สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ภูมิ สาระผล เสนอแนวคิดการลงทุน 300,000 ล้านบาทเพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำที่สมบูรณ์แบบ โดยเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถคืนทุนภายใน 1 ปี และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 300,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำ แต่การบริหารจัดการน้ำไม่สมดุล ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง

นายภูมิ สาระผล ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ รัฐบาลเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในวงเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าน้อยกว่าป้ที่แล้ว แต่ความจริง แล้วถ้ารวมกับเงินกู้ทั้ง พ.ร.ก. กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับวงเงินกู้เล็กกู้น้อยอีกหลายหมื่นล้าน นับรวม ๆ กันแล้วก็จะได้วงเงินกว่า ๒ ล้านล้านบาท หรือถ้าพูดให้หนักข้อหน่อยก็บอกว่าเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะมองว่าเปึนโชคดีของประเทศไทย ของคนไทยที่มีเงินจํานวนมากมาทํานุบํารุง ประเทศชาติ หรือว่าอาจจะเปึนโชคดีของคณะรัฐมนตรีรัฐบาลผสมชุดนี้ที่ได้มีโอกาส จับจ่ายใช้เงินจํานวนมหาศาลก็ตาม ซึ่งถ้าหากเปึนการทําเพื่อประโยชน์ของประเทศจริง ๆ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น ทําอย่างตั้งใจจะถือว่าเปึนคุณูปการอันสําคัญต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ยังยากไร้และขาดโอกาส และที่สําคัญเงินเหล่านี้เปึนเงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ซึ่งจะต้องใช้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมี ประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย คือ

เรื่องที่ ๑ เปึนงบประมาณในแผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รัฐบาล ตั้งไว้เพียง ๓,๙๗๑ ล้านบาท ถ้านับเปึนจํานวนเงินถือว่าน้อยแล้วครับ สําหรับประเทศไทย เพราะเราพูดกันมาตลอดว่าน้ําคือชีวิต ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าขาดน้ํา ก็ทําการเกษตรไม่ได้ แต่ถ้ามีน้ํามากจนท่วมไร่นาเกิดความเสียหายก็นับเปึนภัยพิบัติ ร้ายแรงอันหนึ่งเช่นกัน คนไทยของเราจะได้ข่าวเสมอ ๆ ว่ามีน้ําท่วมทุกป้ แล้วก็ท่วมหนักขึ้น ๆ เรื่อย ๆ และเวลา ที่ท่วมก็นานนับเดือนขึ้นด้วย แล้วอีกไม่นานก็จะได้ข่าวว่าเกิดภัยแล้ง ต้นข้าวตาย พืชไร่ เสียหาย เกษตรกรไม่มีน้ําทําการเกษตร หรือว่าก็ต้องได้ข่าวว่าราชการต้องจัดน้ํา ออกไปเพื่อแจกจ่ายให้แก่ราษฎร แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎรของเราเองก็ตาม ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาญัตติภัยแล้ง น้ําท่วม เข้าสภาทุกป้ มีคณะกรรมาธิการ มาแล้วไม่รู้กี่ชุดต่อกี่ชุด ตัวผมก็เคยเปึนประธานคณะกรรมาธิการภัยแล้งและน้ําท่วม มาแล้วเช่นกัน การแก้ปัญหาภัยแล้งของประเทศไทยที่ผ่านมาโดยหน่วยงานนั้นเปึนการ แก้เฉพาะหน้าเสียเปึนส่วนใหญ่ เคยมีอดีตอธิบดีกรมชลประทานท่านหนึ่งบอกว่า บ่อน้ํา กรมชลประทานมีเจ้าของทุกบ่อ ท่านลองไปตีความเอา เขาเลยทําอะไรได้ไม่มาก แต่วันนี้ ปัญหาเรื่องน้ํา ปัญหาภัยแล้ง มันมีข้อสรุปที่ใกล้จะตรงกัน ข้อมูลตรงกันหมดแล้วครับว่า ประเทศไทยเราไม่ได้ขาดแคลนน้ํา เพียงแต่เราจัดการบริหารอย่างสมดุลไม่ได้ ที่สําคัญคือ ยังไม่มีการทุ่มเทงบประมาณมาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ที่ว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ํา เขามีข้อมูลเมื่อ ๔๐-๕๐ ป้ ไล่เลียงกันมานี่ครับว่า เรามีปริมาณน้ําฝนที่ตกลงในประเทศ ไทยจํานวนเฉลี่ยป้ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีแหล่งเก็บกักน้ําได้ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลือควบคุมไม่ได้ก็ไปท่วมขังบ้านเมือง ราษฎร ท่วมไร่นา ไหลลงแม่น้ํา ไหลลงทะเล ซึมลงเปึนน้ําใต้ดิน ระเหยเปึนไอขึ้นไปใน อากาศ ส่วนหนึ่งก็คือไปสะสมเปึนน้ําใต้ดินที่เรายังไม่สามารถเอาขึ้นมาใช้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แต่พอหมดฤดูฝนก็ไม่มีน้ําที่จะทําการเกษตร ก็เข้าสู่ฤดูกาลของความ แห้งแล้งอีกครั้งหนึ่ง ก็เปึนเช่นนี้วนเวียนกันมาเปึนเวลาหลายสิบป้ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งเปึนภาคที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากที่สุด หากจะพูดถึงความตั้งใจที่จะเริ่มต้น แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังของรัฐบาลที่ผ่านมา ก็เริ่มกันในช่วงป้ ๒๕๔๗-๒๕๔๘ ช่วงที่ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ได้มีการเริ่มต้นอย่างจริงจังที่จะ แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วม ก็มีการประมาณว่าการบริหารจัดการน้ําอย่างครบวงจร อาจจะต้องใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในยุคนั้นก็เริ่มต้นดําเนินการไปได้ ยังไม่นานก็เกิดสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ การแก้ปัญหาด้วยระบบที่ว่านี้ ก็หยุดชะงักไปตั้งแต่นั้นมา เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้ การที่รัฐบาลนี้หยิบยกเอาการจะแก้ปัญหา การจัดการน้ําของประเทศไทยขึ้นมาแก้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดเปึนรูปธรรม ผมจึงเห็นด้วยที่ว่าถ้าอะไรที่รัฐบาลเก่าเขาทําไว้ดี รัฐบาลที่เข้ามาใหม่เข้ามาสานต่อ ประโยชน์ที่ได้ก็จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน แล้วก็จะได้รับคํายกย่องกันทุกฝ์าย ซึ่งเมื่อก่อน โน้นถ้าเวลาเราพูดถึงเรื่องการจัดการน้ําที่จะต้องใช้เงินถึงนับแสน ๆ ล้านบาท คนได้ฟังจะ ตกใจครับว่ามันจะเปึนการใช้เงินสิ้นเปลืองมากเกินไปหรือเปล่าสําหรับการจัดการเรื่องน้ํา เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าฟังจากแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้เล่าให้ฟังได้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่า ถ้าต้องลงทุนสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทําระบบการบริหารจัดการน้ําให้สมบูรณ์แบบแล้วน้ําก็จะไม่ท่วม ไม่เกิดปัญหา ภัยแล้ง เปึนความคุ้มค่าที่น่าจะต้องลงทุน เนื่องจากว่าเกษตรกร ๑๐ ล้านครอบครัวที่ทํา การเกษตรอยู่นี้ก็จะสามารถมีน้ําทําการเกษตรได้อย่างพอเพียง ทีนี้หากมาคิดคํานวณว่าเมื่อเกษตรกร ๑๐ ล้านครอบครัวนี่มีน้ําทําการเกษตรอย่าง สมบูรณ์ เขาก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นครอบครัวละสัก ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าคิดคํานวณแบบง่าย ๆ เกษตรกรในประเทศของเราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ฉะนั้น ที่ลงทุนไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อสร้างระบบน้ําก็จะสามารถคืนทุนภายใน ๑ ป้ ป้ต่อ ๆ ไปก็อาจจะกลายเปึนกําไรไปได้ แม้ว่าเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเปึนเงินใน กระเปิาของเกษตรกรแต่สุดท้ายก็เหมือนกลับคืนมาสู่รัฐบาลอยู่ดี เพราะว่าเกษตรกร เมื่อได้เงินจากการทําการเกษตรที่มีน้ําอย่างพอเพียง เขาก็จะเอาเงินไปใช้จ่ายไปซื้อปุิย ซื้ออยู่ ซื้อกินให้ลูกเต้าไปรับการศึกษา เงินเหล่านั้นก็จะออกไปหมุนเวียน แล้วในที่สุดก็จะ กลับคืนสู่รัฐบาลในรูปของภาษีต่าง ๆ และรัฐบาลก็จะได้เงินจํานวนเหล่านี้กลับไปพัฒนา ประเทศในด้านอื่น ๆ อีกต่อไป ซึ่งโครงการเช่นนี้อาจจะต้องใช้เวลาทําหลายป้ก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าเร่งรัดกันอย่างจริงจังนะครับ อาจจะเสร็จภายใน ๔ ป้ หรือ ๕ ป้ หากรัฐบาลเอาจริง ไม่ว่าจะเสร็จในรัฐบาลไหนก็ตาม ก็ต้องถือว่าทุกรัฐบาลได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน คนยากคนจนคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ ฉะนั้น งบประมาณที่น้อยอยู่นี้จงอย่าขี้เหนียวใช้งบประมาณเพื่อการบริหารจัดการน้ําแบบ ครบวงจรให้เหมาะสมกับที่ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรมดีกว่าเอาเงินไปใช้จ่าย ด้านอื่นที่เกิดประโยชน์น้อยกว่า ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากนําเสนอ ก็คือเรื่องงบประมาณเรื่องแผนการปัองกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้รับการจัดสรร งบประมาณรวมทั้งหมดทุกหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดเปึนเงิน ๔,๕๔๗ ล้านบาท น้อยกว่าป้ที่ผ่านมามาก แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญในเรื่อง ปัญหายาเสพติดเลย เพราะแม้กระทั่งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาที่แอบไป แถลงที่กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่มีนโยบายการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเปึนเรื่องที่แปลกมาก ทั้ง ๆ ที่ปัญหายาเสพติดเปึนเรื่องสําคัญลําดับต้น ๆ ของประเทศ แต่หลังจากที่รัฐบาลบริหารประเทศมาได้สักพักหนึ่งรัฐบาลก็อาจจะเพิ่งคิดได้หรืออย่างไร ก็แล้วแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้เสนอมาตรการ ๕ รั้วเพื่อต้านยาเสพติด แต่ปรากฏว่า ก็ไม่มีคนสนใจ ไม่ว่าจะเปึนเอกชนหรือส่วนราชการ จึงไม่เกิดเปึนรูปธรรมในการ ดําเนินการ และจนถึงวันนี้ก็ไม่รู้จักเลยว่ามีรั้วอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อมาดูงบประมาณในด้านการ แก้ไขปัญหายาเสพติดที่ลดลง ทุกหน่วยงานยิ่งทําให้เห็นชัดว่าไม่มีความจริงใจที่จะ ปัองกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด จะเห็นได้ก็เพียงการพูดเหน็บแนมรัฐบาลเก่าที่ เขาปราบยาเสพติดได้ผลว่ามีคนตาย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือว่ารัฐบาลนี้กลัวจะ เกิดปัญหาขึ้นกับตนเอง ผลก็คือวันนี้ยาเสพติดเกลื่อนทุกหัวระแหงครับ ไม่ว่าในเมืองหรือ ในชนบท ไม่เว้นแม้แต่ในคุกในตะรางก็มียาเสพติดอย่างมากมาย วันนี้ยาเสพติด จึงได้ขยายวงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ก็เพราะผมทราบข้อมูลที่ผมเปึนกรรมาธิการใน คณะกรรมาธิการยาเสพติดของสภาผู้แทนราษฎรที่ผู้ปฏิบัติงานในทางลึกเขาให้ข้อมูลว่า เมื่อป้ที่แล้วช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ สถิติในการจับกุมคดียาเสพติด ลดลงเปึนอย่างมาก แต่เมื่อดูพิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแล้วไม่ใช่ว่าจับกุมได้น้อย เพราะยาเสพติดลดลง แต่จับกุมได้น้อยเพราะไม่มีกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจเพียงพอที่จะไป สืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด สาเหตุเพราะมีการชุมนุมยึดทําเนียบรัฐบาลของกลุ่มคนนานหลายเดือน แล้วเคลื่อนย้าย ไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ต้องใช้กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวนมากไปดูแลและผลัด กําลังกันเพื่อดูแลตลอดเวลาหลายเดือนนั้น จึงเกิดการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่จะไปสืบสวน สอบสวนและจับกุมผู้กระทําผิดยาเสพติด จึงส่งผลให้สถิติคดีลดลง แต่ในความเปึนจริง ยาเสพติดนั้นยังมากอยู่ เพียงแต่ไม่มีคนออกไปจับกุม นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้รับก็คือในช่วง การชุมนุมเดือนสิงหาคม เดือนธันวาคมป้ที่แล้วนั้น ขณะที่บ้านเมืองกําลังวุ่นวาย ได้มีการ ขนย้ายยาเสพติดล็อท (Lot) ใหญ่ โดยเฉพาะยาบ้าเข้าไปเก็บซ่อนในแหล่งปลอดภัย จํานวนนับร้อยล้านเม็ด พร้อมที่จะทยอยออกจําหน่ายในแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงเมืองที่ห่างไกลด้วย ซึ่งพิษภัยของยาเสพติดนั้น ทุกท่านทราบดี เปึนปัญหาต่อครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ อาชญากรรม ยิ่งกับคนที่เคย เสียลูกหลานไป เขาจะยิ่งมีความรู้สึกว่าอันตรายอันนี้กําลังจะกลับมาอีก ฉะนั้นเมื่อ งบประมาณแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกตัดลงมากเช่นนี้ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงาน ป.ป.ส. (สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมราชทัณฑ์ คือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกลดงบประมาณทุกแห่ง หน่วยงานเหล่านี้ย่อมขาดกําลังพลและเครื่องมือที่เพียงพอจะจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดได้ ก็ทําให้ยาเสพติดเกลื่อนเมืองจนบัดนี้ ผมจึงหวังว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิด ประสิทธิภาพและหันมาจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ต่อไป ขอขอบคุณครับ