สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

พรทิวา นาคาศัย หารือเรื่องการรับจํานําสินค้าเกษตร โดยอธิบายว่าการรับจํานํานี้มีจุดประสงค์เพื่อพยุงราคาสินค้าและยกระดับสินค้าให้มีราคาสูงขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ดิฉันขออนุญาตใช้ชาร์ทบ้างนะคะเพื่อ จะได้อธิบายให้ท่านสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้วก็พี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ทางบ้านรับชมอยู่นะคะ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะคะ ใคร่ขอเวลาชี้แจง สักเล็กน้อยนะคะในเรื่องของข้อห่วงใยที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีข้อสังเกตนะคะ ซึ่งวันนี้ก็อาจจะต้องขอประทานโทษว่าอาจจะมอมไปหน่อย เพราะว่าจากที่เห็นแล้วมอง ไม่เห็นนี่คือสีจะเลอะเทอะไปหมดแล้วตอนนี้ ในส่วนเรื่องของการรับจํานํานี่นะคะ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อธิบายไปแล้วนะคะ เรียกว่า ๒ วันที่ผ่านมาแล้วก็วันนี้ เมื่อสักครู่นี้เช่นกันนะคะว่า การบริหารราคาสินค้าเกษตรนี่นะคะ ดิฉันอยากทําความ เข้าใจว่านโยบายในการรับจํานํานี่นะคะต้องถือว่าเปึนการรับจํานําที่รัฐใช้งบประมาณ ในการที่จะดึงผลผลิตออกจากตลาดปกตินะคะ บางส่วนตามหลักการนี้คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนั้นก็จะทําให้เกิดความต้องการในตลาดขึ้น เพื่อที่จะให้ราคา ในตลาดให้ผลผลิตมีราคาสูงขึ้น นี่คือประเด็นที่ว่าของการรับจํานํา ซึ่งในแนวทางนี้ก็อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้อธิบายไปนะคะว่าในครอพ (Crop) ใหม่ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นตรงนี้คืออยากจะอธิบายให้ทราบนะคะถึงเรื่องของการรับจํานําเพราะว่า มีบางท่านอาจจะไม่เข้าใจ แล้วก็ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ได้มีการพูดถึง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็คือเกษตรกร ในการที่จะได้รับประโยชน์จากการรับจํานําตรงนี้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ต้องถือว่าวันที่มารับจํานําก็คือสิ้นสุดแล้ว คือได้รับประโยชน์จากตรงนั้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงที่มีคําพูดว่าบางทีนักการเมืองจะมี เรื่องของตรงนี้เรื่องของการรับจํานํา ซึ่งดิฉันคิดว่ามันยากนะคะ เพราะว่ามันเปึนเรื่องของ การรับจํานําโดยรัฐบาล แล้วก็มีคณะกรรมการมากมายในการที่จะดําเนินการ ตรงนี้ผู้ที่ ได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็คือเกษตรกร ในส่วนนี้จึงคิดว่าเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะคะ ซึ่งดิฉันก็คงได้อธิบายมาตอนนี้ ในส่วนของการจํานําสินค้าเกษตรนะคะ เราก็มี จุดประสงค์นะคะอยู่ ๒ ประการ ก็คือ ในเรื่องของเพื่อพยุงราคาสินค้า ในการพยุงราคา สินค้าไม่ให้ราคาตก ตรงนี้ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาลทํามาทุกยุคทุกสมัยนะคะ ในส่วนที่ ๒ ก็คือการยกระดับสินค้าให้มีราคาสูงขึ้นเพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้ยืนหยัดอยู่ได้โดย การดูแลเกษตรกรนั้นก็เปึนสิ่งที่รัฐบาล ไม่ว่าไหน ๆ ก็ทํา แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ให้ความสําคัญ กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ในการรับจํานําสินค้า เกษตรนะคะ รัฐบาลทุกสมัยก็ล้วนแต่ตั้งราคารับจํานําสูงกว่าราคาตลาดเสมอเลยนะคะ ดิฉันใคร่ขอยกตัวอย่างข้าวนี่นะคะ ซึ่งเปึนที่รู้จักกันโดยทั่วไป ท่านประธานคะ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ นะคะ ราคาข้าวเปลือกในตลาด ๔,๓๘๕ บาท ราคารับจํานํา คือ ๕,๑๘๕ บาท ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ข้าวเปลือกในตลาด ๔,๕๑๖ บาท รับจํานําที่ ๕,๒๓๕ บาท ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ข้าวเปลือกในตลาด ๖,๕๑๖ บาท รับจํานําที่ ๗,๐๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๐ ราคาข้าวเปลือกในตลาด ๖,๑๙๗ บาท รับจํานําที่ ๖,๕๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๑ นะคะ ป้ที่แล้วราคาข้าวเปลือกในตลาด ๑๒,๐๐๐ บาท รับจํานํา ๑๔,๐๐๐ บาท ซึ่งก็อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเราก็ดําเนินการตามที่ผ่านมาในส่วนนี้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็อยากจะเพียง เพื่อยืนยันว่า การตั้งราคารับจํานําสูงกว่าราคาตลาดนี้เปึนหลักการที่ได้ปฏิบัติกันมา โดยตลอดตามลําดับ ซึ่งดิฉันเห็นด้วย ส่วนนี้เปึนการช่วยเหลือเกษตรกร แต่เมื่อรัฐบาลมี แนวคิดที่จะเปลี่ยนตรงนี้ ก็ถือว่าเปึนนโยบายของคณะรัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้เห็นชอบในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มองอยู่แล้วว่า วันนี้เราต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยรวมอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเปึนประชากรส่วนใหญ่ของ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อมีการรับจํานําสินค้าเกษตรนะคะ ก็หมายความว่า สินค้าเกษตรก็ต้องเข้ามาอยู่ในความครอบครองของรัฐบาล รัฐบาลก็จึงมีหน้าที่ในการ ที่จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรเหล่านี้เพื่อความเข้าใจตรงกันนะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียน ท่านสั้น ๆ ว่าขอเสนอแผนภาพกับสินค้าเกษตรที่เปรียบเทียบราคาของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งดิฉันคงไม่เอ่ยนะคะว่าเปึนชุดไหน แต่ว่าก็จะเปึนในป้ที่ผ่าน ๆ มา ท่านประธานคะ รัฐบาลที่ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการมาตรการช่วยเหลือ คชก. เปึน ผู้เห็นชอบในการจํานําสินค้าเกษตร ไม่ว่าสินค้าประเภทใด แล้วก็มอบให้ กระทรวงพาณิชย์ดําเนินการโครงการมา จนถึงการระบายนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะให้สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง มีคณะกรรมการรับผิดชอบอย่างครบวงจร ซึ่งคู่ขนานไปกับคณะกรรมการ คชก. ก็คือ คณะกรรมการข้าว ข้าวโพด แล้วก็มันสําปะหลัง ที่จะดูแลภาพรวมนโยบายตลอดจน แหล่งทุนและราคาในการรับจํานํา ขณะที่ คชก. ในยุคนี้ก็จะมีหน้าที่แค่การสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามนะคะ การดําเนินโครงการจํานํา ทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนการผลิต การจํานํา การระบาย ก็จะสิ้นสุดที่คณะรัฐมนตรีทั้งสิ้น ถือเปึนความรับผิดชอบทางการเมืองร่วมกันในฐานะรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายในการรับจํานําสินค้าเกษตร มันก็เปึนธรรมดาที่จะมีต้นทุน ก็จะมี ต้นทุนของรัฐซึ่งก็ประกอบไปด้วย ต้นทุนราคาสินค้า ก็คือเงินที่รัฐจะจ่ายให้เกษตรกรเปึน ค่าสินค้าที่รับจํานํา ต้นทุนที่ ๒ ก็คือ ต้นทุนในการดําเนินโครงการ ก็คือเงินที่รัฐใช้ ประการที่ ๔ คือสถานการณ์ตลาดในประเทศในขณะนั้น ผลผลิตออกมามาก มันล้นตลาดนะคะ ก็ต้องระบายออกบ้าง อันนี้เปึนธรรมดา คือวันนี้การรับจํานําถึงไม่ต้องขาย มันก็ขาดทุนของมันอยู่แล้วในตัว อันนี้ต้องขอเรียนชี้แจงว่า การรับจํานําสูงขายออกไป ในราคาตลาด ก็จากราคาจํานํามาราคาตลาดก็ขาดทุนไปรอบหนึ่งแล้ว จากราคาตลาด จะขายเพื่อให้ได้เท่าทุนมันก็เปึนไปได้ยากเพราะว่าอะไร เพราะว่าสินค้าในตลาดก็มีอยู่ ถ้าคนจะซื้อเขาก็ต้องซื้อสินค้าที่ใหม่กว่า สดกว่า ซึ่งอยู่ในตลาดแทนที่จะมาซื้อสินค้า ซึ่งอยู่ในโกดังของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งกรณีของขั้นตอนการทํางานและก็สินค้าที่เสื่อมสภาพ เพราะว่าเก็บมาเปึนเวลาอย่างน้อย ๆ ก็ครึ่งป้นะคะ ซึ่งตรงนี้อยากจะขอเรียนยืนยันนะคะว่า การทํางานของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาล้วนแต่ต้องใช้นโยบายในการระบายสินค้า เกษตรด้วย ๔ ข้อดังที่ดิฉันได้พูดถึงนะคะ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างแจ้ง อย่างที่เรียนนะคะ ดิฉันขอแสดงแผนภาพการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในส่วน ของป้นี้ ประเด็นที่มีการพูดว่าขายข้าวแล้วขาดทุน ดิฉันอยากชี้ให้เห็นนะคะว่า ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัดนะคะ ราคาตลาด อันนี้ของป้ ๒๕๕๐ ราคาตลาด ๑๖,๕๕๕ บาท มูลค่าขายไปตก ๑๔,๒๐๐ บาท คือเทียบจากส่วนต่างมูลค่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอามาหารก็จะตกว่าขายไปได้ราคา ๑๔,๒๐๐ บาท ก็คือขาดทุน แน่นอน ๒,๐๐๐ กว่าบาท หรือข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนข้าวที่มีปริมาณมากที่สุดใน ตลาด ๙,๗๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่า เรื่องของการขายขาดทุนมันเปึน ธรรมดา เพราะว่าอย่างที่ได้กราบเรียนแล้ว ในป้ ๒๕๕๑ ข้าวปทุม นาปรัง ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ราคาตลาดราคาที่ขายก็ ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวปทุมเช่นกัน ๒๑,๐๐๐ ราคาตลาดคือ ๑๔,๐๐๐ บาท ตัวเลขพวกนี้ ท่านสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของป้ ๒๕๕๑ อีกเช่นกันนะคะ ข้าวปทุม ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทนะคะ ราคาตลาด ราคาเสนอซื้อ ๙,๙๐๐ บาทถึง ๑๓,๕๐๐ บาทนะคะ ราคาตลาดคือ ๒๐,๗๕๐ บาท ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ข้าวปทุม ๒๑,๑๐๐ บาท เสนอชื้อ ๑๔,๑๕๐ บาทถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ป้นี้ที่เปึนประเด็นมากก็คือข้าว อย่างยกตัวอย่างข้าวปทุมธานี ราคาตลาด ๒๒,๐๐๐ บาท เสนอซื้อ ๑๖,๑๐๐ บาทถึง ๑๙,๕๐๐ บาท ปทุมธานี ๒๒,๐๐๐ บาท เสนอซื้อ ๑๖,๐๐๐ บาท ถึง ๑๘,๕๐๐ บาท อันนี้ซึ่งจะชี้ให้เห็นเนื่องจากว่าเมื่อตอนที่ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงก็อยากจะ เรียนชี้แจงว่า การขายขาดทุนนะคะ ในส่วนที่เปึนตัวเลขออกของป้ต่าง ๆ ที่ผ่านมาและก็ ของป้นี้นะคะ ก็อยากจะกราบเรียนว่าราคาขายมันเปึนธรรมดาที่ว่าจะต้องมีประเด็นเรื่อง ของการขาดทุนอย่างที่เรียนแล้วว่าการรับจํานําคือเข้ามามันก็ขาดทุนอยู่แล้ว การขายมัน ก็เปึนธรรมดาว่าขายแล้วก็จะต้องมีการขาดทุน และก็มีการพูดถึงว่าก่อนขาย หลังขายทํา ให้ราคาตก ซึ่งอันนี้ก็ต้องเรียนชี้แจงอย่างนี้นะคะว่า การขายถ้าไม่ขาย สินค้าไม่ออก ตลาด ราคาในตลาดมันก็ดึงมันเปึนธรรมดาอยู่แล้ว นี่คือกลไกตลาดมันก็ทําให้ราคา สูงขึ้น ถึงจะระบายออกไปมันตกมันก็เปึนเรื่องกลไกตลาด เพราะว่าสินค้ามันออกมาก มันก็ต้องตก แต่ที่มีพูดว่า พอขายแล้วราคาตกลงมาเลย ซึ่งมันไม่ใช่ ดิฉันก็มีตัวเลข อีกเช่นกันว่า ขายแล้วมันไม่ได้ตกลงไป แต่ว่าก็คงจะไม่ได้นําเรียน เพราะว่าเดี๋ยวมันอาจจะช้าเกินไป แต่ว่าดิฉันก็มีตัวเลขซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์ (Website) ของกรมการค้าภายอันนี้คือชัดเจนนะคะ ในส่วนของที่เรียนแล้วนะคะ อยากขอเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ว่ายุคใดสมัยใดการที่จะระบายสินค้าเกษตรจําเปึนที่ ต้องยอมรับว่าเรื่องการขาดทุน ซึ่งวัตถุประสงค์เราต้องยอมรับว่าเงินนี่มันไปไหน อยู่ที่เกษตรกร เราต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นเงินไปอยู่ที่เกษตรกร ก็ต้องถือว่าตรงนี้เปึนประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรนะคะ ซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเขาคิด เหมือนกันนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้แล้วดิฉันก็ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ ๑๒ ที่ว่ามีการพูดกันถึงเรื่องการขายข้าวออกไประบายออก จํานวน ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน นี่นะคะ ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตนําเสนอชาร์ทอีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็คงจะไม่พูดนะคะว่า รัฐบาลไหน แต่ว่าจะเปรียบเทียบให้ดูนิดหนึ่งนะคะว่าป้ ๒๕๕๐ ขายขาดทุน ๙๔,๐๙๑ รัฐบาลป้ ๒๕๕๑ ขายส่วนขาดทุนนะคะ ๑๓,๐๐๐ อันนี้เฉลี่ยต่อตันจะตก ๒,๔๐๐ นะคะ รัฐบาลป้ ๒๕๕๑ เฉลี่ยต่อตันจะตก ๔,๙๐๐ ปัจจุบันที่มีการพูดถึงเรื่องการระบายก็ อันนี้ค่ะ ขาดทุน ๗,๙๐๐ เฉลี่ยต่อตัน ๓,๐๙๑ บาทนะคะ ดิฉันคิดว่าต้นทุนของการรับจํานํา แต่ละป้มันไม่เท่ากันนะคะ แล้วก็ใครขายขาดทุนมากขาดทุนน้อยก็ได้ทราบแล้วก็ถือว่า เปึนสิ่งที่แต่ละยุคทุกสมัยนี่ก็คงทําดีที่สุดแล้วนะคะ ดิฉันเข้าใจตรงนี้ พอมาอยู่ตรงนี้ ก็เข้าใจนะคะในความจําเปึน เพราะฉะนั้นการที่วันนี้ต้องขอขึ้นมาพูดเพราะว่ามีการพาดพิง มากเรื่องว่ากรณีว่ามีการได้รับเงินตันละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งดิฉันคิดว่ามันไม่เปึนธรรม ในสิ่งที่พูด ดิฉันพร้อมให้ผู้ที่พูดถึงประเด็นนี้นะคะกล้าออกมาที่จะพูดว่า ท่านยอมแลกกับ ดิฉันไหมคะว่า ถ้าดิฉันมีการทุจริตจริง มีการไม่โปร่งใสจริงที่ท่านพูด ขอให้ท่านแลก การเปึน ส.ส. ของท่านกับดิฉันเอาไหมคะ ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ดิฉันไม่ปรารถนา อยู่แล้วที่จะทําเรื่องของการทุจริตหรือไม่โปร่งใส ถือเปึนนโยบายของดิฉันอยู่แล้วนะคะ ในเรื่องนี้ ตรงนี้ดิฉันต้องกราบเรียนว่าในฐานะที่ดิฉันมารับตําแหน่งที่กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันก็เห็นใจข้าราชการมาก ข้าราชการทุก ๆ ท่านในกระทรวงพาณิชย์ทํางานอย่างหนัก ทํางานอย่างหนักจริง ๆ กําลังคนก็ไม่ค่อยเพียงพอ แล้วก็ไม่มีโอกาสมายืนตอบแบบนี้ ดิฉันถือว่าดิฉันโชคดีที่ได้มามีโอกาสตอบ แต่ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าดิฉันเห็นใจข้าราชการ กระทรวงพาณิชย์มาก ๆ นะคะ โดนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องทุจริตเรื่องอะไร ซึ่งเปึนสิ่งที่เห็นใจว่าเขาไม่สามารถมาตอบได้นะคะ คือตรงนี้อย่างที่เรียนท่านว่าทําไมถึง ต้องมาพูด เพราะว่าในกระบวนการมีการพูดว่า อันนี้ดิฉันอาจจะพูดตรงท้ายนิดหนึ่ง เรื่องของวิธีการนิดหนึ่ง แต่ในส่วนของการได้โชว์สินค้าก็อยากจะบอกว่า คณะกรรมการ ที่ตั้งเมื่อสมัยที่แล้วป้ ๒๕๕๑ องค์การคลังสินค้าเปึนผู้ดําเนินการเดียวเลยนะคะ ในขณะที่ ป้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนประธาน กขช. นะคะ แล้วก็มีทั้งอนุกรรมการ มีคณะทํางาน คือมีผู้แทนจากหน่วยงานหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเปึนผู้แทน อ.ต.ก. อคส. คน. คน. ก็คือ กรมการค้าภายใน คต. คือ กรมค้าต่างประเทศ แล้วก็สํานักนายกรัฐมนตรี ก็มีหมด เพราะฉะนั้นคือขอให้มั่นใจเลยค่ะว่าการดําเนินการมานี่ไม่ได้ทําโดยส่วนที่คิดว่า เปึนการหมกเม็ด เพราะว่าทุกชุดมีคณะกรรมการมากมายนะคะ ท่านประธานคะ ในการ ประมูลข้าวสารของรัฐบาลที่ต่างคนต่างพูดนี่นะคะ ดิฉันก็คิดว่าครั้งที่ผ่านมาวันนี้ที่ดิฉันพูดนี่อยากจะเรียนผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่า การระบายสินค้า ในช่วงนั้นเปึนอย่างไร คือให้แสดงความชัดเจนความโปร่งใสว่าเราทํางานกันอย่างไร ซึ่งตรงนั้นข้อมูลเงื่อนไขที่การประมูลก็คือ เราไม่มีการกําหนดราคาขั้นต่ํา ผู้ส่งออกทุกราย สามารถที่จะเข้าร่วมประมูลได้ อันนี้คือไม่มีการกําหนดราคาขั้นต่ํา แล้วก็เราประกาศขาย เปึนรายคลังเลยนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ตามคุณภาพของข้าวแล้วก็ผู้ส่งออกทุกรายสามารถที่จะ สู้ราคากันได้เต็มที่ ใครให้ราคาสูงสุดก็เอาไป ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป ซึ่งตรงนี้เขาแข่งกัน อยู่แล้ว แล้วการเป่ดประมูลก็ไม่ได้มีหมกเม็ดเลยนะคะ อยู่ต่อหน้าพี่น้องสื่อมวลชน ทุก ๆ ท่านแล้วก็ผู้ที่ร่วมในกระบวนการ ดิฉันอยากจะขออธิบายนิดหนึ่งว่า คือเขาออก ประกาศก่อน อันนี้คือต้องขออนุญาตเล่าขั้นตอนนิดหนึ่ง เพราะข้าราชการท่านไม่มีโอกาส มาตอบนะคะ คือเขาออกประกาศที่จะขาย ผู้สนใจก็เข้ามาฟังคําชี้แจงแล้วก็กลับไปทํา ซองมาเสนอราคา ต่อไปเขาก็ไปจัดทําเอกสารเสนอราคาแล้วก็มายื่นต่อคณะทํางาน พิจารณาระบายข้าวสารอย่างที่ตามนี้ แล้วก็เป่ดซองโดยเป่ดเผยไม่ใช่อย่างที่พูดว่าเอาไป แล้วก็ไปดูราคาแล้วก็กลับมาต่อรองราคาแล้วก็ไม่ให้อะไรอย่างนี้ เดี๋ยวดิฉันจะพูดต่อ เป่ดซองโดยเป่ดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนและผู้เสนอทุกราย ฉะนั้นทุกรายก็จะรู้หมดนะคะว่า ใครเสนอเท่าไร ก่อนเรียกมาต่อรองราคาให้สูงขึ้นคณะทํางานก็ตรวจสอบคุณสมบัติของ บริษัทที่สนใจที่จะเข้าประมูลทุกบริษัท ตรงนี้อย่างไรคะที่เปึนประเด็นว่า การระบาย ข้าวสารครั้งนี้ถือว่าเปึนผู้ที่สนใจเข้ามาประมูลมากที่สุดเลย ถึง ๓๒ ราย มีผู้เสนอราคา สูงสุดที่ชนะการประมูลถึง ๑๗ ราย และในช่วงแรกของการดําเนินการก็มีข่าวออกมา มากมายอย่างที่ทราบกันแล้วนะคะว่า ภาคเอกชนบางรายก็มีผู้สนับสนุนที่เปึน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งดิฉันก็เคารพนับถืออยู่ จะต้องเปึนผู้ชนะ ประมูลทั้งหมดอย่างแน่นอนตามข่าวนะคะ แล้วแถมบอกว่าจะขายได้ คือสื่อก็ลงว่า ขายที่ราคา ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท คืออันนั้น วันนั้นคือข่าวแบบนี้ เพราะฉะนั้น การเสนอราคาที่ซื้อสูงกว่าภาคเอกชนอื่น ๆ คือทั้งหมดเข้าใจว่า ทางบริษัทที่มาประมูล ที่มีอดีตท่านรัฐมนตรีมาเปึนผู้สนับสนุนว่าต้องได้ เพราะฉะนั้นการเสนอราคาที่สูงกว่า ภาคเอกชนอื่น ๆ แต่ท่านประธานคะ ถ้าเปึนอย่างข่าวสารจริง ๆ หรือดิฉันเห็นแก่พวกพ้อง ภาคเอกชนดังกล่าวต้องชนะการประมูล หลักเกณฑ์ ดิฉันถือว่าหลักเกณฑ์ก็คือ หลักเกณฑ์ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าภาคเอกชนดังกล่าวถูกขึ้นบัญชีต้องห้ามทําสัญญา กับองค์การคลังสินค้า เพราะที่ผ่านมาเคยทิ้งสัญญาซื้อข้าวกับองค์การคลังสินค้าทั้งที่ ตนเองก็เปึนผู้ชนะในการประมูลได้ในการขายเมื่อป้ ๒๕๕๑ เปึนการทิ้งสัญญาแล้วก็ผิด ทั้งกฎระเบียบทางราชการ ผลก็คือภาคเอกชนรายนี้ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาประมูล ในที่สุด ก็คือไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนว่าในช่วงเวลาที่ดิฉันรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์ กฎเกณฑ์ก็ต้องย่อมเปึนกฎเกณฑ์ เพื่อนก็เปึนเพื่อน ผู้ที่เคารพก็ต้องผู้ที่ดิฉันยังเคารพ ต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอเรียนต่อไปอีกเล็กน้อยนะคะว่า คณะกรรมการ อย่างที่ได้แสดงให้เห็นก็คือส่วนที่ได้กราบเรียนให้ทราบแล้วว่าเรามีคณะกรรมการ หลายชุดมากอย่างที่ได้พูดถึงว่าป้ก่อนกับป้นี้แตกต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้นในป้นี้ถือว่าเปึนการร่วมกันคิด ร่วมกันทํา มาโดยตลอด ที่สําคัญก็คือ มีหน่วยงานที่เข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเปึนกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ อย่างที่ได้กราบเรียนแล้ว อ.ต.ก. อคส. สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งดิฉันให้ความมั่นใจได้เลย ว่าไม่มีใครที่คิดจะทํานอกลู่นอกทางไปได้แน่นอนนะคะ ท่านประธานคะ จะเห็นได้ว่าการ ดําเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ต้องเป่ดกว้างแล้วก็มีกฎเกณฑ์ไม่เอื้อประโยชน์ ให้กับพวกพ้อง แล้วก็ถูกจังหวะเวลา นั่นหมายความว่าถูกจังหวะเวลาก็คือ ในขณะที่มี การระบายที่ดิฉันได้เซ็นไปในการระบาย ประเทศเวียดนามกับประเทศอินเดียซึ่งเปึน ผู้ผลิตข้าวรายใหญ่เขาไม่ส่งออกในช่วงนั้น การเก็บข้าวไว้นานเขาถือว่าเปึนภาระ ค่าใช้จ่ายของรัฐบาล คืออยากจะชี้ให้เห็นว่าข้าว ข้าวโพด แปังมัน อัตราดอกเบี้ยข้าว ๑๒๒ บาท ค่าเก็บ ๒๙ บาท ปริมาณที่มีอยู่ปัจจุบัน ๕,๗๐๐,๐๐๐ ต่อเดือน ๑๕๑ บาท ต่อตันต่อเดือน จ่ายรวมทั้งหมดก็คือ ๘๐๐ กว่าล้านบาทต่อเดือน ข้าวโพด ๕๖ บาท ๖๐ บาท ปริมาณ ๑ ล้าน ค่าใช้จ่าย ๑๑๖ ล้านบาท แปังมันรวมทั้งหมด ๒๘๔ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เพราะฉะนั้นคูณ ๑๐ เดือนเข้าไปก็เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นที่ว่าเปึนภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐจริง ๆ ซึ่งตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงมันเปึนภาระเกี่ยวกับงบประมาณมากในการรับจํานํา แล้วก็มี สินค้าเก็บไว้นาน แล้วดิฉันก็ขอมีส่วนที่เสริมในเรื่องของ สตง. แล้วก็สํานักงบประมาณ ก็มีความเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งดิฉันก็อยากจะขอนําเสนอนะคะ อันนี้คือสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดินก็ได้พูดถึงว่าการรับจํานําภาระขาดทุนทุกป้จากขายราคาต่ํา อันนี้คือท่าน สตง. ได้มีหนังสือมาถึงกระทรวงพาณิชย์นะคะว่า การที่รัฐบาลไม่สามารถจะจัดการระบายข้าว ได้ในระยะเวลาอันเหมาะสม และมีปริมาณข้าวคงเหลือจัดเก็บอยู่ในคลังสินค้าเปึน จํานวนมาก พบว่าก่อให้เกิดผลกระทบและเสียหายหลายประการ คือรัฐบาลต้องรับภาระ ต้นทุนขาดทุนจากทุกป้จากการจําหน่ายข้าวในราคาต่ํา ข้าวที่จัดเก็บไว้ก็เสื่อมคุณภาพ มีภาวะความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ แล้วข้าวสารก็จะได้รับความเสียหาย การสูญหายหรือ ข้าวขาดบัญชี โรงสีบางแห่งไม่อาจร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกได้ต่อไป เนื่องจาก ไม่มีสถานที่เพียงพอ อันนี้คือ สตง. ในส่วนของสํานักงบประมาณก็ได้มีข้อประเด็นว่า ให้เร่งรัดการระบายสินค้าเกษตรตามโครงการรับจํานําต่าง ๆ เพื่อเปึนการลดค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษา ซึ่งปัจจุบันเปึนภาระต่องบประมาณอย่างมาก อันนี้คือสิ่งที่อยากจะ ชี้ให้เห็นว่าที่ได้ทํามาก็คือเรามองถึงประเด็นหลัก ๆ เหล่านี้ แล้วก็ที่สําคัญขอกราบเรียน ชี้แจงเลยนะคะว่า เราจะเสียส่วนแบ่งตลาดไปอย่างถาวร เพราะว่าจากสํานักข่าวกรอง แห่งชาติก็มีเรื่องของปัจจุบันมีข้าวเข้าโครงการแล้ว ๓.๒ ล้านตัน การบริหารจัดการสต็อก ข้าวของภาครัฐไม่มีความชัดเจน ขณะที่ราคาข้าวของเกษตรกรมีทิศทางลงและมีการ ชะลอซื้อของตลาด สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและการออกสู่ตลาด ผลผลิตประเทศคู่แข่ง ทําให้เปึนปัจจัยเร่งเกษตรกรให้เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล