นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2553 และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณ และเรียกร้องการปฏิบัติตามสัญญาสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีในการไม่ทุจริต นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ยังหารือเรื่องความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล และเรียกร้องการปฏิบัติตามสัญญาสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีในการไม่ทุจริต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการไม่ให้รำลึกถึงอดีตผู้นำทางการเมืองที่ยุติบทบาทไปแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมได้ นั่งฟังการอภิปรายพระราชกําหนดและงบประมาณทั้ง ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติ ให้อํานาจกระทรวงการคลังฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และได้นั่งฟัง การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ มา ๔ วันเต็มครับ ใน ๔ วันที่ผ่านมานั้นก็พบความจริงว่า การอภิปรายในป้นี้ต่างกับการอภิปรายในหลายป้ที่ผ่านมาของเพื่อนสมาชิก การอภิปราย ในป้นี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกัน ได้มีความวิตกและห่วงใยในเรื่องที่เปึนเรื่องสําคัญ ซึ่งผมคิดว่ามีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งกระผมจะได้อภิปรายตามลําดับ แต่ก่อนที่จะ อภิปรายถึงความกังวลของเพื่อนสมาชิก ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานย้อนหลัง ไปสักนิดหนึ่งเมื่อวานนี้ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนต้องแก้ไขในบางประการ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้บอกว่า พรรคของท่านไม่จําเปึนต้องมีผู้นําฝ์ายค้าน เพราะว่าพรรคของท่าน ต้องการจะเปึนรัฐบาลเท่านั้น และในครั้งหน้าก็จะเปึนรัฐบาล ผมคิดว่าตรงนี้ครับ ที่จําเปึนต้องทําความเข้าใจกับท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนว่า การทําหน้าที่ใน สภาผู้แทนราษฎรมันต้องเปึนได้ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล เมื่อสมาชิกแห่งสภานี้ มีความรู้สึกว่าต้องเปึนรัฐบาลเท่านั้น ไม่ยอมทําหน้าที่ของฝ์ายค้านที่มีเกียรติ ระบบ รัฐสภาก็จะถูกเบี่ยงเบนไป ทําให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน ผมเรียน ท่านประธานว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ หน้าที่ของผู้นําฝ์ายค้านมีอยู่มากมาย เหลือเกินครับ เมื่อท่านปฏิเสธที่จะแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้าน ทําให้การทํางานของฝ์ายค้านนั้น อ่อนด้อยลงไป ผมคิดว่าเมื่อไม่มีผู้นําฝ์ายค้าน ทําให้การทํางานของฝ์ายค้านอ่อนด้อยลง ก็เปึนภาระของเพื่อนสมาชิกจากพรรครัฐบาล จากพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องทํางานเข้มขึ้น แข็งแรงมากขึ้น เข้มข้นขึ้นในการตรวจสอบรัฐบาลเพื่อทดแทนการทํางานของฝ์ายค้าน ที่ได้ขาดหายไป ท่านประธานที่เคารพครับ ความกังวลของเพื่อนสมาชิกมีอยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน
เรื่องแรก เพื่อนสมาชิกได้มีความวิตกกังวลและพูดกันมากในป้นี้ก็คือ เกรงว่า รัฐบาลจะเลือกปฏิบัติด้วยการใช้งบประมาณลงในพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือสมาชิก ที่เปึนพรรครัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายค้าน ติดต่อกันในรัฐสภาแห่งนี้ ๘ ป้เต็มครับ และสิ่งหนึ่งที่เราได้ต่อสู้ใน ๘ ป้ที่ผ่านมา และต่อสู้ อย่างเข้มข้นตลอดต่อเนื่องกันมาก็คือการเลือกปฏิบัติของรัฐบาล การจัดสรรงบประมาณ ที่ไม่เปึนธรรม เราต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด ๘ ป้ที่เปึนฝ์ายค้าน ท่านประธานต้องยอมรับความ จริงครับว่าในอดีตนั้นมีนายกรัฐมนตรีบางท่านได้บอกว่า จะจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ ของรัฐบาลเท่านั้น ผมเจ็บปวดครั้งหนึ่งครับ มีนักเรียนไปของบประมาณในการสร้าง โรงเรียนที่ภาคอีสาน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งถามว่า ในจังหวัดของหนูนั้นเลือก พรรครัฐบาลหรือเปล่า เด็กตอบว่า เลือกรัฐบาล ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นถาม ต่อไปว่า แล้วเลือกทั้งจังหวัดหรือเปล่า เด็กนักเรียนบอกว่า เลือกทั้งจังหวัด หลังจากนั้น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นก็เรียกข้าราชการมาเพื่อจัดสรรงบประมาณ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ เจ็บปวดครับ เราต่อสู้เรื่องนี้มา ๘ ป้เต็มครับท่านประธาน แล้วรัฐบาลที่ไม่มีความ เปึนธรรม รัฐบาลที่เลือกปฏิบัติและจัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรมนั้น ท้ายที่สุดก็ต้อง ล้มลงต่อหน้าประชาชน ผมคิดว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ํารอยกับรัฐบาลนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมย้อนหลังสักนิดหนึ่งครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจําได้ครับ ท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดในวันที่โปรดเกล้าฯ เข้ารับตําแหน่งเปึน นายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนนายกรัฐมนตรีของคนในประเทศนี้ ทั้งคนที่ เลือกและคนที่ไม่เลือกรัฐบาล ทั้งคนที่เลือกและไม่เลือกท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า นั่นคือสัญญาประชาคม นั่นคือสิ่งที่ผิดกับรัฐบาลที่ผ่านมาครับ ผมเรียนท่านประธานฝาก ไปถึง จริง ๆ ผมไม่อยากต้องการแสดงความเห็นเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟังมากเท่าไร ในสภาแห่งนี้ครับ แต่ผมวิตกกังวลว่าพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่รับฟังการถ่ายทอดทั้ง สถานีโทรทัศน์และวิทยุอยู่ ๔ วันเต็ม จะไขว้เขวว่ารัฐบาลจะเลือกปฏิบัติและจัดสรร งบประมาณที่ไม่เปึนธรรม ผมคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นครับ ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ํารอย ในเรื่องที่เราเคยต่อสู้เรื่องนี้มา ผมให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ผมยืนยันกับพี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เราจะไม่เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน ทั้งจะเลือกหรือไม่เลือกรัฐบาลนี้ก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในความเปึนจริง ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติ มีกระทรวงบางกระทรวง มีกรมบางกรมครับ ที่เพื่อนสมาชิกกังวลว่ามีการเลือกปฏิบัติในการจัดสรรงบประมาณ ผมเอ่ยเพียง ๔ กรม นะครับ และผมคิดว่าอธิบดีที่ฟังอยู่ขณะนี้ต้องไปปรับปรุง มีข้อมูลบางส่วนที่ท่านต้อง ปรับปรุงแล้วละครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถ้าท่านไม่มีความเปึนธรรมจริง ท่านไม่ได้เปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ ท่านไม่มีความ ภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของข้าราชการเลยนะครับ ไปปรับปรุงเสียนะครับ กรมทางหลวง ชนบท ผมนั่งฟังและเห็นใจเพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้าน ถ้าเปึนจริงดังที่เพื่อนสมาชิกได้ร้อง ต่อท่านประธานต้องไปปรับปรุงครับ ต้องจัดสรรงบประมาณให้เปึนธรรมครับ รัฐบาล จะเลือกปฏิบัติไม่ได้ เราเจ็บปวดกับเรื่องนี้มา ๘ ป้ กรมที่ ๓ กรมทรัพยากรน้ําครับ กรมทรัพยากรน้ําต้องไปปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณให้เปึนธรรมนะครับ และกรมที่ ๔ กรมชลประทาน ๔ กรมเหล่านี้ที่ผมคิดว่าท่านต้องไปสํารวจในกรมของท่านว่าท่านมีการ เลือกปฏิบัติกับประชาชน ทั้งที่เลือกและไม่เลือกท่านหรือไม่ ผมคิดว่ารัฐบาลยังไม่มีข้อมูล เหล่านี้ครับ ถ้ารัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลเหล่านี้ เราจะไม่ทําเรื่องเหล่านั้นให้ เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้แน่นอนครับ ผมเรียนย้ําเปึนครั้งที่ ๒ ว่า การเลือกปฏิบัติและการ จัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรมจะไม่เปึนประวัติศาสตร์ที่ซ้ํารอยในรัฐบาลนี้ครับ อยาก ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ว่าเราจะไม่เลือกปฏิบัติเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ครับ มีการพูดถึงงบประมาณที่ลงในพื้นที่ภาคใต้ ต้องยอมรับความจริงครับ ท่านประธาน ครับว่าใน ๘ ป้ที่เปึนฝ์ายค้านนั้น เราได้รับการดูแลจากรัฐบาลที่ผ่านมาน้อยมากครับ ๘ ป้ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในภาคใต้นั้นเราขาดการเหลียวแล แต่เราไม่ย่อท้อครับ เราไม่ จํานนต่อสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อมาเปึนรัฐบาลครับ ผมคิดว่าสิ่งที่คนปักษ์ใต้ เรียกร้องวันนี้ เราไม่ต้องการเอาเปรียบภาคอื่นเลยครับท่านครับ แต่เราต้องการความ เปึนธรรมเท่านั้นเอง ผมอยากให้ท่านสมาชิกที่มาจากภาคไหนก็ตามครับ ที่พูดถึงภาค ขอให้มีความเปึนธรรมกับภาคใต้ที่เราเปึนฝ์ายค้านมาตลอด ๘ ป้ครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้ใช้งบประมาณ ตอกย้ําให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในบรรดาพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในวันแรกเช่นเดียวกันครับว่าท่านต้องการไปเยี่ยมประชาชนทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ท่านต้องการไปครับ แต่ว่าวันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไปเยี่ยมเยียนดูแลทุกข์สุขของประชาชนนั้นต้องพบ ความจริงว่าได้รับการต่อต้านขับไล่จากประชาชน ผมจําได้ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านได้พูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัย ครับผมเอ่ยนามท่าน และก็ได้พูดกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หลายครั้งครับ บอกว่าที่ไหนก็ตามที่ประชาชนขับไล่รัฐมนตรี ไม่ต้อนรับรัฐมนตรีไปแล้วครั้งที่ ๑ เขาขับไล่ ให้ไปครั้งที่ ๒ ถ้าแม้ว่าไปครั้งที่ ๒ แล้วประชาชนยังขับไล่อยู่ขอให้ไปในครั้งที่ ๓ ทําความ เข้าใจกับประชาชนเพราะประชาชนส่วนหนึ่งได้รับข้อมูลเพียงฝ์ายเดียวจึงมองรัฐบาล ที่ผิดพลาดไป ผมเรียนท่านประธานครับ ทําไมต้องขับไล่รัฐบาล ทําไมต้องขับไล่รัฐมนตรี ทําไมไม่ต้อนรับรัฐมนตรีล่ะครับ แต่เวลาที่พี่น้องภาคเหนือราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ท่านประธานคงเห็นนะครับ แม้กระทั่งบ้านของท่านประธานก็เช่นเดียวกันมีการป่ดถนน ให้รัฐบาลมารับความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชน แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ไปรับข้อมูลร้องทุกข์จากประชาชน ประชาชนก็ไม่ยอมรับครับ เขาบอกว่าต้อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเท่านั้นไปรับ แต่ว่าอีกครั้งหนึ่ง อีกหลาย ๆ ครั้งเขาขับไล่ รัฐบาล ขับไล่รัฐมนตรี นี่คือความแตกต่าง ตรรกเหล่านี้อธิบายเปึนวิทยาศาสตร์ไม่ได้ครับ นอกจากจะบอกว่ามีฝ์ายการเมืองบางฝ์ายใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือ งบประมาณป้นี้ ก็เช่นเดียวกันครับมีการใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือในการรักษาพื้นที่ของตนเอง
ประการที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้กังวลและพูดซ้ําซากมาทั้ง ๔ วัน รวมทั้ง วันอื่น ๆ ด้วย แต่พูดเยอะในการพิจารณางบประมาณก็คือ เกรงว่ารัฐบาลนี้จะทุจริต ผมเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่มีการพูดถึงว่าไม่มีความเปึนธรรมนั้น มันเปึน งบประมาณจากป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นะครับ รัฐบาลนี้เพิ่งได้จัดตั้งงบประมาณครั้งนี้ เปึนครั้งแรกและยังไม่มีการใช้เลยครับ และผมเรียนท่านประธานเปึนครั้งที่ ๒ ว่า รัฐบาล ในอดีตที่ผ่านมานั้น นอกจากล้มลงด้วยการใช้อํานาจที่ไม่เปึนธรรมแล้ว สาเหตุอีก ประการหนึ่งที่รัฐบาลในอดีตล้มลงจากการใช้อํานาจที่ไม่เปึนธรรมก็คือการทุจริตครับ รัฐบาลนี้จะไม่ปล่อยให้มีการทุจริต ผมคิดว่าประวัติศาสตร์การทุจริตจะไม่สามารถล้ม รัฐบาลนี้ลงได้ครับ เพราะฉะนั้นพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคผมคิดว่าถึงแม้วันนี้ผมมายืนอยู่ ในซีกของรัฐบาล แต่ว่า ๘ ป้ที่ผ่านมาที่ผมอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร วันนี้ผม ยังเปึนอย่างนั้นครับ ก่อนที่รัฐบาล ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนจะปฏิบัติ หน้าที่ รัฐมนตรีทุกคนต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชดํารัสหลายครั้งที่พระองค์ได้ตรัสกับคณะรัฐมนตรีก็คือ อย่ามีการทุจริต ถ้าหากว่า มีการทุจริตแม้แต่น้อยนิดก็ขอให้มีอันเปึนไป ผมคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนต้องถือปฏิบัติครับ การทุจริตเปึนการสร้างทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคนไทยทุกคนโดยเฉพาะ รัฐบาลครับไม่ควรจะทําหรือสร้างความทุกข์ให้กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกเลยครับ เราเห็นองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกไปทรงงานเยี่ยมพี่น้อง ประชาชน เราเห็นเหงื่อไหลย้อยจากพระนาสิกหรือจมูกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมคิดว่าเราทุกคนครับ รวมทั้งท่านประธาน ทั้งผมด้วย เราไม่เคยทํางานจนกระทั่งเหนื่อย แล้วก็เหงื่อย้อยจากจมูกครับ แต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทํางานและเหงื่อย้อย อย่างนั้น ภาพเหล่านั้นถ้าใครคิดคดต่อบ้านเมือง ถ้าทุจริตต่อบ้านเมืองแล้วผมคิดว่ามีอัน เปึนไปแน่นอนครับ ผมเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดในเวลาที่จํากัดครับว่า ความห่วงใย ของเพื่อนสมาชิกที่กล่าวหาว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณที่ไม่เปึนธรรมหรือเลือกปฏิบัติ และเกรงไปว่ารัฐบาลจะทุจริตนั้นจะไม่เกิดขึ้นและเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แน่นอนครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่บอกกับท่านประธานว่าเราจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น
ท้ายที่สุดที่ผมอยากเรียนกับท่านประธานก็คือ สิ่งไหนที่มันผ่านไปแล้ว ก็ขอให้มันผ่านไปครับ สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ขอให้มันจบไปครับ อย่าไปร่ําไห้หวนหา มันอีกเลยครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้เรียกร้องถึงอดีตนายกรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งถือว่า วันนี้น่าจะยุติบทบาทในทางการเมืองไปแล้ว วันนี้ร่ําร้องเรียกหากัน และนําสิ่งเหล่านั้น มาสร้างความแตกแยกให้กับประชาชน ก็มีคํากล่าวครับในพุทธศาสนาว่า การร่ําร้องเรียกหา ถวิลหาถึงสิ่งที่จากไปแล้วหรือสิ่งที่ ตายไปแล้วนั้นเปรียบเสมือนอาการของเด็กที่ไขว่คว้าหาดวงจันทร์ที่ล่องลอยอยู่ใน นภากาศ ไม่มีทางหรอกครับที่เด็กจะไขว่คว้าครอบครองดวงจันทร์ซึ่งลอยอยู่ในท้องฟัา อากาศได้ เช่นเดียวกันครับ ที่เรากําลังร้องไห้ถวิลหาอดีตผู้นําบางคนซึ่งคิดว่าวันนี้ควรจะ ยุติทางการเมืองไปแล้ว