รอยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หารือปัญหาขาดแคลนน้ำใน 19 จังหวัดภาคอีสาน โดยชี้ว่างบประมาณจัดสรรไม่เพียงพอและเรียกร้องให้เพิ่มงบเพื่อแก้ปัญหาความยากจน รอยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช เสนอการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อบรรเทาอุทกภัยแล้งและการย้ายถิ่นฐาน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ความโปร่งใสในการใช้งบประมาณโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงที่ถูกระบุว่ามีการใช้เงินน้อยลงและถูกแทรกแซงโดยบริษัทตัวแทน รอยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หารือกรณีโครงการเงิน ซีอีโอ จังหวัดขอนแก่น ปี 2551 ที่ถูกตัดงบประมาณและเปลี่ยนทิศทางจากโครงสร้างพื้นฐานไปเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอ้างเหตุผลเศรษฐกิจฝืดเคือง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ก็ได้ดูงบประมาณ การจัดทํางบประมาณของรัฐบาล นะครับก็เปึนวงเงินที่ทราบกันดีอยู่ว่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ในส่วนที่ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือ เรื่องของงบการลงทุนครับ เพราะเท่าที่ดูในเอกสารงบประมาณนี้มีงบที่ได้จัดสรรสําหรับ การลงทุนเพียงแค่ ๒๑๒,๖๘๙ ล้านบาทเท่านั้น ประเด็นสําคัญก็คือว่างบลงทุนที่ได้จัดลง ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี้ล้วนแล้วแต่เปึนงบที่จะต้องผูกพันนะครับ ซึ่งโครงการในป้ ที่แล้วนะครับจะต้องทําต่อเนื่อง ฉะนั้นงบเหล่านี้นั้นเปึนงบผูกพันไม่ได้เปึนงบประมาณที่ จะใช้ในการลงทุนใหม่ ๆ ในโครงการใหม่ ๆ แต่ผมเองก็มีความเชื่อครับว่ารัฐบาลเองก็คง จะตั้งใจครับที่จะใช้เงินนอกงบประมาณ ก็คือเงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ และเงินจาก พ.ร.บ. ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ รวมเปึนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการลงทุนในภาครัฐโครงการของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คงจะไม่ขัดขวาง ก็คงเห็นด้วยกับงบประมาณครั้งนี้เพราะว่ามันจําเปึนจะต้องขาดดุล เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีปัญหาจริง ๆ นะครับ จากปัญหาวิกฤติที่ลุกลามมาจาก อเมริกา แล้วก็ลามไปทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะประเทศไทยนี่นะครับมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้าง จะต้องพึ่งพิงต่อเศรษฐกิจของอเมริกานะครับ เมื่ออเมริกาล้มลงแน่นอนครับผลกระทบที่ กระทบหนักที่สุดก็คือเรื่องของการส่งออก แล้วก็เรื่องของการท่องเที่ยว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองอยากจะฝากไว้ว่าในการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้ไปถึงทางท่าน คณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านกรรมาธิการด้วย ถ้ามีโอกาสได้จัดทํา งบประมาณในครั้งนี้ก็ขอฝากในประเด็นประมาณ ๓–๔ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก ก็เปึนเรื่องปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องใน ๑๙ จังหวัดภาคอีสาน นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ํา เท่าที่ผมดูเอกสารงบประมาณ ครั้งนี้นั้น รัฐบาลจัดสรรงบประมาณลงสู่หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบดูแลเรื่องน้ํา ๒ หน่วยงานด้วยกัน ก็คือ กรมชลประทานที่คาดว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็อีกกรมหนึ่งก็คือกรมทรัพยากรน้ําประมาณ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๒ กรมนี้รวมกันเปึนงบประมาณที่ไม่มากเลยครับ ประมาณสัก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ถ้าจะดูไปเทียบสัดส่วนแล้วก็เพียงแค่ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณป้ ๒๕๕๓ แต่ความสําคัญของเรื่องน้ํานั้นมันเกี่ยวเนื่องกับปัญหาที่สําคัญ ที่สุดของประเทศไทยครับ ก็คือปัญหาเรื่องความยากจน ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้นครับ ผมนําเรียนข้อมูลท่านประธานนะครับว่า พี่น้องในชนบทนี่ขาดแคลนน้ําเพื่อประกอบ อาชีพ เพื่อบริโภค อุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องทางภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ท่านประธานครับ ประชากรในพื้นที่จังหวัด ๑๙ จังหวัดภาคอีสานมีจํานวนมากถึง ๑ ใน ๓ ของประชากรคนทั้งประเทศ พื้นที่ของ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานครอบคลุมพื้นที่ ๑ ใน ๓ ของประเทศไทยนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคอีสานนั้นใช้ทําการเกษตรครับ เทียบเท่ากับเปึนครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทําการเกษตรของทั้งประเทศ แต่ที่น่าตกใจครับ สิ่งที่ผม จะพูดยังไม่น่าตกใจ จากการวิจัยเขาบอกว่าเกษตรกรที่อยู่ในเขตชลประทานมีรายได้ มากกว่าเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประธานถึง ๓ เท่าด้วยกัน สิ่งที่น่าตกใจก็คือหลังจาก ที่มีการวิจัยมีการสํารวจของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ ผมไปดูข้อมูลธนาคารแห่ง ประเทศไทย ปรากฏว่าพื้นที่ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานมีพื้นที่ที่เปึนเขตชลประทานเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ แล้วมันจะทําให้คนอีสานลืมตาอ้าปากได้อย่างไร รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในภาคอีสานก็ต่ํากว่าคนอื่น ๆ นะครับ โดยเฉลี่ยของ ประเทศถึง ๓ เท่าด้วยกัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนของภาคอีสานป้หนึ่งประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาทครับ เฉลี่ยคนทั่ว ประเทศ ๑๒๐,๐๐๐ บาท บางจังหวัดยิ่งแย่กว่านั้นครับ ยกตัวอย่าง จังหวัดอํานาจเจริญ คนละประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นผมถือว่าเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในการที่ จะบริหารจัดการน้ํามีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับความเปึนอยู่และการประกอบ อาชีพของพี่น้องในเกษตรกรและพี่น้องชาวรากหญ้าชนบททุก ๆ ท่าน อย่างที่ผมนําเรียน ครับ งบครั้งนี้จัดสรรเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์สําหรับเรื่องของน้ํา ก็ขอฝากไปทางท่าน กรรมาธิการนะครับว่า ถ้าเปึนไปได้ขอให้เพิ่มงบประมาณในส่วนนี้ให้แก่พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวรากหญ้า พี่น้องชาวชนบทด้วย ผมเองเข้ามาเปึน ส.ส. สมัยแรก ในเริ่มแรกของ การเริ่มนั้นผมเปึนพรรคร่วมรัฐบาลครับ แล้วก็มีความหวังไปพูดกับชาวอีสาน พูดกับคน อีสาน พูดในพื้นที่มีความหวังว่า ท่านสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นโดย การนําท่านสมัครพรรคพลังประชาชน ได้ดําริได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา มีการงัดโครงการใหม่ขึ้นมาพูดถึงโครงการผันน้ําโขงเข้าสู่ ๑๙ จังหวัดภาค อีสาน จริง ๆ แล้วไอเดีย (Idea : ความคิด) ริเริ่มเริ่มต้นนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น ต้องให้เครดิต ท่านก็คือ ท่านประจวบ ไชยสาส์น โครงการโขง-ชี-มูล ที่ริเริ่มในเรื่องของการผันน้ํา ปรากฏ ว่าในรัฐบาลขณะนั้นท่านสมัครริเริ่มครับ มีดําริอยากให้ทํา แต่เมื่อตั้งกรรมาธิการแล้ว ก็เกิดปัญหาด้วยเหตุหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง การเมืองที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถให้ฝันนั้น เปึนจริงได้ พอมาถึงรัฐบาลนี้ครับถึงแม้ว่าผมจะเปึนฝ์ายค้าน ผมนําเรียนผมฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ทางคณะรัฐมนตรีด้วยว่าพวกเราเปึนคนไทยด้วยกัน สิ่งสําคัญคือ การอยากเห็นให้พี่น้องคนไทยนั้นมีความอยู่ดีมีสุขนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากฝากในเรื่อง แรก
เรื่องที่สอง สืบเนื่องนะครับ ขอสืบเนื่องนิดหนึ่งในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา ถ้าท่านสามารถมีแหล่งน้ําให้กับพี่น้องประชาชนสามารถอยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิด ได้ ผมว่าปัญหา ๒ ปัญหาที่จะลดลงก็คือ ๑. ถ้าท่านมีการบริหารจัดการน้ําที่ดี ปัญหา แรกที่ลดลงแน่นอนก็คือเรื่องของน้ําท่วมซ้ําซากและการแล้งซ้ําซาก ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่อง ของปัญหาประชากรย้ายถิ่นฐาน ซึ่งอันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากครับ ประชากรย้ายถิ่นฐาน มีคนบอกว่าทําไมคนชนบทถึงย้ายเข้ามาในกรุง ผมไม่แปลกใจหรอกครับ ป้หนึ่งทํานา ได้ครั้งเดียว เมื่อทํานาเสร็จเขาก็ต้องไปหารับจ้าง ถ้าไม่รับจ้างแล้วเขาจะเอาอะไรกิน อันนี้ คือการต่อสู้ของพี่น้องเกษตรกร
ในประเด็นที่ ๒ ครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงเรื่องของการ ตรวจสอบงบประมาณ การใช้เงินงบประมาณครับ ป้นี้งบประมาณน้อยจริงครับ แต่สําคัญที่สุดคือเงินที่มันมีน้อยขอให้มันใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ สิ่งที่เกิด ขึ้นมาในป้ที่ผ่านมานั้นเขาบอกว่าใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินในการเปึนเครื่องมือ ทําให้เกิดความไม่เปึนธรรมและเปึนเครื่องมือทางการเมือง ผมยกตัวอย่างให้ฟังประมาณ ๒ ตัวอย่างครับ โครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งแปรสภาพมาจาก เอสเอ็มแอล ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หรือโครงการเสริมสร้างศักยภาพหมู่บ้านขนาด เล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ พอเปลี่ยนท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็เปลี่ยนมาเปึน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เปลี่ยนชื่อโครงการเปึน โครงการอยู่ดีมีสุข มารัฐบาลนี้เปลี่ยนชื่อโครงการอีกครับ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง งบประมาณก็น้อยลงครับ ป้ที่แล้วจัดสรรงบกลางนะครับ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือว่า ขอให้เพิ่มงบประมาณตัวนี้ด้วย ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสในการตัดสินใจในการที่จะร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรท่านประธานครับ มันมีบริษัทที่เปึนตัวแทนจัดจําหน่ายสินค้าที่ เข้าข่ายว่าสามารถจัดซื้อจัดจ้างในโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงได้ เริ่มต้นเขาทํา อย่างไรครับ ปกติแล้วขั้นตอนชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงเขาจะมีการประชาคมหมู่บ้านส่งให้ นายอําเภอเซ็นรับรองการประชาคม แล้วก็ส่งเข้าจังหวัด ส่งเข้ากรม ส่งเข้าสํานัก นายกรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติเงินงบประมาณแล้วก็ถึงจะเบิกจ่ายมาให้ชุมชนหมู่บ้านได้ มันมี บริษัทเอกชนตั้งตัวเปึนเอเย่นต์ (Agent : ตัวแทน) ขายสินค้าครอบคลุมอยู่นะครับ เผอิญ ว่าตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ของผม เปึนเอเย่นต์ขายสินค้าครับ ขายสินค้า ให้เฉพาะโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงนี้อย่างเดียวเลยนะครับ ครอบคลุมอยู่ ๔ จังหวัดด้วยกัน บริษัทนี้บริษัทเดียว จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดหนองคาย เขาก็จะเข้าไปหาผู้นําในชุมชนหมู่บ้าน เทคแคร์ (Take care : เอา ใจใส่) ดูแลอย่างดี เพอร์ซูเอด (Persuade : ชักชวน) ให้ผู้นํานี้ไปชักจูงพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุมชนให้เลือก ในการทํามติประชาคมให้เลือกโครงการที่เขามีอยู่ในลิสต์ (List : รายการ) ของเขา แล้วเขาก็บอกว่าจะสามารถผ่านโครงการได้อย่างรวดเร็วนะครับ ปรากฏว่ามันเกิดขึ้นจริงในระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ก็ทําให้ผมเองรู้สึกไม่สบายใจ และ ผมเองมีโอกาสได้คุยกับข้าราชการประจําครับ เขาก็บอกว่าเปึนเรื่องจริง มีนักการเมืองในรัฐบาล บิ๊ก (Big) ครับ แต่เขาไม่บอกว่าเปึนใคร โทรศัพท์ยกหูไปบอกว่า ขอให้ช่วยดูโครงการของบริษัทนี้ด้วยให้รวดเร็วเปึนพิเศษ
อีกโครงการหนึ่งครับท่านประธานครับ ก็คือ นโยบายเงิน ผู้ว่า ซีอีโอ งบ จังหวัดบูรณาการ ป้ที่แล้วจังหวัดขอนแก่นครับ เปึนที่เลื่องลือมาก ๒๗๙ ล้านบาทของ จังหวัดขอนแก่น ป้นี้โดนตัดงบมา ๕๒ ล้านบาท เหลือ ๕๒ ล้านบาท ก็ไม่เปึนไรครับ ผมก็ ไม่ได้ว่าอะไรว่าโครงการนี้ถูกตัดลดลง เพียงแต่ว่าอยากให้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ป้ที่แล้วโครงการ ซีอีโอ นี้เปึนเพียงโครงการที่ใช้ต่อรองตําแหน่งครับ ตําแหน่งของ นายกรัฐมนตรีด้วย ท่านประธานครับ ผมจะนําเรียนเพื่อนสมาชิก ขอเวลาอีกสักนาที ๒ นาที อันนี้เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมในพื้นที่ มีข้าราชการประจําคนใหญ่คนโตของจังหวัด ขอนแก่น โทรศัพท์มาหา ส.ส. ในจังหวัดขอนแก่น นั่งกันอยู่ที่พรรคครับ เป่ด สพีคเคอร์ โฟน (Speaker phone) ฟังกันก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๑บอกว่า ถ้าสมมุติว่าพวกคุณ ส.ส. ไม่เลือกให้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี งบประมาณที่จะลงสู่พื้นที่ของคุณจะไม่ได้ พวกผมก็บอกพวกผมไม่ แคร์ครับ ผมทําหน้าที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน แต่ที่เกิดขึ้นคือเขาแน่จริงครับ เขาทํา จริงครับ ซีอีโอ ๒๗๙ ล้านบาท จังหวัดขอนแก่นโดนเปลี่ยนโครงการไป ๕๕ โครงการ ล้วนแล้วแต่เปึนโครงการที่เปึนโครงสร้างพื้นฐาน และเปึนความจําเปึน ความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เปลี่ยนเปึนอะไรครับ ตอนที่เขาจะเปลี่ยนเขาให้เหตุผลว่ายุคนี้ เศรษฐกิจมันฝ๋ดเคือง ยุคนี้ข้าวยากหมากแพงจะต้องเปลี่ยนโครงการ ๕๕ โครงการเปึน โครงการที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ แต่ความเปึนจริงเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานครับ งบ ซีอีโอ จังหวัดขอนแก่น ๒๗๙ ล้านบาทนะครับ