สืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองของไทย สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ เสนอการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจโดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในแหล่งน้ำ ถนน โรงพยาบาล และโรงเรียนใหม่ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการดังกล่าว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเองนั้น ได้รับมอบหมายให้อภิปรายงบประมาณฉบับนี้ในภาพรวมครับ เปึนที่ทราบกันดีครับว่า ปัจจุบันนี้สภาวะเศรษฐกิจโลกนั้นมีการวิกฤติอย่างรุนแรง กล่าวคือในประวัติศาสตร์มวล มนุษยชาติมีไม่กี่ครั้งครับที่เราจะประสบวิกฤติปัญหาขณะนี้นะครับ แล้วก็ต้นตอหรือ สาเหตุของวิกฤติในขณะนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งเปึนการเกิดต้นเหตุ จากวิกฤตการณ์ทางการเงินซึ่งมีสาเหตุมาจากการค้ําประกันสินเชื่อรายย่อยทางด้าน อสังหาริมทรัพย์แล้วก็ลามไปถึงทั่วโลก เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเปึนประเทศ ผู้ซื้อรายใหญ่ของโลกนะครับ ประเทศไทยมีการพึ่งพิงการส่งออกอย่างมากครับกล่าวคือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นมาจากการส่งออกนะครับ แต่ว่าวิกฤติทางเศรษฐกิจโลกซึ่งเรา โดนกันทั่วโลกในคราวนี้นั้น ประเทศไทยนั้นหนักกว่าครับ เพราะว่าเรามีวิกฤตการณ์ทาง การเมืองด้วยนะครับ เรามีปัญหาของผู้ชุมนุมต่อเนื่องกันมาหลายครั้งนะครับ ซึ่งผมเองนั้น ในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีนั้น ก็มีความรู้สึกเสียใจที่การประชุมที่เปึนการ แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจให้คนทั้งภูมิภาค คนทั้งโลก คือการประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่จัดขึ้นที่พัทยานั้นได้ล้มเลิกลงไปนะครับ เพราะเหตุการณ์รุนแรงที่ เกิดขึ้นแล้วก็เกี่ยวเนื่องกันครับ เกี่ยวเนื่องกันที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันดีว่า คนไทยทั้งประเทศนั้นเสียหายอย่างมากนะครับ แต่ว่าการอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่ารัฐบาลพยายามทําอย่างสุดความสามารถครับ ถ้าเลือกได้อย่างที่ผมกล่าว ข้างต้นคงไม่มีใครอยากมาเปึนรัฐบาลในช่วงนี้ เพราะว่าปัญหาทุกอย่างรุมเร้า แต่ผมก็ต้อง บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคที่โชคไม่ค่อยดี เราเข้ามาทุกครั้งเราจะประสบปัญหา วิกฤติทุกครั้ง คือต้องอาสาเข้ามาแก้ปัญหาแทนพี่น้องประชาชนทั้งชาติ แต่พวกเราก็ยินดีครับ ในอีกมุมมองนั้นบอกว่าเปึนความโชคร้ายของพวกผมพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็คือเปึนโอกาสของประเทศไทย เปึนโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ได้ผู้นํามาบริหาร ประเทศอย่างโปร่งใส ตั้งใจทํางานแล้วก็ทุ่มเทนะครับ ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไป ถึงท่านผู้ฟังทางบ้าน ท่านผู้ชม ว่ารัฐบาลในขณะนี้กําลังทําอะไรอยู่ สิ่งที่ผมบอกว่า ประเทศชาติของเรานั้นบริหารประเทศแตกต่างกับการบริหารเงินด้านปัจเจกบุคคล พอสมควร กล่าวคือในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจนั้นถ้าเปึนบุคคลธรรมดาเขาก็ต้องรัดเข็มขัด ลดรายจ่ายในส่วนที่ไม่จําเปึน แต่ถ้าเปึนรัฐบาลทําในทางตรงกันข้ามครับ งบประมาณ สิ่งที่ดีที่รัฐบาลที่ดีพึงกระทํานั้นก็คือ เราจะต้องทํางบประมาณต่อต้านวัฏจักรทาง เศรษฐกิจ หมายความว่า ถ้าในช่วงที่เศรษฐกิจดีนั้น รัฐบาลที่ดีก็ไม่ควรไปแทรกแซงก็ควร กํากับดูแลอยู่ห่าง ๆ เพราะระดับทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมนั้นในแต่ละ ประเทศนั้นก็แตกต่างกันไป ถ้ารัฐบาลเข้าไปแทรกแซงมากเกินก็จะเกิดเงินเฟัอขึ้น แต่ถ้าเกิดน้อยเกินก็เปึนการใช้ ประสิทธิภาพหรือโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เหมาะสมนะครับ ซึ่งผมก็ต้องกราบเรียนว่า ในขณะนี้รัฐบาลประสบปัญหาทั่วโลกนะครับไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แล้วก็เราก็ต้อง บอกว่าการทํางบประมาณแบบต่อต้านวัฏจักรทางเศรษฐกิจนั้นตอนนี้เราต้องทํา งบประมาณขาดดุลครับ แล้วก็ต้องบอกว่าจีดีพีของประเทศไทยนั้นเราก็หวังทางอื่นไม่ได้ เพราะว่าการบริโภคภายในก็หดตัวอย่างมาก กําลังซื้อของผู้บริโภคก็ลดลง การลงทุน ไม่ต้องหวังครับ ส่งออกอย่างที่ผมกราบเรียนข้างต้นว่าเราเองนั้นก็มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะพึ่งได้ในขณะนั้นก็คือการใช้จ่ายภาครัฐ แล้วก็รัฐบาลเองนั้น ในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ก็ทําทุกวิถีทางครับ ถ้าผมจะเปรียบเทียบว่าคนที่อยู่ที่นี่ทุกคนอยู่ใน บ้านเดียวกัน ตอนนี้วิกฤติทางเศรษฐกิจนั้นเปรียบเสมือนไฟไหม้บ้านครับ ไฟไหม้ในครั้งนี้
ขั้นที่ ๑ ที่รัฐบาลทําก็คือช่วยคนในบ้านออกมาก่อน ในบ้านหลังนี้มี คนแข็งแรงไม่เท่ากันครับ อ่อนแอไม่เท่ากัน คนพิการก็มีครับ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านของเราขึ้นนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทําก็คือเอาคนที่อ่อนแอออกมาก่อน ดังนั้นท่านก็จะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลหลาย ๆ อันครับ ไม่ว่าจะเปึนนโยบายเรื่อง เรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งผมต้องบอกว่าเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดมั่นต่อ ๆ กันมา เรื่องการศึกษาเรารอไม่ได้แม้แต่ป้เดียววันเดียวครับ น้อง ๆ หลายคนไม่มีโอกาสทาง การเล่าเรียนก็ได้โอกาสในคราวนี้นะครับ เพราะว่า ๑๒ ล้านคนที่ได้เรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมี คุณภาพ ผมก็ต้องยอมรับว่าในป้แรกนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างนะครับ แต่เชื่อมั่นว่าหลาย ๆ ป้ แล้วก็ต่อเนื่องไปนโยบายนี้จะเปึนที่จดจําของพี่น้องประชนชนครับ สิ่งที่ผมบอกว่า เราต้องช่วยคนที่อยู่ในบ้านที่กําลังอ่อนแออยู่ก็หมายความว่า นโยบายของรัฐบาลที่ทํา ในขณะนี้เราก็จะเห็นว่า เราช่วยเหลือคนที่เปึนคนด้อยโอกาสหรือว่าคนเฒ่าคนแก่นะครับ เพราะว่าผู้ชรานั้นทํางานมาทั้งชีวิตครับ เหน็ดเหนื่อยให้ประเทศชาติ จ่ายภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม บางคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ ฉันไม่เคยจ่ายภาษีเลย ไม่จริงครับ อย่างน้อย ทางอ้อม เดินเข้าไปซื้อของในเซเว่น อีเลฟเว่น ภาษีมูลค่าเพิ่มก็คือภาษีครับ สิ่งเหล่านี้ ก็คือเราต้องบอกว่า รัฐบาลก็ทําครับ ทําทุกวิถีทางเพื่อพยายามเอาคนที่ด้อยโอกาสให้มี โอกาสทางเศรษฐกิจมากที่สุด
ขั้นที่ ๒ ที่รัฐบาลพยายามทําก็คือดับไฟครับ ท่านก็จะเห็นว่าโครงการ ต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเช็คช่วยชาติ ชุมชนพอเพียง ต้นกล้าอาชีพ เปึน การที่เรียกว่าเราต้องพยุงกําลังซื้อของประเทศชาติในขณะนี้ให้มากที่สุด ก็คิดดูครับ ถ้าโรงงานป่ดตัวลง คนว่างงานก็จะเกิดผลกระทบขึ้นมากมาย ผมเองมีเวลาน้อยครับ แล้วก็ถ้าจะเอาสาระในรายละเอียดมีเยอะครับ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ มีมากมายนะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่ตั้งใจมอบให้ประชาชนจริง ๆ
ขั้นที่ ๓ นอกเหนือจากการเอาคนที่บาดเจ็บ อ่อนแอออกจากบ้านแล้ว แล้วเราดับไฟ ขั้นที่ ๓ คือเรื่องไทยเข้มแข็งก็จะเปึนการเรื่องซ่อมบ้านหลังนี้ครับ บ้านหลังนี้ จะเปึนที่อยู่ ที่พักอาศัยของคนรุ่นต่อ ๆ ไปให้ได้เราต้องสร้างบ้านหลังนี้ให้ดี เริ่มต้นนับจาก วันนี้ครับ โครงการไทยเข้มแข็งที่พูดถึงนั้นรัฐบาลก็พยายามจัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ ปรับตัวในภาวะอย่างนี้ เราเรียกว่าเราหยุดนิ่ง ชะลอตัวหรืออาจจะถดถอยเล็กน้อย แต่เชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารจัดการที่ดี จิตใจที่มุ่งมั่นของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทุกท่านจะพาประเทศชาติฟันผ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ครับ ผ่านทางโครงการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนแหล่งน้ํา ถนน โรงพยาบาล โรงเรียนใหม่ ๆ การลงทุนภายใน ๓ ป้ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ๓ ป้นี้เม็ดเงินที่จะลงทุนไป ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งต้องบอกว่าเปึนโอกาสของพี่น้องประชาชนที่จะใช้โอกาสนี้ให้กําลังใจรัฐบาล แล้วก็ต้อง บอกว่าความไม่เข้าใจในชาตินี้มีเยอะนะครับ คนที่ไม่รู้เรื่องภาษาทางเศรษฐกิจบางทีมา วิจารณ์ว่ารัฐบาลทําอะไร ผมก็ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วถ้าอย่างที่ผมกราบเรียนเบื้องต้น สิ่งที่เราทําต้องตรงข้ามกับความคิดของคนที่ใช้จ่ายอยู่ปัจจุบัน รัฐบาลที่ดีก็ต้องกระตุ้น เศรษฐกิจ เงินที่ส่งไปต้องถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุดแล้วก็โปร่งใสและเปึนธรรมนะครับ ผมฝากนิดเดียวครับท่านประธานเนื่องจากมีเวลาน้อย สิ่งที่ผมเปึนห่วง ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือ กลัวว่าเม็ดเงินครั้งนี้จะน้อยเกินไปด้วยซ้ํา
เรื่องที่สอง เรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ก็ต้องขอฝากท่าน รัฐมนตรีและก็คณะรัฐมนตรีทุกท่านไว้ด้วย
ในส่วนของข้อเสนอแนะผมก็อยากจะฝากเปึนส่วนสุดท้ายก็คือ ผมอยาก ให้ท่านเมื่อใช้นโยบายทางการคลังผ่านทางงบประมาณประเทศแล้ว อยากให้ใช้นโยบาย ทางการเงินควบคู่กันไปด้วยครับ คือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายให้อัตราดอกเบี้ย ลดลง ให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง สําหรับวันนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ