มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช หารือเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย และขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพิ่มเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจรายย่อย และยังหารือเรื่องผลกระทบของไข้หวัดใหญ่ต่อการท่องเที่ยวและขอให้รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ด้วยภายใต้ข้อสมมุติฐานการเมืองที่มีเสถียรภาพและแนวโน้ม เศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มฟุ๋นตัวขึ้นในป้ ๒๕๕๓ บอกว่าจะขยายตัวประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่สําคัญก็คือว่า เปึนแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่มาจากการฟุ๋นตัวของ อุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออก ซึ่งก็สอดคล้องกับมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่ ๑ ของรัฐบาล คือการช่วยเหลือภาคการส่งออกและท่องเที่ยว แล้วอีกทั้งรายได้ หลัก ๑ ใน ๓ ของรายได้หลักของประเทศไทยก็มาจากการท่องเที่ยวเช่นกัน แต่ว่า ท่านประธานคะ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ จัดสรรให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ๔,๐๔๑ ล้านบาท เทียบเปึนสัดส่วนก็เพียงแค่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ลดลงไปจาก ป้ ๒๕๕๒ ๙๘๔ ล้านบาท ในภาวะเศรษฐกิจแบบ อยากจะขอเรียนว่า อย่าว่าแต่ให้ งบประมาณเท่าเดิมเลยค่ะน่าจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ํา เพราะอะไรหรือคะ เพราะว่าเราทราบ อยู่แล้วว่าการที่จะสร้างอุปสงค์ในประเทศ ก็คือการที่จะต้องเน้นการบริโภค ภายในประเทศให้มาก อย่างเช่น โครงการที่เราทํากันก็คือ ไทยเที่ยวไทย ทําอย่างไรคะ ที่จะให้คนไทยเราใช้ กิน แล้วก็เที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเปึนการบ้านที่กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเอาไปสร้างกลยุทธ์ สิ่งที่จะขอฝากกับทางรัฐบาล นอกจาก ในส่วนของการสร้างกลยุทธ์ในการท่องเที่ยวอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามไป ก็คือ กลุ่มของธุรกิจรายย่อย เอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprises : รัฐวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม) ซึ่งกลุ่มพวกนี้อาจจะเปึนกลุ่มที่เปึน เอ็นพีแอล (NPL : Non – Performing Loan : หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) แต่ว่าโดยศักยภาพของตัว เขาเองเขามีศักยภาพ เพียงแต่ว่าขาดแหล่งเงินทุน เพราะฉะนั้นในงบประมาณส่วนตรง การท่องเที่ยว ถ้าหากว่าจัดสรรเงินแหล่งทุนพิเศษ ซึ่งอย่างที่เรียกกันว่า พับลิค เซอร์วิส แอคเคาท์ (Public services account) เอามาช่วยกลุ่มธุรกิจรายย่อยพวกนี้ ก็สามารถที่ จะทําให้การท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินขึ้นมาจากตรงนี้ได้เหมือนกันนะคะ
อีกประการหนึ่ง ผลกระทบที่จะเกิดกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างที่ เราทราบกันดีนะคะว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ซึ่งโดยปกติ เชื้อไข้หวัดพวกนี้มักจะแพร่ระบาดในฤดูหนาว ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยระบาดมาก อยากจะฝากบอกไว้สักนิดหนึ่งนะคะ บอกว่าฤดูหนาวที่ มันจะระบาดแพร่ มันจะไปตรงกับช่วงไฮ ซีซั่น (High season) ของการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากถ้าว่าทางรัฐบาลได้มีมาตรการดูแล อย่าเพิ่งไป ไว้วางใจว่า ช่วงนี้แล้วดูเชื้อมันจะเงียบ ๆ ไป มันอาจจะยุติลงไป ก็อยากจะฝากบอกว่า ถ้า เกิดมันไปตรงกับช่วงไฮ ซีชั่น เรา เราจะเสียโอกาส แต่ที่กล่าวมานี่ก็ไม่ได้จะสร้างให้เกิด ความตระหนกตกใจนะคะ เพียงแต่อยากจะให้เราใช้วิกฤติตรงนี้ให้เปึนโอกาส เพราะว่า ในตลาดเอเชียไม่ว่าจะเปึนประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ช่วงนี้ที่เขางดการท่องเที่ยว แต่ถ้า เกิดสมมุติเราสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ประเทศไทยเราปลอดภัย เขาก็จะได้เข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศเราได้เยอะ ๆ ขึ้น ซึ่งก็เปึนการสร้างรายได้ โดยตรงนี้ก็อยากจะฝาก นะคะว่า ถ้าเราเน้นในเรื่องการรักษาสุขอนามัยได้ก็จะเปึนสิ่งที่ดีมาก แล้วนอกจากใน เรื่องของการท่องเที่ยวแล้วนะคะ สิ่งหนึ่งที่เมื่อมองการจัดสรรงบประมาณของป้ ๒๕๕๓ ของทางรัฐบาลที่จัดสรรตามจําแนกโดยยุทธศาสตร์ มีมุมหนึ่งที่บอกว่ายุทธศาสตร์ ๘ ด้าน สิ่งที่ดิฉันสนใจก็คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและ นวัตกรรม ซึ่งแยกย่อยลงไปอยู่ในแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ และมองลึกลงไปอีกที นะคะว่าแผนงานตัวนี้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไว้อยู่ที่ ๒,๒๐๐ ล้านบาท เทียบแล้วก็ น้อยอีกเหมือนกัน ชื่อก็บอกอยู่แล้ว บอกว่าเปึนแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ แต่เขา บอกว่าเปึนแผนงานเพื่อสนับสนุนการผลิต ผลงานวิจัย และพัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่ว่ายุทธศาสตร์นี้ไม่ทราบว่าจะได้ งบประมาณน้อยไปสักนิดหรือเปล่า เมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมด คือ ๑.๗ ล้านบาท เพราะมองดูแล้วเปึนยุทธศาสตร์ที่ดี แล้วก็สามารถที่จะสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพให้กับ ประเทศของเราได้มากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดสมมุติอย่างวิจัยการที่เราจะใช้การทดแทน พลังงาน อย่างเช่น เรื่องของไบโอดีเซล (Bio diesel) ตอนนี้ บี ๕ (B ๕)ออกมาใช้แทน น้ํามันโซลาร์ แต่มันก็มีบริษัทรถที่บางค่ายรถที่เขาเรียกว่าเปึนยักษ์ใหญ่อะไรก็แล้วแต่ ก็บอกว่าเมื่อออกรถมาแล้วอย่าไปเติมนะ บี ๕ มันเผาไหม้ไม่ดี ใช้ไม่ดี ต้องใช้พวก วี พาวเวอร์ (V power) ก็ย้ํามากเลยบอกว่า ใช้ บี ๕ แล้วเดี๋ยวเครื่องยนต์จะเสียนะ ต่อไป มันจะชํารุดเสียหายเยอะนะคะ ซึ่งน่าจะมีการพัฒนาและก็วิจัยในเรื่องที่ก่อให้เกิด ประโยชน์คุณภาพในการพัฒนาประเทศเราให้มาก ๆ หน่อย หรือว่าอย่างเช่นรถไฟที่บอก ว่ามากระจุก บางท่านบอกว่ามากระจุกแต่ในกรุงเทพฯ เราก็บอกว่ารถไฟแบบความเร็วสูง ที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ไปสกลนคร ไปหนองคาย ซึ่งอย่างของประเทศญี่ปุ์นที่ เขามาลงทุนทําให้ ยกตัวอย่างของเวียดนามนะคะ ตอนนี้เขาลงมือแล้ว เราถ้ามีการทํา ตรงนี้เอาเงินงบประมาณตรงนี้ไปศึกษาข้อดี ข้อเสีย จะทําหรือจะไม่ทํา และเผื่อไม่แน่เรา ไปเชื่อมต่อกับเขาก็สามารถที่จะทําให้คนที่ไปเที่ยวเวียดนามก็เข้ามาเที่ยวไทย ไทยไป เที่ยว ก็วนกันไปวนกันมาเงินมันก็จะได้ใช้ในส่วนที่สามารถที่จะทําให้เกิดรายได้ขึ้นใน ประเทศได้นะคะ หรือยกตัวอย่างอย่าง ในเรื่องบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจเราก็ไปมองที่ ธุรกิจของอสังหาริมทรัพย์ถามว่าทุกวันนี้อสังหาริมทรัพย์โดนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขึ้นเศรษฐกิจ ดี เอ้าดี เศรษฐกิจทรุดตัว ธุรกิจอันนี้เปึนอันตายก่อน เขาบอกว่าปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ อย่างเช่น หิน ทราย ต่อไปมันจะหมดลงไปเรื่อย ๆ เราเคยได้คิดได้ไหมคะว่า เพราะว่า ตอนนี้อย่างท่าทรายที่ดูดทรายกันเขาบอกมีปัญหาห้ามดูด ทําให้เสื่อมเสียทรัพยากรไป เกิดมลพิษอะไรอย่างนี้ เราได้ศึกษาไหมคะว่า ต่อไปในอนาคตเรามีอะไรมาชดเชยสิ่งของพวกนี้ เรามีอะไรมา แทนหิน เรามีอะไรมาแทนทราย เพราะอย่างไม้ปัจจุบันเรามีไฟเบอร์ (Fiber) ไม้ฝา หน้าจั่ว เรามีไฟเบอร์เอาออกมาใช้ แต่ว่าหลาย ๆ อย่างที่เคยคุยกับนักวิชาการ นักวิชาการเขาบอกว่าไม่มีทุนในการมาทํางานวิจัย ไม่รู้จะเอาทุนตรงไหน ขอรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ให้ เพราะฉะนั้นเองก็อยากจะฝากรัฐบาลช่วยดูแลด้วยในงบประมาณตรงนี้ เพราะว่ามันเปึนประโยชน์ เพื่อที่ว่าเราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนา เราก็จะได้เดินไป ข้างหน้าได้ในทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องมาหลับตาเดินไปตกหลุมตกบ่อบ้างนะคะ เพราะฉะนั้น จากที่กล่าวมาทั้งหมดก็ต้องขอนําเรียนด้วยความเคารพนะคะ เปึนการติเพื่อก่อ ไม่ใช่ติ เพื่อทําลาย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานเรียนถึงคณะรัฐบาลโดยเฉพาะท่าน นายกรัฐมนตรี ก็ใช้งบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ด้วยความรอบคอบ แล้วก็รัดกุมอย่างยิ่ง คงมีเรื่องนําเรียนท่านเท่านี้ ขอบคุณค่ะ