นัจมุดดีน อูมา หารือเรื่องการตั้งทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้แทนศูนย์บริหารฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

นัจมุดดีน อูมา หารือเรื่องการตั้งทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้แทนศูนย์บริหารฯ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระเพื่อประเมินการใช้กฎหมายใน 4 อำเภอของสงขลา โดยแยกงานพัฒนาออกจากปราบปราม

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคมาตุภูมิ ด้วยเวลาที่จํากัดแค่ ๑๐ นาที คงจะไปพูดจาให้ครอบคลุมครบทุกประเด็นคงลําบาก ก็เลยอยากจะฝากข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ ใน ๒ ประการหลัก ๆ ก็คือว่า

ประการที่ ๑ อยากจะเรียนถามรัฐบาลว่างบรายได้ทั้งประเทศจะได้มาจาก ไหน และการจัดเก็บภาษีเพื่อที่จะไปบริหารจัดการในส่วนของรายรับ รายจ่ายนั้นมี มากน้อยแค่ไหน

ข้อที่ ๒ เงินนอกงบประมาณซึ่งมีอยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท อยากจะถามท่านว่า ทําไมท่านไม่เอาเงินเหล่านี้มาใช้ รัฐวิสาหกิจซึ่งมีถึง ๗๐ กว่าแห่ง เคยรายงานการใช้จ่ายงบประมาณให้ท่านไหม สํานักงบประมาณเคยได้ตัวเลขการใช้เงิน งบประมาณนี้มากน้อยแค่ไหน นี่ผมอยากจะฝากเปึนหัวข้อหลัก ๆ ตรงนี้ไว้ก่อน ส่วนที่ ผมจะพูดในส่วนที่ได้รับมอบหมายก็คือว่า เรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ ในการพัฒนาแล้วก็แก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศเปึน เวลา ๖ เดือน ก็ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งรัฐบาลได้มีการจัดตั้ง ครม. ใต้ ขึ้นมา ดูแลรับผิดชอบเปึนการเฉพาะ ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ที่เปึนงบเงินกู้ที่ ผ่านไปเมื่อวาน ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอาไปพัฒนาแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พอมางบป้ ๒๕๕๓ งบปกติตั้งไว้ ๑๖,๑๔๑ ล้านบาท เปึนงบยุทธศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ จะเห็นได้ว่า เปึนงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เปึนงบ พัฒนา หรือว่างบในการจัดการปัญหาทางการเมืองนั้นมีสักประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะถามรัฐบาลว่า ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงในป้ ๒๕๔๖ รัฐบาลขณะนั้นใช้ งบประมาณแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๑ ๔ ป้ รัฐบาล ใช้ ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ คือป้นี้ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ท่านขอไว้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท และเปึนเงินกู้อีก ๓ ป้ งบไทยเข้มแข็งเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่า เอาเงินเอางบประมาณลงไปทุ่มกี่แสนกี่หมื่น ก็คงไม่อาจที่จะไปบรรเทาปัญหาให้มันลุล่วงไปได้ ถ้ารัฐบาลยังไม่ยอมรับความจริง ความจริงก็คือว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายนที่ผ่านไป ซึ่งหลายท่านคงทราบดีแล้ว รัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้ลงพื้นที่ไปแล้ว ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ลงไปแล้ว ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านตํารวจ ลงไปเกือบทุกหน่วยงานแล้ว ทีนี้ลงไปน่ะดีมาก แต่ ณ วันนี้สิ่งที่ประชาชนเฝัาตามอยู่ก็คือว่า พี่น้องประชาชน อยากจะให้รัฐบาลนี่แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนที่เปึนอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่าง ตรงไปตรงมา อย่างเช่น เมื่อป้ ๒๕๔๗ เกิดกรณีที่กรือเซะ รัฐบาลตอนนั้นก็ตั้ง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๗ เกิดที่ตากใบก็ตั้งคณะกรรมการ อิสระ ซึ่งต่อมาศาลท่านอาจจะตัดสิน เปึนอย่างไรท่านก็ทราบดีกันแล้ว ก็เปึนการชี้ให้เห็น ว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านไป เมื่อเกิดเหตุท่านก็ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ แต่รัฐบาลนี้ยังไม่กล้าให้คําตอบกับประชาชนว่า กล้าตั้งหรือไม่ นี่คือข้อที่ ๑

ประการที่ ๒ รัฐบาลบอกว่าจะมีการจัดตั้ง สบ.ชต. พระราชบัญญัติ สํานักงานบริหารกิจการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๖ เดือนแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็ยัง ไม่เข้าสภา ที่จริงท่านประธานครับ สิ่งที่นักวิชาการได้ศึกษามามันมากกว่านั้น สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการจริง ๆ ก็คือต้องการจะให้มีการจัดตั้งทบวงการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ สิ่งนี้แหละเปึนสิ่งที่ทุกภาคส่วนเห็นตรงกัน แต่ไม่เปึนอะไร ณ ขณะนี้ถ้ารัฐบาลกล้าหาญตั้ง ศบ.ชต. (ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ไปก่อน ก็ไม่เปึนอะไร ค่อย ๆ พัฒนาไป เพราะในทบวงที่ผมว่าเมื่อกี้นี้ ก็จะมีองค์กรสมัชชา ประชาชน มีสภาผู้รู้ทางศาสนาเพื่อมาให้คําปรึกษากับฝ์ายราชการ ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนฝากความหวังมา

ประการต่อไปครับ ในด้านกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลบอกว่าจะสถาปนา ความยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา วันนี้โชคดีครับ ณ ขณะนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดิน เข้ามาพอดี ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบกับสภาแห่งนี้ว่าท่านพร้อมแล้วที่จะ จัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อไต่สวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหมือนกับที่เกิดที่ตากใบ และกรือเซะ และอยากจะฝากท่านว่าขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อประเมินการ บังคับใช้กฎหมาย ๓ ฉบับ ท่านพูดตลอดเวลาว่าเราจะใช้การเมืองนําการทหาร พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ป้ ๒๔๕๗ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ป้ ๒๕๔๘ พ.ร.บ. ความมั่นคง ป้ ๒๕๕๒ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ จังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ คือ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอนาทวี ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง ป้ ๒๕๕๒ แล้วทําไม ๓ จังหวัด ยังไม่ประกาศใช้ เหตุการณ์รุนแรงกับการบังคับใช้กฎหมายต้อง แยกกันนะครับ ท่านบอกว่างานพัฒนากับงานปัองกันและปราบปรามต้องแยกกัน ทีนี้ผม อยากจะฝากท่านว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาก็มีความจําเปึนนะครับ

ประการสุดท้ายครับ ผมอยากจะให้ท่านออกเปึนนโยบายว่าต่อไปนี้คดีที่ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการจัดตั้งศาลชั้นต้น แผนกคดีความมั่นคง ให้เกิดขึ้น เพราะเวลาเจ้าหน้าที่ไปจับกุมประชาชน จับผู้ต้องสงสัย จับข้อหาความมั่นคง แต่เวลาขึ้นสู่ศาลพิจารณาคดีเปึนคดีปกติ ศาลท่านไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคง พี่น้องก็เลยฝากมาว่า ฝากให้ท่านพูดคุยกับท่านคณะกรรมการศาลยุติธรรมเพื่อให้ ออกเปึนนโยบายตรงนี้ และ

ประการสุดท้าย จัดให้มีศาลแผนกคดีครอบครัวและมรดกเปึนการเฉพาะ ซึ่งกฎหมายนี้มีอยู่แล้ว เพียงแค่ว่ามาปัดฝุ์นให้มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม

ประการสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่า จากผลที่พวกผมได้ทําการศึกษามา โดยตลอด ก็อยากจะให้ทางฝ์ายท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามย้ําและปฏิบัติ ก็คือว่า ต้องการเมืองนําการทหารจริง ๆ นะครับ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านรัฐมนตรีถาวรพูด เวลา ปฏิบัติจริงไม่ได้เปึนอย่างนั้น ท่านเชื่อผมเถอะ ปัญหาสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ถ้ามิได้ใช้การเมืองอย่างเข้มข้นนําการทหาร ไม่อาจที่จะแก้ปัญหาได้ และผมขอทิ้งท้ายว่า ดีกว่านั้นควรจะใช้ศาสนานําการเมือง และการเมืองนําการทหาร ขอบคุณมากครับ