วิชาญ มีนชัยนันท์ วิพากษ์วิจารณ์แนวทางนโยบายของรัฐบาลที่ไม่พิจารณาการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างจริงจัง และไม่มีแผนพัฒนาที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์และพยาบาล นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปีที่พบปัญหาต่าง ๆ เช่น การเก็บเงินค่าเทอมจากนักเรียน การจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียน และการสมัครหลักสูตรที่ไม่เหมาะสม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดทําแผนและ งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็ เปึนอีกส่วนหนึ่งหลังจากที่เราพิจารณาในเรื่องงบประมาณล้วน ๆ เลยครับ วิสามัญครั้งนี้ เป่ดมาก็เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ครั้งแรกก็ พ.ร.ก. เอาไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวาน นี้ก็เพิ่งจะผ่าน พ.ร.บ. ไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นโยบายนี่นะครับ งบประมาณซึ่งเปึน รายจ่ายประจําป้อีก ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งบอกได้เลยครับว่า เรื่องเงินเรื่องทองนั้นเปึน เรื่องสําคัญ ผมเองคงขออนุญาตนะครับว่า ในขณะนี้ประเทศของเรานั้นกําลังวิกฤติ จะบอกว่าวิกฤติมากแค่ไหนนั้นไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ครม. ชุดนี้เองคงทราบ อย่างไรก็ตามสภาแห่งนี้มีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาในเรื่องของ พระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่จะต้องนํามาใช้ในเรื่องรายจ่ายของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะนําเรียนเสนอนั้นคงเปึนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ซึ่งในหนังสือที่แจกนั้นได้รวมยอดทั้งหมดไว้ประมาณ ๕๐๖,๖๔๐ ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวนั้นนะครับ จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขออนุญาตเรียนว่าเปึนตัวเลขที่สูง ถ้าบอกว่าเปึนตัวเลขเกือบ ๑ ใน ๓ ของตัวเลข ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้นก็ว่าได้ ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้คงให้ความสําคัญกับคุณภาพหรือ ความเปึนอยู่ของมนุษย์ เขาบอกหลักการอย่างนี้ครับว่า คนเราเกิดมาต้องมีปัจจัยสี่ ในส่วนของปัจจัยสี่ ซึ่งบางทีทุกคนเองไม่เข้าใจหรอกครับว่าในนั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งหนึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามพูดเสมอครับว่า รัฐบาลพยายามที่จะจัดหาสิ่งต่าง ๆ ที่ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ผมขออนุญาตเรียนครับว่า วันนี้คน ๖๔ ล้านคนที่อยู่ในประเทศนั้นกําลังรอคอย ขออนุญาตครับว่า กลุ่มคนตั้งแต่เด็กที่เกิดมา ๐ ถึง ๕ ป้นั้นเขาเรียกว่าปฐมวัย โตขึ้นไปจาก ๖ ป้ ถึงประมาณ ๑๒ ป้ ก็คือเด็กที่อยู่ใน วัยเรียน ๑๒ ป้ ถึง ๒๕ ป้นั้นก็คือ กลุ่มที่กําลังได้รับการศึกษา และสูงขึ้นไปจาก ๒๕ ป้นั้น คือคนที่ทํางาน ๖๐ ป้ คือกลุ่มคนที่เรียกว่าสูงอายุที่จําเปึนที่จะต้องดูแล ในระบบการ จัดการการพัฒนาในเรื่องดังกล่าวนั้น วันนี้ผมมาดูในแต่ละหมวดนะครับว่า จะทําอย่างไร ให้คนเหล่านี้ภายใต้งบประมาณที่รัฐบาลเองกําลังกําหนดอยู่นั้นดูแลได้เต็มที่หรือเปล่า เริ่มจากในส่วนของกระทรวงที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องก็คือในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ต้องยอมรับครับว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นเปึนกระทรวงที่ดูแลพี่น้องประชาชนตั้งแต่ เกิด แก่ และตาย แต่ถามว่าในช่วงเวลาที่รัฐบาลตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านทักษิณเองนั้น ได้กําหนดแนวทางนโยบายในการดูแลสุขภาพอย่างถ้วนหน้า ตั้งแต่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค และยังดูแลต่อไปถึงคนที่สูงอายุจนกระทั่งแก่ แม้กระทั่งในเด็กก็มีการพัฒนาการต่าง ๆ ในเรื่องของการสร้างสื่อต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ตั้งแต่เด็กเกิดนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึน ความผูกพันในเรื่องของแนวทาง ซึ่งบอกได้เลยครับว่าในอดีตพรรคไทยรักไทยนั้นได้ทํา โดยยึดหลักในระบบรากหญ้าขึ้นมา จนทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แต่วันนี้ผมกําลังดู ครับว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังทําอะไรอยู่ ในด้านสาธารณสุข ผมเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุข นั้นเปึนกระทรวงที่มีจํานวนบุคลากรที่มีคุณภาพมากกระทรวงหนึ่ง แล้วจะบอกได้เลยครับ ว่าเปึนกระทรวงที่ทํางานหนักที่สุด ผมชื่นชมครับกับข้าราชการทั้งหมด แต่แนวทาง นโยบายที่รัฐบาลชุดนี้หรือตัวท่านรัฐมนตรีเองนั้น ขออนุญาตนะครับ เราติติงกันในการ ทํางาน วันนี้ดูเสมือนว่าการทํางานในกระทรวงสาธารณสุขนั้นไม่เต็มที่ จะเห็นจากการ ที่ว่าในแผนพัฒนาในส่วนต่าง ๆ ในส่วนของแนวทางต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีกําหนดแผนพัฒนา สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ในเรื่องของการแพทย์ ผมกําลังดูว่าแพทย์ที่ขาดอยู่นั้น ในระบบ เรามีแพทย์ทั้งหมดอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน แต่แพทย์จํานวนหนึ่งที่อยู่ในกระทรวง สาธารณสุขนั้น มีอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน คนที่ยังขาดอยู่ในระบบจะต้องการอีก ประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน พยาบาลขาดอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน กระทรวงสาธารณสุข เองวันนี้ท่านเริ่มผลิตแพทย์ใช้เวลาอีก ๑๐ ป้ เพราะกลุ่มแพทย์ต่าง ๆ ที่ผลิตได้แต่ละครั้ง แต่ละป้ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ คน ถามว่าแล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่รวมแพทย์ที่ หายไปจากระบบ เพราะไปอยู่ภาคเอกชนซึ่งได้เงินสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งพยาบาลที่ทํางาน หนักตลอดวัน เราจะทําอย่างไรครับ เงินที่เติมสวัสดิการที่ใส่ลงไป ท่านประธานครับ ยิ่งวันนี้มันมีปัญหามากขึ้น รัฐบาลชุดนี้บอกจะแก้ไขปัญหาความยากจน ผมได้รับเอกสาร ชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้จากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ก็ดีครับ ได้รับเงินงบประมาณเพิ่มมาประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๗๐๐ กว่าล้านบาทในป้นี้ ก็จะได้ไปอัพเดท (Update) ครับ เพราะเอกสารที่ได้มานั้น ป้ ๒๕๕๐ ป้นี้ ๒๕๕๒ แต่ผมบอกว่าถ้าดูแล้วมันน่าจะมีรายได้ ต่ํากว่านี้ สิ่งหนึ่งนั้นเขาบอกว่าคนกรุงเทพฯ ขีดความจนนะครับขณะนี้เขาขีดไว้ที่ ๒,๑๐๔ บาท ท่านประธานไม่น่าเชื่อครับ เขาคิดต่อคน ต่อหัว ต่อเดือน วันนี้มีถึง ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน ถ้าบอกว่าคิดเทียบคนกรุงเทพฯ ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน มีรายได้อยู่ ๒,๑๐๔ บาท จนหรือไม่จนครับ ภาคกลาง ๑,๕๒๘ บาท ต่อหัว ต่อคน จํานวน ๗,๗๐๐,๐๐๐ คน ที่มีรายได้ระดับนี้ ภาคเหนือ ๑,๓๒๙ บาท มีจํานวนคนที่อยู่ในระดับนี้คือ ๕๖๐,๐๐๐ คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑,๓๑๙ บาท มีคนอยู่ประมาณ ๑๐,๓๐๐,๐๐๐ คน ภาคใต้ ๑,๓๘๑ บาท มีคนอยู่ ๔ ล้านกว่าคน ถามว่าท่านประธานครับ ตัวเลขที่ผมเอามายืนยัน นั้นบอกได้เลยครับว่าเปึนเรื่องที่เหนื่อยที่รัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหา แต่ไม่เปึนไรครับวันนี้ ผมเองยังห่วงต่อไปครับ เรื่องการรักษาพยาบาลเมื่อสักครู่นี้ผมพูดค้างไว้ คนจึงหลั่งไหล มาสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้มารักษาพยาบาล แต่ไม่ได้จัดเงินไว้ครับ ที่เขาบอกว่า เงินกองทุนเพื่อดูแลในเรื่องของประกันสังคมต่าง ๆ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในระบบ จริง ๆ นะครับที่รักษาสุขภาพถ้วนหน้ามีอยู่ ๔๖,๙๐๐,๐๐๐ คน ประกันสังคมมีอยู่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน สวัสดิการมีอยู่ ๕,๖๐๐,๐๐๐ คน กลุ่มคนที่อยู่ที่ ๔๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ทุกป้เราจัดเงินลงไป เมื่อป้ที่แล้ว ๒,๒๐๒ บาท ป้นี้จัดไป ๒,๔๐๑ บาท ก็สูงขึ้นมาครับ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่ากองทุนเงินไม่พอใช้ เพราะคนจนมันเพิ่มมากขึ้น แทนที่เขามีเงิน เขาไปรักษาตัวเองในด้านอื่น ตอนนี้เงินไม่พอใช้ครับ ปรากฏว่าไปตุงอยู่ที่ส่วนของ ระบบราชการ ซึ่งปกติเขาจ่ายป้หนึ่งประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนี้เบิกไปจนถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าเงินในส่วนตรงนี้มันไปตุงได้อย่างไร และมันออกมาอย่างไร อาจจะเปึน เพราะว่าในส่วนของระบบของโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่กําลังทําอยู่นั้นเขาไม่มั่นใจครับ เพราะเงินส่งมาไม่ทัน หรือเงินไม่พอ ก็เลยเบิกเงินในส่วนดังกล่าวไปหนักอยู่ที่ระบบ ราชการ นี่เปึนรายงานนะครับ รายงานซึ่งผมได้รับมาในส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นย่อมแสดง ให้เห็นว่าระบบในเรื่องของการดูแลรักษาพยาบาลตรงนี้มีปัญหาแน่นอน แล้วท่านทราบ ไหมครับว่าโรคที่เปึนกันมาก ๆ ในขณะนี้เปึนโรคที่ร้ายแรงได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ มาลาเรีย แล้วตามด้วยอุบัติเหตุ ท่านประธานครับ กลุ่มเหล่านี้เปึนกลุ่มที่เรา ดูแลเขาได้หรือเปล่า เพราะวันนี้เด็กที่เติบโตเราต้องดูแลอย่างดี พอโตขึ้นมาเปึน เด็กนักเรียนเราก็ต้องเอาใจใส่อีกระดับหนึ่ง แต่หลังจากทํางานแล้ว เงินกองทุนที่สะสมมา มันถูกใช้ไปกับผู้สูงอายุ วันนี้ผู้สูงอายุต้องยอมรับครับว่าสูงมากขึ้น เพราะการแพทย์ดีขึ้น การดูแลผู้สูงอายุนั้นครั้งหนึ่งใช้เงินเปึนจํานวนมาก ผมเกรงว่าเงินในส่วนนี้ที่รัฐจัดให้ใน ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขน้อย ยิ่งโดยเฉพาะเปึนตัวเลขที่มัน เพิ่มขึ้นเพียง ๓๐๐ กว่าล้านบาท คือ ๗๒,๓๔๓ ล้านบาท แต่อยู่ในกรณีตรงนี้ ถ้ามองว่ากระทรวง สาธารณสุขเพิ่มขึ้นนั้น เพิ่มขึ้นเฉพาะในส่วนของสํานักงานปลัด เพื่อใช้ในการดูแลบริหาร ในส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นแทบจะไม่มีการ เพิ่มเติม หรือจะไปเพิ่มเติมในส่วนของเม็ดเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบ ท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนปัญหาที่จะต้องลงมาดูแล แล้วรัฐบาลชุดนี้จะต้องดําเนินการแก้ไข
มาพูดอีกด้านหนึ่งในเรื่องของการศึกษา ท่านประธานครับ วันนี้มีปัญหา ในเรื่องของการศึกษาที่ทางรัฐบาลบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ ไม่น่าเชื่อครับ ท่านประกาศ นโยบายออกไปชัดเจนว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ เกิดปัญหาทุกโรงเรียน ผู้ปกครองฟัองโรงเรียน เพราะไปเก็บเงิน อนุญาตให้เขาเก็บครับ ตามใบคําสั่งบอกว่าเก็บได้ในเรื่องของการดูใน หมวดต่าง ๆ เช่น การจ้างครูมาสอนพิเศษ ดูแลในเรื่องของการลงทะเบียนเกี่ยวกับเรื่อง คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ในหมวดต่าง ๆ ทั้งหมด ๓ หมวดสามารถเก็บได้ ไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท แต่สิ่งหนึ่ง เรื่องหนังสือ เรื่องสมุดต่าง ๆ ที่เอามาเปึนองค์ประกอบนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่น่ากลัวครับ เพราะชุดเครื่องแบบนักเรียน บางโรงเรียนจัดซื้อต้องเอาใบเสร็จ มีปัญหา ผู้ปกครองบอกว่าหาใบเสร็จ ไปซื้อจริง ไม่จริง ไม่ทราบ แต่เวลานี้ไม่มีใบเสร็จ โรงเรียนมาตามทวง สมุดใช้ยืมเรียน มีปัญหาครับ เงินต่าง ๆ เหล่านี้ผมเคยเรียนและพูดไปแล้วครับว่า ถ้ารัฐบาลมีเงินไม่เปึนไร แต่ถ้าคน ไม่มีเงินมาลงทะเบียนและนําเม็ดเงินนั้นไปใช้ไม่มีปัญหา วันนี้ไปขอร้องครับบอกว่า อย่าเอาเงินเลย แต่สิ่งหนึ่งพอไปพูดแล้วชาวบ้านบอกว่าก็เปึนสิทธิ เมื่อเปึนสิทธิก็เอาไปใช้ สิ่งนี้เกิดปัญหา เมื่อมีเงินเข้ามา ท่านทราบไหมครับว่าครูบาอาจารย์ทําเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ปวดหัว แล้วงบประมาณบางทีให้อาคารไปครับ อุปกรณ์การเรียนการสอนทุกอย่าง ไม่มี โต๊ะต้องไปขอเรี่ยไร โดนร้องครับ หาว่ากินแป็ะเจี๊ยะ ตามไปด้วยโรงเรียนห้องหนึ่งตอนนี้ ๔๐ คนเปึนมาตรฐาน แต่ตอนนี้อัดเข้าไปถึง ๕๐ คน ๕๕ คน แล้วก็ไปบอกว่าจัดการเรียน การสอนอย่างไร ผมถามรัฐบาลว่าถ้าท่านจะแจกจ่ายเงินจริง ๆ ท่านต้องดูว่าเม็ดเงินที่ไป ใช้นั้น คนที่เขาไม่มีความประสงค์ต้องการท่านไปแจกเสียจนทั่ว แต่อีกมุมมองหนึ่งนั้นท่านขาด ปัจจัยต่าง ๆ สื่อการเรียนการสอนอุปกรณ์นั้นท่านล้มเหลวในเรื่องดังกล่าว และสร้าง ปัญหานะครับ ครูที่บรรจุเข้าไป ครูที่กรุงเทพฯ ได้ครูจากอีสาน ได้ครูจากต่างจังหวัด ได้เงินเท่าไรครับ ได้เงินมา เงิน ๗,๐๐๐ กว่าบาท ได้เงินในเรื่องของสวัสดิการอีก ๑,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จบวกเข้าไปแล้วร่วม ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอะไรนะครับ เริ่มบรรจุเปึนครูก็เริ่มเปึนหนี้ ไม่ผิดหรอกครับ สิ่งที่รัฐบาลกําลังดูนั้นเปึน เรื่องที่ผิดแผกแตกต่างกัน แทนที่จะบรรจุครูให้ตรงกับจังหวัดต่าง ๆ ก็ไม่ทํา สิ่งนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องตลกครับ และผมมีหนังสือฉบับหนึ่งต้องอ่านครับ ขออนุญาตท่านประธาน ไม่อ่านไม่ได้ครับ เพราะนักเรียนมายื่นโดยตรง เขาบอกว่าเรียนมาถึงผมนะครับ ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ เรื่อง ขอร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ข้าพเจ้า เด็กชาย ผมไม่เอ่ยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะโดนครูบาอาจารย์เขาเล่นงาน โรงเรียน เขาบอกว่ามีความข้องใจในการทํางานของรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจาก รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ แต่เหตุไฉนยังมีการเรียกเก็บ เงินค่าเทอมจากนักเรียนอีก จึงอยากจะฝากท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ตั้งกระทู้ถาม รัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกันแน่กับนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ หากยังมีการ เรียกเก็บค่าเทอมอีก อยากเรียกร้องให้รัฐบาลถอนคําพูด แล้วพูดใหม่ว่าเรียนฟรี แต่ไม่ฟรีทั้งหมด ท่านประธานครับ สิ่งนี้นักเรียนและความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องเปึนเรื่อง ที่จะต้องเอาใจใส่ อีกสิ่งหนึ่งนะครับที่รัฐบาลทําเรื่องที่เปึนเรื่องไม่เหมาะสม พอดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่นะครับ ในเรื่องของต้นกล้าอาชีพนี่นะครับ ผมทราบ มาว่าใช้เงินจํานวนถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ป้นี้ตั้งไว้ ๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประสบ ความล้มเหลว เพราะต้นกล้าของท่านนั้นมันไม่ได้งอกเงยขึ้นครับ มันเกิดปัญหาคือ ตั้งไว้ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนมาลงทะเบียน ๒๔๐,๐๐๐ คน เอาเข้าจริง ๆ ครับมาเรียนแค่ ๗๙,๐๐๐ คน แล้วปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เปึนเรื่องแปลกครับ หลักสูตรต่าง ๆ เขาบอกว่ามีหลักสูตรการผลิต ๓๑๙ หลักสูตร เกษตร ๑๑๘ หลักสูตร และหลักสูตร อื่น ๆ อีก การสมัครก็เปึนเรื่องแปลกครับ เป่ดเข้าไปในเว็บไซต์ แล้วเป่ดเข้าไปดูครับ ไทยเข้มแข็งอะไรของท่าน แล้วเข้าไปดู เสร็จแล้วในส่วนนี้ต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ แล้วสมัครกันทั้งประเทศครับ แล้วใครไปตรงสาขาวิชาชีพอย่างไรนี่ไปเรียน ถามว่าจะได้ ตามจํานวนไหม บางทีอยู่ต่างจังหวัดมาเรียนกรุงเทพฯ ครับ แล้วคนจะไปเรียนได้อย่างไร อันนี้เปึนความผิดพลาดนะครับ แล้วยังใช้งบประมาณไปในการพิจารณา ผมไม่ทราบว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรณ์ท่านมีการพิจารณาหรือเปล่า การโฆษณาทําแผน ประชาสัมพันธ์ใช้เงินไปกว่า ๑๐๐ ล้านบาท โดยมีการจัดหาข้อมูลต่าง ๆ และการเบิกจ่าย นะครับ โดยไม่มีการผ่านสํานักนายกรัฐมนตรี และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ขั้นตอนการใช้จ่าย ในส่วนต่าง ๆ นั้นเขามีการติติงแล้วครับ บอกว่าไม่ควรที่จะนําโครงการดังกล่าวนั้น เข้ามาทําในเรื่องดังกล่าว ถ้าจะต่อยอดจริง ๆ เรื่องนี้กลายเปึนเรื่องของอุตสาหกรรม แล้วครับ เปึนผลประโยชน์ที่เอาไปลงให้อุตสาหกรรมเพื่อที่จะสร้างงาน คนที่ไปเรียนนี่ฝ๊ก ๒๐ วัน ได้วันละ ๑๙๐ บาท แล้วท่านทราบไหมครับ ค่าพาหนะ ค่าเดินทาง บวกเบี้ยเลี้ยง ได้ทุกอย่าง จบออกไปแล้วผมว่ายังตกงานอยู่ เพราะว่ากลุ่มเอสเอ็มอีที่ผมบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ หน่วย กําลังที่จะเสียหายในช่วงเวลาอีก ๘ เดือน ถ้าไม่ไปดู ไม่ไปปล่อย เงินกู้ แล้วปัญหาก็จะตามมา อีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมมองว่าเรื่องนี้จะต้องมีการลงไปดู ตรวจสอบ แล้วก็เอานโยบายต่าง ๆ นั้นวัดผลเลยครับว่าถ้าไม่ดี ขออนุญาตนะครับ ท่านประธาน อย่าเอามาใช้ประโยชน์ และเม็ดเงินนั้นน่าจะเอาไปใช้ด้านอื่น
ส่วนต่อมานะครับ เรื่องของโครงการทําดีมีอาชีพ นี่ก็เปึนโครงการหนึ่งที่ เปึนโครงการระหว่างทางใต้ส่งเข้ามา อยากให้ไปดูนะครับว่าโครงการดังกล่าวนั้นเด็ก นักเรียนที่มาเรียนนั้นลงทะเบียนกันน้อยมาก และกลุ่มที่มาเรียนนั้นค่อนข้างที่มีปัญหา เพราะส่งมาแล้วได้รับการดูแลอบรม ส่วนใหญ่แล้วเขาบอกว่ามีปัญหาในเรื่องของ ยาเสพติด มีปัญหาในเรื่องของการไม่ให้ความจําเปึน ให้ความสนใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลเคยเอาตัวเลขมาดูหรือเปล่า เพราะการทําโครงการแต่ละส่วนนั้นผมคิดว่ามีปัญหา แล้วก็ควรที่จะนํามาศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือในเรื่องของแนวทางนโยบายที่ลงมาที่ กรุงเทพมหานคร เพราะเปึนเรื่องใหญ่ เงินจํานวน เม็ดเงินนี่ ป้นี้เหลืออยู่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ พอไหมครับกับค่าใช้จ่าย เขาบอกว่าเดี๋ยวไปปรับลดวงเงินแล้วมาเพิ่มเอาทีหลัง แต่มาตรฐานในการดูแลตรงนี้นะครับก็ต้องฝากทางรัฐบาลว่า วันนี้ปัญหาอยู่ที่กรุงเทพฯ การต่อระบบโครงข่ายต่าง ๆ พิจารณาให้ดีนะครับ เดี๋ยวในส่วนของวิสามัญแล้วคงจะมาดู ในรายละเอียด ส่วนในเรื่องของประเด็นน้ําเสียที่ปล่อยลงมา ผมอยากให้ไปดูที่การเคหะ แห่งชาติ ตอนนี้ระบบระบายน้ําตลอดของการเคหะแห่งชาติไม่ได้เดินไม่ได้ทํางาน เม็ดเงิน ต่าง ๆ ในการเคหะแห่งชาติไม่ได้ใส่ลงไปให้เขาด้วย ไม่มีการปรับปรุงดูแล น้ําเน่าเสียเปึน จํานวนมากที่ปล่อยลงมานะครับตามคูคลองแถวที่ไปตั้งการเคหะแห่งชาติ และไม่มี เม็ดเงินนะครับที่จะไปใส่เรื่องโรงเรียน สถานการศึกษา ไม่มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ประชาชนไปอยู่มากมาย ท่านประธานครับในการจัดทําแผนและ งบประมาณต่าง ๆ นี่ผมอยากจะฝากรัฐบาลชุดนี้ว่า ไม่ใช่ลอกเอาจากของเก่า รัฐบาล ชุดเก่าอย่างเดียว เพราะต้องดูสถานะต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ แต่วันนี้ถ้าลอกอย่างเดียว นะครับปัญหาตามมาก็คือว่า ในส่วนต่าง ๆ ที่แต่ละรัฐบาลแต่ละชุดเขาทําไว้นี่เขามี มุมมองแต่ละส่วน แต่ของเราเองนั้นเปึนรัฐบาลซึ่งมาใหม่นะครับ ก็ต้องฝากว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องไปเช็คและตรวจสอบ ผมเปึนห่วงครับว่าเม็ดเงินต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนและอาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของการทุจริต ขออนุญาต ท่านประธานครับ ฝากรัฐบาลไปดูและพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดีนะครับ ขอบคุณครับ