อภิสิทธิ์ รายงานเศรษฐกิจหดตัว เสนอปรับลดดอกเบี้ย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยที่หดตัวจากวิกฤตโลก และแถลงนโยบายการเงินโดยปรับลดดอกเบี้ยเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ฯ เสนอร่างงบประมาณปี 2553 วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท โดยจัดสรรผ่าน 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การป้องกันภัยคุกคามข้ามชาติ การพัฒนาการศึกษา การยกระดับมาตรฐานแรงงาน และการคุ้มครองสวัสดิการประชาชน รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และบุคลากรทางวิชาการ นายอภิสิทธิ์ฯ ยืนยันความมุ่งมั่นในการใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใสและซื่อสัตย์สุจริต โดยจัดสรรเงินให้โครงการสำคัญอย่างการศึกษาและเบี้ยยังชีพครบถ้วน แม้รายได้จะลดลง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ปกปัองและเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ สนับสนุนการบริหารบนหลักการของความพอเพียง มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ได้กําหนด วงเงินให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางของนโยบาย รัฐบาล ๒ ประการ

ประการแรก การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ประการที่สอง การสร้างเสถียรภาพอย่างยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและ สังคมไทย ตลอดจนสร้างความพร้อมเพื่อการแข่งขันในเวทีโลก

ผมและรัฐมนตรีทุกท่านตระหนักดีว่า รัฐบาลต้องทํางานแข่งขันกับเวลา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่ และต้องให้ความสําคัญกับการบริหารงาน และบริหารเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ก่อนที่จะแถลง สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ผมขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการเงิน การคลังของประเทศ ดังนี้

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของป้ ๒๕๕๒ คือป้นี้ หดตัวลงถึงร้อยละ ๗.๑ ต่อเนื่องมาจากไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ ซึ่งหดตัวร้อยละ ๔.๒ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ โลกที่ถดถอยเปึนวงกว้างและรุนแรง ได้ส่งผลกระทบให้การส่งออกและการท่องเที่ยว ของไทย ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟุ๋นตัวได้ช้าเนื่องจาก รายได้ของครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง มีการหดตัวของภาคการผลิตในหลายสาขา โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และการท่องเที่ยว ส่วนภาคเกษตรมีการ ขยายตัวเพียงเล็กน้อย แม้ว่ามีการผลิตพืชหลักเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรสําคัญ ลดลงมากตามราคาในตลาดโลก ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟัออยู่ในระดับต่ํา ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล และปริมาณเงินสํารองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง สําหรับช่วงที่เหลือของป้ ๒๕๕๒ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟุ๋นตัวดีขึ้นและสามารถกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาส สุดท้าย

ส่วนในป้ ๒๕๕๓ คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ ๒.๐-๓.๐ อัตรา เงินเฟัอประมาณร้อยละ ๐-๑ โดยแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่สําคัญมาจากการฟุ๋นตัวของ อุปสงค์ในประเทศและการส่งออก การระดมทุนจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในระยะสั้นควบคู่ไปกับการมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในระยะยาว

ในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลประมาณการว่าจะมีรายได้สุทธิ ทั้งสิ้นเพื่อนํามาจัดสรรเปึนรายจ่ายของรัฐบาล จํานวน ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้ นโยบายงบประมาณ ๖ ประการ ประกอบด้วย

ประการแรก ดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล โดยคํานึงถึงกรอบความ ยั่งยืนทางการคลัง การควบคุมสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ และสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณรายจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ต่อสถานการณ์ของประเทศ

ประการที่สอง ทบทวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ และแผนปฏิบัติราชการอย่างจริงจัง

ประการที่สาม เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อลดการ ใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

ประการที่สี่ กําหนดรายจ่ายลงทุนในระดับที่เหมาะสม เพื่อสมทบกับ รายจ่ายลงทุนที่สําคัญซึ่งรัฐบาลจะใช้แหล่งเงินอื่น นอกเหนือจากงบประมาณมาร่วม ดําเนินการ

ประการที่ห้า สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดในจํานวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการคลัง ของประเทศ และ

ประการสุดท้าย ส่งเสริมการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเต็มขีดความสามารถ และเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นตามนโยบาย ของรัฐบาล

ภายใต้กรอบนโยบายงบประมาณ ๖ ข้อดังกล่าว รัฐบาลได้กําหนดวงเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยกําหนดนโยบายขาดดุลงบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเปึนสัดส่วน ร้อยละ ๓.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทั้งนี้ ฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ มีจํานวนทั้งสิ้น ๘๘,๙๐๓ ล้านบาท

สําหรับในด้านนโยบายการเงินนั้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาปรับลดลง ส่วนวิกฤตการณ์การเงินโลกก็เริ่ม ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงในประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลาย จึงมีความจําเปึนต้องใช้ นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน เมษายน ป้ ๒๕๕๒ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ ๓.๗๕ เปึนร้อยละ ๑.๒๕ ต่อป้

สําหรับฐานะการเงินของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณเงินสํารองระหว่าง ประเทศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ อยู่ที่ระดับ ๑๒๑,๔๙๘.๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเปึน ๔ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น

ท่านประธานที่เคารพ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมาได้ส่งผล ให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐต่ํากว่าเปัาหมายที่เคยประมาณการไว้ ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงกําหนดวงเงินไว้ทั้งสิ้น จํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนนโยบายงบประมาณขาดดุล โดยกําหนดรายได้สุทธิ จํานวน ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อีกจํานวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวงเงินงบประมาณดังกล่าวจําแนกเปึนรายจ่ายประจํา จํานวน ๑,๔๓๖,๓๘๙.๙ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๘๔.๕ ของวงเงินงบประมาณ รายจ่าย ลงทุน จํานวน ๒๑๒,๖๘๙.๒ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๑๒.๕ ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ จํานวน ๕๐,๙๒๐.๙ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๓ ของวงเงินงบประมาณ ภายใต้ข้อจํากัดของงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลได้ กําหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้จํานวน ๘ ยุทธศาสตร์ และรายการ ค่าดําเนินการภาครัฐ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศ จํานวนทั้งสิ้น ๑๔๔,๕๙๑.๔ ล้านบาท หรือร้อยละ ๘.๕ ของวงเงินงบประมาณ เพื่อดําเนินการในเรื่องสําคัญ ๆ ดังนี้

๑.๑ เสริมสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาติและปฏิรูป การเมือง โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใต้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข

๑.๒ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ในพื้นที่ วิถีชีวิต สังคมและวัฒนธรรม โดยยึดหลักการสร้างความสมานฉันท์ และน้อมนําแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยมีแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนยุทธศาสตร์หลัก

๑.๓ ฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจโดยดําเนินมาตรการ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการให้ความสําคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ และยกระดับ ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาชาวต่างประเทศ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ส่งเสริมการให้บริการจัดหางานและ แนะแนวอาชีพ สนับสนุนให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างและนักศึกษาจบใหม่มีโอกาสในการ ทํางานรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๑,๙๕๐,๐๐๐ คน ดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของ แรงงานอย่างเปึนธรรม ๒.๔ ล้านคน พัฒนาฝ้มือและทักษะแรงงานไม่น้อยกว่า ๘๙,๖๐๐ คน รวมทั้งคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถใน การวางแผนแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านชุมชนตามแนวปฏิบัติและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง

๑.๔ การขับเคลื่อนการลงทุนด้านการบริหารจัดการองค์ความรู้และ ทรัพยากรมนุษย์ ให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนตลอดชีวิตได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ในสาขาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาภูมิปัญญา และคุณภาพชีวิตจากต้นแบบการเรียนรู้ ๖๐๓,๐๐๐ ราย สถานศึกษาได้รับการส่งเสริม และคําแนะนําในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพให้พร้อมรับการประเมินคุณภาพ ๗,๕๔๗ แห่ง ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้จากงานสร้างสรรค์นวัตกรรมและ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๕๐๐,๐๐๐ ราย

๑.๕ ขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเริ่มพัฒนาและเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลควบคู่ไปกับการ ใช้แหล่งเงินนอกงบประมาณในโครงการที่มีความพร้อม เช่น โครงการรถไฟฟัาสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ทางรถไฟสายตะวันออก พญาไท-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการ ขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เปึนต้น รวมทั้งสนับสนุนพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝัืง ทะเลตะวันออกตอนฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง

๑.๖ เสริมสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม โดย สนับสนุนให้ประชากรวัยเรียนมีโอกาสได้รับการศึกษา ๑๕ ป้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญและสายอาชีพที่มีคุณภาพและ มาตรฐาน จํานวน ๑๓.๒ ล้านคน การจ้างบัณฑิตปริญญาตรีที่ว่างงานทําหน้าที่ธุรการ แทนครูเปึนเวลา ๑ ป้ ตามโครงการคืนครูให้นักเรียน การเพิ่มรายได้รายเดือนให้ผู้ที่อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป โดยมีหลักประกันรายได้อย่างทั่วถึงเปึนธรรม โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพให้ ผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น ๕.๔ ล้านคน ส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน จํานวน ๙๗๖,๔๐๐ คน เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพ ดูแลปัองกันและ ติดตาม รวมทั้งเฝัาระวังโรคในชุมชน

๑.๗ สร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบกระจายสินค้าเกษตรเพื่อ รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ลดความเสี่ยงด้านการผลิตและราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและสามารถแข่งขันได้ใน ตลาดโลก รวมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนจากหนี้สินเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติและ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาการเกษตรอย่างเปึนระบบผ่านกระบวนการ สภาเกษตรกร

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การรักษาความมั่นคงของรัฐ จํานวนเงินทั้งสิ้น ๑๗๓,๑๙๒ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๑๐.๒ ของวงเงินงบประมาณ

๒.๑ โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แก้ไขปัญหาผู้หลบหนี เข้าเมืองและควบคุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

๒.๒ เสริมสร้างระบบปัองกันประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัยจากภัย คุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งด้านการทหาร การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ เปึนประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรมปัองกันประเทศ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือทาง ทหารกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และส่งเสริมบทบาทในการรักษาสันติภาพ ของโลกภายใต้กรอบสหประชาชาติ ตลอดจนจัดการพื้นที่ชายแดนตามสถานการณ์และ สภาพปัญหาในพื้นที่

๒.๓ พัฒนาระบบข่าวกรองของรัฐ โดยจัดระบบบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานพลเรือน ตํารวจ ทหาร

๒.๔ ในการปัองกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย และการรักษา ผลประโยชน์ของชาติ มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลก ในการจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ ให้ดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเปึนเอกภาพ รวมทั้งการดูแลประชาชน ในเขตหมู่บ้านชายแดนและน่านน้ํา และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต จํานวนทั้งสิ้น ๕๐๖,๖๔๐.๒ ล้านบาท หรือร้อยละ ๒๙.๘ ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งประกอบไปด้วย

๓.๑ การขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยได้ มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน สนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมใน การจัดการศึกษา จัดสรรเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษา จํานวนประมาณ ๘๙๓,๔๐๐ คน

ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดสรรทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพ จํานวน ๒,๘๒๙ ทุน รวมทั้งพัฒนาครู จํานวน ๒๖๐,๐๐๐ คน การผลิตบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ ที่สําคัญและสาขาขาดแคลน จํานวนรวมประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน

๓.๒ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน ให้ประชาชนวัยทํางานได้มี โอกาสในการมีงานทําและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ พัฒนาทักษะและยกระดับ ฝ้มือแรงงาน จํานวน ๙๐,๖๒๐ คน ให้ความสําคัญเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน สนับสนุนแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบไม่น้อยกว่า ๒.๒ ล้านคน ให้ได้รับสิทธิ ประโยชน์และการคุ้มครองความปลอดภัยตามกฎหมาย ให้การคุ้มครองจากการ ประกันสังคมแก่ลูกจ้างผู้ประกันตน จํานวน ๙.๔ ล้านคน ส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการของแรงงาน ดําเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อปัองกันคนหางาน จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ไม่ให้ถูกหลอกลวง สนับสนุนระบบข้อมูลเตือนภัยและติดตาม สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อการจ้างงาน รวมทั้งควบคุมการทํางานของแรงงานต่างด้าว ในประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมาย ๔๑๓,๐๐๐ คน

๓.๓ ด้านสาธารณสุข พัฒนาและเพิ่มคุณภาพการให้บริการหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนที่ขึ้นทะเบียน จํานวน ๔๗.๒ ล้านคน และปรับเพิ่มอัตรา ค่าใช้จ่ายรายหัวให้สูงขึ้นเปึน ๒,๔๐๑.๓๐ บาทต่อคนต่อป้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการ สุขภาพที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานเพิ่มขึ้น ให้บริการและเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ป์วย กลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ผู้ติดเชื้อ เอชไอวี (HIV) และผู้ป์วยโรคเอดส์ จํานวน ๑๓๘,๐๐๐ ราย ผู้ป์วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จํานวน ๙,๕๐๐ ราย และเพิ่มความคุ้มครองให้ ครอบคลุมการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แก่กลุ่มประชากร ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน

ดําเนินงานสาธารณสุขเชิงรุก โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ แบบองค์รวม เพื่อลดอัตราการเจ็บป์วยจาก ๕ โรคสําคัญ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต สูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็ง รวมทั้งเฝัาระวัง ปัองกัน ควบคุมโรค และเตรียมความพร้อมสําหรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เช่น การควบคุมโรคไข้หวัด ใหญ่ ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ตลอดจนพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ การแพทย์เฉพาะทางที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ๖๑๔,๐๐๐ ราย บําบัดรักษาผู้ป์วยทางด้าน จิตเวช ๖๕๐,๐๐๐ ราย ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานแก่ผู้ป์วย ฉุกเฉิน ๗๐๐,๐๐๐ คน พัฒนาและส่งเสริมการให้บริการการแพทย์สาธารณสุขตามแนว พระราชดําริ ได้แก่ โครงการฟันเทียมพระราชทาน การบูรณาการโครงการทู บี นัมเบอร์ วัน (To be number one) และการสนับสนุนการแพทย์แผนไทย เปึนต้น

๓.๔ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้มิติทาง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมเปึนกลไกในการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของ สังคมไทยมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ส่งเสริมให้ศิลปวัฒนธรรมและ ภูมิปัญญาไทยมีบทบาทในการเรียนรู้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สนับสนุน การดําเนินงานวัฒนธรรมไทย สนับสนุนการใช้หลักธรรมทางศาสนาเพื่อปลูกฝังคุณธรรม และจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชนไทย ๑.๕ ล้านคน จัดให้มีการบวชและอบรมจริยธรรม เด็กภาคฤดูร้อน จัดศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่งเสริมการศึกษาภาค ปริยัติธรรมแก่ภิกษุและประชาชน รวมทั้งจัดศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ประจํามัสยิดสําหรับเด็กและเยาวชน

๓.๕ ในด้านสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ส่งเสริมการจัด สวัสดิการทางสังคม รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาอาชีพตามศักยภาพแก่เด็ก สตรี คน พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ โดยดําเนินการโครงการที่ สําคัญ อาทิ โครงการศูนย์สามวัย โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว โครงการปาฏิหาริย์ แห่งชีวิต เปึนต้น ส่งเสริมและฟุ๋นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชน ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้การสงเคราะห์ผู้ป์วยโรคเอดส์ และครอบครัว พัฒนาศักยภาพและพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มเปัาหมาย จํานวน ๒.๔ ล้านคน

รวมทั้งส่งเสริมบทบาทภาคีเครือข่ายและครอบครัว เพื่อร่วมขับเคลื่อนการ พัฒนาปัองกันและแก้ไขปัญหาสังคม

๓.๖ การสนับสนุนการประกอบอาชีพของผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้มี หลักประกันความมั่นคงในการดําเนินชีวิตและเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและใช้ ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ

๓.๗ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี โดยสนับสนุนให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่น่าอยู่

๓.๘ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสงเคราะห์ผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุ จํานวน ๓๘๓,๗๐๐ คน ได้รับการบริการและสวัสดิการสังคมตามสิทธิที่พึงได้ ตลอดจน สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างความตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ

๓.๙ ให้การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเหมาะสม

๓.๑๐ สําหรับการปัองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อให้สังคมไทยมี ความปลอดภัยจากยาเสพติด รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มี ความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันภัยยาเสพติด สนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบ ใหม่ที่เข้าถึงจิตวิทยาวัยรุ่น เพื่อปัองกันมิให้เยาวชนและกลุ่มเสี่ยงตกเปึนเหยื่อของ ยาเสพติด ตลอดจนการให้การบําบัด รักษา ฟุ๋นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างครบ วงจร เพื่อให้สามารถดําเนินชีวิตได้ตามปกติ รวมทั้งปราบปรามผู้ค้า ผู้ผลิตและผู้นําเข้า ยาเสพติดทั้งต้นทางและปลายทาง พร้อม ๆ กับการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมอย่างเปึนระบบ

การส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ สนับสนุนการเสริมสร้างและ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม เด็ก และเยาวชนมี นิสัยรักการกีฬาและใช้เวลาว่างให้เปึนประโยชน์ และพัฒนากีฬาสู่ความเปึนเลิศและ อาชีพทั้งในระดับภูมิภาคเอเชีย และในระดับนานาชาติ รวมทั้งสนับสนุนการจัดการศึกษา ด้านการกีฬาควบคู่ไปกับการวิจัยด้านกีฬาและนันทนาการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมี เสถียรภาพ งบประมาณ ๑๕๘,๗๗๗ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๙๓ ของวงเงิน งบประมาณ โดยจําแนกเปึน

๔.๑ ด้านการเงินการคลัง สนับสนุนการจัดการด้านเศรษฐกิจ โดยประสาน นโยบายการเงินและการคลังให้มีความสมดุล พัฒนาตลาดทุนและระบบสถาบันการเงิน ให้เข้มแข็ง สามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก บริหาร จัดการหนี้สาธารณะให้มีความคล่องตัวและตอบสนองนโบายการพัฒนาภายใต้วินัย การเงินการคลัง มีระบบกํากับดูแล และฟุ๋นฟูรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพภายใต้ หลักธรรมาภิบาล รวมทั้งการบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงโครงสร้างภาษี และจัดเก็บเพื่อความเปึนธรรมและโปร่งใส

๔.๒ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจภาคเกษตร ที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจ ภาคเกษตรมีการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนโดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา คุณภาพ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนด้าน การตลาดสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสานที่สอดคล้อง กับความต้องการของชุมชน พัฒนาพืชทดแทนพลังงาน เมล็ดข้าวพันธุ์ดี ๑๐๐,๐๐๐ ตัน พันธุ์สัตว์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัว ส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ตามมาตรฐานสากล ปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ๖.๕ ล้านครัวเรือน เพื่อเปึนข้อมูล ในการพัฒนาภาคเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มและพัฒนาเปึนวิสาหกิจชุมชน ๔๒,๒๐๐ ราย จัดที่ดินให้เกษตรกรได้เข้าทําประโยชน์จํานวน ๑๖๕,๐๐๐ ราย และแก้ไข ปัญหาหนี้สินในระบบจากการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้เกษตรกรที่เปึนสมาชิก สหกรณ์และองค์กรเกษตร โดยฟุ๋นฟูอาชีพและจัดการหนี้ จํานวน ๙๕๓,๐๐๐ ราย เร่งรัด พัฒนาระบบกระจายน้ําในพื้นที่ชลประทาน โดยการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ๑๐ โครงการ ขนาดกลาง ๔๔ โครงการ ซึ่งสามารถ เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ ๑๐๓,๓๙๐ ไร่ และบริหารจัดการน้ําเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน พื้นที่ชลประทาน ๒๔.๑ ล้านไร่ ตลอดจนอนุรักษ์และฟุ๋นฟูทรัพยากรดินและน้ําให้มีการใช้ ประโยชน์อย่างยั่งยืน จํานวน ๑๓ ล้านไร่

๔.๓ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพของสินค้าอุตสาหกรรมให้มีมูลค่าเพิ่มและสามารถรักษาฐานการผลิต ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเมื่อเศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัว โดยปรับโครงสร้างการ ผลิตและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการ จัดทํามาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า ๑๓๐ แห่ง บริหารจัดการ ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมและพัฒนา ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชน จํานวน ๑๓,๔๐๐ ราย ตลอดจนกํากับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อม

๔.๔ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อพัฒนา มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้มี ชื่อเสียงระดับโลก สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานบริการธุรกิจภาคท่องเที่ยวสู่ระดับสากล จัดทําแผนแม่บทและสนับสนุนการท่องเที่ยวในโครงการพระราชดําริ พัฒนาและฟุ๋นฟู แหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมให้ได้มาตรฐานและยั่งยืน ให้ความสําคัญเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศอีกด้วย

๔.๕ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการตลาด การค้าและการลงทุน เพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการดําเนินธุรกิจให้สามารถรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ เพิ่ม เครือข่ายธุรกิจไทยครอบคลุมภูมิภาคสําคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จีน อินเดีย ตะวันออก กลาง แอฟริกา และยุโรปตะวันออก รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดระบบการ อํานวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนชายแดน โดยระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์บริการครบวงจร ระบบอํานวยความสะดวกช่องทางเดียว ระบบตรวจร่วมจุดเดียว และระบบโลจิสติกส์อิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น การพัฒนาระบบคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

๔.๖ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและ บริการ โดยพัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่องทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ โดยเพิ่ม ประสิทธิภาพทางหลวง จํานวน ๓๗ สายทาง พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่าง ประเทศ ๓ สายทาง และสะพานข้ามแม่น้ําโขง ๒ แห่ง นอกจากนี้ยังคงบํารุงรักษา โครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบทไม่น้อยกว่า ๑๐๓,๐๐๐ กิโลเมตร บูรณะ ทางหลวงและทางหลวงชนบทไม่น้อยกว่า ๑,๕๓๘ กิโลเมตร การพัฒนาระบบการขนส่ง โดยเร่งรัดขยายทางสายประธานเปึน ๔ ช่องจราจร ระยะที่ ๒ ประมาณ ๕๙๒ กิโลเมตร ขุดลอกร่องน้ําภายในประเทศ และร่องน้ําชายฝัืงทะเลไม่น้อยกว่า ๘๐ ร่องน้ํา ดําเนินการ ก่อสร้างท่าเรือโลจิสติกส์ ๒ แห่ง พัฒนาท่าเรือ ๑๗ แห่ง พัฒนาเขื่อนปัองกันตลิ่งและ เขื่อนกันทรายกันคลื่น รวม ๒๒ แห่ง

๔.๗ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อจัดหาพลังงาน ให้เพียงพอต่อการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัย ผลิต และใช้ พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่นควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงานและการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนให้ส่วนราชการในระดับ จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทําแผนประหยัดพลังงาน

๔.๘ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึง เทคโนโลยี จัดทําสํามะโนประชากรและเคหะของประเทศในรอบ ๑๐ ป้ ตามระบบสากล บริการเชื่อมโยงโครงข่ายสื่อสารภาครัฐ ๗๒๔ หน่วยงาน และพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้าน สถิติ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) ๑๐๐ บริษัท และบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจซอฟต์แวร์ ๑๕๐ บริษัท ติดตามประสานงานเพื่อยุติ การใช้ระบบเครือข่ายที่เปึนภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการสืบสวนและการพิสูจน์ หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จํานวนทั้งสิ้น ๒๙,๗๑๙.๔ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๑.๘ ของวงเงิน งบประมาณ

๕.๑ โดยในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการ คุ้มครองอนุรักษ์ ฟุ๋นฟู และพัฒนาทรัพยากรป์าไม้ ที่ดิน สัตว์ป์า สัตว์น้ํา ทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝัืง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลของการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเปึนธรรม ภายใต้ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ปัองกันการบุกรุกทําลายป์าไม้ อนุรักษ์และฟุ๋นฟูป์าไม้ให้มี ความอุดมสมบูรณ์ มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมในพื้นที่ป์าไม้ทางทะเลและชายฝัืง ๒ ล้านไร่ พื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติและป์าอนุรักษ์ ๑๔๐ ล้านไร่ และฟุ๋นฟูสภาพ ป์าเสื่อมโทรม เฝัาระวังการแพร่ระบาดของโลกไข้หวัดนกจากนกธรรมชาติ จัดทําข้อมูล ทางกายภาพ ๖๓,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร ซ่อมแซมและบํารุงเขื่อนปัองกันตลิ่ง ตลอดจนสร้าง กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐ เพื่อจัดทําฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้กลไกการกํากับการพัฒนา อนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์อย่างเปึนระบบและยั่งยืน

๕.๒ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา พัฒนากลไกการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบูรณาการน้ํา ให้ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มประสิทธิภาพในการกระจาย และระบบรองรับน้ํา โดยกําหนดกลไกการบริหารจัดการ ๒๕ ลุ่มน้ํา พัฒนาเครือข่าย ประชาชน องค์กร และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๒,๐๐๐ คน พัฒนา ปรับปรุง ฟุ๋นฟู แหล่งน้ําธรรมชาติ ๒๒๕ แห่ง และจัดหาแหล่งน้ําบาดาลสะอาดสําหรับการอุปโภค บริโภคในพื้นที่หมู่บ้านภัยแล้ง ๑,๐๓๐ แห่ง

๕.๓ การปัองกัน เตือนภัย แก้ไขและฟุ๋นฟูความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย ได้จัดให้มีระบบการปัองกันเตือนภัยและการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติและสาธารณภัย ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางหรือเสี่ยงภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ โดยนําระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการกําหนดพื้นที่ และติดตั้งระบบ เตือนภัยที่เหมาะสมและทันสมัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ ตามมาตรฐานสากล ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ศึกษาออกแบบระบบปัองกันน้ําท่วมใน ชุมชนก่อสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่ง รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการวางแผนและ กําหนดเปึนมาตรการระบบปัองกันและเตือนภัย

๕.๔ การบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมและเอื้อต่อการมี คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ให้เปึนไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนด โดยการ ควบคุมกํากับดูแล รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ น้ําเสีย กลิ่น เสียง และขยะทุก ประเภท ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ สะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จัดทําโครงการเพื่อลดก๊าซ เรือนกระจกและสร้างจิตสํานึกและเสริมศักยภาพเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมการอนุญาตเกี่ยวกับโรงงานวัตถุอันตราย ๓๐,๐๐๐ ราย บริหารจัดการระบบ บําบัดน้ําเสีย ๓๐ แห่ง ส่งเสริมการปลูกสวนป์าเศรษฐกิจเพื่อช่วยให้ท้องถิ่นมีรายได้อย่าง ยั่งยืนในพื้นที่สาธิต ๖,๑๐๐ ไร่ ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด การผลิตสินค้า และบริการที่เปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและ นวัตกรรม จํานวนทั้งสิ้น ๑๑,๙๖๐.๘ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๐.๗ ของวงเงิน งบประมาณ โดยจําแนกเปึน

๖.๑ การสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ สังคม และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบสนองภาค การผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนําผลงานวิจัยด้าน ต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาคการผลิต บริการ และชุมชน ๘๖ เรื่อง จํานวน ๕๐๐ โครงการ พัฒนานวัตกรรมใหม่ไปสู่เชิงพาณิชย์ ๖๐ เรื่อง ส่งเสริมพัฒนาผู้มี ความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๑,๖๐๐ คน ให้ความรู้แก่บุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เช่น คลินิคเทคโนโลยีหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมย้อนรอยไม่น้อยกว่า ๑.๑ ล้านคน ถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยจัดการฝ๊กอบรม และเข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕๔,๗๐๐ คน จัดตั้งห้องเรียน วิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกํากับดูแลของมหาวิทยาลัย ๑๒ ห้อง ให้บริการข้อมูล ดาวเทียมและภูมิสารสนเทศเพื่อนําไปประยุกต์ใช้และสร้างมูลค่าเพิ่ม ๔,๐๐๐ รายการ และให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ สินค้าและเครื่องมือต่าง ๆ ๓๕๕,๔๐๐ รายการ ส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาล ๑,๘๐๐ ทุน

๖.๒ การวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการผลิตผลงานวิจัย และ พัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ การสร้าง นักวิจัยให้มีคุณภาพและสร้างเครือข่ายการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจน การนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคมต่อไป

ยุทธศาสตร์ที่ ๗ ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศ จํานวนทั้งสิ้น ๗,๓๕๗.๗ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๐.๔ ของวงเงิน งบประมาณ

๗.๑ โดยดําเนินนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบอนุภูมิภาค ส่งเสริมกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคง หรือ ข้อพิพาท ดําเนินบทบาทในการสร้างความแข็งแกร่งและสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีให้เปึนที่ยอมรับของนานาประเทศ รวมทั้งสนับสนุน บทบาทและศักยภาพในการดํารงตําแหน่งประธานอาเซียนของไทย เพื่อขับเคลื่อนความ ร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อบรรลุการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนและ แก้ไขผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศให้กับ ต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์สุดท้าย ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้จํานวนทั้งสิ้น ๒๔๑,๒๒๘.๓ ล้านบาท หรือคิด เปึนร้อยละ ๑๔.๒ ของวงเงินงบประมาณ โดยจําแนกเปึน

๘.๑ โดยจําแนกเปึนการส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน ๗,๘๕๑ แห่ง มีบทบาทในการจัดบริการ สาธารณะของท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยคํานึงถึงความจําเปึนและเหมาะสมตามศักยภาพของท้องถิ่น สามารถพึ่งพารายได้ ของตนเองเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้ความสําคัญในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าอย่างแท้จริง เร่งรัดดําเนินการถ่ายโอนภารกิจให้เกิดผลในการพัฒนาท้องถิ่น อย่างเปึนระบบ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิตของประชาชนให้มี คุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งให้ความสําคัญกับภาพรวมการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้ เมื่อรวม งบประมาณที่ได้จัดสรรให้กับการส่งเสริมรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้าน สังคม จํานวน ๓๑,๐๒๔.๘ ล้านบาทแล้ว รัฐบาลจัดสรรเปึนเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไว้ จํานวน ๑๓๖,๗๐๐ ล้านบาท เมื่อรวมกับประมาณการรายได้ที่ท้องถิ่น จัดเก็บเองและรัฐบาลจัดเก็บให้ และแบ่งให้ จํานวน ๒๐๑,๑๐๐ ล้านบาทแล้ว ทําให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้รวม ๓๓๗,๘๐๐ ล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนรายได้ที่ รัฐจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลร้อยละ ๒๕.๐๒ ตลอดจนสนับสนุนกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาในการจัดบริการสาธารณะให้ ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

๘.๒ การบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่ม จังหวัดดําเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความ มั่นคงในพื้นที่อย่างบูรณาการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับ ศักยภาพ โอกาส และความต้องการของประชาชน ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถกําหนดแนวทางในการบริหารงาน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาพื้นที่ในเขตจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้อย่างเหมาะสม

๘.๓ การบริหารจัดการภาครัฐ มุ่งพัฒนาศักยภาพการบริหารงานของ หน่วยงานภาครัฐให้มีขีดความสามารถและความยืดหยุ่นคล่องตัว สามารถอํานวยความ สะดวกในการบริการแก่ประชาชนอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ มาตรฐาน มีธรรมาภิบาล และความโปร่งใสควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารบุคลากรภาครัฐให้ทันสมัยสามารถ ปฏิบัติราชการได้อย่างมืออาชีพ เปึนที่ยอมรับของประชาชน รวมทั้งขยายโอกาสให้ ประชาชนและผู้รับข่าวสารทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภาครัฐได้อย่างถูกต้อง เปึนธรรม ทั่วถึงและรวดเร็ว

๘.๔ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อพัฒนากระบวนการ ยุติธรรม ให้มีระบบการอํานวยความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล โดยการส่งเสริมให้ ประชาชนมีความรู้ทางกฎหมายและมีจิตสํานึกรักความยุติธรรม พัฒนาองค์ความรู้และ ความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างกลไกและระบบ ที่จะช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส และผู้เสียหายในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และการระงับ ข้อพิพาท การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและ การอํานวยความยุติธรรม ปัองกันและปราบปรามปัญหาการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งนํา หลักการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ และเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลในสังคมไทย

๘.๕ในด้านการสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาลและองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการเมืองให้มี ความเข้มแข็ง พัฒนากระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างระบบ อํานวย ความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค เสริมสร้างมาตรการในการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งเสริมองค์กรตามรัฐธรรมนูญและประชาชนในการ ตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และปัองกันการ กระทําที่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

๙. สําหรับรายการค่าดําเนินการภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวนทั้งสิ้น ๔๒๖,๖๐๒.๕ ล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๒๕.๑ ของวงเงินงบประมาณ โดยจําแนกเปึน

๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน เพื่อให้รัฐบาลสามารถ แก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉินและบริหารจัดการเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่ได้คาดหมาย เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีผลกระทบต่อส่วนราชการ ชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

๙.๒ การบริหารบุคลากรภาครัฐ เพื่อเปึนค่าใช้จ่ายสําหรับการ รักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ เงิน ช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิ ข้าราชการ เงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการและเงินสมทบของ ลูกจ้างประจํา ตามสิทธิของทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสําคัญกับการ พัฒนาการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ การพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ ข้าราชการในการปฏิบัติงานให้มีคุณธรรมจริยธรรมในการให้บริการแก่ประชาชน

๙.๓ และการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและ ดําเนินการชําระหนี้ของรัฐบาล ติดตามการชําระหนี้ของรัฐวิสาหกิจและองค์การอื่นให้ เปึนไปตามเงื่อนไขที่ได้ผูกพันไว้ รวมทั้งพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเพื่อส่งเสริม ประสิทธิภาพในการลงทุน และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้เหมาะสมอย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมตระหนักดีว่าในทุกยุทธศาสตร์ ในทุกหน่วยงานก็ว่าได้ จากสภาพการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไปถึงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทําให้การจัดสรรงบประมาณสําหรับภารกิจ สําหรับหน่วยงานต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่ลดลง แต่ในภารกิจสําคัญ ๆ ที่เปึนนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายที่เปึน ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการศึกษา คือการเรียนฟรี ไม่ว่าจะเปึนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือนโยบายสําคัญอื่น ๆ ของรัฐบาลนั้นได้จัดงบประมาณ ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสามารถดําเนินการนโยบายเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันสําหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกระทรวงที่สําคัญ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม แม้ว่างบประมาณจะลดลง แต่ก็ได้ มีการจัดสรรวงเงินในกรอบของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ซึ่งสามารถชดเชย ในเรื่องของเงินลงทุนที่ขาดหายไปจากตัวเงินงบประมาณในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ ผมจึงขอกราบเรียนว่าในการ ชี้แจงของรัฐบาลต่อข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิกนั้นก็จะได้นําเอาแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งมาประกอบการพิจารณาของเพื่อนสมาชิก เพื่อที่จะให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบถึง การดําเนินงานของภาครัฐและการใช้จ่ายเงินของภาครัฐในช่วง ๒-๓ ป้ข้างหน้าประกอบไปด้วย

ท่านประธานที่เคารพ สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่รัฐบาลได้แถลงมาทั้งหมดนั้น เปึนเพียงส่วนสําคัญของกรอบ และแนวทางหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล สําหรับรายละเอียด ปรากฏอยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้นําเสนอต่อท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่าน แล้ว ด้วยความร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลขอยืนยันในความมุ่งมั่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะดําเนินการทุกวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหา สําคัญของประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะผลกระทบในด้านคุณภาพชีวิตและความเปึนอยู่ ของประชาชนที่เกิดขึ้นจากสภาพวิกฤติทางเศรษฐกิจในขณะนี้

ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านจะให้การ สนับสนุนรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งดําเนินการตามขั้นตอนจน ประกาศใช้บังคับเปึนกฎหมาย เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเปึนหลักในการใช้จ่ายเงินของ แผ่นดินให้บังเกิดผลดีแก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอขอบคุณครับ