สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณของกรมชลประทาน โดยเน้นย้ำว่าควรกระจายงบประมาณและพื้นที่ชลประทานให้เป็นธรรมและทั่วถึง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการผลิตผลไม้ โดยให้จังหวัดวางแผนและดำเนินการพร้อมทั้งมีงบประมาณสนับสนุน และยังหารือเรื่องการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 64 (8) เกี่ยวกับการจัดตั้งสภาเกษตรกร

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่กรุณาห่วงใยต่องบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกรมชลประทานเรื่องน้ํา เพราะเรา ทราบดีอยู่แล้วว่าน้ําเปึนปัจจัยการเกษตรที่สําคัญนะครับ ในการพัฒนาแหล่งน้ํา พัฒนา ระบบกรองน้ําก็เปึนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อที่จะให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นนะครับ ถึงแม้ว่าในงบประมาณของกรมชลประทานซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ในกรอบ วงเงินเพียง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็งบลงทุนเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษเท่านั้น นะครับ แต่เรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเห็นความสําคัญ ในเรื่องปัจจัยการผลิตคือเรื่องน้ํา เพราะท่านไปพูดที่ไหนท่านก็บอกว่าให้ความสําคัญ กับเรื่องน้ํา ในเมื่อข้อจํากัดในการตั้งงบประมาณปกติท่านก็ได้กรุณาให้บรรจุไว้ ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ที่จะมาดําเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําในแผน ๓ ป้ดังกล่าวนั้นได้รับจัดสรรเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพื่อจะเปึนการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร เราเอามาทําอะไรบ้างครับในเรื่องของ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ ป้นี้นะครับ เพราะเรามาดูแลในพื้นที่ชลประทานเดิมนะครับ เราต้องยอมรับว่า ในการพัฒนาแหล่งน้ําขนาดใหญ่ซึ่งมันมีข้อจํากัดในการพัฒนาเพราะมีกรอบกติกา นะครับ เราก็มองว่าในเรื่องของพื้นที่ชลประทานเดิมเหล่านี้ถ้าเราสามารถดําเนินการ ระบบแปลงนาให้ดีขึ้น คือทําในเรื่องของกั้นคูน้ํา การจัดรูปที่ดิน ก็จะสามารถผลผลิตไร่ ได้สูงขึ้นถึงประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัมนะครับ นี่คือเรื่องแหล่งน้ํา เราก็ต้องจัดหาในเรื่อง แหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานนะครับ ก็มุ่งในเรื่องขององค์การชลประทานขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่อาจจะมีข้อจํากัดอย่างผมเรียนแล้ว ขนาดกลาง เดี๋ยวนี้ก็มีข้อจํากัด เพราะว่าต้องเรียนตรง ๆ ว่า ๑๐๗ ป้ กรมชลประทานที่ทํามานะครับ พื้นที่ที่ทําสะดวกสบายมันทําไปหมดแล้ว ที่เหลือก็คือพื้นที่ยาก ๆ ที่จะเข้าไปดําเนินการ ผมก็เลยให้แนวทางว่าทําอย่างไรที่เราจะแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรได้รวดเร็ว ก็หันไปมอง ว่าในเรื่องของโครงการชลประทานขนาดเล็กนะครับ หรือโครงการชลประทานขนาดเล็ก เราสร้างไว้แล้วแต่ยังไม่มีระบบกระจายน้ํา สิ่งที่สําคัญที่สุดที่แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ได้เร็วที่สุด คือโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟัานะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่พี่น้องต้องการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องในภาคอีสานนะครับ ซึ่งมีความต้องการอย่างยิ่งในเรื่องสถานีสูบน้ําไฟฟัา ซึ่งทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้นะครับตามแผนไทยเข้มแข็งเราสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ได้ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษนะครับ ซึ่งโดยปกติกรมชลประทานพัฒนาแหล่งน้ําจะ เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ป้ละประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นนะครับ ภายใต้ไทยเข้มแข็งนี้ จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะกระจายไปทั่วทุกพื้นที่นะครับ ซึ่งนโยบายท่านนายกอภิสิทธิ์ท่านได้เรียนว่าขอให้กระจายงบประมาณและกระจายพื้นที่ ชลประทานให้เปึนธรรมและทั่วถึงโดยไม่เลือกฝักเลือกฝ์าย ซึ่งอันนี้ผมก็จะดําเนินการตาม แนวนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายไว้ในเรื่องชลประทานนะครับ

อีกประการหนึ่งนะครับที่พี่น้องเกษตรกรมีปัญหานะครับ ซึ่งด้วยความ ห่วงใยของท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรหลายท่านนะครับในเรื่องของผลไม้นะครับ ซึ่งภารกิจ อันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เปึนผู้รักษาการตามระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบนะครับ ในเรื่องนี้ ผมทราบนะครับว่าปัญหาที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเรื่องผลไม้เราได้รับการจัดสรร งบประมาณไปก็ต่อเมื่อผลไม้ใกล้จะหมดแล้ว หรือผลไม้กําลังกระจุกตัวนะครับ ป้นี้เรา ก็ได้พยายามวางแผนในเรื่องนี้นะครับ เข้าไปก็พยายามจัดทําปฏิทินผลไม้ทุกชนิดว่า ฤดูกาลจะออกมาช่วงไหน อย่างไรนะครับ แนวทางในการจัดกาตรงนี้ผมขออนุญาต กราบเรียนนโยบายของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้เราไม่ได้มุ่งหวัง เข้าไปแทรกแซงราคา เรามุ่งหวังที่จะให้จังหวัดเปึนผู้จัดทําแผนแก้ไขปัญหา เพราะว่า จังหวัดเปึนผู้ที่รู้ปัญหาต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัด เมื่อจังหวัดทําแผนโดยบูรณาการกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด คณะกรรมการผลไม้ก็จะมาพิจารณากลั่นกรองว่า ในส่วนตรงนี้จะให้ความเห็นชอบ แล้วก็จะเสนองบประมาณขอใช้เงินจาก คชก. หรือขอใช้ งบกลางนะครบ เช่น ในภาคตะวันออกเราก็ได้แก้ไขปัญหาโดยใช้งบกลางไปแล้วนะครับ โดยใช้วงเงิน ๑๓๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งกรุณาให้ใช้งบกลางนะครับ ในเรื่องของภาคใต้ ก็เช่นกันนะครับ เพราะว่าฤดูกาลผลไม้ก็เริ่มมากรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ภาคใต้เราก็ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก คชก. แล้วเช่นกัน ในวงเงินประมาณ ๓๗๕ ล้านบาท ส่วนภาคเหนือที่จะมาอีกครั้งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความห่วงใยคือ ลําไย ต้องกราบเรียนว่าขณะนี้เราได้เตรียมการวางแผนต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้รับ งบประมาณจาก คชก. เรียบร้อยแล้วในกรอบวงเงินประมาณ ๕๙๐ ล้านบาท ก็เปึนส่วนที่ เปึนเงินยืมประมาณ ๓๗๐ ล้านบาทและจ่ายขาด ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นจะเปึนการ กระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ และขอเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบว่าเม็ดเงิน ต่าง ๆ จะถึงจังหวัดต้นเดือนกรกฎาคมนี้ทั้งเรื่องผลไม้ภาคใต้แล้วก็ในเรื่องของลําไยทาง ภาคเหนือนะครับ นอกจากนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเรามองปัญหาระยะยาวทั้งหมดที่ จะเกิดขึ้นกับผลไม้นะครับ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้เสนอยุทธศาสตร์ผลไม้ ซึ่ง ครม. ได้กรุณาให้อนุมัติในเรื่องของยุทธศาสตร์ผลไม้เพื่อที่จะแก้ไขผลไม้ทั้งระบบ ในโอกาสต่อไปนะครับ

อีกเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีความห่วงใยในเรื่องของสภา เกษตรกรแห่งชาติ เรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเปึนเรื่องที่จะต้อง ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๔ (๘) ซึ่งบัญญัติให้มีการจัดทํา ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการเรื่องนี้มาตามลําดับตั้งแต่อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็ได้ดําเนินการ ทําเรื่องนี้มา ในการทําร่างอันนี้เราเห็นว่าสภาเกษตรกรก็เปึนบ้านของเกษตรกร เพราะฉะนั้นก็ต้องให้เจ้าของบ้านเปึนผู้ออกแบบ เราก็ได้ไปดําเนินการรับฟังความคิดเห็น มาโดยตลอดเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าใจในปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ดําเนินการมาจนถึงขณะนี้ รัฐบาลก็เสนอกฎหมายนี้อยู่ในการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรแล้วนะครับในเรื่องของสภาเกษตรกรครับ ผมก็ขออยากฝากในเรื่องนี้ กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอกรุณาได้เร่งรัดได้ดูในเรื่องของสภาเกษตรกรด้วย นะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ