สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ละออง ติยะไพรัช หารือเรื่องงบประมาณของปี 2553 โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและความไม่เท่าเทียมกันในการจัดสรรงบประมาณระหว่างกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ และกังวลใจเปึนอย่างยิ่ง เรื่องที่เราพิจารณาผ่านสภาที่ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินและการ ใช้เงิน เรื่องเกี่ยวกับการกู้เงินดิฉันอยากจะให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ติดตามในเรื่องของ การกู้เงินและการใช้จ่ายเงิน ต้องช่วยกันค่ะวันนี้ ดิฉันขอยกตัวอย่างในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมาว่าเรามีกรอบเงินกู้ที่เราได้อภิปรายกันในสภาแห่งนี้มีอะไรบ้าง ในช่วงปลาย เดือนพฤษภาคมเราได้พูดถึงกรอบเงินกู้เงินต่างประเทศเพื่อที่จะเอามาทําโครงการใหญ่ ๆ ๔ โครงการ คือสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา ใช้เงินประมาณ ๒,๖๕๗ ล้านบาท ปรับปรุง ประปานครหลวงใช้เงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รถไฟฟัาสายสีน้ําเงินใช้เงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลักเปึน ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวง ใช้ประมาณ ๕,๖๒๐ ล้านบาท ก็เปึนประมาณ ๖๑,๒๗๒ ล้านบาท อันนี้คร่าว ๆ นะคะ และช่วงระยะเวลาวันที่ ๑๕ เราก็พิจารณาเรื่องของกรอบเงินกู้ของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราก็เข้าใจว่าเอาไปโปะเงินที่เราเก็บภาษีอากรไม่ตรงเปัาก็คือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะต้องมีงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายอีก ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็วันที่ ๑๖ เราได้พิจารณางบประมาณ พระราชบัญญัติเงินกู้ ๓ วาระรวดภายในคืนเดียวก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ในงบประมาณที่ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ ๒๕๕๓ มันจะมีเงินที่แฝงอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ดิฉันมาดูอันนี้เราก็ต้องติดตามว่าดิฉันก็อยากยกตัวอย่างว่า ทําไมดิฉันถึงเอา ๔ โครงการใหญ่ ๆ มาอภิปราย ดิฉันไม่อยากจะให้รัฐบาลว่าการจัดสรร งบประมาณไปกระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ถ้ากระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่งพี่น้องประชาชนในชนบทก็จะ ไม่ได้รับประโยชน์ และก็การกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะไม่เกิดขึ้น วันนี้เวลาดิฉันมีน้อยนะคะ ดิฉันขอพูดถึงในเรื่องของงบประมาณของป้ ๒๕๕๓ ดิฉันดูเทียบงบประมาณระหว่าง ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๓ ความแตกต่างของงบประมาณก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ก็คืองบของแต่ละกระทรวงแต่ละกรมก็พอ ๆ กับป้ ๒๕๕๒ แต่ดิฉันก็อยากจะให้ว่าการ จัดสรรงบประมาณเมื่อเราจัดสรรงบประมาณที่ใกล้เคียงกันนโยบายก็คือเรื่องสําคัญว่า เราจะใช้เม็ดเงินอย่างไรให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ในงบประมาณ ของป้ ๒๕๕๓ ดิฉันได้ฟังคําแถลงนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดิฉันก็เคลิ้ม ตามว่าถ้าสมมุติเราทํางบประมาณให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ประเทศไทยของเราก็คงจะวันนี้ถนนคงจะอาจจะทําด้วยทองคํา แต่ดิฉันก็กังวลใจในเรื่อง ของงบประมาณที่จะลองเอาไปใช้ในป้ ๒๕๕๓ ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดูในเรื่อง ของงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ซึ่ง ๒ กระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนโดยตรงในเรื่อง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เกี่ยวกับน้ํา กระทรวงทรัพยากรก็เกี่ยวกับน้ํา วันนี้ที่ ดิฉันได้ฟังคําอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์ได้แถลงให้ฟังดิฉันก็ดีใจ ดีใจว่าท่านอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจในเรื่องของพี่น้องเกษตรกรในเรื่องการปลูกข้าว ดิฉัน อยากจะเล่าให้ท่านฟังว่าช่วงการทํานาปรังของพี่น้องเกษตรกรที่ผ่านมา พี่น้องตอนเช้า ดิฉันได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน สิ่งที่ดิฉันพบเห็นก็คือพี่น้องประชาชนทะเลาะกัน ทะเลาะกันเรื่องอะไรรู้หรือเปล่าคะ ทะเลาะกันเรื่องการใช้น้ํา แล้วก็ตี ๔ ตี ๕ พี่น้อง ประชาชนก็จะเอากระสอบทรายไปกั้นน้ําคลองเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้น้ํามันเต็มคลองแล้วก็ สูบน้ําขึ้นมาเพื่อทํานาปรัง อันนี้สิ่งที่เราได้พบได้เจอ แต่ดิฉันก็เสียดายในช่วงที่รัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณคือพรรคไทยรักไทยของเราเดิมเราได้จัดสรรงบประมาณ รายการจัดทําระบบน้ําก็คือเปึนเมกะโปรเจกต์ เกี่ยวกับเรื่องน้ําโดยเฉพาะ และทําให้พื้นที่ ในจังหวัดเชียงรายเองเราก็ได้มีงบประมาณเข้าไปในการสร้างอ่างเก็บน้ําเหมือนกับเราได้ สร้างกะละมังรองรับน้ําไว้เวลาฝนตกก็คือทําอ่างไว้ แล้วเวลาฤดูแล้งเราสามารถที่จะเอา น้ํามาใช้ในการทําเรื่องของนาปรังของเกษตรกรได้ แต่หลังจากที่โครงการนี้ยังไม่เสร็จ สมบูรณ์ก็มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นก็ทําให้โครงการหลายโครงการที่ดี ๆ ได้หยุด ชะงักลง วันนี้ก็ชะงักลงและทําให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้น และการขายข้าวในป้นี้ การรับจํานําข้าวเปึนการรับจํานํา แล้วก็ทางจังหวัดเชียงรายตอนนี้พี่น้องเกษตรกรได้ทํา เรื่องถึงทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อจะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแล เพราะว่า โควตาในเรื่องของข้าวท่านเพิ่ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในจังหวัด เชียงราย ณ เวลานี้ข้าวยังเหลืออยู่ประมาณ ๑๗๓,๖๐๐ ตัน แต่โควตาที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันที่รัฐบาลจัดสรรให้เพิ่มนี่นะคะไปที่จังหวัดเชียงรายเพียง ๑๖,๐๐๐ ตัน มันเหลือตั้งแสนกว่าตัน แล้วพี่น้องประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร แล้วจะต้องทํา อย่างไร วันนี้พี่น้องประชาชนก็พยายามที่จะให้ดิฉันช่วยประสานงานกับท่าน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์แล้วก็ทางรัฐบาล แต่เมื่อวานดิฉันได้ฟังท่านนายกพูดว่า ท่านก็ช่วยเกษตรกรให้ได้รับโควตาจํานําข้าวทั้งหมด แต่ดิฉันมาฟังท่านอลงกรณ์วันนี้ดิฉัน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านจะทําอย่างไรกับในเรื่องของข้าวที่เหลือที่จังหวัดเชียงราย ประมาณ ๑๗๓,๖๐๐ ตัน ท่านจะทําอย่างไร เพราะวันนี้ดิฉันรู้ว่าพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ผิด นะคะ ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ว่ารัฐบาลจัดการในเรื่องของการจําหน่ายข้าวท่านได้ทํา ยุทธศาสตร์ที่ผิดหรือเปล่าที่ท่านเอาข้าวสาร ๒.๖ ล้านตันมาทุ่มตลาด แล้วก็มีการประมูล กันโดยที่ไม่มีราคาขั้นต่ําหรือราคากลาง เมื่อวานนี้ดิฉันฟังจากท่านรัฐมนตรีดิฉันก็รู้สึกว่า ไม่ค่อยสบายใจ วันนี้ดิฉันก็ขอฝากรัฐบาลช่วยเรื่องของเกษตรกรในเรื่องการรับจํานําข้าว ที่จะต้องเหลือประมาณ ๑๗๓,๒๐๐ ตัน วันนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ ที่จริงก็มีหลาย ประเด็นที่ยังค้างอยู่ที่จะคุยด้วย ท่าน ส.ส. นวัธก็ฝากบอกว่านกที่ขอนแก่นมันร้องเสียง เปลี่ยนไป ดิฉันก็ไม่รู้มันเปลี่ยนไปอย่างไรเหมือนกันค่ะ