สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

อนันต์ ผลอํานวย หารือเรื่องงบประมาณปี 2553 และเรียกร้องให้รัฐบาลตัดใจและตัดเงินบางส่วนออกไปเพื่อให้ภาคเกษตรมีเงินเพียงพอในการยืนหยัด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการนโยบายที่มีต่อเกษตรกร การบริหารจัดการน้ำและดิน และปัญหาการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามดูแลอย่างชัดเจนจริงจัง และการบริหารจัดการที่เข้มงวดกวดขัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากนโยบายที่เดินผิดพลาด และการไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม

นายอนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ก็จะขออภิปรายเรื่องกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ในระยะเวลาที่จํากัด ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในฐานะที่ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจได้มานั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ผมเองก็สบายใจกับสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อตอนเช้าว่า ยังคงจะยึดในเรื่องของคําแถลงนโยบายของ รัฐบาลใน ๒ ข้อ คือ เรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจในประเทศ แล้วก็เรื่อง ของการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมใน ๒ ประเด็น ด้วยข้อจํากัดของ รัฐบาลในเรื่องของการจัดงบประมาณที่มันขาดดุล ผมเข้าใจสถานภาพของรัฐบาลดีว่า เงินมีจํานวนน้อย ถึงกับต้องมาออก พ.ร.บ. และ พ.ร.ก. อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึน เงินกู้ เพื่อจะมาช่วยทําให้เศรษฐกิจในประเทศมันดีขึ้น ทีนี้เมื่องบประมาณมันน้อย ๑.๗ ล้านล้านบาทที่รัฐบาลจัด ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีหลายพรรค เมื่อมี หลายพรรค ความสําคัญทุกกระทรวง ทบวง กรมก็มีความจําเปึนต้องใช้เงิน เมื่อมี ความจําเปึนต้องใช้เงินก็ต้องจัดสรรไปตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งมันก็กระจายไป ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่าเปึนข้อจํากัดของรัฐบาล ทุกหน่วยงานก็มีความจําเปึนทั้งสิ้น ในเมื่อ มันเปึนอย่างนี้นะครับ วันนี้สภาวะของประเทศเรามันผิดปกติ มันไม่เหมือนในภาวะ ปัจจุบัน เนื่องจากภาวการณ์ของโลก ไม่เฉพาะประเทศไทยอย่างเดียวครับ ประเทศอื่น ทั่วโลกแนวโน้มในป้ ๒๕๕๓ เราก็ไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือจะถดถอย ในเมื่อ มันเปึนความจําเปึนอย่างนี้ เมื่อรัฐบาลจัดงบประมาณที่ผมดูทั้งกรอบทั้งเล่มแล้ว มันก็ ทําให้งบประมาณกระจายไปกระทรวงละเล็กละน้อย ไม่สามารถจะไปปรับปรุง ไม่สามารถไปทําอะไรได้ ด้วยเหตุที่มันเปึนพรรคร่วมหลายพรรคด้วยกัน เมื่องบประมาณ จัดไปอย่างนี้แล้วนี่ครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นผมเปึนห่วงจริง ๆ รัฐจัดลงไปก็พยายามจะมุ่งหวัง ให้ได้เงินกลับคืนมาในรูปของภาษี ในรูปของการสร้างรายได้ให้กับประชาชน แต่ถ้ามันจัด แล้วกลับมาไม่ได้ แต่มันเกิดความล้มเหลวซ้ําซ้อนไปมันก็จะเกิดปัญหาที่ยิ่งใหญ่กับ ประเทศต่อไปในอนาคต ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าจัดงบประมาณแบบนี้กระจาย ไปทุกกระทรวง ทบวง กรม ข้อดีก็คือทําให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงสามารถตอบคําถาม ประชาชนได้ ทําให้นายกรัฐมนตรีสามารถตอบคําถามคนทุกกลุ่มได้ แต่ความเปึนจริงแล้ว มันจะไม่เกิดประโยชน์สักกลุ่มเดียว เมื่อมันไม่เกิดประโยชน์สักกลุ่มเดียว ผมเชื่อว่า การบริหารมันก็จะล้มเหลว แล้วก็จะเกิดความผิดพลาด งบประมาณที่จัดลงไปนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเคยดูการจัดนิทรรศการไหมครับ ผมเคยเห็นนะครับที่ จังหวัดผม ไปดูเขาจัดนิทรรศการการปลูกป์า โอ๊ย คนมาเยอะแยะเลยครับเปึนพัน พอจัด เสร็จนะครับมีการไปปลูกป์ากันใหญ่โตมโหฬารครับ ถัดมาอีก ๖ เดือนไปดูครับต้นไม้ ตายหมด ไม่เหลือหรอกครับ เพราะมีงบประมาณแค่ไปจัดนิทรรศการ พอปลูกไปเสร็จ ไม่มีอะไรไปดูแลต่อ ฉะนั้นถ้างบประมาณนี่เปึนเบี้ยหัวแตกอย่างนี้ไปนะครับ เมื่อเปึน เบี้ยหัวแตกอย่างนี้ไปแล้วจะไปทําอะไรก็เปึนชิ้นเปึนอันไม่ได้ ทีนี้ผมมาฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อตอนเช้าว่า สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทําและเปึนนโยบาย ที่แน่วแน่ของรัฐบาล คือในหมวดของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร ท่านก็ทราบ นะครับว่า คนที่อยู่ในภาคเกษตร ๖,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ผมไม่แน่ใจว่ามัน ๖,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนจริงหรือไม่ มันอาจจะถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน คนส่วนใหญ่เกือบ ๔๐ ล้านคนที่อยู่ในภาคเกษตร ผมคิดว่า เปึนรากฐานสําคัญทางเศรษฐกิจที่มันจะทําให้ประเทศไทยนี้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ใน อนาคต คนในชนบทถ้าเขามีรายได้เขาอยู่ได้ เขาก็มีกําลังซื้อนี่ที่จะไปซื้อของในชุมชนใน อําเภอในจังหวัด ในแต่ละจังหวัดก็มาซื้อของจากกรุงเทพฯ มันก็เหมือนกับท่านเอาเงินลง ไปกระตุ้นเศรษฐกิจครับ คนละ ๒,๐๐๐–๓,๐๐๐ บาทเอาไปกระจายลงไปท้องถิ่น แต่นั่นเปึนการให้เปล่าโดยไม่รู้ว่ามันจะกลับมาอย่างไร กลับมาเพียงรูปเดียวคือภาษี ถ้าเกิดบังเอิญพ่อค้าเสียภาษีไม่ตรงด้วยนี่รัฐก็ไม่ได้กลับคืนเลย แต่การกระตุ้นลงไปใน ภาคเกษตรตามที่รัฐบาลเสนอแนวทางมานี้ผมเห็นด้วย แต่ผมคิดว่าถ้าในเมื่อเงิน เปึนอย่างนี้รัฐบาลก็ต้องตัดใจแล้วครับ บางส่วนที่มันจะไม่รอดก็ปล่อยไว้ก่อน แต่เอาที่คน ส่วนใหญ่ให้รอดก่อน มีออกซิเจนให้ไป ๑๐ คน คนละนิดละหน่อยครับ ท้ายที่สุดมันตาย หมดครับ ก็เอาที่มันรอดสักคนหนึ่งนี่เอามาใส่ไว้สักคนให้มันรอดไป และผมคิดว่าถ้า รองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ มาดูเรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจ เรื่องของภาค เกษตร ลองตัดใจใส่เข้าไปในภาคเกษตรเต็ม ๆ นี่ให้คน ๔๐ ล้านคนของประเทศนี่เขา สามารถยืนหยัดอยู่ได้ แล้วสิ่งสําคัญมากไปกว่านั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของ เงินที่ลงไปกระตุ้นนั้น ในเรื่องของเงินที่ใช้งบประมาณใส่ลงไปนั้น ผมคิดว่าต้องจัดการให้ มีประสิทธิภาพสูงสุด ผมฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อคืนแล้วผมประทับใจมาก ท่านบอกวันนี้อยู่ในโลกของความเปึนจริงแล้ว มันโกหกกันไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องชัดเจน แล้วก็เปึนที่ประจักษ์ ดังนั้นถ้ารัฐบาลตัดใจใส่ลงไปที่ภาคเกษตรให้เต็มที่ เมื่อคนภาค เกษตรมีรายได้มากขึ้นการจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่นมันก็จะมีมากขึ้น แต่ผมติดอยู่ว่าเรื่อง ของการบริหารจัดการ การกํากับตามนโยบายของรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการ เสนอนโยบาย ในการกํากับดูแลแล้วก็ติดตาม ท่านทราบไหมครับเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านโยบายและการกํากับดูแลในเรื่องของภาคเกษตรนั้นล้มเหลว ล้มเหลวอย่างไรครับ โครงการรับจํานํามันสําปะหลัง โครงการนี้ดี แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอ โครงการดําเนินการไปนี่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบริหารจัดการในเรื่องง่าย ๆ ได้ โครงการรับจํานําข้าวกับมันสําปะหลังนี้เอายกตัวอย่างมันสําปะหลังก่อนท่านประธาน ที่เคารพ พอมันสําปะหลังออกจากไร่มันก็เริ่มมีการทําใบประทวน เอาว่าการดูแล ใบประทวนอะไรทั้งหลายที่มีการปลอมปน มีการทุจริตอะไรทั้งหลาย ใบประทวนที่ ไม่เปึนไปตามจริงนี่ เอาละนั่นเปึนงานที่มันเปึนงานส่วนใหญ่จะผิดพลาดเราก็ไม่ว่ากัน เมื่อมันสําปะหลังออกจากไร่มันต้องมีโกดัง มีคลังสินค้า มีไซโลที่จะเก็บมันสําปะหลัง ท่านทราบไหมครับว่า พอมันออกจากไร่เสร็จมีโครงการรับจํานํา ไม่มีที่ไว้ ไม่มีการเตรียม ที่สําหรับที่สําหรับจะเก็บมันสําปะหลังของเกษตรกร นี่โรงสียังดีนะครับข้าวมันยังมีอยู่ ยังมีโกดังมีอะไรอยู่ แต่มันสําปะหลังไม่มี มันสะท้อนถึงการบริหารจัดการว่าไม่ได้ เตรียมการ เพราะมันสําปะหลังนี่รับจํานําจากเกษตรกรมามันต้องมีการขนส่งเข้ามา ส่วนกลางแล้วก็ระบายออกไปต่างประเทศ ผมถามว่า รัฐบาลได้เตรียมการ ในการระบายสินค้าทางการเกษตรเหล่านี้ที่มันเหลืออยู่นี่ออกไปต่างประเทศหรือไม่ ไม่มีหรอกครับ ก็ถูกเก็บกันอยู่อย่างนี้จนกระทั่งกลายเปึนของเสีย แล้วคนที่อยู่ใน ภาคเอกชนที่เขาช่วยรัฐบาลเต็มที่ วันนี้เขาร้องกันทั้งบ้านทั้งเมืองคือใครทราบไหมครับ พวกโรงแปังกับลานมันที่เขาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ค่าแปรสภาพเขายังไม่ได้เลย ค่ารับขนส่งก็ไม่ได้ เรียกใครมาขนมันสําปะหลังจากคลังสินค้านี่เอามาส่วนกลางเข้ามา กรุงเทพฯ หรือไปไหนก็ตามไม่มีเจ้าของผู้ประกอบการรถบรรทุกรายใดที่ต้องการ นี่มันสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการเรื่องของพื้นฐานง่าย ๆ ที่ไม่ได้มีการเตรียมความ พร้อมไว้ เพราะถ้าสิ่งอย่างนี้มันเกิดขึ้นผมถามว่างบประมาณแผ่นดินที่ลงไปนี่มันจะ บริหารกันได้อย่างไร

อันที่ ๒ คนที่อยู่ในภาคการเกษตรกร ๓๐–๔๐ คนนี่ ผมว่ามีคนรัก เกษตรกรมากเกินไป มี ๕ กระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลอุ้มเกษตรกร ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง ไปอุ้มเกษตรกร อุ้มแล้วก็อุ้มไปคนละทิศละทาง ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ต้องตกไปแล้วก็ตาย กว่าจะตัดสินใจ ได้เรื่องหนึ่งต้องประชุมคณะ คจก. (โครงการจัดสรรที่ดินทํากินสําหรับเกษตรกร) ประชุมคณะกรรมการสารพัดกรรมการ เกษตรกรก็แย่แล้ว แล้วคนที่ลําบากที่สุดนี่กับ นโยบายที่มันเดินผิดพลาดแล้วก็ไม่มีการบริหารจัดการที่เข้มงวดกวดขันคือข้าราชการ ประจํา ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด มีการเดินขบวน หรือตั้งแต่ อธิบดีที่รับนโยบายมาก็ต้องรอแต่คําสั่งฝ์ายนโยบาย คนเขาเดินขบวนป่ดถนนกันที่ กําแพงเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องไปนั่งเฝัากันตั้งแต่เช้ายันเย็นนะครับ ต้องค่อย ๆ ไปเจรจากันบอกกลับไปก่อนเดี๋ยวจะมาถามให้ สิ่งเหล่านี้ก็ทําภาระให้กับข้าราชการประจําด้วย เพราะข้าราชการประจําก็ฝ๋นไม่ได้ ก็ต้องทําตามนโยบาย ฝ๋นเดี๋ยวก็ย้ายไปเปึนผู้ตรวจ ย้ายไปอะไร เขาก็ไม่อยากไป เขาก็ต้องทํา ก็ต้องเฝัาทนทําไป นี่คือการบริหารที่เราดูว่า ถ้าการจัดงบประมาณ ถ้าไม่มี การติดตามดูแลอย่างชัดเจนจริงจัง แล้วโดยเฉพาะภาคเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นสิ่งที่มีหน่วยงานเข้าไปดูแลเกษตรกรมากเกินไปแล้ว ผมว่าเปึนเรื่องที่แปลก เรื่องง่ายแต่เมืองไทยนี่ทําให้มันยาก ท่านทราบไหมครับว่า ในต่างประเทศเขารู้ ก่อนเราว่าเมืองไทยในแต่ละป้จะมีผลผลิตอะไรออก เขามีดาวเทียมทางการเกษตร เขาส่องดูแล้วครับ บ้านเรามีดาวเทียมทางความมั่นคง ดาวเทียมที่เป่ดออกมาแล้วก็ให้ด่า กันทุกวัน แต่ดาวเทียมทางการเกษตรนี่ไม่สามารถจะพยากรณ์สินค้าพืชผลทาง การเกษตรออกมาให้ดูได้ จริง ๆ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมก็เห็นเด็กมาเล่นกันครับ เขามีเน็ตอันหนึ่ง เขาเรียก กูเกิล เอิร์ท (Google earth : โปรแกรมท่องโลกในรูปแบบ ๓ มิติ) ส่องเห็นหลังคาบ้านเลยครับ ฉะนั้นการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ของเมืองไทยนี่มันเปึนไปได้อย่างไรครับ คาดการณ์กันผิดบางที ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ตัวเลขสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรก็ออกมาอย่างหนึ่ง ตัวเลขกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ออกมาอย่างหนึ่ง ตัวเลขของ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร) ก็ออกมาอย่างหนึ่ง เอาว่าพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ในประเทศไทยนี่มัน ไม่ใช่พื้นที่ที่ใหญ่โตมโหฬาร เรายังไม่รู้ว่ามีอะไรกี่ต้นเลยครับ นี่ผมบอกว่าเรื่องง่าย แล้วเราก็ทําเปึนเรื่องยาก ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมว่ารัฐบาลต้องกลับไปดู

อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากมีการดูแลกันมากเกินไปในกลุ่มเกษตรกร เรื่องของการบริหารจัดการที่ในอดีต มันผิดพลาดอย่างไร รัฐบาลนี้ได้เปรียบอยู่แล้ว ก็อะไรที่มันผิดพลาดครั้งนี้ก็เอามาแก้ไข ปรับปรุง แต่ไม่ใช่บอกครั้งนี้อะไรผิดพลาดก็บอกรัฐบาลที่แล้วก็ทํา ถ้าอย่างนี้มันก็ง่ายไป ท่านประธาน แล้วอีกประการหนึ่งผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่า เดี๋ยวต่อไปจะ เลิกจํานําสินค้าการเกษตรแล้ว จะหันมาประกันแทน ผมอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ เราติดดับเบิลยูทีโอ (WTO : World Trade Organization องค์การการค้าโลก) หรือเปล่าครับ การแทรกแซงและการบิดเบือนกลไก คือปะตรงนี้ที แล้วก็ไปใส่ตรงโน้นหน่อย ตรงนั้นก็ผุลามไปอีก ถ้าน้ําไม่ดีเกษตรกรเขาไม่มี ทางรอด ชาวนาไทยที่ทํานาปรัง ข้าวไวแสงที่ทําได้ป้ละ ๒ ครั้ง ถ้าเขาทําได้ ๒ ครั้ง เขาก็มี รายได้เยอะ แต่บางจังหวัดอย่างเช่น จังหวัดพิจิตร พื้นที่ลุ่มเขาทําข้าวนาปรังไม่ได้ เขาต้องทําข้าวนาป้ ๖ เดือนถึงได้เกี่ยว และป้หนึ่งได้ครั้งเดียว ฉะนั้นการบริหารจัดการน้ํา รัฐควรจะทุ่มเทงบประมาณตัดใจใส่เข้าไปให้มันเต็ม ๆ ถ้าใส่ไปแค่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในกลุ่มของเศรษฐกิจทางภาคเกษตรใส่ไป ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอะไรไม่ได้เลยครับ ทําไม่ได้แล้วความล้มเหลวเราก็จะไม่มีทางได้เงินภาษีกลับคืน ไม่ได้มีรายได้เข้าสู่ประเทศ กลับคืนมา การเพิ่มมูลค่าการผลิตเราก็ไม่ได้

อันที่ ๒ ดินครับ วันนี้สถานีพัฒนาที่ดินมีครับ มีเหมือนเอาไว้เปึนตัวอย่าง ครับแต่ละจังหวัด กําแพงเพชรมีเจ้าหน้าที่อยู่ ๔ คน ผมถาม แล้วไปพัฒนาที่ดินตรงไหน ครับ ดินถ้ามันไม่เหมาะกับพืชแล้วดินมันทําอะไรไม่ได้ สถานีพัฒนาที่ดิน รัฐต้องใส่เข้าไป ทําให้เขาสามารถไปทําให้ดินมันเหมาะกับพืชและก็ให้คุณภาพของดินมันคงที่ไว้

แล้วสิ่งสุดท้ายเรื่องปุิย เรื่องปุิยเมื่อวานนี้สมาชิกหลายท่านก็พูด ท่าน ส.ส. นิยม จังหวัดพิษณุโลก เขาก็พูด บอกวันนี้ปุิยอินทรีย์ ปุิยเคมี ที่อยู่ตามอําเภอต่าง ๆ ทําไม ไม่สนับสนุนส่งไป มูลค่าการสั่งปุิยเข้าประเทศป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านตัน ล้วนแต่ เปึนปุิยที่ต้องเอาเงินตราไปซื้อเขามาทั้งสิ้น แล้วบริษัทปุิยก็มีไม่กี่บริษัทท่านประธานครับ แล้วผมไม่แน่ใจว่า วันนี้คณะกรรมการปุิยแห่งชาติยังเอาเจ้าของปุิยเปึนกรรมการอยู่ หรือเปล่าบริษัทใหญ่ ๆ ถ้ายังเอาเจ้าของปุิยเปึนกรรมการของปุิยแห่งชาติอยู่นี่นะครับ มันก็เหมือนเอาแมวไปเฝัาปลาครับ มันจะเหลืออะไรครับ มันก็ไม่เหลือละครับ ฉะนั้น ปุิยกับเคมีทางการเกษตร รัฐต้องมีการตรวจเข้มให้ดี อย่าให้เกษตรกรเขาถูกเอารัด เอาเปรียบ เวลาเอาตัวอย่างปุิยไปให้ดู ก็เอาของจริงไป แต่เวลาขายไปที่โกดัง มันก็อีก เรื่องหนึ่ง เอาดินไปขายเกษตรกร พวกเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ถ้ารัฐไม่กํากับดูแล ควบคุมดี ๆ เอาจริงเอาจัง เกษตรกรตายหมดนะครับ ฉะนั้นเมื่อมีน้ํา มีดินดี มีปุิย แล้วก็มี พันธุ์พืชที่เหมาะ ศูนย์วิจัยข้าวในทุกภาคของประเทศ ท่านลองใส่งบประมาณไป ให้ถึงชาวนาจริง ๆ ไม่ใช่ไปแค่ตัวอย่าง ชาวนามี ๑๐,๐๐๐ คนได้ไป ๓๐ คน ผมถามว่า แล้วจะได้ประโยชน์อะไรครับ ศูนย์พัฒนาพันธุ์ข้าวครับ แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ผมไม่ติดใจครับ เรื่องงบ ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเปึนงบที่น้อยนิด เพราะมันเปึนค่าใช้จ่ายประจําเสียเยอะ ถ้าได้เงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มา ลองเอาให้มันฟุ๋นสักพวกหนึ่ง คือพวกเกษตรกร ที่เขาบอกเปึน กระดูกสันหลังของชาติ แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าปู์ย่าตายายแล้วใครไม่รู้ไปตั้งสมมุติฐานว่า คนที่เปึนชาวไร่ชาวนา ต้องจน ก็เขาจะรวยบ้างไม่ได้หรือครับ ต้องให้เขาจนอยู่อย่างนั้น หรือครับ พอเขาจะลืมตาอ้าปากได้ ก็จะไปกดเขาไว้หรือครับ ผมว่ารัฐบาลก็ต้องดูแล เอาคนส่วนใหญ่ก่อนให้มันรอดพ้นปลอดภัยไปก่อน แล้วผมว่าบ้านเมืองมันก็จะเดินได้ วันนี้เกษตรกรลูกชาวไร่ชาวนามาเปึนรัฐมนตรีก็เยอะ ไปเปึนอธิบดี เปึนปลัดกระทรวง ก็เยอะ ลูกรัฐมนตรีไปเปึนนักเลงก็มากมาย ผมถึงบอกว่า ลองดูเถอะครับ ภูมิปัญญา ท้องถิ่นกับพวกเขาเราช่วยกันดูแลให้ และกระผมกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่มีความตั้งใจที่จะ ทําให้งบประมาณเหล่านี้มันบังเกิดความสําเร็จสูงสุด ทําให้คนสามารถอยู่รอดปลอดภัย ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ