สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ไพฑูรย์ แก้วทอง หารือเรื่องปัญหาตกงานในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือทั้งนายจ้างและลูกจ้าง รวมทั้งการสร้างความเข้าใจและความสงบในหมู่แรงงาน โดยเสนอแนวทางในการลดการว่างงาน เช่น การช่วยเหลือนายจ้างในการจ่ายเงินให้ลูกจ้าง การสนับสนุนการฝึกอบรมและเพิ่มอาชีพให้กับคนงาน และการลดค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการฝึกอบรมแรงงานและวิกฤติการว่างงาน การทำงานของแรงงานต่างด้าว และการตรวจสอบและรับรองสัญญาจ้างและนายจ้างที่แท้จริง เพื่อป้องกันการหลอกลวงและให้ความปลอดภัยแก่แรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ที่ได้อภิปรายเปึนห่วงเปึนใยของกระทรวงแรงงาน เท่าที่ผมได้รับและก็จดไว้ประมาณ ๔-๕ คน แต่ผมจะใช้เวลาสภาเพียงไม่มากนักนะครับ โดยเฉพาะอยากจะชี้แจงถึงภาพรวมท่าน ส.ส. อนุสรา ยังตรง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านได้ตั้งประเด็นถามว่าสมุทรปราการนี่ครับ มีผู้ที่ตกงานมากเปึนอันดับ ๑ และก็ขอทราบแนวทางมาตรการการแก้ไขของกระทรวงแรงงานนั้นว่าเปึนอย่างไร ผมเอง ก็จะขอชี้แจงภาพรวมทั้งประเทศเลยนะครับ คงจะใช้เวลาไม่มาก ขอเรียนว่าภาวะวิกฤติ นะครับ เนื่องจากกําลังซื้อต่างประเทศมีผลกระทบนะครับ ทําให้ผู้ผลิตของเราโดยเฉพาะ ผลิตเพื่อการส่งออกโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็ทําให้มี ปัญหาทําให้คนตกงานค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกนั้นนะครับ ตามข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาตินะครับ ก็คาดว่าถ้าเราไม่มีมาตรการที่จะแก้ไขและ ดําเนินการแล้วนะครับ คนก็จะตกงานถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไปนะครับ ตัวเลขนั้นค่อนข้างที่จะเปึนจริงนะครับ ที่เปึนจริงนั้นก็เนื่องจากผู้ส่งออกที่จดทะเบียน เพื่อการส่งออกกับกระทรวงพาณิชย์นะครับ จํานวน ๑๕,๐๐๐ รายนั้น อุตสาหกรรมที่มี ผลกระทบค่อนข้างมากนะครับ ประมาณสัก ๔,๐๐๐ ราย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม การผลิตรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งพวกอัญมณี เซรามิค (Ceramic) และก็ทั้งการ์เมนต์ (Garment) ที่ราคาแพง ๆ ด้วย ในจํานวน ๔,๐๐๐ รายนี้นะครับ คาดว่าโรงงานละ ๒๐๐ คน นะครับ ที่จะต้องปลดคนค่อนข้างที่จะแน่นอน อันนี้ก็ ๘๐๐,๐๐๐ คนแล้วนะครับ แล้วยังไม่จดทะเบียนอีกคาดว่าประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ คน นะครับ เปึน ๙๐๐,๐๐๐ คน พวกที่จบใหม่คาดว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ๕๐๐,๐๐๐ คน จะเข้า สู่งานนั้นก็ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ คน ในจํานวนล้านกว่าเข้าไปแล้วนะครับ แล้วก็ผู้ที่ตกงานตามปกตินะครับ ๔๐๐,๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน คือประมาณ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วต้อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนแน่นอน มาตรการที่กระทรวงแรงงานเองนะครับ ได้ดําเนินการเพื่อแก้ไขอย่างที่ท่านเห็นว่าขณะนี้แรงงานเราก็ค่อนข้างที่จะสงบ ที่สงบนั้น ก็เนื่องจากว่าผมเองนะครับ ได้ให้นโยบายกับกระทรวงแรงงานนั้นดําเนินการในลักษณะ เรียกว่า ๓ ลด ๓ เพิ่ม คือจะให้ลูกจ้างกับนายจ้างอยู่ด้วยกันนานที่สุดนะครับ เท่าที่จะทํา ได้เพื่อรอเศรษฐกิจดีแล้วเราก็ลุยงานกันต่อ แต่ที่เขารออยู่นั้นนะครับ รัฐบาลต้องช่วย คือช่วยทั้งนายจ้าง ช่วยทั้งลูกจ้างและก็สร้างความเข้าใจ และก็จากการที่เราดําเนินการ นะครับ คําว่า ๓ ลด ๓ เพิ่มนั้นนะครับ คําว่า ๓ ลด ก็คือ

ลดอันที่ ๑ ลดการว่างงานลง ลดการว่างงานลงนั้นก็คือไม่ให้เขาออก จากงาน ไม่ให้เขาออกจากงานก็คือเราก็ต้องช่วยทั้งนายจ้างหลายอย่างที่เราได้ ดําเนินการไป ไม่ว่าทางด้านภาษีก็ดี แม้กระทั้งการสนับสนุนใช้เงินงบประมาณของ สํานักงานประกันสังคมก็ดีนะครับ ที่ให้ธนาคาร เอสเอ็มอี ธนาคาร ธ.ก.ส. ให้ไปฝาก ดอกเบี้ยต่ํา แล้วก็ปล่อยสินเชื่อนั้นในราคาที่ต่ําอันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ลูกจ้างเองนะครับ โอที ไม่มีรายได้ลดลง แล้วก็บางบริษัทต้องหยุดงานแต่จ่าย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะนั้นลูกจ้างอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงมีมาตรการที่ช่วย แม้กระทั่ง ๕ มาตรการ ๖ เดือนแล้วนะครับ ก็ยังไม่พอ เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ก็ยังจิ๊บจ๊อยอยู่ เราจึงใช้นโยบายที่ฝ๊กอบรมในโรงงานนะครับ และก็ให้ไปเรียนอย่างวันละ ๑๖๐ บาทแล้วประการสุดท้ายนะครับ ลดภาษีนําเข้าเงินกองทุนประกันสังคม ๒ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ลูกจ้างมีเงินเหลือใช้เดือนละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ฝ์ายนายจ้างนั้นก็เอา จํานวนคนคูณก็ค่อนข้างเยอะ อันนี้ก็หมายความว่าคนก็ออกจากงานน้อยลงนะครับ คือลดการว่างงาน

ลดอันที่ ๒ ก็คือลดเคลื่อนย้ายแรงงาน แรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรว่างฤดู จากการทํางานจะหางานทําเราให้ไปทํางานอยู่ในบ้านนะครับ โดยให้ค่าจ้าง ๑๕๐ บาท ต่อวันนะครับ คนละประมาณ ๒๐ วัน อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ไม่ให้การเคลื่อนย้ายนะครับ

ลดอันที่ ๓ ก็คือลดค่าครองชีพก็อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ ก็เปึนส่วนหนึ่ง

ส่วนการเพิ่มงานนั้นนะครับ ก็ตําแหน่งงานต่าง ๆ นะครับ บางครั้ง คนอาจจะมองว่ากระทรวงแรงงานทําไมมีงบประมาณน้อย แต่ในส่วนของกระทรวงทุก กระทรวงนะครับ งบประมาณของแผ่นดินที่ลงไปไม่ว่าถนนไร้ฝุ์นก็ดี สร้างอะไรก็ดีอะไร ต่าง ๆ พวกนี้คือการสร้างงาน เพราะฉะนั้นก็มีตําแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นคือเพิ่มอันที่ ๑

อันที่ ๒ ก็คือเพิ่มอาชีพใหม่นะครับ ซึ่งก็มีหลายเรื่อง บางคนที่ออกจาก งานแล้วเบื่อไม่อยากจะทําก็มีการฝ๊กอบรมและเพิ่มอาชีพให้

อันที่ ๓ ก็คือเพิ่มการฝ๊กอบรม ด้วยการดําเนินการอย่างนี้ทําให้ตัวเลข อย่างที่ท่านสมาชิกอาจจะได้ท้วงติงในเรื่อง พ.ร.ก. ที่ว่าเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ไปอยู่แรงงานนี้แรงงานเปึนอย่างไร ยังว่างงานอยู่เยอะไหมนะครับ ก็ขอเรียนว่าตั้งแต่เกิด วิกฤติเดือนตุลาคม คนว่างงานออกจากงานโดยที่มาจดทะเบียนเพื่อใช้สิทธิในการ ว่างงาน เดือนตุลาคมประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคนแล้วก็เรียงสูงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง เดือนกุมภาพันธ์สูงที่สุดถึง ๑๐๑,๐๐๐ คนนะครับ แต่มาตรการที่กระทรวงแรงงาน ได้ดําเนินการนี้นะครับ พอถึงเดือนมีนาคมลดลงเหลือ ๘๑,๐๐๐ คน เดือนเมษายนลดลง เหลือ ๔๖,๐๐๐ คน เดือนพฤษภาคมลดลงมาเหลือ ๕๘,๐๐๐ คน แต่คนกลับเข้าไปสู่งาน เพิ่มขึ้นและขณะนี้ก็ไม่การถามว่าคนว่างงานจริง ๆ มีอยู่เท่าไรนะครับ จากตัวเลขของ สํานักงานสถิติแห่งชาตินะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้บอกไปแล้วครั้ง หนึ่งนะครับตัวเลข นั่นก็เอามาจากอันเดียวกัน คือเมื่อเดือนมกราคมตัวเลขคนว่างงานอยู่ ๘๘๐,๐๐๐ คน เดือนกุมภาพันธ์ ๗๑๐,๐๐๐ คน เดือนมีนาคมเหลือ ๗๑๐,๐๐๐ คน เหมือนเดิมนะครับ ที่เหมือนเดิมที่ลดลงมาน้อยนี่ครับ แต่คนออกจากงานน้อยมันก็มี ส่วนหนึ่งที่คนจบจากการศึกษาใหม่ มาอยู่ในสถิติที่มารวมกันทําให้มีการว่างงานอยู่ใน ตัวเลขประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ คนนี้นะครับเปึนคนที่อยู่ในวิกฤติที่ออก จากงานจริง ๆ ก็ประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คนนะครับ นอกนั้นก็เปึนการ ว่างงานปกติคือจะประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คนนะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวมาแล้วบอกว่า จังหวัดสมุทรปราการมากที่สุดก็เพราะว่า โรงงานมากที่สุดในประเทศไทย จํานวนผู้ใช้แรงงานมีมากที่สุดนะครับ

ส่วนท่านสมาชิกเปึนห่วงแล้วก็สอบถามอีกอันหนึ่งนะครับ คือท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่นนะครับ คุณสุชาย ศรีสุรพล ได้ถามว่า โครงการต้นกล้าอาชีพมีประโยชน์ตกถึงแรงงานหรือไม่นะครับ แล้วก็ผู้เข้าฝ๊กอบรมมีงาน ทําหรือไม่ แล้วก็ผู้ที่เข้าฝ๊กอบรมอยู่ในกลุ่มของผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือไม่นะครับ ขอเรียนว่า การฝ๊กอบรมในกลุ่มนี้ก็มีอันหนึ่งอันแรกเลยนะครับ คือกลุ่มของผู้ว่างงาน ผู้ว่างงาน ตามปกติที่ผมได้เรียนไปแล้วปกตินะครับ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน

ส่วนที่ ๒ ผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะถูกเลิกจ้าง เช่น การทํางานน้อยลง รายได้ น้อยลง ก็ลังเลถ้าอยู่แบบนี้ฉันจะอยู่ได้ไหม พวกนี้ก็ส่วนหนึ่งนะครับ ก็ออกมาฝ๊กออกมา ฝ๊กคือออกจากงาน แต่ผมได้ดึงไว้ให้อยู่ด้วยกันนะครับพวกนี้ก็เลยออกมาน้อย เพราะฉะนั้นออกมาน้อยจํานวนคนที่เข้ามาสู่ในต้นกล้าอาชีพจํานวนนี้ก็น้อยลงไปด้วย นะครับ

ส่วนที่ ๓ คือกลุ่มผู้ที่ถูกเลิกจ้างจริง ๆ ถูกเลิกจ้างจริง ๆ ก็จําเปึนต้องมาฝ๊ก เพื่อที่จะหางานทําต่อ

ส่วนที่ ๔ คือผู้ที่จบการศึกษาใหม่ที่จะเข้าสู่โครงการต้นกล้าอาชีพ ซึ่งมันไป สมดุลกับทางกระทรวงแรงงาน ซึ่งท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งนะครับ พอดีที่ถามมา ๓-๔ ท่านมันไปคัฟเวอร์ (Cover) หมดเลยนะครับ คือแรงงานภายในประเทศ และก็แรงงานต่างด้าว

ส่วนแรงงานต่างด้าวนั้นท่านสมาชิกจากจังหวัดหนองคาย ท่านเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ท่านได้บอกว่าทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวที่อยู่ ชายแดนนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายของท่านแล้วก็จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ชายแดน บอกว่าทาง กระทรวงได้จัดระเบียบให้แรงงานต่างด้าวทํางานอยู่ชายแดนไปกลับได้ไหมนะครับ อันนี้ ขอเรียนว่า ชายแดนทุกแห่งสามารถที่จะให้คนมาทํางานตอนเช้ากลับตอนเย็นได้ตาม ฤดูกาล และก็มีพระราชบัญญัติที่กําหนดไว้ด้วยนะครับ คืออนุบัญญัติตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑ อันนี้สามารถทําได้ และก็ใน ป้ ๒๕๕๓ นี้นะครับผมเพื่อให้สะดวกตรงนี้ไม่ให้คนพวกนี้ต้องเข้ามาลึก ๆ ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ได้มีการตั้งงบประมาณแล้วก็ตั้งจุดที่อํานวยความสะดวกให้มีทั้งหมด อยู่ ๒๗ แห่ง ทั้งเขตแดนลาว กัมพูชา และพม่า อันนี้สําหรับศูนย์ที่ตั้งนี้นะครับก็มีอยู่ที่ จังหวัดหนองคาย แล้วชายแดนที่จังหวัดหนองคายก็มีที่บึงกาฬ จังหวัดหนองคาย โดยที่ว่าป้นี้เราจะจัดงบประมาณดําเนินการเกี่ยวกับชายแดนอันนี้นะครับ แล้วขอเรียน อันหนึ่งนะครับ ก็คือส่วนที่ต่างด้าวที่มาทํางานอยู่ในประเทศไทยนะครับ จํานวนขณะนี้ ก็ถ้านับแล้วก็เปึนล้านคนที่จดทะเบียนให้ทํางานอยู่แล้วก็หลายแสนคน ขณะนี้มติ ครม. ก็ได้อนุมัติแล้นะครับว่า ผู้ที่ทํางานอยู่ใต้ดินหรือไม่ได้รับอนุญาตก็ให้มีการอนุญาต และก็จะให้อนุญาตครั้งสุดท้ายเปึนครั้งนี้ครั้งสุดท้าย แล้วก็มีการอนุญาตไปถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่อนุญาตอย่างนี้แล้วก็คือประมาณสักวันที่ ๑ ตุลาคม ก็จะให้มีการ จดทะเบียน ขณะนี้รอกระทรวงมหาดไทยที่จะประกาศกฎกระทรวงว่า ให้คนต่างด้าว พวกนี้อยู่ในประเทศชั่วคราวเพื่อการส่งออก เราก็ให้มาทํางานในช่วงประมาณสัก ๖ เดือน และเมื่อได้มาทํางานอยู่แล้วต้องมามีการพิสูจน์สัญชาติก็คือ นายจ้างต้องพาลูกจ้าง พิสูจน์สัญชาติ เมื่อพิสูจน์สัญชาติแล้วนะครับถ้าหากว่าพม่าเขายอมรับว่าเปึนคนของเขา เขาก็จะออกพาสปอร์ต (Passport) ชั่วคราวให้ เมื่อออกพาสปอร์ตชั่วคราวให้นะครับ ทางกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมก็จะออกใบอนุญาตให้ทํางาน ๒ ป้ และการ จดทะเบียนนี้นะครับเราจะเป่ดจดแค่เดือนเดียวเพื่อปัองกันไม่ให้คนพม่าทะลักเข้ามา ในช่วง เพราะฉะนั้นเดือนกรกฎาคมเดือนเดียวนะครับ อันนี้อยากจะประชาสัมพันธ์ให้ พี่น้องผู้ที่จําเปึนต้องใช้แรงงานต่างด้าวในโรงงานที่คนไทยไม่ทํา แต่ก่อนที่จะให้ต่างด้าว มาทํานี้ต้องประกาศรับคนงานไทยก่อน ๗ วัน เมื่อคนไทยไม่มาแล้วยังขาดอยู่เท่าไรท่านก็ พามาจดนะครับ หลังจากนั้นแล้ว ๑ เดือนเราจะตรวจกันอย่างจริงจัง แล้วก็ผลักดันคน กลุ่มนี้ออกไป แล้วในป้ต่อไปถ้าหากว่ากิจกรรมต่าง ๆ ยังต้องการใช้ต่างด้าวอยู่ถ้ามีการ สํารวจแล้วก็จะให้เข้ามาโดยถูกต้อง คนที่มาไม่ถูกต้องคงไม่มีแล้ว อันนี้ก็ประชาสัมพันธ์ ให้ทราบด้วยนะครับ

ในประเด็นสุดท้ายนะครับ อันนี้ก็เกี่ยวกับแรงงานต่างประเทศนะครับ ซึ่งท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายไปเรื่องของกิจการของแรงงานต่างประเทศ ควรจะอยู่ ในกระทรวงแรงงาน อันนี้มันอยู่อยู่แล้วครับ แล้วเราก็มีสํานักงานทั้งหมด ๑๐ กว่าแห่ง เกือบ ๒๐ แห่งในต่างประเทศต่าง ๆ ซึ่งผมเองคงไม่ต้องไปบอกว่าแต่ละประเทศเพื่อไม่ให้ เสียเวลา มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ กว่าแห่งที่ดูแลคนงานของเราที่อยู่ต่างประเทศ แล้วรวมทั้งการ ประสานงานเดินทาง ใครอยากที่จะไปทํางานต่างประเทศนั้น เพื่อไม่ให้มีการถูกหลอกกัน ก็ขอให้ประสานงานติดต่อกับกระทรวงแรงงานของเราโดยตรง ซึ่งการที่จะไปทํางานต่างประเทศนั้นมีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่วิธีที่ว่ารัฐบาลส่งเอง ให้บริษัท จัดหางานเปึนคนส่ง หรือนายจ้างที่ไปทํางานต่างประเทศอยู่สามารถนําไปได้ หรือว่าไป ติดต่อจากนายจ้างด้วยตัวเองแล้วก็ไป อันสุดท้ายก็คือไปฝ๊กงาน แต่ก่อนที่จะไปนั้น ถ้าท่านจะบอกไปเที่ยวก็ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน แต่ถ้าท่านอยากจะไปทํางาน แล้วก็มาแจ้งทางเรา ทางกระทรวงแรงงานโดยกรมจัดหางานจะตรวจสัญญาจ้าง และก็ ตรวจนายจ้างว่ามีจริงหรือไม่ เงินเดือนเท่าไร อะไรเท่าไร แล้วคนที่ตรวจ คนที่แจ้งเรา มานั้นทูตแรงงานของเราที่อยู่ในต่างประเทศ บางประเทศอาจจะไม่มีแต่อาศัยที่ใกล้เคียง กันดูแลหลายประเทศ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็ให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยตรวจสอบ และรับรองมาว่ามีนายจ้างจริง มีสัญญาจ้างถูกต้อง อะไรถูกต้องหมด เราถึงให้ไป