ฟาริดา สุไลมาน หารือเรื่องการโหวตในสมัยที่ประชา พรหมนอกเป็นนายกรัฐมนตรี และแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เธอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการอื่นแทนการกู้ยืมเงิน และตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เธอยังวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของรัฐบาลที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และรู้สึกผิดหวังที่จะผ่านงบประมาณในปี 2553
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคมาตุภูมิ ท่านประธานคะ ในการโหวต (Vote) นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคมนั้น ดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่ยกมือให้ การสนับสนุนท่านประชา พรหมนอก แล้วก็เหตุผลดิฉันไม่ยกมือสนับสนุนท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ด้วยเหตุผล ๒ ประการ นั่นก็คือ ว่า
ประการแรก ดิฉันไม่อาจทําลายความรู้สึกของพี่น้องประชาชนภาคอีสาน ได้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับพรรค พลังประชาชน ที่เขามีความเชื่อมั่นในนโยบายของการบริหารประเทศของพรรค พลังประชาชน
และประการที่ ๒ ดิฉันไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของพรรค ประชาธิปัตย์ เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาต เพราะ ส่วนใหญ่แล้วทั้งประชาชนก็เห็นว่ามีความเหมาะสมในการเปึนซีกฝ์ายค้านมากกว่าการที่ จะเข้ามาเปึนฝ์ายบริหาร อันนี้เปึนความรู้สึกเปึนเหตุผลส่วนหนึ่งที่ดิฉันให้การโหวตท่าน ประชา พรหมนอก
แล้วก็ประการที่ ๓ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ดิฉันไม่สบายใจถ้าเกิดว่าโหวต แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดพรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาล สิ่งที่เปึนความหนักใจที่สุดก็คือว่า ดิฉันเกรงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมากู้เงิน แต่อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มา เปึนรัฐบาล ดิฉันก็ให้การสนับสนุนแล้วก็ให้กําลังใจในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งที่เข้าใจ ในสถานการณ์ เหตุการณ์ของวิกฤติสถานการณ์ของประเทศชาติและสถานการณ์ของโลก ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเหตุการณ์เศรษฐกิจและเหตุการณ์ของความแตกแยกของคน ในชาติ ตลอดระยะเวลา ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น คนไทยเกิดความรู้สึก ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือความรู้สึกดีใจที่รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาเปึน รัฐบาลและได้มาเปึนนายกรัฐมนตรี ความรู้สึกนั้นดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ได้ นึกถึงที่มาของการเปึนรัฐบาลว่ามีที่มาของความชอบธรรมหรือไม่ หลาย ๆ คนให้การ สนับสนุน หลายคนให้กําลังใจโดยลืมสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อผ่านมา ๖ เดือน ความรู้สึกของ ประชาชนจากความรู้สึกดีใจกลับเปึนความรู้สึกของความผิดหวัง ที่ดิฉันจําเปึนที่จะต้อง กล่าวความรู้สึกนี้ เพราะ ๖ เดือนของการบริหารงานภายใต้การบริหารงานของท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งวันนี้สภาแห่งนี้จะต้องผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ซึ่งตลอดระยะเวลาภายในสัปดาห์นี้ ท่านสมาชิกสภาอันทรงเกียรติก็ได้มีการ พิจารณางบประมาณราชการแผ่นดิน รวมทั้งงบเงินกู้ด้วย ซึ่งก็คงไม่ได้ทําให้ดิฉันผิดหวัง ที่ไม่ได้โหวตท่าน เพราะสภาแห่งนี้เพิ่งผ่านงบประมาณมาให้ในการกู้เงินบริหารราชการ แผ่นดินเปึนเงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสองวันที่แล้ว แล้วก็ในป้ ๒๕๕๒ อีก ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในวันนี้ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมระยะเวลา ๖ เดือนนั้น เราจะต้องรับภาระรับผิดชอบเงินกู้ทั้งในประเทศแล้วก็ ต่างประเทศรวมเบ็ดเสร็จร่วม ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นจาก เหตุผลต่าง ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวมานั้น ในการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น ดิฉันจึงเกิด ความไม่มั่นใจ และดิฉันจึงเกิดความรู้สึกที่ไม่สบายใจ แล้วก็ส่วนหนึ่งก็คือว่ามีความ ลําบากใจที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้ค่ะท่านประธานคะ
ข้อ ๑ จากการพิจารณางบประมาณเงินกู้ เราได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่มี แผนงานที่ชัดเจน แล้วก็เร่งนํางบประมาณเหล่านี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร อย่างเช่น กรณี งบประมาณล่าสุดที่เราพูดถึง ท่านสมาชิกพูดถึงก็คือ งบเรียนฟรี ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศดีใจที่จะได้ลูกหลานเรียนโดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่เมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับโทรศัพท์ จากพี่น้องในอําเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า ไหนล่ะที่รัฐบาลบอกว่าจะเรียนฟรี วันนี้เขาไปโรงเรียนเขาจะต้องจ่ายเงิน ๑,๔๐๐ บาท เมื่อเช้าลูกชายของคนขับรถบอกว่า เขาจะต้องไปเสียเงินอีก ๕,๐๐๐ บาท แล้วไหนล่ะรัฐบาลบอกว่ารัฐบาลให้เรียนฟรี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ในนโยบายที่บอกมานั้นทําให้ดิฉันเกิดความไม่เชื่อมั่นว่านโยบายที่ ออกมานั้นจะทําได้จริงแล้วก็เปึนการใช้ที่ไม่ได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือตามนโยบาย ที่กล่าวเอาไว้
ประการที่ ๒ ในเรื่องของวินัยการเงินการคลัง ดิฉันไม่มั่นใจ เพราะรัฐบาล ไม่มีที่มาของเม็ดเงินว่ากู้เงินแล้วรัฐบาลจะใช้หนี้ได้เมื่อไร รัฐบาลจะต้องตอบว่ารัฐบาล จะหาเงินให้กับประเทศได้อย่างไร ดิฉันอยากจะถามว่าก่อนที่จะกู้เงินทําไมรัฐบาลไม่เรียก ในส่วนของนอกงบประมาณ ซึ่งมีอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อีกมากมาย หรือแม้แต่กรณีของการขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับประชาชน ทําไมรัฐบาลไม่ใช้มาตรการ เหล่านี้แทนที่จะให้ประชาชนต้องรับภาระหนี้ที่เขาไม่อยากจะก่อให้กับประเทศชาติ
ประการที่ ๓ ดิฉันถือว่ารัฐบาลใช้งบประมาณอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก เห็นได้ จากกรณีของงบประมาณการแจกให้กับประชาชน ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งพูดกันอย่างมากมาย ว่าแม้แต่คนที่ไม่มีรายได้แทนที่เขาจะได้รับเงินเหล่านี้เขากลับไม่ได้รับเงิน รัฐบาลน่าที่จะดู ในส่วนของนโยบายสิ่งที่ดี ๆ ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ได้ทําไปแล้ว การขึ้น ทะเบียนคนจน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ทําไมรัฐบาลไม่เอาบัญชีเหล่านี้มาเปึนฐานในการ พิจารณาในส่วนของเกณฑ์การพิจารณาในการพิจารณาคนจนที่แจกเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท ดิฉันได้ฟังการอภิปรายของท่านเชาวรินซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าท่าน เองก็ได้รับเช็คช่วยชาติเปึนจํานวน ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งมันน่าสะท้อนใจแล้วก็น่าเสียใจ ให้กับคนจนทั้งประเทศของเรานะคะ
ประการที่ ๔ ที่ไม่สบายใจก็คือว่า ทราบว่ามีการโยกงบประมาณแผ่นดิน ทั้งที่ผ่านงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎรมาเรียบร้อยแล้ว แล้วดิฉันจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่างบประมาณที่กําลังจะผ่านสภาในวันนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอีก
ประการที่ ๕ ก็คือ เกิดมีการเลือกปฏิบัติ เราพูดกันเยอะในสภาแห่งนี้ว่า พวกเราเอง ส.ส. ซีกฝ์ายค้านเอง หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส. สุรินทร์เองได้โหวต ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่าบางส่วนก็อาจจะไม่พอใจกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่ได้รับงบประมาณส่วนนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณา แล้วก็จะต้องมีความรับผิดชอบในการที่ท่านบอกว่า ท่านจะใช้งบประมาณอย่างทั่วถึง แล้วก็อย่างเปึนธรรมให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศในฐานะที่พวกเรานั้นเปึนตัวแทน ของประชาชนคนไทย
ประการที่ ๖ นั่นก็คือว่า การใช้งบประมาณนั้นไม่ได้คํานึงถึงคนส่วนใหญ่ ของประเทศ ดิฉันอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์เปึนจังหวัดที่ปลูกข้าวมากที่สุดในภาคอีสาน แต่ว่า กว่าที่ประชาชนในภาคอีสาน โดยเฉพาะชาวนาซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของชาตินั้นจะได้ ในส่วนของอาชีพเหล่านี้เขาจะต้องอยู่ได้ด้วยแหล่งน้ํา เรามีความคาดหวังว่าในส่วนของ ชลประทานในระบบท่อจะได้มาในงบประมาณชุดนี้ แต่ว่าก็เปล่าเลย ดิฉันเสียใจแทน พี่น้องคนจนภาคอีสาน แต่ก็รู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้ทุ่มเทให้กับงบประมาณส่วนกลางเปึน ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของงบในส่วนของรถไฟฟัาเอยอะไรก็ตามที ดิฉันถือว่า ในส่วนนี้เสียใจแทนคนรากหญ้าที่ท่านต้องใช้งบประมาณส่วนนี้อย่างน้อยนิดในการ จัดสรรให้กับรัฐบาล
ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือว่า ดิฉันถือว่างบประมาณ ที่รัฐบาลจัดไปนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกรณีของการจัดงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่พูดกันอย่างมากมาย
ท่านประธานคะ ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากนั่นก็คือว่า ในวันนี้เวลาเที่ยงคืน สภาแห่งนี้จะต้องอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ดิฉันรู้สึกผิดหวัง ดิฉันรู้สึกเสียใจ แทนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๖๓ ล้านคน ที่วันรุ่งขึ้นพรุ่งนี้ท่านจะต้องรับภาระหนี้สาธารณะ ที่ก่อให้เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เปึนจํานวนเงินถึง ๘๐,๐๐๐ บาทต่อคนนะคะท่านประธาน รู้สึก เสียใจในการที่จะผ่านงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ กราบขอบพระคุณค่ะ