สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องโครงการหลักประกันสุขภาพ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพการรักษา คิวที่ยาวขึ้น และการขาดงบลงทุนสําหรับระบบสาธารณสุข นอกจากนี้เขายังพูดถึงโครงการเรียนฟรี ซึ่งเขาเชื่อว่าไม่เคยฟรีจริงตั้งแต่ปี 2545 และยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก็ไม่อยากย้อนกลับไปเรื่องเก่านะครับ แต่บังเอิญท่านพูดซ้ําขึ้นมาก็เลยขออนุญาตชี้แจง เรื่องของโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ มุมมองของผมกับท่านอาจจะต่างกัน ผมเปึนคนที่ อภิปรายโครงการ ๓๐ บาท ในป้ ๒๕๔๔ เมื่อเริ่มต้น ผมยืนยันคําอภิปรายที่ผมเคย อภิปรายไว้ทุกประการนะครับ คําอภิปรายของผมในขณะนั้นก็คือว่า ผมเห็นด้วยกับ ความพยายามที่จะสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ผมได้บอกว่าขณะนั้นรัฐบาลจัดงบประมาณต่อหัวไม่พอ และเมื่อจัดงบประมาณต่อหัว ไม่พอ สิ่งที่จะตามมาผมก็ได้พูดถึง ๑. คุณภาพการรักษา ๒. คิวที่จะยาวขึ้น ๓. การขาด งบลงทุนสําหรับระบบสาธารณสุขภาครัฐ แล้วก็แน่นอนที่สุด ๔. ก็คือประเด็นปัญหา ในเชิงการบริหารจัดการที่จะตามมา แล้วเราก็พบความเปึนจริงครับว่า เมื่อเอาคนกลาง หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสาธารณสุขเข้ามาทุกป้ เขาของบก็ไม่สามารถที่ตอบสนองเขา ได้แล้วก็เริ่มต้นจากฐานที่ต่ํามาก เพราะฉะนั้นวันนี้พอเงินสะสมเงินสํารองหลายแห่งก็มี ปัญหานะครับ คิวก็ยาวขึ้น ผู้ป์วยก็เพิ่มขึ้น มันก็เปึนอย่างที่ผมเคยอภิปรายไว้ ผมไม่ได้ บอกว่าเปึนสิ่งที่ไม่ดีที่ไม่ควรทําครับ ผมเพียงแต่บอกว่าวันนั้นไม่ได้เตรียมงบประมาณ ให้มันสอดคล้องกับสภาพปัญหา วันนี้เราก็พยายามแก้ไข แล้วก็งบต่อหัวป้นี้ก็สูงที่สุด เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงพอสมควร แต่ก็กราบเรียนตรง ๆ ว่าในแง่ของคนที่ทํางานเรื่องนี้เขาก็ บอกว่ามันยังไม่พอ ยังวิ่งไล่ไม่ทัน พร้อม ๆ กันไปท่านก็จะเห็นครับว่า ทําไมไทยเข้มแข็ง ต้องมาลงทุนในเรื่องสาธารณสุขค่อนข้างมาก ก็เพราะความเสื่อมโทรมหรือการขาด งบลงทุนในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาที่ผมไปดูที่จังหวัดสมุทรสาครก็เปึนเพียงตัวอย่างหนึ่ง นั่นกรณีของผู้ป์วยนอก นี่ไม่นับหลายโรงพยาบาลนะครับ ถ้าท่านไปเยี่ยมโรงพยาบาล ในต่างจังหวัดจะทราบ คือนอนอยู่ตามระเบียง เปึนเรื่องที่คั่งค้างกันมานานหลายจังหวัด นะครับ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือขนาดกลางขึ้นมา เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึน สิ่งที่เราพยายามมาแก้ไขนะครับ แล้วมันก็ยังเปึนจุดยืนที่ผมได้ยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ยัง เหมือนเดิม

ส่วนเรื่องการศึกษา ผมก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในเรื่อง เรียนฟรีมันไม่ควรจะเปึนประเด็นถกเถียงว่าทําหรือไม่ทํา เหตุผลก็เพราะว่าจริง ๆ กฎหมายสูงสุดของประเทศ พูดง่าย ๆ คือบังคับให้ทํามาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อเท็จจริง ก็คือว่า ขณะนั้นผมก็เปึนฝ์ายค้าน ผมก็ท้วงมาทุกป้ว่ามันฟรีไม่จริง รัฐบาลในขณะนั้นก็ บอกว่าฟรีจริง แต่สิ่งที่เราก็ไปแยกแยะออกมาก็พบความเปึนจริงว่า อย่างน้อยที่สุดที่เรา ช่วยได้ เอาที่แบบเห็น ๆ ไม่ต้องโต้แย้งกันก็คือ เรื่องเครื่องแบบ เรื่องอุปกรณ์การเรียน เรื่องตําราเรียน ตําราเรียนป้นี้ยอมรับว่ามีปัญหาในเรื่องของความคิด ในเรื่องตํารา ยืมเรียนนะครับ ซึ่งต่อมาผมก็ได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็เห็น ตรงกันว่าถ้าเด็กยังไม่คุ้นเคย อยากจะขีดเขียน อยากจะอะไร ก็อะลุ้มอล่วยกันไป แล้วบังเอิญก็เปึนป้สุดท้ายของหลักสูตรเก่านะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คงไม่เปึนไร ป้หน้าอาจจะตั้งหลักกันอีกทีในเรื่องตําราเรียน แต่ตรงนี้เปึนการแบ่งเบาภาระของ ผู้ปกครองอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่ท่านร้องเรียนมานี่ครับ ผมว่ามันเปึนตัวฟัอง ครับ ว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ที่กฎหมายบอกว่าเราต้องทําให้มีการเรียนฟรีมันไม่เคยฟรีครับ แล้วตอนนี้เมื่อออกมาก็จะเปึนตัวเลขที่เราจะได้ใช้ต่อไปนะครับ เราถึงเป่ดสายด่วน ๑๕๗๙ ผมถึงได้รับเรื่องร้องเรียนมากมายแล้วก็ส่งให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อติดตามดู ตลอดเวลาว่า ที่สุดเราจะสามารถทําให้มันเรียนฟรีจริงตามเจตนารมณ์ได้อย่างไร แต่ถ้า เราไม่เริ่มทําตรงนี้ครับ สิ่งเหล่านี้จะไม่ปรากฏออกมาครับ เพราะผู้ปกครอง เด็ก ก็จะมี ความเข้าใจว่าเปึนสิ่งที่เขาต้องเสีย ซึ่งมันขัดแล้วก็สวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมก็ยังยืนยันแล้วก็เชื่อตัวเลขของการสํารวจว่า เอาละ ประมาณร้อยละผมว่าสัก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ร้อยละ ๗๐ ถึงร้อยละ ๘๐ ของผู้ปกครองของประชาชนก็ได้รับ ประโยชน์อย่างชัดเจนจากโครงการนี้ แต่ยังไม่เต็มอย่างที่เราอยากจะเห็น ส่วนที่เหลือก็จะ เปึนเรื่องที่เราเข้าไปแก้ไขต่อไป

สําหรับกรณีการเคหะนั้นผมจะรับเรื่องที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมานะครับ แล้วก็ยังได้ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีอิสสระ ซึ่งก็คงจะได้พูดต่อไป แต่นโยบายที่ผมได้ให้ไว้ ก็คือว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการเคหะก็คือ งานในเรื่องของการไปสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ มันถูกเร่งรัดอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา แต่งานการดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้ว มีปัญหามาก แล้วก็ขอให้ปรับแนวทางตรงนี้ เพราะว่าเราก็ต้องไปสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น จากโครงการบ้านเอื้ออาทรอยู่ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ