สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ พูดถึงปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณ โดยกล่าวถึงการปรับลดงบประมาณจาก 1,900,000 ล้านบาทเป็น 1,700,000 ล้านบาท และวิพากษ์วิจารณ์การจัดเก็บภาษีที่ไม่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดพลาด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความไม่สมดุลในการจัดสรรงบประมาณระหว่างกระทรวงต่าง ๆ และความขาดเอกภาพในการบริหารงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ รวมถึงการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใส

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ แล้ว เห็นว่ายังมี ปัญหาที่จะต้องหยิบยกขึ้นมา เพื่อที่จะได้หาทางให้การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่าง จํากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดิมทีเดียวรัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ต้องปรับลดลงมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การที่รัฐบาลตั้งไว้ครั้งแรก ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ต้องปรับลดลงมา ก็เนื่องจากข้อมูล หรือตัวเลขที่รัฐบาลคาดการณ์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจผิดพลาด นี่คือจุดอ่อนครับ ผมอยากเรียนประธานว่า การที่ทํางานอะไรก็ตามถ้ามีข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ข้อมูลที่ ไม่แน่นอน ข้อมูลที่ผิดพลาด จะทําให้การวางแผนงานต่าง ๆ ผิดพลาดไปด้วย ผลการ ปฏิบัติงานก็ผิดพลาด เหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่แรกเข้ามาบริหารประเทศ ตัวเลข จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ก็บอกว่าอย่างเลวร้าย ก็คงไม่ติดลบ เอาเข้าจริง ๆ ครับ ไตรมาสแรกของป้นี้ลบ ๗.๑ ครับ เดิมบอกว่าไม่ควรจะ ติดลบ แต่เอาเข้าจริง ๆ ไตรมาสแรกลบ ๗.๑ ซึ่งผิดพลาดไปมาก แล้วก็ตัวเลขอื่น ๆ ไม่ว่า ที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ การจัดเก็บภาษีก็เช่นเดียวกัน ครั้งแรกรัฐบาลบอกว่าคงจะจัดเก็บ ได้ต่ํากว่าเปัาหมาย แต่ตัวเลขที่คาดการณ์ว่าจะต่ําเท่าไร รัฐบาลบอกว่าน่าจะอยู่ที่ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเข้าจริง ๆ ไม่ใช่ พลาด พอปฏิบัติจริงปรากฏว่า เก็บรายได้ได้ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผิดมากเกินไป มันไม่ควรจะ เปึนอย่างนี้ การที่เห็นตัวเลขอย่างนี้ก็แสดงว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ข้อมูลหรือว่าระบบการ จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทําให้ผิดพลาด พอรัฐบาลตั้งไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกิดปัญหาแล้วครับ จะไปตัดเรื่องอะไรกระทรวงใด ปัญหาก็คือว่า พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคติดใจตั้งแต่งบกลางป้มาแล้วว่า กระทรวงใดที่ พรรคประชาธิปัตย์พรรคแกนนํากํากับดูแลก็ได้งบประมาณมาก กระทรวงใดที่พรรคร่วม รัฐบาลดูแลก็ได้งบประมาณน้อย เขาติดใจมาตั้งแต่งบกลางป้แล้วครับ พอจะมาตัด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีปัญหาอีกแล้วว่าเขาจะถูกตัดลงมากกว่ากระทรวงที่กํากับโดย พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ก็หลาย ๆ เรื่องที่เราเห็นครับ เมื่อวานนี้ก็มีแล้วนะครับ หัวหน้า พรรคเพื่อแผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็บ่นน้อยใจแล้ว อยู่ด้วยกัน เปึนอย่างนี้บ่นน้อยใจแล้วนะครับ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่ามันอาจจะเปึนเรื่องที่ หลีกเลี่ยงยาก เพราะว่าของใครที่ดูแล กระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคแกนนําดูแล ก็อาจจะถูกปรับลดน้อย ความจริงแล้วเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับความสําคัญของปัญหามากกว่า อย่าไปมอง เขามองว่าท่านมอง พรรคแกนนํามองว่าพรรคไหนพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงไหนพรรคประชาธิปัตย์กํากับต้องปรับน้อย กระทรวงไหนที่พรรคอื่นกํากับอาจจะ ถูกปรับมาก ซึ่งเปึนเรื่องที่เขามอง แล้วซึ่งความเปึนจริงแล้วถ้าเผื่อว่าให้ความเปึนธรรม เอาตามความสําคัญของปัญหา เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมจะสร้างผลผลิต สร้างรายได้ อันนี้ต้องให้มาก ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําเงินรายได้ให้มากก็ต้องให้เขามาก ๆ แต่มันไม่เปึนเช่นนั้นนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหาความแตกแยกในการทํางาน ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เรียกว่า ขาดเอกภาพ นี่ผมมองว่าปัญหาการใช้จ่าย งบประมาณก็จะต้องตามมาเพราะขาดการมีเอกภาพ อย่างทีมงานเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวง พาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงกระทรวงคมนาคมมาจากคนละพรรคครับ การประสานงานกันก็เห็นอยู่ครับ ผมก็ไม่อยากจะลงไปลึก มีรัฐมนตรีร้องไห้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีร้องไห้ ต้องมีการเรียกว่า ใช้ยาสามัญประจําบ้าน เข้ามาใช้บ่อย ๆ ผมเกรงว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเกิดปัญหาถ้าเผื่อว่าเกิดความไม่เปึน เอกภาพในการบริหารงานร่วมกัน

ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องงบประมาณที่ตัดลดไปนั้น ความจริง ก็เปึนเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ปรับลดลงไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อย่างไร ก็ตามเราทราบนะครับว่ารัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เข้ามาอีกจํานวนมาก เงินนอกงบประมาณปัญหาจะอยู่ที่การตรวจสอบว่ามีการใช้จ่าย งบประมาณเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีการทุจริตคอร์รัปชัน เราจะตรวจสอบได้ หรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เดี๋ยวนี้คนเขาไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะบริหารงานโดย โปร่งใส เพราะโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการออกมาภาพไม่ดีครับ แม้แต่โครงการรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ความจริงแล้วดี แต่คนเขาไม่เชื่อว่าจะทําได้ดี เขาไม่เชื่อว่าจะทําโดยการไม่มี ทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนี้คือเรื่องที่เขามองแล้วก็มีแนวโน้มจะเปึนเช่นนั้นด้วย ผมก็ กราบเรียนว่าการมีเงินนอกงบประมาณมาก ๆ จะเปึนปัญหามากครับ ก็ฝากท่านประธาน ถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมก็เชื่อว่าท่านเปึนคนที่ตรงไปตรงมาด้วยนะครับ ด้วย หลาย ๆ อย่างที่ผมมองนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ทีนี้มามองอีกเรื่องหนึ่ง งบประมาณรายจ่ายของ รัฐบาลครั้งนี้เปึนงบประมาณแบบขาดดุลจะต้องกู้เงินอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การต้อง กู้เงินนี้ชัดเจนครับ แต่รัฐบาลมีเพดานตามกฎหมายที่จะกู้ได้ในป้งบประมาณนี้จํากัด ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินเพดานเกินที่ท่านจะกู้ได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะจําเปึนต้องมีงบกลางป้จะมีได้หรือไม่ หรือถ้าเผื่อว่าป้นี้จัดเก็บรายได้ ได้ต่ํากว่าเปัาหมายอีกปัญหาจะตามมา ในที่สุดท่านก็จะต้องออกพระราชกําหนด เหมือนกับเมื่อวานซืนที่ออกไปทําให้ปัญหาความไม่ไว้วางใจมากขึ้น คนเขาจะมองว่า การตรวจสอบต่าง ๆ จะลําบากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมเองผมก็เปึนห่วง หลาย ๆ ท่านก็เปึนห่วง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่ายังมีปัญหาต่าง ๆ ที่อยากจะ ฝากไว้ในเรื่องของการขาดระบบบริหารจัดการที่ดี การกํากับงานที่ยังขาดประสิทธิภาพ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมามีข่าวคราวธนาคารของรัฐบาลเปึนไปได้อย่างไร พนักงานธนาคาร ไม่ใช่ระดับสูงมาก ทําไมสามารถที่จะโกงเงินได้เกือบพันล้านบาท ไม่ใช่โกง วัน ๒ วันนะครับ ทําติดต่อกันมาหลายเดือน ซึ่งผมไม่ระบุว่าธนาคารใดนะครับ บอกว่า ๔๐๐ ล้านบาท ความจริงไม่ใช่ครับ เดี๋ยวนี้ตัวเลขมากขึ้นไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตรวจสอบไม่ได้และยังมีอีกหลาย ๆ แห่งที่ยังเปึนลักษณะเช่นนี้อยู่ ก็ต้องฝากครับว่า การกํากับ การตรวจสอบ การบริหารงบประมาณ หรือแม้แต่งานของหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจในกํากับของรัฐบาลก็ขอให้จัดระบบให้ดี เพราะทุกคนไม่อยากจะเห็นสภาพ เช่นนี้ถูกโกงไป ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันก็คือเงินของประชาชน เงินของ ส่วนรวม เงินของประเทศชาติครับ

ในเรื่องที่จะฝากอีก การกํากับที่ไม่ดี เช่น การก่อสร้างต่าง ๆ ดูมาตรฐานจะ ต่ํากว่าที่ควรจะเปึน ถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ลาดยางบางสายทํายังไม่เสร็จต้องซ่อมแล้ว ทํายังไม่เสร็จเลยครับซ่อมแล้ว แล้วพอ ๑ ป้ พอบอกว่าจะหมดสัญญา การที่จะต้องมา เงินประกันต่าง ๆ พอจวน ๆ เขาจะไม่ซ่อม เอารอไว้ใกล้ ๆ จะหมดอายุสัญญาประกัน ความเสียหายต่าง ๆ พออีกสัก ๑ เดือนจะหมดเวลาครับ ก็มาซ่อม พอหลังจากนั้นชํารุดอีก ก็เปึนหน้าที่เปึนภาระของรัฐบาล นี่คือการสูญเสียจากการกํากับงานที่ไม่ดีของภาครัฐ ของเรานะครับ ก็ต้องฝากตรงนี้ด้วย หรือแม้แต่หลาย ๆ เรื่อง ผมยกตัวอย่าง ในเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดชัยภูมิ ถนน ๔ ช่องจราจร ชัยภูมิ-แก้งคร้อ ได้รับงบประมาณก่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จไปเกือบ ๒ ป้แล้ว ปรากฏว่าไม่มีไฟฟัาส่องสว่าง ถนนเส้นนี้มืดทั้งสาย อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นบ่อย ความจริงมันต้องคู่กัน ถนนดี รถวิ่งเร็ว ต้องมีไฟฟัาส่องสว่าง ผมเคยสอบถามว่าจะใช้ งบประมาณสักเท่าไร เขาบอกว่าก็ประมาณ ๕๐-๑๐๐ ล้านบาท ผมก็ไปเล่าปัญหาให้ฟัง ในฐานะผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่จํากัดสิทธิต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะ โดยตรงได้ ก็ไปเล่าปัญหาให้ฟังว่าพวกคุณต้องรู้สิว่าสร้างถนนเสร็จ ถนน ๔ เลน รถวิ่งเร็วขึ้น แต่เดิมมีไฟฟัาส่องถนน แม้แต่สี่แยก ห้าแยก ก็ไม่มีไฟฟัาส่องสว่าง ฝากท่านประธานถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับถนนสายชัยภูมิ-แก้งคร้อ ขอระบบไฟฟัา ส่องสว่างเพื่อที่จะลดปัญหาเรื่องความสูญเสียจากอุบัติเหตุต่าง ๆ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของโรงเรียน ผมกราบเรียนว่าโครงการ เรียนฟรียังมีปัญหาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรม วิชาการ กิจการลูกเสือ เนตรนารี กิจการทัศนศึกษา งบประมาณที่จัดให้ต่อหัวน้อยเกินไป ระดับประถมให้ไป ๒๔๐ บาทต่อคนต่อเทอม มัธยมต้น ๔๔๐ บาทต่อคนต่อเทอม มัธยมปลาย ๔๗๕ บาทต่อคนต่อเทอม ไม่พอครับ อันนี้สมมุติว่าจัดทัศนศึกษาไม่พอ ก็ควรจะเพิ่มให้ แต่เพิ่มเท่าไรผมว่าท่านผู้รับผิดชอบก็คงจะไปพิจารณานะครับ แล้วก็โรงเรียน ผมกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้โรงเรียนในเขตชุมชนเมือง ในเขตเทศบาล เขาไม่สามารถจะขยายพื้นที่ได้ แต่การจัดสรรงบประมาณจัดส่งลงไปที่เขตบอกว่าป้นี้ เขตนี้ได้ สมมุติว่าได้มาสัก ๕๐ ล้านบาท เขาก็แบ่งเฉลี่ยกันทุกโรงเรียน โรงเรียนหนึ่ง อาจจะได้สัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โรงเรียนในเขตเทศบาล ในเขตชุมชนเมือง จะสร้าง โรงเรียน ๒ ชั้นไม่ได้ละครับ ต้อง ๓ ชั้น ๔ ชั้น ผมเคยขอมาเมื่อสมัยที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่านะครับ โรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อ หนองไผ่ อําเภอแก้งคร้อ โรงเรียนบ้านหมื่นแผ้ว ที่อําเภอเมือง ขออาคาร ๓ ชั้น ๑๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ ก็กราบเรียนว่าทั้ง ๆ ที่บางครั้ง เหมือนจะได้ เพราะผมก็ติดตามในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ห่วงใย เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน สัก ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท มันต้องอย่างนั้น จะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทไป อาคาร ๒ ชั้นเขาสร้างไม่ได้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมจะกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป์า เช่น ที่ตําบลท่าหินโงม อําเภอเมืองชัยภูมิ หลาย ๆ หมู่บ้าน บ้านหินหนีบ บ้านซับสมบูรณ์ เปึนพื้นที่ป์า เดี๋ยวนี้ผมกราบเรียนว่าเขาต้องการไฟฟัาส่องสว่าง ต้องการถนนเข้าไป แต่ปรากฏว่าก็ได้ไฟฟัาพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีคนซ่อม ก็ขอฝากในส่วนนี้ ถนนเข้าไป ไฟฟัาที่จะให้ในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ฝากว่าเปึนเรื่องที่มีความจําเปึนมาก และไฟฟัาเพื่อการเกษตรครับ การไฟฟัาส่วนภูมิภาคเขาไม่ลงทุนละครับ เพราะไฟฟัาเพื่อ การเกษตรนั้นเดินสายยาว ได้ค่าใช้จ่าย ได้ค่าไฟฟัาน้อยนะครับ ซึ่งส่วนนี้น่าจะต้องมีการ จัดงบพิเศษ เช่น สมัยก่อนที่ฝ์ายเราเปึนรัฐบาล เคยจัดงบประมาณไว้ ๖๐๐ ล้านบาท เอา เลยครับ ขยายเขตไฟฟัาเพื่อการเกษตร เดี๋ยวนี้ไม่มี ขอได้ แต่ไม่มีขยาย มีรับเรื่องแต่ไม่มี งบประมาณให้ เพราะฉะนั้นฝากไว้ครับไฟฟัาเพื่อการเกษตร จัดไว้ ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาเลยครับ ป้สองป้ขยายไปใหญ่ เพราะว่าเปึนการช่วยลดรายจ่ายของ พี่น้องเกษตรกร สูบน้ําด้วยน้ํามันกับสูบน้ําด้วยไฟฟัาราคาแตกต่างกัน ก็กราบเรียน หลายเรื่อง ทั้งเรื่องอื่น ๆ ครับ ไม่ว่าจะเปึนการสร้างวัด หลายวัดที่ควรจะได้ก็ยังเก็บเรื่อง ไว้ครับ ๑ ป้ ๒ ป้ ปรากฏว่าไม่มีการเคลื่อนไหว หลายวัดที่แจ้งผมมาคงจะมีหลายเรื่อง แต่ผมคิดว่าเวลาหมดพอดี ก็คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ