สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

สถาพร มณีรัตน์ อภิปรายเรื่องความไม่เชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะชาวนาและนักธุรกิจที่ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลและงบประมาณ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ตั้งแต่ย่ํารุ่งของ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองทําให้พี่น้อง ประชาชนได้มีอํานาจในการเข้ามาจัดการบริหารประเทศผ่านองค์กรโดยใช้ชื่อว่า รัฐสภา ขณะนี้ก็เปึนเวลา ๗๐ กว่าป้แล้วเราก็ยังวนเวียนซ้ําซากเสนองบประมาณซึ่งแต่ละป้นั้นจะ มีแต่เชิงรูปแบบ เชิงสาระเองนั้นเปึนไปได้น้อย วันนี้ผมจําเปึนจะต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ตั้ง ข้อสังเกตเพื่อให้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน วันนี้อุปมาผมก็ถือว่าพี่น้องประชาชนของผมนั้น ๖๓ ล้านบาท อุปมาเปึนประเทศไทย แล้วก็อุปมาประเทศไทยเปึนรถ เอ็นจีวี มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนโชเฟอร์ (Chauffeur) มีคณะรัฐมนตรีเปึนเด็กท้ายรถเปึนช่างซ่อม และมีพี่น้องประชาชน ๖๐ ล้านคน เปึนผู้โดยสาร วันนี้รถ เอ็นจีวี เหยียบ ๑๒๐ จะเข้าโค้งและมีหุบเหวอยู่ข้างหน้าธรรมชาติของผู้โดยสาร จะต้องท้วงติงโชเฟอร์ เด็กท้ายรถทั้งหลาย ช่างเครื่องทั้งหลายบอกว่า หยุดก่อน หยุด ตรวจสอบดูเบรก ดูน้ํามัน เพราะรถมันจะเข้าโค้ง ๑๒๐ ถ้าโชเฟอร์หรือเด็กท้ายรถ ทั้งหลายไม่ฟังอันนี้จะตายกันทั้งคันเพราะจะต้องตกเหว วันนี้ผมขอเปึนผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่จะต้องท้วงติงในการตั้งงบประมาณของท่าน ๑.๗ แสนล้านล้านบาท เปึนงบประจําเสีย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนงบลงทุนเสีย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ตรงนี้คือเชิงสาระ ผมขอ อภิปรายหัวข้อเดียว นั่นก็คือหัวข้อเรื่องของความไม่เชื่อมั่น ความไม่เชื่อมั่นนั้นพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนเกษตรกรนั้นไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้ ท่าน ไม่สังเกตหรือครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พอ ผมอภิปรายรีบลุกปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฟังอยู่คนเดียว เพราะเขา ไม่เชื่อมั่น ท่านจะขายข้าวโพดก็มีปัญหา ท่านจะขายข้าว ๒ รอบแล้ว นี่รอบที่ ๓ แล้วก็ ยกเลิกอีก ผมถามว่าข้าวนาปรังออกแล้ว ตอนแรกก็บอกว่าจะประกันราคา เอะอะโวยวาย จะประกันราคาพี่น้องชาวนางงครับ บอกว่าการประกันราคาจะประกันอย่างไร เพราะ ระบบมันคือการรับจํานํา ท่านก็ได้ยินเสียงชาวนาเอะอะโวยวายก็หยุดการประกันราคามา รับจํานําเหมือนกัน พอมารับจํานําเหมือนเดิมเจ้าของโรงสีมีราคามีข้าวเต็มโรงสีแล้ว พี่น้องเชียงใหม่ ลําพูนโทรศัพท์มาจํานําข้าว ใบประทวนยังไม่ได้ เงินยังไม่ได้ รอบแรกยัง ไม่ได้ รอบ ๒ ก็ยังไม่ได้ นี่คือการขาดความเชื่อมั่น ขนาดชาวไร่ ชาวนาซึ่งอยู่ในภาคชนบท รากหญ้าไม่มีความเชื่อมั่น นักธุรกิจ นักลงทุนไหนเขาจะมาลงทุน เขาจะกล้าลงทุนหรือ ครับ ผมสั่งเรือของผมมาจอดรอรับข้าวสารจะส่งนอกแล้ว ท่านนึกว่าจะสั่งทางโทรศัพท์ได้ หรือครับ โดยจิตสํานึกมันจะต้องมีการวางแผนจะสั่งเรือเข้าท่ามารอรับข้าว ๒ ครั้งแล้ว ครั้งที่ ๓ แล้ว ผมต้อง เซ กู๊ดบาย (Say goodbye) ไปเอาข้าวเวียดนามดีกว่า ข้าวก็เต็ม โกดังเสร็จแล้วนาป้มาจะเอาโกดังไหนมารับอีก ก็ถูกพ่อค้ากดราคาอีก ในที่สุดความไม่ เชื่อมั่นอันนี้มันก็จะตกต่อรากหญ้าคือชาวนาทั่วประเทศ นี่คือข้อเท็จจริงไม่ต้องอธิบาย ความว่ามีการวางแผน มีคณะกรรมการอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วสิ่งที่ไม่เชื่อมั่นอีกชาวสวน ลําไย ชาวสวนลําไยเชียงใหม่ ลําพูน ๘ จังหวัดภาคเหนือไม่เชื่อมั่นอีก ไม่เชื่อมั่นอย่างไร ขณะนี้ลําไยอีก ๒๐ วันจะออกตลาดเงียบกริบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแต่เรื่องลําไยเก่า ซึ่งจะต้องใช้งบ ๙๐ ล้านบาทเผา ที่จริงเขาบอกไม่ควรเผาใช้เปึนปุิยก็ได้ ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์จับลําไยเก่ามาศึกษาก็ได้เปึนประโยชน์ จะเผาใช้งบ ๙๐ ล้านบาท ตอนนี้ยังแย่งกันไม่จบเพราะมีบริษัท ๔ บริษัทมาแย่งกันเผาลําไย คิดดูสิ ครับท่านประธาน และจะให้เชื่อมั่นได้อย่างไร ลําไยใหม่อีก ๒๐ วันจะออกสู่ตลาด มาตรการเงียบกริบ บอกว่าจะช่วยเกษตรกร เกษตรกรวันนี้เข้าหาแหล่งทุนไม่ได้ จะช่วย กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มสหกรณ์ก็เปึน เอ็นพีแอล เงื่อนไขก็ติดอีก สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อมั่น ไหนบอกว่าจะมีรัฐมนตรีไปประเทศจีนจะไปเจรจากับคนจีน นี่ก็จะไปอีกแล้วจะขนไป ๘๐ ชีวิต จะไปอีกแล้ว เมื่อก่อนนี้ตอนนี้ถ้าเปึนชาวสวนลําไยเขารู้แล้วว่าเมืองจีนจะซื้อ กี่ตัน จะบริโภคสดภายในประเทศกี่ตัน จะอบเนื้อสีทองกี่ตันแบ่งโควตากันเรียบร้อย ขวัญกําลังใจของเกษตรกรชาวสวนลําไยก็มี ก็จะรีบบํารุงรักษาต้นลําไย รีบบํารุงรักษาให้ ลูกมันใหญ่ ๆ ขายจะได้ราคาดี ๆ ป้ ๒๕๕๑ ขายได้ ๒๐-๒๕ บาท พอป้ ๒๕๕๒ ภาษีก็ขึ้น เหล้าขาวก็ขึ้น บุหรี่ก็ขึ้น น้ํามันก็ขึ้น แต่สินค้าเกษตรหัวตกหมด หัวทิ่ม ท่านไปเลยลูกศร ทุกตัวหัวทิ่มหมด อ้อยก็หัวทิ่ม ข้าวโพดหัวทิ่ม ข้าวก็หัวทิ่ม ทิ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ยันรัฐมนตรีเลยจนถึงชาวนาหัวทิ่มหมด แล้วจะให้ความเชื่อมั่นอย่างไร แล้วสิ่งที่น่าเสียใจ ที่สุดท่านตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๓ โดย ๑.๗ การสร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบ กระจายสินค้าเกษตร ท่านตั้งเงินไว้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันจะไปพอทํายาอะไร ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท สมัยผมเปึนเด็กรายได้ของประเทศจะได้ข้าว ยางพารา ดีบุก ซึ่งเปึนของเกษตร แต่อันดับ ๑ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ขณะนี้รายได้ของประเทศจากการส่งออก ส่งออกก็หดตัว เก็บภาษีก็ไม่ได้ การเกษตรเอา เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทไปประกันความเสี่ยง ไปประกันทําอะไร แล้วเสร็จแล้วท่านยังมาผูก ไว้ ผูกไว้ว่าจะวางแผนผ่านพัฒนาการเกษตรอย่างเปึนระบบผ่านกระบวนการสภาเกษตร สภาเกษตรยังเปึนวุ้นอยู่เลยครับ กฎหมายยังไม่เข้าเลยท่านเขียนมาได้อย่างไรนี่ เขียน โดยใช้วาจาที่โกหกต่อสภาอย่างนี้ไม่ได้ สภาเกษตรยังไม่เกิดเลย ยังเปึนวุ้นอยู่ ยังเปึน กฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งกําลังขัดแย้งที่มาของสภาเกษตรอยู่ยังไม่เข้าสภา ท่านก็เขียนกฎหมายเสียแล้ว สิ่งเหล่านี้ผมหวังไว้ว่า ผู้โดยสารอย่างผมนั้นได้เอะอะ โวยวายว่า งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น เปึนงบประมาณที่ใช้แต่เฉพาะงบประจํา ส่วนงบ ลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นน้อยเหลือเกิน ไหนบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือว่าท่าน คิดว่าเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมีความสุข ท่านฝากความหวังไว้กับเงินกู้ แต่จะใช้ หนี้ผู้โดยสารอย่างพวกผมต้องมาใช้หนี้ ผมหวังไว้ว่าการอภิปรายของผมในครั้งนี้คงจะ สร้างคุณประโยชน์ให้กับกรรมาธิการที่จะเข้าไปแปรญัตติ แล้วก็หวังไว้ว่าพี่น้องประชาชน คงได้ประโยชน์ กราบขอบคุณครับท่านประธาน