สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดินปี 2553 โดยเน้นสนับสนุนแต่เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเนื่องจากเป็นกระทรวงสำคัญที่ขาดแคลนบุคลากรและยังทำงานไม่เต็มศักยภาพ พร้อมชี้ให้เห็นความขัดแย้งระหว่างนโยบายพลังงานทดแทนกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีน้อย และวิพากษ์วิจารณ์การประกาศเป้าหมายพลังงานสะอาดระดับเอเชียว่าเป็นเพียงคำสัญญาที่ไม่สามารถทำได้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เราพูดกันถึงเรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งโดยภาพรวมของงบประมาณแล้วบวกกับ ความจําเปึนด้านเศรษฐกิจของประเทศและของโลก ซึ่งทุกคนเข้าใจดีนะครับ ผมก็ เห็นด้วยกับงบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๓ แล้วก็ขอสนับสนุน แต่วันนี้ใคร่จะขอเรียกร้อง ความสําคัญให้กับกระทรวงเล็ก ๆ กระทรวงหนึ่งนะครับ ผมจะโฟกัส (Focus) มาที่ กระทรวงเดียวเพราะมีเวลาไม่มากนักนะครับ ก็คือกระทรวงที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด ทุกป้นะครับ วันนี้ดีใจครับที่ท่านรัฐมนตรีก็มานั่งฟังอยู่ ณ ที่นี้แล้ว นั่นก็คือกระทรวง พลังงานครับ ซึ่งป้ที่แล้วในขั้นแปรญัตติผมก็ไปอภิปรายตัดงบประมาณของท่าน ยังรู้สึกเปึนบาปอยู่ ในใจนิดหน่อยนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ถ้าว่ากันถึงความสําคัญแล้ว กระทรวง พลังงานก็มีความสําคัญไม่แพ้กระทรวงอื่น ๆ กระทรวงในกลุ่มเดียวกันอย่างเช่น กระทรวง ไอซีที หรือว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ กลุ่มนี้ไม่ควรจะเปึนกระทรวงเล็ก ๆ อีก ต่อไปแล้วครับ ถ้าดูตามความจําเปึน ความสําคัญ ความก้าวหน้าของโลกของเรา ในตอนนี้นะครับ ควรจะรู้ว่าทิศทางควรจะโตไปทางไหน โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานครับ ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องเสียเวลามาบรรยายถึงความสําคัญของมัน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ต้อง ยอมรับว่ารายจ่ายเรื่องพลังงานถือเปึนรายจ่ายก้อนใหญ่ของทุกครอบครัวเลยครับ เอาเปึนว่าเรามาดูตัวเลขกันนะครับ ป้ ๒๕๕๒ นี้นะครับ เราก็ประมาณกันว่าจะต้องใช้เงิน ในการซื้อน้ํามันเข้าประเทศนะครับ นี่ผมประเมินแบบต่ํา ๆ นะครับ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านลองเทียบดูสิครับ ป้นี้เราตั้งงบประมาณแผ่นดินไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินครับ แล้วทําไมครับ กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินก้อนนี้ ใช้เงินจํานวนมากมายขนาดนี้ จึงเปึนกระทรวงเล็กที่ทําอะไรไม่ค่อยจะได้ครับ เราไม่ลองมาทบทวน ลองคิดดูนะครับ ถ้าสมมุติว่าเราได้เป่ดโอกาสให้กระทรวงนี้ได้ทํางานเต็มที่ เต็มศักยภาพ อย่างเช่น สามารถลดรายจ่ายก้อนนี้ไปได้สัก ๑๐ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศของเราจะยากจน น้อยลงขนาดไหน ผมไม่ใช้คําว่า ร่ํารวยขึ้น เพราะว่าโอกาสที่ประเทศเราจะร่ํารวยก็คงจะ ยากแล้วนะครับ ทีนี้ผมจะนําข้อเท็จจริงมาเรียนว่า ที่ผมกล่าวว่ากระทรวงนี้ยังทํางาน ไม่เต็มศักยภาพ เพราะสาเหตุอะไรนะครับ ผมจะยกตัวอย่างภายในจังหวัดตรังของ กระผมก็แล้วกัน ภารกิจของบุคลากรในกระทรวงนี้ที่สําคัญก็คือ อย่างเช่น การทําแผน พลังงานของจังหวัด การอบรมเผยแพร่เรื่องพลังงานให้กับประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างเช่น นักเรียน นักศึกษา และที่สําคัญก็คือเรื่องของพลังงานทดแทน ซึ่งต้องส่งเสริมและต้อง ออกไปสาธิตด้วยในบางครั้งนะครับ นอกนั้นก็ดูแลเรื่องของปัูมน้ํามัน ปัูมแก๊ส ซึ่งปัจจุบัน นี้มีจํานวนมากมายทีเดียวครับ นอกจากนั้นยังต้องดูแลเรื่องของพลังงานในโรงงาน อุตสาหกรรม ดูแลพลังงานในส่วนราชการ ไปแนะนําส่วนราชการต่าง ๆ ว่ามีวิธีที่จะ ประหยัดพลังงานได้อย่างไร แต่ท่านทราบไหมครับว่า บุคลากรของกระทรวงพลังงาน ในต่างจังหวัดมีเท่าไรครับ ผมจะขอเรียนนะครับว่าในจังหวัดตรังมีข้าราชการอยู่เพียงแค่ ๓ คน และใน ๓ คนนี้นะครับ เปึนฝ์ายการเงินเสียคนหนึ่ง แล้วก็มีลูกจ้างอีก ๑๐ คน ถ้าเทียบจํานวนแล้วก็จะพอ ๆ กับสถานีอนามัยขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ๑ แห่งเท่านั้นครับ แล้วคิดดูสิครับว่าเขาจะทําอะไรได้ครับ และที่สําคัญครับท่านประธาน ครับ ข้าราชการและลูกจ้างของกระทรวงพลังงานที่มีอยู่ ณ บัดนี้ในขณะนี้ แทบจะไม่มี พื้นฐานทางด้านพลังงานเลย เพราะว่ามีการโอนย้ายมาจากหน่วยงานอื่น อย่างเช่น ของโยธาเปึนต้นนะครับ เท่านี้ท่านก็คงจะมองออกนะครับว่า ไม่ว่าท่านรัฐมนตรีจะมี ความเก่งสักเพียงใด ท่านรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าท่านมีความรู้เรื่องพลังงาน มากนะครับ แต่เมื่อกําหนดนโยบายที่สวยหรูลงไปแล้ว มันยากนะครับที่จะให้คนแค่ ๓-๔ คน มาทําให้บรรลุผลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของพลังงานทดแทนซึ่งเปึนเรื่องที่ เปึนความหวังของประเทศเราก็ว่าได้ในอนาคตนะครับ ยังทําไม่ได้ครับทุกวันนี้ ยังไม่มี อะไรคืบหน้าเลย ทั้ง ๆ ที่ป้ที่แล้วผมก็พูดเรื่องพลังงานนี้แหละ ทุกกรมของกระทรวงพลังงานใส่เรื่องของ พลังงานทดแทนไว้หมดเลยครับ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่คืบหน้าแต่ประการใด เพราะสาเหตุ อันนี้ครับ แล้วเรายังไปประกาศด้วยนะครับว่า เราจะเปึนผู้นําด้านพลังงานสะอาดระดับ แนวหน้าของเอเชียภายในป้ ๒๕๕๔ อันนี้เขียนไว้ชัดเจนครับในเอกสารงบประมาณนี้ แหละครับ ฉบับที่ ๓ เล่มที่ ๕ หน้า ๓๓๓ เขียนไว้หลอกใครครับ ผมว่าน่าจะหลอกตัวเอง มากกว่า ทําไมเราไม่ดูตัวเองแล้วไม่ดูประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้างทุกวันนี้ว่าเขาไปกันถึง ไหนแล้วนะครับ อย่างเรื่องไบโอดีเซลนี่มันก็อยู่ที่ปาล์มน้ํามัน ประเทศเพื่อนบ้านของเรา บางประเทศเขามีปาล์มน้ํามันถึง ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ในขณะที่เรายังไม่ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เลยครับ เรื่องพลังงานไฟฟัา พลังน้ํา เราก็ยังต้องซื้อจากประเทศ เพื่อนบ้าน เรื่องของพลังงานแสงอาทิตย์เราตามจีนเขาไม่ทันหรอกครับ และที่สําคัญเรื่อง ของพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเราตั้งความหวังไว้ ผมว่าฝันไปเถอะครับคงจะลําบากในการที่จะ ทําครับ เพราะฉะนั้นที่ผมขอในวันนี้ก็คงจะไม่ได้มาตําหนิ หรือไม่ได้มาว่ารัฐบาลนะครับ ที่ตั้งงบประมาณให้กับกระทรวงนี้น้อย ผมก็ไม่ทราบว่าเปึนจินตนาการของใครที่ทําให้ กระทรวงนี้มันเกิดขึ้นแล้วก็ให้โตให้เล็กอยู่ขนาดนี้ครับ โดยไม่มองความเปึนจริงว่าตอนนี้ เราใช้น้ํามันอยู่เท่าไร เรื่องของพลังงานมีความสําคัญสักขนาดไหน ป้นี้ก็ไม่เปึนไรครับ ไหน ๆ ก็ตั้งมาแล้วงบประมาณนะครับ เผลอ ๆ ตอนพิจารณาวาระที่สอง ผมต้องขอ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ อาจจะต้องขอตัดอีกครับ เพราะด้วยกําลังคนของท่านแค่นี้ ครับ ให้เงินไปก็ไม่รู้จะไปทําอะไรได้ เพียงแต่ว่าขอว่าป้ต่อไปหรือป้ต่อ ๆ ไปนี้ทําให้ กระทรวงนี้มันมีความสําคัญขึ้นเถอะครับให้มันใหญ่โตขึ้น ผมเชื่อว่าเราจะลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ํามันซึ่งถือว่าเปึนรายจ่ายก้อนใหญ่ เขาบอกว่าประเทศเราจะอยู่ หรือจะล่มจม ส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับเรื่องของน้ํามันนี้แหละครับ แล้วผมก็ว่ามันจริงด้วยครับ เพราะตอนนี้มันก็เริ่มจะที่เงยหัวขึ้นแล้วนะครับราคาน้ํามัน แล้วก็ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะ ขึ้นไปสูงสักเท่าไร ถ้ายังอยู่กันอย่างนี้ผมเชื่อว่าเราไปไม่รอดหรอกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่รีบเร่งที่จะพัฒนาเรื่องของพลังงานทดแทนให้ขึ้นมาแล้วก็ให้มีจํานวนมาก ๆ ขึ้น อย่างเช่น การส่งเสริมให้ปลูกปาล์มให้มากขึ้น เรื่องของแก๊สโซฮอล์ เรื่องของเอทานอล ก็ต้องส่งเสริมให้มีการปลูกให้มากขึ้น ให้ราคาดี ๆ ซึ่งอันนี้ก็ต้องให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ มาช่วยด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่มีแรง โน้มใจที่จะให้ไปปลูกครับ อย่างเช่น ปาล์มอย่างนี้ ปาล์มน้ํามัน ผมว่าป้สองป้นี้คนทําท่า จะปลูกเยอะขึ้น แต่พอเจอวิกฤติราคามันตกแต่ละครั้งนี้จิตใจเขาก็ถดถอยไปแล้วก็ไม่มี การปลูกเพิ่ม จนทุกวันนี้ก็อย่างที่ผมกราบเรียนครับ ยังไม่ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เลย ก็ต้อง ขอฝากนะครับว่าป้ต่อไปขอให้ยกระดับกระทรวงพลังงานให้เปึนกระทรวงที่ใหญ่ขึ้น ไม่ต้องใหญ่มากหรอกครับ ใหญ่ขนาดกลางก็พอครับ เพิ่มงบประมาณให้มากขึ้นและ ที่สําคัญคือขอให้ช่วยเพิ่มบุคลากรขึ้นครับให้มากขึ้นกว่านี้ ผมสงสารเขาเหลือเกินครับ เวลาไปร่วมงานกันนี่เขาทําไม่ทันครับ ดูแลแค่ปัูมน้ํามันนี่เขาก็ไม่ทันแล้วครับ ไม่ต้องนึก ถึงว่าต้องไปสาธิตเรื่องไบโอดีเซล เรื่องไปแนะนําอะไรต่าง ๆ นะครับ ขอฝากทางรัฐบาล ไว้ด้วยนะครับว่า ป้หน้าหรือป้ต่อไปกรุณาให้ความสําคัญกับกระทรวงพลังงานให้มากขึ้น