อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายเรื่องงบประมาณของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายเกษตร การจํานําพืชผลทางการเกษตร การปราบปรามและป้องกันยาเสพติด และการจัดงบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านสมาชิกที่เพิ่งได้ อภิปรายไปพูดเหตุผล ๑๓ ประเด็นแล้วก็วิเคราะห์งบประมาณหลายหน่วยงานซึ่งผมคง ไม่ประสงค์ที่จะไปตอบในทุกประเด็น แต่ว่าจําเปึนที่จะต้องทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชน เพราะว่าท่านอาจจะไม่ปรารถนาที่จะฟังคําชี้แจงของผม ซึ่งถ้าท่านฟังก็ จะได้มีความชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นตรงกับข้อเท็จจริง ตรงกับหลักวิชาการ แล้วก็ เปึนไปตามที่ท่านพูดหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวม สักนิดหนึ่งนะครับ ที่จริงท่านก็ไม่ได้เสนออะไรที่ชัดเจนที่บอกว่า งบประมาณฉบับนี้ มีปัญหา แต่ก็อภิปรายในลักษณะของการอภิปรายทั่วไปในประเด็นซึ่งความจริงพวกเรา วันนี้ก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้งหลายหน แต่ว่าขอทําความเข้าใจเพื่อความถูกต้องนะครับ ท่านผู้อภิปรายบอกว่า นโยบายรัฐบาลไม่กระตุ้นเศรษฐกิจในหลาย ๆ เรื่อง เช่น บอกว่า ถ้าจัดงบประมาณเพิ่มแล้วไปเก็บภาษีด้วย แปลว่าไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จริงไม่ใช่นะครับ ไปอ่านตําราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกก็ได้ครับ การเพิ่มทั้งงบประมาณและเพิ่มทั้งภาษี โดยเฉพาะถ้าเพิ่มภาษีน้อยกว่าอย่างไรก็เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมขี้เกียจอธิบายครับ ว่าตามหลักวิชาการความจริงถ้าเพิ่มทั้งสองอย่างเท่ากันเขาก็ถือว่าเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่ว่ามันจะเปึนเรื่องที่อาจจะสลับซับซ้อนเกินไป แต่เอาง่าย ๆ ก็คือรัฐบาลได้ จัดเงินงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจัดเก็บภาษีเข้ามานี่ครับเรามองว่า เปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เงินที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชนจะเปึนในเรื่องของการ จัดโครงการเรียนฟรี ซึ่งมีการจ่ายเงินสดออกไปเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนในเรื่องของ เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เงินที่เปึนเรื่องของเช็คช่วยชาติ เงินที่เปึนเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ไปตรวจสอบเถอะครับว่าในช่วงตั้งแต่มีการจ่ายเงินออกไปเดือนเมษายนเปึนต้นมา เงินเหล่านั้นถูกนําไปใช้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น แล้วก็ที่บอกว่าไม่มีที่ไหนที่ยอมรับ ว่าการจัดงบประมาณเพื่อการศึกษาและเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ครับ ผมก็อยากจะ บอกว่าการให้เงินสดไปแบ่งเบาภาระท่านผู้ปกครองเปึนการเพิ่มกําลังซื้อ ไม่ต้อง นักเศรษฐศาสตร์หรอกครับ ใครก็มองออกว่าเงินอย่างนี้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง ชัดเจน เพราะฉะนั้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าเมื่อวานนี้และ เมื่อคืนก่อนก็ได้มีการพูดกันชัดเจนว่า เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ลงไปได้มีส่วนช่วย ในการประคับประคองให้การหมุนเวียนในเศรษฐกิจดีขึ้น แล้วก็มีตัวชี้วัดตัวบ่งชี้อีกหลายตัว เช่นเดียวกัน ทําความเข้าใจอย่างนั้นละครับ
ส่วนประเด็นที่ท่านย้ํานักย้ําหนาก็ไม่ทราบไปอ่านตําราจากไหนนะครับ บอกว่าผมไปพูดว่าสิ่งที่เราทําเพื่อเปึนการช่วยเหลือ จะเปึนลูกหลานเรา เรื่องการเรียนฟรี จะเปึนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อย่างไรก็ไม่มีทางเปึนรัฐสวัสดิการ เพราะท่านบอกว่าจะเปึน รัฐสวัสดิการได้ ค่าใช้จ่ายต้องเก็บภาษีแล้วเอามาใช้ตรงนี้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ผมก็ไม่ทราบตําราไหนนะครับ แต่ถ้าเปึนตําราที่ท่านใช้ละก็ ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนครับ ที่เปึนรัฐสวัสดิการ เพราะว่าที่สูงสุดและเปึนที่ยอมรับอยู่แล้วก็คือสแกนดิเนเวียนะครับ ตัวเลขของการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการและการเก็บภาษี อยู่ประมาณ ร้อยละ ๓๘ ครับ อย่างประเทศเกาหลีอยู่ ร้อยละ ๑๑ ประเทศญี่ปุ์น ร้อยละ ๑๘ สหราชอาณาจักร ร้อยละ ๒๕ สหรัฐอเมริกา ร้อยละ ๒๐ เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบนะครับ ว่าท่านเอาเกณฑ์อะไรมาพูด แต่ว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่า สิ่งที่รัฐบาลกําลังทํา กําลังปูทางไปสู่รัฐที่ยอมรับศักดิ์ศรีความเปึน มนุษย์ และการให้สิทธิขั้นพื้นฐานกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มากมาย ไม่สะใจอย่างที่เราอยากจะเห็นละครับ เพราะตระหนักดีว่าเราไม่ใช่ประเทศที่ ร่ํารวย แล้วก็จัดเก็บรายได้ไม่ได้มากนัก แต่ก็คิดนะครับว่าเด็กทุกคนเกิดมาก็ควรจะได้รับ การส่งเสริมในเรื่องของการศึกษา มีเรื่องอุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน ตําราเรียน มีอาหารกลางวัน มีนมให้ดื่ม เติบโตขึ้นมา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ไม่พอ หรอกครับ แต่อย่างน้อยก็เปึนการสะท้อนถึงความกตัญ็ูของสังคมไทยที่พึงจะมีกับ ผู้สูงอายุของเราทุกคน และผมก็ตั้งใจว่าเงินงบประมาณเหล่านี้เปึนเงินงบประมาณซึ่งจะ ถูกใส่ไว้ แล้วก็จะเปึนโครงสร้างของงบประมาณตลอดไปครับ ไม่ได้ทําชั่วครั้งชั่วคราว ทํา ๖ เดือน ทํา ๑ ป้ หรือ ๒ ป้ และก็วางโครงสร้างของงบประมาณอย่างนี้ไว้ดังที่จะเห็น ว่าเงินงบประมาณเหล่านี้เราจะไม่ผลักไปอยู่ในส่วนของเงินกู้ เพราะจะทําให้นโยบาย งบประมาณจากนี้ไปเราเปึนรัฐที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ อย่างชัดเจน และแม้ในภาวะที่เรายากลําบากที่สุด ก็คือ อย่างเช่นป้นี้ภาษีหายไปเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถ ที่จะดูแลคนเหล่านี้ด้วยมาตรฐานอย่างนี้ได้โดยใช้เงินงบประมาณอยู่ในขอบเขตของ กฎหมาย ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ครับ ส่วนการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยากจะเห็นนั้น เราก็ใช้เงินส่วนที่เหลือบวกไปกับมาตรการไทยเข้มแข็งที่อยู่ใน พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ ค่าใช้จ่ายประจําเพิ่มขึ้นมาท่านบอกว่า อย่างนี้จะพังพินาศ จะหายนะ ผมก็บอกว่า ค่าใช้จ่ายประจําที่เพิ่มขึ้นมานี่ก็มาจากค่าใช้จ่ายตรงนี้หลายส่วนครับ เรื่องการศึกษา เรื่องเบี้ยยังชีพ พร้อม ๆ ไปกับการรักษาในเรื่องของมาตรฐานค่าตอบแทนที่พึงมีต่อ ข้าราชการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคนที่มาช่วยงานรัฐอย่างกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่ง รัฐบาลนี้เปึนคนที่จัดเงิน จัดงบประมาณให้ ในขณะที่ในอดีตที่ผ่านมาพูดแต่ว่าจะขึ้น เงินเดือนให้ แต่ไม่จัดเงินไว้ แม้กระทั่งในภาคใต้ก็เช่นเดียวกันครับ มีมติเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย แต่ก็ไม่จัดเงินไว้ รัฐบาลนี้ก็ต้องเข้ามาเพื่อดําเนินการทุกอย่างให้เข้าไปสู่โครงสร้าง เพราะฉะนั้นงบประจําจึงเพิ่มเติมขึ้นมา แต่เพิ่มไม่มา ถ้าดูสัดส่วนการเพิ่มอัตรา การเติบโตเทียบกับป้ที่แล้ว ๆ มา เพิ่มค่อนข้างน้อยด้วยซ้ํา เพราะเราก็ไปดําเนินนโยบาย ในการที่จะให้ทุกหน่วยราชการได้ปรับลดงบประมาณที่ไม่จําเปึนที่เปึนงบประจํา เพื่อเป่ด โอกาสให้เราสามารถที่จะลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับ ประชาชนและประเทศชาติได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนให้เห็นในภาพรวม ว่าที่ท่านวิเคราะห์ในเชิงโครงสร้างต่าง ๆ มันไม่ได้เปึนอย่างที่ท่านพูด และรัฐบาลก็มี เปัาหมายที่ชัดเจน แล้วก็ได้จัดงบประมาณที่ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ ทีนี้งบประมาณ ตัวหนึ่งซึ่งผมแปลกใจมาก ท่านโจมตีเสีย ๆ หาย ๆ ใช้ถ้อยคํารุนแรงมากว่ามีการจัดเงิน งบกลาง เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๓๘,๓๓๓.๑ ล้านบาท แล้วก็บอกว่า เปึนงบหาเสียง เปึนงบที่จัดโดยไม่มีรายละเอียด เปึนงบที่ท่านบอกว่าจัดโดยไม่มี ความละอาย ผมกราบเรียนนะครับ ถ้า ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทมันเปึนอย่างที่ท่านว่า แล้วป้ที่แล้วตอนท่าน อยู่ทําไมท่านจัดไว้ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ย้อนกลับ ไปดูบ้างล่ะครับว่าเงินยอดนี้คือเงินที่มาอนุมัติช่วยพี่น้องประชาชนเวลาเกิดภัยแล้ง เวลาเกิดน้ําท่วม เวลามีปัญหาที่มันฉุกเฉินจริง ๆ เช่น บางทีเราอาจจะต้องแก้ปัญหา พืชผลการเกษตร ผลิตผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ของพี่น้องประชาชนที่จําเปึนจะต้อง ได้รับการช่วยเหลือแทรกแซง แล้วมันไม่มีเงินอื่นที่จัดเอาไว้ ผมก็ใช้ในกรอบนี้ครับ ป้ที่แล้ว ที่ท่านจัดไว้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ เดือนผ่านไปท่านใช้ผูกพันไปแล้ว เหลือให้ผมแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไปแค่ ๓ เดือน น่าจะทราบครับ แล้วกรณีนี้ไม่เปึนเรื่องผิดปกติเลย เพราะว่าทุกยุคทุกสมัยจัดครับ แต่ท่านลืมไปหรือครับว่ามีอยู่ยุคหนึ่งช่วงหนึ่งที่อดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณจัดงบประมาณงบกลางอีกยอดหนึ่ง ไม่ใช่น้ําท่วม ภัยแล้งด้วยครับ ตั้งไว้ลอย ๆ เฉย ๆ เลยให้นายกรัฐมนตรีเปึนคนดําเนินการ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าผม จําไม่ผิด ผมถึงบอกว่าเสียดายนะครับ ท่านนั่งไม่ฟังอยู่ตรงนี้ ท่านอาจจะทราบก็ได้ว่า คําตอบจะเปึนอย่างไรจึงไม่นั่งอยู่ตรงนี้ แต่อย่าให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวกับ พี่น้องประชาชน ท่านจะฟังหรือไม่ เข้าใจหรือไม่ไม่สําคัญครับ แต่พี่น้องประชาชนมีสิทธิ ที่จะได้รับรู้รับทราบถึงแนวทางการจัดงบประมาณหลักการเหตุผลต่าง ๆ ที่รองรับ ซึ่งผม ขอยืนยันนะครับว่าเปึนไปตามแนวทางที่ผมได้กราบเรียนแล้วก็สอดคล้องกับกฎหมาย สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ มีการวิจารณ์นโยบายของรัฐบาล หลายเรื่องแล้วก็การทําหน้าที่ของผมอีกหลายกรณี ซึ่งก็เปึนความคลาดเคลื่อน เช่นเดียวกัน ก็ขออนุญาตใช้เวลาแต่ละประเด็นไม่นานครับ
๑. เรื่องนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรซึ่งรัฐบาลนี้ก็ยังทําอย่างเต็มที่ นะครับ แต่ท่านบอกว่าผมไปพูดถึงเรื่องนโยบายในอนาคตไม่อยู่กับปัจจุบันแล้วก็สับสน ในขณะที่บอกว่าไม่อยากจะจํานําพืชผลการเกษตรอีกแล้ว ทําไมไปอนุมัติให้มีการจํานําข้าว เพิ่มเติม ก็กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมพูดชัดว่าระบบการแทรกแซงพืชผลนั้นจําเปึน แน่นอน เพราะเกษตรกรก็คือคนจํานวนมากที่สุดของประเทศนี้และงบประมาณและ เงินนอกงบประมาณที่ใช้กันมา แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบันใช้มากที่สุดก็คือเรื่องพี่น้อง เกษตรกร แต่ระบบที่มันทํากันมาแล้วผมรับตกทอดมามันผิดเพี้ยนจริง ๆ ครับ คือ สมัยก่อนถ้าเขารับจํานําพืชผลทางการเกษตรเขาทําเพียงเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร มีทางเลือกว่าจะขายผลผลิตของตัวเองวันนี้ หรือจะรอให้ราคามันดีขึ้น ก็เอาไปฝากหรือ ไปจํานําไว้แล้วก็ได้ราคาที่ต่ํากว่าราคาตลาดเปึนการทยอยไม่ให้สินค้าเข้าสู่ตลาดเพื่อดึง ราคาขึ้น พอราคาขึ้นก็สามารถที่จะมาใช้สิทธิในการไถ่ถอนแล้วไปขายในราคาที่ดีกว่า ถ้าขายไปในวันแรก นั่นคือหลักคิดเรื่องการจํานําสมัยก่อนครับ แต่มาผิดเพี้ยนเอาป้ที่ผ่านมา นี่ครับคือไปตั้งราคาจํานําสูงกว่าราคาตลาด ก็ทําให้เกษตรกรต้องเอาผลผลิตของตัวเอง ล่ะครับเข้ามาสู่โครงการจํานําทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก็รับได้ไม่หมดครับ เพราะไม่มีสตางค์ ที่จะทําอย่างนั้น ก็กลายเปึนว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ซึ่งไม่สามารถเข้ามาสู่โครงการนี้ได้ เพราะโควตาเต็มนี่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยครับ ส่วนที่เอาเข้ามาได้ไม่จํานําหรอกครับ ขายขาดอยู่แล้ว รัฐบาลก็จะมีสินค้าเกษตรล้นสต็อก ตัวนี้ก็จะเปึนตัวที่มา ผมใช้คําว่า กองและก็ทับราคาในตลาด เพราะตลาดจะรู้วันใดวันหนึ่งรัฐบาลก็ต้องระบายสินค้าตัวนี้ ออกมาก็เปึนปัญหาต่อพี่น้องเกษตรกรในฤดูกาลต่อไป แล้วที่สําคัญก็คือว่า เวลา แทรกแซงกันมาก ๆ อย่างนี้ ผมก็บอกว่า มันเป่ดช่อง มันเอื้อให้เกิดการทุจริตได้ และเราก็ เห็นนะครับ เพิ่งเห็นในกรณีลําไยนี่ครับ ที่ในที่สุด สุดท้าย ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท เสียหมดครับ ทําปุิยยังไม่ได้เลยครับ ต้องทําลายแล้วเสียค่าใช้จ่ายอีก ๙๐ ล้านบาท ผมก็พูดว่าเราต้องเปลี่ยนจากระบบนี้ แต่ในขณะที่มีการจํานําพืชผลในฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งอยู่ผมจะไปเลิกกลางคันไม่ได้ครับ อย่างข้าวนาปรังนี่ครับ ที่มาขอขยายโควตามันเริ่มจํานําไปแล้วแต่ข้าวมันออกไม่พร้อมกัน ในแต่ละพื้นที่ ถ้าวันดีคืนดีโควตาเต็มแล้วผมบอกป่ด แล้วจังหวะที่ข้าวเพิ่งออกละครับ เขาจะทําอย่างไร ผมก็บอกว่าอันนี้โครงการนี้ทําอยู่แล้ว จะเปึนผมหรือจะเปึนท่านรอง กอร์ปศักดิ์ ก็เพียงแต่บอกว่าที่ทําอยู่ก็ทําให้มันครบฤดูกาลครับ โควตาเต็มก็ขยายโควตา แต่เวลาไม่ขยาย แล้วก็เดินหน้าทําระบบใหม่ทันทีครับ ไม่ใช่พูดเฉย ๆ มันสําปะหลังนี่เปึน มติ ครม. ไปแล้ว และขณะนี้ก็กําลังเร่งรัดกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ให้ไปทํา ในส่วนของข้าวและก็พืชผลตัวอื่น ๆ อันนี้ท่านจะได้เข้าใจ ไม่ใช่ว่าพูดอย่างทําอย่าง หรือว่ามีความสับสนในแนวทางของการแก้ไขปัญหา ขณะนี้เราก็เดินหน้าในการทําความ เข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรถึงระบบใหม่ที่จะนําเข้ามา แล้วก็จากฤดูกาลต่อ ๆ ไปก็ตั้งใจว่า จะไม่มีการมาใช้ระบบจํานําในราคาสูงกว่าตลาดอีกต่อไปแล้ว ถ้าจะมีจํานําต้องต่ํากว่า ราคาตลาด เปึนเพียงทางเลือกให้พี่น้องเกษตรกรพักผลผลิตเอาไว้เท่านั้นเอง ไม่จําเปึนต้องขายในขณะที่ตลาดยังไม่ดี
ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดว่าผมสับสนไม่กล้าตัดสินใจรถเมล์เอ็นจีวี ต้องไป ศึกษาว่าทุจริต ไม่ทุจริต ไม่ใช่ไปเช่าหรือซื้อ ผมก็กราบเรียนอย่างนี้ว่าผมเปึนฝ์ายค้าน วันที่โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นมา มีการตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขไม่เหมาะสม เพราะวันนั้นมัน ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และผมก็เชื่อว่าสิ่งที่พวกผมทักท้วงมันมีเหตุมีผล จนทําให้รัฐบาลชุดที่แล้วจําเปึนต้องถอนโครงการกลับไปส่งให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สนั่นไปศึกษาใหม่ ก็ไปปรับลดโครงการเหลือ ๔,๐๐๐ คัน แล้วปรับลดงบประมาณจาก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเหลือ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณหรือ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ แต่ตัวเลขนี้มันยังเปึนที่โต้แย้งครับ ผมจําเปึนจะต้องตัดสินใจว่าแล้วเราจะ เดินหน้าต่อไปอย่างไร เพราะโครงการนี้ที่คิดค้นขึ้นมาจุดประสงค์หลักก็คือต้องการปฏิรูป รถเมล์และแก้ไขปัญหาของ ขสมก. ซึ่งขาดทุนซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านผู้อภิปรายไม่ได้พูดเลย ว่าในที่สุดอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและฝัืงธนด้วยว่าอยากจะมี รถเมล์ใหม่ไหม อยากจะมีรถเมล์ที่สะอาดไหม อยากจะมีรถเมล์ที่ใช้พลังงานที่ประหยัด ที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมไหม อยากได้รถเมล์ซึ่งมาวิ่งแล้วสามารถเชื่อมโยงกับขนส่ง มวลชน ระบบตั๋วที่ทันสมัยและอาจเชื่อมต่อได้ไหม อันนี้คือโจทย์ครับ แต่จะทําอย่างไร ก็ต้องไปศึกษาครับ และคนที่ผมเห็นว่าเหมาะสมก็คือคณะกรรมการสภาพัฒน์ครับ เพราะเขาเปึนผู้เชี่ยวชาญและมีความเปึนกลาง ถ้าผมส่งให้เขาศึกษาว่าทุจริตหรือไม่ สิครับเปึนเรื่องแปลก คนที่จะบอกทุจริตหรือไม่ก็ ป.ป.ช. ซึ่งจะเช่าหรือซื้อก็ตามก็ต้องไปดู อีกทีหนึ่งว่าตอนจัดซื้อจัดหามีการทุจริตหรือไม่ และถ้าทุจริตก็มีองค์กรอิสระจาก ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกที่นี่หรือตัวผมเองก็ต้องตรวจสอบ ผมไม่ได้ส่งเรื่องเอ็นจีวีไปให้ สภาพัฒน์เพราะผมบอกว่ามีการทุจริต เพราะถ้ามีการทุจริตไม่ต้องส่งสภาพัฒน์ครับ ก็ต้องไม่ทําเลยครับ แต่ขณะนี้โครงการมันยังไม่ได้เดินเปึนข้อเสนอขึ้นมาว่าจะทําอย่างนี้ เราก็ดูว่ามันเปึนข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือยัง เราก็ให้คนที่เขามีความเชี่ยวชาญไปศึกษาแล้ว กลับเข้ามาแล้วรัฐบาลจะตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจก็ต้องดูแลให้มีความโปร่งใสต่อไป แต่เปัาหมายยังเหมือนเดิมก็คือต้องปฏิรูปรถเมล์แก้ไขปัญหาให้ ขสมก. และพี่น้อง ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและธนบุรี ส่วนที่มากล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ก็สนใจแต่คนกรุงเทพฯ เพราะมีรถไฟฟัาสายนั้นสายนี้ ไม่ได้ดู หรอกหรือครับว่า เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านสภาไปนี่ เงินส่วนใหญ่ชนบททั้งนั้น ละครับ แหล่งน้ํา ถนนในชนบท รถไฟก็ไม่ใช่มีแต่รถขนส่งมวลชนข้างในนี้ มีรถไฟใน ต่างจังหวัด สถานีอนามัยครึ่งประเทศ แล้วก็โรงเรียนทุกโรงเรียนนะครับ พยายามจะทําให้ ดีที่สุดในเรื่องของการปรับปรุง จะเปึนห้องปฏิบัติการห้องสมุดหรือในเรื่องอื่น ๆ เพื่อ ยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในชนบท เพราะฉะนั้นเราต้องเอา ความจริงมาพูดกันครับว่า นี่คือแนวทางที่เราทํา ท่านพาดพิงต่อมาถึงเรื่องของภาษี และ บอกว่าที่ไปจัดเก็บภาษีน้ํามันทําให้เกิดปัญหาของแพง ผมก็กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า ขณะนี้ยังไม่มีการส่งต่อภาระของการเพิ่มภาษีน้ํามันไปให้พี่น้องประชาชนเลยครับ กระทรวงพลังงานก็ยืนยันอีกครั้งว่า ได้ใช้กลไกของกองทุนน้ํามันเข้าไปดูแลเรื่องนี้อยู่ แล้วก็ในขณะที่ท่านบอกว่าของแพง ๆ ท่านก็บอกตําหนิอีกว่า ปล่อยให้เงินเฟัอติดลบ ๕ เดือน ๖ เดือนจนเปึนเงินฝ๋ด ก็กราบเรียนว่าข้อเท็จจริงตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะฟัอง อยู่แล้วนะครับ ส่วนที่วิจารณ์ในเรื่องของโครงการ อย่างเช่น ต้นกล้าอาชีพ ต้นกล้าอาชีพนี่ ท่านบอกว่า แก้ปัญหาไม่ตรงจุดไม่ใช่คนไม่รู้จักวิธีการทํางาน เราไม่ได้คิดอย่างนั้นละครับ เราคิดว่าเวลาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ คนจํานวนหนึ่งตกงานหรือว่างงาน เพราะ สถานประกอบการของเขาหรือโรงงานของเขาผลิตสินค้าแล้วขายไม่ได้ ถามว่าวันนี้เราจะ หางานให้เขาที่มันตรงกับงานเดิมของเขาเปึนไปได้ไหมครับ ถ้ามันเปึนไปได้เขาไม่ตกงาน ตั้งแต่แรกครับ เพราะสิ่งที่เขาทําเขาจะมีตลาดมีอะไรอยู่ ก็ไม่ถูกเลิกจ้าง เราก็จึงเป่ด โอกาสให้คนเหล่านี้เขามาแสวงหาทักษะฝ้มือใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวเองเข้าไปสู่อาชีพใหม่ได้ และต้นกล้าอาชีพเขาทําสิ่งนี้ เดือนแรกอาจจะต่ํากว่าเปัาครับ แต่เดือนที่สองเปึนมา เปึนไปตามเปัาหมายทุกประการ ฝ๊กไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ คนบ้างอะไรบ้าง มีที่จะช่วย โรงเรียนด้วยในการฝ๊กเด็กอีกจํานวนหนึ่งไปทํางานธุรการในโรงเรียน แล้วรัฐบาลก็มีมติ ครม. ตอนนี้อนุมัติต่อไปว่าจะมีการจ้างช่วยการทํางานธุรการในโรงเรียน เพื่อคืนครูให้ นักเรียน ก็เปึนประโยชน์เปึนไปตามเปัาหมายและเปึนไปตามเปัาหมายและขณะเดียวกัน ก็มีส่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนและกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย ส่วนกรณีปัญหาที่ เกิดขึ้นที่มาบตาพุด หรือในเรื่องของสิ่งแวดล้อม กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ปัญหาที่ เกิดขึ้นขณะนี้มีผลสืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ครับ ที่ยังสร้างความสับสน ให้กับนักลงทุนภาคเอกชนแล้วก็หน่วยราชการอยู่ เพราะว่าในมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ กําหนดให้การดําเนินโครงการต่าง ๆ ต้องผ่านกระบวนการของการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน มีการประเมินเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยมีเรื่องขององค์กรอิสระด้าน สิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ด้วย ตรงนี้ครับ กําลังหาข้อยุติในทางกฎหมายเพื่อไม่ให้มีปัญหาเปึน คดีขึ้นศาลปกครองละครับ พูดง่าย ๆ หรือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็กําลังเร่งแก้ไข เอกชนก็ เข้าใจขั้นตอนในการทํางานตรงนี้ เพราะแนวทางการทํางานของผมนั้นเป่ดโอกาสให้ เอกชนเข้ามาร้องเรียนปัญหาได้ ผ่าน กรอ. และผ่านเวทีอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ก็กําลังแก้ไขปัญหาของนักลงทุนต่าง ๆ ตรงนี้พร้อม ๆ กันไปในตัว
ส่วนประเด็นนโยบายทางด้านอื่น ๆ นะครับ อย่างเช่น ปัญหาภาคใต้ ความจริงผมชี้แจงไปแล้วรอบหนึ่งแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็คงจะได้มีการใช้สิทธิในเวลาที่เหมาะสมต่อไป
มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องยาเสพติด ผมยอมรับครับว่าวันนี้เปึนงานที่ผมยัง ไม่พอใจ ต้องทํามากกว่านี้ แต่ถามว่าที่ทํามาทําไม่จริงจัง ทําไม่ได้ผลเลยหรือเปล่า ผมก็ อยากจะกราบเรียนว่า
ประการแรก เราได้มีการบูรณาการงานทางด้านนี้เอา กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) เข้ามารับกับ ป.ป.ส. (สํานักงานคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) ในการดําเนินการ ทํางานทั้งทางด้านการปราบปราม และการปัองกันพร้อม ๆ กันไป ภายใต้งบประมาณที่จํากัด แต่ภายใต้งบประมาณที่จํากัด ตั้งแต่ผมประกาศนโยบายเรื่องนี้ในเดือนมีนาคมต่อเนื่องมาถึงเดือนพฤษภาคมนั้นเทียบ กับป้ที่แล้วการจับกุมยาเสพติดนั้นเพิ่มขึ้น ถ้าเปึนจํานวนรายเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙ ถ้าเปึน ของกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๒ ครับที่ยึดได้ นั่นหมายถึงว่าเราจับรายใหญ่ด้วยครับ โดยไม่ไปฆ่าตัดตอน โดยไม่ไปละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ละเมิดสิทธิมนุษยชนของ พี่น้องประชาชนซึ่งหลายคนเปึนผู้บริสุทธิ์และเปึนเหยื่อของสงครามยาเสพติดอย่างที่ ไม่ควรจะเปึน แล้วก็เปึนคดีความจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางการทํางาน แต่อย่างที่ผมกราบเรียน ผมทราบความทุกข์ของพี่น้องประชาชนเรื่องนี้ ยังร้องเรียนเข้ามา โดยตลอดว่าปัญหายาเสพติดยังเปึนปัญหาที่หนักหน่วงและเราก็จะต้องมีการปรับปรุงให้ ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหาซึ่งยังมีเสียงร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างมากว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งเปึนเรื่องที่เรายอมไม่ได้ ผมเองได้ปรารภเรื่องนี้ กับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปอีกครั้งหนึ่ง มีการจัดการประชุมแล้วก็จะเข้มงวด กวดขันเพื่อทําเรื่องนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า เหตุผลในการจัดงบประมาณงานต่าง ๆ ที่ได้มีการสนับสนุนทางด้านเงิน ต่าง ๆ เข้าไป จะเปึนเงินงบประมาณหรือนอกงบประมาณนั้น มันมีความชัดเจนอยู่ในตัว ส่วนการหารายได้นี่ ที่จริงผมก็พูดเกือบทุกวันแหละครับ ท่านจะฟังหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ว่าที่ท่านพูดในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ท่านพูดในเรื่องของการปรับโครงสร้างทาง การเกษตรอะไรทั้งหลายนี่ ล้วนแล้วแต่เปึนสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้ว แม้กระทั่งเรื่องอิสราเอล ที่ท่านกําลังจะชูเปึนประเด็นใหญ่นี่ ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พูดเรื่องนี้ตั้งแต่ เปึนอยู่ใน ครม. เงา แล้วก็ทําเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว แล้วก็จะกําลังดู เพื่อทําในเรื่องของโครงสร้างของพี่น้องเกษตรกรที่จะรวมตัวกัน แล้วก็ใช้ประโยชน์จาก โครงการในลักษณะอย่างนี้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ภายใต้ข้อจํากัดทาง การเงินการคลัง สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก หลายอย่างที่จัดงบประมาณ ไม่ต้องถาม ท่านละครับ ถามผมก็ไม่ถูกใจ แล้วไม่มีทางพอใจ สะใจได้แน่นอนแหละครับ เงินอีกหลายอย่าง ที่ผมอยากจะสนับสนุนไป ก็เปึนช่วงที่เรายังคงต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง มีเรื่องของ โครงการไทยเข้มแข็งเงินกู้เข้ามา ผมไม่ไปท้าทายอะไรท่าน แล้วผมก็ไม่ไปพูดจา ในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามท่านครับ ก็ยังนึกขอบคุณว่าท่านบอกว่าพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งซึ่งไม่ค่อยชอบใจผม เห็นผมทางโทรทัศน์ก็กดรีโมทหนี ที่นึกดีใจเพราะว่าในอดีต มีหลายคนที่เปึนรัฐมนตรีแล้วโผล่ทางโทรทัศน์ชาวบ้านไม่ใช้รีโมทครับ ใช้อย่างอื่นครับ ขอขอบพระคุณครับ