มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หารือเรื่องราคาน้ำมันและข้าว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันในตลาด พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาค่าปุ๋ยที่แพงเกินไป และหาวิธีการค้าขายข้าวที่จะไม่ทำให้งบประมาณชาติขาดทุน นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่ากรมการค้าภายในรัฐไม่บริหารจัดการดี ทำให้ขาดทุนกว่าหมื่นล้านบาท และเสนอแนะว่าหากไม่ประมูลขายข้าวที่มีอยู่ 2.6 ล้านตัน รัฐจะไม่ขาดทุน
ต้องหันหน้าไปทางประธาน นะครับ ผมกําลังคิดว่านี่เปึนยุทธศาสตร์ทางจิตวิทยาครับ ข้าศึกมา ๒ ด้านซ้ายขวา เอ๊ะ ผมจะตอบทางไหนดีนะครับ ผมขออภัยจริง ๆ นะครับ ผมพูดกับท่านประธานต่อนะครับ เรื่องน้ํามันเที่ยวที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปอีกคนแล้วครับ ท่านประธาน ไปจับตัวไว้ทีครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังอยู่นะครับ หวังว่า คงไม่ขออนุญาตประธานไปเข้าห้องน้ํา ๒ นาทีเหมือนผมครั้งที่แล้วนะครับ ครั้งที่แล้วไม่มี คนอยู่วันนี้มีคนอยู่นะครับ ผมกลับมาโยงอีกทีหนึ่ง ผมได้ฟังคําหนึ่งแล้วผมก็นึก ผมกลับไปนั่งนึกแล้วผมก็ขํา ๆ ผมจําผิดหรือเปล่าไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมใช้ความซุกซนทางวิชาการหรือตัวเลขอะไรประมาณนี้ วิชาการซุกซนใช่ไหมครับ ถูกไหมครับท่าน ผมหันหน้าไปมองท่านไม่ได้ ใช่ไหมครับท่าน คิดว่านะครับ ท่านพูด ประเด็นนี้ เรื่องราคาน้ํามันท่านบอกว่าไปแตะ ๑๔๗ เหรียญ ผมบอกว่าน้ํามันดิบ ๑๔๗ เหรียญ กลายมาเปึนน้ํามัน ๙๕ เติมอยู่ประมาณสัก ๔๐-๔๒ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีได้น้ํามัน ๓๒ เหรียญ ๓๕ เหรียญ ราคาปรากฏว่าก็ยังคง ๓๐ กว่าบาทอยู่ วันนี้น้ํามันขึ้นมาประมาณ ๗๐ กว่าเหรียญ วันนั้นที่ผมพูดรู้สึก ถ้าประมาณไม่ผิดประมาณ ๗๗ เหรียญนะครับ เพราะน้ํามันก็มาอยู่ประมาณ ๔๐ บาท นะครับ ผมย้ําว่าทําไมผมถึงเอารุ่น ๙๕ มาตั้ง เพราะว่ารถที่มีอยู่เปึน ๑๐ กว่าล้านคัน ๕ ป้ รถมีค่าเท่ากับ ๐ ไปต่อทะเบียนใหม่ต้องเสียภาษีแพงมาก เพราะเขาไม่อยากให้เกิด เรื่องมลภาวะ แต่บ้านเราใช้ ๕ ป้ ๘ ป้ ๑๐ ป้ ๑๒ ป้ คราวนี้รถรุ่นเทคโนโลยีผ่าน ๆ มันยังใช้น้ํามัน ๙๕ อยู่ รถแพง ๆ คันหลายล้านก็ยังใช้เทคโนโลยี ๙๕ อยู่ คราวนี้ประเด็น ที่ผมต้องการจะพูดว่าอะไร ผมก็จะบอกบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โชคดีได้น้ํามัน ๓๒ เหรียญ ๓๕ เหรียญ ถึงตอนนี้ขึ้นมา ๗๗ วันนี้นะครับราคาตลาดหุ้น ไนเมกซ์ โทษนะครับ ราคาน้ํามันดิบตลาดเบน ตลาดไนเมกซ์ แล้วก็ตลาดอื่น ๆ อยู่ที่ ประมาณ ๗๑ ๗๐ กับ ๗๑ เหรียญ ผมยืนยันนะครับ ผมดูมาเย็นนี้ คอนเฟ่ร์ม (Confirm) อีกทีหนึ่งก่อนที่จะมาพูดในสภา สมมุติว่าน้ํามันวันนี้ ๗๐ เหรียญ ๗๐-๗๑ เหรียญนี่ดู ตลาด ๓-๔ แห่งทั่วโลกแหล่งใหญ่ของน้ํามันผู้กําหนดราคาน้ํามันดิบ สมมุติท่านบอกว่า ๑๔๗ เหรียญเปึนการเอาตัวเลขสูงสุดซึ่งมันอยู่ตรงนั้นไม่นาน ผมลดราคาให้ท่านทันทีเลย ให้เหลือ ๑๒๐ เหรียญก็ได้ ๑๓๐ เหรียญก็ได้ มันก็ยังคงต่างกันอยู่อีกเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ท่านจะพูดอย่างไรก็ตามนะครับ ตัวแปลยังอยู่ไปอยู่เหมือนเดิมครับ ภาษีสรรพสามิต ซึ่งแต่เดิมไม่เปลี่ยนวันนี้กําลังจะมีผล เมื่อสักครู่ผมได้ยินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดบอกว่า วันนี้ยังไม่กระทบกับราคาภาษีสรรพสามิต เดี๋ยวสักพักหนึ่งจะกระทบ ถ้าฟังอย่างนี้นะครับแทนที่ผมจะมีความสุขนะผมสะดุ้งเฮือกเลย เท่านี้ยังไม่แพงพอ อีกหรือ ยังจะแพงขึ้นกว่านี้กว่าเดิมอีกหรือ ภาษีสรรพสามิตใหม่ยังไม่มีผลอีกหรือ ตาย อย่างนี้น้ํามันขึ้น ๔๕ เหรียญแน่นอน อันนี้ท่านต้องไล่ดี ๆ นะครับ ผมฝากดู เพราะฉะนั้น เรื่องกองทุนน้ํามันกับเรื่องส่วนต่างค้ากําไรการตลาด เรื่องนี้นะครับผ่านท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมเตือนด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เสียเวลาสักครั้งหนึ่ง ๒ ครั้งลงไปตรวจละเอียด ส่วนต่างของการตลาดกับการทํากําไร ตั้งแต่น้ํามันดิบเข้าปากอ่าวไทยมาจนกระทั่งถึงไปที่ส่งที่ปัูมน้ํามันตรงนี้ท่านต้องดูให้ ละเอียดครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดผลกระทบ ๒ อย่างผมพูดซ้ําประเด็นสําคัญนะครับ
๑. คนไทยทั้งประเทศไม่ว่ายากดีมีจนต้องเติมน้ํามันแพงกว่าที่ควรจะเปึน
๒. เกษตรกร ผมขออนุญาตใช้คําไทยแท้ ซวย ๒ เด้ง เติมน้ํามันก็แพง ค่าปุิยก็แพงอีก เรื่องค่าปุิยคงจะไปโยงกับกระทรวงพาณิชย์อย่างไรก็ต้องดู ผมถาม ส.ส. ที่มาจากต่างจังหวัดนะครับ เขายืนยันครับชาวนาบ่นทุกคน ปุิยแพงขึ้นเปึน ร้อย ๆ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกบางยี่ห้อแพงขึ้นเกินกว่า ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํา แล้วมันจะ เปึนไปได้อย่างไรครับน้ํามันถูกลงมาตั้ง ๔ ตั้ง ๕ เท่า อันนี้ผมย้ํานะครับผมฝากบอกไว้เลย
ประการสําคัญนะครับ เรื่องนี้อยากจะบอกว่าตอนนี้น้ํามันดิบมาอยู่ที่ ๗๐-๗๑ เหรียญ แล้วมีแนวโน้มที่จะขึ้นไป ๑๐๐ เหรียญ ท่านบริหารจัดการเรื่องนี้ดี ๆ น้ํามันคือพลังงานที่ต้องเติมมันอยู่ในรถ มันอยู่ในอาหาร มันอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง มีต้นทุน ค่าน้ํามันและโดยเฉพาะปุิยของชาวนา ผมพูดนี่ผมเปึนห่วงเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ทั้งหมดประมาณ ๔๐ ล้านคนนะครับ
ต่อมาอีกเรื่องข้าว เรื่องนี้สําคัญครับวันนั้นบังเอิญผมต้องพูดชัด ๆ อีกทีหนึ่ง อยู่ ๆ ผมนั่งอยู่ ผมก็นั่งอยู่ข้างนอกผมก็ได้ยินชื่อบอกว่า ท่านมิ่งขวัญมาบอกว่า มาเรื่องข้าวเปึนอย่างนี้ อย่างนี้ ตอนนั้นขายขาดทุนไปเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท แล้วปรากฏ ว่าโทรศัพท์ผมก็ดังกริ๊งกร๊าง ๆ พวกพี่ ๆ เพื่อน ๆ ส.ส. บอกท่านต้องเข้ามาตอบ ถ้าท่าน ไม่ตอบอย่างนี้เดี๋ยวคนเขานึกว่าท่านเอาข้าวไปขายแล้วขาดทุนเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท พอดีผมจะประท้วงท่านประธานอีกท่านหนึ่งก็คิดว่า สงสัยกําลังเร่งเรื่องอยู่ก็เลยบอกว่า ไม่ต้องประท้วงท่านไม่ได้เสียหาย ผมเชื่อว่าท่านสุจริต แต่ว่าเรื่องนี้อย่างไรต้องคุยกัน นะครับ ผมชี้แจงท่านสั้น ๆ แล้วมันมาโยงกับเรื่อง ต้องขอบคุณที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะผมกําลังลืมบอกเรื่องสําคัญให้ท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบว่า วิธีการค้าขายอย่างไรที่ท่านจะไม่ทําให้ งบประมาณชาติขาดทุนเรื่องข้าวเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านลองฟังให้ดี ๆ นะครับ เบื้องต้นก่อน
ข้อ ๑ ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรี เปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือน ผมอยู่ประมาณ ๖-๗ เดือน ๖-๗ เดือนที่ผมทําอยู่ บังเอิญผมเข้ามาปุ็บนี่ครับ รัฐบาลผมต้องขออนุญาตเอ่ย นามท่านนะครับ (Modern trade : การค้าปลีก สมัยใหม่) ต่าง ๆ สารพัดห้าง พอไปวางปุ็บกว่าจะได้เงินคืน ๖๐ วัน ๙๐ วัน แต่คราวนี้ เรื่องมันไปโยงอย่างไรครับ มันมาโยงเรื่องเกี่ยวกับที่ผมจะบอกว่าบริหารไม่ดีจะขาดทุน ตรงนี้เปึนหมื่น ๆ ล้านบาท เรื่องก็คือเขาบอกว่าคืนเงินให้เขาช้า ในที่สุดผมก็ถามว่า ถ้าท่านหมุนเงินเร็วท่านต้องการเท่าไร เขาบอกเดือนเดียว ๓๐ วัน ปรากฏว่าเราก็บอก ห้างเขายอมจ่ายให้ ๓๐ วัน แต่ยังคงเกิดปัญหาอย่างเดิม เราทําข้าวถุง ๕ กิโลกรัม ออกมาขาย ทีละ ๑๐๐,๐๐๐ ถุง ได้ ๓ ครั้ง แล้วก็หยุด ตรงนี้ผมกําลังจะบอกว่าถ้าข้าว ๒.๖ ล้านตัน ซึ่งอยู่ในสต็อกของรัฐวันนี้ อันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมย้ําเลยนะครับ วันนี้ผมดูข้าว ดูข่าว ท่านยกเลิกการประมูลข้าวทั้งหมด ๒.๖ ล้านตัน ถูกไหม อันนี้ผมขอสดุดีและชื่นชมว่า ท่านกล้าตัดสินใจ ผมย้ํานะครับ ท่านกล้าตัดสินใจยกเลิกการประมูลข้าว ๒.๖ ล้านตัน แสดงว่าท่านกําลังคิดอะไรบางอย่าง ผมชื่นชม แล้วผมพูดต่อหน้าคนเปึนล้าน ๆ คนที่ดู ถ่ายทอดทีวีวันนี้ด้วย แต่ผมต้องบอกให้ท่านติดตามบางเรื่อง มี ส.ส. ไพโรจน์ ในพรรคเพื่อไทย บอกว่าในช่วงระหว่างที่มีมติ ครม. ออกมา เรื่องการประมูล ไม่ประมูล อะไรอย่างนี้ มีรถสิบล้อเปึนร้อย ๆ คันเลย ไปขนข้าวออกจากโกดัง เขาบันทึก ถ้าไม่ผิด ทั้งวิดีโอ ทั้งภาพถ่าย มีเอกสารอะไรพร้อม ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากทําให้เรื่องนี้ โปร่งใสธรรมาภิบาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่ใช่แค่ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านคุยกับ ส.ส. ไพโรจน์ได้ อันนี้ผมฝากเอาไว้เฉย ๆ แต่คราวนี้มาถึงจุดสุดท้ายที่ผมพูดเรื่องข้าว ผมต้องการจะบอกว่าถ้าสมมุติจะด้วยประการใด ๆ ก็แล้วแต่ ถ้าท่านตัดสินใจว่าท่านรับ จํานําแล้วท่านไม่ประมูลขาย ทางออกที่ดีที่สุดที่รัฐจะไม่ขาดทุนเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านทําข้าวถุงออกมาขายเสีย ท่านไปคํานวณราคาต้นทุน ทําข้าวถุงออกไปขายเสีย เผลอ ๆ ท่านอาจจะขายได้คือคืนทุน ราคารับจํานําแบ่งใส่ถุง ๕ กิโลกรัม แล้วขายออกไป จะเกิดผลอะไรครับ
ข้อ ๑ ประชาชนได้ซื้อข้าวราคาถูก
ข้อ ๒ อันนี้อันหนึ่งต้องให้ความรู้ คนไทยชอบกินข้าวค้างป้ เพราะฉะนั้น ข้าวในสต๊อกรัฐเหมาะที่คนไทยจะกิน คนไทยบอกว่าข้าวเก่า เข้าค้างป้หุงขึ้นหม้อ คนต่างชาติที่กินข้าวเขากินข้าวใหม่ เพราะฉะนั้นนาปรังส่งเสริมการขายออกนอกให้หมด แล้วจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ผมย้ํานะครับ อันนี้ผมช่วยท่านคิดในการบริหารจัดการเรื่อง ข้าว ว่าทําข้าวถุงเถอะครับเปึนทางออกที่ดี เหลืออีกไม่กี่ข้อที่ผมอยากจะคุยกับท่าน ตรงนี้ ผมพูดโดยไม่เห็นหน้าท่านนายกรัฐมนตรี แล้วมันทะแม่ง ๆ ชอบกล ผมต้องฝากย้ํานะครับ ผมต้องฝากย้ําจริง ๆ ครั้งที่แล้วผมตั้ง คําถามเยอะกับท่านนะครับ ทําไมครับท่านจะเดินมานั่งตรงไหน ช่วงท่านนายกรัฐมนตรี เดินไปข้างบน ผมขออนุญาตทานน้ํานิดหนึ่งครับท่าน บรรยากาศค่อยสดชื่นนะครับ ผมรู้ว่าอะไรรู้หรือเปล่าครับ