สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

โสภณ ซารัมย์ โพธิกรการของท่านประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเน้นย้ำถึงความห่วงใยของกระทรวงคมนาคมต่อประชาชน โดยเฉพาะในชนบทและกรุงเทพฯ พร้อมเสนอแผนการสนับสนุน รวมถึงหารือเรื่องรถเมล์ โดยมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของขสมก. และการขอเอกชนเข้ามาบริหาร

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงข้ออภิปรายของท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ตั้งแต่เช้าที่ กระผมได้นั่งฟังอยู่ตลอดเวลา โดยประเด็นที่จะสรุปดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องแรกที่สรุปได้ก็คือ เหมือนว่าภารกิจของกระทรวงคมนาคมที่กระผม รับผิดชอบอยู่นี้ ไม่ได้ดูแลพี่น้องในชนบท เหมือนว่ากระผมได้ดูแลเฉพาะพี่น้องใน กทม. มาสร้างรถไฟสายต่าง ๆ อย่างที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายที่ได้ฟังมา กระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า โดยข้อเท็จจริงเอง ตัวกระผมเองก็เปึนรัฐมนตรี บ้านนอกอยู่แล้ว ฉะนั้นความห่วงใยความเดือดร้อนที่กระผมมีต่อพี่น้องชาวชนบทที่มีอยู่ เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่อยากกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ งานที่ แยกออกระหว่างการขนส่งของประเทศเราก็คืองานของพี่น้องในชนบทกับงานเมือง วันนี้ ถึงอย่างไรเราก็ต้องพัฒนาเมือง ท่านอาจจะมองว่าทําไมถึงสร้างรถไฟสายสีน้ําเงิน สีม่วง สีแดงที่เปึนตัวเลข ถ้ารวม ๆ แล้วก็ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งานเหล่านี้เปึน การพัฒนาศักยภาพของกรุงเทพฯ เปึนงานพัฒนาเมือง เพื่อให้แข่งขันกับเมืองอื่น ๆ ได้ และงานเหล่านี้ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลใดที่มาอยู่ ณ ขณะนี้ก็ต้องทําต่อ ไม่ว่าจะเปึนสีน้ําเงิน ไม่ว่าจะเปึนสีม่วงหรือ สีแดง กลับตรงกันข้ามผมเองต้องมาแก้ไขในงานที่ไม่เรียบร้อย อย่างเช่น งานรถไฟสายสีแดง ที่อย่างตลิ่งชันไปบางซื่อ บางซื่อ-ตลิ่งชัน สร้างทางไว้ แต่ไม่ได้ตั้งงบซื้อตัวรถ อย่างนี้เราก็ มาตั้งงบนะครับ ฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าถึงแม้จะมีการพูดถึงเรื่องการใช้เงินใน กรุงเทพฯ ใน กทม. ที่เปึนรถไฟสายต่าง ๆ เปึนจํานวนเงินป้นี้ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันงานของกระทรวงคมนาคมที่แยกออกเปึน ถนนทางหลวงชนบท เมื่อวานก็ต้องกราบขอบคุณท่านสมาชิกสภานี้ที่ได้ผ่าน พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. งบประมาณ งานของทางหลวงชนบทที่มีแบบสํารวจอยู่แล้ว กระผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานนะครับว่าใน พ.ร.บ. ที่ผ่านเมื่อวานนี้ ในภารกิจของกระทรวงคมนาคมมีแบบ เรียบร้อยแล้วครับ มีรายละเอียดเรียบร้อย เราได้ออกแบบสํารวจถนนทางหลวงชนบทไว้ ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งมีแบบเรียบร้อยอยู่ในทุกจังหวัดกระจายรายละเอียดเรียบร้อย มีแล้วครับ วันนี้ พ.ร.ก. พระราชกําหนดได้อนุมัติไป ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นแบบนี้ถึงแม้นแบบจะมีอยู่แล้ว ๗,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ความ เร่งด่วน ความจําเปึนในพระราชกําหนดเราก็ออกให้ เราก็จัดบรรจุความเร่งด่วน ความสําคัญ ความจําเปึน ไป ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ ขอโทษทีครับ เปึน ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ไปบรรจุใน พ.ร.บ. งบประมาณที่อนุมัติเมื่อวาน ฉะนั้นรวมวงเงินส่วนนี้เฉพาะทางหลวงชนบท ก็จะเปึนเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประกอบกับ พ.ร.บ. ที่เราพิจารณาอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือ พ.ร.บ. งบประมาณ เงินของทางหลวงชนบทนี้เราได้มาอีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท และท่านประธานที่เคารพครับ ในงานของกระทรวงคมนาคมไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องที่อยู่ใน ชนบทซึ่งจะทําถนนที่เรียกว่าถนนไร้ฝุ์น และส่วนที่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยถึงเรื่องของทาง หลวงคือเรื่องไฟ เรื่องอะไรทั้งหลาย กระผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในภาวะที่กระผม มานั่งอยู่ตรงที่มีภาวะเศรษฐกิจที่สถานการณ์การเงินของประเทศเปึนอย่างนี้ กระผมก็ได้ ออกนโยบายประหยัด ในการสร้างถนนทางหลวง ทางหลวงแผ่นดินกระผมก็ออกนโยบาย ให้เปึนการลดเฟอร์นิเจอร์ อย่างเช่น เรื่องต้นไม้ เรื่องไฟ ถ้าไม่จําเปึนไม่ต้องไปสร้าง อย่าง ถนน ๔ ช่องจราจร ก็ให้มี ๒ แบบ ส่วนไหนที่จะเปึนในแหล่งท่องเที่ยวที่จะออกเปึน มาตรฐานมีเกาะกลาง ก็ให้ออกมีเกาะกลาง ส่วนไหนที่จะเปึนขยายไหล่ก็ให้ขยายไหล่ แต่เมื่อกระผมไปตรวจราชการที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมไปเห็นถึงความจําเปึน ของถนนทางหลวงที่ต้องใช้ไฟ เมื่อไปเห็นด้วยตากระผมก็กลับมาคิดใหม่ว่าถ้าไฟนี้ จําเปึนต้องมีในเรื่องความปลอดภัยในพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมก็มา เปลี่ยนนโยบายใหม่ว่าในสิ่งไหนที่จําเปึนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไฟก็ยังต้องคงอยู่ ส่วนในชนบทก็จําเปึนต้องมีไฟ แต่เฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้อะไรทั้งหลายถ้าลดได้ต้องลด ฉะนั้น กระผมกราบเรียนว่ากระผมไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะใช้เงินทุกเม็ดที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ให้เปึน ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเปึนพี่น้องประชาชนในชนบทและใน กรุงเทพฯ ฉะนั้นกราบเรียนนะครับว่าสิ่งที่กระผมได้ทําไปในภาวะที่ปัจจุบันนี้ไม่มีอย่างที่ ท่านบอกว่ามีเรื่องสินบนอะไรทั้งหลายที่บางท่านอาจจะเข้าใจ แต่ในอดีตกระผมไม่รู้ครับ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีครับ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาแห่งนี้ว่าวันนี้ในภาวะที่ บ้านเมืองมีวิกฤติทางเศรษฐกิจ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่กระทรวงคมนาคมบริหารจะใช้ เปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนไม่ว่าทั้งกรุงเทพฯ และในชนบท

อีกประการหนึ่งที่กระผมจะต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่ ประเด็นที่จะต้องมากราบเรียนตรงนี้ แต่จําเปึนต้องรบกวนท่านประธานและท่านสมาชิก กระผมอธิบายสั้น ๆ ครับเรื่องรถเมล์ รถเมล์เอ็นจีวี จริง ๆ แล้วกระผมเองไม่ได้สร้างขึ้นมา หนี้ที่ ขสมก. มีอยู่ ๖๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนหนี้มานานแล้วครับ เมื่อกระผมมารับหน้าที่ กระผมก็มีหน้าที่ ทําให้ ขสมก. หยุดขาดทุน ทําให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้รถเมล์เท่าที่ควรจะเปึนในคุณภาพ ประหยัด ตรงเวลา แค่นั้นเองครับ มีหน้าที่อยู่แค่นี้ ก็มาคิดว่าทําไมจะทําได้ คนเขาคิดก่อน ผม แต่ว่ากระผมนี่มาปรับปรุงให้ดีขึ้น รัฐบาลชุดนี้มาปรับปรุงให้ดีขึ้น ดีขึ้นอย่างไรครับ ในอดีตกระผมก็เรียนกับท่านตรง ๆ แหละครับ ตัวเลขที่มันขึ้นลงนี่เหมือนคนบอกว่า ซื้อของในตลาดสด ลดวันละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท อะไรประมาณนี้ จาก ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ลดมา ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ลดก็ลดด้วยดอกเบี้ย จาก ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ลดมาที่ ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท ลดก็ลดด้วยดอกเบี้ย ไม่ได้มีลดประเด็นอื่น ถ้ากระผมจะแต่งตัวเลข กระผมไปแต่งที่ค่าบํารุงรักษาแล้วครับ ค่าบํารุงรักษากระผมบอกว่ากระผมแต่งไม่ได้ เพราะปกติ ขสมก. เขาก็ซ่อมบํารุงอยู่ที่กิโลเมตรละ ๗ บาท มันก็ลดไม่ได้ สรุปความเรื่อง รถเมล์อย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สรุปความก็คือให้เอกชนเอารถมาวิ่งโดย ขสมก. ตั้งราคากลางไว้ที่ เอารถ ๑ คัน วิ่ง ๓๐๐ กิโลเมตร อย่างน้อย ๓๐๐ กิโลเมตร วิ่งไปครบ ๓๐๐ กิโลเมตร แล้วเก็บค่าโดยสารเท่าไร จ่ายได้ เราตั้งราคากลางกันว่า ใครก็ตามที่จะเอารถมาวิ่งโครงการนี้ต้องเสนอราคาไม่เกิน ๔,๐๐๐ กว่าบาท ความหมาย ก็คือ วิ่งรถ ๓๐๐ กิโลเมตรต่อวัน ต่อคัน เก็บค่าโดยสารเท่าไร จ่ายไปประมาณสัก ๔,๐๐๐ ที่เหลือ ขสมก. เอา รถที่ว่าก็ต้องเปึนรถตามสเปก เอาตั้งแต่กันกระเทือน ถุงลม มีจีพีอาร์เอส (GPRS) มีจีพีเอส (GPS) เพื่อติดตามว่ารถจอดอยู่ที่ไหน อะไร อย่างไรนี่ครับ ฉะนั้น กระผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ท่านต้องถามว่า ๔,๐๐๐ นี่เอามาจากไหนที่จะจ่าย ค่าเช่า ก็บอกว่าเอามาจากค่าโดยสาร ท่านต้องถามกระผมว่ามันจะได้กําไรจริงหรือเปล่า ณ วันนี้รถเมล์ที่ ณ ปัจจุบันนี้เก็บได้ ๑ วันต่อคันนี่ ๗,๐๐๐ บาทครับ เราก็เชื่อว่าเรามีการ ปรับปรุงเส้นทาง มีการปรับปรุงรถแล้ว วันนี้กระผมกราบเรียนนะครับ สิ่งที่คิดคือคิดได้ กําไรวันละ ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน ต่อคัน คิดอย่างไรครับ ก็คิดว่าค่าเช่ารถก็ประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ค่าจัดการ ค่าดําเนินการ ค่าจ้างพนักงาน ค่าอะไรทั้งหลายแหล่ก็จะอยู่ ประมาณสัก ๔,๐๐๐ บาท รวมกันก็ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ทั้งค่าเชื้อเพลิงอะไรทั้งหลาย คิดว่าเก็บกันเท่าไร วันนี้อยู่ที่ ๗,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนรถดีก็เก็บไว้สักประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๙,๐๐๐ บาท เราก็ได้กําไรหนึ่งวัน ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน ต่อคัน ก็กราบเรียนอย่างนี้ครับ ฉะนั้นกระผมก็เปรียบเทียบให้เห็นว่า เรานี่ไปเช่ารถเอกชนที่เรียกว่ารถทัศนศึกษา ที่เปึน รถแอร์วิ่ง ๑ วัน เราเช่าเขา ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับ ไม่มีจีพีเอส ไม่มีจีพีอาร์เอส ไม่มีเครื่อง เก็บตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ เราเช่า ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าเขามีคนขับให้ ของเราเช่า ๔,๐๐๐ บาท หาคนขับไปเอง ฉะนั้นกระผมก็กราบเรียนว่าเรื่องรถเมล์วันนี้รัฐบาลที่ตัดสินใจให้ สภาพัฒน์ศึกษา ไม่เปึนไรครับ ถ้าสิ่งไหนที่จะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน วันนี้ไม่ใช่ คนกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับที่มาขึ้นรถเมล์ คนบ้านกระผมก็มาขึ้นรถเมล์ ฉะนั้นวันนี้ไม่ใช่ เปึนเรื่องของคนกรุงเทพฯ แล้วครับ เปึนเรื่องของคนทั้งประเทศ ฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานว่า สิ่งที่กระผมทําไปนั้นเปึนประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ