สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 พูดถึงแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2552-2554 และเสนอเรื่องการเพิ่มประเภทสหกรณ์ในกฎกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรองรับสหกรณ์อิสลามที่มีสมาชิกจำนวนมากในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ พรรคเพื่อแผ่นดินจากจังหวัดนราธิวาสครับ เมื่อประมาณ ๓ วันที่แล้วผมได้อภิปรายเกี่ยวกับงบภาคใต้ใน พ.ร.ก. ที่เราพิจารณา เมื่อวันจันทร์ครับ วันนี้จะลงในรายละเอียดนิดหนึ่ง เพราะว่างบทั้งหมดที่บรรจุไว้ ไม่ว่าใน พ.ร.ก. หรือใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ใน ขณะนี้ มันจะเปึนไปตามแผนพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับปรับปรุง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อไม่กี่วันมานี้ นะครับ ท่านประธานครับ พอพูดถึงแผนพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจในภาคใต้ มันมีที่มาที่ไปก็คือเมื่อตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ได้มีการตั้งคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอ และในที่สุด ครม. ก็ตั้งคณะกรรรมการขึ้นมาโดยมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และผู้อํานวยการ ศอ.บต. เปึนเลขานุการ ในที่สุดครับ เพื่อกําหนดทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน เปึนไปตามเขตพิเศษเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านสมชายนะครับ ได้กําหนด แผนงานตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ถึง ป้ ๒๕๕๔ ครับ ประกอบไปด้วย ๓๕๗ โครงการ จํานวนเงิน ทั้งหมด ๔๘,๘๒๑ ล้านบาทครับ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ครับ ก็มีการปรับปรุง ครั้งที่ ๑ นะครับ เมื่อ ๑๓ มกราคม และก็สุดท้ายครับ ปรับปรุงล่าสุดตามคําเสนอแนะของสํานักงาน ศอ.บต. จากจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในที่สุดครับ ในขณะนี้ในแผนงบประมาณทั้งหมด ตามแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจนั้นจะประกอบไปด้วยทั้งหมด ๖๓๐ โครงการ และก็ ๗๐,๗๗๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ ดูเสมือนว่าคําอธิบายและความภาคภูมิใจของรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลาที่พิจารณา ๒-๓ วันนี้ ทุกครั้งที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นจะมีความภาคภูมิใจอยู่ ๙ ข้อด้วยกันคือ ข้อที่ ๑ รัฐบาลพยายามที่จะ อธิบายว่ารัฐบาลจะเน้นการสร้างอาชีพ รัฐบาลจะมีให้เกิดเรื่องของอาหารฮาลาล รัฐบาล พยายามที่จะออกเอกสารสิทธิให้กับคนในพื้นที่รัฐบาลพยายามที่จะยกระดับการศึกษา เด็กเฉพาะการเป่ดคณะเพิ่มขึ้นที่ มอ. ปัตตานี และก็ถัดไปเปึนเรื่องของปาล์มและการ ปล่อยเงินกู้ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ และก็มีกรรมการของรัฐมนตรีเปึนบอร์ดขึ้นมาและการเรียน ฟรี ๑๕ ป้ ท่านประธานครับ เนื้อหาทั้งหมด ที่ความภาคภูมิใจรวมทั้งรองนายกฝ์ายความ มั่นคงได้ชี้แจงเมื่อคืนครับ ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ฉบับสมบูรณ์ที่ ศอ.บต. ได้พิมพ์ ขึ้นมาครับ และผมไปขอมาชุดหนึ่ง แต่จะอย่างไรก็ตามครับ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือว่า ในเมื่อรัฐบาลบอกว่า การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความจําเปึนต้องอาศัย การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ คําถามแรกที่ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตอบก็คือว่า แผนพัฒนาฉบับนี้ครับ ประชาชนมีส่วนร่วมมีขนาดไหน มีส่วนร่วมในการที่ จะกําหนดทิศทางในการพัฒนาของเขาอย่างไร เพราะเท่าที่ดูวิธีการทํางานนั้นทุกอย่าง จะถูกกําหนดมาจากคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และก็ตีเข้าไปในหน่วยงาน ในพื้นที่ให้กําหนดแผนงานโครงการตามที่คณะกรรมการได้กําหนดทุกประการ เว้นแต่ว่า ศอ.บต. ได้มาเพิ่มหน่อยประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ในตอนหลังกลายเปึน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนที่ผมได้กล่าวมาแล้วนะครับ อันนี้คือข้อที่ ๑ จนกระทั่ง ประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกน้อยใจครับ จะกําหนดงบประมาณไปถึงประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่เลยนะครับ รวมทั้งนะครับ ในเนื้อหาเหล่านี้นะครับ มีการกําหนดว่าจังหวัดสงขลานั้นเปึนศูนย์กลางเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอําเภอหาดใหญ่ทุกครั้งที่เราพูดถึงจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พอพูดถึงปัญหาเราพูดถึงเรื่อง ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอ แต่ศูนย์กลาง ในการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นตามแผนพัฒนาเขตพิเศษเฉพาะกิจนั้นบอกว่า หาดใหญ่เปึน ศูนย์กลางครับ มันมีความขัดแย้งครับ ความขัดแย้งอย่างไรครับ ประเทศมาเลเซีย ได้กําหนดแผนพัฒนาชายฝัืงทางฝัืงตะวันออกที่เรียกว่า อีเซอร์ ครับ มันจะมีพื้นที่ติดต่อ กับชายแดนในจังหวัดนราธิวาสไม่ได้เกี่ยวกับจังหวัดสงขลาและอําเภอหาดใหญ่ แต่ประการใด เพราะฉะนั้นการแอบอ้างเรื่องเหตุการณ์ ๓ จังหวัด แต่นํางบประมาณ ส่วนหนึ่งไปทุ่มเทกับจังหวัดอื่นนั้น ผมคิดว่าไม่เปึนความเปึนธรรมกับคนในพื้นที่ครับ นี่คือประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ ผมได้พลิกดูนะครับในเอกสารฉบับนี้ที่ประกอบไปด้วย ร้อยกว่าหน้าครับ ผมมีข้อสังเกตอยู่ประมาณ ๑๐ ข้อด้วยกันครับ

ข้อที่ ๑ รัฐบาลบอกว่า จะมีการจัดทําโครงการจัดทําโครงการเพื่อ เสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในประเด็นนี้นะครับ ผมคิดว่าท่านทําไม่ได้หรอกครับ ท่านทําไม่ได้ งบประมาณที่ขอมาจํานวนมากเพื่อไปเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สหกรณ์ใน ๓ จังหวัดนั้น ทําไม่ได้ ยืนยันได้เลยครับในสภาแห่งนี้ เหตุผลที่ผมว่าทําไม่ได้ เพราะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกฎกระทรวงว่าด้วยประเภทของสหกรณ์ ในขณะนี้ ตามกฎกระทรวงนั้นจะมีสหกรณ์อยู่ ๗ ประเภทด้วยกัน ไม่ปรากฏเรื่องของสหกรณ์ อิสลามหรือสหกรณ์ที่ปลอดดอกเบี้ยที่มีสมาชิกอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นสหกรณ์อิสลามที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นถือว่าเปึนสหกรณ์ที่ผิด กฎหมายแม้มีการจดทะเบียนกับสหกรณ์ เพราะจดทะเบียนผิดประเภทกับที่ดําเนินงาน ในขณะนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะให้โครงการที่ท่านของบมาในแผนนี้นะครับ ขั้นแรกต้องมีเครื่องมือหนึ่งที่เรียกว่ากฎกระทรวงว่าด้วยชนิดของสหกรณ์ต้องเพิ่มเปึน สหกรณ์ประเภทที่ ๘ ครับ

ข้อที่ ๒ ท่านมีการพูดถึงเรื่องฮาลาล และก็มีความภาคภูมิใจบอกว่า รัฐบาลจะมีการสนับสนุนอาหารฮาลาลและก็จะส่งไปทั่วโลก แต่ท่านเชื่อไหมครับท่านก็ ทําไม่ได้อีก เพราะความน่าเชื่อถือของตราฮาลาลในประเทศไทยยังไม่เกิดขึ้น เพราะวันนี้ ไม่มีกฎหมายใด ๆ นะครับในขณะนี้ที่ไปรองรับเรื่องตราฮาลาล ไม่มีเลย ที่คณะกรรมการ อิสลามแห่งประเทศไทยออกตราฮาลาลนั้นเพียงไปอ้างว่าคณะกรรมการอิสลามมีสิทธิ ที่จะออกเอกสารเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม แต่กรณีที่มีการละเมิด เช่น ส่วนผสมที่มีหมูอยู่ใน อาหารแต่ไปติดตราฮาลาลนั้นไม่สามารถจะลงโทษกับผู้ประกอบการได้ เคยเกิดขึ้น หลาย ๆ กรณีจนกระทั่งตะวันออกกลางหยุดระงับการสั่งอาหารจากประเทศไทยเปึนเวลา ๖-๗ เดือนครับ อันนี้คือเรื่องความพร้อมเกี่ยวกับกฎหมาย เมื่อ ๓ วันที่แล้วผมอภิปรายว่า ท่านไม่พร้อมในเรื่อง สบ.ชต. ไม่ออก วันนี้ปรากฏกฎหมายเกี่ยวกับฮาลาล กฎหมาย เกี่ยวกับสหกรณ์อิสลามไม่มีครับในขณะนี้ เพราะฉะนั้นท่านไม่มีสิทธิที่จะทําให้สําเร็จตาม แผนงบประมาณที่ท่านได้กําหนดไว้ ผมเกรงว่างบประมาณนี้จะสูญเปล่าครับ

ข้อที่ ๓ เรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ในนี้มีงบประมาณอยู่ประมาณ พันกว่าล้านบาท ในเอกสารครับ แล้วมีความภาคภูมิใจ ท่าน มท. ๓ ถาวร เสนเนียม บอกว่า เราได้ไปแจกโฉนดในเขตเทือกเขาบูโดให้กับประชาชนประมาณพันกว่าโฉนดแล้ว ไม่จริงครับ ไม่จริง ที่ผมบอกว่าไม่จริงนั้น ที่ท่านไปแจกไม่เกี่ยวข้องกับเขตเทือกเขาบูโดหรือที่เรียกว่า เขตอุทยานแห่งชาติ ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เปึนคนออกกฎหมายนี้เองครับเมื่อป้ ๒๕๔๒ และประกาศไปทับที่ของประชาชนประมาณ ๙๖,๐๐๐ ไร่ วันนี้ท่านมีบาปอยู่ครับต้องแก้ บาปนี้ให้ออกนะครับ เอกสารที่มีอยู่ในมือผมคือเอกสารนี้ครับที่ประชาชนฝากมาครับ จากเครือข่ายเทือกเขาบูโด เขาบอกว่ารัฐบาลภายใต้การนําของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปทําลายแผนการในการที่จะแก้ปัญหาที่ท่านอนงค์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นได้กําหนดแผนงานมาแล้ว ตามมติ ครม. ที่ประชุมเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยกําหนดให้ตั้งอนุกรรมการประสานงาน เพื่อแก้ปัญหา แล้วก็มีมติว่าให้ดําเนินการพิสูจน์สิทธิที่ดินของราษฎรที่อยู่ในเขตอุทยาน และเขตป์าสงวน หากพิสูจน์ได้ว่าประชาชนไปอยู่ก่อนที่กฎหมายจะออก รัฐบาลจะมีการ ถอดถอน ถอดถอนที่ดินเหล่านั้นและก็ออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนรอบเทือกเขาบูโด ซึ่งคํากล่าวอันนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ที่ท่านอนงค์วรรณไปแจกที่ดิน ที่ไม่ได้อยู่ในเขตป์าสงวนและเขตอุทยานครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านถาวรบอกว่าไปที่กะพ้อ ไปที่บาเจาะ ท่านยังไม่ได้แก้ที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานและเขตป์าสงวนแต่ประการใด ที่ท่านไปแจกนั้นมันเปึนที่ดินรอบ ที่ไม่ได้อยู่ในเขตที่ท่านได้ประกาศเมื่อป้ ๒๕๔๒ ครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องทําสิ่งเหล่านี้ให้กระจ่าง เพราะเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นั้น ท่านอนงค์วรรณบอกว่าอยากจะให้แก้ปัญหาเปึนไปตามที่ประชาชนร่วมกับองค์กรของรัฐ หน่วยงานของรัฐได้ทําแผนที่เรียบร้อยแล้ว และก็ได้ลิสท์รายชื่อของประชาชนที่มีที่ดิน ที่ทับที่โดย พ.ร.บ. ประชาชนร่วมกับองค์กรของรัฐ หน่วยงานของรัฐได้ทําแผนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ลิสท์ รายชื่อของประชาชนที่มีที่ดินที่ทับที่โดย พ.ร.บ. ป์าสงวนและเขตอุทยานแห่งชาติที่ ประกาศเมื่อป้ ๒๕๔๒ ที่รัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้ออกกฎหมาย ฉบับนี้ แต่ในที่สุดในขณะนี้ประชาชนเสียใจมาก เพราะรัฐบาลนี้บอกว่าจะไม่ออกภายใน ๒ เดือนแต่จะขยายไปเปึน ๒ ป้ แล้วก็ไปมีปัญหาในกรณีมติที่บอกว่า ในกรณีป์ายาง สวน ยางที่อยู่ในเขตป์าสงวนและอุทยานแห่งชาตินั้นสามารถที่จะโค่นกรณีที่ป์ายางหมดอายุ แล้ว ๔ เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ทั้งหมด และสามารถที่จะปลูกยางอันใหม่ได้ แต่ในขณะนี้ ประชาชนเดือดร้อนครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบอกว่า นโยบายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่อนุญาตให้มีการโค่นและจะไม่พิจารณาการออก เอกสารสิทธิในเขตอุทยานแห่งชาติและป์าสงวนแห่งชาติที่ผมได้กล่าวมาแล้วครับ ซึ่งแผน เดิมนั้นมีอยู่แล้ว อันนี้คือประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธานเกี่ยวกับอาชีพ ท่านมีความภาคภูมิใจ เกี่ยวกับแพะก็ดีครับจะได้ไม่จับแพะ อดีตจับแพะเยอะ แพะก็เลยน้อยลง วันนี้จะเลี้ยง แพะให้มากขึ้นเพื่อปัอนตลาดอุตสาหกรรมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับอาชีพเดิม อีก ๒ อย่างที่ท่านละเลย และก็ไม่ได้บรรจุงบประมาณให้เหมาะสมในเอกสารฉบับนี้ก็คือ

ข้อที่ ๑ เกี่ยวกับผ้าคลุมครับหรือเครื่องแต่งตายมุสลิม ซึ่งในแผนงานเดิม ของรัฐบาลก่อนที่จะเปลี่ยนนั้น เราได้เสนอให้มีการให้เครื่องจักรอุตสาหกรรมหมู่บ้านละ ๒๐ เครื่อง ทั้งหมด ๒,๐๐๐ หมู่บ้าน ในขณะนี้ผ่านการพิจารณาของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่งบประมาณไม่มีครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าใช้งบประมาณอย่างน้อย ๕๐๐ ล้านบาท แต่ในเอกสารฉบับนี้ได้บรรจุเพียงงบประมาณ ๕๐ ล้านบาทจะไปทําอะไรได้ละครับ อันนี้คือข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ เกี่ยวกับแรงงานไทยในมาเลเซีย ผมเสียใจมากครับ เพราะแรงงาน ในมาเลเซียมีประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน แต่ท่านตั้งงบประมาณเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในการแก้ปัญหา ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับ แล้วบอกว่าจะเรียกสัมมนาคน ๑๐๐ คนที่ทํางาน ในมาเลเซีย ประชาชนคนไทยครับมีอยู่ในมาเลเซียประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน ที่เปึน อิลลีเกิล เวิร์คเกอร์ (Illegal Worker) หรือแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตฝากให้คณะรัฐมนตรีด้วย ไปแก้ปัญหา ท่านต้องทุ่มครับ งบประมาณสัก ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทไปแก้ปัญหาเขา ในการที่เขาจะได้ทํางานให้มีใบอนุญาตทํางานในประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่ไปอยู่เหมือนกับ พม่าที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ อันนี้คือประเด็นถัดมา

ประเด็นถัดไป ที่ผมอยากจะยกในประเด็นความภาคภูมิใจต่อรัฐบาลที่มี อยู่ในขณะนี้ก็คือเกี่ยวกับการให้ความสําคัญต่อศาสนาอิสลาม ท่านเชื่อไหมครับ มัสยิด ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอมีทั้งหมด ๑,๙๐๐ มัสยิด เท่าที่ผมเช็กดูครับ มีเพียง ๓ มัสยิดเท่านั้นที่เปึนมัสยิดที่รัฐบาลไทยเปึนคนสร้างครับ รัฐบาลไทยสร้างมัสยิด เพียง ๓ แห่งครับ ใน ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอแล้วท่านจะไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างไร ทําไมท่านไม่ทุ่มเทละครับ มัสยิดอีกมากมายที่ไม่เสร็จ ประชาชนก็สุดแล้ว เวลาประชาชนของบประมาณจากประเทศอาหรับมาสร้าง ท่านก็บอกว่าเปึนงบประมาณ ก่อการร้ายเสียอีก เวลาขอท่านไม่ให้ เวลาขอจากประเทศอาหรับท่านบอกว่าเปึนงบของ ก่อการร้าย รวมทั้งกิจการฮัจญ์มีความภาคภูมิใจตั้งกงสุลฮัจญ์ที่เจดดาห์ แต่ท่าน เชื่อไหมครับ สํานักงานบริการฮัจญ์ตัวแทนของประเทศไทย ขออนุญาตอีก ๑ นาทีครับ ในประเทศไทยที่เมกกะและมาดีนะห์ รัฐบาลนี้นะครับตั้งงบประมาณเพียง ๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อป้ครับ จะไปใช้ทําอะไรครับ ดูแลประชาชนที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ไม่ต่ํากว่า ๑๓,๐๐๐ คน เปึนระยะเวลา ๒ เดือน ตั้งงบประมาณในการจัดการเพียง ๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อป้นะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้รัฐบาล แม้ว่าผมเห็นด้วย ตามแผนงานโดยภาพรวม แต่มีประเด็นอีกหลายครับ แต่เสียดายเวลาจํากัด ผมอยากจะ ตั้งข้อสังเกตอีกมาก แต่อย่างไรก็ตามครับ เกี่ยวกับทันตาภิบาล ผมได้เสนอกับท่านเฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในสมัยนั้น บอกว่าท่านต้องส่งเด็กนักเรียนในพื้นที่ ไปเรียนทันตาภิบาล ๓๐๐ คนครับ เพราะวันนี้อัตราการเปึนฟันผุของเด็กนักเรียนนั้น สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึงบอกว่าให้เอานักเรียน ๑ ตําบล ๑ คน ไปเรียนเพียง ๒ ป้ ใช้งบประมาณไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ท่านต้องดําเนินการต่อ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลท่านตัดออกครับ ลองถามท่านปลัดกระทรวง สาธารณสุข เพราะเราเคยได้เปึนผู้เสนอรายละเอียดนะครับ