที่ประชุม แห่งนี้ผ่านจากท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนผู้ชมทางบ้านใน ๓ ประเด็น

ประเด็นแรกก็คือการตอบข้อสังเกตของท่านซูการ์โนซึ่งได้อภิปรายจบลงไป เมื่อสักครู่

ส่วนที่ ๒ ก็คือ จะพูดถึงเรื่องของการถูกพาดพิงจากท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง

และประการที่ ๓ ก็จะชี้แจงการนําเงินงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ไปใช้จ่ายเพื่อ แก้ไขปัญหาภาคใต้ เพื่อขอความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ ก็สุดแล้วแต่ ท่านประธานครับ ต่อข้อสังเกตของท่านซูการ์โนที่บอกว่าการศึกษาของพี่น้อง ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มาตรฐานนั้น ต้องยอมรับความจริงว่า ถูกต้องครับ แต่รัฐบาลนี้เข้ามาทํางานได้ ๕ เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลในระบอบ ทักษิณทํางานมาแล้วประมาณ ๖-๗ ป้ เพราะฉะนั้นการคํานึงถึงมาตรฐานของการได้รับ การศึกษาจากการทํางานของรัฐบาลต้องดูรัฐบาลในอดีต อย่างไรก็ตามเปึน ความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้แน่นอนที่จะทําให้พี่น้องประชาชน เยาวชนของชาติได้รับ การศึกษาที่ดีและได้มาตรฐานเท่าเทียมกันกับคนในกรุงเทพฯ คนที่เชียงใหม่ หรือคนที่ ขอนแก่น หรือคนที่สงขลา หรือคนที่หาดใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลนี้ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา โดยการแก้ไขปัญหาด้วยการจัดตั้งสํานักงานการศึกษาเอกชนขึ้น เพื่อดูแลการศึกษา เอกชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในยุคปฏิรูประบบ ราชการของการบริหารราชการในยุคระบอบทักษิณนั้นได้ยุบการบริหารงานการศึกษา ภาคเอกชนที่กํากับดูแลโดย สช. และมาตั้งเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เรียกว่า สพฐ. ดังนั้นโรงเรียนเอกชนใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอของภาคใต้จึงขาดผู้ประสานงาน เอาใจใส่ดูแล ป้ ๒๕๕๒ นี้แม้ว่ารัฐบาลเก่าไม่ได้ตั้งเงินงบประมาณเอาไว้ก็ตาม แต่รัฐบาลนี้ ได้จัดเงินงบกลางมาจัดตั้งสํานักงาน สช. ขึ้นทุกอําเภอและทั้ง ๓ จังหวัด นี่คือวิธีการแก้ไข ที่จะเข้าไปกํากับดูแลและดูแลมาตรฐานการเรียนการสอนของการศึกษาของบุตรหลาน ของพี่น้องเยาวชนใน ๓ จังหวัดและ ๔ อําเภอครับ ยิ่งกว่านั้นครับ เมื่อเราพบว่านักเรียน ไม่ได้รับการศึกษาที่ได้มาตรฐาน สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้หรือได้ก็น้อย ทาง ศอ.บต. เอง และโดยคําสั่งของรัฐบาลนี้ให้ไปประสานงานกับมหาวิทยาลัยของรัฐ ๗๔ แห่ง เพื่อให้เรท (Rate) คะแนนของเด็กที่เรียนอยู่ใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอขึ้นมา เพื่อได้มีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยเหล่านั้น ๗๔ มหาวิทยาลัยได้มีความเมตตากรุณากับเด็กใน ๓ จังหวัด บวก ๔ อําเภอ สามารถที่จะ รับเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐได้อีก ๖๗๒ คน และผมได้มีโอกาสไปปฐมนิเทศ ร่วมกับมหาวิทยาลัยนั้นที่จังหวัดยะลาครับ และ ๖๗๒ คน เราให้ทุนการศึกษาด้วย นั่นคือ การดูแลเอาใจใส่ของรัฐบาลนี้ต่อผู้ที่ด้อยโอกาส การด้อยโอกาสของเขาไม่ได้เกิดจาก การที่เขาขี้เกียจ แต่สถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้เปึนเหตุให้ครูไม่สามารถจัด การเรียนการสอนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เด็กนักเรียนเองก็ถูกเปึนห่วงเปึนใยจากผู้ปกครอง จึงเปึนเหตุให้การเข้าเรียน การรับฟังการเรียนการสอนจากครูน้อยลง

ถัดไปครับ ข้อสังเกตของท่านว่า เวลารัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดหรือข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ลงไปทางใต้ มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ ขอกราบเรียนว่าผมเองไม่เคยสั่งการ แต่ถ้าหากเพื่อความปลอดภัยของข้าราชการที่ดูแลความปลอดภัยหรือรักษา ความปลอดภัยให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือรัฐมนตรี หรือนักการเมืองบางคน ก็ตัด สัญญาณในระยะสั้น ๆ ใกล้ ๆ ไม่ได้ตัดยาวไกลจนส่งผลให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารกันได้ จึงขอทําความเข้าใจไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้านด้วยที่มี การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครับ

ทีนี้เรามาดูต่อไปว่าทําไมเหตุการณ์รุนแรงจึงเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในเชิงปริมาณ ลดลง ไม่ว่ามีการเสียชีวิตหรือมีการตาย หรือมีการบาดเจ็บ หรือจํานวนเหตุการณ์ ก็เพราะขบวนการก่อความไม่สงบโตขึ้นอย่างไรครับ ขบวนการก่อความไม่สงบโตขึ้น เกิดจากอะไร เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดในยุคระบอบของทักษิณที่ใช้วิธีการอุ้มฆ่า ที่ใช้วิธีการยุบ ศอ.บต. ที่ใช้วิธีการยุบกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ซึ่งรัฐบาลของ พวกท่านนั่นแหละเปึนผู้ได้ดําเนินการเอาไว้ ทีนี้ฝ์ายเราก็เข้ามาแก้ แก้ได้เพียง ๕ เดือน จะให้เห็นผลทันตาคงจะยาก

ทีนี้ข้อสังเกตถัดไปครับ ถามว่าเหตุเกิดที่มัสยิดไอปาแยที่พี่น้องประชาชน ถูกยิงเสียชีวิต ๑๑ คน บาดเจ็บ ๑๔ คน ท่านลืมพูดไปถึงเรื่องพระภิกษุสงฆ์ ที่ออกบิณฑบาตที่หมู่ที่ ๑ ตําบลยุโป อําเภอเมือง จังหวัดยะลา ถูกยิงเสียชีวิตว่ารัฐบาล จะทําอย่างไร ท่านลืมพูดไปถึงเรื่องที่ ๒ สามีภรรยาที่นิคมสร้างตนเองอําเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาสออกมาซื้อกับข้าว ถูกคนร้ายยิงถึงแก่ชีวิต ๒ ศพ ท่านลืมถามไปว่า พี่น้องประชาชนที่เดินทางจากอําเภอเมืองยะลาจะไปนิคมสร้างตนเองที่อําเภอหนึ่งของ จังหวัดยะลา ถูกคนร้ายโยนระเบิดเข้าไปบาดเจ็บ ๑๐ กว่าคน ตาย ๑ คน ลืมถามไป แต่อย่างไรก็ตามผมจะตอบข้อสังเกตนี้ว่า ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคย ให้สัมภาษณ์ที่ไหนว่า กลุ่มผู้ก่อการเปึนผู้กระทํา เหตุการณ์ไม่ว่าที่ไอปาแย หรือที่ยุโป หรือ ที่ไหน ๆ ก็ตาม ทุกครั้งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์บอกว่า ขณะนี้ได้กําชับให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐดําเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายให้เกิดความยุติธรรมและ โปร่งใส ผมได้ยินกับหูบอกว่า ท่านได้สั่งการไปยัง พลตํารวจตรี สุรชัย ผู้บังคับการ ตํารวจภูธร จังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการไปยังพลตํารวจโท พีระ ผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑๐ และได้สั่งการไปยังพลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติที่ดูแลความไม่สงบในภาคใต้ ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุบอกว่า ให้ดําเนินการสืบสวน สอบสวนให้ตรงไปตรงมา อย่าปกปัองใคร และขณะนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมให้เอาดีเอสไอลงไปดําเนินการร่วมสืบสวนสอบสวนและ สั่งการให้คุณหญิง แพทย์หญิงพรทิพย์ ลงไปเก็บหลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ขอทําความเข้าใจกับท่านผู้อภิปรายด้วยครับ หลังจากนั้นผมก็จะขอตอบคําอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นะครับ

ประเด็นแรกเรื่องของการพาดพิง ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นี่ยัง ทอล์คโชว์ (Talk show) เหมือนเดิม แต่ว่าลีลาจะน้อยไปกว่าเดิมหน่อย ไม่มีชาร์จรอบนี้ ฝ้มือในการทอล์คโชว์ก็ฟังเพลินนะครับ แต่ว่าข้อเท็จจริงจะถูกต้อง การเสนอแนะที่เปึน ประโยชน์หรือไม่ก็ให้แล้วแต่แต่ละคนที่จะรับไปดําเนินการ และขอให้ดุลยพินิจของท่าน บรรดาสมาชิกว่าคําอภิปรายของท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นั้นจะลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านพูดว่า ผมจบจากกฎหมายหรือนิติศาสตร์จะไป รู้อะไรในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าผมไม่สามารถมีความรู้ที่ เกี่ยวข้องกับการทําตัวแบบสารวัตรของร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แน่นอน เพราะมัน คนละสไตล์ (Style) ดังนั้นคําถามนี้จึงถามว่า การมาเปึนรัฐมนตรีกับ ๖ เดือนของการเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของท่านนั้นเราต้องรู้อะไรในการทําหน้าที่

ประการแรก ต้องรู้ปัญหาครับว่าอดีตเกี่ยวข้องกับความไม่สงบภาคใต้นั้น เกิดจากอะไร กราบเรียนหลายครั้งแต่ก็ต้องกราบเรียนต่อเพราะหลายท่านยังไม่เข้าใจ นั่นคือการดําเนินการทางนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในระบอบทักษิณ อุ้มฆ่าตายไป กี่คน เหตุการณ์กรือเซะเกิดในยุคใดครับ เหตุการณ์ตากใบเกิดในยุคใดครับ การทําความ กระจ่างชัดของเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์นี้องค์กรที่ทําหน้าที่คืออัยการและศาล จะบีบบังคับให้รัฐบาลเข้าไปสั่งการแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรมให้อัยการสั่งฟัอง หรือสั่งไม่ฟัองไม่ได้ จะบีบบังคับให้ศาลเขียนคําวินิจฉัยในการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าพี่น้องประชาชนตาย ๗๐-๘๐ ศพนั้นเกิดจากสาเหตุอย่างอื่น อย่างใดนั้นบังคับไม่ได้ หลังจากนี้พนักงานอัยการจะได้รับเอาสํานวนการสืบสวนสอบสวน หรือคําวินิจฉัยของศาลมาสั่งการว่าควรจะฟัองใครหรือไม่ฟัองใคร ดังนั้นนั่นคือผมรู้อดีต ว่าสาเหตุของความรุนแรงเกิดจากการกระทําที่ผิดพลาดในเชิงนโยบายของรัฐบาลในยุค ท่านนั่นแหละ ทีนี้ถามว่าปัจจุบันผมรู้อะไร ขณะนี้เหตุการณ์รุนแรงยังมีครับ ผมเมื่อได้ รับผิดชอบก็จะต้องลงไปดูลงไปฟัง ดูให้เห็นด้วยตา ฟังให้เห็นด้วยหู ไม่ฟังการบรรยายสรุป ของข้าราชการเพียงอย่างเดียว รัฐมนตรีบางคนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๖ เดือนลงไปครั้งเดียวครับ ลงไปก็ไปร้องเพลงอยู่ในค่ายทหาร ค่ายตํารวจ ตชด. ไม่ได้ลงไปที่ ไอปาแยเหมือนท่านสุเทพเหมือนผม ไม่ได้ลงไปที่บ้านท่ากําชํา ไม่ได้ลงไปที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ สิ่งเหล่านี้ผมต้องยอมรับว่าผมต้องเสี่ยง ผมต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ปกติข้าราชการหรือนักการเมืองเรานี่ครับมักจะเข้าใจไม่ถูกต้องกับวิถีชีวิตความต้องการ ของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรืออีก ๔ อําเภอ ดังนั้นเราต้องทํา ความเข้าใจท่านทั้งหลายให้ได้ถึงจะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง หลังจากนั้นเมื่อเรา เข้าใจปัญหาดีแล้ว เข้าใจปัญหาปัจจุบันแล้วเราก็ต้องมากําหนดนโยบายในฐานะที่เปึน รัฐมนตรี การกําหนดนโยบายนั้นก็นับตั้งแต่นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงที่ ท่านสังกัด นโยบายรัฐบาลของรัฐบาลนี้ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ก็คือการเมืองนํา การทหาร โดยเอาแนวพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเปึนแนวทาง นั่นคือการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา การเข้าใจเราทําอย่างไร การเข้าถึงเราทําอย่างไร การพัฒนาเราทําอย่างไร การเข้าใจก็คือต้องทําความเข้าใจกับวิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิม ที่นั่นให้ได้ว่าเขาอยู่กันอย่างสันติ เขาอยู่กันอย่างพอเพียง การเข้าถึงก็คือทําอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนกล้าถามคําถามเรา กล้าระบายความทุกข์ความเดือดร้อนกับเรา กล้าที่จะ ร้องขอเราว่าอย่างนั้นไม่ถูกอย่างนี้ไม่ถูก หลังจากนั้นก็ทําการพัฒนาให้เปึนไปตาม ความต้องการ สิ่งแรกที่ผมอยากกราบเรียนว่าการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติของการ กําหนดให้เปึนไปตามนโยบายมีความสําคัญ รัฐบาลนี้แม้จะเข้ามาเพียง ๕ เดือนก็ตาม เราได้ว่าจ้างบัณฑิตที่จบการศึกษาทุก ๆ หมู่บ้าน ๒,๔๐๐ กว่าหมู่บ้าน บวกอีกชุมชนในเขตเมือง ให้ชุมชนและหมู่บ้านคัดเลือกเขา เหล่านั้นมาทําหน้าที่ร่วมกับ ศอ.บต. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับรัฐบาลว่า เมื่อท่านจบการศึกษาแล้วยังไม่มีงานทํา ท่านอาสาที่จะเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านของท่านไหม ปรากฏว่าจากการรับสมัครมีการสมัครกัน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน เลือกเอา ๒,๐๐๐ กว่าคน จาก ๒,๐๐๐ กว่าคนนี้ผมลงไปปฐมนิเทศเองครับ ๑. เก็บเอาความต้องการ ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านมาบอกราชการ มาบอกรัฐบาล หลังจากนั้นเมื่อเรารู้ เราทราบความต้องการของท่านแล้ว เราก็ส่งเม็ดเงินงบประมาณ ส่งวิธีการไปแก้ไขปัญหา ให้กับทางภาคใต้ นั่นแค่เพียง ๑ โครงการในจํานวนหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลนี้ มาทําหน้าที่เพียง ๕ เดือน ได้ดําเนินการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลัก ความต้องการของพี่น้องประชาชน หลังจากนั้นครับ การขับเคลื่อนทําอย่างไร นอกเหนือจากผมลงไปตรวจสอบประเมินผลแล้วว่า ราชการซึ่งเปึนเครื่องมือของรัฐบาล ได้ดําเนินการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติภายใต้เม็ดเงินงบประมาณที่ท่านทั้งหลายอนุมัติ มาแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๒ และจะอนุมัติต่อไปในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ลงไปตรวจสอบ ขับเคลื่อน ๑. มีความพร้อมขนาดไหนในการเตรียมความพร้อม ๒. เมื่อนําไปสู่การปฏิบัติ แล้วรั่วไหลไหม ถูกต้องไหม มีประสิทธิภาพไหม เกิดประสิทธิผลไหม ท่านประธานครับ นั่นคือการรู้ของการทําหน้าที่ของการเปึนนักการเมืองที่เข้ามารับผิดชอบเปึนรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของโครงการที่จะใช้เม็ดเงินงบประมาณ ๑๘,๒๕๙ ล้านบาท สําหรับ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราได้ใช้ ครม. ภาคใต้ ใช้คณะกรรมการขับเคลื่อน เพื่อที่จะให้เปึนไปตามนโยบาย ไม่ว่าเปึนแผนการที่เกี่ยวข้องกับการอํานวยความยุติธรรม หรือแผนที่เกี่ยวกับการยกระดับรายได้คุณภาพชีวิตในหมู่บ้าน หรือแผนพัฒนาคุณภาพคน ในทางพหุวัฒนธรรมหรือสร้างมาตรฐานของสังคม หรือแผนการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ การลงทุนภาคใต้ หรือแผนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน เดี๋ยว ฯพณฯ สุเทพ จะได้ชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่ผมได้เปึนผู้ประสานงานเกี่ยวกับ แผน ๆ หนึ่งก็คือ แผนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ภาคใต้ เรานั้นเปึนประเทศที่ติดเขตแดนกับมาเลเซีย แต่เชื่อมโยงไปยังอินโดนีเซีย เชื่อมโยงไปยัง สิงคโปร์ ดังนั้นการค้าชายแดนของเรามีความสําคัญมากครับท่านประธาน ชายแดน ภาคใต้มีด่านชายแดนอยู่ทั้งหมด ๙ ด่าน คือด่านปาดังเบซาร์ที่สงขลา ด่านสะเดา ด่านประกอบที่อําเภอนาทวี ด่านตํามะลังที่สตูล ด่านวังพระจันทร์ที่สตูล ด่านโก-ลก ที่นราธิวาส ด่านเบตงที่ยะลา ด่านบูเกะตาที่นราธิวาส และด่านตากใบที่นราธิวาส มูลค่า ของการนําสินค้าเข้า ส่งออก โดยเฉพาะที่ด่านสงขลาด่านเดียว คือด่านสะเดาประมาณ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มหุ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในทุก ๆ ป้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้กําหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการค้าชายแดน ให้เศรษฐกิจของภาคใต้เจริญก้าวหน้าด้วยการอนุมัติเงินงบประมาณหลายยอด ยอดแรก ที่ด่านเบตง ความแออัดยัดเยียดของพี่น้องประชาชนในการเดินทาง และความแออัด ยัดเยียดในการนําสินค้าเข้า ส่งสินค้าออกขณะนี้อนุมัติเงินงบประมาณไป ๖๐ กว่าล้านบาท เริ่มดําเนินการแล้ว ที่ด่านสะเดาครับ อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับป้งบประมาณนี้ โดยใช้ เงินกู้ที่เราผ่านไปเมื่อวานนั่นแหละ และที่สําคัญที่สุดก็คือเราจะขยายเขตพื้นที่รองรับ ตู้สินค้า ลดการจราจรและช่องทางในเนื้อที่ ๗๕๖ ไร่ เมื่อวานผมได้มีโอกาสได้พบกับ รัฐมนตรีธีระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่า ท่านรัฐมนตรีครับ จากการที่ผมไปประสานงานกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในการขยายด่านนั้น ขณะนี้พื้นที่ ๗๕๖ ไร่ ผมได้ประสานงานกับสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่ออนุญาตให้กรมศุลกากรใช้พื้นที่ตรงนี้แล้ว และเม็ดเงินงบประมาณพร้อมแล้ว ไปยัง ด่านประกอบครับ แม้จะเปึนพื้นที่ไม่กว้างมากนักเรากําลังขยายถนน ๔ เลนเข้าไปตรงนั้น ขณะนี้ได้หาตัวผู้รับจ้างในวงเงินเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว

-๑๒๙/๑ สําหรับด่านเบตงที่ท่านซูการ์โนได้พูดถึงนั้น บัดนี้เราได้ปรับปรุง เพื่อให้เปึนช่องทางที่ สะดวก เพื่อที่ให้พี่น้องประชาชนทํามาค้าขาย เดินทางไปมาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด่านโก-ลก ก็เช่นกัน ด่านบูเกะตาครับ ผมได้พยายามผลักดันร่วมกับรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องบอกว่าเงินงบประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาทที่ส่งลงไปนั้นขอให้รีบจัดจ้างและ ห้ามเอาเงินก้อนนั้นเอามาไว้ที่อื่น เพราะเห็นว่าในรัฐบาลยุคของท่านนั้นมักจะเอาจาก ภาคใต้เมื่ออนุมัติเม็ดเงินงบประมาณแล้ว บอกว่ายังไม่พร้อมเนื่องจากความไม่สงบ เกิดขึ้น ดังนั้นจะไม่มีการจ้างงาน ก็ส่งกลับมาไว้ที่อื่น อย่างเช่นกรณีของการพัฒนา ประปาที่อําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา รัฐบาลไหนไม่ทราบขโมยไปประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท บัดนี้ที่ด่านบูเกะตา ได้ดําเนินการจัดทําทีโออาร์ (TOR) เพื่อที่จะ ดําเนินการจัดจ้าง ให้มีการพัฒนาด่านที่นั่น อย่างไรก็ตามครับ ในเรื่องของสุขภาพอนามัย ในเรื่องของการศึกษาขอเพิ่มนิดเดียวครับท่านประธานครับ ขณะนี้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์รัฐบาลนี้ได้อนุมัติเม็ดเงินงบประมาณไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการ พัฒนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ให้เปึนมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเน้น ไปในเรื่องของวิทยาศาสตร์ พยาบาล แพทยศาสตร์ และรวมถึงวิศวกรรม วิทยาศาสตร์นี่ ภายใต้การร้องขอของ ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง ของจังหวัดนราธิวาส นอกจากนั้นครับ ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เช่นกันจะทําเปึนโรงพยาบาลศูนย์ หลังจากนี้เมื่อ โรงพยาบาลได้ดําเนินการพัฒนาที่นราธิวาสเสร็จแล้ว ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะ ไม่ต้องลําบากในการเดินทางเอาคนเจ็บ คนป์วย มารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลศูนย์ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า การพัฒนาในเชิงที่ เปึนรูปธรรม ภายใต้การเมืองนําการทหารนั้น เดี๋ยว ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะได้ ลงลึกในรายละเอียดที่ท่านได้ดําเนินการมากับมือและก็มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะให้ ภาคใต้ทัดเทียมกับภาคอื่น ๆ ที่จะทําให้ภาคใต้ได้พื้นคืนความเปึนธรรมที่ถูกละเลยมา นานครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ