สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องงบประมาณปี 2553 ที่ไม่ตรงกับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดโครงการที่ได้รับการลงทุน พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายงบประมาณและการใช้จ่ายที่ไม่โปร่งใส โดยอ้างถึงกฎหมายและข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ
ท่านประธานครับ จากการฟัง คําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็รู้สึกปลาบปลื้มนะครับ ถ้าสามารถทําได้ตามที่ท่านได้พูดไว้ แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นในสังคมไทย ณ วันนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ พูดนะครับว่า งบประมาณรายจ่ายของป้ ๒๕๕๓ ไม่สามารถที่จะจัดสรรได้มากตามที่ตั้งใจ ไว้ ที่จริงรัฐบาลตั้งใจไว้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จําเปึนด้วยข้อจํากัดบางประการนะครับ การจัดเก็บภาษีรายได้ไม่เข้าเปัาในป้นี้ ก็ส่งผลกระทบว่าการคาดการณ์การจัดเก็บภาษี ไม่ว่าจะเปึนกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ในป้หน้านั้นจะมีจํานวนน้อย ก็จําเปึนต้องจัดงบประมาณรายจ่ายให้สอดคล้องกับงบประมาณในการคาดการณ์รายรับ เพราะว่ามันมีสูตรในการคํานวณว่า รัฐบาลนั้นจะขาดดุลหรือจะต้องกู้เพื่อมาชดเชยงบประมาณรายจ่ายประจําป้ได้เท่าไร เดี๋ยวผมจะนําเสนอตัวเลขเหล่านี้นะครับ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ตัวเลข เนื่องจากว่า งบประมาณนั้นจะต้องพูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนคิดว่า ๒ วันที่ผ่านมา วันแรกกู้ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาท เปึนพระราชกําหนด วันที่ ๒ ตื่นมาอีก กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเมื่อคืนก็ผ่านไปเปึนกฎหมายฉบับแรกที่เปึน กฎหมายการเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านสภา ๓ วาระรวด เปึนประวัติศาสตร์ที่ ประเทศไทยต้องจารึกไว้ครับ ที่พรรคฝ์ายค้านอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนตลอดจนผู้ที่ชมการถ่ายทอดการอภิปรายเมื่อคืนนี้ให้เข้าใจครับ พรรคฝ์ายค้าน เองไม่ได้มีความตั้งใจที่จะตีรวนเลย พรรคฝ์ายค้านเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้เงินในครั้งนี้ไม่มีรายละเอียดของโครงการ มีปัญหาเกิดขึ้นได้จากการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่โปร่งใส มีการโยกย้ายงบประมาณได้ตามอําเภอใจ และที่สําคัญที่สุด เมื่อคืนก็มีเหตุการณ์ที่ได้ฟัองครับ ว่าหากพรรคฝ์ายค้านเองร่วมตั้งคณะกรรมาธิการ ก็จะ ไม่เห็นรายละเอียดละครับ เพราะเมื่อคืนการพิจารณา ๓ วาระ โดยตั้งกรรมาธิการเต็ม สภาไม่มีรายละเอียดประกอบพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแม้แต่น้อยครับ แต่สิ่งที่น่าเสียดาย เสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพรรคฝ์ายค้านเองไม่ต้องการเห็นความ ไม่โปร่งใส การลงทุนต่าง ๆ แอบแฝงได้ เกิดการแบ่งสันปันส่วนระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ได้ ผมอยากจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน เมื่อคืนนี้อย่างกรณี งบโครงการ รถไฟฟัาสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่และบางซื่อ ซึ่งปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ป้ที่แล้ว กระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ได้ดูรายละเอียดของโครงการที่เสนอโดยกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล ชุดที่แล้ว อนุมัติวงเงินที่จะให้ไปลงทุนในโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงช่วงบางใหญ่และ บางซื่อ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายชัดเจนครับ ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ว่าจะต้องใช้กรอบวงเงิน จํานวน ๓๑,๒๑๗ ล้านบาท แต่สิ่งที่เราได้รับจากเอกสารที่รัฐบาลพยายามแจกให้เรา ที่อยู่ในมือ ผมท่านประธาน วันนี้จะต้องฟัองให้ประชาชน เอกสาร ๓ ฉบับในพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับแรกที่ว่าจะไปลงทุน จาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงทุน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท และก็เอาไปป่ดหีบ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ผมได้อภิปรายไป ฉบับที่ ๒ ที่นายกรัฐมนตรีเอามามอบให้เราเมื่อ ๕ โมงเย็นของวันที่ ๑๕ มิถุนายน มันมีรายละเอียดครับ งบประมาณต่าง ๆ ตัวเลขแทนที่จะเปึน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท กลับกลายเปึนตัวเลข ๒๓๕,๗๒๐ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่เข้าใจ ท่านประธาน ตัวเลขไม่เคยตรงกันครับ ตัวเลขที่ไปให้หนี้สาธารณะ บอกว่าใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะมีงบลงทุน ที่เอาให้ผมก่อนที่ผมจะมาอภิปราย โดย ผอ. สํานักหนี้ สาธารณะมามอบให้ในกรรมาธิการ ๒๔๔,๕๗๑ ล้านบาท ๓ ตัวเลข โครงการกระตุ้น เศรษฐกิจ ระยะที่ ๒ ไทยเข้มแข็งระหว่างป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ตัวเลขไม่ตรงกัน แม้แต่ตัวเลขเดียว โดยเฉพาะครับท่านประธานเอกสารที่เอามาแจกในห้องประชุมปู๊งใหญ่ ๆ เปึนโครงการ ไทยเข้มแข็ง ๓ ป้ ถึงป้ ๒๕๕๕ วงเงิน ๑.๔๓ ล้านบาท ปรากฏว่าในเอกสารฉบับนั่นล่ะ ครับ ในหมวดสาขาขนส่งโครงการรถไฟฟัาสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติเขียนได้อย่างไรว่า ๔๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ ครม. อนุมัติหลักฐานก็มีอยู่ใน มือนี่ครับมัน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท มันต่างกันตั้ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เลยแปลกใจว่า เอ๊ะ ที่พรรคร่วมรัฐบาลไปประชุมกันเมื่อวานก่อนที่จะมาเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรมี พรรคร่วมอย่างชาติไทยพัฒนาขออนุญาต ได้โครงการท่องเที่ยวไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ศูนย์เด็กเล็กของกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ปรากฏว่าพรรคเพื่อ แผ่นดินครับ ท่านหัวหน้าพรรคท่านบอกว่าวันนี้อยู่ในครอบครัวเดียวกันไม่มองหน้ากัน แล้ว เพราะไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร มันก็บวกกันคร่าว ๆ มันก็ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือว่า จัดสรรแบบนี้ได้จากสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ได้ไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเดิมที อนุมัติไว้ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปเขียนในนี้ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทก็ไปแบ่งกันเมื่อวาน อันนี้ขนาดยังไม่ได้เริ่มโครงการ แล้วเมื่อคืนนี้ท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีรายละเอียด มั่ว มั่วตัวเลข จะโยกไปไหนก็ได้ จะทําอย่างไร ก็ได้ตามอําเภอใจ ยิ่งมาฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงวันนี้ความโปร่งใส ผมไม่เข้าใจ นะครับ ผมเปึนคนที่นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีอ่านตามท่านด้วยพยายามที่จะเข้าใจตัวเลข เหล่านี้ ท่านประธาน ประเทศชาติคนไทยทั้งแผ่นดินวันนี้นึกว่าจะกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจบนะครับ ไม่จบนะครับ เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีเพิ่งบอกไปป้ ๒๕๕๓ จะต้องกู้เพื่อ ชดเชยขาดดุลอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เดี๋ยวผมจะมีตัวเลขมาแฉให้อีกว่ารัฐบาล ชุดนี้เก็บไว้ในกระเปิาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะกู้ได้ป้หน้า เพราะฉะนั้นเอา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ซุกไว้ใน กระเปิาเฉพาะป้หน้าเปึนเงินเท่าไรแล้วท่านประธาน ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนะครับ คนไทยจะเปึนหนี้วันนี้รัฐบาลต้องพูดความจริงให้ พี่น้องประชาชนเขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทุกคนเข้าใจครับว่าปัญหาเศรษฐกิจ ของบ้านเมือง ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ นั้นมันเปึนอย่างไร แล้วผมจะเอาตัวเลขมาให้ท่าน รัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูด้วย ที่ท่านบอกว่าเศรษฐกิจจะ โงหัวขึ้นในป้หน้า เดี๋ยวท่านตามผมมาดูให้ดี ผมมีตัวเลขที่จะเป่ดเผยให้ท่านดูนะครับ ท่านประธาน เพื่อความเข้าใจในวันนี้พรรคเพื่อไทยได้จัดทีมอภิปรายเอาง่าย ๆ ๔ ทีมเลย ครับ ผมในฐานะอยู่ทีมที่ ๑ จะอภิปรายความเปึนไปเปึนมาของงบประมาณให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่าทําไมงบประมาณรายจ่ายป้นี้ถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมการ จัดเก็บรายได้ต้อง ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะนําเสนอว่าหนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ รัฐบาลพยายามจะหมกเม็ดไม่แจ้งให้ประชาชนได้ชัดเจน อย่างน้อยถ้าเขียนในคําแถลง พูดความจริงสักครั้งสิครับ ไม่ใช่ให้สํานักงบประมาณเตรียมมาแล้วท่านก็อ่าน ๆ ผมล่ะ สงสารท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังจริง ๆ ตอนที่มีตอนสุดท้ายที่จะขมวดท้ายนั้นท่านพูดจาก ความคิดของท่าน อันนี้ใช้ได้ท่านต้องเข้าใจตัวเลข วันนี้สํานักงบประมาณนําเสนอตัวเลข บางตัวเลขมั่วมากท่านประธาน ผมจะชี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ดู ถ้าท่านเชื่อตัวเลขเหล่านี้โอกาสที่ท่านจะล่มสลายทางเศรษฐกิจ บริหารบ้านเมืองไม่ประสบความสําเร็จมีมาก อย่าหาว่าผมสอนเลยนะครับ วันนี้ท่านต้อง ตามผมแล้วตัวเลขท่านต้องแม่น เพราะอย่างท่าน ๒ คน เรียนคณิตศาสตร์ถ้ามาเรียนกับ ผม เอฟ (F) ทั้งคู่ ให้ เอฟ เลย เพราะว่าไม่มีความละเอียดรอบคอบไม่ได้ครับ บ้านเมือง ณ วันนี้ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังเศรษฐกิจจะได้ฟุ๋นตัว แล้วท่านไม่ใช่เปึนพ่อค้ามาก่อน ท่านต้องเข้าใจหัวอกพ่อค้า หัวใจพี่น้องเกษตรกร ว่าพี่น้องเกษตรกรด้วยความลําบาก แค่ไหนที่ผลิตสินค้าออกมา ปลูกสินค้าเกษตรออกมาแต่ขายไม่ได้ราคา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านต้องฟังครับ พรรคฝ์ายค้านเองตั้งใจที่จะชี้นําให้ท่าน วันนี้เราจะเสนอแนะให้ ท่าน อย่างทีมที่ ๒ เราจะมีการอภิปรายได้เปึน ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ในทีมที่ ๒ ด้านความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเปึนการเกษตร การท่องเที่ยว การ พาณิชย์ในภาพรวม ด้านสังคมไม่ว่าจะเปึนการศึกษา การสาธารณสุข ในด้านการเมือง ด้วยประชานิยมต่าง ๆ เราจะมีทีมอภิปรายเปึนทีมที่ ๒ แล้วท่านเฉลิม อยู่บํารุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจะขึ้นมาอภิปราย ๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ ครับ บ่าย ๔ โมงถึง ๖ โมงเย็นของ วันนี้ สําหรับทีมที่ ๓ ส.ส. พรรคฝ์ายค้านเองจะอภิปรายลงลึกในแต่ละกระทรวงให้เห็นว่า แต่ละโครงการนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีการกระจุกตัวหรือไม่ และจะมีเหตุการณ์อย่างใน ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ หรือไม่ที่ให้อํานาจสํานักงบประมาณโยกย้ายงบประมาณเปึนว่า เล่น โดยเฉพาะงบท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบทางหลวงชนบทย้ายให้ทําผิด กฎหมาย พ.ร.บ. ประจําป้ ๒๕๕๓ นะครับ อันนี้คือทีมที่ ๓ สําหรับทีมที่ ๔ นั้นจะเปึน การสรุป สรุปโดยหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยคือ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะมาสรุปเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดได้ตามทันถึงการอภิปรายของพรรค ฝ์ายค้าน เพราะเราตั้งใจครับที่จะทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมือง
ท่านประธานครับ ผมจะขอเริ่มโดยเรื่องเอกสารผิดนะครับ ๕ โมงเย็นของ เมื่อวานวันที่ ๑๕ เอาเอกสารมาแจก ตัวเลขก็ไม่ตรงกันในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่อ สักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่างบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๓ จะต้องพึ่งพาอาศัยงบ โครงการไทยเข้มแข็ง งบกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งที่จริงแล้วงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนนี้ ท่านประธาน ชื่อโครงการมันดูดีครับ ทําโน่นทํานี่ แต่ว่ามันไม่ได้ผ่านการพิจารณา งบประมาณในโครงการต่าง ๆ เหมือนงบประมาณรายจ่ายประจําป้นี่นะครับ มี รายละเอียดแน่นไปหมด แจกแผ่น ซีดี มีเอกสารเปึนปู๊ง เปึนกล่อง เปึนหีบ ยกคนเดียวไม่ไหว มีรายละเอียดของโครงการอย่างละเอียดรอบคอบ ทําไมรัฐบาลไม่ทํารายละเอียด อย่างนั้นใน พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. ผมให้อภัยเพราะเอาไปป่ดหีบ แต่ส่วนที่ ไม่อภัยคือเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ตัวเลขมั่วครับ อย่างที่ผมได้ นําเสนอไปแล้วท่านประธาน พี่น้องประชาขนบอกว่าวันที่ผมอภิปรายวันแรกไม่เห็นตัวเลข กรุณานะครับ ถ้าผมนําเสนอตัวเลขแล้วกล้องช่วยซูม (Zoom) พี่น้องประชาชนจะได้เห็น ตัวเลขและจะได้ตามทัน เพราะเขาจะรู้ว่าประเทศชาตินี้จะต้องกู้เท่าไร รัฐบาลชุดนี้ จะกู้เท่าไร เปึนหนี้เท่าไร และสิ่งที่สําคัญที่สุดฟังการอภิปรายมาเมื่อคืนนี้ ๒ วันรัฐบาลบอกว่า หาเงินไม่เปึนครับ พูดง่าย ๆ จะกู้อย่างเดียว เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีในคําแถลงก็บอกกู้เงิน ไม่มีวิธีการหารายได้เข้ากระเปิาหรือเข้าประเทศเลย เดี๋ยวท่านฟังนะครับ วันนี้เราจะ เสนอแนะวิธีการให้ท่านได้คิด แล้วก็ไม่ต้องอายที่จะก๊อบปุ้ หรือลอกเลียนแบบ เพราะท่าน ลอกเลียนแบบมาหลาย ๆ โครงการแล้ว อย่างโครงการรักษาฟรีทุกโรค ประชาชน เขาเดือดร้อน เขาบอกว่าตอน ๓๐ บาทรักษาเขาได้ดีกว่าอีก ตอนนี้รักษาฟรียิ่งเลวร้าย ประชาชนเขาขาดความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ ถ้าจะเลียนแบบหรือจะลอกอะไรมันต้องทําให้ เก่งกว่าคนเจ้าตํารับ เราไม่ว่าละครับ ถ้าจะลอกนะครับ เดี๋ยวเราก็จะเสนอแนะ เพราะเรา ไม่ใช่ฝ์ายค้านตะพึดตะพืออย่างเดียว เราจะพูดในสิ่งที่สร้างสรรค์ให้ท่านได้รู้จักวิธีหาเงิน เอาเปึนน้ําจิ้มไปก่อนก็แล้วกัน
ท่านประธานครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้ ว่าจะกู้ป้ ๒๕๕๓ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินเตรียมใจ รัฐบาลจะต้องกู้ตาม กฎหมาย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะมาตรา ๒๑ คํานวณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกเพิ่มเติมไม่มีแล้วครับ ไม่มีโอกาสได้ทําการมีเพิ่มเติมแล้ว เพราะเพดานมันไม่พอ แล้วบวก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คืน เงินก็ไม่ต้องพูดถึง เอาเล็ก ๆ น้อย ๆ เบ็ดเสร็จแล้วตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ รัฐบาลนี้ สามารถที่จะกู้ได้ในป้ ๒๕๕๓ เพื่อมาชดเชยการขาดดุล คือรายได้ไม่พอรายจ่าย ก็คือขาด ดุล รายจ่ายของภาครัฐตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้คาดไว้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเอา ๒ ยอดนี้ลบกัน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขาดดุลหรือหารายได้ไม่ได้ ต้องกู้มาชดเชย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนตามทันตัวเลขนี้ แต่เวลาคํานวณโดยมาตรา ๒๑ นะครับ มันคํานวณได้ มีสูตรสําเร็จ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เอามาใช้กู้เสีย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านในหน้าที่ ๑๐ ของคําแถลงนะครับ หน้าที่ ๑๐ ผมอ่านทันนะครับตามทัน เสร็จแล้วมี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เก็บไว้ในกระเปิาก่อนเอาไว้ ใช้วันหลัง แต่มันจะมีอีกยอดหนึ่งครับ มาตรา ๒๒ ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ คํานวณเบ็ดเสร็จเขาให้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้ที่ตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ยังไม่ได้กู้นะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนจําเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา พ.ร.บ. พวกนี้กู้เงินต่างประเทศจะเข้าสภา เพราะมันเปึนมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญต้องมาแจ้งสภา ก็จะกู้ไจก้า (JICA : Japan International Cooperation Agency องค์การความร่วมมือระหว่างของประเทศญี่ปุ์น) บ้าง กู้เงินเยนบ้าง กู้ เอดีบี (ADB : Asian Development Bank ธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย) กู้เวิลด์แบงก์ ที่เข้าสภานะครับ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญบ้าง ๖๐,๐๐๐ ล้านเยนบ้าง แล้ววันนั้นก็ซุกมารถไฟฟัาสายสีชมพู สีอะไร บ้าบอคอแตกนะท่านประธาน ขออนุญาต เปึนอีกวงเงินหนึ่ง ก็เต็มวงเงินไปแล้วป้ที่แล้วคือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ก็จบ แต่ป้นี้มีอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้กะเตรียมตัวไว้แล้วครับว่ายังมีเหลือ ในกระเปิา ป้หน้าจะกู้อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะท่านประธาน จําตัวเลขนี้ไว้ให้ดี พี่น้องประชาชนตามผมทันแน่นอน งบลงทุนไทยเข้มแข็ง พี่น้อง ประชาชนต้องเข้าใจอย่างนี้ว่า ๒ วันนี่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลบอกเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามาลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง วันแรก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่สอง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน เพื่อจะไปลงทุนโครงการที่ไม่มีรายละเอียด แล้วอย่างที่ผมยกตัวอย่าง นะครับ รถไฟฟัาสายสีม่วงอนุมัติ ครม. ชุดที่แล้วแค่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้มาเขียน ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้จะเชื่อใครครับ ท่านต้องไปตรวจสอบนะ อย่าให้ข้าราชการ มามั่วตัวเลขแบบนี้ได้นะครับ ท่านเข้าใจไหมนี่ผมถึงบอกถ้าท่านเรียนคณิตศาสตร์กับผม เอฟ อย่างเดียว ไม่มี เอ (A) นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เราไม่ต้องการเห็นการโยกย้ายงบประมาณ เวลาจัดรายละเอียดเสร็จเรียบร้อย แล้วว่าโครงการนี้จะไปทําที่ไหน ผ่าน ส.ส. ผ่านกรรมาธิการ วันดีคืนดีมาพอเปลี่ยน รัฐบาลใหม่โยกหนีหมดเลย ประชาชนเขาก็เดือดร้อน เพราะประชาชนเขารู้ว่าเขาจะได้ อะไรบ้าง เขาขอผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอขึ้นมา แต่ไปทําอย่างไรครับไม่รักษา วินัย แล้วก็บอกจะวินัยการเงินการคลัง จะทําให้โปร่งใส่ แต่เจ้าหน้าที่ไปโยกหมดครับ ท่านประธาน ไปลงพื้นที่ไหนก็ไม่รู้ อย่างไปพื้นที่ของฝ์ายค้านนี่ไม่มีใครได้เลยครับ เพื่อนสมาชิกก็ฟัองให้ท่านประธาน ได้รับฟัง ๒ วันที่ผ่านมาแล้ว ท่านประธาน เข้าสู่ตัวเลข ดีกว่าพี่น้องประชาชนจะได้ตามทัน ว่าฝันที่รัฐบาลบอกว่าป้หน้า ป้ ๒๕๕๓ จะเปึนบวก ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณอาจจะมีรายจ่ายเพิ่ม ฝันไปเถอะ เดี๋ยวผมจะย้อนรอยอดีต ให้ดูครับ ผมเปึนนักคณิตศาสตร์ ผมคํานวณเปึน แล้วมันเหมือนวัฏจักรครับ ความล่มสลาย มันคล้ายคลึงกัน แต่มันแตกต่างกัน เหมือนแบบไม่เหมือนนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตท่านประธาน ผมจะให้ท่านประธานย้อนไปดูในอดีตสักเล็กน้อยนะครับ เริ่มตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ป้ ๒๕๔๐ อันนี้ผมจะย้อนไปนะครับ ตัวเลข เหล่านี้ผมมีที่มาที่ไป ผมก็ดูจากเอกสารงบประมาณโดยสังเขปที่สํานักงบประมาณ ทําให้ผม แล้วผมก็อ่านตัวเลขพวกนี้ มีหลักฐานครับ โดยเฉพาะในตารางที่ ๒-๑๒ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดตามก็ได้ หน้า ๔๘ ของเอกสารฉบับนี้ จะเห็นว่าในงบประมาณ รายจ่ายเมื่อป้ ๒๕๔๐ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําไว้ ๙.๘๔ แสนล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นิด ๆ นะครับ พอมาเจอวิกฤติตอนนั้นเรียกว่า ต้มยํากุ้ง สถาบัน การเงินล่มสลาย ท่านชวน หลีกภัย มาทํางบประมาณ ป้ ๒๕๔๑ ลดจากป้ ๒๕๔๐ ที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําไว้ ๙๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านชวน หลีกภัย ทําไว้ ๙๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดไปนะครับ คิดง่าย ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านจําตัวเลขไว้นะครับ ทําตัวเลขลดเลย ๕ เปอร์เซ็นต์ พอมาป้ ๒๕๔๒ ท่านชวน หลีกภัย สมัยนั้นผมก็เปึน ส.ส. อยู่ ทํางบประมาณลดลงมาอีกครับ รายจ่าย เพราะรายได้มันไม่มี เศรษฐกิจมันไม่ดี ต้มยํากุ้ง มันยังไม่ฟุ๋น เหลือ ๘.๒๕ แสนล้านบาท ลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ป้แรกลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ป้ที่ ๒ งบประมาณรายจ่ายลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกําลังจะบอกพี่น้องประชาชน ข้าราชการทั้งแผ่นดินนี่แหละว่า ป้หน้าป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาบอก ว่าเงินเดือนข้าราชการจะไม่ขึ้น โบนัสจะไม่มี ไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ต้องเดินทางสัมมนา ในประเทศ ก็เหมือนสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ใช้นโยบายคล้ายคลึงกัน แม้กระทั่งกรรมาธิการไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ให้อยู่ในประเทศเหมือนที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ กําลังจะทําตอนนี้นะครับ เราไม่ว่ากัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นครับ ป้ ๒๕๔๓ มันถึงเริ่มฟุ๋นตัว มีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นมาได้ เพิ่มขึ้นมาจาก ๘.๒๕ มา ๘.๖ ก็ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ทีนี้ครับ เรามาดูป้นี้ครับ ท่านประธาน ท่านสมัครทําไว้ป้ ๒๕๕๒ ตัวเลข ๑.๘๓๕ วันนี้คนไทยทั้งแผ่นดินจําจนขึ้นใจแล้ว ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเพิ่มเติมตรงกลางอีก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ นายสมัคร สนุทรเวช ก็ทําไว้ ๑๘ บวกกันก็ ๑๙ คือป้ที่ผ่านมา นั่นล่ะครับ ป้ ๒๕๕๒ ป้นี้ยังไม่หมด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้มาทํา ป้ ๒๕๕๓ ๑.๗ ล้านบาท แล้วคาดว่าป้ ๒๕๕๔ จะขึ้น ฝันเถอะครับ ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณท่านผม เขียนเครื่องหมายน้อยกว่า เพราะผมจบคณิตศาสตร์ น้อยกว่า ๑.๗ ล้านบาท แน่นอน ผมเดาไว้ ผมทายไว้วันนี้เลย แล้วโดยเฉพาะตัวเลขผมเดาไม่ผิด ท่านประธาน ที่สําคัญ ที่สุดครับท่านประธาน งบประมาณรายจ่ายท่านเห็นนะครับ รายจ่ายประจําที่ท่าน นายกรัฐมนตรีบอกเมื่อกี้ เงินเดือนข้าราชการ ค่าน้ํามัน ประชานิยมที่มันตายตัวแล้วที่มัน ต้องจ่ายประจํา ป้ ๒๕๕๒ ๑.๔๑ ล้านบาท ป้นี้เพิ่มขึ้นครับ เงินเดือนข้าราชการจะไม่เพิ่ม เลยก็ไม่ได้ มันต้องเพิ่ม ก็เพิ่มมาหน่อยเปึน ๑.๔๓ ล้านบาท ถามว่าป้ ๒๕๕๔ ต้องเพิ่ม อีกไหม เพิ่มแน่นอน เพราะรายจ่ายพวกนี้มันไม่เคยลดลง ผมไปดูตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านชวน หลีกภัย ท่านไล่มาเลยครับ รายจ่ายประจําเงินเดือน ข้าราชการมันขึ้นทุกป้ครับ เพราะฉะนั้นผมใช้เครื่องหมายมากกว่า ๑.๔๓ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีจดไว้นะครับ เดี๋ยวอาจจะให้ เอ ถ้าเรียนกับผมจนจบ งบลงทุน ท่านประธาน เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่างบลงทุนป้หน้า ป้ ๒๕๕๓ ที่เรากําลังจะทํา ๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๒ ที่ยังไม่จบนี่ งบลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในการก่อสร้างถนนอะไรก็แล้วแต่ ซื้อระเบิด ซื้ออาวุธ ซื้ออะไรก็ ๔๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้หน้านี่จําเปึนต้องลดครับ เหลือ ๒๐๐,๐๐๐ แค่นั้นเอง มากกว่านั้นก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่ามันไปติดตรงวงเงินงบประมาณรายจ่าย ๑.๗ ล้านบาท มันจะเพิ่มกว่านั้นก็ไม่ได้ เพราะมันเปึนงบขาดดุล พองบขาดดุลมันก็ต้องไปคํานวณ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มาตรา ๒๑ มันเลยมีข้อจํากัดตรงนั้น เพิ่มตรงนี้ก็ไม่ได้ ทีนี้รัฐบาลนี้ผมก็เข้าใจ ข้าราชการ เขาก็นําเสนอเลยว่าท่านต้องกู้นะ มันก็เปึนที่มาของพระราชกําหนด เพราะอะไร เพราะรัฐบาลเห็นนะครับ ประมาณการรายรับ ๑.๕๘๙ ที่ว่าจะเก็บภาษีเก็บอะไร ศุลกากร ภาษีสรรพสามิต แต่เก็บไม่เข้าเปัา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านกรณ์ จาติกวณิช ให้สัมภาษณ์ บางวันก็ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังสุดนี่ก็ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเก็บไม่ เข้าเปัา เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านโดนข้าราชการหลอกด้วยข้อมูลผิด ๆ อย่างไร มันถึงเปึนที่มาที่ว่าจะป่ดหีบ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท บังเอิญผมไปเจอท่านประธาน ผมเปึน คนช่างสังเกต ผมไปเจอในเอกสาร ตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดดู นะครับ ตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ของงบประมาณโดยสังเขปที่ส่งให้ผม มันเปึนตัวเลข ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มันเปึนที่น่าสังเกตเปึนอย่างยิ่งครับว่าในหัวข้อที่ ๙ รายได้สุทธิหลัง หักการจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามเอกสารงบประมาณ ๑,๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาท คือยอดนี้ครับ แต่ปรากฏว่าวันนั้นตัวเลขที่สํานักงบประมาณเอามาให้เรา พิจารณาวันนี้ก็อยู่ในนี้ เปึนตัวเลขเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ วันนี้เดือนอะไรครับ เดือนมิถุนายน วันที่ ๑๗ แต่เอาตัวเลขเก่า ตัวเลขที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์มาให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ พิจารณา ส.ส. ไม่ใช่ว่าโง่เง่าเต่าตุ่นนะท่านประธาน เราอ่านแล้วเราเข้าใจ เอาตัวเลข อย่างนี้มาให้เราพิจารณาได้อย่างไร และเสร็จแล้วท่านนายกรัฐมนตรีลองดูนะครับ ในตารางที่ ๒-๒ หน้า ๓๕ ท่านลองเอา ๑,๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ลบตัวเลขเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ในการคาดการณ์จัดเก็บ คาดการณ์ไว้ว่า ๑,๔๗๒,๐๐๐ ล้านบาทเอา ๑.๕๘๕ ลบ ๑.๔๗๒ มันพอดีเลยท่านประธาน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนที่มาของ พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่แจกให้ผมไปอ่านเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ผมก็ไปเบิกความตามนั้นมันก็เลยผิดหมดเลยท่านประธาน อย่างนี้ใช้ได้เมื่อไร ใช้ได้ที่ไหน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตัวเลขต้องแม่นยํา แล้ววันนี้การคาดการณ์ มันคลาดเคลื่อนตลอด แล้ววันนี้นี่ครับ เมื่อสักครู่ผมเจอตรงไหนก็ไม่รู้ และที่ท่าน นายกรัฐมนตรีอ่านเงินที่ท่านอภิปรายคําแถลงของท่านนะครับ มันมีอยู่หน้าหนึ่ง ท่านประธาน มันบอกว่าเงินคงคลัง วันนี้เงินคงคลังในประเทศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ไม่กี่วันมานี้ครับ ๑๘ วันมานี้ มีจํานวนเงินทั้งสิ้น ๘๘,๙๐๓ ล้านบาท และท่านยังมีอีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่วงเงินกู้ป้ ๒๕๔๑ ที่ยังมีสภาพคล่องอยู่ ท่านก็มาออก พระราชกําหนดแบบเร่งด่วน เอากันให้วุ่นวายไปหมด ท่านคิดสิครับ ประเทศชาติ เศรษฐกิจกําลังจะย่อยสลาย บ้านเมืองต้องแก้วิกฤติ แต่ท่านเล่นกับตัวเลขไม่เปึน ไม่อยากจะเสนอว่าต้องทําอย่างไรนะครับ ท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น พอเก็บไม่เข้าเปัาเอาแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ครับกู้พระราชกําหนดก็เลยต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อป่ดหีบ เพื่อจะมาโปะตรงที่ประมาณการรายรับ ๑,๕๘๙ ล้านบาท เพราะมันจะเอาได้จริง ๆ ก็แค่ ๑.๓๘๙ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาโปะตรงนี้