สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ แถลงในสภาเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 และขอเสนอให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 1,700,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในสัปดาห์นี้รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.ก. พ.ร.บ. เงินกู้และ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ในวงเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบประมาณ แผ่นดินในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีผลกระทบมาจากวิกฤติ เศรษฐกิจของโลกค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศคู่ค้าของไทยเราในขณะนี้ในวันนี้เขาไม่มี กําลังที่จะซื้อค่ะ ในเมื่อการค้าลดน้อยลง การส่งออกของเราก็ต้องชะลอตัวค่ะ คนใน ต่างประเทศเขาตกงานกันมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเรานั้นก็ลด น้อยลงค่ะ ส่งผลทําให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเช่นกัน ผลกระทบนี้ไปถึงทุกภาค ของไทยเรา ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจโรงแรมหรือว่านักท่องเที่ยวที่มาน้อยลงนั้น การจับจ่ายใช้สอยสินค้า อุปโภคบริโภคก็ลดน้อยลงค่ะ รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊กก็ขาดรายได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่ค้าขาย ข้าวแกง ขายส้มตํา คนขายกาแฟ หรือว่าคนขายน้ําปัืนก็ขาดรายได้ค่ะ ขาดเม็ดเงิน ขาดสภาพคล่อง รายได้หลักของประเทศก็มาจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้แล้วก็ เงินกู้ค่ะ แต่ว่า ส.ส. หลายท่านบอกว่ารัฐบาลในขณะนี้ยังไม่มีความจําเปึนที่จะต้องกู้ การกู้ทําให้ขาดวินัยทางการคลัง ดิฉันอยากถามว่าท่านเอาอะไรมาเปึนตัวตั้งว่า ยังไม่พร้อมที่จะกู้ ดิฉันอยากจะให้ท่านยึดประชาชนเปึนที่ตั้ง อยากถามกลับไปว่าทุกวันนี้ ประชาชน ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ําเขาอยู่สบายดีหรือไม่ หรือว่าเขาอยู่แบบฝ๋ดเคือง อยากจะถามว่าทุกวันนี้การค้าขายเปึนปกติดีหรือไม่ หรือว่าเงียบเหงาซบเซา ต้องถาม กลับไปว่าวันนี้คนที่มีเงินเดือน มีรายได้ มี โอที (OT : Overtime : งานนอกเวลา) ยังได้รับ เงินก้อนนั้นอยู่หรือไม่ หรือว่าเขาตกงาน แล้วยิ่งไปกว่านั้นการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเปึนรายได้หลักของประเทศนั้นชะลอตัวลง รัฐก็เก็บภาษีได้น้อยลง สภาวะทั้งหมดเช่นนี้ ถ้าไม่เรียกว่าวิกฤติแล้วดิฉันก็ไม่ทราบว่าจะเรียกอะไรแล้วล่ะค่ะ รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.ก. พ.ร.บ. เงินกู้ พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ร.บ. พ.ร.ก. เงินกู้รวมกัน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเงินส่วนหนึ่งนั้นจะต้องนํากลับมาชดเชยงบประมาณที่ขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่านสงสัยว่างบขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมาจากไหน ดิฉันอยากจะบอกให้ ประชาชนได้รับทราบว่างบประมาณขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เกิดมาจากการตั้ง งบประมาณป้ที่แล้ว ในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ โดยรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วรัฐบาลชุดนี้ ก็เปึนผู้มาใช้งบประมาณ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่ได้เปึน การตั้งงบประมาณแบบสมดุลนะคะ แต่เปึนการตั้งงบประมาณแบบขาดดุล โดยที่การตั้ง รายจ่ายให้มากกว่ารายรับ เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ว่าช่วงที่รัฐบาลออก พ.ร.บ. งบประมาณในช่วงนั้นนะคะ เปึนช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๑ แม้ว่าในขณะนั้น เศรษฐกิจของโลกยังไม่วิกฤติเท่าในวันนี้ พวกเราเองในฐานะฝ์ายค้านในขณะนั้นก็ได้ เตือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าไม่ควรที่จะตั้งงบประมาณแบบขาดดุลเกินความ จําเปึน แต่ท่านก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ท่านประธานคะ มาวันนี้ท่านกลับมาตําหนิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ว่าท่านเก็บภาษีรายได้ไม่เข้าเปัา คนที่ตําหนินั้นท่านกําลังมองอะไรผิดไป จากความเปึนจริงหรือเปล่านะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีภาระหนี้ที่รัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลจะต้อง เข้ามารับช่วงต่อ ๆ กันไป เช่น หนี้ที่เกิดจากการขาดทุนในการรับจํานําราคาสินค้าเกษตร แล้วก็พบว่ามีการทุจริตในภายหลัง ยกตัวอย่าง เช่น ลําไย เสียหายมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท โครงการบ้านเอื้ออาทรที่สร้างหนี้ให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคตอีก ๑๐ ป้ อีกหลายหมื่นล้านบาท แต่ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้เรามาพูดถึงอนาคตกัน ดีกว่า อนาคตของคนเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร อนาคตของประเทศไทย อนาคตของ คนว่างงาน ของธุรกิจร้านค้า ของลูกจ้างตามห้างร้านต่าง ๆ ขณะนี้เขามีความจําเปึน ที่จะต้องมีเม็ดเงินลงมาขับเคลื่อนทําให้เกิดสภาพคล่องในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ และงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี่ละค่ะ จะเปึนตัวเงินที่จะลงผ่านมาทางหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ลงมาช่วยกระตุ้น มาฟุ๋นฟู มาทําให้เกิดสภาพคล่องในเศรษฐกิจของไทย ในขณะนี้นะคะ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ดิฉันขอยกตัวอย่างรถไฟฟัาสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งเป่ดใช้ให้บริการไปโดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้นได้เป่ดให้เดินรถในวันที่ ๑๕ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ ระยะทางแค่ ๒.๒ กิโลเมตร จากสถานีตากสินข้ามแม่น้ํา เจ้าพระยาไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ เพียงระยะทางสั้น ๆ แค่นี้แต่สามารถที่จะทําให้ ความทุกข์ของคนกรุงเทพฯ นั้นลดลงมหาศาลเปึนจํานวนมากก็คือความสะดวกสบาย ในการเดินทาง ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล มีการจ้างงานค่ะ ธุรกิจร้านค้า โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างก็เกิดสภาพคล่อง อันนี้เปึนตัวอย่าง ที่โครงการใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลได้ทําไป แล้วก็งบประมาณป้ ๒๕๕๓ นี้ละค่ะ ที่จะต้องมี เม็ดเงินลงไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึนการลงทุนในโครงการขั้นพื้นฐาน ระบบขนส่ง มวลชนโลจิสติกส์ (Logistics) หรือว่าระบบชลประทาน ไม่ว่าจะเปึนภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน แรงงาน การศึกษา สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย์ และสังคม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการส่งออก เหล่านี้เปึนสิ่งที่จะช่วยทําให้ สร้างความเชื่อมั่นและฟุ๋นฟูทําให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สามารถที่จะแก้วิกฤติ เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ทําให้เกิดการพัฒนาและทําให้เกิดความพร้อมในการแข่งขัน กับเวทีโลกได้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ