พรพิมล ธรรมสาร ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณที่ลดลงและโครงการเรียนฟรีที่ไม่ฟรีทั้งหมด พร้อมขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่ดีต่อครูอาจารย์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย จากการพิจารณางบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดิฉันไม่สบายใจ แล้วไม่เห็นด้วยกับงบประมาณที่จัดสรรให้กับกระทรวงศึกษาธิการในส่วนของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือที่เราทราบกันว่า สพฐ. ซึ่งได้ลดลงจาก งบประมาณเมื่อป้ที่แล้วเปึนจํานวนมาก ดิฉันเห็นว่าการศึกษาของเยาวชนของชาติเปึน สิ่งที่สําคัญเปึนอย่างยิ่งควรที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอยู่ในลําดับต้น ๆ ด้วยซ้ํา ไป และสิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ดิฉันไม่เห็นด้วยก็คือ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมี คุณภาพของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันนะคะ ซึ่งขณะนี้ได้สร้างความวุ่นวาย ความเดือดร้อนไปทั่วทั้งแผ่นดินนะคะ ดิฉันไม่ได้พูดเกิน ความเปึนจริงเพราะว่าโรงเรียนสถานศึกษาของประเทศไทยเรามีอยู่ทุกแผ่นดินทั้งแผ่นดิน นี้ ไม่ว่าจะเปึนเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้ อย่างมีคุณภาพของท่าน ซึ่งขณะนี้ได้เป่ดเทอมมาแล้วเปึนเวลาเกือบ ๑ เดือนแล้ว นะคะ แต่ความวุ่นวายเกี่ยวกับนโยบายโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของท่าน ก็ยังไม่จบสิ้น ท่านทราบไหมคะว่าท่านได้ทําภาระให้กับผู้ที่ปฏิบัติการเกี่ยวข้องเปึนอย่าง มาก เพียงเพราะว่าความต้องการกับนโยบายทางการตลาดของท่านกับคําว่า เรียนฟรี ซึ่งผู้ปกครองบางคนไม่เข้าใจ ไม่ได้ทราบรายละเอียดอย่างถ่องแท้ เนื่องด้วยว่ามีบาง รายการที่สถานศึกษาสามารถที่จะเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมได้นะคะ เช่น ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าบํารุงสมาคมต่าง ๆ แต่ว่ารายการเหล่านี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ปกครอง นะคะ แต่ว่าก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของภาคี ๔ ฝ์ายของแต่ละโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน แล้วก็ผู้แทนคณะกรรมการนักเรียนก็ตาม แต่ถึง อย่างไรก็ต้องจ่ายอยู่ดีนะคะ ต้องเรียนให้กับพี่น้องประชาชนทราบด้วย ดิฉันทราบมาว่า ขณะนี้ผู้อํานวยการโรงเรียนหลายท่านถูกร้องเรียนจากผู้ปกครอง บางคนถึงกับต้องโดน ย้ายเข้าไปอยู่ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรอการสอบสวน ก็ไม่ต้องทํางานกันแล้วละ ค่ะ เมื่อเหตุการณ์เปึนเช่นนี้แล้วคุณภาพการของการศึกษาจะเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ดิฉัน เห็นว่าโครงการนี้ไม่ได้เปึนโครงการใหม่อย่างที่ท่านพูดเลย ในทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาได้ จัดทํากันอยู่แล้ว เนื่องจากเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ถูกกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อยู่แล้วนะคะ ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลไหน ๆ ก็ต้องดําเนินการให้กับประชาชน แต่ว่าจะมีความ แตกต่างกันแค่เฉพาะวิธีการปฏิบัติแล้วก็ประชาสัมพันธ์เท่านั้นนะคะ แต่รัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เลือกที่จะใช้เปึนการตลาดทางการเมือง มีความพยายามที่จะ ทําให้เห็นเปึนรูปธรรมเพื่อให้ดูที่จะแตกต่างจากรัฐบาลชุดอื่น นับตั้งแต่มีประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐได้จัดอุดหนุนเปึนค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับนักเรียนอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าก็ยังประสบปัญหาเรื่องจากการขาดดุลเงินงบประมาณ ซึ่งก็ต้องมีการเรียกเก็บเงิน เพิ่มเหมือนกันอยู่แล้ว จึงทําให้คําว่า เรียนฟรี ไม่สามารถจะมีภาพที่ชัดเจนและเกิดขึ้นได้ ดิฉันอยากจะเรียนให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบว่าคําว่า เรียนฟรี ของรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้ไม่ได้ฟรีทั้งหมดนะคะ มีฟรีเฉพาะ ๕ รายการ มีค่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน แล้วก็ค่ากิจกรรมพิเศษ พอฟังแล้ว อาจจะดูดีนิดหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ปฏิบัติแล้วมันทําไม่ได้จริงหรอกค่ะ แต่มันทําให้เกิดความ วุ่นวายเกิดขึ้น ทําให้ผู้ที่ปฏิบัติงานมีภาระในการทํางานมากขึ้น ไหนจะต้องมาอธิบาย ทําความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง และต้องหมดเปลืองเวลาที่จะต้องมานั่งทําเอกสาร ทําอะไรอีกวุ่นวาย และโดยเฉพาะโรงเรียนเล็ก ๆ ที่กําลังประสบปัญหาอยู่ขณะนี้ เนื่องจากว่าขาดบุคลากรและทีมงานที่จะมาดูแลในส่วนตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้ ถ้าเราจะพิจารณาแยกได้ก็สามารถที่จะแยกได้เปึน ๒ ส่วน จากสิ่งที่ท่านและคณะได้ พยายามโฆษณาถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาแล้วก็การ ลงทุนด้านปัญญา เปึนโครงการที่จะช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้จริงหรือเปล่า ดิฉัน ก็ยังไม่ค่อยจะแน่ใจ เรามาพิจารณาในส่วนแรก คําว่า เรียนฟรี นี้ ก็อย่างที่ทราบนะคะว่า ฟรีเฉพาะ ๕ อย่างนะคะ แน่นอนค่ะในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ก็คงจะช่วยแบ่งเบาภาระ ให้กับผู้ปกครองได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ว่าคําว่า คุณภาพ ดิฉันไม่แน่ใจว่าคําว่า คุณภาพ จะสามารถไปกันได้กับคําว่า เรียนฟรี ของท่านหรือเปล่า สําหรับตัวดิฉันเองแล้วก็ นักวิชาการหลายท่านไม่แน่ใจค่ะ คือไม่ต้องมองอื่นไกลนะคะ เรามาดูตัวอย่างที่ใกล้ที่สุด ก็คือ หนังสือแบบเรียน ตามนโยบายของท่าน ท่านได้ระบุไว้ว่า ให้สถานศึกษาจัดระบบการยืมหนังสือเรียนให้แก่ นักเรียนทุกคนและสามารถส่งต่อไปยังรุ่นต่อไป ขอย้ําอีกครั้งนะคะว่าเปึนการยืมค่ะไม่ได้ ให้ฟรี และในระยะเวลาอันสั้นอย่างนี้กับนโยบายที่เร่งด่วนที่ท่านให้สถานศึกษาได้จัด หนังสือเรียนให้กับเด็ก ๆ ท่านแน่ใจหรือคะว่าทุกอย่างจะดําเนินไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่มีช่องโหว่ที่จะทําให้เกิดการทุจริตได้ และสิ่งสําคัญไปกว่านั้นในการจัดซื้อได้ระบุว่า ให้คํานึงถึงคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา ดิฉันทราบมาว่าหนังสือเรียนของนักเรียน มัธยมศึกษาป้ที่ ๓ ได้รับเงินอุดหนุนเปึนค่าหนังสือ ๕๖๐ บาท ๕๖๐ บาทนี้ต้องใช้เรียนทั้ง ป้ค่ะไม่ใช่เทอมเดียวนะคะ ซึ่งในข้อเท็จจริงทุกท่านก็พอจะทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทย ของเรามีเสรีภาพในการจัดการศึกษา มีการแข่งขันเปึนอย่างมากในการผลิตหนังสือตํารา เรียนของสํานักพิมพ์ต่าง ๆ โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเปึนผู้ตรวจเนื้อหาและอนุญาตให้ใช้ เปึนแบบเรียนได้ และในการแข่งขันในแต่ละสํานักพิมพ์ก็จะต้องหาบุคลากรหานักวิชาการ เพื่อที่จะมาจัดทํารูปแบบรูปเล่มเนื้อหาเพื่อที่จะให้ได้หนังสือที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกหลาน ของพวกเราเรียนต่อไป ซึ่งราคาก็คงจะไม่ได้ตามที่ท่านกําหนดล็อกสเปค มาแน่นอนค่ะ อันนี้ก็เปึนแค่เพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอที่จะได้มาเล่าสู่ให้กันฟัง ท่านยังจะเชื่อ อยู่หรือคะว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ด้วยเหตุนี้นะคะ ดิฉันรู้สึกไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่ง ทุกท่านก็คงพอจะทราบแล้วนะคะว่าประเทศไทยเรามี ปัญหาเรื่องคุณภาพของการศึกษามาเปึนเวลานานเปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งที่พวกเราจะ ให้ความจริงใจและจริงจังไม่ใช่เปึนการสร้างการตลาดทางการเมืองจัดสรรงบประมาณใน ลักษณะที่การจ่ายแหลกในบ้างเรื่องที่ไม่มีความจําเปึนนะคะ ท่านประธาน ขออีกสักนิดหนึ่งนะคะ
แล้วสุดท้ายนี้ดิฉันก็ขออยากจะเรียนฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐบาล แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้ไหมคะว่า เราจะจัดงบประมาณในส่วนตรงนี้ให้กับ สถานศึกษาให้เขาไปบริหารจัดการกันเอง หรือจะแจกเปึนคูปองให้กับบรรดาผู้ปกครอง เพื่อที่จะไปใช้จ่ายตามสมควรที่ท่านผู้ปกครองและนักเรียนที่จะได้ใช้ได้นะคะ และขอเรียน ฝากไปอีกอย่างหนึ่งว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านเปึน ผู้บังคับบัญชาสายตรงของบรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายนะคะ ถ้าท่านคิดจะทํานโยบาย ประเภทนี้อีกให้คิดถึงผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่าท่านอย่าไปสร้างภาระงาน สร้างความ วุ่นวาย สร้างความสับสน จนทําให้เกิดความท้อแท้ในการปฏิบัติงานตามนโยบายของ ท่าน และยังต้องถูกสังคมตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาจนไม่กล้าที่จะคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดี ๆ เพราะว่าบรรดาครูทั้งหลายเหล่านี้หมดกําลังใจในการทํางานแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ