สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการกู้เงิน 1,150,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายรายละเอียดที่จะใช้เงินกู้นั้น พร้อมอ้างว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่สมควรได้รับงบประมาณ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่สม่ำเสมอ และมีการตั้งข้อหาคนเสื้อแดง 103 คดี แต่ไม่ดำเนินคดีคนเสื้อสีน้ําเงินและเสื้อเหลือง 240 คดี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกกระผมนั้นได้ทําหน้าที่การเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เพราะตลอดระยะเวลาวันนี้เปึนวันที่ ๔ นั้นได้เกี่ยวข้องกับเงินกู้จํานวน ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ประเด็นที่ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ท่านประธานเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายาวนาน และย่อมไม่ต้องการให้สภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้นั้นมีสภาพเหมือนสภาตรายาง ผมขอเรียนท่านประธานนะครับว่า ทั้ง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ที่มอบหมายให้กับกระทรวงการคลังทั้ง ๒ ฉบับ รวมกระทั่ง ที่จะกู้ต่อไปอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คนไทยที่เปึนเจ้าของประเทศ ๖๓ ล้านคน เขาควรจะรู้ที่มาที่ไปหรือไม่ ท่านประธานนะครับ พวกผมเองก็ยอมรับโดยความเปึนจริงว่าเนื้อหาของ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ความยาวแต่ละฉบับ ๒ หน้ากับนิดหนึ่ง รวมกัน ๒ ฉบับไม่ถึง ๕ หน้านั้น ไม่ได้มี รายละเอียดที่มาที่ไปใด ๆ ทั้งสิ้น การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเมื่อแสดงความ คิดเห็นแล้วรัฐบาลไม่รับฟังก็ใช้ช่องเพื่อให้รัฐบาลได้เกิดความสํานึกมา นั่นคือ วอล์ค เอาท์ ไม่ร่วมในการตั้งเปึนคณะกรรมาธิการร่วม เพราะเมื่อรัฐบาลมีเจตนาที่จะ ปกป่ดไม่บอกเลยว่ากู้ที่ไหนแล้วไปใช้อะไรบ้าง แต่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเขาแบกหนี้นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกกระผมนั้นต้องตัดสินใจเลือกหนทางอย่างนี้ แต่แน่นอนที่สุดเมื่อรัฐบาลไม่มีความสํานึกตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ก่อนหน้านี้ พยายามจะบอกผ่านวิปมาว่าถ้าต้องการจะรู้รายละเอียดให้ไปดูในขั้นตอน คณะกรรมาธิการ แต่พอตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาท่านประธานก็คงจะแลเห็น เหมือนกับผมว่าเปึนการอนุมัติเงินกู้จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รวดเร็วที่สุด ๓ วาระ รวด ผมบอกกับท่านประธานนะครับว่าพวกผมเองต้องการจะพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณ ประชาธิปไตยของคนนั้นเวลาเปึนฝ์ายค้านนี่เปึนประชาธิปไตยอีกอย่าง เปึนรัฐบาลนั้น ก็เปึนอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมได้บอกกับเพื่อน ๆ ว่านี่ไม่ได้กรณีแรกที่พรรคประชาธิปัตย์เปึน รัฐบาลแล้วมีพฤติกรรมแบบนี้ ก่อนหน้านี้สมาชิกพรรคฝ์ายค้านเขาลาออกกันทั้งสภา เหลือเฉพาะ ส.ส. รัฐบาล รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าบริหารประเทศเหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนวุฒิสมาชิกพยายามอธิบายความกันว่าฝ์ายค้านไปเล่นการเมืองกับ รัฐบาลหรือเปล่า บอกว่านี่ไม่ได้เล่นเกมอะไรกันเลย เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถหยุดยั้ง เงินกู้ได้ จึงต้องใช้วิธีการตามสิทธิที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงจะใช้ได้ แต่ปรากฏว่า ผมได้ฟังการอธิบาย บอกว่า พ.ร.ก. อันนี้ในอดีตสมัยป้ ๒๕๔๕ ไปกู้ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเสียอีก ท่านประธานลองไปดูสิครับว่าที่กู้ใช้หนี้กองทุนฟุ๋นฟูนั้นมันเปึนผลพวงจาก ใครไปบริหารประเทศที่ไปป่ดสถาบันการเงิน ขายทรัพย์สิน ปรส. มูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้เพียง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดทุนทันที ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประวัติศาสตร์ มันอธิบายบอก แต่ยังไม่มียางอายมาอธิบายว่าที่เงินกู้ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปออก พ.ร.ก. ก็ไปใช้หนี้จากความเหลวแหลกในการขายสินทรัพย์ไปครับ ผมขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า คดีวันนี้ ดีเอสไอ ดําเนินคดีก็มี เรื่องถึง ป.ป.ช. ก็มี องค์กรอิสระ ที่มีเนื้อหางบประมาณที่ขออนุมัติอย่าง ป.ป.ช. นั้น ผมถามว่าดึงเรื่องการทุจริตเรื่อง ปรส. ไว้ทําไม ทรัพย์สินมูลค่า ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายของประเทศยากคณานับ แต่ปรากฏว่าคดีดึงไว้เงียบ แล้วก็มีการอธิบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากความเสียหาย จากกรณีดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลชุดนี้มีเรื่องกู้กับกู้ ผมถาม ว่าคนไทยอย่างพวกผมไม่มีความรู้สึกหรือครับท่านประธาน รัฐบาลบอกว่าจะกู้เงินจาก ธนาคารหรือสถาบันการเงินภายในประเทศ ดูหน้าคนในรัฐบาล นามสกุล โสภณพนิช นี่ก็แบงก์กรุงเทพ นามสกุล ล่ําซํา นี่ก็กสิกรไทย เทือกเหล่ากอบางคนก็มาจาก ล่ําซํา มันอธิบายอะไรท่านประธานครับ ธนาคารรับฝากเงินบางประเภทดอกเบี้ยยังไม่ถึงร้อยละ ๑ เลย แต่เมื่อให้กู้ร้อยละ ๖ ร้อยละ ๗ ความที่ได้ประโยชน์อันนี้นี่นะครับ พวกผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านไม่อาจจะยอมรับได้ เพราะท้ายที่สุดธนาคารที่มีญาติโก คนในรัฐบาลนั้นจะมีพฤติกรรมเหมือนคราวทําเช็คช่วยชาติ ผลต่างจากดอกเบี้ยที่เปึน กําไรมโหฬารนั้นมันไม่ใช่เงินปากถุงหรอกครับ มันจะกลายเปึนเงินปากมัน เพราะการไม่ อธิบายให้เจ้าของประเทศเขารับรู้เลยว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นที่เขาจะต้องแบก รับภาระหนี้อันนั้นรัฐบาลจะเอาไปทําอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพ คนที่อธิบายความ เรื่องนี้หลายคนเขาอธิบายว่าสภาที่ทําหน้าที่อนุมัติ ๓ วาระรวดนั้นเหมือนกับตีเช็คเปล่า แล้วให้รัฐบาลไปกรอก จะใช้เงินปูัยี่ปูัยําอย่างไรก็ได้โดยไม่ได้ยึดกติการะเบียบใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การที่วอล์คเอาท์ไม่ร่วม สังฆกรรมตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้วยนั้นพวกผมได้ตัดสินใจถูกแล้วที่จะไม่ยอมไปสมคบ สร้างความผิด ความหายนะให้กับแผ่นดินนี้ แต่หน้าที่ในการอภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ นั้น ผมได้ศึกษากันพอสังเขป และก็จะอธิบายไม่ว่าจะเปึนงบของสํานักนายกรัฐมนตรี ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของกระทรวงกลาโหม ของกระทรวงมหาดไทย ของกระทรวงการต่างประเทศ ตัวเลขอยู่ในงบประมาณกัน ทั้งหมด

หน่วยงานแรกที่ผมจะต้องขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ที่จะต้องมี การวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงและเห็นว่าไม่สมควรที่จะได้รับงบประมาณจํานวนนี้ นั่นคืองบประมาณรายจ่ายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมเองมีหมู่มิตรเปึนเพื่อนเจ้าหน้าที่ตํารวจเปึน จํานวนมากมาย แต่พฤติกรรมของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะคนที่มีความ รับผิดชอบในการทําคดีความต่าง ๆ นั้น มีพฤติกรรมไม่ได้ปฏิบัติต่อบุคคลที่เกิดมาเปึน คนไทยอย่างเท่าเทียมกัน ผมได้อธิบายในสภาแห่งนี้ว่า ที่พวกผมจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กัน มานั้น เพราะพวกผมได้ถูกปฏิบัติอย่างมี ๒ มาตรฐาน ท่านประธานลองแลดูเถอะครับว่า วันนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยกองบัญชาการตํารวจนครบาล ออกหมายจับคดีซ้ําก็มี วันนี้พวกผม ๘ คนถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีก นึกอยากจะออกก็ออก บางคนออกไปแล้ว คดีเดิมออกซ้ํา นี่ละครับสิ่งที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ทํา ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า คดีเวลานี้มีคนเสื้อ ๓ สี มีคนในรัฐบาล มีคนในพรรคฝ์ายค้าน คดีพันธมิตรกว่า ๒๔๐ คดี ถามสิครับว่าเวลานี้คดีคืบหน้าไปถึงไหน เวลาที่ต้องการสัมภาษณ์ย่ํายีว่าตัวเอง มีมาตรฐานเดียว กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ พลตํารวจโท ฉลอง สมใจ บอกเลยว่า เหลือพยานอีก ๔ ปาก จะดําเนินการสอบสวนและสั่งฟัองให้เสร็จภายใน ๑ สัปดาห์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง กํากับดูแลสํานักงานตํารวจ แห่งชาติไม่รู้มีอํานาจจริงหรือเปล่าตามกฎหมาย กลับมาพูดในสภาเลยว่า จะสั่งฟัอง ภายใน ๑ สัปดาห์ ถึง ๒ สัปดาห์ บัดนี้ล่วงมาเกือบ ๘ สัปดาห์แล้ว ไม่มีการดําเนินคดีใด ๆ ทั้งสิ้น และ ๑ ในนั้นที่จะต้องถูกหมายจับคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ๒๔๐ คดีนั้น คดีบุกยึดทําเนียบรัฐบาล หลักฐานทนโท่ วันนี้ก็ไม่มี การสั่งฟัอง บุกยึดสนามบินดอนเมือง ไม่มีการสั่งฟัอง ยึดสนามบินภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ ไม่มีการสั่งฟัอง ป่ดถนนเพชรเกษม พหลโยธิน ไม่มีการสั่งฟัอง แต่ปรากฏว่า คนเสื้อแดงนั้น ๑๐๓ คดี ทุกคดีเร่งรีบหมด ตั้งคนรับผิดชอบ ออกหมายจับ ขึ้นตั้งรางวัล นําจับ ท่านประธานมีความรู้สึกเหมือนกับพวกผมไหมครับว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดในสภาว่า สําหรับผมนี่จะยาว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมรับทราบมาเวลานี้ก็คือว่า เสื้อแดง ๑๐๓ คดี เสื้อเหลือง ๒๔๐ คดี เสื้อสีน้ําเงินหลายคดีแต่ไม่มีการดําเนินคดีเหมือนกัน ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเวลา แถลงข่าวใส่ร้ายคนอื่นนั้น จนกระทั่งท่านประธานที่เคารพ ก็กลายเปึนให้ความเท็จกับ ประชาชนเหมือนกับเรื่องการป่ดดีสเตชั่นนั่นละครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า ป่ดตาม พ.ร.ก. หลังจาก พ.ร.ก. ยกเลิก ทุกอย่างก็จะว่าตามปกติ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาบอกต่อว่าหลังจาก พ.ร.ก. ยกเลิก บอกว่าป่ดตาม กทช. กทช. มาแถลงในสภาบอก กทช. ไม่มีอํานาจ เปึน ไอซีที ไอซีที ก็บอกว่าไม่เกี่ยว แล้วถามว่ามนุษย์หน้าไหนที่ไปป่ด เขา แล้วสั่งป่ดประตูจนออกอากาศไม่ได้ทุกวันนี้ ท่านจะต้องอยู่ภายใต้กติกากันแบบนี้ ท่านประธาน พวกผมแต่ละวันนี้ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลเวลาแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็บอก ว่านั่นเปึนเพราะคนเสื้อแดง แต่ผมบอกว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตั้งข้อหาอย่างไร้ความยุติธรรมที่สุด บางคดีนั้นดูเสมือนว่าตั้งอย่างคนไม่มีความรู้ แต่ที่ผม ทราบมาด้วยความไม่สบายใจก็คือว่า มีคนบางคนจะเปึนไอ้หน้าไหนก็ตามเถอะไปตั้ง คณะกรรมการเถื่อนขึ้นมาชุดหนึ่ง ไปเอาอดีตอัยการ อดีตศาลร่วมกับตํารวจในการทําสํานวนคดีแล้วรีบสั่งฟัอง ท่านประธานถ้าท่านประธานโดนเหมือนอย่างพวกผมท่านประธานจะให้งบประมาณกับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้เลย คดีที่พัทยากับกรุงเทพฯ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ สอบสวนพยานผู้กล่าวหา ๓๐๐ ปาก ภายใน ๒ วัน จําเลยเขาก็ไปขอร้องความ เปึนธรรมทั้งตํารวจและอัยการ บอกว่าให้สอบสวนเขาก่อน ปรากฏว่าไม่สอบสวน ผู้ถูกกล่าวหา ไม่สอบสวนจําเลย สั่งฟัองทันที แต่ประเด็นคดีที่กรุงเทพฯ แล้วท่านประธาน จะอธิบายว่าความเหลวแหลกของสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ไม่สมควรจะได้รับ งบประมาณนั้นเปึนอย่างไร คดีที่ออกหมายจับทั้งพัทยาและกรุงเทพมหานครนั้น มี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ร่วมเปึนจําเลยอยู่ด้วย คดีที่ผู้กระทําความผิดกระทํา ความผิดในราชอาณาจักรเปึนอํานาจของพนักงานสอบสวน แต่ถ้าผู้กระทําความผิด กระทําการที่ต่างประเทศไม่ได้อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนใด ๆ จะอยู่ในชั้นพนักงาน อัยการสูงสุด กล่าวคือว่าเปึนอํานาจของอัยการสูงสุด คดีที่กรุงเทพฯ นี่นะครับ ที่พวกผม ไปร้องความเปึนธรรมกับอัยการสูงสุดนั้น จึงได้รู้ความจริงว่าคดีนี้คนที่มีอํานาจในการ สั่งการสอบสวนจริง ๆ คืออัยการสูงสุดหาใช่พนักงานสอบสวนไม่ เพราะ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร พูดผ่าน โฟนอิน (Phone in) ผ่าน วิดีโอ ลิงค์ (Video Link) จาก ต่างประเทศ ถูกตั้งข้อกล่าวหายุยงปลุกปัืนชุมนุมเกิน ๑๐ คน ป่ดขวางทางการจราจร นั่นตัวยังไม่ได้มานะครับ ถูกข้อหาชุมนุมเกิน ๑๐ คน แล้วก็ป่ดการจราจร คดีนี้ปรากฏว่า ท้ายที่สุดอัยการเขาก็รับฟัง ยังไม่มีการสั่งฟัอง และก็เลื่อนว่าจะดําเนินการสั่งคดีอย่างไร เพราะอํานาจนั้นมันอยู่ที่สํานักงานอัยการสูงสุดหาใช่ชั้นพนักงานสอบสวนไม่ แต่ปรากฏ ว่าคดีที่พัทยาเปึนคดีเดียวกันมี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนผู้ถูกกล่าวหา ถูกหมายจับเหมือนกัน กลับมุบมิบเอา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แยกมาเปึนคดีออก แล้วสั่งฟัองจําเลยที่ถูกข้อกล่าวหาทันทีโดยไม่มีการสอบสวนฝ์ายผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด นี่คือพฤติกรรมของสํานักงานตํารวจแห่งชาติภายใต้การนําของ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านประธานที่เคารพ แล้วต่อไปละครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่เราพูดว่า วันนี้มัน ๒ มาตรฐาน วันนี้มันอธิบายเลยเถิดว่ามันไร้มาตรฐานอย่างสิ้นดีท่านประธาน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกผมนั้นไม่ได้มีความหวั่นเกรงต่อคดีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมมีความอับอายกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ วันนี้มันกลายเปึนว่ายุติธง หมายความว่าตั้งธงเอาไว้ก่อนแล้วก็กระบวนการยุติธรรมที่ว่าก็คือทําตามธงที่ว่า เอาอดีต อัยการไปคุยกับอัยการ เอาอดีตศาลไปล็อบบี้ (Lobby) กับศาล ผมพร้อมจะรับผิดชอบ คําพูดของผม แต่ผมไม่ต้องการให้กระบวนการที่เราจะต้องอนุมัติงบประมาณไม่ว่าจะเปึน ชั้นใดก็ตาม ผมไม่ต้องการให้ใครใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรมมาสร้างความอยุติธรรมด้วยการตั้งยุติธง มีธงแล้วตัดสินตามที่มีธง กําหนดในการดําเนินคดี ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กํากับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ปรากฏว่านายสุเทพถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งหลังจาก คําพิพากษาของศาลอุทธรณ์เรื่องการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในกฎเหล็ก ๙ ข้อว่า คณะรัฐมนตรีต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด และรัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิเหนือ ประชาชนคนอื่นในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น จะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบตามกฎหมาย ถามว่าเมื่อศาลอุทธรณ์เขาพิพากษาจนถึง ที่สุด มีโทษความผิดระวางตั้งแต่ ๑-๑๐ ป้ ปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ กกต. ก็มอบหมายให้ ก.ก.ต. สุราษฎร์ธานี ไปแจ้งความดําเนินคดี กับนายสุเทพและพวกที่สถานีตํารวจในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถามท่านประธานนะครับว่า เอาอวัยวะส่วนไหน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คุมสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ แล้วทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ