ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องงบประมาณที่ไม่ได้รับการบริหารอย่างเหมาะสม และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและแก้ไข พร้อมวิพากษ์วิจารณ์แผนจ่ายเงิน 400,000 ล้านบาทของท่านประธานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและไม่โปร่งใส
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ที่ผมลุกขึ้นแล้วก็ยกมือเหนือศีรษะ ผมต้องการใช้สิทธิตาม ข้อบังคับข้อที่ ๖๓ เพื่อที่จะใช้สิทธิพาดพิงในสิ่งที่ผมเองและสมาชิกฝ์ายค้านเห็นว่า พวกผมเสียหาย ก็เปึนวิธีการปฏิบัติในสภาของเรา ซึ่งท่านประธานเองก็ได้อนุญาตมา ตลอด แต่ผมก็เข้าใจท่านประธานครับ เพราะว่าท่านประธานเองก็กริ่งเกรงว่าเราจะใช้ เวลามากเกินไป แล้วก็จะมีผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ผมเข้าใจ แต่ว่าผมขอใช้เวลานิดเดียวเอง ก็โดยความเคารพท่านประธานอนุญาต แล้วผมก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาว่า สาเหตุที่ฝ์ายค้านไม่ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อไป ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่ได้รับงบประมาณป้ ๒๕๕๒ หรือไม่พอใจเรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งท่านนายกได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่ ฟังแล้วทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจได้ว่า พวกผมนี่งอแง เพราะใน ๓ วันที่ผ่านมาท่านประธานฟังท่านสมาชิกฝ์ายค้านอภิปราย ครับ ประเด็นหลักที่เขาไม่มั่นใจว่าการให้รัฐบาลกู้เงินแล้วจะเอาไปจ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นในการ บริหารงบประมาณ การควบคุมการจัดการมันจะเปึนเหมือนที่เขาเห็นหรือไม่ ท่านชวลิต พูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ยกตัวอย่างชัดเจนพูดมา ๓ วัน เงียบครับ ผมขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกครับ ท่านรับปากชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ผมเอง เปึนคนถามกระทู้ถามสดเรื่องนี้เอง สักครู่ท่านก็บอกว่างบประมาณที่อยู่ในแผน งบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะเปึนไปตามข้อกําหนดทุกอย่าง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน อย่างนี้นะครับ งบอุดหนุนเฉพาะกิจท้องถิ่น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งยุทธศาสตร์ทั้งเร่งด่วน ยุทธศาสตร์ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เร่งด่วน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ตรวจสอบขณะนี้เม็ดเงิน ออกไปที่ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา พิจารณาครั้งที่ ๘ ออกไป ๔๖๖ ล้านบาท กระจายครับ ก็กระจายไปตามจังหวะผมเองก็ไม่ว่า แต่การกระจายครั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ บางครั้งที่เพื่อนสมาชิกมาพูดนี่คือเรื่องจริงครับ ตรวจสอบกันได้ เอกสารมีไม่ใช่เรื่องลับเลยท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องลับครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิก กริ่งเกรงก็เปึนเหตุผลหนึ่งที่เรายกขึ้นมาในสภาว่า ความสามารถในการบริหารราชการ แผ่นดิน การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารงบประมาณท่านมันไม่เปึนไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เราเขียนเอาไว้ ท่านประธานครับ ท่านนายกขึ้นมาชี้แจง บอกว่า กว่าที่จะพิจารณาได้ คณะกรรมการการกระจายอํานาจไปกําหนดหลักเกณฑ์และ มาตรการต่าง ๆ ที่จะใช้งบอุดหนุนเฉพาะกิจ อันนี้ผมไม่ว่าครับ แต่ถามว่าคณะกรรมการ การกระจายอํานาจจะต้องมากําหนดหลักเกณฑ์หลังจากที่งบประมาณออกหรือครับ ทําไมไม่กําหนดมาก่อนครับ ป้ ๒๕๕๑ ก็ไม่ทํา ผมไปติดตามดูป้ ๒๕๕๑ งบประมาณ ปล่อยลอยไม่มีการตั้งเปึนอุดหนุนเฉพาะกิจ ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะไม่จําเปึนต้องไป กําหนดวิธีการหรือมาตรการที่จะใช้งบ เพราะเปึนอํานาจของท้องถิ่น ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดหลังจากที่กรรมาธิการเขาพิจารณาเสร็จเรียบร้อยมีแผนงานอยู่ใน เอกสารงบประมาณเปึนไปกฎหมายพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจําป้ แต่ สิ่งที่ท้องถิ่นไปทําหลังจากที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจทํา ท่านประธานครับ ผมเผลอ ๆ ว่าละเมิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญด้วย ไปตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา จากกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นมากลั่นกรองโครงการครับ นั่นหมายความว่าสภาแห่งนี้ อนุมัติไปแล้วมีกรรมาธิการ มีคณะทํางานมาอีกชุดหนึ่งใช่ไหมครับท่านประธาน ถ้าป้นี้ เปึนอย่างนั้น ผมถือว่าเปึนการละเมิดอํานาจของกรรมาธิการ นั่นประการที่ ๑ ที่พวกเราเองเห็นว่าเปึนส่วนหนึ่งถ้าเราไม่ไว้ใจ
ส่วนที่ ๒ ฟังท่านรองนายกกอร์ปศักดิ์ชี้แจง บอกว่าถ้าเข้าไปสู่ใน รายละเอียด ร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเน้นกับท่านประธาน เปึนกฎหมายอนุญาตให้กู้เงิน นะครับ เปึนการหาเงิน หารายได้เข้ามา แต่สิ่งที่เรากริ่งเกรงที่สุดคือว่า ท่านเองไปเขียน ซ่อนไว้ในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ เพื่อเอาไปจ่าย กฎหมายไม่อนุญาตให้เอาไปจ่าย นะครับ ชื่อบอกชัด ๆ อนุญาตให้อํานาจท่านกู้เงินมา การกู้คือการหารายได้นะครับ เราไม่ ว่าเลย ๓ วาระรวดเราก็ไม่ว่า แต่ถามว่าท่านเอาอํานาจอะไรไปจ่ายในการจ่ายเงิน ของแผ่นดิน ท่านต้องดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เปึนหลัก ๔ กฎหมายครับ วิธีการ งบประมาณ รายจ่ายงบประมาณ เงินคงคลัง เงินโอน ๔ เรื่อง ตาม พ.ร.บ. ที่มีอยู่ แต่เวลา สมาชิกเราถาม ผมไม่ได้อภิปราย แต่สมาชิกเราถาม ท่านตอบว่าอย่างไรครับ ท่านตอบว่า จ่ายได้ตามกฎหมายอื่น ตามมาตรา ๒๓ ของวิธีการงบประมาณ ผมไปเป่ดดูครับ ท่านประธาน เขาเขียนอย่างนั้นจริงครับ แต่ผมถามท่านประธานว่ากฎหมายให้อํานาจ กู้เงินเปึนกฎหมายให้อํานาจจ่ายเงินด้วยหรือ เพราะฉะนั้นเวลาเราขอกรอบ ขอรายละเอียด ท่านรองกอร์ปศักดิ์ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านบอกว่ามันก็ เหมือนกับ พ.ร.บ. เงินกู้ เหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างกันที่เม็ดเงินเท่านั้นเองครับ และก็กู้ มาในป้ ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ ป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยเฉลี่ย ท่านประธานครับ สิ่งที่เราไม่รับเมื่อเราตั้งกรรมาธิการไปพิจารณารายมาตรา มาตรา ๓ กรรมาธิการขอ แทบตายได้กรอบมา ๗ กรอบ เรื่องน้ํา เรื่องถนน เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ว่าไป ๗ กรอบ เม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่เหมือนการทํางบประมาณรายจ่ายทั่วไปนะครับ ท่านประธาน เรื่องนี้เราถึงกริ่งเกรงมาก ถ้าพิจารณากรอบนะครับ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ เขาให้อํานาจท่านกู้เงินป้ ๒๕๕๔ ครับ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถามว่าท่านจะกู้ ก่อนป้ ๒๕๕๓ ได้ไหม ไม่ได้ครับ ถึงแม้ให้อํานาจไว้ เพราะว่าท่านไม่เขียน พ.ร.ก. กู้ในป้ ๒๕๕๓ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันล็อก กันอยู่ นี่ไงครับท่านซ่อนเงือนเอาไว้ ไปเขียนกฎหมายให้อํานาจหาเงิน แต่เอาไปจ่ายเงิน ผมว่าทางฝ์ายค้านเราให้ฝ์ายกฎหมายไปดูว่า มาตรา ๑๖๙ ที่ท่านชี้แจงว่าเปึนไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายจริงหรือเปล่า ผมฟัองไปยังวุฒิสภาด้วยครับ ให้ตรวจสอบเลยครับ จริงหรือไม่ว่าเอาอํานาจกฎหมายวิธีการงบประมาณมาตรา ๒๓ มาให้อํานาจเขียนกฎหมายขอเงินกู้แล้วเอาไปจ่ายเงินนี่มันทําได้หรือครับท่านประธาน กระบวนการการจ่ายเงินของเรา กระบวนการพิจารณางบประมาณแต่ละป้กว่าที่จะเข้าสู่ กระบวนการของการพิจารณาของสภาในรัฐสภา เขากลั่นกรองมาตลอด ใช้เวลาเปึนป้ นะครับท่านประธาน สํานักงบประมาณอยู่ครับ แล้วเรื่องนี้เอง ผมรู้ความนัยมาครับ ก่อนกฎหมายจะเข้าสภา ๑ อาทิตย์ กฎหมายยังไม่เสร็จเลยครับ ผมหมายถึงกฎหมาย เงินกู้นะครับยังไม่เสร็จ ท่านก็เลยไปลอกเอา พ.ร.ก. มาทั้งฉบับเลย เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยน พ.ศ. เท่านั้นเองครับ ทุกตัวอักษรเหมือนกันหมดเลย อํานาจที่จะใช้ตาม พ.ร.ก. ผมไม่ว่าครับท่านประธาน เพราะออกเปึน พ.ร.ก. แต่ออก พ.ร.บ. ท่านประธานเทียบเคียง นะครับ ท่านมาขอกู้เงินต่างประเทศเข้ามามาตรา ๑๙๐ บอกว่าเสนอกรอบให้รัฐสภา พิจารณา พร้อมกับรายละเอียดเช่น วัตถุประสงค์ อัตราค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยเงินกู้อะไร ต่าง ๆ ว่าไปหมด พวกเราให้กรอบไปครับ ท่านไปเจรจาเงินกู้เอามาเพื่อจะจ่าย ท่านต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายปกติที่มีอยู่ ผมเข้าใจครับว่าท่านต้องออกกฎหมายพิเศษมาเพื่อจะ หาเงิน แต่ท่านจะออกกฎหมายพิเศษเพื่อจ่ายเงินนี่ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้น กรรมาธิการไปพิจารณามันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกนะครับ เมื่อท่านได้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการที่ดีที่สุดทําไมท่านไม่ ผนวกไปกับป้งบประมาณไป ไม่ได้ห้ามนี่ครับว่ากฎหมายรายจ่ายประจําป้จะห้ามใช้เงิน นอกงบประมาณ ท่านมีเหตุผลอยู่แล้ว ท่านต้องแยก ผมฟัองสื่อมวลชนด้วยนะครับ แยกกันให้ออกครับระหว่างเงินได้กับเงินจ่าย ให้อํานาจการจ่ายมาตรา ๑๖๙ ครับท่านไป เป่ดดูเลย ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญมาช่วยดูด้วยถ้าเราจะร้อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผม ระบายออกนะครับท่านประธานด้วยความเคารพ เราไม่ได้ต่อรอง แต่อยากจะให้ งบประมาณแผ่นดินนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด ใช้ให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กับท่านประธานในฐานะเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติเราออกกฎหมายให้รัฐบาลเปึน เครื่องมือใช้ในการบริหารประเทศนะครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายที่เราออกกลายเปึนเครื่องมือที่รัฐบาลจะบริหารประเทศ กลับไปปูัยี้ปูัยํา ประเทศท่านยอมหรือครับท่านประธาน ผมว่าท่านไม่ยอม เพราะท่านทําเกียรติประวัติถึง ๘๒ ป้แล้ว ป้สุดท้ายผมคิดว่าท่านไม่น่าจะทําให้เกียรติยศและชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสีย ไป และอนาคตของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านเพิ่ง ๔๔ ป้ครับ เปึนความหวังของ ประเทศ มันซ่อนเงื่อนและซ้อนเร้นเอาไว้อย่างมากมายครับ ผมจะพูดต่อในสิ่งที่ผมมีเวลา อยู่สําหรับการอภิปราย แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าพวกเราฐานะคนพิจารณาจะทําอย่างไรให้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑.๗ ล้านล้านบาทมันคู่ขนานกันได้อย่าง กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ